ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง วิจารณ์การทุจริตโครงการรถไฟฟ้ามหานครโดยกล่าวหาว่าคณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและมีการยักย้ายถ่ายเทงบประมาณเพื่อประโยชน์ของบริษัทเอกชน โดยเรียกร้องให้ยกเลิกสัญญาและดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ไม่เป็นไรคุณวิชาญ ให้เขาอยู่กันไปเถอะ ไม่เป็นไร อยู่ไปเถอะ โกงกันให้สนิท บ้านเมืองจะได้หายนะ ผมไม่ได้หวังเป็นนายกรัฐมนตรี อย่ามาโหวตให้สักเสียงหนึ่ง ท่านประธานครับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ เซ็นอนุมัติเข้าประชุมใน ครม. ครั้งที่ ๑ วาระที่ ๕ สุเทพผิดไหม ก็เซ็นให้เข้า ไม่ผิด ประชุมกับเขาด้วยหรือเปล่า ถ้าประชุมด้วยก็ต้องรับผิดชอบ ปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธานครับ ต่อมาพอวันที่ ๑๙ สิงหาคม ครม. อนุมัติวันที่ ๑๑ สิงหาคม รองเลขาธิการ ครม. ก็ทําหนังสือแจ้งไปยังสภาพัฒน์ รายงานเสร็จเรียบร้อย ท่านประธานครับ เลขาธิการคนนี้เป็นพวกใครก็รู้อยู่ มติ ครม. ๑. รับทราบความคืบหน้า โครงการรถไฟฟ้ำ ๒. รับทราบปรับกรอบวงเงิน รับทราบไม่ได้ ต้องอนุมัติเท่านั้น เพราะคุณเอาเงินตรงอื่นเอาไปใช้อีกที่หนึ่ง ต่อมาท่านประธานครับ คณะกรรมการ ต่อรองราคาบอกเลย บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) เสนอตํ่าสุด ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายน ตั้งไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อ้ายหมอนี่เสนอ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมการไปเจรจาบอกเหลือ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมคุณไปเจรจาเกินกว่าราคา ที่มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๗ มิถุนายนเขากําหนดไว้ คุณมีอํานาจอะไร คุณไม่มีอํานาจ ถ้าเจรจาตกลงไม่ได้ รายงานรัฐมนตรี รัฐมนตรีมีอํานาจยกเลิก ถ้าไม่ยกเลิกต้องขอราคาใหม่ แล้วประกาศประมูลใหม่ ไม่ให้หรือให้บริษัทพวกพ้องเอาเงินไปใช้ ไม่ใช่เงินคุณโสภณ ไม่ใช่เงินชวรัตน์ ไม่ใช่เงินนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน คนทั่วประเทศ พอมาสัญญากลุ่มที่ ๒ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เสนอ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เขาอนุมัติไว้หมื่นเดียว คุณไปเจรจาอย่างไร ไปเจรจาให้เหลือ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท กลุ่มที่ ๓ วงเงินก่อสร้าง ๖,๓๙๙ ล้านบาท เจรจาต่อรองเหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาท อ้ายนี่ได้น้อย ได้ ๑๑๐ ล้านบาท ปรากฏว่าบริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ได้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอางบส่วนอื่น ๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สิน ของประเทศชาติ แนชชันแนล แอสเซทเอาไปให้ ๒ บริษัทนี้ ผมเรียนอย่างนี้ตัวเลขชัด ๆ พี่น้องประชาชนจะได้รู้ว่ารัฐบาลชุดนี้มันทุจริตแบบคลาสสิก (Classic) มันมีวิธีการโกงกิน มันมีวิธีการยักย้ายถ่ายด้วยเล่ห์กล เล่ห์เพทุบาย ครม. อนุมัติวันที่ ๑๗ มิถุนายน สัญญาที่ ๑ สุดท้ายเลยไปตกลงกับคณะกรรมการ เหลือ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท กรอบวงเงินเดิมอนุมัติเอาไว้แค่ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเอาเงินไปใส่ให้เขา ๓,๒๓๓ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ เจรจาครั้งแรกเขาตั้ง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ครม. อนุมัติไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปให้เขา ๒,๖๕๘ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ บอกมา ๕,๐๐๐ ล้านบาท กรอบวงเงิน ๔,๘๙๐ ล้านบาท ครม. อนุมัติ ต้องเอาอีก ๑๑๐ ล้านบาทไปให้เขา ถามว่ามีความจําเป็นอะไร ที่ต้องเอาภาษีอากรของพี่น้องประชาชนไปให้บริษัทพวกนี้ มีเหตุผลอะไร นี่มันวิ่งราว กลางวัน ใส่เสื้อแดง แขวนกระดิ่ง โกงบ้านกินเมือง ท่านประธานครับ รู้ไหมครับ รู้ครับ รู้ว่าอย่างไร เห็นไหมครับ แสดงว่า ครม. ไม่ได้อ่าน เขาบอกไว้ชัด สัญญาที่ ๑ เสนอสุดท้าย ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ของจริงตั้งไว้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ เสนอสุดท้าย ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ของจริงตั้งไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทําไมคุณไม่เลิกสัญญา นายโสภณ ซารัมย์ ทําไมไม่เลิก ไจก้าก็ให้เลิกได้ อํานาจคุณมี คุณเลิกได้ หรือถ้าไม่เลิก คุณต้องขออนุมัติ ครม. ให้เพิ่มวงเงิน แต่คุณขออนุมัติไม่ได้เพราะบริษัทอื่นเขาเสียเปรียบ เขารู้ว่าสัญญาที่ ๑ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท เขารู้คุณให้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทหรือ สัญญาที่ ๒ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะรู้คุณให้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทหรือ สัญญาที่ ๓ คุณไปเพิ่มให้อีก ๑๑๐ ล้านบาท คุณไปลดราคาค่าราง งานนี้พวกผมต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ออกไปสิ พระราชกําหนด ถ้ามึงโกงกันอย่างนี้ ทุจริตอย่างนี้ แล้วยังมาข่มขู่พวกผมไม่ให้เคลื่อนไหว ท่านประธานผมเคยติดคุกตอนหนุ่ม ๆ ตอนนี้อายุ ๖๓ ปี ผมก็พร้อมจะติดคุกถ้าไม่สามารถ กําจัดทรราชแผ่นดิน คดโกงแผ่นดิน เอาภาษีอากรหยาดเหงื่อของพี่น้องประชาชนไปใช้ เป็นประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก ผมรู้แม้กระทั่งอัยการเขาโกรธ สภาพัฒน์เขาไม่กล้า ประชุม เพราะเขากลัวติดคุก กระทรวงคมนาคมอย่ามาอ้างว่า รฟม. เสนอ ท่านต้อง ทําตามเพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ท่านดําเนินการได้ ผมเรียนอย่างนี้ รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงคมนาคม พระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ แก้ไขเพิ่มเติม รฟม. เป็นหน่วยงานของรัฐ โดยมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ปี ๒๕๔๒ ให้อํานาจหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกํากับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ รฟม. และมีอํานาจยับยั้งการกระทําที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลและมติคณะรัฐมนตรี ครม. อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๗ สัญญาที่ ๑ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมนายโสภณ ซารัมย์ ยินยอมให้เขาให้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ ครม. อนุมัติ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมนายโสภณ ซารัมย์ ถึงเอาอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) สัญญาที่ ๓ เอาไปแถมอีก ๑๑๐ ล้านบาท ท่านร่วมกันโกง ร่วมกันทุจริต เมื่อนายโสภณไม่ดําเนินการทําให้รัฐและ รฟม. ต้องสูญเสียเงินไป ๖,๐๐๑ ล้านบาท ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีเลิกพูด งบ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทมันเอาส่วนอื่นมาหมด ถ้าต่อไปจะทําโครงการนี้ก็ต้องหาเงินมา อย่ามาเถียง อย่ามาทําเป็นคนปัญญาอ่อน ใครก็ตามที่บอกว่าเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อไม่ต้องจ่าย เอาไปใช้อะไรก็ได้มันไม่ใช่ คอนซัลแทนท์ (Consultant) เขาให้คําปรึกษา เขาบอกเอาไว้ว่าเมื่อไม่ใช้งบ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาทก็พอ

ด้วยเหตุนี้แหละครับผมถึงไม่สามารถไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กํ้ากึ่ง ๕๐ : ๕๐ เรื่องนี้ เซ็นเข้าไปแล้ว ร่วมประชุมหรือเปล่าไม่รู้ เพราะอ้ายหมอนี่งานเยอะ หลายตําแหน่ง ผอ. ศรส. ผอ. ศอฉ. เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตกํานันตําบลท่าสะท้อน ผมบอกพรรคพวกว่าสุเทพ มันเหนื่อย ส่วนตัวผมนี่บอกทุกคนว่ารักกันเลยไม่ได้ใส่ชื่อในญัตติไม่ไว้วางใจ นี่นายโสภณ ซารัมย์

เรื่องที่ ๒ ท่าน มท. ๑ ท่านตอบผมนั่งฟังแล้วผมไม่โกรธ ผมไม่เกลียด ผมขํา ท่านบอกที่ต้องเปิดร้านปืนขึ้น เทียบเคียงเปิดแท็กซี่เสรี นี่มันเอาสมองส่วนไหน มาคิด ๑ ร้านนี่มันได้ประโยชน์ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีใครเห็นรับเงิน แต่ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ (Talk of the town) ทอล์ค ออฟ เดอะ ฮาร์ท ออน ทาวน์ (Talk of the heart on town) หลังวังรู้หมด แล้วฉลาดมีบันทึกเรียบร้อย ข้าพเจ้า นายดํา นามสกุลขาว ได้รับ อนุญาตให้เปิดร้านค้าอาวุธปืน ข้าพเจ้าไม่เสียเงิน เอานิสัยตํารวจมาใช้ บันทึกเรียบร้อย ก็มึงไม่เอาสตางค์แล้วมึงไปบันทึกกันทําไม บอกว่าเปิ ดร้านปื นเหมือนการค้าเสรี ผมบอกว่าเปิด ๙๓ ร้าน หนอยแน่อวดดีสวนผม เฮ้ย เขาเปิด ๑๑๓ ร้าน ก็แปลว่า คนได้เงินได้มากขึ้นสิ มันเอาอะไรมาตอบ แล้วบอกว่าที่เอาปืนลูกซองไปนี่เพราะเอามา ดูแล เอามาตรวจสอบ ๓,๐๐๐ กระบอก เอาไปให้เจ้าหน้าที่รัฐ ผมไม่บอกว่าให้ใคร เซ็นชื่อรับเรียบร้อย กระสุน ๒,๐๐๐ นัดแถมยังเอาปืนลูกซองตามร้านค้าอีก ๕๐๐ กระบอก ท่านประธาน ผมเป็นร้อยตํารวจตรี ร้อยตํารวจโทเข้าแต่ร้านปืนออกร้านปืน เพราะผม เป็นนักยิงปืน รู้จักเจ้าของร้านขายปืนไปถาม เป็นอย่างไร แหม แพงนิดหนึ่ง ๒๐ กว่าปี ไม่มีใครเปิด แล้วยังบอกว่าการเปิดร้านปืนทําให้คนซื้อของราคาถูก ไม่ใช่ ถ้าอนุมัติสวัสดิการ ถึงซื้อราคาถูก เปิดร้านปืนเขาถือว่าเป็นพาณิชย์ เขาซื้อของราคาแพงที่เขาอนุมัติกันไว้ ตํารวจภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๓ ภาค ๔ ภาค ๘ กรมการปกครอง อส. เขามีชื่อขอซื้อ ราคาถูก ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ผมเป็นรัฐมนตรีผมไม่เซ็นเลยแม้แต่กระบอกหนึ่ง นี่พอเขาเซ็น ไว้ยกเลิก มีบัตรสนเท่ห์ แล้วไปเปิดผมบอก ๙๓ ร้าน เขาบอก ๑๑๓ ร้าน บอกแหมที่เปิด ร้านปืนเสรี ให้ปืนราคาถูกไม่มี แพงขึ้น พอเปิดเสร็จปืนสั้นได้ปีละ ๓๐ กระบอก ปืนยาว ๕๐ กระบอก กระสุนต่างหาก นี่คือความเสียหาย สอบเข้านายอําเภอเสียสตางค์ ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๕ ล้านบาท และที่สําคัญที่สุดไม่ถึงตัวรัฐมนตรี แล้วไปบอกรู้จักกับผมสมัย พลเอก ชาติชาย จริงครับ แต่รู้จักตอนผมเป็นรัฐมนตรี คุณชวรัตน์เป็นเซ็งลี้นั้งคือพ่อค้า ผมเป็นรัฐมนตรี ปี ๒๕๓๑ รู้จักคุณชวรัตน์ต้องพบ พลเอก ชาติชาย ยืนหน้าห้องในขณะผมนั่งคุยกับท่านชาติชาย อย่าพูดคลุมเครือ รู้จักกัน สมัยไหนไม่สําคัญ สําคัญว่ารู้จักกันจริง ๆ แล้วรู้จักอย่างไร

ท่านประธานครับ ต่อมาก็นายกษิต ภิรมย์ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้ฟัง ไปบรรยายที่จอห์นส ฮอปกินส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ นาทีที่ ๓๓.๕๗ จะปฏิรูประบบสถาบัน พระมหากษัตริย์ ผมมีวิดีโอบอกว่าจะปฏิรูประบบสถาบันพระมหากษัตริย์ในนาทีที่ ๓๓.๕๗ นายกษิต ได้พูด ไอ ธิงค์ วี แฮฟว ทู ทอล์ค อะเบาท์ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี ฮาว วูด อิท แฮฟว ทู รีฟอร์ม อิทเซลฟ์ ทู เธอะ โมเดิร์น โกลบัลไลซ์ด เวิลด์ ไลค์ วอท เธอะ บริติช ออร์ เธอะ ดัทช์ ออร์ เธอะ เดนิช ออร์ เธอะ ลิกเตนสไตน์ โมนาร์ชี แฮฟว กอน ธรู ทู แอดจัสท์ อิทเซลฟ์ ทู เธอะ โมเดิร์นไนซ์ด เวิลด์

นายกษิต ภิรมย์ รัฐบาลท่านที่อ้างว่าจงรักภักดี อย่างนี้ต้องประหารชีวิต คุณเป็ นใคร คุณไปคิดจะปฏิรูประบบสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน พันตํารวจโท ทักษิณ และครอบครัว และพวกผม ไม่มีหรอกครับ ที่ไม่จงรักภักดี

นาทีที่ ๓๔.๕๐ นายกษิตพูดเพิ่มเติม โซ อิท อีส อะ โพรเซส แธท วี แฮฟว ทู โก ทรู แอนด์ ไอ ธิงค์ วี ชูล์ด บี เบรฟ อีนาฟ ทู โก ธรู ออล ออฟ ธีซ แอนด์ ทอล์ค อีเวนท์ เธอะ ทาบู ซับเจคท์ ออฟ ดิ อินสติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี วี แฮฟว ทู บี ไลค์ เธอะ ลิกเตนสไตน์ ออร์ เธอะ ลักเซมเบิร์ก แธท แฮฟว กอน ธรู แธท แอนด์ โซ ออน

ในนาทีที่ ๕๖.๓๗ นายกษิตพูดว่า วอท ทู วี ทอล์ค อะเบาท์ อีส เลเซ มาเจสเต้ ลอว์ ยู โนว แธท วอส เธอะ โบน ออฟ คอนเทนชัน ออล อะลอง อะเบาท์ ดิ อินสติติวชัน ออฟ เธอะ โมนาร์ชี (…..What to we talk about is lese-majeste law you know that was the bone of contention all along about the institution of the monarchy.) คือจะปฏิรูประบบกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณเป็นใคร คุณพูดได้อย่างไร คุณนึกว่าพวกผมไม่รู้หรือ ด้วยเหตุนี้ผมไว้วางใจคุณไม่ได้ แล้วพวกผม ทั้งหมดจะตามเช็กบิลคุณเรื่องนี้จนถึงที่สุด คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณไปพูด ผมไม่หวังหรอกครับว่าพรรคร่วมจะยกมือให้ผม ไม่ต้อง ไม่ต้องการ

ทีนี้ก็มาถึงท่านสุเทพก็มาพาดพิงผม ผมนั่นไม่อยากยุ่งอยู่แล้วก็มาพูดถึง เรื่อง ส.ป.ก. ส.ป.ก. ไม่ใช่ที่บุกรุก แต่มันเรื่องเอาที่ดินไปแจกเศรษฐี มันผิดคํานิยาม เกษตรกร แล้วไปแจกที่ภูเก็ต บังเอิญคนที่ได้รับเป็นบิ๊ก เนม (Big name) ราคามันแพง สู้กัน ๓ ศาล ศาลฎีกาตัดสิน ๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ บอกคุณเอาที่ ส.ป.ก. มาได้อย่างไร ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกมันนโยบายผิดพลาด นโยบายดี ดีหมด แต่ไปแจกที่ภูเก็ต ทั้งหมด ๔๘๙ ราย ด้วยความเคารพผมไม่อยากพาดพิง ท่าน ส.ส. คนหนึ่งก็ขึ้นมาบอกว่า ท่านไม่ได้บุกรุก ผมไม่เคยอภิปรายว่าท่านบุกรุก แต่คุณสมบัติท่านรับไม่ได้ เขาแจก เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยด้อยโอกาส ไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ และมีอาชีพ เกษตรกรรมตามคํานิยามอาจารย์สัญญาเขียนไว้ คุณสุเทพก็เอาไปแจก ปัญหามันเกิด ตรงนี้ คุณไปแจกทั่วประเทศไม่มีปัญหา ตามมาก็คือว่าผมกับเนวิน ชิดชอบ นี่ไม่ได้พูด ให้ทะเลาะกัน ท่านประธานก็อยู่ในสภา ผมมี ๕ เสียงพรรคเล็ก ๆ ท่านประธานบอกเฉลิม อภิปรายเลย ผมพูด ๓ ชั่วโมง เนวินปิดท้ายก็เป็นที่มาของการยุบสภา ยํ้าอีกครั้งหนึ่ง ที่ ส.ป.ก. ดีแจกคนยากคนจน แต่เวลาเอาไปแจกเศรษฐีปัญหามันจึงเกิด จตุพร พรหมพันธุ์ เขาอภิปรายความสรุปว่าที่แปลงนี้เป็นจํานวนหลายแปลงเศรษฐีได้รับ ส.ป.ก. ไม่ยอม ฟ้ องศาลแพ่ง ศาลภูเก็ตตัดสินว่า ส.ป.ก. แพ้ ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา บอกว่า ส.ป.ก. ชนะ วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ ก็บอกว่าให้ดําเนินการเอาที่ดินคืน ก็เอาที่ดินคืนมา ปัญหามีว่า ตอนท่านทักษิณ ชินวัตร มีคดีศาลฎีกาตัดสิน แป๊ บ แป๊ บ แป๊ บ ออกมาบอกต้องดําเนินคดี เรื่องนั้นเรื่องนี้ ปัญหามาถึงวันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นคนแจก ส.ป.ก. ๔-๐๑ แล้วศาลฎีกาตัดสินว่าต้องคืนให้กับ ส.ป.ก. ก็ต้องหันไปดูกฎหมาย ๒ มาตรา ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๕๗ อายุความมันขาด ๑๕ ปีนี่เกินแล้ว ไปดูมาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๑ ก็เขียน ไว้ชัดว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการรักษาทรัพย์ใด ใช้อํานาจในตําแหน่ง อันเป็นการเสียหาย เสียหายหรือไม่ผมไม่ใช่ศาล ถ้า ร้อยตํารวจเอก เฉลิมไม่อภิปราย เนวิน ชิดชอบ ไม่อภิปรายที่เหล่านี้ได้คืนไหมก็ไม่มีใครรู้ ก็เก็บเอาไปไร่ละ ๓๐ ล้านบาท ไร่ละ ๔๐ ล้านบาท นี่แหละครับเป็นความภาคภูมิใจของผม เมื่อกระผมทําหน้าที่ฝ่ายค้าน ผมทําเต็มที่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเงิน ๒๕๘ ล้านบาทท่านไม่รู้ ท่านพูดง่ายไป ถ้าเงินนายประชัยผมไม่พูด นี่มันเงินตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปล้นเอามา แล้วเอามาให้คนใกล้ชิดพรรคพวกท่าน ผมไม่อยากลงรายละเอียด ถามว่าคนเกี่ยวข้อง ต้องรับผิดชอบไหม ต้องสิครับ ดีเอสไอต้องดําเนินคดีกับบริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน) ความผิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มาตรา ๓๕ พวกท่านถ้าปรากฏชัด มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นตัวการร่วมกันตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๘๓ ท่านพูดงิน ๒๙ ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ขอท่านเป็นกรรมการบริหารพรรค ท่านเป็นรองหัวหน้าพรรค จะบอกไม่รู้ ไม่ได้ เอามาแล้วไม่ใช้ตามวัตถุประสงค์ เอาไปใช้อะไร บอก ประจวบ สังข์ขาว ช่วยไปอ้างว่า ทําป้ำยให้หน่อย ไม่ได้ทําจริง วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๔๘ จ่ายเช็คใบเดียว เช็คพรรคประชาธิปัตย์จ่ายให้นายประจวบ สังข์ขาว บริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จํากัด ประจวบรับเช็ค ๒๓ ล้านบาท วันรุ่งขึ้นวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๘ วันเดียวถอนเงินมาเอาไปให้พรรคพวกคนใกล้ชิดพรรคพวกท่านทั้งนั้น เงินหลวง บริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จํากัด จดทะเบียนล้านเดียว ไม่มีปัญญาทํางานครบ ๒๓ ล้านบาทแล้วเบิกเงิน ไม่มีหรอกครับ หลอกลวง ทําสัญญาอันเป็นเท็จ แต่สัญญา ๙ โครงการ เงินบริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน) ๒๕๘ ล้านบาท ไม่รวม ๓๖ ล้านบาท ที่รับมาจากโรงแรมเพรสซิเดนท์ พวกท่านโชคดี คนเชียร์ สังคมอุ้มสม เป็นพวกผมนะหรือ เอาเงินตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาตายแล้ว อธิบดีดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เรื่องนี้เขาตั้งคดีไว้แล้ว กลัวใครที่ไม่ทํา

ผมบอกท่านประธานนิดเถอะครับว่าเรื่องการสลายม็อบผมไม่ได้เริ่ม ตั้งแต่ต้น แต่ผมก็คิดว่าประเด็นที่พรรคพวกเขาได้อภิปรายกันไว้มีแนวคิดหลายมุม ผมไม่โทษเจ้าหน้าที่รัฐเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่ยอมยุบสภา คนเขาเกลียดชังท่านเพราะเขาไม่ได้เลือกท่านมาเป็นแกนนําจัดตั้งรัฐบาล เดวิด คาเมรอน หัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟว (Conservative) ชนะที่ ๑ เสียงไม่เกินกึ่ง กอร์ดอน บราวน์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์ (Labour) ถึงกฎหมายอังกฤษให้กอร์ดอน บราวน์ ตั้งรัฐบาลได้ แต่กอร์ดอน บราวน์ บอกไม่เอา ท่านได้ ๑๖๕ เสียง ๑๖๖ เสียง ผมจําไม่ได้ แต่พวกผมได้ ๒๓๓ เสียง ผมไปหาเสียงทุกที่ ผมปราศรัยให้พรรคว่าถ้าเลือกพรรคพลังประชาชนได้ที่ ๑ รับท่านทักษิณกลับบ้าน สมัครเป็ นนายกรัฐมนตรี ผมเป็ นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ครบเรียบร้อย เลือกตั้งรอบนี้ผมจะรณรงค์ความผิดหลัง ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ทุกภาคส่วนที่มีความผิด นิรโทษ อภัยโทษเลิกกันหมด แล้วรับ พันตํารวจโท ทักษิณกลับบ้าน ถ้าพี่น้องประชาชน ไม่เห็นด้วยอย่าเลือกพรรคเพื่อไทย ถ้าชอบพรรคการเมืองใหม่เลือกพรรคการเมืองใหม่ ให้หัวหน้าพรรคเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าชอบท่านอภิสิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้เลือกเกินกึ่งหนึ่ง ผมไม่ปิดบัง ผมไม่ซ่อนเร้น ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีสิว่าทําไม ท่านสลายการชุมนุม รองนายกรัฐมนตรีบอกว่าสั่งกลางวันแต่มันต่อกลางคืน ท่านต้อง สั่งหยุด มีที่ไหนในโลกให้ทํางานในเวลากลางคืน ทําไมท่านต้องใช้กําลังทหาร ทําไมไม่ใช้ ตํารวจ เหตุการณ์ ๗ ตุลาคม ด้วยความเคารพ ตาย ๒ คน สารวัตรจ๊าบตายในรถ น้องโบตาย หน้า บช.น. ใครตายผมก็เสียใจ แต่มันไม่ได้ตายด้วยแก๊สนํ้าตา ก็รู้อยู่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เขาตรวจแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นจะตาย กินไม่ได้นอนไม่หลับ ทําเรื่องร้องสํานักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร้อง ป.ป.ช. จนกระทั่ง ป.ป.ช. ชี้มูล นี่ตายเกือบร้อยศพ ท่านบอกเจ้าหน้าที่ยิงหัวเข่า มันไม่ถูกหัวเข่า มันถูกหัวกบาล กี่ศพ ๆ หัวกบาลทั้งนั้น ท่านประธานครับ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านใช้เจ้าหน้าที่รัฐแล้วมีอาวุธ ท่านรู้ว่า เขาต้องป้ องกันตัว ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ ท่านไม่ประสงค์ให้คนตาย แต่ท่านก็เล็งเห็นผลว่าถ้าเข้าไปแล้วทหารเขาไม่ชํานาญ เรื่องปราบจลาจล เป็นหน้าที่ของตํารวจ ถ้าผมจําไม่ผิดโลกนี้มีโลกคอมมิวนิสต์เท่านั้น ที่เขาใช้ทหาร ท่านใช้ทําไม ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงาน ท่านบอกว่าผู้ก่อการร้าย ท่านนายกรัฐมนตรี เคยเจอสไนเปอร์ ไรเฟิลไหม เคยเจอเอ็ม ๑๖ ไหม เคยเจอเอชเคไหม เคยเจออาก้าไหม ที่อยู่ในครอบครองของผู้ตาย ไม่มี ใครผิดถูกผมไม่รู้ ผมถาม ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ๑๘ พฤษภาคม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช กับคณะ ส.ว. ประมาณ ๗-๘ คน ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับมอบหมายจากประธานวุฒิสภา ไปเจรจากับ นปช. บอกว่านายกรัฐมนตรีรับว่าจะคุยด้วย ผมไม่ทราบ ไม่ต้องตอบ ให้สังคมตัดสิน ปรากฏว่าตอนเย็นแถลงข่าว นปช. บอกพร้อมเจรจา ส.ว. บอกกลับก่อน รุ่งขึ้นเจรจา เช้ามืดวันนั้นนายกรัฐมนตรีสั่งกําลังทําไม อย่าพูดนะว่ากําลังอยู่บริเวณนั้น ก็ ว. ๒ ว. ๘ ให้เลิก ว. ๑๐ ให้ ว. ๑๕ ที่ ร. ๑๑ ว. ๑๕ หน่วยเขาก็กลับแล้ว ทหารไม่อยาก ทํางานตรงนี้เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเขา เรื่องเกิดระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประชาชน นี่ท่านเอาทุกภาคส่วน ท่านเอาทุกองคาพยพ ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานต่อว่าเมื่อ นปช. มอบตัวเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๙ เผาเซ็นทรัล เวิลด์ ผมไม่รู้หรอกครับใครเผา ถ้ารู้ก็จะเก่งเกิน ไม่เหมือน รัฐบาลรู้หมด อ้ายโม่งอยู่ตรงนี้ อ้ายโม่งอยู่ตรงนั้น ถึงผมจะเป็นนายตํารวจที่แม่นปืน แต่ผมยิงเอ็ม ๗๙ ไม่เป็น เมื่อก่อนนี้ก็มีปืนติดกล้องเล็ง มี ปลย. ๘๘ มี ปลย. ๘๗ ปื นติดกล้องเล็งแบบสไนเปอร์ ไรเฟิลไม่มี ทาโวร์ไม่มี ผมยิงแม่น ๓๕๗ ผมยิ่งแม่นปืน ๑๑ มม. ผมถามท่านประธานด้วยความเคารพว่า หลังจาก นปช. มอบตัว เขาไปหัวหิน เขาอยู่ในความดูแลของตํารวจ ทําไมมีการเผา เซ็นทรัล เวิลด์ ผมเป็นตํารวจ ผมวิเคราะห์ของผม ความเคียดแค้นมีแน่ ถ้าเคียดแค้น ฝั่งตรงข้ามต้องเผาโรงแรมคอนติเนนตัล ไม่ใช่เผาเซ็นทรัล เวิลด์ เพราะโรงแรม คอนติเนนตัลใคร ๆ ก็รู้ เหมือนแบงก์กรุงเทพถูกยิงตลอดเพราะเขาไม่ชอบแบงก์กรุงเทพ ถ้าเขาเกลียด ถ้าเขาโกรธ เขาต้องเผาโรงแรมคอนติเนนตัล ผมไม่อยากให้ถูกเผา คุณเฉลิมพันธ์กับผมก็ชอบกันทั้งผัวทั้งเมีย เมื่อปี ๒๕๓๙ ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ไฟไหม้อาคารเกษรพลาซ่า ผมไปบัญชาการดับเพลิงให้ เอาเฮลิคอปเตอร์ไปโรยแล้วเอาคนออก ช่วย ๓๐๐ ชีวิต เอาดอกไม้มาให้ผมกําเดียว ไม่ได้มีอะไรกัน ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่มีวิสัยทัศน์ ทําไมท่านไม่ลุคเอาท์ (Lookout) ทําไมไม่มองไปข้างหน้า ก็พี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมก็พวกเราทั้งนั้น ถ้าจะบอกว่า ผู้ชุมนุมเผาต้องจับให้ได้ว่าเขาเผา ถ้าจะกล่าวหาว่าเขาเผาแล้วเราจับไม่ได้ แล้วไป กล่าวหา สมานฉันท์เกิดได้อย่างไร โมทีฟว์ (Motive) แรงจูงใจ ผมจะบอกนายกรัฐมนตรีให้ ผมเขียนสํานวนมา ๑๑ ปี ผมไม่เชื่อว่าผู้ชุมนุมเผา ผมเชื่อว่ามีคนเผา ถ้าผู้ชุมนุมเผา ด้วยความโกรธเคืองรัฐบาลต้องเผาโรงแรมคอนติเนนตัล เพราะลูกสาวเป็นรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ลูกเขยเป็นผู้แทนราษฎรเขตบ้านผม พรรคประชาธิปัตย์ ผู้อํานวยการพรรค ผมไม่เชื่อ นายกรัฐมนตรีต้องตอบสังคมให้ได้ว่าคนตายแต่ละคน ไม่มีอาวุธ ผู้ก่อการร้ายใส่รองเท้าแตะ ผู้ก่อการร้ายขายลอตเตอรี่ ผมเจ็บปวด ผมไม่รู้ ใครทําผิด ผมรู้แต่ว่ายิงเอ็ม ๗๙ ๗ นัด ถ้าคนร้ายมันยิงเอ็ม ๗๙ เป็น ยิงมา ๒ นัด วิถีกระสุนพลาดมันปรับการยิงแล้วครับ ไม่ใช่ ๗ นัด ๘ นัดลงที่เดิม นั่นภาษาวงการตํารวจ เขาบอกว่ายิงสร้างสถานการณ์เพื่อปราบปรามผู้บริสุทธิ์ ใครยิงผมไม่ทราบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อท่านว่าเขาเป็ นผู้ก่อการร้ำย ท่านอย่าเฉยสิครับ ตรวจสอบ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจชันสูตรศพที่วัดปทุมวนาราม หมอเขาพูดได้แต่เพียงว่าตายอย่างไร ตายทันทีด้วยวิถีกระสุนอย่างไร แค่ไหน แต่รัศมีการยิงเป็ นหน้าที่พนักงานสอบสวน ท่านเอาอะไรมาตอบ ใครเขียนให้ตอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากกราบเรียนไว้ ตรงนี้ ไม่ได้โทษใครผิดใครถูก เรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์อีกนาน ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผมมียศ เป็นร้อยตํารวจโท นักศึกษาไล่จอมพล ล้อม บช.น. ตํารวจกองปราบติด ๓๐๐ นาย ผู้การกองปราบเรียกผมให้ช่วยหน่อย ผมเอาปืนยาวจี้รถเมล์บอกมาช่วย มาโดยไม่กลัวตาย เพราะไม่รู้ว่านักศึกษาอยู่ที่ไหน เอาตํารวจออกไปได้ ๓๐๐ นาย ไม่ถึง ๑ ชั่วโมง บช.น. ถูกเผา เดิมก็โทษนักศึกษา เอาเข้าจริงไม่ใช่ พวกผสมโรง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙