ชวลิต วิชยสุทธิ์ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากมีการครอบครองสาธารณประโยชน์เป็นสมบัติของแผ่นดินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ชวลิต วิชยสุทธิ์ เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้คำอธิบายเกี่ยวกับการครอบครองสาธารณประโยชน์ และยังหารือเรื่องการปิดทางสาธารณประโยชน์ 5 เมตร ยาว 1,000 เมตรที่หมู่ที่ 7 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง โดยมีเจ้าของที่ดินเป็นนางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ น้องสาวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้คำอธิบาย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับมอบหมายจากพรรค ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใน ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก ขอกล่าวหานะครับว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและพวกเข้าครอบครองที่สาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นสมบัติของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันเอาไปทําประโยชน์ส่วนตัว โดยอาศัยบารมี อํานาจ ทางการเมืองในกระทรวงมหาดไทยเบียดบังเอาไปเป็นประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีความเป็นมาและพยานหลักฐานดังนี้
ข้อ ๑ มีประชาชนในเขตอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีหนังสือ ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๓ ถึงนายอําเภอปากช่อง ร้องขอให้มีการตรวจสอบว่า มีนายทุนบุกรุกครอบครองทางสาธารณประโยชน์ไปอยู่ในการครอบครองของตน โดยทางสาธารณประโยชน์นั้นอยู่ที่บ้านหนองผักแว่น หมู่ที่ ๗ ตําบลขนงพระ อําเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ข้อ ๒ ทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวกว้างประมาณ ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร ทั้งนี้ได้มีนายทุนเข้ามาครอบครองเป็นระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ทําประตูปิดไว้ไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้ประโยชน์ในทางสาธารณประโยชน์ ดังกล่าว ทางที่ถูกปิดนั้นเป็นทางสาธารณะข้างในเป็นสนามกอล์ฟ ผมขออนุญาต ที่จะให้เห็นภาพนะครับว่านี่คือทางสาธารณประโยชน์มีการทําประตูปิดกั้นไว้ไม่ให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าไปภายใน ทั้ง ๆ ที่เป็นทางที่ใช้สัญจรไปมาเป็นเวลาไม่ตํ่ากว่า ๔๐-๕๐ ปี หลักฐานทางที่ดินครับ ผมมีเวลาจํากัด ที่ดินหลายแปลง ผมเอาแปลงเดียว ที่ดินแปลงที่ ๑ เป็ นโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๙ หน้าสํารวจ ๔๓๓๘ ตําบลขนงพระ อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ๑๓๐ ไร่ ๓๖ ตารางวา เจ้าของที่ดินชื่อ นางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ ผมมีพยานหลักฐานอะไรบ้าง พยานหลักฐานทางการปกครอง ยืนยันว่ามีทางสาธารณประโยชน์ผ่านที่ดินแปลงดังกล่าว และประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยมีหลักฐานสําคัญคือรายงานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาแนวทาง เขตทางสาธารณประโยชน์ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๐ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้ยืนยันว่า มีทางสาธารณประโยชน์ผ่านที่ดินแปลงดังกล่าวคือ
๑. นายอินทร์ เถาว์กลาง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๗ ตําบลขนงพระ ให้ข้อเท็จจริง ว่าทางสาธารณประโยชน์สายดังกล่าวตนเห็นมากว่า ๔๐ ปีแล้ว ถนนดังกล่าวมีความ กว้างประมาณ ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร เป็นถนนที่รถสิบล้อ รถแทรกเตอร์ สามารถเข้าออกได้โดยสะดวก
๒. นายหรรษวัฒน์ อิ่มจันทึก กํานันตําบลขนงพระให้ข้อเท็จจริงว่า เป็ นกํำนันตํำบล ขนงพระ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ได้ ใช้ เ ส้ นทางนี้มาตลอ ด เป็นทางสาธารณประโยชน์ กว้างประมาณ ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตรเช่นกัน
ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องที่ ต่างให้ข้อเท็จจริงสอดคล้องกันว่ามีทางสาธารณประโยชน์ กว้าง ๕ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตรผ่านที่แปลงดังกล่าวจริง ประการสําคัญครับ ถนนสาธารณะดังกล่าวนั้น เคยมีกรณีพิพาท และศาลได้พิพากษาในกรณีเรื่องการบุกรุกทางสาธารณะแปลงดังกล่าว ไว้แล้ว แล้วปัญหาเกิดขึ้นตรงไหนครับท่านประธาน ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่นายทุน ปิดทางสาธารณะระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ปิดทําไม ปิดเพราะด้านในเป็นสนามกอล์ฟ สนามกอล์ฟอะไร สนามกอล์ฟเรนโชว์ ชานวี มีบ้านพักตากอากาศเป็นสถานที่ประชุม ทางการเมือง เป็นที่เก็บตัวของนักการเมืองของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ส่วนอันนี้ เป็นป้ำยชื่อทางเข้าสนามกอล์ฟนะครับ คําตอบสุดท้ายจะอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน เจ้าของที่ดินที่เป็นสนามกอล์ฟนั้นมีบ้านพักตากอากาศและสถานที่ประชุมทางการเมือง ชื่อนางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ ชื่อ นามสกุล นี้อาจจะไม่คุ้นเคย แต่ถ้าได้ดูนามสกุลเดิม ของคุณอนิลรัตน์ก็คือนามสกุลชาญวีรกูล บิดาชื่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งเป็ น คนเดียวกับที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน
จึงขอถามว่าคุณอนิลรัตน์เป็นบุตรของท่านจริงหรือไม่ และเป็นเจ้าของที่ดิน หมู่ที่ ๗ ตําบลขนงพระ อําเภอปากช่องจริงหรือไม่ รวมทั้งเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟเรนโชว์ ชานวี หรือเป็ นของท่านเอง หรือเป็ นของครอบครัวของท่าน ท่านและครอบครัว ได้ใช้อํานาจอะไรในการปิดทางสาธารณประโยชน์ไม่ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าไป ใช้ประโยชน์ หรือท่านมีข้อโต้แย้งว่าไม่ใช่ทางสาธารณประโยชน์ นี่เป็นประเด็นที่ ๑ หรือเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่สองครับ ผมต้องขอขอบคุณ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ที่ได้กรุณาอภิปรายเปิดหัวให้ผมทําให้ผมได้ลงรายละเอียดในเชิงลึกได้สะดวกขึ้น เรื่องที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็คือเรื่องทุจริตคอมพิวเตอร์งานทะเบียนงบประมาณ ๓,๔๙๐ ล้านบาท ผมลงลึกในรายละเอียดเลย เรื่องนี้เอากันอย่างตรง ๆ ไม่เกรง หน้าอินทร์หน้าพรหม เอาง่าย ๆ ประการแรก ย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง ไปก่อนการจัดซื้อจัดจ้างไม่กี่วัน ข้าราชการที่ถูกย้ายนั้นมีถึง ๔ กลุ่ม
กลุ่มแรก เป็นคณะกรรมการในการจัดทําทีโออาร์หรือร่างกําหนดขอบเขต ของงาน
กลุ่มที่สอง เป็นคณะกรรมการในการทดสอบระบบเทคนิคของคอมพิวเตอร์
กลุ่มที่สาม เป็นการย้ายประธานกรรมการประกวดราคา
กลุ่มที่สี่ เป็นการย้ายหัวเลยย้ายอธิบดีกรมการปกครอง
ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ใน ๓ กลุ่มแรกย้ายก่อนที่จะมีการประกวดราคา
กลุ่มแรก ประธานทีโออาร์ นายวิเชียร ชิดชนกนาถ เป็นผู้อํานวยการ เป็นตัวตั้งตัวตีในการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการดีนักย้ายไปไกลเลยครับ ท่านประธาน ไปอยู่ ศอ.บต. ดูแลงานคอมพิวเตอร์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คนดูงาน ระดับชาติจะต้องไปอยู่ชายแดนทั้ง ๆ ที่เขารักษาผลประโยชน์ของทางราชการ
กลุ่มที่สอง คณะกรรมการทดสอบด้านเทคนิค ส่วนใหญ่เป็นสุภาพสตรี ย้ายทีเดียว ๑๒ คนออกไปอยู่ต่างจังหวัดครับท่านประธาน ออกไปอยู่ต่างจังหวัด เป็นที่น่าอเนจอนาถอย่างยิ่ง เขามีครอบครัว เขามีงานที่สําคัญคืองานระดับชาติ แต่ให้ไป ช่วยงานของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งท่านสามารถที่จะหาคนหรือผู้มีความรู้คอมพิวเตอร์ ธรรมดา ๆ ก็มาทําได้ ทั้ง ๑๒ คนนั้นไปอยู่จังหวัดต่าง ๆ ก็ไปนั่งตบยุง ผมเอาเรื่องนี้ เข้าคณะกรรมาธิการ ชวเลขจดไว้ชัดครับ ทั้งประธานทีโออาร์ ทั้งเจ้าหน้าที่เทคนิค บอกว่า งานที่พวกเขาทํานี่งานระดับชาติแต่ให้ไปอยู่งานในจังหวัดต่าง ๆ ไปทําแล้วก็แค่งาน ธรรมดา ๆ แล้วเกิดผลอย่างไรท่านประธาน เดือดร้อนเรื่องถึงเข้าคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ติดตามเรื่องนี้ เพราะเขาไม่สามารถที่จะใช้งานที่จะเชื่อมโยงกับ ระบบข้อมูลของกรมการปกครองได้ ผมจําได้กระทรวงการต่างประเทศถึงกับบ่น ลอยออกมาจาก ครม. ให้สื่อมวลชนหรือพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าขณะนี้ไม่ว่าจะเป็น การตรวจภาพอาชญากร ตรวจภาพลายพิมพ์นิ้วมือ ย้ายเจ้าหน้าที่เทคนิคเขาออกไปก่อน เพื่อหวังที่จะจัดซื้อจัดจ้างให้สะดวกเท่านั้น นี่เป็นเรื่องที่น่าอัปยศอดสูที่สุด
ในกลุ่มที่สาม คณะกรรมการประกวดราคา ผอ. จักรี ชื่นอุระ เป็นคนแรก ที่ถูกเปลี่ยน ต่อมามี ผอ. อวยชัย อินทร์นาค ขอย้ายตัวเองอ้างปัญหาสุขภาพไปอยู่ จังหวัดบุรีรัมย์ ใครมาแทนทราบไหมครับท่านประธาน ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์มาเป็นประธาน คณะกรรมการประกวดราคา สงสัยครับว่าทําไมจะต้องเป็ นจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อคุณพิภพ ดําทองสุข ผมไม่ได้กล่าวหาว่าคุณพิภพทุจริตนะครับ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าทําไมจะต้อง เป็นจังหวัดบุรีรัมย์ ต่อมาย้ายอธิบดีกรมการปกครอง เดี๋ยวผมจะพูดในประเด็นที่ ๓ ข้ามไปก่อน
มาถึงเรื่องการโกง เมื่อกี้ย้ายแล้วมาโกงในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง โกงอย่างไรครับท่านประธาน ทีโออาร์เขามีกําหนดไว้ไปแก้ไขเพิ่มเติมขึ้น ๓ ข้อ ผมทราบลอยมาว่าธงคําตอบว่าสิ่งที่เพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์ คําตอบนั้นไม่มีผล หรอกครับ เพราะกรมบัญชีกลางตอบข้อหารือมาว่าไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมในทีโออาร์ได้ ตอบมาชัดเจนเขาเป็นหน่วยงานกลาง ท่านจะอ้างว่าเป็นคําปรารภ ไม่จริง มีกรรมการ ประกวดราคาทําเอกสารลงชื่อมา ๒ คน ผมไม่อยากเอ่ยชื่อน้อง ๒ คนนี้ เพราะผมไม่ฆ่าน้อง กรรมการ ๒ คนเซ็นมา นี่ในเรื่องของการแก้ไขทีโออาร์ มีแก้ไขอะไรอีก แก้ไขกระบวนการ ในการทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ กระบวนการทดสอบเขาให้ทางกรมการปกครอง เป็ นคนออกข้อสอบเพื่อให้บริษัทได้ทําข้อสอบนั้น แต่การจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ แปลกประหลาดที่สุด ให้บริษัทออกข้อสอบเอง ตอบเอง แล้วอย่างนี้มันก็ไม่เป็นไปตาม ทีโออาร์ที่กําหนดไว้ กรมบัญชีกลางเขาทักท้วงมาครับท่านประธาน ใน ๒ ประเด็นที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบ แล้วโยงถึงรัฐมนตรีได้อย่างไร ถามว่ารัฐมนตรีทราบไหมเรื่องนี้
๑. ทราบแน่นอน เพราะเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ
๒. ในช่วงที่มีการประกวดราคาได้ผู้รับจ้างที่เสนอราคาตํ่าสุด
ในขณะเดียวกันเมื่อมีผู้ร้องเรียน กรมบัญชีกลางทักท้วงอธิบดีกรมการปกครอง ก็ไม่เซ็นและอยู่ในช่วงที่จะเดินทางไปราชการต่างประเทศ ที่ผมว่าการเมืองแทรกแซง ก็คือว่าหน้าห้องท่านรัฐมนตรีหรือคณะทํางานท่านรัฐมนตรีเป็นข้าราชการประจํา ผมไม่เอ่ยชื่อเพราะเป็นน้อง แต่เอาเอกสารการประกวดราคาไปให้อธิบดีกรมการปกครอง เซ็นถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อธิบดีไม่เซ็นครับเพราะทักท้วงไว้แล้วว่ามีผู้ ร้องเรียน กรมบัญชีกลางทักท้วงไว้ไม่เซ็น ฝ่ายการเมืองเร่งรัดจะเอาวันนั้นให้ได้ รองอธิบดี คนที่ ๑ ซึ่งคุมงานทะเบียนด้วยก็ไม่กล้าเซ็นครับแต่ออกข่าวว่าไปราชการต่างจังหวัด รองลําดับมา เซ็นครับ แล้วตอนนี้รองอธิบดีท่านนั้นไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ผมเอาเรื่องนี้ มาพูดต่อเนื่องจากที่ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายไว้ ลงลึกในรายละเอียดเพื่อให้เห็นว่า เอากันด้าน ๆ ครับ ย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ๔ กลุ่มออกไปก่อน ๒. แก้ไขทีโออาร์ ซึ่งผิดชัดเจน นี่เป็นเรื่องที่ ๒ ที่ผมได้รับมอบหมายมา
เรื่องที่สาม เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดไปแล้วในส่วนที่เกี่ยวกับข่าวคราวทั้งหลายในเรื่องการซื้อตําแหน่ง ผมจะเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ อาวุโส ความเหมาะสม วัฒนธรรม องค์กรของกระทรวงมหาดไทยซึ่งตรงนี้ถือเป็นหัวใจของคนกระทรวงมหาดไทยครับ แต่ปัจจุบันนี้ตั้งแต่รัฐมนตรีท่านนี้เข้ามารับตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดของผมเหมือนกับ ตุ๊กตาที่ฝ่ำยการเมืองจะหยิบจะจับไปวางตรงไหนก็ได้ซึ่งเป็ นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดถ้าในสมัยโบราณเขาก็บอกว่านี่คือข้าหลวง ดูแลว่าราชการ ต่างพระเนตรพระกรรณ แต่เดี๋ยวนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดไร้ ศักดิ์ศรีครับ ผมพูด ด้วยความอึดอัดเพราะอะไร ผมเป็นนายอําเภอเก่าอยู่ที่นี่ ๒๗ ปี การเมืองมาแล้วก็ไป แต่คนกระทรวงมหาดไทยนี่จะต้องดํารงศักดิ์ศรีไว้อยู่ตลอดไป ผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ในตําแหน่งเพียง ๔ เดือน ท่านย้ายเขาแล้ว มีจังหวัดไหนบ้าง จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดเชียงราย จังหวัดยโสธร จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกําแพงเพชร ๖ จังหวัด คําสั่งแรก ท่านตั้งไว้ต้นปี อยู่แค่ ๔ เดือนย้ายเขาแล้ว ไม่มีประเพณีแบบนี้ก่อน วัฒนธรรมองค์กรไม่มี ถ้าผิดต้องสอบเขา ตั้งกรรมการสอบ ๔ เดือนนี่ทําอะไรได้ครับท่านประธาน ของในกระเป๋ำบางทียังเอาออกไม่หมด ไม่ต้องไปพูดถึงว่าลงไปตรวจสอบศึกษาพื้นที่ได้แค่ไหน อย่างไร ไม่ต้องพูดถึง นี่ข้อแรก
ข้อที่สอง แต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่ดูคุณสมบัติที่เขาได้มีวัฒนธรรมองค์กรมา คนจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างน้อยจะต้องดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ๔ ปี ๕ ปีขึ้นไป แต่ในสมัยของท่าน ๓ ปีมากเป็นพิเศษ ๓ ปีเคยมีไหม มี แต่น้อยมาก ต้องเก่งจริง ๆ นี่จึงเป็นที่มาของการกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ ถึงมีคนออกมาร้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ นายกสมาคมข้าราชการพลเรือน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด มากมาย ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ถ้ามันไม่มีปัญหาจริง ๆ พวกนี้ไม่ออกมาหรอกครับ นี่มีปัญหามากมายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ๓ ปี ได้เป็ นผู้ว่าราชการจังหวัด หนักกว่านั้นครับท่านประธาน วัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ตั้งใหม่เขาจะต้องให้ไปไต่เต้าจากจังหวัดที่ไกล ทุรกันดาร ค่อย ๆ สร้างสมประสบการณ์ ขึ้นมาให้เติบโตขึ้น ๆ ปกติผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่เขาตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ใช่ไหม แต่สมัยท่านเป็ นชายแดนเหมือนกัน แต่ชายแดนกรุงเทพมหานคร เป็ นผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกขึ้นเลยจังหวัดสมุทรปราการ ไม่เคยมีครับ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกขึ้นเลยจังหวัดนนทบุรี ไม่เคยมีครับ เขาต้องไปไต่เต้า มาก่อน ผมมีอะไรโกรธเคืองกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไหม ไม่มี รักชอบพอกัน ผมไม่เอ่ยชื่อบุคคล แต่พูดในหลักการ ท่านทําลายวัฒนธรรมองค์กรตรงนี้ไม่ได้ คนเขา เสียขวัญกําลังใจหมด ขวัญกําลังใจสําคัญมากสําหรับข้าราชการ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ เพิ่มเติมกับท่าน การย้ายอธิบดีกรมการปกครอง นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ ไม่มีหรอกครับ ย้ายให้เดินทางภายใน ๒๔ ชั่วโมง เก็บข้าวของยังไม่ทัน แล้วตลกครับท่านประธาน ย้าย ๒๗ เมษายน วันรุ่งขึ้น ๒๘ เมษายน สาธิตระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียน ฟังแล้ว ตลกไม่ออก ท่านอธิบดีวงศ์ศักดิ์มีหนังสือถึงประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม สํานักงาน ก.พ. ร้องขอความเป็นธรรม ท่านนามสกุลสวัสดิพาณิชย์นะครับ ชื่อเสียง วงศ์ตระกูลของท่านสําคัญ ถ้าพวกเรามีอายุมากหน่อยคงจําชื่อ ดอกเตอร์ก่อ สวัสดิพาณิชย์ ได้ ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านร้องอะไรบ้าง ท่านร้องว่าสาเหตุที่ถูกย้ายเพราะการเมืองมาบีบ บีบอะไร บีบโครงการเกี่ยวกับเรื่อง คอมพิวเตอร์งานทะเบียน ระบุไปในคําร้องเลยนะครับ ถ้าไม่จริงท่านคงไม่กล้าระบุลงไป ในคําร้อง ผมมีหลักฐาน ระบุลงไปอีก โครงการอะไรที่การเมืองมาบีบ สมาร์ทการ์ด (Smartcard) บัตรประจําตัวประชาชน ผมไม่มีเวลาอภิปรายเพราะว่าเรามาอภิปรายในช่วงท้าย ๆ ผมเลยไม่ได้อภิปราย สมาร์ท การ์ด แต่ฝากบอกไปว่าพี่น้องประชาชนกําลังจะเดือดร้อนเพราะขณะนี้ บัตรประจําตัวประชาชนอาจจะทําแล้วได้ใบเหลืองแต่ไม่ได้บัตรตัวจริง เพราะปัญหา สมาร์ทการ์ดที่มีการร้องเรียนกันอยู่ ณ ขณะนี้
เรื่องที่ ๓ ที่ท่านอธิบดีกรมการปกครองร้องไว้ก็คือว่าท่านได้รับโทรศัพท์ ด้วยวาจาจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการด้วยวาจา ขอให้จัดอาวุธ ปืนลูกซอง ๓,๐๐๐ กระบอกพร้อมกระสุนส่งให้ ศอฉ. อาวุธปืนนั้นอยู่ในหมู่บ้านชายแดน จังหวัดชายแดน หมู่บ้าน อพป. ชรบ. ท่านอธิบดีกรมการปกครองเห็นว่าอาวุธปืนลูกซอง ดังกล่าวนี่อยู่จังหวัดชายแดน อยู่ในความดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงแม้ตรงนั้น นายอําเภอจะดูแลก็จริงแต่มีผู้บังคับบัญชาเหนือกว่าคือผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านก็ตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปว่าไม่ได้อยู่ในอํานาจของท่าน ก็ต้องส่ง เรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือกว่า อาวุธปื นลูกซองนี้เกิดในช่วงกําลังมีเรื่องชุมนุมกัน แล้วก็มีการใช้อาวุธปื นยิงกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ รับในสภาที่ท่านวิทยา บุรณศิริ ซักถาม สั่งเอง อาวุธจริง กระสุนจริง พอเปลี่ยนเรื่องนี้มาอยู่ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมไม่ไว้วางใจท่านเพราะอะไร หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข ท่านเอาอาวุธปืนลูกซองนี่มาให้ฆ่าคนไทยด้วยกันเองได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมไม่ไว้วางใจท่าน มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน โทรศัพท์หาผมมากมาย ทําอย่างไรดีท่าน ส.ส. ทางราชการจะเอา อาวุธปืนลูกซอง บังเอิญผมอยู่จังหวัดนครพนมจังหวัดชายแดน ผมไม่รู้ จะหาทางออก อย่างไรก็เลยแนะไปว่าเอาอย่างนี้แล้วกันพ่อกํานัน พ่อผู้ใหญ่ ประชาคมเสีย บ้านท่าน มีคนมาในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครไหม มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยมีไหม มี มีแล้ว จะส่งอาวุธปืนนี้มาไหม เขาก็ลงมติกันไม่ส่งครับ แต่มันก็มีบางส่วนเล็ดลอดมา ผมได้ถาม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมว่าส่งอาวุธปื นลูกซองนี้มากรุงเทพฯ หรือเปล่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ตอบว่าส่ง แต่ส่งมาซ่อม ผมพยายามกลั้นหายใจเชื่อ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ไม่ไปรบเร้าอะไรท่านเลย เพราะเป็นพี่ที่เคารพอีกไม่กี่เดือน ก็จะเกษียณแล้ว แต่เป็นที่เห็นชัดเจนแล้วว่าอาวุธปืนลูกซองที่มานั้นมาจากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยส่งลงมาให้ ศอฉ. นี่ประเด็นส่วนของอธิบดีกรมการปกครอง
ต่อมาการแต่งตั้งโยกย้ายนายอําเภอที่เกษียณอายุในปี ๒๕๕๒ ไม่มี ในประวัติศาสตร์อีกเหมือนกันที่นายอําเภอที่เกษียณอายุสิ้นกันยายนแล้วจะว่างเว้น ตําแหน่งไม่มีนายอําเภอถึง ๕ เดือนเพราะอะไร เพราะการเมืองเข้ามาบีบ ถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบไหม ทราบ เพราะนักข่าวได้ถามท่าน และที่สําคัญก็คือปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทยตอบคําถามนี้ครับว่า เรื่องมาถึงผมแล้ว แต่เหนือฟ้ำยังมีฟ้ำ โผก็เลยยังไม่คลอดเพราะอะไร เพราะต้องต่อรองโผ กับทางตํารวจ ผู้กํากับกับนายอําเภอจะต้องไปด้วยกัน มีการแลกเปลี่ยนกัน ข่าวมัน ออกมาชัดเจนว่าท่านจะวางฐานในการเตรียมการเลือกตั้งทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งฝ่ายตํารวจ มันชัดเจนครับท่านประธาน มันชัดเจนมาก เพราะปลัดกระทรวงมหาดไทยบอกเอง เหนือฟ้ำยังมีฟ้ำก็คือมีคนเหนือท่านสั่งการอีกครั้งหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ผมเห็นว่าการแต่งตั้ง นายอําเภอในปีนี้ไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง
นอกจากนั้นการแต่งตั้งนายอําเภอจากระดับ ๘ เป็นระดับ ๙ ไม่น่าเชื่อครับ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านมี หนังสือถึงประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของสํานักงาน ก.พ. ทักท้วงว่า การแต่งตั้งไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการของพลเรือน เอาง่าย ๆ คนเป็ นนายอําเภอ ปี ๒๕๔๑ ลําดับอาวุโสต้น ๆ ไม่ได้รับการแต่งตั้ง คนเป็นนายอําเภอ ปี ๒๕๕๐ ลําดับอาวุโสที่ ๔๐๐ กว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นระดับ ๙ ท่านปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมไม่เอ่ยหรอกครับว่าเป็นใครเพราะน้องทั้งนั้น ผมไม่ฆ่าน้องครับ นี่คือสิ่งที่ฉาวโฉ่ เละที่สุดในกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่มีการตั้ง กระทรวงมา เกิดขึ้นในยุคท่านสมัยท่าน ในช่วงที่มีปัญหามาก ๆ ท่านเคยออกตัวว่า ท่านเหมือนเดินอยู่กลางทะเลทราย ท่านคงจําได้นะครับ ท่านบอกว่าท่านเหมือนอยู่ กลางทะเลทราย พายุพัดมา ทรายก็มาเกาะตัวท่าน ไม่ใช่ทรายครับ ใกล้เคียงกัน เห็บครับ ท่านต้องเอาเห็บที่ดูดเลือดเนื้อกินภาษีพี่น้องประชาชนออกไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ สะท้อนว่าความเหลวแหลกในการบริหารราชการของท่านนั้นไม่อาจไว้วางใจได้
ท่านประธานที่เคารพ การอภิปรายครั้งนี้คงมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอําเภอ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นแสน ๆ ดูการถ่ายทอดสด ถ้าผมพูดไม่จริงผมก็เสียกับตัวเอง แต่ที่ผมทําภาระหน้าที่ ของผมในวันนี้ก็เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาระบบในฐานะที่เป็นบ้านที่ ๒ ของผม บ้านเคยอยู่ อู่เคยนอน ผมไม่เนรคุณสิ่งที่ผมเคยได้ประโยชน์จากบ้านที่ผมเคยอยู่ ท่านประธานครับ ผมมีเวลาเหลืออีกเพียงเล็กน้อย ก็คงจะต้องมอบให้เพื่อนได้ใช้ ไปดําเนินการทางการเมืองในการอภิปรายต่อไปจากข้อมูลทั้งหมดผมไม่อาจไว้วางใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ชื่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ครับ ขอบคุณครับ