สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ขอบคุณท่านประธานและพูดถึงการอ่านชื่อที่ประชุมวานนี้ ไม่มีการประท้วง จากนั้นได้หารือเรื่องการออกใบอนุญาตขายอาวุธปืน โดยเน้นย้ำว่าการมีร้านค้าอาวุธปืนมากขึ้นไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาคดีอาชญากรรม และการขออนุญาตซื้ออาวุธปืนจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณมากครับท่านประธาน ความจริงเมื่อวานนี้ท่านประธานเปิดประเด็น ท่านวิทยา บุรณศิริ ขอโทษต้องเอ่ยนาม ท่านก็อ่านมาตลอดเลยครับ ไม่เห็นมีใครประท้วงเลย

ประเด็นที่ ๒ การออกใบอนุญาตร้านจําหน่ายอาวุธปืน ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมขอกราบเรียนว่านับจาก พ.ศ. ๒๕๓๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นเวลาประมาณ ๑๘ ปี จํานวนร้านค้าอาวุธปืนทั่วประเทศมีจํานวน ๓๓๕ ใบอนุญาต เนื่องจากรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยในช่วงนั้นสั่งห้ามเพิ่มจํานวนร้านค้าอาวุธปืน ก่อให้เกิด การผูกขาดทางการค้า เป็นผลให้อาวุธปืนแต่ละชนิดมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนที่มี รายได้น้อยหมดโอกาสที่จะซื้อหาอาวุธปืนมาป้ องกันตนเองและทรัพย์สิน และเกิดปัญหา อื่น ๆ ตามมาเช่นมีการค้าขายอาวุธปื นเถื่อนมากขึ้นเป็ นต้น เมื่อนายกสมาคม ผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปื นแห่งประเทศไทยได้แจ้งให้ผมทราบถึงปัญหาดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการจํากัดจํานวนร้านค้า อาวุธปื นให้คงมีเท่าเดิม โดยไม่ให้เพิ่มใหม่นั้นน่าจะเป็ นผลเสียมากกว่าผลได้ โดยดูตัวอย่างได้จากนโยบายแท็กซี่เสรี ในอดีตเกิดปัญหาการผูกขาดไม่ให้เพิ่มจํานวน รถแท็กซี่ ราคาป้ำยรถแท็กซี่แพงกว่าค่าตัวรถเสียอีก เกิดปัญหาในการให้บริการ อย่างมากมาย รถก็เก่า ไม่สะอาด มีจํานวนน้อย ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน ในการสัญจร พอเปลี่ยนนโยบายใหม่ให้ขออนุญาตบริการรถแท็กซี่แบบเสรีได้ปรากฏว่า ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้น มีทางเลือกและการสัญจรไปมาก็สะดวกรวดเร็ว ท่านประธานครับ ในระบบการค้าอาวุธปืนก็เช่นกัน หากอนุญาตให้เพิ่มจํานวนร้านค้า อาวุธปืนมากขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงจะทําให้เกิดการแข่งขันทางการค้า อาวุธปืนก็จะมีราคาถูกลง ประชาชนก็สามารถมีทางเลือกมากขึ้น และได้รับประโยชน์ อย่างเต็มที่ ดังนั้นเมื่อกรมการปกครองเสนอเรื่องให้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ให้เพิ่ม จํานวนร้านค้าเสียใหม่ ให้เพิ่มได้ตามความเหมาะสมเพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งรัฐมนตรีมีอํานาจดําเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน ผมจึงเห็นชอบด้วย และการพิจารณาอนุญาตให้ตั้งร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มใหม่ได้พิจารณาตามคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนดไว้ รายใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย เข้าหลักเกณฑ์ตามกําหนด เมื่อมีการเสนอมาตามขั้นตอนมาถึงผมก็จะได้รับการอนุมัติ ทุกราย โดยไม่มีการเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น และในขณะนี้ได้พิจารณา อนุมัติไปแล้ว จํานวน ๑๑๓ ใบอนุญาต ไม่ใช่ ๙๓ ใบอนุญาตอย่างที่ท่านเฉลิมได้ชี้แจง จากผู้ยื่นคําขอทั้งสิ้น ๑๓๗ ราย ส่วนที่ยังไม่อนุญาตเป็นเพราะไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ที่กฎหมายกําหนด หรือเพราะเอกสารหลักฐานยังไม่ครบถ้วน ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีร้านค้าอาวุธปืนทั่วราชอาณาจักรรวมทั้งสิ้น ๔๔๘ ใบอนุญาต แต่ละร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาตไปในปีหนึ่ง ๆ ก็จะได้รับโควตาขายปืนยาวได้ไม่เกิน ๕๐ กระบอก และปืนสั้นได้ไม่เกิน ๓๐ กระบอกเท่ากัน ซึ่งหากขายได้ทั้งหมดก็คงจะยัง ไม่มีกําไรมากมายเพียงพอที่จะนํามาเป็ นผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการออกใบอนุญาตเหมือนกับที่ผู้อภิปรายได้กล่าวหา หากพิจารณาแล้ว จํานวนที่อนุญาตไป ๑๑๓ ร้าน ก็จะเป็นการเพิ่มปืนยาวเพียงปีละ ๕,๖๕๐ กระบอก ปืนสั้นเพียงปีละ ๓,๓๙๐ กระบอก ถ้าเทียบกันกับปริมาณที่ค้าขายอยู่เดิมยังอยู่ในระดับ ที่ไม่มากเกินไปครับ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ตั้งแต่ผมมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยใหม่ ๆ มีผู้ค้าอาวุธปื นมาวิ่งเต้นเสนอผลประโยชน์เพื่อมิให้ มีการออกใบอนุญาตอาวุธปืนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดระบบผูกขาด ซึ่งผมคิดว่าในอดีตที่ผ่านมา ก่อนที่ผมจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คงจะมีผู้มาวิ่งเต้นไม่ให้ มีการออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มเติมเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามผมขอเรียนว่า ผมได้พิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสําคัญในการพิจารณา ซึ่งก็ได้พิสูจน์ แล้วว่าอาวุธปื นมีราคาถูกลงกว่าเดิม ที่ไม่มีการอนุญาตร้านค้าอาวุธปื นเพิ่มเติม การมีร้านค้าอาวุธปืนจํานวนมากขึ้นนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาคดีอาชญากรรมมากมาย ตามที่คนห่วงใย เพราะผู้ที่จะขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนได้นั้นจะต้องมีการตรวจสอบ คุณสมบัติอย่างละเอียดจากนายทะเบียนท้องที่อีกชั้นหนึ่ง คนที่จะมีอาวุธปื นไว้ ในครอบครองได้จะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ว่าด้วยอาวุธปืนเท่านั้น เรื่องนี้ผู้ที่เคยไปยื่นคําร้องขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนจะทราบถึง ความยากลําบากว่าเข้มงวดขนาดไหน มิใช่ว่าใครมีสตางค์แล้วจะสามารถซื้อหาอาวุธปืน ได้ตามอําเภอใจ ผู้ที่ต้องขอซื้อปืนแต่ละกระบอกจะต้องดําเนินการตามระเบียบกฎหมาย ดังนี้

๑. จะต้องไปยื่นคําร้องขออนุญาตซื้ออาวุธปืน