สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สุเทพ เทือกสุบรรณ ชี้แจงเหตุการณ์ที่วัดปทุมวนารามว่าเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้อยู่ในที่เดิม แต่ถูกยิงจึงถอยไป และยืนยันว่าไม่มีทหารอยู่ข้างบนในวันที่ 19 พฤษภาคมหลัง 18.30 น. นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พิสูจน์วิถีกระสุนที่ใช้ยิงและพิสูจน์ว่าคนเสื้อดำบางคนเป็นผู้ก่อการร้าย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผมขอใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อชี้แจงในช่วงนี้ เกี่ยวกับเรื่องที่บริเวณวัดปทุมวนาราม ที่ท่าน ส.ส. วรวัจน์ได้ยกขึ้นมาเป็นประเด็น อภิปราย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ขออนุญาตใช้คลิปที่แสดงภาพ แสดงแผนที่ ในชั้นนี้ ผมขอเฉพาะในส่วนที่เป็นแผนที่ที่แสดงให้เห็นที่ตั้งของวัดปทุมวนาราม แล้วก็สถานีรถไฟฟ้ำ บีทีเอส เลยไปจนถึงสี่แยกปทุมวัน เพื่อประกอบคําชี้แจงของผม ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ที่คุณวรวัจน์ได้เอาภาพทหารขึ้นมาอภิปรายนี่คงจะสร้างความสับสนให้กับ พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด แล้วคุณวรวัจน์ก็อภิปราย เอาเหตุการณ์วันที่ ๑๙ ที่วัดปทุมวนาราม เอาคลิปมาแสดงแล้วก็ย้อนไปที่คลิปของวันที่ ๑๐ แล้วก็ย้อนไปถึงคลิปอื่น ๆ มันก็เลยทําให้คนเข้าใจสับสนกันไปมาก ผมขอใช้เวลาเล็กน้อย ชี้แจงอย่างนี้ครับ ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เฉพาะส่วนที่อยู่ตรงปทุมวัน แล้วก็มาถึง วัดปทุมวนารามครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่ากําลังของเจ้าหน้าที่ในส่วนนี้ได้รับ คําสั่งให้อยู่ในที่ตั้งเดิมที่บริเวณหน้าสนามกีฬา ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปเมื่อเช้าครับว่า กําลังส่วนนี้ได้รับคําสั่งให้อยู่ตรงนั้นไม่ให้เคลื่อนเข้ามา เพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุมได้เดิน ออกไปได้ แล้วอยู่ที่นั่นตรงนั้นมาโดยตลอดครับ จนกระทั่งถึงเวลาบ่ายสามโมง พอถึงเวลา บ่ายสามโมงเกิดมีการวางเพลิงในบริเวณสยามสแควร์และเซ็นทรัล เวิลด์ จึงได้สั่งการให้ กทม. จัดรถเข้าไปดับเพลิง ที่มีผู้กล่าวเมื่อเช้าว่ามีเพลิงไหม้แล้วไม่เข้าไปดับเพลิง ที่จริง กทม. เขาเข้าไปครับ แต่ว่าเมื่อ กทม. ส่งรถดับเพลิงเข้าไปก็ถูกผู้ก่อการร้ายยิงเอา เขาก็ ถอนออกไป ขอให้เจ้าหน้าที่ได้จัดกําลังเข้ามาคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ตรงนี้ละครับถึงได้รับ คําสั่งให้เคลื่อนย้ายเข้ามา เข้ามาตอนแรก ๒๐ คนครับ มาเพื่อคุ้มครองรถดับเพลิงของ กทม. แต่พอเข้ามาจริง ๆ ก็ถูกยิงครับ ต้องถอยไปอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ำบีทีเอสที่สยามสแควร์ ตอนที่ถอยนั่นเป็นเวลา ๔ โมงครึ่ง ๑๖.๓๐ นาฬิกา แล้วก็จัดกําลังใหม่ครับ เที่ยวนี้เพิ่มกําลัง ขึ้นมาเป็น ๑ กองร้อย เพื่อที่จะคุ้มครองให้รถดับเพลิงทํางานได้ เคลื่อนที่เข้ามาตรงนี้ครับ ท่านประธานจะเห็นว่าวัดปทุมวนารามนี่สี่แยกแดง ๆ อยู่ตรงนั้นครับ จุดที่เขาเคลื่อนที่เข้ามา มาทางข้างล่างด้วยที่พื้นดิน แล้วก็เดินมาข้างบนด้วยเพื่อคุ้มครองคนข้างล่าง มีผู้ก่อการร้าย อยู่ที่ตอม่อด้านล่างที่พื้นดินยิงสู้กับเจ้าหน้าที่ เป็นการปะทะกันเป็นรอบที่ ๒ กับเจ้าหน้าที่ ตอนที่ปะทะนี่เป็นเวลาประมาณ ๑๘.๓๐ นาฬิกา มีคนร้ายอยู่ตรงหัวมุมวัดเลยครับ ไม่ใช่ ที่หน้าประตูวัด หน้าประตูวัดนี่เป็นมุมทางขวาสุดในภาพคนร้ายที่ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ อยู่มุมซ้ายสุดติดกับสยาม พารากอนครับ ยิงสู้กับเจ้าหน้าที่แล้วก็ปีนรั้วเข้าไปในวัด เข้าใจว่าคนร้าย ๒ คนนี้ต้องมีคนหนึ่งถูกปืนของเจ้าหน้าที่ครับ ผมไม่ทราบว่าเป็นคนร้าย ที่เข้าไปตายในวัดหรือเปล่า แต่นั่นคือข้อเท็จจริง แล้วสอดคล้องกับภาพที่ฝรั่งพากย์ เมื่อสักครู่ที่คุณวรวัจน์ไม่ได้แปลให้ฟังว่าเป็นการยิงต่อสู้กับคนเสื้อแดงนี่ครับ แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ถอนกลับเพราะเห็นว่าขืนเดินหน้าต่อไปนี่ก็จะต้องมีการปะทะกัน อาจจะมีประชาชนพลอยได้รับลูกหลงบาดเจ็บกันต่อไป เพราะฉะนั้นผมเรียนกับ ท่านประธานครับว่าในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ หลังจากเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกาแล้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารของเราอยู่บนรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสอย่างแน่นอน ข้างล่างก็ถอน ข้างบนก็ถอน ไปตั้งหลักอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ำที่สยาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องนี้ เดี๋ยวคงจะมีคนเอามาพูดกันอีกในรายละเอียด แล้วคงจะยกภาพนี้มาพูดกันอีก แล้วก็ จะมีเรื่องที่จะต้องพิสูจน์ภาพนี้กันอีก รวมทั้งพิสูจน์วิถีกระสุนที่ใช้ยิง สักครู่ผมจะขึ้นมาชี้แจง รายละเอียดเรื่องนั้นให้ทราบ แต่ในชั้นนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนยืนยันกับท่านประธานว่า การปะทะนั้นอยู่ที่มุมซ้ายครับ มุมของวัดด้านนี้ ไม่ใช่หน้าประตูวัดปทุมวนาราม ท่านประธานจะเห็นครับว่าถนนอังรีดูนังต์ แยกเฉลิมเผ่าที่ผมว่านั่นตรงกับมุมวัดด้านซ้าย ที่ติดกับสยาม พารากอน ตรงนี้ครับที่ผมอยากจะเรียนว่าไม่ตรงกับที่คุณวรวัจน์ได้เอามา อภิปราย แล้วสักครู่ถ้ามีการเอาภาพนี้เข้ามาอีก ผมก็จะชี้แจงรายละเอียดเพื่อชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ผมยืนยันกับท่านประธานว่าวันที่ ๑๙ พฤษภาคม หลังเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกาไปแล้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ข้างบนโดยเด็ดขาด

ท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ผมก็ดี เจ้าหน้าที่ ศอฉ. ทุกท่านทุกคน ไม่เคยมีใครไปกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงทั้งหลาย เหล่านั้นเป็นผู้ก่อการร้าย เฉพาะบางคนบางพวกที่เป็นผู้ก่อการร้าย แล้วเป็นผู้ก่อการร้าย จริง ๆ เพราะว่าเอาอาวุธสงครามมายิงทหาร มายิงประชาชน แฝงตัวอยู่ในกลุ่มพี่น้องประชาชน ที่เขามาชุมนุมกัน ท่านนายกรัฐมนตรีและพวกผมตระหนักดีครับว่ามีพี่น้องประชาชน ที่มาชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์ส่วนใหญ่จํานวนมาก ตัวร้ายนี่มีไม่กี่ตัวหรอกครับ แต่ว่ามีจริง ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะสร้ำงสถานการณ์ขึ้น ปรากฏต่อหน้าสื่อมวลชนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศที่มีคนเสื้อดําใช้อาวุธร้ายแรงยิงทําร้ายเจ้าหน้าที่ ยิงทําร้ายอาสาสมัคร ยิงสื่อมวลชน ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์แม้กระทั่งคนเสื้อแดงด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้อง พิสูจน์กันไปในระยะเวลาต่อไปครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่ากรณี ที่คุณวรวัจน์ได้พูดถึงเรื่องการไล่ล่า