สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แถลงว่าในเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ทุกคนมีความผิดทั้งคนที่สังหารหมู่ประชาชนและทหารที่สังหารประชาชน และเรียกร้องให้ถอยออกไปคนละก้าว เพื่อสร้างความสันติให้กับประเทศ และยังชี้ว่าผู้นำปัจจุบันไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีการโกงเกิดขึ้น

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

แล้วผมเรียนนะครับ อยากเห็น ตัวฆาตกรไหมครับใครเป็นคนยิง ที่ผมบอกท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ไม่ใช่ว่าผมจะกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ผมบอกว่าทุกคนมันมีหลักฐาน ท่านก็กระทําผิด ทุกคนผิด ไปหมดละครับ วันนี้ทุกคนในประเทศไทยผิดหมดละครับ ถ้าเรายังเอาแต่ใจตัวเอง ฉันถูก เรื่องของกู ตัวกู ไม่มีใครไม่มีวันจะชนะหรอกครับ ประเทศไทยพังพินาศหมด แต่ที่ผมกําลัง จะบอกท่านว่าท่านก็ผิด เพราะมีส่วนในการบงการในการสังหารหมู่ประชาชนครั้งนี้ เพียงแต่ผมเรียกร้องความรับผิดชอบครับว่าถ้าท่านตระหนักว่าพวกเราต่างคนต่างผิด ถอยคนละก้าวดีไหม นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอก ผมไม่ได้มาบอกว่าจะต้องเอาอะไร แต่วันนี้ ผมไม่เห็นด้วยในการที่ท่านจะไล่ล่าเอาเป็นเอาตายเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง แต่ประเทศไทยย่อยยับ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มาผมถามว่าเราได้อะไร หลังจาก การปฏิวัติเกิดขึ้นมาประเทศย่อยยับไปหมด เกิดความแตกร้าวแตกฉาน ทําไมไม่ถอยไป คนละก้าวละครับ ทําให้การเมืองมันเป็นการเมือง ทําให้พี่น้องประชาชนกลับสู่ความสันติ คืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนไป บอกเขาครับ วันนี้ให้เขา ท่านจะขอเวลาอีกกี่เดือน ท่านให้เขา แต่ต้องเยียวยาครับ ไม่ใช่ไล่ล่า ที่ผมบอกวันนี้คือเราทุกคนต่างผิด ไม่มีใครถูกเลย ถ้าเราคิดว่าตัวเราถูกหมดทุกคนนี่คนที่แพ้คือประเทศไทย นั่นคือสิ่งที่เราไม่ประสงค์ เอาละครับพอดีผมมีอีกภาพหนึ่งในคลิปที่ ๔ จะให้ดูว่าใครคือคนฆ่า ภาพนี้คลิปที่ ๔ จะเป็นทหารที่อยู่ในคลิปที่ ๒ แล้วย่างสามขุมออกมาแล้วก็ประทับปืนยืน สเตปของทหาร จะให้ดูชัด ๆ ว่าใครคือคนยิง จริง ๆ แล้วในคลิปที่ ๒ จะมีเสียงด้วยใครยิงวะ กูยิงเอง ชัดเจนครับ เป็นของทหารเลย เพียงแต่ตรงนี้เสียงมันไม่ชัดผมเลยไม่เอาตรงนี้มา แต่สื่อมวลชนพิสูจน์ได้ครับ ไปฟังได้จากคลิป ทีนี้ขอคลิปที่ ๔ ครับ ดูด้านซ้ายมือจะเป็นภาพคนกําลังจะเขยิบไปด้านขวาประทับยิง เป็นทหารกําลังประทับปื นยิง นี่คือภาพที่อยู่ในคลิปที่ ๒ จริง ๆ คลิปที่ ๒ ผมต้อง เรียนท่านนายกรัฐมนตรี มีเสียงด้วยครับว่าทหารมีโค้ด (Code) เรียกขาน มีนามเรียกขาน ชัดเจน แต่ว่าผมไม่ใช่ทหารผมไม่สามารถเอาออกมาได้ แต่ตรงนี้ที่ผมจะบอกท่านว่า เราต่างคนต่างผิด ท่านนายกรัฐมนตรีคาดการณ์ผิดครับ ท่านคาดการณ์ผิดไปมากเลยว่า ท่านจะปราบปรามโดยสงบ ท่านคิดว่าถ้าเอาทหารออกมาแล้วจะไม่มีการตายเกิดขึ้น ขนาดนี้ แต่วันนี้การตายเกิดขึ้นมากมายเกือบ ๑๐๐ ศพ ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ไม่เคยมีคนตายมากขนาดนี้ ไม่เคยมีคนบาดเจ็บมากขนาดนี้ แล้ววันนี้ท่านกําลังจะไล่ล่า ยิ่งไปใหญ่ครับ ยิ่งเกิดความกดดันไปทั่วทั้งประเทศ สิ่งเหล่านี้ท่านจะปล่อยให้เกิดทําไม ผมเรียนท่านครับ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วถ้าท่านไม่คิดว่าท่านดํารงตําแหน่งเป็ นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทําเพื่อเรื่องการเมือง สเตปถอยไปคนละก้าว วันนี้การไล่ล่าทางการเมืองไม่มีวันทําให้ประเทศไทยดีขึ้น วันนี้ ต้องยอมรับว่าจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตได้ หลีกเลี่ยงการเกิด การจลาจลทั้งเมืองได้ หลีกเลี่ยงความแตกแยกตรงนี้ได้ เพียงแต่ท่านจริงใจปรองดอง นิดหนึ่ง เห็นแก่ชีวิตมนุษย์ที่สูญเสียไป ๘๘ ศพ เห็นแก่ตรงนั้นสักนิดหนึ่ง ถอยออกไป คนละก้าว นั่งคุยกันใหม่ ประเทศเราจะอยู่ได้ แต่ถ้าท่านยังยืนยันว่าเอาละผู้ชุมนุม ส่วนหนึ่งไม่ผิด แต่แกนนําเสื้อแดงผิด แกนนําเสื้อแดงคืออะไรครับ วันที่เขาไปชุมนุม ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศบอกไม่ผิดครับ มีพวกกลุ่มชุมนุมคนชุดดําเข้ามา มีผู้ก่อการร้าย แฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม ทําไปทํามาวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงกลายเป็นผู้ก่อการร้าย แล้วถามด้วยวิจารณญาณจริง ๆ ครับ จริง ๆ มันใช่ไหม ทําไมภาคใต้ยิงพระ ยิงข้าราชการ ทําลายสถานที่ราชการ วางระเบิด คนตาย ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ศพ ท่านเรียกว่า ผู้ก่อความไม่สงบ แต่คนกลุ่มนี้ท่านกําลังกล่าวหาเขาว่าเขาคือผู้ก่อการร้าย มันเจ็บปวด หัวใจคนเท่าไร เขามีพี่น้อง เขามีคนรู้จัก เขาเป็นครอบครัวคนเสื้อแดงเป็นสิบล้านคน ท่านจะไล่ล่าเขาหมดหรือ แล้วต่อไปท่านออกจากตําแหน่งนี่ ผมก็ถามท่านว่า ท่านจะอยู่ในสังคมประเทศไทยได้อย่างไร คนเราไม่ได้อยู่ในตําแหน่งตลอดกาลนะครับ ไม่มีใครยิ่งใหญ่ตลอดกาล วันหนึ่งท่านก็ต้องไปแน่นอนครับ ท่านอยู่ในตําแหน่ง แล้วพรรคพวกท่านล่ะ พี่น้องท่านล่ะ วันนี้สังคมมันไปไม่ได้ ผมถึงเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านต้องดําเนินการ วันนี้ผมต้องเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ ความเสียหายทั้งหมดนี้ หลีกเลี่ยงได้แต่ท่านไม่หลีกเลี่ยง วันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยท่านในฐานะ นายกรัฐมนตรีท่านมีส่วนในการรับผิดชอบ ผมไม่กล่าวหาใครหรอกครับ ผมกล่าวหาท่าน เพราะท่านเป็ นประมุขฝ่ำยบริหาร ท่านมีอํานาจท่านเลี่ยงได้ จริงครับ อาจจะมี บางสิ่งบางอย่างทําให้ท่านอึดอัดใจ แต่เลี่ยงได้ครับ ชีวิตมนุษย์ทั้งชีวิต

วันนี้ผมต้องเรียนท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านคงยังจําคําพูด ของท่านได้ วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมขออนุญาตยํ้าอีกครั้งหนึ่ง ท่านบอกว่า พันธมิตร ทําถูกทําผิด รัฐบาลไม่มีสิทธิทําผิด ไม่มีสิทธิทําร้ายประชาชน อันนี้คือจุดยืนของ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันที่ท่านเป็นฝ่ายค้านนี่ผมชื่นชมคนหนุ่ม ผมคิดว่าท่านมีอุดมการณ์ ทําไมวันเวลาเปลี่ยนแปลงไปแค่ไม่เท่าไร ท่านเป็นรัฐบาล ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านลืมคําพูดเหล่านั้นได้อย่างไร วันเดียวกันครับ ท่านบอกว่า ผมไม่นึกไม่ฝันว่าเราจะมีรัฐที่ได้ทําร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิตครับ บาดเจ็บสาหัส แล้วเรายังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรม ที่รับไม่ได้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตลอดระยะเวลาการดํารงตําแหน่งของท่าน ท่านทําสวนต่อคําพูด ของท่านเมื่อเป็นฝ่ำยค้านอย่างมาก ตอนท่านเป็นนักการเมืองหนุ่ม เป็นฝ่ำยค้าน เป็นสมาชิกแห่งสภานี้ ท่านไม่ได้ทําอย่างนี้เลย ท่านมีอุดมการณ์ ผมเชื่อว่าท่านมีอุดมการณ์ ผมเชื่อว่าท่านนําพาพรรคประชาธิปัตย์ไปได้ดี แต่วันนี้ท่านกําลังนําพาประเทศ สู่ความเสียหาย ท่านทําให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสภาแห่งนี้อย่างมาก ท่านสั่งให้ทหาร ลากปืนสไนเปอร์ออกมายิงเจาะหัวพี่น้องประชาชนก็ผิดแล้ว วันนี้หลายสิบศพ ๓๐-๔๐ ศพ ที่ตายถูกเจาะหัวยิงอย่างจงใจ ถูกยิงที่อกยิงจากที่สูงลงมา ที่วัดปทุมวนารามท่านดูสิครับ นี่คือรอยกระสุนปืนที่เจาะอยู่บนพื้น ยิงจากข้างบนลงมาเท่านั้นถึงลงพื้นได้ ก็ยิงมาจาก ตรงทหารนั่นละ นี่คือรอยที่ยังอยู่ ท่านให้สไนเปอร์ไล่ยิงพี่น้องประชาชนนี่ถูกหรือครับ ต้องเรียนอย่างนี้ว่าภาพนี้นะครับ แล้วผมจะอ่านเรื่องกฎของการใช้กําลังให้ การใช้กําลัง ให้ใช้กําลังเท่าที่จําเป็นเท่านั้น อันนี้คือกฎของการใช้กําลังนานาชาติ อนุญาตให้ใช้กําลัง รุนแรงอาจถึงตายได้ต่อเมื่อเป็นการพิทักษ์ชีวิตเท่านั้น นี่มันพิทักษ์อะไร ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ รับปากกับสภาแห่งนี้ว่าจะไม่ใช้อาวุธกับ พี่น้องประชาชน อย่างมากก็กระสุนยาง ทําไปทํามาเปลี่ยนใจครับ ใช้กระสุนจริง ป้ำยภาพอัปยศ เขตใช้กระสุนจริง ไม่อยากแสดงแล้ว แต่บอกว่าดูแล้วมันรับไม่ได้จริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าวันนี้ท่านกล่าวหาคนเสื้อแดงบอกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไล่จับแกนนําคนเสื้อแดงไปหมดเลย แกนนําคนเสื้อแดงกลายเป็นผู้ก่อการร้ายหมด จริง ๆ เขาถูกปิดล้อมอยู่ข้างใน จริง ๆ ถ้าไม่มีการเผาเกิดขึ้น ไม่มีการจับอาวุธมากมายได้ ท่านกล่าวหาเขาไม่ได้หรอก แต่นี่ท่านกล่าวหาเขาว่าเป็ นผู้ก่อการร้าย เพราะว่า มีสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น นี่ครับท่านยังกล่าวหาว่าจับอาวุธได้ เย็นวันที่ ๑๙ หน่วยอีโอดี เก็บกวาดกู้ระเบิดของตํารวจเขาไปเช็กหมดแล้วไม่มีอาวุธ แต่ประกาศเคอร์ฟิว (Curfew) คืนวันที่ ๒๐ มาเลยครับ เขาบอกมีทหารเอานี่ขึ้นมา แล้วบอกมันใหม่เกินไป อาวุธที่อยู่ ในที่ชุมนุมจะต้องมีฝุ่ น มีรอยนิ้วมือ มีคราบรอยนิ้วมือ ไม่ใช่ใหม่เอี่ยมอย่างนี้จะอยู่ ในที่ชุมนุมได้ แล้วในการจับกุมอาวุธไปถามผู้สื่อข่าวดูสิครับ ผู้สื่อข่าวอยู่ในนั้นตลอดเวลา ไม่เคยมีอาวุธเลย คนเสื้อแดงมีหนังสติ๊ก อาวุธการต่อสู้ระหว่างคนเสื้อแดงกับทหารคือ หนังสติ๊กกับอาวุธสงคราม นี่คือความละอายที่สุดในการใช้กําลังการปราบปราม จากหลักฐานทั้งหมดผมเอายืนยันให้ท่านได้ว่าวันนี้ท่านโกหกกลางสภา หรือไม่ท่านก็ต้อง ไปตรวจสอบลูกน้องท่านละครับ ทหารไม่ได้อยู่ตรงวัดปทุมวนาราม โน่นอยู่ที่แยกเฉลิมเผ่า โน่นอยู่ที่ศาลาแดง เขาหลอกท่าน ๆ ท่านสั่งการลงไปเขาหลอกท่าน แต่เขาไปไล่ยิง อยู่ตรงที่หน้าวัดปทุมวนาราม ไม่รู้ใครท่านไปตรวจสอบหน่อย แต่สิ่งนี้ทําให้ท่านเสื่อมเสีย อย่างรุนแรง และแน่นอนมันเลี่ยงไม่ได้ที่ท่านจะมีส่วนพัวพันกับการยินยอมให้ทหาร ใช้อาวุธอย่างเสรี แล้วก็ยิงประชาชนตายจํานวนมากถึง ๘๘ ศพ ท่านเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ เรามีคลิป มีหลักฐานยืนยันได้ว่าท่านมีส่วนเป็นผู้บงการการสังหารหมู่พี่น้องประชาชน ในครั้งนี้ เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ท่านมี ๒ ทาง อันที่ ๑ คือ ปรองดองเสีย เลิกไล่ล่า เลิกข่มขู่ เยียวยาความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน ดึงบ้านเมืองกลับไปสู่ ความสงบ หรือไม่ถ้าท่านรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ตัดสินใจเถอะครับ ลาออกหรือไม่ก็คืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนไป

วันนี้ผมเรียนท่านว่าท่านไม่ได้สง่างามอยู่บนตําแหน่งของนายกรัฐมนตรี ท่านเป็ นนายกรัฐมนตรีที่มีคนเกลียดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีการโกงกินเกิดขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย