จตุพร พรหมพันธุ์ อภิปรายเรื่องไม่ไว้วางใจนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เนื่องจากมีการทุจริตผิดกฎหมาย และแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองเป็นเท็จ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินในหมู่ที่ 6 ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดิน
ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานว่า บุคคลที่ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไปนี้นั้นคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้ข่าวว่าวันนี้ท่านไปวัดความดันมาก็จะได้อภิปรายด้วยท่วงทํานอง ที่สบาย ๆ การยื่นญัตติขอเปิ ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้มีประเด็นของการกระทําการทุจริตผิดกฎหมายจึงได้มีการยื่นไปยัง ประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกจากตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีประกอบกับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพฤติการณ์คือจงใจปกปิดและแจ้งบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินของตนอันเป็นเท็จขณะดํารงตําแหน่งทางการเมือง นี่เป็นประเด็นแรก
ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในระหว่างวันที่ ๑๒ ธันวาคม ปี ๒๕๔๐ จนกระทั่ง ถึงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ นั้นได้แสดงบัญชีทรัพย์สินอย่างมีเงื่อนงําและน่าสงสัย ขออนุญาตท่านประธานได้ดูแผ่นชาร์ทพร้อม ๆ กัน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อสะดวก ในการอภิปรายและนายสุเทพจะได้สบายใจว่านี่เป็นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินวันรับตําแหน่ง วันพ้นจากตําแหน่ง และวันครบ ๑ ปีหลังจากพ้นจากตําแหน่ง และวันรับตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เอกสารทุกอย่างนั้นได้คัดเอามาจาก บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่นายสุเทพได้แสดงไว้ต่อ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ไว้ดังต่อไปนี้ ในขณะเข้ารับตําแหน่งเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ปี ๒๕๔๐ มีเงินสด ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ ๓ บัญชี เงินสะสมธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ๓๐๐,๐๐๐ บาท เงินสะสมธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) เป็นตัวเลขตามลําดับ เงินให้กู้ยืมยกบางรายการบริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ ๑๕ ล้านบาท ที่ดิน ๕๓ แปลง ๘๕ ล้านบาท บ้านบวกคอนโดมิเนียม (Condominium) ๒ ห้อง ๓๔ ล้านบาท อาคารพาณิชย์ ๑๐ คูหา ๓๕ ล้านบาท รถยนต์ ๑ คัน ทะเบียน ๓ ฝ - ๔๖๑๖ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทรัพย์สินที่ได้แสดงขณะเข้ารับตําแหน่ง ๒๐๐,๕๘๔,๘๘๓ บาท วันที่พ้นจากตําแหน่ง ๓ ปี ๓ เดือน เงินสด ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทหมดไปไม่เหลือสักบาท เงินฝากธนาคารพาณิชย์ จาก ๓ บัญชีเป็น ๑๖ บัญชี เงินสะสม ๓๐๐,๐๐๐ บาทไม่มี เงินสะสมธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาทไม่มี เงินฝากประจําธนาคารพาณิชย์ขณะเข้ารับตําแหน่ง ๔๐๐,๐๐๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่ง ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาท หลักทรัพย์การจดทะเบียน วันรับตําแหน่ง ๑๔ ล้านบาท วันพ้นจากตําแหน่งก็ ๑๔ ล้านบาท หลักทรัพย์อื่นวันที่ เข้ารับตําแหน่งไม่มี วันพ้นจากตําแหน่ง ๑,๔๙๕,๐๐๐ บาท ที่น่าสนใจคือเงินให้กู้ยืมจาก บริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ จํากัด ๑๕ ล้านบาทนั้นวันที่พ้นจากตําแหน่งหายวับครับ ไม่เหลือหนี้สินอีกเลย ที่ดิน ๕๓ แปลง ๘๕ ล้านบาท วันที่พ้นจากตําแหน่งเพิ่มมาเป็น ๗๑ แปลง แต่ราคาเหลือ ๘๒,๐๙๕,๖๕๐ บาท บ้านกับคอนโดมิเนียมขณะเข้ารับตําแหน่ง ๒ ห้อง ๓๔ ล้านบาท วันที่พ้นจากตําแหน่งเพิ่มมาอีก ๑ ห้อง ราคาก็คง ๓๔ ล้านบาท อาคารพาณิชย์ จะเข้ารับตําแหน่ง ๑๐ คูหา ๓๕ ล้านบาท วันที่พ้นจากตําแหน่งเพิ่มมาเป็น ๑๕ คูหา เพิ่มมาอีก ๕ คูหา ราคาเหลือ ๓๐ ล้านบาท รถยนต์ไม่มี รวมทรัพย์สินลดลง ๓๔,๐๕๑,๓๘๕ ล้านบาท แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือบัญชีแสดงรายการหนี้สิน ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะเข้ารับตําแหน่งเป็นหนี้สินบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) ๓๐ ล้านบาท ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๓๖ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๓๔ หนี้สินส่วนนี้หมดไป บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) ๑๕ ล้านบาท ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๘ วันพ้นจากตําแหน่ง ๑๕ ล้านบาทหมดไป บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) ๒๐,๔๑๒,๐๐๐ บาท ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๗ วันพ้นจากตําแหน่งหมดไป ท่านประธานที่เคารพ มีธนาคารอาคารสงเคราะห์ เช่น ขณะเข้ารับตําแหน่งมีหนี้สิน ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่งเหลือ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่ง ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีหนี้สินที่เพิ่มเติม เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาประชาชื่น ๒๔ ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารัชโยธิน ๑๔ ล้านบาท รวมหนี้สินขณะเข้ารับตําแหน่ง ๗๙,๘๗๘,๐๘๐ บาท วันพ้นจากตําแหน่ง หนี้สินลดลง ๒๕ ล้านบาท ผมเรียนกับท่านประธานว่าข้อพิรุธต่าง ๆ ที่น่าสนใจก็คือว่าเงินกู้ยืมจํานวน ๑๕ ล้านบาทที่ยืมจากบริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์นั้น ได้มีการยืมกันจริงหรือไม่ และเอาเงินส่วนไหนไปใช้หนี้ ๑๕ ล้านบาท เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้แจงขณะเข้ารับตําแหน่งรัฐมนตรีในปี ๒๕๔๐ แจ้งว่ามีรายได้ประจํา จากทางราชการเป็นเงินเดือนปีละ ๑,๒๕๔,๐๐๐ บาท รวม ๓ ปี ๓ เดือน ก็ประมาณไม่ถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีรายได้อย่างอื่น แต่ได้แจ้งรายได้ของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ๓ คน มีรายได้จากสวนยาง ปาล์ม ทุเรียน ปีละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๓ ปีก็ประมาณ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท รายได้จากค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าที่ดิน ปี ละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ หนี้สินที่หายไปก้อนแรกคือเงินกู้ ๑๕ ล้านบาทจากบริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ ซึ่งไม่มีที่มาที่ไปว่าเมื่อตัวเองมีรายได้ปีละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท แม้ว่าจะไป กู้ยืมเพิ่มก็ไม่สามารถที่จะนํามาใช้หนี้เพียงพอ เพราะการเป็ นหนี้ของบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) รวม ๓ รายการนั้น ประมาณทั้งหมด ๖๕ ล้านบาท เมื่อท่านมีรายรับในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เพียงแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าสามารถใช้หนี้ ๖๕ ล้านบาท หนี้สถาบันการเงินและหนี้เงินกู้ยืม บริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์อีก ๑๕ ล้านบาท เป็น ๘๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ พวกกระผมจึงมีข้อสงสัยกันว่าทั้งที่มีข้อสงสัยเรื่องรายละเอียด เรื่องอาคาร เรื่องที่ดิน แต่เอาละยกประโยชน์ให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่การแสดง บัญชีทรัพย์สินของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นคําถามที่เกิดขึ้นก็คือว่านายสุเทพ เอาเงินก้อนใดไปใช้หนี้ จํานวน ๘๐ ล้านบาท อ้างว่าไปยืมเพิ่มธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ทั้งสาขาประชาชื่น รัชโยธิน ก็รวมเพียงแค่ ๓๘ ล้านบาท ไม่ถึงครึ่ง ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าเพราะมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติม ซื้อคอนโดมิเนียมเพิ่มเติม ซื้อตึก ซื้ออาคาร เพิ่มเติม แต่ปรากฏว่าหนี้สินต่าง ๆ ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และเป็นที่ น่าสังเกตครับ เพราะขณะที่ท่านดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนั้น บริษัทเงินทุน ทั้ง ๓ แห่งถูกระงับกิจการตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ หนี้ของนายสุเทพก็ติดอยู่กับบริษัทเงินทุน ปรส. ได้เอาหนี้ของบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จํากัด (มหาชน) บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอทีเอฟ จํากัด (มหาชน) ไปรวมกับกลุ่มสินทรัพย์ บีแอล ๑๙ (BL19) บีแอล ๒๐ (BL 20) สินทรัพย์ ๒ กลุ่มนี้รวมอยู่ในกองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล (Bangkok Capital) เป็นเจ้าหนี้ของนายสุเทพ อยู่กับบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จํากัด (มหาชน) ๒๐,๔๑๒,๐๐๐ บาท ยังตรวจหาไม่พบว่าใครเป็นเจ้าหนี้ และมีการชําระหนี้กันอย่างไร เมื่อใด ทั้งหมดครับ ท่านประธานที่เคารพ ความจริงแล้วนั้นมีรายละเอียดมากมายว่า คณะกรรมการ ปรส. ได้เอาสินทรัพย์ของ ๕๖ สถาบันการเงิน โดยมีหนี้สินของนายสุเทพ รวมอยู่ด้วยไปขายให้กับกองทุนรวมบางกอก แคปปิตอลซึ่งจดทะเบียนกองทุนรวม โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพ มีรายละเอียดมากมาย ไม่ว่ากองทุนรวม บางกอก แคปปิตอลซื้อสินทรัพย์ซึ่งเป็นสิทธิของ ๕๖ สถาบันการเงินตามสินทรัพย์ ของ ๔ กลุ่ม รวมเป็นเงินต้นคงค้าง ๑๐๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ ปรส. นําเอาสินทรัพย์ ๔ กลุ่มไปขายให้กับกองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล เพียงแค่ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉลี่ยเพียงแค่ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอลได้ไปยื่นขอ จดทะเบียนเป็นกองทุนรวมไทย แคปปิตอล แอลแอลซี (Thai Capital LLC) ซึ่งไปจดอยู่ ในหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman) เหมือนกับต้นโพธิ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมต้องการอธิบายเรื่องนี้สั้น ๆ ในเวลาจํากัด เพราะมีเรื่องใหญ่ มากกว่านั้นก็คือว่าหนี้สินทั้งหมด จํานวน ๘๐ ล้านบาท มีหนี้สิน ๖๕ ล้านบาทเกี่ยวข้อง กับพฤติกรรมในการไปปิดสถาบันการเงิน ไปขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขายได้เพียงแค่ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุน ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่คนที่ได้คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ได้ล้มบนฟูกครับ ผมกล่าวหาว่าท่านปล้นบนฟูกครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเคยถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในวันที่ตั้งกระทู้ถามกรณี เคยอภิปรายบีบีซี (BBC) ถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ประกาศจะจับนายบรรหารนั้น นายสุเทพก็ไม่ตอบคําถามผม แล้วบอกว่ารอจังหวะอยู่ มีรายได้จากเงินเดือน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท สามารถใช้หนี้ ๘๐ ล้านบาท และหนี้สถาบันการเงินซึ่งเกี่ยวข้อง กับผลประโยชน์ทับซ้อน นายสุเทพเอาเงินที่ใดมาใช้หนี้ ท่านประธานที่เคารพ นี่เป็นคําถามแรกจากการยื่นถอดถอนและการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเวลาอันจํากัด ต่อมาครับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ไปทําหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการ คดีพิเศษ ที่พวกผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวานนี้และวันนี้ร่วมผสมกันนั้น ในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๒ เมื่อวันพุธที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น ๒ นายสุเทพเป็นประธานคณะกรรมการ และท่านประธาน จะแลเห็นเลยว่าพฤติกรรมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นได้กระทําการโดยการไตร่ตรอง เอาไว้ก่อน เพราะรู้ว่าตัวเองจะกระทําความผิดในวันข้างหน้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เป็ นประธานในการประชุม ระเบียบวาระที่ ๑ ประธานขอให้คณะกรรมการ ร่วมพิจารณาหลักเกณฑ์ในการรับคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสุเทพบอก ตอนหนึ่งว่าต้องการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แสดงขีดความสามารถและประสิทธิภาพ ให้สมกับการเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะฉะนั้นคดีที่ดําเนินการต้องไม่มาก แต่ว่า ทําได้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยํา ยึดหลักเกณฑ์นี้ไว้ก่อนในการพิจารณาคดีพิเศษ เมื่อยึดหลักการเช่นนี้แล้วกรณีการร้ องเรียนเกี่ยวกับที่ดินหรือคดีบุกรุกป่ำไม้ กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ไม่ควรรับไว้ดําเนินการ ให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติในการดําเนินการ ท่านประธานที่เคารพ ในวันดังกล่าวได้มีคดีการกระทําการบุกรุก พื้นที่ราชพัสดุ อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ท่านประธานที่เคารพ พันตํารวจเอก สุชาติได้รายงานว่าผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีรายงานผลการตรวจสอบว่าได้มีการบุกรุกที่ดิน ราชพัสดุ อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กรมทหารช่าง ซึ่งเป็ นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ตามพระราชดําริของสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสวนป่าสิริกิติ์ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จ ไปที่ป่าดังกล่าวทุกปี พระองค์มีพระราชเสาวนีย์กับหน่วยทหารป่าช่วยดูแลป่าบริเวณนี้ ทําให้หน่วยทหารมีความกังวลใจ จนกระทั่งหน่วยงานของกรมทหารช่างเข้าไปตรวจ พบว่ามีการบุกรุกที่ดินประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ จึงขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พูดตัดบทให้คณะกรรมการคดีพิเศษทําตามนโยบายที่ให้ไว้ จึงมีมติ ไม่รับเป็นคดีพิเศษ ท่านประธานที่เคารพ การรุกป่าสวนผึ้งแห่งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทําเรื่องให้มีการทบทวนเพราะเป็นเรื่องสําคัญของชาติ และการบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ไม่เป็นผล ดังนั้นการประชุมในครั้งถัดมา วันที่ ๓ เมษายน เป็นการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ โชคดีนายสุเทพติดภารกิจเข้าประชุมไม่ได้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จึงทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ และมีมติรับกรณีคดีอําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นคดีพิเศษ แล้วถึงบางอ้อคืออะไรท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพได้กระทําการเรื่องนี้ โดยไตร่ตรองไว้ตั้งแต่ต้น เพราะในการบุกรุกที่ ๖,๐๐๐ ไร่ จากจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ ไร่นั้น ก็เป็ นพรรคพวกที่นายสุเทพรู้จัก บางคนก็ชัดเจนว่ามีความสนิทกับนายสุเทพ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้แม้กระทั่งเป็นพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็หาที่จะมีความสนใจไม่ และไม่รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ จนกระทั่งการประชุมครั้งถัดมาตัวเองไม่เข้าประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานจึงรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ แล้วความจริงก็เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน มากมาย แต่ในเวลาที่จํากัดนี้ ท่านประธานที่เคารพ นี่เป็นผืนป่ำที่มีคุณค่ามากที่สุด เจ้าฟ้ำ เจ้าแผ่นดินเสด็จเป็นประจําทุกปีแต่นายสุเทพหาสําเหนียกไม่ เห็นแก่พวกพ้องมากกว่า ราชวงศ์ในการที่จะปกป้ องผืนป่าผืนนี้
ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่านี่เป็ นเรื่องหนึ่ง ความจริงแล้ว ต้องอธิบายความยาวกว่านี้ แต่ในห้วงเวลาที่จํากัดการยื่นถอดถอนในประเด็นที่ ๒ นั้น คือการไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินที่มีอยู่จริง และปกปิ ดบัญชีทรัพย์สินให้อยู่ ในการครอบครองของบุคคลอื่นในลักษณะตัวแทนถือครองกรรมสิทธิ์โดยทางอ้อม หรือนอมินี (Nominee) เกี่ยวกับที่ดิน หมู่ที่ ๖ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการทํานิติกรรมการซื้อขายที่ดิน นายสุเทพได้ให้นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย ผมต้องขออภัยก่อนกันว่าผมไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะดึงลูกดึงเมียใคร มาเกี่ยวข้องในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดิน ที่ใครก็ตามไม่ว่าจะเกิดในตระกูลใดไม่มีสิทธิที่จะเอาทรัพยากรของแผ่นดินมาไว้ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นตระกูลใดในประเทศนี้ ท่านประธานที่เคารพ บุตรชายได้เป็นตัวแทน ของนายสุเทพกระทําการซื้อขายถือครองที่ดินดังกล่าวแทนนายสุเทพ ที่ดินที่นายสุเทพ ให้นายแทน เทือกสุบรรณ ใช้ชื่อเป็ นเจ้าของถือกรรมสิทธิ์แทนคือโฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๘๑๐๙ เล่ม ๒๘๒ ระวาง ๔๙๒๘ เลขที่ดิน ๓๙ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ ๖๒ ไร่ ๑ งาน ๙๗ ตารางวา ท่านประธานที่เคารพ ความที่น่าสงสัยว่าพฤติการณ์ของคดีนี้มันอยู่ตรงที่ว่าข้อเท็จจริงนั้นมันได้มีความเป็นมา มากมาย ตั้งแต่การเป็น ส.ค. ๑ จนกระทั่งเป็น น.ส. ๓ ก. จนกระทั่งเป็นโฉนด ได้มีการเพิ่ม เนื้อที่กันมาโดยตลอด ท่านประธานที่เคารพ การออก น.ส. ๓ ก. ขออนุญาตเอาแผนที่ ขึ้นมานะครับ นี่เป็นภาพถ่ายทางอากาศนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายตามให้ชัดเจน ทีหลังนะครับ การออก น.ส. ๓ ก. ที่ ๓๓๐๒ เล่ม ๓๔ เลขรูปภาพ ๒๐๖ เริ่มต้นขอ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นพรรคพวกของท่านนี่ครับ เป็นพ่อครัวในการชุมนุมของพันธมิตร ได้นําหลักฐาน ส.ค. ๑ เลขที่ ๙๕ หมู่ที่ ๖ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จํานวนเนื้อที่ ๗ ไร่ ปรากฏว่าช่างแผนที่รังวัดได้เนื้อที่งอกขึ้นมา ๑๖ ไร่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวา เพิ่มมากกว่าเดิม ๙ ไร่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวาง เพิ่มถึง ๑๔๒.๗ เปอร์เซ็นต์ ส.ค. ๑ เลขที่ ๙๕ ที่ดินหมู่ที่ ๖ ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๘ นั้นจะได้เห็นพฤติกรรมชัดเจนก็คือว่าเจ้าของ ส.ค. ๑ ชื่อนายจรูญ ศรีแผ้ว จํานวนเนื้อที่ ๗ ไร่ เวลาแสดงทิศข้างเคียง ที่อยู่ใน ส.ค. ๑ นะครับ เช่นว่าทิศเหนือจดสวนนายเที่ยง ลิ้มสุวรรณ ทิศใต้จดสวนนายข้อง ทิศตะวันออก จดสวนนายหุ้ย ทิศตะวันตกจดสวนของนายปุริม ทวยเจริญ แต่ปรากฏว่าในการออก หนังสือรับรองประโยชน์เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ได้ไปขอออกเป็น น.ส. ๓ ก. ทิศเหนือเปลี่ยนเลยครับ ยาวประมาณ ๒ เส้น ที่จากจดสวนนายเที่ยง ลิ้มสุวรรณ มาเป็นจดนายสุขุม สัมฤทธิ์ ทิศใต้จากจดสวน ของนายข้องไปจดนายประธูป ภู่ไพบูลย์ ทิศตะวันออกเดิมจดสวนนายหุ้ย ปรากฏ ขยายยาว ๔ เส้น จดห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ทิศตะวันตกจดสวน นายปุริม ปรากฏว่าในการไปออก น.ส. ๓ ก. นั้นไปจดพื้นที่ของนายสามารถ ทองศรี แล้วห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่นบอกว่าที่ดินแปลงนี้ในการทําสัญญา กับทั้งปวงนั้นได้มีการบันทึกเอาไว้ว่าได้ครอบครองและทําประโยชน์ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่นได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๙ คือห้างหุ้นส่วนนี้ไปครอบครอง ก่อนถึง ๒ ปี นี่ผมยกตัวอย่าง ๑ แปลงจากจํานวน ๒ แปลง ท่านประธานที่เคารพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็อาจจะบอกว่านายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย อายุ ๓๐ ปี แล้วมีธุรกิจเป็น ๑๐๐ ล้านบาท แต่วันที่นายแทนได้ทําสัญญาซื้อขายเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๔ นั้น อายุ ๒๑ ปี แล้วเรียนหนังสืออยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และปรากฏว่าระหว่าง ผู้ซื้อกับผู้ขายส่งตัวแทนมาทําหน้าที่แทนทั้งนั้น ไม่ว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น และนายแทน เทือกสุบรรณ ได้ทําสัญญาซื้อขายในราคาประเมิน ๖,๒๕๖,๔๕๐ บาท ผมเรียนกับท่านประธานว่าถ้าเราดูแค่นี้นายสุเทพจะไปเกี่ยวข้อง กันอย่างไร นายแทนอายุ ๒๑ ปี เวลาที่ท่านกล่าวหา เวลาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้มีกรณีโอนหุ้นระหว่าง พันตํารวจโท ทักษิณกับบุตรชาย บุตรสาวก็ยังเชื่อว่าเป็นนิติกรรมที่เป็นนอมินี แต่สิ่งที่ท่านประธานจะได้ดูต่อไปนี้ ในห้วงเวลาอันจํากัด นี่เป็นหนังสือรับรองการทําประโยชน์ เช่นว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น นายแทน ๑๖ ไร่ผู้รับสัญญา แต่ที่น่าสนใจก็คือว่าหลังจาก ขยายที่จาก ๑๕ ไร่ ไป ๔๘ ไร่ แล้วก็ไป ๖๒ ไร่ตอนเป็นโฉนด น่าสนใจอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ถ้านายแทน เทือกสุบรรณ เป็นผู้ถือที่แห่งนี้หรือเป็นเจ้าของ อย่างแท้จริง มีกรณีนี้ครับนายแทน เทือกสุบรรณ นี่ครับสารบรรณการจดทะเบียน ประเภทการจดทะเบียนคือให้ ผู้ให้สัญญา นายแทน เทือกสุบรรณ ผู้รับสัญญา นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ จํานวน ๔ ไร่เศษ ไม่มีการซื้อขาย แต่เวลาที่นายแทน เทือกสุบรรณ ให้กับตัวเองมีเนื้อที่ ๑ ไร่เท่านั้นเอง เห็นไหมครับ ถ้าตัวเองเป็นเจ้าของเอาที่แห่งนี้ต้องการจะไปจัดสรรยกให้นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ๔ ไร่ จัดสรรให้กับตัวเองเพียงแค่ ๑ ไร่ เนื้อที่อธิบายชัดเจนก็คือว่านี่แผนที่เกาะสมุย โครงการเอ็นเอส ๓ (NS3) ปี ๒๕๑๘ บริเวณตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เส้นสีเหลืองเป็นเส้นที่มีการออกโฉนดเกินจํานวนเนื้อที่ที่เป็นจริง เนื้อที่ที่แท้จริงอยู่ในเส้นสีชมพูนี้เท่านั้นเอง ถามว่าทําไมจึงต้องมีการรุกที่เพิ่มโดยการออก โฉนดจาก ส.ค. ๑ บวม มาเป็น น.ส. ๓ ก. บวม แล้วก็เป็นโฉนดบวม เพราะการบุกรุกเข้าไป ในพื้นที่ลาดชันซึ่งเป็นสมบัติของพี่น้องเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุคนธ์ หนูภักดี เป็นผู้ตรวจหัวหน้าฝ่ายในแบบคํานวณพื้นที่พิกัด ปรากฏว่าไม่กล้าเซ็นครับ แล้วก็ใช้วิธีอย่างไรครับ ไม่มาทํางานครับ แล้วก็ให้นายธนารักษ์ ชํานาญกิจ เป็นผู้คํานวณแทน ซึ่งนายสุคนธ์ หนูภักดี นายสุเทพก็รู้ว่าเป็นใครเขายังไม่กล้าเซ็นเลย ผมเรียนกับท่านประธานว่าคือผมไม่ต้องการจะไปพาดพิงก็เป็นน้องภรรยาของ ส.ส. ในพื้นที่ท่านนั่นแหละ แต่เนื้อที่สภาพที่ดินทั้งหมดเป็นพื้นที่ภูเขาเกือบทั้งแปลง ขออนุญาต ท่านประธานได้ดูรูปภาพนะครับ นี่ละครับ นี่เป็นพื้นที่ที่นายแทน เทือกสุบรรณ นอมินี ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเริ่มต้นจาก ส.ค. ๑ เพียงแค่ ๑๕ ไร่ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็จะอธิบายว่าตัวเองไปเกี่ยวข้องกันอย่างไร หรือว่านายแทนจะไปเกี่ยวข้อง กันอย่างไร เพราะตัวเองไปซื้อขณะเป็น น.ส. ๓ ก. จาก ส.ค. ๑ มาเป็น น.ส. ๓ ก. งอกขึ้นมา ๔๘ ไร่เศษ พอไปออกโฉนดบวมหนักเข้าไปอีกเป็น ๖๒ ไร่ รายละเอียดมากมาย มีเอกสารทุกชิ้น แต่ในเวลาที่จํากัด ๔๐ นาที ผมมีความจําเป็นต้องอธิบายกันแบบสรุปว่า นับตั้งแต่ ส.ค. ๑ มีพิรุธชัดเจนว่าน่าจะเป็น ส.ค. ๑ บินอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ ลาดชันเกิน ๓๕ องศา ความสูงเกิน ๒๐๐ เมตรจากระดับนํ้าทะเล และในการเข้าไป เพื่อที่จะจดทะเบียนมาเป็น น.ส. ๓ ก. นั้น ปรากฏชัดเจนว่าในขณะเป็น ส.ค. ๑ และเป็น น.ส. ๓ ก. นั้นไม่สามารถอธิบายเลยว่าเป็นแปลงเดียวกันได้อย่างไร ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าพฤติการณ์สวมเขากันแบบนี้เป็นพฤติการณ์ที่นักการเมืองอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปทําหน้าที่เป็ นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ บอกว่าดีเอสไอ กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ควรรับเรื่องการบุกรุกป่าทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นคดีพิเศษ เพราะอะไรครับ เพราะบุตรชายของตัวเองซึ่งขณะอายุ ๒๑ ปี เรียนหนังสืออยู่เมืองนอกจะมีเงิน ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือจะมาลงทุนทําถนนหรือว่าทําอะไรก็ตาม แต่สาระสําคัญ ท่านประธานที่เคารพ สื่อมวลชนอย่างหนังสือมติชนได้ลงรายละเอียดไว้มากมาย ได้ฉายถึงพฤติกรรมของการเป็นนักการเมืองว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้มีพฤติการณ์ การกระทําที่ซํ้าซาก นับตั้งแต่การมอบ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่จังหวัดภูเก็ต นี่นะครับวันนั้น ยังหนุ่มรูปวันที่ไป ส.ป.ก. ๔-๐๑ แล้วท้ายที่สุดศาลฎีกาจังหวัดภูเก็ตได้ตัดสิน เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ ให้ผู้ได้รับที่จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คืนที่ดังกล่าว ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นความผิดชัดเจน และถ้าเรื่องนี้เป็นมาตรการเดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องถูกดําเนินคดีในความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา ๑๕๑ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อํานาจ ในตําแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าการบุกรุกเขาแพงที่ตําบลแม่นํ้า อําเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมก็เป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นคนเล็ก ๆ ได้ใช้แผ่นดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นบ้านเกิด เทียบไม่ได้กับตระกูลเทือกสุบรรณ แต่พวกผมไม่มีพฤติกรรมในการไปบุกรุก พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือพื้นที่ป่าเพื่อประโยชน์ของตัวเอง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กํากับทั้งดีเอสไอ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลกรมที่ดิน กระทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๕ เรื่องแนวนโยบาย ด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทําความผิดในการออกโฉนดที่ดิน ที่ผิดประมวลกฎหมายที่ดิน และเจตนาพิเศษต้องการหาประโยชน์ในการออกโฉนด คือการจัดสรรแบ่งขายให้กับคนต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ มีคนในชาติก็อาจจะเป็นส่วนน้อย แต่การเบียดบังเอาทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของคนไทยทั้งชาติมาเป็นของตัวเองนั้น นายสุเทพไม่มีสิทธิ เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องดําเนินการเพื่อที่จะเพิกถอนที่ดินดังกล่าว ให้กลับคืนมาเป็นของรัฐดังเช่น ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่เคยแจกไว้ที่จังหวัดภูเก็ต
ท่านประธานที่เคารพ คนที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีควรที่จะเป็นแบบอย่าง สําหรับประชาชน พฤติการณ์การเปิดความในใจว่าไม่ต้องการให้คดีบุกรุกป่ามาเป็น คดีพิเศษนั้น ยอมแม้กระทั่งเอาโครงการพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่รับเป็นคดีพิเศษก็เพื่อประโยชน์ของตัวเองในวันนี้ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมไม่สามารถไว้วางใจนายสุเทพ ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่พอใจในเรื่องอื่น ในเรื่องอื่น ผมได้พูดกันไปครบหมดแล้ว กมลสันดานนายสุเทพกับผมได้วิพากษ์วิจารณ์กัน ครบถ้วนแล้ว แต่พฤติกรรมในการปล้นแผ่นดิน ผมไม่สามารถไว้วางใจนายสุเทพให้เป็น รองนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ได้อีกต่อไป ขอบพระคุณท่านประธาน