สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สุนัย จุลพงศธร อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งใช้อาวุธปืนยิงประชาชนในเหตุการณ์วันที่ 7 เมษายน และ 19 พฤษภาคม ปี 2551

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องแปลกมากครับ เริ่มต้นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นท่านประธานวิป คุณวิทยาขึ้นมาอ่าน ความจริงการอ่านเอกสารนั้นเป็นที่รู้กันหมดแล้วครับ เขาเปิดเผย ไปหมดแล้ว โอ้โฮ รัฐมนตรีทุกพรรคนั่งกันเป็นแถวเลยครับ มาฟังสิ่งที่คุณวิทยาอ่าน ซึ่งอ่านแล้วก็รู้อยู่แล้ว แต่พอจะเข้าเนื้อจริง ๆ นี่หายไปหมดแล้วครับ หรือจะเป็นเพราะว่า ไม่อยากจะอยู่ร่วมกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เลยไม่อยากจะขึ้นมาโชว์หน้า เพราะเดี๋ยวจะต้องติดพันแน่นอน ท่านประธานครับ ขอฝากไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล หลายพรรค พรรคหลัก ๆ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานรู้จักนะครับ พรรครวมชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน ถ้าท่านไม่อยู่ในสภาก็ขอให้ท่านฟังการอภิปราย ให้จบ โดยเฉพาะกระผมเองจะกราบเรียนตรงนี้ว่าถ้าท่านยังอุ้มรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ต่อไป ในประวัติศาสตร์อาจจะไม่เดี๋ยวนี้ครับ ท่านจะหนีไม่พ้นว่าท่านได้ร่วมก่อกรรมทําเข็ญ ในการสั่งฆ่าประชาชน ท่านประธานครับ ได้ปรากฏหลักฐานเป็นที่ชัดเจนว่าเมื่อวันที่ ๗ เมษายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ข้าราชการทหาร ตํารวจ และข้าราชการอื่น ๆ ดําเนินการใช้อาวุธปืนยิงทําร้ายร่างกายโดยเจตนาฆ่า โดยไตร่ตรองไว้ก่อน จนเป็นเหตุให้ประชาชนถึงแก่ความตายเป็นผลโดยตรงจาก การสั่งการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พฤติการณ์ดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและเป็ นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ต้องใช้อํานาจและปฏิบัติหน้าที่ อย่างละมุนละม่อมครับ โดยรอบคอบ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน การดําเนินการดังกล่าวด้วยการสั่งให้ใช้อาวุธปืนและอาวุธอื่นสลายฝูงชน ตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน จนถึง ๑๙ พฤษภาคมนั้น นายอภิสิทธิ์ได้เห็นผลที่ได้สั่งการเกิดขึ้นจนส่งผลให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจํานวนมาก โดยวิญํูชนของการเป็นผู้บังคับบัญชาควรจะดําเนินการโดยละมุนละม่อมกลับออกคําสั่ง ให้ใช้วิธีการรุนแรงดังกล่าวข้างต้นอีก เล็งเห็นผลได้ว่าคําสั่งของตนเองนั้นจะส่งผลให้ ประชาชนที่ชุมนุมได้รับบาดเจ็บล้มตาย แต่นายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรียังคงใช้ อํานาจโดยไม่คํานึงถึงผลที่จะเกิดขึ้น อันเป็นการใช้อํานาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายครับ การกระทําของนายอภิสิทธิ์แสดงให้เห็นว่าไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่คํานึงถึงมนุษยธรรม เพราะถือว่าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถสั่งการให้ข้าราชการทหาร ตํารวจ และข้าราชการอื่น ดําเนินการได้ตามอําเภอใจ ทั้งนี้ เพื่อให้ตนเองกับพวกเข้าสู่อํานาจ และอยู่ในอํานาจได้ต่อไปครับ ไม่ประท้วงหรือครับ คําพูดที่ผมกล่าวไปนี้คือคํากล่าว คุ้น ๆ ไหมครับ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองเมื่อเป็นฝ่ายค้าน กล่าวไว้ในหนังสือ ของท่าน ไม่ต้องส่งท่านประธานนะครับ เพราะหนังสือนี้ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ทําที่พรรคประชาธิปัตย์ เลขรับ ส่งกองบัญชาการตํารวจนครบาล ที่ ๒๑๕๔๐ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม นี่คือสํานวนของคุณอภิสิทธิ์แต่ผมเอามาแต่งใหม่ เหมือนเดิมทุกอย่างแต่เปลี่ยนชื่อ คุณสมชายเป็นท่านเท่านั้นเอง ท่านจะเห็นไหมครับท่านทําหนังสือ ๒ ฉบับ อีกฉบับหนึ่ง ของท่านก็ลงวันที่ ๙ เนื้อความอย่างเดียวกัน ในเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ นั้น แค่คนตาย ๒ คน คนหนึ่งคือสารวัตรจ๊าบ ซึ่งผมไม่ได้ทับถมอะไรเขานะครับ ได้เสียชีวิต จากทําคาร์ บอมบ์ (Car bomb) อีกคนหนึ่งคือน้องโบที่อยู่ในจุด ไม่ใช่ล้อมสภานะครับ อยู่ในจุดที่จะไปเป็ นข้อหาว่าจะไปเผากองบัญชาการตํารวจนครบาล โอ้โฮ ท่านเอาเป็ นเอาตายกับตํารวจเขา แล้ววันนี้มันชัดเจนไม่ใช่ ๘๐ กว่าศพนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี หายไปอีก คนสาบสูญไปอีก เดี๋ยวจะรู้ เป็นร้อยครับ ระวังเขาจะเรียก อภิสิทธิ์ร้อยศพนะครับ ผมพูดถึงตรงนี้เดี๋ยวผมจะเอาหลักฐานต่าง ๆ มา และพร้อมกัน เพื่อน ส.ส. จะเอาหลักฐานมาให้ท่านดู กระผมโดยส่วนตัวนั้นกราบเรียนก่อนนะครับ ไม่ได้มีอะไรกับท่านนายกรัฐมนตรีเลย แต่ว่าโดยหน้าที่เราเป็ นผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ คนตายขนาดนี้เราอยู่เฉยไม่ได้หรอกครับ วันนี้ผมจึงต้องทําหน้าที่ เหมือนกับที่ท่านทําเมื่อคราวที่แล้ว แต่ผมรับภาระหนักกว่าเพราะมีกฎหมายภาวะฉุกเฉิน กดหัวอยู่ครับ ก่อนจะมาอภิปรายนี่มีคนเตือนแล้วว่าระวังจะถูกจับรอบสามนะ อภิปราย ให้ดีนะ เพราะท่านกําลังจะใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินไม่เพียงแต่เรื่องรักษาความสงบครับ แต่ท่านกําลังจะใช้เป็นเครื่องมือในการทําร้ายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วย คุณการุณ นี่เจอแล้ว ทําไมมานั่งข้างผมก็ไม่ทราบ ผมนี่ไม่มีชื่อ ท่านครับ ไม่ใช่ผมอยากอภิปราย ท่านนะ โดยส่วนตัวก็ไม่อยากอภิปรายเพราะผมเคยพูดหลายทีแล้วมีความผูกพันกัน พ่อตาของท่านคืออาจารย์ของผม คุณอาของท่านก็คืออาจารย์ที่ปรึกษาของผมเมื่อผม เรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานชมรมนักศึกษา แต่ทีนี้ภาวะอย่างนี้ จะให้ทําอย่างไร เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นแล้วแทนที่ท่านนายกรัฐมนตรี