สุนัย จุลพงศธร แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการบริหารของท่านอภิสิทธิ์ และเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมตัวบุคคลที่ถูกจับกุม และการเยี่ยมเยือนในเรือนจำ
ท่านอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตัวจริง และไม่ใช่หัวหน้าพรรคตัวจริง ตัวจริงอยู่ข้างหลังท่าน ตามข้อ ๑๐ ของญัตตินี้ ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมจะนําเรื่องที่เป็นข้อผิดพลาดเป็นรูปธรรมหนึ่งที่ทําให้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปหมด ไม่ใช่เพียงแต่ตายเท่านั้น ท่านทําผิดกฎหมายครับ กระบวนการของท่านทําผิดกฎหมาย แล้วท่านจะบอกว่าผมไม่เกี่ยวกับกรมราชทัณฑ์ ผมไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้นะครับ ตามพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา ๑๒ ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัย ตามประกาศในมาตรา ๑๑ (๑) นั้นจะต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กําหนดไว้ซึ่งไม่ใช่สถานี ตํารวจ ที่คุมขัง ทัณฑสถานหรือเรือนจํา โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะ เป็นผู้กระทําความผิดมิได้ครับ แต่ความจริงเป็นอย่างไรครับ ผมมีรายชื่อแต่ไม่ส่งให้ท่านหรอกครับ มีรายชื่อบุคคลที่ถูก เจ้าหน้าที่ของท่านจับไป ทําผิดกฎหมาย มาตรา ๑๒ ของท่านเองครับ ปรากฏว่าขังอยู่ที่ เรือนจําพิเศษกรุงเทพและเรือนจํากลางคลองเปรมและทัณฑสถานหญิงครับ ในนี้มีพระ ๕ รูปถูกจับสึกและอยู่ในเรือนจําด้วยครับ ผิดไหมครับ นี่มันผิดกฎหมายชัด ๆ ครับ และที่ชัดเจนที่เป็ นข่าวที่ไม่เป็ นข่าวอีกเท่าไรครับ วันนี้เรือนจํา ๒ แห่งนี้เยี่ยมได้ สัปดาห์ละครั้งเท่านั้นครับ ที่ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี ทําเสมือนว่าถูกต้องตามนี้ แต่หนักกว่าการเป็นนักโทษครับ หนังสือก็อ่านไม่ได้ครับ นายสุธาชัยเป็นอาจารย์ ดอกเตอร์สุธาชัยเป็นอาจารย์ เขาจะต้องเตรียมการสอนหนังสือด้วยเผื่อออกมา เมื่อเขามี เวลาเขาก็นั่งอ่าน ไม่ให้อ่านครับ ผมโทรศัพท์ไปหา พันเอก สมบัติที่คุมค่ายอดิศรอยู่ ให้เยี่ยมได้ทุกวัน วันละเช้าชั่วโมง บ่ายชั่วโมง แต่ในทางปฏิบัติไม่ให้ใครไปเยี่ยมครับ ให้เยี่ยมเฉพาะทนายความกับญาติ แล้วใครไปเยี่ยมก็ต้องนั่งเฝ้ำอย่างนี้เลยครับ และมีทหารแตงโมโทรศัพท์บอกว่าบุคคลที่ตามกฎหมายไม่ใช่เป็นนักโทษแต่ถูกกักขัง ยิ่งกว่านักโทษ อยู่ในเต็นท์กลางแดดครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ไหนครับ ไปตรวจเสียบ้างสิ คุณอมรา พงศาพิชญ์ อยู่ไหน ไปตรวจหน่อย นี่อย่างไรครับท่าน นี่คือการใช้อํานาจที่รุนแรงมาก ท่านประธานครับ เหตุการณ์ในสภาที่มีการตัดสัญญาณ มันชัดเจนแล้วครับท่านว่าท่านต้องการจะปิดกั้น เห็นใจเราหน่อยเถอะครับท่านประธาน พวกเราออกโทรทัศน์ไม่ได้เลยครับ หนังสือพิมพ์พอจะระบายความคิดออกก็ปิ ด แต่อีกฝ่ายหนึ่งออกได้เต็มที่ วิทยุชุมชนฝั่งเสื้อเหลือง ฝั่งพันธมิตร ออกเต็มที่ครับ ทีวี ของรัฐบาลก็ฉะเต็มที่ครับ ความเป็นธรรมเรื่องสื่ออยู่ไหนครับ ลักษณะอย่างนี้ท่านจะ อ้างว่ามีคนเห็นด้วยกับท่าน ผมไม่เถียงครับ เมื่อ ๕๐ กว่าปีก่อน สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ฮิตเลอร์ก็มีคนเห็นด้วยกับฮิตเลอร์นะครับ ฮิตเลอร์ได้เห็นเหตุการณ์แล้วว่าประเทศเยอรมนี อยู่ไม่ได้เพราะพวกยิวคุมเศรษฐกิจหมด จึงขอคืนพื้นที่เศรษฐกิจ ฮิตเลอร์ขอคืนพื้นที่ เศรษฐกิจ วิธีการคือจับยิวไปฆ่า ปรากฏว่าในเวลานั้นคนเห็นด้วยกับฮิตเลอร์ก็ไม่ใช่น้อยครับ เหมือนวันนี้ที่เห็นด้วยกับท่านอภิสิทธิ์ แต่สุดท้ายโลกก็เห็นความจริงครับ ฮิตเลอร์ ได้กลายเป็นทรราชครองโลกไป ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เชื่อผมเถอะ ท่านจะบอกว่า ศาลยังไม่ได้ตัดสิน จอมพล ถนอมศาลก็ยังไม่ได้ตัดสินครับ ถ้าท่านจะบอกว่าผมไม่ได้เซ็น สั่งฆ่าใคร จอมพล ถนอม กับ จอมพล ประภาสก็ไม่ได้เซ็นสั่งฆ่าใครครับ คืนวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมอยู่หน้าวังสวนจิตรลดา เป็ นนักศึกษาอยู่ ตอน ๔ ทุ่ม รัฐบาล จอมพล ถนอมยอมแล้วครับ ประชาชนเรียกร้องรัฐธรรมนูญเหมือนวันนี้ครับ เรียกร้อง ยุบสภา เรียกร้องประชาธิปไตย วันนั้นเรียกร้องรัฐธรรมนูญจะเอาเป็นเอาตาย ตอน ๔ ทุ่ม โดยประมาณของคืนวันที่ ๑๓ ยอมแล้วครับว่าจะให้รัฐธรรมนูญภายใน ๖ เดือน พวกเรา ดีใจครับเป็นนักศึกษา แต่จะแยกย้ายกันเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน มันมืดครับ ยังกลับบ้านไม่ได้ เด็ก ๆ นะครับยังฉลาดบอกอย่าเพิ่งไป ๆ พวกเรา เดี๋ยวมันจะปราบเอาให้เช้าก่อน เช้าจนกระทั่งหกโมงเช้า ไม่ทราบมีคําสั่งจากไหนครับ ลุยเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ อํานาจนอกระบบในประเทศนี้มันรุนแรงมาก และนายกรัฐมนตรีก็คอนโทรล (Control) ไม่ได้หรอกครับ ยิ่งผมเชื่อว่าท่านไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริงด้วยนี่ยาก เขาวางแผนปราบ มาตั้งแต่ต้นแล้ว เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม จึงเกิดขึ้นและวันเดียวก็จบ ๖ ตุลาคมวันเดียวจบ พฤษภาทมิฬวันเดียวจบ พลเอก สุจินดาก็ไม่ได้เซ็นสั่งฆ่าใครครับ แต่ท่านครับ นั่นคือความรับผิดชอบ เราเป็น นายกรัฐมนตรี ถ้าทํากันถึงขนาดนั้น คนตายขนาดนี้ เรายังยืนยันบอกรอศาลสั่งก่อน รอ ๆ อะไรจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน ความเสียหายต่อบ้านเมือง ๑. ประชาชนได้เสียชีวิต สูญหาย ๑๐๐ กว่าศพแล้ว ๒. เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองอย่างไม่เคยมีมาก่อนเลย ภายใต้การบริหารของท่าน แล้วท่านจะนั่งอยู่เป็นผู้ปรองดอง มันปรองดองไม่ได้หรอกครับ ท่านเชื่อผมเถอะท่านยังไล่จับผู้คนอยู่ แค่ผมเปิดอภิปรายอย่างนี้ เมื่อเช้ายังฟังได้อยู่เลยครับ พอถึงสุนัย สุนัยทีแรกก็ยังฟังได้ พักเดียวเท่านั้นครับปิดหมดทั่วประเทศ อย่างนี้มันจะ ไปปรองดองอย่างไร มันมีแต่ปรองแดมเท่านั้นแหละครับ ตอนนี้ตัดเข้าข่าวแล้ว ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสถาบันการเมืองสําคัญของประเทศอันเกิดจากความแตกแยก ภายในประเทศไทยเราในความรู้สึกของประชาชนต้องรีบประสานครับ แต่วันนี้ท่านไม่ได้ แสดงท่าทีการประสานเลย คนของท่านยังเยาะเย้ยถากถาง ตัวท่านเองก็ใช่ นายกรณ์ก็ใช่ นั่นนั่งตัวยาว ๆ นั่นแหละตัวดีนัก ถากถางอยู่ตลอดเวลาแล้วมันจะไปสามัคคีกันตรงไหน ถ้าท่านจะบอกว่านายสุนัยก็พูดแรง อ้ายนี่มันออกไม่ได้สักที่เลยครับ เราถูกกลั่นแกล้ง ขนาดนี้ ผมอยากจะฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สถาบันกองทัพตอนนี้ เสียหายมากครับ ประชาชนเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วคนเริ่มมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ในกรุงเทพฯ คนที่ถูกทหารยิง ภาพปรากฏชัดนี่ครับอยู่บนยอดตึก ทหารยิงชาวบ้าน ก็เห็น ๆ กัน คนที่ถูกยิงก็หน้าลาว ๆ จีน ๆ อย่างเรานี่แหละครับ พูดภาษาก็เหมือนกัน เฮ้ย อย่ายิง ๆ ก็ได้ยิน ยังรุนแรงขนาดนี้ แล้วภาคใต้ล่ะครับ คนที่เขามีเชื่อสายมลายู เขาพูดสําเนียงแตกต่างจากเรา หน้าตามีหนวดมีเครา ไม่ตายหนักหรือ วันนี้เขาถึงได้ เข้าใจว่า อ๋อ ประชาชนในระบบนี้ ภายใต้อํานาจนอกระบบที่คุมระบบการเมืองอยู่ขณะนี้ รุนแรงมาก และไม่ได้มองประชาชนอยู่ในสายตา ท่านประธานครับ ถ้าหากท่าน ยังอยู่ต่อไปเท่ากับท่านยอมรับการสร้างมาตรฐานความรุนแรงที่รัฐจะปราบประชาชน เช่นนี้ได้ ที่ผ่านมาวันเดียวจบทั้งนั้น นี่เดือนกว่าครับท่านยังยืนอยู่ ผมก็ไม่รู้ ว่าอยู่ได้ เพราะอะไร แต่ผมกําลังจะบอกว่า ท่านประธานครับ รัฐทั้งหลายในโลกที่ไม่คํานึงถึงชีวิต ประชาชน และเห็นชีวิตประชาชนเป็นผักปลานั้นสุดท้ายพังทลายครับ แต่ก่อนจะพังทลาย ณ เวลานั้นจะมีประชาชนมาสนับสนุนครับ ที่ผมพูดเช่นนี้ลองย้อนดูประวัติศาสตร์ไปสิครับ ค.ศ. ๑๗๘๙ ที่ประเทศฝรั่งเศส ปี ๑๙๑๗ ที่ประเทศรัสเซีย เวลาไล่เลี่ยกันที่ประเทศจีน ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่มาใส่ไฟ แต่กําลังจะบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีผลประโยชน์ ของพรรคท่าน ผลประโยชน์ของตัวท่าน ไม่สําคัญกว่าผลประโยชน์ของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และแผ่นดินนี้ แต่ถ้าท่านยังอยู่ระบบมันจะสะสมการพังทลาย เพราะความรุนแรงที่มันเกิดขึ้น ท่านอาจจะเจตนาดีว่าผมจะจบด้วยการทําให้ทุกอย่าง มันปรองดอง โดยพฤติกรรมแวดล้อมมันเป็นไปไม่ได้เลย เหตุที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ตรงนี้เอง จึงขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าวันนี้พรรคการเมือง ยุบได้ครับ ผมถูกยุบมาแล้ว แล้ววันนี้ก็รู้ข่าวเลา ๆ แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ ในสถานการณ์อย่างนี้เขาคงไม่ยุบท่านแล้วละ แต่เขาจะมายุบผมอีก จะทําลายเราอีก แต่กองทัพยุบไม่ได้ครับ ท่านอาจจะบอกว่ากองทัพจะยุบได้อย่างไร อ๋อ ยุบโดยกฎหมายไม่ได้ แต่ยุบโดยศรัทธาของประชาชนเกิดได้และกําลังเกิดขึ้นครับ ที่ผมพูดตรงนี้เดี๋ยวท่านจะมามองว่านายสุนัยมาใส่ร้ายป้ำยสี ท่านช่วยดูหน่อยสิครับ ผมเตือนท่านตั้งแต่ต้นแล้ว ผมบอกว่าการชุมนุมของประชาชนคนเสื้อแดงเริ่มต้น วันที่ ๑๒ นั้น มันมีลักษณะแปลกมากที่รัฐบาลจ้องจะเล่นงานใช้ความรุนแรงตั้งแต่ต้น ผมตั้งข้อสังเกตไว้แล้วนะครับ จําได้ไหมวันที่ ๑๘ มีนาคม ผมตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ผมบอกท่านมีเจตนาจะฆ่าประชาชนหรือเปล่านี่ ทําไมทหารของท่าน ที่ออกมาเริ่มต้นจะควบคุมฝูงชนก็ใช้ทหารเลย ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี อย่าเพิ่งโกรธผม ผมเสนอท่านหลายทีเจริญเมตตาบ้างเถอะ ผมไม่ใช่ศัตรูของท่าน ผมเป็นนักการเมืองมาตลอด และได้เสนอความจริง ผมเตือนแล้วว่าเมื่อวันที่ ๑๘ ผมบอกว่าการควบคุมฝูงชนทั่วโลกที่เจริญแล้วเขาใช้ตํารวจเพราะอะไรครับ เพราะตํารวจนั้นโดยหน้าที่ของเขา อาวุธประจํากายอย่างมากก็ลูกซอง ชีวิตของเขาอยู่กับ ประชาชน รู้จิตวิทยาประชาชนดี แต่ทหารนี้เขาไม่ได้ฝึกมาทางนี้ ท่านก็เอาทหารออกมา ประเทศที่เอาทหารจัดการฝูงชนตั้งแต่ต้นเลยก็ประเทศพม่าประเทศเผด็จการทั้งนั้นดูเถอะ เสร็จเรียบร้อยแล้วผมยังติงท่านนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่มา อยู่หรือเปล่ามาฟังสิ แต่ต้องกราบขอบพระคุณ เสธ. สนั่นยังมาตอบให้ ปรากฏว่าทหารนี่ อาวุธครบมือครับ ท่านใช้กฎหมายตามกฎหมายความมั่นคง ซึ่งจริง ๆ เนื้อความ เท่า ๆ กับกฎหมายฉุกเฉินเลย เอาทหารออกมา แล้วแปลกมากครับ ทหารทั้งหมดนั้น หน่วยสังกัดที่คอปิ ดหมดครับไม่ให้เห็น มีอาวุธครบมือ รถยนต์จีเอ็มซี (GMC) ที่ขนทหารมาที่จอดอยู่ริมถนนปิดเลขทะเบียนหมดครับ แล้วก็ปิดหน่วยสังกัดหมด ผมยังถามในสภานี้ว่ามีเจตนาอะไรไม่สุจริต ถ้าสุจริตไปปิดทําไม คนเขาวิตกกังวล และในที่สุดก็เกิดจริง ๆ ท่านครับ วันที่ ๑๐ เมษายน ท่านพูดเสียเพราะเชียว ขอคืนพื้นที่ เหมือนกับที่ฮิตเลอร์ขอคืนพื้นที่จากยิวครับ พื้นที่เศรษฐกิจ จอมพล ถนอมก็เคยขอคืน พื้นที่ครับ และไม่ต้องรอศาลสั่ง ไปหมดแล้วครับ แล้วสถานการณ์บ้านเมืองก็เคลื่อนมาได้ จนถึงวันนี้ครับ ประชาธิปไตยบ้านเมืองเราคงอยู่มั่นคงมาได้ตลอดเวลาเพราะเราใช้หลัก ความรับผิดชอบเหมือนที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบ สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย และความรับผิดชอบสูงกว่าประชาชนทั่วไป ผมขออนุญาตใช้คําของ พลเอก อนุพงษ์หน่อยได้ไหมครับที่เคยออกรายการโทรทัศน์ เรื่องเล็ก ๆ ครับ เรื่องพันธมิตรที่เสียชีวิตมีการยิงแก๊สนํ้าตา อันนี้ไม่ใช่แก๊สนํ้าตา ของจริงทั้งนั้นครับ ท่านบอกว่าถ้าผมเป็นคุณอภิสิทธิ์ผมจะลาออกครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้จบแค่นั้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจ ท่านอาจจะรู้สึกว่าสุนัยอภิปรายรุนแรง หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ชีวิตของท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่เข้าใจผม เพราะผมผ่านเหตุการณ์ ที่เห็นประชาชนถูกฆ่าตายกลางถนนมา ๔-๕ ครั้งแล้ว ๑๔ ตุลาคม ผมอยู่หน้าวังสวนจิตรลดา ๖ ตุลาคม ดีว่าไม่ได้อยู่ในธรรมศาสตร์ อยู่ข้างนอก พฤษภาทมิฬ อยู่ตรงนั้นแหละครับ ๔-๕ ครั้งแล้ว ผมเองไม่อยากให้มันเกิดขึ้นแล้ว ผมจึงพยายามที่จะใช้สภาแห่งนี้ในหน้าที่ ที่ผมมาเป็นผู้แทนราษฎร ผมกินเงินเดือนของประชาชนเขา อะไรที่พอจะทําได้เราก็พยายาม จะเข้ามาในนี้ ขอให้ใช้สภาแก้ปัญหา ท่านครับ วันที่ ๑๐ เมษายนเป็นโศกนาฏกรรม มันก็เสียใจทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ผมก็เสียใจกับทหารที่เสียชีวิตด้วย แต่วันที่ ๑๐ เมษายน ตั้งแต่นั้นมารัฐบาลไม่มีท่าทีผ่อนปรนจะหาทางประนีประนอมปรองดองอะไรเลยครับ ไม่เชื่อดูจากคําสัมภาษณ์ต่าง ๆ ของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ของท่านสาทิตย์ ผมขอร้องบอกว่าอย่ามาพูดได้ไหมในทางโทรทัศน์ ทําไมต้องเอาคนของพันธมิตรมานั่งพูด เพราะว่ามันเสียความรู้สึกเขา เอาคนอื่นก็ได้ นี่เอาอาจารย์เจิมศักดิ์เลยครับ แกนนําพันธมิตร นั่งทุกวันแล้วก็ฉะทุกวัน แล้วมันจะไปประนีประนอมอย่างไร ผมเองยังพูด ในสภาบอกท่านนายกรัฐมนตรีถ้าจะปรองดองนี่ท่านช่วยจ่ายยาปรองดองให้ท่านสุเทพ รับประทานหน่อยเถอะ อย่าแรงนักเลย นี่ก็เป็นคําพูดล้อเล่นกันในสภา ท่านครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กระแสรุนแรงมาตลอด เราเห็นความรุนแรงจะเกิดแน่นอนแล้ว วันที่ ๒๑ เมษายน จึงเสนอญัตติเข้าในสภา ฝ่ำยเราเป็นฝ่ำยเสียงข้างน้อยรัฐบาลก็ไม่ให้พูด วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ขอตั้งกระทู้ถามสด นายกรัฐมนตรีก็ไม่มาตอบ สัปดาห์หน้าต่อไป วันที่ ๒๘ ยื่นญัตติอีกก็ไม่ให้พูดอีก วันที่ ๒๙ ก็ไม่เอาอีก ตั้งกระทู้ถามก็ไม่ให้อีก ท่านอภิสิทธิ์ยังจําได้ไหมครับ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ผมตั้งกระทู้ถามท่านในสภา ผมเห็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลือง เสื้อแดง มันบานแน่ครับ เพราะภาวะ ๒ มาตรฐาน ผมพูดในสภากับท่านว่าท่านประธานถ้าต้องการให้สลายเรื่องสีเหลือง สีแดง ผมเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีดําเนินคดีกับแกนนําพันธมิตรที่ยึดสนามบิน ยึดทําเนียบรัฐบาล สักทีสิครับ เสื้อแดงจะได้หมดความชอบธรรมในการกล่าวอ้างว่า ฉันจะเคลื่อนไหว ผมยืนยันว่าผมไม่ใช่เสื้อแดงครับ ไม่ใช่ยืนยันเพราะว่าเดี๋ยวกลัวท่านจับ ไม่ใช่ ผมไม่ใช่ตั้งแต่ต้น แต่ผมเห็นว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันไม่เป็นธรรม แล้วมันจะเกิด ความเดือดร้อนกันขนาดนี้ก็พยายามจะไปปราม ๆ กัน ท่านประธานครับ ผมเสนอท่าน เมื่อวันที่ ๒๖ ขอให้ท่านดําเนินคดีกับแกนนําเขาเสียเถอะ มันจะได้หมดความชอบธรรม เสื้อแดงจะได้ไม่กล่าวอ้างได้ ท่านตอบผมผมยังจําได้ว่าท่านไม่ได้แทรกแซง ปล่อยให้ เป็ นไปตามกระบวนการ แต่มันติดใจว่าหลังจากที่ท่านตอบผมเมื่อวันที่ ๒๖ นั้น ท่านเดินไปเปิดโทรทัศน์ของนายสนธิช่องใหม่กับนางสโรชาผู้ต้องหา และท่านสาทิตย์ ไปด้วย ภาพอย่างนี้มันไม่ได้ครับ ดังนั้นภาวการณ์ที่เป็นอยู่มันจึงเห็นความชัดเจนว่า ท่านเลือกข้างแล้ว การเลือกข้างของท่านนี้เองยิ่งเติมไฟความเจ็บปวดของประชาชนว่า ๒ มาตรฐานอย่างนี้มันไม่ไหวมันถึงลามมาเรื่อย ท่านประธานครับ ผมยังขอบคุณท่าน วันที่ ๓ พฤษภาคม จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ท่านหักมุมได้ แล้วดูท่าทางแล้ว พอวันที่ ๓ หักมุมเสร็จ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ไม่หยุดครับ เพราะว่าผมตั้งกระทู้ถามท่าน วันพฤหัสบดีที่ ๖ ผมบอกว่าขอร้องได้ไหมการใส่ร้ายป้ำยสี โดยเฉพาะคําว่าล้มเจ้าอย่าพูด ข้อหานี้อย่าพูด เพราะว่าแค่พูดก็ไม่เป็นมงคลต่อแผ่นดินแล้ว ผู้คนเยอะแยะจะไปล้มเจ้า แสดงว่าผู้คนจํานวนมากไม่จงรักภักดีหรือ ผมบอกอย่าพูดเลย ท่านก็ไม่ยอม หรือจะขู่ผม หรือเปล่าไม่ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีฝากด้วยนะครับ บอกว่ามีพวกคุณสุนัยด้วย ผมตกใจ แต่ยังดีนะที่ท่านไม่บอกว่าคุณสุนัยและพวก ยุ่งเลย ท่านยังยืนยันว่าจะทําอีก ดังนั้นสถานการณ์มันจึงแสดงให้เห็นชัดว่าลึก ๆ ท่านก็ไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง ท่านอยากจะปราบให้จัดการตามผู้ที่อยู่ข้างหลังท่าน ตามที่ผมเชื่อนะครับ ซึ่งผมไม่รู้ใครนะ วันนี้ไปทําอย่างนี้ก็ไม่ดีครับ คราวก่อนคลําหัวไปทีแล้ว ท่านประธานครับ เหตุการณ์ตั้งแต่ วันที่ ๓ ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีในที่นี้ บอกท่านจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ ผมเห็นดีด้วย เพราะก่อนหน้านั้นผมเองก็พูดเองครับ เมื่อวันที่ ๒๙ ผมพูดเองว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะเอาอย่างไรก็เอา นปช. จะเอาเดี๋ยวนี้ จะเอา ๓๐ วัน ท่านจะเอา ๖ เดือน ก็สั่งไปเลย และท่านจะทําอะไรก็ต้องทําเลย ปรองดองตามแผนของท่านเลย ท่านก็ไม่ฟังผม หรือว่า ท่านฟังผมแล้วเอาไปใช้ในวันที่ ๓ ผมก็จะมาขอบคุณท่านอีก ยังไปขอบคุณท่าน ถึงห้องเลย บอกว่าขอบคุณท่าน อย่าให้คนตายเลย เราเป็นนักการเมืองนี่ครับ ชีวิตของ ประชาชนถ้าลองได้ตายเป็นผักเป็นปลาแล้ว ไม่มีราคาค่างวด อย่างทุกวันนี้สังคมอยู่ไม่ได้ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งรุนแรงซึ่งผมไม่อยากให้เกิด ถ้าท่านจะบอกว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้ท่านไม่ได้เกี่ยว ท่านครับ ท่านไม่ได้เกี่ยวท่านก็พูดไปเถอะ แต่ว่าเป็นนายกรัฐมนตรี จอมพล ถนอมก็ไม่ได้สั่งโดยตรง ใครสั่งก็ไม่รู้ครับ ขนาดรับปากแล้ว จะให้รัฐธรรมนูญภายใน ๖ เดือน แล้ววันที่ ๑๓ เช้ามืดวันที่ ๑๔ ล่อนักศึกษาเลยครับ แล้วหลังจากนั้นก็ฆ่ากันเลยครับ ๖ ตุลาคมก็เหมือนกัน พฤษภาทมิฬก็เหมือนกัน เขาก็ต้อง ยอมกันไปเพื่อจะรักษาโครงสร้างของระบบไว้ ตรงนี้ไม่ดีกว่าหรือ ผมจึงฝากไปถึง พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทั้งหมดเถอะครับ ถ้าท่านจะแก้ปัญหาก็ให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ลาออกเสียแล้วไปเลือกกันใหม่ ทุกอย่างจะเพลาลง นี่ก็ไม่ยอม จะอยู่ต่อไป เราจึง จะต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ท่านครับ เดี๋ยวจะหาว่าเป็นการเปิดอภิปราย ไม่มีข้อกฎหมาย ทั้งหมดนี้ท่านได้ทําผิดอย่างร้ายแรง ๑. ท่านได้ไปถวายสัตย์ต่อ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วที่จะสร้างการปรองดองภายในชาติขึ้น แต่ท่าน ก็เลือกข้างนะ ท่านอภิสิทธิ์ครับ ท่านอาจจะบอกว่าผมไม่ได้เลือกแต่ในสายตาประชาชน เขาชัดเจนแล้วว่าท่านอยู่กับพันธมิตร กษิตก็แกนนําพันธมิตรท่านก็ไม่ปรับออก กระทําการไม่เหมาะไม่สมก็ไม่ปรับออก