สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องการกระทำของรัฐบาลในการปราบปรามการชุมนุมของประชาชน และเรียกร้องให้ประธานสภาและรัฐบาลอธิบายถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายและผิดจริยธรรมของพวกเขา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

คือถ้าไว้วางใจจะอภิปราย แบบนี้ไม่ได้ นี่คือไม่ไว้วางใจ ท่านประธานที่เคารพ คดีก่อการร้ายที่นายสุเทพทําหน้าที่ ประธาน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ และคณะร่วมกันนั้น พวกผมแต่ละคนผู้ก่อการร้ายนี่ ทําอะไรบ้างครับ เช่น พันตํารวจโท ทักษิณทวิตเตอร์ขอบคุณคนเสื้อแดงอีสานว่า พี่น้องอีสานได้มารวมตัวกันที่โคราช เดี๋ยวผมจะโฟนอิน (Phone-in) ไปให้กําลังใจ ต้องขอขอบคุณในความเสียสละ แต่น่าเสียดายสื่อทีวีไทยหมดแล้วกับความเป็นสื่อ แล้วบอกอีกเช่นว่าผมอยากถามอํามาตย์ว่าตั้งแต่ปฏิวัติเอาผมออกมา ๓ ปี มีความสุขดีไหม นอกจากความสะใจที่เอาผมออกไปได้ ไปไหนสบายเหมือนเดิมไหม ต้องเหลียวซ้ายแลขวา กลัวตีนตบจากเสื้อแดง อยู่ดี ๆ เอาตัวเองไปพัวพันกับการตั้งรัฐบาล ปล้นประชาชน ปล่อยรัฐบาลทหารโกง อยากบอกนายอภิสิทธิ์ว่าอย่าอยู่เลยอายุน้อยออกแบบเท่ ๆ ดีกว่าไหม นี่ละครับผู้ก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพ แม้กระทั่งนายอดิศร เพียงเกษ บอกว่าวันนี้ หมดเวลาของคุณอภิสิทธิ์ คุณอย่าใช้อํานาจใดมาปราบประชาชน คุณหมดความชอบธรรม อย่างเด็ดขาดในการเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วบอกว่าวันนี้มึงไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มึงอย่ามายุ่ง พี่น้องที่เคารพเราเป็นหนึ่งเดียวกันใช่ไหมครับ ผมกับท่านก็ต้องอยู่ด้วยกัน จนกว่าจะได้ชัยชนะขั้นเด็ดขาด นั่นคือเปรม สุรยุทธ์ ชาญชัย อภิสิทธิ์ และอีกวันหนึ่ง วันที่ ๑๒ เมษายน ปี ๒๕๕๓ บอกว่าวันนี้นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้โทรศัพท์มาหาตน ซึ่งตนได้บอกนายบรรหารให้ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นายบรรหารบอกว่าไม่ได้ขอ ๖ เดือนได้หรือไม่ เพราะมีสัจจะอยู่กับใครก็อยู่กับคนนั้น ตนได้บอกไปว่าแต่ตอนนี้มีคนตายจํานวนมากแล้วครับ นายบรรหารจะมีสัจจะไปทําไม เพราะตอนนี้ไม่สามารถพึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นจึงขอให้คนจังหวัดสุพรรณบุรี จําไว้ให้ดีเป็นผู้ก่อการร้ายแล้วครับท่านประธานที่เคารพ ทุกคนที่เป็นผู้ก่อการร้าย มาจากคําปราศรัยหมดครับ ณัฐวุฒิพูดที่เขาสอยดาวเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๓ ที่พวกท่านเอาไปฉายสนุกกันเลยครับ ณัฐวุฒิเขาบอกว่าคุณอภิสิทธิ์ก็ขอคลิปแล้วนี่เคส (Case) นี้ครับ ถ้าพวกคุณยึดอํานาจผมเผาทั่วประเทศ เผาไปเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง แล้วใครจะจับ ใครจะเอาอะไรมาเอากับผมนี่ ถ้าคุณยึดอํานาจเขา ณัฐวุฒิเขาพูดกรณีที่มี การยึดอํานาจ แล้วพูดเมื่อเดือนมกราคม ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ทําหน้าที่ประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ เหมือนผมนี่แหละบอกว่า ขอให้เสื้อแดงซึ่งอยู่ในต่างจังหวัดฟังภารกิจต่อไปนี้ ให้ไปรวมตัวกันที่ศาลากลาง รอเวลา ให้มีการปราบเมื่อไรตัดสินใจได้ทันที ทุกจังหวัดให้ไปศาลากลางฟังสัญญาณจากที่นี่ จอมืดเมื่อไรแสดงว่ามีการปราบแล้ว พี่น้องมีดุลยพินิจจัดการได้ทันที คําว่าดุลยพินิจ แปลว่าสั่งเผาหรือครับ ถ้าศาลใช้ดุลยพินิจแปลว่าศาลสั่งเผาใช่ไหม นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีใช้ดุลยพินิจแปลว่าสั่งเผาใช่ไหม นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจ แปลว่าสั่งเผาหรือเปล่า เช่นคําว่าห้างเซ็นทรัล เวิลด์ก็เช่นเดียวกันไม่ต้องไปกลัวอะไรกับ ประชาชนเลย เพราะประชาชนที่เขามาชุมนุมถ้าเขาคิดไม่ดีกับห้างคุณ คุณปิดห้าง คุณก็ฉิบหาย ถ้าคนคิดจะทําชั่วกับพวกคุณ แต่เรามาดีไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ละคน ไม่ว่าเป็นวิเชียร ขาวขํา วีระ มุสิกพงศ์ หรือแม้แต่กระทั่งอริสมันต์ เขาก็พูดในบรรยากาศ เรื่องนํ้ามันล้านลิตรซึ่งไม่มีการปฏิบัติอะไรเลย ไปพูดที่กองทัพบกวันที่ไปต้านการรัฐประหาร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมครั้งนี้เลย ท่านประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่พวกเรา เป็นผู้ก่อการร้าย หรือแม้แต่กระทั่งที่ พันตํารวจโท ทักษิณบอกว่าถ้ามีการปราบให้ไปรวมตัว ศาลากลางก็เป็นผู้ก่อการร้ายเช่นเดียวกัน นี่ละครับการเป็นผู้ก่อการร้ายในประเทศไทยนั้น รู้สึกว่ามันเป็นกันง่ายเหลือเกินครับท่านประธาน ประกาศเป็นคดีพิเศษเสีย เล่นเอง ชงเอง กินเอง แต่ถ้ามีเฉพาะคําพูดมันไม่พอครับ ท่านประธาน เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ในวรรคท้ายบอกว่า การกระทําในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องให้รัฐ ช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรม อันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็น การกระทําความผิดฐานก่อการร้าย ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นของผมก็คือว่า ท่านจึงต้องเติมเรื่องไฟใช่ไหม ต้องเติมเรื่องอาวุธใช่ไหม พวกผมได้ประกาศตั้งแต่ ก่อนที่พวกท่านจะเข้ามาสลายว่าท่านเข้ามาจุดใดเอาอาวุธยัดไปด้วย ผมอยากจะถาม ท่านประธานลองใช้ดุลยพินิจว่าคนที่ตาย ๗๘ คนไม่มีอาวุธอยู่ในมือแม้แต่เพียงรายเดียว ผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียดวงตา เสียแขน เสียขา แล้วปรากฏว่าหลังจากเขาเลิกชุมนุม ๒ วัน อาวุธไปโผล่ที่วัดปทุมวนารามหมด ในวันที่พวกท่านเข้าไปคุมพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว เทพารักษ์มันก็ไปงมได้อาวุธขึ้นมาเต็มหมด ท่านกําลังอธิบายกับประชาชนว่าพวกผม ก่อนจะตายนั้นได้เอาอาวุธมาฝากไว้ที่วัดปทุมวนารามแล้วไปให้พวกท่านยิงด้วยมือเปล่า ใช่ไหม เวลาสู้กับพวกท่านใช้หนังสติ๊ก ใช้บั้งไฟ ใช้ตัวตะไล แต่เวลายิงกับพวกเดียวกันเอง ใช้สไนเปอร์ใช่ไหม มีเหตุผลปัญญาอ่อนในประเทศนี้ในโลกนี้มากกว่านี้หรือไม่ แต่พวกท่าน ต้องเติมเพราะอะไรครับ เพราะแค่คําพูดที่ผมอ่านตามสํานวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่แจ้งข้อหาผมนี่