สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชี้แจงเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าฝ่ายรัฐบาลได้พยายามหาทางออกทางการเมืองก่อนหน้านี้ แต่ถูกปฏิเสธ และอธิบายแนวปฏิบัติในการจับกุมพระสงฆ์ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม และหารือเรื่องเหตุการณ์ไฟไหม้และปะทะกันในย่านสยามสแควร์ และเหตุการณ์ยิงที่วัดปทุมวนาราม โดยระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากการชุมนุมและไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่มีอาวุธที่เข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตที่จะชี้แจงในบางประเด็นเท่านั้นนะครับ เพราะว่าอย่างที่กราบเรียนว่าในภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดคงจะต้องรอให้ เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านได้อภิปราย แต่ว่าผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็คง จะได้ชี้แจงในบางประเด็นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ ผมยังไม่ขอลง รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการการแก้ปัญหาทางการเมือง ซึ่งท่าน ส.ส. วิชาญ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงตั้งแต่ความจริงปลายมีนาคม ช่วงกลางเดือนเมษายน ไปจนถึงช่วงท้าย ๆ ของเหตุการณ์ เพียงแต่ว่าผมได้เคยชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้วในช่วง ที่มีการอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ แล้วก็ขอยืนยันว่าเราได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการหาทางออกทางการเมืองก่อนหน้านั้น แต่เป็นฝ่ายถูกปฏิเสธมาโดยตลอด มันมีเรื่อง ซึ่งเมื่อสักครู่มีการพูด ๒-๓ ประเด็นที่ผมอยากจะให้เกิดความชัดเจน

ประเด็นที่ ๑ กรณีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ขอยํ้าว่าเมื่อปลายเดือนเมษายน ทางเลขาธิการของมหาเถรสมาคมก็ได้ออกสัมภาษณ์หรือให้ถ้อยแถลงที่ชัดเจน ถึงแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม โดยได้กล่าวชัดเจนว่าในส่วนของการพิจารณานั้น เห็นว่าการจับกุมในกรณีที่เป็นความผิดซึ่งหน้าคือการชุมนุมนั้นสามารถดําเนินการได้ แล้วก็ไปดําเนินการในเรื่องของกระบวนการการสึกนั้นทีหลัง ซึ่งอันนี้ก็เป็นแนวทางที่ได้มี การปฏิบัติอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของช่วงระยะเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือหลังจากช่วงที่มี การประกาศยุติการชุมนุมบนเวที วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ประเด็นตรงนี้ต้องขอกราบเรียนยํ้าว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นที่เซ็นทรัล เวิลด์ ไม่ว่าจะเป็น บริเวณสยามสแควร์ (Siam Square) ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อมีการประกาศ ยุติการชุมนุมบนเวที แกนนําก็เดินทางเข้ามอบตัวที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขณะนั้น เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งได้มีการปฏิบัติการอยู่ในทั้ง ๔ ทิศนี่นะครับ ได้มีแนวทางที่ชัดเจนครับ แนวที่เข้ามาจากศาลาแดงในช่วงของเช้าตรู่ก็จะหยุดอยู่ที่บริเวณแยกสารสิน ซึ่งเป็นบริเวณ ที่ยังมีปัญหาของการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือจากตึกบางกอก เคเบิลแนวถนนเพลินจิต จะค่อย ๆ เข้ามาครับ เพราะว่าจะต้องมีการตรวจตราพื้นที่ต่าง ๆ ว่ามีความปลอดภัย แล้วก็ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณสี่แยกราชประสงค์ได้จนกระทั่งในช่วงคํ่า ติดอยู่ที่บริเวณ ประมาณชิดลมครับ แนวถนนราชปรารภไม่ได้เข้ามา แนวบริเวณจากสนามกีฬาในเบื้องต้น ก็จะไม่เข้ามา เหตุผลชัดเจนครับ เพราะในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราต้องการให้ผู้ชุมนุม ทั้งหลายสามารถที่จะเดินทางกลับบ้านได้ แล้วก็แกนนําของผู้ชุมนุมนั้นเองเป็นผู้ประกาศ บนเวทีว่าขอให้เดินทางโดยใช้ถนนพระราม ๑ พูดง่าย ๆ ก็คือมุ่งหน้าไปที่สนามกีฬา หากเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปในบริเวณซึ่งจะทําให้เข้าไปปะปนกับผู้ชุมนุมนั้นเกรงว่าจะเกิด ความเข้าใจผิดหรือเกิดการปะทะได้ จึงไม่ได้มีการดําเนินการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงหนังสยาม แล้วก็บริเวณในสยามสแควร์ ก็จึงมีความพยายาม ของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปช่วยคุ้มครองรถดับเพลิงครับ ซึ่งการดับเพลิงนั้นจะคล้าย ๆ กับ หลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๙ ก็คือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ดี เจ้าหน้าที่ บรรเทาสาธารณภัยก็ดี ไม่สามารถที่จะเข้าไปในพื้นที่เพื่อยุติหรือระงับภัยได้เลย เนื่องจาก มีผู้ที่ใช้อาวุธยิง ไม่ว่าจะเป็นรถดับเพลิง ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครที่เข้าทํางานในเรื่องของ การบรรเทาสาธารณภัย ครั้นจะให้เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งติดอาวุธเข้าไปคุ้มครองด้วย ก็ยิ่งจะเป็นปัญหา เพราะว่าจะทําให้เกิดการต่อสู้ แล้วอาจจะทําให้เกิดการสูญเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นช่วงที่มีผู้ชุมนุมนั้นกําลังเดินทางไปที่วัดปทุมวนารามบ้าง ไปที่โรงพยาบาลตํารวจบ้าง ไปที่บริเวณอัมรินทร์บ้าง เกิดการปะทะกัน ก็จะทําให้เกิด การสูญเสียชีวิต เพราะฉะนั้นการดําเนินการในเรื่องนี้จะยากลําบากมากครับ และเป็น สิ่งที่ยืนยันว่าบริเวณเซ็นทรัล เวิลด์ก็ดี บริเวณสยามสแควร์ก็ดี เจ้าหน้าที่นั้นไม่สามารถ ที่จะเข้าไปควบคุมพื้นที่ได้ในขณะนั้นครับ ผมกราบเรียนว่านี่เป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งนํามาสู่ ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งผม ขอกราบเรียนครับว่าเป็นเรื่องที่ผมได้ยืนยันชัดเจนว่าเป็นกรณีที่จะต้องมีการสืบและสอบ หาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วนต่อไป ผมเองก็ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ เพราะมอง ไม่เห็นความจําเป็นใด ๆ ทั้งสิ้นเลยที่ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ทหารจะไป ปฏิบัติการใด ๆ กับพี่น้องประชาชนซึ่งเข้าไปอยู่ในบริเวณวัดปทุมวนาราม มีเพียงรายงานว่า ในช่วงที่เข้าไปคุ้มครองการดับเพลิงที่โรงหนังสยามมีการยิงต่อสู้กับกลุ่มที่ติดอาวุธ ซึ่งจะอยู่ในบริเวณสยาม พารากอน (Siam Paragon) แล้วก็มีการบันทึกเอาไว้ชัดเจนว่า การยิงต่อสู้นั้นเกิดขึ้นในบริเวณไหน อย่างไร รวมทั้งมีรอยกระสุนในบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็น หลักฐานที่ยืนยันได้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือคํายืนยันจากทางผู้ปฏิบัติเกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนในวัดปทุมวนารามนั้นเช่นเดียวกันครับ พวกเราเองก็ได้รับทราบถึง ปัญหาที่เกิดขึ้น ในคืนวันที่ ๑๙ เองเราก็ได้รับการประสานจากอาสาสมัครซึ่งอยู่ภายในวัด ทราบว่ามีทั้งบุคคลซึ่งน่าจะเสียชีวิตแล้ว และบุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บจําเป็นต้องได้รับ การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในจํานวนนี้มีทั้งอาสาสมัคร มีทั้งกรณีของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ผมและเพื่อนรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็อยู่ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศก็อยู่ แล้วอีกหลาย ๆ ท่านพยายามในการที่จะประสานให้มี รถพยาบาลเข้าไปรับบุคคลดังกล่าวออกมา ซึ่งใช้เวลานานมากครับเพราะไม่สามารถ ที่จะให้การคุ้มครองรถพยาบาลในการที่จะเข้าไปนําบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บออกมาได้ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าในสถานการณ์ดังกล่าวในขณะนั้นคํ่าต่อเนื่องจนถึงประมาณ ๒-๓ ทุ่มแล้วด้วยซํ้า การยิงหรือการต่อสู้ยังมีอยู่ แล้วก็ทําให้การเข้าไปถึงพื้นที่ในบริเวณวัด เข้าไปได้ยากมาก เราได้รับทราบว่าในจํานวนบุคคลซึ่งถูกยิงในบริเวณวัดปทุมวนาราม มีหลายรายนั้นถูกยิงในบริเวณเต็นท์พยาบาลซึ่งเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจมาก แล้วเราก็ พยายามค้นหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จริงอยู่ครับมีการพูดถึงว่าการยิงนั้นอาจจะมาจาก บีทีเอส บางคนพูดถึงสกายวอล์ค (Skywalk) นะครับ ก็ขอเรียนว่าบริเวณนั้นจะมีสกายวอล์ค คือทางเดินต่างระดับ แล้วก็จะมีรางรถไฟฟ้ำ ๒ ชั้น บริเวณทางเดินต่างระดับในบริเวณ หน้าวัดนั้น ในขณะนั้นถ้าจะมาได้น่าจะต้องมาจากทิศทางของทางราชประสงค์ครับ เพราะทิศทางที่มาจากบริเวณสถานีสยามในขณะนั้นจะมีประตูซึ่งปิ ดล็อกอยู่ ซึ่งเข้ามาไม่ได้ ส่วนบริเวณรางรถไฟฟ้ำนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้วนะครับว่า ทางเจ้าหน้าที่อยู่ที่บริเวณไหน อย่างไร แต่ว่าสิ่งที่สําคัญก็คือว่าในปัจจุบันนั้นเราก็มี เรื่องของการชันสูตรผลของนิติเวชที่ได้มีการเข้าไปดูในเรื่องของการเสียชีวิตของทั้ง ๖ คนนี้ ซึ่งก็จะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่อไป แต่โดยสรุปจาก ๖ คน ๔ คนค่อนข้างชัดเจนครับว่า เป็นการยิงจากแนวราบไม่ใช่เป็นการยิงจากที่สูง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องจําเป็นจะต้อง มีการติดตามแล้วก็สอบข้อเท็จจริงต่อไป ผมขอกราบเรียนครับว่าผมเข้าใจดีครับ ผมว่า พวกเราแต่ละคนไม่ต่างกันหรอกครับเวลามีความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบริเวณที่เรียกว่าเป็นเขตอภัยทาน เป็นเต็นท์พยาบาล กรณีของ คุณกมลเกษนั้นก็เป็นผู้หญิงซึ่งได้เสียสละเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรารู้สึกไม่ต่างกันหรอกครับ แล้วเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ คน ในการค้นหาข้อเท็จจริงเหล่านี้ออกมา

ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านได้หยิบยกเอาคําพูดของผมเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ วันนั้นผมพูดที่พรรคประชาธิปัตย์ครับ สถานการณ์ในขณะนั้นก็คือว่า มีผู้เสียชีวิต ๑ รายคือน้องโบที่เสียชีวิตในเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ผมกราบเรียนว่า ในเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นการเข้ามาสลายการชุมนุมในช่วงเช้าของวันที่ ๗ ต่อเนื่อง ไปจนถึงช่วงเย็น ประเด็นที่เราได้หยิบยกและพูดกันก็คือว่าในขณะที่ไม่ได้มีการต่อสู้ อะไรกันเลยเจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าสลายการชุมนุมแล้วปรากฏตั้งแต่เช้าตรู่ว่ามีบุคคล ซึ่งขาขาดคือถูกยิงจะด้วยสาเหตุใด อย่างไร ขณะนั้นยังไม่ชัดเจนครับ นั่นคือเหตุผล ที่ทําให้พรรคประชาธิปัตย์ในวันนั้นไม่ได้มาที่สภาครับ เราบอกว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แล้วก็เกิดการสลายการชุมนุมแล้วมีประชาชนที่บาดเจ็บเช่นนี้ขอให้หยุดการสร้างเงื่อนไข ที่จะนําไปสู่การปะทะความขัดแย้งรุนแรงมากยิ่งขึ้น เราจึงไม่ได้มาที่สภา ต่อมาในช่วงบ่าย ช่วงเย็น ก็มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย ประเด็นที่ผมแถลงข่าวในวันนั้นก็คือว่า การออกมาแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ของรัฐและจุดยืนของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประการแรก ก็คือว่าไม่ได้ยอมรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่เป็นปัญหา และกล่าวถึง การเสียชีวิตของน้องโบในทํานองที่ว่าเจ้าตัวนั้นมีระเบิดอยู่จึงเสียชีวิตครับ ผมจึงได้กล่าว ถ้อยคําที่ท่านได้อ่านไปแล้ว แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ วันนี้สิ่งที่ผมกราบเรียนก็คือว่าผมได้ยํ้า หลายต่อหลายครั้งว่ากลุ่มผู้ชุมนุมก็ดี พี่น้องประชาชนหลายคนที่เป็นผู้บริสุทธิ์ก็ดี อยู่ในที่ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ที่ราชประสงค์ หลายคนประสบกับความสูญเสีย รัฐบาล ไม่ได้กล่าวหาคนเหล่านั้นนะครับ รัฐบาลกําลังกล่าวหาเฉพาะคนที่มีอาวุธก่อการร้าย ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่บ้าง และทําร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์บ้าง รวมไปถึงความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในหลายรูปแบบด้วยกัน เดี๋ยวช่วงท้ายผมก็จะต้องอธิบายให้เห็นภาพให้ครบถ้วน ชัดเจนว่ากองกําลังที่ว่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ผมกราบเรียนว่าเฉพาะที่เซ็นทรัล เวิลด์ ก็มีพยาน ๑ คนที่เป็น รปภ. ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างละเอียดว่าเขาต้องเผชิญกับอะไร ในความพยายามของเขาที่จะดับไฟ ซึ่งกรณีการเผาเซ็นทรัล เวิลด์นั้นพูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ได้เผาครั้งเดียวครับ เผาครั้งที่ ๒ เผาครั้งที่ ๓ เมื่อใดก็ตามที่ไฟจะดับ นี่คือสิ่งที่มันเป็น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เราต้องมองภาพให้เห็นครบถ้วนก่อนที่เราจะพูดสรุปว่า การทําร้ายหรือการเสียชีวิตของประชาชนนั้นเกิดขึ้นอย่างไร

ผมกราบเรียนอีกครั้งนะครับ เพราะว่าท่านพูดในเรื่องกระบวนการของเหตุการณ์ ต่าง ๆ ในทางการเมือง เราคงต้องแยกแยะ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพได้ชี้แจง ถึงเรื่องเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ เมษายน ได้พูดถึงการใช้กําลังและแนวทางของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติ และเดี๋ยวก็จะมีอีกหลายท่านที่อภิปรายในเหตุการณ์วันที่ ๑๐ และผมก็จะต้อง ชี้แจงว่าเหตุการณ์วันที่ ๑๐ นั้นเราก็ค้นพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีอาวุธเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไร หลังจากนั้นมาเหตุการณ์ที่เป็นความสูญเสียค่อนข้างมากนี่จะอยู่ระหว่างวันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๑๗ นอกพื้นที่การชุมนุมราชประสงค์ จะเกิดขึ้นบริเวณคลองเตย บ่อนไก่ ถนนราชปรารภ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วก็พื้นที่ดินแดงซึ่งมีการปะทะกัน ซึ่งการปะทะกันนั้น ก็เกิดขึ้นจากที่มีมวลชนเข้ามาโจมตีด่านของทางเจ้าหน้าที่ซึ่งไปตั้งเพื่อที่จะกระชับวงล้อม หรือปิดล้อมการชุมนุม ซึ่งเป็นแนวทางที่เราหวังว่าจะนําไปสู่การยุติการชุมนุมโดยไม่ต้อง มีการปะทะกัน โดยเขาอยู่ในที่ตั้งครับในส่วนของเจ้าหน้าที่ ส่วนในวันที่ ๑๙ นั่นเป็นเรื่องของ การที่จะต้องเข้าไปในพื้นที่สวนลุมพินี ด้วยเหตุผลที่ว่าในช่วงเหตุการณ์การปะทะกันนั้น มีหลักฐานชัดเจนว่าการยิงเอ็ม ๗๙ ออกมาจากบริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๖ ติดกับ สวนลุมพินี และมีพยานที่เกี่ยวข้องกับการลําเลียงอาวุธจํานวนมากออกมาจากบริเวณ ดังกล่าวไปยังชุมชนบ่อนไก่ ก็เข้าไปตรงนั้นครับ ซึ่งเป็นการปฏิบัติการในช่วงเช้าแล้วก็ เสร็จสิ้นประมาณก่อนเที่ยง มีการสูญเสีย ๖ ราย ๒ รายในนั้นเป็ นทหาร ๑ นาย และผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ๑ คน และหลังจากนั้นจึงเกิดเหตุในเรื่องของการวางเพลิง แล้วก็ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนาราม ผมคิดว่าเราจําเป็นต้องแยกแยะ แล้วก็เมื่อมี การอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ครบถ้วนกว่านี้แล้ว ผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีจะได้ ชี้แจงในรายละเอียดในภาพรวมต่อไปครับ