สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องรัฐมนตรีที่มีคู่สัญญากับรัฐและไม่สมควรดำรงตำแหน่งนักการเมือง โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการอนุมัติเงิน 98 ล้านบาทในการก่อสร้างทางเดินยกระดับ และเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เงินและเอกสารของโครงการรถไฟฟ้า สายสีม่วง
ท่านประธานครับ อันนี้ตัวตนของ มท. ๑ ท่านครับ ข้อโต้แย้งที่ผมพบในหนังสือพิมพ์ เรื่องนี้ถึง ป.ป.ช. และ กกต. เรียบร้อยแล้ว โดยข้อเท็จจริงท่าน มท. ๑ ท่านไม่มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีมาตั้งแต่ต้น มีคนบอกผมว่า ก็เป็นตั้งแต่สมัยท่านสมัครไม่เห็นว่าอะไร เป็นตั้งแต่สมัยท่านสมชายไม่เห็นว่าอย่างไร ตอนนี้ก็ต้องไม่เป็นอะไร คุณสมบัติของบุคคลนี้เป็นเรื่องของคนนะครับ ผมพูดเรื่องนี้ ตอนท่านสมัครถูกแจ้งข้อหาว่าท่านเป็นลูกจ้าง ท่านก็คุยกับผมแล้วก็บอกว่านี่เป็นเรื่อง บุคคล คุณสงวน ไม่มีใครร้องก็ไม่ผิด บ้านเรามันสังคมกล่าวหา แต่ท่านสมัครยืนยัน กับผมว่าท่านจะใช้ตําแหน่งของท่านกํากับดูแลไม่ให้ตําแหน่งรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์กับ บริษัทเขา เพราะว่าการเป็นคู่สัญญากับแอร์พอร์ต ลิงค์กับโครงการอื่น ๆ มันเป็นก่อนที่จะ มาเป็นรัฐมนตรีแต่ถ้ามีคนร้องก็ผิด นี่ผมตอบท่านอย่างนี้ นี่เป็นคําตอบของท่านสมัคร ท่านครับ ในหนังสือมติชนขึ้นหัวเรื่องอย่างนี้นะครับ มิสเตอร์คอนเนคชัน (Mister Connection) ผมให้ท่านไปแล้วนะครับ นี่นะครับแกะรอยท่านชวรัตน์หุ้นส่วนธุรกิจตระกูลดังขุมทรัพย์ ๓๐๐ ล้านบาท เขียนอย่างนี้ครับ ผมอ่านเฉพาะตอนท้าย ท่านครับ บทความบทนี้ จากมติชนครับ เขาว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่าท่านทักษิณทําไม่เนียนเท่ากับท่านชวรัตน์ เขาว่าอย่างนี้นะครับ เขาอ้างว่าท่านทักษิณก่อนจะเป็นนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๔๔ โอนหุ้นทั้งผัวทั้งเมียให้กับลูกไว้ แต่ตอนหลังคือมาขายแล้วมันมีประโยชน์ ยังถูกศาล พิพากษาว่าทับซ้อนแล้วยึดทรัพย์ แต่ท่านชวรัตน์เขาเขียนอย่างนี้นะครับ ขณะที่ปู่จิ้น นี่ผมอ่านจากหนังสือนะครับ เลือกใช้วิธีจัดการอย่างเนียน ๆ ว่าจ้างนิติบุคคลเข้ามา บริหารสินทรัพย์ วันนี้ทักษิณเผชิญปัญหาวิบากกรรมเรื่องซุกหุ้น รวยผิดปกติ ถูกยึดทรัพย์ แต่ขิงแก่มากคอนเนคชัน (Connection) สบาย ๆ ธุรกิจเฟื่องฟูแถมมีบริวารอู้ฟู่อีกมากมาย นี่ฉบับนี้เขาเขียนอย่างนี้นะครับท่าน ผมคิดว่าผู้เขียนท่านลืมอ่านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมขออนุญาตอ่านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ มีข้อความ เหมือนกันอย่างหนึ่ง ห้าม ส.ส. และ ส.ว. เป็นคู่สัญญากับรัฐอันมีลักษณะผูกขาด และตัดตอน ผมไปให้ข้อมูลกับ กกต. ๑ ชั่วโมงกับ ๕๐ นาทีพูดแต่เรื่องคําว่าสัญญาสัมปทาน เป็นคู่สัญญาในการประมูลรับเหมาก่อสร้าง เป็นการผูกขาดตัดตอนหรือเปล่า ก็ไปได้ ตัวอย่างมาหลายอย่างครับ กลายเป็นว่าการเป็นคู่สัญญาต่อไปนี้พี่น้องประชาชนฟังนะครับ นักการเมืองทั้งหลายจงฟังนะครับ ถ้าบริษัทของท่านเป็นคู่สัญญากับรัฐท่านไม่มีสิทธิ มาเป็นนักการเมืองเลย ที่จังหวัดลําพูนมี ส.จ. คนหนึ่งเช่าโกดัง เช่าเสร็จอีก ๖ เดือน จะหมดเวลาเช่า ตัวเองสมัครเป็น ส.จ. ตอนนั้น อ.ต.ก. ไปเช่าเอาลําไยมาวาง มันมีปัญหา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จนกระทั่งถึงบัดนี้ยังไม่ได้เอาออกจากโกดัง ในที่สุดในขณะที่ดํารงตําแหน่ง ส.จ. มีคนร้องเรื่องนี้ครับ เขาถูกพัก ๕ ปี นี่เช่าโกดังนะท่านประธานครับ มีนายกองค์การ บริหารส่วนตําบลตําบลหนึ่งเอาเงินของตําบลให้กับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน มีหมู่บ้าน ตัวเอง เมียตัวเองเกิดไปเป็นประธานกลุ่มเข้าให้ ได้เงินด้วย ถูกสอบครับ วันนี้อ้างว่าใช้เงิน ไม่สุจริต ภรรยาเขาต้องใช้เงิน ตอนนี้ยังไม่หมดวิบากกรรม ยังจะฟ้ องเขาว่าเอามาอนุมัติ ให้ภรรยาตัวเองอีก นี่แสดงว่าการเป็นคู่สัญญากับรัฐนี่จะกระทําไม่ได้เลยทั่วประเทศนี่ โดนหมด บางเทศบาลโดนอย่างไรครับ ไปซื้อนํ้ามันในร้านของพ่อตัวเอง อามะ ภันเต พัก ๕ ปี วันนี้ท่านดูนะครับ นี่ปี ๒๕๔๐ ก็เขียนอย่างนี้คําว่าสัญญาผูกขาดตัดตอน หมายความว่าอย่างไร วันนั้นสนทนากันชั่วโมงครึ่ง สรุปอย่างนี้ท่านประธานครับ คําว่า ผูกขาดโดยพจนานุกรมเขาว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่า ตัดมาสงวนสิทธิไว้เป็นของตัวเอง ประมูลเสร็จก็สงวนสิทธิทําเอง ตัดตอนหมายความว่าโครงการนี้อาจจะมีหลายสัญญา เอามาเพียงสัญญาก็เข้าข่ายนี้แล้ว นั่นแสดงว่าสัญญาทุกอย่าง บริษัทนี่เป็นคู่สัญญา กับรัฐ เมื่อเป็นคู่สัญญากับรัฐเมื่อไรจะไม่สามารถมาทําหน้าที่เป็นผู้บริหารองค์กรภาครัฐ ได้เลย ไม่ว่า อบต. เทศบาล หรือรัฐมนตรี ท่านครับ เขาบอกว่าอย่างนี้ท่านประธาน ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๕ ให้นําเรื่องคู่สัญญาตามวรรคสองมาใช้กับคู่สมรสและบุตร เพราะว่าอย่างไรครับ เพราะมีคําว่าทางตรงและทางอ้อม แต่กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ออกตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขียนไว้ การกระทําของภรรยาหรือคู่สมรส ให้ถือว่า เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ คนเขียนรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ นี้ เขาไม่ต้องการ ให้คุณทักษิณกลับมาบริหารประเทศ เขาก็เขียนกันคุณทักษิณ วันนี้ใครรํ่ารวยทําธุรกิจเหมือนคุณทักษิณก็ซวยไป ถ้าใครไม่แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ เหมือนที่ ส.ว. เสนอ สมัครไม่ได้อีกมากมายในคราวหน้า ท่านประธานครับ ในมาตรานี้ มันเขียนต่ออย่างนี้ ผมเอามาตรา ๒๖๙ มาบรรยาย เพราะว่ามีคําโต้ผมตอนที่ไปร้อง กกต. จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในหนังสือมติชนเหมือนกันบอกว่า ลาออกแล้ว ภรรยาก็ลาออกแล้ว น่าจะหมด ท่านครับ แล้วก็ถือหุ้นไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ว่าไปโน่นเลย มาตรา ๒๖๙ ที่ท่านลาออกจากบริษัทของท่านแล้วมาเป็นรัฐมนตรี ท่านเชื่อไหมครับ ท่านลืมอ่านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านลาออกเฉพาะตัวท่านแต่ภรรยา ไม่ลาออก ในสมัยท่านสมัครนั้น ภรรยาท่านก็ยังเป็นประธานบริษัทอยู่ แล้วก็อย่างไรครับ พอสมัยท่านสมชายก็ยังเป็นอยู่ ท่านประธานครับ แต่ขณะนี้ภรรยาออกแล้ว แต่ว่าบริษัท ดิ้นหลุดจากข้อห้ามของรัฐธรรมนูญหรือยัง ยังครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขียนว่าให้รวมถึงบุตรด้วย ท่านดูนะครับบริษัทนี้ชื่อบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) (Sino-Thai Engineering & Construction) ท่าน มท. ๑ ผมจะไม่เอ่ยชื่อถึงบุคคลภายนอกแม้มีรายชื่อนะครับ แต่ผมจะพูดในลักษณะของลักษณนามว่าเป็นใครมาอย่างไร ท่าน มท. ๑ ท่านเป็นประธาน บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ท่านลาออกแล้ว เพื่อมาเป็นรัฐมนตรี แต่ว่าภรรยาท่านยังไม่ออก ท่านผิดแล้วนะครับ สีนํ้าเงินนี่ลูกของท่าน ลูกชายถืออยู่ ๕๕ ล้านหุ้น คนแรกนะครับ ลูกสาวถือ ๑๙,๘๐๐,๐๐๐ หุ้น ลูกชายอีกคนหนึ่ง ถือ ๑๙,๘๐๐,๐๐๐ หุ้น ลูกสะใภ้ถือ ๑๘๙,๐๐๐ หุ้น นี่คือถือหุ้นนะครับ ลูกสะใภ้นี่ต้องถือว่า ทางอ้อม บริษัทของลูกชายซึ่งถือหุ้นใหญ่ยังมาถืออีก ๔๐,๐๐๐ หุ้น ท่านประธานครับ บริษัทนี้ตัวตนของมันก็คือบริษัทของท่าน มท. ๑ นี่คือบริษัทของรัฐมนตรี และ ครม. ที่นั่งอยู่ในสภาที่เป็ น ครม. คุณอนุมัติ อนุญาตให้บริษัทของรัฐมนตรีได้หรือ ถ้าผู้ว่าราชการ กทม. อนุมัติให้บริษัทของรองผู้ว่าราชการติดคุกหรือเปล่า คิดดูให้ดีนะครับ นี่เป็นปัญหาข้อกฎหมายนะท่านประธานครับ ผมพูดด้วยข้อกฎหมายว่าตัวตนของท่าน คือตรงนี้ แล้วที่ผมบอกว่าท่านขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้นเพราะอะไรครับ ท่านประธาน ดูแผ่นนี้หน่อยครับ นี่คือบริษัทของท่านเอง ในขณะที่ท่านเป็ นประธานบริษัท เป็นคู่สัญญากับรัฐในเรื่องอะไรครับศูนย์ราชการ ท่านครับ สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๔ สัญญาที่ ๕ และสัญญาที่ ๖ บริษัทของท่านทั้งนั้นครับ แม้สร้างเสร็จยังติด คํ้าประกันอีกหลายปี มี อบต. อบต. หนึ่งขึ้นป้ำยเลยคนนี้เป็นรอง คนนี้เป็นที่ปรึกษา คนนี้เป็นนายก พอชนะเลือกตั้งตูม คนที่เป็นรองนายกเป็นรองนายกไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขาไปรับจ้างทําท่อ ๔๐,๐๐๐ บาท ติดคํ้าประกันอีก ๖ เดือน เขาต้องรอ หมดคํ้าประกันถึงมาเป็นรองนายกได้ นี่คือข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ ๒ ฉบับนี้ผมถือว่าเป็นตัวตนของท่านรัฐมนตรี ซึ่งถือว่ารัฐมนตรีท่านนี้เป็นเจ้าของ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ วรรคท้าย เป็นของลูกก็ต้องถูกจํากัดโดยข้อกฎหมาย บริษัทนี้ไม่มีความผิดด้วยนะ ตอนนี้บริษัทนี้มีปัญหาในการทําเป็นคู่สัญญากับรัฐใหม่เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าท่านเอง มาเป็นผู้บริหารประเทศ ถ้าท่านชวรัตน์ไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศตรงนี้ไม่มีปัญหา ผมขึ้นเลยนะครับ เพราะผมมีเวลาน้อย ขึ้นตัวตนของ ครม. ท่านประธานดูเลยครับ นี่เป็นมติ ครม. ในวันที่ ๑๐ เดือน ๓ ปี ๒๕๕๒ ท่านอนุมัติอะไรบ้าง อนุมัติ ๓๑๐ ล้านบาท จ่ายเป็น ค่าที่ปรึกษา ๒ เรื่อง ๓๑๐ ล้านบาท อันนี้ผมกล่าวหาว่า ครม. ของท่านอนุมัติเงินหลวง ให้กับบริษัท จ่ายแทนบริษัท รัฐมนตรีในเรื่องที่ปรึกษา ท่านอาจจะบอกว่าจ่ายได้ ไม่เป็นไร ผมจะมีข่าวข่าวนี้ ท่านประธานท่านฟังนิดหนึ่ง หนังสือฐานเศรษฐกิจ วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ ถึงวันพุธที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ พูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไร เขาขึ้นหัวเรื่องอย่างนี้ครับ แล้วผมจะเล่าเรื่องว่าความเป็นจริงมันเป็นมาอย่างไร บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เล่นแง่ยืดอายุของแอร์พอร์ต ลิงค์ ใช้สิทธิตาม ครม. ขยายเวลาอีก ๑๘๐ วัน นี่หัวเรื่องนะครับ ก็กลายเป็นว่ามี ครม. ของท่านสุรยุทธ์อนุญาต ให้ต่อสัญญา แต่ว่าเอาเข้าจริง ๆ ต่อ ๕๕๐ วัน ประเด็นสําคัญมันคืออย่างนี้ ในข่าวเขียน บอกว่าสัญญาเดิมจะต้องเสร็จวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ แต่มันไม่เสร็จเพราะเงื่อนไข ต่าง ๆ แล้วมันต่อได้อยู่แล้ว การต่อสัญญาคือไม่ต้องเสียค่าปรับวันละ ๑๒.๙ ล้านบาท ๑๐๐ วัน ๑,๒๙๐ ล้านบาท อันนี้ ๕๐๐ กว่าวันเสียเท่าไร แต่เขาเขียนว่าแต่บริษัทก็ยิ้มได้ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าจะต้องเสียค่าจ้างเพิ่มเฉพาะผู้รับจ้าง ก็เสียเพิ่มเพียง ค่าจ้างที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นมาไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นเองเห็นไหมครับ ก็หมายความว่าโดยระเบียบแล้ว บริษัทต้องเสียค่าที่ปรึกษาเอง แต่ตรงนี้ ครม. อนุมัติบอกว่าให้จ่ายให้ทั้ง ๒ สัญญา ทั้ง ๒ ที่ปรึกษา ๓๑๐ ล้านบาท โดยบอกว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน โดยรัฐบาล เป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่าย อันนี้ข้อ ๑ ที่ผมกล่าวหา
ข้อ ๒ เป็นเรื่องใหญ่ครับท่านประธาน เป็นลําดับที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะไม่รู้เพราะว่ามันมาอย่างเร็วมาก เดี๋ยวผมจะเล่ามันมาเร็วอย่างไร อนุมัติก่อสร้าง ทางเดินยกระดับ อันนี้อนุมัติใหม่ ๙๘ ล้านบาท ผมกล่าวหาท่านว่า ครม. ชุดนี้อนุมัติเงิน ให้กับบริษัทรัฐมนตรีอีก ๙๘ ล้านบาทในการก่อสร้างเพิ่มเติม ซึ่งความจริงก็จะต้อง ให้เขาทํา แต่ว่าเมื่อท่านมานั่งอยู่ใน ครม. ด้วย ไม่มีสิทธิตามหมวดว่าด้วยผลประโยชน์ ขัดกัน ผมกล่าวหาท่านครบแล้วในเรื่องแอร์พอร์ต ลิงค์ แต่ผมจะมีเรื่องเล่าให้ท่านฟัง อย่างนี้ ท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ตอนนี้ท่านชวรัตน์ท่านเข้ามาเป็ นรัฐมนตรี ในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๑ รถไฟ โดยกระทรวงคมนาคมเหมือนกันได้ทําหนังสือฉบับหนึ่งขอในเงื่อนไขเหล่านี้ ในสมัยท่านสมัครเดือนกรกฎาคม ท่านฟังให้ดีเดือนกรกฎาคม หนังสือนี้แช่เย็น อยู่ที่ทําเนียบ ท่านสมัครให้ไม่ได้ เพราะมันทับซ้อนแช่เย็นอยู่ตรงนั้น ผมไม่ต้องใช้เวลามาก พอแช่เย็นอยู่ตรงนั้นเสร็จทําอย่างไรครับ พอสมัยท่านสมชายท่านก็แช่เย็นอีก แต่ภายใต้การแช่เย็นของท่านมีคําแนะนําจากใครก็ไม่รู้ไปว่าก็ภรรยาท่านยังเป็ น ประธานบริษัทอยู่นี่มันจะไปทําอะไรได้ละ เดือนพฤศจิกายนปลายเดือนท่านก็ให้ภรรยา ของท่านลาออกจากการเป็นประธานบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ลูกก็เป็นแทนเป็นกรรมการบริหารแทน บังเอิญวันที่ ๒ ท่านสมชาย ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิออกไป ท่านชวรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีเต็ม ๆ รักษาการเต็ม ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านฟังให้ดีนะครับ วันที่ ๒ ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีท่านคงจําได้วันที่ ๔ มีหนังสือจดแจ้งมาเลยว่าคุณทัศนีย์ภรรยาของท่านจดแจ้งออกจากบริษัทแล้วครับ แต่บริษัทนี้ยังเป็นของลูกอยู่ ท่านชวรัตน์ได้เอาหนังสือฉบับนี้เซ็นในเช้าวันที่ ๙ วันที่ ๒ รักษาการ วันที่ ๔ ภรรยาจดแจ้งลาออก ดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ วันที่ ๙ ประชุม ครม. นัดแรก พอประชุม ครม. นัดแรกเป็นอย่างไรท่านประธานครับ เอาเข้าเลยครับเซ็นเองเข้าวาระ เรื่องที่ ๓ ในวาระจร ในขณะนั้น ครม. ก็ไม่พิจารณา เพราะมันยังทับซ้อนอยู่ แต่เวลาแถลง แถลงบอกว่าเนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ แถลงแบบรักษาหน้าครับก็พูดอย่างนี้ แต่พอมาถึงสมัยท่านอภิสิทธิ์ฝุ่ นยังตลบอยู่เลยครับ วันที่ ๑๐ เดือนมีนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ นี่ผมไม่ต้องอ่านผมจําจนขึ้นใจเลย เปลี่ยนแต่หัวเรื่อง เปลี่ยนที่หนังสือ ท่านประธานฟังให้ดี เปลี่ยนว่าขอยืนยันการขออนุมัติเรื่องนั้นเลย เติมหัวเข้าไปว่าขอยืนยัน การขออนุมัติ แต่ไปเจอเรื่องสุดท้ายมีเรื่องสุดท้ายเข้ามาว่าอย่างไรครับสํานักงบประมาณ บอกว่าเงิน ๙๘ ล้านบาทนี่ต้องลงทุนร่วมกัน เขียนไว้ แล้วกระทรวงคมนาคมเขาก็บอกว่า เขาลงทุนร่วมกันกับผู้รับสัมปทาน เขาบอกว่ากระทรวงคมนาคมก็เห็นด้วยกับแนวคิดของ สํานักงบประมาณอย่างยิ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธาน แต่ไปเขียนตรงนั้นว่าจะให้ บริษัทปรับปรุงภูมิทัศน์แทนดูสิท่าน แล้ว ครม. เข้ามา ครม. ก็ อามะภันเต เลยนะครับท่าน ออกมาอย่างนี้ ๙๘ ล้านบาทหลังอนุมัติใหม่ล้วน ๆ ท่านประธาน ถ้าท่านจะเถียงผม ไม่ต้องมาเถียงผมท่านเถียงเอกสารครับ วันนี้ผมยืนยันว่าท่านเป็นเจ้าของบริษัท เพราะว่า กฎหมายบอกว่าถ้าเป็นของลูกก็ต้องถือว่าเป็นของท่านด้วยแต่ทีนี้หลายคนบอกว่าบริษัท นี่เขาเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นะเขาก็ประมูลมาตามปกติไม่มีอะไร คุณไปอ่าน มาตรา ๑๐๑ เขาบอกว่าถ้าคุณจะถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในหุ้นที่ขายได้ในตลาดหลักทรัพย์นี่ เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เป็นไร คุณจะต้องโอนไม่ใช่จ้าง ให้บริษัทซึ่งไปบริหารเขาเขียนอย่างนี้ ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นคู่สัญญา แต่ต้องไม่ใช่บริษัทที่เป็นคู่สัญญา โอนหุ้นให้เขาแล้วก็ ถือหุ้นมากกว่านั้นได้อยู่แบบคุณไชยาที่โดนที่ต้องด้วยเรื่องนี้ ท่านก็ยังกลับมาเป็น รัฐมนตรีได้ใช่ไหมครับ เพราะบริษัทของท่านนั้นไม่ใช่บริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ แต่มาตรา ๑๐๑ เขาเขียนว่าการที่จะโอนให้กับบริษัทซึ่งบริหารหลักทรัพย์นี่แล้วยังถือหุ้น ได้มากกว่าไม่ต้องโอนให้ใคร ต้องไม่เป็นบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา ๑๐๐ (๒) เพราะฉะนั้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญากับรัฐตามมาตรา ๑๐๐ (๒) ผมพูดเรื่องนี้อีกทีเพราะยืนยันว่าบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นของรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ข้อกล่าวหาชุดแรกของผมคืออะไรครับ ท่านฟังให้ดี รัฐบาลชุดนี้โดย ครม. ภายใต้การนํา ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านต้องรับผิดชอบ มาตรา ๑๗๑ แล้วอนุมัติเงินใหม่ให้กับ บริษัทของรัฐมนตรี ท่านไปแก้ตัวเอาเองที่ ป.ป.ช. ก็แล้วกัน
ผมจะใช้เวลาเผื่อไปนิดหนึ่งเรื่องของรถไฟฟ้ำสายสีม่วง เพราะผมจะใช้ เวลาไม่มาก เพื่อนผมก็รอเยอะ รถไฟฟ้ำสายสีม่วง ผมจะพูดอย่างนี้ แผ่นนี้ที่ผมให้ดู มติ ครม. ๒๕๕๐ ของท่านสุรยุทธ์ วงเงิน ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานดูนะครับ วงเงินสัญญาที่ ๑ เท่านี้ สัญญาที่ ๒ เท่านี้ สัญญาที่ ๓ เท่านี้ รวมแล้ว ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท มติ ครม. ๒๕๕๑ ของท่านสมัคร ใช้ปึ๊งขนาดนี้ท่านประธานครับ ใช้ปึ๊งใหญ่ขนาดนี้ ท่านดูนะครับ เพื่อจะบอกว่าจําเป็นต้องเพิ่มเงินจาก ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านโสภณครับ ผมพูดไม่ใช่พูดกับท่านโสภณ ผมพูดผ่านท่านประธานไปยังท่านโสภณ ใช้ปึ๊ งขนาดนี้ อธิบายว่าเหล็กมันขึ้นไปถึง ๔๐-๔๑ เปอร์เซ็นต์ นํ้ามันขึ้นไปถึง ๑๔๔ เหรียญต่อบาร์เรล จําเป็นต้องขึ้นจาก ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ใน ๓๑,๐๐๐-๓๖,๐๐๐ ล้านบาท เขาแยกอย่างนี้ เขาแยกว่าค่างานทั้ง ๔ สัญญา ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดจ่ายก็ได้ไม่จ่ายก็ได้ เงินค่าเค (K) ๓,๙๐๐ กว่าล้านบาท ถูกต้อง ภาษีมีแวท (VAT) เท่าไรครับ ๒,๓๕๙ ล้านบาท แวทนี่มาจากไหนครับ เขาเขียนว่าที่ต้องกําหนดทั้งแวท เพราะว่ามันจะกู้เงินที่ไหนยังไม่รู้ ถ้ากู้เงินในประเทศส่วนนี้ก็ออกไป วงเงินมันจะเหลืออยู่เท่าไรครับ ๓๓,๖๙๖ ล้านบาท ถ้าเราหักแวทออกไป นี่ถ้ากู้เงินต่างประเทศนะครับ วงเงินที่อนุมัติโดย ครม. ปี ๒๕๕๑ หรือปี ๒๕๕๐ มันจะเอาแวทไปลบลงถ้ากู้ต่างประเทศ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าหักจาก ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท จะเหลือ ๓๓,๖๙๖ ล้านบาท ผมยํ้าตรงนี้ว่า ครม. ปี ๒๕๕๑ อนุมัติเงินแค่ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นวงเงินสําหรับการก่อสร้าง เรื่องนี้ ผมเน้นตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะผมกําลังจะบอกว่าหนังสือที่ลงวันที่ ๖ สิงหาคม ของกระทรวงคมนาคมนั้นทําเท็จอยู่อย่างนี้ ที่ ครม. ไม่ต้องรับผิดชอบ คือทํา และใช้เอกสารอันเป็นเท็จโดยในหนังสืออ้างว่าอย่างนี้ อ้างว่าอนุมัติไปเถอะ อย่างไรก็ไม่เกิน วงเงิน ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกินได้อย่างไรครับท่านประธาน กู้เงินต่างประเทศคุณต้อง หักแวทออก พูดอย่างนี้พี่น้องประชาชนก็เข้าใจ ถ้ากู้เงินต่างประเทศไม่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ ๗ แต่ถ้ากู้ใรประเทศต้องเสียร้อยละ ๗ ถ้าต้องเสียร้อยละ ๗ นี่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าไม่เสีย ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปกู้ต่างประเทศเสีย ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมสรุปอย่างนี้นะครับ วงเงินที่แท้จริงถ้ำกู้ต่างประเทศคือ ๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๓,๖๙๖ ล้านบาท แต่ในหนังสือฉบับที่กระทรวงคมนาคม เสนอมาต่อ ครม. บอกว่าอย่างไร อนุมัติทั้งหมดไม่เกินวงเงินซึ่งอนุมัติไว้แล้วในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ คือ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท หนังสือนี้จึงกลายเป็ นหนังสือเท็จ กระทรวงคมนาคมจะเจอข้อกล่าวหาร่วมกับนายกรัฐมนตรีนะครับ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ตามมาตรา ๑๗๑ ร่วมอย่างไรครับท่านประธาน ทําและใช้เอกสารอันเป็นเท็จหลอกลวง ครม. ให้อนุมัติวงเงิน อันนี้เป็นความผิดที่ ๑ รถไฟฟ้ำสายสีม่วงครับท่านประธาน และรถไฟฟ้ำสายสีม่วงยังมีแถมอย่างนี้อีกครับท่านประธาน โอ้โฮ ท่านประธาน อันนี้มันถึงพริกถึงขิงจริง ๆ ท่านประธานครับ ท่านดูสิครับ อนุมัติ ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ค่างาน อันนี้เงินเผื่อเหลือเผื่อขาด เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดนี่แหละ มท. ๑ ท่านก็อธิบายได้ดีกว่าผม เพราะอะไรครับ เพราะว่า ท่านอยู่ในแวดวงนี้ เงินเผื่อเหลือเผื่อขาดไม่ใช่อยู่ที่ผู้ประมูล ผู้รับจ้าง มันจะอยู่ที่ หน่วยงาน ถ้ามันแพงขึ้นเติมให้ ถ้ามันอยู่ที่เก่าไม่ต้องจ่าย เขาเรียกว่าเงินสํารองจ่าย จริง ๆ แล้วมันแปลว่าเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด เรียกทั่วไปว่าค่าเคนี่แหละ โอ้โฮ ค่าเคลดลง จาก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่าแบบมันชัดเจน อะไรมันชัดเจน เหลือ ๔๓๕ ล้านบาท มันหักไปเท่าไรครับ ลดไป ๓,๕๓๗ ล้านบาท เอา ๔๓๕ ล้านบาท ลบออกจากตัวเดิม หมายความว่าค่าเคนี่ตัดออกไป ๓,๕๓๗ ล้านบาท แวทไม่ต้องเสีย ทั้งแวททั้งค่าเครวมกันแล้วนี่ จะได้ ๕,๘๙๖ ล้านบาท ผมเช็กไปเช็กมาเอาไปรวมไว้กับค่างาน เอาไปรวมไว้กับ ค่างาน ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็ น ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ถามไปยังนายกรัฐมนตรี ช่วยตรวจสอบว่าประเทศนี้มีการคิดเงินอย่างนี้ได้ที่ไหน ผมอยากศึกษาจังเลย เอาทั้งแวท ซึ่งไม่ต้องจ่าย เป็ นวงเงินแวทไม่ต้องจ่ายกับค่าเคที่หายไปไปรวมเป็ นค่างาน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วให้ใคร ท่านดูให้ ใคร ให้ ๒ สัญญาคือสัญญาที่ ๑ และสัญญาที่ ๒ เพิ่มขึ้น ให้ ๒ สัญญาเองครับ ๒ สัญญา สัญญาที่ ๒ เป็นของ มท. ๑ อุ๊ยตาย นี่ขนาดนี้เลยหรือ