สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ร้อยตำรวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาล โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 และเรียกร้องให้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาลและท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ และไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมยืนตรงนี้ที่จะ ทําหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีตามที่ได้ยื่น ไปแล้ว ขอกราบเรียนว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องนําเอาความบกพร่อง ความล้มเหลว ในการบริหารของรัฐบาลมาตีแผ่ ต้องชี้ให้ประชาชนทั้งประเทศซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ได้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารงานของรัฐบาล รายการนี้ไม่ใช่รายการยอวาที ที่จะเอาความดีความงามขึ้นมาพูดกัน ไม่ใช่ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า หากมีการประท้วงใด ๆ ก็ตาม ท่านประธานต้องให้เขายกมือ แล้วท่านอนุญาต แล้วค่อยประท้วง ไม่ใช่ขึ้นมา ท่านประธานผมประท้วง ๆ อย่างนั้นขอความกรุณาครับ ไปประท้วงคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านครับ ถ้าจะประท้วงในสภาขอให้ทําตามกติกา ในข้อบังคับการประชุมสภา และผมยืนยันท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ เป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และเพื่อให้ท่านประธานสบายใจ ผมขอให้คํามั่นสัญญาเลยครับ

ข้อ ๑ ด้วยเกียรติของข้าฯ ข้าฯ สัญญาว่าข้าฯ จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ข้อ ๒ ข้าฯ จะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ

ข้อ ๓ ข้าฯ จะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ

กฎของลูกเสือข้อแรก บอกว่าลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมพูดนั้นจะพูดอย่างคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ที่สําคัญท่านประธานเคยคาดเข็มขัดลูกเสือไหม เสียชีพอย่าเสียสัตย์ ผมจะไม่ตระบัดสัตย์เด็ดขาด ตราบใดที่ผมยังติดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมจะพูด แต่ความจริง

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตย้อนหลังไปถึงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขณะที่รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กําลังจะมาแถลงนโยบายที่สภา กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อเหลือง ปิดล้อมด้านหน้าถนนอู่ทองในเต็มหมดเลย แล้วก็มาด้านข้างถนนราชวิถี ผมมาถึงสภา ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกาเศษ ได้เห็นแล้วว่าเข้าสภาไม่ได้ จึงได้นํารถไปจอดอยู่ข้างหลัง พรรคชาติไทย ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของพรรคชาติพัฒนาในอดีต แล้วเดินเท้าเข้ามา ท่านประธานครับ ช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้พยายามที่จะเปิดทางให้ ส.ส. ส.ว. เข้ามา ทําหน้าที่ ให้รัฐบาลเข้ามาแถลงนโยบาย ในที่สุดก็เข้ามาได้ แต่ระหว่างที่รัฐบาลสมชาย กําลังแถลงนโยบายนั้นเอง กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองก็เพิ่มปริมาณเข้ามาทั้งด้านหน้าสภา และด้านข้าง คราวนี้มีการขนอุปกรณ์ยางรถยนต์จํานวนมหาศาลมาวางกองอยู่ด้านหน้าสภา สมาชิกบางท่านได้พูดไปแล้วว่าเสียงกู่ก้องร้องตะโกน ฆ่ามัน ๆ ดังกระหึ่มไปหมด ผมมี ประสบการณ์ตั้งแต่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ บรรยากาศที่คนจํานวนมากมายมหาศาลอย่างนั้น แล้วร้องว่าฆ่ามัน ๆ ไม่ใช่ของดีแน่ ผมจึงตัดสินใจพานายชวน หลีกภัย หนีจากทําเนียบรัฐบาล วันนั้น ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นี่ปกติจะไม่พูดถึงเลย แต่พี่ชวนได้กรุณากล่าวถึงผมในวันเลี้ยง แสดงความยินดีของนักศึกษานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เป็นคนเปิดเผยว่า ผมพาพี่ชวนหนี ผมจึงได้เปิดเผยว่าเป็นความจริง ผมมีประสบการณ์อย่างนั้น ดังนั้น ในวันที่ ๗ ตุลาคม ผมจึงเตือน ส.ส. ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องให้ระวังตัว ถ้ามันพังประตูเข้ามา มันฆ่าแล้วมันเผาเดี๋ยวนั้นเลย แต่เป็นเรื่องประหลาดทั้งสภานี้ผมไม่เห็นหน้า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์แม้เพียงคนเดียว เสมือนหนึ่งรู้แล้วว่าคนเสื้อเหลืองจะมาทําพิธีกรรมอะไร ที่น่าเกรงขาม จึงไม่มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาโดยสิ้นเชิง

ท่านประธานครับ การแถลงนโยบายผ่านไป ตอนบ่ายครับ หลังจาก แถลงนโยบายจบในสภานี้ไฟฟ้ำไม่มี แอร์ (Air) ไม่ได้เปิด อาหารก็ไม่มี นํ้าก็ถูกตัด แม่ค้า ที่เคยเอาอาหารเข้ามาขายตามปกติเอาเข้ามาไม่ได้ หิวข้าวครับท่านประธาน จะออกไปกิน ข้างนอกก็ไปไม่ได้ถูกปิดล้อม ภาวะอย่างนั้นผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนสื่อมวลชนที่มาทําหน้าที่ในสภาวันนั้นและข้าราชการรัฐสภาทุกคนเป็นพยานยืนยัน ได้ว่าสิ่งที่ผมพูดมันเกิดขึ้น และในช่วง ๒ โมงมีเสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท ที่หน้าพรรคชาติไทย ปรากฏความต่อมาว่าเป็นรถจี๊ป เชโรกี (Jeep Cherokee) ที่ขนระเบิด เข้ามาจํานวนมากแล้วไปจอดซุ่ม ไม่ทราบว่าซุ่มรอเวลาหรือรอการสั่งการใด ๆ แต่ไประเบิด ตรงนั้น ผมว่าประเทศไทยเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชน่าจะมีจริง เพราะถ้ารถจี๊ป เชโรกีคันนั้นวิ่งเข้ามาใกล้รัฐสภามันจะตายเป็นเบือ นั่นคือศพแรก คนที่ขับรถคันนั้นมาเป็นอดีตนายตํารวจยศพันตํารวจโทเป็นการ์ด (Guard) ของ นปช. ขออภัยเป็นการ์ดของพันธมิตร โห่ทําไม สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง มีมารยาทบ้าง เป็นการ์ดของพันธมิตร ท่านประธานครับ นั่นเป็นศพแรกของวันที่ ๗ เสร็จแล้วตํารวจก็พยายาม ทั้งเจรจา ทั้งยิงแก๊สนํ้าตา จนในที่สุดประตูด้านราชวิถีเปิดออกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนสื่อมวลชน และข้าราชการในรัฐสภาก็ทยอยเดินทางออก ผมเอง เนื่องจากจอดรถไว้ที่พรรคที่ทําการสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ไปเช่า พรรคชาติพัฒนาก็อาศัยนั่งรถของท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ แต่นั่งอยู่ในรถประมาณ เกือบ ๑๐ นาทีรถก็ยังไม่ขยับก็จึงตัดสินใจเดินออกไป บังเอิญไปเจอรถของท่าน ส.ส. สันทัด จีนาภักดิ์ จากจังหวัดกาญจนบุรี กําลังได้คิวจะออก ผมก็ขออาศัยไปด้วย ไปถึงบ้าน ๖ โมงกว่า เปิดทีวีดูเห็นหน้าสภาไม่มีอะไรแล้ว เหตุการณ์สงบเรียบร้อย เป็นอย่างดี จนกระทั่งเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา หรือประมาณทุ่มเศษ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง บุกไปที่ บช.น. วังปารุสกวัน น้องโบไปตายตรงนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องรัฐสภาเลย แล้วศพแรกที่ตายในเชโรกีก็ไม่ได้เกี่ยวกับการสลายการชุมนุม น่าเสียดายเหลือเกิน ใครก็ตามพูดถึง ๗ ตุลาคม ก็บอกว่ามีเสียชีวิต ๒ คน แต่ไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทํางานของตํารวจที่บริเวณหน้ารัฐสภาแต่อย่างใด นี่ผมขออนุญาต เรียนตรงนี้เพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจโดยถ่องแท้ว่าศพแรกนั้นมันถึงคราวตายเพราะมันจะ เอาระเบิดมาระเบิดคนอื่น ส่วนศพที่ ๒ นั้นถูกยิงหน้า บช.น. ไม่ได้เกี่ยวกับที่รัฐสภา แต่อย่างใด กระนั้นท่านอภิสิทธิ์ในขณะที่เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ยังอุตส่าห์ ไปยื่น ป.ป.ช. ให้ถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ให้ถอดถอนผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถอดถอนผู้บัญชาการตํารวจนครบาล พลตํารวจโท สุชาติ เหมือนแก้ว ป.ป.ช. ก็ดีใจหาย รับเรื่องจากผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเสร็จปั๊บก็ดําเนินการชี้มูลว่ามีความผิด ประพฤติมิชอบ ส่วนของข้าราชการตํารวจ ๒ คน บอกประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงให้ไล่ออก ท่านประธานครับ ตรงนี้อย่าประท้วงผมนะครับ เพราะผมไม่ได้ว่าใคร ว่า ป.ป.ช. ๙ คน อํามหิตครับ คิดดู พลตํารวจเอก พัชรวาทรับราชการตั้งแต่จบจากโรงเรียนนายร้อย อีกกี่เดือนจะปลดเกษียณในตําแหน่งผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พัชรวาทไปทํา อะไรครับ ไปบอกว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง สุชาติ เหมือนแก้ว เช่นกันจากโรงเรียนนายร้อยตํารวจมาเป็นผู้บัญชาการตํารวจนครบาล หน้าที่โดยตรงที่จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย หน้าที่โดยตรงที่จะต้องทําให้รัฐบาล สามารถปฏิบัติภารกิจ สมาชิกรัฐสภาสามารถปฏิบัติภารกิจ เขาทําตามหน้าที่ราชการ ทําไม ไปชี้มูลเขาอย่างนั้น ตรงนี้ขอให้บันทึกไว้ในสภาชั่วลูกชั่วหลานว่า ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย มีความเห็นว่า ป.ป.ช. ทั้ง ๙ คนอํามหิตเกินมนุษย์ ท่านประธานครับ พอมาถึงวันที่ ๒ ธันวาคม คราวนี้ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคําวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย ตรงนี้มีข้อสังเกต ศาลให้พรรคการเมืองทั้งสามไปแถลงปิดคดี มี ๒ พรรคที่ไปแถลงปิดคดี พรรคพลังประชาชนสละสิทธิไม่แถลง แถลงเสร็จเกือบเที่ยง เพียงไม่กี่นาทีศาลอ่านคําพิพากษาแล้ว มันเขียนมาก่อนล่วงหน้า ที่สําคัญก็คือคนชุมนุม ที่ทําเนียบรัฐบาลที่ไปทํานาในทําเนียบรัฐบาลรู้ล่วงหน้าด้วยว่าจะตัดสินยุบพรรค ทั้ง ๓ พรรคถึงกับได้มีการบอกว่าสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่ไม่มีโอกาสกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พวกเสื้อเหลืองรู้คําพิพากษาล่วงหน้าด้วยถึงไปพูดในทําเนียบรัฐบาลว่านายกรัฐมนตรี สมชายจะไม่มีโอกาสกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลในวันเฉลิมพระชนมพรรษา แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ศาลรัฐธรรมนูญนี่อ่านวันที่ ๒ ธันวาคม แล้วยุบหมดทั้ง ๓ พรรค การเมืองก็พลิก พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่เป็นนักการเมือง ในฐานะที่เป็น ส.ส. ที่ผมก้มอย่างนี้ไม่ได้เลียนแบบนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ แต่ว่าไมโครโฟนนี้มันสั้น ผมบอกตรง ๆ ว่าผมแอบดีใจที่เห็นนายกรัฐมนตรีรูปก็งาม นามก็เพราะ ยังอยู่ในเยาว์วัยจะทําประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองอีกยาวนาน อายุเพียง ๔๔ ปี เหมือนอย่างโทนี แบลร์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษ อายุ ๔๓ ปี บิล คลินตัน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา อายุ ๓๙ ปี โอ้ประเทศไทยของเราบัดนี้ มีนายกรัฐมนตรีอายุ ๔๐ ต้น ๆ เป็นความภูมิใจของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ใครก็ได้ที่ไม่ได้มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร ไม่ได้มาจากอํานาจเผด็จการ เป็นสิ่งที่คนชื่อ ร้อยตํารวจโท เชาวรินชื่นชอบแอบเชียร์อยู่ในใจ คิดไม่ถึงครับปีกว่านายกรัฐมนตรีของผม ถูกประชาชนเรียกว่าเป็นฆาตกร ถูกประชาชนเรียกว่าเป็นทรราช ผมบอกตรง ๆ ว่าเจ็บปวด คนที่ผมรัก คนที่ผมเคยเอาใจช่วย ต้องมาได้รับคํากล่าวขานจากประชาชนในลักษณะ อย่างนี้ ทําไมหรือครับ ก็เพราะว่าท่านไม่ได้มาอย่างสง่างาม ถ้าเป็นผมผมจะไม่ไปตั้งรัฐบาล ในค่ายทหารเด็ดขาด แต่ผมเข้าใจครับ ประเทศนี้ประเทศไทย เมื่อก่อนผมเคยเห็น เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงชื่อจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ทหารมาอุ้ม ที่หน้าสภา ไปอุ้มที่บ้าน ไปกล่อมให้ลงนามในจดหมายขอถอนชื่อจากการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมรับรู้มีข้อมูลอยู่นั้นก็ให้เกิดความเห็นใจอีกว่าถ้านายกรัฐมนตรีไม่ไปตั้งรัฐบาล ในค่ายทหารก็ตั้งไม่สําเร็จ ส.ส. ส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชาชนแทนที่จะโยกย้าย มาอยู่ด้วยกันที่พรรคเพื่อไทยตามที่ได้มีการตั้งพรรคไว้รองรับก็แหกคอกไปอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง เพราะถูกขู่โดยทหาร นี่ขอย้อนนิดหนึ่งขอเสริมสักนิดหนึ่ง ก็ขณะที่ ศอฉ. เรียก ส.ส. ไปรายงานตัวไปชี้แจงที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ยังมีนายทหารแต่งเครื่องแบบมากระซิบบอก คราวหน้าอย่าลงพรรคเพื่อไทย ต้องไปลงพรรคอื่นแล้วทหารจะดูแลให้ ผมว่าอย่างนี้มันชั่ว ชั่วมาก ๆ เลย เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงบอกรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านบอกว่า ท่านไม่ได้สั่ง ท่านไม่ได้สั่งให้ทหารใช้อาวุธ ท่านไม่ได้สั่งให้ทหารสลายการชุมนุม แล้วโฆษกไก่อูมันเอาที่ไหนมาแถลง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ไปตั้งกรรมการสอบสวนไก่อู อ้ายนั่นแหละเป็นคนยํ้าแล้วยํ้าอีกว่า รัฐบาลจะดําเนินการอย่างนี้ ๆ ท่านไปสอบถามดู ผมกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทําให้ นายกรัฐมนตรีหมดความสง่างาม หมดความชอบธรรม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

ท่านประธานครับ วันที่ ๑๐ เมษายน อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว มีที่ไหนในโลกครับใช้เฮลิคอปเตอร์ครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ช่วยโคลส (Close) มาใกล้ ๆ หน่อยครับ นี่ภาพเฮลิคอปเตอร์โปรยสารเคมีมามันปลิวไปจนถึงวัดสระเกศ ที่ภูเขาทองโน่น พระที่วัดสระเกศเดือดร้อนหมดเลยครับ ทั้งแสบ ทั้งคัน นี่ครับ ในโลกนี้ มีที่ไหนบ้างครับใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยสารเคมี โปรยแก๊สนํ้าตา สลายการชุมนุม เสร็จแล้ว ท่านประธานครับ โอ้โฮ นั่นมันสงครามเอารถถังออกมา ช่วยหน่อยครับ ช่วยกัน ทํามาหากินหน่อย ช่างภาพโคลสใกล้ ๆ เลยครับ เอารถถังมาสลายการชุมนุม แม้ท่านจะ เรียกว่าการขอคืนพื้นที่ก็ตามเถอะครับ ผมว่าไม่มีที่ไหนในโลกนี้เขาทํากัน แล้วเป็นอย่างไร ทหารที่เอามาทํางาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าคนเสื้อแดงนั้นเขาได้เตรียมการ เตรียมคน เตรียมใจ มานานพอสมควรเนื่องจากเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ การชุมนุม คราวนั้นมีการใช้ทหารปราบเช่นเดียวกัน ที่เมื่อกี้ท่านอนุดิษฐ์ได้โชว์ภาพไปตายไม่รู้เท่าไร แต่ศพมันเอามาไม่ได้ ถูกขนขึ้นรถไป หายไป ๆ พอไม่มีศพปั๊บรัฐบาลก็แถลงไม่มีคนเสียชีวิต ฝ่ายคนเสื้อแดงไม่มีศพเป็นพยานก็ต้องเลยตามเลย ไม่ทราบว่าจะทําอย่างไร เวลานี้ ๔๐ กว่าคนยังหากระดูกมาทําบุญไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระ ๒ รูปที่โบกธงนําหน้า จนเวลานี้ก็ยังไม่ได้บังสุกุล เพราะไม่รู้สรีระของท่านอยู่ที่ไหน ดังนั้นจึงมีการอบรม สั่งสอนกันว่าถ้าเกิดเหตุการณ์สลายอย่างนี้มีคนตาย สิ่งแรกที่จะต้องทําก็คือรีบเอาศพไว้ ต้องยึดศพให้ได้ บังเอิญท่านประธานไม่ให้ ทางคณะกรรมการไม่ใช่ท่านประธานครับ คณะกรรมการบอกไม่ให้แสดง ไม่แสดงผมก็ไม่แสดง เพราะถือว่าคนได้ผ่านตามากมายแล้ว เรื่องศพนี่ ท่านประธานครับ คนเสื้อแดงเขาเรียนและอบรมบ่มกันมาเป็นปี สันติ สงบ อหิงสา เขานัดเดินทางเคลื่อนพลตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม มากรุงเทพมหานครแล้วจะ ชุมนุมใหญ่วันที่ ๑๔ มีนาคม ถามว่าทําไมเขาต้องนัดตั้งแต่วันที่ ๑๒ เพราะเขารู้ว่า อย่างไรเสียรัฐบาลต้องสกัดกั้น ดังนั้นในถนนสายสําคัญที่เข้าสู่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะ ถนนเพชรเกษม ถนนสุขุมวิท ถนนมิตรภาพ ถนนพหลโยธิน ถนนสายบัวทองที่ตัดผ่าน จังหวัดสุพรรณบุรี ด่านตํารวจ ด่านทหาร ด่าน อส. ๒๑๖ ด่านครับท่านประธาน นี่หนังสือพิมพ์รายงานเลยว่าทั้งหมด ๒๑๖ ด่าน สกัดคนเสื้อแดงแล้วก็ตรวจทุกคัน ไม่มีแม้แต่คดีเดียวที่จะจับคนเสื้อแดงในคดีพกพาอาวุธเข้ามาในการชุมนุม ไม่มีแม้แต่ คดีเดียวที่จะจับคนเสื้อแดงทําผิดกฎหมายคดีอาญาใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นตรงนี้จึงยืนยัน และเสริมให้เห็นว่าคนเสื้อแดงเขายืนยันว่าจะชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา แต่ทหาร ออกมาปราบมาเคลียร์พื้นที่มาขอพื้นที่คืนวันที่ ๑๐ เมษายน ขอโทษเถอะ ผมอยากจะ ใช้คําว่าเสือกเอาอาวุธมาให้เขายึดเอง อาวุธเหล่านี้ออกมาใช้วันที่ ๑๐ เมษายน แล้วถูกคนเสื้อแดงยึดครับ ๑๐ เมษายน ทหารขนอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างนี้ แล้วรถถังอีก ๑๖ คันที่ถูกยึดไป อัปยศเหลือเกินกองทัพทําเที่ยวนี้ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนสั่งการ คนนั้นต้องรับผิดชอบกับความเสียหายของกองทัพไทย นี่คือสิ่งที่คนเสื้อแดงยึดมาจาก ทหารทั้งนั้นแต่ส่วนใหญ่ก็คืนไป แต่ผมก็เชื่อว่านิสัยคนไทยนี่เอามา ๙ คืน ๗ คืน ๘ มันต้องมีหลงอยู่แหละ ผมเชื่อ ท่านประธานครับ แล้วนี่ท่านกรรมการบอกให้ผมปิดหน้า ผมก็ปิดหน้า เขาถูกยิง ศพนี้ถูกยิงในเขาดิน ท่านประธานครับ กรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓ เรื่องขอใช้สถานที่ เรียนผู้อํานวยการองค์การสวนสัตว์ ด้วยกรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ ได้รับมอบหมายภารกิจจากกองทัพบกให้มาดูแลรักษาความปลอดภัย การประชุมสภาตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคมเป็นต้นไป หน่วยยังขาดพื้นที่สําหรับกําลังพล จํานวน ๕๐๐ นายพักอาศัย จึงขอความอนุเคราะห์จากองค์การสวนสัตว์ขอใช้สถานที่จอดรถ ของสวนสัตว์ดุสิตเป็นที่พํานัก สวนสัตว์ก็อนุญาต ทหารที่มาจากจังหวัดลพบุรีนี่เป็น หน่วยรบพิเศษครับท่านประธาน เป็นหน่วยรบเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธปืนชนิดพิเศษ คือปืนทาโวร์ แล้วตรงนี้บอกไปเลย ฟ้ องประชาชนทั้งประเทศให้รับรู้ไว้ว่าคณะกรรมาธิการ การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบแล้ว กองทัพไทยซื้อปื นทาโวร์กระบอกละ ๑๐๐,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ (US dollar) ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ ซื้อได้ ๔ กระบอก แล้วปื นอย่างนี้เขาใช้ในสงครามอิรักกับสงครามอัฟกานิสถาน ประเทศไทยบรรจุปื นชนิดนี้เป็ นปื นประจําการของหน่วยรบพิเศษที่จังหวัดลพบุรี กับหน่วยสวาท (S.W.A.T.) ของตํารวจ หน่วยอื่นไม่มีหรอกครับ แล้วอ้ายหมอนี่ มันถูกปืนทาโวร์ยิงตายที่ในสวนสัตว์ ท่านประธานครับ มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม โดยสิ้นเชิง ขออภัย ใช้คําว่า มัน ไม่สุภาพ ขอถอน ใช้คําว่า คุณมานะ คุณมานะนี่เป็น เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิต เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ขัดแย้งอะไรไม่ทราบ ยิงกันเอง นี่ครับใบมรณบัตรระบุว่าคุณมานะเสียชีวิตจากกระสุนปืน แล้วพ่อแจ้งความ ที่โรงพักดุสิต ตามบันทึกประจําวันข้อที่ ๓ ของวันที่ ๑๑ เมษายน เวลาตีสี่ จนบัดนี้ คดีไม่ได้ไปถึงไหนเลย ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีว่านี่เป็น คดีอาญานะครับ เป็ นการฆาตกรรม เพราะไม่ได้เกี่ยวกับการชุมนุม อยู่ห่างไกล ที่สลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว นี่คนตายเขากําลังจะกลับบ้านหรืออย่างไรไม่ทราบ มือนี่ไม่ได้มีอาวุธหรอกครับ กุญแจรถ จะไปไขมอเตอร์ไซค์ ท่านประธานครับ นี่กุญแจ อยู่ในมือครับ แต่โดนกระสุนปืนทาโวร์เข้าที่หัว สนิทเลยครับเป็นตายอย่างไรไม่ทราบ ท่านประธานครับ จากวันที่ ๑๐ ทําให้คนเสื้อแดงซึ่งมีประสบการณ์จากสงกรานต์ปีที่แล้ว ต้องบุกไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อดูเพื่อนเสื้อแดงที่ถูกยิงตายแล้วแย่งศพกลับมา แต่แย่งได้ไม่หมดหรอกครับ ผมเชื่อว่าบางศพจะต้องถูกเคลื่อนย้ายหายไป เพราะเขามี บทเรียนเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว ๓๐-๔๐ คนหาศพไม่เจอ รัฐบาลเลยมีความชอบธรรม อ้างว่าไม่มีใครตาย คนเสื้อแดงนี่เขาบ่มเพาะอบรมจิตใจ ฝึกฝนกันมาอดทนแต่ก็ไม่ยอม งอมืองอตีนให้ใครมายํ่ายีได้ ดังนั้นเขาจึงบุกไปตามโรงพยาบาลต่างๆ อนิจจาประเทศไทย รัฐบาลคุมสื่อหมด ด่าเช็ดเลยว่าคนเสื้อแดงนี่ไปละเมิดบุกค้นโรงพยาบาล วันนี้ ผมขออนุญาตอุทธรณ์ว่าคนเสื้อแดงไม่มีเจตนาจะไปบุกค้นโรงพยาบาลอะไรหรอก แต่เจตนาจะไปเอาศพมาเป็นพยานว่าที่เขามาชุมนุมโดยสงบแล้วถูกฆ่า เพราะฉะนั้น เพื่อนสื่อมวลชนที่ไปเขียนว่าคนเสื้อแดงไร้จริยธรรมไปบุกโรงพยาบาลนั้น ขอร้องเถอะครับ เขาไม่ได้มีเจตนาจะไปบุก แต่เจตนาของเขาคือต้องการไปเอาศพกลับมาเพื่อยืนยันว่า ถูกรัฐบาลสั่งให้ทหารมาฆ่าเขา แล้วเขาไม่มีอาวุธ แต่ตอนหลังนี่ครับท่านประธาน พอมาถึงเดือนพฤษภาคมสลายอีกแล้ว ส.ว. จํานวน ๖ คน ได้ติดต่อกับแกนนําว่า ได้พูดจากับประธานวุฒิสภา ท่านประสพสุข บุญเดช ว่า ส.ว. จะเข้าไปเจรจากับแกนนํา เพื่อหาทางยุติการชุมนุมไม่ให้เกิดความเสียเลือดเนื้อ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ไปพบกับแกนนําผู้ชุมนุมในตอนคํ่าวันที่ ๑๘ บอกว่าท่านประธานวุฒิสภาประสพสุข บุญเดช ได้โทรศัพท์คุยกับนายกรัฐมนตรีถึง ๒ ครั้ง ในช่วงกลางวันของวันที่ ๑๘ บอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยกับหลักการว่าให้เจรจากันเพื่อยุติ การเจรจาควรจะเริ่มต้นเช้าวันที่ ๑๙ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีทําไมไปด่วนสั่งเคลื่อนย้ายกําลัง ตอนรุ่งแจ้ง ขนรถถัง ขนทหาร เข้ามาทางแยกศาลาแดง ทางถนนราชปรารภ เข้ามา ตอนตีสามกว่า ๆ ทําไมไม่รอให้เช้าแล้วเจรจากัน นี่ท่านเจตนาที่จะฆ่าคนหรือเปล่า ผมสงสัยนะ ผมไม่ได้กล่าวหาแต่ผมสงสัยว่าท่านเจตนาหรือเปล่า ในเมื่อประธานวุฒิสภา ประสพสุข บุญเดช ได้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกันแล้ว พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็น ๑ ใน ๖ ส.ว. ที่ไปพบแกนนําที่ราชประสงค์แจ้งให้ทราบ แกนนําก็พร้อมที่จะเจรจา ผมกราบเรียนครับว่าวันที่ ๑๘ ผมเองและ ส.ส. หลายคนโทรศัพท์ไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลว่า ช่วยเบรก (Brake) นายกรัฐมนตรีหน่อยอย่าเพิ่งสลาย คุยกัน แล้วให้เขากลับบ้าน อย่าเอาทหารมาฆ่าเขา เพราะทหาร ๓ กองพลที่ออกมาปฏิบัติงานในเช้าวันที่ ๑๙ กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์อยู่ที่นี่ ก็มีหน่วยต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ กองพลที่ ๒ มาจาก จังหวัดปราจีนบุรี ค่ายจักรพงษ์ กองพลที่ ๙ มาจากค่ายพระยาสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ๓ กองพล กองพลที่ ๒ ดุที่สุด เพราะก่อนออกมาผู้บังคับหน่วยได้ล้างสมองบอกกําลังพลว่า พวกคนเสื้อแดงฆ่าผู้บังคับบัญชาของเรา เมื่อวันที่ ๑๐ ที่มีทหารถูกยิงด้วยเอ็ม ๗๙ ข้างโรงเรียนสตรีวิทยา ผู้บังคับหน่วยไปพูดกับกําลังพลในกองพลที่ ๒ ว่าคนเสื้อแดง เป็นคนฆ่า เท่านั้นยังไม่พอยังบอกว่าคนเสื้อแดงมีเจตนาจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ พูดทุกวันเวลาอบรม กินข้าวก็อบรม เข้าแถวก็อบรม พวกกองพลที่ ๒ จึงรับมา เต็มสมองเลยว่าคนเสื้อแดงคือศัตรู ดังนั้นมานี่ปฏิบัติการจริง ๆ อย่างเดียว ท่านประธานครับ นี่เป็นภาพสงคราม เป็นสมรภูมิ นายกรัฐมนตรีชอบพูดหนักหนาเลยบอกว่าให้กําชับไม่ให้ใช้ ความรุนแรง ให้ยิงระดับเข่า ดูสิครับระดับเข่า ดูเล็งสิ ท่านประธานดูรูปนี้ อันนี้ชัดเลย ท่านประธานดูสิครับ เมื่อสลายการชุมนุมแล้ว ยิงปืนมาแล้ว แกนนําตัดสินใจประกาศ ยุติการชุมนุมขอเข้ามอบตัวที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานเป็นหัวหน้านํา ส.ส. พรรคเพื่อไทย ๗๐ กว่าคนจะเดินทางไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอบอกตรงนี้ ท่านผิดพลาดตรงที่ท่านใช้ทหาร ทหารไม่มีสมอง ประธานนี่ยศพันเอกไปเจรจากับนายร้อย บอกนี่ ส.ส. ทั้งนั้นเลย ๘๐ กว่าคนจะเข้าไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มันบอกอย่างไร ก็ให้เข้าไม่ได้ ต้องมีคําสั่งจากผู้บังคับบัญชา มันไม่มีสมองคิดว่านี่ระดับพันเอก รองประธานสภา แล้วที่ข้างหลัง ๘๐ กว่าคน ส.ส. ทั้งนั้น จะเข้าไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เราจะได้ไปช่วยกันพูดช่วยกันจาให้ประชาชนกลับบ้าน ท่านประธานครับ ระหว่างนั้นเอง เสียงปืนก็ยังดังอยู่ พอพวกแกนนําเข้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คนเสื้อแดงก็วิ่งกัน เข้าไปหลบอยู่ในวัดปทุมวนารามหรือวัดสระปทุม ที่ชาวบ้านเขาเรียกกัน วัดสระปทุม ขึ้นป้ำยผ้าผืนใหญ่เลย เขตอภัยทาน ท่านเจ้าคุณพระธรรมธัชมุนี เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นเจ้าคณะภาคด้วย ระหว่างที่มีการชุมนุมที่ราชประสงค์ท่านก็เลยใช้โอกาสตรงนี้ หนีความวุ่นวายไปตรวจเยี่ยมวัดวาอารามต่าง ๆ ในเขตปกครองของท่าน ก็ให้ ท่านเจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทรหรือเจ้าคุณถาวรผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลพระอาราม ท่านก็มีเมตตาให้คนเสื้อแดงอยู่ซึ่งก็อยู่มานานแล้ว อยู่ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ไปอยู่ สี่แยกราชประสงค์นั่นแหละ ขณะที่ ๖ โมงกว่านั้นมีทหาร เดี๋ยวก่อน พอเสื้อแดงแกนนํา เข้าไปมอบตัวปั๊บ เสื้อแดงวิ่งเข้ามาในวัด สี่แยกราชประสงค์นี่โล่งหมดครับท่านประธาน โล่งหมดเลย ๕ โมงครึ่งประมาณนั้น เริ่มมีการเผาเซ็นทรัล เวิลด์ เผาจุดต่าง ๆ เริ่มเผาตอน ๕ โมงครึ่ง ถามว่าทําไม กทม. ไม่เอารถดับเพลิงไป ปกติเวลาเกิดเพลิงไหม้ ในย่านใดก็ตาม กทม. จะประสานขอความร่วมมือไปเทศบาลรอบข้าง ถ้าเป็นทางใต้ก็จะขอความร่วมมือไปเทศบาลบางบ่อ เทศบาลบางพลี เทศบาลเมืองสมุทรปราการ ให้ส่งรถดับเพลิงมาช่วย ถ้าไปทางเหนือก็จะขอความร่วมมือไปทางเทศบาลเมืองนนทบุรี หรือเทศบาลเมืองปทุมธานีให้ส่งรถดับเพลิงมาช่วย นี่วันนั้น กทม. ผมไม่รู้นะชาวบ้าน เขานินทาว่ารู้เห็นเป็นใจกันหรือเปล่าถึงไม่ได้มีการส่งรถดับเพลิงไป ไม่มีการประสานกับ รถดับเพลิงข้างหน้าเข้ามามันถึงได้เผาโดยสะดวก แต่ยืนยันว่าไม่ใช่คนเสื้อแดงเผา เพราะคนเสื้อแดงมันอยู่ในวัดปทุมวนารามหรือวัดสระปทุมหมดแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ได้นําเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปตรวจบริเวณพื้นที่ชุมนุม เขาเรียกว่าหน่วยอีโอดี (EOD) ตรวจหาวัตถุระเบิด ตรวจอาวุธ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว แถลงว่าไม่พบอาวุธ ไม่พบระเบิด นี่ตรงนี้ตั้งข้อสังเกตว่าทําไมทีหลังทหาร มาตรวจเก่งฉิบหายเลย เก่งมาก ๆ ฉิบหายถอน ทําไมทหารถึงตรวจเก่งและตรวจเจอ เยอะแยะ แต่ก็มีข้อน่าสังเกตคือลูกกระสุนแต่ละลูกมันแปลบเลยครับ ใหม่เอี่ยม มันแกะกล่องมาหรือเปล่าไม่ทราบ ทั้ง ๆ ที่ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว นําเจ้าหน้าที่ ไปตรวจก่อนแล้วในวันเดียวกันคือวันที่ ๑๙ ตรวจไม่พบ แต่เจ้าหน้าที่ทหารจาก ศอฉ. กรมทหารราบที่ ๑๑ มาตรวจ โอ้ พบมหาศาลเลยคราวนี้ ถึงขนาดเรียกทูต เชิญทูตมาดูกันเลย ทูตเขาก็บอกว่านี่มันอันยูส (Unuse) อัน (Un) แปลว่าไม่เคย ยูส (Use) แปลว่าใช้ อันยูส ผมก็มีเพื่อนเป็นทูตเหมือนกันนะ ไม่โม้นะ เขาให้ข้อมูลมาว่าวัตถุต่าง ๆ ที่เอามาแสดงนั่น มันของใหม่ทั้งนั้นเลย โอ้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับทําไมปล่อยให้คนข้างเคียงไปเล่นปาหี่ หลอกทูตานุทูต ทูตแต่ละคนเขาไม่ได้กินแกลบไม่ได้กินรํา เขากว่าจะได้เป็นทูตนี่ โอ้โฮ แล้วไปทําอย่างนั้นเสียหายเกียรติภูมิของประเทศไทยหมดเลยครับท่านประธาน ท่านครับ พอตอนคํ่าทหารเข้าไปวัดสระปทุมจะไปดูพวกคนเสื้อแดง ท่านเจ้าคุณพระราชพิพัฒนาทร เจ้าคุณถาวรออกมาบอก โยมขอบิณฑบาตเถอะในนี้เขตวัด เขตอภัยทาน นายทหาร ยศพันโทบอกหลวงพ่อตัวดี หลวงพ่อเป็นหัวหน้าเสื้อแดง ผมว่าพวกนี้มันไม่มีสมอง มันทําทารุณกับพระกับเจ้า ผมเคยเสนอกระทู้ถามสดถามรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ทําไมไปขึ้นทะเบียนบัญชีพระเถระผู้ใหญ่มากมายอย่างนั้น ท่านก็ชี้แจงว่าไม่จริง ๆ แต่พฤติกรรมที่คนของท่านมาทํากับพระสงฆ์องค์เจ้า ท่านประธานครับ นี่สีหน้าของ พระองค์นี้บ่งบอกถึงความเจ็บปวด โดนจับมัดไพล่หลังกับเก้าอี้ในบริเวณราชประสงค์ แล้วนี่ครับท่านประธานครับ นี่อีกรูปหนึ่งครับ จับพระถอดจีวร แล้วเวลานี้เอาเข้าคุกหมดเลย ท่านประธานครับ มันผิดครับ พระนี่เวลาจะสึกเจ้าหน้าที่ตํารวจจับแล้วจะต้องไปหา เจ้าคณะปกครอง จะเป็นเจ้าคณะตําบล เจ้าคณะอําเภอ แล้วให้เปล่งวาจาสึก ไม่ใช่ ไปจับแก้ผ้าอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ถูกเรื่องท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านจะประกาศสงคราม กับพระทั้งประเทศ ผมว่ามันอันตรายท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาลทั้งรัฐบาลแหละ ถ้าขืนทําอย่างนี้ต่อไปตายขึ้นมาไม่มีพระไปสวดท่านนะ นี่ไม่ได้ขู่นะ อย่างนี้จับพระมัด จับพระถอดจีวร สบง เหลือแต่ผ้านุ่งอาบผืนเดียวอย่างนี้ใช้ไม่ได้ อย่างนี้ท่านต้องรับผิดชอบ ท่านประธานครับ ผมบอกแล้วว่าไม่จํากัดเวลา แต่ผมรู้ว่าผมได้แค่ไหน

ผมฝากไว้ประเด็นหนึ่ง ตั้งแต่เกิดการปล้นปืนในค่ายทหารที่ภาคใต้ วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบันนี้พระภาคใต้เป็นอย่างไรครับ ล้มหายตายจากไปเท่าไร ฆ่าทั้งตํารวจ ฆ่าทั้งทหาร ฆ่าครู ฆ่าพระ ผมเคยเอารูปพระถูกฟันคอมาเปิดในสภาถูกด่าว่า ผมเอาความทารุณโหดร้ายมา ก็พวกมึงทําไมไม่ดูแลอย่าให้มันเกิดความทารุณโหดร้าย พอมันเกิดขึ้นมาเราเอาความจริงมาพูดก็หาว่าผมไม่ดี ผมถามว่าภาคใต้กับ นปช. ต่างกันไหม ภาคใต้มีอุดมการณ์ต้องการแบ่งแยกดินแดน ไปตั้งประเทศใหม่ นปช. มีอุดมการณ์เพียงต้องการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ภาคใต้ฆ่ากันมาไม่รู้เท่าไรเป็นพันศพ นปช. ชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ แล้วยังไม่เคยฆ่าใครแม้แต่คนเดียว นปช. อยู่ที่ราชประสงค์ อยู่ที่ถนนราชดําเนิน ไม่ได้ทําความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ยกเว้น พ.ร.บ. การจราจรทางบก แต่ นปช. ถูกเรียกขานว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ขณะที่ภาคใต้นั้นเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องให้อยู่ใน คลาสซิฟิเคชัน (Classification) ที่สูงขึ้นคือผู้ก่อความไม่สงบ รัฐบาลนี้ ๒ มาตรฐาน อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อต่าง ๆ ถูกคุกคาม เสรีภาพของสื่อไม่มี เพื่อนผมทํางาน สื่อโทรทัศน์กําลังเสนอภาพเหตุการณ์ โทรศัพท์มาจากกรมทหารราบที่ ๑๑ บอกให้ยุติ ถ้าไม่ยุติจะไม่ต่อสัญญา ทีวีทุกช่องก็นิ่งหมดเลยครับ แล้วทีวีเอกชนเอเอสทีวี ด่าคนมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เวลานี้ก็ยังสุขสบายด่าได้ทุกวัน รัฐบาลใช้อํานาจอะไรบ้าง พ.ร.บ. ฉบับเดียวกันนี่ใช้กับพวกเสื้อแดง แต่เสื้อเหลืองด่าคนได้ พีเพิล แชนแนล (People channel) ถูกปิดไป สื่อหนังสือพิมพ์ของพวกเสื้อแดง รองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็ใช้อํานาจ อํามหิตปิดหมด ผมคิดไม่ถึงเลยท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพกับผมนี่เป็น ส.ส. พร้อมกัน ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒ ผมบอกตรง ๆ ว่าผมทําอย่างท่านไม่เป็น โอ้ ท่านเจริญไพบูลย์ในตําแหน่งทางการเมือง เป็ นรัฐมนตรีหลายสมัย เวลานี้ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ผมทําอย่างท่านไม่ได้หรอก ผมก็ขอทําหน้าที่เป็น ส.ส. ธรรมดา อย่างนี้แหละ แล้วก็บอกนะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ชื่อท่านตกไป อภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ ชื่อท่านตกไป แต่ท่านจะเดินถนนไม่ได้ ท่านจะพาลูกไปดูกายกรรมเหมือนเมื่อตอนที่ พาลูกไปดูกายกรรมที่สวนลุม ไนท์บาซาร์ (Suan-Lum Night Bazaar) ไม่ได้อีกแล้ว ท่านเดินถนนไม่ได้ผมบอกเลย แล้วก็เตือนว่าอย่าไปเดินเลยท่านจะถูกเตะ อันตรายนะครับ แล้วผมก็อยากจะบอกพี่น้องประชาชนคนฟังอยู่ทางบ้านว่าถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง อย่าไปทําท่านเลย อย่างไรท่านก็ต้องตาย แล้วท่านตายลําบากกว่าพวกเราเพราะไม่มี พระรับสวดของท่าน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงคือ เหตุผลที่ผมไม่อาจไว้วางใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารชาติบ้านเมือง ต่อไป เมื่อสักครู่นี้มีใครไม่ทราบพูดว่าแม้แต่เพียงวันเดียว ผมชั่วโมงเดียวก็ไม่ให้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ