สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ฐิติมา ฉายแสง แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของประชาชนจากการชุมนุมของพันธมิตร และวิพากษ์วิจารณ์การโกหกและการใช้ความรุนแรงของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และการละเมิดกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ แต่สังคมไทยปัจจุบัน หญิงชายมันเท่าเทียมกัน คํากล่าวนี้มันเลยไม่เจ็บปวดเหมือนในอดีต แต่สําหรับคนชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นแม้แต่ผ้าซิ่นดิฉันก็ไม่ให้นุ่ง เพราะไม่มีความเป็นคนเหลืออีกต่อไปแล้ว การสลายการชุมนุมในช่วงที่พันธมิตรมาปิดล้อมรัฐสภา มีคนเสียชีวิต ๒ คน ดิฉันเสียใจ บอกอีกครั้งหนึ่ง แต่ ๒ คนนั้นไม่ได้เสียชีวิตอยู่บริเวณรอบรัฐสภา ท่านเสียชีวิตห่างไกล จากบริเวณรัฐสภาไปประมาณครึ่งกิโลเมตร นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยังถูกว่า ว่าเป็นคนหรือเปล่า แล้วขณะนี้ล่ะตายไป ๙๐ ศพ บาดเจ็บเมื่อกี้ดิฉันคงพูดผิดไป บาดเจ็บเกือบ ๒,๐๐๐ ราย สูญหายอีกเท่าไรไม่รู้ คุณอภิสิทธิ์คุณเป็นคนหรือเปล่า ท่านประธานคะ มนุษย์เรานี่คบกันดี ๆ มาโกหกกันครั้งเดียวเพื่อประโยชน์ส่วนตนนี่ เขาไม่คบกันแล้วนะคะ แต่เมื่อวานรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยอีกคนหนึ่งที่มาโกหกเต็มไปหมด มาบอกว่าประชาชนจะเป็นมิจฉาชีพโดนยิง ยิงแล้วก็มีความสามารถพิเศษในการที่จะเอา อาวุธหายไปไหนก็ไม่รู้ เขาตายแล้วเขาเป็ นอย่างไร เขากลืนอาวุธลงไปหรือคะ การโกหกบ่อยครั้งแบบนี้จะให้เป็นผู้นําประเทศได้อย่างไรท่านประธาน

นอกจากคุณอภิสิทธิ์จะบริหารบ้านเมืองจนทําให้สังคมไทยแตกแยก ร้าวลึกลงไปแล้ว ท่านมีความสามารถอีกนะคะ มีความสามารถในการทําลายเกียรติภูมิ ของกองทัพจนสิ้นซากด้วย ก่อนหน้านี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. บอกไว้ ตลอดเวลาว่าจะไม่ใช้กําลังสลายการชุมนุม ด้วยเหตุผลว่าการเมืองจะต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ต่อมารัฐบาลก็คงคิดว่า พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั้นลอยตัวสบาย ๆ ก็เลยทําการ กระชับวงล้อมของคุณอนุพงษ์เสียเอง โดยแต่งตั้งให้เป็นผู้กํากับปฏิบัติงานและหัวหน้า ผู้รับผิดชอบในเขตท้องที่ตามประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อีกทั้งดิฉันคิดว่าทหารก็ยอมแลกกับงบประมาณ ความดีความชอบ เลยทําการสลาย การชุมนุมด้วยความรุนแรง แม้จะได้รับคําเตือนหรือการทักท้วงจากหลายฝ่าย ทําให้ ทหารนั้นถูกเกลียดชังและเสียเกียรติภูมิของทหารไปในที่สุด นั่นมันคือการใช้กองทัพ อย่างสิ้นเปลือง เพียงแต่ต้องการอะไร ต้องการรักษาสถานภาพของการเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการรักษาเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง จะเสียเลือดเสียเนื้อไปสักเท่าไรไม่สน

ท่านประธานคะ นายกรัฐมนตรีมีเรื่องที่ไม่น่าไว้วางใจให้ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีนั้นมากมายเหลือเกิน พูดในเวลาเพียงเท่านี้มันไม่จบจริง ๆ แต่เรื่องต่อจากนี้ไป ดิฉันจําเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาพูดด้วย เพราะว่ามันเป็นการกระทําที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ดิฉันพบว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นไม่ได้บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตาม แผนการบริหารราชการแผ่นดินที่ได้แถลงไว้ก่อนรับตําแหน่งซึ่งขัดต่อกฎหมายค่ะ ท่านประธาน ในวิสัยทัศน์ของรัฐบาลซึ่งอยู่ในแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๔ ในช่วงเปิดญัตติท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ได้บอกแล้ว เรื่องแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกว่าจะดําเนินการ ให้บรรลุภารกิจภายใต้แนวทางพื้นฐานหลัก ๔ ประการ ในประการที่ ๑ เรื่องปกป้ อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และประการที่ ๓ เรื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น ดิฉันจะไม่ ขอโต้แย้งในตอนนี้นะคะ แต่ว่าประการที่ ๒ เรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม และการยอมรับของทุกภาคส่วน และประการที่ ๔ เรื่องพัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมืองให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของสากลนั้น ดิฉันคงต้องโต้แย้ง ท่านประธานคะ ถ้าเรามาตีความกันเราคงต้องดูทีละช่วงของข้อความ จะเห็นชัดว่านายกรัฐมนตรีนั้นไม่ได้ทําตามหลักการที่ท่านได้ทําไว้เองเลยในเรื่องเกี่ยวกับ การปรองดองและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ความปรองดอง สมานฉันท์นั้นจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง การที่ท่านมาขอคืนพื้นที่ หรือขอกระชับพื้นที่จนเกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็ นจํานวนมากนั้น แบบนี้หรือคะ ที่มันปรองดอง ท่านทําถูกต้องแล้วหรือคะ นอกจากจะผิดกฎหมายอาญาบ้านเมืองแล้ว ยังขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เพราะท่านละเมิดต่อหลักสิทธิในการมีชีวิตอยู่ ของประชาชน เพื่อต้องการคืนพื้นที่สาธารณะ สําหรับคําว่ายุติธรรม ท่านประธานคะ หลังจากที่แกนนําประกาศยกเลิกการชุมนุมให้ประชาชนแยกย้ายกลับบ้านไปแล้ว รัฐบาลกลับไม่หยุดค่ะ ไม่หยุดดําเนินการ ยังดําเนินการไล่ล่าอยู่ ยังทําการจับกุม ยัดเยียดข้อกล่าวหาตามอําเภอใจ เมื่อวานก็มีเอสเอ็มเอสส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็ข้อมูลที่พวกเราก็รู้อยู่ว่ายังมีคนที่ถูกยัดเยียด ข้อกล่าวหาอีกว่าเป็ นผู้ก่อการร้ายเพิ่มเติม มันต่างกันกับตอนที่กลุ่มพันธมิตร ยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินดอนเมือง ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การกระทําที่ผิด กฎหมายนั้นมันเข้าองค์ประกอบ องค์ประกอบของความหมายของคําว่าผู้ก่อการร้ายชัดเจน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้รีบเร่งดําเนินคดี ปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลาปีเศษ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ไปถึงที่ใดเลย แต่ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงท่านกลับรีบเร่งจับกุม หาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทั้ง ๆ ที่องค์ประกอบในกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ที่เป็นเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้ายก็ระบุไว้ในวรรคท้ายอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าการกระทํา ในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง