นายสุเทพ เทือกสุบรรณชี้แจงข้อกล่าวหาของนายจตุพร พรหมพันธุ์ โดยยืนยันว่าตนเองและรัฐบาลไม่ได้กระทำสิ่งโหดร้ายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เตือนว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นบาปมหาศาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณโต้แย้งข้อกล่าวหาของนายจตุพรว่าพยายามทำให้เข้าใจผิดเรื่องพระปลอมและทหาร โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้สั่งฆ่าประชาชนแต่กลับเตือนว่าพฤติกรรมของกลุ่มนายจตุพรเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ทนฟังนายจตุพร พรหมพันธุ์ ตั้งข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์มาเกือบ ๒ ชั่วโมง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ตั้งคําถามว่าหัวใจ ท่านนายกรัฐมนตรี หัวใจรองนายกรัฐมนตรี ทําด้วยอะไร ผมคิดว่ามีคนไทยหลายล้านคน วันนี้ตั้งคําถามอย่างเดียวกันครับว่าหัวใจคุณจตุพรทําด้วยอะไร มันถึงโหดเหี้ยมอํามหิต ขนาดนั้น ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าถ้าคนที่ไม่โหดเหี้ยมอํามหิต ในกมลสันดานอย่างนี้ ไม่สามารถที่จะรับจ้างคนแล้วก็พาผู้คนมาล้มตายเป็นจํานวนมาก ไม่สามารถที่จะกระทําการในลักษณะที่จะเป็นการชวนให้มีการแบ่งแยกชนชั้น แบ่งแยก ดินแดน ในสังคมไทยที่สงบสุขมาตลอดชั่วกาลนาน นี่ผมเชื่อว่าต้องมีคนไทยจํานวนมาก ที่ตั้งข้อสงสัยอย่างนี้ ผมก็อยากจะดูต่อไปครับ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ เป็นสิทธิของผมจริง ๆ วันนี้ที่จะต้องลุกขึ้นมาอธิบายแล้วก็ปกป้ องตัวเอง ปกป้ องรัฐบาล ปกป้ องเจ้าหน้าที่ที่เขาทํางานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ไม่ได้ รับจ้างใครขึ้นมาเพื่อที่เห็นแก่อามิส เห็นแก่เงิน เห็นแก่นายเก่า เห็นแก่อํานาจที่นายเก่า ควรจะได้กลับมา ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่เอาคลิปที่แสดงความโหดร้ายซึ่งเป็นผล จากการปลุกระดมของนายจตุพรและพรรคพวกที่ได้ทําความวิบัติเสียหายกับประเทศไทย ให้กับหัวใจของคนไทยมาเปิดทั้ง ๆ ที่มีคลิปอย่างนี้อยู่เหมือนกัน แต่ว่าไม่มีประโยชน์อะไร เพราะผมไม่ต้องการตอกยํ้าให้คนไทยด้วยกันเองได้มีความเกลียดชังระหว่างกันมากไปกว่านี้ แต่ผมขอให้นายจตุพรได้ระลึกครับว่าเคยอยู่วัดอยู่วามานาน กินข้าววัดมาก็มาก บาปมี สิ่งที่คุณทําเป็นบาปมหาศาล และชีวิตคุณก็จะต้องรับบาปอย่างนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่านายจตุพรกล่าวหาว่าผมใส่ร้ายหาว่า เขาเป็นผู้ก่อการร้าย เขาทําผิดอะไร ผมจะบอกเลยครับว่าเรื่องที่ใครเขาจะตั้งข้อหา เป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ เป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมทุกอย่าง ผมไม่ใช่คนที่จะตัดสินได้ จริงอยู่ครับ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการ พิจารณาคดีพิเศษ เขาเรียกว่าคณะกรรมการคดีพิเศษซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในที่ประชุม กรรมการ เป็นกรรมการอยู่ด้วยหลายฝ่ายหลายคน เป็นอดีตประธานศาลฎีกา เป็นอดีต อัยการสูงสุด เป็นนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นคนที่เขาได้คัดเลือกมาแล้วตามกระบวนการ ผมกราบเรียนว่าในการประชุมวันนั้นที่ได้พิจารณาว่าคดีนี้ต้องเป็นคดีพิเศษ ที่ประชุมได้ ลงมติเป็ นเอกฉันท์ครับ หมายความว่าทุกท่านที่นั่งร่วมอยู่ในที่ประชุมนั้นลงมติ เป็นเอกฉันท์ทุกคน ไม่ใช่ ๒ ใน ๓ อย่างที่นายจตุพรได้พยายามพูดให้คนเข้าใจผิด ทําไมท่านผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นถึงจะได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าต้องรับคดีนี้เป็ นคดีพิเศษ ตอนนั้นยังไม่ได้พูดครับว่าใครบ้างที่จะต้องเป็นผู้ถูกข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย แต่เขาได้ พิจารณาพฤติกรรมรวม ๆ ทั้งหมดที่ทํากับประเทศ ที่ทํากับประชาชน ที่ทํากับชาติไทยนี่ ไม่มีครั้งไหนครับที่กลุ่มคนได้ทําการกันอย่างเป็นขบวนการแบ่งหน้าที่กันทําชัดเจนเป็นระบบ พวกหนึ่งใช้เวทีการเมืองเป็นแนวทางในการต่อสู้ ปลุกระดมให้พี่น้องประชาชนผู้ที่มี ความบริสุทธิ์ใจที่ต้องการจะแสดงออกถึงความต้องการในความรักชาติรักประชาธิปไตย พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องการให้รัฐบาลได้รู้ถึงปัญหาความทุกข์ยากของเขา ปลุกระดมคนเหล่านั้นมาเป็นเครื่องมือ ผมถึงบอกว่าอํามหิต เพราะคนเหล่านั้น บริสุทธิ์จริง ๆ ในขณะเดียวกันก็มีการแบ่งงานให้อีกฝ่ายหนึ่งก่อวินาศกรรมก่อการร้าย ใช้อาวุธสงครามหลายชนิดมาเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันและเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็น ลูกหลานของประชาชนคนไทยเช่นเดียวกัน นายจตุพรอาจจะเป็นคนที่มีความเก่งกาจ มีความเชี่ยวชาญในการพูดจาปลุกระดม ท่านประธานครับ แต่ว่าวิญํูชนทั้งหลาย ตัดสินใจได้ พิจารณาได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สี่แยกคอกวัว ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ำยรัฐบาลหรือฝ่ำยเจ้าหน้าที่จะสร้างฉากขึ้นได้ มีแต่พวกใจดําอํามหิตโฉดช้าเหล่านั้นเท่านั้นครับที่ทําได้ เพราะตัดสินใจฆ่าได้แม้กระทั่ง คนพวกเดียวกันฝ่ำยเดียวกันที่ตัวเองได้หลอกลวงให้เข้ามาร่วมในขบวนการครับ แล้วเป็นคนบริสุทธิ์ แล้วก็ฆ่าเจ้าหน้าที่ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่าคนเหล่านี้อํามหิตจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่านอกจากมีฝ่ายที่ทํา เรื่องการเมือง มีฝ่ำยที่ทําความรุนแรงด้วยการก่อการร้ายด้วยการไล่ล่าฆ่าสังหาร ยังมีฝ่ายออกทุนอีกครับ มีเป็นขบวนการ ใช้ทุนจํานวนมาก ทั้งจ้างทั้งวานไปขุดเอา กากเดนมนุษย์ที่เป็นผู้ต้องหาคดีต่าง ๆ เอามาฝึกให้เป็นทหารนิรนามรับจ้างแล้วเข้ามา ทําหน้าที่เป็นผู้ก่อการร้ายแฝงอยู่ในกลุ่มคนที่มาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ ท่านประธานครับ มีคนตั้งคําถามเหมือนที่นายจตุพรถามว่าถ้ารู้ว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายทําไมถึงไม่เข้ามาจับ ที่เข้าไปจับไม่ได้ก็เพราะว่าผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ใช้เด็ก ใช้ผู้หญิง ใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป็นโล่ เป็นเกราะกําบังอยู่ตลอดเวลา นายจตุพรเองนั้นถ้าไม่ได้อยู่ในที่กําบังของเด็ก ของผู้หญิง ของคนชรา ของผู้บริสุทธิ์ เหล่านั้นถูกจับไปนานแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นายจตุพรได้ตั้งประเด็นหลายข้อ แล้วก็ได้ใช้เวลาพูดจาที่อาจจะทําให้คนรู้สึกได้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ผมก็ดี เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ที่ทํางานในบ้านเมืองนี้ก็ดี เป็นฝ่ายที่ข่มเหงรังแกมวลชนเสื้อแดงหรือคนบริสุทธิ์ แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ทั้งหมดนี่มาจากขบวนการที่วางแผนมาเป็นอย่างดี และมีนายจตุพรเป็นแกนนําสําคัญ อยู่ในขบวนการนี้ ผมยกตัวอย่างคําถามที่นายจตุพรพยายามยกขึ้นมาบอกว่าไฟไหม้ จับได้เฉพาะคนเผาศาลากลาง แต่คนเผาเซ็นทรัล เวิลด์ คนเผาเซ็นเตอร์วัน คนเผาธนาคาร ต่าง ๆ ทําไมจับไม่ได้ อันนี้แสดงให้เห็นชัดเลยทั้งหมดทั้งหลายที่ทํามาทุกวัน ๆ แล้วก็ มาพูดจนเดี๋ยวนี้นั้นโยนความผิดให้คนอื่นทั้งสิ้น พยายามที่จะทําให้เห็นว่านี่เป็ น การสร้างฉาก นี่เป็นเรื่องที่คนอื่นทําขึ้น นี่เป็นเรื่องที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทําขึ้น ท่านประธานครับ เคยมีเจ้าหน้าที่คนไหน เคยมีพวกผมคนไหน ที่ได้ประกาศมาเป็นเดือน ๆ หลายเดือนแล้ว ที่จริงประกาศมาตั้งแต่ปลายปี ที่แล้วว่าถึงเวลาจะไล่ล่าเอาชีวิต นายอภิสิทธิ์ จะเอาชีวิตนายสุเทพ พูดไปจนถึงขนาดไล่ล่าเอาลูกเอาเมียเขา มีแต่พวกนี้ครับ ผมเป็นนักการเมืองมา ๓๑ ปีไม่เคยเห็นการทํางานการเมืองอย่างนี้ เพิ่งได้มาเห็นคนอย่าง นายจตุพรและพรรคพวกที่ทําคราวนี้ ซึ่งผิดมนุษย์มนาผิดนักการเมืองทั้งหลายในสังคม ประชาธิปไตยทั้งโลกที่เขาทํากัน
ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าทั้งหมดนี่พวกผมไม่ได้ยัดเยียด ข้อหาให้เลย แต่เป็นพฤติกรรมที่พวกท่านได้แสดงให้ประจักษ์กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว ลักษณะของการก่อการร้ายอย่างนี้ ที่ทําอย่างเป็นขบวนการอย่างนี้ ถึงจําเป็นที่จะต้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเขาทําเป็นคดีพิเศษ ทําเป็ นคดีธรรมดาโดยอาศัยเจ้าหน้าที่ตํารวจใช้กฎหมายอาญาปกติไม่สามารถ ที่จะไล่ล่าขบวนการนี้ได้ ผมใช้คําว่าไล่ล่านั้น ผมเฉพาะเจาะจงกับผู้ก่อการร้ายที่มีพฤติกรรม ทําลายชาติทําลายบ้านเมืองอย่างกลุ่มของนายจตุพรเท่านั้น ไม่ได้หมายความรวมไปถึง พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้เข้ามาร่วมชุมนุมในคราวนี้แต่ประการใดทั้งสิ้น ผมไม่ใช่ พวกอํามาตย์ พ่อแม่ผมก็เป็นชาวไร่ชาวนาธรรมดา ผมก็เติบโตมาจากชนบท ผมเข้าใจ ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนในชนบทดี และผมก็รู้สึกเสียใจที่พี่น้องประชาชนเหล่านั้น ต้องกลายมาเป็นเครื่องมือของคนใจดําอํามหิตอย่างนายจตุพรและพรรคพวก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเคยได้เห็นเมื่อตอนที่ผมยังเป็นคนที่อายุน้อยอยู่ ในประเทศไทยนี้ก็เคยมี คนพยายามที่จะแบ่งแยกคนไทยกันมาแล้ว ตอนที่ระบบคอมมิวนิสต์เข้ามาสู่ประเทศไทย พยายามที่จะแบ่งแยกชนชั้นให้คนไทยลุกขึ้นมาต่อสู้ประหัตประหารกันเองแต่ว่าไม่ประสบ ความสําเร็จ ผมก็ดีใจที่แนวความคิดนั้นมันหายไปหลายสิบปีแล้ว เพิ่งมาผุดมาโผล่ ขึ้นมาใหม่ตอนที่กลุ่มของนายจตุพรได้ยกขึ้นมาปลุกระดมมวลชนขึ้นมาอีกในคราวนี้ ทําให้พี่น้องประชาชนคนไทยจํานวนหนึ่งเกิดความรู้สึกว่าที่ตัวเองต้องทุกข์ยากต้องลําบาก อยู่ในทุกวันนี้นั้นเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม ถูกกดขี่โดยชนชั้นอํามาตย์ นี่เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าคนคนนี้และกลุ่มขบวนการของเขา พรรคพวกของเขาได้สร้างบาปมหาศาลให้กับประเทศไทย สร้างบาดแผลรอยในใจ ที่ลึกมากสําหรับคนไทย ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราคนไทยที่จะต้องเยียวยากันต่อไปในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่ผมไม่เอาคลิปที่ได้แสดงถึงความโหดร้ายมากกว่านี้มาแสดง เหมือนที่นายจตุพรพยายามจะทํา
ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพว่าพี่น้องเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ดี เจ้าหน้าที่ทหารก็ดี ที่เขามาทําหน้าที่ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองในการรักษาความสงบ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดนี้ไม่มีใครมองประชาชนเป็นศัตรูอย่างที่คุณจตุพร พยายามจะพูดและพยายามจะยัดเยียดว่าทหารและตํารวจเหล่านั้น หรือผม หรือท่านนายกรัฐมนตรี มองว่าประชาชนเป็นศัตรู ผมปฏิเสธความคิดนี้แทนทุกคน ที่ทํางานด้วยกัน ภาพที่คุณจตุพรเอามาแสดงให้เห็นว่าทหารกําลังใช้กระบองตีคนเสื้อแดง จนกระทั่งหมอบไปแล้วหรือสลบไปแล้วอะไรอย่างนั้นที่พยายามจะพูดครับ ผมให้คน ไปดูแล้วครับ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อมีเพื่อนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา บาดเจ็บ ต่อหน้าต่อตา แล้วก็กลุ่มคนที่ทําร้ายเขาอยู่ใกล้ ๆ ก็ต้องมีอารมณ์บ้าง เพราะว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารที่ยังมีอายุน้อยอยู่ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการตีลูกกรงของห้องแถวที่มีเสียงดัง แล้วก็มีคนห้าม ไม่ใช่ว่าทุบตีทําร้ายทารุณจนแน่นิ่งไปอย่างที่คุณจตุพรพยายามจะสร้างบทจนทําให้ เห็นว่าเศร้าเหลือเกิน ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าที่ตีหน้าเศร้าจะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะให้มีการสอบสวนว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ได้กระทําการ อย่างนั้นได้อย่างไร ในจํานวนเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติการหลายหมื่นคนนี้ก็ยอมรับครับว่า อาจจะมีบางคนที่ได้กระทําการอะไรที่เป็นไปโดยอารมณ์อยู่บ้าง อันนั้นก็เป็นความเสียใจ แต่ว่านั่นไม่ใช่หัวใจของคนส่วนใหญ่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ในคราวนี้ ผมก็ขอความเป็นธรรม ให้กับพี่น้องข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่มาทํางานให้กับบ้านเมืองในคราวนี้ด้วย
คุณจตุพรบอกว่าถ้ากล่าวหาว่ามีผู้ก่อการร้าย ทําไมเวลามีคนตาย ถึงไม่เจอปืนอยู่ในมือของคนตายเหล่านั้นที่เราหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย อันนี้แหละครับ ที่ผมต้องยอมรับว่าคนเหล่านี้เขาฝึกมาดี ผ่านการฝึกมาอย่างดี แล้วก็แน่นอนครับ เวลาปะทะกับเจ้าหน้าที่มันอยู่ห่างไกลกันครับ ปะทะกันแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้วิ่งเข้าไป เคลียร์พื้นที่ ไปแย่งชิงอาวุธออกมา พวกเดียวกันก็ต้องเอาอาวุธหนีไปก่อนแล้ว อันนี้ เป็นเรื่องธรรมดา แล้วคนที่ฝึกมาอย่างนี้แน่นอนครับเขาก็ต้องใช้วิธีการอย่างนี้ แล้วก็ มาพูดจาแก้ตัวในสภาอย่างนี้ครับ ท่านประธาน
คุณจตุพรบอกว่ากรณีที่มีคนตายเกือบทั้งหมดตายก่อนที่จะมีเหตุไฟไหม้ ผมไม่ทราบว่าสิ่งที่คุณจตุพรเอามากล่าวต้องการจะสื่อสารอะไร อยากจะสื่อสารว่าที่เขา เผาบ้านเผาเมืองกันนั้นหลังจากที่คุณจตุพรมอบตัวแล้ว ผมไม่รู้ว่าการดําเนินคดี ทางกฎหมายนั้นเขาจะดําเนินคดีกับคุณจตุพรอย่างไร แต่ถ้าถามใจผมผมคิดว่าคุณจตุพร ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะได้ใช้วิธีการพูดจาอย่างนี้ปลุกระดมกับคน อย่างนี้มาโดยตลอดว่าถึงวันสุดท้ายจะต้องเผาบ้านเผาเมือง ถึงวันสุดท้ายจะต้อง สร้างสงครามประชาชน คําพูดเหล่านี้มีบันทึกเทปเอาไว้ทั้งสิ้น พวกของคุณทั้งสิ้นครับ ที่เป็นฝ่ายพูดจาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งวันที่ประกาศว่ายุติการชุมนุมจะไปมอบตัว กับทางราชการก็ยังได้พูดจาทิ้งท้ายเอาไว้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบ ให้พี่น้องได้ทําอย่างอิสระ ท่านประธานครับ คนที่ติดตามเหตุการณ์มาตลอดเข้าใจได้ รู้ได้ว่าแกนนําต้องการอะไร ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับ ผมได้ดูเหตุการณ์ในฉากที่คุณจตุพรกําลังจะ ประกาศยุติการชุมนุม แล้วผมก็มองพี่น้องประชาชนที่เขาบอกว่าเขายังไม่อยากกลับบ้าน เขาอยากจะสู้ต่อไป ผมเห็นการทอดทิ้งมวลชนอย่างน่าละอายที่สุดในสถานการณ์นั้น ผมเห็นความแตกตื่นของคุณจตุพร ๒ หน วันที่จะประกาศยุติการชุมนุมหนหนึ่ง แล้วก่อนหน้านั้นในตอนกลางคืนที่กําลังพูดจาอยู่บนเวที แล้วบอกว่ามีเสียงดัง ซึ่งผม ไม่ทันได้ฟังว่าเป็นเสียงอะไร เห็นทั้งการ์ดทั้งคุณจตุพรหงายท้องลงไปเลย แล้วก็เดินลง หลังเวทีไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมรู้สึกและคิดตลอดเวลาก็คือว่าคุณจตุพรไม่ได้ตั้งใจจริง ที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนเหล่านั้นหรอกครับ ทุกจังหวะที่มีโอกาสที่จะเอา ตัวรอดได้ไปก่อนทุกที ผมจะเรียนท่านประธานครับ การที่คุณจตุพรจะถูกข้อหาเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่ผมเป็นคนกล่าวหา ที่ผมพูดกับคุณจตุพรเป็นการตอบโต้ที่คุณจตุพรพยายาม ยัดเยียดความผิดมาใส่ผม เป็นการพูดจากความรู้สึกของผมที่เห็นคุณจตุพรเคลื่อนไหวมา ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา และคงเป็นความรู้สึกคล้าย ๆ กับคนไทยอีกหลายล้านคน ที่ได้ติดตามพฤติกรรมของคุณจตุพรมา แต่เรื่องการดําเนินคดีของคุณจตุพรข้างหน้านั้น เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ว่าเขาจะมีประจักษ์หลักฐาน มีเอกสาร มีพยานบุคคล ที่จะดําเนินคดีคุณจตุพรได้อย่างไร อันนั้นผมไม่สามารถที่จะ ก้าวล่วงไปได้ เพียงแต่พูดความรู้สึกในใจให้ฟัง คุณจตุพรบอกว่าผมและคณะ ศอฉ. พยายามจะยัดเยียดคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้กับ พลเอก ชวลิต กับนายสมชาย กับคุณจตุพร กับคุณวีระ กับคุณณัฐวุฒิ แล้วก็พูดจาว่าพวกผมใช้สถาบันเป็นเครื่องมือ ในการทําลายคนอื่น ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นคนไทย ผมมีความรู้สึกเหมือนพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีความคิดที่จะเอาสถาบัน มาเป็นเครื่องมือในการทําลายล้างใคร แต่กรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษเขาได้ตัดสิน รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะว่ากรณีนี้นั้นเป็นการกระทําความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ที่มุ่งกระทําต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และทําเป็นขบวนการทํากันหลายฝ่าย เหมือนกับ ที่กรณีการก่อการร้ายมีทั้งฝ่ายออกความคิด มีทั้งฝ่ายออกเงิน มีทั้งฝ่ายปฏิบัติ กรณีนี้ ได้มีการประมวลรวบรวมหลักฐานแล้วว่าไม่ใช่ต่างคนต่างทําเป็นอิสระแต่ทําร่วมกัน เป็นขบวนการเชื่อมโยงกัน บางพวกแสดงออกในทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทางเว็บไซต์ต่าง ๆ บางพวกออกทางสื่อสิ่งพิมพ์เหมือนที่คุณพูดมาเองว่าหนังสือพิมพ์เรดนิวส์ (Red News) ความจริงวันนี้ เนื้อแท้อยู่ตรงนั้น ผมไม่สามารถที่จะเอามากล่าวซํ้าได้ว่าพวกคุณ ได้กระทําความผิดในรายละเอียดอย่างไร เพราะเป็นการมากล่าวซํ้าผมก็จะมีความผิด ไปด้วย บางพวกอาจหาญขึ้นไปปราศรัยบนเวทีของคนเสื้อแดงหลายครั้งหลายหน หลายวาระ คุณจตุพรพยายามที่จะเอาคนอย่าง พลเอก ชวลิต อย่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นตัวอย่าง บอกว่า พลเอก ชวลิตเคยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ทําความดีความชอบต่าง ๆ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนที่ได้ฟังหรือท่านประธานหลงผิด หลงเชื่อไปว่า คนเหล่านี้ไม่น่าที่จะเป็ นคนที่กระทําการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ ข้อเท็จจริง ทางกฎหมายผมยังไปพูดจาอะไรไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ แต่ถ้าผมเป็นคนธรรมดา เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ติดตามดูพฤติการณ์ของ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ที่จริงท่าน เป็นบุคคลภายนอก แต่เมื่อคุณจตุพรยกขึ้นมาผมจําเป็นที่จะต้องชี้แจงให้ชัดเจน ในฐานะ เป็นคนไทยคนหนึ่งผมก็มีความสงสัยครับว่าคนอย่าง พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เคยมี ตําแหน่งใหญ่โตในกองทัพ เคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณมากมาย พลเอก ชวลิตเป็นราชองครักษ์พิเศษ เกษียณอายุ แล้วก็ยังมีฐานะเป็นราชองครักษ์ ผมสงสัยว่า พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่ทราบหรือว่า พวกของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้กระทําความผิดเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นขบวนการเชื่อมโยงกัน ไม่รู้เลยหรือครับ ไม่เห็นเลยหรือครับ ถ้ารู้ถ้าเห็น เป็นราชองครักษ์ เป็นผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทําไมไม่ลุกขึ้นมาปกป้ อง ทําไมไม่ลุกขึ้นมาห้ามปราม ทําไมยังไปขึ้นเวทีกับคนเหล่านั้น นี่คือเหตุผลข้อเดียว ที่ผมในฐานะผู้อํานวยการ ศอฉ. ต้องการเชิญ พลเอก ชวลิตมาให้ถ้อยคําที่ ศอฉ. ยังไม่ได้คิดตั้งข้อกล่าวหาเลย แต่ว่าคุณจตุพรก็เอาไปพูดใหญ่โตแล้ว เรื่องของคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผมยังไม่ได้เรียกตัวมา ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนเรื่องนายจตุพร นายวีระ นายณัฐวุฒิ ผมไม่สงสัย ท่านประธานครับ ไม่สงสัย ผมเชื่อว่าในกมลสันดานจริง ๆ มีความคิดอย่างนี้อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าเคยได้เห็น ตัวหนังสือ เคยเห็นบทความที่เขาเขียนในหนังสือพิมพ์ ในเอกสารต่าง ๆ ที่เขาได้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้านายจตุพรยกคําถามขึ้นมาว่ากรณี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ถูกนายวิชา นามสกุลอะไรก็ไม่ทราบ ผมจําไม่ได้แล้ว จดไม่ทัน ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในกรณีที่ไม่นํานายทหารเข้าเฝ้ำถวายสัตย์ ซึ่งผมไม่ทราบว่า เป็นการกระทําที่ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ไปปฏิบัติหน้าที่เองและมอบหมายให้ผมไปทําแทนจะถูกคนตั้งข้อกล่าวหาได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เมื่อมีผู้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนเขาจะดําเนินคดีกับท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไรนั้นก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่คําถามที่คุณจตุพรถามก็คือว่าทําไมทีคดีของนายอภิสิทธิ์จึงไม่เอาเป็นคดีพิเศษ อันนี้แหละเขาเรียกว่าเสี้ยมครับท่านประธาน นี่แหละคือสิ่งที่ผมเรียกว่าเป็นสันดานของ นายจตุพรที่ผมให้อภัยไม่ได้ ต้องรู้ครับท่านประธาน ถ้าคนคนเดียวทําความผิดก็เป็น เรื่องที่จะต้องดําเนินคดีอาญาตามปกติ แต่กรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษเขาหยิบเอา ขบวนการของนายจตุพรและพรรคพวกเป็นคดีพิเศษอีก เพราะทํากันเป็นขบวนการใหญ่ แล้วก็มีเจตนาที่จะล้มล้างสถาบัน นั่นคือสิ่งที่แตกต่างกับเรื่องของคนแต่ละคนที่ถูกข้อหา นี่คือคําตอบที่ผมจะตอบนายจตุพรว่าทําไมบางคดีต้องเป็นคดีพิเศษ ทําไมบางคดี ก็ดําเนินไปตามคดีอาญาปกติ
ท่านประธานที่เคารพครับ นายจตุพรพยายามที่จะพูดให้สภาแห่งนี้ ได้เข้าใจผิดเรื่องของกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยเอามาเปรียบเทียบว่าดา ตอร์ปิโด ทําความผิดถูกศาลจําคุก ๑๘ ปี นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาเรื่องที่ดา ตอร์ปิโด พูดมาพูดซํ้า ก็เป็นความผิดทําไมไม่เอามาเป็นคดีพิเศษ ผมเอามาเรียนยืนยันกับท่านประธาน ทั้ง ๒ ตัวอย่างนี้เพื่อแสดงให้เห็นเจตนาของนายจตุพรที่ต้องการให้คนมีความเข้าใจผิด อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วครับ ไม่ใช่เรื่อง ๒ มาตรฐาน แต่ว่านี่เป็นเรื่องของคนคนเดียว ซึ่งเขาก็จะต้องดําเนินคดีต่อไป คดีของนายสนธิไปถึงไหนแล้วก็เป็นเรื่องที่กระบวนการ ยุติธรรมเขาต้องว่ากันไป ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องเข้าไปแทรกแซง เพราะฉะนั้นผมก็ต้องการ ที่จะอธิบายให้นายจตุพรได้เข้าใจ ผมอยากจะเรียนยืนยันกับท่านประธานตรงนี้ เฉพาะประเด็นนี้ว่าผมและคณะที่ทํางานไม่มีความตั้งใจแม้แต่นิดเดียวที่จะอาศัยสถาบัน มาเป็นเครื่องมือทําลายคนอื่นตามที่นายจตุพรกล่าวหาทั้งสิ้น
ท่านประธานที่เคารพครับ นายจตุพรได้ไปอ้างว่าในเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน มีผู้ก่อการร้ายอยู่ ๔ คน ทําไมคน ๔ คนถึงทําให้คนตายได้มากขนาดนั้น ผมไม่ทราบว่านายจตุพรเอามาจากไหนว่ามีผู้ก่อการร้ายเพียง ๔ คน ผมเชื่อว่ามีผู้ก่อการร้าย มากกว่านั้น แต่ว่าเราก็ต้องสืบสวนสอบสวนกันต่อไป ท่านประธานครับ ผู้ก่อการร้ายพวกนี้แต่งชุดเป็นอ้ายโม่ง แต่ว่ามีคนถ่ายรูปมาได้ เสื้อของ อ้ายโม่งนั่นเขียนว่าการ์ด นปช. การ์ด นปช. ครับท่านประธาน คลุมหน้าอยู่ แล้วก็รูปนี้ บังเอิญครับตอนคืนที่ไปยิงที่สี่แยกคอกวัว ตอนที่พวกอ้ายโม่งถือปืนเอ็ม ๗๙ เอ็ม ๑๖ เพื่อที่จะขึ้นไปบนตึกแล้วไปยิงใส่ทหาร นี่เป็นเพียงชุดหนึ่งครับ พวกเสื้อแดงด้วยกันจับได้ เพราะไม่รู้ วันนั้นคนเสื้อแดงบางส่วนเขาไม่รู้ว่ามีอ้ายโม่งโผล่มาในกลุ่มของเขาด้วย ท่านประธานครับ ขณะที่ปลุกปลํ้ากันอยู่นั้นก็มีตํารวจของเราคนหนึ่งได้เข้าไป ร่วมจับกุมด้วย แล้วก็แย่งปืนเอ็ม ๗๙ ได้มา ๑ กระบอก อ้ายโม่งพวกนี้ก็เลยเปิดหน้าครับ แล้วบอกว่าเขามาช่วยพวกเสื้อแดง ผมไม่ให้คุณจตุพรดูหน้าหรอกครับ แต่ผมรู้ว่า ๒ คนนี้ ที่จับได้นี่เห็นหน้าเห็นตาอย่างนี้อีกไม่นานเราจะตามตัวมาได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจตุพรบอกว่าวันนั้นถ้านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพสั่งให้คนหยุดปฏิบัติการหลังจากมืดคํ่าแล้วจะไม่มีเหตุตายกันมากขนาดนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่า เมื่อสักครู่ผมได้เรียนไปครั้งหนึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารหยุดปฏิบัติการแล้วเมื่อตอนคํ่าแต่ไม่สามารถถอนตัวออกจากพื้นที่ได้ เพราะว่าแกนนําของคนเสื้อแดงได้ปลุกระดมให้ประชาชนไปล้อมทหารทั้งหน้าทั้งหลัง ถอนตัวไม่ได้ แล้วก็กลายเป็นเป้ำให้ผู้ก่อการร้ายพวกอ้ายโม่งยิงเอ็ม ๗๙ ใส่ ๑๕ นัด ปืนเอ็ม ๗๙ ครับ แต่ละนัดได้ทําร้ายทั้งประชาชนทั้งทหารบาดเจ็บกันเป็นจํานวนมาก แล้วก็ยิงปืนเอ็ม ๑๖ ใส่ทําให้มีคนตายด้วย ท่านประธานครับ ผมเรียนกับท่านประธานครับว่า วันนั้นที่มีประชาชนตายไป ๒๑ คน แล้วก็มีทหารตาย ๕ นาย บาดแผลที่ถูกยิงส่วนใหญ่ ถูกยิงที่ศีรษะทั้งนั้น ผมเชื่อว่าเป็นฝี มือของพวกอ้ายโม่ง พวกสไนเปอร์ที่ไปซุ่มยิง อยู่บนหลังคาตึก ซึ่งไม่ใช่เป็นการกระทําของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน เพราะพื้นที่สูง บนหลังคาตึกเหล่านั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถขึ้นไปได้เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ในแนว ถนนราชดําเนินที่กลุ่มผู้ชุมนุมยึดครองมาเป็นเวลานานแล้ว
ท่านประธานครับ คุณจตุพรก็เอาคําเดิมอ้างว่าที่มาของรัฐบาลนี้ ไม่ชอบธรรม แล้วก็บอกว่าตอนที่เลือกตั้งพรรคของคุณจตุพรได้เสียงข้างมาก พวกเราได้ เสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมก็ยํ้ากับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเมื่อตอนเลือกตั้งแล้ว ฝ่ายพรรคพลังประชาชนมีเสียงมาก แล้วก็มาเลือกนายกรัฐมนตรีกันในห้องประชุมนี้ครับ ฝ่ายพวกคุณจตุพรก็เสนอชื่อนายสมัคร สุนทรเวช พวกผมก็เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านชนะ คุณสมัครก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร พวกผมก็ก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่ทําหน้าที่ฝ่ายค้านเรียบร้อยดี ไม่ได้ไปชวนคนมาเดินขบวนต่อต้านคุณสมัคร ไม่ได้ไปชวนคนมาก่อการร้ายเพื่อที่จะ ล้มล้างระบบรัฐสภาเมื่อไม่ถูกใจตัวเอง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีเหตุให้ คุณสมัครต้องพ้นตําแหน่งไป ก็มาเลือกกันในสภานี้อีกครับ พวกผมก็เสนอคนเดิมครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝ่ายท่านก็เสนอนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พวกผมแพ้ก็ก้มหน้าก้มตา เป็นฝ่ายค้านไป ไม่เห็นมันมีปัญหาอะไรครับ ปัญหามาเกิดขึ้นเมื่อตอนนายสมชายพ้นตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เลือกตั้งกันใหม่ คราวนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสียงมากได้เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุเกิดตั้งแต่วันนั้นเลยครับ อาการออกเลยครับ ล้อมสภาหมดเลย ไม่ให้พวกผมออกจากสภา เอาก้อนหินขว้างใส่รถ มีคนบาดเจ็บ คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ มีหลายคนที่เดือดร้อน เพราะว่าพวกคุณไม่พอใจ หมายความว่าความชอบธรรมนี่ต้องคุณชนะตลอดใช่ไหมครับ ถ้าเมื่อไรเป็นคนแพ้แล้วไม่ชอบธรรมใช่ไหมครับ ได้อย่างนั้นอย่างเดียวหรือครับ นี่คือ สิ่งที่เป็นเรื่องที่ผมมีสิทธิจะตั้งคําถามกลับไปบ้างเหมือนกันครับท่านประธาน ผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าถ้าไม่ได้พวกเดียวกันเข้ามาสืบทอดอํานาจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของนายเก่าแล้วก็จะต้องทําให้บ้านเมืองนี้พินาศเสียหาย ย่อยยับไปด้วย แต่ผมก็ได้มาเห็นว่าเขาทํากันจริง ๆ ตั้งหน้าตั้งตาทํากันจริง ๆ ทํากันตั้งแต่ วันนั้นเลย แล้วก็เริ่มต้นปฏิบัติการแรงขึ้น ๆ มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ยืนยันกับท่านประธาน กราบเรียนไปถึงพี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังรายการนี้อยู่ที่บ้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกในสภาแห่งนี้ตามกระบวนการของรัฐสภาถูกต้อง ชอบธรรมทุกประการ ได้รับเลือกมาโดยวิธีเดียวกับที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือก ได้รับเลือกวิธีเดียวกับที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับเลือก ผิดกันแต่ว่าคราวนี้ไม่ใช่ พวกของฝ่ำยนายจตุพร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยันว่าที่มาของรัฐบาลนี้ ชอบธรรมถูกต้องตามระบบรัฐสภา
ท่านจตุพรอ้างว่าตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีเสนอแผนปรองดอง ท่านก็บอกว่า ท่านยินดีจะปรองดองด้วยแต่ว่าขอให้พวกผมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยอมไปรับ การพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม โดยคุณจตุพรอ้างว่าเพราะผมเป็นผู้สั่งฆ่าประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งผมได้กราบเรียนชี้แจงมาตั้งแต่เมื่อตอนเช้าแล้วว่า ทั้งหมดที่เราทํานั้นไม่ได้มีเจตนาจะไปเข่นฆ่าประชาชนแต่ประการใดเลยทั้งสิ้น ต้องการ ให้เหตุการณ์สงบ ต้องการให้บ้านเมืองคืนกลับสู่ปกติสุข แต่เมื่อคุณกล่าวหา เมื่อคุณให้ ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ เขาไปร้องเรียน ผมก็เดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมเป็นคนเดินไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ได้มีข้อแม้ แต่ว่ายังไม่ถูกใจคุณจตุพรและพรรคพวก เพราะคุณจตุพรและพรรคพวกไม่รู้ ไปนึกอะไร ขึ้นมาเกี่ยงว่าผมจะต้องไปมอบตัวที่กองปราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่า ตอนที่คนไปร้องทุกข์กล่าวโทษผม กล่าวหาผม เขาไปร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเขาไปร้องเรียนผมที่นั่น กล่าวโทษผมที่นั่น ผมก็ต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่นั่น ที่ไม่ถูกใจคุณจตุพรก็คือว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเขาไม่ได้ควบคุมตัวผม เป็นผู้ต้องหา เพราะผมยังไม่มีสภาพเป็นผู้ต้องหาครับ ท่านประธานครับ ตามกฎหมาย ด้วยความที่ผมเป็นนักการเมือง เป็นผู้มีตําแหน่งในทางการเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เขาได้ตั้งข้อกล่าวหาเสร็จ เมื่อผมไปรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จเขาต้องสอบสวน แล้วก็ ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเป็นผู้ตัดสินว่าผมเป็นผู้ที่สมควร จะเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทําความผิดหรือไม่ ถึงตอนนั้นถึงจะต้องควบคุมตัว ถึงจะต้องประกันตัว คุณจตุพรคงจะรู้เรื่องนี้แต่ว่าแกล้งเอาไปพูดไปทําให้คนสับสน ให้เห็นว่าผมมีเล่ห์เหลี่ยม มีชั้นเชิง ไม่ยอมนําตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ แล้วใช้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่น พูดเรื่อง ๒ มาตรฐานคําเดิม คาถาเดิมอีกแล้ว ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่าขณะนี้คดีที่เขาไปร้องทุกข์กล่าวโทษผมนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษก็จะต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. และ ป.ป.ช. ก็จะสอบสวนเอง โดยชุดใหญ่หรือตั้งอนุกรรมการขึ้นก็แล้วแต่ แล้วเขาจะเป็นคนวินิจฉัยว่าผมควรจะเป็น ผู้กล่าวหาหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ กลุ่มคุณจตุพรก็อ้างเรื่องนี้เป็นเงื่อนไข แล้วก็ตอบปฏิเสธแผนปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรี คุณจตุพรกล่าวหาผมครับ ผมจดไว้ทุกคําครับที่กล่าวหานี่ ผมไม่ได้ลุกขึ้นไปไหนเลยนั่งฟัง กล่าวหาว่าถ้านายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ไม่เห็นแก่ตัวคนก็จะไม่ตายมากอย่างนี้
ท่านประธานครับ เรื่องใหญ่ ๆ โต ๆ ความเป็นความตายของบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจเสนอแผนปรองดองซึ่งคนทั้งชาติเห็นด้วย นายจตุพร กลับเอาเรื่องที่ว่าผมไปมอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ไปมอบตัวที่กองปราบ มาเป็นเงื่อนไข อย่างนี้ไม่คิดว่านายจตุพรเห็นแก่ตัว หรือใจแคบ หรือใจดํา หรืออํามหิต สําหรับประเทศไทย สําหรับประชาชนคนไทย เกินไปหรือเปล่าครับท่านประธาน ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับ คุณจตุพรกล่าวอ้างว่าคณะกรรมการคดีพิเศษ ไม่มีความยุติธรรม ผมเป็น ผอ. ศอฉ. แล้วก็ไปทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ บอกว่าท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คุณธาริตก็มาเป็นกรรมการ ศอฉ. แล้วก็ ปลัดกระทรวงยุติธรรมอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป ผมกราบเรียนกับท่านประธาน ตรงนี้แหละคือ ความบิดเบี้ยวของมันสมองของคุณจตุพรคือไม่เชื่อในระบบ ไม่เชื่อในระบบที่คนไทย ทั้งประเทศเขาเชื่อถือกัน ทั้งหมดนี่เป็นระบบของกระบวนการยุติธรรม คนที่เป็นกรรมการ คดีพิเศษทั้งหลายเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น ไม่มีใครที่จะไปครอบงําการตัดสินใจของใครได้ กรรมการแต่ละท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีอิสระในการที่จะแสดงความเห็นหรือลงมติ ผมถึงได้เรียนตั้งแต่ต้นว่าคดีผู้ก่อการร้ายหรือคดีกระทําความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ที่มุ่งกระทําต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้ง ๒ คดีนี้ คณะกรรมการคดีพิเศษลงมติ เป็นเอกฉันท์ทั้ง ๒ คดี แสดงว่าทุกคนเห็นด้วยเหมือนกันหมด เพราะนี่เป็นเรื่องสําคัญ ที่จะมีผลได้ผลเสียต่ออนาคตของประเทศไทยทั้ง ๒ เรื่อง ผมกราบเรียนว่าไม่ใช่เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างที่คุณจตุพรพยายามที่จะให้คนฟังหรือพวกเราที่อยู่ในสภา ได้เข้าใจ คุณจตุพรก็พยายามจะยกกลับมาใหม่เลยครับ พูดไปพูดมาก็วนมาอีกว่า ทําผิดอะไร คุณทักษิณทําผิดอะไร คุณอดิศรทําผิดอะไร ถึงถูกข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย ผมกราบเรียนแล้วครับ คนอื่น ๆ นอกจากคุณจตุพรผมไม่ได้แสดงความเห็นว่าเขาทําผิดอะไร แต่กรณีคุณจตุพรนี่ผมพูดจากหัวใจผมว่าผมรู้หรือผมคิดว่าคุณทําผิดอะไร กรณี คุณทักษิณเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษและตัวแทนจากส่วนราชการอื่น อีก ๑๒ ส่วนราชการที่มาร่วมกันทําคดีพิเศษนี้ได้รวบรวมประจักษ์พยานหลักฐานทั้งหลาย แล้วไปยื่นขออนุมัติขอหมายศาลให้ศาลออกหมายจับคุณทักษิณในข้อหาผู้ก่อการร้าย ไปยื่นครั้งแรกศาลอนุมัติมาแล้วครับ ผมจําได้ว่าวันนั้นมีด้วยกัน ๑๐ คน ชื่อคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นชื่อที่ ๑ แล้วอีก ๒ ชั่วโมงต่อมาศาลก็ขอเรื่องกลับไป ขอไปพิจารณาใหม่ จนในที่สุดสัปดาห์ต่อมาก็มีการไต่สวน ทางฝ่ายของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานสอบสวนคดีนี้ก็รวบรวมประจักษ์พยานหลักฐานไปให้การต่อศาล มีทนายความพรรคพวกคุณจตุพรก็บอกว่าได้รับมอบอํานาจจากคุณทักษิณให้มาคัดค้าน ปรากฏว่าพอไปดูใบมอบอํานาจเป็นใบมอบอํานาจที่ทําไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ศาลก็เลยไม่รับ แล้วศาลก็ได้เปิ ดการไต่สวน ในที่สุดศาลก็เห็นด้วยกับพยานหลักฐานทั้งหลาย ยอมออกหมายจับคุณทักษิณในฐานะที่เป็นผู้ก่อการร้าย ผมยกตัวนี้มากราบเรียน ท่านประธานเพื่อชี้ให้เห็นว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครจะชี้นิ้วกล่าวหาใครเอาได้ แล้วไปเล่นงานเขา ตั้งข้อหาเขาโดยไม่เป็นธรรมแบบที่คุณจตุพรกล่าวหาผมและท่านนายกรัฐมนตรี แต่มันมี กระบวนการขั้นตอนของระบบยุติธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่คุณจตุพรไม่เชื่อ เพราะบังเอิญ พวกคุณจตุพรเสียเปรียบ เพราะแนวความคิดเดิมของคุณจตุพรเป็ นอย่างนั้น ถ้าเสียเปรียบคือไม่ชอบธรรม ถ้าเสียเปรียบคือใช้ไม่ได้ไม่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพ แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ยอมรับในขั้นตอนในกระบวนการ ยุติธรรมของประเทศเราซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานาน แล้วก็เชื่อถือได้ เป็นมาตรฐานโลกเหมือนกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจตุพรพยายามที่จะอ้างว่าการที่คุณจตุพร และพรรคพวกได้พูดจาในที่ต่าง ๆ เวทีต่าง ๆ โอกาสต่าง ๆ ว่าถ้าเกิดมีการปราบปราม คนเสื้อแดงเมื่อไรให้พี่น้องประชาชนไปรวมกันที่ศาลากลาง คนบางคนของคุณจตุพร ยังบอกด้วยครับว่าให้เอานํ้ามันใส่ขวดที่จะทําเป็นระเบิดเพลิงเอาไปด้วย เขาคงไม่ไป เวียนเทียนศาลากลางนะครับ ผมคิดว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นที่คุณจตุพรนัดเขาไป มันแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คนไทยส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ที่ได้ยินพวกคุณปลุกระดมคน ทุกวัน ๆ ให้ชวนไปศาลากลางในวันที่จะต้องมีการสลายการชุมนุมหรือต้องยุติการชุมนุม ที่กรุงเทพมหานคร คิดเหมือนผมครับท่านประธานว่าพวกนี้ยุยงคนให้ไปเผาศาลากลาง คณะกรรมการคดีพิเศษจะคิดเหมือนผมหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ถ้าถามผมผมคิดอย่างนี้ ผมเชื่ออย่างนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจของผม ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจตุพร ตั้งคําถามมาถามผมว่าผิดอะไรถึงถูกข้อกล่าวหาเป็ นผู้ก่อการร้าย ผมตอบแทน กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้แต่ผมตอบแทนตัวเองได้ว่าคุณชวนคนไปเผาศาลากลาง คุณปลุกระดมให้คนเผาบ้านเผาเมือง คุณชวนคนมาฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ คุณชวนคนมา ฆ่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ นี่แหละสมควรที่จะได้รับข้อหาผู้ก่อการร้าย แต่คุณอาจจะ ไม่ถูกข้อหาอย่างนี้ก็เพราะว่าผมไม่ไช่คนที่จะไปดําเนินคดีกับคุณ
ท่านประธานครับ คุณจตุพรพยายามจะพูดว่าพวกผมไปใส่ร้ายคนชุดดํา ไปใส่ร้ายคนที่หาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย คุณจตุพรยกมาเลยบอกว่าเวลาสู้กับท่านใช้หนังสติ๊ก ใช้บั้งไฟ ใช้ตะไล แต่เวลาสู้กันเองใช้สไนเปอร์ปัญญาอ่อนหรือเปล่า คุณจตุพรถามผม ผมเชื่อว่าพวกคุณจตุพรไม่ปัญญาอ่อนหรอกครับ แต่พวกคุณจตุพรคิดเอาว่าคนอื่น ในประเทศนี้โง่กว่าพวกคุณปล่อยให้พวกคุณหลอกได้ นี่คือความเสียหายอย่างยิ่ง ของประเทศไทยที่มีคุณจตุพรได้เกิดมาในแผ่นดินนี้ในยุคนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของพวกผมไม่มีใครที่จะตั้งใจไปยัดอาวุธ ใส่มือพวกคุณจตุพรหรือไปเอาอาวุธที่ไปค้นมาได้ที่คุณจตุพรหาว่าผมสร้างฉากกันนี่ครับ อาวุธที่ผมได้นําแสดงให้คณะทูตานุทูตเขาได้เห็น ให้สื่อมวลชนได้เห็นนั้นเป็นอาวุธ ที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมมาจากพวกของคุณจตุพรในเวลาต่าง ๆ กันในช่วง ๒ เดือนเศษนี้ แล้วก็ได้เอามาแสดงให้กับชาวต่างประเทศได้เห็นเพราะพวกคุณจตุพรไปโฆษณาชวนเชื่อว่า ด้วยอํานาจเงินที่คุณทักษิณมีว่าจ้างบริษัท อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) อะไรต่าง ๆ ที่เป็นลอบบี้ยิสท์ (Lobbyist) นี่พยายามทําให้คนต่างประเทศได้เห็นว่าพวกคุณไม่ได้รับ ความเป็นธรรม พวกคุณถูกกลั่นแกล้ง ไม่มีผู้ก่อการร้ายในพวกคุณ ไม่มีอาวุธ เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องเอาของจริงมาแสดงให้เขาดู แล้วก็ไม่ใช่อาวุธใหม่เอี่ยมอย่างที่คุณว่า ของจริงยังมีปรากฏกันอยู่ ท่านประธานจะเอาคณะกรรมการไปดูเมื่อไรก็ได้นะครับ ไม่ใช่อาวุธใหม่เอี่ยมที่คุณจตุพรพยายามจะพูดเพื่อให้คนเข้าใจว่าพวกผมเอาอาวุธ ของทหารมาแสดง
ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจตุพรยังบอกว่าตอนที่ไปตัดสัญญาณ โทรศัพท์ ผมต้องไปขออนุมัติศาลอาญาเพื่อให้ศาลออกหมายมีคําสั่งให้ไปตัดสัญญาณ โทรศัพท์ ผมเอาสิทธิอะไรไปยึดบริษัท ไทยคม ผมกราบเรียนต่อท่านประธานครับ โดยที่เราเห็นกันแล้วครับว่ากลุ่มของคุณจตุพรที่กําลังทําร้ายบ้านเมืองมีอาวุธ มีเครื่องมือ ที่สําคัญก็คือสถานีโทรทัศน์พีทีวีนี่ครับ เราเห็นเลยครับว่าถ้าขืนปล่อยให้พีทีวีได้ถูกใช้ เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมของคุณจตุพรและพวกจะก่อให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง อย่างใหญ่โตมโหฬาร ไม่มีวันได้สงบสุขกันง่าย ๆ เมื่อเรามีพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งให้อํานาจเอาไว้ ผมได้ใช้อํานาจตามกฎหมายนี้แจ้งให้ บริษัท ไทยคมได้ยกเลิกการส่งสัญญาณของสถานีโทรทัศน์พีทีวี ผมไม่ได้ไปยุบเลิก บริษัทเขาหรือสถานีของเขา แต่ว่าที่ทํากับบริษัท ไทยคมได้เพราะบริษัทนี้มีสัญญากับรัฐอยู่ ในสัญญาข้อหนึ่งที่ทําระหว่างบริษัท ไทยคมกับกระทรวงไอซีที (ICT) นั้นมีข้อความบังคับ เอาไว้ว่าถ้ากรณีที่เป็นเหตุเกี่ยวกับความมั่นคงสามารถที่จะออกให้บริษัทยกเลิก หรือไม่กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ เพราะฉะนั้นผมก็ได้ใช้อํานาจตามพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงประกอบกับสัญญาที่บริษัท ทําไว้กับกระทรวงไอซีที
ท่านก็พยายามจะพูดเรื่องพระจริง พระปลอม แล้วก็บอกว่าพระปลอมนั้น ที่จริงเป็นทหาร ผมเชื่อว่าคุณจตุพรรู้ความจริงอยู่หมดแล้ว พระหรือว่าคนที่แกล้งทําเป็นพระ เพราะว่าที่จริงไม่ใช่พระอย่างที่ผมแสดงรูปไปหลายทีแล้ววันนี้ เคยเป็นทหารเกณฑ์ครับ ปลดประจําการไป ๒-๓ ปีแล้ว แต่ว่าคุณจตุพรก็พยายามที่จะพูดว่านี่เป็นทหารปลอมมา เพื่อให้คนเข้าใจผิด ผมก็เอาเรื่องนี้มาเรียนกับท่านประธานเพื่อยํ้าให้เห็นว่าสิ่งที่คุณจตุพร พยายามจะแสดงมาตลอดเวลานี่หวังเพื่อจะให้คนในบ้านเมืองนี้เข้าใจผิดทั้งสิ้น
ท่านประธานครับ ผมถูกคุณจตุพรกล่าวหาผมและท่านนายกรัฐมนตรีว่า เป็นคนใจดําอํามหิตสั่งทหารไปฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ ฆ่าสื่อมวลชน ฆ่าเจ้าหน้าที่พยาบาล กู้ภัย อะไรต่าง ๆ แล้วไปใส่ร้ายคนอื่น คนอื่นที่ว่าก็คือกลุ่มคุณจตุพร ผมคิดว่าผมไม่ต้อง แก้ตัวหรอกครับตรงนี้ เรื่องทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น พฤติกรรมทั้งหมดที่คุณจตุพรและพวก ได้ทํามาตลอดเวลาหลายเดือนนี้กับสิ่งที่พวกผมได้ปฏิบัตินี้มันได้ปรากฏต่อสายตาของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่เขารักหวงบ้านเมือง ผมคิดว่าคนไทยตัดสินใจได้ คนไทยเข้าใจได้ วินิจฉัยได้ ผมเคารพในความมีเหตุมีผล ในความรักบ้านรักเมืองของ พี่น้องประชาชนคนไทย เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณจตุพรกล่าวหาผมและท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ ไม่ได้ทําให้ผมรู้สึกหวั่นไหวอะไรเลยครับ
ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าคุณจตุพรกล่าวหาผมว่าผมเป็นพวก ปากปรองดอง ใจเชือดคอ ไม่มีครับ ไม่เคยคิดที่จะเชือดคอใคร รู้สึกอย่างนี้ก็คิดอย่างนี้ คุณจตุพรว่าผมมาตรง ๆ กล่าวหาผม ผมก็กล่าวหาคุณจตุพรด้วยหัวใจเหมือนกัน เรียนตรง ๆ ครับ เคยเห็นว่าคุณจตุพรเป็นคนมีความสามารถ แต่ว่ามาถึงวันนี้ได้เห็นแล้วว่า ความสามารถที่คุณจตุพรมีนี้เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เป็นอันตรายต่อ ชาติไทยของเราอย่างยิ่ง เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างยิ่ง นี่คือความจริงใจ ที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานผ่านไปทางคุณจตุพร ขอบคุณครับท่านประธาน