สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการล้อมปราบและใช้อำนาจรัฐในการแก้ปัญหาความไม่สงบในประเทศไทย โดยกล่าวถึงการประกาศภาวะฉุกเฉิน การใช้อำนาจทหาร และการโจมตีประชาชน โดยยืนยันว่ากฎธรรมชาติจะบังคับใช้กับนายกรัฐมนตรี แม้เขาจะไม่ได้ลาออกหรือรับผิดชอบทางการเมือง
ท่านประธานที่เคารพ นอกจาก ผ้าปิดจมูก เพราะรู้ว่ามาครั้งนี้รัฐบาลใช้แก๊สนํ้าตาแน่ เขารู้โดยสุจริตใจ อันนี้ซื้อ ๓๐ บาท ขายทั่วไป แล้วมีผ้าพันคอเป็ นเชิงสัญลักษณ์ก็มาพันกันอย่างนี้ แล้วผ้าพันคอนี่ ท่านประธาน เขาทําอย่างนี้ ยุบสภาเป็นธงของเขา ที่จะให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ทําอะไรเกินเลยนอกจากให้ยุบสภา เลือกตั้งกันใหม่ ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน จะได้ตัดสินอนาคตของตัวเอง หนังสติ๊กมีบ้างครับ นี่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน วิธีการอะไร ก็ไม่นั่นหรอกครับ ก็ยิงกันอย่างนี้ เด็กบ้านนอกคอกนาอย่างพวกกระผมที่ไม่ใช่นักเรียนนอก ใช้เป็นครับ วิธีการก็คือออกแรงนิดหน่อย โน้มอย่างนี้แล้วก็ยิง ปกติจะใช้ยิงนกเพื่อไป ประกอบอาหารตามบ้านนอกคอกนา แล้วยิงวัว ยิงควาย เวลามันออกนอกฝูง แต่พอ เข้ากรุงเทพฯ เขาเอามายิงคนที่ไม่ค่อยมีสัจจะครับ ไม่ตายครับ นอกจากหัวร้างข้างแตก ก็ยิงกันอย่างนี้ละครับ แล้วก็มีแห มีอวน นี่คืออาวุธของผู้ก่อการร้ายในมุมมองของท่าน ภาพของเขาถ้าแต่งตัวครบสูตรจะเป็นอย่างนี้ครับ นี่ผู้หญิงผูกเหมือนผมนี่ละครับแล้วก็ดันโล่ ถ้าตํารวจ ทหาร เข้ามาเขาก็ดันกันอย่างนี้ละครับ นี่คือความสวยสดงดงาม ถ้ารัฐบาลใจกว้าง พี่น้องของกระผม พี่น้องของท่านประธาน พี่น้องประชาชน เขาก็ขับเคลื่อนกันเข้ามา ท่านประธานที่เคารพ เขามาที่ถนนราชดําเนิน มาที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ท่านไม่เห็นหรือครับ บรรยากาศวันนั้นมากันเป็นแสนเป็นล้าน ลูกเด็กเล็กแดง คนเฒ่าคนแก่ มาเพื่อให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา เขามีเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วก็เปิดเผย ไม่มีอะไรที่จะทํา ให้เคลือบแคลงสงสัย ผมเองได้สัมผัส ได้ติดตามการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชน บางครั้งก็ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายการเมืองโดยตรงในระบบสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ไปครับ เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีถูกเชิญไปเวทีต่าง ๆ พอขึ้นโพเดียม (Podium) เราก็บรรยายก็บอกกล่าวกันอย่างนี้ละครับ ไม่ว่าต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ เวลาเขาจัดโต๊ะจีน เขาเชิญ ส.ส. ไปบรรยาย ส.ส. ไปปราศรัย เราก็ไป นี่คือการทําหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย นอกจากจะทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้เรายังทําหน้าที่ให้ความรู้ให้ความเป็นจริงกับสังคม ของพี่น้องประชาชน งดงามเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นกลิ่นอายของความรุนแรง กลิ่นอาย ของความกระหายโลหิต ที่รัฐบาลชุดนี้จะมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่สุจริต เหมือนเป็น การวางเกม นอกจากประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เสร็จแล้วก็กล่าวหา มีการใช้สื่อ ของรัฐทุกกรณี มีการปิดพื้นที่สื่อของคนเสื้อแดง มีการใช้อํานาจรัฐกล่าวหาวิทยุชุมชน กล่าวหาทีวีของคนเสื้อแดง ปลุกระดมบ้าง ก็เขาพูดอย่างนี้มาเป็นเวลา ๒-๓ ปี ทําไม ไม่ดําเนินการ ทําไมไม่ส่งหนังสือเตือน ทําไมไม่แจ้งเตือน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเขาก็ตําหนิติฉินเสื้อแดงอย่างสุจริต ยกยอปอปั้นรัฐบาล ท่านไม่ส่ง หนังสือเตือนเขาเลยครับ หรือใครเป็นพวกเสื้อแดงนี่ผิดหมด ใครเป็นพวกของท่านถูกหมด บรรยากาศที่กําลังจะมีกลิ่นอายเลือดนั้นเป็นอย่างนี้จริง ๆ ท่านเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉิน เริ่มใช้อํานาจรัฐเต็มรูปแบบ เริ่มใช้อํานาจทหารนําอํานาจทางการเมือง มีการตั้งองค์กร ศอฉ. อยู่ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ซึ่งเป็นถิ่นของท่าน มีการโยกย้ายองคาพยพของอํานาจรัฐ ไปไว้ในค่ายทหารทั้งหมด ปิดทําเนียบ ประชุม ครม. ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ประกาศ ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ท่านก็ไปกินไปนอนอยู่ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ เป็นข้อเท็จจริง ที่ปฏิเสธประชาชนไม่ได้ โดยกล่าวอ้างว่ามีการชุมนุมทางการเมืองที่ไม่ปกติ แต่ท่านครับ วันที่ ๑๐ เมษายนนั้นปฏิเสธไม่ได้ครับว่ากระบวนการในการเริ่มที่จะล้อมปราบ พี่น้องประชาชนมันส่งสัญญาณตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ท่านประธานที่เคารพ วันที่ ๑๐ เมษายนนั้น ผมเองไปสังเกตการณ์ ท่านลองคิดดูสิครับประมาณหกโมงเย็น ท่านจําภาพนี้ได้ไหมครับ เฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่นั่นแหละครับ รอบที่ ๑ โปรยใบปลิว บอกว่าถ้าผู้หนึ่งผู้ใดไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมให้ออกจากสถานที่นี้โดยเร็ว บินรอบที่ ๑ ๓ ลําโปรยใบปลิวครับ รอบที่ ๒ โปรยหมายจับแกนนํา ๒๔ คน เฮลิคอปเตอร์ ๓ ลําบินวน อยู่บริเวณถนนราชดําเนินนี่แหละครับ บริเวณทําเนียบรัฐบาล บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ นี่คือข้อเท็จจริง พอรอบที่ ๓ ๖ โมงนิด ๆ พี่น้องประชาชนกําลังรับประทานอาหารเย็น ส้มตํา แกงส้ม แกงแค แหนม ทางเหนือเรียกนํ้าพริกหนุ่ม กําลังกินข้าวกันอยู่ดี ๆ ท่านก็โยนแก๊สนํ้าตามาจากเฮลิคอปเตอร์ เขาเรียกว่าแก๊สนํ้าตาฟ้ำประทาน มันมาจาก ฟากฟ้ำ เรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชีวิตของการเป็น นักประชาธิปไตยท่านยังคงไม่เคยโดนแก๊สนํ้าตามันเจ็บมันแสบครับ นี่ยังไม่โดนหัวใครนะครับ เวลาโยนลงมาคนกําลังกินข้าว พี่น้องของเรากําลังกินข้าว มันฉุน มันแสบ ความรู้สึก จากการเรียกร้องประชาธิปไตย เริ่มเห็นเค้าลางว่าท่านต้องการความรุนแรง ๑ ทุ่ม เฮลิคอปเตอร์ยังอยู่ครับ แล้วท่านก็เคลื่อนรถถังมาจากสะพานผ่านฟ้ำลีลาศ มีการเอาหน่วยบูรพาพยัคฆ์หน่วยนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในการปราบปรามคนไทยด้วยกัน เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ มาจากเมืองกาญจน์ มาจากจังหวัดปราจีนบุรีสนธิกําลัง มาด้วยกัน มันเป็นตอนกลางคืนครับท่านนายกรัฐมนตรี อย่ามาบอกนะครับว่ากําลังจะ ถอนกําลังกลับ ไม่ได้ถอนกําลังกลับ ถอนกําลังกลับที่ไหน กําลังเข้ามาเลยครับ เข้ามาถนนดินสอ โรงเรียนสตรีวิทยา มันเป็นถนนแคบ ๆ พี่น้องเขาทํากับข้าวกับปลา เตะถังแก๊สเขา เข้ามาถึงก็ไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใส่เข้าไปเลยครับ นี่คือปฐมบท มีคนตาย ๒๐ กว่าคน ด้วยความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจ ผมก็นึกว่า นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อเห็นพี่น้องประชาชนเสียชีวิตน่าจะสํานึก น่าจะ ทบทวน เปล่าเลยครับ กลับบอกว่าเป็นอ้ายโม่ง ตัวละครคนใหม่เริ่มทันทีเลย นี่คือ การสร้างกระบวนการทําลายองค์กรประชาชน เริ่มตั้งแต่เฮลิคอปเตอร์ รถถัง แล้วก็อ้ายโม่ง มีการแถลง ศอฉ. ที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ว่าเจออ้ายโม่ง มีการเอาคลิปโจรชุดดํา วันนี้ จับได้หรือยังครับ เวลาล่วงเลยมา ๙๐ วันแล้ว คนชุดดําอยากเห็นจริง ๆ ครับ หรือว่าเป็น พวกเดียวกับท่าน ทําไมจับไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์วันที่ ๑๐ โดยวิญํูชนที่เป็น นักประชาธิปไตยโดยการที่มาจากการเลือกตั้ง มีคนบาดเจ็บล้มตาย ๒๐ กว่าคน น่าจะมี สํานึกรับผิดชอบในทางการเมืองแล้วครับ ผู้ใหญ่บ้านบ้านผมนี่เวลาแข่งกันถ้าชาวบ้าน ตีหัวกันแกไม่สมัครเฉยเลย แกบอกว่าแกต้องรับผิดชอบ แต่นายกรัฐมนตรีที่อ้างว่ามาจาก การเลือกตั้ง คนตายในวันที่ ๑๐ เมษายน ปฏิเสธไม่ได้ครับ ถ้าวันนั้นไม่มีรถถังมาตอนเย็น ไม่มีเฮลิคอปเตอร์มาหยอดแก๊สนํ้าตา ก็ไม่มีคนตายครับ แล้วท่านก็พรํ่าพรอดต่อสภา แห่งนี้ว่าจะต้องเป็นไปตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก อันนี้กลับหัวกลับหางจากหนัก ไปหาเบาเลย พอมีคนตายท่านก็ออกทีวีบอกว่ามีคนเสื้อดํายิงกัน แต่มีข่าวลือทั้งกองทัพ มีข่าวลือทั้งประเทศว่าเกมนี้เป็นการแย่งชิงอํานาจในกองทัพกันเองระหว่างบูรพาพยัคฆ์ กับวงศ์อีกวงศ์หนึ่งเขาเรียกว่าวงศ์เทวัญ เท็จจริงอย่างไรผมไม่อาจทราบ แต่ข่าวลือนี้ กระฉ่อนไปทั้งประเทศ กระฉ่อนไปทั้งกองทัพ เพราะฉะนั้นคนเสื้อแดงจึงตกเป็นเหยื่อ ของขบวนการครั้งนี้ มีนายพลบาดเจ็บสาหัส มีนายพันเสียชีวิต มีนายพันอีกหลายคน ทําไมครับ คนเสื้อแดงไม่รู้หรอกครับว่านายพันและนายพลเหล่านั้นมันอยู่ตั้งไกล อยู่เลยตึก ๒ ตึก ๓ ตึก จากแยกอนุสาวรีย์ไปอีกประมาณเกือบ ๗๐๐ เมตร เพราะฉะนั้น เป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่คนมีสี ไม่ใช่คนในเครื่องแบบ และไม่ใช่คนที่ใกล้ชิดอํานาจรัฐ กระทําการอันนี้ ผมก็เชื่อโดยสุจริตใจว่าคนเสื้อแดง องค์กรประชาชนเป็นเหยื่อของการแย่งชิง อํานาจในกองทัพและชิงอํานาจจากท่านทั้งหลาย นี่เชื่อโดยสุจริตใจ และเขาลือกันทั้งบ้าน ทั้งเมือง เพราะฉะนั้นผมจึงกล่าวหาท่านว่าท่านรู้เห็นเป็ นใจเป็นผู้ออกคําสั่งในการปราบ ประชาชนในวันที่ ๑๐ เมษายน ท่านไม่ได้ทําตามกฎกติกาสากลที่จะต้องมีตํารวจ ที่จะต้องมีรถนํ้า และสุดท้ายมีกระบองและแก๊สนํ้าตา ท่านมีแก๊สนํ้าตาแต่โยนมาจาก เฮลิคอปเตอร์ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเติบโตมาจากประเทศอังกฤษ เวลาคนอังกฤษ ประท้วงนี่เขาเอาเฮลิคอปเตอร์แล้วมาหย่อนแก๊สนํ้าตาหรือครับ ท่านเคยเห็นไหมครับ ก็มีประเทศไทยครั้งนี้ละครับ ไม่ใช่ลูกเดียวนะครับ วน ๓ รอบก็ ๓ รอบ ลมมันก็พัดไป ถูกพี่น้องประชาชนที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวเขาก็ด่ากันทั้งเมือง ท่านไม่รู้เพราะท่านอยู่ใน กรมทหารราบที่ ๑๑ ท่านเป็นไข่ในหินแวดล้อมด้วยนายพล นายพัน ขุนศึก ท่านไม่รู้ ท่านจะรู้ก็เมื่อถูกครับท่าน ถูกครับนาย สบายครับท่าน ท่านไม่รู้ตรงนั้นหรอกครับ แล้วก็ มีความสุขกัน ถ้าท่านมีญาณวิถีในการเป็นนักประชาธิปไตย ท่านจะรู้ทันทีเลยว่า นี่มันไม่ใช่แล้ว นี่คือเกมซ้อนเกมแล้ว และนี่คือเกมการทําลายที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้นมีการปิดสื่อ มีการกล่าวหาสื่อ พยายาม กีดกันสื่อเสื้อแดง ผมกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีครับ สื่อที่อยู่ตรงข้ามทําไมไม่ปิด พฤติกรรมเหมือนกัน เพียงแต่ว่าพลิกซ้ายพลิกขวาเท่านั้นเอง ผู้จัดรายการสํารอก เหมือนกันในการก่นด่าฝ่ายตรงข้าม กระเหี้ยนกระหือรือเหมือนกันเหมือนกันเปี๊ยบเลย เพียงแต่กลับข้าง ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ข้อมูลของผมนี้ถ้าท่านกลับบ้านเสาร์ อาทิตย์ ท่านมีเวลาลองไปเปิดคลื่นเหล่านั้น ผมเชื่อว่าท่านไม่มีเวลาเพราะท่านกําลังมีความสุขกับ ถูกครับท่าน ได้ครับนาย กําลังมีความสุขกับเฟซบุคซึ่งเป็นสื่อเทียม นี่คือของจริงครับท่าน เพราะฉะนั้นมันเป็น ๒ มาตรฐาน พี่น้องประชาชนยิ่งโกรธครับ หลังจากวันที่ ๑๐ ยิ่งมา เจอภาพที่พี่น้องประชาชนทนดูไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือการสลายหรือเรียก กระชับวงล้อมต้องการพื้นที่คืน นี่คือข้อเท็จจริง ชายคนนี้เป็นผู้ชุมนุมปราศจากอาวุธ แล้วทหารคนนี้ได้ตะโกนบอกยกมือขึ้นไม่เช่นนั้นจะยิงกบาล นี่ครับ ผมถามว่า นี่กลางเมืองหลวงกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ ความศิวิไลซ์ (Civilize) หายไปไหน หมดครับ ท่านได้ใช้การทหารนํา การเป็นผู้นําอย่าเบื่อหน่ายการเจรจาครับ มันต้องเจรจา สงครามโลกเขาฆ่ากันเกือบตาย ฆ่ากันเกือบหมดโลก เขาก็เจรจา เจรจาอยู่นั่นแหละครับ แต่ท่านได้ใช้ลิ่วล้อมือซ้ายมือขวาของท่านบอกหมดเวลาในการเจรจา แล้วท่านก็ใช้วิธีนี้ครับ ถ้าท่านไม่เบื่อหน่ายในการเจรจา ท่านไม่อดทน ท่านมีสํานึกของการเป็นผู้นําที่มากกว่านี้ เราจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้ครับ เราจะไม่มีผู้หญิงสวมกอดร้องห่มร้องไห้ ไม่มีบรรยากาศทหาร นี่ผมต้องกล่าวหาเหมือนกันว่าคนเหล่านี้ต้องไปนอนคิดใหม่ว่าคุณเป็ นทหาร ใช้เงินภาษีของประชาชนทั้งนั้นได้อย่างไร นี่เป็นปริศนาครับ การดําเนินการนั้นท่านได้นํา ความรุนแรงมาสู่สังคม แต่ท่านไม่เคยหวั่นไหวครับ ท่านก็ลอยหน้าลอยตาแถลงข่าว ศอฉ. แล้วบอกว่าจะต้องมีชัยชนะ จะต้องดําเนินการปราบผู้ก่อการร้ายที่แฝงมากับผู้ชุมนุม โดยความสํานึกของคนที่อยู่ภาคสนาม ท่านเอาไพร่พล ขุนศึก มาไม่ตํ่ากว่า ๗๐,๐๐๐ คน ทหารเกณฑ์ขนาดหมดเวลาในการเกณฑ์ทหารท่านยังไม่ให้กลับบ้านเลยครับ ทั้งหมด ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ผมถามเถอะครับ แมลงที่อยู่ในม็อบแทบจะไม่ออกเลยครับ นี่คือความเป็นจริงที่เป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่สูญเสีย หลังจากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่ยอมรับครับ ยังบอกว่าให้เป็นไปตาม กฎหมาย ท่านอภิสิทธิ์ครับ เราเป็นนักการเมือง เรานั่งอยู่ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วตั้งกรรมการตรวจสอบตัวเอง วัฒนธรรมสังคมการเมืองไทยเป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ ใครมีอํานาจคนนั้นคือเจ้าเข้าครอง เพราะฉะนั้นเป็นการไม่เหมาะเลยที่นายกรัฐมนตรี จะมาแต่งตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเอง เป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง สังเกตดูพฤติกรรมของดีเอสไอสิครับ เอะอะอะไรก็มาแถลงข่าวเลยครับ บอกว่าคนนั้นผิด คนนี้ต้องจับ บอกล่วงหน้า ๒ วัน ๓ วัน กล่าวหาเกินเลยกว่าข้อเท็จจริง นี่คือองค์กรหนึ่ง ที่สูญเสียไปแล้วคือดีเอสไอ สังคมได้เคลือบแคลงสงสัยทั้ง ๆ ที่วัตถุประสงค์องค์กรนี้ เป็นองค์กรที่ดีครับ เพราะฉะนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้ายังจะดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีบนซากศพ คราบเลือด คราบนํ้าตา คราบความสูญเสียของประเทศ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะได้ดํารง ตําแหน่งนี้ ท่านต้องรับผิดชอบทางการเมืองและไม่มีประเทศไหนในโลกที่ตัวเองออกคําสั่ง แล้วก็แต่งตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบคําสั่งของตัวเอง ชงเอง กินเอง เออเอง แล้วสังคม จะปรองดองได้อย่างไรครับ มันจะปรองดองได้อย่างไร คนออกคําสั่งให้ล้อมปราบ ประชาชนมาออกคําสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนตัวเอง ไม่วิกลจริตก็ถือว่าหนาที่สุดแล้วครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีครับ เก้าอี้ตัวนั้นมันไม่สง่างามหรอกครับ เพราะท่านถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรร้อยศพ ท่านถูกกล่าวหาจากพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งว่าท่านมีส่วนในการสั่งฆ่าประชาชน ท่านจะเดินไปขึ้นโพเดียมก็ไม่สง่างามครับ ท่านจะเดินไปทั่วโลกก็ไม่สง่างาม คําถามนี้จะทิ่มแทงการเป็นนักประชาธิปไตยของท่าน ไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดทั้งมวลที่กระผม ได้อภิปรายเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สํานึกทางการเมือง ได้รับผิดชอบ ต่อความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน แน่นอนที่สุดใครทําผิดจริง ๆ ก็ขอให้ดําเนินการตามกฎหมายจริง ๆ ใครออกคําสั่งที่เกินเลยกว่าข้อกฎหมายก็ขอให้ ดําเนินการอย่างจริงจัง มิฉะนั้นมันจะไม่มี ๒ มาตรฐาน มันจะมีมาตรฐานเดียวคือ มาตรฐานที่ใครเป็นเจ้าเข้าครองก็ใช้อํานาจนั้นอย่างเต็มที่ ท่านได้เรียกให้พี่น้องประชาชน มาปฏิรูป แต่ผมเชื่อว่าถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จะไม่มีการสมานฉันท์หรือปรองดองใด ๆ ที่ไปสู่ความสําเร็จ และประเทศชาติจะประสบ เคราะห์กรรม
ท่านประธานที่เคารพ ท้ายที่สุดนี้ผมยังยืนยันว่าถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่ได้ลาออกหรือรับผิดชอบทางการเมือง แต่กฎธรรมชาติของท่าน ไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงได้ นั่นคือกฎ ๓ กฎของการอยู่ในนิติรัฐ
กฎข้อที่ ๑ ท่านจะต้องถูกดําเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าใครก็ตาม ท่านต้องถูกดําเนินการตามกฎหมายครับ นั่นคือกฎข้อที่ ๑
กฎข้อที่ ๒ ท่านต้องถูกกฎของสังคมเป็นคนดําเนินการ วันนี้ท่านไม่สง่างาม สังคมได้ตั้งข้อสังเกตให้ท่าน สังคมได้เชื่อไปส่วนหนึ่งว่าท่านมีส่วนฆ่าประชาชน วันนี้ท่านมองสบตาพี่น้องประชาชนที่สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียญาติพี่น้อง ไม่เต็มตาครับ ตาของท่านจะเหม่อลอยและกลับกลอก เพราะลึก ๆ ของคนที่อยู่ในอํานาจแล้ว มีคนบาดเจ็บล้มตายจะไม่กล้าสบตากับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มลูกตา ไม่เหมือนพวกเรา
กฎข้อที่ ๓ กฎแห่งกรรมครับ ท่านประธานที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือใครก็ตามแต่ที่ทําให้พี่น้องบาดเจ็บล้มตาย ทรัพย์สินเสียหาย เราเป็นคนศาสนาพุทธ เราเชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่ช้าก็เร็วกฎนั้นย่อมนําสนองต่อผู้ที่กระทําการที่ไม่ถูก
ท้ายที่สุดนี้คําอภิปรายของผมแน่วแน่ มั่นคง และยืนยันชัดเจนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพวกเป็นผู้มีส่วนในการปราบปรามประชาชน ในการเข่นฆ่า ประชาชน ผมไม่สามารถไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะให้ดํารงตําแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะบริหาร บ้านเมืองภายใต้ความสูญเสียเกิดขึ้นแม้แต่วันเดียว ผมยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผม อภิปรายนั้นเป็นข้อเท็จจริง กราบเรียนด้วยความเคารพ กราบขอบคุณครับท่านประธาน