สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

จตุพร พรหมพันธุ์ อภิปรายเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยกล่าวถึงกลไกหน่วยงานรัฐที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และกรณีการปราบปรามและสังหารประชาชน จตุพร พรหมพันธุ์ ยังหารือเรื่องการปลุกระดมและสร้างความไม่สงบในสังคม รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายเหตุการณ์สำคัญ และการดำเนินคดีพิเศษในกรณีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมนั่งฟังรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงด้วยการนั่งอย่างมีสติรับฟังไม่ขัดขวางในการอธิบายความแม้แต่เพียง นิดเดียว รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจะชี้แจงยาวยืดอย่างไร ผมก็เคารพในฐานะ ถือว่าเป็นสิทธิ ผมเรียนกับท่านประธานว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของกระผมนั้น ผมเองเคยได้ตั้งคําถามและถูกตั้งคําถามเช่นเดียวกันว่าในวันและเวลาที่รัฐบาลบอกว่า จะต้องมีการปรองดองกับผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ผมก็ตั้งคําถามกลับไปเหมือนกันว่า แล้วเราจะต้องปรองดองกับฆาตกรที่สังหารโหดพี่น้องประชาชน ๘๙ ชีวิต บาดเจ็บอีก ๑,๕๐๐ คนหรือไม่ เอาใจเขาใจเราครับท่านประธานที่เคารพ ผมอธิบายความว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ กลไกหน่วยงานรัฐอย่างดีไอสไอ ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรง เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ศอฉ. ที่มีนายสุเทพ เป็นผู้อํานวยการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้แต่งตั้ง แล้วตัวเองก็เป็นประธานคดีพิเศษ แล้วเสร็จแล้วกรรมการ ศอฉ. มีส่วนในการปราบปรามและสังหารประชาชน แต่กลับมา ทําคดีเสียเองซึ่งผมจะได้อธิบายรายละเอียดว่าเป็นใครบ้าง

ผมเรียนกับท่านประธานว่าการอภิปรายของผมแม้บอกว่าปิดสมัยประชุม จะมีการออกหมายจับ ทําเลยครับ ถามว่าหมายจับเรื่องอะไร ทุกข้อหาผมไปมอบตัว รับทราบข้อกล่าวหา นัดวันให้ปากคํา นัดวันให้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล คําชี้แจงครบถ้วนทั้ง ๕ คดี ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการออกมาขู่ว่า เสรีภาพจะมีอยู่อีก ๒ วัน แล้วจะให้ผมไม่สามารถทําหน้าที่ต่อไปนั้นไม่ใช่ ก่อนขึ้นมา อภิปรายไม่ไว้วางใจผมได้ตั้งหลักและทําสติเพราะรู้ว่าจะต้องถูกขัดขวางแต่ไม่มีปัญหา ผมเรียนกับท่านประธานฝากบอกรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงว่าเมื่อท่านประกาศว่า ท่านเป็นคนมีจิตใจนักเลง ผมก็ทนฟังท่านได้ ท่านก็ควรที่จะเคารพอีกฝ่ายหนึ่งที่กล่าวหาท่าน แล้วเมื่อท่านชี้แจงพวกผมก็ไม่ขัดขวาง เวลาผมอภิปรายก็ปล่อยให้ผมได้ทําหน้าที่ ท่านจะชี้แจงอย่างไรหรือกล่าวหาอย่างไรนั้นไม่เป็นปัญหา ขอเรียนกับท่านประธานว่า ผมได้ขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะนําภาพและคลิป ภาพนั้นได้มี ๘ แผ่นพีพีบอร์ด (PP Board) แต่ว่าคณะกรรมการไม่อนุญาตที่มีภาพคนตายที่ถูกอาวุธ สงครามยิง ๒ บอร์ด (Board) ใหญ่ ๆ ไม่มีปัญหาครับ เช่นเดียวกันกับคลิปวิดีโอซึ่งตอนท้าย จะเปิดร่วมกับภาพนี้ กรณีทหารบนรางรถไฟฟ้ำแบบมีควันที่ยิงเข้าไปในวัดปทุมวนารามนั้น ก็ไม่อนุญาต ก็ไม่เป็นปัญหาและไม่เป็นอุปสรรคอีกท่านประธาน แต่ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่าผมเองก็นั่งคิดและนั่งฟังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าการอภิปรายของผม ต่อไปนี้นั้นผมจะอภิปรายเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับวีรชนทุกชีวิตที่ถูกกระสุนปืน ทั้งบาดเจ็บและล้มตาย นายสุเทพพยายามอธิบายความว่าผู้ที่ตายบางคนซึ่งเป็น จํานวนน้อย ในจํานวน ๘๙ ชีวิต ไม่ว่าเป็นประชาชน ๗๘ คน ทหาร ๑๑ นาย ว่าบางคน มีพฤติกรรมที่นายสุเทพได้กล่าวหา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่นายสุเทพหรือว่า ใครก็ตามไม่มีสิทธิที่จะตัดสินเขาด้วยการประหารชีวิตแล้วเหมารวมว่าทุกคนจะต้องมี พฤติกรรมอย่างนั้น เวลานี้อธิบายอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ พยายามปลุกระดม สร้างกระแสในสังคมว่าคนที่ตายนั่นสมควรตายแล้ว เพราะไปเผาอาคารเซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ศาลากลาง ว่าคน เหล่านั้นที่เผาตึกจึงสมควรตาย ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานลองดูสิครับ รายชื่อ ที่ศูนย์เอราวัณบันทึกวันและเวลาตายนั้นเกือบทั้งหมด ตายก่อนที่ไฟจะไหม้ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าการติดตามในการจับกุมผู้กระทําความผิด มีการจับกุมคนเผาศาลากลาง แต่ผมถามท่านประธานผ่านไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าทําไม จึงไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่วางเพลิงห้างเซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นเตอร์วัน อาคารมาลีนนท์ และธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทยหลายสาขา เป็นคําตอบเดียวกับการเผารถเมล์ ๕๒ คันเมื่อสงกรานต์เลือดปีที่แล้วหรือไม่ ท่านประธานไม่แปลกใจเลยหรือครับว่าอาคารต่าง ๆ ความจริงแล้วโดยความรู้จัก ไม่มีปัญหาอะไรเลย สมมุติว่าห้าง ๒ ห้างนี้นะครับ เซ็นทรัล เวิลด์อยู่ตรงนี้ ตึกเกษร อยู่ตรงนั้นพรรคพวกผมก็รู้กันว่าตึกเกษรนี่นะครับ ลูกเขยเป็นผู้อํานวยการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ลูกสาวก็เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ แต่ทําไมคนเสื้อแดงซึ่งเขาได้ใช้ห้องนํ้าของห้างเซ็นทรัล เวิลด์ คบค้าสมาคมเป็นอย่างดีจึงไปเลือกเผาเซ็นทรัล เวิลด์และไม่เผาห้างเกษร และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลไม่พยายามหาข้อเท็จจริงเลย และพยายามอธิบาย อย่างเดียวว่าเพราะมีการเผาตึกเขาจึงสมควรตาย แล้วก็ให้สื่อโทรทัศน์อย่างช่องหอยม่วง ที่ถ่ายทอดเวลานี้สร้างกระแสสังคมให้เห็นคุณค่าซากตึกมากว่าซากชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานว่าคนที่ตาย ๘๙ คน ส่วนหนึ่งเป็นทหาร ส่วนใหญ่เป็นประชาชน บาดเจ็บ ๑,๕๐๐ คน บางคนเสียลูกตา เสียขา เสียแขน เขาไม่ใช่นามสกุล เวชชาชีวะ เขาไม่ใช่นามสกุลเทือกสุบรรณ แต่เขาเป็นประชาชน แล้วทุกชีวิตที่ถูกยิง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลองอธิบายว่าใครมีอาวุธในมือบ้างในจํานวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด เวลานี้ผมเองได้มองทุกอย่างด้วยความเข้าใจและความเป็นธรรมที่สุด หลายวันที่ผ่านมา ผมได้มองทหารอย่างมีสติ ได้มองอย่างความเข้าใจ แล้วมองคนที่ตายอย่างมีสติ ทุกคํ่าคืน ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่าพวกผมนี่แหละครับจุดธูป จุดเทียน ภาวนาทุกวันว่า อย่าให้ใครได้เสียชีวิตกันเลยในแต่ละวัน ที่ท่านพยายามปลุกกระแสสร้างอารมณ์ผู้คนว่า พวกผมพาคนไปตาย ถ้าผมพามาแล้วใครฆ่าตายครับท่านประธาน ฝ่ายที่ฆ่าตายบอกว่า พวกผมพามาเพื่อให้พวกท่านฆ่า ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการปลุกระดม โดยการปิดช่องทางการถ่ายทอดเสียงให้ออกเฉพาะข่าวของรัฐบาลด้านเดียวนั้นเราก็เห็น เหตุการณ์ที่เกิดที่ประเทศรวันดา ปลุกระดมจนกระทั่งเผ่าหนึ่งเป็นแมลงสาบ ระหว่าง ทุตซี (Tutsi) กับฮูตู (Hutu) ปลุกระดมโดยสถานีวิทยุ มองอีกเผ่าหนึ่งว่าเป็นแมลงสาบ ฆ่ากัน ๑๐๐ วันตายไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน อิทธิพลของสื่อที่ถูกสร้าง การปลุกระดม แบบล้างสมองนะท่านประธานที่เคารพ ทหารที่เขามาผมเองได้รู้จักว่าพ่อแม่เขา ไปสอบถามว่าทําไมเขาเข้ามาแล้วยิงประชาชนอย่างไม่คิดว่าเป็นคนไทยด้วยกัน เพราะอะไรท่านประธานทราบไหมครับ เช้ามาก็บอกว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มสถาบัน มีอาวุธร้ายแรง เที่ยงล้มสถาบัน ก่อการร้าย มีอาวุธร้ายแรง เย็นก่อการร้าย ล้มสถาบัน มีอาวุธร้ายแรง ในสมองของชายไทยอย่างทหารเกณฑ์หรือนายสิบหรือใครก็ตาม ได้ถูกยัดเยียดว่าคนที่มาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขาก็เพียงแค่ ทวงอํานาจอธิปไตยคือการยุบสภา เขามาขอหีบเลือกตั้งแต่ท่านให้หีบศพเขากลับไป ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่าพวกผมเองนั้นเป็นประชาชน ข้อหา ที่เจ็บปวดมากที่สุดที่ใครเกิดมาเป็นคนไทยแล้วต้องถูกตั้งข้อกล่าวหายัดเยียดนั่นคือ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ท่านประธานลองดูสิครับ แผนผังของ ศอฉ. แสดงเครือข่าย ที่มีพฤติการณ์ส่อล้มสถาบัน เอาชื่อ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผม พรรคพวกเพื่อนฝูง อธิบายว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ล้มสถาบันเพราะเขียนบทความหนังสือความจริงวันนี้ ทั้งที่บทความทุกฉบับ ไม่มีการถูกดําเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่อย่างใด พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งเป็นทั้งอดีตผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด คนหนึ่งเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นนายกรัฐมนตรี ขอพึ่ง พระบารมีเพื่อดับทุกข์ ไม่ต้องการให้ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดินนั้น ได้ล้มหายตายจากกันไปอีก กลายเป็นคนล้มสถาบัน

ท่านประธานที่เคารพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษได้มีการประชุม ครั้งที่ ๔/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม มีมติ ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการทั้งหมด ให้คดีผิดทางอาญาอื่น เป็ นคดีพิเศษที่ต้องสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ คือการกระทําความผิดทางอาญาเรื่องกรณีกล่าวหาบุคคลกระทําการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท อันเป็นความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร กรมสอบสวนคดีพิเศษประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ลงนามเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผ่านท่านประธาน คดีที่นายพิชา วิจิตรศิลป์ ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดําเนินคดี กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในกรณีที่ไม่ได้นํานายทหารและนายตํารวจที่ได้รับพระราชทานยศ ชั้นนายพลตามลําดับเข้าเฝ้ำถวายสัตย์