สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะการชุมนุมที่ราชประสงค์ และการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับกำลังทหาร และกลุ่มชุดดำที่มีอาวุธ และกล่าวถึงการบริหารจัดการการยุติการชุมนุมที่ไม่ดี และเรียกร้องให้มีการสอบสวนความจริง โดยไม่ให้ความเป็นธรรมกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และเรียกร้องให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้ามาร่วมในการปรองดองเพื่อสร้างความสงบในประเทศ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ฝ่ายค้าน ใช้เวลาวันครึ่งอภิปรายเฉพาะเรื่องนี้ครับ ผมเพิ่งใช้โอกาสนี้ชี้แจงยาว ๆ เป็นครั้งแรก แล้วก็ถ้าหากว่าเวลามันไปกินในส่วนของรัฐบาลนั้นเราจะบริหารจัดการกันเองครับ ไม่ไปรบกวนเวลาของฝ่ายค้าน ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ที่มันสะเทือนใจ นอกเหนือจากความเดือดร้อนของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมแล้วคงปฏิเสธ ไม่ได้ก็คือเหตุการณ์ที่มีการบุกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ ผมก็คงจะไม่จําเป็นต้องไปฉายภาพอะไรซํ้า เพียงแต่บอกว่าอันนี้ก็เกิดขึ้นจากปัญหา ความไม่เข้าใจ ความกังวล ความหวาดระแวง อยู่ตลอดเวลาว่าใครมีสภาพในการที่จะคุม จุดข่มสูงหรือบรรดาตึกสูงต่าง ๆ ได้ แต่ว่าเป็นที่ยอมรับกันเลยครับว่าพื้นที่อย่างเช่น โรงพยาบาล ซึ่งตามหลักสากลนี่ไม่มีฝ่ำยไหนเข้าไป แม้กระทั่งในยามศึกสงคราม ก็เกิดปัญหาขึ้น ท่ามกลางแรงกดดัน แรงต่อต้านต่าง ๆ นี่ครับ วันที่ ๓ พฤษภาคมนี่ ผมยังตัดสินใจว่าจะเสนอแผนปรองดอง ๕ ข้อ แล้วแผนปรองดอง ๕ ข้อนั้น ถ้าหากว่า ทุกฝ่ำยเข้ามาร่วมทําบ้านเมืองให้สงบ ๑๔ พฤศจิกายน ผมก็บอกว่าก็เป็ นเวลา ที่เหมาะสมที่จะมีการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ช่วงเวลาทั้งหมดนี่ท่านไม่ทราบหรอกว่า ทั้งผม ทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ แม้กระทั่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ถูกกดดันมากเพียงไรครับว่าทําอย่างไรจะให้การชุมนุมยุติลง จะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่เราก็ยืนยันว่าต้องหาทางออกที่มันดีที่สุดที่เป็ นทางออก ทางการเมืองเสียก่อน ก็เสนอแผนปรองดองไปครับ สุดท้ายแผนนี้ทุกฝ่ายขานรับจริง แต่ผู้ชุมนุมหลังจากที่บอกว่าพร้อมที่จะเข้าร่วมขบวนการ อีก ๑ สัปดาห์ผ่านไป ก็ยังไม่ยุติการชุมนุม นั่นคือที่มาของการที่เราก็จําเป็นที่จะต้องบอกว่าถ้าเช่นนั้นเราจะมี มาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างไร เช่นเดิมครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเราไม่ต้องการ ให้เกิดการปะทะ การเผชิญหน้า เกิดการสูญเสีย เราก็ตัดสินใจว่าถ้าเช่นนั้นเราลองมาดูสิว่า พื้นที่ที่เขาชุมนุมกันอยู่นี่ พูดง่าย ๆ มันเป็นเหมือนเส้นกากบาท เส้นทางหลักของ กรุงเทพมหานคร ใจกลางย่านธุรกิจ เรารู้ว่าถ้าเข้าไปนี่ครับ การปะทะ การสูญเสียจะเกิดขึ้นมาก หลักที่เราวางไว้ก็คือว่าถ้าเช่นนั้นเราจะใช้มาตรการในลักษณะที่กดดันไม่ให้มีการเอา ผู้ชุมนุมเข้าไปเติม กดดันในเรื่องของสาธารณูปโภค แล้วก็มีการปิดล้อมโดยการตั้งด่าน ของทางทหารครับ ก็จะทําเป็นลักษณะของสี่เหลี่ยมบริเวณรอบ ๆ พื้นที่อีกทีหนึ่ง ไม่ได้เข้าไปครับ ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมหลักเลยในช่วงนี้ ด่านของทหารนั้นครั้งนี้ ต้องมีความพยายามที่จะระมัดระวังจากบทเรียนในวันที่ ๑๐ เมษายน ก็คือว่าต้องอยู่ห่าง พอที่จะไม่ให้โดนโจมตีจากเอ็ม ๗๙ ซึ่งการข่าวและหลายเหตุการณ์ในช่วงที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดยืนยันว่าอยู่ในบริเวณ พื้นที่ใกล้เคียงกับสวนลุมพินีก็ไปตั้งด่านครับ แต่การตั้งด่านครั้งนี้เพื่อที่จะให้สามารถ รักษาพื้นที่ได้ก็มีกฎในเรื่องของการที่จะต้องดูแลป้ องกัน อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ได้กราบเรียนไป สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ มวลชนที่ราชประสงค์ก็ยังชุมนุมตามปกติ โดยสงบ ไม่มีใครเข้าไปรบกวน เขาเองก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครครับ แต่ชุดดํา กองกําลังติดอาวุธ และมีการไประดมมวลชนจากข้างนอก ก็มาใช้แนวทาง ที่เขาเรียกว่าเป็นขนมชั้นครับ มาซ้อนไว้อีก ทางเหนือก็จะมีตั้งแต่ดินแดงไล่ลงมา ถนนราชปรารภ ทางใต้บริเวณถนนพระราม ๔ ก็มีปัญหาตั้งแต่คลองเตย บ่อนไก่ ไปจนถึง สะพานเหลือง อย่างนี้เป็ นต้นครับ ถามว่าปฏิบัติการของคนชุดดําชุดนี้ทําอะไร ผมก็ยืนยันครับว่ามีการใช้กําลัง แล้วถ้าท่านบอกว่าตกลงชุดดํามีจริงหรือไม่ ไปดูสิว่า ทําไมสื่อต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าไปได้ ขอกราบเรียนว่ามีครับ ไม่ใช่ไม่มี นิตยสารออนไลน์ (Online) ที่ชื่อเอเชีย ไทม์ส (Asia Times) เพิ่งตีพิมพ์บทความสําคัญเป็นสกูป (Scoop) พิเศษ ใช้คําว่าพูดง่าย ๆ คือเปิดหน้ากากชุดดํา มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ๒ คน ขอเข้าไปดู แล้วก็ใช้เวลาอยู่กับคนชุดดําในคืนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม มีเงื่อนไขเดียวคือถ่ายรูปออกมาไม่ได้ แต่เขาเล่าละเอียดครับว่าชุดดําเหล่านี้มีจริงมีอาวุธออกไปปฏิบัติการในพื้นที่ที่ทหารตั้งด่าน กลับเข้ามาทําอะไร อย่างไร เป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่อง ที่มีการเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาแต่เป็นของจริง แล้วผมก็จะขออนุญาตให้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก และพี่น้องประชาชน ได้ดูครับว่าช่วงที่มีการปะทะกันและมีการสูญเสียกันมาก ในขณะนั้น ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจากคนที่มีอาวุธไม่ว่าจะเป็นเอ็ม ๑๖ หรือเอ็ม ๗๙ แม้กระทั่งมีเรื่องของการใช้เครื่องยิงระเบิดแสวงเครื่อง มีเยอะแยะไปหมด ที่สําคัญที่สุดครับ ในเวลานั้น ศอฉ. เองก็ได้รับทราบข่าวมาและเตือนล่วงหน้าว่าปฏิบัติการของคนกลุ่มนี้ จะไม่ได้มีเป้ำหมายในการทําร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ โฆษกของ ศอฉ. และโฆษกรัฐบาล ออกเตือนพี่น้องประชาชนครับว่าการข่าวของเราก็คือคนชุดนี้ พร้อมที่จะทําร้ายกลุ่มคนบางกลุ่ม เช่น ผู้สื่อข่าว อาสาสมัครและชาวต่างประเทศ ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูคลิปต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปวิดีโอ)

นี่คือกลุ่มคนซึ่งใช้เอ็ม ๑๖ ยิง ในบริเวณสวนลุมพินี ถัดมานะครับดูที่บ่อนไก่ครับใช้เอ็ม ๑๖ ยิงแล้วก็วิ่งเข้าวิ่งออก ถัดมามีการจุดระเบิดหลังยางรถยนต์ กลุ่มคนที่เข้ามาก็มีหลายประเภทครับ นี่ดมกาว อยู่หลังยางรถ แล้วก็ภาพที่ออกไปเรื่องที่ไม่มีใครอยากเชื่อก็คือการเอาเด็กเป็ นโล่มนุษย์ คุณจตุพรบอกว่าใส่กางเกงเหลือง ไม่ดูผ้าที่พันอยู่ล่ะครับ และอยู่ที่ไหน ปฏิบัติการอะไร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศประณาม เพราะเป็นการยืนยันว่าในที่สุดแล้วมันมีกลุ่มติดอาวุธ ปฏิบัติการใช้ความรุนแรง แต่พร้อมที่จะเอาคนบริสุทธิ์ เด็ก มาเป็นเหยื่อ มาเป็นโล่ป้ องกันตัวเอง มีอีกหลายภาพครับผมจะไล่ไปเร็ว ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาว่ามีชายที่คลุมหน้า มีปืน มีคนที่ แต่งกายคล้ายทหารออกปฏิบัติการนะครับ บางทีก็มีเสื้อข้างหลังเขียนอาร์มี (Army) เขียนโปลิศ (Police) แต่งชุดลายพราง แต่ว่ามีสัญลักษณ์ของการเป็นฝ่ายผู้ชุมนุม หลายต่อหลายเรื่องครับที่เราเห็นเกิดขึ้นในช่วงนั้น มีการยิงปื นออกมาจากแนวยางรถยนต์ แล้วก็มีการยิงเครื่องยิงระเบิดแสวงเครื่องครับ นี่เอ็ม ๗๙ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นเราจะพบว่าในหลายกรณีมีความพยายามที่จะวางถังแก๊ส ระเบิดถังดับเพลิง แล้วก็ต่อมาเมื่อมีการค้นอาวุธต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีการยึดออกมา ไม่ใช่เป็นเรื่องจัดฉาก หรอกครับ เป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในพื้นที่ ซึ่งในที่สุดวันที่ ๑๙ เราจําเป็นต้องเข้าไปก็คือ ในบริเวณใกล้เคียงกับสวนลุมพินี นี่คือที่มาของปัญหาการกระชับวงล้อม และทําไม วันที่ ๑๙ นี่เราจึงต้องบอกว่าเราต้องเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาพื้นที่ตรงนั้น ผมกราบเรียน ครับว่าวันที่ ๑๘ มีหลายท่านอภิปรายบอกว่ารัฐบาลไม่พยายามเจรจา ผมกราบเรียนว่า ผมได้รับการติดต่อจากท่านประธานวุฒิสภา ผมได้รับการติดต่อจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ซึ่งทํางานกับกลุ่มองค์กรเอกชน ผมพูดคุยครับ แต่ข้อเสนอซึ่งเสนอมานี่มันไม่เป็นจริง เช่นยืนยันว่าหลังหกโมงเย็นของวันที่ ๑๘ จะไม่มีการปฏิบัติการใด ๆ นอกพื้นที่ ราชประสงค์ แต่เราพบว่าคืนวันที่ ๑๘ ยังมีการยิงเอ็ม ๗๙ อยู่ เสร็จสรรพช่วงกระชับ วงล้อมมีการยิงเอ็ม ๗๙ กว่า ๑๐๐ ลูก มีข้อเสนอว่าจะเอาประชาชนที่เคลื่อนไหว ที่ดินแดง บ่อนไก่ คลองเตย สะพานเหลือง และพื้นที่อื่น ๆ ทั้งหมดไปรวมกัน ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอะไรเลย ผมก็ยืนยันในขณะนั้นครับว่า แผนปรองดอง ๕ ข้อ ยกเว้นเรื่องของปัญหาการกําหนดวันเลือกตั้งนี่ยังเป็นแผนซึ่งรัฐบาล มีความตั้งใจ กลับเข้ามาร่วมเถิด ยุติการชุมนุมเถอะ นั่นจะเป็นวิธีการยุติการสูญเสียที่ดี ที่สุด เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง การเข้าไปควบคุมพื้นที่สวนลุมพินีเกิดขึ้นตอนเช้า ของวันที่ ๑๙ ผมก็ขอกราบเรียนว่าวันนั้นมีผู้สูญเสียช่วงเช้า ๖ คน ๒ คนก็เป็นทหาร ๑ นาย แล้วก็เป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ๑ คน เพราะฉะนั้นในวันที่ ๑๙ นี่เองครับปฏิบัติการต่าง ๆ เข้าไปแล้วก็ดําเนินการได้จนถึงแยกสารสินได้ตั้งแต่ประมาณช่วงสายของวันที่ ๑๙ แล้วก็ เป็ นจุดที่ทําให้ในที่สุดแกนนําของผู้ชุมนุมจึงบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็จะยุติการชุมนุม จะมีการมอบตัว ก็มีการประสานงานกันครับ แต่เราห่วงมาโดยตลอดเหมือนกันนะครับว่า การบริหารการยุติการชุมนุมจะทําอย่างไร ผมขอกราบเรียนว่าประเด็นนี้เป็นประเด็น ที่เป็นปัญหามากตั้งแต่ยุคที่มีการพูดถึงการเจรจาในการทําแผนปรองดองต่าง ๆ แล้วก็ เงื่อนไขใหญ่ ๆ ๕ ข้อ วันเลือกตั้งก็ดีเคยตกลงกันได้นี่ครับ แต่เป็นไปได้อย่างไรครับว่า กลับมาถูกปฏิเสธด้วยเงื่อนไขอย่างเช่นว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพไปเข้ากระบวนการ ยุติธรรมผิดที่ คือแทนที่จะไปกองปราบ ไปดีเอสไอทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นผู้ชุมนุมเอง คุณจตุพรเองพูดบนเวทีว่าคดีของนายสุเทพนี่ต้องไปที่ดีเอสไอด้วยจึงจะเป็นมาตรฐาน เดียวกัน เราก็เป็นห่วงครับ การบริหารจัดการการยุติการชุมนุมนี่ครับ เมื่อผู้ชุมนุมบอกยุติ มอบตัว ปฏิบัติการของทหารนี่เราก็บอกว่าขอให้หยุดอยู่กับที่ จะอยู่ถนนสารสิน จะอยู่ถนนเพลินจิต หรือประมาณถนนชิดลม จะอยู่ปทุมวัน หรือจะอยู่ถนนราชปรารภ อย่าเข้าไป เพราะว่าถ้าเข้าไปแล้วเดี๋ยวปะทะกับพี่น้องประชาชนซึ่งกําลังจะออกจากพื้นที่ การชุมนุมกลับบ้าน มีความกังวล มีความวิตก มีความระแวงอยู่แล้วว่าจะถูกจับไหม จะถูกทําร้ายไหม แต่มันก็มีสัญญาณครับมีสัญญาณออกมาก่อนที่การชุมนุมจะยุติว่าเมื่อมีการมอบตัวแล้ว การชุมนุมจะไม่ยุติจริง หรือการปฏิบัติการของกลุ่มที่ก่อวินาศกรรมหรือก่อการร้าย จะไม่ยุติจริง คําพูดบนเวทีถ้าไล่มาตั้งแต่ปีที่แล้วพูดเสมอว่าถ้ามีปัญหา ถ้าจะมีการเข้ามา สลายการชุมนุมพูดถึงการเตรียมการในการเผา การวางเพลิง การใช้ระเบิดเพลิง มาโดยลําดับเราก็กังวลครับ ผมมีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่ประการหนึ่งก็คือว่า ในการชุมนุมครั้งนี้มีการจับกุมชาวต่างประเทศ ๑ ราย ที่เป็นคนอังกฤษ น่าสนใจก็คือว่า ชายคนนี้ก่อนถูกจับเราพบในคลิปซึ่งเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ยูทูบ (Web site Youtube) ก่อนที่จะมีการยุติการชุมนุม คลิปนี้มีคนไปถ่ายเห็นฝรั่งคนนี้ชุมนุม ท่านประธานครับ ฝรั่งคนที่ทําการถ่ายทําเป็นผู้บรรยายของคลิป เจอฝรั่งคนนี้ก็บอกว่ามีข่าวว่าจะมี การนําเอารถถังบุกเข้ามาในบริเวณพื้นที่การชุมนุม ฝรั่งคนนี้ตอบว่าถ้าเข้ามาละก็ จะเข้าไปทําลาย ไปเผา ไปปล้นสินค้าในเซ็นทรัล เวิลด์ครับ ท่านประธานที่เคารพ ฝรั่งคนนี้ ดูผิวเผินก็อาจจะบอกว่าพูดจาคึกคะนองไปตามอารมณ์ แล้วก็หลังจากที่มีข่าวปรากฏ ออกไปจากคลิปนี้เขาก็ไปสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อังกฤษฉบับหนึ่งว่าเขาไม่ได้หมายความ อย่างนั้นจริงหรอก เขาพูดจาไปตามอารมณ์ แต่มันน่าสนใจตรงที่ว่าหลังจากนั้นเขาไป ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งคืออีฟว์นิง สแตนดาร์ด (Evening Standard) ของประเทศอังกฤษเหมือนกัน ถูกถามว่าในที่สุดวันที่เผาเซ็นทรัล เวิลด์เขาอยู่ด้วยไหม ฝรั่งคนนี้ตอบว่าไม่ได้อยู่ครับ ก็ถูกถามต่อถ้าเช่นนั้นไปอยู่ที่ไหน เขาตอบว่าอยู่ที่ช่อง ๓ และเห็นการเผาช่อง ๓ อย่างเป็นระบบ มีการเตรียมการ มีการจัดการ เสร็จแล้วเขาก็บอกว่า วันนี้เหตุการณ์ผ่านไปอีกประมาณเดือนสองเดือนก็จะต้องมีการกลับมาชุมนุมใหม่ หรือมีการลงใต้ดิน ผมไม่คิดว่าฝรั่งคนนี้พูดจาตามอารมณ์หรอกครับ เพราะทําไมพูดจา สอดคล้องกับแกนนํา หรือแนวร่วมบางส่วน แม้กระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรี สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นตัวบ่งบอกครับว่าทั้งหมดที่ท่านมากล่าวหาว่าเราเสกสรรปั้นแต่งเรื่อง การก่อการร้าย ขบวนการต่าง ๆ ไม่เป็นความจริง ผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้นําเสนอในวันนี้ น่าจะชัดเจนนะครับ แผนที่เอาประชาชนจํานวนมากที่เป็นผู้บริสุทธิ์มาชุมนุมมาเป็น เครื่องมือต้องการที่จะให้ชาวโลกเห็นว่าประเทศไทยกําลังก้าวเข้าสู่ความเป็นรัฐที่ล้มเหลว ประชาชนลุกฮือขึ้นมาจุดไฟเผาทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด นี่ผมยังไม่ได้เอาคลิป หรือข้อความที่มีการพูดถึงเรื่องศาลากลาง ซึ่งแกนนําบางคนได้พูดบนเวทีก่อนยุติ การชุมนุมด้วย เราจับกุมนะครับ ไม่ใช่ไม่จับกุม ตอนนี้จับไปแล้ว ๒ หมายจับ แล้วอีก ๑๒ หมายจับ แล้วก็อยู่ในระหว่างการดําเนินการอีกหลายสิบคนครับ ผมก็กราบเรียนว่า นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นความยากลําบากที่สุดในการตัดสินใจในแต่ละช่วงว่าจะดําเนินการ บริหารสถานการณ์อย่างไร

ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์สุดท้ายที่จําเป็นต้องพูดถึงคือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนารามครับ วัดปทุมวนารามนั้นมีผู้เสนอให้เป็นเขตอภัยทาน แล้วก็ มีการประสานงานมาที่รัฐบาลด้วยแกนนําผู้ชุมนุมด้วย องค์กรเอกชนด้วย มีสมาชิก ท่านหนึ่งไปหยิบยกรายงานข่าวในหนังสือพิมพ์ว่าผมไปมีความขัดแย้งกับกาชาด หรือองค์กรอื่น ๆ ที่จริงรายงานนั้นคลาดเคลื่อน แล้วก็ทันทีที่มีข่าวออกไปตั้งแต่ลงในเว็บไซต์ ผมก็รีบประสานงานกับทางกาชาด ก็ทําความเข้าใจกันครับ รัฐบาลก็ทราบดีครับว่าพื้นที่ ตรงนั้นเป็นพื้นที่สําหรับเด็ก ผู้หญิง คนชรา ซึ่งต้องการที่จะเข้าไปพักพิงเพื่อเป็ น ที่ปลอดภัย แล้วก็ได้มีการกําชับใน ศอฉ. โดยตลอดว่าพื้นที่นั้นมีความละเอียดอ่อน เป็นพิเศษ นั่นคือเหตุผลที่ผมยํ้าว่าทําไมเมื่อการชุมนุมยุติลง และมีการมอบตัวอยู่ในช่วง ที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเดินทางกลับบ้านได้ เราพยายามที่จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ มีการเคลื่อนไหวจากทิศที่มาจากสนามกีฬาหรือปทุมวันเข้ามาสู่พื้นที่ตรงนั้น แต่ในที่สุด ที่จําเป็นต้องเข้ามาเพราะต้องเข้ามาคุ้มครองหน่วยดับเพลิงที่ไฟไหม้สยามสแควร์ แล้วก็ เข้ามาที่พูดถึงรางรถไฟฟ้ำบีทีเอสนั่นละครับ มาถึงประมาณบริเวณแยกเฉลิมเผ่า ถามว่า มีการยิง มีการต่อสู้ไหม มีครับ เพราะเราก็สอบถามหน่วยปฏิบัติกันว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ได้รับ คํายืนยันครับว่าในช่วงระยะเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๓๐ นาฬิกา มีการปะทะกัน กับกองกําลังติดอาวุธที่อยู่พื้นล่างครับ นี่ละครับวิถีกระสุนที่ยิงกันไปกันมาที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นห้วงเวลาเดียวกับที่เพื่อนสมาชิกได้แสดงคลิปที่อยู่ในวัด แล้วก็มีผู้บรรยาย ภาษาอังกฤษบอกว่าเกิดการต่อสู้กันระหว่างการ์ดเสื้อแดงกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร จริง ๆ แล้วเราจะเห็นนะครับว่ามีการแสดงให้เห็น จําลองเหตุการณ์ในวันนั้นเพราะว่าจะมี รถที่จอดขวางอยู่ไปตรวจสอบรอยกระสุนจากการยิงที่เกิดขึ้นได้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ แต่หลังจากนั้นมันก็มีข่าวเกิดขึ้นเกี่ยวกับบุคคลที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ผมก็ไปสอบถามพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุครับ หลายเรื่องที่ฟังมาก็ตรงกับที่เพื่อนสมาชิก ฝ่ำยค้านพูด หลายเรื่องก็ไม่ตรงเช่นที่มีการอ้างว่ามีบุคคลหนึ่งบอกว่ามีการขว้าง แก๊สนํ้าตาเข้าไปหลังวัดเพื่อให้คนออกมาหน้าวัด ไม่มีครับ แต่ยอมรับว่ามีผู้สูญเสียชีวิต ที่น่าจะเกิดขึ้นหน้าวัดและในบริเวณเต็นท์พยาบาลจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และต้องมีการสอบสวน ผมกราบเรียนครับว่าในวันนี้ความเชื่อของแต่ละคนก็อาจจะ แตกต่างกันไป แต่ว่าผมขอให้ความเป็นธรรมกับ ศอฉ. ว่ามีเหตุผลอะไรที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องไปดําเนินการกับคนที่อยู่ในวัดในเมื่อการชุมนุมก็ยุติลงแล้ว ภารกิจที่เขาเข้าไป ในบริเวณแถวแยกเฉลิมเผ่านั้นก็เพื่อไปคุ้มครองการดับเพลิงที่สยามสแควร์เท่านั้น ที่เซ็นทรัล เวิลด์นั้นไม่ต้องพูดถึงละครับ แล้วใครที่ยังข้องใจเรื่องว่าการเผาเซ็นทรัล เวิลด์ เกิดอย่างไร รปภ. เซ็นทรัล เวิลด์เขาให้สัมภาษณ์หนังสือโพสต์ทูเดย์ (Post Today) เมื่อ ๒ วันก่อนชัดเจน บรรยายละเอียดเลยครับ ทําอะไรกันอย่างไรบ้าง มีอาวุธอย่างไร ดับแล้วเผาอีก และเขาต้องมีหน้าที่ในการต่อสู้คุ้มครองพนักงานของเซ็นทรัล เวิลด์ที่ติดอยู่ ในบริเวณพื้นที่อย่างไร ท่านประธานครับ มีการพูดกันมากเรื่องทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้ำ หรือไม่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ชี้แจงเรื่องรูป เรื่องเวลา แต่ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเรามีผลการชันสูตรพลิกศพของ ๖ ศพ ที่พบที่วัดปทุมวนารามนะครับ ดาวสีนํ้าเงินจะเป็ นจุดที่กระสุนเข้า สีเหลืองคือ จุดที่ออกครับ ท่านดูทั้ง ๖ กรณีนะครับ ในทุกกรณีไล่ไปได้เลยครับ ท่านจะพบความเป็นจริง อย่างหนึ่งครับว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นการยิงจากที่สูง วิถีกระสุนที่เกิดขึ้น จะเป็นในแนวราบ เพียงแต่ว่าผู้ถูกยิงอยู่ในอิริยาบถซึ่งอาจจะแตกต่างกัน เช่น ยืน นั่งยอง ๆ หมอบ ซึ่งจะสอดคล้องนะครับว่ากรณีของการรักษาพยาบาลที่กําลังเกิดขึ้น ในเต็นท์นั้นจะมีพยาบาลซึ่งพยายามช่วยคนเจ็บ ผมกราบเรียนครับว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องค้นหาข้อเท็จจริงต่อไป จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่การจะกล่าวหาว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการสั่งการ จากการปฏิบัติการ อย่างเหี้ยมโหดของรัฐ ผมว่าไม่เป็นธรรม ที่จริงแล้วผมเองไม่อยากจะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาสอบสวนหรอกครับ องค์กรอิสระเขาทําหน้าที่ได้อยู่แล้ว คือคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ก็ปรากฏว่าฝ่าย นปช. และอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ยอมรับกลไก ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และจะอย่างไรก็ตามเข้าใจว่าท่านทั้งหลาย ก็ได้ไปยื่นถอดถอน ซึ่งทําให้ ป.ป.ช. จะต้องเข้ามาสอบสวนในเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็จะเป็น การสอบทานอีกทางหนึ่ง ผมก็จะพยายามไปหาบุคคลที่เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม ให้เข้ามาทําหน้าที่อีกทางหนึ่ง นี่ก็เป็น ๑ ใน ๕ แผนของการปรองดอง

ผมกราบเรียนสั้น ๆ สุดท้ายครับว่าวันนี้ผมและรัฐบาลตั้งใจเดินหน้า เรื่องแผนปรองดอง สมาชิกท่านหนึ่งเข้าใจผมผิดนะครับ ผมพูดวันที่ ๒๖ ผมพูด ๕ ข้อ แต่ไม่ได้หมายรวมถึงเรื่องกําหนดวันเลือกตั้ง เพราะผมบอกแล้วว่าสมมุติฐานเกี่ยวกับ วันเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องของการที่ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมแล้วก็ทําให้บ้านเมืองสงบโดยเร็ว ๕ ข้อนอกจากเรื่องการค้นหาข้อเท็จจริง การจะมาช่วยระดมกันสํารวจความต้องการ ของประชาชน แก้ปัญหาความเหลื่อมลํ้า เรื่องของสื่อซึ่งผมก็จะรับฟังจากที่ท่าน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจะเอ็นบีทีจะสื่ออื่น ๆ ซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่จะเข้าไปแก้ไขจัดการกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญหรือปัญหาการเมืองอื่น ก็จะมีคณะนักวิชาการเข้ามาดู รวมไปถึงในข้อแรกที่ผมได้เสนอไว้ในแผนปรองดองว่า เราจะพยายามทําให้ปัญหาในเรื่องของการล่วงละเมิดสถาบัน ๑. ไม่เกิดขึ้น ๒. ไม่ถูกนํามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมมีความจริงใจในการเดินหน้าทําสิ่งนี้ครับ แล้วผมก็เชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม และผมรู้ว่าพี่น้องคนเสื้อแดงที่มาเรียกร้อง ความเป็นธรรมเป็นกลุ่มคนซึ่งผมอยากจะให้เข้ามาร่วมในกระบวนการปรองดองให้ได้ มากที่สุด สมาชิกฝ่ายค้าน พรรคการเมืองฝ่ายค้านจะมีบทบาทสําคัญครับ นี่ไม่ได้มอง จากมุมมองของผมเท่านั้นนะครับ แม้กระทั่งมุมมองของต่างประเทศก็มีการพูดในทํานองนี้ครับ ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปที่เขาแถลงหลังเหตุการณ์วันที่ ๑๙ แล้วนะครับ เขาก็ต้องการที่จะเห็นแผนที่ผมได้นําเสนอในวันที่ ๓ พฤษภาคม ที่เป็นแผน ๕ ข้อ เป็นฐานของการที่จะเดินหน้าในการปรองดอง และเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมได้เข้ามาร่วมกับ ทางรัฐบาลในวิธีการที่สร้างสรรค์โดยไม่มีการใช้ความรุนแรง เพื่อจะช่วยกันทําสิ่งที่ดี สําหรับประเทศ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศเองก็แถลงครับ เขาก็แสดงความขอบคุณที่แกนนําเสื้อแดงได้เข้ามอบตัวแล้วก็ยุติการชุมนุม เขาแสดงความห่วงใยนะครับ ผมแปลตามที่เขาพูดเลยว่าที่มีผู้สนับสนุนเสื้อแดงบางส่วน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการวางเพลิง และการเข้าโจมตีหรือทําร้ายนักข่าว นอกจากประณามแล้วก็เรียกร้องให้แกนนําบางส่วนนั้น รวมทั้งนักการเมืองฝ่ำยค้านที่จะหยุดสิ่งเหล่านี้ แล้วก็เข้ามาร่วมในแผนของ การปรองดอง

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านอภิปรายไม่ไว้ วางใจผม และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ พวกเรามีโอกาสชี้แจงครับ ขอยืนยันความตั้งใจ ในแนวทางต่าง ๆ ที่ได้เคยกล่าวไว้ และสํานึกอยู่เสมอในความรับผิดชอบที่เราจะต้องมี ข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบหากออกมาอย่างไร ผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ พร้อมรับครับ อย่าไปคิดว่ากรรมการที่ตั้งโดยรัฐบาลจะแปลว่าจะต้องไปสรุปเข้าข้างรัฐบาล เราไม่แทรกแซง ในรัฐบาลนี้ท่านประธานวิป ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านวิทยา แก้วภราดัย เคยตั้งมาแล้วกรรมการอิสระ สอบเสร็จบอกให้ท่านรับผิดชอบ ท่านก็รับผิดชอบ แสดงความรับผิดชอบ เราพร้อมที่จะทําสิ่งเหล่านี้ แต่สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะขอยํ้า มี ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก คือมีการพาดพิงถึงกองทัพและทหาร ผมคงไม่สามารถที่จะไป บอกได้ว่าในทุกส่วนทุกพื้นที่ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จะเป็นอย่างไร แต่ผมขอเรียนครับว่ากําลังพลในหลายเหตุการณ์ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ถึงความอดทน อดกลั้น มีระเบียบมีวินัย ถืออาวุธถูกทําร้าย ไม่ใช้อาวุธนั้นตอบโต้ มีหลายภาพที่เกิดขึ้น ผู้นําเหล่าทัพให้ความเป็นธรรมกับท่าน ท่านผู้บัญชาทหารบก ทํางานอยู่กับพวกผมนี่ครับ บางช่วงถูกตําหนิติติงอย่างรุนแรง ถูกต่อว่าต่อขาน เช่นเดียวกับผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าไม่ทําอะไรเลยหรือ เพื่อรักษาความสงบ เรียบร้อย ทําไมไม่กล้าที่จะใช้กําลังลุยเข้าไปให้เรื่องมันจบ แต่ท่านเหมือนกับผม เหมือนกับท่านรองนายกรัฐมนตรี บอกว่าเราต้องค้นหาทุกวิถีทางเสียก่อนให้มันมีคําตอบ ทางการเมือง ให้มันมีความพยายามที่จะใช้ทุกวิถีทางให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือไม่สูญเสียเลย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะขอชี้แจง ต่อข้อกล่าวหาซึ่งผมถือว่าฉกาจฉกรรจ์ที่มีต่อผม ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ และบางครั้งพาดพิงไปถึงทางเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ทั้งในระดับผู้บังคับบัญชา และในระดับปฏิบัติในพื้นที่ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ