สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

(เนื่องจาก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ติดราชการ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกลงชื่อมาประชุมจํานวน ๑๔๓ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมแล้ว ดิฉันขอดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๖๔ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ ค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระการประชุมคือรับทราบเรื่องการเสน อญัตติ ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อเปึนประเด็นคําถามในการออกเสียงประชามติ ตามที่ประธานสภา ได้อนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุมเกี่ยวกับประเด็นคําถามในการออกเสียง ประชามติ ปรากฏตามระเบียบวาระที่ ๕.๑ และ ๕.๒ ของการประชุมวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘ นั้น หากสมาชิกท่านใดประสงค์จะเสนอญัตติเกี่ยวกับการตั้งคําถาม ในการออกเสียงประชามติขอให้เสนอญัตติต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ภายในเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาของวันพรุ่งนี้คือวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘ เพื่อจะได้ พิจารณาไปในคราวเดียวกันกับญัตติทั้ง ๒ ฉบับซึ่งได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมแล้ว จึงเรียนแจ้งให้ที่ประชุมโปรดกรุณาทราบค่ะ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วาระปฏิรูปที่ ๒๕ : ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร จํานวน ๕ เรื่อง ประกอบด้วย

๑. การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยแนวคิด เมืองนิเวศ

๒. การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา

๓. กําหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้ง หรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ

๔. แนวทางปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม

๕. การพัฒนาและปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้องถิ่นที่ได้รับ ผลกระทบจากการ ดําเนินงานของโรงไฟฟัา

ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ค่ะ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกเนื่องจากคณะกรรมาธิการเสนอรายงานวาระปฏิรูป จํานวน ๕ เรื่อง ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาดิฉันจะขอให้ท่านประธานกรรมาธิการ แถลงรายงานทั้ง ๕ เรื่องพร้อมกันไป โดยให้สมาชิกอภิปรายรายงานที่ได้เสนอมา ไปในคราวเดียวกัน เมื่ออภิปรายเสร็จแล้วดิฉันจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ กับรายงานวาระปฏิรูปแต่ละเรื่องตามลําดับ และเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ดิฉันใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการแถลงรายงานและตอบชี้แจงขอให้กระชับ และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน ซึ่งในคราวประชุมคณะกรรมาธิกำรวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ แถลงรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ทั้ง ๕ เรื่องภายในเวลา ๑ ชั่วโมง สําหรับการอภิปราย ของสมาชิกก็เช่นเดียวกันกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ต่อไป ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการ ทรัพยากร เพื่อจะได้เปึนแนวทางในการพิจารณาต่อไปค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผม นายปราโมทย์ ไม้กลัด ในนาม ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอนําเสนอรายงานผล การพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร จํานวน ๕ เรื่องด้วยกัน ให้ที่ประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรดพิจารณาแล้วอภิปรายให้ควา มเห็น โดยกระผมจะขอนําเสนอ พร้อมกันทั้ง ๕ เรื่อง คือ เรื่องที่ ๑ การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรม และชุมชนด้วยแนวคิดเมืองนิเวศครับ เรื่องนี้ก็มีวัตถุประสงค์หรือสาระสําคัญ เพื่อเปึนแนวทางในการยุติความขัดแย้งแล้วก็สร้างความเกื้อกูลกันในการดําเนินชี วิต และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยเครื่องมือแนวคิด เมืองนิเวศ เรื่องที่ ๒ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา โดยเรื่องที่ ๒ นี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสํานึกให้หวงแหนและปัองกันทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นถึงเยาวชนซึ่งส่วนใหญ่แล้วเขาใช้เวลาอยู่ในสถาบันการศึกษา ระดับดังกล่าวครับ เรื่องที่ ๓ คือเรื่องกําหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานแสดงผล การตรวจสอบวัดคุณภาพน้ําทิ้ง หรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ

ซึ่งมีวัตถุประสงค์คือให้โรงงานที่มีกระบวนการระบายสารมลพิษทางน้ําและทางอากาศ ในปริมาณมากต้องรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่โรงงานมีการระบายออก แสดงต่อสาธารณะให้รับท ราบตลอดเวลาว่ามีการเกินค่ามาตรฐานที่ทางราชการ กําหนดหรือไม่ประการใด เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องแนวทางปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในภาคอุตสาหกรรม โดยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์สําคัญเพื่อเสนอแนวคิดในการปฏิรูปการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบกิจการโรงงานเพื่ อการดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างครบวงจรรูปแบบใหม่ เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๕ ก็คือเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงระเบียบ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟู ท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดําเนินงานของโรงไฟฟัา เรื่องนี้คณะกรรมาธิการได้ศึกษา แล้วเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานว่าด้วย กองทุนไฟฟัา เพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดําเนินงานของ โรงไฟฟัา พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น โดยการให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมให้มากขึ้น หรือให้มีการ ลดอํานาจการผูกขาดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐนั่นเอง อันจะดําเนินการให้สามารถช่วยลดปัญหา ข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐและประชาชนในชุมชน เรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ในเอกสารชุดนี้กระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานขอแจกใบแทรก ๒ ใบ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ในเอกสารครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานให้เจ้าหน้าที่ได้แจกใบแทรก ๒ ใบ ในหน้า ๒๔ บทที่ ๓ ว่าด้วยการเก็บเงินเข้ากองทุน ปัญหาการบริหารจัดการกองทุน เปึนอย่างไร ใบแทรกใบที่ ๒ ก็คือเกี่ยวกับหน้า ๒๘ บทที่ ๔ แนวทางปฏิบัติเปึนอย่างไร ขออนุญาตท่านประธานครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการแจกเอกสาร)

ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานการพิจารณาศึกษาทั้ง ๕ เรื่องดังกล่าวที่กระผมได้นํารายงานนี้เสนอต่อท่านประธาน แล้วก็ที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็ได้ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงขอเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรดพิจารณา ให้ความเห็นชอบกับร่างรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ทั้ง ๕ เรื่องรายงานดังกล่าว เพื่อส่งมอบให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ต่อจากนี้ไปกระผม ใคร่ขออนุญาตให้คณะอนุกรรมาธิการปฏิ รูประบบการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการนี้ เปึนผู้รับผิดชอบการพิจารณาศึกษาทั้งหมดครับ ได้นําเสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษา ในประเด็นสําคัญ ๆ เกี่ยวกับเรื่องราว ที่จะปฏิรูปทั้งหมด โดยเสนอพร้อม ๆ กัน รวมทั้ง ๕ เรื่องครับท่านประธาน สําหรับท่านผู้ที่จะนําเสนอต่อสภาก็มีตามลําดับ ได้แก่ ท่านแรกก็คือ รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ แล้วก็ เปึนประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ท่านที่ ๒ ท่านสยุมพร ลิ่มไทย กรรมาธิการ แล้วก็เปึนอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ท่านที่ ๓ คุณสุวัฒนา ธาดานิติ ซึ่งเปึนอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อม

ท่านที่ ๔ ท่านสุรพล ชามาตย์ ซึ่งท่านเปึนอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ท่านที่ ๕ อาจารย์บันลือ เอมะรุจิ ซึ่งท่านก็เปึนอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อมครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ขออนุญาตแจกเอกสารสําเนาเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ต่าง ๆ แล้วก็ใช้เพาเวอร์พอยต์ประกอบการชี้แจงและนําเสนอด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ อย่าลืมว่าท่านมีเวลา ๑ ชั่วโมงนะคะ ขอเชิญท่านสุชาติค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ประธานอนุกรรมาธิการ

ขออนุญาต ท่านประธานกราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ หมายเลข ๒๑๘ ใคร่ขอความกรุณาท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกเพื่ อนําเสนอ รายละเอียดของการศึกษาทั้ง ๕ ประเด็น ขอกล่าวถึงเรื่องความเปึนมาสักเล็กน้อย คือคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมหลังจากที่ได้รับมอบหมาย ก็เริ่มทําการศึกษาในหลาย ๆ เรื่อง แล้วเราก็พบว่ามีเรื่องที่จะต้องทําการศึกษา ในคณะอนุกรรมาธิการดังต่อไปนี้ เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของการกําจัดขยะมูลฝอย อันนี้ ได้ทําการศึกษาแล้วก็รายงานต่อสภาไปแล้ว เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการสร้างความยุติธรรม ให้กับประชาชนทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็ได้นําเสนอเรื่องของการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม ต่อสภาแห่งนี้ไปแล้ว เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรม และชุมชนด้วยแนวคิดเมืองนิเวศ อันนี้ขอนําเสนอวันนี้ เรื่องที่ ๒ เรื่องของการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา เรื่องที่ ๓ เรื่องของการกําหนดให้ โรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทต้องติดตั้งระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้ง หรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ เรื่องที่ ๔ เรื่องของกระบวนการควบคุมสิ่งแวดล้อม ในสถานประกอบการอุตสาหกรรม และเรื่องที่ ๕ ก็คือเรื่องของกําหนดระเบียบ ว่าด้วยเรื่องของการปรับปรุงระเบียบว่าด้วยเรื่องการพัฒนาไฟฟัา แล้วก็ผู้ได้รับผลกระทบ จากการดําเนินงานของโรงไฟฟัา นี่เปึน ๕ เรื่องที่นําเสนอวันนี้ คณะอนุกรรมาธิการ ได้ทําการศึกษา ในรายละเอียดแล้วก็นําเสนอต่อกรรมาธิการชุดใหญ่ และได้รับอนุมัติ ให้นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ บัดนี้รายงานทั้ง ๕ เรื่องได้อยู่ในมือของกรรมาธิการ แล้วก็สมาชิกสภาทุกท่านเรียบร้อยแล้ว กระผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูป

ระบบการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมใคร่จะขออนุญาตแจ้งว่าจะมีผู้รับผิดชอบในแต่ละเรื่อง ดังต่อไปนี้ เรื่องที่ ๑ เรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุ ตสาหกรรมและชุมชน ว่าด้วยแนวคิดเมืองนิเวศ ท่านรองศาสตราจารย์สุวัฒนา ธาดานิติ เปึนผู้รับผิดชอบ และจะนําเสนอ เรื่องที่ ๒ เรื่องของการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่า ระดับอุดมศึกษา ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์บันลือ เอมะรุจิ จะเปึนผู้นําเสนอ เรื่องที่ ๓ เรื่องของการกําหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้ง หรือคุณภาพอากาศต่อสาธารณะ อันนี้ผมรับผิดชอบนําเสนอ เรื่องที่ ๔ เรื่องของแนวทาง ในการปฏิรูปการจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม ท่านดอกเตอร์สุรพล ชามาตย์ จะเปึนผู้นําเสนอ และเรื่องที่ ๕ เรื่องของการพัฒนาและปรับปรุงระเบียบ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้องถิ่น ที่ได้รับผลกระทบจากการดําเนินงาน ของโรงไฟฟัา ผม รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ และท่านสยุมพร ลิ่มไทย จะช่วยกันนําเสนอ ทั้งหมดนี้ก็จะใช้เวลาจํานวนหนึ่งที่ท่านประธาน ได้แจ้งมาเมื่อตะกี้ อาจจะมีบวกลบนิดหน่อยนะครับ คงขออนุญาตไว้เบื้องต้นเพราะว่า ตั้ง ๕ เรื่อง แต่จะพยายามใช้เวลาให้กะทัดรัดที่สุด เพราะว่าเราได้ขออนุญาตนําเสนอ โดยเพาเวอร์พอยต์ แล้วนอกจากนั้นก็ขออนุญาตให้ผู้เข้าร่วมนําเสนอเปึนไปตามที่ผม ได้เรียนต่อท่านประธานเมื่อตะกี้นี้นะครับ ขออนุญาตนําเสนอตามลําดับต่อไปนะครับ

ขอเรียนเชิญเรื่องแรกครับ คือเรื่องของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรม และชุมชนด้วยแนวคิดเมืองนิเวศ ท่านรองศาสตราจารย์สุวัฒนา ธาดานิติ เปึนผู้นําเสนอ เชิญท่านครับ

รองศาสตราจารย์สุวัฒนา ธาดานิติ อนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กราบเรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน สุวัฒนา ธาดานิติ ขอนําเสนอรายงานเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรม และชุมชนด้วยแนวคิดหรือด้วยหลักการเมืองนิเวศ ท่านจะพบว่าในรายงานเราได้มีข้อมูล เราได้มีผลการศึกษาครบถ้วนทั้งหมด ๗ หัวข้อ ตั้งแต่หลักการและเหตุผลเรื่อยมานะคะ จนกระทั่งถึงข้อที่ ๗ ตัวชี้วัดความสําเร็จตามผลลั พธ์ในการศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กระชับขออนุญาตรายงานเริ่มต้นเฉพาะที่มีดอกจันเอาไว้ก็คือว่าขอเสนอหลักการ และเหตุผลว่าทําไมเราจะต้องศึกษาแล้วก็เสนอแนวทางการปฏิรูปเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกัน ระหว่างนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอันนี้หมายรวมตั้งแต่โรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มโรงงาน จนกระทั่งกลุ่มขนาดใหญ่ภายใต้การดําเนินการของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความขัดแย้ง จะเรียกว่าความขัดแย้งหรือความไม่ได้ร่วมมือกัน หรือต่างคนต่างอยู่ระหว่างชุมชน กับภาคอุตสาหกรรมเหล่านั้น ในสไลด์ (Slide) ต่อไปที่ว่าด้วยหลักการและเหตุผล หรือดิฉัน จะนําเสนอไปเรื่อย ๆ ค่ะ ท่านจะเห็นได้ว่าในการพัฒนาอุตสาหกรรมจําเปึนที่จะต้องมี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์ที่ดิน และทรัพยากรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพื้นที่ เรื่องของดิน เรื่องของน้ํา รวมทั้งเรื่องของ ของเสียต่าง ๆ มีอยู่ ๓ ประเด็น ๓ ห่วงนะคะ ในหน้าของหลักการและเหตุผลที่จะต้องนํามา พิจารณาก็คือสิ่งแวดล้อม ชุมชน และตัวอุตสาหกรรมเอง อย่างไรก็ตามความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นเปึนเรื่องของการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและเปึนเรื่องของความไม่เกื้อกูล ต่างคนต่างอยู่ระหว่างชุมชนและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนเกษตรกรรม ที่ทรัพยากรหลักคือที่ดิน ด้วยเหตุนี้เราควรที่จะมาสร้างการเกื้อกูลกัน การอยู่ร่วมกันระหว่าง ชุมชนและอุตสาหกรรมโดยให้เกิดความสําเร็จร่วมกันในลักษณะของวิน วิน (Win Win) ปัจจุบันนี้เกิดความขัดแย้งและมีการเลือกว่าใครสําคัญกว่าใคร อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรกรรมและชุมชนเปึนภาคที่เปึนพื้นฐาน เปึนรากเหง้า เปึนสิ่งที่เหมาะสมกับ ระบบนิเวศและวัฒนธรรมไทยซึ่งเราสูญเสียไปไม่ได้ และขณะเดียวกันอุตสาหกรรม

ทุกวันนี้ก็เปึนภาคทางเศรษฐกิจที่ทํารายได้ให้อย่างมากและนับวันจะเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ การศึกษาหรือแนวทางปฏิรูปจึงเปึนการเสนอแนวทางการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อยุติความขัดแย้ง และสร้างความเกื้อกูลกันในการดําเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกัน อย่างยั่งยืนระหว่าง ๒ ส่วนนี้ก็คืออุตสาหกรรมและชุมชน โดยขอนําเสนอแนวคิด หรือหลักการของอีโคทาวน์ (Eco-Town) ให้เปึนเครื่องมือของการดําเนินการ ต่อไปค่ะ แล้วอีโคทาวน์หรือเมืองนิเวศเปึนอย่างไร ดีวิเศษแค่ไหน เราถึงได้นํามาเสนอว่าควรที่จะ เข้ามาเปึนเครื่องมือ เปึนแนวทางซึ่งน่าจะทําให้เราวิน วินคือได้ทั้ง ๒ ส่วน แทนที่จะเลือก และสร้างความเหลื่อมล้ําให้ เกิดขึ้นอยู่ตลอดไป ถ้าดูแล้วนะคะ ในการที่มีการผลิต ภาคอุตสาหกรรมแบบเดิม ๆ นั้นมักจะใช้น้ํา พลังงาน ทรัพยากร ซึ่งตรงนี้เปึนฐานหลักนะคะ เช่นเดียวกันของชุมชน ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอื่น ๆ ทั้งหมดรวมกัน อยู่ในพื้นที่หรือแผ่นดิน ซึ่งไม่ได้อยู่เฉพาะในโรงงานหรือในกลุ่มโรงงานหรือในนิคมอุตสาหกรรม เพราะว่าสิ่งที่ปลดปล่อยออกมาจากอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเปึนมลภาวะ เสียง กลิ่นอะไรต่าง ๆ และทรัพยากรที่ถูกทําลายไปไม่ได้อยู่ภายในเส้นกั้นเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ได้กระจายปะปนและเข้าถึงชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้เปึนการดําเนินการโดยลดคอสต์ (Cost) จะเห็นได้ว่าเราจะคํานึงถึงการลดต้นทุนการผลิตโดยไม่ได้คํานึงถึงการเกื้อกูล องค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่

ด้วยเหตุนี้นิเวศอุตสาหกรรมหรือเราจะย้ําว่าอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เนื่องจากเมืองนิเวศนั้น สามารถเกิดได้จากพาณิชยกรรมหรือกิจกรรมอื่น ๆ นิเวศอุตสาหกรรมจําเปึนที่จะต้องมี องค์ประกอบในการดําเนินการ หรือเครื่องมือตัวนี้จะต้องมีเรื่องของการดําเนินกา ร การใช้พื้นที่หรือที่เรียกว่าผังเมือง ระบบบําบัดมลพิษที่มีประสิทธิภาพ ระบบเฝัาระวัง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข ระบบการศึกษา ระบบข้อมูลข่าวสาร ทั้งหมดนี้ เมื่อนํามาใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ใช้ทีละอย่างหรือต่างคนต่างดําเนินการ ไม่ว่าใครจะรับผิดชอบก็ตาม ทีละอย่างนี่นะคะ ถ้าร่วมกันจะทําให้เกิดสังคม หรือสภาพแวดล้อม หรือเมืองสีเขียว ตั้งแต่อีโคสคูล (Eco-School) หรือว่าโรงเรียนนิเวศ เกิดอีโคไลฟี (Eco-Life) การดําเนินชีวิต ในระดับทั้งปัจเจก ครอบครัว ชุมชน คอมมิวนิตี (Community) จนในที่สุดแล้วถึงเมืองยั่งยืน คือเมืองนิเวศก็เปึ นเมืองน่าอยู่ อันนี้เปึนเมืองน่าอยู่ที่ว่าถ้าเราดําเนินการตามครบถ้วน เราก็จะได้ความยั่งยืนของเมืองนิเวศ และการอยู่ร่วมกันทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคม รวมทั้งเกื้อหนุน โอบล้อมสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรที่มีค่าไว้ เมื่อถามว่าถ้าอย่างนั้น เราไม่ได้มีการดําเนินการเมืองนิเวศอุตสาหกรรมหรืออีโคทาวน์ โดยเปึนอีโคอินดัสเตรียล ทาวน์ (Eco-Industrial Town) มาก่อนหรือเปล่า ไม่ใช่ค่ะท่านที่เคารพ โดยปกติแล้ว เรามีหลายหน่วยงานทีเดียวที่สําคัญ เรามีการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมที่ดําเนินการ มีมานานพอสมควร แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานที่บูรณาการรับผิดชอบการปฏิบัติในระบบเมืองอย่างครบวงจร วงจรที่สักครู่เราเห็นตั้งแต่ทรัพยากรเข้ามาจนกระทั่งออกมาเปึนผลผลิต ดังนั้นผลลัพธ์ จึงเปึนสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ สร้างทั้งความรู้สึกไม่เท่าเทียมและเกิดความขัดแย้ง การร่อยหรอ ของทรัพยากร ดังนั้นเราจําเปึนที่จะต้องสร้างความปรองดอง ดิฉันจะไปถึงว่าถ้าอย่างนั้น ประเด็นปฏิรูปดังที่กล่าวแล้วว่ายังไม่มีหน่วยงานที่เบ็ดเสร็จทํางานร่วมกัน ข้อเสนอ ประเด็นปฏิรูปเรามาถึงว่าปฏิรูปข้อที่ ๑ ขอเสนอปฏิรูปองค์กรรับผิดชอบเมืองนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนตรงนี้ไป มิฉะนั้นแล้ว เราจะแตกย่อยการดําเนินการจนไม่สามารถได้ผลเปึนองค์รวมได้ ข้อที่ ๒ เมื่อเช่นนั้นแล้ว เราต้องมีค่ะ ประเด็นปฏิรูปข้อที่ ๒ คือปฏิรูปกฎหมาย ท่านที่เคารพ ปฏิรูปกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานเมืองนิเวศอุตสาหกรรม แล้วจะดําเนินการอย่างไร ต่อไปดิฉัน ขอนําเสนอว่าเราจะต้องปรับปรุงระบบบริหารจัดการเมืองนิเวศอุตสาหกรรมนับแต่นี้ไป

คือ ประการแรก ให้จัดตั้งองค์กรเมืองนิเวศอุตสาหกรรม อันที่ ๒ ให้มีคณะกรรมการ คณะหนึ่งเรียกว่าคณะกรรมการบริหารจัดการเมืองนิเวศแห่งชาติ ข้อที่ ๓ กําหนดอํานาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารจัดการเมืองนิเวศอุตสาหกรรมแห่งชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้อยู่ในรายงาน ๗ หัวข้อ ๗ บท แต่อย่างไรก็ตามขอกล่าวถึงคืออํานาจและหน้าที่ของ คณะกรรมการบริหารจัดการเมืองนิเวศ มีอํานาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้คือ ข้อที่ ๑ กําหนด นโยบาย เปัาหมายที่เกี่ยวกับเมืองนิเวศอุตสาหกรรม เช่นว่าหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดิน เรื่องของการพัฒนา เรื่องของการที่เมื่อกําหนดแล้วจะควบคุมให้มีการดําเนินการ ตามแผนหรือผังของการใช้ที่ดินอย่างไร ข้อที่ ๒ ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการ ของเมืองนิเวศอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะมีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ข้อที่ ๓ ให้ความเห็นชอบกรอบงบประมาณประจําป้ของโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบ ต่อความเปึนเมืองนิเวศอุตสาหกรรม ข้อที่ ๔ กํากับดูแลและเร่งรัดให้มีการดําเนินการ ให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ ข้อที่ ๕ ผลักดันให้มีการปฏิบัติตามนโยบายของเมืองนิเวศค่ะ

เราจะต้องปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย อันนี้เปึนประเด็นหลักที่นําเสนอในตอนแรก กฎระเบียบ ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือเราได้มีการดําเนินการ อยู่บ้างแล้ว ดังนั้นมีกฎระเบียบทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและการตราขึ้นใหม่ให้เอื้อต่อการพัฒนา เมืองนิเวศ ซึ่งอันนี้ก็จะมีรายละเอียดเช่นว่าให้ลดความซ้ําซ้อนในการทํางาน และเพิ่มความสําคัญให้กับวิสาหกิจชุมชน อยากจะเรียนว่าตรงนี้ได้ยกมาเปึนตัวอย่าง ประเด็นหนึ่งแต่ก็เปึนประเด็นสําคัญคือการเพิ่มความสําคัญให้กับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการให้เราเรียกว่าสเปซ (Space) หรือให้พื้นที่ในกลุ่มโรงงาน อุตสาหกรรม ให้พื้นที่ซึ่งสามารถพบปะกันได้ระหว่าง ๒ เซกเตอร์ (Sector) ก็คือ อุตสาหกรรมกับชุมชน และผู้ที่จะมาใช้บริการ ดังนั้นอาจจะมีการดําเนินการที่จะต้องปรับปรุง อาทิกฎกระทรวงที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินตรงนี้จะมีรายละเอียดอยู่พอสมควร ขอไปถึงว่าถ้าเราใช้เครื่องมือตัวนี้เปึนเครื่องมือที่เรารู้จัก เปึนเครื่องมื อที่ปกติ เรามองเสมือนเปึนสิ่งเพ้อฝัน เมืองนิเวศ เมืองสีเขียว แต่โดยแท้จริงแล้วเราก็ปฏิบัติอยู่บ้าง แต่กระจัดกระจายและมิได้มุ่งหวังให้เปึนเครื่องมือของการลดความขัดแย้ง ซึ่งเครื่องมือตัวนี้ มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ดังนั้นถ้าเราได้ทําแล้วเราจะได้เมืองอุตสาหกรรม ในลักษณะของเมืองนิเวศโดยการอยู่ร่วมกันได้ระหว่าง ๒ ส่วน และได้ประโยชน์ทั้ง ๒ ส่วน ข้อที่ ๒ ทําให้ได้เมืองที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ข้อที่ ๓ จากการปฏิรูป จากการปรับปรุง ก็ทําให้ได้กฎหมายและแนวทางปฏิบัติสําหรับแก้และปัองกันปัญหาที่จะเกิดจาก นิคมอุตสาหกรรมทั้งในระดับที่มีปัญหามลพิษในระดับสูง ซึ่งในรายงานการศึกษา เราได้มีตัวอย่างไม่ว่าจะเปึนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หรือระดับปานกลาง นิคมภาคเหนือ หรือว่าที่ยังไม่เกิดปัญหา นอกจากนั้นแล้วเราจะได้ซึ่งเปึนสิ่งที่เราปรารถนาอย่างยิ่งก็คือ เปึนแนวทางหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ําในสังคมหรือว่าโซเชียล อินอีควอลลิตี (Social Inequality) ก็ขออนุญาตจบการนําเสนอเนื่องจากเวลาต้องกระชับใช่ไหมคะ ขอบคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ประธานอนุกรรมาธิการ

เรื่องของ เมืองนิเวศได้จบแล้วนะครับ เรื่องต่อไปคือเรื่องของการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อม ในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษาครับ เรียนเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์บันลือครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บั นลือ เอมะรุจิ อนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บันลือ เอมะรุจิ จะได้นําเสนอในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในสถานศึกษาต่ํากว่า ระดับอุดมศึกษา เพื่อความกระชับผมจะนําเส นอในรูปของ เพาเวอร์พอยต์นะครับ ความสําคัญของการปฏิรูปอันนี้ ท่านจะเห็นว่ามันมีความสําคัญ อย่างยิ่ง เพราะมันเกี่ยวข้องกับประชากรกว่า ๑๑ ล้านคน ซึ่งเปึนลูกหลานของเราทั้งนั้น หรือประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของประเทศซึ่งล้วนแต่เปึนเยาวชน ที่กําลังอยู่ในวัยเจริ ญเติบโตทั้งสิ้น แล้วก็เราจะเห็นในระดับการแบ่งตามชั้นเรียน ระดับประถมศึกษาหรือต่ํากว่า ระดับประถมศึกษาขึ้นมามันมีอยู่ประมาณสักเกือบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน เยาวชนเหล่านี้ แล้วก็ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประมาณ ๒.๔ ล้านคน แล้วก็มัธยมศึกษาตอนปลายอีกประมาณ ๑.๔ ล้านคน แล้วก็ระดับอาชีวศึกษาประมาณ ครึ่งหนึ่งก็ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งรวมกันทั้งหมดแล้วประมาณ ๑๑ ล้านคน การปฏิรูปครั้งนี้จะปฏิรูปสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาซึ่งเยาวชนเหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่ประมาณ ๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมจึงมีความจําเปึน เพราะว่าเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อม ถ้าสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่นั้นดีแล้วก็จะส่งเสริมให้เขามีสุขภาพที่ดี แล้วก็มีสุขภาพและจิตใจดี แล้วก็พร้อมที่จะเล่าเรียนศึกษารับความรู้ใหม่ ๆ เอามา อันนี้เราจะมุ่งประเด็นอันนั้น แต่สําหรับประเด็นของการปฏิรูปเราก็จะมีปฏิรูปเปึน ๓ ระดับด้วยกัน อันแรกก็เปึน การปฏิรูปด้านกายภาพ อันนี้ถือเปึนการดําเนินการระยะสั้น

อันที่ ๒ ก็เปึนการปฏิรูปส่งเสริมการเรียนรู้ อันนี้ถือว่าเปึนระยะกลางนะครับ และสุดท้าย ก็เปึนการปฏิรูปที่ยั่งยืน ถือเปึนระยะยาว อันนี้ผมจะได้อธิบายรายละเอียดของแต่ละขั้นตอน ของการปฏิรูปนะครับ เรามาเริ่มต้นด้วยการปฏิรูปด้านกายภาพหรือว่าเปึนการปฏิรูป ระยะสั้นนะครับ อันนี้มันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะจัดสภาพแวดล้อมกายภาพของโรงเรียน ให้ครบถ้วนนะครับ ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี โดยมีทั้งหมดอยู่ ๗ ประเด็น และเรื่องของ สถานที่และบริเวณของโรงเรียนนะครับ อันนี้รายละเอียดก็จะมีอยู่ในรายงาน เช่นว่า สเปก (Spec) ของมันต้องเปึนงานโรงเรียน ต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ํากว่าเท่าไรอะไรอย่างนี้นะครับ อาคารเรียนต้องเปึนอย่างไร สูง กว้าง ยาวเท่าไร โดยเฉพาะเนื้อที่ต่อนักเรียนไม่ต่ํากว่า ๑.๕ ตารางเมตรอะไรอย่างนี้เปึนต้นนะครับ รายละเอียดอยู่ในรายงาน แล้วก็อันที่ ๓ ก็เปึนเรื่องของการระบายอากาศและแสงสว่าง อันนี้จะส่งเสริมให้นักเรียนได้มีสุขภาพที่ดี สายตาที่ดีนะครับ แล้วก็อันที่ ๔ ก็เปึนการจัดห้องเรียนและอาคาร เฉพาะกิจ เช่นพวกห้องสมุด ห้องพยาบาลอย่างนี้นะครับ มีการจัดอย่างไร ต่อไปเรื่องที่ ๕ ก็เปึนเรื่อง เกี่ยวกับน้ําดื่ม น้ําใช้ แล้วก็ห้องสุขาและที่ปัสสาวะ อันนี้ส่วนใหญ่มันจะเปึนเรื่องของ กําหนดมาตรฐานเฉพาะด้านสาธารณสุขอยู่แล้ว แล้วก็เรื่องที่ ๗ ก็เปึนการจัดการ เรื่องขยะมูลฝอย น้ําเสีย แล้วก็ปัองกันสัตว์นําโรคต่าง ๆ นะครับ โรงเรียนจะต้องมี การจัดการสิ่งเหล่านี้ อันที่ ๘ ก็เปึนเรื่องการรักษาความปลอดภัย มีการปัองกัน เรื่องไฟร์ ดริลส์ (Fire drills) การทดสอบหนีภัย แล้วก็หนีสึนามิ (Tsunami) อะไร ในบางโรงเรียนอย่างนี้เปึน ต้นนะครับ จัดให้เปึนลักษณะอย่างนี้ด้วย คราวนี้ผมมาดู รายละเอียดนิดหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูปด้านกายภาพนะครับ คราวนี้มาดู อันที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับบริเวณนี้เนื้อที่กําหนดโดยทั่วไปแล้วคร่าว ๆ เนื้อที่ไม่ต่ํากว่า ๓,๒๐๐ ตารางเมตรหรือ ๒ ไร่ถึงจะเปึนโรงเรียนได้อะไรอย่างนี้นะครับ ต้องห่างจากชุมชน ไม่เกิน ๒ กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยของเยาวชนเอง ทั้งหมดเปึนลักษณะนี้นะครับ รายละเอียดก็มีต่อไปในรายงาน เช่นว่าไม่อยู่ในที่สูงชันอะไรต่าง ๆ อย่างนี้นะครับ คราวนี้ อันที่ ๒ ที่มีความสําคัญก็คือเรื่องอาคารเรียนนะครับ อันนี้มันเกี่ ยวข้องกับตัวนักเรียน โดยตรงเลย เพราะต้องใช้เวลาอยู่ในอาคารเรียนในการศึกษาเล่าเรียน อันนี้จํานวนนักเรียน แต่ละห้องต้องไม่เกิน ๓๐ คนต่อห้อง อันนี้สําหรับประถมศึกษานะครับ และสําหรับ มัธยมศึกษา แล้วก็อาชีวศึกษาก็ไม่เกิน ๔๐ คนต่อห้อง อันนี้อยากจะให้มีผลบังคับจริง ๆ

เพราะว่ามันเปึนประสิทธิภาพโดยตรงของการศึกษาเลย ทั้งครูด้วยจะได้ดูแลได้อย่างเต็มที่ ประเด็นที่ ๓ ก็คือการระบายอากาศและแสงสว่าง อันนี้พื้นที่ประตู หน้าต่าง อันนี้โดยทั่วไป ตามกฎของกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็ไม่น้อยกว่า ๑ ส่วน ๔ ของพื้นที่ทั้งหมด อันนี้ เพื่อการระบายอากาศของประเทศไทยเราที่มีอากาศร้อน แล้วความกว้าง ความสูง ของหน้าต่างไม่ควรจะน้อยกว่า ๑ เมตร เพื่อความปลอดภัยอะไรอย่างนี้เปึนต้นนะครับ ขอบล่างของประตู หน้าต่างสูงจากห้องไม่เกิน ๙๐ เซนติเมตร อันนี้เปึนรายละเอียด อยู่ในรายงานนะครับ ผมยกตัวอย่างคร่าว ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะมีให้ครบด้วย ถึงจะเปึน สิ่งปลีกย่อยแต่ว่าเปึนส่วนสําคัญสําหรับลูกหลานของเราให้มันครบถ้วนนะครับ ต่อไปก็เปึน เรื่องของการจัดห้องเรียนและอาคารเฉพาะกิจนะครับ พวกห้องสมุด พวกอะไรต่าง ๆ นี้ ความสูงของอาคารก็ไม่ต่ําก ว่า ๓.๕๐ เมตร อันนี้เปึนต้น เพื่อความโปร่ง และบ้านเรา อากาศร้อนนะครับ เพื่อการระบายอากาศที่ดี เพราะว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนไม่สามารถ จะติดแอร์ได้อะไรอย่างนี้ แล้วก็ขนาดพื้นที่ห้องก็ไม่ควรจะต่ํากว่า ๖ คูณ ๘ เมตร อย่างนี้เปึนต้นนะครับ อันนี้ผมยกตัวอย่างคร่าว ๆ รายละเอียดก็อยู่ในรายงานที่นําเสนอ ในมือของท่านทั้งหมดแล้ว เรื่องน้ําดื่ม น้ําใช้ก็เหมือนกันเราจะเห็นมีข่าวอยู่เนือง ๆ ว่า มีคูลเลอร์ (Cooler) รั่วบ้าง อะไรรั่วบ้าง อันนี้ก็ต้องดูแลด้วยเรื่องเกี่ยวกับน้ําดื่ม น้ําใช้ นอกจากสะอาดแล้วก็ต้องปลอดภัยด้วยที่จะกดดื่มอะไรพวกนี้นะครับ ต่อไปพวกห้องสุขา อันนี้ก็สําคัญเพราะนักเรียนจะใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประมาณไม่ต่ํากว่า ๖-๘ ชั่วโมง

แน่นอนจะต้องมีการเข้าส้วมและปัสสาวะในนั้นบ้างแล้ว ซึ่งก็กําหนดมาว่าขนาดของส้วม ขนาดของห้องน้ําก็มีขนาดตามรายงานนี้ไม่ต่ํากว่า ๐.๙ ตารางเมตรต่อ ๑ ที่อะไรอย่างนี้ เปึนต้น ก็มีให้ครบถ้วนตามนี้นะครับ ส่วนรายละเอียดก็อยู่ในรายงานเช่นกัน จํานวน ห้องส้วม ห้องเรียน สําหรับนักเรียนหญิง นักเรียนชาย ก็แบ่งต่างกันก็อยู่ในตารางอันนี้ ต่อไปเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรงก็เกี่ยวกับขยะมูลฝอย การบําบัดน้ําเสีย และการควบคุมสัตว์ แมลง ก็กําหนดวิธีการมาให้ว่าจะต้องมีขยะไม่น้อยกว่ากี่จุด ต่อระยะทางกี่เมตรอะไรอย่างนี้ ทุกห้องจะต้องมีอย่างไร ห้องน้ํานักเรียนหญิงจะต้องมี ที่รองขยะ สําหรับห้องน้ํานั กเรียนชายจะต้องเปึนอย่างไร รายละเอียดก็อยู่ในรายงานอันนี้ เพื่อประหยัดเวลาก็จะได้ไม่นําเสนออันนี้ ต่อไปส่วนที่ ๘ ก็เปึนการจัดการรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะต้องมีถังดับเพลิงมีอะไรพวกนี้ และที่สําคัญต้องมีการฝ๊กหนีไฟด้วย หนีสึนามิ อย่างนี้นะครับ ไม่ทราบว่าทางโรงเรี ยนเขาได้ทํากันหรือเปล่า การปฏิรูปครั้งนี้ จะมีการกระตุ้นให้เริ่มมีการฝ๊กฝนในเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง โดยภัยแผ่นดินไหว โดยอะไรต่าง ๆ มักจะเกิดบ่อยขึ้น ทั้งหมดนี้เปึนการปฏิรูประยะสั้น ต่อไปเปึนเรื่องของการปฏิรูประยะกลาง ก็เปึนการปฏิรูปด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ คือในการปฏิรูปครั้งนี้จะจัดกิจกรรมให้ทุกคน ทั้งครูและนักเรียนได้มีส่วนร่วมกันอย่างจริงจัง ตัวอย่างดังต่อไปนี้เช่นในโรงเรียนจะต้องมี จัดกิจกรรมคัดแยกขยะอย่างสม่ําเสมอและยั่งยืน ทุกคนต้องร่วมกันเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทําไม่ได้แล้ว หรือทําเปึนเล่น ๆ ไม่ได้แล้ว อันที่ ๒ อันนี้ต้องมีการติดตั้ง ระบบบําบัดน้ําเสีย อย่างน้อยก็ต้องมีระบบการคัดแยกไขมัน โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้โรงเรียน ส่วนใหญ่จะมีโรงอาหาร โรงอาหารนี่จะต้องส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบที่เหลือใช้ จากโรงอาหารมาผลิตเปึนก๊าซชีวภาพ ก็ต้องส่งเสริมให้มีการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ จากโรงอาหาร อันนี้ควรจะต้องมีการส่งเสริมด้วย แล้วเราก็จะใช้อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมา ชิ้นงานในการพัฒนานี่เปึนแหล่งเรียนรู้ของชุมชนด้วย คือนอกจากในโรงเรียนมาร่วม ดําเนินการในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแล้วชุมชนยังจะเอาต้นแบบไปใช้ได้อีกด้ว ย อย่างนี้ก็เลยได้ประโยชน์ทั้ง ๒ อัน ทั้งโรงเรียนด้วยและทั้งชุมชนใกล้เคียงด้วย ส่วนปฏิรูป ระยะที่ ๓ ระยะยาวก็คือเปึนการปฏิรูปที่ยั่งยืน ก็ได้นําเสนอให้จัดทําโรงเรียนสีเขียว หรือภาษาทางการเขาเรียกว่า จัดการทําโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา หรือโรงเรียนสีเขียว หรืออีโคสคูลมาใช้ในสถานศึกษาทุกแห่ง พยายามส่งเสริมให้ได้เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูป

ระยะยาววิธีการจัดทําอีโคสคูล ก็ได้กล่าวไว้คร่าว ๆ คือ ๑. แน่นอนทุกคน ทุกส่วน ทั้งภารโรง ทั้งครู ทั้งนักเรียน จะต้องมีส่วนร่วมด้วยกันมากําหนดด้วยกันเลย เริ่มต้นด้วยการทําพันธกิจ ด้วยกัน ต้องมีพันธกิจ ๔ ด้าน อันแรกต้องกําหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมศึกษา และโครงสร้าง การจัดการ ผู้อํานวยการจะต้องจัดโครงสร้างที่แน่นอน มีออกคําสั่งตั้งคณะทํางาน มีการให้ บําเหน็จความชอบกับครูหรือบุคลากรที่มาร่วมโครงการอีโคสคูลนี่อย่างแน่นอน เพราะเปึน การปฏิรูปที่ยั่งยืน พันธกิจอันที่ ๒ ก็เปึนการจัดการกระบวนการเรียนรู้จะจัดการกันอย่างไร นอกจากมีการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแล้วยังต้องมีจิตสํานึกด้วย นี่อยู่ในกระบวนการนี้ ส่วนพันธกิจที่ ๓ ระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนี้หมายความว่า จะต้องจัดทรัพยากรที่เสริมในการจัดกิจกรรมอันนี้ให้เกิดขึ้นในโรงเรียนให้ได้ ส่วนพันธกิจที่ ๔ มีส่วนร่วมและเครือข่ายสิ่งแวดล้อม อันนี้ชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เปึนการจัดอีโคสคูล ทีนี้เมื่อกําหนดพันธกิจแล้วต่อมาก็จะต้องดําเนินการแล้วนะครับ ดําเนินกา รโดยใช้หลักเรียกว่าบันได ๗ ขั้นในการจัดทําโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา หรืออีโคสคูล แนวความคิดก็เปึนขั้นตอนของกระบวนการศึกษา ๗ ขั้นตอน ซึ่งพัฒนา โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เข้ามาแอพพลาย (Apply) ในเรื่องของอีโคสคูลนี้ ยกตัวอย่างขั้นที่ ๑ สํารวจค้นหาประเด็น อันนี้เปึนเคส สตัดดี (Case study) ของโรงเรียนก็ได้

อาจจะมีประเด็นเรื่องขยะ ประเด็นเรื่องอะไรที่โรงเรียนแต่ละโรงเรียนจะเจอ แต่ละท้องที่ จะไม่เหมือนกัน อันที่ ๒ เมื่อได้ประเด็นแล้วก็หาความรู้ อันนี้เปึนหลักการคร่าว ๆ ของ อีโคสคูลเปึนหลักการมาตรฐานนะครับ อันที่ ๒ ก็เปึนการหาความรู้ อันที่ ๓ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ อันที่ ๔ เรียนรู้สถานการณ์และกําหนดทางเลือก อันนี้เปึนการกําหนด ในการแก้ปัญหา อันที่ ๕ ก็วางแผนการจัดการเลย อันที่ ๖ ก็ออกปฏิบัติ สุดท้าย พอได้ออกปฏิบัติ ได้ความรู้เรียบร้อยแล้วก็ทําการเผยแพร่หรือแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้ ผลที่ได้จากอันนี้นอกจากบุคลากรหรือนักเรียนในโรงเรียนจะได้ความรู้แล้ว เยาวชน ได้ความรู้แล้ว ยังจะได้จิตสํานึกแถมเข้าไปด้วยนะครับ อันนี้หลังจากเรียนรู้ด้วยกัน โดยใช้หลักการอีโคสคูลเข้ามาจับแล้ว ทีนี้มาดูผลที่คาดว่าจะได้รับหลังจากการปฏิรูปอันนี้ ในระดับนี้ขึ้นมาแล้ว ระยะสั้นก็จะได้สถานศึกษาที่มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี อันนี้แน่นอน เยาวชนมีสุขภาพที่ดี ร่างกายและจิตใจที่ดี ใช้ชีวิตในสถานศึกษาอย่างมีความสุขและพร้อม ที่จะเรียนรู้ ลองจัดสิ่งแวดล้อมให้เขาดีสิเขาจะได้มีจิตใจที่จะใฝ์หาความรู้ ซึ่งจะเปึนอย่างนั้น อันที่ ๒ ระยะกลางก็คือจะได้สถานศึกษาที่เปึนแหล่งเรียนรู้ในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม อย่างเปึนรูปธรรมด้วย เพราะมีอุปกรณ์ มีตัวอย่างให้เห็นในโรงเรียน แล้วก็มีการปฏิบัติจริง ชุมชนก็จะได้นํา ไปใช้เปึนต้นแบบด้วย ส่วนระยะยาวก็แน่นอน เยาวชนทั้ง ๑๑ ล้านคน จะได้มีจิตสํานึกผ่านการปฏิรูประยะยาวนี้ มีจิตสํานึกในการหวงแหน แล้วก็รักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนแล้วก็ระยะยาวด้วย เราปลูกฝังคน ๑๑ ล้านคนซึ่งต่อไปจะเปึนผู้หลักผู้ใ หญ่ขึ้นมา โดยปลูกฝังจิตสํานึก ด้านสิ่งแวดล้อมติดตัวไปแล้ว แน่นอนปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตก็จะหมดไป เพราะพวกเขาเหล่านั้นก็จะมีบทบาทในสังคมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรด้วย ข้อสรุปเรื่องนี้นะครับ ในการปฏิรูปนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะทําให้เยาวชน กว่า ๑๑ ล้านคนใช้ชีวิตอยู่ในการศึกษาที่ดี มีคุณภาพที่ดี มีความสุข พร้อมที่จะเรียนรู้ และเปึนผู้ใหญ่ที่มีจิตสํานึก อย่างที่ว่านะครับ ส่วนข้อเสนอแนะอื่น ๆ ก็ควรจะมีเจ้าภาพ กระทรวงศึกษาธิการก็สมควรอย่างยิ่งที่จะเปึนหน่วยงานที่เปึนเจ้าภาพ แล้วก็มี หน่วยงานอื่น ๆ ที่มาประกอบโดยแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนต้น หน่วยงานภาคเอกชน โดยที่ กระทรวงศึกษาธิการเปึนแกนหลัก ผมขอนําเสนอแค่นี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ประธานอนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธาน ท่านอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์บันลือ เอมะรุจิ ได้นําเสนอเรื่องของ การปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษาเสร็จไปแล้ว ต่อไปเปึนเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของผม คือเรื่องของการกําหนดให้โรงงานติดตั้ง ระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้งหรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ ดิสเพลย์ มอนิเตอริง เรียลไทม์ (Display monitoring real-time) อันนี้เรื่องของเรื่อง ก็มาจากเรื่องของแนวคิดนี้นะครับ ในปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศเรามีอยู่ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ โรงงาน มีทั้งโรงขนาดเล็ก โรงขนาดกลาง แล้วก็โรงขนาดใหญ่ แล้วก็แต่ละโรง ก็จะมีผลต่อเรื่องของการผลิต จะมีผลต่อด้านสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไปก็แล้วแต่ขนาดของ โรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็แล้วแต่ประเภทของโรงงานอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นแนวคิด ในเรื่องของการปฏิรูปเรื่องการจัดการด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยกําหนดให้โรงงาน อุตสาหกรรมบางประเภทต้องติดตั้งระบบรายงานผลคุณภาพน้ําทิ้งหรือคุณภาพอากาศ จึงเปึนเสมือนแนวทางปฏิรูป ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ในกระทรวง อุตสาหกรรมอาจจะมีเรื่อง การกําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องติดตั้งระบบต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่ว่ายังไม่มีการแสดงผล ที่หน้าโรงงาน เพราะฉะนั้นการเสนอรายงานเรื่องนี้ก็เสมือนเปึนการขอให้ กระทรวงอุตสาหกรรมช่วยบังคับให้โรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท ดังที่จะกราบเรียน ต่อไปช่วยติดตั้งระบบจอแสดงผลที่หน้าโรงงานให้ด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นที่นําเสนอก็คือ หลักการ แล้วก็เหตุผล โดยเสนอเรื่องของความสอดคล้องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เสนอเรื่องของ วัตถุประสงค์การศึกษา ผลสัมฤทธิ์ของการศึกษา

แล้วก็วิธีการในการที่จะนําเสนอเรื่องของเรียลไทม์ (Real-time) แล้วก็ประเด็นข้อเสนอ เชิงปฏิรูปทั้งหมดนี้หลักการและเหตุผลที่ขณะนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งสิ้นประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ โรงงาน โรงงานอุตสาหกรรมทั้ง ๒ ประเภทก็จะมีอินเทอแรกชัน (Interaction) ต่อสังคม ที่ต่อสังคมโดยตรงมี ๒ ลักษณะ ลักษณะที่ ๑ ก็คือปล่อยน้ําเสียหรือว่าน้ําใช้ ลงในแหล่งน้ํา แหล่งน้ําก็หมายถึงพวกลําคลอง ห้วย หนอง แม่น้ําต่าง ๆ อย่างนี้เปึนต้น ๒. ก็คือโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้อากาศ หมายความว่ากระบวนการผลิตใช้อากาศ แล้วก็ ปล่อยอากาศที่เกิดจากกระบวนการผลิตสู่บรรยากาศ โรงงานเหล่านี้ที่ผมเรียนเมื่อกี้นี้ ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ โรงงานควรจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น การรับผิดชอบ อย่างนี้ก็ตรงกับภาษาอังกฤษที่เรารับรู้กันคือเรื่องของซีเอสอาร์ คอร์ปอเรท โซเชียล เรสปอน ซิบิลิตี (CSR : Corporate Social Responsibility) ทําอย่างไรจะให้โรงงานอุตสาหกรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ทีนี้ประเด็นที่นําเสนอมีความสอดคล้องกับ ร่างรัฐธรรมนูญไหม ร่างรัฐธรรมนูญที่เรากําลังศึกษากําลังทํากันก็มีมาตรา ๙๒ กําหนดว่า ทรัพยากรธรรมชาติเปึนสมบัติของประเทศ เปึนสมบัติของชาติ เพราะฉะนั้นเพื่อประโยชน์ สาธารณะรัฐจะต้องจัดการบริการให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นก็จะต้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม จะต้องมีแผนจัดการด้านทรัพยากรน้ํา ป์าไม้ ทะเล มีแผนผังเมือง รัฐต้องสนับสนุนให้ประชาชนหรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในการจัดการเรื่องของทรัพยากร เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์ที่ทําการศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติก็คือว่ารายงานฉบับนี้คือเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม อยู่ร่วมกันกับประชาชนได้โดยไม่มีการระแวง เพราะฉะนั้นก็จะไปสอดคล้อง ๒ เรื่องคือ เรื่องของแนวคิดเมืองนิเวศ ดังที่กราบเรียนเมื่อกี้นี้ท่านอาจารย์สุวัฒนาได้พูดถึง แล้วก็ ข้อที่ ๒ วัตถุประสงค์คือว่าจะทําให้ข้อสงสัยในเรื่องของการเปึนผู้ก่อมลพิษของ โรงงานอุตสาหกรรมลดน้อยลง เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าจะมีการแสดงผล การปล่อยมลพิษ ๒ เรื่อง คือ เรื่องน้ําเสียและอากาศเสียที่หน้าจอที่หน้าโรงงาน เพราะฉะนั้น ประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาก็จะสามารถดูผลการแสดงมลพิษในขณะนั้นที่เรียกว่าเรียลไทม์ ได้ตลอดเวลา การทําอย่างนี้ก็สามารถทําให้ระบบอุตสาหกรรม มีมาตรฐานการประกอบ อุตสาหกรรม ทําให้โรงงานอุ ตสาหกรรมในประเทศเรายกระดับขึ้นมา อีกระดับหนึ่ง ถ้าทําเช่นนี้แล้วผลที่คาดว่าจะได้รับมันจะประกอบด้วย ๓-๔ ข้อดังต่อไปนี้ ถ้าหากว่า

ทําหรือแสดงผลต่อสาธารณะที่หน้าโรงงาน ประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าโรงงาน ไม่ว่าจะเปึนคนที่อยู่ ในพื้นที่หรือคนที่อื่นก็จะสามารถอ่านตัวเลขมลพิษที่ระบายออก ได้ที่หน้าจอ แต่ว่าการที่จะดูผลที่หน้าจอ แล้วก็ผู้อ่านก็จะต้องมีความรู้ในเชิงของตัวเลข มากพอสมควร แต่ว่าจะใช้เปึนภาษาไทย ข้อ ๒ ถ้าหากว่าประชาชนได้อ่านตัวเลข อ่านมลพิษที่ออกไป ระบายไปนี่ ถ้าหากว่ำประชาชนเชื่อก็จะมีความไว้วางใจ ต่อโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น แล้วนอกจากนั้นข้อ ๓ หน่วยงานภาครัฐก็สามารถ ที่จะกํากับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมได้มากขึ้น แล้วก็ง่ายขึ้น เพราะว่าโรงงานอุตสาหกรรม จะต้องส่งรายงานผลเช่นเดียวกันนี้ที่แสดงที่หน้าโรงงานนี่เข้าไปรายงานผลให้ กระทรวงอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรมทราบ ที่เรียกว่าเปึนมอนิเตอริง (Monitoring) ข้อ ๔ ถ้าหากว่าทําได้เช่นนี้แล้วคาดว่าโรงงานอุตสาหกรรมจะได้รับ การยอมรับมากขึ้นทั้งในแง่ของมาตรฐานแล้วก็ในแง่ของความรับผิดชอบต่อสังคม ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ทีนี้วิธีการก็คื อว่าจะกําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องติดตั้ง เครื่องแสดงผลไว้ที่หน้าโรงงานที่เรียกว่าดิสเพลย์ มอนิเตอริง เรียลไทม์ก็คือจอแสดงผล ถ้าดูจากจอแสดงผลขณะนี้ เพาเวอร์พอยต์ขณะนี้ ก็แสดงให้ท่านดูว่ากําหนดให้จอแสดงผล ต้องมีขนาดกว้างประมาณไม่น้อยกว่า ๒.๕ เมตร

แล้วก็ขนาดยาวประมาณ ๓ เมตร ผมไม่รู้จะเทียบอะไร ข้างหลังผมเปึนจอขนาดผมนี่ครับ ก็สามารถติดตั้งไว้ที่หน้าโรงงานได้ แล้วตัวอักษรระหว่างกันนี่นะครับก็มีตัวอักษรระหว่างจุด หรือพิกเซล (Pixel) ประมาณ ๑๖ มิลลิเมตรแสดงให้ประชาชนเห็น ข้อ ๔ เมื่อติดตั้งแล้ว จอแสดงผลต้องแสดงผลตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าติดตั้งจอแล้วตัวเลขก็ดับ ๆ ป่ด ๆ ต้องแสดงผล ตลอดเวลาที่เรียกว่าเรียลไทม์ รายละเอียดอยู่ในภาคผนวก ค ในเอกสารรายงาน ประเด็น การศึกษาก็คือว่ากําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการระบายน้ําทิ้ง ออกนอกโรงงานอุตสาหกรรมขนาด ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือมีบีโอดี (BOD) บีโอดีก็คือ น้ําเสียที่มีโหลดดิง (Loading) ประมาณ ๔,๐๐๐ กิโลกรัมต้องแสดงผล อันนี้ประเภทที่ ๑ แล้วประเภทที่ ๒ คือโรงงานที่ระบายมลพิษอากาศจํานวนมากต่อบรรยากาศ เช่น โรงไฟฟัา โรงผลิตเหล็กกล้า หรือว่าโรงงานอื่นที่มีกระบวนการผลิตใช้แก๊สอันตรายจํานวนมาก ก็ต้องแสดงผลเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเปึนเช่นนี้ถ้าผมประมาณก็จะมีโรงงานอุตสาหกรรม ประเภทที่ ๑ ประมาณสัก ๑๐๐-๒๐๐ โรงงาน แล้วโรงงานประเภทที่ ๒ ประมาณสัก ๒๐๐-๓๐๐ โรงงานที่ต้องเข้าข่ายในการทําเรื่องของจอแสดงผล หากดูโมเดล (Model) อากาศนี่ถ้าดูจากโมเดล ย้อนกลับไปเมื่อกี้นี้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าดูโมเดลนะครับมลพิษทางน้ํา เปึนเรื่องของกระบวนการในการผลิต มลพิษทางน้ํามีบีโอดีแล้วก็ซีโอดี (COD) ต้องรายงานผล ออนไลน์ (Online) ตลอดเวลา เรื่องของมลพิษอากาศอยู่ข้างบนสุดซ้ายมือของท่าน ก็จะเปึน เรื่องของมลพิษอากาศจะใช้ตัวเซม (CEM) เซมคือตัวคอนทินิวอัส อีมิชชัน มอนิเตอริง (Continuous Emission Monitoring) เซมตัวกํากับบอกว่ามลพิษอากาศต้องรายงานผล ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้จะอยู่ในการกํากับดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เปึนของราชการ แล้วก็ อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้อย่างน้อยมีอยู่ ๔ กฎหมาย ๔ ข้อประกาศที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้กําหนดแล้ว เพียงแต่ว่าเรื่องการบังคับให้ โรงงานอุตสาหกรรมต้องแสดงผลที่หน้าโรงงานอุตสาหกร รมนี่ยังไม่ได้กําหนดชัดเจน เพราะฉะนั้นมีประกาศอย่างน้อย ๔ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือกําหนดให้โรงงานต้องติดตั้ง เครื่องมือน้ําเสีย เรื่องที่ ๒ กําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ เพิ่มเติม เรื่องที่ ๓ โรงงานต้องติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากา ศ พ.ศ. ๒๕๔๕ แล้วก็เรื่องที่ ๔ กําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องส่งข้อมูลออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เปึนการรับผิดชอบต่อกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เขียน ๔ ข้อนี้เปึนการรับผิดชอบ

ต่อกระทรวงอุตสาหกรรมแต่ยังไม่ได้รับผิดชอบต่อประชาชน เพราะฉะนั้นเพื่อให้การปฏิบัติ ต่อประชาชนมีความเปึนจริงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเสนอให้มีการกําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรม เปึนระเบียบหรือว่าเปึนประกาศอีก ๑ ข้อ กําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท ต้องติดตั้งระบบรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําและคุณภาพอากาศต่อสาธารณะ ที่เราเรียกว่าดิสเพลย์ มอนิเตอริง เรียลไทม์ แล้วก็กําหนดดังกล่าวนี่ให้โรงงานเหล่านี้ติดตั้ง จอแสดงผลไว้ที่หน้าโรงงานและต้องรายงานผล ต้องแสดงผลตลอดเวลา ทั้งนี้ได้แนบ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้เรียนเมื่อกี้แนบมาด้วยในรายงานฉบับนี้ เปึนการนําเสนอ แนวทางของการทํารายงานเพิ่มเติมว่าโรงงานอุตสาหกรรมสมควรที่จะต้องติดตั้งระบบ รายงานผลแล้วก็แสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้งหรือคุณภาพอากาศต่อสาธารณะ พ.ศ. .... ถ้าหากว่าทางรัฐบาลเห็นด้วยก็นําไปใช้ประกาศได้ทันที ทั้งหมดนี้คือเรื่องรายงานผล การแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้งหรือคุณภาพอากาศต่อสาธารณะ อันนี้เปึนการศึกษา แล้วก็นําเสนอต่อท่านประธานครับ

เรื่องต่อไปครับ ท่านประธานขออนุญาตต่อไปเลยนะครับ เรื่องต่อไปคือเรื่องของประเด็น เรื่องของการปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม โดยอาศัย กระบวนการจัดการภายในของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะเรียนเชิญท่านดอกเตอร์สุรพล ชามาตย์ อนุกรรมาธิการ เปึนผู้นําเสนอรายละเอียดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายสุรพล ชามาตย์ อนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุก ๆ ท่าน ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุม ผม สุรพล ชามาตย์ อนุกรรมาธิการของคณะนี้ ก็จะเรียนนําเสนอตามที่มีเพาเวอร์พอยต์ อยู่ประมาณสัก ๑๐ กว่าหน้า ก็จะเริ่มตั้งแต่หลักการและเหตุผล ไปนะครับ ก็คือในปัจจุบัน โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดในประเทศไทยนี่มีประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ กว่าโรงงาน อย่างที่ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุชาติ นวกวงษ์ พูดไปเมื่อกี้ ก็จะแบ่งโรงงาน ออกเปึนจําพวกที่ ๑ จําพวกที่ ๒ จําพวกที่ ๓ แต่จริง ๆ แล้วโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษ ทางอากาศก็จะเปึนโรงงานจําพวกที่ ๓ เนื่องจากว่าตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงของ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ จะกําหนดไว้ชัดเจนเลยว่าเปึนโรงงานที่มีขนาดใหญ่ คือจําพวกที่ ๓ โรงงานจําพวกที่ ๓ ทั้งประเทศมีทั้งหมด ๖๙,๙๕๕ โรงงาน ดังนั้นการที่จะ ปฏิรูปเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมจึงจําเปึนอย่างยิ่งต้องโฟกัส (Focus) ไปที่โครงสร้างของ องค์กรของรัฐในที่นี้ก็หมายถึงกรมโรงงานอุตสาหกรรม ประเด็นปฏิรูปก็คือ ๒.๑ ก็คือ จัดผังองค์กรของกรมโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ๒.๒ ก็คือตรวจสอบทางด้านวัตถุดิบ ซึ่งในประเทศเรายังไม่มีการเก็บภาษีจากวัตถุดิบ ซึ่งตัววัตถุดิบเองจะเปึนตัวที่บ่งบอกมลพิษ อยู่ในตัวไม่ว่าจะเปึนเชื้อเพลิง น้ํา หรืออะไรต่าง ๆ ที่ปัอนเข้าไปในกระบวนการผลิต ประเด็นที่ ๒.๓ ก็คือต้องมอบอํานาจให้จังหวัดนั้น ๆ ที่มีโรงงานตั้งอยู่เปึนผู้พิจารณา ในการอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงงาน พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พระราชบัญญัติ จดทะเบียนเครื่องจักร ไปดูสไลด์ในปัจจุบันของกรมโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเราจะเห็นว่า จะมีสํานักโรงงานอุตสาหกรรมรายสาขา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี่จะมองเห็นได้ว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรม มุ่งเน้นในการพิจารณาอนุญาตซึ่งเปึนปัญหาต่อสังคม ในครั้งที่แล้วก็คือการอนุญาต รง. ๔ ออกมาล่าช้า ก็จะมีโครงสร้างอย่างนี้ หลังจากที่เราปรับปรุงแล้วเราจะมุ่ง ขอไปสไลด์ที่ ๒

ปัจจุบันมุ่งสู่เปึนกลุ่มภารกิจ ๑ ๒ ๓ กลุ่มภารกิจที่ ๑ ก็คือจะเปึนพวกงานทั่วไปเกี่ยวกับธุรการ กฎหมาย การเก็บภาษี กลุ่มภารกิจที่ ๒ ก็คือต้องส่งเสริม โรงงานต้องส่งเสริมมีการวิจัย มีการสนับสนุนอะไรต่าง ๆ ก็แบ่งมาเปึนกลุ่มวิจัยแล้วก็สนับสนุนไม่ว่าจะเปึนการจดทะเบียน เครื่องจักรในการแปลงทรัพย์สินให้เปึนทุน แล้วก็สํานักส่งเสริมการมีส่วนร่วมก็จะอยู่ใน กลุ่มภารกิจที่ ๒ ส่วนกลุ่มภารกิจที่ ๓ ก็เปึนการกํากับดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ เราก็จะกําหนดให้มีสํานักบริหารจัดการอากาศเสียจากโรงงาน สํานักบริหารจัดการน้ําเสีย จากโรงงาน สํานักบริหารจัดการขยะจากโรงงาน สํานักบริหารจัดกา รมลพิษต่าง ๆ จากโรงงาน เช่น ความร้อน แสง อะไรต่าง ๆ ที่เกิดจากการประกอบกิจการ สํานักบริหาร จัดการควบคุมวัตถุอันตราย แล้วก็สํานักบริหารจัดการความปลอดภัยในโรงงาน ซึ่งจะมุ่ง ในส่วนนี้เนื่องจากว่าในปัจจุบันมีการเกิดอัคคีภัยบ่อย โดยเฉพาะที่เราเห็นเกิดการระเบิด ของโรงงานเคมีในประเทศจีนเปึนเรื่องที่อันตรายมาก ข้อ ๒.๒ จะดูจากกระบวนการผลิต ไม่ว่าเราจะเอาวัตถุดิบเข้าไปในอินพุท (Input) เข้าไปในโพรเซส (Process) นี่มันจะออกมาว่า จะมีมลพิษอะไรบ้าง ซึ่งเราจะทราบ เราก็คือ ๑. ส่งเสริมให้มีการลดและปัองกันมลพิษ ที่แหล่งกําเนิด อันนี้ก็จะเปึนอํานาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะไปส่งเสริม ๒. บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเปึนระบบ โดยคํานึงการนําทฤษฎีไม่ว่ารอว์ แมตทีเรียล บาลานซ์ (Raw material balance) เอนเนอร์จี บาลานซ์ (Energy balance) แล้วก็ วอเตอร์ บาลานซ์ (Water balance) เข้ามาจับ แล้วก็ทําการเก็บภาษี

ในส่วนที่ ๒.๓ ก็คือในปัจจุบันการพิจารณาอนุญาตโรงงานใช้เวลา ๓๐ วัน โรงงานที่มี กําลังแรงม้าเกิน ๕๐๐ แรงม้าขึ้นไปต้องส่งเข้าให้กรมโรงงานอุตสาหก รรมพิจารณา ซึ่งเปึนงานซ้ําซ้อนก็ควรที่จะมอบอํานาจให้ทางจังหวัดไปดําเนินการเลยนะครับว่าจังหวัด เขาควรจะพิจารณาใน ๓๐ วันเช่นเดียวกันในการให้บริการผู้ประกอบการ หัวข้อที่ ๓ การพิจารณาศึกษาวิเคราะห์ก็คือ ๓.๑ เราต้องดูการกํากับดูแลของรัฐเปึนหลัก ๓.๒ กํากับดูแล ที่วัตถุดิบ ๓.๓ คือมอบอํานาจให้จังหวัดไปพิจารณา แล้วก็ ๓.๔ คือกําหนดโซน (Zone) ให้กับอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่ ในหัวข้อที่ ๔ การพิจารณาอนุญาตประกอบการ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องมอบอํานาจให้จังหวัดไปดําเนินการ ก็คือจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนคณะทํางาน ไม่ว่าจะเปึนสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วก็ขนส่งจังหวัด เนื่องจากมีการขนส่งวัตถุดิบอะไรต่าง ๆ ก็ต้องรวมทั้ง เรื่องการขนส่งด้วย แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ ต้องเข้ามา แล้วก็มีประชาชน เข้ามาอยู่ในรูปคณะทํางาน แต่ก็ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน ข้อเสนอของ การปฏิรูปในข้อที่ ๕ ก็คือเสนอให้ปรับผังองค์กรของกรมโรงงานอุตสาหกรรมใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่ การบริหารจัดการมลพิษ เพราะว่าการอนุญาตเปึนเรื่องธรรมชาติ พออนุญาตไปแล้วปัูบ ปัญหาที่ตามมาคือมลพิษต่าง ๆ ที่เกิดจากกระบวนการผลิต ข้อที่ ๒ ก็คือตรวจสอบ มลพิษที่วัตถุดิบ แล้วก็มีการเก็บภาษี ข้อที่ ๓ ก็คือมอบอํานาจทุกกรณีเลยนะครับ ให้จังหวัดไปดําเนินการซึ่งเปึนการดูแลภายในบ้านตัวเอง แล้วก็ข้อที่ ๔ การอนุญาต ให้ขนขยะ ในปัจจุบันนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้ขนขยะทั้งหมดของ ภาคอุตสาหกรรมเพียง ๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนอื่นก็มีการลักลอบอะไรกัน เพราะฉะนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องมอบอํานาจให้ทางจังหวัดไปดําเนินการ แล้วก็ทางด้าน พระราชบัญญัติวัตถุอันตรายด้วย เรื่องสารเคมีอะไรก็ต้องมอบไปนะครับ แล้วก็เรื่อง การจดทะเบียนเครื่องจักรในการแปลงสินทรัพย์ให้เปึนทุนก็ต้องมอบให้จังหวัดไปดําเนิน ผลที่คาดว่าจะได้รับก็คือมีการกํากับดูแลปัญหามลพิษจากโรงงาน เพื่อปัองกันมลพิษ อย่างถูกต้องและถูกทางของหน่วยงาน แล้วก็มีการกํากับดูแลความปลอดภัยจากการทํางาน ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ มีการเกิดอัคคีภัยบ่อยมากในป้ที่ผ่านมา แล้วก็มีการวางแผนจัดการ ต้นกําเนิดมลพิษจากกระบวนการผลิตของโรงงาน แล้วก็มีการเก็บภาษีการก่อให้เกิดมลพิษ ของวัตถุดิบต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตของโรงงาน แล้วก็มีการมอบอํานาจให้หน่วยงาน

ในจังหวัดเปึนผู้พิจารณาอนุญาต แล้วก็เมื่อทํางานอยู่ ในรูปของคณะทํางานแล้ว ก็จะมีความโปร่งใสตามมาครับ ผมก็ขอเสนอเพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณท่านประธาน อย่างสูงครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ประธานอนุกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ รายงานได้นําเสนอไป ๔ เรื่องครับ มีเรื่องที่ ๕ ที่เกี่ยวพันกันกับเรื่องของกระบวนการ อุตสาหกรรม โดยเฉพาะเรื่องของโรงงานที่ผลิตไฟฟัา เพราะฉะนั้นเรื่องที่ ๕ ที่จะนําเสนอ ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วก็ต่อสมาชิก แล้วก็เรียนท่านประธานก็คือเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟัา หรือการพั ฒนาและปรับปรุงระเบียบกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟัา ทั้งนี้มีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็ประมาณ ๘ ป้มาแล้ว กําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมที่เรียกว่าไฟฟัา กําหนดให้โรงไฟฟัาต้องจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟัาขึ้นร อบโรงไฟฟัา ทั้งนี้กองทุนไฟฟัา หรือว่ากองทุนพัฒนาไฟฟัาที่ประชาชนเรียกว่ากองทุนผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัา จะอยู่ในการกํากับดูแลของสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานที่เรียกย่อ ๆ ว่า กกพ. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟัาก็คือเพื่อดูแลประชาชนที่อยู่ รอบโรงไฟฟัา เพราะฉะนั้นในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ โดยมติของคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบสํานักงาน กกพ. สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน

ให้ความเห็นชอบจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟัาหรือว่ากองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟัาขึ้น เมื่อจัดตั้งขึ้นแล้วก็จะต้องมีการออกระเบียบหรือว่ากําหนดระเบียบต่าง ๆ ขึ้นมา พอในป้ ๒๕๕๐ สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานได้ขอให้จังหวัดที่มีโรงไฟฟัา ในจังหวัดต่าง ๆ บอกมาว่ามีโรงไฟฟัากี่โรงในจังหวัดนั้ น ๆ พบว่าก็มีโรงไฟฟัาขนาดเล็ก ตั้งแต่ ๖ เมกะวัตต์ขึ้นไปเสนอเข้ามา ขนาดเล็กก็คือไม่เกิน ๑๐ เมกะวัตต์ ขนาดกลาง ก็ประมาณ ๓๕ เมกะวัตต์ แล้วก็ขนาดใหญ่ก็คือมากกว่า ๓๕ เมกะวัตต์ แล้วก็ยังมี โรงไฟฟัาอื่น ๆ เช่น โรงไฟฟัาพลังน้ํา โรงไฟฟัาแก๊ส เหล่านี้เปึนต้น รวมทั้งสิ้นแล้ว ณ วันนั้น ได้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟัา จํานวน ๗๕ กองทุน ๗๕ กองทุนก็มุ่งหวัง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ทีนี้หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้มีระเบียบ ว่าด้วยเรื่องของกองทุนไฟฟัาแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานก็ได้ ออกประกาศระเบียบต่าง ๆ ตามมาอีก ๑๓ ฉบับ แต่ฉบับที่เกี่ยวข้องกับประชาชนมากที่สุด ก็คือประกาศฉบับที่ ๓ ประกาศฉบับที่ ๓ เรียกว่าระเบียบว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดําเนินงานของโรงไฟฟัา พ.ศ. ๒๕๕๓ อันนี้เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงไฟฟัา โดยตรง ทั้งนี้ในประกาศฉบับนี้ได้ประกาศให้โรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการไฟฟัา หรือว่าเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟัาจํานวน ๖ ประเภทต้องส่งเงินเข้ากองทุนดังนี้ เพาเวอร์พอยต์ต่อไปคือตารางจะเห็นว่าโรงงานไฟ ฟัาที่ผลิตโดยถ่านหินต้องส่งเงิน เข้ากองทุน ๒ สตางค์ต่อหน่วย โรงไฟฟัาพลังน้ําต้องส่งเงินเข้ากองทุน ๒ สตางค์ต่อหน่วย โรงงานไฟฟัาประเภทน้ํามันเตา น้ํามันดีเซลส่งเงินเข้ากองทุน ๑.๕ สตางค์ต่อหน่วย โรงงานที่ใช้แก๊สธรรมชาติ ๑ สตางค์ต่อหน่วย โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ที่ เรียกว่า โซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farm) ต้องส่งเงินเข้ากองทุน ๑ สตางค์ต่อหน่วย และโรงงานพลังงาน ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น ชีวมวล ใช้แกลบ ใช้วูดชิป (Woodchip) ส่งเงินเข้ากองทุน ๑ สตางค์ต่อหน่วย ดังตารางที่เห็นอยู่ในจอนะครับ ดังนั้นเมื่อมีการประกาศให้ส่งเงิน เข้ากองทุนแล้วพบว่าปัจจุบันมีจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ มีจังหวัดทั้งสิ้น ๓๙ จังหวัดได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน รอบโรงไฟฟัาไปแล้ว รวมทั้งสิ้นประมาณ ๒๓๗ กองทุน แต่กองทุนเหล่านี้บางที่ประชาชน อาจจะยังไม่รู้เพราะว่าจํานวนกองทุนมีมากมาย ไปที่จํานวนกองทุนด้วยครับ เพาเวอร์พอยต์

จํานวนกองทุนจะเห็นว่ามีจํานวนประมาณ ๒๓๗ กองทุน กองทุนนี้ก็เกิดจากประเภท ของโรงงานอุตสาหกรรมไฟฟัา ๖-๗ ประเภทดังที่เรียนต่อที่ประชุมเมื่อกี้นี้ ปัญหา จากการดําเนินการของกองทุนอย่างที่ได้เรียนว่ากองทุนนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ แล้วเปึนกองทุนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง นั่นคือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จากการประกอบกิจการโรงไฟฟัา ประชาชนได้บ่น ได้พูดจา ได้แถลง แล้วก็ได้ปรึกษาหารือกัน พบว่าการบริหารงานของกองทุนที่เ รียกว่ากองทุนพัฒนาไฟฟัานี่ไม่โปร่งใส นอกจากนั้น การบริหารงานของกองทุนประชาชนก็ไม่มีส่วนร่วม นอกจากนั้นยังพบว่ามีการใช้จ่าย เงินของกองทุนไปในหลายประเภทหลายทิศทาง ทั้งนี้ในหลายพื้นที่ประชาชนก็ร้องเรียนมา เช่น พื้นที่แม่เมาะ พื้นที่มาบตาพุด เปึนต้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสยุมพรซึ่งท่านจะเปึน ผู้ที่พูดต่อไป

เพราะว่าท่านเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดระยองซึ่งมีกองทุนรอบโรงไฟฟัาไม่น้อยกว่า ๖ กองทุน อยู่ที่จังหวัดระยอง เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาเช่นนี้นะครับ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบ จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมจึงดําเนินการศึกษาเพื่อที่จะหาทางช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของ กองทุนว่าด้วยเรื่องของผลกระทบรอบโรงไฟฟัานะครับ ทั้งนี้เมื่อทําการศึกษาแล้วก็พบว่า เห็นควรจะต้องมีการปรับปรุงระเบียบว่าด้วยเรื่องกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟัาให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงนะครับ ซึ่งในการศึกษาพบว่าผู้แทนภาคประชาชน ในกองทุนรอบโรงไฟฟัามีอยู่น้อยไป ดังนั้นแนวทางปฏิรูปเราเมื่อทําการศึกษาแล้วนี่นะครับ จึงเสนอให้ที่ประชุมในรายงานฉบับนี้ที่นําเสนอต่อท่านสมาชิกและประธานสภาและสภานี้ครับ จึงเสนอให้มีการทบทวนกฎระเบียบของสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานว่า ในส่วนเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟัา แล้วก็ผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟัาให้สอดคล้อง กับ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพราะว่าประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟัานั้น เปึนผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่หน่วยราชการในพื้นที่เปึนผู้ได้รับผลกระทบ หรือแม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่ใช่เปึนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ข้อเสนอที่เราจะเสนอ ต่อไปก็คือเรื่องของการได้มาซึ่งตําแหน่งประธานของกองทุน แล้วก็กรรมการของกองทุน กองทุนในระดับจังหวัดนี่นะครับ ที่เรียกว่ากองทุนพัฒนาไฟฟัามีอยู่ ๒ ชื่อครับ ชื่อที่ ๑ คือคณะกรรมการพัฒนาผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัาระดับจังหวัด เรียกว่า คพรฟ. และชื่อที่ ๒ ก็คือคณะกรรมการพัฒนาผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัาในระดับตําบล แปลว่า ในจังหวัดก็มีคณะกรรมการพัฒนาผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัาในระดับจังหวัดเรียกว่า คพรฟ. และในระดับตําบลก็มีคณะกรรมการพัฒนาผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัา ในระดับตําบลเรียกว่า คพรต. ทั้ง ๒ ส่วนนี้จะทํางานประสานกันนะครับ ทีนี้ประสานกัน อย่างไร ในรายละเอียดก็จะต้องเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมาทีหลังนะครับ ทีนี้ในลักษณะของการนําเสนอรายละเอียดนี้ครับ ก็ทําการศึกษาต่อไปนะครับ เราจะทําการ เพิ่มอํานาจให้กับประชาชน ในการที่จะดูแลเรื่องเงินของเขาที่เขาเปึนผู้ได้รับผลกระทบ และควรจะมีส่วนใช้จ่ายต่าง ๆ นี่ครับ กําหนดไว้ว่าคณะกรรมการระดับ คพรต. นี่ครับ ควรจะใช้เงินได้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อนุมัติที่ คพรต. เอง แต่ถ้าหากว่า เปึนคณะกรรมการระดับ คพรฟ. คือคณะกรรมการพัฒนาผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัา ในระดับจังหวัดจะอนุมัติการใช้เงินจากกองทุนไฟฟัาไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าหากว่า

เกินกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็นําเสนอเรื่องที่ผ่านประชาคมของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน พื้นที่นั้น ๆ นี่นะครับร่วมกันนําเสนอต่อ กกพ. เพื่ออนุมัติ กกพ. ก็จะทําการอนุมัติให้ หรือไม่ให้กองทุนที่ใช้ เงินมากกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ดังนั้นเราจึงคิดว่าตําแหน่ง ประธานคณะกรรมการของโรงไฟฟัาในระดับจังหวัดมีผลต่อการใช้เงินเปึนจํานวนมาก ซึ่งจะได้ทําการปรับปรุงรายละเอียดแล้วก็เสนอไว้ในรายงานฉบับนี้ ทีนี้เมื่อทําการศึกษา ไปเช่นนี้แล้วนี่นะครับ ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและผลที่คาดว่าจะได้รับนี่ครับ คาดว่าถ้าหากว่า มีการปรับปรุงระเบียบว่าด้วยเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟัาทั้งเรื่องของประธาน เรื่องของ คณะกรรมการ และเรื่องของการใช้จ่ายเงินแล้วคาดว่าจะมีการใช้เงินของกองทุน ได้อย่างถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์มากขึ้น ข้อที่ ๒ ก็จะมีความสอดคล้องกับความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ เพราะดังที่เรียนแล้วว่าประชาชนเปึนผู้ได้รับผลกระทบจากการ ดําเนินงานของโรงไฟฟัามิใช่หน่วยราชการเปึนผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้น ความต้องการในการใช้เงินเพื่อเยียวยาความรู้สึกของประชาชนนั้นควรจะต้องให้ประชาชน เปึนผู้ตัดสินใจไม่ใช่ให้หน่วยราชการระดับสูงในจังหวัดนั้นเปึนผู้ตัดสินใจนะครับ การตัดสินใจควรจะต้องตัดสินใจมาจากระดับล่างว่าเขาจะทําอะไรกับชีวิตของเขาอย่างนี้ เปึนต้น กรอบแนวความคิดของคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ก็คือว่าเสนอให้มีการปรับปรุง ระเบียบของคณะกรรมการว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัาหรือว่ากองทุนผู้ได้รับผลกระทบฉบับนี้

ทั้งนี้ได้มีการประสานงานกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานในสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรจะได้มีการปรับปรุง เพราะว่าคณะกรรมาธิการชุดนั้น ได้นําเสนอเรื่องของปฏิรูปพลังงานและคณะกรรมาธิการชุดเราได้ทําการศึกษาในรายละเอียด เข้าไปเสร็จแล้วเพื่อให้เปึนแนวทางก็ได้นําเสนอร่างแนวทางการปรับปรุงเพื่อพิจารณา ระเบียบว่าด้วยเรื่องกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟัาเพื่อนําเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นําไปปฏิบัติ ทีนี้ในรายละเอียดจะเรียนเชิญท่านสยุมพร ลิ่มไทย เปึนผู้อธิบายในเชิงของ รายละเอียดของการใช้เงินในกองทุนนี้นะครับ เพราะว่าท่านเปึนผู้มีประสบการณ์ จากจังหวัดระยอง ขออนุญาตท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายสยุมพร ลิ่มไทย กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปช. นะครับ ผมก็คงจะมาพูดในประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหา ว่ากองทุนนี้เท่าที่ได้ดําเนินการมาแล้วโดยอาศัยพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วก็มีระเบียบของคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานออกมาจนถึงบัดนี้ มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วก็เปึนปัญหาที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากนะครับ ปัญหาประการแรกก็คือการใช้จ่ายเงินของกองทุนเริ่มไม่เปึนไปตามวัตถุประสงค์หลัก ของกองทุน วัตถุประสงค์หลักของกองทุนก็คือให้นําเงิน นี้ไปช่วยดูแลประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากโรงไฟฟัา ไม่ว่าจะเปึนการชดเชย เยียวยา ฟุ๋นฟู แล้วก็ดูแลพื้นที่ที่อาจได้รับ ผลกระทบ ซึ่งเดี๋ยวผมจะนําตัวอย่างข้อเท็จจริงมานําเสนอให้ท่านทราบว่ามีการใช้จ่ายเงิน ซึ่งไม่เปึนไปตามวัตถุประสงค์อย่างไรบ้างนะครับ ประการที่ ๒ ก็คือว่าการบริหารกองทุน มีลักษณะรวมศูนย์อํานาจไว้ที่ส่วนกลางมากเกินไป ก็คือรวมศูนย์อํานาจไว้ที่คณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงานที่อยู่ที่ส่วนกลางมากเกินไปนะครับ การอนุมัติ อนุญาตโครงการ แผนงานและงบประมาณทั้งหลายที่เสนอขึ้นไปจากพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงานก่อนถึงจะดําเนินการได้ ซึ่งทําให้เกิดปัญหาความล่าช้า เกิดปัญหาว่า โครงการที่เสนอมาแล้วส่วนใหญ่เปึนโครงการที่เปึนข้อมูล ข้อเท็จจริงในพื้นที่ แล้วก็ คณะกรรมการที่อยู่ในส่วนกลางจะไปรู้รายละเอียดข้อเท็จจริงได้อย่างไร แล้วก็ประการที่สําคัญ ก็คือว่าการ บริหารกองทุนนี้ได้บริหารโดยใช้แนวความคิดว่าเปึนกองทุนของภาครัฐ

เพราะฉะนั้นมันก็จะเน้นในเรื่องของการควบคุมกํากับดูแล ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเจตนารมณ์ ของกองทุนนี้เปึนกองทุนภาคประชาชนที่โรงไฟฟัาเขาสมทบเงินมาเพื่อชดเชยเยียวยำ แล้วก็ต้องการให้ประชาชนได้ดูแลกันเอง แต่กลายเปึนว่าแนวความคิดในการบริหาร เงินก้อนนี้เปึนการบริหารเหมือนกับงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นบทบาท ของคณะกรรมการในส่วนกลาง การอนุมัติ อนุญาตก็จะเน้นในเรื่องของการรวม ศูนย์อํานาจไว้มาก พอ ๆ กับเรื่องของการบริหารงบประมาณของภาครัฐ ประการที่ ๓ ซึ่งท่านดอกเตอร์สุชาติพูดไปแล้วนะครับก็คือว่าในระดับจังหวัด การบริหารกองทุนนี้ อยู่ภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเปึนประธานกรรมการกองทุนโดยตําแหน่ง จริง ๆ แล้ว ในตอนที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนในระดับจังหวัด เจตนารมณ์ไม่ได้ต้องการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน เพราะว่าในระเบียบเขียนไว้ชัดเลยว่าในส่วนที่เปึนผู้แทน ของหน่วยราชการระดับจังหวัด เขาเขียนไว้เลยว่าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดคัดเลือก หรือเสนอรายชื่อหัวหน้าส่วนราชการที่เหมาะสมขึ้นไปจํานวนหนึ่ง แล้วให้คณะกรรมการ กํากับกิจการพลัง งานเปึนคนพิจารณาคัดเลือกให้ความเห็นชอบ แต่กลายเปึนว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีกองทุนตั้งอยู่นี้เสนอชื่อตัวเองเข้าไปด้วย เพราะฉะนั้น พอขึ้นไปส่วนกลางเมื่อมีชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการนี้นะครับ

ทําให้คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานก็ต้องแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน จะไปตั้งคนอื่นก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็กลายเปึนตําแหน่งที่ผูกพันมาเลยว่าใครมาเปึน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องมาเปึนประธานกองทุนใน ระดับจังหวัดโดยตําแหน่ง ผมอยากจะ ยกตัวอย่างนะครับ คราวนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องจริงเลยเพราะว่าผมเปึนประธานกองทุน ตอนนั้นเมื่อป้ ๒๕๕๐ กองทุนตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีผมก็เปึนอยู่ ๒ ป้ หลังจากนั้น กองทุนก็ถูกตั้งขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน เมื่อป้ ๒๕๕๓ ผมเกษียณอายุแต่ก็ยังมีตําแหน่งเปึนผู้ทรงคุณวุฒิในกองทุนอยู่อีกประมาณ ๒ ป้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะชี้ให้เห็นต่อไปนี้เปึนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ประการแรกที่ผมเรียนว่า มีการเบี่ยงเบนการใช้กองทุนไปในลักษณะที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์แทนที่จะตกถึงมือ ประชาชน ก็คือว่าเงินจํานวนหนึ่งซึ่งเปึนเงินจํานวนไม่น้อยถูกนําไปใช้ในราชการบริหาร ส่วนภูมิภาค ก็คือเอาไปใช้ในงบฟังก์ชัน (Function) งบของส่วนราชการต่าง ๆ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะเปึนผู้พิจารณาว่าจะคัดเลือกโครงการไหนแล้วก็เสนอขึ้นไป ผมยกตัวอย่างในป้ ๒๕๕๖-๒๕๕๗ ซึ่งผมไม่ระบุชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น มีการพยายามที่จะบรรจุโครงการของราชการบริหารส่วนภูมิภาคเพื่อขออนุมัติ จากคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ๙ โครงการ วงเงิน ๙๗ ล้านบาทเศษ เกือบ ๑๐๐ ล้านบาท เงินกองทุนในแต่ละป้ที่จังหวัดระยองได้รับการจัดสรรไปประมาณ ๓๐๐ ล้า นบาท ในส่วนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอเองในป้ ๒๕๕๖-๒๕๕๗ เกือบ ๑๐๐ ล้านบาท ถามว่าเอาไปทําในโครงการอะไรบ้าง ผมยกตัวอย่างเพื่อชี้ให้เห็นว่า มันเริ่มเบี่ยงเบน ๑. โครงการงานบุญจุลกฐิน ทํากฐินแล้วจะเอาเงินกองทุนนี้ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปสมทบกฐิน ๒. โครงการติดตั้งเครื่องกําเนิดไฟฟัาสํารองสําหรับอาคาร ศูนย์ราชการจังหวัดระยองที่ศาลากลางจังหวัด ถามว่ามันอยู่รอบโรงไฟฟัาอย่างไร พื้นที่ศาลากลางจังหวัด จะเอาเงินนี้ไปทํา ซึ่งมันเปึนงบที่ควรจะใช้จากงบฟังก์ชัน งบภูมิภาค เท่าไรครับ ๑๐ ล้านบาท ๓. โครงการติดตั้งกล้องวงจรป่ดซีซีทีวี (CCTV) ศูนย์ราชการ จังหวัดระยอง ศาลากลางจังหวัดเหมือนกัน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท มันเกี่ยวกับประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัาอย่างไรบ้าง โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในตัวเมืองระยอง ๑๐ ล้านบาท โครงการศึกษาออกแบบระบบการขนส่งมวลชนเพื่อรองรับการเจริญเติบโต ของเมืองระยอง ๑๐ ล้านบาท หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนี้ก็คือเปึนส่วนราชการ

ในราชการบริหารส่วนภูมิภาคทั้งสิ้น โชคดีนะครับทั้งหมด ๙๗ ล้านบาท คณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงานในส่วนกลางอนุมัติมาให้โครงการเดียว ไม่อย่างนั้นแล้ว เกือบ ๑๐๐ ล้านบาทถูกนําไปใช้ในราชการบริหารส่วนภูมิภาค ประการที่ ๒ ก็คือว่า เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานโดยตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ไม่นานหรอกครับ ที่จังหวัดระยองในช่วง ๕-๖ ป้นี่มีผู้ว่าราชการจังหวัด ๗ คน เพราะฉะนั้นคนหนึ่งก็มาอยู่ ๑ ป้ ๑ ป้เศษ ไม่เกิน ๒ ป้ พอผู้ว่าราชการจังหวัดมาถามว่าในส่วนที่เกี่ยวกับกองทุนทําอะไร ๑. ก็คือมารื้อโครงการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเก่าเตรียมไว้ ไม่เอา มาทําใหม่ เพราะฉะนั้น ปัญหาก็คือว่างานมันช้ามาก เพราะว่ามาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดคนเก่าเตรียมแผนงาน โครงการไว้เสร็จเตรียมพร้อมจะเสนอมาขออนุมัติ คนใหม่มารื้อหมด ไม่เอา จะเอาโครงการ ของตัวเอง ในช่วงป้ ๒๕๕๖-๒๕๕๗ เหมือนกัน ผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นชัดว่ามันจริง เรื่องแบบนี้ ในสมัยนั้นมีผู้ว่าราชการจังหวัดท่านหนึ่งมา ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเก่าย้ายไป ทําโครงการเตรียมไว้เสร็จพร้อมจะเสนอ ยังไม่ทันได้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่มาแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่ก็มาประชุมคณะกรรมการในระดับจังหวัดครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๗ มาถึงก็สั่งให้รื้อโครงการ

พอรื้อโครงการ กรรมการก็ไม่เห็นด้วย พอไม่เห็นด้วยก็ไม่ประชุมเลยนะครับ ก็ทิ้งเรื่องค้างไว้ ค้างไว้ประมาณ ๕ เดือน ถึงมานัดประชุมอีกทีหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๘ เพื่อกดดัน ให้คณะกรรมการต้องมาวิ่งเต้นขอโครงการแล้วก็จําต้อง อนุมัติให้ความเห็นชอบโครงการ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการปรับรื้อ เพราะฉะนั้นแบบนี้มันทําให้เงินที่ควรจะตกถึงมือ ประชาชนไปไม่ถึง ค้างท่ออยู่มาก ผมยกตัวอย่างเช่นในป้ ๒๕๕๗ เฉพาะกองทุน ที่จังหวัดระยองมีเงินค้างท่ออยู่ในป้นั้นประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท เพราะว่าอยู่ในระหว่าง แบบนี้ครับ จะรื้อโครงการ จะปรับโครงการ ค้างท่ออยู่ประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท จากเงินที่มีอยู่ประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท สุดท้ายงบประมาณเมื่อมาถึงคณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงานในส่วนกลาง แล้วก็ได้อนุมัติลงไปแล้วก็ไปดําเนินการให้ถึงมือประชาชน จริง ๆ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในป้นั้น ประมาณ ๖๐ ล้านบาทจากทั้งหมด ๓๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเงินมันไปไม่ถึงปลายทางจากการที่ราชการบริหารส่วนภูมิภาค เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ เรื่องโครงการที่ชี้ให้เห็นว่ามันใช้เงินกันผิดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ นะครับ ในป้ ๒๕๕๖ ป้ ๒๕๕๗ เหมือนกันมันจะมี ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ ๒ คน ผมไม่ระบุชื่อ ซึ่งตอนนี้ก็ถูกย้ายมาเปึนผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทยแล้วนะครับ มีการเสนอโครงการให้ซื้อรถตู้โตโยต้าคันหนึ่ง ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ถ้าซื้อไปแล้วก็เอาไปช่วยดูแลประชาชนรอบโรงไฟฟัาก็ ไม่มีปัญหา ปรากฏว่าซื้อไปไหนครับ ซื้อไปแล้วก็ไปมอบให้กาชาดจังหวัด เอาไปให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ที่เปึนเมียของตัวเองเอาไปใช้ นี่นะครับคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานอนุมัติโครงการนี้ ในส่วนกลาง ไม่รู้ว่าอนุมัติไปได้อย่างไรนะครับ อีกโครงการหนึ่งโครงการใหญ่มาก ขอซื้อรถดับเพลิง อันนี้วงเงินสูงนะครับ ๓๓ ล้านบาท เอาไปเพื่อให้สํานักงานปัองกันภัย ฝ์ายพลเรือนจังหวัดไปใช้นะครับ แล้วปรากฏว่าได้รับอนุมัติ พอซื้อมาแล้วสํานักงานปัองกันภัย ฝ์ายพลเรือนจังหวัด หรือ ปภ. ไม่มีสถานที่สําหรับจอด แล้วก็ไม่มีบุคลากรสําหรับดูแลรักษา ขณะนี้รถต้องไปฝากจอดอยู่ที่องค์กรเอกชนองค์กรหนึ่งในพื้นที่จังหวัดระยอง แล้วก็ยังไม่มี การส่งมอบด้วยซ้ํานะครับ เพราะว่าไม่มีใครกล้ารับมอบ ตอนนี้ก็พยายามที่จะหาทางส่งมอบ ไปให้ท้องถิ่นนะครับ ให้เทศบาลตําบลบ้านฉางซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการปัองกันภัย ในระดับพื้นที่ ถามว่าถ้าอย่างนั้นแล้วทําไมผู้ว่าราชการจังหวัดในตอนต้นถึงไม่ทําโครงการ เพื่อจัดซื้อให้เทศบาลโดยตรงเลย เขาต้องการให้ราชการบริหารส่วนภูมิภาคเปึนคนจัดซื้อ

อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงก็คือสํานักงานปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน จังหวัด พอซื้อแล้วไม่มีที่เก็บ บริหารจัดการไม่ได้ ตอนนี้ก็พยายามส่งต่อยัดเยียดไปให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังไม่มีใครกล้ารับมอบ อีกโครงการหนึ่งซึ่งผมจะยกตัวอย่าง เปึนโครงการสุดท้าย ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดคนถัดมานั่นแหละครับ ก็พยายามที่จะทําโครงการ อีกโครงการหนึ่ง ใช้เงินเยอะมากเลยครับ ก็คือโครงการซื้อกล้องวงจรป่ดอีกเหมือนกัน คือขยันกัน ๒ คนนี้จะซื้อกล้องวงจรป่ดให้ได้ คราวนี้จะซื้อกล้องวงจรป่ดหรือซีซีทีวี รวมแล้ว ๙๕ ล้านบาท เกือบ ๑๐๐ ล้านบาท ไปติดตั้งตรงไหนครับ ไปติดตั้งในเกาะเสม็ดบ้าง พื้นที่ชายหาดบ้าง รอบเมืองบ้าง ซึ่งเปึนพื้นที่ที่อยู่นอกเขตของกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพราะฉะนั้นพอพยายามจะเสนอไปคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานในส่วนกลาง เขาก็ไม่อนุมัติ

พอไม่อนุมัติก็กลับไปก็ต้องไปรื้อใหม่อีก เพราะฉะนั้นโครงการมันก็ประสบปัญหาอยู่อย่างนี้ ภายใต้การบริหารงานซึ่งไปผ่านราชการบริหารส่วนภูมิภาค เพราะฉะนั้นข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการผมเรียนโดยสรุปก็คือว่ำ ๑. ก็คือจะต้องทําให้กองทุนนี้เปึนกองทุน ของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึนกองทุนของราชการ ไม่ใช่เปึนกองทุนของหน่วยงาน ส่วนภูมิภาค ประการที่ ๒ ก็คือต้องทําให้ประชาชนและชุมชนที่เขาได้รับผลกระทบ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนของเขาอย่างแท้จริง แล้วก็ลดการรวมศูนย์อํานาจ จากคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานในส่วนกลางให้ลงไปอยู่ในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น ผมเรียนเปึนประเด็นสุดท้ายสั้น ๆ ว่าข้อเสนอหลัก ๆ ก็คือ ๑. ในระดับส่วนกลาง ต้องตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟัาขึ้นมาโดยตรง อย่าไปรวมอยู่ในคณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงานหรือ กกพ. เพราะว่าคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานเขาไม่ได้ดูแล เฉพาะเรื่องกองทุน เขาดูแลกิจการพลังงานทั้งประเทศทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นพอมาให้ดูแล เรื่องกองทุนด้วยนี่ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง ต้องแยกตรงนี้ออกมาให้มีคณะกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาไฟฟัาโดยตรง แล้วก็จะทําให้องค์ประกอบของคณะกรรมการสามารถตั้งผู้แทน ภาคประชาชนในพื้นที่เข้าไปอยู่ได้เพราะว่าดูแลกองทุนโดยตรงนะครับไม่ไปเกี่ยวกับ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ๒. ก็คือต้องลดบทบาทของคณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงาน หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนถ้าหากว่ามีการแก้ไข ให้ดูแล เฉพาะเรื่องนโยบาย ทําหน้าที่เฉพาะเปึนเรกูเลเตอร์ (Regulator) อย่าไปทําหน้าที่ ในการพิจารณาอนุมัติอนุญาตโครงการในลักษณะที่เปึนเบี้ยหัวแตกในพื้นที่ ดูเฉพาะ โครงการใหญ่ ๆ แล้วก็ให้กระจาย อํานาจลงไปในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น อะไรที่เปึน โครงการเล็ก ๆ ให้คณะกรรมการระดับตําบลเขาอนุมัติอนุญาตไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ว่าทํางานประจําป้ประเพณีของตําบล หมู่บ้าน ต้องส่งขึ้นมาให้ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานส่วนกลางอนุมัติทั้งหมด บางป้ทําไม่ทันนะครับ งานประเพณี งานประจําป้เขามีกําหนดเวลาที่ชัดเจนส่งขึ้นมาข้างบนไม่ได้อนุมัติ เวลาเลยไปแล้วยังมีหลายโครงการ แล้วก็ที่สําคัญก็คือต้องให้คณะกรรมการบริหารกองทุน ในระดับจังหวัดเขาเลือกประธานกันเองจากคณะกรรมการที่มีอยู่ เลือกกันเองด้วยเสียงข้างมาก ไม่ใช่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปเปึนประธานโดยตําแหน่ง ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดถามว่า จะให้ทําอะไรครับ ก็เปลี่ยนให้มาเปึนที่ปรึกษาเสีย แล้วก็ให้มาทําหน้าที่ในการกํากับดูแล

ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าแก้ไขอย่างนี้ได้ ก็จะเปึนการปฏิรูป ในเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟัาอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะเปึนเพียงเรื่องของการแก้ไขระเบียบ แต่ว่าเปึนการปฏิรูปนะครับ ผมพบกับพี่น้องประชาชนเยอะมากเลยเขาบอกว่าที่ผ่านมา เม็ดเงินไปไม่ถึงเขา แล้วเขาก็มองว่าถูกเบี่ยงเบนไปเยอะ จํานวนหนึ่งบ่นบอกว่าถ้าเปึนอย่างนี้ โรงงานไฟฟัาไม่ต้องเอาเงินกองทุนไปให้เขาหรอกครับ เอาคืนไปเลย ถ้าเปึนอย่างนี้เขาบอก เขาไม่อยากได้หรอกครับ ถ้าจะให้ต้องให้ในลักษณะที่เปึนกองทุนของเขาบริหารจัดการกันเอง ในระดับที่มีบทบาทมีส่วนร่วมพอสมควร ผมก็คงขอเรียนเพิ่มเติมเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญท่านสุชาติค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ประธานอนุกรรมาธิการ

ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ทั้ง ๕ เรื่องที่ศึกษา โดยคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้นําเสนอไปแล้ว ครบถ้วนนะครับ ทีนี้จะสรุปให้ฟัง หรือว่าเป่ดให้อภิปรายเลยครับ ถ้าอย่างนั้นก็ได้มีการศึกษา และได้นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็เรียนเชิญท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกก็ได้รับฟังรายงานครอบคลุมสาระหลัก ละแนวทาง การดําเนินการวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร ครบทั้ง ๕ เรื่องแล้ว ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นนะคะ ก็อย่างเคยค่ะโดยใช้เวลา ไม่เกินท่านละ ๕ นาที ดิฉันมีรายชื่ออยู่ในขณะนี้ มีท่านภัทรียา สุมะโน ท่านเจน นําชัยศิริ ท่านสมเกียรติ ชอบผล ท่านเตือนใจ สินธุวณิก และท่านวิบูลย์ คูหิรัญ ดิฉันขอเชิญ ท่านดอกเตอร์ภัทรียา สุมะโน ค่ะ

นางภัทรียา สุมะโน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออภิปรายวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ซึ่งมีถึง ๕ เรื่อง แต่มี ๕ นาที ถ้าพูดทุกเรื่องก็เรื่องละ ๑ นาที เปึนไปไม่ได้ ดังนั้นจึงขอพูดในเรื่องที่ จะพูดได้สําคัญที่สุดคือการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชน ด้วยแนวคิดเมืองนิเวศนะคะ ซึ่งข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดนี้ในการปฏิรูป แล้วก็ แนวทางการดําเนินการก็คือให้ปฏิรูปองค์กรที่รับผิดชอบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ให้เกิดประสิทธิภาพโดยจัดตั้งองค์กรเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ แล้วก็มีคณะกรรมการ บริหารจัดการเมืองนิเวศแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพคะ คณะกรรมาธิการนี้ก็ได้เสนอ ด้วยเหตุผลที่ว่าการดําเนินการเรื่องเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศซึ่งเปึนเรื่องใหม่ เรื่องใหญ่ และสําคัญมาก ท่านบอกว่ายังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรง บอกว่ามีแต่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดิฉันมีความเห็นว่า การที่นิคมอุตสาหกรรมขยายตัวแล้วก็ทําให้เกิดปัญหามากมายกับชุมชน ซึ่งทําให้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้คิดเรื่องวาระการปฏิรูปเพื่อให้เกิดเมืองสีเขียว เมืองสะอาด เกิดเมืองอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนสาธารณสุข เรื่องของระบบ บําบัดมลพิษ โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย อะไรต่าง ๆ นี่เห็นด้วยนะคะ แต่ดิฉันเห็นว่า การที่จะปฏิรูปโดยตั้งองค์กรใหม่นี่ดิฉันพูดหลายครั้งแล้วว่าเรื่องของการตั้งองค์กรใหม่ ไม่ใช่การปฏิรูป แต่ดิฉันไม่ได้ต่อต้านแล้วก็ไม่ได้คัดค้านทุก ๆ เรื่อง เพียงแต่ว่าอยากจะ เสนอแนะความเปึนไปได้ที่ว่าเราจะสามารถปฏิรูปหรือว่าแก้ปัญหาตามที่เปัาหมายของท่าน ให้เปึนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศได้อย่างไรโดยไม่ต้องตั้งองค์กรใหม่ เพราะองค์กรใหม่ ที่ท่านจะตั้งนี้ท่านก็ไม่ได้บอกรายละเอียดด้วยว่าจะเปึนองค์กรลักษณะใด แล้วก็จะเปึน อย่างไร รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรอิสระ หรือว่าเ กี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม หรือไม่ อะไร อย่างไร ไม่มีรายละเอียดนะคะ แต่ว่าดิฉันก็สนใจในเรื่องของ คณะกรรมการบริหาร ท่านเสนอรายละเอียดมามากมาย เรื่องคณะกรรมการบริหารจัดการ เมืองนิเวศแห่งชาติว่ามีนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อะไรต่าง ๆ แต่ที่น่าสนใจก็คือว่าท่านเสนอผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้แทนองค์กรท้องถิ่น

ผู้แทนด้านวัฒนธรรม ภูมิสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม การท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งเปึนภาคเอกชน เข้ามาร่วม ตรงนี้นับเปึนองค์ประกอบที่ดีนะคะ ดิฉันขอเสนอว่าถ้าเรำจะแก้ปัญหานี้ หรือปฏิรูปให้มีเมืองนิเวศอุตสาหกรรม เรามีคณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นมาโดยเปึนลักษณะ ของกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของการจัดการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ แล้วก็ ให้ขึ้นอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม องค์ประกอบท่านไม่ได้เสนอว่าใครจะเปึนกรรมการ เลขานุการ ดิฉันก็เสนอว่าควรจะเปึนอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเปึนกรรมการ และเลขานุการ แล้วก็มีผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเปึนผู้ช่วยกรรมการ และเลขานุการ คืองานนี้มันไม่พ้นไปหรอกค่ะจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมและการนิคม อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเขารับผิดชอบเวลานี้ มีถึง ๕๙ นิคมอุตสาหกรรม ในประเทศไทย แล้วก็ดูเหมือนว่ากําลังจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเมื่อการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นนั้นย่อมก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของ มลพิษแล้วก็สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มากขึ้น ดังตัวอย่างที่จังหวัดระยอง ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สยุมพร ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงบ่อย ๆ เปึนเรื่องที่เราก็ทราบกันดีนะคะ

ดังนั้นน่าจะมีกรรมการชุดนี้เปึนกรรมการระดับชาติ เปึนกรรมการที่วางนโยบายยุทธศาสตร์ แล้วก็แผนปฏิบัติการต่าง ๆ ทุกอย่างที่อยากให้เปึน แล้วเราก็มีหน่วยงานที่เปึนหน่วยงานปฏิบัติ ก็คือกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับการนิคมอุตสาหกรรมซึ่งรับผิดชอบอยู่แล้ว นะคะ เปึนผู้ลงมือทําร่วมกับภาคของจังหวัดด้วยก็คิดว่าจะเปึนแนวทางปฏิรูปที่ได้ผล เพราะมีกรรมการระดับชาติขึ้นมารับผิดชอบทําให้เกิดเมืองนิเวศอุตสาหกรรมค่ะ ขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชินท่านเจน นําชัยศิริ ค่ะ

นายเจน นําชัยศิริ 🔗

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธา นและคณะกรรมาธิการ ประเด็นที่ผมจะนําเรียนก็คงมีเวลาน้อย เพราะมีถึง ๕ ประเด็นด้วยกัน ดีที่ว่าประเด็นแรกท่าน สปช. ภัทรียา ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม แล้วก็ผมเองผมเห็นด้วยกับท่านเกือบทั้งหมดในเรื่องจุดยืนของคณะชุดนี้ ก็เห็นด้วยว่าเรายังมองไม่ออกว่าองค์กรที่จะตั้งนี่จะทําหน้าที่อะไร แล้วจริง ๆ แล้วผมเรียนว่า ขณะนี้คณะกรรมการที่ท่านพูดถึงมีอยู่แล้วก็คือเรื่องนี้ได้มีการพิจารณาอยู่ในคณะกรรมการ พัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธรเปึนประธาน มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปึนรองประธำน แล้วก็มีการประชุม ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว แล้วก็มีการติดตามเรื่องนี้เปึนวาระติดตามอยู่ตลอดเวลา ผมเรียนว่าไม่ใช่ว่า ทางภาคเอกชนจะไม่ได้มีส่วนในการทําเรื่องนี้ ทางภาคเอกชนเองเปึนผู้ผลักดัน แล้วผมเรียนว่า จริง ๆ แล้วแผนที่ทําก็คือทําโดยสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมสภาอุ ตสาหกรรมแห่งชาติ เพราะฉะนั้นความร่วมมือของทางภาคเอกชนมีอยู่เต็มที่ในเรื่องนี้ แล้วก็อยากจะเรียนว่า ในเมื่อวาระนี้มีองค์กร มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้อยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดูอยู่เต็มตัว แล้วในที่สุดผมยังมองว่าในที่สุดแล้วอนาคตโรงงานอุตสาหกรรมหรืออุตสาหกรรม ของประเทศจะต้องเปึนเชิงนิเวศทั้งหมด เพราะฉะนั้นไม่จําเปึนเลยที่จะตั้งองค์กรอะไรขึ้นมา หน่วยงานที่ดูแลปัจจุบันนี้นี่ล่ะจะต้องทําให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นในที่สุด อันนั้นเปึนประเด็นแรก เปึนหัวข้อแรก ในหัวข้อที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา ตรงนี้ผมเห็นด้วย แต่ขณะเดียวกันเราจะตอบคําถามเด็กพวกนี้อย่างไรเวลาเขาเห็นรถขยะ มาถึงเสร็จแล้วก็เททุกอย่างที่เขาอุตส่าห์ลงแรง ลงใจแยกขยะไว้อย่างเรียบร้อย

เทลงไปกองรวมกันหมด ตรงนี้ตอบคําถามเขาไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทําให้เห็นผล อย่างจริงจังและต่อเนื่องเราจะต้องปฏิรูปเรื่องของการเก็บขยะของทางเทศบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปด้วยกัน เพราะมิฉะนั้นแล้วเราจะตอบคําถามเหล่านี้ไม่ได้เลย แล้วในที่สุดแล้วสิ่งที่เราต้องการที่จะให้เกิดขึ้นกับเจนเนอเรชัน (Generation) ถัดไปกับ คนยุคใหม่ก็จะไม่เกิดขึ้น ในที่สุดเขาก็หมดกําลังใจ คราวนี้ถามว่าถ้าจะให้ทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบทางด้านนี้ทํา ถ้าทําไม่ได้ถ้าไ ม่มีความสามารถที่จะทําก็ขอให้เอำต์ซอร์ส (Outsource) ไป ตอนนี้กําลังจะขึ้นค่าเก็บขยะอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นตามหลักแล้ว ถ้าจะขึ้นค่าเก็บขยะก็ต้องมีงานเพิ่มขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าทําไม่เปึนก็ให้เอาต รงนี้ให้กับ หน่วยงานเอกชนก็ได้เอาต์ซอร์สออกไปทํา หรืออีกประเด็นหนึ่งถ้าติดขัดเรื่องขัดผลประโยชน์ เรื่องขัดผลประโยชน์ของใครให้ยุบหน่วยงานนั้นเสีย ไม่อย่างนั้นไม่เกิดขึ้นนะครับ ประเด็นถัดไปเรื่องของออนไลน์ มอนิเตอริง (Online monitoring) ผมเห็นด้วยครับ แล้วจริง ๆ แล้วออนไลน์ มอนิเตอริงก็ได้มีการดําเนินการอยู่แล้วที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตอนนี้สัญญาณต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ ส่งไปที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นข้อมูล มีอยู่แล้ว ถ้าจะให้ติดตั้งหน้ำโรงงานอย่างที่บางกะดีอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้ไปดู ผมก็เห็นด้วยก็เปึนสิ่งที่ดีก็ควรจะดําเนินการได้ แต่ขณะเดียวกันผมเรียนอย่างนี้ว่าสําหรับ อุปกรณ์ถ้าเรามองว่าโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์อย่างนี้คงต้องให้เวลา สักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าเราคงจะไม่เร่งรัดไปจนกระทั่งเราก็ต้องมีการนําเข้าอุปกรณ์เหล่านี้ จากต่างประเทศทั้งหมด

เพราะฉะนั้นตอนนี้จริง ๆ แล้วผู้ประกอบการไทยเราสามารถที่จะสร้างอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมา ได้เอง เพราะฉะนั้นถ้าสามารถที่จะเฟส (Phase) ทําเปึนระยะ ๆ ผมคิดว่าทางการนําเข้า ก็จะน้อยลงแล้วเราก็สามารถที่จะสร้างอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดขึ้นได้ในประเทศด้วย ประเด็นถัดไปเรื่องของปรับโครงสร้างกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผมเรียนว่าได้พูดคุยกับ ท่านอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อเร็ว ๆ วันนี้ท่านบอกชัดเจนว่าท่านไม่หวงอํานาจ โรงงานขนาดเล็ก ๆ ที่มลพิษน้อยท่านพร้อมที่จะเอา ต์ซอร์สพวกนี้ออกไปอยู่แล้ว แล้วก็ ส่งมอบอํานาจให้กับทางท้องถิ่น แต่ขณะเดียวกันอย่าลืมว่าสําหรับโรงงานขนาดใหญ่ ที่มีมลพิษค่อนข้างมาก นี่ ตรงนี้ถ้าเอา ต์ซอร์สไปให้ท้องถิ่นปัญหาก็คือ ว่าท้องถิ่น เขาไม่ได้ประโยชน์ เขาไม่ได้ภาษีอะไรที่ มันเกิดจากโรงงานพวกนี้ไปตั้งในพื้นที่เขาเลย ต้องขออนุญาตท่านประธานขอเวลาเพิ่มสักนิดนะครับ ไม่ได้ประโยชน์ตรงนี้เลย เพราะฉะนั้น กลายเปึนว่าเดี๋ยวเขาก็มาหาประโยชน์สิครับจากการอนุมัติอนุญาตพวกนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ เปึนประเด็นที่ต้องระวังนิดหนึ่ง ผมเห็นด้วยกับแนวทางของทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะเอาต์ซอร์สในส่วนที่มีปัญหาน้อยออกไป แต่ขณะเดียวกันในส่วนที่จะมี ปัญหา เปึนประเด็นใหญ่เก็บไว้ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผมคิดว่าอันนั้นเปึนแนวทางที่ดําเนินการ ได้ถูกต้องแล้วนะครับ ประเด็นสุดท้ายที่ท่านนําเสนอเกี่ยวกับเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟัา ตรงนี้ผมเห็นด้วยกับท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดสยุมพร ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งแล้วผมก็เห็นประเด็นนี้มาตลอด แล้วผมก็ได้เรียนกับทาง กกพ. ไปแล้ว หลายวาระด้วยกันว่าทําอย่างนี้ไม่ถูกต้องเลย ปรากฏว่ากองทุนที่เราจะนํามาใช้นี่ปรากฏว่า ไม่ได้ใช้ในวัตถุประสงค์ที่เราตั้งขึ้นมา ถามว่าผมรู้ได้อย่างไร ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมรู้ว่ากองทุนอันนี้ตั้งขึ้นมำเพื่อสาเหตุอะไร แต่ประเด็นที่ ผมค้านนิดเดียวก็คือว่าสิ่งที่ท่านนําเสนอมาการเอาอํานาจเหล่านี้ไปไว้กับชุมชนอย่างเดียว โดยที่ตัดผู้ว่าราชการจังหวัดออกไปก็ยังไม่ได้แก้ปัญหานะครับ ผมคิดว่าถ้าจะแก้ปัญหา อย่างแท้จริงผมเรียนอย่างนี้ว่าผมมีทั้งหมด ๕ ข้อด้วยกัน ควรจะกําหนดประเภท สัดส่วน และลําดับความสําคัญของการใช้เงินให้เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผลกระทบ แล้วก็พัฒนา ความรู้ความเข้าใจของท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นและชุมชนมีความรู้สึกเปึนเจ้าของร่วม และมีความภาคภูมิใจที่ในพื้นที่มีโรงไฟฟัาตั้งอยู่ ประเด็นนี้แหละที่จะทําให้การใช้เงินถูกต้อง ถูกลักษณะ ถามว่าโครงการที่จะนําไปใช้คืออะไรบ้าง ยกตัวอย่าง ๑. ผมเห็นด้วยกับ

ท่านว่าเรื่องของการเยียวยา การจัดตั้งสถานพยาบาลที่มีคุณภาพและทันสมัย อันนี้มีเงินนี่ เอาไปใช้ทําได้เลย ข้อที่ ๒ การสร้างศูนย์เรียนรู้เรื่องโ รงไฟฟัาและพลังงานของชาติ ไหน ๆ มีโรงไฟฟัาตั้งอยู่ทั้งทีแล้วคนในแถวนั้นไม่รู้เรื่องพลังงานเลยนี่เปึนไปได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องทําให้เกิดขึ้นให้ได้ ข้อที่ ๓ การจัดตั้งกองทุนการศึกษาในสาขา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เด็กในหมู่บ้าน เด็กในชุมชนระยะรัศมี ๕ กิโลเมตรสามารถที่จะ ไปศึกษาต่อจนกระทั่งถึงระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอกได้สบายมาก เงินกองทุนแค่นี้ สบายมากเลย ข้อที่ ๔ สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนการผลิตพลังงานและอนุรักษ์ พลังงานในชุมชน ชุมชนนั้นต้องกลายเปึนชุมชนที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชํานาญ ในเรื่องของพลังงาน ไหน ๆ มีโรงไฟฟัามาตั้งทั้งที และอันที่สุดท้าย ก็คือสัดส่วน ของการใช้เงินที่ตรงกับวัตถุประสงค์ต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๘๐ เอาไปใช้อย่างอื่นได้ จะเอาไป ทอดกฐินจะเอาไปทําอะไรก็ได้ครับ แต่ว่าขอให้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ถ้าทําได้อย่างนี้ผมคิดว่า มันน่าจะตรงกับวัตถุประสง ค์ แล้วก็ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ของชุมชนด้วย บางครั้ง เราเข้าใจประเด็นซอฟต์ ไซด์ (Soft Side) มี ประเด็นในเรื่องของสังคมมี แต่ว่าเราต้องลิมิต (Limit) ไม่ให้เกินนี้ แล้วภายในหลักเกณฑ์เหล่านี้ชุมชนจะไปบริหารในส่วนของตัวเอง ก็เชิญเถอะครับ เพราะฉะนั้นผมขอเรียนนําเสนอเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสมเกียรติ ชอบผล ค่ะ

นายสมเกียรติ ชอบผล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมเกียรติ ชอบผล ผมจะให้ความเห็นในเรื่องของการจัดการคุณภาพสิ่ งแวดล้อม ในสถานศึกษา คือในการวิเคราะห์ปัญหาจริง ๆ แล้วก็เห็นด้วยว่ามันมีความจําเปึน เรื่องคุณภาพสิ่งแวดล้อม

เพราะว่าเด็กบางคนที่เคยมีข้อมูลห้องน้ํา ห้องส้วมไม่สะอาด เด็กต้องกลั้นปัสสาวะทําให้มี ผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพอนามัยก็เคยได้ยินอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเวลาท่านวิเคราะห์ปัญหานี่ บริบทและลักษณะของโรงเรียนมันมี ความหลากหลาย มีความแตกต่าง มีโรงเรียน หลายประเภทมาก ทั้งโรงเรียนที่พร้อม ไม่พร้อมในสังกัดเอกชน โรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือศูนย์การเรียนต่าง ๆ สถาบันศึกษาปอเนาะนี่ แล้วท่านเอาโครงสร้างข้อเสนอ เปึนลักษณะเดียว นําลงไปสู่การปฏิบัติ ผมเข้าใจว่าความเปึนไปได้ค่อนข้ำงน้อย แล้วพอวิเคราะห์ไปในเนื้อในนี่ท่านเสนอในเรื่องกายภาพซึ่งมีความซ้ําซ้อนกับสิ่งที่เขาทําอยู่ แต่ท่านก็ยังไม่ได้ดูว่าของเดิมมันมีอะไรอยู่ แล้วประเด็นที่ ๒ เรื่องการเรียนรู้ ที่จริงการเรียนรู้ คือความยั่งยืนแต่ท่านก็แยกมาและเปึนยั่งยืนอีกข้อหนึ่งที่ท่านวิเคราะห์ว่าเปึนโรงเรียนสีเขียว ซึ่งมันก็ซ้อน ๆ กันอยู่ ความชัดเจนในการนําไปสู่การปฏิบัตินี่ผมเข้าใจว่าดูแล้วน่าจะมีปัญหา ทีนี้สิ่งที่โรงเรียนเขาทําอยู่ในปัจจุบันมันมีอะไร ก็คิดว่าท่านอาจจะดูแล้วหรือยังไม่ได้ไปดู ผมก็ไม่ทราบ เพราะว่าโรงเรียนทุกโรง โดยเฉพาะโรงเรียนที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เขาทําโครงการร่วมกับกรมอนามัยตั้งแต่สมัยที่คุณหมอณรงค์ศักดิ์อยู่นี่เขาเรียกว่า โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ เขามีการประเมินที่มีการทํางานลักษณะคล้าย ๆ กับที่ท่านทํา แต่ก็ไม่ได้ซ้อนกันทั้งหมด โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพก็มีระดับเพชร ระดับทอง แล้วก็ระดับทั่วไป ซึ่งตรงนี้มันเปึนการทําระหว่าง ๒ กระทรวง และโรงเรียนเขาก็มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการปฏิบัติลักษณะอย่างนี้ แล้วทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ก็มีการพัฒนา การให้ความรู้ ขณะนี้โรงเรียนคุณภาพระดับเพชรผมเข้าใจว่าก็ไปถึงประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าโรงเรียนไปแล้ว ที่เหลือก็เปึนระดับทองและระดับปกติ สิ่งที่เขาทําอยู่ ในลักษณะอย่างนี้มันก็คล้าย ๆ กับสิ่งที่ท่านเสนอไป แล้วก็ข้อเสนอทั้งหลายมันเปึนเชิงเหมือนกับ โครงสร้างว่าต้องมีขนาดเท่านั้นเท่านี้ แล้วโรงเรียนที่มันมีความหลากหลายอย่างที่ผมได้ กราบเรียนมันจะนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร นี่คือปัญหาในเรื่องนี้ ประเด็นของผมคือ การนําไปสู่การปฏิบัติมันค่อนข้างยาก นอกจากโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพที่มีแล้วก็มีเรื่อง ห้องเรียนสีเขียวที่โรงเรียนหลายแห่งทําร่วมกับการไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย แล้วก็ มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ยั่งยืน รวมทั้งโรงเรียนที่อยู่ในโครงการเฉพาะบางเรื่อง เช่น โรงเรียนในโครงการตามพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็มีโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนักเรียนก็ได้เรียนรู้

แล้วก็ทําเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็มีการประเมินในการดําเนินงานมาโดยตลอด และสิ่งที่ผมได้เรียนว่าที่ทําร่วมกับกรมอนามัยมันมีการประเมินและมีการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีหน่วยงานภายนอกเข้ามาประเมินโรงเรียนพวกนี้ก็จะได้เฟเวอร์ (Favor) เปึนพิเศษที่ผ่านการประเมินในด้านนี้โดยไม่ต้องปฏิบัติอะไรที่ซ้ําซ้อน เพราะฉะนั้น ในลักษณะอย่างนี้ถ้าเราเอาเรื่องที่ท่านเสนอใส่เข้าไปอีกโดยไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหน ของสถานศึกษา ผมว่าการปฏิบัติค่อนข้างน้อย แล้วจริง ๆ ในโครงสร้างของโรงเรียน เขามีเรื่องงานอนามัยโรงเรียนซึ่งเขาทําเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ด้วยความหลากหลาย ด้วยความแตกต่างที่ผมเรียนมันก็ยังไม่เท่าเทียมกัน ก็ขอให้ข้อมูลเพื่อนําไปสู่การปรับปรุง ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเตือนใจ สินธุวณิก ค่ะ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรร มชาติ และสิ่งแวดล้อมได้กรุณาทราบนะคะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ ก่อนอื่นดิฉันก็อยากจะขอชื่นชมคณะกรรมาธิการเปึนอย่างยิ่งนะคะ ในการที่ท่านได้พยายามคิดสร้างสรรค์ที่จะทําให้เกิดการปฏิรูปขึ้นในเรื่องของอุตสาหกรรม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เราคิดว่ามีปัญหาอยู่ในขณะนี้ค่ะ ดิฉันอยากจะขออนุญาต เรียนเสริมเพิ่มเติม อยากจะขอเรียนว่าสําหรับการดําเนินงานของท่านกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีใจที่สภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรื อว่าส่วนงานอื่น ๆ ซึ่งมีประสบการณ์ตรง ในการที่ทํางานแต่ละหน่วย แต่ละภาคส่วน อย่างทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสยุมพร ลิ่มไทย ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านนั้น ท่านมีประสบการณ์ตรงในการที่เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ต่างจังหวัดมาก่อน แล้วทราบว่ามีการใช้เงินกองทุนนั้ นไปในทางที่ผิด ดังนั้น ในการพิจารณาที่จะปฏิรูปนั้นท่านก็ดึงประเด็น มาได้ตรงจุดมากทีเดียว ซึ่งอันนี้ดิฉันชื่นชม มากเลยนะคะ อยากขอเรียนว่าการที่ท่านเสนอให้มีการปรับปรุงร่างระเบียบคณะกรรมการ กํากับกิจการว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัาเพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้องถิ่นที่ได้ รับผลกระทบ จากการดําเนินงานของโรงไฟฟัา พ.ศ. .... นั้น ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก ๆ ค่ะ แล้วก็อยากจะคิดว่าสําหรับการคิดของท่านนั้น ดิฉันทราบดีว่าถ้าหากว่ามีการเปลี่ยน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งท่านได้เล่าให้ฟังแล้วนะคะว่ามีการดําเนินงานในแบบราชการ อย่างไรบ้าง แล้วก็ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนั้นบางทีท่านก็มีวิจารณญาณ ในการที่จะดําเนินการในทางที่ไม่ค่อยจะเปึนประโยชน์ต่อชุมชนเท่าไร ดังนั้นการที่จะมี การขอปรับเปลี่ยนประธานให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนแค่ที่ปรึกษาแล้วก็ให้ผู้นําชุมชน หรือผู้ที่มีบทบาทสําคัญ ในจังหวัดนั้น ๆ ได้เปึนประธานของกองทุนนี้ดิฉันคิดว่า จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาก ขอเรียนเสนอว่าอยากให้ท่านเพิ่มเติม ในส่วนที่ว่าสําหรับเงินกองทุนนี้ต้องขอให้เปึนประโยชน์โดยตรงอย่างน้อยก็ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบโรงไฟฟัานั้นค่ะ ในส่วนที่เหลืออยากจะขอให้ ไปสนับสนุนเรื่องของการศึกษา การสร้างสิ่งที่เปึนประโยชน์ต่อการศึกษาของเด็ก และเยาวชนในจังหวัด ขออนุญาตเรียนเสนอซ้ําอีกว่าอยากจะขอให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ให้ปรับปรุงหรือว่าสนับสนุนการศึกษาของเด็ ก ๆ ในจังหวัด แล้วก็ที่สําคัญผ่านโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียม อีกอันหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตเสนอทางท่านประธานก็คือเรื่องของ การที่จะต้องมีการที่จะให้การสนับสนุนด้านเกษตรกรรมในจังหวัด หรือว่าอาจจะ ในจังหวัดใดที่ไม่มีด้านของการเกษตรนั้นก็ขอให้สนับสนุนงานอาชีพในจั งหวัด คือให้กําหนดไปเลยว่าเงินกองทุนต้องแบ่งเปึนด้านการศึกษาเท่าไร สนับสนุนการศึกษา และที่สําคัญคือการรักษาเยียวยาหรือการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบซึ่งตรงนี้ไม่น่าจะต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือขอให้เปึนไพรออริตี (Priority) แรกของการที่จะใช้เงินกองทุนนี้นะคะ อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตใช้เวลาอันสั้นนี้สนับสนุนนั้น ดิฉันขออนุญาตสนับสนุน เกี่ยวกับความคิดของทางท่านอนุกรรมาธิการและทางท่านกรรมาธิการนะคะ เกี่ยวกับ เรื่องของการที่เราจะทําการขอเสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรนิเวศอุตสาหกรรม แล้วก็มี คณะกรรมการบริหารจัดการเมืองนิเวศแห่งชาติ ทราบดีว่าเรามีทางนิคมอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลอยู่ แต่ในฐานะที่ ดิฉันเองเปึนข้าราชการนั้นทราบดีว่าหน่วยงานบางทีอยู่ในกรมเดียวกันยังไม่ทํางาน บูรณาการกันเลยค่ะ ดังนั้นสิ่งที่มีอยู่เดิมนั้นดิฉันคิดว่ำบางทีพอทํางานไปแล้วก็อาจจะ ดําเนินงานเฉพาะในกรอบของตัวเอง สิ่งที่ท่านเสนอมาว่าจะได้มีคณะกรรมการ หรือว่ามีการประสานงาน มีหน่วยงานที่รับผิดชอบแบบครบวงจรจริง ๆ เปึนไตรภาคี ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการและประชาสังคมให้เกิดประโยชน์ อันนี้จะช่วยลดความขัดแย้ง ของชุมชนสร้างความเข้าใจพี่น้องประชาชนในนิคมอุตสาหกรรม

แล้วก็ยังจะทําให้โรงงานอุตสาหกรรมหรือว่านิคมนั้น ๆ นี่สามารถใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มากขึ้น เรามีหน่วยงานใหม่ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึนกําลังใจให้หน่วยงานเดิมซึ่งอาจจะเฉื่อยชา หรือว่าไม่ได้ลงมาดูตรงนี้เกิดกําลังใจที่จะมาช่วยสนับสนุนงานของคณะกรรมการบริหาร จัดการเมืองนิเวศแห่งชาติ ดิฉันคิดว่าเปึนความคิดที่ดี เพราะว่าการที่มีหน่วยงานใหม่ ขึ้นมานั้น การทํางานครบวงจรก็มุ่งประโยชน์ของประชาชนเปึนหลัก ดังนั้นถือว่าเปึนการเสนอ ข้อปฏิรูปที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญวิบูลย์ คูหิรัญ ค่ะ

นายวิบูลย์ คูหิรัญ

กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยที่ได้นําเรื่องเหล่านี้ มารายงานให้พวกเราได้รับทราบ แต่ว่าผมก็มีข้อที่อยากจะเสนอ เพิ่มเติมบางจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ว่ากําหนดให้โรงงานติดตั้งระบบการรายงานแสดงผล อันนี้จริง ๆ แล้วปกติในขณะนี้ผมเข้าใจว่าพวกโรงงานที่จะต้องถูกควบคุมนี่ก็จะต้องมีการส่ง ข้อมูลเรียลไทม์ไปที่ไม่กรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ไปที่ศูนย์ของนิคมอุตสาหกรรมอยู่ แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อท่านจะเสนอให้มีการติดตั้งเปึนแอลอีดี ดิสเพลย์ (LED Display) ที่หน้าโรงงานเลย อันนี้ก็คงจะแทบ (Tab) ออกมาเลยได้ หมายถึงว่าเอามาติดตั้งใช้ได้ทันที เพียงแต่ว่าที่ท่านนําเสนอมันไม่มีข้อความอย่างสมมุติว่าในการที่จะเสนอผมคิดว่าคนปกติ ถ้าเผื่อไม่เกี่ยวข้องโดยตรงนี่คงจะไม่ทราบตัวเลขทั้งหลายว่ามันเปึนอย่างไร ว่ามันถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง หรือว่ามีสิ่งใดควรแก้ไขหรือไม่ ผมคิดว่าถ้าเผื่ออย่างนี้ในตัวดิสเพลย์ (Display) ตัวนี้มันน่าจะมีตัวค่ามาตรฐานอยู่ด้วยว่าตามมาตรฐานแล้วมันเท่าไร แล้วก็ ที่ปรากฏมันเท่าไรแน่ เพราะฉะนั้นผู้ที่พบเห็นก็จะทราบว่าตัวนี้มันสูงกว่าหรือต่ํากว่า มาตรฐานอย่างไร แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือถ้าเผื่อว่าสูงกว่าหรือว่าเกินมาตรฐานน่าจะเปึนสีแดง หรืออะไรสักอย่างเพื่อที่ว่าจะได้รู้ หมายถึงผู้ที่เดินผ่านพบเห็นก็จะได้ทราบทันที สําหรับ ในเรื่องเกี่ยวกับพวกตัวเลขต่าง ๆ ผมก็ใคร่ที่จะขอเสนอแนะอีกอันหนึ่งก็คือว่าน่าจะมี การเสนอแนะให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือทางนิคมอุตสาหกรรม ได้ทราบว่าในการที่ตัวเลขที่ท่านได้รับไปนี่ถ้าเผื่อว่าผู้ที่นําไปใช้ไม่เปึนไปตามจริงมันน่าจะต้อง

มีการแถลงหมายถึงแถลงให้ประชาชนได้ทราบว่าตัวเลขที่เอาไปใช้นั้นจริงหรือไม่จริง เพราะว่าในการเอาไปใช้นี่บางทีเอาตัวเลขที่ไม่จริงไปใช้แล้วก็ทําให้ผู้คนเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของท่านเองว่าในเมื่อท่านจะต้องเปึนผู้ดู แลควบคุมอยู่ ถ้าเผื่อว่าตัวเลขมันไม่จริงท่านไม่ได้สั่งการให้เขาแก้ไขหรืออย่างไรตัวเลขมันถึงออกมาอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันควรจะต้องมีการแถลงให้ประชาชนได้รับทราบตามข้อเท็จจริงด้วย ทีนี้มาถึง เกี่ยวกับเรื่องกองทุนพัฒนาโรงไฟฟัา อันนี้ผมเห็นด้วยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสยุมพรที่ว่า มันควรจะต้องมีการแยกตั้งเปึนคณะกรรมการออกมา เปึนคณะกรรมการบริหารกองทุนอันนี้ ออกมาเปึนอิสระ แต่ว่าก็ต้องควบคุมของเรกูเลเตอร์อยู่ดี เพราะว่าเขาเปึนผู้ควบคุม พระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการอันนี้ก็ควรจะมีผู้แทนของโรงไฟฟัา แล้วก็ผู้แทน ของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้ามาบริหาร เพราะว่าพวกเหล่านี้จะเปึนผู้ที่ทราบผลจริง ๆ

แล้วก็วัตถุประสงค์ของกองทุนอันนี้จริง ๆ แล้วตั้งแต่เริ่มแรกคือต้องการให้ชุมชนที่อยู่ รอบโรงไฟฟัา หมายถึงว่าได้รับผลตอบแทนเพื่อที่ว่าจะได้เปึนการจูงใจให้เมื่อจะมีการตั้ง โรงไฟฟัาที่ไหนผู้ที่อยู่ใกล้ก็อยากจะให้เข้ามาตั้งใกล้ เพื่อที่ว่าตัวเองจะได้รับผลตอบแทน ที่เปึนประโยชน์ของตัวเองด้วย แล้วก็เปึนประโยชน์กับสาธารณะด้วย อันนี้เราก็น่าจะต้อง ระบุไปในนี้นะครับว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงน่าจะต้องได้รับผลตอบแทนด้วย ไม่ใช่ไปให้ เฉพาะชุมชน อาจจะแบ่งส่วนหนึ่งจะเปึนกี่เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ ตั้งออกมาเลยว่าเท่านี้ จะต้องมาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่อยู่รอบ ๆ โรงไฟฟัาได้รับ อาจจะเปึนไฟฟัาฟรี หรือว่าอาจจะเปึนน้ําฟรี หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ซึ่งทําให้เขามีความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น อันนี้เปึนส่วนหนึ่งที่ผมคิดนะครับ แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ก็คงจะเปึนไปตามที่ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด ได้พูดนะครับ เพียงแต่เกรงว่าถ้าเผื่อว่าไม่ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดเปึนก็กลัวผู้มีอิทธิพล จะเข้ามาเปึนแทน เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องมีวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่จะดําเนินการนะครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ อีก ๕ ท่านถัดไปนะคะ มีท่านรสนา โตสิตระกูล ท่าน พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ท่านสารี อ๋องสมหวัง ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ชิตพงศ์ แล้วก็ท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ต่อไปขอเชิญท่านรสนา โตสิตระกูล ค่ะ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันเองก็ขอแสดงความเห็นต่างกับ คณะกรรมาธิการนะคะ คณะกรรมาธิการทํารายงานมา ๕ เรื่อง โดยมีเรื่องหนึ่งที่พูดถึง เรื่องแนวความคิดเรื่องเมืองนิเวศ แต่ดิฉันคิดว่าเมื่อมาดูในหัวข้ออื่น ๆ ดิฉันจะขอพูดเพียง เรื่องของกองทุนรอบโรงไฟฟัา โดยหลักการก็คือให้โรงงานอุตสาหกรรมก่อมลพิษได้ แล้วก็เก็บเ งินเอามาเยียวยา ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนแนวความคิดที่เวลานี้มหาอํานาจ อย่างประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส เขาคิดต่างกันแล้วนะคะ เมื่อเดือนพฤษภาคมป้นี้ มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาว่าด้วยเรื่องภูมิอากาศเรียกว่าไคลเมต ไดอะลอก (Climate dialog) ครั้งที่ ๖ นางอังเกลา แมร์เคิล ซึ่งเปึนประธานาธิบดีของประเทศเยอรมนี กล่าวอย่างชัดเจนนะคะว่าเราต้องก้าวไปสู่รูปแบบเศรษฐกิจที่ไม่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ อีกต่อไป ประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศสพร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือเรื่องนี้ในทุก ๆ ที่

แล้วเขาก็ได้กําหนดแนวความคิดขึ้นมาคือแผนปฏิบัติการไม่ใช่แค่แนวความคิด ประเทศเยอรมนีตั้งเปัาลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์จากระดับ ที่เคยปล่อยในป้ ๑๙๙๐ ก็คือป้ ๒๕๓๓ ลงไปภายในป้ ๒๕๖๓ ให้ได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่ากับ ๒๒ ล้านตัน ซึ่งแปลว่าเขาจะต้องป่ดโรงไฟฟัาถ่านหินเพิ่มขึ้น ๘ โรงจากเดิมที่เคยป่ดไปแล้ว กว่า ๕๐ โรง ส่วนประธานาธิบดีประเทศฝรั่งเศสพูดในเรื่องเดียวกันนะคะ แต่ว่าพูดในวันที่ ๒๑ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ เขาพูดว่าเศรษฐกิจโลกจะต้องหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน ต้องยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอส ซิล (Fossil) ที่เปึนพลังงานหลักลงร้อยละ ๘๐ ทีนี้ประเด็นปัญหาที่ท่านพูดเรื่องรอบโรงไฟฟัาอย่างที่ดิฉันพูดก็คือว่าเราพูดถึงหลักการเรื่อง เมืองนิเวศแต่วิธีการปฏิบัติก็เปึนแบบเดิม ๆ ก็คือปล่อยให้มีการก่อมลพิษแล้วก็เก็บเงินเอามา ชดเชย ทีนี้ประเด็นที่ท่านเรียกเก็บเงินการชดเชย ๒ สตางค์ต่อหน่วยใช่ไหมคะ

ท่านทราบไหมคะว่ามีงานศึกษาของหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อ เดอะ นิวยอร์ก อะคาเดมี ออฟไซเอินซ์ เขาศึกษาต้นทุนภายนอกของค่าไฟฟัาของโรงไฟฟัาถ่านหิน ที่เขาเรียกว่า เอกซ์เทอร์นอลิตี (Externality) ต้นทุนภายนอกประกอบด้วยอะไรบ้าง ประกอบไปด้วยผลกระทบภูมิอากาศโดยรวม ผลกระทบคุณภาพอากาศโดยตรง ความเสียหายจากสารปรอท ความเสียหายต่อสาธารณะจากการขนส่งถ่านหิน ความเสียหาย ต่อสุขภาพและอื่น ๆ เขาประเมินว่าประมาณ ๑๘ เซนต์ต่อหน่วยไฟฟัา ๑๘ เซนต์ ดิฉันคูณด้วย ๓๕ บาทตก ๐๖.๓๐ บาท เท่ากับ ๒ เท่าของค่าไฟฟัา ไม่ใช่เก็บแค่ ๒ สตางค์ ถ้าต้องการ ที่จะเก็บเพื่อที่จะชดเชยการก่อความเสียหายของโรงไฟฟัาจากฟอสซิลจะต้องเก็บ ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเก็บได้ไหมคะ เวลานี้เราพยายามบอกว่าต้นทุนโรงไฟฟัา เหล่านี้ถูกมากเพราะว่าอะไร เพราะเราไม่ได้คิดถึงต้นทุนภายนอกที่ก่อความเสียหาย ต่อสภาพแวดล้อม ต่อสุขภาพ ต่อสภาพอื่น ๆ ทางสังคม เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ถ้าท่านจะเก็บมันต้องเก็บขณะที่สร้างความเสียหาย แล้วก็เมื่อเก็บแล้วควรที่จะให้ผู้เสียหาย เปึนผู้บริหารเอง ไม่ใช่แบบโรงไฟฟัาแม่เมาะ กว่าเขาจะไปฟัองร้องเรียกค่าเสียหายได้ผ่านไป ๒๐ ป้คนที่ได้รับความเสียหายตายไปหมดแล้ว ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเปึนสิ่งที่ต้องบอกว่า คณะกรรมาธิการของท่านก็ยังเดินอยู่ในแบบเดิม ๆ แล้วต้องบอกว่าเราพูดถึงการปฏิรูป แต่เราก็ยังปฏิรูปอยู่บนแนวทางเดิม ๆ เรายอมที่จะให้เกิดการก่อมลพิษ และเราก็เพียงแต่ เก็บเงินเอามาเพื่อเยียวยาสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านพูดถึงเมืองนิเวศ ดิฉันจึงบอกว่า แนวความคิดของท่านมันสวนทางกันเองภายในระบบแนวคิดอันนี้ ถ้าท่านต้องการ สร้างเมืองนิเวศเพื่อการดํารงอยู่ของมนุษย์ผู้คนทั้งหลาย เราจะต้องคิดก้าวข้าม จากแบบแผนเดิม แล้วเวลานี้เราไม่ได้จะต้องเปึนผู้คิดเพียงฝ์ายเดียว ขนาดประเทศเยอรมนี และประเทศฝรั่งเศสซึ่งเขาก็ต้องพึ่งพลังงานฟอสซิลมาแต่เดิมแต่เวลานี้จากการที่เขามองเห็น ว่าสภาพภูมิอากาศเวลานี้มันไม่สามารถอยู่ได้แล้ว เพียงแค่อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น ๒ องศา เท่านั้นโลกจะไม่มีทางหมุนกลับได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นเวลานี้ดิฉันคิดว่าเราอยู่ในยุค ที่เราพูดเรื่องการปฏิรูป แต่ต้องบอกว่าที่ผ่านมาเราก็ยังปฏิรูประบบเศรษฐกิจแบบเดิม ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอตั้งเปึนข้อสังเกตว่าเอาแค่มองจากจุดเดียวของการก่อความเสียหาย ต่อสิ่งแวดล้อมแล้วเก็บเงินมาชดเชยนี่ท่านก็ยังคิดแบบเดิมค่ะ ท่านจะคิดให้แบบอย่างน้อยที่สุด เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ท่านต้องเก็บ ๒ เท่าค่ะ ไม่ใช่ ๒ สตางค์ ขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ค่ะ

พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ 🔗

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ หมายเลข ๒๔๘ นะครับ ผมมีความคิดเห็นต่อเรื่องที่ คณะกรรมาธิการได้เสนอใน ๒ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเปึนเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ก็อยากจะเรียนตรงนี้ว่าเรื่องนี้ก็เปึนสิ่งสําคัญที่ก็เห็นด้วยในส่วนนี้นะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ที่จะเสนอก็คือเรื่องกองทุนพัฒนาไฟฟัานะครับ ในเรื่องแรกนี่ผมจําได้ว่าเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ผมเขียนยุทธศาสตร์ให้กับนิคมอุตสาหกรรมแห่งชาติ เมื่อ ๑๐ ป้เลยครับ เพราะจําได้ว่า ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรีพินิจเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้ศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ได้มีแนวคิดนี้ตั้งแต่เมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว แล้ววันนี้ถามว่าแนวคิดนี้ เกิดหรือยัง ผมคิดว่า แนวคิดนี้ ๑๐ ป้ผ่านไปก็ยังไม่ได้พัฒนาไปมากเท่าที่น่าจะเปึนนะครับ ในการศึกษาในครั้งนั้น ผมมองเห็นอย่างนี้นะครับว่าการเริ่มต้นก็ได้ศึกษาหลายประเทศด้วยกันที่เขามีการพัฒนา ในอุตสาหกรรมแบบที่เปึนอีโคอินดัสเตรียล (Eco-Industrial) นี่นะครับ

เขาเริ่มต้นจากการศึกษาพื้นที่โดยให้ฝ์ายวิชาการทําล่วงหน้าก่อน โดยเฉพาะในประเทศจีน ให้เมืองอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นต้องเปึนมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นก่อน อันนี้ตรงข้ามกับเราเลย ของเราก็พัฒนาอุตสาหกรรมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีปัญหาแล้วก็ค่อยเกิดมหาวิทยาลัย ตอนนี้คนเริ่มคิดที่จะให้เกิดมหาวิทยาลัย ในอุตสาหกรรมของเรามีอยู่ด้วยกัน ๓ ส่วน ที่ท่านบอกว่า ๑๐๐,๐๐๐ กว่าโรงงาน ส่วนที่ ๑ อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแห่งชาติ ส่วนที่ ๒ อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่เปึนของเอกชนที่ถูกกํากับดูแลโดยนิคมอุตสาหกรรมแห่งชาติ เช่นเดียวกัน และส่วนที่ ๓ อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม ในวันนี้ผมคิดว่าท่านจะจัดการกับ โรงงานต่าง ๆ ที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมอย่างไร เพราะขณะนี้อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมมาก จํานวนมหาศาล แล้วในช่วงเวลา ๑๐ ป้มาก็ไม่เคยมีแนวคิดที่จะต้องทําให้โรงงานนี้ไปอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมอย่างที่มันน่าจะเปึน แล้วจะได้คุมเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้ได้ อย่างยกตัวอย่าง ในประเทศจีนเขาสร้างเมืองมหาวิทยาลัย สร้างเปึนเมืองของอุตสาหกรรมทั้งหมดอยู่ข้างนอก พื้นที่ห่างไกลเลย ของเราโรงงานอุตสาหกรรมเราก็จะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเมือง ตรงนี้เปึนสิ่งที่จะต้องมีการพัฒนา ท่านบอกว่าจะเอาเรื่องนี้มอบให้กับจังหวัดเปึนผู้ดูแล ผมตอบท่านว่าผมไม่เห็นด้วย สาเหตุที่ไม่เห็นด้วยก็ด้วยมาจากว่าจังหวัดไม่สามารถดูแลได้ โดยเฉพาะจังหวัดที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสยุมพรที่ พูดเมื่อกี้ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อ จังหวัดระยองของท่านไม่สามารถที่จะจัดการเรื่องนี้ได้แน่นอน เพราะว่าอุตสาหกรรม มันใหญ่เกินกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้าไปดูแล และอุตสาหกรรมจังหวัดจะเข้าไปดูแลตรงนี้ จังหวัดชลบุรีก็ไม่สามารถจัดการได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจะใช้รูปแบบให้จังหวัดเข้าไป ดําเนินการคงเปึนไปไม่ได้ แล้ววันนี้ก็หลาย ๆ ที่ที่มีปัญหาก็มาจากตัวอุตสาหกรรม ในจังหวัดนั่นแหละที่มีปัญหา อันนี้ผมคิดว่ามันเปึนปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างหนึ่ง จะเรียกอย่างนี้ว่าการวางผังเมืองในส่วนที่เปึนอุตสาหกรรมก็ยังไม่สามารถวางได้ เพราะอยู่สะเปะสะปะผสมปนเปกันไปหมดในจังหวัดระยอง แล้วก็ในจังหวัดชลบุรี ท่านจะเห็นตรงส่วนนี้อย่างใหญ่หลวงเลยครับ อีกประการหนึ่งที่ตอนนี้นิคมอุตสาหกรรม มีโครงการแสนกว่าล้านบาทครับ ให้ผมไปช่วยเรื่องการมีส่วนร่วมช่วย ไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะว่าแผนเขาเสร็จหมดแล้ว ไปมีส่วนร่วมก็เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบว่า โครงการที่จะทําจะได้เข้าใจว่ามันเปึนอย่างไร ไม่ใช่เลยครับ การมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ํา ตั้งแต่เริ่มคิด ไม่ใช่เริ่มตอนช่วงท้าย อันนี้เปึนสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้

อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องเกี่ยวกับกองทุน ผมก็อยู่กองทุนมานานเหมือนกันเพราะว่าอบรมให้กับ สกพ. เรกูเลเตอร์เขามีปัญหามากเลยครับ เพราะว่าทําอย่างไรที่ไปคุยกับชาวบ้านให้รู้เรื่อง ทําอย่างไรจะไปช่วยจัดการความขัดแย้งในชุมชน ตอนนี้เขาเริ่มไปตั้งอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ไปอบรมให้กับเขา ก็เปึนการทําปลายน้ําเช่นเดียวกัน คงจะแก้ปัญหายาก ผมก็ให้ข้อคิดเขา ไปอย่างนี้ว่าอย่างที่ท่านได้เสนอว่าไม่โปร่งใส ไม่มีส่วนร่วม อันนี้เรื่องจริงทั้งหมดเลยนะครับ เมื่อกี้ท่านได้เสนอไปแล้วว่าไม่โปร่งใสอย่างไร ที่ประธานไปออกรถอะไรอย่างนี้มีเยอะ แบบนี้ เยอะมากเลย ผมก็เสนอแนะเขาไปบอกว่าต่อไปนี้เงินกองทุนให้ชาวบ้านเปึนผู้ออกแบบเอง ได้ไหมว่าเงินกองทุนนี้เขาจะไปทําอะไรบ้าง เช่นชุมชนเขาอยากจะมีโรงพยาบาลดี ๆ ของเขา เขาอยากจะมีโรงเรียนดี ๆ ขออนุญาตนะครับ เขาอยากจะมีสถานที่พักผ่อน เขาอยากจะมี ห้องสมุดชุมชนอะไรของเขา ให้เขาได้ฝันตรงนั้นแล้วเขาบอกว่าเขาอยากจะมีสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้ ผมอยากให้ทําเปึนแผนไม่ใช่ทําเปึนโครงการมาเสนอเปึนอีเวนต์ (Event) ไปอย่างนั้น ไม่ดี ทําเปึนแผนเลยว่าในรอบ ๕ ป้นี้ชุมชนหมู่บ้านนี้ต้องการอะไรบ้าง แล้วจะจัดอะไร เปึนอันดับแรก อันดับรองที่จะตามมาตรงนี้ เขาจะได้มีความฝันในส่วนนี้ด้วย อีกส่วนหนึ่ง ที่ผมมองที่ท่านได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเงินกองทุน ผมคิดว่าเงินกองทุนนี้น่าจะนําไปสู่ การพัฒนาในชุมชนสัก ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไปสู่การปัองกันเหตุการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้น น่าจะประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วไปสู่การแก้ไขเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วอีกประมาณ สัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณขนาดนี้น่าจะเปึนสิ่งที่ดี ที่จริงผมเสนอเขามากกว่านั้น อีกด้วยว่าชุมชนไหนที่อยู่ใกล้กับโรงงาน อยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมน่าจะมีกองทุนอะไร ที่สนับสนุนเขาด้วย

ช่วยเหลือว่าถ้าเผื่อชาวบ้านเขาใช้เงินสหกรณ์ของชุมชนมาลงทุนในอุตสาหกรรม สมมุติว่า ลงทุน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็สามารถที่จะเติมให้เขาอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะให้ ชาวบ้านได้มีสิทธิที่จะเข้าไปตรวจสอบ แล้วมีสิทธิเปึนเจ้าของในอุตสาหกรรมตรงนั้นด้วย ถ้าเผื่อเกิดได้อย่างนี้ก็เปึนสิ่งที่ดีนะครับ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ขออนุญาตเสนอในช่วงนี้ครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่ง ชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง 🔗

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง หมายเลข ๒๑๒ โดยรวมจริง ๆ ดิฉันก็สนับสนุน คณะกรรมาธิการนะคะ แต่ว่ามีประเด็นที่จะขออนุญาตเพิ่มเติมอยู่ ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ดิฉันสนับสนุนที่หลายท่านได้พูดไปแล้วเรื่องกองทุนรอบโรงไฟฟัา ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนภารกิจ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน แล้วก็ควรจะร่วมมือกับคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็จัดการเรื่องนี้อย่างเปึ นระบบ โดยที่ดิฉันคิดว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เปึนเพราะเราขาดการมีส่วนร่วมของคณะกรรมาธิการอย่างเดียว แต่ดิฉันคิดว่าวัตถุประสงค์ของกองทุนเองก็มีข้อจํากัด อย่างเช่นเราทําให้สามารถสนับสนุน เรียกว่าทําหลักกิโลเมตรใหญ่ที่สุดในโลกหรืออะไรประมาณนี้โดยที่ก็ไม่ได้สอดค ล้องกับ วัตถุประสงค์ หรือว่าการที่เราจํากัดการเยียวยาอยู่ที่ ๕ กิโลเมตร แต่จริง ๆ แล้วผลกระทบ ที่เกิดขึ้นกับชุมชนไปมากกว่า ๕ กิโลเมตร อย่างเช่นถึง ๑๘ กิโลเมตรกรณีแม่เมาะ ที่จังหวัดลําปาง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าหลักการหรือวัตถุประสงค์ของกองทุนที่จํากัดอยู่ ๓ วัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องส่งเสริมอาชีพ เรื่องคุณภาพชีวิต ซึ่งอาจจะกว้างขวาง แต่ว่าขณะเดียวกันการใช้งบประมาณเหล่านี้ อย่างเช่นถ้าเราสนับสนุน ให้เกิดการย้ายชุมชนก็สามารถที่จะทําได้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าภาพของการจัดการ เรื่องกองทุนรอบโรงไฟฟัาควรจะเปึนความร่วมมือระหว่าง ๒ กรรมาธิการ แล้วก็ทําให้ สมบูรณ์อย่างเปึนระบบ เปึนประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ดิฉันเองก็เห็นว่าการจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับมัธยมศึกษาเปึนเรื่องที่สําคัญ แต่ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ กรรมาธิการเสนอเปึนเพียงการจัดการแบบเดิมแล้วก็จํากัดอยู่เฉพาะในโรงเรียน แต่ขณะที่ เรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่ใช่เรื่องในโรงเรียนแต่เปึนเรื่องรอบโรงเรียน ไม่ว่าจะเปึนโรงงาน

รอบโรงเรียน เสาส่งสัญญาณรอบโรงเรียนที่ห่างจากโรงเรียนไปแค่ ๕ เมตร ดิฉันขอเน้น ประเด็นนี้ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องสิ่งแวดล้อมในเชิงทัศนอุจาดต่อชุมชน แล้วก็ผลกระทบต่อ สุขภาพของเด็กในโรงเรียนนะคะ เมื่อเดือนพฤษภาคมมีนักวิทยาศาสตร์ประมาณสัก ๒๐๐ คนลงชื่อเรียกร้องให้สหประชาชาติกําหนดแนวทางเพื่อปัองกันอันตรายจาก คลื่นแม่เหล็กไฟฟัา โดยคนที่สําคัญชื่อนา ยมาร์ติน แบลงค์ ได้ทําการศึกษาชัดเจนว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟัาทําให้ความเสี่ยงที่จะเปึนมะเร็งสูงขึ้น และส่งผลต่อโรคอ้วนและออทิสติก (Autistic) ของเด็ก เมืองไทยดิฉันก็เห็นว่ามีดอกเตอร์สุเมธ วงศ์พานิชเลิศ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิศวกรรมไฟฟัาโทรคมนาคมพูดเรื่องนี้ชัดเจน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่เรากําลังเสนอ จํากัดอยู่เฉพาะในโรงเรียนซึ่งเปึนการจัดการขยะของเด็ก แล้วก็เจออย่างที่เพื่อนได้เสนอนะคะว่า เด็กแยกขยะเสร็จแล้วออกไปเอาขยะไปปนต่อ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเราควรจะมอง สิ่งแวดล้อมที่กว้างขวาง มองสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา ที่รอบด้าน ไม่ใช่มองเฉพาะในโรงเรียนแต่รอบโรงเรียน ชุมชนต่าง ๆ ก็ควรจะเข้าไป มีส่วนช่วยด้วย ซึ่งเสาโทรคมนาคมมีประเด็นที่สําคัญ หลายคนก็บอกว่าองค์การอนามัยโลก ได้ประกาศว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟัาเปึนมะเร็งกลุ่ม ๒ บี (2B) นะคะ แต่หลายคนก็บอกว่า มันก็เหมือนกับผักดองที่เปึนมะเร็ง ๒ บี แต่ดิฉันคิดว่าผักดองเราต้องบริโภค เราต้องรับประทานเราถึงจะได้รับมะเร็ง แต่ขณะที่เสาแม่เหล็กไฟฟัาหรือเสาส่งสัญญาณ โทรคมนาคม

เราไม่มีสิทธิเลือกเลย ถ้าโรงเรียนเราอยู่ใกล้เสานี่เราทําอะไรไม่ได้เลยนะคะเราได้รับคลื่น ตลอดเวลา แล้วอันนี้ก็เปึนส่วนที่ทําให้เกิดเรียกว่ามะเร็งที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาระดับต่ํากว่าอุดมศึกษานี่ต้องมองถึง สิ่งแวดล้อมรอบโรงเรียนให้รอบด้านด้วย เพราะถือว่าพื้นที่เหล่านี้ก็เปึนพื้นที่อ่อนไหว ที่ควรจะต้องจัดการ ประเด็นที่ ๓ ก็เปึนเรื่อง จริง ๆ ดิฉันสนับสนุนที่จะให้โรงงานต่าง ๆ รายงานเรียกว่ามลภาวะของโรงงาน แต่ดิฉันก็กังวลว่าเราจะจัดการให้รายงานได้จริงอย่างไร สิ่งที่จะเปึนเงื่อนไขที่จะให้เกิดการรายงานจะอยู่ในส่วนไหน คือคงไม่ใช่เราสนับสนุน ให้มีเครื่องมือแล้วจะเกิดการรายงาน ดิฉันคิดว่ามันไม่ได้ง่ายแบบนั้นนะคะ เพราะว่า โรงงานเหล่านี้จริง ๆ ก็ต้องรายงานต่อหน่วยงานรัฐ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้รายงาน และเราก็ บังคับอะไรไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเปึนเรื่องของการบังคับโดยตรง หรือการบังคับให้กฎหมายเปึนกฎหมาย หรือการที่จะทําให้ชุมชนเข้าไป และนอกเหนือจากว่า การที่จะให้รายงาน สิ่งที่เขารายงานนี่จะเปึนข้อเท็จจริงแค่ไหนดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ เปึนประเด็นที่กรรมการไม่ได้ถูกพูดถึงหรือไม่ได้ถูกทําให้เกิดขึ้นจริง ดิฉันก็มี ๓ ประเด็น ที่อยากให้กรรมาธิการได้ปรับปรุง ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ค่ะ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ก็ขออนุญาตที่จะมีความเห็นร่วมกับวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่อง การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่ผมคิดว่ามีความสําคัญ เปึนอย่างมากที่ว่าเราได้เน้นให้เยาวชนซึ่งอยู่ในสถานศึกษาซึ่งจะเปึนคนรุ่นปัจจุบัน และคนรุ่นอนาคตด้วย คนรุ่นเรา คนรุ่นที่อยู่ในวัย ๔๐ ป้ถึง ๕๐ กว่าป้ตอนนี้การที่จะ มาปรับแก้นิสัยหรือการที่จะสร้างนิสัยที่ดีในเรื่องที่จะทําให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ดีคงเปึน เรื่องยาก ผมมาจากต่างจังหวัดนะครับ ในต่างจังหวัดนั้นโรงเรียนถือว่าเปึนส่วนสําคัญ ของชุมชน สถานศึกษาที่กระจายตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในชนบทจะเปึนสถานที่ ที่มีความหมายและมีความสําคัญเปึนอย่างมาก อันดับแรกก็คือเยาวชนไปอยู่ที่นั่น อันดับที่ ๒ ก็คือเปึนสถานที่ทางราชการ อันดับที่ ๓ จะเห็นว่ามีหลาย ๆ แห่งได้จัดสถานศึกษา

ให้เปึนตัวอย่างได้ แต่อีกจํานวนมากสถานศึกษาเองก็ไม่ไ ด้อยู่ในวิสัยที่จะเปึนตัวอย่างที่ดี ทางด้านสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งส่วนที่ดีแล้วและทั้งส่วนที่ควรจะได้มีการปรับปรุง ผมคิดว่า เปึนเงื่อนไขที่สําคัญที่ควรจะทําให้เกิดขึ้น แล้วก็สถานศึกษานั้นน่าจะเปึนศูนย์กลาง ของกระบวนการการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีของชุมชน ข้อเสนอของกรรมาธิการในวันนี้ เรื่องนี้ผมเลยขออนุญาตที่จะชื่นชมเปึนอย่างยิ่ง แต่ว่าการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ถ้าเฉพาะอยู่ในโรงเรียนเพียงอย่างเดียวมันก็คงไม่ได้ แต่ว่าการสร้างนิสัยให้นักเรียน เกิดการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงเรียนก็จะกลับไปสู่การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ในชุมชน และในบ้านของตัวเองด้วย และทําอย่างไรให้เยาวชนเหล่านี้เปึนตัวจักรสําคัญในการที่จะ เปึนตัวขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในอนาคตในต่างจังหวัด ในชนบทในการดูแล ของจังหวัดต่าง ๆ นั้นมีทัศนอุจาดมากมายเลยที่เปึนอยู่ในชุมชนและในสังคม ท่านไม่ต้องดู อื่นไกลหรอกครับ ท่านนั่งรถไปต่างจังหวัดนี่ท่านจะเห็นปัายโฆษณาทั้งหลายริมถนนหนทาง เต็มไปหมด ซึ่งจริง ๆ พื้นที่เหล่านี้ผมเคยสอบถามเขาก็บอกปัดกันไปปัดกันมา ทางจังหวัด ก็บอกว่าเปึนความรับผิดชอบของทางหลวง เส้นทางตรงนั้นเปึนของทางหลวงแผ่นดิน เส้นทางในชนบทซึ่งรับผิดชอบโดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดก็โยนไปบอกว่า เปึนเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็โยนไปว่ามันมีกฎหมา ยที่จังหวัดดูแลอยู่อะไรอยู่ โยนกันไป โยนกันมาทัศนอุจาดเลยเต็มไปทั้งหมดเลย เยาวชนที่เติบโตมาเขาเห็นความไม่เปึนระเบียบ ของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงเรียนน่าจะเปึน จุดเริ่มต้นที่สําคัญแล้วควรจะขยายผลออกไปสู่ชุมชน ออกไปสู่ท้องถิ่นในระดับตําบล ระดับอําเภอ และระดับจังหวัดด้วย ทีนี้ทําอย่างไรให้การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน ตามที่ท่านได้เสนอมาเปึนหลาย ๆ ข้อซึ่งเปึนข้อเสนอที่ดีทั้งนั้น อยากจะให้ขยายออกไป ที่มากกว่าอยู่ในโรงเรียนนะครับ ให้ขยายมากออกไปถึงในระดับชุมชนและในระดับพื้ นที่ ที่กว้างขึ้น ให้เยาวชนเปึนตัวจักรสําคัญ และทําอย่างไรให้การมีสิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน ได้กลับไปสู่ที่บ้านของตัวเองด้วย เรื่องที่สําคัญที่เราจะต้องผลักดันและช่วยกันให้มาก ๆ ก็คือ ทั้งโรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระดับอําเภอ ระดับจังหวัดต้องประสานงานกัน และจัดทําเปึนนโยบายที่สําคัญให้เกิดขึ้น แล้วให้ส่วนต่าง ๆ ที่มีความไม่เรียบร้อย ไม่ลงตัว ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยใช้พื้นฐานจากเยาวชนที่อยู่ในโรงเรียนเปึนตัวขับเคลื่อน และผลักดัน เชื่อว่าในวันนี้เราอาจจะยังไม่ได้ผลมากมายนักในรุ่นปัจจุบัน แต่รุ่นอนาคต ถ้าเด็กเหล่านี้ เยาวชนเหล่านี้เติบโตขึ้นมาและเปึนตัวจักรสําคัญในการขับเคลื่อน แล้วทําให้ โรงเรียน ชุมชน สังคมที่กว้างขึ้นในระดับอําเภอ ระดับจังหวัด เชื่อมั่นว่าจะทําให้ สภาพแวดล้อมมีโอกาสที่ดีขึ้นมากมาย และเปึนไปได้ไหมในระดับโรงเรียนนี่ให้เงื่อนไข ของเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมเปึนแรงจูงใจให้ผู้บริหารโรงเรียนที่จัดการสิ่งแวดล้อม ในโรงเรียนดี ตามที่ท่านได้มีข้อเสนอมาอะไรมานี่ให้เปึนแรงจูงใจในการพิจารณา ความดีความชอบด้วย ไม่ใช่โรงเรียนไหนครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อํานวยการอยากจะทําก็ทํา แต่ความสนใจจากในระดับบนและระดับสูงนี่ ไม่ได้ให้ความสนใจลงไป ให้เปึนนโยบาย ของกระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา จะเปึน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ดูแลรับผิดชอบ เรื่องโรงเรียนไม่ถึงกับกําหนดเปึนเคพีไอ (KPI) ซึ่งเคพีไอบางครั้งมันทําด้วยสภาพบังคับ แต่ให้เปึนแรงจูงใจสําหรับผู้บริหารของโรงเรียนที่จะประสานกับระดับต่าง ๆ ในการจัดการ สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนตามข้อเสนอของท่าน ให้เปึนแรงจูงใจในการพิจารณา ความดีความชอบด้วยครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ครับ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานและคณะกรรมาธิการ รวมทั้งท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ จริง ๆ ผมมีหลายเรื่อง แต่ก็จะพยายามพูดให้ กระชับในแต่ละเรื่องนะครับ เรื่องแรกก็คือเรื่องของเมืองนิเวศ ซึ่งจริง ๆ ผมก็เห็นด้วย แล้วก็ คิดว่าเรื่องของกรอบเมืองนิเวศไม่ควรจะเปึนเฉพาะในเรื่องของอุตสาหกรรมอย่างเดียว ด้วยซ้ํา เพราะว่าจริง ๆ แล้วมีหลายเมืองของเราที่มีปัญหาโดยที่ไม่มีอุตสาหกรรมเข้าไป เกี่ยวข้องมากมายนัก ยกตัวอย่างเช่น อย่างจังหวัดภูเก็ตหรือตามเกาะต่าง ๆ ที่เรามีปัญหา นั่นก็คือพอยต์ (Point) ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าคณะกรรมาธิการเสนอให้ทําองค์กรขึ้นมา แล้วก็ให้มีคณะกรรมกำรเมืองนิเวศแห่งชาติ คือจริง ๆ แล้วตรงนี้ผมมีข้อสงสัยนิดหนึ่งนะครับ ก็คือจริง ๆ ประเทศไทยของเราเรามีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กพย. นะครับ ซึ่งก็ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๖ ซึ่ง กพย. เองก็เปึนแห่งชาติอยู่แล้ว เพราะมีทั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีปลัดกระทรวงทุกกระทรวงเลยเท่าที่ผมเห็น แล้วก็มี คณะผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ หลายท่านเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ที่อาจจะขาดก็คือเรื่องของชุมชน ในบางพื้นที่ เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ข้อเสนอของผมก็คือว่าถ้าเปึนไปได้นี่ลองดู กพย. เพราะเขามีอยู่แล้ว นั่นคือข้อแรก คือจะตั้งแห่งชาติขึ้นมาอีกอันหนึ่งนี่มันลําบากนิดหนึ่ง เพราะแห่งชาติมันมีเยอะเหลือเกิน แล้วตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ค่อยจะมีเวลา อันที่ ๒ ถ้าเกิดเราดูจาก กพย. แล้วไปตั้งกึ่งหนึ่งเข้าไปอยู่ใต้ กพย. แล้วก็พยายามหาทางทําให้ กพย. เวิร์ก (Work) อย่างเต็มที่ เพราะ กพย. จริง ๆ ก็คลุมในเรื่องของทุกอย่างไว้แล้ว เปึนไตรภาคี มีเอกชน มีรัฐ ไปอยู่ใต้ กพย. แล้วก็ให้ กพย. เปึนตัวร่มซึ่งมันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ต้องพยายามหาทางว่าให้ กพย. มีแอคชัน (Action) มากกว่าเดิม

ซึ่งจริง ๆ มันก็กลับมาถ้าเกิดท่านตั้งคณะกรรมการเมืองนิเวศแห่งชาติขึ้นมา ท่านก็ต้อง พยายามทําให้มันแอคทีฟ (Active) ประชุมทุก ๓ เดือน ๖ เดือน ไม่ใช่ประชุม ๓ ป้ครั้ง เพราะฉะนั้นตรงนั้นมันก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่าท่านก็ไม่ต้องไปตั้งแห่งชาติขึ้นมาอีกอันหนึ่ง ซึ่งผมเปึนห่วงว่าพอตั้งแห่งชาติขึ้นมาอีกอันหนึ่งเดี๋ยวพอเขารับไปเจอแห่งชาติขึ้นมาอีก เขาก็บอกมันแห่งชาติอย่างเดียวเต็มไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเกิดไปใต้ กพย. ซึ่งมีอยู่แล้ว แต่ก็เปึนเรื่องของสัดส่วนของเมืองนิเวศเลย จะเปึนฟ่วเจ อร์ ทาวน์ (Future town) เมืองนิเวศ แอดออน (Add-on) เรื่องของพลังงานทดแทนหรืออะไรต่าง ๆ แต่ก็ไปอยู่ใต้ร่ม กพย. แล้วก็พยายามปรับในส่วนของ กพย. ให้มันสอดคล้อง แล้วก็ให้แอคชันมันมากขึ้น ตรงนี้ผมคิดว่ามันจะง่ายกว่า ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย เพียงแต่ว่ากําลังเสนอแนวทางที่น่าจะง่ายขึ้น ในการทํางาน แล้วก็จะได้มีเส้นทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือไปอยู่กับคณะกรรมการเพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน กพย. ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๕๖ ตั้งเรียบร้อยแล้ว แล้วก็อาจจะเพิ่ม สัดส่วนในเรื่องของ กพย. นิด ๆ หน่อย ๆ แล้วก็ไปตั้งระบุให้ชัดเจนว่ามีเมื องนี้อยู่ใต้ กพย. อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของการจัด การคุณภาพสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม ซึ่งผมเองก็เห็นด้วย ทุกประการ เพียงแต่ว่าจริง ๆ เท่าที่ผ่านมาผมไปดูหลายที่ ผมพบว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของ คุณภาพน้ําเสีย คุณภาพสิ่งแวดล้อมมันไม่จําเปึนต้องเกิดจากอุตสาหกรรมอย่างเดียว ยกตัวอย่างเกาะภูเก็ตผมเดินไปดูมา ๒๒ จุดที่น้ําไหลออกทะเลดําทุกที่ ทั้งที่เกาะภูเก็ต จริง ๆ พูดกันตามตรงก็ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรมเปึนเมืองท่องเที่ยว ประเด็นต่าง ๆ ที่อ่าวนาง ที่เปึนประเด็นต่อสังคมก็เปึนของทางการท่องเที่ยว เปึนเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ผมเห็นด้วยกับประเด็นนี้เพียงแต่ว่าผมอยากให้ลองขยายดูสิว่ามันไม่จําเปึนต้องอุตสาหกรรม ที่จะทําให้เกิดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี มันเปึนอย่างอื่นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจากทั้งชุมชน ทั้งเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวซึ่งมีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนนี้ถ้าเกิดเราพยายาม จะให้มันคัฟเวอร์ (Cover) ทั้งอุตสาหกรรม ชุมชน การท่องเที่ยว ท่านจะได้หลายโซน หลายพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน เราก็จัดการให้มันเปึนระบบร่วมกันเข้าไปด้วย เรื่องนี้ ไม่ควรจะไปอยู่แค่กระทรวงอุตสาหกรรมเท่านั้น ควรจะไปอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไปอยู่ที่กรมควบคุมมลพิษ ไปอยู่ที่พื้นที่ แม้กระทั่งเขตพิเศษบางเขต ซึ่งอาจจะตั้งขึ้นมาในผังเมืองการนิคมหรืออื่น ๆ อีกมาก จริง ๆ แล้วน้ําเสียมันมาจาก หลายแห่งเหลือเกิน มันไม่ใช่มาจากอุตสาหกรรมอย่างเดียว อยากให้ขยายตรงนี้ให้คัฟเวอร์

ส่วนต่าง ๆ นะครับ เรื่องต่อไปเรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องของกองทุนไฟฟัา กองทุนไฟฟัา จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่พูดมาก็คือว่ามันต้องเปึนแพกเกจ (Package) ไปก่อน บางส่วนมันต้องมีกรอบให้ชัดเจนเพื่อให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่กองทุนที่ นี่ไปใช้ แบบหนึ่ง กองทุนที่นั่นใช้อีกแบบหนึ่งก็มั่วกันไปหมด อย่างแรกสุดนี่โครงสร้างของสัดส่วน การใช้ต่าง ๆ มันต้องเปึนแพกเกจที่ชัดเจน แพกแกจพวกนี้ก็ต้องไปคุยกันด้วย ๕ กิโลเมตรนี่ ผมบอกได้เลยว่าตอนนี้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเขาก็เลิกคําว่า ๕ กิโลเมตรไปแล้ว อีไอเอ (EIA) ๕ กิโลเมตรหมดไปแล้ว เพราะว่าผลกระทบอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ มันไปถึงที่ไหน ๑๘ กิโลเมตรอย่างท่านสารีว่าก็ว่าไป ในทะเลไปไกลกว่านั้นอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้ ดูสัดส่วนให้มันชัดเจน แล้วพยายามกําหนดกรอบยุทธศาสตร์ให้มันเปึนมาตรฐานเดียวกัน ทุกกองทุนทั่ วประเทศ แต่มันมีส่วนที่ทางกรรมการกองทุนแต่ละจุดสามารถที่จะ มาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ แต่มาตรฐานมันต้องเท่าเทียมกันทั้งประเทศ เกินเวลาแล้วก็ขออนุญาตนะครับ แล้วก็ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ อีก ๕ ท่าน คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ คุณเขมทัต สุคนธสิงห์ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ คุณชาลี เจริญสุข แล้วก็คุณอุบล หลิมสกุล เชิญคุณหาญณรงค์ครับ

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม หาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๒๒๘ เนื่องจากเวลา ๕ นาทีกับ ๕ เรื่อง ไม่ขอพูดครบทุกเรื่อง แต่ขอพูด ๒ เรื่องที่สําคัญเพื่อที่จะให้คณะอนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการได้ไปปรับแก้ เพราะผมคิดว่าถ้าไม่คอมเมนต์ (Comment) ไว้ในรายงาน ก็ไม่รู้จะปรับแก้อะไร ฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องแรกเรื่องการ อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของ นิคมอุตสาหกรรมกับชุมชน ที่จริงถ้าดูโดยภาพรวมชุมชนเขาอยู่ของเขาอยู่แล้วแต่เราไป ประกาศนิคมอุตสาหกรรมตอนหลัง ที่ชัดที่สุดผมคิดว่ากรณีของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่มีการประกาศ ที่จริงเขามีกรรมการระดับชาติตั้งแต่ตอนแรก แต่พอตอนหลังเราขยายพื้นที่สีเขียว ให้มีนิคมอุตสาหกรรม ปรากฏว่ากรณีผังเมืองพื้นที่สีเขียวเปึนพื้นที่ที่อยู่อาศัยเปึนพื้นที่สีเหลือง แต่พื้นที่อุตสาหกรรมเปึนพื้นที่สีม่วง

ปรากฏว่ากรณีมาบตาพุดเราไปอ้างว่าไม่ใช่เปึนไปตามผังเมือง ปรากฏว่าเราขยายพื้นที่สีม่วง ไปทับพื้นที่สีเหลืองซึ่งเปึนพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นด้วยซ้ําไป ฉะนั้นในรายงานจากรายงานหลัก รายงานที่เปึนบทสรุปหน้า ๓ หัวข้อที่ ๖ ที่เขียนว่า ๖.๒ ทําให้เมืองเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่จริงมันคืออุตสาหกรรมที่เข้ามาใหม่ต้องเปึนมิตรกับชุมชน แล้วก็เมืองที่เขาอยู่ก่อน แต่ตอนนี้ท่านเขียนว่า ๖.๒ ทําให้เมืองเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลักการมันคือ หลักของอีโคอินดัสเตรียล ทาวน์ เปึนหลัก ที่เขาอยู่ในประเทศอื่น ๆ เขาก็ทํา ในประเทศญี่ปุ์น เขาก็ทําเพราะว่า ๑. อุตสาหกรรมมาทีหลัง เมืองเขาอยู่ก่อน ไม่ใช่เมืองไปอยู่ในอุตสาหกรรม ฉะนั้นผมว่าอยากเสนอให้อนุกรรมาธิการไปปรับแก้ ในส่วนที่ผมคิดว่าถ้าท่านเห็นว่าบกพร่อง ตามที่ผมกล่าวก็อยากให้ท่านปรับแก้ ๖.๓ ทําให้ได้กฎหมายและแนวทางปฏิบั ติอันนี้ ผมว่าโอเค (OK) ทีนี้ ๖.๒ แนวทางหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ําทางสังคม อันนี้ตีความ ผมคิดว่ามันพูดแบบไม่เห็นเนื้อหา เปึนแนวทางในการแก้ไขการเกิดผลกระทบระหว่าง อุตสาหกรรมกับชุมชน มันน่าจะเข้าใจกว่าที่จะไปใช้คําว่าลดความเหลื่อมล้ํา ดังนั้นผมคิดว่า ในข้อเสนอนี่ท่านเสนอให้มีคณะกรรมการระดับชาติในแต่ละพื้นที่โดยมีนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน ผมไม่แน่ใจว่าท่านไปเสนอกรรมการระดับชาติที่มีชุดหนึ่งแล้วนิคมอุตสาหกรรม หรือ กนอ. ที่กําลังจะประกาศใหม่ เศรษฐกิจพิเศษประกาศใหม่ ก็น่าจะใช้หลักการนี้ไปใช้กับ ชุมชนหรือใช้กับอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตเมือง ผมว่าอันนั้นน่าจะถูกต้องกว่านะครับ อันที่ ๒ ผมคิดว่าเหลือเวลาที่ไม่มากนักเปึนเรื่องหนึ่งที่หลายท่านให้ความเห็นไปแล้วคือเรื่องของ กองทุน พัฒนาชุมชนรอบ โรงไฟฟัา ที่จริงในคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ในคณะอนุกรรมาธิการ ปฏิรูป กิจการไฟฟัาได้เสนอไป ล้ว แต่ถ้ามาดูของท่าน ในคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการไฟฟัาเสนอเพียงหลักการใหญ่ ๆ คือ ๑. ระเบียบ ที่มันไม่สอดคล้อง แล้วหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วนี่น่าจะไปปรับหลักระเบียบให้สอดคล้อง มากยิ่งขึ้น ๒. กองทุนที่ใช้ที่ผ่านมาเจตนาดีแต่ตอนหลังในแต่ละจังหวัดมีเงินกองทุน พัฒนา ชุมชนรอบโรงไฟฟัาจํานวนมหาศาล ผมยกตัวอย่างเช่นแม่เมาะป้หนึ่งประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท แต่เงินกองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑. เรื่องสิ่งแวดล้อม ๒. เรื่องสุขภาพ ๓. เพื่อส่งเสริมกองทุนเลี้ยงชีพ ปรากฏว่าปัญหาของแม่เมาะคือปัญหาเรื่องคนที่อยู่แล้วเปึน เขาเรียกว่าอะไร ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา ชุมชน ๓ ชุมชน บ้านหัวเปึดซึ่งเขาขอย้าย มาตั้งนานแล้วสร้างโรงไฟฟัามาเกือบ ๒๐ ป้แล้วใช้เงินกองทุนนี้ย้ายไม่ได้เพราะวัตถุประสงค์

ไม่ตรง ฉะนั้นวัตถุประสงค์ ต้องไปปรับแก้ใหม่เพราะว่าถ้าเอาเงินกองทุนมำย้ายชุมชน ที่อยู่ใกล้ ๆ กับโรงไฟฟัาแล้วเขารู้สึกว่าสุขภาพไม่ดีเขาย้ายไม่ได้เพราะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ อันที่ ๓ ผมคิดว่าเงินกองทุนที่ใช้ที่ผ่านมาไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่ต้น แบบที่เมื่อกี้ หลายท่านอธิบาย เช่น ๑. เงินกองทุนให้ใช้ในรัศมีตามรายงานที่ระบุหน้ำ ๗ เปึนรายงาน สรุปในหัวข้อที่ ๖ เรื่องประเด็นการศึกษาเรื่องกองทุน รัศมีที่อยู่ ๕ กิโลเมตร ๓ กิโลเมตร ประเภท ข ๑ กิโลเมตร ประเภท ค อันนี้ไม่สามารถที่จะไปตอบโจทย์เหล่านั้นได้ แต่ถามว่า พอเสนอกฎระเบียบนี้แล้วปรากฏว่าแก้ไขยากลําบากมาก แต่ข้อเสนอของอนุกรรมาธิการ ไม่เปึนไปตามที่อยากให้เปึน ก็คือว่าท่านไม่ได้เสนอแก้ไขข้อนี้เลย ฉะนั้นกรณีของแม่เมาะ จะปรับแก้ไม่ได้เลย แล้วกรณีของอื่น ๆ ผมคิดว่าสาระสําคัญของการปรับแก้ในการปรับปรุง ร่างนี้ก็คือนอกจากคณะกรรมการที่ท่านเสนอว่าอาจจะมีกรรมการอื่นเข้ามามากกว่าเดิม คือต้องปรับ แก้เรื่องวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากขึ้น กับให้สอดคล้องกับผลกระทบที่มันเกิดขึ้นจริงมากขึ้น อันนี้จะได้ตรงตามความเห็น ของท่านที่เสนอขึ้นมา ฉะนั้นก็อยากที่ จะมีข้อเสนอตามเวลาที่จํากัดเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณเขมทัต สุคนธสิงห์ ครับ

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ผม เขมทัต สุคนธสิงห์ หมายเลข ๐๒๕ นะครับ ขออนุญาต ประทานโทษ ท่านกรรมาธิการและคณะทํางานที่จะต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้วก็ให้ความเห็นในฐานะที่ผม เคยเปึนกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แล้วก็เปึนประธานคณะกรรมการ จัดทําบันทึกข้อตกลงการประเมินผลของการนิคม อุตสาหกรรม เรื่องของการอยู่ร่วมกัน อย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยแนวคิดเชิงนิเวศนั้น

เมื่อประมาณ ๖ ป้ที่แล้วคณะกรรมการจัดทําบันทึกข้อตกลงได้ออกข้อกําหนดตาม ข้อกําหนดเชิงนโยบายที่เรียกว่าสเตทเมนต์ ออฟ ไดเรกชัน (Statement of Direction) นี่นะครับ ขอให้การนิคมอุตสาหกรรมนั้นดําเนินการทําข้อกําหนดคุณลักษณะเกณฑ์ตัวชี้วัด เปึนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ท่า นศึกษาอยู่ในตาราง ๓.๑ นะครับ และจริง ๆ แล้ว เราให้ทําต่อด้วยคือไม่ใช่ทําข้อกําหนดอย่างเดียวให้ดําเนินการต่อเลย เพราะฉะนั้น ไม่จําเปึนต้องตั้งองค์กรใหม่ครับ งานตรงนี้การนิคมอุตสาหกรรมอยู่ในพันธกิจและภารกิจ ที่จะต้องทําอยู่แล้วนะครับ ถึงแม้จะเปึนนิคมอุตสาหกรรมที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของ การนิคมอุตสาหกรรมก็สามารถจะทําได้ ทั้งที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปถึงเรื่องการตั้ง องค์กรผมเรียนยืนยันว่าไม่ต้องตั้งครับ ใช้ตรงนี้ทําต่อไปได้เลยนะครับ ส่วนต่อไปก็คือ เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรใน ๒ รายงานนี่นะครับ ปกติแล้วนิคมอุตสาหกรรม หรือโรงงานอุตสาหกรรมควรจะต้องใช้บุคลากรหรือประชากรที่อยู่รอบนิคมอุตสาหกรรม มาทํางานก่อนนะครับ แต่ที่เรำทําผิดมาตลอดก็คือย้ายคนจากถิ่นอื่นเข้าไปทํางาน ในนิคมอุตสาหกรรม แล้วก็ไปทําให้เกิดความเสียหายกับทรัพยากรแล้วก็สิ่งแวดล้อม รอบนิคมอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นก็ไม่มีใครช่วยกันรักษา ก็เลยกลายเปึนข้อขัดแย้ง ระหว่างชุมชนที่อยู่รอบนิคมอุตสาหกรรมหรือรอบโรงงานอุตสาหกรรมกับในโรงงานอุตสาหกรรม หรือนิคมอุตสาหกรรมซึ่งพยายามจะมองเห็นประโยชน์โดยการที่ใช้เทคโนโลยีเกินขอบเขต อันนี้เปึนปัญหา เพราะฉะนั้นในรายงานของท่าน ๒ เรื่องนั้นถ้าเผื่อพูดให้ชัดเจนว่า ถ้าเราไม่ต้องให้คนย้ายถิ่น โรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปอยู่ตรงไหนขอให้ไปช่วยกันพัฒนา บุคลากรรอบโรงงานอุตสาหกรรมให้เขาเข้ามาทํางานให้เปึน คนก็จะไม่ต้องย้ายถิ่นมา ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะเปึนข้อเสนอที่มีความจําเปึนมากกว่าแล้วจะทําให้การอยู่ร่วมกัน จะอยู่แบบยั่งยืนอย่างแท้จริง ในต่างประเทศทําแบบนี้หมดนะครับ เมืองอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ประชากร ๘๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับทํางานในโรงงานในรูปแบบต่าง ๆ มีการอยู่ร่วมกัน นิคมอุตสาหกรรมตั้งโรงเรียนให้ประชาชนทําเปึนเชิงนิเวศอย่างแท้จริง ลองนึกเปึนตัวอย่าง เรื่องที่ ๓ ในเรื่องของการติดตั้งระบบรายงานผลคุณภาพน้ําและอากาศ ต้องกราบเรียนว่า การให้ติดตั้งนั้นติดตั้งแล้วจะรายงานจริ งหรือเปล่า ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านคงจําได้ว่าเราเคยมีปัญหาเรื่องนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดบอกว่ารายงานแล้วเสร็จแล้ว อยู่ ๆ ก็มีปัญหาว่าออกมาเกิน กรมควบคุมมลพิษยืนยันว่ามีรายงานตลอด เราก็บอกว่า

รายงานนั้นมันเปึนแค่ตัวกระดาษออกมา อันนั้นเปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ต้องมีมาตรการว่าการรายงานนั้นเปึนจริง แล้วระบบท่านพูดถึง กรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่คนที่ดูเรื่องน้ําเสีย อากาศเสียยังมีกรมควบคุ มมลพิษ เรื่องน้ําเสียยังมีกรมเจ้าท่า เพราะฉะนั้นระบบต้องเปึนเอกภาพและต้องมีแนวทางการควบคุม ที่ชัดเจน ไม่ใช่ ๓ กฎหมายมาทํากันคนละระบบเสร็จแล้วเอกชนไม่ทราบจะทําอันไหนแน่ ที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของการสอบเทียบค่าที่วัดได้ เราละเลยเรื่องมาตรวิทยา เรื่องการสอบเทียบนะครับ ต่อให้มีระบบอย่างไรก็ตามถ้าไม่ได้สอบเทียบก็ทะเลาะกันไม่หยุด หรอกครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้เปึนเรื่องที่ผมขออนุญาตเรียนท่านกรรมาธิการ ท่านอนุกรรมาธิการนะครับช่วยกรุณาลองดู หลายเรื่องทําอยู่แล้วเพียงแต่เปึนเรื่องของ การบังคับใช้กฎหมายหรือทําให้เกิด ความมีเอกภาพแล้วก็ทําให้เกิดจริง ที่ท่านรายงานมานี่ ผมไม่แตะเรื่องสุดท้ายเรื่องกองทุนนะครับ ผมคิดว่า ๔ เรื่องแรกทําได้หมดโดยที่ไม่ต้องตั้ง องค์กรใหม่ เพียงแต่มีการบังคับใช้กฎหมายสร้างความเปึนเอกภาพ แล้วก็ใช้เทคโนโลยี ในทางที่เหมาะสมที่ถูกต้องนี่มาบังคับใช้ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณนะครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ผมมี ๓ ประเด็น คงไปทั้ง ๕ ประเด็นไม่ได้นะครับเวลาไม่พอ ในเรื่องที่ ๑ ก็คงเห็นด้วยกับ สมาชิกหลายท่านที่อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการตั้งองค์กรใหม่คือองค์กรเมืองอุตสาหกรรม เชิงนิเวศ ประเทศเรากําลังพัฒนาไปข้างหน้า ผมคิดว่าหน่วยงานที่มีอยู่แล้วพอเพียง ล้ว ในการที่เราจะเดินไปทีละขั้นทีละตอนนะครับ เพียงแต่ว่าทุกวันนี้ปัญหาของประเทศไทยคือ ลอว์ เอนฟอร์ซเมนต์ (Law enforcement) คือการบังคับใช้กฎหมายไม่ได้เรื่องครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ดี ๆ เรามีเยอะแยะมาก องค์กรต่าง ๆ เราก็มีค่อนข้างมาก

แต่เวลาเราไปบังคับใช้มันบังคับไม่ค่อยเปึนไปตามที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นแทนที่ องค์กรใหม่จะขึ้นมาดูแลในส่วนต่าง ๆ กลายเปึนว่าเปึนผู้ที่จะมาเรียกหัวคิวใหม่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นในฐานะที่อยู่ภาคเรียล เซกเตอร์ (Real sector) ค่อนข้างเปึนห่วงว่า ถ้าที่ทํามาแล้วไม่ได้ผลก็จะตั้งองค์กรใหม่ เหมือนกับที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปราย มันตอบโจทย์หรือเปล่า แล้วมันอยู่ในสถานการณ์ที่เราควรจะมีองค์กรใหม่ไหม เพราะฉะนั้น ก็ฝากไว้ว่าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของนิเวศเราควรจะสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าไหม สร้างแรงจูงใจดีกว่าไหม ภาคธุรกิจเองก็มีเรื่องซีเอสอาร์ (CSR) มีในเรื่องของ การที่ต้องคํานึงถึงผู้บริโภค คํานึงถึงลูกค้าค่อนข้างมากอยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้ธุรกิจอยู่ได้ เพราะว่าลูกค้าต้องการให้อยู่ ถ้าวันไหนก็ตามลูกค้าเห็นว่าบริษัทของเราไม่ได้เรื่อง ไม่เคารพ ในเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วไม่ซื้อสินค้าเราวันนั้นจะผลิตอย่างไรมาก็ขายไม่ออกครับ มันอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าในเรื่องของแรงจูงใจ เรื่องของภาษี เรื่องของสิ่งที่คุณทําถูกต้อง ตามกฎหมาย รัฐบาลให้น้ําหนักกับตรงนี้มากกว่าการที่ไปออกกฎหมา ยใหม่ ๆ เรื่อย ๆ จะดีกว่าไหม ในเรื่องที่ ๑ เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ ๒ การที่จะให้คนมีจิตสํานึกในเรื่องของ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา เห็นด้วยทุกประการ เพียงแต่ว่าแนวทางการจัดในเรื่องของการศึกษาตรงนี้ก็มีผู้อภิปรายไปหลายเรื่อง แล้ว ในเรื่องของขยะที่แยกออกมาแล้วก็ทิ้งไปในลักษณะรวม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าแทนที่เรา จะไปจัดห้อง ขณะนี้บางโรงเรียนในตัวเมืองเด็กมากกว่า ๕๐ คนอีกครับ ๕๕ คนก็ยังมี ๕๓ คน ๕๕ คน โรงเรียนดัง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นจะไปจัด ๔๐ คนมันก็ไม่ใช่ง่าย โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ ไกลป๋นเที่ยงนักเรียน ๑๐ คนยังไม่ถึงเลยครับ เพราะฉะนั้น สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ การที่ไปจัดระบบต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในรายงานถ้าทําได้ก็ดี แต่ในระบบปัจจุบันนี้มันทําไม่ค่อยได้ แต่ส่วนที่จะสร้างจิตสํานึกในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เปึนสิ่งที่จําเปึน ไม่ใช่ใส่ไปในหลักสูตรอย่างเดียว ทักษะที่เขาจะทําออกมา การที่เขาแยก ขยะแล้ว การทําลายขยะ ทําลายขยะเบื้องต้น ลดขยะสู่ปริมาณที่คนจะมาจัดเก็บ ตรงนั้น สําคัญกว่าหรือไม่ นอกจากการแยกขยะ หรือขยะที่เปึนสารเคมี หรือไปสอนวิธีปลูกต้นไม้ ให้เขาแต่ยังใช้ปุิยเคมี ยังใช้ยาอยู่ แทนที่จะลดหรือไปใช้ในสิ่งที่มันเปึนประโยชน์ต่อ สิ่งแวดล้อม ท่านทําอย่างนั้นหรือเปล่า เราเริ่มต้นจากตรงนี้ไหมในการที่จะก้าวไปสู่ ในสิ่งที่เปึนสาธารณูปโภคที่มันต้องใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะ ในขณะที่ประเทศไทย

ขณะนี้งบประมาณก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง กระทรวงศึกษาธิการเองก็เปึนอันดับ ๒ ของการที่เขา จะใช้จ่ายในกระบวนการศึกษาของโลกแล้ว แต่ผลที่ออกมามันคนละเรื่องกันเลย เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าตรงนี้ในกรณีสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นในกรณีที่ไปฆ่าแมลงสาบ เราเคยรู้ไหมว่า ซันไลต์ที่ผสมน้ําฉีดไปแล้วมันทําให้แมลงสาบตายได้ เราก็ไม่เคยสอนกันแบบนี้นะครับ เราเพียงแต่ใช้ไบกอนบ้าง ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดไปแล้วเปึนพิษต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็อยู่กัน แค่นี้เอง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนองค์ความรู้ผมคิดว่าเริ่มต้นจากตรงนี้ก่อนไหม แล้วทางกายภาพต่าง ๆ ค่อยตามมาทีหลัง ในประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าในฐานะ ที่อยู่เรียล เซกเตอร์ เจอปัญหาเรื่องจอที่ท่านจะตั้งอีก ราคาเท่าไรก็ไม่รู้ โรงงานอาจจะเปึน โรงงานใหญ่ก็จริง แต่ผมว่าถ้าสร้างแรงจูงใจจากตรงนี้ได้ราคาเท่าไรเราก็สู้ ถ้ามันอยู่ใน ลาเบล (Label) ที่ท่านมีหน่วยงานที่จะออกลาเบลติดกับสินค้าของเราว่าโรงงานนี้เปึนมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมแล้วมันทําให้ยอดขายเราเพิ่มขึ้น แต่จอแอลซีดี (LCD) ที่ท่านแสดงอยู่นั้น อันที่ ๑ เขาถามว่าประชาชนที่บอกว่าจะช่วยเช็ก (Check) ตรงนี้ให้ดูเปึนหรือเปล่า ค่าบีโอดีเท่านี้มันอันตรายไหม หรืออากาศที่มีสิ่งเจือปนเท่านี้พีพีเอ็ม (PPM) เขายังไม่รู้เลย พาร์ต เปอร์ มิเลียน (Parts Per Million) มันคืออะไร เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าจะรีเช็ก (Recheck) กัน ประชาชนเช็กได้ มันเอาไปให้องค์ก รปกครองส่วนท้องถิ่นดีไหม แล้วในร่างรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้บอกว่ารัฐต้องส่งเสริม บํารุง รักษา คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม และควบคุม กําจัดภาวะมลพิษโดยมีมาตรการที่มีประสิทธิผล จัดหาเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนดํารงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย และมีความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม รัฐเปึนคนจัดหาหรือให้โรงงานจัดหา โรงงานจัดหาได้แต่มันแต่งเครื่องมือได้ เพราะฉะนั้น มันจะมีความมั่นใจต่อประชาชนได้อย่างไร แต่ถ้ารัฐจัดหาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล ตรงนี้มันจะดีกว่าหรือไม่ เพราะฉะนั้นโรงงานอย่างที่บอกว่าเครื่องดี ตัวที่มันจะกําจัดฝุ์น ที่จะออกไปเป่ด ๑๕ นาทีก็มี หลังจากนั้นทั้งวันไม่ได้เป่ดเลยฝุ์นเต็มไปหมดในแหล่งท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นเครื่องไม้เครื่องมือในการวัดต่าง ๆ หาหน่วยงานกลางแล้วรัฐเปึนคนจัดหาให้ จะให้เก็บภาษีจากโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้เพราะฉะนั้นหลักการเรื่องพีพีพี (PPP) คือโพลลูเตอร์ เปย์ พรินซิเพิล (Polluters Pay Principle) คือหลักการที่ถูกต้อง จัดเก็บมา

คือหลักการที่ถูกต้อง จัดเก็บมาจะไปสนับสนุนเครื่องมืออะไร หาเครื่องมือเปึนกลางที่เชื่อถือได้ ดีกว่าหรือไม่ การที่ไปให้โรงงานจัดหาเครื่องมือเหล่านี้เขาก็ต้องพยายามหาที่ทาง เท่านั้นเองในการที่จะลดและไม่โ ดนหน่วยราชการมาจับ หรือไม่ก็ต้องจ่ายใต้โต๊ะ เพื่อทุกอย่างมันเรียบร้อยไป เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ผมให้เริ่มต้นจากแรงจูงใจว่าแรงจูงใจ พวกเจ้าของโรงงานอยากจะติดตั้งเครื่องมือพวกนี้ดีกว่าไหมเพื่อสินค้าของเขาจะได้ขายได้ แล้วประชาชนตรวจสอบโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนรีเช็กตรงนี้จะดีหรือไม่ครับ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณครับ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้วาระเรื่องสําคัญ ทั้งนั้นเลยครับ ก็ขอแตะสัก ๓ ประเด็น ประเด็นแรกคือเรื่องขอชื่นชมว่าในการที่จะแสดง จอข้อมูลนี่สําคัญ แต่ทีนี้ว่าผมเองอยากเสนอแนะว่าถ้าเกิดต่างคนต่างบริษัททํามันจะเปึน ต้นทุนที่สูง สูงมาก ๆ ฉะนั้นทําอย่างไรให้เปึนศูนย์รวม ถ้าเปึนของระดับจังหวัดตัวนี้เราจะไป โชว์ที่ไหนใช่ไหม แล้วก็ลิงค์ (Link) อาจจะเปึนลักษณะของการตรวจสอบแล้วก็ลิงค์ไปยัง ศูนย์กลางว่าขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมนี้มีรายงานในเรื่องน้ําเสียเท่าไร แล้วมีการบําบัดเท่าไร ปล่อยก๊าซ ปล่อยมลพิษออกมาเท่าไร เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นมีส่วนร่วม ผมขอเจาะในเรื่องของ ความคุ้มค่านิดหนึ่งครับ ผมมีตัวอย่างครับ ฝากท่านประธานกรรมาธิการว่าน่าจะมีเคส สตัดดี (Case study) ในเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มทุน ผมมีตัวเลขของบ่อบําบัดน้ําเสียที่เจ้าภาพก็คือ เมื่อก่อนนี้กระทรวงมหาดไทยเขาเปึนคนอนุมัติงบที่เทศบาลเมื องฉะเชิงเทรา ป้ ๒๕๓๘ อนุมัติงบมา ๒๔๐ ล้านบาท มาทําบ่อบําบัดน้ําเสีย ป้ ๒๕๔๕ อีก ๘๐๔ ล้านบาท รวม ๑,๐๔๔ ล้านบาท นี่คืออนุมัติงบไปนะครับ ป้ ๒๕๔๕ พอมาถึงป้ ๒๕๕๒ เขาก็มาสรุป แล้วว่าปริมาณที่สร้างบ่อบําบัดน้ําเสียเสร็จแล้วจะบําบัดน้ําเสียได้เท่าไร ปรากฏว่า ๒๔,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แล้วใช้จริงล่ะ ใช้จริง ๑๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ปรากฏว่าในรายงาน ของเทศบาลเอง ผมต้องเรียนว่าอันนี้เปึนข้อมูลจากเว็บไซต์ (Web site) เลยน่าจะสนใจมาก ท่านต้องไปตามแล้วก็เอามาดูสิว่าความคุ้มทุนมันเปึนอย่างไร เขาบอกว่าอันนี้สําคัญมากเลย เงินลงทุนได้เยอะมาก ที่ตั้งโครงการอยู่ที่อําเภอเมือง แหล่งงบประมาณผมเรียนไปแล้ว

สถานภาพปัจจุบันเป่ดดําเนินการระบบบําบัดน้ําเสียชํารุด ไม่มีน้ําเข้าระบบ ๑,๐๔๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ทีนี้มาดูว่า ๑๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เขาบําบัดแล้ว เปึนอย่างไรบ้าง ก็ปรากฏว่ามันก็มีผลการบําบัดออกมาแล้ว ค่าความเปึนกรดเปึนด่าง โอเคผ่าน ค่าซีโอดีผ่าน นี่ป้ ๒๕๕๒ ค่าบีโอดีก็ผ่าน ปริมาณตะกอนหมักไม่ผ่านครับ ๙๑ บําบัดเสร็จเหลือ ๓๔ สารละลายทั้งหมดก่อนบําบัด ๑,๖๔๑ หลังบําบัด ๒,๖๓๓ ไม่ผ่าน ๒ รายการนี้ไม่ผ่านนี่คือผมว่าความคุ้มค่า สุดท้ายครับอันนี้น่าสนใจ อยากจะฝาก ท่านประธานกรรมาธิการว่าข้อสุดท้ายเลยเขาบอกว่าปัญหาในการดําเนินการของท้องถิ่น ทุกแห่งผมว่าเปึนทั่วประเทศ ปัญหาค่าใช้จ่ายเขียนไว้ชัดเจน ปัญหาประสิทธิภาพระบบก็คือ ใช้ไม่ได้ ปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ไม่มีอีก สุดท้ายเครื่องจักรชํารุดไม่มีเงินซ่อม ๑,๐๔๔ ล้านบาท ตอนนี้เปึนอนุสาวรีย์ครับ สุดท้ายการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่มีข้อมูล สุดยอดไหมครับ ตรงนี้พอจะสรุปได้ว่านอกจากมลพิษที่ปล่อยโดยภาคอุตสาหกรรมของ ราชการเอง

เรามีงบ เรามีงบประมาณเยอะแยะเลยแต่สุดท้ายทําไปแล้วเปึนอย่างไรครับ เรายังไม่สามารถ จะดูว่ามันคุ้มค่า คุ้มทุนหรือเปล่า นี่แหละครับ จุดเริ่มต้นตั้งต้นอยู่ตรงนี้ แหละครับ ท่านต้องใช้ระบบเงินของราชการที่ลงทุนไปทั่วประเทศเปึนแสนล้าน บาท ผมมั่นใจใกล้ ๆ แสนล้านบาท แต่วันนี้ใช้งานไม่ได้ ทําอย่างไร แล้วลิงค์ของเอกชนนี่ แหละครับ นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ลิงค์เข้ามาเลยครับ นิคมอุตสาหกรรมโน้นเปึนอย่างไร นิคมอุตสาหกรรมนี้เปึนอย่างไร แล้วมาประเมินผลให้ประชาชนดู แล้วที่สําคัญประชาชน ต้องมีส่วนร่วมครับ ขอเข้าไปดูงานบ้างได้ไหม ท้องถิ่นที่บอกว่าเก่ง ๆ ใช้เงินเปึนพันกว่าล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาท เยอะแยะมากมายเข้าไปดู นี่ครับผมว่าเปึนสิ่งที่คุ้มค่า ผมเลยได้วาระเดียวนะครับ ที่เหลือก็จะส่งเปึนหนังสือไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณอุบล หลิมสกุล ครับ

นางอุบล หลิมสกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน นางอุบล หลิมสกุล สปช. ขออภิปรายวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่องระบบการบริหารจัดการ ทรัพยากร เรื่องการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา เพียงเรื่องเดียวนะคะ ดิฉันอ่านรายงานฉบับนี้เล่มสมบูรณ์จบก็ยังพบว่ารายงานยังไม่ได้ ตอบโจทย์เท่าไรนัก ก็เลยต้องวกกลับมาดูวัตถุประสงค์ของการเสนอประเด็นปฏิรูปอันนี้ อีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมาธิการได้เสนอไว้ว่าจะส่งเสริมให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษาเปึนแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสําหรับชุมชนใกล้เคียง และอีกประเด็นหนึ่งเพื่อปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างจิตสํานึกให้เยาวชน รักและหวงแหนสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ท่านเสนอในการปฏิรูปเอกสารบอกว่ามีสถานศึกษา ๓๖,๐๐๐ กว่าแห่ง ทั้งระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาที่ต้องมีการปฏิรูป แต่ไม่ปรากฏว่า สถานการณ์ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมของสถานศึกษาเหล่านี้เปึนอย่างไรก่อนที่จะเสนอ ประเด็นปฏิรูป เพียงแต่จะดําเนินการตา มยุทธศาสตร์ที่ ๖ ของแผนจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ คือการพัฒนาคนและสังคมให้มีสํานึกรับผิดชอบ ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี ๒ เรื่องหลัก คือ การสร้างจิตสํานึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาและกระตุ้นบทบาทภาคีเครือข่าย สิ่งที่ท่านเสนอเปึนประเด็นปฏิรูประยะสั้น เปึนเรื่องของกายภาพ เช่น สถานที่ บริเวณอาคารเรียน แสงไฟ น้ําดื่ม น้ําใช้ ห้องสุขา

การจัดห้องเรียน ดูจากวัตถุประสงค์ที่ท่านตั้งไว้และยุทธศาสตร์ที่ท่านเอามาเปึนหลัก ในการดําเนินงานดิฉันก็เลยมีข้อสังเกตว่าการรายงาน ของท่านตรงนี้ยังไม่ค่อยตอบ วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้และไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่เอ่ยถึงนะคะ สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ ทําอยู่เมื่อกี้มีท่าน สปช. ท่านแรก ๆ ได้อภิปรายไว้แล้วว่าข้อเสนอระยะสั้นที่เปึนเรื่อง กายภาพนั้นจริง ๆ กระทรวงศึกษาธิการโดย สพฐ. ได้ทําไว้แล้ว เช่นมาตรฐาน การปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งตรงนี้จะมีทุกเรื่องตั้งแต่งานวิชาการ ธุรการ บริการ รวมทั้งอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นอันนี้คงแทบไม่ต้องเอ่ยถึงก็ได้นะคะ ส่วนการปฏิรูปที่ยั่งยืนซึ่งท่านเสนอเปึนการปฏิรูประยะยาว มีการกล่าวถึงแนวการจัดทํา โรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาอีโคสคูลซึ่งเปึนสิ่งที่ดีมากนะคะ แต่ถ้าอ่านรายงานลงไปจะพบว่า รายละเอียดเหล่านี้ตอบได้เพียงว่าคืออะไร แต่ไม่ได้ตอบว่าแล้วจะทําอย่างไรในโรงเรียน ซึ่งเปึนส่วนที่สําคัญมากที่จะตอบโจทย์เรื่องการสร้างจิตสํานึกและการพัฒนาบทบาทของ องค์กรเครือข่าย ดิฉันเคยไปดูงานที่โรงแรมในเกาะสมุยที่ได้รับรางวัลเรื่องสิ่งแวดล้อมดีเด่น โรงแรมเหล่านี้เปึนกลุ่มโรงแรมหลายโรงแรมนะคะ เขาจะเชิญชวนให้พนักงานใช้กระเปิาผ้า ใส่ของ ขี่จักรยานมาทํางาน สบู่ที่ใช้จะทําเองโดยไม่ใช้สารเคมี ข้าวที่ใช้ในโรงแรมก็ปลูกเอง ใครที่มาที่โรงแรมเขาจะชวนปลูกต้นไม้ ครั้งละ ๑ ต้น มาอีกครั้งกลับไปดูว่าต้นไม้นั้น เจริญเติบโตแค่ไหน เชิญชวนแขกว่าเปึนไปได้หรือไม่ในแต่ละวัน ผ้าปูที่นอนไม่จําเปึนต้องซัก ทุกวันนะคะ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปุิยที่ใช้ก็ทําเองจากเศษอาหาร ผลไม้ในโรงเรียน สิ่งเหล่านี้นํามาประยุกต์ใช้ดิฉันคิดว่าในโรงเรียนก็สามารถทํา ได้ อันนี้ทําค่อยเปึนค่อยไป จะเปึนการสร้างจิตสํานึกให้เด็กในโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ก็สามารถ ตอบโจทย์ที่สําคัญที่ท่านตั้งไว้ได้ ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ๕ ท่านสุดท้ายนะครับ คุณอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี คุณสยุมพร ลิ่มไทย อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ แล้วก็อาจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ เชิญคุณอนุสรณ์ก่อนครับ

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ ท่านกรรมาธิการและเพื่อน ๆ สปช. ครับ ผม อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อยากเรียนว่า จากประสบการณ์ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมแล้วก็ทํางานพัฒนาอุตสาหกรรมให้ยั่งยืนไปกับ สิ่งแวดล้อม กับสังคมมายาวนาน ก็เรียนว่าชอบสิ่งที่ท่านกรร มาธิการทํามากทั้ง ๕ เรื่อง ผมเชื่อว่าทั้ง ๕ เรื่องเปึนเรื่องที่ดีต่อภาคอุตสาหกรรมแล้วก็ต่อประชาชน คงไม่มีอะไร ที่สมบูรณ์จากการที่เราเริ่มต้น แต่ขอให้ได้ทําเถอะครับผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี ผมก็อาจจะให้ประสบการณ์บางเรื่องที่ผมเองได้มีส่วนค่อนข้างเยอะในการทํา โดยเฉพาะ ระบบที่เราพูดถึงเรื่องของออนไลน์ มอนิเตอริง ซิสเตม (Online Monitoring System) หรือระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมระบบออนไลน์ ผมทําเมื่อ ๑๐ ป้ก่อน ๑๐ กว่าป้ก่อนผมอาจจะเปึนโรงงานอุตสาหกรรม ความจริงแล้วก็คือ โรงกลั่นน้ํามันขนาดใหญ่ของประเทศที่ทําเรื่องนี้เปึนแห่งแรกของประเทศไทย ความจริงแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าในต่างประเทศก็จะมีโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ เขาก็ทําอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนโรงงานทางอุตสาหกรรมน้ํามัน หรือโรงไฟฟัาใหญ่ ๆ โรงไฟฟัานิวเคลียร์ โรงไฟฟัาแก๊ส โรงไฟฟัาถ่านหิน เขาก็ทํากันนะครับ ในการที่มีการตรวจสอบคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคุณภาพน้ําทิ้ง คุณภาพอากาศที่ปล่อยออกไป ระบบออนไลน์นี่แล้วก็แสดงผลอยู่หน้าโรงงานเลย สิ่งที่ผมได้ทํานอกเหนือจากแสดงผล หน้าโรงงานแล้วผมแสดงผลไปที่ชุมชนเลย คือออนไลน์ไปที่ชุมชน ชุมชนไม่ใช่ว่าจะวิ่งมาดู เข้ามาที่โรงงาน ชุมชนเขาก็อยู่บ้านครับ เพราะฉะนั้นการที่จะให้เขาได้ข้อมูลจริง ๆ ก็คือ ต้องส่งข้อมูลไปที่บ้านเขาก็คือในชุมชน ก็จะมีจอมอนิเตอร์ (Monitor) แล้วก็แสดงผล ในการตรวจวัดต่าง ๆ นอกเหนือจากนั้นแล้วยังมีการแสดงผลไปยังศูนย์การค้าเลยนะครับ คือคอมมิวนิตี มอล (Community Mall) ต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็ออนไลน์ไป เนื่องจาก ระบบเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ค่อนข้างทันสมัยมากสามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ ไปได้ค่อนข้างถูกต้อง และรวดเร็วก็สามารถจะทําได้ สิ่งเหล่านี้ที่ทํานี่ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องแนวเชิงรุกในเรื่องของ

การจัดการสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม สมัยก่อนเราอาจจะเปึนอุตสาหกรรมที่ให้คน มาตรวจสอบว่าได้ตามมาตรฐานหรือเปล่า เปึนไปตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร แต่ในการดูแล สิ่งแวดล้อมวันนี้มันควรจะให้ความสําคัญกับชุมชนและประชาชน ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น ในการบอกประชาชนอย่างเป่ดเผยมันจะสอดคล้องกับที่เราเรียกว่า การกํากับกิจการที่ดี แม้กระทั่งทางสิ่งแวดล้อมเราเรียกว่าธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นการเป่ดเผยข้อมูล เหล่านี้มันเปึนเรื่องที่ดีต่อสังคม นอกจากนั้นแล้วมันจะเปึนส่วนในเชิงรุกด้วยว่า ถ้าอุตสาหกรรมนั้นเอาจริงเอาจังในการดูแลและจัดการสิ่งแวดล้อม ประชาชนก็จะ ให้ความเชื่อถือ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาประชาชนก็จะให้ความเรียกว่ายอมรับ แล้วก็ในเรื่องของการที่จะยอมรับให้โรงงานได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยที่ไม่มีเรื่องมีราว สิ่งเหล่านี้มันเปึนสิ่งที่มีประโยชน์ มีประเด็นอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่อาจจะเปึนปัญหาบ้างเล็กน้อย สําหรับอุตสาหกรรมบางประเภทที่อาจจะกังวล หลัก ๆ จากประสบการณ์ของผมก็คง มีเรื่องแรกก็คือเรื่องเงินลงทุน ระบบนี้ใช้สตางค์เยอะเหมือนกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีวันนี้ มันถูกลงเรื่อย ๆ แล้วก็เราจะตรวจวัดเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่เช่นมีน้ําทิ้งวันละ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้เชื้อเพลิงบางตัวที่อาจจะต้อง ดูในเรื่องของคุณภาพที่ปล่อยจากอากาศว่าจะมีปัญหาหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า อุตสาหกรรมพวกนี้น่าจะแบกภาระได้ ประเด็นที่ ๒ ก็คือควำมถูกต้องของข้อมูล จริง ๆ แล้วการใช้เครื่องมืออัตโนมัติลักษณะนี้จะต้องมีการตรวจวัดที่เราเรียกว่า สแตนดาร์ดไดเซชัน (Standardization) หรือที่เราเรียกว่าสอบเทียบเครื่องมือเหล่านี้ว่า สามารถที่จะให้ข้อมูลได้ถูกต้องอย่างต่อเนื่องหรือเปล่า เรื่องที่ ๓ ที่เปึนเรื่องกลัวของ ผู้ประกอบการก็คือกลัวว่าสิ่งที่ตรวจวัดออกมาแล้วเกินมาตรฐานหรือไม่ได้ตามมาตรฐาน แล้วผิดกฎหมาย

ตรงนี้ก็เปึนตัวใหญ่อยู่เหมือนกัน จริง ๆ แล้วระบบออนไลน์มันมีโอกาสที่ตรวจออกมาแล้ว มีการผันผวนได้บ้าง จากประสบการณ์ของผมถ้ามีการดูแลจัดการดีมันไม่มีปัญหา มันสามารถตรวจวัดแล้วก็ทําคุณภาพต่าง ๆ ทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเปึนเรื่องน้ําและอากาศ ได้ตามมาตรฐานอยู่แล้ว แต่บางครั้งถ้าเกิดมีการคิดผิดพลาดเราก็จะต้องกลับมาตรวจสอบ ฉะนั้นผมก็บอกเพื่อน ๆ นักอุตสาหกรรมด้วยกันว่าอย่ากังวลในเรื่องนี้เลยครับ เพราะเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราสามารถที่จะบอกทางเจ้าหน้าที่ได้ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่เขามาเห็นหรือประชาชน สนใจหรือสงสัย มีอีกนิดหนึ่งผมอยากจะเรียนว่าเรื่องของกองทุนโดยเฉพาะกองทุนพัฒนาไฟฟัา ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญที่ประชาชนควรจะเข้ามามีบทบาทค่อนข้างมากในการที่ว่ากองทุน ที่ได้รับมาจากโรงไฟฟัานี่จะเอาไปใช้อะไร ปัจจุบันนี้ความต้องการของประชาชนอาจจะ ไม่ค่อยได้รับการสนองเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นคณะกรรมการหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การใช้กองทุนผมอยากจะให้มันเปึนประโยชน์ต่อชุมชนจริง ๆ ผมเรียนว่าอย่างโรงไฟฟัา ในประเทศญี่ปุ์น โรงไฟฟัาในประเทศญี่ปุ์นก่อนจะสร้างเขาได้มีการคุยกับชุมชนอย่างดีเลยว่า เขาจะมาทําอะไรให้ชุมชนบ้าง เขาจะมาสร้างเมืองให้ประชาชน เขาจะมาดูแลในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็เรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนอย่างไร แล้วเขาก็ทําอย่างจริงจัง โรงไฟฟัาขนาดใหญ่ ที่จะก่อสร้างในขณะนี้บางโรงงานจะได้รับเงินกองทุนวันละเปึนล้านบาท ป้หนึ่ง ๓๖๕ ล้านบาท แล้วลองไปดู ๑๐ ป้ เงินหลายพันล้านบาท เพราะฉะนั้นมันควรจะมีการวางแผนเหมือนกัน ว่าจะทําอะไรกับเงินจํานวนนี้ ไม่ใช่เอาไปซื้อโน่นซื้อนี่อย่างนี้ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร มันควรวางแผนในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องรักษาพยาบาล แม้กระทั่งมีการพูดถึง เรื่องการสร้างโรงพยาบาล สิ่งเหล่านี้มันเปึนประโยชน์ต่อชุมชน ก็อยากจะฝากว่าเรื่องเหล่านี้ เปึนเรื่องที่ดี แล้วก็คิดว่าทั้ง ๕ เรื่องอยากจะฝากให้ท่านสมาชิกได้ดู ผมเชื่อว่าทั้ง ๕ เรื่อง จะเปึนประโยชน์ต่อชุมชน แล้วก็จะทําให้ทั้งชุมชนทั้งอุตสาหกรรมอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วยครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ จากจังหวัดยะลา ดิฉันสนับสนุนในการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่าง

นิคมอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยเมืองนิเวศ แต่ดิฉันอยากจะฝากถึงใน ๓ จังหวัดภาคใต้ น่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมที่มีอยู่ ตอนนี้ที่จังหวัดปัตตานีที่เขตปะนาเระไปถึงสายบุรี นิคมอุตสาหกรรมอยู่แบบร้าง น่าจะสนับสนุนให้มีเกิดเพราะว่าในฐานะที่อาเซียน (ASEAN) ก็จะมาไม่กี่เดือน แล้วก็จะเปึนการสนับสนุนอาหารฮาลาล แล้วก็ตอนนี้ราคายางพาราก็ถูก เศรษฐกิจก็ตกต่ํา เราน่าจะเอาคนที่ติดยาหรือคนว่างงาน หรือว่าโจรที่มามอบตัวมาทํางาน ในอุตสาหกรรมฮาลาล หรือไปทําเมืองอุตสาหกรรมใน ๓ จังหวัด ให้ก๊อบปุ้ทุก ๆ จังหวัด ให้ครบมิติ สร้างคนที่อยู่ในที่มืดให้มาอยู่ในที่เราสามารถดูแล ดังนั้นดิฉันคิดว่าน่าจะทํา อย่างเช่นรองศาสตราจารย์สุชาติท่านก็ได้ไป ๓ จังหวัดก็ไม่มีเหตุการณ์ ท่านรับรอง ว่านี่น่าจะทํา อยากจะฝากถึงรัฐบาลด้วย นี่จะเปึนการให้ประเท ศชาติสงบ สร้างงาน ส่วนข้อที่ ๒ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา ดิฉัน เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งในประเด็นการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว การเรียนรู้จะทําให้ เปึนการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่กําลังจะมีผลกระทบ เสนอให้มีการสร้างระบบการเ รียนรู้ โดยคณะกรรมการสถานศึกษาเปึนแกนกลาง มีผู้ปกครองและนักเรียนเปึนสมาชิก ในการเรียนรู้ สร้างวิทยากรจากผู้นําชุมชน เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. จิตอาสาต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนร่วมกันเปึนระบบ ข้อที่ ๑ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ๒. เพื่อให้เกิด การร่วมมือ ๓. เพื่อให้เกิดการจัดการให้มีประสิทธิภาพ ประเด็นการจัดการการเรียนรู้ จะต้องเกิดประโยชน์กับสถานศึกษาอย่างเปึนธรรม แนวทางปฏิรูปจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในภาคอุตสาหกรรม

ขอยกประเด็นควบคุมมลพิษในสถานประกอบการโรงงานเมื่อเกิดปัญหามลพิษกับชุมชน ชุมชนร้องเรียนไปที่จังหวัด แต่จังหวัดนี้อาจจะมีใต้โต๊ะบางจังหวัดและบางชุมชนนะคะ แต่ชุมชนยังเดือดร้อน อย่างเช่นของตําบลหรือ จังหวัดของดิฉันอยู่ใกล้โรงงานไฟฟัา อยู่โรงงานไม้ยาง แล้วก็โรงงานน้ํายางเหม็น เวลาร้องเรียนก็ อบต. เอย หรือว่าทางตํารวจ หรือจังหวัดไม่ดูแล ละเลย บางคนต้องย้ายบ้านไปอยู่ในตัวเมืองแล้วห่างไกล แต่ชุมชน ยังเดือดร้อน ฝากไปถึงผู้รับผิดชอบด้วย เพราะกระบวนการตรวจมลพิษมีการเล่นกล ให้ประชาชนดู ขอเสนอให้มีการจัดการดังนี้ กลุ่มเฝัาระวังมลพิษชุมชนมีสมาชิกอยู่ รอบ ๆ โรงงาน ๒. กลุ่มเฝัาระวังจะต้องทํางานร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนกลางที่มีอํานาจตรวจสอบ แบบเงียบ ๆ โดยตรง ๓. ให้มีข้อตกลงคาดโทษกับโรงงานและผู้นําชุมชนที่ไม่ทําตามกติกา แล้วก็ให้มีบทลงโทษถึงขั้นผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ข้อสุดท้ายดิฉันก็อยากจะเสนอให้ทุกท่าน มีการสนับสนุนให้เกิดที่ทางจังหวัด ๓ จังหวัด จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ด้วยนะคะ กําหนดให้โรงงานจัดตั้งระบบ รายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้ง หรือคุณภาพอากาศ เสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ชุมชนรอบโรงงาน ทุก ๆ ชุมชนจะต้อง จัดการให้เกิดกลุ่มอนุรักษ์ชุมชนขึ้น เพราะกลุ่มจะต้องเปึนทางการนะคะ แล้วก็จะแต่งตั้ง ให้ผู้นําไปถึงจังหวัด เสนอชื่อโดยผู้นําชุมชน แล้วก็ร่วมกับโรงงาน และจะต้องทํางาน ขับเคลื่อนต่าง ๆ ไปด้วยคู่ขนาน มีประโยชน์ร่วมกันทั้ง ๒ ฝ์าย โรงงานอยู่ได้ ประชาชน อยู่ดีกินดี สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นจากประเทศไทย ทําให้ประเทศไทยยั่งยืนด้วยความมั่นคง แล้วก็ปลอดสารพิษหรือโทษทุก ๆ อย่างค่ะ ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณสยุมพร ลิ่มไทย ครับ

นายสยุมพร ลิ่มไทย กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม สยุมพร ลิ่มไทย ครับ ผมจะขอให้ความเห็นเฉพาะเรื่องเมืองนิเวศนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่ควรจะต้องทําให้มีความชัดเจนขึ้นเพื่อที่จ ะประกอบกับ ข้อเสนอของท่านนะครับ เรื่องแรกก็คือเรื่ององค์กรที่จะรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหานี้ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้ไม่มีองค์กรเจ้าภาพในการดูแลปัญหาเรื่องเมืองนิเวศโดยตรง ทําไมผมถึง เรียนอย่างนี้ครับ ผมสามารถพูดได้เลยว่าอย่างน้อยมี ๑๐ หน่วยงานตอนนี้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง กับเรื่องของปัญหามลภาวะ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดูแลเฉพาะเรื่อง

การจัดสรรพื้นที่ให้กับบรรดาโรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็การจัดสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ กรมโรงงานอุตสาหกรรมดูเฉพาะเรื่องการอนุมัติอนุญาตเกี่ยวกับการประกอบกิ จการ สํานักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมดูเฉพาะเรื่องวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอ เอชไอเอ (HIA) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก็ไปดูเฉพาะเรื่องเชิญชวนให้ ภาคอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนนะครับ กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ไปดูเฉพาะ เรื่องการควบคุมพื้นที่ การออกกฎกระทรวงเพื่อออกผังเมืองในพื้นที่ดังกล่าวนะครับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดูในภาพรวมของการพัฒนาทั้งหมด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไปดูเรื่องการอนุมัติ การอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กรมควบคุมมลพิษก็ไปดูเฉพาะเรื่องปัญหามลภาวะ กรมส่งเสริมอุตสา หกรรม แล้วก็ หน่วยที่ ๑๐ จังหวัดในพื้นที่ เวลามีปัญหาเกิดขึ้นก็คือไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นี่ครับ ไม่น้อยกว่า ๑๐ หน่วยงานที่จะดูแลในเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อม

เพราะฉะนั้นมันมีความจําเปึนครับที่จะต้องมีหน่วยงานหลักหรือหน่วยงานที่เปึนหน่วยงาน เจ้าภาพในการที่จะมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ จะตั้งองค์กรใหม่หรือจะใช้องค์กรที่มีอยู่แล้วมาปรับ ให้เหมาะสม อันนั้นก็ไม่เปึนปัญหานะครับ แต่ว่าต้องมีองค์กรที่รับผิดชอบเรื่องนี้ โดยตรง ไม่เช่นนั้นแล้วเวลาเกิดเรื่องขึ้นมาแต่ละหน่วยก็จะอธิบายเฉพาะการแก้ไขปัญหา ในส่วนของตัวเอง ไม่ดูในภาพรวมทั้งหมด อันนี้เปึนเรื่องแรกนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ปัญหามลภาวะที่อยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมมีอยู่ ๓ เรื่องสําคัญเท่านั้นแหละครับ ๑. ก็คือน้ําเสีย จากการที่มีการใช้น้ําแล้วก็ถูกปล่อยออกไปนอกพื้นที่อุตสาหกรรมเข้าไปสู่พื้นที่สาธารณะ ลําคลอง หนองน้ํา ซึ่งเปึนพื้นที่ของประชาชน ขยะซึ่งเกิดจากระบบการผลิต กระบวนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกากอุตสาหกรรมก็มีการนําไปบําบัดภายนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม หรือว่าบางทีก็ ไปเททิ้งไว้ในพื้นที่ที่เปึนบ่อขยะของชุมชน อากาศเสียนะครับ ทุกวันนี้ โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายต่างก็ยืนยันนะครับว่าทุกแห่งระบายอากาศเสียออกมาในอัตรา ที่ไม่เกินกฎหมายกําหนด ทุกโรงงานจะยืนยันอย่างนี้ทั้งนั้นซึ่งผมเชื่อว่าจริง แต่ละโรงงานก็จะ ระบายมาในอัตราที่ไม่เกินที่กฎหมายกําหนด แต่ว่าปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาก็คือว่า ที่มันระบายออกมาแล้วแล้วอยู่ในชั้นของบรรยากาศไปรวมกันอยู่เหนือผืนฟัาของชุมชน ของท้องถิ่นตรงนี้มันเกินแล้วหรือยัง ที่เขาเรียกว่าเปึนศักยภาพการรองรับมลภาวะ หรือมลพิษนี่นะครับ แครีอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ที่จังหวัดระยองนี่มีความพยายาม ที่จะให้ตรวจสอบแล้วก็ประกาศข้อมูลในเรื่องของศักยภาพการรองรับมลภาวะมาจนบัดนี้ ๑๗ ป้แล้วครับ ยังประกาศไม่ได้ เพราะถ้าประกาศออกมาก็คงเกินอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จะต้องมีการออกอย่างน้อยกฎกระทรวงมาเพื่อทําให้การบําบั ดมลภาวะเหล่านี้ เปึนจริงเปึนจัง น้ําเสีย ขยะ อากาศเสีย ผมคิดว่าเอาแค่ ๓ อาร์ (3R) ก็พอ ไม่ต้อง ๗ อาร์ (7R) ตามเอกสาร รีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) รีไซเคิล (Recycle) แต่ให้ออกเปึนกฎกระทรวง มาเพื่อที่จะบังคับใช้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มันมีกฎหมายบางฉบั บออกมา แล้วแต่ว่าไม่มีกฎกระทรวงใช้นะครับ เขาเรียกว่าพระราชบัญญัติเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ ในการดูแลสิ่งแวดล้อมมีกฎกระทรวงที่จะต้องออกมา ๕ ฉบับ ยังไม่ออกมาแม้แต่ฉบับเดียวเลย นะครับ โดยเฉพาะกฎกระทรวงที่ผมคิดว่าสําคัญก็คือเขาเรียกว่าภาษีปลายปล่อง ก็คือว่า โรงงานไหนระบายมลภาวะออกมากเก็บภาษีมาก ระบายน้อยเก็บน้อย ๕ ป้แล้วยังไม่สามารถ ออกมาได้นะครับ สุดท้ายผมเสนอว่าถ้าจะทําเรื่องเมืองนิเวศนี่นะครับ ไม่ต้องไปทํา ๑๓๘ แห่ง

ในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศนี่ขอสักแห่งเดียวให้ได้ผลแล้วก็สร้า งความเชื่อมั่นให้กับ ประชาชนให้ได้นะครับ ขอที่มาบตาพุดนี่นะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมขอต่อยอดต่อเลยนะครับ ผมว่าการบังคับที่จะทําให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แล้วก็มีประสิทธิภาพที่นิยมใช้กันมากก็คือเรื่องภาษีครับท่านประธาน ฉะนั้นต้องเร่ง ออกภาษีมาว่าถ้าคุณปล่อยของเสียลงน้ํานี่ระดับไหนเก็บเท่าไร มากขึ้นก็ภาษีสูงขึ้น แล้วก็ ในอากาศก็เหมือนกัน ที่บอกว่ามีกฎกระทรวงนี่มันต้องเร่งออกแล้วก็เก็บตามปริมาตรของเสีย ที่ปล่อยออกไป ยิ่งปล่อยมากก็ยิ่งเสียมากในอัตราก้าวหน้า ก็ให้กรมควบคุมมลพิษ อันนี้จะทําให้ มีการตรวจสอบว่ามีการปล่อยของเสียออกมาตามที่รายงานหรือเปล่า แล้วระบบภาษี มันอัตโนมัติเลยครับท่านประธาน ถ้าคุณจงใจรายงานเท็จเมื่อไรความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษี มันตามมาเลยครับ แล้วโทษฐานหลีกเลี่ยงภาษีก็เปึนที่ทราบกัน มาตรฐานทั่วไปโทษจําคุก ไม่เกิน ๗ ป้

ไม่ว่าภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม มันจะเปึนระบบของมันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น กรมควบคุมมลพิษก็ต้องไปสุ่มตรวจ และกรมควบคุมมลพิษก็ได้ประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีให้ โดยทั่วไปก็จะตกลงกันเช่นร้อยละ ๕ ก็เหมือนสํานักงานที่ดินเวลาไปโอนที่ดินสํานักงานที่ดิน ก็จัดเก็บภาษีเงินได้ให้ ใครเปึนคนตรวจปริมาณมลพิษคนนั้นก็ทําหน้าที่จัดเก็บ แล้วก็ถ้าคุณ จงใจรายงานเท็จระบบมันมาเลยนะครับ แล้วถ้าคุณไม่เสียภาษีระบบมันก็มาอีก ก็สามารถ นํายึดทรัพย์ขายทอดตลาดชําระหนี้ได้โดยไม่ต้องฟัองศาลครับ ระบบของภาษีนี่ มันตามของมันมาโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นก็จะทําให้มีการตรวจสอบ และคนตรวจสอบ ยิ่งเก็บภาษีมากเขาก็ได้ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บซึ่งเปึนเงินนอกงบประมาณเอาไปใช้ ทําอะไรก็ได้ จะไปอบรมพัฒนาบุคลากรอะไร เพราะว่าอันนี้เปึนการได้จากการทํางาน แล้วก็หักมาร้อยละ ๕ เปึนเงินนอกงบประมาณ อันนี้ก็ทํากันทั่วไป ที่เห็นชัด ๆ ก็สํานักงานที่ดินที่ทําทุกวันนี้ หรือเรื่องการจัดการขยะก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เราพูดกันมาแล้วเราก็ต้องใช้ระบบภาษี แล้วก็ให้เอกชนประมูลในการจัดเก็บ เหมือนในต่างประเทศครับ ในต่างประเทศเอกชนก็จะมาประมูลกันว่าคุณจะเก็บนี่ คุณจะคิดภาษีใครให้ถูกสุดในการจัดเก็บคุณก็เปึนคนได้ไป แต่คนจัดเก็บขยะก็ต้องจัดเก็บ ภาษีด้วย ในระหว่างที่ไปเก็บค่าขยะก็เก็บภาษี ถ้าขยะที่มีมลพิษมากภาษีก็สูง ถ้าเราดูแบบ ประเทศอังกฤษขยะมลพิษยิ่งมากก็ยิ่งสูง อันนี้ก็จะทําให้คนพยายามที่จะทําให้ ขยะ มันน้อยลง ขยะที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็ไม่ต้องเสียภาษี มันก็จูงใจให้คนที่จะใช้ขยะ ที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าเรามีระบบวิธีจัดการเหมือนอารยประเทศ ที่เขาทํากันอันนี้จะช่วยได้มาก เหมือนในมหาวิทยาลัยครับท่านประธาน ดูแลรักษา ความสะอาดจ้างคนมาทําเองห้องน้ําสกปรกผมบ่นเท่าไรเขาก็ไม่สนใจ ทีหลังก็ต้องใช้ระบบ ประมูล ให้บริษัทข้างนอกมาประมูลทําความสะอาด อาจารย์ตําหนิเปลี่ยนบริษัทใหม่ ห้องน้ําสะอาดหมด เช่นเดียวกันครับท่านประธานถ้าเราปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทั่วไปเก็บทําก็ได้ ไม่ทําก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราให้บริษัทแข่งขันกัน มันมีการประมูลแล้วเราก็ดูว่าคุณทําถูกต้อง ตามระบบ ไม่ถูกต้องตามระบบก็มีเงินปรับ เพราะฉะนั้นถ้าเราหาวิธีจัดการใหม่ ๆ เข้ามาช่วยก็จะทําให้เราสามารถที่จะลดมลพิษสิ่งแวดล้อมได้ดี ส่วนเงินที่ได้จากภาษี จะเอาเข้ากองทุนก็เปึนเอียร์มาร์ก (Earmark) ถ้าเราไม่อยากเปึนเอียร์มาร์กก็ยกให้ท้องถิ่น ที่เขาต้องรับผิดชอบดูแลเอาเงินไปใช้จ่ายในท้องถิ่นในการจัดการกับมลพิษทั้งหลาย

หรือเอาไปใช้ในการพัฒนาระบบการศึกษา ไปใช้ในอะไรในท้องถิ่นเขาที่เกี่ยวข้อง ตามที่หลายท่านเสนอก็ทําได้ เพราะว่าอันนี้อยู่ที่ว่าเราจะให้เงินก้อนนี้ที่เก็บเปึนภาษีแล้ว เราจะเอาเข้ากองทุนหรือเราจะให้ท้องถิ่นไปดูแลเพื่อให้เกิดการบูรณาการในเรื่องต่าง ๆ ถ้าเราจะยึดแอเรียเบสด์ (Area-based) เราก็ควรจะมุ่งไปที่ท้องถิ่น ถ้าเราต้องการอิชชูเบสด์ (Issue-based) ก็ไปที่กองทุน ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ เรื่องอุตสาหกรรมเปึนเรื่องสําคัญมาก ประเทศไทยเราเคยใฝ์ฝันว่าจะเปึนเสือตัวที่ ๓ ตอนนี้ก็ไม่ทราบว่าตัวที่เท่าไร แต่ก็ต้องใฝ์ฝันต่อนะครับ ในภาพรวมของนิคมอุตสาหกรรม ในภาคเหนือที่จังหวัดลําพูน ภาคตะวันออกแถวจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี ภาคใต้ ก็แถวจังหวัดสงขลาก็ไม่ไกลจากที่ผมเคยอยู่เดิม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ได้สัมผัสมาตลอด เนื่องจากอยู่ใกล้โร งงานอุตสาหกรรม แล้วก็มีส่วนหนึ่งคนที่บ้านผมก็ทํางานอยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมก็เลยค่อนข้างจะรู้จักว่าเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือนิเวศอุตสาหกรรมจึงเปึนเรื่องที่เราต้องให้ความเอาใจใส่ เพราะเกิดปัญหาขึ้นมา มากทีเดียวในอุตสาหกรรมหลายอย่าง

ทําให้คนไทยเราต้องได้รับมลภาวะหรือพิษค่อนข้างจะทําให้เสียหายมากทีเดียว บางคน ก็พิการไปตลอดชีวิตเปึนต้น แต่อย่างไรก็ตามเรื่องอุตสาหกรรมเราก็ต้องมี ไม่มีก็ไม่ได้ครับ เพราะเราต้องอยู่กับอุตสาหกรรมนั่น แหละ แต่อยู่อย่างไรให้อยู่แล้วอยู่อย่างปลอดภัย แบบที่ทางคณะกรรมาธิการกําลังคิดจะทําว่านิเวศอุตสาหกรรมนี่ทําอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ จึงเปึนสิ่งที่ดีที่จะต้องดําเนินการต่อเพราะความฝันเสือตัวที่ ๓ นั้นผมว่าก็น่าจะยังฝันอยู่ละครับ แต่ทําอย่างไรให้อุตสาหกรรมสะอาดที่ว่า เรื่องแรกนั้นก็คือการจัดระบบที่ดี แต่จัดระบบ ที่ดีไม่พอผมว่าเรื่องกฎหมายก็สําคัญ เพราะที่ผ่านมานั้นปรากฏว่าผู้ประกอบการ ค่อนข้างจะลักไก่พอสมควรต้องพูดอย่ำงนี้ คําว่า ลักไก่ นั่นก็คือไม่ได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ระเบียบที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นผมว่าจําเปึนจะต้องมีกฎหมายที่มีผลบังคับ และผู้ดูแลกฎหมาย ต้องบังคับให้เปึนจริง ไม่ใช่ว่าลูบหน้าปะจมูก หรือสอดใต้โต๊ะอะไรก็แล้วแต่ทําให้ไม่เปึนผล อันนี้ท่านกรรมาธิการท่านยิ้มท่านก็ คงจะทราบดี เหตุที่ทราบเปึนเพราะว่าผมก็อยู่ใกล้ โรงงานอุตสาหกรรมนั่น แหละ ด้วยเหตุนี้ก็อยากจะให้มีระเบียบหรือกฎหมาย หรือกฎกระทรวงแบบที่อดีตท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดพูดเมื่อสักครู่ แล้วทํากันให้จริงสักที เพื่อสุขภาพของคนไทยและประเทศไทย ถ้าหากว่ากฎหมายลักษณะเช่ นนี้ยังไม่มี ก็ทําให้มีสิครับ ผมว่าถ้ามีแล้วบังคับให้เปึนจริง และผู้ใช้กฎหมายมีคุณภาพ และมีความเปึนธรรมหรือมีธรรมะอยู่ในใจ คืออยากจะให้ถูกต้อง อยากให้เกิดความดี ผมว่าประเทศไทยเรามีอุตสาหกรรมใหญ่ได้ครับ นี่คือเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝาก ผมว่าเรื่องของ ธรรมะในเรื่องอุตสาหกรรมได้มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นระบบอุตสาหกรรมถึงจะดีได้ ก็ขอฝากกรรมาธิการตรงนี้ขอให้มีกฎหมายหรือกฎกระทรวงอะไรก็แล้วแต่ที่เปึนไปในทางปฏิบัติ ที่ปฏิบัติแล้วปฏิบัติจริง ไม่ใช่ปฏิบัติแบบเล่น ๆ ถ้าเล่น ๆ มันก็เล่น ๆ อย่างนี้ ทั้งเสียง ทั้งกลิ่นโชยไปตั้งแต่เช้ายันค่ํานี่บางแห่งก็มี หรือน้ําสกปรกเปึนน้ําครําดําปู่ดป้ีลงในแหล่งน้ํา อันนี้คือผลที่เกิดขึ้น แล้วปลาก็ตายลอยฟ์องกันในหลายสายของแม่น้ําลําคลอง อันนี้คือ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็ต้องฝากตรงนี้ แต่ขอย้ําว่าผมไม่ได้บอกว่าอุตสาหกรรมไม่มี ไม่มีไม่ได้ ต้องมีครับ เรื่องที่ ๒ เรื่องของสถานศึกษาหรือโรงเรียน สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนนั้น คือสิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต สุขภาพกายของนักเรียน เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการ ได้นําเรื่องนี้ขึ้นมาผมว่าเปึนเรื่องที่ดี แต่ผมก็ยังกังวลว่าในสิ่งที่ท่านเสนอมาได้ปฏิรูปกายภาพ หลายอย่างผมก็ยังเปึนห่วง ก็อยากจะฝากไปถึงกระทรวงที่ เกี่ยวข้อง รับผิดชอบ

เรื่องอาคารเรียนนี่ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่บางโรงเรียนยังน่าสงสารอยู่ งบประมาณมีไปไม่ถึง อาคารเรียนยังเปึนอาคารเรียนที่โกโรโกโสอยู่นะครับ นี่คือสิ่งห นึ่งที่จะต้องให้ทั่วถึง การกระจายหรือความเหลื่อมล้ํา เรื่องน้ําดื่ม น้ําใช้เปึนปัญหามากในโรงเรียน บางแห่งไม่มีน้ํา ในห้องส้วม เหตุที่ผมรู้เปึนเพราะว่าผมก็อยู่กับแวดวงครูประถมศึกษา มัธยมศึกษามาตลอด ๑๓ ป้ เข้าไปโรงเรียนบางแห่งปรากฏว่าลอยฟ์องอยู่ที่หัวส้วมนั่นแหละ ครับ ไม่มีน้ําราด ท่านประธานครับ ตรงนี้ก็ขอฝากทางกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเข้าใจว่าคงจะต้องช่วยกันดูแล ให้เพิ่มมากขึ้นในโรงเรียนหลายแห่ง เรื่องขยะมูลฝอยก็คงจะหาวิธีการ ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุชาติท่านก็พยายามมากแล้วเรื่องนี้ ก็ฝากช่วย ๆ ต่อในเรื่องของขยะมูลฝอยต่าง ๆ ก็ขอฝากว่าอุตสาหกรรมประเทศไทยเราต้องมี ถ้าไม่มีไม่ได้ ต้องคู่กับเกษตรกรรม นั่นแหละครับ แต่เกษตรกรรมเราอย่าทิ้งนะครับ เกษตรกรรมคือหัวใจของประเทศไทย เกษตรกรรม อุตสาหกรรมไปด้วยกัน แล้วประเทศไทยเราก็จะมีพลังยิ่งใหญ่ ก็เหมือนกับ เมื่อวาน วันที่ ๑๖ สิงหาคม วันสําคัญพลังแห่งความสําเร็จจนได้กินเนสส์ บุ๊ค (Guinness Book) ๑๗๐,๐๐๐ คน ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านสมาชิก ที่แสดงความจํานงอภิปรายทั้ง ๒๐ ท่านได้ครบถ้วนแล้ว ผมจะขอเรียนเชิญท่านประธาน กรรมาธิการได้ชี้แจงข้อซักถามหรือสรุปนะครับ เรียนเชิญท่านประธานครับ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ในนามของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ข้อคิดเห็นในเรื่องราวต่าง ๆ ใน ๕ เรื่อง ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นําเสนอต่อที่ประชุมวันนี้ ทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านทั้งหลายได้นําเสนอมาก็อยู่ในความคิดของพวกเรามาตลอดว่า อะไรเปึนอะไร อยากจะกราบเรียนว่า ๕ เรื่องชุดนี้เปึนเรื่องชุดสุดท้ายที่คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดําเนินการจัดทํามาก็สําเร็จตามกรอบเวลาครับ กรอบเวลาที่เรามีไม่มากเลย ๑๐ เดือน แล้วก็เรื่องต่าง ๆ ที่ได้ทําเสร็จสิ้นไปแล้ว ทั้งหมดพวกนี้อยากจะกราบเรียนว่าเรามีเจตนาที่ จะชี้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น ในแต่ละเรื่อง ๆ แล้วปัญหาต่าง ๆ ที่เรามาบอกอยู่ในเอกสารรายงานก็เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น ในภาวะปัจจุบันที่เห็นกันชัด ๆ แล้วก็เสนอกรอบหลักคิด หลักทํา ความคิดรวบยอดนี่แหละ ว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาแต่ละเรื่อง ๆ ที่เรากําหนดนี้อย่างไร แล้วรวมไปถึงการที่จะทํา ด้วยวิธีการใดด้วย แต่ละเรื่อง ๆ ที่นําเสนอท่านทั้งหลายในวันนี้รวมไปถึงว่าเราจะต้องเสนอ ให้รัฐบาลได้รับรู้รับทราบ ทั้งหมดนี้เปึนชุดของเรื่องราวของมลพิษต่าง ๆ เรื่องราวของ สิ่งแวดล้อมมาจากภาคอุตสาหกรรมแล้วก็มีผลกระทบกับชุมชน ซึ่งเวลานี้มันเปึนเหตุการณ์ ที่เห็นกันอยู่ ประจักษ์กันอยู่ ยังไม่มีทางแก้ไข ก็พูดกันง่าย ๆ ประเทศไทยไม่ได้เปึนประเทศ ที่ทําอุตสาหกรรมกันมากมายเท่าไรยังเปึนอย่างนี้ อันนี้แหละเปึนสิ่งหนึ่งที่พวกเรา ได้มองเห็นว่าเราจะทําอย่างไรกันดี การศึกษาอันนี้ถ้าจะพูดกันแล้วความสมบูรณ์แบบเต็มที่ มันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ว่าหลักการและเหตุผล แนวคิดในการที่จะดําเนินการต่ออันนี้เรา แสดงไว้พร้อม เสนอไปยังคณะรัฐบาล ครม. ท่านต้องมีหน้าที่ในการไปพัฒนาต่อยอด ไปคิดต่อยอดว่าจะจัดการแก้ไขอย่างไร จากผลงานที่สภาปฏิรูปแห่งชาตินําเสนอ อันนี้แหละค รับเปึนการปฏิรูปในระดับหนึ่งตามห้วงเวลาที่เรามีที่เรากําหนดขึ้นมา ผมขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ทําการศึกษา แล้วก็ขอบคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ในวันนี้ที่ให้ข้อคิดเห็นอะไรต่าง ๆ แต่หลังจากนี้ไปก็อยากจะให้รองศาสตราจารย์สุชา ติ นวกวงษ์ และคณะของท่านที่ทําการศึกษามามีทั้งตอบคําถามด้วย ทั้งให้ข้อคิดเห็น อะไรเพิ่มเติมด้วยกับที่ประชุมนะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ประธานอนุกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธาน ขออนุญาตใช้เวลาของสภาที่มีอยู่อีกเล็กน้อยเพื่อที่จะชี้แจงบางเรื่อง แล้วก็ได้ มีการทบทวนสิ่งที่ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็นนะครับ ทีนี้ผมอาจจะไม่ได้ตอบคนเดียว เพราะว่ามีบางเรื่องที่โยงไปถึงอนุกรรมาธิการ แต่ว่าอนุกรรมาธิการก็จะตอบเฉพาะประเด็น ที่สําคัญเท่านั้น ผมขอพูดถึงภาพรวมของงาน ๕ เรื่องที่รับผิดชอบนี่นะครับ

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องแนวคิดเมืองนิเวศ หลักสําคัญคือว่าตั้งประเด็นไว้ทําอย่างไร จึงจะให้ชุมชนอยู่กับโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมได้ เพราะฉะนั้น ก็ตั้งประเด็นไว้ว่านิคมอุตสาหกรรมที่มีมลพิษมาก ๆ เช่นมาบตาพุด และนิคมอุตสาหกรรม ที่มีมลพิษไม่มากเช่นนิคมอุตสาหกรรมลําพูน และนิคมอุตสาหกรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นเช่นพื้นที่ อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายนะครับ เพราะฉะนั้นต้องสร้างแนวความคิดว่าทําอย่างไร จึงจะให้อยู่ได้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวอาจารย์ท่านอาจจะตอบในส่วนของรายละเอียดนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับ เรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษานี่ได้เรียน ท่านสมาชิกแล้วก็สภาไว้แล้วว่าสถานศึกษาในระดับต่ํากว่าระดับอุดมศึกษานั้น เปึนสถานศึกษาซึ่งจัดการตัวเองยังไม่ได้ต้องได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลาง ผิดกับ สถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาซึ่งเปึนนิติบุคคลและสามารถจัดการตัวเองได้ เพราะฉะนั้น คณะอนุกรรมาธิการของเราจึงเอาเรื่องประเด็นนี้มาทําการศึกษาแล้วก็พบว่ามีเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องรายงานแจ้งต่อสภาเพื่อทราบ เพื่อที่จะได้นําเรื่องนี้ไปเสนอต่อรัฐบาลให้ดําเนินการ ต่อไปนะครับ ส่วนจะมีเรื่องต่าง ๆ ที่ซ้อนกันอยู่เช่นกรมอนามัยทําอะไร อย่างไรนั้น ก็เปึนเรื่องของอดีตซึ่งยังไม่มีการขับเคลื่อนหรือขับเคลื่อนแล้วไปยังไม่ถึงนะครับ คณะของเราก็ทําการศึกษาแล้วเสนอเปึนรายงานเพื่อนําเสนอต่อกระทรวงต่อไปนะครับ

เรื่องที่ ๓ ครับ เรื่องของดิสเพลย์ มอนิเตอริง (Display monitoring) ที่เรียกว่าการแสดงผลมลพิษต่อสาธารณะที่หน้าโรงงาน อันนี้นะครับอยากจะกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกว่าถึงแม้ว่าจะมีข้อกําหนดบางข้อกําหนดให้โรงงานอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องคือโรงงานอุตสาหกร รมที่เกี่ยวข้องกับการดิสชาร์จ (Discharge) น้ําเสีย ลงสู่แหล่งสิ่งแวดล้อมหรือปล่อยระบายมลพิษอากาศออกไปสู่บรรยากาศนี่ต้องทํา ส่งข้อมูล ให้กรมควบคุมมลพิษหรือส่งไปที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่แล้ว แต่การแสดงผลเหล่านั้น เปึนการแสดงผลที่หน้าจอในกรมโรงงานอุตสาหกรรมและในกรมควบคุมมลพิษยังมิได้ รับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นความคิดของเราคือว่าถ้าหากได้มีการนําเสนอ ข้อมูลเหล่านี้ให้ประชาชนในพื้นที่จะเปึนการแสดงให้เห็นว่าโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านั้น รับผิดชอบต่อประชาชนและรับผิดช อบในสิ่งที่ตัวเองมีส่วนก่อเรื่องของมลพิษนะครับ เพราะฉะนั้นหลักการนี้จึงเปึนการนําเสนอ ส่วนจะเปึนค่าใช้จ่ายนี่เท่าที่เปึนปัจจุบันนี้ ค่าใช้จ่ายไม่เยอะหรอกครับ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ในเมืองไทยสามารถทําได้ครับ

เรื่องที่ ๔ ครับ คือเรื่องของการจัดการสิ่ง วดล้อมในเรื่องของ ภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต โดยเฉพาะเรื่องของการควบคุมมลพิษ ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการปฏิรูประบบควบคุมต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็คงจะต้องให้ ทางท่านอนุกรรมาธิการช่วยตอบคําถามบางคําถามนะครับ

และเรื่องสุดท้ายครับ ผมคิดว่าเรื่องสุดท้ายเปึนไฮไลท์ (Highlight) ของเรื่อง คือว่าผู้ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟัาควรจะต้องเปึนผู้ที่ได้รับการเยียวยา แต่บางเรื่อง เปึนเรื่องที่คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ได้ตั้งเงื่อนไขไว้แล้ว เช่นพื้นที่กระทบ รอบโรงไฟฟัาขนาดใหญ่นี่มีพื้นที่ในรัศมี ๕ กิโลเมตร และโรงไฟฟัาขนาดกลางมีรัศมีโดยรอบ ไม่เกิน ๓ กิโลเมตร และโรงไฟฟัาขนาดเล็กคือรัศมีโดยรอบ ๑ กิโลเมตร อันนี้เปึนเงื่อนไขที่ สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน และกองทุนพัฒนาไฟฟัา ผู้ได้รับผลกระทบ รอบโรงไฟฟัานี่ตั้งเงื่อนไขไว้ แต่เราก็มองเห็นว่ามันยังไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นเราจึงเสนอ แนวความคิดนะครับว่าควรจะมีการปฏิรูป ควรจะมีการแก้ไขเรื่องของกองทุนว่าด้วยเรื่องของ ผู้ได้รับผลกระทบรอบโรงไฟฟัา ส่วนการจะแก้ไขอย่างไรเราได้นําเสนอแน วทางไปให้กับ ผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่จะไปเพิ่มเติมอย่างไรนั้นขณะนี้เราเสนอเปึนแนวทางไปว่า ข้อ ๑ ต้องทํา อย่างนี้ ข้อ ๒ ต้องทําอย่างนี้ ข้อ ๓ ต้องทําอย่างนี้ครับ นั่นคือแนวทางที่เราคิดว่าควรจะเปึน และเวลาเดียวกันก็ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะรับรู้เรื่องนี้ด้วยนะ ครับ นี่คือแนวทาง ของพวกเรานะครับ ดังนั้นจึงใคร่กราบเรียนประธานว่าสิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็กรรมาธิการได้นําเสนอนั้นเปึนแนวคิดและบางเรื่องก็คือเปึนเรื่องที่ควรจะต้องปฏิบัติ และนําไปสู่การปฏิบัติต่อไป ขอเรียนท่านประธานว่าจะมีอนุกรรมาธิการ ๓ ท่านตอบคําถาม ในส่วนที่สมาชิกขอถามมา แล้วก็มีความเห็นมาเล็กน้อยครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คงต้อง ขอความกรุณาให้สรุปมาก ๆ เลย เราเหลืออีกหลายเรื่องเหลือเกินวันนี้ กรุณาสั้นนะครับ ขอบคุณครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวัฒ นา ธาดานิติ อนุกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอขอบพระคุณสําหรับท่านสมาชิกที่ให้ความคิดเห็น ให้คําแนะนําค่ะ

ทุกสิ่งทุกอย่างดิฉันถือว่าเปึนสิ่งที่สร้างสรรค์ในทุกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องอีโคทาวน์ สําหรับ ผู้ที่ศึกษาเองนะคะ จะเห็นได้ว่ามีบางอย่างที่จะต้องปรับปรุงแล้วก็ความไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อ เรื่องนี้ประเทศของเราต้องคํานึงถึงในเรื่องของ เมืองนิเวศ ชุมชนนิเวศ การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน แล้วสิ่งที่ขับเคลื่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ อุตสาหกรรม ดังนั้นชื่อที่บอกว่าอยู่ยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยแนวคิด เมืองนิเวศค่อนข้างจะริจิด (Rigid) ไปหน่อย แคบไปหน่อยหนึ่งนะคะ ที่จริงแล้ว ในเมืองนิเวศจะต้องมีนิคมอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสักครู่ดิฉันได้ยินคําว่าภาคอุตสาหกรรม อาจจะต้องขอไปปรับปรุงในส่วนนี้นะคะ อันนี้เปึนประเด็นแรก ต่อมาลักษณะของเมืองนิเวศอุตสาหกรรม ดิฉันใช้คําว่าอุตสาหกรรม เชิงนิเวศ เพราะว่าเมืองนิเวศซึ่ง ขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมมันเน้นหนักในเรื่องของ การดูแลสิ่งแวดล้อม แล้วก็เรื่องของคุณภาพชีวิตในพื้นที่ ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของเมืองนี้ ก็มีตั้งแต่เรื่องของทางกายภาพหรือทางพื้นที่ เรื่องระบบต่าง ๆ ระบบบําบัดน้ํา มลพิษ ระบบโครงสร้างพื้นฐานของเรา แม้กระทั่งเศรษฐกิ จสีเขียวแล้วก็ระบบธรรมาภิบาล ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะต้องแก้ไขปรับปรุง แล้วบางอย่างได้ทําแล้วอย่างก้าวหน้านะคะ หน่วยงาน ณ ขณะนี้ท่านสมาชิกบางท่านได้เสนอว่าเรายังไม่มีเจ้าภาพรวมหรือเจ้าภาพหลัก ดังนั้น ขอสรุปว่าจะไปทบทวนอีกทีหนึ่ง แล้วถ้าเจ้าภาพหลักสามารถทําได้ในหน่วยงาน ในองค์กร ที่มีอยู่แล้วเราก็จะดําเนินไปตามนั้น แต่ถ้าจะต้องคิดแก้ไขปรับปรุงขึ้นก็ยินดีรับทําต่อไปค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บันลือ เอมะรุจิ อนุกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกนะครับ ก็ขอขอบพระคุณมากครับในความคิดเห็นที่ท่านเสนอให้ ทางผมก็จะได้ไปปรับปรุงเพิ่มเติมนะครับ แล้วก็เจ้าภาพหลักในการดําเนินการในนี้ คือเรื่องจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาที่ต่ํากว่าระดับอุดมศึกษานี้ เจ้าภาพหลัก ก็คือกระทรวงศึกษาธิการมีอยู่แล้ว แต่ในประเด็นที่นําเสนอก็เหมือนกับจุดประกายให้เรา มองเห็นความสําคัญที่จะทําสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาให้ดีขึ้นนะครับ เพราะว่านักเรียน ๑๑ ล้านคนที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ ๑๐ ป้อยู่ในสถานศึกษาเหล่านี้ ก็ไปเน้นอันนี้นะครับ ขอบพระคุณมากเลยครับ เรียนเพิ่มเติมครับ

นายสุรพล ชามาตย์ อนุกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะครับ ผม สุรพล ชามาตย์ ก็ขอขอบพระคุณ ในการติชม ผมขออนุญาตนําเสนอเกี่ยวกับเรื่องการติดตั้งจอแอลอีดี ดิสเพลย์นะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล มากนะครับ ก็คือท่านเคยอยู่บางจากท่านก็จะทราบดีว่า กฎหมายฉบับนี้การตรวจวัดมลพิษทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเปึนน้ําเสีย อากาศเสีย ในประเทศไทยได้มีบังคับใช้มานานแล้ว แต่ทีนี้เพื่อความโปร่งใสของโรงงานขนาดใหญ่ ทางเราศึกษามาแค่ประมาณ ๓๘ ประเภทในการที่จะให้ติดตั้ง ก็ต้องมอนิเตอร์ โชว์ (Monitor show) ว่ามลพิษเปึ นอย่างไร แล้วก็ส่งไปที่สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัด กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และถ้าทําได้ก็คงจะต้องส่งข้อมูลไปที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ในกรณีที่คิดว่าถ้าเกิดมีการปรับจูน (Tune) เครื่องมือ เราสามารถใช้อํานาจตามพระราชบัญญัติโรงงานสั่งการได้ให้ มีการสอบเทียบทุก ๆ ๓ เดือน อย่างนี้นะครับ แล้วก็รายงานให้ทางสํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหรือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทราบด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้คงคิดว่าไม่เปึนปัญหาเนื่องจากในปัจจุบัน หากมีค่าเกินมาตรฐานแล้วก็สามารถพิจารณาดําเนินคดีตามกฎหมายได้เลย แล้วก็ ในการดําเนินคดีก็จะมีการเปรียบเทียบปรับ แล้วก็ในส่วนหนึ่งเงินค่าเปรียบเทียบปรับ ก็จะมีการแบ่งให้กับผู้แจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องในการทําคดี ในปัจจุบัน ก็จะมีการกํากับดูแลกันได้อย่างเข้มข้น ในส่วนของท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติท่านหนึ่ง ที่แจ้งว่าโรงงา นอุตสาหกรรมที่อยู่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรม ขอเรียนให้ทราบว่า ถ้าเกิดเราปรับโครงสร้างของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ที่หันมาดูแล ทางด้านกํากับดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษอยู่เปึนจํานวนมาก

เนื่องจากในปัจจุบันนี่โครงสร้างของกรมโรงงานอุตสาหกรรมมุ่งไปที่การพิจารณา อนุญาตโรงงาน ผมเคยใช้คําพูดว่านั่งขายใบอนุญาตหลาย ๆ ครั้งแล้วก็คงจะต้อง ปรับโครงสร้างตัวนี้ออกไปแล้วก็หันมาดูทางด้านการกํากับดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเปึน น้ําเสีย อากาศเสีย ขยะ แล้วก็ส่วนต่าง ๆ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าถ้าเกิดมีการปรับองค์กรของ กรมโรงงานอุตสาหกรรมตามนี้แล้วก็จะทําให้การบริหารจัดการดีขึ้นแล้วก็วางแผน การใช้พนักงานเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดคือมีการวางแผนเปึนเดือน เปึน ๓ เดือน เปึนป้ ว่าคุณจะต้องมีผลงานเสนอเข้ามาเท่าไร ขอบคุณครับ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ก็จบการนําเสนอนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณมากครับ ที่ประชุมได้พิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร จํานวน ๕ เรื่องวันนี้ เรื่องแรก การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชน ด้วยแนวคิดเมืองนิเวศ เรื่องที่ ๒ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา ต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา เรื่องที่ ๓ กําหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัด คุณภาพน้ําทิ้งหรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ เรื่องที่ ๔ แนวทางปฏิรูป การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม และเรื่องที่ ๕ การพัฒนาและปรับปรุง ระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อการพัฒนา และฟุ๋นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดําเนินงานของโรงไฟฟัาแล้ว ต่อไปผมจะขอมติ จากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานที่นําเสนอแต่ละเรื่อง ก่อนจะขอมติ ถ้าพร้อมแล้วผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ผมได้ให้ สัญญาณไปล่วงหน้าพอสมควรน่าจะอยู่ในนี้ครบหมดแล้ว มีใครสังหรณ์ว่า เพื่อนเราอยู่ข้างนอกอีกบ้างไหมครับ เช่นนั้นแล้วขออนุญาตให้ท่านได้ใช้สิทธิแสดงตน กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

มีท่านใด ยังไม่ได้แสดงตนหรือแสดงตนไม่ได้

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ป่ดนะครับ ขอทราบผลครับ ๑๙๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานพิจารณา ของคณะกรรมาธิการ วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่องแรก การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยแนวคิดเมืองนิเวศ ตามที่กรรมาธิการได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไปนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ครบถ้วนนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ออกเสียงไหมครับ หรือออกเสียงไม่ได้

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบถ้วน ขอป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๙๖ ท่านที่เข้าประชุม เห็นด้วย ๑๖๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๒๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่อง การอยู่ร่วมกัน อย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยแนวคิดเมืองนิเวศ ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็ นด้วยหรือไม่กับรายงานลําดับที่ ๒ เรื่อง การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษาตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้นําส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ผมคงไม่ต้อง นับองค์ประชุมใหม่นะครับ น่าจะยังอยู่ครบ ดังนั้นขอให้ท่านได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ออกเสียงหรือออกเสียงยังไม่ได้ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบแล้วขอป่ด ขอทราบผลครับ ๑๙๖ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๒๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ นะครับ

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานเรื่องที่ ๒ นี้นะครับ สําหรับ วาระปฏิรูปที่ ๒๕ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่งรายงานพร้อม ความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานวาระปฏิรูป ที่ ๒๕ ลําดับที่ ๓ เรื่องการกําหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพ น้ําทิ้งหรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธำรณะ ตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วย จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เช่นเดียวกัน คงไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะครับ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวออกไปจากห้อง ดังนั้น ขอท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ออกเสียงไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบถ้วนแล้ว ป่ดนะครับ ส่งผลด้วยนะครับ ๑๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๒๐ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ นะครับ

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่องที่ ๓ นี้นะครับ เรื่องการกําหนดใ ห้โรงงานติดตั้งระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้ง หรือคุณภาพอากาศจากปล่องต่อสาธารณะ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุง ก่อนจะส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ลําดับที่ ๔ เรื่องแนวทางปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม ตามที่ได้นําเสนอ หากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เช่นเดียวกัน คงไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่ เชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ออกเสียงไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบถ้วนแล้ว ขอป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยนะครับ ๑๙๖ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๑๘ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ นะครับ

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูป ที่ ๒๕ เรื่องที่ ๔ แนวทางปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรมนะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานนี้ไปปรับปรุงก่อนจะส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

ต่อไปจะขอ มติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ลําดับที่ ๕ เรื่องการพัฒนาและปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการกํากับ กิจการพลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ จากการดําเนินงานของโรงไฟฟัาตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เช่นเดียวกัน คงไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะครับ น่าจะสันนิษฐาน ได้ว่ายังอยู่ครบนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบถ้วนแล้ว ขอป่ดนะครับ ส่งผลด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๙๘ ท่าน มาจากไหนนี่ ผมยังไม่เห็น มีคนเดินเข้าเดินออกเลย เห็นด้วย ๑๖๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๒๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เอาละเปึนอันว่าเครื่องถูก

สรุปแล้วก็คือท่านที่ประชุมได้มีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูป ที่ ๒๕ ลําดับที่ ๕ นี้นะครับ การพัฒนาและปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้อ งถิ่นที่ได้รับผลกระทบจาก การดําเนินงานของโรงไฟฟัา ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไป เปึนอันจบการพิจารณารายงานวาระปฏิรูป ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร จํานวน ๕ เรื่อง ๑. การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยแนวคิด เมืองนิเวศ ๒. การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา ๓. กําหนดให้โรงงานติดตั้งระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้งหรือคุณภาพ อากาศจากปล่องต่อสาธารณะ ๔. แนวทางปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในภาคอุตสาหกรรม และ ๕. การพัฒนาและปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการกํากับกิจการ พลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟัา เพื่อการพัฒนาหรือฟุ๋นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ จากการดําเนินงานของโรงไฟฟัาแล้ว ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ ท่านสมาชิกครับเรายังไม่จบนะครับ

ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังครับ มีวาระที่ต้องพิจารณาอยู่ ๓ เรื่องนะครับ

วาระพัฒนา : แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายในป้ ๒๕๗๕

วาระปฏิรูปพิเศษ จํานวน ๒ เรื่อง

๑. แนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน (Joint Economic Development Areas)

๒. การปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม ซึ่งจะมีร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๒ ฉบับ

(๑) ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญำ ที่เปึนธรรม พ.ศ. ....

(๒) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการได้เข้าประจําที่ด้วยนะครับ เรียนเชิญครับ เรียนเชิญคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เข้าประจําที่ด้วยนะครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เนื่องจากรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังเสนอต่อสภาเพื่อให้พิจารณาวาระพัฒนา จํานวน ๑ เรื่อง และวาระปฏิรูปพิเศษ จํานวน ๒ เรื่อง รวมทั้งยกร่างพระราชบัญญั ติที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๒ ฉบับ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมขอปรึกษาที่ประชุมว่า ให้ประธานกรรมาธิการแถลงรายงานผลการพิจารณาในแต่ละวาระ รวมทั้งแถลงหลักการ เหตุผลและสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติแต่ละฉบับไปในคราวเดียวกัน และให้สมาชิก อภิปรายรายงานและร่างพระราชบัญญัติไปในคราวเดียวกัน จากนั้นผมถึงจะขอมติจาก ที่ประชุมว่าเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานแต่ละวาระ และเห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการ เหตุผลและสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติแต่ละฉบับตามลําดับ ที่ประชุมเห็นด้วย ตามนี้นะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ขอบคุณครับ ถ้าท่านกรรมาธิการพร้อมแล้ว ขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้แถลงรายงาน พร้อมทั้งหลักการ เหตุผลและสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ วาระนะครับ จะได้เปึนแนวทางในการพิจารณาต่อไป เรียนเชิญท่านประธานครับ

นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพรักครับ ผม นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ขออนุญาต นําเสนอรายงาน ๓ เรื่อง เรื่องแรกเปึนวาระพัฒนา เรื่องแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจ ไทย เพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ เรื่องนี้เปึนเรื่องซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลังได้ทําขึ้น เพื่อมุ่งที่จะพิจารณาและวิเคราะห์ถึงยุทธศาสตร์ ในการที่จะทําให้ประเทศไทยได้เจริญเติบโตพ้นความเปึนประเทศที่มีรายได้หลากประการ ให้กลายเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ เนื้อหาสาระจะเปึนเรื่องของการพัฒนา เศรษฐกิจเปึนหลัก ซึ่งจะมีการวิเคราะห์ทั้งทางภาคแม คโคร (Macro) ในภาพรวม ในเศรษฐกิจ แล้วก็ทางภาคเศรษฐกิจรายสาขา เรื่องนี้อาจารย์สุทัศน์จะเปึนผู้นําเสนอ ในรายละเอียดครับ ส่วนเรื่องที่ ๒ เปึนวาระปฏิรูปพิเศษ ซึ่งมี ๒ เรื่อง เรื่องแรกเปึนเรื่อง แนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน อันนี้จะเปึนการบริหารจัดการเขตพื้นที่ชายแดน ซึ่งอยู่ใน ๒ ประเทศ ไอเดีย (Idea) หลักก็คือมุ่งจะให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารโดยที่จะ รับมอบอํานาจจากประเทศทั้งสองโดยที่ประเทศทั้งสองยังเปึนเจ้าของดินแดนในส่วนของตนอยู่ แล้วยังใช้อํานาจรัฐในส่วนของตนอยู่ แต่การบริหารจัดการจะเปึนการบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้ไม่ต้องผ่ำนด่าน ๒ ครั้ง เพื่อไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม ๒ ครั้ง ทําที่เดียวแล้วก็จบ ผ่านได้เลย เรื่องนี้ก็จะเปึนเรื่องที่ท่านอาจารย์สุทัศน์จะเปึนผู้นําเสนอในรายละเอียดนะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเปึนเรื่องของการปฏิรูประบบเ กษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม พร้อมทั้ง จะมีกฎหมายให้พิจารณา ๒ ฉบับ ระบบเกษตรพันธสัญญาเปึนระบบที่กําลังแพร่หลาย อยู่ในวงการเกษตรอยู่มาก แล้วก็มีแนวคิดอยู่ ๒ อัน อันหนึ่งก็คือเห็นว่าเกษตรพันธสัญญา เปึนเรื่องดีมีประโยชน์ ทําให้ภาคเกษตรมีความก้าวหน้า แล้วก็มีความทันสมัย จะเปึนประโยชน์ต่อเกษตรกร แต่อีกแนวคิดหนึ่งก็คือเห็นว่าเกษตรพันธสัญญาเปึนรูปแบบ ซึ่งก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ํามากขึ้น แล้วผู้ที่เสียเปรียบคือพวกเกษตรกร คราวนี้เรื่องนี้ อยู่ในกรอบของการลดความเหลื่อมล้ํา เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังจึงมอบให้คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปด้านความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีดอกเตอร์กอบศักดิ์เปึนประธาน ได้ทําการศึกษาแล้วก็สรุปได้ว่าเกษตรพันธสัญญา เปึนมาตรการมีวิธีการดําเนินการด้านเกษตรที่มีประโยชน์ เพราะว่า ๑. คือช่วยลดความเหลื่อมล้ํา

และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกร ๒. คือนําเกษตรกรรายย่อยเข้าสู่ระบบ การผลิตที่มีประสิทธิภาพ ๓. คือสามารถพัฒนากระบวนการผลิตให้เปึนแบบทันสมัย โดยใช้วิทยาศาสตร์ ใช้เทคโนโลยีและใช้นวัตกรรม ถ้าเกษตรกรรายเล็ก ๆ ทําเองตามลําพัง ก็จะไม่สามารถมีวิทยาศาสตร์ มีเทคโนโลยี และมีนวัตกรรมเหล่านี้เข้ามาช่วยได้ ๔. ก็คือ ช่วยพัฒนาสายพันธุ์ พัฒนาวัตถุดิบ และพัฒนาการปัองกันโรค ๕. คือส่งเสริมการแปรรูป และช่วยในเรื่องการตลาด และเรื่องการจัดจําหน่าย ทําให้เกษตรกรไม่ต้องประสบปัญหา ในเรื่องการจัดจําหน่าย อันนั้นคือเปึนผลดี เปึนด้านดีของเกษตรพันธสัญญา แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรพันธสัญญาที่ปฏิบัติอยู่ในประเท ศไทยในขณะนี้ก็ยังมีความไม่สมดุล อยู่เยอะ แล้วมีความไม่เปึนธรรมก่อเกิดขึ้นอย่างมากมาย เปึนที่ร้องเรียนกันในวงการเกษตรอยู่มาก ประการแรก คือดุลอํานาจทางเศรษฐกิจของคู่สัญญาทั้ง ๒ ฝ์ายไม่เท่ากัน อํานาจต่อรองของ บริษัทใหญ่มีมากกว่ามาก อํานาจต่อรองของเกษตรกรมีน้อย

๒. คือบริษัทใหญ่มีกําลังเงินสูง มีนักวิชาการสนับสนุนอย่างพร้อมสรรพ และมักจะทําเปึน สัญญาสมบูรณ์แบบ แต่เกษตรกรมีทุนน้อย ล้วก็มีความรู้น้อยนะครับ ๓. ก็คือว่า ในความไม่เท่าเทียมกันนี้ภาครัฐยังทําหน้าที่น้อยเกินไป ยังไม่ได้กํากับดูแลให้เกิด ความเปึนธรรมอย่างเพียงพอในเรื่องของการทําเกษตรพันธสัญญานะครับ ความไม่สมดุลอันนี้มีหลายมิติ ๑. คือความไม่เท่าเทียมกันทางด้านข้อมูลระหว่างเกษตรกร กับบริษัท ๒. คือความไม่เท่าเทียมกันทางด้านการรับความเสี่ยง ๓. คือความไม่เท่าเทียมกัน ทางด้านการแบ่งปันผลประโยชน์ ๔. คือความไม่เท่าเทียมกันทางด้านการบังคับใช้ กฎหมาย ๕. คือความไม่เท่าเทียมกันทางด้านศักยภาพในการเข้าใจสัญญา ความสามารถ ในการผลิตและในการบริหารจัดการ เมื่อวิเคราะห์แล้วว่าเกษตรพันธสัญญามันเปึนวิธีการ จัดการการเกษตรที่ดีที่ก้าวหน้า ที่เอื้อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์เข้ามาพัฒนา ภาคเกษตรได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีความไม่เปึนธรรมในการเจรจาต่อรองนะครับ เราจึงเสนอว่ารัฐควรจะแสดงบทบาทเข้าไปช่วยให้เกษตรพันธสัญญาสามารถทําได้ต่อไป และไปช่วยให้เกิดความเปึนธรรมขึ้นโดยการออกเปึนกฎหมาย ๒ ฉบับนะครับ ฉบับแรก เรียกว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ซึ่งจะไปวางเงื่อนไขต่าง ๆ ของการทําสัญญา สัญญาคงทําโดยอิสระของคู่สัญญาทั้ง ๒ ฝ์าย แต่หลักเกณฑ์การทําสัญญา ข้อกําหนดในเรื่องความเปึนธรรมเกี่ยวกับการทําสัญญา ไม่ได้มีปรากฏในกฎหมายนี้นะครับ ส่วนร่างกฎหมายฉบับที่ ๒ เปึนการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งมีอยู่แล้วคือกฎหมายว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม ซึ่งใช้เปึนการทั่วไปกับสัญญาทั่วไป แต่ว่าในกฎหมายฉบับนี้เดิมพูดถึงเรื่องสัญญาหลายอย่าง แต่ไม่รวมถึงเกษตรพันธสัญญา เพราะฉะนั้นจึงมีความจําเปึนที่จะต้องใช้หลักว่าด้วยสัญญาที่ไม่เปึนธรรมอันนี้ให้ครอบคลุม ถึงเกษตรพันธสัญญาด้วย จึงต้องไปแก้ไขบทบัญญัติในบางมาตรา โดยเฉพาะในเรื่องของ ขอบเขตการบังคับใช้นะครับ ทั้งหมดนี้ก็จะเปึนรายละเอียดซึ่งจะขอเชิญอาจารย์กอบศักดิ์ ได้นําเสนอนะครับ ในเบื้องแรกนี่ขอเชิญท่านอาจารย์สุทัศน์พูดเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนา เศรษฐกิจก่อนครับ เชิญครับ

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง สมาชิกหมายเลข ๒๑๙ หัวข้อของรายงานฉบับนี้ชื่อยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ แนวทางปฏิรูป

เศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ อันนี้ฟังแล้วก็คุ้น ๆ หูเพราะว่า เราเพิ่งฟังเรื่องวิสัยทัศน์เปึนประเทศพัฒนาแล้ว เปึนโลกที่ ๑ ป้ ๒๕๗๕ เหมือนกัน รายงาน ฉบับนี้มีวิวัฒนาการของมันมาตั้งแต่ต้นนะครับ คือเราเริ่มทํารายงานมาตั้งแต่ตอนที่เราเริ่มมี การประชุมต้น ๆ เลยนะครับ แต่ตอนนี้รายงานตัวนี้ทําหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งคือพยายาม จะเปึนรายงานที่มัดห่อเรื่องของข้อเสนอต่าง ๆ ในการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจเอาไว้ด้วยกัน มันก็เลยอาจจะดูยังไม่ค่อยสมบูรณ์มากนักครับ ก็อยากจะฟังว่าท่านมีคอมเมนต์ก็ยินดีนะครับ หลักการเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ผ่านมานี้เรามักจะมองจาก ประเทศไทยเปึนหลัก ผมคิดว่ามันจํา เปึนที่เราจะต้องคิดถึงวิธีการมองปัญหาตรงนี้ใหม่ เพราะว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้เปึนเศรษฐกิจที่ใหญ่ การเปลี่ยนแปลงในโลก มันเปึนตัวกําหนดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยนะครับ ท่านอาจารย์พรายพล คุ้มทรัพย์ ได้นําเสนอว่าในการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศไทย ๗ ครั้งใหญ่ ๆ ที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่เกิดจากแรงกดดันการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก

เช่นในช่วงป้ ๑๘๕๐ กว่า ก็มีการเซ็นสนธิสัญญาเบาว์ริงเปึนต้น แล้วก็เมื่อเร็ว ๆ นี้ วิกฤติเศรษฐกิจโลกในป้ ๒๕๔๐ วิกฤติต้มยํากุ้ง ซึ่งเริ่มจากเมืองไทยนี้เองก็เปึนชนวนสําคัญ ทําให้มีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย ประเทศไทยเราเดินมาถึงจุดนี้ เปึนอีกจุดหนึ่งที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างของประเทศไทยให้พร้อมรับกับ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาลรอบ ๆ ตัวเรา เศรษฐกิจของเรา โครงสร้าง เศรษฐกิจของเรา วิธีการบริหารเศรษฐกิจของเราตอนนี้มีปัญหาค่อนข้างจะมาก ไม่ใช่ แต่เฉพาะในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเศรษฐกิจเราติดลบ อันนั้นเปึน แค่เพียงอาการเล็ก ๆ แต่ว่าโลกเศรษฐกิจของเรามันยังมีลึกซึ้งมากกว่านั้น ข้อเสนอกว้าง ๆ นี่ก็คือเราควรจะมีเปัาระยะยาวของประเทศ ประเทศไทยเราไม่เคยมีเปัาเศรษฐกิจที่ชัดเจน ในระยะยาวมาก่อน เราควรจะมีเปัาระยะยาว อันนี้ก็จะเปึนวิธีการคิดในเชิงที่ค่อนข้าง จะเปึนระยะยาวเชิงลึกนิดหน่อยเปึนส แทรทิจี (Strategy) ของประเทศไทย แล้วก็ การสร้างเปัานี่เรามาในจุดที่ตอนนี้ประเทศไทยกําลังมีปัญหาเรื่องการเมือง การที่จะมีเปัา ของประเทศมันจะช่วยแก้ปัญหาการเมืองไปด้วยอีกระดับหนึ่ง ถ้าประเทศไทย ถ้าประชาชน คนไทยทุกคนถือเปัาอันเดียวกันมีเปัาหมายอันเดียวกันไม่ว่าจะเปึนเศรษฐกิจหรือสังคม ก็แล้วแต่ โอกาสที่เราจะมีรัฐบาลต่าง ๆ เข้ามามันมีสูง แต่ว่าถ้าเราถือเปัาเอาไว้มันก็จะเปึน วิธีการในการที่จะกําหนดให้รัฐบาลอยู่ในร่องในรอย ทําให้เกิดความต่อเนื่องในนโยบายของ ภาครัฐได้ เดี๋ยวผมขอสไลด์ต่อไปเลยนะครับ จากที่เราวิเคราะห์ผมจะเล่าคร่าว ๆ ตรงนี้ เพื่อประหยัดเวลาเพราะว่าเราเวียนรายงานฉบับนี้ออกไปแล้วนะครับ อะไรที่มี การเปลี่ยนแปลงที่มันน่าสนใจ ข้อที่ ๑ เลยคือการเปลี่ยนแปลงผู้นําเศรษฐกิจโลก ตัวทวีปเอเชียโดยเฉพาะประเทศจีนมีอํานาจในทางเศรษฐกิจในโลกมากขึ้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ทั้งโลกนี่ตกใจมากที่ประเทศจีนลดค่าเงิ นไปประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ แตกตื่นกันหมด ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าในวงของโซเชียล มีเดีย (Social media) ก็จะมีการพูดกันถึงว่ากําลังเกิด สงครามทางด้านการเงินระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีนแล้ว อันนี้น้ําจิ้ม ที่ตามมานี่ยังเปึนเรื่องใหญ่อยู่ข้างหลังตรงนี้อีกเยอะ เพราะว่าเศรษฐกิจประเทศจีน อย่างไรก็ตามจะต้องขยายตัวมากขึ้นไปกว่านี้อีก แล้วก็สัดส่วนที่ไอเอ็มเอฟ (IMF) กะประมาณเอาไว้ก็คือว่าภายในอีก ๕ ป้ข้างหน้า ป้ ๒๐๒๐ เศรษฐกิจของเอเชียน่าจะมี สัดส่วนอยู่ในเศรษฐกิจโลก ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ไม่มีระบบ

อัตราแลกเปลี่ยนภายในกลุ่มนี้เลย แล้วกลุ่มนี้จะทําการค้ากับกลุ่มอื่นได้อย่างไร ทุกคนตอนนี้ ยังใช้เงินยูเอสดอลลาร์อยู่ อันนี้ก็เปึนโจทย์ที่ทุกคนรู้และคงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ในโครงสร้างของระบบการเงินโลกในเวลาภายใน ๕-๑๐ ป้ข้า งหน้านี้อย่างแน่นอน การเปลี่ยนแปลงตรงนี้ทําให้เศรษฐกิจภายในเอเชียมันมีแรงของตัวเองมากขึ้น เพราะว่ายุโรป กับอเมริกาตอนนี้ไม่โต ทําให้เศรษฐกิจของเอเชียโตในตัวของมันเองมากขึ้น คือต้องหันมา พึ่งตลาดภายในเอเชียเองมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอันนี้มีผลกระทบ กับประเทศไทยโดยตรง เพราะว่าการค้าระหว่างประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ประเทศพัฒนาแล้วทางด้านเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือนี่กับที่เหลือของเอเ ชียโดยเฉพาะ เอเชียใต้ เอเชียตะวันตกออกไปจนถึงตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป ล้วนแต่จะต้องผ่านมา ทางประเทศไทยแล้วก็เอเชียอาคเนย์

ในเมื่อเราเปึนทางผ่านตรงนี้เราก็มีความจําเปึนที่จะต้องตั้งหลักให้ดีว่าเราจะทําตรงนี้อย่างไร ปัจจัยอีกตัว หนึ่งที่สําคัญมากที่มีการเปลี่ยนแปลงคือเรื่องของการเพิ่มของประชากร แล้วก็มีพลวัตของประชากร อีก ๕ ป้ข้างหน้านี้ประชากรในเอเชียใต้คือ ๓ ประเทศหลัก ๆ ก็คือ ประเทศปากีสถาน ประเทศบังกลาเทศ แล้วก็ประเทศอินเดียจะมีประชากรเพิ่มขึ้น ประมาณ ๑๔๐ ล้านคน ๑๔๐ ล้านคนประมาณ ๒ เท่ากว่าของประชากรไทยนะครับ คนเหล่านี้จําเปึนที่จะต้องหางานทํา จําเปึนที่จะต้องกิน จะหาอาหารที่ไหนมาให้คนเหล่านี้กิน ทั้ง ๆ ตอนนี้ที่ดินค่อนข้างที่จะจํากัดอยู่แล้ว แล้วก็จะหางานตรงไหนมาให้คนเหล่านี้ทํา คําตอบพวกนี้อยู่ที่พลวัต ถ้าคนเหล่านี้ในพื้นที่ไม่มีงานทําเขาก็ต้องเคลื่อนย้าย เราเห็นปัญหา ของโรฮิงญา แต่ว่าถ้ามาเทียบกับจํานวนโรฮิงญามีประชากรอยู่ประมาณล้านกว่าคน เรากําลังพูดถึง ๑๖๐ ล้านคนในอีกไม่กี่ป้ข้างหน้านี้ ปัญหามันคนละระดับกัน ใหญ่มาก เทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านการทําธุรกิจ ทางด้านสังคม แล้วก็การเมืองด้วย จุดเปลี่ยนตรงนี้เราจะใช้ให้เปึนประโยชน์กับการเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นต่อไป ได้อย่างไรสําหรับประเทศไทย อันสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจรอบ ๆ ประเทศไทยเราซึ่งเราจะต้องคํานึงถึงเพื่อเราจะวางแผนของเราไปข้างหน้าก็คือเรื่อง ความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทางด้านรายได้นะครับ ระบบเศรษฐกิจทําให้ คนที่เข้มแข็งกว่ารวยขึ้น ประเทศที่เข้มแข็งกว่าก็รวยขึ้น วางแผนดีกว่าก็รวยขึ้น ประเทศที่อ่อนแอที่ไม่ได้วางแผนก็จะยากจนลง เพราะฉะนั้นโอกาสในการที่จะมีปัญหา ต่อไปจากนี้ก็มีค่อนข้างสูงถ้าระบบที่เรามีใช้กั นอยู่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงที่อยู่รอบ ๆ ประเทศไทย ในประเทศไทยเราเองก็มีการเปลี่ยนแปลง ในประเทศไทยเองนี่อันที่ ๑ ก็คือโครงสร้างเศรษฐกิจ ขอสไลด์ต่อไปนะครับ โครงสร้าง เศรษฐกิจของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะเยอะ จากกราฟ ๑๐ อุตสาหกรรม ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยนี่นะครับ จะเห็นว่าในรอบ ๑๒ ป้ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนโครงสร้างกัน ค่อนข้างจะชัดเจน ภาคเกษตร เส้นสีแดงในรอบ ๑๐ ป้ที่ผ่านมาโตขึ้นค่อนข้างจะเร็วกว่า ภาคอื่น ๆ คําถามคือภาคเกษตรโตขึ้นมาได้อย่างไรเร็วขนาดนี้ ในช่วงหลัง ๆ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๔ เปึนต้นไป อันนั้นแน่นอนว่ามาจากการจํานําข้าว แต่ก่อนหน้านั้นถามว่า ประเทศไทยภาคเกษตรโตขึ้นมาได้อย่างไร คําตอบส่วนหนึ่งก็คือการนําเข้าแรงงาน แต่การโต ของภาคเกษตรหลังจากนี้ต่อไปท่านจะเห็นว่าในป้หลัง ๆ มักจะช้าลง สาเหตุสําคัญ

ก็เพราะว่าตอนนี้ค่าแรงมันแพงขึ้น แรงงานจากประเทศอื่น ๆ ที่จะเข้ามาในภาคเกษตร ก็น้อยลง แรงงานในภาคเกษตรเองก็ออกไปจากภาคเกษตร เพราะฉะนั้นภาคเกษตรจะต้อง มีการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่ป้ข้างหน้านี้อย่างค่อนข้างจะแรงนะครับ เซกเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทยจริง ๆ ก็คือการค้าขาย ซึ่งเคยเปึนแรงสําคัญในการที่จะทําให้ประเทศไทยโต แต่ตอนนี้จะเห็นว่าสัดส่วนของการค้ามันลดลงไปเยอะ เกิดอะไรขึ้นกับการเติบโตของภาคนี้ ทั้ง ๆ ที่เรามีทั้งแมคโคร ทั้งโลตัส ทั้งเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ภาคการค้าตรงนี้กลับลดลง เซกเตอร์อีก ๒ ตัวที่น่าสนใจก็คือเปึนตัวที่ใหญ่เปึนที่ ๓ ก็คือคมนาคมโลจิสติกส์ (Logistics) เซกเตอร์นี้ตอนนี้อยู่ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ของประเทศไทย แต่ก็ลดลงมา ตลอดเวลาในแง่ของสัดส่วนคือโตช้า สาเหตุใหญ่ก็เพราะว่าโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ไม่ค่อยมีการพัฒนามากขึ้นเท่าไร ทําให้เซกเตอร์นี้โตเท่าที่ควรจะโตไม่ได้นะครับ

เซกเตอร์ที่ ๔ ก็คือเรื่องของการเงิน อันนี้ก็สําคัญมากเพราะว่าเซกเตอร์การเงิน มักจะฟลัคชิวเอท (Fluctuate) ขึ้น ๆ ลง ๆ ตามภาวะเศรษฐกิจ คือเซกเตอร์การเงินมีการโต ประมาณ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ก่อนที่เราจะวิกฤติเศรษฐกิจช่วงป้ ๑๙๙๑ ถึงป้ ๑๙๙๖ แต่ตอนนี้เซกเตอร์นี้กําลังโตช้าลงในแง่ของเพอ ร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ในจีดีพี โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ผมมีตัวเลขถึงป้ ๒๕๕๖ แต่ว่า เราอยู่ในป้ ๒๕๕๘ แล้วการเปลี่ยนแปลงยังมีมากขึ้นอีกเยอะ อีกภาพหนึ่งของ การเปลี่ยนแปลงคือการเปลี่ยนแปลงในเชิงพื้นที่ ๒๐ จังหวัดที่มีการเจริญเติบโตสูงที่สุด ในประเทศไทย ๘ จังหวัดเปึนจังหวัดชายแดน ในจังหวัดที่มีการเติบโตเร็วที่สุด ๕ จังหวัด เปึนจังหวัดชายแดนเกือบทั้งหมด นี่คือการเจริญเติบโตตามแนวชายแดนรองรับสิ่งที่กําลัง จะเกิดขึ้นที่เราเรียกว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กําลังจะเป่ดเข้ามา แต่จังหวัดต่าง ๆ เหล่านี้ตอนนี้ราคาที่ดินไม่ต้องพูดถึงไม่ต้องไปซื้อแล้ว ครับ ช้าไปแล้วครับ โตนั่นไปหมดแล้ว อันนี้การเติบโตของจังหวัดตามชายแดนรอบ ๆ ประเทศไทยทางซ้ายมือยังไม่ค่อยโตเท่าไร มีที่อําเภอแม่สอด จังหวัดกาญจนบุรี เดี๋ยวก็พูดกันถึง แต่ว่าการเติบโตนี้มันเปึนตัวชี้วัดว่า อีก ๕ ป้ถึง ๑๐ ป้ข้างหน้านี้การเติบโตของประเทศไทยมันจะมาจากที่ไหนบ้าง ในเชิงพื้นที่ มันจะมาจากจังหวัดตามแนวชายแดน แล้วก็ตามแนวที่จะมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ ต่อไป อันนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงที่มันเกิดขึ้น แต่ปัญหาในการที่เราจะเปึนประเทศ ที่พัฒนาแล้วต่อไปข้างหน้ายังมีเยอะมาก เศรษฐกิจกําลังเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยน ข้างในเราก็เปลี่ยน ถามว่าแล้วเรามีปัญหาอะไรในการที่จะพาตัวเองให้ไปเจริญเติบโตต่อไป ในข้างหน้าได้ อันที่ ๑ ปัญหาที่เราเห็นก็คือว่าความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ลดลงมาโดยตลอด แสดงว่าโครงสร้างระบบบริหารเริ่มมีปัญหา ไม่ว่าจะดูจาก คอมเพททิทีฟเนส (Competitiveness) ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) หรือว่าของอาร์แอนด์ดี (R&D) ก็ตาม เรามีการพัฒนา ความสามารถในการแข่งขัน ของเราลดลง ในอาเซียนเองถ้าเราไม่ทําอะไรเลยตอนนี้เราเปึนเศรษฐกิจใหญ่อันดับ ๒ ไม่ทําอะไรเลยอีก ๕ ป้เรากลายเปึนอันดับ ๔ เราไม่มียุทธศาสตร์เปึนอันหนึ่งอันเดียว ของประเทศ เรามียุทธศาสตร์เยอะครับประเทศไทย ผมมานับได้เกือบจะ ๔๐-๕๐ อันอย่างต่ํา คือหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงเขามีแผนยุทธศาสตร์ของตัวเอง แต่ถามว่า ยุทธศาสตร์เหล่านี้พาไปที่ไหน คือพาให้ประเทศไทยคล้าย ๆ ว่าดีขึ้นแต่ทุกคนก็ต่างคนต่างทํา

ไม่ได้มีเปัาที่มันเปึนเปัาที่ชัดเจน เปัาที่ชัดเจนมันจะต้องพอจะจับต้องได้ พอจะเห็น มันถึงจะทําให้ทุกคนวิ่งเข้าไปหาได้ ถ้าเปัามันกว้างเกินไปก็ไม่สามารถที่จะทําให้ทุกคน วิ่งเข้ามาหาพร้อม ๆ กันได้ เราต้องมียุทธศาสตร์ เราต้องมีเปัาที่ชัด เราขาดการพัฒนา ที่ต่อเนื่องเพราะว่าเรามีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองบ่อย นอกจากการเมืองเปลี่ยนแล้ว ในหน่วยงานต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่สลับไปสลับมาทําให้ขาดความต่อเนื่อง ในการดําเนินนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐเองนะครับ ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงาน แต่ละหน่วยงานก็เปึนเอมไพร์ (Empire) ของตัวเอง ไม่ค่อยอยากจะประสานงานกันเท่าไร อันนี้คือปัญหาในระบบที่เรามีอยู่ตอนนี้ เราทําพวกนี้ได้ ถึงตอนนี้ประเทศไทยเรามีเขาเรียกว่า รีซิเลียนซ์ (Resilience) มีแฟลกซิบิลิตี (Flexibility) ในระบบสูงพอ แต่จากนี้ต่อไป ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นข้างนอกผมคิดว่าเราไม่มีเวลาเหลือที่จะทําอย่างนี้อีกแล้ว ประสิทธิภาพในการดําเนินนโยบายต่างประเทศของเราค่อนข้างที่จะอ่อน คือผมอยู่ในวงการ อันนี้มานานผมเห็นผู้แทนจากประเทศไทยในการประชุมต่าง ๆ ในเวทีโลกเรามักจะไม่ค่อยมี จุดยืนที่ชัดเจนของประเทศเวลาไปในการประชุม เพราะถ้าเราไม่มีจุดยืนไปสิ่งที่เราทําได้ วิธีเดียวก็คือรับ เรารุกไม่ได้ ไม่มีอะไรจะรุก เราก็ไปรับอย่างเดียวนะครับ

ถ้ารับอย่างเดียวไม่มีทางชนะ ถ้าเศรษฐกิจโลกมีอิทธิพลและจะเปึนปัญหาใหญ่ของประเทศไทย แล้วนโยบายการดําเนินนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของเราเปึนอย่างนี้ ผมไม่เชื่อว่า เราจะอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงมีประเทศ มีเศรษฐกิจไปให้ลูกหลาน ได้ดูกันนะครับ เราขาดการจัดเก็บข้อมูลเชิงลึก อันนี้ก็ตามมาจากเรื่องนโยบาย เนื่องจากเราไม่มีเปัา ที่มันชัดเจนเราก็เลยไม่ค่อยมีข้อมูลในเชิงลึก อันนี้ผมจะไปเร็ว ๆ นิดหนึ่ง ข้อเสนอเปึนเพียง ข้อเสนอเพื่อที่จะให้เอาไปคิดกันต่อ เปัาหมายที่จะเกิดขึ้นให้เปึนเปัาหมายเศรษฐกิจ ของประเทศไทยมันจะไม่ใช่เปัาหมายที่ สปช. คิด หรือเปัาหมายที่ใครก็ตามคิด แต่ว่าจะต้อง เปึนเปัาหมายที่ประชาชนเขาคิดแล้วก็เปึนเจ้าของมัน ผมก็เสนอเพียงเรามาลองคิดดูว่า จากมุมมองมุมหนึ่งเราเสนอเปัาหมายเอาไว้ ๖ ข้อด้วยกัน เปัาหมาย ๖ ข้อนี้มันชัดเจน มันจับต้องได้ ข้อที่ ๑ คือมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อหัวอย่างน้อย ๔๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ภายในป้ ๒๕๗๕ อันนี้ก็พอจะจับต้องได้เห็นชัด อันที่ ๒ คนที่จนที่สุด กลุ่มจนที่สุด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้จะต้องมีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ภายในป้ ๒๕๗๕ ตอนนี้ คนกลุ่มนี้มีรายได้ ๔,๓๐๐ บาท ก็เปึนการเพิ่มขึ้นประมาณ ๔ เท่ากว่า เราต้องลด การฉ้อราษฎร์บังหลวง ถ้าระบบมันไม่โปร่งใสก็ไม่สามารถที่จะทําให้ประเทศไทยเรา พัฒนาไปได้ เราต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มันอยู่ในทอป เทน (Top 10) ทอป ฟ่ฟทีน (Top 15) ของโลกให้ได้ ไม่ว่าจะวัดด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่นะครับ เพิ่มความรู้ ของประชากรให้อ่านออกเขียนได้ในด้านต่าง ๆ เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่าโมเดิร์น เบสิก นอลเลจ รีไควร์เมนต์ (Modern basic knowledge requirement) คือนอกจากจะอ่านออกเขียนได้แล้ว ต้องมีความรู้ทางด้านการเงิน ความรู้ทางด้านการเงินจะช่วยให้เขาสามารถอยู่ในโลก ทางเศรษฐกิจได้ ต้องอยู่ ๑ ใน ๑๕ อันดับแรกของโลกเหมือนกัน ต้องเพิ่มการเข้าถึง แล้วก็ คุณภาพของสาธารณูปโภค อันนี้อาจจะวัดได้โดยการใช้ฮิวแมน ดิเวลลอปเมนต์ อินเดกซ์ (Human Development Index) ซึ่งทางยูเอ็นดีพี (UNDP) มีการวัดออกมาทุก ๆ ป้ ให้เขาวัดเรา เราไม่ต้องไปทําเอง เขามี ๖ ตัวนี้ถือว่าเปึนเปัาหมายเศรษฐกิจของประเทศไทย ทําอย่างไรให้ถึงเปัา เราเสนอเอาไว้เปึนแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจมีอยู่ ๓ มิติด้วยกัน คําว่า มิติ หมายความว่าทั้ง ๓ อันนี้มันซ้อนทั บกันอยู่ มันเกี่ยวข้องซึ่งกันและกันอยู่ แต่มันมองจากคนละมิติ มิติแรกเปึนมิติเศรษฐกิจระดับประเทศอาจจะเรียกว่าเปึนแมคโคร แต่ก็คือหมายถึงกลไกร วมทั้งหมด อันนี้งานส่วนใหญ่จะน่าอยู่ในภาครัฐ เอกชนอาจจะ

เปึนคนช่วยเสริม มิติที่ ๒ เปึนแผนยุทธศาสตร์รายอุตสาหกรรมอันนี้เอกชนเปึนคนทํา รัฐเปึนคนเสริม มิติที่ ๓ เปึนเรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเชิงพื้นที่อันนี้ก็ช่วยกันทําทั้งภาครั ฐ แล้วก็ทั้งภาคเอกชน แต่ลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ ผมจะเล่าถึงคร่าว ๆ ในมิติต่าง ๆ ทั้ง ๓ อันนี้ มิติแรกคือยุทธศาสตร์หลัก คือสแทรทิจีของประเทศไทยไปข้างหน้าจะทําอย่างไร มีอยู่ ๔ อันด้วยกัน อันที่ ๑ คือเรื่องของการทําโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อม ๒ สมุทร คือ มหาสมุทรแปซิฟ่กกับมหาสมุทรอินเดีย คือจากการวิเคราะห์จะเห็นว่าอันนี้จะเปึน จุดสําคัญมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าเปึนอย่างต่ํา เราต้องมีการปฏิรูปเรื่องการทําระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการที่จะอนุมัติโครงการ ดูแลโครงการในการสร้างโครงการต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะว่ามันค่อนข้างจะช้าในสมัยก่อน เวลามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเราก็มักจะไม่สามารถ ทําระบบโครงสร้างพื้นฐานได้

อันนี้ก็เปึนปัญหาที่ประเทศต่าง ๆ นี่ทํากันอยู่ ตอนนี้เรามีข้อเสนอในสภาปฏิรูป แห่งชาติ เรื่องการทําโครงสร้างพื้นฐานตรงนี้อยู่นะครับ แต่โครงสร้างพื้นฐานผมอยากจะขอให้เน้น เรื่องของการเชื่อม ๒ สมุทรเปึนหลัก เรื่องอื่นเปึนเรื่องรอง แต่เรื่องเชื่อม ๒ สมุทร เปึนเรื่องหลักคือเกิดไพรออริตีขึ้นถ้าเรามีเปัาที่มันชัดปุ็บเราก็จะเริ่มเห็นว่าปฏิรูปนี่ทุกอย่าง มันก็ทําได้หมด แต่ว่าถ้าจะปฏิรูปให้มันไปหาเปัาแล้วนี่ก็ต้องปฏิรูปเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน ทําอันนี้ก่อนอย่างอื่นก็ตามมา โครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยเกือบทั้งหมดอยู่ในมือของ รัฐวิสาหกิจ ถ้าไม่ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไม่ต้องไปปฏิรูปเรื่องอื่น เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ปฏิรูปไม่ออกนะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความจําเปึนที่เราต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเราเลยจําเปึน ต้องมีการรีบมาปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทางคณะเศรษฐกิจ ๑ ก็ได้ทําข้อเสนอแล้วก็ได้นําส่ง ไปแล้วนะครับเปึนวาระ ยุทธศาสตร์ที่ตามมาก็คือว่านอกจากระบบรัฐวิสาหกิจมีโครงสร้าง พื้นฐาน มีการดําเนินการที่ดี และมีประสิทธิภาพแล้ว ระบบกฎหมายก็ต้องชัดเจน โปร่งใส ระบบภาษีก็ต้องชัดเจน โปร่งใส อันนั้นก็เปึนวาระปฏิรูปเรื่องภาษีอากรซึ่งก็ได้นําเสนอ ไปแล้วเหมือนกัน เราเสนอให้มีการตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภาพีบีโอ (PBO) เพื่อทําให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้นในการใช้งบประมาณต่าง ๆ อันนั้นจะทําให้เห็นว่า มันมีภาพรวมตรงนี้ในเรื่องของแมคโคร ในแมคโครเรามีเรื่องของวินัยทางการเงิน วินัยทางการคลังนี่เปึนหัวใจ อันนี้จะคลุมเรื่องของวินัยทางการคลังเอาไว้เยอะมากนะครับ ส่วนที่ ๒ ของข้อเสนอในมิติภาพรวมคือเราต้องทําให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางของการค้า ของการลงทุนในภูมิภาคนี้ เราเรียกมันว่าพาณิชยภูมิก้าวหน้าหรือแอดวานซ์ เทรดิง เนชัน (Advance Trading Nation) หรือ ดิเวลลอป เทรดิง เนชัน (Develop Trading Nation) ก็ได้เหมือนกันนะครับ คําว่าพาณิชยภูมิก็ได้รับคําอนุเคราะห์มาจากท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เพราะว่าเราใช้คําว่าเทรดิง เนชัน (Trading Nation) คําว่าเทรดิง (Trading) มันแปลว่าค้าขาย แต่ความจริงแล้ว เราต้องการให้ประเทศไทยมีมากกว่าการค้าขาย มีการลงทุน จริง ๆ แล้วหลักของมันน่าจะเปึนการลงทุนมากกว่าการค้าด้วยซ้ํา คือพาณิชยภูมิ ก้าวหน้าก็เปึนอุปกรณ์ตัวหนึ่งในการที่จะทําให้ประเทศไทยไปหาเปัาได้ ในนี้มีเนื้อหา หลัก ๆ อยู่ ๔ ตัวด้วยกัน อันที่ ๑ คือเรื่องของการทําให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน ที่ดีขึ้น มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน แข่งขันแล้วจะได้แข็งแรงไปสู้กับคนอื่นได้นะครับ ในขณะเดียวกันเราก็มีกฎหมาย พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าปัองกันการผูกขาด ไม่ให้การผูกขาด

มันมาล็อก การเจริญเติบโตนะครับ เรามีเรื่องของการพัฒนาส่งเสริมการลงทุนไปต่างประเทศ การลงทุนเปึนการวางโพซิชัน (Position) เปึนการวางตําแหน่งระยะยาวของประเทศ การซื้อขายนี่ซื้อขายเสร็จจบมันก็จบเปึน ทรานแซกชัน (Transaction) แต่การลงทุน เปึนการวางเปัาระยะยาว การลงทุนในต่างประเทศต่อไปนี้จะเปึนยุทธศาสตร์สําคัญ ของประเทศไทยว่าเราจะยึดอุตสาหกรรมตัวไหน แล้วก็ไปปักหลักไว้ตรงไหนบ้าง เครื่องมือสําคัญที่สุดคือการลงทุนก็ต้องมีการส่งเสริม เราเห็นประเทศอื่น ๆ ที่พัฒนาแล้ว อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างประเทศญี่ปุ์น อย่างประเทศเกาหลีเขาก็ทําตรงนี้กัน เราก็เริ่มเห็นประเทศจีนเริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเยอะ อันนี้เปึนเรื่องที่ค่อนข้าง จะละเอียดอ่อนแต่ก็เปึนเรื่องสําคัญ เราไม่ค่อยมีการส่งเสริมการลงทุนไปต่างประเทศเท่าไร เราจะต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ที่เข้มแข็งเพื่อเปึนพื้นฐานในการที่เราจะ รองรับการเปึนประเทศที่เปึนศูนย์กลางทางการค้าในภูมิภาคตรงนี้ได้ ศูนย์กลางการค้า ในภูมิภาคอันนี้ไม่ได้หมายถึงแต่เพียงเฉพาะ ประเทศในอาเซียนนะครับ หมายถึงประเทศ ในเอเชียทั้งหมดอย่าลืมว่าเราพูดถึงประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี แล้วก็ที่เหลือ ของเอเชียทั้งหมดนะครับ ยุทธศาสตร์การเชื่อมอาเซียน

อาเซียนนี่เปึนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีความสําคัญกับประเทศไทยมาก เราไม่ได้ใช้ประโยชน์กับมันมากเท่าไร แต่ประเทศที่ใช้ประโยชน์กับมันมากเขาได้ประโยชน์ ไปแล้วเยอะนะครับ การที่จะดิว (Due) กับประเทศมหาอํานาจในโลกต่อไปข้างหน้านี้ ประเทศไทยเดินไปเดี่ยว ๆ คงจะยากนะครับ แต่ถ้าเราเดินไป ๑๐ คนมันจะได้มากกว่า แต่นอกจากนั้นแล้ววงประชุมอาเซียนเองเปึนวงประ ชุมที่มีศักยภาพในตัวมันเองสูงมาก ทุก ๆ ป้ผู้นําโลก ทั้งผู้นําของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้นําประเทศจีน ผู้นําประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลีนะครับ ประเทศรัสเซียจะมาประชุมในอาเซียนที่ประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) เราเรียกว่าอีเอเอส (EAS) อีสต์ เอเชียน ซัมมิท (East Asian Summit) อันนั้นเปึนโอกาสที่ทําให้ทุกคนได้เจอกัน ได้คุยกันแล้วเราทําให้ประเทศไทยได้ไปพบปะ ได้ไปพูดคุยกับผู้นําต่าง ๆ ที่มาประชุม อันนี้เปึนระบบความร่วมมือในโลกที่ค่อนข้าง จะสําคัญ นอกจากนั้นเราก็มีข้อเสนอเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ํา การปฏิรูปการเงินฐานราก แล้วก็การส่งเสริมความรู้พื้นฐานทางการเงินเพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ํานะครับ แล้วก็มีเรื่องของการปกปัองคอร์รัปชัน (Corruption) ซึ่งเปึนของอีกคณะหนึ่ง อันนั้นก็เปึน ๔ หัวข้อใหญ่ ๆ ในเรื่องมิติแรก แต่มิติแรกก็คือภาพรวมก็เปึนฟังก์ชันหนึ่งของกระทรวงต่าง ๆ ที่ต้องทําให้มันพร้อม ให้มันถูกต้องนะครับ มิติที่ ๒ เปึนเรื่องของอุตสาหกรรม อันนี้ส่วนใหญ่ เอกชนแต่ว่าต้องการภาครัฐเปึนคนช่วยสนับสนุน ผมแบ่งเปึน ๓ กลุ่มใหญ่ด้วยกันนะครับ กลุ่มแรก เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง กลุ่มนี้มีอยู่ ๔ อุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ด้วยกัน ก็คือ ๑. เรื่องของอาหาร ๒. พลังงาน ๓. การเงิน แล้วก็ ๔. เรื่องของการเชื่อมต่อ ๔ อันนี้รวมกันประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศไทย ๔ อันนี้นอกจากจะมี ความสําคัญต่อเศรษฐกิจในแง่ที่จะสร้างรายได้แล้ว อันนี้พลาดไม่ได้ สักอันหนึ่ง ถ้าพลาดเศรษฐกิจไทยล่มหมดเลยที่เห ลือ เรื่องอาหารเราต้องมองภาพของอาหาร ในประเทศไทยไม่พอ เราต้องมองว่าอาหาร อุตสาหกรรมอาหารในภูมิภาคเอเชียในโลก ต่อไปข้างหน้าจะเปึนอย่างไรเปึนรายตัวไปนะครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องข้าว ด้วยประชากร ที่มันเพิ่มขึ้นในประเทศจีนแล้วก็คนเข้าสู่เมืองมากในประเทศจีน ข้าวในประเทศจีน เขาจะไม่พอกินเพราะว่าชาวนาเข้าเมืองหมด ขณะเดียวกันประเทศอินเดียประชากร เพิ่มขึ้นเยอะ ข้าวที่เคยส่งออกได้ก็จะส่งออกได้น้อยลง เหมือนกับประเทศบังกลาเทศ แล้วก็ประเทศปากีสถาน คําถามอย่างเรื่องข้าวก็คือแล้วประเทศไทยจะวางโพซิชันเรื่องข้าว

ต่อไปข้างหน้าอย่างไร ไม่ใช่เรื่อง ๒-๓ ป้ที่จะทําได้นะครับ แต่วางลงไปสัก ๕ ป้ ๑๐ ป้ เราจะอยู่ กับมันตรงนี้ได้อย่างไร นี่คือตัวอย่างอันหนึ่งว่าเราต้องมองจากข้างนอกเข้ามาหาข้างใน ไม่ใช่มองจากข้างในออกไปข้างนอก ถามว่าเราจะลดต้นทุนการผลิตได้ไหม ก็จําเปึน จะใช้เครื่องจักรกลการเกษตรไหม ก็จําเปึน แต่โจทย์มันใหญ่กว่านั้นเยอะถ้าเรามองออกไป ข้างนอกจะเห็นว่าเรื่องข้าวอย่างเดียว ถ้าสมมุติว่าประเทศจีนเขาเริ่มเข้ามาลงทุนปลูกข้าว รอบ ๆ ประเทศบ้านเราแล้วคําถามคือเราจะมียุทธศาสตร์ต่อไปอย่างไรในเรื่องข้าวนะครั บ เรื่องพลังงานมีข้อเสนอของกลุ่มพลังงานซึ่งดีมากก็คือการรักษาเสถียรภาพของพลังงาน ด้วยการทําให้ประเทศไทยเปึนจุดเชื่อมต่อด้านพลังงาน คือตอนนี้ประเทศสิงคโปร์ มีการขอซื้อไฟฟัาจากประเทศ สปป. ลาวนะครับ ก็ต้องผ่านประเทศไทย ผ่านประเทศมาเลเซีย ออกไปถึงประเทศสิงคโปร์ ถ้าประเทศไทยทําตัวเปึนศูนย์กลางของการซื้อขาย ประเทศไทย ไม่ขาดหรอกครับไฟฟัานี่ต่อไปข้างหน้า อันนั้นก็เปึนยุทธศาสตร์ในการที่จะวางแผนต่อไป เรื่องการเงินมีการคุยกันได้น้อยมากเพราะว่าจริง ๆ แล้วมีหน่วยงานในประเทศไทย ๒ หน่วยงานหลัก ๆ ก็คือกระทรวงการคลังกับแบงก์ชาติ ซึ่งเราก็รู้ว่าเขาก็ไม่ค่อยคุยกันเท่าไร ก็มีปัญหากันตลอดเวลา ยามหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ผมคิดว่า ประเทศไทยเราคงต้อง เข้ามาดูตรงนี้ใหม่ว่าเราจะยังให้มีการแบ่งแยกนโยบายการเงินการคลัง อย่างนี้อีกต่อไป ดีหรือเปล่า หรือควรจะมีระบบที่มีการเชื่อมโยงกันมากกว่านี้ ทํางานด้วยกันมากกว่านี้ ตอนที่ยุโรปเขามีปัญหาในป้ ๒๕๐๘ เขาก็จับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับผู้ว่าการธนาคารกลางต่าง ๆ มานั่งคุยกัน

เปึนฟอรัม (Forum) เดียวกัน ไม่ได้แยกกัน ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วไม่เคยคุยพร้อมกัน นี่คือ ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง อันนี้ต้องมียุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ ผมลืมพูดถึงเรื่องของการเชื่อมต่อซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญต่ออนาคตของประเทศไทย เราพูดถึง โครงสร้างพื้นฐาน เราพูดถึงการเชื่อมต่อ การเชื่อม ๒ สมุทรโดยเฉพาะ คือผมติดใจว่า การพัฒนาทางด้านการขนส่งทางอากาศของประเทศไทยมันค่อนข้างจะล้าหลังไปช้ากว่า ประเทศอื่นเยอะ ทั้ง ๆ ที่มีศักยภาพตรงนี้สูงมาก เราคงจะต้องมีไพรออริไทซ์ (Prioritize) เรื่องของการเชื่อมโย งต่าง ๆ พวกนี้ เพื่อที่ได้เดินต่อไปอย่างสง่างามไปข้างหน้าได้ กลุ่มที่ ๒ ผมยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักก็คือมี ๘ กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ๆ ด้วยกัน มีเรื่องของการค้าส่ง ค้าปลีกซึ่งแชร์ (Share) ประมาณ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ของประเทศไทย กลุ่มท่องเที่ยวไม่ใหญ่ประมาณ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย โลจิสติกส์ ขนส่งประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ก็ยังใหญ่พอสมควรอยู่ แต่ก็โตช้าลง อันนี้ก็น่าเปึนห่วง เกษตรแปรรูป เกษตรรวม ๆ กันทั้งหมดเกือบ ๆ ๒๐ เปอร์เซ็นต์คือเกษตรเองประมาณ ๑๔-๑๕ เปอร์เซ็นต์ รวมกับอาหารนี่ประมาณ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ ก็เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก่อสร้างแล้วก็ยานยนต์นี่ก็เปึนผลตามมา จะเห็นว่ากลุ่มที่ได้เปรียบส่วนใหญ่เปึนเรื่องของ บริการไม่ใช่เรื่องของอุตสาหกรรมสักเท่าไร เรามีกลุ่มที่ต้องดูแลอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มที่เสียเปรียบ กลุ่มนี้แข่งขันต่อไปไม่ได้ในอนาคต เพราะฉะนั้นต้องมีเอกซิต สแทรทิจี (Exit strategy) ให้เขา ผมยกตัวอย่างเปึนเรื่องของเครื่องนุ่งห่ม แล้วก็เหล็ก เครื่องนุ่งห่ม เพราะว่าแรงงานต่อไปขาดแคลนเยอะ อาจจะต้องไปลงทุนต่างประเทศบ้าง ย้ายอุตสาหกรรม ไปที่อื่นบ้างเปึนต้น ก็ต้องมีการช่วยเหลือกันออกไป เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ส่วนที่ ๒ ก็คือ ยุทธศาสตร์รายอุตสาหกรรม ในส่วนที่ ๓ เปึนยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ เราควรมีการพัฒนา มีการทําโซนนิง (Zoning) มีการแบ่งว่าพื้นที่ไหนจะปลูกอะไรนั่นก็ของเกษตร ขณะเดียวกัน ศักยภาพของทางอุตสาหกรรมก็มีการแบ่งในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยเหมือนกัน ข้อเสนออันหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวจะเปึนอะเจนดา (Agenda) กันต่อไปที่จะคุยกันถึงก็คือเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ เศรษฐกิจชายแดน ซึ่งเดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดต่อไป นี่ก็คือมิติที่ ๓ ของการพัฒนาในเชิงพื้นที่ ข้อเสนอของการดําเนินการ ขั้นแรกก็คืออยากจะเสนอให้ประเทศไทยทํายุทธศาสตร์ชาติ ต่อไปข้างหน้านี้ ป้ ๒๕๗๕ นี่อย่างเปึนวิทยาศาสตร์ คือที่ผ่านมาเราไม่ค่อยทํา

อย่างเปึนวิทยาศาสตร์สักเท่าไร แล้วก็ไม่ได้ร่วมกันทํา อันนี้จะต้องร่วมกันทําแล้วก็ทํา อย่างเปึนวิทยาศาสตร์ ทําอย่างไรครับ คือขั้นตอนกว้าง ๆ ผมจะเล่าไว้ก็มีอยู่ ๔ อัน ก็คือเรื่องของการระดมสมองระหว่างผู้บริหารระดับสูงของประเทศ อย่างเช่น รัฐมนตรี แล้วก็พวกปลัดในกระทรวงต่าง ๆ ควรจะนั่งคุยกันใช้เวลา ๔-๕ วันทําเวิร์กชอป (Workshop) คุยกันว่าประเทศไทยนี่เราควรจะไปทางไหน ยุทธศาสตร์ ป้ ๒๕๗๕ เราควรจะเปึนอย่างไร กําหนดให้มันชัดเจน แล้วก็บอกว่าแล้วภาครัฐจะทําอะไร เอกชนจะทําอะไร ประชาชน ควรจะทําอะไร ในกลุ่มของภาคเอกชนเองก็ควรจะมีการทําอย่างนี้เหมือนกันคุยกันเองว่า ภาคเอกชนเองเห็นประเทศไทยควรจะไปทางไหน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ควรจะไปทางไหน แล้วภาครัฐควรจะทําอะไรให้กับภาคเอกชนบ้าง เราก็เอาข้อมูล ๒ ชุดนี้มาสังเคราะห์กัน แล้วก็มานั่งคุยกันปรึกษากันว่า เอาละ ให้ลงตัวว่าต่อไปนี้ควรจะทําอย่างไรต่อไป อย่าทําเอง จ้างมืออาชีพมาช่วยกันทําตรงนี้ ข้อที่ ๔ ก็คือว่าควรจะมีการทําอย่างนี้ในระดับพื้นที่ขึ้นมา ระดับคลัสเตอร์ (Cluster) จังหวัดต่าง ๆ นี้ขึ้นมา ไม่ใช่ทําเฉพาะส่วนกลาง ทําจากพื้นที่ ขึ้นมาด้วย แล้วก็จะได้มีภาพว่าประเทศไทยควรจะไปทางไหนพร้อม ๆ กัน ในเรื่องของ การดําเนินการข้อเสนอก็คือว่าขอให้มีการตั้งสถาบันยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาเปึนสถาบันที่หนักไป ทางด้านของการทําวิจัย ค้นคว้าหาข้อมูล หาความรู้ ดึงความรู้ต่าง ๆ บรรดามีในโลกนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะในเมืองไทย เอาความรู้ต่าง ๆ ที่หาได้ที่จะช่วยในการพัฒนาประเทศไทย ดึงความรู้ต่าง ๆ อันนี้เอามาใช้ในการทําแผนพัฒนายุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศไทย

สถาบันอันนี้รายงานต่อคณะกรรมการบริหารชุดหนึ่งซึ่งผมตั้งไว้ว่ามี ๑๕ คน แต่เปึนผู้มี ความเชี่ยวชาญในสาขาด้านต่าง ๆ นะครับ ความจริงแล้วอันนี้นอกจากจะคุมเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ก็น่าจะมีเรื่องทางสังคมแล้วก็การเมืองให้มันพร้อมบริบูรณ์อยู่ในสถาบันยุทธศาสตร์ชาติด้วย แต่ผมมองจากมุมของเศรษฐกิจก็มองว่าเศรษฐกิจมันน่าจะมีการตั้งสถาบันในทํานองนี้ ขึ้นมานะครับ หน้าที่หลักคือการสนับสนุน สถาบันตัวนี้ทําหน้าที่ในการโพรเซส (Process) ข้อมูลจากที่ต่าง ๆ ช่วยในการทําแผน แล้วก็มอนิเตอร์แผน ประเมินว่าไปถึงไหนแล้ว รายงานกับประชาชน รายงานกับรัฐบาลว่าเราห่างแผนไปเท่าไร เข้าเปัาไหม กรรมการบริหาร จะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติซึ่งอาจจะเขียนไว้อยู่ในรัฐธรรมนูญแล้วเรายังไม่เห็น ฉบับสุดท้ายซึ่งจะเปึนฝ์ายที่ให้นโยบายกว้าง ๆ ก็เปึนภาพรวมนะครับว่าเราควรจะมีสถาบัน ที่ทําหน้าที่ตรงนี้ในการที่จะดูแลการพัฒนาประเ ทศไทยต่อไปข้างหน้า ผมไม่มีข้อเสนอ ทางด้านกฎหมายหรือข้อเสนอในเรื่องของการตั้งหน่วยงานอะไรซับซ้อน เพียงแต่ว่า มันจะต้องมีสถาบัน มันจะต้องมีคนที่หนักไปทางด้านของวิชาการมาดูแลหน้าที่ตรงนี้ ถ้าเราทําพวกนี้ได้ทั้งหมดตามที่ผมเสนอผมคิดว่า ๑. ที่เราจะได้ก็คือเราจะมีเปัาหมายรวม ของประเทศ ๑ ชุด ซึ่งทุกคนรับเปึนสมบัติ เปึนหน้าที่ เปึนเปัาหมายของทุก ๆ คน เราจะมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีทั้งทางด้านกายภาพในการเชื่อมต่อ แล้วก็มีระบบ โครงสร้างการบริหารการปกครองทางเศรษฐกิจมหภาคที่ชัดเจน เปึนจุดเชื่อมของอาเซียน มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง แล้วก็มีระบบการเงินที่พร้อมจะเปึนศูนย์ของภูมิภาค ประชาชนก็มีความรู้อย่างดี แล้วก็มีความสามารถในการแข่งขันสูง รายงานฉบับนี้ ก็มีเท่านี้นะครับท่านประธาน

รายงานฉบับที่ ๒ คือวาระนี้เปึนเรื่องแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน พื้นที่ตามชายแดนเมื่อกี้ที่ผมเล่าไว้ก็คือว่าเปึนจุดที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุด ของประเทศไทย แล้วก็ยังจะสูงต่อไปเปึนแกนต่อไปข้างหน้าอีกนะครับ ส่วนใหญ่เรานําเข้า สินค้าขั้นปฐมจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา ส่งออกเปึนสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเราผลิตได้ ในประเทศ การค้าทั้งเข้าทั้งออกนี่สร้างกําไรให้กับประเทศไทยเยอะ แล้วก็ทําให้เศรษฐกิจ ของประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่โตขึ้นไปด้วย อันนี้ก็เรียกว่าวินวินทั้งคู่ ใน ๕ ป้ข้างหน้านี้ ประเทศเพื่อนบ้านของเราจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงมาก คือเฉลี่ยแล้ว ๕ ป้ข้างหน้าสูงเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์หลายประเทศด้วยกัน ของเรานี่เฉลี่ยอาจจะสัก

๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ของเขาขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นจะมีการข้ามไปข้ามมาของ ประชาชน ของสินค้าเยอะแยะ มูลค่าการค้าชายแดนของเราตอนนี้มีตัวเลขของป้ ๒๕๕๗ ก็คือทั้งเข้าทั้งออกรวมกันประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบจะ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้านับที่มันไม่ได้อยู่ในบัญชีด้วยก็น่าจะเลย ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือเปึนการค้าขาย ใน ๔ ประเทศรอบชายแดนของเรา ยังไม่รวมอีกประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทของการค้า ที่ขายผ่านประเทศพวกนี้ออกไปสู่ประเทศที่ ๓ ประเทศพวกนี้เปึนแค่เพียงทางผ่านออกไป เช่น ขายผ่านประเทศ สปป. ลาวออกไปที่ประเทศเวียดนาม ขายผ่านเขมรออกไป ที่ประเทศเวียดนาม เปึนต้น ขายผ่านเขมร ผ่านประเทศ สปป. ลาวขึ้นไปทางประเทศจีน อย่างนี้เปึนต้น คือไปประเทศที่ ๓ รวม ๆ แล้วนี่เปึนการเติบโตของการค้าในอนา คต ที่ค่อนข้างจะสูงต่อไปข้างหน้า รัฐบาลเองก็มองเห็นจุดนี้ก็มีการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมด ๑๐ เขต รอบแรกมีอยู่ ๕ เขต รอบหลังก็มีอีก ๕ เขตอยู่ตามแนวชายแดน

เพื่อที่จะรองรับสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะการเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนะครับ แล้วก็อาเซียนก็มีโครงการการเป่ดการค้าเสรีเปึนพิเศษสําหรับประเทศสมาชิกอาเซียนในกลุ่ม เพื่อนบ้านของเรา เรียกว่าโครงการเอไอเอสพี (AISP) อาเซียน อินทิเกรชัน ซิสเตม ออฟ พรีเฟอเรนซ์ (ASEAN Integration System of Preferences) ประมาณนะครับ คือเหมือนกับ ทําจีเอสพี (GSP) แต่ทําจีเอสพีให้กับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เพราะฉะนั้นกลไกต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ตอนนี้ความจริงแล้วมีค่อนข้างจะพร้อมนะครับ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือตอนนี้สินค้า นําเข้าส่งออกตามชายแดนนี่ขาเข้ามาประเทศไทยต้องผ่านด่านของประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็มาผ่านด่านของประเทศไทย ๒ ด่าน ก็เคลียร์ คัสตอม (Clear custom) ๒ ครั้งนะครับ ขาออกไปก็เคลียร์ (Clear) อีก ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นมันก็ทําให้เกิดการล่าช้า แล้วก็เกิด ความไม่สะดวกในการทําพิธีการ คนก็เหมือนกันเราเดินทางออกไปจากประเทศไทยไปที่ด่าน ของประเทศไทยจากขาออก ไปที่ด่านของประเทศเพื่อนบ้านขาเข้า ขากลับมาก็เช่นกันนะครับ ในด้านของสินค้าข้อมูลที่ใช้ในเอกสารคืออยากเคลียร์ผ่านด่านทําพิธีการทางศุลกากร เหมือนกันนะครับ คือทุกประเทศมีอินเตอร์เนชันแนล สแตนดาร์ด (International standard) ที่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันเปึนเอกสารชุดเดียวกัน แต่เราต้องทําเอกสาร เปึน ๒ ชุดเพื่อที่จะให้แก่ด่าน ๒ ด่าน ถ้าเราลดขั้นตอนตรงนี้ได้มันก็ทําให้ค่าใช้จ่าย เวลาหายไป ลดลงไปมากกว่าครึ่งหนึ่งนะครับ นอกจากนั้นก็มีเรื่องของการประสานงาน ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ พอชายแดนเริ่มโตการคอมมิวนิเคท (Communicate) การติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ก็เริ่มมีปัญหานะครับ เพราะว่าเราบริหารจากส่วนกลางเปึนหลักนะครับ เวลาพื้นที่มีปัญหาก็ต้องมาให้ส่วนกลาง เปึนคนแก้ก็เลยเกิดปัญหาการประสานงาน ประเทศเพื่อนบ้านของเราส่วนใหญ่เจ้าแขวง หรือสเตท มินิสเตอร์ (State Minister) หรือผู้ว่าราชการจังหวัดของเพื่อนบ้านของเรา เขามีสิทธิขาดในการตัดสินใจในปัญหาเรื่องต่าง ๆ แต่ของเราไม่มี เพราะฉะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ไปเจรจากับเขารับปากเขาเสร็จแล้วก็ทําในประเทศไทยไม่ได้ เปึนปัญหานะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อให้มีการลดพิธีการทางด้านศุลกากรแล้วก็การตรวจคนเข้าเมือง แล้วก็เพิ่มศักยภาพ ของพื้นที่ตามแนวชายแดนให้เกิดความสะดวก ไม่ใช่เฉพาะ ๔-๕ ป้ข้างหน้าแต่ว่าให้มันเปึน อย่างนี้โดยตลอดเลย มีข้อเสนอในการปฏิรูปดังนี้นะครับ ข้อที่ ๑ ก็คือให้มีการพัฒนา พื้นที่ร่วมที่ชายแดน คือรวมเอาพื้นที่รอบ ๆ ด่านให้มาเปึนพื้นที่อันเดียวกัน ถือว่าเปึน

พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ อันนี้เปึนความคิดอันใหม่สําหรับประเทศไทยแต่ไม่ได้ใหม่ในโลกนะครับ เพื่อที่จะดึงเอากิจกรรมต่าง ๆ ทางด้านพิธีการเอามาอยู่ด้วยกัน พื้นที่รอบ ๆ อื่น ๆ ที่เหลือ ไม่จําเปึนต้องไปจํากัดว่ามันกว้างสักเท่าไร แต่ดีไฟน์ (Define) กว้าง ๆ เอาไว้เปึนจังหวัดเลย ก็ได้นะครับ แล้วก็ ๒. ให้รัฐบาลร่วมกันเปึนเจ้าของพื้นที่ตรงนี้ พื้นที่ร่วมเศรษฐกิจตรงนี้ ให้บริษัท ๑ บริษัทเกิดขึ้นมาถือหุ้นร่วมกันเปึนเจ้าของเขตเศรษฐกิจพิเศษ รัฐบาลเปึน เจ้าของ ๒ ประเทศ แล้วจ้างผู้บริหารมืออาชีพเปึนเอกชนมาดูแลบริหารพื้นที่เศรษฐกิจตรงนี้ อย่าไปทําเอง เอามืออาชีพมาทํามันจะเกิดความโปร่งใสตรงนี้อย่างชัดเจนขึ้นมา แล้วก็ ให้บริษัทที่ดูแลพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตรงนี้รับจ้างกรมศุลกากร อย. แล้วก็หน่วยงานราชการต่าง ๆ ในการที่จะดูแลพิธีการในการผ่านทางด้านศุลกากร เนื่องจากตรงนี้มันเปึนบริษัทเดียว คือเราดีไฟน์ให้เขาเปึนบริษัทเดียวแล้วด่านไม่มีแล้ว อยู่ภายใต้บริษัทนี้บริษัทเดียว

เพราะฉะนั้นเวลาผ่านพิธีการก็ทําครั้งเดียวจบ คือเข้ามาในด่านก็คือจบ ไม่ว่าจะเข้า ทางด้านประเทศไทยหรือเข้ามาจากทางด้านไหนคือเข้าครั้งเดียวทําพิธีการศุลกากร แล้วก็ พิธีการทางอื่น ๆ นี่ครั้งเดียวจบ นี่เปึนภาพนะครับ ข้างบนก็คือเปึนเจ้าของร่วมเปึนบริษัท อันที่ ๒ ก็มีผู้บริหารอาชีพ ดีไฟน์พื้นที่ตรงนี้เราให้การค้าขายข้างในนี้ทําประหนึ่งว่าตรงนี้ เปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เรากําลังอิมพลีเมนต์ (Implement) เรากําลังดําเนินการ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ในพื้นที่เฉพาะตรงชายแดนตรงนี้ อาเซียนต้องการที่จะ ทําเศรษฐกิจของทั้ง ๑๐ ประเทศให้เปึนพื้นที่เศรษฐกิจเดียวกันกับซิงเกิล มาร์เกต (Single market) ตรงนั้นอาจจะต้องใช้เวลา แต่ตรงชายแดนเราสามารถที่จะสร้างให้มันเกิด เขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมาได้ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในเขตเศรษฐกิ จพิเศษตรงนี้ ไม่ต้องไปทําใหม่ ดึงเอากฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของอาเซียนที่มีอยู่แล้วขึ้นมาใช้ เช่นเรื่องระบบ พิธีการทางด้านศุลกากรอาเซียนมีอยู่แล้ว ตอนนี้อาเซียนมีเรื่องของอาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ (ASEAN Single Window) ก็คือให้ประเทศต่าง ๆ ในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วก็ ส่งข้อมูลเอกสารครั้งเดียว ชุดเดียวไปได้หมดเลยทั่วทั้งอาเซียนต้องใช้เวลาในการทํา เราเริ่มก่อนเริ่มที่ชายแดนของประเทศใดประเทศหนึ่งคู่ค้าของเรา แล้วก็ใช้กฎตรงนี้ ของอาเซียนเอามาดําเนินการ การอํานวยความสะดวกทางการค้าอาเซียนก็มีเรื่อง อะกรีเมนต์ ออน เดอะ ฟาซิลิเตชัน ออฟ กูดส์ อิน ทรานสิต (Agreement on the Facilitation of Goods in Transit) ซึ่งใช้เวลาในการเจรจาประมาณเกือบ ๒๐ ป้แล้ว ตอนนี้ก็ดึงตรงนี้มาใช้ได้ สําหรับพื้นที่บางพื้นที่อาจจะใช้ความตกลงอื่น ๆ ที่มีก็ได้อย่างเช่น ในเกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจิน (Greater Mekong Subregion) ของจีเอ็มเอส (GMS) บางอย่างโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับยานยนต์ข้ามประเทศของจีเอ็มเอสเขาไปไกลกว่า ของอาเซียนก็ดึงตรงนั้นมาใช้ได้ มาตรการด้านการลงทุนเรื่องของภาษีนําเข้าก็ใช้กฎเกณฑ์ ที่มีอยู่แล้วในอาเซียนมาช่วย การบริการเป่ดเสรีด้านบริการในอาเซี ยนทําไว้เยอะมาก แต่ไม่ค่อยมีการนํามาใช้เท่าไร เราสามารถที่จะใช้กฎเกณฑ์ตรงนี้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอันนี้ คือไปตั้งบริษัทอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กฎเกณฑ์ตรงนี้คือเปึนเจ้าของธุรกิจได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วโอเปอเรต (Operate) แล้วดําเนินการผ่านบริษัทพวกนี้เข้าไป ในประเทศเพื่อนบ้านของเราได้เลย เรื่องรายงานก็เช่นเดียวกันอาเซียนก็มีการตกลงเรื่องนี้ เอาไว้มีอุตสาหกรรมหลัก ๆ อยู่ ๔ ด้านด้วยกันซึ่งตอนนี้ยังมีการใช้น้อยมาก อุตสาหกรรม

ด้านการก่อสร้าง ด้านบริการสาธารณสุข บริการธุรกิจ แล้วก็บริการด้านการท่องเที่ยว คือ ๔ อุตสาหกรรมหลักที่ให้แรงงานฝ้มือ อย่างเช่น มัคคุเทศก์ หมอ ทันตแพทย์ วิศวกร แล้วก็ สถาปนิก เขาทํางานข้ามประเทศกันได้ เราก็ใช้กฎเกณฑ์อันนั้นอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตรงนี้ได้เลย เรื่องที่เซนซิทีฟ (Sensitive) ที่สุดก็น่าจะเปึนเรื่องของระบบเงินตรา คือตอนนี้ ในการค้าชายแดนประเทศเพื่อนบ้านของเราเขาต้องการให้เราใช้เงินตราของเขาเปึนระบบ เงินตราสําหรับการค้า เราก็อยากจะใช้เงินบาท เขาก็อยากจะใช้เงินกีบ ใช้เงินเรียล ใช้เงินจ๊า ด เปึนต้น แต่เราก็มีปัญหาเพราะว่าถ้าเราขายของแล้วได้เงินจ๊า ดมาเราก็ไม่รู้ จะเอาเงินจ๊าดไปใช้อะไรต่อ อันนั้นก็เปึนปัญหา ในอาเซียนมีการคุยกันเรื่องของเพย์เมนต์ ซิสเตม (Payment System) ซึ่งตอนนี้ค่อนข้างจะก้าวหน้าไปเยอะแล้ว เราก็ดึงตรงนี้ มาใช้ได้เลย ถึงแม้อาเซียนยังไม่ได้ตกลงกันทั้งหมดเราก็สามารถที่จะดึงเอาข้อตกลงที่กําลัง ทํากันอยู่นี้มาใช้ได้เลย ในการทําโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษอันนี้ในรายงานนี้เราขอเสนอ เอาไว้ ๒ จุดด้วยกัน จุดแรกคือทําการนําร่องที่จังหวัดกาญจนบุรีกับทวาย พื้นที่ติดกับ ชายแดนที่ทวาย

เราพูดกันเรื่องท่าเรือน้ําลึก มอง ๆ แล้วก็อีกหลายป้กว่าจะเกิด นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมสําคัญมาก แล้วก็ศักยภาพของจังหวัดกาญจนบุรีกับพื้นที่ชายแดนระหว่าง ในประเทศพม่าเองก็มีค่อนข้างจะสูง อันนี้เริ่มดําเนินการไปได้เลยนะครับ ก็เสนอว่าอันนี้ เปึนโครงการแรกที่มีการทํานะครับ วิธีทําก็คือต้องมีการจัดทําวิสัยทัศน์ของพื้นที่ระยะยาว เสียก่อน คืออย่าทําลอย ๆ คือทําวิสัยทัศน์ มองระยะยาวไปเลยนะครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะ จังหวัดกาญจนบุรี ก็เอาคลัสเตอร์จังหวัดแถว ๆ จังหวัดกาญจนบุรี มีจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดราชบุรีนี่ทําไปพร้อม ๆ กันว่าเราจะพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้มันมีความพร้อมตรงนี้ ได้อย่างไร ปรับโครงสร้างทางกายภาพให้พร้อม แล้วก็ใช้สถาบัน แล้วก็มาตรการต่าง ๆ ของอาเซียนมาจับประเด็นต่าง ๆ ที่เราต้องการที่จะพัฒนาในพื้นที่ แล้วก็ส่งเสริมการเปึน เมืองคู่แฝดระหว่างเมืองทวายกับจังหวัดกาญจนบุรี อันนั้นก็เปึนจุดหนึ่งนะครับ อันที่ ๒ ก็คือโครงการนําร่องระหว่าง จังหวัดนครพนมกับแขวงคําม่วน คือทั้งจังหวัดนครพนม แล้วก็จังหวัดกาญจนบุรีเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ในกลุ่มที่ ๒ กลุ่ม ๑ ก็มีอย่างเช่น อําเภอแม่สอด จังหวัดมุกดาหาร เปึนต้น อันนี้ก็เปึนกลุ่มที่ ๒ ซึ่งตอนนี้รัฐบาลกําลัง ลงรายละเอียดกันอยู่ก็เปึนจังหวะที่เราจะเข้าไปช่วยเสริมให้เกิดความเข้มแข็งได้เหมือนกัน อันนี้ก็เหมือนกันคือทางกลุ่มจังหวัดนครพนมซึ่งคณะของเราไปดูงานมาแล้วมีความพร้อม ค่อนข้างจะสูง โดยเฉพาะการติดต่อกับภาคเอกชน แล้วก็ภาครัฐในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ในกรณีของจังหวัดนครพนม แขวงคําม่วน นอกจากประเทศ สปป. ลาวแล้วยังกินความลงไป จนถึงประเทศเวียดนามด้วย อันนี้ก็เปึนโครงการนําร่อง ๒ โครงการที่เรานําเสนออยู่ในรายงาน อันนี้นะครับ ตัวชี้วัดถ้าทําได้เศรษฐกิจ ชายแดนจะมีความโปร่งมากขึ้น ต่อไปนี้ถ้าสมมุติว่า โครงการเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมันทําได้ ข้อเสนอของเราอีกอันหนึ่งก็คือว่าเราต้องการที่จะ ให้รัฐบาลนําข้อเสนอเรื่องเศรษฐกิจชายแดนนี้ไปเปึนข้อเสนอสําหรับอาเซียนให้เปึนอาเซียน อินิชิเอ ทีฟ (ASEAN Initiative) ด้วยนะครับ เหมือนกับโครงการอาเซียน อินดัสเตรียล โปรเจกต์ (ASEAN Industrial Project) โครงการหนึ่งนะครับ เพื่อที่จะให้ทุกคนในอาเซียน ได้ใช้เหมือน ๆ กันไม่ต้องมานั่งเจรจากันใหม่นะครับ ข้อดีของการที่จะมีโครงการตรงนี้ ก็คือถ้าเราจะทําเรื่องนี้กับประเท ศเพื่อนบ้านของเราแล้วมันจะไม่ใช่แต่เฉพาะเปึน เรื่องการตกลงกันเฉพาะ ๒ ประเทศ แต่ว่าเปึนการตกลงกันของอาเซียน คือเรามีอาเซียน เปึนตัวแบกอัพ (Backup) ของเราอยู่ ถ้าทําได้จากโครงการนําร่อง ๒ จุดนี้มันอาจจะขยาย

ต่อไปในจุดอื่น ๆ จนทําให้ตะเข็บชายแดนของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของเราหาย กลายเปึนพื้นที่พื้นที่เดียว อันนั้นคือเปัาหมายอันสูงสุดของโครงการเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนตามพื้นที่ชายแดนครับ ข้อเสนอของรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ ก็มีเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน การปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม เปึนประเด็นปฏิรูปที่มีความสําคัญยิ่งที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ ภาคเกษตรไทยที่มีประชาชนกว่า ๒๔ ล้านคน แล้วก็มีครัวเรือนกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ในภาคดังกล่าว นอกจากนี้ก็ยังจะช่วยสร้างความเปึนธรรมให้กับเกษตรกรอีกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คนที่เปึนคู่สัญญาที่อยู่ในระบบเกษตรพันธสัญญาที่กําลังจะพูดถึง ที่กระผม กล่าวเช่นนี้ก็เปึนเพราะว่าตัวของภาคการเกษตรของประเทศไทยนั้นไ ด้มีวิวัฒนาการมา อย่างต่อเนื่องครับ จากเดิมเราอาศัยเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมที่ทําในครัวเรือน แล้วก็พัฒนา ต่อมาเปึนเกษตรเชิงพาณิชย์ที่เริ่มค้าขายกับต่างประเทศ

หลังจากนั้นในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๔ ก็ได้ยกระดับขึ้นเปึน เกษตรแผนใหม่ที่เน้นการเพาะปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว การใช้เมล็ดพันธุ์ที่รัฐพัฒนา การใช้สาร หรือปุิยเคมี การใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องจักรกลทางการเกษตร หลังจากนั้นพอในแผนที่ ๖ ทางรัฐก็ให้ความสําคัญกับการทําการเกษตรแบบครบวงจรและเกษตรพันธสัญญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเกษตรกร จนกระทั่งพอท้าย ๆ ก็เริ่มมีการพูดถึงเรื่องของ เกษตรยั่งยืนและเกษตรผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในแผน ๘ และแผน ๙ ตามลําดับครับ จากแนวนโยบายดังกล่าวนักพัฒนาการเหล่านี้ก็นําไปสู่เรื่องของมูลค่า การส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปของประเทศไทยที่โตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างก้าวกระโดด จากเดิมเคยอยู่ที่ประมาณแค่ ๖,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ได้เพิ่มขึ้นเปึนประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ในระยะเวลาเพียง ๒๐ ป้ให้หลังหรือประมาณ ๕ เท่าตัว สินค้าเกษตรของประเทศไทยแล้วก็บริษัทเกษตรของประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเปึนผู้นํา ในตลาดเกษตรของโลก เช่น ทุกคนรู้ดีแล้วเรื่องของข้าวเรา ก็เปึนเบอร์ ๑ นับเปึน ๒๐ ป้ ยางพาราเราก็เปึนเบอร์ ๑ ในเรื่องของการผลิต บริษัทเช่นซีพีก็กลายเปึนบริษัท ๑ ใน ๕ ของผู้นํา ของโลกในการผลิตไก่ บริษัทชื่อทียูเอฟหรือไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จํากัด (มหาชน) เปึนผู้นําของโลกด้านปลาทูน่าครับ เปึนเบอร์ ๑ ของโลกเลย บริษัทมิตรผลซึ่งก็เปึน อีกบริษัทหนึ่งที่เปึนผู้นําของโลกด้านน้ําตาล ซึ่งทั้งหมดนี้มันเกิดจากอานิสงส์ของการ ที่ประเทศไทยได้มีการวางกรอบการทํางานของอ้อย น้ําตาล โดยเฉพาะของมิตรผลซึ่งเปึน กฎหมายคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง (Contract farming) ฉบับแรก ๆ ของประเทศไทยที่ทําให้ เราสามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานระหว่างผู้ผลิตอ้อยซึ่งเปึนชาวไร่ แล้วก็โรงงาน ที่นําอ้อยมาผลิตน้ําตาลแล้วทําให้เกิดความเข้ มแข็งในกระบวนการการผลิตแล้วสามารถ แข่งขันได้ในระดับโลก นี่คือสิ่งที่เปึนข้อดีของเรื่องเกษตรพันธสัญญา แต่สาเหตุที่ทําให้เรา ต้องคิดเรื่องเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรมแล้วก็วางกรอบกฎหมายที่เหมาะสมให้เช่นเดียวกับ กรณีของอ้อย น้ําตาลเกิดเพราะความจําเปึนที่ต้องมีการทํางานระหว่างเกษตรกรแล้วก็บริษัท ที่เปึนบริษัทขนาดใหญ่ เพราะว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มันก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วก็ช่วยลดต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสําคัญ เกษตรกรที่อยู่ด้วยตัวเองอย่างในภาพนี้นี่คือ เกษตรกรที่เปึนรายย่อยไม่เข้าร่วมกลุ่มกับใครปกติแล้วก็สามารถเลี้ยงไก่ไข่ ได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ตัวต่อรอบ ในรูปถัดมาก็เปึนการแสดงถึงกระบวนการเลี้ยงไก่ของเกษตรกรรายย่อย

อาศัยคนเปึนหลักครับในการให้อาหาร ในการเก็บไข่ ในการดูแลไก่ แต่ผมอยากให้ดู อีกด้านหนึ่งครับ นี่คือคู่แข่งของเขาครับ นี่คือสาเหตุว่าทําไมเกษตรกรรายย่อยถึงอยู่ด้วยตัวเอง ไม่ได้ เพราะว่านี่คือภาพของโรงงานไก่ไข่ของซีพีที่ผิงกู ประเทศจีน เปึนโรงงานไก่ไข่ที่ดีที่สุด ของโลก ซึ่งเลี้ยงทั้งหมด ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัวครับ คนงาน ๑ คน ถ้ารายย่อยของเรา ๑ คน เลี้ยงได้ ๓,๐๐๐ ตัว ที่ผิงกูคนงานคนหนึ่งสามารถเลี้ย งไก่ได้ถึงประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ตัว ๑๗๐,๐๐๐ ตัวที่เปึนอย่างนี้เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าระบบการทํางานทุกอย่าง ได้ปรับเปลี่ยนจากคนเปึนเครื่องจักรแล้วเปึนสายพานทั้งหมด ในภาพนี้ก็คือระบบ การขนส่งอาหารผ่านทางท่อให้กับไก่โดยไม่ต้องใช้คน อาหารเหล่านี้ก็จะส่งต่อไปให้กับไก่ ที่อยู่ในเล้าหรือเขาเรียกคอนโด (Condo) ครับ อันนี้เปึนคอนโดยืนอยู่นี่มีหน้าที่อย่างเดียวคือ ออกไข่ คอนโดแห่งนี้ได้ควบคุมอุณหภูมิไว้อย่างดี โรงงานจากการศึกษาพบว่า จะต้องปรับแสงให้เพิ่มขึ้นจาก ๕ ชั่วโมง เปึน ๖ ชั่วโมง ๗ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมง จนกระทั่งถึง จุดที่ไก่คิดว่าอยู่ในช่วงของเวลาสปริงไทม์ (Springtime) หรือฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเปึนช่วงที่ไก่ จะออกไข่เยอะที่สุด แล้วโรงงานก็จะค้างจํานวนชั่วโมงนี้ไว้ดังกล่าวเพื่อหลอกไก่ ว่าตอนนี้ ต้องพยายามทําหน้าที่ให้เต็มความสามารถ แล้วขณะเดียวกันก็ยังมีระบบหุ่นยนต์ ที่จะคอยตรวจตราว่าไก่ทั้งหมดโรงเรือนหนึ่งมีประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ตัวมีตัวไหนบ้างที่ป์วย หรือตาย แล้วพอพบว่ามีตัวไหนป์วยหรือตายก็จะส่งคนเข้าไปดูแล นี่คือความแตกต่าง แล้วผมอยากให้ดูครับเวลาไข่ออกมาไข่จะเดินทางตามสายพานออกไปและหลังจากนั้น ก็จะไปอยู่ภาพถัดไปก็คือเครื่องคัดแยกครับ เครื่องคัดแยกในภาพถัดไปจะเปึนตัวของเครื่อง ที่จะคอยดูว่าไข่นี่มีรอยร้าวหรือเปล่า มันจะเปึนระบบที่เคาะอยู่ข้าง ๆ

แล้วถ้าเกิดมีเสียงไม่กลมกลืน ไม่สะท้อนกังวานก็จะรู้ว่าไข่ใบนี้มีรอยร้าว แล้วก็จะถูกคัดแยก ออกไป ส่วนที่เหลือจะนําไปสู่การบรรจุหีบห่อแล้วก็ส่งออกสู่ตลาด โดยอาศัยคนที่อยู่ ในโรงเรือนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งภายใต้เทคโนโลยีใหม่ลักษณะนี้นับวันก็จะมีความซับซ้อน มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงยากครับที่เกษตรกรรายย่อยจะสามารถแข่งขันอยู่ได้โดยลําพัง ทางออกของความอยู่รอดภายใต้การพัฒนาของเทคโนโลยีการเกษตรที่ไปอย่างรวดเร็ว ลักษณะนี้จึงต้องมีการทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ กับเกษตรกรรายย่อย ที่รายใหญ่นั้นจะเปึนผู้พัฒนาเทคโนโลยีแล้วก็ถ่ายทอดต่อไป ให้ยังเกษตรกรรายย่อยภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญา อันจะช่วยยกระดับการผลิต มาตรฐาน แล้วก็สร้างอีโคโนมี ออฟ สเกล (Economy of scale) หรือขนาดที่เหมาะสม ให้กับตัวเกษตรกร ซึ่งเมื่อเปึนเช่นนี้ตัวของเกษตรกรนั้นก็จะสามารถเข้าสู่ระบบการผลิต ที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงแหล่งทุน เข้าถึงตลาดผ่านบริษัท และขณะเดียวกันก็สามารถ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านเทคโนโลยีและวิทยาการต่าง ๆ รวมถึงสร้างความมั่นคง ทางรายได้ ส่วนของผู้ประกอบการนั้นก็จะได้ความมั่นคงในเรื่องของห่วงโซ่อุปทานหรือว่า เรื่องของด้านปริมาณและสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน แล้วก็ช่วยลดต้นทุนทางการผลิต ให้กับเขา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะนําไปสู่ภาคการเกษตรของประเทศไทยก็คือบริษัทและเกษตรกร ของประเทศไทยที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งจะเปึนการให้ความสําคัญกับเรื่องของ ฟูด เซฟตี (Food safety) มาตรฐานคุณภาพและต้นทุนที่ต่ํา เช่นเดียวกับที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกําลังเรียกร้องอยู่ขณะนี้ว่าอาหารที่ส่งไปหาเขานี่สารปนเปุ๋อนจะต้องไม่มีมาก เกินไปนัก ในขณะเดียวกันคุณภาพของฟูด เซฟตีต้องได้มาตรฐานของเขา ซึ่งจากการศึกษา เราพบว่าในการศึกษาไม่ว่าจะเปึนการศึกษาต่าง ๆ หรือตัวของเอดีบี (ADB) เราพบว่าการทํา เกษตรพันธสัญญาในกรณีที่เ ขาศึกษาคือกรณีข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ภายใต้ระบบ เกษตรพันธสัญญาจะทําให้ผลผลิตของเกษตรกรภายใต้ระบบนี้สูงกว่าการปลูกเองในลักษณะ รายย่อย อันนี้ก็สอดรับกับแนวคิดที่เราคิดนะครับว่าเกษตรพันธสัญญาช่วยยกระดับผลิตผล และไม่น่าแปลกใจว่าทําไมสินค้าเกษตรของประเทศไทยสามารถขึ้นจาก ๖,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ๕ เท่าตัวในระยะเวลาสั้น ๆ เพียง ๒๐ ป้ แต่ทั้งหมดนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเราพบว่าโครงสร้างของระบบเกษตรพันธสัญญานั้นยังไม่สมดุล โดย ๒ ฝ์ายของสัญญามีอํานาจในการต่อรองที่ไม่เท่ากัน โดยเกษตรกรรายย่อย

เปึนผู้เสียเปรียบ อยู่ในภาวะจํายอม ถูกเอารัดเอาเปรียบ แล้วก็ทําให้หลาย ๆ กรณี แม้ว่าช่วงต้นตอนที่เข้ามามีความสําคัญซึ่งกันและกันสู่ระบบเกษตรพันธสัญญาจะประสบ ความสําเร็จ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเปึนกรณีล้มเหลวแล้วก็นําไปสู่การฟัองร้องกัน ซึ่งที่ผมบอกว่าอํานาจไม่เท่าเทียมเพราะอะไรครับ เพราะว่าบริษัทมีน้อยราย มีอํานาจ ผูกขาดเหนือตลาดในทุกขั้นตอน เปึนผู้ผลิตปัจจัยการผลิต เปึนผู้รับซื้อ แล้วก็ได้รับ การสนับสนุนจากภาครัฐแล้วก็ธนาคารพาณิชย์ ตัวของเกษตรกรนั้นส่วนมากก็เปึนรายย่อย ขาดศักยภาพ ขาดการรวมกลุ่ม ขาดเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ส่งผลให้เกิดพฤติกรรม เอารัดเอาเปรียบทุกขั้นตอน ไม่ว่าอย่างที่ท่านประธานพูดไปแล้วครับก็คือความไม่เท่าเทียม ด้านข้อมูล เกษตรกรเห็นสัญญาแต่อ่านไม่เข้าใจครับว่าสัญญาบอกว่าอะไร เห็นต้นทุน แต่ไม่รู้ว่าผลตอบแทนที่จะได้มากําไรหรื อไม่กําไรเท่าไร ได้รับสินค้ามาแต่ว่าไม่เห็นถึง คุณภาพของปัจจัยการผลิตแล้วก็โครงสร้างการใช้จ่ายต่าง ๆ พอเปึนลักษณะนี้ไม่น่าแปลกใจ เลยครับว่าคนที่มีข้อมูลกับคนที่ไม่มีข้อมูลพอทํางานร่วมกันก็ถูกเอารัดเอาเปรียบ เปึนครั้งคราว หรือบางครั้งก็เกิดขึ้นจนกระทั่งเกิดควา มเสียหาย เรื่องของความเสี่ยง ก็เช่นเดียวกันหลายครั้งระบบที่เราพูดถึงเปึนระบบที่เรียกว่าประกันรายได้ หรือการจ้าง ผลิตสินค้าเกษตร หรือประกันราคาก็คือรับซื้อที่ราคาที่ระบุไว้ แต่ปรากฏอย่างไรครับ ปรากฏว่าเกษตรกรเปึนผู้ลงทุน อย่างในกรณีแรกคือรับจ้างผลิตนี่เกษตรกรต้องเปึนผู้ลงทุน ในโรงเรือน แล้วพอสร้างโรงเรือนเสร็จแล้วบริษัทก็จะส่งแม่พันธุ์ ตัวของสินค้า เรื่องของ วัตถุดิบ เรื่องยา เรื่องอะไรต่าง ๆ มาให้ แล้วหลังจากนั้นพอผลิตได้ก็ส่งขายเขา ส่งกลับคืนไป

แต่เวลาที่เกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนไข้หวัดนก หรือเปึนเรื่องของน้ําท่วม มีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นตัวของเกษตรกรเปึนผู้รับภาระความเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านี้โดยที่บริษัทไม่ได้รับ ความเสี่ยง อันนี้ก็ยังมีเรื่องของความไม่เท่าเทียม เรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์ แล้วก็ขณะเดียวกันมีเรื่องของความไม่เท่าเทียมเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ตรงนี้อย่างที่ ท่านประธานพูดไปแล้ว บริษัทมีทนายจ้างมาใช้เงินนับสิบล้านบาท ร้อยล้านบาท ในการเขียนสัญญาให้รัดกุมเพื่อปกปัองบริษัท เกษตรกรสิครับเมื่อเกิดปัญหาขึ้นไม่มีแม้กระทั่ง ทนายที่จะไปต่อสู้กับบริษัทเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจครับว่าความไม่เท่าเทียมเหล่านี้นําไปถึง เรื่องของการเอารัดเอาเปรียบในทุกขั้นตอน ผมอยากขอยกตัวอย่างให้เห็นครับ อันนี้ เปึนพฤติกรรมที่กล่าวไปแล้วจากการศึกษาและข้อมูลจากเครือข่ายเกษตรทางเลือก ซึ่งพบว่าสัญญาบางสัญ ญาที่ทํากับบริษัทมีข้อความที่ไม่เปึนธรรมดังที่ปรากฏก็คือว่า เขาจะเขียนเลยว่าระเบียบต่าง ๆ ที่บริษัทกําหนดขึ้นภายหลังจะแจ้งให้ผู้เลี้ยงรับทราบ และผู้เลี้ยงตกลงให้ถือข้อกําหนดหรือระเบียบดังกล่าวเปึนส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ก็คือเขียนแต่ต้นเลยว่าถ้าบริษัทมีอะไรจะกํา หนดเพิ่มเติมภายหลังให้เกษตรกรยอมรับว่า เปึนข้อตกลงที่ได้ตกลงไว้แต่ต้น นี่คือสาเหตุอย่างไรครับว่ากระบวนการของความไม่เท่าเทียม ของดุลอํานาจกลายเปึนการเอารัดเอาเปรียบ แล้วเปึนเรื่องของปัญหาในกระบวนการ เกษตรพันธสัญญา ซึ่งภาครัฐเองก็ยังมีการทําหน้าที่ที่น้อยไปอย่า งที่ท่านประธานสมชัย ได้พูดไปแล้ว เพียงแต่ทําหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม แผน ๖ ก็บอกว่าเราอยากให้ภาคเกษตร ก้าวสู่เกษตรครบวงจร เกษตรพันธสัญญา แต่ขณะเดียวกันไม่มีหน่วยงาน แม้กระทั่งขณะนี้ เกษตรกรถามว่าถ้าเกิดอยากจะรู้เรื่องเกษตรพันธสัญญาจะไปหาหน่วยงานไหน ไม่มีแม้แต่ หน่วยงานเดียวที่ทําเรื่องของพัฒนาเกษตรพันธสัญญา ไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมถึงเรื่อง ของคําว่าเกษตรพันธสัญญาโดยตรง ยังขาดกลไกในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย ในเกษตรพันธสัญญา ยังไม่มีสัญญากลางที่เรียกว่าเปึนมินิมัม โพรเทกชัน (Minimum protection) ให้กับตัวเกษตรกรที่เข้าสู่กระบวนการนี้ แล้วขณะเดียวกันก็ยังขาดฐานข้อมูล ที่โปร่งใสเข้าถึงได้ เชื่อไหมครับว่าบริษัทขนาดใหญ่มาคุยกับผมเขาบอกว่าเขาเองก็ยัง ไม่ค่อยรู้เลยว่าตกลงว่าตอนนี้มีเกษตรพันธสัญญาอยู่ทั้งหมดเท่าไร เขาประมาณการคร่าว ๆ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ราย แต่เขาเองก็ยังไม่ทราบ ซึ่งทั้งหมดนี้ทําให้เกษตรกรนั้น ถูกโดดเดี่ยว โดยอย่างที่บอกก็คือรัฐบาลพยายามขับเคลื่อนให้เกษตรพันธสัญญาเกิดขึ้น

เพื่อเปึนการเพิ่มผลผลิตของตัวเกษตรกร ธนาคารพาณิชย์เองก็พยายามจะปล่อยสินเชื่อ ทําเปัาตามที่สํานักงานใหญ่มอบหมายมา แล้วขณะเดียวกันเอกชนก็ต้องการที่จะขับเคลื่อน ให้เกษตรกรเข้าสู่ความสัมพันธ์ดังกล่าว ไม่น่าแปลกใจ ๓ คนข้างบนก็เลยรวมหัวกัน แล้วก็เอาเกษตรกรเข้าสู่ความสัมพันธ์ ซึ่งความสัมพันธ์นี้ท้ายที่สุดหลายแห่งจบลงโดย การขาดทุน เปึนหนี้ แล้วก็ถูกฟัองร้องล้มละลาย แล้วท้ายที่สุดนําไปสู่การถูกยึดที่ดินทํากิน อันนี้เกษตรกรเขาเรียกว่าระบบ ๓ รุม ๑ ก็คือ รัฐบาล ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทรุมเขา ซึ่งเปึนคนตัวเล็ก ๆ อยู่คนเดียว ทั้งหมดนี้ผมอยากจะให้เห็นตัวอย่างของปัญหา ความไม่เปึนธรรมในระบบเกษตรพันธสัญญา อันที่ ๑ ก็คือข้อมูลไม่ครบ ใช้การลงทุนที่สูง แล้วก็ลงทุนด้วยหนี้สิน เราเคยมีการสํารวจปรากฏว่าเครือข่ายเกษตรพันธสัญญาลองสํารวจ คนที่อยู่ในเครือข่ายจํานวน ๑,๕๖๗ ราย ปรากฏเขาพบว่าเครือข่ายของเขามีหนี้สินเฉลี่ย ประมาณคนละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอันนี้เทียบกับเกษตรกรทั่วไปจะสูงกว่าคนทั่วไป แล้วความจริงถ้าเกิดเราเปึนบางส่วนนะครับเช่นไก่ไข่ถ้าเกิดใช้ระบบโรงงานป่ด บางคนกู้มา ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทในการทําธุรกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ มีโอกาสสูงในการขาดทุน ทั้งหมด เขาคํานวณไก่ไข่ ไก่เนื้อ สุกร ต่าง ๆ บางอันมีโอกาสครึ่งหนึ่ง บางอันเกินครึ่ง ที่ถ้าเกิดเข้า สู่ความสัมพันธ์แล้วจะขาดทุน แล้วขณะเดียวกันสุดท้ายก็สูญเสียหนี้สิน ผมจะมีตัวอย่างให้ดูในช่วงหลัง ๆ แล้วขณะเดียวกันก็ไม่เปึนไปตามที่สัญญาไว้เช่นกําหนด เรื่องของราคา เรื่องของราคาขายเวลาในการจับ ยกตัวอย่างเช่นเวลาที่ส่งลูกไก่มานี่ ตอนแรกบอกจะส่งที่ ๑๘ สัปดาห์ เวลาที่ส่งจริงเขาส่ง ๑๗ สัปดาห์ ๑๗ สัปดาห์เพราะอะไร เพราะว่า ๑ สัปดาห์ที่ไปอยู่กับเกษตรกร เกษตรกรก็เปึนคนจ่ายค่าอาหารให้กับไก่ตัวนั้น กิน ๑ สัปดาห์ ประหยัดต้นทุน ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกบอกว่าจะส่งมาที่ ๑๘ สัปดาห์

และขณะเดียวกันวันที่ครบสัญญาเสร็จแล้วถึงเวลาต้องซื้อไม่มาซื้อก็เปึนภาระให้กับ ตัวเกษตรกรต้องเลี้ยงต่อไป บางครั้งผมได้ยินมาว่าเกษตรกรที่เลี้ยงปลาถึงเวลาที่ต้องซื้อ ไม่มาซื้อ แล้วพอหลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือวันที่เขามา ๒-๓ อาทิตย์ให้หลังเขาบอกว่า ปลาที่คุณเลี้ยงมันใหญ่เกินกว่าขึ้นเหลาแล้ว มันใหญ่เกินกว่าจานเพราะฉะนั้นราคาต้องตกลงมา ทั้ง ๆ ที่เขาต้องจ่ายเงินค่าอาหารอีก ๒-๓ สัปดาห์แล้วความผิดอยู่ที่บริษัทที่ไม่มารับซื้อในเวลา ที่ตกลงกันไว้ อันนี้คือตัวอย่างให้เห็นว่ากระบวนการต่าง ๆ เปึนการดําเนินการที่ทําให้ เกิดความไม่สมดุลและการถูกเอารัดเอาเปรียบ และขณะเดียวกันบริษัทเองก็สามารถแก้ไข สัญญาต่าง ๆ เรื่องของการชั่งน้ําหนัก เรื่องของการให้อาหาร อาหารก็มีตัวอย่างเลยนะครับ สิ่งที่เราพบก็คือว่าบางครั้งเปึนช่วงที่ไก่ล้นตลาดหรือไข่ไก่ล้นตลาด ทางบริษัทเองก็ส่งอาหาร ที่ผสมสารที่ทําให้ไก่ไม่ออกไข่ เกษตรกรก็งงว่ากินเท่าเดิมทําไมไม่ออกไข่เหมือนเดิม พอเขาไปถามเพื่อน ๆ ตอนสุดท้ายสืบทราบ คุยกับบริษัทก็เลยทราบว่าบริษัทได้ผสมสารอาหาร ที่ทําให้ไก่ไม่ออกไข่โดยที่ไม่ได้แจ้งแก่เกษตรกรทราบก่อน ซึ่งหลังจากนี้ก็ยัง มีเรื่องของ สัญญาสําเร็จรูป สัญญาที่ไม่ได้อ่าน สัญญาที่บางครั้งไม่มีแม้กระทั่งอํานาจต่อรองเพราะอะไร เพราะวันแรกที่เขาเข้ามาเขาเริ่มโดยให้เอกสารอย่างนี้มา เอกสารฉบับนี้เขียนว่า โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ประกันราคา จํานวน ๓๖,๐๐๐ ตัว ๓๖,๐๐๐ ตัวนี้ ให้มาทําไมครับ ให้มาเพื่อชักชวนว่าคุณจะรวย แล้วพอบอกว่าคุณจะรวยเสร็จเขาก็สามารถ ใช้เอกสารฉบับนี้ไปที่แบงก์แล้วบอกแบงก์ว่าได้คุยกับบริษัทเรียบร้อยแล้วเราจะ มีโครงการ อย่างนี้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ อยู่ในโครงการนี้ไม่ใช่สัญญา สัญญาจะเซ็นก็ต่อเมื่อเกษตรกร กู้จากธนาคารพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ๑๐ กว่าล้านบาทในกรณีนี้ หลังจากนั้นเริ่มลงโรงเรือน ไปแล้ว และถึงจุดนั้นเกษตรกรไม่น่าแปลกใจเขาก็เหมือนกับถูกมัดมือชก แล้วเขาถูกมัดมือชก เขาก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธเงื่อนไขสัญญาต่าง ๆ ที่เขียนมาให้ได้ เกษตรกรรายนี้บอกว่า ตอนแรกบอกในหนังสือโครงการว่า ๑๘ สัปดาห์ วันที่เขียนสัญญาแจ้งทีหลังว่า ๑๗ สัปดาห์ เปึนต้น อันนี้คือตัวอย่างให้เห็นว่าเกษตรกรยากที่จะต่อสู้กับบริษัทรายใหญ่ แม้กระทั่ง เรื่องของราคาที่บอก ตกลงเรื่องราคากลายเปึนราคาคงที่ตลอดระยะเวลา ๕ ป้ที่ตกลงกัน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบต้นทุนต่าง ๆ ขึ้นไปแต่ราคาขายถูกฟ่กซ์ (Fix) ไว้ในสัญญาตั้งแต่วันแรก แต่เกษตรกรก็ไม่สามารถทําอะไรได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือความไม่เปึนธรรมที่กําลังเกิดขึ้น ผมอยากให้ดูภาพอาหารที่ส่งมาบางครั้งก็เป้ยกชื้นไม่มีคุณภาพเกษตรกรก็ต้องรับภาระไป

อันนี้คือตัววัตถุดิบต่าง ๆ ยา สารต่าง ๆ สารเคมีอันนี้เกษตรกรก็ต้องรับภาระ บางครั้ง หลาย ๆ ครั้งเพราะว่าราคาสูงกว่าท้องตลาด อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เราพบคือเรื่องของต้นทุน มีการศึกษาหนึ่งคํานวณว่าต้นทุนทั้งหมดที่เกษตรกรจ่าย ๙๑ เปอร์เซ็นต์เปึนการจ่ายให้กับ บริษัทแม่ การจ่ายให้วัตถุดิบต่าง ๆ ทั้งหมด แล้วพอเปึนลักษณะนี้มันจะกําไรจากที่ไหน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าพอเข้าสู่ความสัมพันธ์ลักษณะนี้ถ้าไม่มีคนถ่วงดุลให้หรือวางกรอบ ที่เหมาะสม ตัวเกษตรกรตอนแรกอาจจะดูดีชักชวนเพื่อนเข้า แต่พอหลังแล้วมักจะเกิดปัญหา การจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียมแล้วสุดท้ายก็ขาดทุนไป อันนี้อีกรูปหนึ่งคือองค์ข่ายของ เกษตรพันธสัญญาเขาส่งมาให้ อันนี้คือลูกหมูอายุ ๖ สัปดาห์ ตอนต้นดูแลปกติมากมองไม่เห็น อะไรเลย แต่ปรากฏว่าหลังจากเลี้ยงไป ๒๐ สัปดาห์ป์วยเปึนโรคมาจากพันธุกรรม แล้วอันนี้ ก็ไม่รู้จะทําอย่างไร เพราะได้ลงทุนไปหมดเรียบร้อยแล้ว ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งหมู ทั้งไก่ แม้กระทั่งการเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งเวลาเลี้ยงปลาในกระชังโอกาสเสียหายเกิดขึ้นอย่างเช่น เกิดภัยพิบัติ น้ําท่วม น้ําเปึนพิษ อย่างรายการเมื่อสักครู่นี้เกษตรกรก็ต้องเปึนคนรับ ความเสี่ยงด้วยตัวเอง อันนี้ก็เปึนเรื่องที่น่ากังวลใจ ทั้งนี้ตัวของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังก็เลยตัดสินใจในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเราก็เลยเดินทางไปดู พื้นที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เราไปที่อําเภอสันป์าตอง แล้วก็ไปที่อําเภอแม่แจ่ม แล้วก็ไปที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ที่อําเภอสันป์าตอง นี่คือเราไปเจอคุณลุงเราก็คุยกับเขานะครับ เขาก็บรีฟ (Brief) ให้เราฟังว่า เกษตรกรหลายคนในอําเภอนี้แต่ก่อนเคยเปึนฟาร์มตัวอย่างของบริษัท แต่ปัจจุบัน รู้หรือเปล่าครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาต้องขายโรงเรือนถอดเปึนเศษเหล็กเพื่อชําระหนี้ ให้กับธนาคารพาณิชย์หลังจากเคยเปึนฟาร์มตัวอย่างมา อีกที่หนึ่งที่จังหวัดสิ งห์บุรี ที่ผมเล่าให้ฟังเหมือนกันเปึนฟาร์มตัวอย่างเรื่องของไก่ไข่ ในปัจจุบันก็ต้องขายโรงเรือนทิ้ง และบางคนไม่ใช่คนที่ไม่มีความรู้นะครับ คนหนึ่งเปึนพนักงานแบงก์ปล่อยสินเชื่อให้กับ คนที่ทําเกษตรพันธสัญญาแล้วคิดว่ามันจะรวยเลยอยากจะทําบ้าง ออกจากการเปึน พนักงานแบงก์มาเปึนเกษตรกรแล้วสุดท้ายก็ขาดทุนเช่นกัน นี่เปึนเพียงแต่ตัวอย่างให้เห็นว่า ไม่ใช่ขาดความรู้ทางการเงิน แต่เขามีปัญหาจริง ๆ ในเรื่องของระบบ หลังจากนั้นเราก็ไปที่ อําเภอแม่แจ่มครับ ในภาพถัดมาเราไปฟังบรีฟจากที่อําเภอ แล้วก็อันนี้เปึนส่วนของปัญหา ในส่วนของคอนแทรกต์ ฟาร์มมิงในเรื่องของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และตัวข้าวโพดแม่พันธุ์ ผมอยากให้เห็นครับผลกระทบนี่ส่งผลกระทบกว้างไกล อันนี้ก็เหมือนกับตอนที่เขาเอาเรื่อง ป์าชุมชนมาให้ดูครับ ก็คือส่งผลกระทบไปถึงสิ่งแวดล้อม ป์าต้นน้ํา นี่คือพอมันเริ่มเปึนฝัก เสร็จแล้ว แล้วหลังจากเก็บไ ปแล้วก็เปึนภาพถัดไปนะครับ แต่เนื่องจากว่าพื้นที่เหล่านี้ อยู่บนส่วนลาดเอียงของเขา เกษตรกรก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะหารถขึ้นมาหรือหาอะไรต่าง ๆ ไปขนย้ายซังข้าวโพดลงมา เขาทําอย่างไรทราบไหมครับ ที่เขาทําก็คือว่าเขาก็ตัดสินใจที่เผา อันนี้ก็คือปัญหาหมอกควันในภาคเหนือที่ เราพบช่วงฤดูร้อน ซึ่งปัญหานี้ไม่เฉพาะอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่นะครับ กระทบภาคท่องเที่ยว กระทบสุขภาพ แต่ว่ากระจายตัวไปถึง จังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย จังหวัดต่าง ๆ ในส่วนที่ ๒ นี่คือ ประสบการณ์ของเมืองไทย แต่ในส่วนที่ ๒ เราก็ไปดูประสบการณ์ของต่างประเทศครับว่า ประเทศอื่น ๆ ในเรื่องนี้มีการดําเนินการอย่างไรบ้าง เราดูใน ๒ ส่วน ก็คือระบบกฎหมาย แล้วส่วนที่ ๒ ก็คือองค์กรที่จะดูแล เราพบว่ามีทั้ง ๒ ระบบนะครับในเรื่องของกฎหมายนี่ มีทั้งออกกฎหมายโดยตรงเพื่อดูแลเกษตรพันธสัญญา แล้วก็การรับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องนี่ ออกมาดูแลเรื่องปัญหาเรื่องนี้ และขณะเดียวกันก็มีการจัดตั้งองค์กรกลางในบางประเทศ ขึ้นมาเพื่อดูแลกําหนดทิศทาง แล้วก็ออกนโยบายดําเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อยกระดับ เกษตรพันธสัญญาให้มีความสมดุลของอํานาจ อันนี้ผมขอยกตัวอย่างบางประเทศเท่านั้น ก็คืออย่างประเทศอินเดียมีบทบัญญัติเฉพาะในเรื่องเกษตรพันธสัญญาในกฎหมายเขาเลย

พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตกับเกษตรกร ผู้ซื้อและผู้ดําเนินการต่าง ๆ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีบทบัญญัติครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้าเกษตร รวมถึง การเพาะปลูกการผลิตในอนาคต ประเทศฝรั่งเศสเองก็มีกฎหมายบทบัญญัติที่ครอบคลุมถึง สัญญาซื้อขายทางเกษตร เช่น ข้อกําหนดสัญญา ภาระผูกพัน การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การชดเชยค่าเสียหายต่าง ๆ ประเทศสเปนมีกฎหมายเฉพาะเรื่องของเกษตรพันธสัญญา ซึ่งกําหนดในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ดําเนินการโดยกฎหมายตั้งใจจะให้เกิดความโปร่งใสในการดําเนินงาน การแข่งขัน แล้วก็กําหนดตัวอย่างของสัญญาว่าด้วยการตลาดของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อันนี้เปึน สัญญากลาง ทั้งหมดนี่นํามาถึงข้อเสนอการปฏิรูปและแนวทางการดําเนินงานของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งอย่างที่ท่านประธานสมชัยได้กล่าวไปตั้งแต่ต้นนะครับ ระบบคอนแทรกต์ ฟาร์มมิงมีประโยชน์ครับ เกษตรกรรายย่อยอยู่ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ แต่ว่าดุลอํานาจ ไม่เท่ากัน ยักษ์กับตัวคนเล็กอยู่ด้วยกันมันยากที่จะสมบูรณ์ได้ และขณะเดียวกันภาครัฐเอง ก็ทําหน้าที่น้อยไป ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เลยนํามาถึงเปัาหมายของการปฏิรูปในประเด็นนี้ก็คือ การสร้างระบบที่เปึนธรรมต่อทุกภาคส่วนให้อยู่ได้ครับ เหมือนสามีภรรยาเขาจะตบตีกัน เราก็วางกรอบให้เขาอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน แล้วก็อยู่เปึนครอบครัวที่เหมาะสมได้เพื่อให้เปึน กําลังของชุมชนแล้วก็ของครอบครัวต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะนําไปสู่เรื่องของการแก้ไขกฎหมาย ปัจจุบันให้มีความครอบคลุมถึงเกษตรพันธสัญญา การออกกฎหมายเฉพาะเพื่อรองรับ เกษตรพันธสัญญา การจัดทําข้อตกลงมาตรฐานขั้นต่ําในร่างกฎหมาย การหาตัวอย่างของ สัญญากลาง แล้วก็เรื่องของการจัดทําระบบฐานข้อมูลแล้วการเป่ดเผยข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้ จะนําไปถึงเรื่องของระบบที่เปึนธรรมถ่วงดุลแล้ วก็มีความโปร่งใส ระหว่างการศึกษา เราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรต่าง ๆ มาหารือในประเด็นปัญหาทางออก

ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม สภาเกษตรกร เครือข่ายเกษตร พันธสัญญา นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เราไปพบเขาก็มีการศึกษาเยอะแยะเลยครับ เรื่องนี้ เครือข่ายผู้บริโภค คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราพบว่าตัวของเขามีการทํากฎหมายขึ้นแล้ว ๒-๓ ฉบับในทํานองนี้ คือมีความพยายาม ของภาคเอกชนแล้วก็ประชาชนอยู่แล้วที่อยากจะทําเรื่องนี้ ก็คือมีร่าง พ.ร.บ. สัญญา การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมทางการเกษตร พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาระบบ เกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อันนี้เปึนร่างของกระทรวงยุติธรรมครับ ซึ่งทั้งหมดนี้หลังจากเราหารือเราก็สรุป สังเคราะห์แนวทาง ข้อเสนอแนะของทุกคน แล้วเราได้คําตอบว่าเราจะมีการยกร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งจะได้นําเสนอในวันนี้ก็คือร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาระบบ เกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... แล้วก็การปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญา ที่ไม่เปึนธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้เปึนฉบับที่แก้ไขของกระทรวงยุติธรรมซึ่ งมีเนื้อหาสาระ ให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องของเกษตรพันธสัญญาที่ผมจะได้กล่าวต่อไป ทั้งหมดนี้ทําไมต้องเลือก ๒ ทางนี้ครับ เพราะเพื่อให้มันสอดรับกับปัญหาของเกษตรพันธสัญญาซึ่งมีอยู่ ๒ ส่วน เกษตรพันธสัญญาก็มีส่วนแรกคือเกษตร ส่วนที่ ๒ คือสัญญา โดยในโครงสร้างกฎหมาย ในส่วนเรื่องของการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเปึนคนดูแลเรื่องของการพัฒนา ส่งเสริมระบบเกษตรพันธสัญญาตาม พ.ร.บ. ฉบับแรก แล้วตัวของสัญญาจะดูแล โดยกระทรวงยุติธรรม โดยดูแลถึงความเปึนธรรมของสัญญาตามกฎหมายที่ปรับปรุงแก้ไข ฉบับที่ ๒ อันนี้ก็จะเปึนแนวทางที่เอา ๒ อย่างมาประกอบรวมกันให้เกิดระบบที่เปึนธรรม มากขึ้นในเรื่องของเกษตรพันธสัญญา ผมไปทีละฉบับนะครับ ฉบับที่ ๑ องค์ประกอบของ ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... อันนี้มีทั้งหมด ๒๕ มาตรา ๕ หมวด หมวด ๑ จะเปึนเรื่องของคณะกรรมการ หมวด ๒ เปึนข้อสัญญา ที่ไม่เปึนธรรม หมวด ๓ การเป่ดเผยข้อมูล หมวด ๔ เรื่องของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หมวด ๕ เปึนเรื่องของบทกําหนดโทษ ซึ่งทั้งหมดนี้จะสร้างความเปึนธรรม สร้างการถ่วงดุล แล้วก็สร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้น ผมจะค่อย ๆ อธิบายไปทีละหมวดนะครับ หมวด ๑ ก็คือ การจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม อันนี้เปึน คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาโดยที่มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ใน พ.ร.บ. เขียนไว้ว่า

ประธานคือรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเปึนประธาน ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ทางกระทรวงยุติธรรมแนะนําว่าให้เขียนลักษณะนี้เพื่อว่าจะได้มีอํานาจ ของท่านนายกรัฐมนตรีตามความมอบหมาย แต่ว่าคนดูแลจริง ๆ คือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และมีกรรมการจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานภาครัฐ ธนาคาร ธ.ก.ส. สมาคมธนาคารไทย ทนายความต่าง ๆ แล้วก็มีตัวแทนของเกษตรกร ๓ คน เพื่อมาเปึนผู้ที่ให้ข้อคิดเห็นว่าเกษตรกรมีปัญหาอะไรบ้าง และขณะเดียวกันเพื่อให้เกิด ความสมดุลก็มีผู้แทนผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร จํานวน ๓ คน แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ อีก ๔ คน ด้านเกษตร พาณิชย์ เศรษฐศาสตร์ และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ส่วนเลขานุการ ของคณะกรรมการชุดนี้ก็คือเลขาธิการสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปึนกรรมการ และเลขานุการ อันนี้เราได้คุยกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เบื้องต้นเรียบร้อยแล้วครับว่า ถ้าเกิดเปึนลักษณะนี้แบ่งเรื่องของสัญญาออกไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับได้ ซึ่งภายใต้ ของคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมีบทบาทหน้าที่ในมาตรา ๙ เมื่อกี้มาตรา ๘ มาตรา ๙ จะพูดถึงบทบาท ๒ ด้าน ก็คือบทบาทด้านการพัฒนา และอีกบทบาทด้านหนึ่งก็คือ บทบาทด้านกํากับดูแลการพัฒนาคณะกรรมการชุดนี้เปึนคนกําหนดยุทธศาสตร์ และแผนแม่บทเสนอต่อ ครม. ทุก ๕ ป้ หลังจากนั้นเพื่อให้เกิดบูรณาการคณะกรรมการชุดนี้ ก็เปึนคนขับเคลื่อนเพื่อให้เกิด การดําเนินการตามกระบวนการที่กําหนดไว้ตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีความรับผิดชอบครับ เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรแล้วก็บุคลากร ในหน่วยงานของภาครัฐและภาคที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหลาย ๆ ครั้งเกษตรกรเล่าให้ฟังว่า บางครั้งต้องจัดคอร์ส (Course) ต่าง ๆ ให้รวมไปถึงบุคลากรด้านความยุติธรรมด้วย เพราะว่าพอสุดท้ายคนตัดสินเรื่องของสัญญาที่ไม่เปึนธรรมก็คือบุคลากรในภาคตุลาการ อันนี้ก็จะต้องมีการยกระดับแล้วก็ให้ความรู้คนต่าง ๆ เรื่องของเกษตรพันธสัญญา เรื่องของ กํากับดูแลมีความสําคัญเท่ากันเพราะจะเปึนการถ่วงดุล คณะกรรมการชุดนี้ก็จะเปึน ผู้กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการจดแจ้งผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร คนที่จะทําคอนแทรกต์ ฟาร์มมิงสามารถมาจดแจ้งได้ที่คณะกรรมการชุดนี้ กระบวนการ การเป่ดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใส

การกําหนดเรื่องของสารสนเทศในการโฆษณา ตลอดจนกําหนดเรื่องสัญญาข้อตกลง มาตรฐานอย่างในกรณีของประเทศสเปน เรื่องของการรับเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทในระบบเกษตรพันธสัญญานี่คือคณะกรรมการชุดนี้ แล้วก็คนที่เปึนเลขานุการ ก็คือสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรครับ ในมาตรา ๑๑ บอกว่าสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะทําหน้าที่สนับสนุนโดย ที่ว่าสํานักงานก็จะไปตั้ งหน่วยงานย่อย ๆ ไม่ได้ตั้งองค์ก รใหม่ เปึนการแบ่งงานในองค์กรเก่าที่เขามีซึ่งอันนี้ก็จะเปึนหน่วยงานที่ทําหน้าที่ส่งเสริมระบบ เกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม ในจุดนี้ประชาชนเราไปถามแล้วเขาบอกว่าเขาจะดีใจอย่างยิ่ง เพราะในปัจจุบันเวลาเขามีปัญหาเรื่องเกษตรพันธสัญญาเขาไม่รู้จะวิ่งไปที่ไหนครับ เขาไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม บางครั้งเขาไปแม้กระทั่ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เขาไม่มีที่ไป แต่การที่ตั้งหน่วยงาน ให้ชัดเจนขึ้นมาเขาบอกว่ามันจะเปึนที่เขารู้ว่าถ้ามีปัญหาเดินมาที่ตรงนี้ แล้วก็เปึน ผู้ที่รับเรื่องร้องเรียนไกล่เกลี่ยข้อพิ พาทร่วมกับทางกระทรวงยุติธรรมโดยเปึนผู้รับมา แล้วกระทรวงยุติธรรมเปึนผู้ดําเนินการ แล้วก็เปึนผู้จัดทําฐานข้อมูล แล้วก็ศึกษาวิจัย หรือสนับสนุนการศึกษาวิจัยเรื่องเกษตรพันธสัญญา โครงสร้างการทํางานก็จะเปึนในภาพถัดมา มีคณะกรรมการอยู่ด้านบน สํานักงานก็คือสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรโดยมีหน่วยงานย่อย ไม่ใช่หน่วยงานใหม่ครับ แล้วก็ใช้กลไกระดับจังหวัดไม่ว่าจะเปึนเกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ สัตวบาลต่าง ๆ รวมถึงมีกลไกเรื่องสัญญากลางที่คณะกรรมการจะไปคิดขึ้นมา แล้วตรงนี้ ก็จะเปึนคนที่อยู่ตรงกลางถ่วงดุลระหว่างภาคเกษตรแล้วก็กลุ่มเกษตรก รหรือเกษตรกร ในส่วนที่ ๒ เรามีการพูดถึงข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม ซึ่งข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรมนี้ มีการกําหนดไว้ในมาตรา ๑๓ ว่าข้อสัญญาเหล่านี้จะไม่เปึนการตัดสิทธิของผู้เสียหายจาก ข้อสัญญาไม่เปึนธรรมตามกฎหมาย ข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรมของกระทรวงยุติธรรม ที่ผมจะพูดถึง ต่อไปอันนี้เขามีอยู่ ๙ ข้อแล้ว ผมอ่านให้ฟังคร่าว ๆ พอเราไปใส่คําว่า เกษตรพันธสัญญาในกฎหมายฉบับนั้นข้อความต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะครอบคลุมถึงข้อตกลง ของเกษตรพันธสัญญา ยกตัวอย่างเช่นข้อตกลงยกเว้นหรือการจํากัดการรับผิดจากสัญญา อันนี้ไม่สามารถทําได้ ข้อตกลงให้รับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกําหนด ข้อตกลง ที่สัญญาสิ้นสุดโดยไม่มีเหตุอันควรหรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยอีกฝ์ายมิได้ผิดสัญญา ในข้อสาระสําคัญ อันนี้ก็เกิดการกระทําเปึนครั้งคราวที่บางครั้งเลือกที่จะไม่ส่งแม่พันธุ์

พ่อพันธุ์รอบใหม่มาให้ เพราะว่าเกษตรกรมีปากเสียงเปึนต้น ข้อตกลงที่ให้สิทธิที่ไม่ปฏิบัติตาม สัญญาข้อใดข้อหนึ่งหรือปฏิบัติตามสัญญาในระยะเวลาที่ช้าได้โดยไม่มีเหตุอันควร หรือข้อตกลงที่ให้สิทธิคู่สัญญาฝ์ายหนึ่งเรียกร้องหรือกําหนดให้อีกฝ์ายหนึ่งต้องรับภาระ เพิ่มขึ้นมากกว่าภาระที่อ ยู่ในเวลาทําสัญญา อันนี้ก็จะเปึนกฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่เราจะอาศัยการเพิ่มคําว่าเกษตรพันธสัญญาลงไปในกฎหมายฉบับนั้นเพื่อให้ข้อความเหล่านี้ กลับมาสร้างความเปึนธรรมให้กับสัญญาในเกษตรพันธสัญญา ในมาตรา ๑๔ เปึนมาตรา ที่เสริมขึ้นมาเนื่องจากกฎหมายที่อย่างข้อสัญญาไม่เปึนธรรมนี้อย่างที่ท่านประธานพูดไปว่าเปึน กฎหมายโดยรวมสัญญาทุกประเภท ในกฎหมายฉบับนี้ก็จะพูดถึงสัญญาที่ไม่เปึนธรรม เฉพาะเรื่องของเกษตรพันธสัญญา อันนี้ก็จะเขียนไว้ว่าห้ามไม่ให้บุคคลใดทําสัญญาในระบบ เกษตรพันธสัญญาอันเปึนข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม รวมถึงเลือกปฏิบัติหรือใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยไม่สุจริตหรือไม่เปึนธรรม รวมถึงห้าม ห้ามอะไรบ้าง ห้ามส่งมอบพันธุ์ วัสดุอุปกรณ์ อาหาร ยา หรือปัจจัยการผลิตที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน อันนี้อย่างที่บอกตกลงไว้ ๑๘ สัปดาห์ ส่ง ๑๗ สัปดาห์ อันนี้ถือว่าไม่ได้มาตรฐาน ส่งอาหารมาให้แต่อาหารไม่มีคุณภาพ อาหารตามที่บอกไว้แต่ต้นอันนี้ก็ไม่ได้ หรือบังคับให้เกษตรกรรับหรือกระทําการใด ๆ ที่ไม่เปึนไปตามที่กําหนดไว้ในสัญญา อันนี้ก็เกิดขึ้นเปึนประจําก็คือว่าพอถึงเวลาเกิดปัญหา เสร็จแล้วก็บอกว่าอันนี้กรุณารอก่อนเดี๋ยวค่อยมาเก็บตามทีหลังใช่ไหมครับ หรือแสดงข้อความ อันเปึนเท็จปกป่ดความจริงที่ต้องบอกหรือซ่อนเร้นข้อมูลอันจําเปึนเกี่ยวเนื่องกับข้อสัญญา ข้อที่ ๓ คือข้อที่ได้เล่าไปแล้ว ส่งมอบสัญญาหลังจากเกษตรกรได้ก่อภาระผูกพัน หรือเริ่มลงทุนแล้วกระทําข้อตกลงหรือพฤติกรรมที่ไม่เปึนธรรมอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกําหนดการส่งมอบสัญญา เชื่อไหมครับหลายครั้งเขาจะให้เซ็นหลังจากเกษตรกรไปกู้ แล้วพอไปกู้เสร็จแล้วเกษตรกรได้เซ็น พอเซ็นแล้วก็บอกว่าเขาต้องส่งกลับส่วนกลาง เพื่อให้ส่วนกลางเซ็นเปึนคู่สัญญา

หลังจากนั้นไม่คืนครับ เกษตรกรก็ไม่ได้เห็นสัญญาเหล่านี้ทําให้เกิดปัญหาเรื่องของว่า เวลาที่เกิดปัญหาเกิดขึ้นก็ไม่มีตัวสัญญาที่จะไปฟัองร้องหรือจะไปเรียกร้องอะไรต่า ง ๆ สัญญาอยู่ในมือของบริษัทแต่เพียงฝ์ายเดียว ซึ่งในมาตรา ๑๔ ในช่วงต่อไปบริษัทบางแห่ง ที่ทําลักษณะนี้ก็จะไม่สามารถทําได้อีกต่อไป สัญญาต่าง ๆ ต้องเซ็นก่อนเข้าสู่กระบวนการ ทําสัญญา ก่อนกระบวนการกู้ยืม และขณะเดียวกันก็จะต้องอยู่ในมือของตั วเกษตรกรด้วย และในข้อนี้น ะครับก็จะเขียนบอกว่าข้อสัญญาหรือพฤติกรรมใดที่ฝ์าฝ๋นบทบัญญัตินี้ หรือมิให้นําบทบัญญัตินี้ไปใช้บังคับไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้ถือว่าข้อสัญญาส่วนนั้น เปึนโมฆะ อันนี้มีความสําคัญเพราะว่าถ้าบริษัทเขียนเอาเปรียบสัญญาที่เซ็นไปนี่ อาจจะเปึน โมฆะก็ได้ แล้วพอสัญญาเปึน โมฆะนี่ตัวของธนาคารซึ่งจะต้องเปึนคนปล่อยสินเชื่อ จะมีความระมัดระวังเปึนพิเศษ แล้วก็จะเปึนคนดูแล แล้วก็ให้ข้อมูลกับตัวเกษตรกรว่า สัญญาอันนี้มีปัญหาอย่าเพิ่งเซ็น อันนี้ก็คือความตั้งใจที่เราอยากจะทํา และขณะเดียวกัน มีอีกอันหนึ่งที่เกิดขึ้นเปึนประจําอย่างที่ผมบอ กก็คือว่าในกระบวนการที่ใช้เอกสารโครงการ ในลักษณะนี้มานี่หลายครั้งครับคนที่ไปชักชวนเปึนการชักจูงโดยวาจาด้วยปาก แล้วก็ ขณะเดียวกันก็สัญญาว่าจะให้โน่นให้นี่ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ แล้วไม่ได้เปึนไปตามสัญญา หรือแม้หลายครั้งที่เราพบมาก็คือว่าระหว่างที่มีข้อพิพาทมีการ สัญญาว่าขอให้เซ็น ๆ ยอมรับกันไปก่อนแล้วตอนหลังจะคลี่คลายปัญหาที่ฟัองร้องกันอยู่ส่วนที่เหลือไปให้ สุดท้ายก็ไม่ได้ทํา ซึ่งทั้งหมดนี้เราก็อาศัยมาตรา ๑๕ ซึ่งเปึนมาตราที่คัดลอกมาจาก พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๑ ครับ ซึ่งอันนี้บอกว่าประกาศ โฆษณาคํารับรองต่าง ๆ ที่กระทําเพื่อให้เข้าใจระหว่างทําสัญญาว่าตกลงจะมอบให้ หรือจัดให้อย่างใดอย่างหนึ่งเปึนการตอบแทนของการทําสัญญานะครับ ซึ่งถ้าเกิดสามารถ สืบพยานบุคคลหรือหลักฐานพยานเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวได้ แม้ว่าสัญญาดังกล่าว กฎหมายกําหนดว่าต้องเปึนหนังสือหรือ มีหลักฐานเปึนหนังสือ แต่ไม่ปรากฏข้อตกลง ในหนังสือขึ้นก็ตาม คือสัญญาด้วยปากนี่ถ้าเกิดสามารถสืบพยานได้ก็สามารถที่จะใช้เปึน หลักฐานได้ หรือแม้กระทั่งปรากฏอยู่ในโครงการหนังสือชี้ชวนแต่ว่าไม่อยู่ในตัวสัญญาที่เซ็น ก็สามารถใช้เปึนหลักฐานได้เช่นกัน อันนี้ก็จะทําให้กระบวนการที่ไปชักชวนโดยการโฆษณา เกินจริงจบลงไป ในหมวด ๓ อันนี้ก็จะเปึนหมวดของการเป่ดเผยข้อมูล อันนี้ก็จะสร้าง ความโปร่งใสขึ้นในระบบ ซึ่งในระบบที่เราตั้งใจนะครับ มาตรา ๑๖ จะขอให้ผู้ประกอบธุรกิจ

ทางการเกษตรจดแจ้งต่อพนัก งานเจ้าหน้าที่ในกรณีดังต่อไปนี้ครับ อันนี้ไม่ใช่ว่าระบบ รีจิสเตรชัน (Registration) นะครับ ไม่ได้บังคับ แต่ใช้ระบบจดแจ้งก็คือว่าให้เขาสามารถ ที่จะมาแจ้งได้ว่า อันที่ ๑ เขามีความประสงค์ที่จะดําเนินธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่ออะไรครับ เพื่อว่าเราจะได้รู้อย่างไรครับว่าเขามีตัวตน เกษตรกรที่อยากจะไปทําสัญญา กับคนเหล่านี้สามารถเช็กได้กับตัวของหน่วยงานกลางของเราหรือองค์กรกลางของเขาว่า คนนี้ได้มาแสดงตัวตนหรือเปล่า คนที่ต้องการจะหลอกลวงหลายครั้งจะไม่เข้าไปจดแจ้ง อันนี้ก็จะแยกคนระหว่างที่จดแจ้งกับไม่จดแจ้งออกจากกัน อันที่ ๒ ก็คือสัญญาในระบบ เกษตรพันธสัญญาเมื่อมีสัญญาแล้วนะครับ หลายบริษัทบอกเปึนความลับทางธุรกิจ ไม่ยอมแจก แต่ว่าในระบบที่เราจะทําขึ้นมานี่บริษัทสามารถส่งสัญญามาให้กับ ตัวคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบได้ คณะกรรมการก็จะส่งไปที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อดําเนินการตรวจว่าสัญญาดังกล่าวเปึนไปตามเงื่อนไขสัญญา มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ ที่พูดไปแล้วหรือเปล่า มีความเปึนธรรมหรือไม่ ซึ่งถ้าเกิดตรวจแล้วก็สามารถที่จะบอก กลับไปทางผู้ประกอบธุรกิจว่าสัญญาดังกล่าวนั้นสามารถเขียนภายใต้สัญญาว่า กระทรวงยุติธรรมหรือคณะกรรมการได้รับการจดแจ้งสัญญานี้แล้ วก็เช็กเรียบร้อยแล้วว่า ต้องตรงตามข้อสัญญาที่เปึนธรรมนะครับ อันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ให้เกิดเปึนทําสัญลักษณ์ก็ได้ อันนี้คือเปึนกระบวนการเดียวกับการทํากรมธรรม์ประกันต่าง ๆ คือจะมีหน่วยงานกลาง เปึนคนเช็กให้ ประชาชนซึ่งอ่านกฎหมายไม่เปึนก็จะรู้ว่ามีกรรมการคนหนึ่งเช็ก แล้วใช้ระบบ จดแจ้งก็คือว่าถ้าเกิดใครอยากที่จะให้ประชาชนเชื่อก็ส่งมาแล้วกรรมการก็จะเปึนคนดูให้ แล้วพอดูให้เสร็จก็สามารถไปเขียนใต้สัญญาได้นะครับ อันนี้ก็มีความตั้งใจให้เกิดขึ้น แล้วระบบนี้ก็มีระบบการเป่ดเผยข้อมูลผ่านระบบสื่ออิ เล็กทรอนิกส์ให้สาธารณชนทราบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคนเข้าสู่ระบบเกษตรพันธสัญญา เรื่องสัญญา เรื่องของข้อมูล ของเกษตรกรที่เปึนคู่สัญญา การเป่ดเผยข้อมูลครับ

ในส่วนนี้ก็มีมาตรา ๑๗ อันนี้เปึนมาตราที่สอดรับกับเรื่องของการฟัองร้องแล้วก็การไกล่เกลี่ย เรากําหนดไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าบริษัทที่มีกรณีเกิดขึ้นกับตัวเกษตรกรหลายกรณี ทางคณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ในการจัดทําและเป่ดเผยบัญชีรายชื่อของผู้ฝ์าฝ๋นดังกล่าว เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เก ษตรกรรู้ครับว่าบริษัทนี้ไปทํามาในหลากหลายพื้นที่จังหวัด แล้วก็ทําให้เกิดกรณีต่าง ๆ เหล่านี้และได้รับการฟัองร้อง เขาจะได้รู้ครับว่าคนที่เขาจะ เข้าไปทําพันธสัญญาด้วยเปึนคนที่มีพฤติกรรมที่น่ากังวลใจหรือเปล่า แล้วตัวของแบงก์เอง ก็จะช่วยเช็กด้วย ซึ่งผมคิดว่ามันจะ เปึนสิ่งที่ทําให้เกิดการปรับดุลอํานาจ นี่คือภาพที่เรา ตั้งใจให้เกิดครับ รูปด้านขวามือคือรูปเดิม ๓ รุม ๑ รูปใหม่จะเปลี่ยนไปโดยที่การจดแจ้ง ข้อกําหนดสัญญาที่ไม่เปึนธรรม การเป่ดเผยข้อมูล การร้องเรียน แล้วก็การเป่ดเผยว่า ใครมีปัญหาต่าง ๆ จะปรับสมดุลของอํานาจโดยรัฐ จากที่ยืนอยู่ข้างบริษัทก็จะเปึน คนที่ถ่วงดุล เปึนคนสร้างความโปร่งใส สร้างตัวของการตรวจสอบว่าสัญญาที่จะเซ็นกัน มีความเปึนธรรมตามกฎหมายหรือไม่ และขณะเดียวกันตัวแบงก์เองแต่ก่อนก็คือ อยากจะปล่อยสินเชื่อท่าเดียว คราวนี้แบงก์รู้แล้วว่าถ้าสัญญาไม่เปึนธรรมอาจจะโมฆ ะได้ และการเปึนโมฆะสินเชื่ออาจจะเปึนเอ็นพีแอล (NPL) ได้ เพราะฉะนั้นเขาจะกังวลใจแต่ต้น เพราะฉะนั้นแบงก์เองก็จะเปึนอีกคนหนึ่งที่ข้ามเข้ามาอยู่เปึนคนที่ช่วยดูแลความสัมพันธ์ ระหว่างเอกชนแล้วก็เกษตรกร ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะทําให้เกิดความสมดุลกับกระบวนการ เกษตรพันธสัญญา แล้วก็ขณะเดียวกันเกษตรกรก็สามารถที่จะรวมกลุ่มเองได้โดยที่ทํา สหกรณ์ก็ได้ แต่นี่เราอยู่นอกเหนือจากกฎหมายฉบับนี้นะครับ ซึ่งเราก็พบว่าในหลายจังหวัด มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร แทนที่จะทําเปึนรายย่อยเข้าไปทําพันธสัญญากับเอกชน ๑ ต่อ ๑ ลักษณะนี้เขาจะรวมกลุ่มก่อนแล้วก็ทําพันธสัญญาเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นสหกรณ์กล้วยหอม ที่จังหวัดเพชรบุรีเปึนต้น อันนี้ส่งไปที่ประเทศญี่ปุ์น หมวด ๔ การคุ้มครองคู่สัญญาระหว่าง ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อันนี้ก็เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นหลายครั้ง สิ่งที่เราพบก็คือว่าเมื่อเริ่ม ทะเลาะกัน มีข้อพิพาทกันจะเกิดพฤติกรรมบางอย่างเกิดขึ้น เช่น หยุดส่งวัตถุดิบให้ ตัดน้ํา ตัดไฟฟัา ซึ่งทั้งหมดนี้ทําให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกร ซึ่งในมาตรา ๑๘ จะกําหนดไว้ว่า ถ้าเกิดกรณีพิพาทเกิดขึ้นระหว่างที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการตั้งขึ้นมาและกรอบเวลานี่ไม่สามารถทําพฤติกรรมเหล่านั้นได้ แล้วก็ต้องให้ ผ่านกระบวนการเหล่านั้นไปก่อนรวมถึงขั้นตอนเวลา อย่างขั้นตอนเวลาจะขึ้นอยู่กับ

แต่ละสินค้าบางตัว เช่นไก่เนื้อกรอบเวลาคือ ๔๐ วัน เพราะว่าวงจร ๑ รอบคือ ๔๐ วัน หมายความว่าต้องให้ผ่านกระบวนการนั้นไปก่อนถึงจะสามารถเลิกแล้วต่อกันได้ ระหว่างทาง ที่ยังเลี้ยงอยู่ไม่สามารถจะไปตัดน้ํา ตัดไฟฟัา หรือว่าเกษตรกรก็ไม่สามารถแกล้งคู่สัญญาได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่ตั้งใจไว้ และขณะเดียวกันในมาตรา ๑๙ ก็ได้พูดถึงเรื่องของกระบวนการ ของการไม่ให้กระทําการต่า ง ๆ ในระหว่างที่มีข้อพิพาท ก็คือ การชะลอ ระงับ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจนให้อีกฝ์ายหนึ่งได้รับความเสียหาย ยกเว้นว่าอีกฝ์ายหนึ่ง ไม่รับเอง กระทําการใด ๆ เปึนความเสียหายต่อคู่สัญญาไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเช่น การหยุดนําส่งปัจ จัยการผลิตอย่างที่ผมเรียนไปแล้ วเปึนต้น ตกลง เพิ่มเติม หรือแก้ไข ให้คู่สัญญาอีกฝ์ายรับความเสี่ยง รับภาระ หรือมีหน้าที่เพิ่มเติมแต่เพียงลําพัง โดยที่ไม่มีค่าตอบแทน ที่เท่าเทียมกัน ทางเศรษฐกิจ โดยข้อตกลงเพิ่มเติมนั้นถือว่า บังคับใช้ไม่ได้และไม่มีผลผูกพัน อันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ตั้งใจที่จะทําขึ้ นมาเพื่อปกปัอง ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง ๒ ฝ์ายขณะที่สินค้านั้นยังไม่จบลง แล้วก็เพื่อว่าสินค้านั้น พอจบลงแล้วส่วนจะเลิกราต่อกันนี่อันนั้นสามารถทําต่อไปได้ สุดท้ายหมวด ๕ จะเปึนหมวดเรื่องของการกําหนดโทษ ซึ่งมาตรา ๒๐ ก็คือคนที่ฝ์าฝ๋นคําสั่งคณะกรรมการ มีโทษปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับอีกวันละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท แต่ว่ามาตรา ๒๑ พูดถึงเรื่องของการใช้เครื่องหมายสัญลักษณ์หรือข้อความว่าได้รับการจดแจ้งแล้ว และได้ทํารองรับจากทางการเรียบร้อยแล้วโดยไม่ชอบจะมีโทษจําคุก ๓ ป้ฐานหลอกลวง และขณะเดียวกันก็มีการปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจําทั้งปรับและมาตรา ๒๒ ก็คือถ้าเกิดมีการกระทําความผิดเปึนนิติบุคคลหรือเปึนการสั่งการ คนที่สั่งการเอง ก็ต้องรับความผิดด้วย ในบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ. ฉบับนี้

เนื่องจากการออก พ.ร.บ. จะใช้เวลานาน อาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกป้กว่า ๆ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในเอกสารแนบของร่างรายงานก็ได้มีตัวอย่างร่างระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ที่เปึนธรรม ซึ่งมีข้อความคล้ายคลึงกับร่าง พ.ร.บ. ผมก็เลยไม่ขอนําเสนอในที่นี้ อันนี้ก็จะใช้ คณะกรรมการชุดนี้ดําเนินการไปก่อน จนกระทั่ง พ.ร.บ. ประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ. ที่ว่าด้วย ข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีทั้งหมด ๕ มาตรา อันนี้เปึนการเพิ่มคําว่า เกษตรพันธสัญญาเข้าไปสู่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าเกิดท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป่ดไปหน้าท้าย ๆ ของตัวเอกสารเพาเวอร์พอยต์จะเห็นเอกสารประกอบอีกฉบับหนึ่งก็คือเอกสาร พ.ร.บ. สัญญาที่ไม่เปึนธรรม อันนี้คือฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ เราตั้งใจจะแก้ไขมาตรา ๓ มาตรา ๔ และเพิ่มเติมอีก ๑ มาตรา มีทั้งหมด ๓ มาตราเท่านั้น มาตรา ๓ จะเปึนการเพิ่มเติมพูดถึง เรื่องของเกษตรพันธสัญญา จากเดิมที่พูดเฉพาะเรื่องของผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจการค้า และวิชาชีพ อันนี้คือกฎหมายเดิม กฎหมายฉบับใหม่จะมีคําว่าตัวของเกษตรพันธสัญญา ผู้ผลิตหรือผู้รับจ้างผลิต แล้วก็ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร อันนี้ก็จะเปึนคํานิยามเพื่อให้ กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมไปถึงเรื่องของคนจ้าง แล้วก็ผู้รับจ้าง แล้วก็ตัวของกระบวนการ ต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็จะมีคํานิยามต่าง ๆ ตามที่ปรากฏ อันนี้ก็เปึนคํานิยามที่ใกล้เคียงกับ ตัว พ.ร.บ. เรื่องของเกษตรพันธสัญญา อันนี้ก็จะมีทั้ง ๓ อย่างก็คือตัวเกษตรพันธสัญญาว่า คืออะไร ผู้ผลิต ผู้รับจ้างคืออะไร ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรคืออะไร อันนี้รวมไปถึง คนที่เปึนตัวแทนเช่นเดียวกันหรือนอมินี (Nominee) ต่าง ๆ หรือพรอกซี (Proxy) ขณะเดียวกันในมาตรา ๔ จะมีการเพิ่มเติมประเด็น ถ้าเกิดท่านสมาชิกดูในตัวร่างของ สัญญาที่ไม่เปึนธรรม ป้ ๒๕๔๐ เทียบกับตัวของ พ.ร.บ. ที่เราร่างขึ้นมาจะพบว่า ข้อความ ๑ ถึง ๙ เปึนข้อความเดิม ทางเราเพิ่มหลัก ๆ ก็คือเพิ่มคําว่าผู้ผลิตหรือผู้รับจ้างผลิต กับผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรในระบบเกษตรพันธสัญญาลงไปด้วย เพื่อให้มาตรา ๔ ครอบคลุมไปถึงเกษตรพันธสัญญา แล้วพอท้ายที่สุดในเรื่องนี้ตัวของมาตรา ๑๑/๑ อันนี้ เปึนการเพิ่มเติมเพื่อให้อํานาจกับกระทรวงยุติธรรม เราได้คุยหารือกับเจ้าหน้าที่ กระทรวงยุติธรรมเขาอยากขอให้เราเพิ่มข้อนี้เข้าไป เขาบอกว่าในกรณีที่เกิดข้อพิพาท ในเรื่องข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรมให้กระทรวงยุติธรรมมีอํานาจรับพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ จากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทําของผู้ประกอบธุรกิจการค้า

ผู้ประกอบธุรกิจการเกษตร รวมถึงการไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมข้อพิพำทเกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้ผลิต รับจ้างผลิตก่อนมีการฟัองร้องต่อศาล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา และขณะเดียวกันเพื่อประโยชน์ กระทรวงยุติธรรมอาจจะแต่งตั้งพนักงานอัยการเพื่อทําหน้าที่ดําเนินคดี อันนี้คือเพื่อช่วย เกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการที่จะฟัองร้อง ทั้งหมดนี้หลังจากตั้ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขึ้นมาทั้ง ๒ ฉบับ เราได้เชิญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม บริษัท คือบริษัทขนาดใหญ่ ตัวของเกษตรกรพันธสัญญาเข้ามาดูร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับแล้ว ทั้ง ๒ ฝ์ายเห็นตรงกันว่ากฎหมายฉบับนี้จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับเขา แล้วก็เกษตรกร เขาบอกว่าจะเปึนซิงเกิล สตอป เซอร์วิส (Single stop service) ของเขาที่จะช่วยเปลี่ยน กระบวนการการดําเนินอาชีพของเขา และขณะเดียวกันก็จะเปึนกระบวนการที่ทําให้เกิด ข้อมูล ฐานข้อมูล แล้วก็การขับเคลื่อนเรื่องของเกษตร พันธสัญญา ซึ่งทั้งหมดนี้ผมคิดว่า เปึนโอกาสของภาคเกษตรไทยและของคนไทยที่จะสร้างสมดุล ตอบโจทย์เช่นเดียวกับที่เรา ได้เคยทํามาแล้วกับอุตสาหกรรมอ้อย และน้ําตาล แล้วก็จะเปึนประโยชน์กับประชาชน ๔๐๐,๐๐๐ รายที่อยู่ในเกษตรพันธสัญญา แล้วก็ภาคเกษตรอีก ๒๔ ล้านคน ซึ่งอันนี้ก็จะเปึน คานงัดที่สําคัญที่จะยกระดับชีวิตของประชาชนในฐานรากของประเทศไทย ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกก็ได้รับทราบรายงานวาระพัฒนา เรื่อง แนวทางการปฏิรูป เศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายในป้ ๒๕๗๕ แล้วก็วาระปฏิรูปพิเศษ จํานวน ๒ เรื่อง รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติประกอบ อีก ๒ เรื่องแล้ว ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกอภิปรายให้ความเห็นโดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิมนะคะ

ดิฉันมีรายนามอยู่ในขณะนี้นะคะ มีท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ท่านชิงชัย หาญเจนลักษณ์ แล้วก็ท่าน พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ค่ะ

นายประสาร มฤคพิทักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. หมายเลข ๑๓๒ นะครับ ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้เกาะขบวนไปกับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังชุดนี้เมื่อต้ นเดือนพฤษภาคม ที่อําเภอสันป์าตอง และที่อําเภอแม่แจ่ม ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อไป ผมขออนุญาตตามวิธี ของผมนะครับ ขออนุญาตใช้คลิป วิดีโอ (Clip video) ครับ ขอบพระคุณครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดคลิปวีดิทัศน์)

จบแล้วครับ อันนี้มันซ้ําแล้วนะครับ ขออภัย ท่านประธานครับ ที่จริงความยาว ๑๐ นาทีกว่าแล้วผมตัดให้เหลือประมาณ ๕ นาที นิดหน่อย จะขออนุญาตใช้เวลาอีกไม่ถึง ๒ นาทีนะครับ ท่านประธานครับ ผมฉายคลิป (Clip) นี้เพื่อที่จะยืนยันว่าสิ่งที่ คณะกรรมาธิการได้เสนอมานั้นในเรื่องการปฏิรูป ระบบเกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรมนั้นมีข้อมูล หลักฐานและเหตุผลสนับสนุนเยอะแยะ มากมายนะครับ ในสไลด์ที่นําเสนอของดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล เมื่อกี้นี้ในหน้า ๑๑ กรอบบนนะครับ ตัวอย่างปัญหาความไม่เปึนธรรมต่อเกษตรกรในระบบเกษตรพันธสัญญา ๑. มีข้อมูลไม่ครบ ๒. ความเสี่ยงสูง ๓. ไม่เปึนไปตามสัญญา ๔. ถูกเอาเปรียบ ๕. ไม่มีอํานาจต่อรอง ทั้งหมดนี้เปึนจริงหมด รวมทั้งในหน้า ๑๓ ปัญหาความไม่เท่าเทียม ในการแบ่งปันผลประโยชน์ เกษตรกรต้องซื้อปัจจัยการผลิตจากบริษัทในราคาสูงบางกรณี สูงกว่าราคาตลาดซึ่งเปึนการผลักภาระต้นทุนที่ไม่เปึนธรรม ที่ผมไปเห็นที่อําเภอสันป์าตอง เกษตรกรเลี้ยงหมูที่ทําสัญญากับบริษัทใหญ่ ๓๐ ราย ๓๐ รายขออภัยนะครับ เจ๊งเรียบครับ เปึนหนี้ทุกรายครับและลุงสมพรที่เราไปดูนะครับ ท่านพจนีย์ ท่านอาจารย์สมชัยที่ไปด้วยกัน คงจะยืนยันได้ว่าลุงสมพรนั้นหมดเนื้อหมดตัวโดนยึดไปแล้วครับ ป์านนี้ทั้งบ้านและที่ดิน ไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท มูลค่าของตัวเอง จากที่มีอะไรของตัวเองก็กลายเปึนหนี้เปึนสิน ด้วยระบบเกษตรพันธสัญญา เพราะฉะนั้นสิ่งที่นําเสนอมาแนวทางนี้เปึนแนวทางที่ถูกต้อง ขอสนับสนุน ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเรียนท่านประธานนะครับก่อนนับเวลา เผอิญรายงาน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง มีวาระพัฒนาซึ่งเปึนเรื่องสําคัญมาก อยู่ ๑ เรื่อง แล้วก็วาระปฏิรูปพิเศษอีก ๒ เรื่อง โดยเฉพาะเปึนตัวร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องด้ วย กระผมขออนุญาตท่านประธานว่าจะใช้เวลาให้สั้นที่สุดตามกรอบ ท่านประธานนะครับ แต่อาจจะเกินเลยไปสักเล็กน้อยก็ขออนุญาตท่านประธาน เจ้าหน้าที่ ตั้งเวลาใหม่นะครับนี่เดินไปเกือบ ๑ นาทีแล้ว ผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะชื่นชม

คณะกรรมาธิการชุดนี้ทํามาได้ดีตลอดครับ แล้วก็ถือว่าเปึนรายงานที่มีความสมบูรณ์ บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและระบบทุกรายงานเลยครับ แล้วก็อยากจะให้ ปรับปรุงพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวาระพัฒนานะครับ เรื่อง แนวทางปฏิรูป เศรษฐกิจประเทศไทยเพื่อเปึนป ระเทศพัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ คือครบ ๑๐๐ ป้ ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และครบป้ที่ ๒๕๐ ของการสถาปนากรุงเทพมหานคร เปึนราชธานีปัจจุบัน ในเรื่องของจุดเด่น จุดแข็งของเศรษฐกิจไทยที่มีการวิเคราะห์ผมเห็นว่า ยังขาดไปประเด็นหนึ่งครับ ท่านชี้มาได้ถูกต้องเลยครับว่า

ในกรณีของจุดที่ตั้งที่ทําให้เราเปึนจุดเชื่อมทางการค้าและธุรกิจในภูมิภาคนี้นั้น เพราะว่า จุดแข็งของการเปึนที่ตั้งประเทศ ๒. ก็คือในส่วนของการเปึนระบบเศรษฐกิจเป่ดที่ทําให้เปึน เสมือนเสน่ห์ของประเทศของเรา แต่ว่าอีกข้อหนึ่งครับที่ผมคิดว่าอยากจะเพิ่มเติม และท่านไม่ได้กล่าวถึง และสําคัญมากในภาวะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองทั้งมหาอํานาจก็ดี มหาอํานาจในภูมิภาคก็ดี แล้วก็การเปลี่ยนแปลงของปัญหาความขัดแย้งที่เปึนพลวัต ในแถบนี้ก็ดีนั้นมีความเปลี่ยนแปลงเร็วมาก จุดแข็งประเด็นนี้ก็คือการที่ประเทศเรานั้น เปึนมิตรกับทุกประเทศครับ เราไม่ได้มีปัญหาเกิดขึ้นกับประเทศที่มีความสําคัญเกี่ยวโยง ต่ออนาคตของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนในระดับมหาอํานาจ จะเปึนประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี ประเทศรัสเซีย ประเทศจีน หรือว่าประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจอย่างประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ประเทศอินเดีย ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ หรือแม้แต่ ประเทศอินโดนีเซียซึ่งเปึนสมาชิกในอาเซียนด้วยกัน จุดแข็งตรงนี้จะตอบโจทย์อะไรบ้าง ในอนาคต มันตอบโจทย์แน่นอน เพราะเราไม่เหมือนประเทศอื่นครับ ปัญหาในทะเลจีนใต้ ทําให้ประเทศญี่ปุ์นมีปัญหากับประเทศจีน ทําให้ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม แม้แต่ประเทศบรูไนก็มีปัญหา และรวมทั้ง ประเทศมาเลเซียมีปัญหากับประเทศจีน ขณะเดียวกันประเทศอินเดีย ประเทศจีน หรือประเทศเมียนมาร์ก็เปึน ๓ เส้าของปัญหา มองรอบไปแล้วไม่มีประเทศไหนที่จะมีจุดแข็งที่สุด เท่ากับประเทศไทยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราวางไว้ผมเห็นว่าท่านพยายามวางว่าใน ๑๘ ป้ ๒๐ ป้ข้างหน้ามันจะเกิดอะไร ตัวแปรสําคัญตรงนี้สําคัญมาก มันจะตอบโจทย์หลายเรื่อง ว่าเราจะวางในเรื่องของคําว่าพาร์ ตเนอร์ชิป (Partnership) หรือว่าหุ้นส่วนอย่างไร วันนี้การปรับทัศนคติสําคัญมาก ที่ท่านเสนอมาถูกต้องที่สุด จะปฏิรูปเศรษฐกิจได้ทั้งปฏิรูป เศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศนั้นอยู่ที่ทัศนคติ มุมมองของภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาชน มุมมองดังกล่าวนั้นเปึนมุมมองที่จะต้องปรับสถานะของตัวเองโดยยืนบน ๓ จุดแข็งที่ว่านี่ครับและให้เข้าใจ และคําว่าพาร์ตเนอร์ชิปจะมีความสําคัญต่ออนาคต ใน ๒๐ ป้จากนี้ไป มันไม่ใช่การที่เรามองว่าเราเหนือกว่า หรือแม้แต่มุมมองในส่วนของ การที่เราพูดถึงการค้าระหว่างประเทศซึ่งถือว่ามีสั ดส่วนถึง ๑๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจีดีพี จนเราบอกว่าเราเปึนเทรดิง เนชัน เปึนประเทศการค้าพาณิชย์ เราเปึนศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ เปึนศูนย์กลางนั่นศูนย์กลางนี่ แต่แท้ที่จริงต่อไปไม่ใช้คําว่าคู่ค้าและคู่แข่งอีกต่อไป

จะใช้คําว่าคู่ค้าและคู่ขาคือคําว่าพาร์ ตเนอร์ชิป ดังนั้นเองในส่วนของสิ่งที่เราจะต้องตอบ ก็คือว่าแล้วจากป้ ๒๕๕๘ เมื่อพ้นวันที่ ๓๑ ธันวาคมป้นี้เราจะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง เปึนจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ จุดแข็ง จุดยืน และจุดต่อรองของประเทศของเรานั้น จะต้องอยู่บนฐานใหม่ ไม่ใช่ฐานของประเทศไทย แต่เปึนฐานของประชาคมอาเซียน ฐานที่มี ประชากร ๖๐๐ ล้านคน มีจีดีพีรวมกัน มีมูลค่าการค้ากว่า ๑.๒-๑.๕ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีกําลังซื้อมหาศาล มีประชากรซึ่งคิดเปึนสัดส่วนแล้วก็เปึนกลุ่มประชากรในภูมิภาคที่กําลัง เปึนดาวรุ่งของการเติบโต ที่เรียกว่าอีเมิร์จจิง อีโคโนมี (Emerging economy) เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรายังไม่เห็นความชัดเจนในข้อเสนอประการหนึ่งคือหลังจากการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน แล้วเราจะก้าวสู่สเตป (Step) ต่อไปอย่างไร ความท้าทายต่อการพิจารณาข้อเสนอของ กลุ่มทีพีพี (TPP) ทรานส์แปซิฟ่ก พาร์ตเนอร์ชิป (Trans-Pacific Partnership) ซึ่งก็มีผล ต่อการกําหนดท่าทีจุดยืนหลายอย่างของประเทศตะวันตกเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรปต่อปัญหาบางประการที่เราเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเทียร์ ๓ (Tier 3) ก็ดี การค้ามนุษย์ก็ดี และอื่น ๆ ต่อไปภายหน้านั้นเราจะเดินอย่างไร

หรือว่าเราจะยืนอยู่ในจุดที่ให้เห็นชัดเจนในยุทธศาสตร์ของเราคือเรื่องของอาเซป (RCEP) รีเจิน นอล คอมพรีเฮนซีฟ อีโคโนมิก คอร์ปอเรชัน (Regional Comprehensive Economic Corporation) ที่เปึนพาร์ตเนอร์ชิปที่คิดว่าจะเปึนอาเซียนบวก ๖ (ASEAN +6) มากกว่าอาเซียนบวก ๓ (ASEAN +3) แล้วก็บียอนด์ (Beyond) ก็คืออาจจะมีพาร์ตเนอร์ (Partner) ใหม่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึนประเทศรัสเซีย จะเปึนประเทศใดก็ตามในแถบแปซิฟ่ก ริมและในส่วนของเอเชียกลาง ตรงนี้เองที่ผมคิดว่ามันเปึนทัศนคติและวิสัยทัศน์ มุมมองที่วาง อนาคตไปข้างหน้า เราไม่เพียงจะพยายามตอบโจทย์วัน เวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งถึง พ.ศ. นี้ แล้วผมก็เห็นว่าข้อสรุปที่บอกว่าประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะแรงกดดัน ภายนอกมา ๗ ครั้งก็ถูกต้องอยู่ แต่ครั้งนี้จะเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเรา ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดจากแรงกดดันภายในก็คือสภาปฏิรูปแห่งชาติที่มีบลูปรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for Change) พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ และความสมบูรณ์ของมุมมองข้อเสนอ ดังกล่าวสําคัญอย่ำงยิ่งที่จะนําสิ่งเหล่านี้ต่อไป ประการที่ ๒ ในส่วนนี้ก็คือในเรื่องของ ข้อเสนอที่เปึนแนวคิดของการปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างและระบบ ผมอยากให้ท่านรักษา สิ่งที่เรียกว่าเปึนความหลากหลายทางเศรษฐกิจอันเปึนพื้นฐานที่ประเทศนี้มีเหนือกว่า อีกหลายประเทศทั่วโลกกว่า ๑๐๐ ประเทศ ถ้าเราเห็นตัวเลขที่ท่านนําเสนอมาว่าโครงสร้าง การผลิตของไทยเกือบคงที่ในระยะ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา ภาคเกษตรร้อยละ ๑๑ ภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ ๓๑ ภาคบริการร้อยละ ๕๘ แต่ในอนาคตโครงสร้างเศรษฐกิจจะต้องเปลี่ยนไป จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตามประเทศไทยจะต้องรักษาหรือเพิ่มสัดส่วนความสมดุลของ โครงสร้างเหล่านี้ให้ได้ครับ อย่าให้เกษตรอยู่ที่ร้อยละ ๑๑ อาจจะต้องเพิ่มไปเปึนร้อยละ ๒๐ แต่เปึนเกษตรสมัยใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และมีกลไกใหม่ ๆ อย่างที่เสนอมา เปึนต้น ภาคอุตสาหกรรมก็ต้องเปึนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม มีแบรนดิง (Branding) แม้แต่ สินค้าเกษตรต้องมีแบรนด์ (Brand) เหมือนกันครับ และภาคบริการซึ่งรวมทั้งเรื่องของ การท่องเที่ยว เรื่องพาณิชย์ เรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เปึนเอสเอ็มอี (SME) ตรงนี้ก็ถือว่า เรามีสัดส่วนที่สูงมาก แต่ถามว่าทําไมจะต้องรักษาหรืออาจจะต้องเพิ่มสัดส่วนเกษตร เพราะต่อไปโลกประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ๗,๐๐๐ ล้านคน ๙,๐๐๐ ล้านคน ฟูด ซีเคียวริตี (Food security) ปัญหาใหญ่ เอนเนอจี ซีเคียวริตี (Energy security) ปัญหาใหญ่ ดังนั้นจําเปึนเหลือเกินว่าเราจะต้องรักษา บางประเทศอย่างประเทศกรีซ

ที่ประสบปัญหาแล้วภาษาชาวบ้านเรียกว่าหัวทิ่มบ่อเลย เพราะอะไร เพราะว่าเขาไม่มี ความหลากหลายที่เรียกว่าอีโคโนมิก ไดเวอร์ซิตี (Economic diversity) ไปหนักทางด้านบริการ ไปหนักทางด้านท่องเที่ยว แม้แต่ประเทศสิงคโปร์โดนพายุวิกฤติเศรษฐกิจเข้ามาก็ต่อเนื่อง ยาวนาน ล้มครับ แต่ของเราภาคเกษตรไม่ใช่เลี้ยงดูคนในประเทศเท่านั้น แต่สามารถดูคน ทั้งโลกได้ อุตสาหกรรมเกษตรอันใดอันหนึ่งเพลี่ยงพล้ําก็ยังดูแลกันได้ หรือแม้แต่ภาคบริการ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นท่านลองวางดูสิว่าสัดส่วนของภาคหลัก ๆ ของเราในโครงสร้าง เศรษฐกิจ แล้วหลังจากนั้นมาลงย่อยรายสาขา ลงย่อยรายพื้นที่ สุดท้ายที่ขอให้ความเห็น ก็คือในเรื่องของแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน ตรงนี้เปึนความชาญฉลาดของ คณะกรรมาธิการที่ได้ต่อเนื่องจากเรื่องของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระบบพาร์ตเนอร์ชิ ป ต่อไปภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ขอสั้น ๆ นิดเดียวท่านประธาน ๑ นาทีก็คือว่า คําว่าพาร์ตเนอร์ชิป พีพีพีนี่ กับเรื่องของรูปแบบรัฐบาลในพื้นที่ รูปแบบรัฐบาล ในพื้นที่นี่ท่านวิเคราะห์มาถูกเลยผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าตอนนี้การกระจายตัวของ ศูนย์ขั้วเศรษฐกิจทั้งหลายมันเริ่มออกไปชายแดน มันรองรับตั้งแต่ในเรื่องของอาฟตา (AFTA) แล้วในที่สุดก็มาสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มาเปึนประชาคมอาเซียน แต่ว่าพื้นที่ ไม่ได้เตรียมตัว เราประกาศบอกว่ามีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๕ แห่ง ๑๐ แห่ง ๑๑ แห่ง ซึ่งถูกต้องเปึนทิศทางที่รัฐบาลกําหนดไว้ถูกต้องที่สุดแล้ว แต่จะทําให้มันเปึนจริง และมีประสิทธิภาพเปึนหน้าที่ของข้อเสน อของเราเช่นรูปแบบของรัฐบาลท้องถิ่น ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่อย่างปัจจุบันแน่นอน เหมือนที่ท่านเสนอบอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเปึนตัวแทนรัฐบาลกลางไปเปึนหัวหน้าราชการส่วนภูมิภาคจะต้องเปึนนักการทูต จะต้องเปึนนักการค้า แต่ในระบบปัจจุบันมันไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาใหม่ครับว่า ถ้าจะเปึนรัฐบาลท้องถิ่น ชายแดนทั้งหมดนี่ครับ อันนั้นเปึนคําตอบ ๒. ก็คือลักษณะพื้นที่ เศรษฐกิจพิเศษมันไม่มีลักษณะเขตเศรษฐกิจแบบเมื่อ ๓๐ ป้ก่อนที่ประเทศจีนเริ่มทํา สมัยเซินเจิ้น ไม่ประสบความสําเร็จใน พ.ศ. นี้

แต่เขาใช้เวลาเมื่อ ๓๐ ป้ที่แล้วกว่าจะพัฒนาขึ้นมา วันนี้มันต้องคิดว่าเปึนระเบียงเศรษฐกิจร่วม แล้วครับ การประกาศเขตเศรษฐกิจฝ์ายเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องทําเปึนระเบียงเศรษฐกิจร่วม เช่น ไทย-มาเลเซีย ไทย-เมียนมาร์ ไทย-แคมโบเดีย ไทย-ลาว เปึนต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ จําเปึนที่จะต้องบอกว่าการสร้างรูปแบบเขตเศรษฐกิจจะต้องสอดคล้องกับรัฐบาล พื้นที่ และรูปแบบของพื้นที่เศรษฐกิจก็จะต้องเปลี่ยนไปสู่การเปึนพันธมิตร พาร์ตเนอร์ชิป หุ้นส่วนกับเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ขออนุญาตท่านประธาน เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ค่ะ

นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธาน ท่านเพื่อนสมาชิก ที่เคารพ กระผม ธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ สปช. ๐๙๘ ผมมีข้อสังเกตในวาระพัฒนา ยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจแนวทางปฏิรูปไทย รวมแค่ ๓ ประเด็นนะครับ ผมจะพูดให้ตรงประเด็นสั้น ๆ ภายในเวลาดังต่อไปนี้ ประเด็นแรก ผมขอสนับสนุนเปัาหมายของยุทธศาสตร์การนําประเทศ ไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วในป้ ๒๕๗๕ มีความชัดเจนมากครับ ตอนแรกผมก็อยากจะให้ กําหนดให้ชัดว่าประเทศพัฒนาแล้วเปึนอย่างไร ในรายงานฉบับนี้ชัดเจนมีเครื่องชี้วัด ถึง ๖ ตัวแล้วก็สมดุลดีมาก หมายความว่าเราจะเปึนประเทศพัฒนาแล้วที่มีความสมดุล ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม หมายความว่าเศรษฐกิจดี สังคมก็ไม่มีปัญหา การพัฒนาก็ยั่งยืน หมายความว่าทั้ง ๖ ตัวนี้มีเครื่องชี้วัดครบถ้วน แล้วอย่างที่ผมพูดตลอดเวลาในสภานี้คือ ยึดมนุษย์เปึนศูนย์กลางอย่างแท้จริงกว่าในระยะที่ผ่านมาเปึนอันมาก คือมองทั้งโกรท วิท ดิสทริบิวชัน (Growth with distribution) แล้วก็ควอลิตี ออฟ ไลฟี (Quality of life) ด้วยนะครับ มองรอบด้าน ผมคิดว่าเปึนการปฏิรูปวิธีกําหนดเปัาหมายสําคัญของชาติทีเดียว อยากจะเรียกคําว่าครีเอทีฟ (Creative) และอินโนเวทีฟ (Innovative) ดีมาก จารึกไว้ได้เลย ประการที่ ๒ การบรรลุเปัาหมายข้างต้น ผมอยากจะให้ข้อสังเกตว่าเปึนเรื่ องท้าทายมาก ไม่ใช่ง่ายที่จะให้เปัาหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการกระจายรายได้มันไปด้วยกันได้ ในอดีตเราโตมาก เศรษฐกิจเราโตมาก ทริคเกิล ดาวน์ (Trickle down) ทําให้ผู้ที่อยู่ใต้เส้น ความยากจนนี่หายจน แต่เวลาเดียวกันช่องว่างระหว่างรายได้มันมากขึ้น เกิดภาวะ รวยกระจุก จนกระจาย อย่างที่เราทราบกัน เพราะฉะนั้นการที่ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ

มียุทธศาสตร์กระจายรายได้นี่แค่ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจคงไม่พอ ทั้ง ๆ ที่มีมาตรการ ทางเศรษฐกิจเยอะ เช่น การขจัดภาษี การขจัดความผูกขาดอะไรเหล่านี้เปึนต้น แต่ผมคิดว่า คงไม่พอที่จะบรรลุเปัาหมายทั้ง ๒ ด้าน คงจะต้องมีมิติทางด้านทรัพยากรมนุษย์ให้มากขึ้น ทางด้านสังคมควบคู่กันไปได้ ควรระบุให้ชัดเจนถึงความเชื่อมโยงกับมิติยุทธศาสตร์ทางสังคม ผมเข้าใจดีว่าในเปเปอร์ (Paper) ฉบับนี้ได้พูดอยู่แล้วว่าต้องโยงไปเรื่องสังคม แต่ผมว่า ยังไม่ชัด ยังน้อยมากนะครับ ๕.๕ กล่าวไว้ ๒ บรรทัดซ่อนไว้ฐานที่เข้าใจ ต้องย้ําให้ชัดเจน มากกว่านี้ว่าเปัาหมายบรรลุได้ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการพัฒนาคน ผลิตภาพคน เทคโนโลยีด้วย ผมพร้อมที่จะฟันธงว่าศตวรรษที่ ๒๑ มนุษย์เท่านั้นที่จะสร้างทั้งโกรท (Growth) ทั้งดิสทริบิวชัน (Distribution) และควอลิตี ออฟ ไลฟี เราหมดยุคของรีซอร์ส (Resource) เราหมดยุคของทุนไปแล้วศตวรรษที่ ๒๐ ผ่านไปแล้ว ประการที่ ๓ ข้อเสนอวิธีการสร้าง แผนยุทธศาสตร์ชาติตั้งแต่๕.๕๑ ถึง ๕.๕๕ สําคัญ เห็นด้วยว่าจะต้องสร้างการมีส่วนร่วม ของทุกฝ์ายแต่ผมเองก็ยังไม่จุใจ อยากจะให้เปึนเงื่อนไขสําคัญ เปึนสาระในกระบวนการ สร้างพลังร่วมสําคัญ ผมเห็นว่าในระยะเวลาต่อไปนี้สาระกับกระบวนการต้องมีความสําคัญ เท่ากัน จําเปึนจะต้องกําหนดกระบวนการขับเคลื่อนในลักษณะร่วมคิด ร่วมทํา ร่วมติดตาม ประเมินผลของทุกฝ์ายในสังคม ผมคิดว่าประเทศไทยเรานั้นถ้าไม่สร้างลีดเดอร์ชิป แอท ออล เลเวล (Leadership at all level) ในทุกระดับของสังคม ท่านจะมีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ไปไม่รอดถ้าเราไม่สร้าง มองในแง่การบริหารจัดการพึ่งแต่ผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพไม่ได้ ปราบเซียนยุคศตวรรษที่ ๒๑ เซียนเชี่ยวชาญในเชิงลึกนี่ผมคิ ดว่าพึ่งไม่ได้แล้ว เอาวิชา เปึนตัวตั้งก็คือเอกสารนี่อีก ๓ กอง สิ่งที่สําคัญที่สุดคือกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในแนวราบ ต้องสร้างพลังสังคมร่วมกันให้ได้

ต้องสร้างลีดเดอร์ชิ ป (Leadership) ในทุกระดับ ปัญหาประเทศเราขณะนี้ขาดตัวเดียว ขาดลีดเดอร์ชิปทุกระดับเราไม่ได้ขาดนักวิชาการ เราไม่ได้ขาดอะไรทั้งสิ้น วิชาการเรามาก กองโตแล้ว แต่เราขาดการสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันต่างหาก ผมขอตั้งข้อสังเกต เพียงแค่นี้ในเวลาพอดีเลยครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์

นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ชิงชัย หมายเลข ๐๖๔ ผมขออภิปรายแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน ซึ่งดอกเตอร์สุทัศน์ ก็ได้นําเสนอไว้ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แล้ว ผมขออนุญาตจะเพิ่มเติมบางประเด็นที่จะลงลึก อีกนิดหนึ่ง คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้ได้ผลของรัฐแล้วก็กําลังทําอยู่ ดําเนินการอยู่ ก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ ร่วมชายแดนโดยใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของไทย เปึนแรงขับเคลื่อน ดังนั้นผมเห็นว่าควรจะให้ความสําคัญความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ําโขงเปึนสําคัญ ซึ่งมีการร่วมมือภายใต้จีเอ็มเอสอยู่แล้ว ซึ่งกลุ่มนี้ ก็จะมีทั้งซีแอลเอ็มวี (CLMV) ซึ่งรอบบ้านเราเปึนเพื่อนบ้านของไทย แล้วยังมีประเทศจีน ที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดอยู่ด้วย หลังจากที่ได้ดําเนินการมากว่า ๒๐ ป้ ก็หลังอาเซียนโดยมีเอดีบีเปึนผู้สนับสนุนหลัก จีเอ็มเอสสามารถพัฒนาเครือข่าย ของระเบียงเศรษฐกิจที่เปึนในรูปของคอนเนกทิวิตี (Connectivity) ได้อย่างเปึนรูปธรรม แล้วก็จะมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ําโขงถึง ๔ แห่งด้วยกัน ระเบียงเศรษฐกิจก็มีนอร์ท (North) เซาต์ (South) จากคุนหมิงมาจังหวัดเชียงราย จากอีสต์ (Ease) เวสต์ (West) จากจังหวัดมุกดาหารไปดานัง แล้วขณะนี้ก็กําลังผลักดันเรื่องเซา ต์เทิร์น คอร์ริดอร์ (Southern Corridor) ซึ่งจะเชื่อมโฮจิมินห์กับพนมเปญ และกรุงเทพฯ แล้วต่อไปยัง ท่าเรือน้ําลึกที่จะมีขึ้นที่ทวาย แล้วก็ท่าเรือน้ําลึกที่มาบตาพุด ดังนั้นนโยบายที่รัฐบาลไทย ต้องให้ความสําคัญในขณะนี้คือผลักดันขยายระเบียงเศรษฐกิจให้เชื่อมกับเครือข่ายคมนาคม ในประเทศสมาชิก แล้วเพิ่มระเบียงเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้นอีกโดยเฉพาะรูท ๑๒ (Route 12) จากจังหวัดนครพนมเข้าคําม่วนในประเทศ สปป. ลาวและไปต่อถึงท่าเรือฮาติงห์ ในประเทศเวียดนาม ผลักดันให้มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ําโขง แห่งที่ ๕ จากบึงพระกาฬ

ไปท่าแขกในประเทศ สปป. ลาวแล้วก็ไปสู่ท่าเรือวินห์ในประเทศเวียดนาม ขยายเซาต์เทิร์น คอร์ริดอร์ให้เต็มรูปแบบ นอกจากนั้นยังต้องมีความเข้าใจว่าระเบียงเศรษฐกิจของจีเอ็มเอสนี่ สามารถเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์หลักของประเทศจีน คือเรื่องของมาริไทม์ ซิลค์ โรด (Maritime Silk Road) ได้เปึนอย่างดี เปึนการเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟ่ก แล้วเปึนการเชื่อมการค้าการลงทุนระหว่างเอเชียตะวันออกกับเอเชียใต้แล้วก็เอเชียกลาง เพื่อเปึนการตอบรับแบบในแนวทางนี้จึงมีความสําคัญอย่างมากที่จะต้องขยายเรื่องของ อีสต์เทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ซึ่งน่าที่จะมีความสําคัญมากกว่าที่จะไปสร้าง ด้านทางใต้หรือทางอื่นนี่ ผมว่าอีสต์เทิร์น ซีบอร์ดนี่มีความสําคัญสูง แล้วเพื่อให้การใช้ ประโยชน์ของทางเศรษฐกิจที่กล่าวมาแล้วจะต้องมีการพัฒนาพื้นที่ที่กล่าวในรูปของ สเปเชียล อีโคโนมิก โซน (Special Economic Zone) ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการวางเปัาหมายไว้แล้ว ๑๐ จังหวัดใช่ไหมครับ มีจังหวัดตาก มีจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสระแก้ว อะไรพวกนี้ การทําสเปเชียล อีโคโนมิก โซนนี่ไม่จําเปึนที่จะต้องเปึนเรื่องของทางด้านอุตสาหกรรม อย่างเดียว อาจจะเปึนเรื่องของเซอร์วิส (Service) เรื่องของเกษตรแปรรูป แม้แต่เรื่องของ การท่องเที่ยวในเขตที่มีความเหมาะสมแล้ว แต่เขตที่มีความเหมาะสมแล้วก็จะต้องพยายาม มีการศึกษาเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและแนวทางการแก้ไขด้วย สเปเชียล อีโคโนมิก โซนนี่ถ้าเผื่อทําได้อย่างเต็มที่แล้วก็รุดหน้าไปผม คิดว่ามันจะเปึนตัวนําประเทศไทยเข้าไปสู่ ความเปึน ผมไม่อยากเรียกว่าเปึนฮับ (Hub) นะครับ เปึนตัวเชื่อมในอาเซียนได้อย่างดี

แต่ว่านอกจากโครงสร้างที่ผมกล่าวมาแล้วยังมีเรื่องซึ่งยังมีปัญหาหนั กมากแล้วก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไขเท่าที่ควรคือเรื่องที่ผมเรียกว่าเปึนเรื่องของซอฟต์แวร์ (Software) เรื่องหลักเกณฑ์ กฎเกณฑ์การปฏิบัติ ซึ่งเรื่องนี้ถ้าเผื่อไม่ได้แก้ไขแล้วก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการประสานงานระหว่างหน่วย งานต่าง ๆ ซึ่งไม่ว่าจะเปึนกรมศุลกากร สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือแม้แต่บีโอไอ (BOI) เอง อันนี้สําคัญมากนะครับ แล้วก็สุดท้ายนี้คงจะต้องมีการส่งเสริม สนับสนุนให้เห็นประโยชน์ ของการพัฒนาลุ่มแม่น้ําโขงให้เปึนที่รู้จักมากขึ้น ตอนนี้อาเซียนเปึนที่รู้ จักดีแล้ว ต้องให้เรื่องของจีเอ็มเอสเปึนที่รู้จักด้วย เพราะทั้งจีเอ็มเอส ทั้งอาเซียนมีความสัมพันธ์กัน อย่างใกล้ชิด และทั้ง ๒ โครงการนี้จะเปึนประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเปึนอย่างมาก ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ค่ะ

พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการในวาระพัฒนา เรื่อง แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทย เพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ท่านประธานครับ จากการศึกษารายงานของคณะกรรมาธิการ กระผมได้ปรากฏพบข้อสังเกตอยู่ ๒ ประการ เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมจึงขออนุญาต อภิปรายในครั้งนี้ แต่ก่อนอื่นก็ขอเรียนว่าผมเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่ง กับรายงานฉบับนี้ ข้อสังเกตประการแรกก็คือในรายงานในหน้า ๔ ข้อ ๒.๕ เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ผมชอบข้อความในย่อหน้าแรกเปึนอย่างมากนะครับที่ว่า ใน ๑๐ ป้ที่ผ่านมานับตั้งแต่ การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเสร็จสิ้นในป้ ๒๕๔๘ ประเทศไทยไม่มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจใหญ่ ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเลย และสําหรับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เริ่มโครงการตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ ได้ประสบปัญหาอยู่หลากหลายรูปแบบมาเริ่มจริงจัง และเสร็จสิ้นได้ใช้เวลาประมาณถึง ๔๕ ป้ เปึนการเสียโอกาสแก่ประเทศเปึนอย่างมาก นับเปึนบาปที่ผู้บริหารชุดก่อน ๆ ได้สร้างไว้กับประเทศ คําถามผมคือว่านี่ก็กําลังจะผ่าน ป้ที่ ๑๐ แล้วยุคเราจะซ้ํารอยทําบาปให้กับประเทศนี้อีกหรือครับ แต่คณะกรรมาธิการ ก็ไม่ยอมบาปนะครับ ได้มีข้อเสนอแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจขึ้นมา โดยเฉพาะในระดับประเทศ

จะมีการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อม ๒ มหาสมุทร คือมหาสมุทรแปซิฟ่ก กับมหาสมุทรอินเดีย เปึนการกล่าวถึงโครงการคลองไทยและท่าเรือน้ําลึกทวาย กระผมเห็นด้วยนะครับ แต่เกรงว่าแผนนี้บาปอาจจะยังมีอยู่ไม่หมดไป จากตัวเลข ทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันหากทําตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจครบถ้วนที่คณะกรรมาธิการเสนอ จีดีพีโตไม่ต่ํากว่าป้ละ ๖ เปอร์เซ็นต์ ในอีก ๑๗ ป้ข้างหน้ากระผมเกรงว่าอาจจะไม่บรรลุ เปัาหมายที่ตั้งไว้ คือเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชากรมีรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ยังไม่พอนะครับ ต้องเปึนโครงการ ที่พลิกเศรษฐกิจเลยไม่ใช่กระตุ้น แต่ต้องใช้เทอร์โบ เจต (Turbo Jet) อุ้มลอยให้ข้ามระดับไป จีดีพีต้องไม่ต่ํากว่า ๘ เปอร์เซ็นต์ สําหรับโครงการที่ผมมีข้อสังเกตคือโครงการสร้างคลองไทย หากเสร็จสิ้นค่าผ่านคลองวันละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ป้ละประมาณ ๓.๖ แสนล้านบาท ยังไม่หักค่าใช้จ่าย แม้จะมีผลประโยชน์จากการประหยัดค่าขนส่งทางเรือของประเทศ ประมาณป้ละอีกหลายแสนล้านบาทและอื่น ๆ อีกก็ใช้เวลานานกว่าจะคุ้ม สามารถกระตุ้น หรือขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แต่เกรงว่าอาจจะไม่บรรลุเปัาหมายในเวลาที่กําหนด สิ่งที่เสนอแนะคือโครงการคลองดังกล่าวจะต้องมีมหานครเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวใหม่ที่ประกอบด้วยอู่ต่อเรือ ซ่อมเรือขนาดใหญ่ คลังและโรงกลั่นน้ํามัน ท่าเรือและบริเวณจอดเรือขนาดใหญ่ เขตหรือนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีเมืองใหญ่ที่เปึน ศูนย์กลางของเศรษฐกิจการค้าโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่งที่นอกจากทางน้ําแล้วยังมี สนามบินสากลขนาดใหญ่ รางและถนนพร้อมมูล พร้อมทั้งสถานที่บันเทิงระดับโลก รูปแบบต่าง ๆ บริเวณปากทางเข้าออก ๒ ฝัืงคลองและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งทั้งโครงการ คลองเชื่อม ๒ มหาสมุทรและมหานครใหม่ดังกล่าว

หากมีการบริหารที่ดีเช่นเดียวกับอดีตผู้นําประเทศเพื่อนบ้านแล้ว คาดว่าภายในป้ ๒๕๗๕ นี้ ประเทศเราจะต้องเปึนผู้นําในภูมิภาค โดยเฉพาะในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน และความมั่งคั่งได้ สําหรับข้อสังเกตต่อไปในหน้า ๕ ต้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์ที่ว่า ต้องเปลี่ยนทัศนคติของการทํายุทธศาสตร์ชาติโดยต้องทําอย่างเปึนวิทยาศาสตร์นั้น ในเรื่องนี้ขอเรียนว่าเห็นด้วยมากเลยต้องเปลี่ยน สําหรับวิธีการประเมินยุทธศาสตร์ ที่เปึนวิทยาศาสตร์และตรรกศาสตร์ทั่วโลกเขารู้จักและใช้กันมานานแล้ว ในเมืองไทย ก็มีสอนกันมากว่า ๕๐ ป้แล้วแต่ยังไม่ใช้กัน โครงการการประเมินที่เปึนวิธีวิทยาศาสตร์ และตรรกศาสตร์ที่ใช้กันอยู่ก็คล้าย ๆ กับวิธีการศึกษาของคณะกรรมาธิการนั่นแหละครับ ขอภาพที่ ๑ ครับ เขามีการกําหนดผลประโยชน์ของชาติ วัตถุประสงค์มูลฐานแห่งชาติ จากนั้นจะปร ะเมินสิ่งแวดล้อมทั้งสถานการณ์โลก ภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้าน และภายในประเทศ เพื่อกําหนดเปึนวัตถุประสงค์หรือเปัาหมายเฉพาะในเวลาที่กําหนด เช่น ๒๐ ป้ข้างหน้าเปึนต้น แล้วก็มีการวิเคราะห์ถึงพลังอํานาจของชาติต่าง ๆ ที่มี เพื่อหาแนวทางหรือวิธีการและเครื่องมือที่ดีที่สุ ดที่จะบรรลุแต่ละวัตถุประสงค์ เฉพาะที่กําหนดได้ ซึ่งแนวทางหรือวิธีการพร้อมเครื่องมือที่จะให้บรรลุแต่ละวัตถุประสงค์ ดังกล่าวคือคําตอบยุทธศาสตร์ชาติที่จะออกมาเปึนนโยบายและมาตรการเฉพาะด้านต่าง ๆ แห่งชาติในห้วงเวลาที่กําหนด แผ่นที่ ๒ ยุทธศาสตร์ชาติหรือยุทธศาสตร์หลั กของชาติ จะมีฉบับเดียวที่มีผลลัพธ์เปึนนโยบายและมาตรการเฉพาะด้านต่าง ๆ ซึ่งยุทธศาสตร์ ด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนการเมือง การทูต เศรษฐกิจ ทหารและอื่น ๆ แต่ละด้าน จะต้องเอาผลลัพธ์นี้ไปประเมินค่าแล้วออกมาเปึนยุทธศาสตร์แต่ละด้านฉบับเดียวของชาติ จากนั้นรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ก็ต้องเอาที่เกี่ยวข้องไปจัดทํายุทธศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวข้องของตน เช่นรัฐบาลอาจจะปรับจาก ๒๐ ป้เปึน ๕ ป้ เปึนต้น ซึ่งถ้าการจัดทํา ยุทธศาสตร์เปึนไปตามโครงสร้างนี้ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่รัฐบาล ไม่ว่าแต่ละด้านจะมียุทธศาสตร์ ย่อยขนาดไหน มากมายขนาดไหน ทุกยุทธศาสตร์จะมาจากที่เดียวกันคือยุทธศาสตร์ชาติ เปัาหมายและทิศทางจะร่วมกัน ขอแผ่นที่ ๓ จากการที่ไม่ใช้ระบบยุทธศาสตร์ที่กล่าวไปแล้ว ที่ผ่านมาประเทศเราได้ใช้หลักการดําเนินยุทธศาสตร์แบบที่ใช้กันในเชิงธุรกิจหรือในระดับ หน่วยงานเล็ก ๆ ที่ดัดแปลงมาตามภาพ คือไปกําหนดเองเริ่มตั้งแต่วิสัยทัศน์เปัาหมาย และอื่น ๆ ใครหรือหน่วยใดเห็นว่าสําคัญก็เรียกกันว่ายุทธศาสตร์ชาติเปึนวาระแห่งชาติ

เรื่องนี้เรื่องนั้นที่แต่ละเรื่องไม่มีเปัาหมายและทิศทางร่วมกัน และที่สําคัญยังมีการเข้าใจผิด ต่ออีกว่ายุทธศาสตร์หลั กของชาติคือเอายุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ เหล่านี้มารวมกัน หรือบูรณาการกัน ผิดพลาดหมดทั้งระบบครับ แต่อย่างไรก็ดีปัญหาที่กล่าวมาแล้ว กําลังจะหมดไปด้วยการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน และรัฐบาลก็ได้เริ่มต้นให้มีการดําเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว กระผมขอจบการอภิปราย แต่เพียงเท่านี้

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

รายนาม ๕ ท่านถัดไปมีท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ท่านอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ท่านรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ท่านสารี อ๋องสมหวัง แล้วก็ท่านสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ค่ะ

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมายเลข ๐๐๗ ดิฉันขออนุญาต ที่จะใช้เวลาในการอภิปรายวาระปฏิรูปพิเศษในหัวข้อที่ ๒ การปฏิรูประบบ เกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม ซึ่งมีร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอจํานวน ๒ ฉบับด้วยกัน ด้วยหลักการแล้ว ดิฉันคิดว่าในการปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เ ปึนธรรมนี่เปึนหลักการที่ดีมาก ๆ และเปึนสิ่งที่ควรจะทํามาตั้งนานแล้ว หรือว่าควรจะทําให้เกิดความสมดุลคือไม่ให้เกษตรกร เสียเปรียบอย่างที่เปึนมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมามีชาวต่างชาติที่เข้ามา เปึนผู้ประกอบการหรือว่าผู้ซื้อมาซื้อสินค้าประเภทผลไม้ไทยห รือสินค้าเกษตรอื่น ๆ แล้วก็ทําสัญญาที่ไม่เปึนธรรมจํานวนมากมาย สิ่งที่เปึนข้อสังเกตและข้อห่วงใยจากดิฉันมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น

ในกรณีของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ฉบับแรกว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ดิฉันมีข้อห่วงใยใหญ่ ๆ เลยนะคะ อยู่ที่หมวด ๑ คือเรื่องของคณะกรรมการว่าด้วยทั้งองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ แล้วก็ในเรื่องของสํานักเลขานุการนะคะ เพราะฉะนั้นในหลักการที่ให้มีคณะกรรมการชุดนี้ จํานวนประมาณ ๒๒ คนเท่าที่นับได้นี่มาจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เขียนไว้ใน (๑) ถึง (๖) ในมาตรา ๖ ดิฉันคิดว่าการทํางานน่าจะยังลําบาก เพราะว่าการที่เราตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ในกระทรวงที่ใหญ่ ๆ เช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีจํานวนกรมและสํานักงานประมาณ ๒๐ กรม สิ่งหนึ่งที่เราเพิ่มเข้าไปในคณะกรรมการชุดนี้ก็คือเพิ่มความเทอะทะให้กับ หน่วยงานที่เทอะทะอยู่แล้ว ดิฉันเองเคยอยู่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ในวุฒิสภา มาก่อน เราเคยทําแผนยุทธศาสตร์ ดูแผนยุทธศาสตร์ วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งกระทรวง เราพบว่าไม่มีแผนยุทธศาสตร์ที่ดี หรือที่เฉพาะเจาะจงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เพราะความเทอะทะของกรมต่าง ๆ ที่อยู่กันอย่างเปึนเอกเทศ การบูรณาการภายในกระทรวงน้อย แล้วก็ในลักษณะที่เราเพิ่ม คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาขึ้นมาอีก ๑ กรรมการอีก ๑ ชุดนี่ ดิฉันคิดว่าการทํางานให้มีประสิทธิภาพหรือบรรลุผลน่าจะลําบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องอํานาจหน้าที่ในมาตรา ๙ ดิฉันดูแล้วใน (๖) ของมาตรา ๙ เรากําหนดให้ คณะกรรมการชุดนี้กําหนดแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาในทุกเรื่อง คือพื้นที่ที่เหมาะสมจํานวนปริมาณของสินค้าทางการเกษตร ลักษณะประเภท ชนิดของพันธุ์ วัตถุดิบ ยา สารเคมี เครื่องมืออุปกรณ์หรือสิ่งที่นํามาใช้ในการผลิต ดิฉันคิดว่าตรงนี้โอกาส ที่จะทําให้คณะกรรมการชุดนี้สามารถทําสิ่งเหล่านี้ได้ไม่น่าเปึนไปได้ เพราะการจะกําหนด พื้นที่ที่เหมาะสมในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร การที่จะกําหนดจํานวนปริมาณ ของสินค้าทางการเกษตรแต่ละพื้นที่ว่าแต่ละป้ควรจะผลิตเท่าไรนี่ต้องเปึนนโยบายระดับชาติ หรือจากส่วนกลางไม่ใช่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดิฉันคิดว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ๑ กระทรวง แล้วก็ด้วยสํานักงานที่เปึนเลขาธิการคือ สศก. หรือสํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรสํานักงานหนึ่งซึ่งเทียบเท่ากรมไม่น่าจะทํางานตรงนี้ได้ เพราะว่า การบูรณาการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็เกิดขึ้นได้ยากอยู่แล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงว่า จะไปบูรณาการทางข้างนอกด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันยังอยากติติงว่าในมาตรา ๖ กับมาตรา ๙

ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่น่าจะฟังก์ชันได้ดี น่าจะต้องคิดเหมือนลักษณะของบีโอไอหรือลักษณะ ที่เปึนเอกเทศมากกว่านั้นนะคะ ก็เรียนฝากไว้เปึนข้อคิดเห็น ในมาตรา ๑๑ ที่ท่านจะให้ สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนได้ ใน (๔) นี่ดิฉันก็คิดว่า จะใช้เวลานานมากถ้าให้ สศก. ทําหน้าที่ทุกอย่างเปึนเลขานุการหรือธุรการแล้วยังให้รับ เรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ย คิดว่าแต่ละเคส (Case) คงจะใช้เวลาเปึนหลายสิบป้เลยถ้าเผื่อว่า จะไปถึงตรงนั้นนะคะ และข้อที่ท่านเขียนผิดใน (๔) ก็คือน่าจะตามมาตรา ๙ (๕) ไม่ใช่ (๓) ที่จะรับเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ยโดยให้มีหลักเกณฑ์วิธีการน่าจะเปึนมาตรา ๙ (๕) มากกว่า (๓) นะคะ แต่เรื่องนี้ก็ติงไว้ว่าน่าจะทําหน้าที่ได้ยากนะคะ สุดท้ายก็คือร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่เปึนธรรมท่านจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนผู้รักษาการ แต่ชุดที่ว่าด้วยสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ที่จะปรับปรุงนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปึนผู้รักษาการนะคะ เพราะฉะนั้น ความเชื่อมโยงระหว่าง ๒ พ.ร.บ. นี้ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงยุติธรรม ดิฉันคิดว่ายังไม่ค่อยชัดเจนนะคะว่าจะทําออกมาให้ชัดเจนได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการแก้ไขฉบับที่ที่ไม่เปึนธรรมนี่ในมาตราที่ท่านให้นิยาม นิยามของผู้ผลิตหรือผู้รับจ้างผลิต นิยามของผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรนี่ ยังไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ชุดแรกเท่าไรนัก เนื่องจากว่าชุดที่ไม่เปึนธรรมออกมาก่อนแล้วใน พ.ศ. ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากขอฝากให้ คณะอนุกรรมการได้ไปดูนะคะ กรรมาธิการได้ไปดูในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ ของร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... น่าจะต้องมาสอดรับ กับทั้งของเดิมและมาสอดรับกับฉบับใหม่ให้คล้องจองมากกว่านั้น ขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ค่ะ

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ขออนุญาตว่าอาจจะเกินเวลา ๕ นาทีเพราะมี ๒ วาระนะคะ ดิฉันจะเลือกพูด เรื่องเกษตรพันธสัญญาก่อนเพราะว่าเปึนเรื่องที่ดิฉันคิดว่าใหม่ ๆ ทุกคนพูดตามมาแล้วนะคะ ดิฉันมองดูจากภาพที่นําเสนอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกข้าวโพดบนพื้นที่ภูเขาหรือบนเนินเขา ที่เราเห็นในภาพ ดิฉันเชื่อว่านั่นคือการบุกรุกพื้นที่ป์าไม้ ถ้าดูไม่ผิดนะคะ แล้วก็จากการที่เรา ลงไปดูพื้นที่ในภาคเหนือบางพื้นที่เราพบว่าชาวเขาเองก็มีการบอกว่าปลูกข้าวโพดในพื้นที่ เหล่านั้นเพื่อที่จะให้เกิดรายได้ป้ละประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท เอาไปผ่อนรถป่กอัพที่เพิ่งซื้อมา ดิฉันจะพยายามโยงว่าอันนี้ใช่เกษตรพันธสัญญาหรือไม่ แต่ว่าได้ยินชาวเขาเขาบอกว่า เขาได้รับทุกอย่าง ต้นทุนแม้กระทั่งเมล็ดพันธุ์อะไรมาจากอันนี้ ก็เลยจะขอเหมาว่า นั่นน่าจะเปึนเกษตรพันธสัญญาอีกอย่างหนึ่งนะคะ ดิฉันมองเห็นปัญหาว่ามีการบุกรุกทําลาย พื้นที่ป์าไม้เพื่อทําเกษตรพันธสัญญาปลูกข้าวโพดในกรณีนี้ พืชผลชนิดอื่น ดิฉันไม่แน่ใจ แต่เท่าที่เห็นข้าวโพดนะคะ แล้วพอหลังจากนั้นก็ทราบจากท่านกรรมาธิการว่า จะมีการเผาทําลายเศษวัสดุเหลือใช้เมื่อเก็บข้าวโพดไปแล้ว กําลังจะขอให้ท่านกรรมาธิการ ช่วยคิดว่าในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ท่านช่วยคิดถึงประเด็นด้านต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ป์าไม้ที่ถูกบุกรุกทําลายไปป้หนึ่ง หลายล้านไร่ หลายแสนไร่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือตอนบน หรือว่าภาคอีสานบางพื้นที่ อย่างเช่นจังหวัดเลยหรืออะไรที่เคยมีการยกตัวอย่างมาแล้ว ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉันคิดว่าเปึนไปได้หรือไม่ ในเมื่อท่านจะแก้ไขปัญหาพันธสัญญาที่เปึนธรรม ให้ความเปึนธรรมกับประเทศชาติ บอกว่า เกษตรกรที่ใช้พื้นที่ของธรรมชาติในการบุกรุกพื้นที่ป์ามาปลูกข้าวโพดและมีรายได้ อาจจะมากหรือน้อย อาจจะกําไรหรือขาดทุน แต่คนที่ได้ประโยชน์คือเจ้าของสัญญา ที่ได้มีการปลูกคราวนั้น เพราะฉะนั้นท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติหรือการฟุ๋นฟูพื้นที่ป์าไม้ที่ต้องกลับมาหรือว่าค่าใช้จ่ายของกระทรวง หน่วยงานภาครัฐที่ลงไปแก้ปัญหาในเรื่องหมอกควันและไฟป์า ตัวดิฉันเองมาจาก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉันจําได้ว่าป้หนึ่งจะมีงบประมาณอาจจะประมาณ

๓๐ ล้านบาทที่กระทรวงจะต้องนําไปแก้ปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป์าในพื้นที่ จังหวัดภาคเหนือ ส่วนนี้น่าจะเปึนต้นทุนที่ทางรัฐต้องจ่ายให้กับส่วนหนึ่งมาจาก เกษตรพันธสัญญานี้หรือไม่ ดิฉันจะฝากให้ท่านกรรมาธิการช่วยดูด้วยว่าถ้าสินค้า เกษตรพันธสัญญาที่พูดถึงในนี้มีต้นทุนในการทําลำยทรัพยากรธรรมชาติ แล้วก็ต้นทุน แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมอยู่ด้วย เราควรจะเรียกเก็บภาษีจากใคร คงไม่ใช่จากเกษตรกร กระมังคะ น่าจะเปึนคนที่ได้ประโยชน์คือเจ้าของสัญญา ฝากท่านช่วยคิดตรงนี้ต่อด้วย เพื่อจะเปึนการคุ้มครองปกปัองไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกบุกรุกทําลายโด ยการที่เขาเรียก ดิฉันดูในเทป (Tape) เมื่อวันที่ ๑๓ มีใครไม่รู้พูดออกมาว่านายทุนต้องเสียค่าที่ข่มขืนแผ่นดิน ด้วยนะ หมายถึงในการทําเกษตร ดิฉันเห็นในคลิปวิดีโอวันนั้นนะคะ ในประเด็นนี้ ฝากท่านกรรมาธิการด้วย ในประเด็นที่ ๒ ดิฉันอยากจะพูดเรื่องวาระพัฒนา เรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายในป้ ๒๕๗๕ ก็แสดงว่าอีก ๑๗ ป้จากนี้ไปเราคงต้องมองว่าประเทศไทยจะตั้งรับอย่างไร จะต้องมียุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปอยู่จุดที่เราอยากจะเปึนตรงนั้น ใน ๑๗ ป้ข้างหน้า ในยุทธศาสตร์ของท่านท่านเสนอดีว่าเราต้องเตรียมตัวให้มีการลงทุน ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทําให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้วก็เริ่มไปด้วย ที่การทําเศรษฐกิจชายแดน อาจจะหมายถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนพวกนี้ด้วย ซึ่งดิฉัน ก็ไม่แปลกใจในส่วนนั้น เพราะว่าการปฏิรูปในการทํายุทธศาส ตร์ในอนาคตดิฉันเชื่อว่า เหมือนที่ท่านกําหนดไว้ในรายงานว่าจะต้องมีการปฏิรูปในระดับพื้นที่ต่าง ๆ เริ่มด้วยพื้นที่ ที่ต้องมีส่วนร่วมในการกําหนดเปัาหมายและแผนยุทธศาสตร์ของชาติ กล่าวคือ แผนยุทธศาสตร์ชาติต้องเปึนแผนซึ่งควบรวมความต้องการและวิสัยทัศน์ของพื้นที่ต่าง ๆ และของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่และความต้องการของภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ของพื้นที่ต่าง ๆ ให้เกิดความเปึนเจ้าของยุทธศาสตร์ชาติร่วมกันต่อไป ในข้อเสนอที่ คณะกรรมาธิการเสนอในเรื่องที่ว่าประเทศไทยควรมีแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ให้มีการทํา โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมระหว่ำงมหาสมุทรแปซิฟ่กและมหาสมุทรอินเดีย หรือเชื่อม ๒ มหาสมุทรนี้

ซึ่งดิฉันเชื่อว่าเราเคยพูดกันถึงเรื่ องนี้เมื่อหลายสิบป้มาแล้ว เปึนการมองไปข้างหน้าตั้งแต่ สมัยพัฒนาแลนด์ บริดจ์ (Land Bridge) หรือพัฒนาพื้นที่ ภาคใต้ตอนบน ตอนนั้นดิฉัน ยังเปึนข้าราชการระดับเล็ก ๆ อยู่ เรายังมองว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้ดิฉันได้ยินท่านพูดถึง การขุดคลองใหม่ แล้วก็ไปที่ท่าเรือทวาย ซึ่งต้องขออภัยที่เมื่อกี้ ท่าน พลเรือเอก ศุภกร ว่าจะเปึนการสร้างบาปใหม่หรือไม่ ดิฉันไม่แน่ใจ พูดถึงทวายตรงโน้นไม่รู้จะโยงไปถึงอะไร อีกหรือไม่ แต่กําลังมองว่าถ้าเราจะทําให้ประเทศอาเซียนด้วยกันได้ประโยชน์ท่านก็ทําไปเถอะ ในเรื่องเศรษฐกิจชายแดนระหว่างไทยกับเพื่ อนบ้าน เพราะมันเปึนเทรนด์ (Trend) ของการพัฒนาในยุคปัจจุบันในรูปเออีซี แต่ถ้าท่านจะมองกลับมาว่าทําอย่างไรให้ประเทศไทย ได้ประโยชน์เต็ม ๆ ในการเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟ่กกับมหาสมุทรอินเดีย ดิฉันจําได้ว่า รัฐบาลไทยได้ลงทุนในโครงการนี้ไปเยอะมาก โครงการแลนด์ บริดจ์ที่ท่านเคยลงทุนกัน เอาไว้แล้วมีการหยุดชะงักไป อยากจะสอบถามท่านกรรมาธิการยุทธศาสตร์หมายถึง กรรมาธิการชุดนี้ว่าท่านเคยกลับมาพิจารณาความเปึนไปได้ของโครงการนี้อีกหรือไม่ ในภาคใต้ที่เคยคิดจะทําที่อําเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังอําเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ดิฉัน เชื่อข้อมูลจากคนปัจจุบันซึ่งทุกคนเกือบจะลืมเลือนไปหมดแล้ว มีการเวนคืนที่ดิน มีการสร้างอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) บางอย่างแล้วก็หยุดไป แล้วก็ได้ยินเหตุผลว่าที่หยุดไปเพราะชาวบ้าน ไม่ต้องการเมื่อ ๓๐ ป้มาแล้ว ดิฉันคิดว่า ในเมื่อเราจะทํายุทธศาสตร์ให้ประชา ชนมีส่วนร่วมทําไมเราไม่ลองสํารวจความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ ในภูมิภาคนั้นว่าเขาต้องการพัฒนาประเทศในภูมิภาคนั้นให้ออกมา ในรูปแบบอย่างไร อาจจะไม่ใช่อุตสาหกรรมก็ได้ อาจจะเปึนการท่องเที่ยวหรืออย่างอื่น ซึ่งอาจจะมีความเหมาะสม แล้วก็นําการลงทุนของรัฐบาลซึ่งเคยล งทุนเอาไว้ เวนคืนที่ดิน เอาไว้ทั้งหมดกลับมาพัฒนาต่อยอดใหม่ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าการทําลักษณะนี้เราไม่ต้องไปแบ่งปัน ผลประโยชน์กับเพื่อนบ้านคนไหน ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากการเชื่อม ๒ มหาสมุทรในครั้งนี้นะคะ จะฝากท่านกรรมาธิการช่วยเพิ่มเติมรายละเอียดอธิบายด้วยว่า มันจะเปึนไปได้แค่ไหน เพียงไร แล้วก็เชื่อว่าจะเปึนประโยชน์กับประเทศไทยโดยตรงค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุชาติ นวกวงษ์ เรื่องที่ผมขอให้ความเห็นต่อไปนี้เปึนเรื่องเกี่ยวข้องกับเกษตรพันธสัญญา ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจเพราะว่าเศรษฐกิจนั้นมีคนพูดเยอะ แต่ลักษณะอย่างที่ผม จะพูดถึงคือต้องการจะเกี่ยวข้องกับเกษตรพันธสัญญา ซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องของเกษตรกร โดยตรงว่าเกษตรพันธสัญญาแท้ที่จริงแล้วก็คือเกิดมาตั้งแต่สมัยที่อ้อยเกิดมาในประเทศไทย ใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดข้อพันธะระหว่างผู้ปลูกอ้อยกับผู้เปึนเจ้าของโรงงาน สิ่งแรก ที่เกิดมาก็คือเรื่องของเงินเกี๊ยว เดี๋ยวนี้ก็ยังเรียกว่าเงินเกี๊ยวอยู่ เพราะฉะนั้นก็จะมีพันธสัญญา ระหว่างผู้ปลูกอ้อยกับเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมน้ําตาล ต่อมาก็มีเรื่องของการปศุสัตว์ ต่าง ๆ หลายชนิด หลายประเภท ดังที่ปรากฏอยู่ในรายงาน เช่น เรื่องของการเลี้ยงไก่เนื้อ เลี้ยงไก่ไข่ จะเลี้ยงป ลาอะไรต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการปลูกข้าวโพดในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ผมจะขอบอกว่าเกษตรพันธสัญญาเปึนการผูกพันระหว่างผู้ให้สัญญากับ ผู้รับสัญญา ผู้ให้สัญญาก็คือผู้ที่จะลงทุน ผมก็ไม่รู้ว่าใครจะไปลงทุน แต่แน่นอนผู้จะลงทุน ต้องมีสตางค์ แล้วก็ผู้รับสัญญาความหมายของผมนี่คือเปึนเกษตรกรผู้ที่จะต้องดําเนินการ ให้มีผลิตภัณฑ์ทางด้านเกษตรเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ให้สัญญาก็สัญญาว่าจะให้ต่าง ๆ ให้โน่นนี่นั่น ตามประสาของเรา เพื่อให้เกษตรกรหลงละเมอคิดว่าเปึนข้อสัญญาที่ดี แล้วก็ยอมลงนาม ในพันธสัญญานั้น ๆ บางรายก็ไปลงทุนปลูกโรงไก่เนื้อ มีระบบอีแวป (EVAP) ด้วย บางราย ก็ไปทําโรงไก่ไข่ บางรายก็ไปทําโรงเลี้ยงฟาร์มสุกร แล้วบางรายก็ไปทําเลี้ยงกุ้ง

ซึ่งจะมีการใช้พื้นที่มากมายนะครับ ท่านประธานครับ พื้นที่ที่เห็นเดี๋ยวนี้เปึนการใช้พื้นที่ ในลักษณะของพื้นที่ไม่ใช่อยู่ เลี้ยงกุ้งนี่ก็ไม่ใช่ว่าใช้พื้นที่ริมทะเลอย่างเดียวนะครับ เปึนการใช้ พื้นที่ที่เปึนพื้นที่ราบติดกับทุ่งนาเลี้ยงได้เหมือนกันนะครับ เปึนการใช้พื้นที่แล้วก็ใช้น้ํา ความเค็มต่ํานะครับ ทีนี้เมื่อเกษตรกรได้เงินแล้ วผู้ให้สัญญาก็บอกว่าจะให้อาหาร จะให้ต่าง ๆ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่จะต้องใช้ในการทําสัญญานั้นนะครับ ทีนี้การให้ก็คือ เปึนการให้พร้อมดอกเบี้ยคิดไว้เสร็จเรียบร้อยนะครับ ซึ่งก็เหมือนกับที่ท่านอภิปรายไว้ แต่ทีนี้เกษตรกรก็มีหน้าที่เลี้ยงไปตามที่ปรากฏไว้ นะครับ ไก่ไข่ ไก่ก็อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ ๓๐ วันจนถึง ๔๕ วันนะครับ ปลาก็ใช้เวลาจํานวนหนึ่ง เลี้ยงในกระชังหรือเลี้ยง ในบ่อปลานะครับ บางทีก็อาจจะพัฒนาไปเลี้ยงกบอะไรอย่างนี้นะครับ ทีนี้เมื่อถึงเวลา รับของนี่ผู้ให้สัญญาก็บอกว่าจะมารับของวันโน้นวันนี้นะครับ ผมมีน้องชายก็ทําอยู่นะครับ เรื่องของไก่เลี้ยง ไก่เนื้อ แล้วก็พบว่าวันที่สัญญาว่าจะมารับของวันที่ ๑๗ สมมุติวันนี้วันที่ ๑๗ แต่ผู้ให้สัญญาไม่มารับของนะครับ เพราะฉะนั้นไม่รับของแล้วไม่แจ้งด้วย ดังนั้นเมื่อไม่แจ้ง ผู้เสียหายก็คือน้องก็คือต้องรับเลี้ยงดังที่ท่านทํารายงำนแจ้งมานะครับ ทีนี้เราก็พบว่าพื้นที่ แหล่งรับพันธสัญญาอยู่ที่ไหน ท่านประธานครับ พื้นที่แหล่งรับพันธสัญญามีอยู่ทั่วไป มีทั้งพื้นที่ราบ แล้วก็พื้นที่ภูเขาสูงนะครับ ถ้าพื้นที่ราบผู้ให้สัญญาก็ไม่ได้บอกว่าจะไปรับ ไปใช้พื้นที่ตรงไหน ไม่ได้บอกนะครับ ก็ขึ้นอยู่กับผู้รับสัญญาไปหามาเอง ส่วนในพื้นที่สูง ก็จะมีปัญหาเหมือนกันว่าเกษตรกรไปใช้พื้นที่ไหน เกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะไปใช้ในพื้นที่การปลูก พื้นที่จํานวนหนึ่ง แล้วก็พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยผู้ให้สัญญาไม่สนใจว่าจะใช้พื้นที่ บริเวณไหนนะครับ ดังนั้นผู้รับสัญญาจึงต้องเปึนผู้รับภาระไปหาพื้นที่เอง ไปถากถาง ไปเผา ไปดําเนินการทําให้ป์าโล่งเตียนตามที่ตัวเองต้องการนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นได้ว่า ในพื้นที่ที่สโลป (Slope) หรือความลาดชันสูงเกินกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องขออนุญาต ท่านประธานอีกนิดหนึ่งนะครับ ปัญหาที่ตามมาก็คือ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ ถ้าหากว่าเปึนฟาร์มสุกรก็คือน้ําเสียจากฟาร์มสุกร ถ้าหากว่าเปึนพื้นที่สูงก็คือปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับการกษัยการ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าอีโรชัน (Erosion) นะครับ การกษัยการนี้ ก็เปึนเหตุต่อเนื่องทําให้ดินโคลนถล่มตามมานะครับ อันนี้เปึนสิ่งซึ่งเกี่ยวเนื่องกับบอกว่า เปึนส่วนหนึ่งของเกษตรพันธสัญญาเช่นเดียวกันนะครับ มีการบุกรุกพื้นที่ มีการบุกป์าเพิ่มเติม ผมได้เดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ ไปอําเภอแม่แจ่มก็ไป ไปจังหวัดน่านก็ไป

ก็พบว่าพื้นที่เหล่านี้ใช้เพื่ อการปลูกข้าวโพดนะครับ ผมเห็นว่าอย่างนี้ครับ ถ้าหากว่า เราควรจะแก้ไขเพิ่มเติม ผมไม่ทราบว่าจะใช้ได้หรือไม่นะครับ ผมเห็นว่าควรจะต้องมีการระบุ พื้นที่ในสัญญาด้วยว่าหากมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเกิดต่อเนื่องจากพันธสัญญาให้ผู้สัญญา ทั้งคู่เปึนผู้รับภาระไม่น้อยกว่าผู้รับสัญญา เหตุอย่างนี้ก็จะทําให้การใช้พื้นที่มีความระมัดระวัง ทั้งผู้ให้สัญญาและผู้รับสัญญา ท่านประธานครับ ดังนี้การก่อเกิดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็จะน้อยลงไป ท่านประธานครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับที่ให้เวลาพูดเกินมานิดหนึ่ง ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณนะคะท่านประธาน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง หมายเลข ๒๑๒ นะคะ จริง ๆ ขออนุญาตว่าสนับสนุนรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเศรษฐกิจ การเงินและ การคลัง สภาปฏิรูปแห่งชาติ เรื่องเกษตรพันธสัญญานะคะ ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่จําเปึนแล้วก็เร่งด่วนในการจัดการเรื่องนี้ เนื่องจากว่ามีปัญหามาก โดยเฉพาะการทําทางด้านการเกษตรนะคะ ดิฉันมีข้อเสนอแนะ นิดหนึ่งที่คิดว่าจะทําให้สามารถดําเนินการได้เลยนะคะ

ซึ่งถ้าเราดูนี่เราจะเห็นว่ามีร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการส่งเสริม และพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม แล้วก็มีประเด็นในข้อ ๙ คณะกรรมการ หรือที่ใช้ชื่อย่อว่า คกพ. มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ดิฉันคิดว่าอํานาจอาจจะยังไม่สามารถทําให้ แก้ปัญหาที่เปึนปัญหาความทุกข์ของเกษตรกรได้อยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากว่าถ้าเราดูนี่ เราต้องรอที่จะให้มีการประกาศหลักเกณฑ์ การประกาศสัญญา การทําเรื่องประกาศว่าสัญญา ต้องใช้สัญญามาตรฐานต่าง ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันก็คิดว่าจริง ๆ ควรจะให้อํานาจกรรมการ ในเชิงที่ถ้ามีเรื่องหรือมีสัญญาที่เปึนอยู่ในปัจจุบันแล้วไม่เข้าข่ายเรียกว่าเปึนสัญญาที่ไม่เปึนธรรม ในระบบเกษตรพันธสัญญานี่ให้กรรมการมีอํานาจที่จะดําเนินการได้เลยก็จะทําให้สามารถ แก้ปัญหาหรือช่วยคลี่คลายปัญหาในปัจจุบันได้ในระดับหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นอยากให้ คณะกรรมการปรับในข้อ ๙ อํานาจของคณะกรรมการให้สามารถที่จะดําเนินการได้เลย หรืออาจจะเขียนในบทเฉพาะกาลหรือจะทําอย่างไร ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องที่จะช่วย แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เลยนะคะ ส่วนอื่น ๆ ดิฉันก็ขอชื่นชมนะคะว่าเปึนรายงาน ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเกษตรพันธสัญญาของเกษตรกรที่เปึนปัญหา แล้วก็เปึนหนี้สิน อย่างที่หลายท่านได้พูดไปแล้วนะคะ ส่วนที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะให้ข้อคิดเห็นเปึนรายงาน เรื่อง วาระปฏิรูปพิเศษ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ แนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน คือก็ต้องเรียนว่ารายงานฉบับนี้ไม่เห็นการวิเคราะห์ว่าจะมีผลกระทบอะไรบ้าง เราจะเห็น แต่เรื่องที่เปึนเรื่องที่ดี ดิฉันเองเห็นชาวบ้านประท้วงเรื่องการยึดพื้นที่ของชาวบ้าน มาทําเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชาวบ้านลุกขึ้นมาประท้วง แต่เราไม่เห็นในรายงานฉบับ นี้เลย ว่าจะลดข้อจํากัด จะลดปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร นี่เปึนประเด็นที่ ๑ แล้วก็ไม่เห็นการศึกษา ที่ไปถึงการศึกษาในเรื่องนั้นเลย แล้วก็ดูเหมือนว่าเราจะให้ความสําคัญกับการทําในเชิง ของการเติบโตในทางเศรษฐกิจอย่างเดียวซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับกรรมการชุดนี้เท่าไร ที่มองเรื่องทางด้านการเงิน การคลังเพื่อสังคมด้วย อย่างเช่นยกเว้นภาษี คือดิฉันคิดว่า ถ้าเราใช้ยุทธศาสตร์แบบนี้แน่นอนว่ามันเติบโตแน่นอน แต่ว่าความยั่งยืนคือสิ่งที่ดิฉันคิดว่า ท่านธรรมรักษ์พูดไว้ชัดเจนมากนะคะว่าถ้าเราเน้นลดภาษี เน้นไม่เก็บเงินได้นิติบุคคล หักค่าไฟฟัาได้ ประปาได้ ทําอย่างไร ดิฉันคิดว่าเขาก็แฮปป้ (Happy) อยู่แล้ว เขาก็อยากให้ทํา แบบนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือการทําการส่งเสริมเศรษฐกิจแบบเดิม เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าอันนี้ไม่ใช่คําตอบที่จะทําให้มันสามารถที่จะเดินหน้าไปได้หรือไม่ลดความขัดแย้ง

เพราะฉะนั้นดิฉันอยากเห็นการศึกษาที่วิเคราะห์ไปถึงมุมอื่น ๆ ด้วยที่ไม่ใช่การวิเคราะห์ เพียงแต่การใช้พื้นที่เพื่อทําผลประโยชน์ ดิฉันคิดว่าไม่อย่างนั้นก็จะกลายเปึนว่าเราฉลาดมาก พม่าไม่ฉลาด หรือลาวไม่ฉลาด มาเลเซียไม่ฉลาด ดิฉันคิดว่าไม่ใช่นะคะ พื้นที่ชายแดนเหล่านี้ เปึนพื้นที่ที่เราต้องคิดร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็เปึนประเด็นที่เราจะต้อง ร่วมไม้ร่วมมือ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากเห็นว่าการวิเคราะห์แล้วก็ดูภาพ ถ้าเราดูภาพ ในหน้า ๑๓ จะเห็นเหมือนกับเอาบริษัทขนาดใหญ่จากกรุงเทพฯ ไปอยู่ที่ชำยแดน เพื่อให้บริษัทเหล่านี้ลดต้นทุน ธุรกิจในท้องถิ่นจะเปึนอย่างไรดิฉันไม่เห็นภาพการวิเคราะห์ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารายงานฉบับนี้อาจจะไม่ได้วิเคราะห์ในมุมที่จะเกิดผลกระทบ ทั้งต่อชุมชน ธุรกิจในท้องถิ่นหรือธุรกิจของเพื่อนบ้านซึ่งเปึนประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ดิฉันไม่เห็นในลักษณะที่จะเปึนพรอฟฟ่ต แชริง (Profit sharing) กับคอมมิวนิตีซึ่งเปึนทิศทาง ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ขอบพระคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ค่ะ

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ หมายเลข ๒๑๑ ก็ต้องเรียนว่าเห็นด้วยกับการที่ทํารายงานฉบับนี้ออกมา ของท่านกรรมาธิการในเรื่องเกี่ยวกั บการปฏิรูปเกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรมนะครับ ทีนี้มีข้อที่อยากจะให้เปึนข้อสังเกตในเรื่องเกี่ยวกับตัวร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ในมาตรา ๖ (๒) ผู้แทนซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ หน่วยงาน เปึนของภาคราชการ ๗ หน่วยงาน เปึนของเอกชน ๓ หน่วยงาน ผมก็อยากจะให้มีกําหนดรายละเอียดลงไปว่าผู้แทนที่มาประชุมนั้นจะต้องเปึนผู้แทน ที่ไม่ต่ํากว่าระดับรองจากเบอร์ ๑ เช่นถ้าเปึนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก็ควรจะต้อง เปึนรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาประชุม ถ้าปลัดกระทรวงมาไม่ได้ก็ควรต้อง รองปลัดกระทรวงหรือระดับเทียบเท่าก็คืออธิบดีที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะไม่เช่นนั้น เขาก็จะมอบอํานาจกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งท้ายสุดก็เปึนระดับผู้ชํานาญการมาประชุม อันนี้เปึนเรื่องที่อยากจะต้องให้เปึนข้อสังเกต ขณะเดียวกันควรจะเพิ่มผู้แทนภาคเอกชน ขึ้นมาสักหน่วยงานหนึ่ง เช่นสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยซึ่งเกี่ยวข้องอยู่กับการค้า เขามีเรื่องเกษตร ๑ ไร่ ๑ แสน เราก็น่าจะมีผู้แทนจากภาคเอกชนส่วนนี้เข้ามาด้วยนะครับ มาตรา ๖ (๓) ผู้แทนเกษตรกรซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่ได้รับการสรรหา จํานวน ๓ คน เปึนกรรมการ ผมมีความกังวลครับ เพราะว่ารัฐมนตรีนั้นเปึนนักการเมือง แล้วเมื่อเปึน นักการเมืองเราก็คงต้องยอมรับว่าถึงแม้จะมีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เราก็ไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีคนต่อไปที่จะมานั่งตรงนี้นั้นจะเปึนผู้ที่มีความเที่ยงธรรม ของเกษตรกรอย่างจริงจังหรือไม่ อีกอย่างหนึ่งใครเปึนผู้สรรหาผู้แทนเกษตรกร ๓ คนนี้ เพราะว่าถ้าดูแลไม่ดีอาจจะมีเกษตรกรเทียมก็คือไปตั้งองค์กรขึ้นมาเยอะแยะหลาย ๆ องค์กร ตั้งสมาคมอะไรต่อมิอะไรแล้วก็นอมิเนต (Nominate) ชื่อขึ้นมาเปึนผู้แทน และรัฐมนตรี ก็เลือกตั้งจากผู้แทนเหล่านั้น ก็คือเปึนผู้แทนที่แต่งตั้งกันเองนี่แหละ อันนี้ก็เปึนเรื่องน่าห่วง เรื่องต่อมาก็คือเรื่องของมาตรา ๙ ท่านประธานครับ มาตรา ๙ นั้นคณะกรรมการ มีอํานาจหน้าที่ในการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาให้เกิดความเปึนธรรมต่อทุกภาคส่วน รวมทั้งให้มีอํานาจหน้าที่ทั้งหมด ๙ ข้อ สิ่งที่ผมเปึนกังวลก็คือว่าถ้าจะออกระเบียบ

ข้อบังคับใด ๆ ที่จะมีผลบังคับใช้นั้นต้องมี ๒ ข้อต่อไปนี้ครับ ๑. ผู้แทนของเกษตรกร ต้องอยู่ในที่ประชุมอย่างน้อย ๒ ใน ๓ ทําไมครับ เพราะว่าอะไร ถ้าเกิดมีการลงมติ ในที่ประชุมนั้นแล้วก็ผู้แทนเกษตรกรไม่อยู่ก็จะกลายเปึนว่าพวกมากลากไป ข้อต่อมาครับ ผู้แทนที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรม พาณิชยกรรม เศรษฐศาสตร์ การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพต้องมี ๓ ใน ๔ มี ๔ คนต้องมี ๓ คน เพื่อที่คนเหล่านี้ จะได้ช่วยปกปัองผลประโยชน์ของเกษตรกร ในเรื่องต่อมา มาตรา ๑๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. นี้ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ เลขานุการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอํานาจออกคําสั่งเปึนหนังสือเรียกให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจง ให้ถ้อยคํา หรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นใดเพื่อประกอบการพิจารณา รวมทั้งการปรับด้วย ผมเรียนเสนอว่า ถ้าจะปรับแล้วนี่นะครับ ถ้าจะเรียกหนังสือ เรียกบุคคลมาควรจะต้องให้อยู่ภายใต้การกํากับดูแล ของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเท่านั้น ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่มาออกหนังสือ แล้วก็ไปปรับชาวบ้านเขานะครับ มาตรา ๒๐ ค่าปรับ ผมเรียนเสนอว่าในที่นี้บอกว่า ผู้ใดฝ์าฝ๋นคําสั่งหรือหนังสือเรียกที่ออกตามมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทตลอดเวลาที่ยังฝ์าฝ๋น ผมเรียนว่าค่าปรับแค่นี้ บริษัทใหญ่ ๆ เขายอมครับที่จะเสียค่าปรับ ทําไมไม่ปรับวันละ ๕๐,๐๐๐ บาทเลยครับ และวันต่อไปวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท และสุดท้ายครับ การกําหนดเขตพื้นที่เพื่ อพัฒนา ระบบเกษตรพันธสัญญานั้นจะต้องไม่สร้างผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนต่อชุมชน และสุดท้ายครับ ผลผลิตที่มาจากบริษัทใหญ่ ๆ ที่ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน

แล้วก็นําผลผลิตเหล่านั้นเข้ามำในประเทศไทยจะถือว่าเข้าข่ายตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ เพราะว่าอาจจะได้ผลประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ สุดท้ายนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับโครงการนี้ กับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพียงแต่ว่าผมอยากกราบเรียนว่า ในเรื่องของสินค้าหรือพืชผลทางการเกษตรที่นํากลับมำจากประเทศเพื่อนบ้านนั้น จะเข้าข่ายอันนี้หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายผมก็คิดว่ามันไม่น่าจะถูกต้อง ก็เลยฝากท่านประธาน และคณะกรรมาธิการโปรดพิจารณาเรื่องพวกนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็รายนามท่านต่อไปมีท่านพรายพล คุ้มทรัพย์ ท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ท่านเตือนใจ สินธุวณิก ท่านจรัส สุทธิกุลบุตร ท่านพรชัย มุ่งเจริญพร และท่านหาญณรงค์ เยาวเลิศ ต่อไปขอเชิญท่านพรายพล คุ้มทรัพย์ ค่ะ

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ผมใคร่ขออภิปรายรายงานวาระพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่จะทําให้ ประเทศไทยคือเศรษฐกิจไทยเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ ก็เรียนว่า จริง ๆ ผมก็อยู่ใน คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังนี้นะครับ แล้วก็สนับสนุนแนวคิดเ กี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่อยากจะให้ประเทศไทย เปึนประเทศพัฒนาแล้วเสียที แต่อย่างไรก็ตามผมก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติมที่อยากจะพูด ในเชิงสนับสนุนมากกว่า ไม่ถึงกับค้านทีเดียว แต่ว่ามันน่าจะเปึนการเพิ่มเติมที่อาจจะ นําไปเปึนข้อคิดในการปรับปรุงรายงานได้ ประเด็นแรกก็คือเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจ ถ้ามองไปทั้งในอดีตไปกระทั่งถึงปัจจุบันการพัฒนาเศรษฐกิจมันมาเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง โครงสร้าง และโครงสร้างไทยที่สําคัญ องค์ประกอบที่สําคัญก็คือภาคการเกษตร ภาคการเกษตรซึ่งในอดีตเราก็ทราบดีว่าเปึนสาขาที่สามารถส่งออกได้ มีผู้คนจ้างงาน อยู่เปึนจํานวนเยอะ ประชากรก็ทํางานอยู่ในภาคการเกษตรเยอะ แต่พอพัฒนาผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจที่ผ่านมาจะเรียกพัฒนาหรือไม่ก็ตามภาคเกษตรนี่ลดลงในแง่ของ การผลิต แต่จํานวนประชากรในสาขายังมากอยู่ ปัจจุบันต้องถือว่า ๑ ใน ๓ ของประชากร ยังเกี่ยวพันกับภาคการเกษตร เพราะฉะนั้นถ้าเรามองไปข้างหน้าอีกประมาณ ๑๕-๒๐ ป้ ตามที่รายงานนี้อยากจะเห็นแล้วอยากจะให้เปึนประเทศที่พัฒนาแล้วเราต้องตั้งคําถามว่า แล้วภาคเกษตรควรจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปอย่างไร ความจริงในรายงานนี้ก็พูดถึง

เหมือนกัน แต่เผอิญว่าพูดค่อนข้างน้อย ผมก็เพียงอยากจะเสริมว่าความจริงในรายงานบอกว่า ภาคเกษตรเปึนกลุ่มเสียเปรียบซึ่งผมก็เห็นด้วย ทีนี้เราจะทําอย่างไรไม่ให้เปึนกลุ่มเสียเปรียบ เพราะว่าคน ๑ ใน ๓ ของประชากรอยู่ในภาคที่เสียเปรียบ ถ้าจะพัฒนาประเทศขึ้นไป ต้องปรับเปลี่ยนคนที่เสียเปรียบให้กลายเปึนคนที่อาจจะไม่ถึงกับได้เปรียบ แต่อย่างน้อย ก็เท่าเทียมกับกลุ่มอื่น ๆ เพราะฉะนั้นคําถามหลาย ๆ อันที่จะต้องถามและต้องมีคําตอบ เพื่อให้นําไปสู่ประเทศที่เปึนเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว นี่ก็จะต้องตั้งคําถามเกี่ยวกับ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรเช่นว่าประเด็นเกี่ยวกับเรื่องขนาดของไร่นา ในภาคการเกษตร ซึ่งเราทราบดีว่าเกษตรกรของเรารายย่อยมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างเล็ก คําถามก็คือว่าเราอยากจะให้ยังเล็กอยู่อย่างนี้อยู่หรือเปล่า มีความเปึนไปได้ไหมที่ยังมี เกษตรกรรายย่อยอยู่เปึนจํานวนมาก ความจริงก็ส่วนใหญ่ด้วยซ้ําไปในขณะที่ประเทศ กลายเปึนประเทศพัฒนาแล้ว อันนี้น่าคิดเหมือนกัน ถ้าดูตามประวัติศาสตร์แล้วก็ตัวอย่าง ของประเทศอื่น ๆ คําตอบก็คือเปึนไปได้ยาก ประเทศไทยจะฝ๋นประวัติศาสตร์ ฝ๋นแนวโน้ม ของโลกเท่าที่ผ่านมาได้หรือไม่ ผมไม่มีคําตอบ ผมตั้งเปึนประเด็นไว้แค่นั้นเอง อันที่ ๒ ก็คือ เรื่องจุดอ่อนของการเกษตรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เปึนเรื่องของขนาดของไร่นา

เช่น เรื่องความเสี่ยงด้านราคาก็ดี ด้านตลาดก็ตาม และความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ของภูมิอากาศ เกษตรทุกประเทศจะต้องเผชิญกับเรื่องนี้ เกษตรประเทศไทยจะทําอย่างไร ในอนาคตเพื่อให้อยู่ได้กลายเปึนส่วนหนึ่งและส่วนสําคัญของประเทศที่พัฒนาแล้ว ความจริง เรื่องนี้ในโอกาสอื่น ๆ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังเหมือนกัน ก็ได้นําเสนอเกี่ยวกับเรื่องโครงการประกันภัยพืชผลซึ่งเปึนเรื่องที่น่าสนใจ แต่ว่าอันนั้นก็เปึน ส่วนหนึ่งของคําตอบ อีกคําถามหนึ่งก็คือเรื่องของเทคโนโลยี เกษตรจะพัฒนาได้ถ้าเราดู ในต่างประเทศก็ดี หรือดูตามประวัติศาสตร์ก็ดี มันจะต้องมีการพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการใช้เครื่องจักรกลเพื่อมาทดแทนแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การใช้ปุิย พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ที่มีการพัฒนาเปึนจุดที่ดี เพราะฉะนั้นอันนี้คือคําถามใหญ่ ๆ ซึ่งรายงานนี้เผอิญว่ายังไม่มีคําตอบ ผมก็คิดว่าน่าจะต้องแอดเดรส (Address) ประเด็นคําถามเหล่านี้ ประเด็นที่ ๒ อย่างรวดเร็วเลยคือเรื่องของอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ ซึ่งในรายงานนี้มีข้อสมมุติว่าจะโตป้ละประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จะทําให้ ภายในป้ ๒๕๗๕ รายได้ต่อหัวต่อเดือนของคนไทยมากถึงประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท อันนี้ ต้องตั้งเปึนคําถาม เพราะว่าอะไร เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาหลังจากเกิดวิกฤติป้ ๒๕๔๐ อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยของประเทศไทยไม่ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๓.๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเร่งสป้ด (Speed) ค่อนข้างมากเพื่อให้ได้เปึนประเทศพัฒนาแล้ว ในป้ ๒๕๗๕ คําถามก็คือจะทําอย่างไรที่จะเร่งสป้ดจากเฉลี่ย แล้ว ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ เอาว่าอย่างดี ๔ เปอร์เซ็นต์ ให้เปึน ๖ เปอร์เซ็นต์ อีก ๒ เปอร์เซ็นต์ จะทําอย่างไรที่จะเพิ่มขึ้นมา อันนี้เปึนคําถามใหญ่ และความจริงอาจารย์สุทัศน์ได้พาดพิง ผมถึงบอกว่าผมนี่ได้ไปพูดบอกว่ามันเปึนปัจจัยภายนอกเท่านั้นที่ทํา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่สําคัญสําหรับเศรษฐกิจไทยในอดีตตั้งแต่เป่ดประเทศสนธิสัญญา เบาว์ริงมาจนกระทั่งถึง วิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอเกอร์ซึ่งอันนี้เปึนเรื่อง ที่จริง ๆ ผมอยากจะเน้นในเรื่องนี้ว่านี่คือ ปัจจัยสําคัญที่จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจไทย และเกือบจะเปึนเท่านั้น เพราะว่าปัจจัยภายในไม่ค่อยมีผลเท่าไร ท่านอลงกรณ์ก็กรุณายกเรื่องนี้มา แล้วก็ชี้ให้เห็นว่า คราวนี้เราจะพลิกประวัติศาสตร์ ก็คือสภาปฏิรูป แห่งชาตินี่ล่ะจะเสนอแผนการปฏิรูป รวมทั้งยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อที่จะทําให้เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงได้เปึนประเทศ ที่พัฒนาแล้วภายในอีก ๑๐ ป้หรือ ๒๐ ป้ข้างหน้า โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอก

ผมก็มีความหวังว่าเราคงทําได้เช่นนั้น แต่เปึนความหวังที่น้อยมาก เพราะผมคิดว่า ยากที่จะไปฝ๋นประวัติศาสตร์ ฝ๋นแนวโน้มที่ประเทศไทยได้มีประสบการณ์มา ไม่ใช่แค่ ๑๐ ป้ ๑๐๐ กว่าป้แล้ว แต่อย่างไรก็ดีผมยังคิดว่าจุดนี้น่าจะนําเอาเข้าไปพิจารณาว่ามันมีปัจจัย ภายนอกอะไรไหมที่เราจะใช้ อย่างที่เขาใช้คําพูดว่าเปึนคานงัดที่จะทําให้มีการเปลี่ยนแปลง ที่สําคัญ ๆ ตรงจุดนี้ก็ด้วยเวลาที่จํากัดผมคิดว่าจะอภิปรายเท่านี้นะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ค่ะ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จริง ๆ แล้วก็เห็นด้วย ในหลาย ๆ เรื่องของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง โดยเฉพาะ ในเรื่องแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ เห็นด้วยในเรื่องเศรษฐกิจโลกมีการปรับตัวค่อนข้างใหญ่และตลอดเวลานะครับ เอเชียจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งจากเดิมที่เราเคยยิ่งใหญ่ในอดีต ๒,๐๐๐ กว่าป้ แล้วก็เลื่อนไปทางตะวันตกกําลังจะกลับมา อาเซียนอยู่ระหว่างไชน่ากับอินเดียที่เราเรียกว่า ชินเดีย เพราะฉะนั้นถ้ามองแค่นี้ศักยภาพของอาเซียนมหาศาล เพียงแต่ว่าประเทศไทย ที่อยู่ตรงกลางตรงนี้คงไม่ไปแตะในยุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ ที่ท่านรวมมาแล้ว ท่านเข้าพกเข้าห่อมา เรียบร้อยแล้ว

แต่จะให้ข้อคิดในบางเรื่องว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยเราชอบทําจุดแข็งให้เปึนจุดอ่อน คนอื่นเขาทําจุดอ่อนให้เปึนจุดแข็ง แต่เรามีจุดแข็งอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ดี ๆ แต่ปรากฏว่า เราไม่เอาจุดแข็งแล้วทําให้เกิดประโยชน์ เราเปึนประเทศเกษตรกรรมที่พื้นดินอุดมสมบูรณ์ เรามีทุ่งรังสิตซึ่งมีคลองไม่รู้กี่คลอง ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ ๕ ท่านพระราชทานให้ แต่เราก็มาทําเปึน หมู่บ้านจัดสรรไปเสียเรียบร้อย พื้นที่ดินดี ๆ แบบนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าผมคิดว่าเมื่อมียุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เปึ นวิทยาศาสตร์ ท่านเน้นว่า เปึนวิทยาศาสตร์ซึ่งมันแพรคทิเคิล (Practical) มันทําได้ ตรงนี้คงจะต้องกําหนดไว้ว่า ธีม (Theme) ของประเทศไทยท่านจะเอาเกษตรหรืออุตสาหกรรมแน่ ถ้าเอาเกษตรนะครับ ซึ่งตรงนี้ทั่วโลกเขาก็เน้นไปทางเรื่องนี้เรื่องไบโอเบสด์ (Bio-based) ซึ่งท่านก็คงได้รับฟังจาก หลาย ๆ คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้เคยยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเอาไบโอเบสด์ ซึ่งมันผลิตขึ้นมามันจะมาทดแทนฟอสซิลเบสด์ (Fossil-based) ถ้าเปึนอย่างนี้แล้วธีมของ ประเทศไทยเปึนตรงนี้ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ จะได้เขียนให้สอดคล้องลงไป แล้วก็จริง ๆ เราถนัด ในเรื่องนี้แล้วจะเห็นว่าเมื่อเราเดินไปตามแบบเดิมเปึนโพรดักชัน เฮาส์ (Production house) ที่เราเคยทําอยู่ ผลิตสินค้าที่คิดว่าเรามีต้นทุนแรงงานถูก มีอะไรถูก แต่เสร็จแล้วปรากฏว่า จีดีพีเราเตี้ยลง ๆ ต่ํากว่า ๕ แทบทุกป้ มีป้น้ําท่วมกระมังที่สูงกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์หน่อย เพราะว่านโยบายรถคันแรกบ้าง อะไรบ้าง แต่ก็ปรากฏว่ามันผิดหู ผิดฝา ผิดทางไปหมด ผมก็คิดว่าถ้าจะกลับมาดูยุทธศาสตร์ตรงนี้กําหนดทิศทางข้างหน้าต้องชัดเจนในประการที่ ๑ ขณะเดียวกันเราจะต้องวางแผนในส่วนที่ว่าวางแผนเศรษฐกิจแล้วเอกชนมีส่วนร่วมนี่ ต้องกลับมาดูว่ามีส่วนร่วมจริงหรือไม่ เรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กว่า ๑๐ ฉบับไปแล้ว แผน ๘ ที่เราเน้นเรื่องพัฒนาคน ถ้าจริง ๆ ถ้ามีการพัฒนาคนที่แท้จริง ผมคิดว่าคนไทยคงจะปรับเปลี่ยนไปในทิศ ทางที่เราต้องการไปนานแล้ว คนไทยมีวินัย คนไทยมีจิตสาธารณะต่าง ๆ แต่ปรากฏว่ามันตรงกันข้ามไปหมด เพราะฉะนั้นแผน ๘ ของเราสําเร็จหรือไม่ก็ไม่มีการประเมินที่ชัดเจนว่ามันถูกต้องหรือเปล่า เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เรื่องวินัย เรื่องรับผิดชอบ เรื่องเห็นแก่ส่วนรวม ที่เราเคยฝันไว้นะครับ มีเหตุมีผล ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง มีจิตสาธารณะ ๖ ประการที่เราเปึนที่หวังของการพัฒนาคน มันไม่ได้เปึนไปตามนั้นเลย มันกลับตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าเศรษฐกิจปัจจุบันนี้

ทางธุรกิจเอกชนเราไม่ใช้คําว่าเชนจ์ (Change) เราใช้คําว่าฟลักชูเอต คือมันแปรปรวน เพราะฉะนั้นความแปรปรวนคิดวันนี้บางทีอีกชั่วโมง ๒ ชั่วโมงมันเปลี่ยนแล้วครับ ในทางธุรกิจตอนนี้ต้องคิดตลอดเวลาไม่อย่างนั้นมันไม่ทันโลก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะทําให้ ยากหน่อยในการที่จะทํายุทธศาสตร์เศรษฐกิจในทางเชิงวิทยาศาสตร์ที่มันจะได้ผล แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันต้องมีทิศทางที่เราจะเดินไป ในเรื่องนี้ไม่ได้ขัดแย้ง แต่เห็นด้วย เพียงแต่ว่าเราจะปรับอย่างไรให้มันตรงกันไป อีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากไว้ก็คือว่าการที่เราจะเปึน เศรษฐกิจที่ดีนั้นเราลืมคิดไปอย่างหนึ่งในเรื่องของกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ กฎ ระเบียบต่าง ๆ ตัวนี้เปึนตัวที่บั่นทอน เปึนตัวที่เทอร์มิเนต (Terminate) การค้าเปึนธุรกิจโลกปัจจุบันนี้ ค่อนข้างเยอะ ผมจะยกตัวอย่างให้ตัวอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องข้าว ข้าวนี่เรายังใช้ พ.ร.บ. ค้าข้าว ป้ ๒๔๘๙ แล้วก็มีปรับปรุงอีกเล็กน้อย ป้ ๒๔๘๙ คือการค้าข้าว ๑. ต้องเปึนนิติบุคคล ๒. ต้องมีทุนจดทะเบียน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓. ต้องมีสต็อก (Stock) ข้าว ๕๐๐ ตันก็คือ ๕,๐๐๐ กระสอบ ยังใช้อันนี้อยู่ เพราะฉะนั้นเวลาเรามีออเดอร์ (Order) ทางอินเทอร์เน็ต จากประเทศจีนสั่งข้าวเรา ๑๐๐ ถุง ถุงละ ๕ กิโลกรัมไม่มีใครส่งได้เพราะไม่ใช่ผู้ส่งออก ปรับแก้มาก็คือไม่ต้องเปึนนิติบุคคลก็ได้ มีการแก้แล้ว ไม่ต้องมีทุนจดทะเบียน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ แต่มีออเดอร์ครั้งละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค้าเฉพาะชายแดน เพราะฉะนั้นค้าข้ามแดนไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าโลกมันเปลี่ยน แต่ถ้ากฎ ระเบียบต่าง ๆ ยังเปึนไปตามเดิมนี่เราจะเดินไปได้อย่างไร ท่านคิดแผนยุทธศาสตร์ที่ดีมันก็ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหลายสิ่งหลายอย่างผมคิดว่าต้องคิดคู่กันไป การคิดคู่กันไปตรงนี้ เปึนสิ่งที่มีความสําคัญค่อนข้างมาก ซึ่งทางรัฐเองจะต้องมีปัญหาในเรื่องกฎ ระเบียบต่าง ๆ ประเทศจีนตอนที่เขาเป่ดประเทศจนกระทั่งเขารุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ เฉพาะที่ปักกิ่ง อย่างเดียวแก้ประเด็นต่าง ๆ ที่เปึนปัญหากฎ ระเบียบต่าง ๆ ๒,๓๐๐ กว่าเรื่อง แต่ถ้าทั้งประเทศ ๑๙๐,๐๐๐ กว่าเรื่องที่เขาแก้ไป แต่ของเรานี่กอดระเบียบแน่นเลย เรามี พ.ร.บ. อํานวยความสะดวก แต่ปรากฏว่าใบอนุญาตที่ต้องขออยู่กี่ฉบับยังคงเดิม เพราะฉะนั้นยังไม่มีการดีเฟนด์ (Defend) ว่าอะไรที่ไม่จําเปึนก็เอาออกไปเสีย คําว่ายุ่งยาก ในการเข้ามาทําธุรกิจในประเทศไทยเรายังรั้งท้ายอยู่ครั บ อีส ทู ดูอิง บิซิเนส (Is to doing business) ของประเทศไทยนี่ยังรั้งท้ายอยู่

แต่ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์เขาไปเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ แล้ว ความสะดวกในการทําธุรกิจ เขาอํานวยความสะดวกทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่คิดเอาไว้ในเรื่องของการค้าชายแดน การจะทํางานร่วมกัน คอนแทรกต์ ฟาร์มมิงต่าง ๆ ตรงนี้มันต้องกลับไปดูว่าความสะดวก มันมีไหม จริง ๆ การไปลงทุนในต่างประเทศมันมี ๗ ลักษณะที่บอกไว้ คอนแทรกต์ ฟาร์มมิง เปึนอันดับที่ ๓ ที่เราต้องทํา มันสามารถทําได้นะครับ มีทั้งฟอร์เรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ (Foreign direct investment) คอนแทรกต์ แมนูแฟกเจอริง (Contract manufacturing) คอนแทรกต์ ฟาร์มมิง เอกซ์พอร์ต แวลู แอดเดด โพรดักต์ (Contract farming export value added product) ไลเซนซิง (Licensing) แฟรนไชซิง (Francising) แล้วก็เทกโอเวอร์ (Takeover) เพราะฉะนั้น ๗ ประการนี้คือการไปลงทุนต่างประเทศ เพราะฉะนั้น คอนแทรกต์ ฟาร์มมิงที่ออกไปทําต่างประเทศแล้วเอาเข้ามาก็ได้ในชายแดน ในลักษณะที่เขา มีแรงงานที่ถูกกว่า มีดิน มีน้ําที่อุดมสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นมันคิดได้หมดในการที่จะทํางาน แล้วผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ไปเอาประโยชน์จากเขานะครับ ทุกวันนี้เขาระแวงเรา เพราะเราชอบไปเอาประโยชน์จากเขา ทิ้งเศษขยะไว้ให้เขา เพราะฉะนั้นความคิดใหม่ก็คือ การต้องไปผนึกกําลังเปึนอันหนึ่งอันเดียว แล้วตรงนี้มันจะเดินไปข้างหน้า ฉะนั้นอาเซียน ก็จะเปึนอาเซียนที่แท้จริง ก็ขอฝากไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเตือนใจ สินธุวณิก ค่ะ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ ขออนุญาตที่จะอภิปรายเพิ่มเติมในวาระปฏิรูปพิเศษ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ แนวทาง การพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน หรือว่าจอยต์ อีโคโนมิก ดิเวลลอปเมนต์ แอเรียค่ะ ก็อยากจะขออนุญาตที่จะอภิปรายโดยใช้ประ สบการณ์ซึ่งดิฉันได้เปึนผู้ตรวจราชการ สํานักนายกรัฐมนตรีแล้วก็ได้ลงพื้นที่เยี่ยมพี่น้องประชาชนแล้วก็ดูเศรษฐกิจชายแดน อยู่ใน๗ จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็เลยอยากจะขอเรียนสนับสนุน แนวความคิดของท่านกรรมาธิการค่ะว่าควรจะมีแผนยุทธศาสตร์ชายแดนอย่างเปึนธรรม หรือว่าเปึนรูปธรรมอย่างแท้จริง แล้วก็ตามที่ท่านเสนอมาเกี่ยวกับเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษ สเปเชียล อีโคโนมิก โซน หรือว่าเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดน หรือครอส บอร์เดอร์

สเปเชียล อีโคโนมิก โซน (Cross Border Special Economic Zone) นั้น ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ สิ่งที่ท่านนําเสนอมานั้นดีมาก ๆ เลยค่ะ แต่อยากจะขออนุญาตเรียนว่าจากการลงพื้นที่ จริง ๆ แล้วเห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่งในการที่เสนอให้มีภาคเอกชนเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนนะคะ เพราะว่าพอลงไปเห็นจริง ๆ แล้วได้ไปเห็น ดิฉันไม่อยากจะเอ่ยชื่อว่าเปึนจังหวัดอะไร แต่จะเห็นว่ามีการสร้างตลาดเหมือนตลาด ให้ ๒ ฝัืงเข้ามาดําเนินการ แต่ปรากฏว่าตลาดนั้นเปึนตลาดร้างคือไม่มีผู้ซื้อผู้ขายกันเลย เพราะอะไรคะ เพราะว่าพี่น้องประชาชนยังติดอยู่กับด่านเดิมที่เรียกว่าเปึนด่านประเพณี ที่เขาเดินข้ามไปข้ามมาแล้วก็ทําการค้าขายกันจริง ๆ นะคะ ดังนั้นดิฉันคิดว่าตรงนี้เปึนเรื่องที่ อยากจะขอให้ท่านคณะกรรมาธิการลองเพิ่มเติมแล้วก็ลองดูนะคะ แม้ว่าจะมีการประกาศ แล้วว่าของรัฐบาลกําหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษช่วงแรกไว้ ๕ เขตถูกไหมคะ ในป้นี้ ป้หน้าอีก ๕ เขต ดิฉันมองไม่เห็นจังหวัดอุบลราชธานีนะคะ แต่เห็นภาคอีสานว่าจะมี ทางจังหวัดหนองคาย มีอะไรต่าง ๆ ในภาคแรกนี่ก็จะมีทางด้านจังหวัดมุกดาหาร หรือว่าอรัญประเทศ อยากขอกราบฝากตรงนี้ค่ะว่าดิฉันได้ลงไปดูพื้นที่จริงที่บ้านปากแซง จังหวัดอุบลราชธานี เขาบอกเลยนะคะว่ามีแนวนโยบายจากรัฐบาลที่แล้วได้สัญญาแล้วว่า จะมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ําโขงเปึนแหล่งสุดท้ายตรงนั้น และเมื่อสร้างแล้วจะสามารถ ร่นระยะเวลาการเดินทางขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังประเทศเวียดนามคือไปทาง ประเทศเวียดนามย่นไปได้เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตรทีเดียวนะคะ ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่ำ เปึนประโยชน์มากทีเดียว ดังนั้นขออนุญาตกราบฝากท่านกรรมาธิการว่าอย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการกําหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษไปแล้วเปึน ๒ ช่วง ๑๐ จังหวัด ก็ขอความกรุณา พิจารณาเพิ่มเติมว่าให้ดูถึงด่านประเพณีที่เขามีการค้าขายแล้วพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้มีการค้าขายเปึนพื้ นฐานกันอยู่แล้วนะคะ อันนี้กราบฝากไว้ค่ะ อีกประการหนึ่งที่ดิฉัน อยากจะขออนุญาตกราบฝากไว้นะคะ เปึนเรื่องของการปรับใช้มาตรการอาเซียนในเขต เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งท่านก็ได้มีการดําเนินการปัจจุบันก็คือทําเนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) หรือว่าเปึนอาเซียน ซิงเกิล วินโดว์มาแล้วนะคะ อยากขอเรียน อย่างนี้ค่ะว่าจากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่แล้วก็รับทราบรายงาน ของเจ้าหน้าที่จริงในพื้นที่นั้น

บอกว่าปัจจุบันพ่อค้าไทยเรามีการค้าขายกับทางประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับเรา ไม่ว่าจะเปึน ประเทศ สปป. ลาวหรือว่าประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศ สปป. ลาว กับประเทศเวียดนาม สินค้าไทยต้องไปแปลงร่างอยู่ที่ประเทศ สปป. ลาว เพราะอะไรคะ เพราะว่าประเทศ สปป. ลาวเขาเรียกว่ามีข้อพันธสัญญาพิเศษระหว่างตัวเขากับประเทศจีน ดังนั้นการลดภาษีต่าง ๆ เขาดีมาก ถูกมาก ดังนั้นดิฉันคิดว่าเพื่อให้พี่น้องชาวไทยเราที่เปึน นักธุรกิจนี่ไม่เกิดความลําบากในการที่จะต้องไปแปลงสินค้าของไทยเรา ในเขตประเทศ สปป. ลาวหรือว่าทางประเทศกัมพูชาหรือว่าทางประเทศเวียดนามขอให้ท่านทํา แทนที่จะเปึนอาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ ขอให้เปึนอาเซียน พลัส ทรี (ASEAN Plus Three) คือ อาเซียนบวก ๓ เพราะพอบวก ๓ นี่ปุ็บมันรวมประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี เข้าไปด้วย ถ้าทําอย่างนี้ดิฉันคิดว่าพี่น้องชาวไทยเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักธุรกิจของเรานั้น การค้าขายจะดีขึ้นอย่างมากทีเดียว เพราะว่าเราไม่ต้องไปอาศัยว่าเปึนสินค้าจาก ประเทศ สปป. ลาวเพื่อที่จะส่งเข้าประเทศจีน เพราะตอนนี้อย่างไรก็ตามมันก็จะมี การเรียกว่าเปึนนอร์ท เซาต์ คอร์ริดอร์ (North-South Corridor) ที่มาจากประเทศจีน อยู่แล้ว ดังนั้นขอท่านเพิ่มเติมตรงนี้ได้ไหมคะให้เปึนอาเซียน พลัส ทรี ซิงเกิล วินโดว์ ทั้งนี้ เพื่อให้เราได้ค้าขายสินค้าได้ดีขึ้น อยากจะขอกราบฝากท่านตรงนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณจรัส สุทธิกุลบุตร

นายจรัส สุทธิกุลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ไปถึงประธาน กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการทุกท่าน ผม จรัส สุทธิกุลบุตร หมายเลข ๐๓๑ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการในชุดเศรษฐกิจ ๒ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโลจิสติกส์ ผมก็จะขอพูดในมุมมองด้านโลจิสติกส์ในการที่จะนําประเทศสู่การเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว แล้วขณะเดียวกันนั้นก็คงจะเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกับทางประเทศ เพื่อนบ้าน ผมขอเริ่มจากคําว่าสุวรรณภูมินั่นก็คือโลเคชัน (Location) ที่ดีของประเทศไทย จุดแข็งของเรา ผมขอเริ่มจาก ๓ ยุทธศาสตร์ที่ตอนนี้มันมีการขับเคลื่อนและเกิดผลจริง ๆ นั่นก็คือจีเอ็มเอส คอร์ริดอร์ (GMS Corridor) เราจะเห็นอานิสงส์ของจีเอ็มเอส คอร์ริดอร์

ตั้งแต่ทางภาคเหนือจนมาถึงทางภาคอีสาน เมื่อสักครู่ท่านเตือนใจก็ได้พูดถึงประตูด่านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในกลุ่มจีเอ็มเอส ลําดับต่อไปนั้นก็คือบิมสเทค คอริดอร์ (BIMSTEC Corridor) ซึ่งกําลังเรียกว่าจะแผงฤทธิ์ออกมาเพื่อที่จะนําเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นควบคู่ไปใน จีเอ็มเอส คอร์ริดอร์ ในบิมสเทค คอร์ริดอร์ เรากําลังจะเห็นเส้นทางบิมสเทค ไฮเวย์ (BIMSTEC Highway) เราจะเห็นทางออกทะเลสู่มหาสมุทรอินเดียซึ่งจะนําเศรษฐกิจมาหาเรา และที่สําคัญในชุดของกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ ๒ ที่ด้านโลจิสติกส์เราได้นําเสนอนั้นก็คือ ยุทธศาสตร์เกี่ยวกับด้านการเชื่อม ๒ ฝัืงทะเลนั่นก็คืออ่าวไทย อันดามัน หรือในที่ประชุมแห่งนี้ ในสภาแห่งนี้ได้พูดถึงนั่นก็คือการเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟ่กกับมหาสมุทรอินเดีย ซึ่ง ๓ สิ่งเหล่านี้ถ้าเรานําเปึนจุดแข็งของเรามีการครอส (Cross) มีการเชื่อมระหว่างจุดต่อจุด ระหว่างด่านต่อด่านสู่ประเทศเพื่อนบ้านมันจะนํามาซึ่งจุดแข็งและจะเปึนตัวเร่งในการที่จะ พัฒนาประเทศไทยของเรานั้นเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างเร็ววัน และจะเปึนจุดพลิก ของสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราด้วยก็ได้ในการที่จะมีการนําเสนอตรงนี้ ในปัจจุบันเรามี การค้าชายแดน การค้าข้ามแดน และตอนนี้เรากําลังจะผลักดันเรื่องเขต เศรษฐกิจพิเศษ ตามตะเข็บชายแดน ขณะนี้เราประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษไป ๑๐ แห่งทั้งเทียร์ ๑ (Tier 1) เทียร์ ๒ (Tier 2) รวมกันหลายจุดมีศักยภาพ แต่ทําไมขณะนี้เรายังไม่เห็นการขับเคลื่อน ที่มันเปึนรูปธรรม ที่มันเปึนเอกภาพจริง ๆ ในขณะที่มันมีศักยภาพตรงนั้นอยู่ กนพ. ได้ประกาศส่งเสริมอุตสาหกรรม ๑๒-๑๓ แขนงหรือสาขา แต่เรายังไม่เห็นนักลงทุน ที่ประกาศชัดเจนในการที่ลงทุน ผมได้ลงพื้นที่ในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเปึนด้านชายแดน หรือด้านชายแดนที่เปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษเขาต่างเรียกร้องว่าเมื่อไรนักลงทุนจะมา ผมได้เคยประชุมร่วมกับคณะทํางานศึกษาและติดตามการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีการเชิญการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาร่วมประชุม ได้เชิญนิคมอุตสาหกรรมภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึนอมตะนคร

นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมนวนคร นักลงทุนภาคเอกชนบอกว่าสําหรับ ศักยภาพในพื้นที่ชายแดนนั้นเอกชนเห็นหมด เห็นทะลุหมดว่ามันไปเชื่อมแบบไหน อย่างไร แต่นักลงทุนเขาต้องการความชัดเจนในนโยบายการส่งเสริม ซึ่งจริง ๆ กนพ. ก็มีการประกาศไปแล้วแต่เขาต้องการความชัดเ จนที่ต่อเนื่องมากกว่านั้น นั่นก็คือ เรื่องระบบผังเมืองของพื้นที่ ความชัดเจนเรื่องระบบผังเมือง ความชัดเจนในเรื่องการเชื่อมโยง โลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปึนมัลติโมดอล ทรานสปอร์ต (Multimodal transport) เขาบอกว่ามี ๒-๓ สิ่งตรงนี้นักลงทุนมาทันทีแน่นอน ซึ่งการเติมระบบโลจิสติกส์เข้าไป ในเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจชายแดนนั้น นักลงทุนบอกว่าด้วยระยะทางที่เดินทาง ระหว่างแรงงานและวัตถุดิบห่างไกลแค่ประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลเมตร ไม่ใช่นัยสําคัญ แต่ขอให้ระบบโลจิสติกส์นั้นมันมีความไหลลื่นแค่นั้นการลงทุนก็พร้อมที่จะเกิด ดังนั้น ผมถึงอยากจะเพิ่มเติมเกี่ยวกับในการนําเสนอของผมในวันนี้ นั่นก็คือว่าในการที่จะส่งเสริม เศรษฐกิจชายแดนนั้นผมเห็นด้วยนะครับว่าควรจะต้องทําควบคู่ทั้งฝัืงเรากับฝัืงเขา นั่นก็คือ ตามรายงานตรงนี้ แต่ขณะเดียวกันนั้นผมอยากจะเพิ่มเติมนั่นก็คือว่าการรวมกันเปึน คลัสเตอร์ของกลุ่มชายแดนของเรา เพราะว่าในหลายครั้งที่เรามีการไปเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ เราจะเห็นว่าบางทีขนาดของระดับจังหวัดหรือเขตเศรษฐกิจของเรานี่มันไม่โต มันไม่ใหญ่เพียงพอในการที่เราจะไปเจรจากับเขาหรือจะจัดสร้างให้เปึนเขตเศรษฐกิจ ที่มันส่งเสริมในภูมิภาคได้ เพราะฉะนั้นอยากจะเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องการดูที่เปึนกลุ่มคลัสเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุดที่ผมลงไปที่จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร หรือจังหวัดสกลนคร หรือที่ผ่านมาไปที่จังหวัดหนองคายเห็นการเชื่อมโยงตรงนี้ ถ้ามีการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ ให้แต่ละประตู แต่ละด่านนั้นขับเคลื่อนด้วยฟังก์ชันที่เปึนเอกภาพหรือเปึนเอกลักษณ์ของเขา มันจะเปึนการเสริมซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เปึนการแย่งกัน กลุ่มคลัสเตอร์อย่างนี้ยังมีทั้งที่ทาง ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน สามารถรวมเปึน คลัสเตอร์ได้ ทางภาคใต้ จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร อาจจะรวมถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือจังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือกลุ่มประเทศแถบอันดามันต่าง ๆ ถ้าเรามีการเชื่อมอ่าวไทย กับอันดามันอย่างที่ผมบอก ตรงนี้จะเปึนการเสริมในการที่เราจะพัฒนาเศรษฐกิจของเรา ผมขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งเกี่ยวกับคําว่าอาเซียน วีซา (ASEAN Visa) ถ้าเราสามารถผลักดันตรงนี้ได้ จะเปึนการเสริมเศรษฐกิจของเราอย่างยิ่ง หรือเอาอันใกล้ที่สุดก็คือในกลุ่มจีเอ็มเอส

เปึนซิงเกิล วีซา (Single visa) ในกลุ่มจีเอ็มเอส การที่เราจะเปึนซิงเกิล วินโดว์ (Single window) มันคงต้องบูรณาการเกี่ยวกับหน่วยงานต่าง ๆ ผมเคยลงไปที่ด่านชายแดน เคยประชุมร่วมกับผู้จัดการที่ด่านชายแดน เขาบอกว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่หน่วยงาน ซีไอคิว (CIQ) ๓ หน่วยงานแค่นั้นเอง มีทั้งหมด ๑๙ หน่วยงานที่จะต้องช่วยกันบูรณาการกัน ในการที่จะจัดการเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเขตการค้าชายแดน หรือการค้าข้ามแดนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปสู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการ กราบขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณพรชัย มุ่งเจริญพร ครับ

นายพรชัย มุ่งเจริญพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผม พรชัย มุ่งเจริญพร จังหวัดสุรินทร์ ก็ดีใจครับที่ได้ขึ้นมาพูดอีกในวันนี้ พูดทีไรเจอท่านประธานตลอดเลยครับ ท่านครับ ครบรอบประชาธิปไตย ๑๐๐ ป้ ประเทศไทยจะก้าวสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว มันเร็วกว่านั้นไม่ไ ด้หรือครับ ทําไมหรือครับ ที่ผมบอกว่าเร็วกว่านั้นไม่ได้ ในเมื่อความพร้อมของประเทศไทยเรานี่มันเต็มไปหมดเลยครับ วันนี้ ที่ผมพูดก่อนนี้ว่าสถานที่ตั้งภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ ฮวงจุ้ย เฟ่ืงสุ่ย โลเคชันมันสุดยอดครับ ในโลกใบนี้ แต่วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมพูดเสมอว่าราหูอมบ้านเราหรือเปล่า พูดไปน่าขําไป ตลกไป แต่พูดไปพูดมามันเหมือนจะเปึนเรื่องจริงแล้วครับ แต่ก่อนอื่นที่ผมบอกว่าประเทศจะพัฒนาแล้ว ประเทศหรือเศรษฐกิจจะเข้มแข็งต่อเมื่อสังคมต้องเปึนหนึ่งเดียวก่อน เรื่องนี้ละครับ สําคัญมากมันต้องเรียกฟอร์ม (Form) ความเปึนไทยกลับคืนมาครับ หนึ่งเดียวในอาเซียน หรือว่าหนึ่งเดียวในเอเชียหรือเปล่า

ในอดีตไม่เคยตกเปึนเมืองขึ้นของชนชาติใดมาก่อน ตรงนี้แหละครับมันน่าคิด วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับความแตกแยกของพี่น้องคนไทยเรา ผมคนหนึ่งแหละครับ ที่ตระหนักดี เคยใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเมืองนามาเช่นกัน มีแต่คนไทยครับช่วยเหลือกันถึงอยู่ได้ ถึงวันนี้ แต่ก่อนอื่นที่จะพัฒนาแล้วนะครับ ที่ผมบอกว่าสังคมไทยต้องเปึนหนึ่งเดี ยวก็คือ สามัคคีก่อนครับ เหมือนเช่นพี่จีนครับเขาบอกผมว่าเขาต้องฉี่ไหลทุกเช้า เขาฉี่ไหลถึงมีจีน วันนี้ครับพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ฉี่ไหลหมายถึงอะไรครับ ตื่นขึ้นมาเถอะ รวมตัวกันเถอะ สามัคคีกัน ต่อสู้กับโลกวันใหม่ นี่แหละครับผมถึงบอกว่าเราต้องเรียกฟอร์มความเปึนไทย กลับคืนมา แล้วประเทศเศรษฐกิจจะเข้มแข็งได้ มันน่าคิดนะครับ นี่บอกว่าป้ ๒๕๗๕ ประเทศไทยจะก้าวสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมบอกว่าอยากเห็นพี่น้อง สปช. เราทุกท่านนะครับ เห็นก่อนไม่ได้หรือครับ ที่ผมเรียนบอกท่านประธานว่าสิ่งหนึ่งที่จะนําพาประเทศไทย ไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วก็คือโลจิสติกส์ ผมพูดแต่โลจิสติกส์ ใครเจอหน้าผมเรียกผมแต่ ไอ้โลจิสติกส์ ผมต้องพูดเพราะมันเปึนเรื่องของการที่จะบอกว่าโลจิสติกส์นี่แหละครับ นําพาเศรษฐกิจแล้ว ประเทศจีนนี่แหละครับเปึนตัวอย่างที่ดี วันนี้เมื่อไม่กี่วันได้ยินข่าวว่า ประเทศไทยเราติดอันดับ ๒ แล้วครับ จะขึ้นอันดับ ๑ ของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามา เมื่อ ๒ วันก่อนพี่จีนหลงเข้ามาในสภา โอ้โฮ ผมดีใจครับ ผมคิดว่าเขามาทําไม เขาว่าเขาจะมาเที่ยว ผมว่าไม่ใช่ โน่นลานพระบรมรูป มันน่าดีใจนะครับ วันนี้ประเทศไทย เรามันเปึนศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยว เมื่อวานนี้ไปพัทยามาเช่นเดียวกัน พี่จีนเอาอกเอาใจ ถ้าพูดไปก็เหมือนจะผลักดันให้พี่น้องไทยในฐานะเปึนลูกหลานอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต หรือเปล่าประวัติศาสตร์ว่าไว้ อยากผลักดันให้ไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วเสียที แต่มีกลุ่มประเทศหนึ่ง นะครับที่ผมพยายามพูดว่ามารราหู ไม่ผลักดันยังมำผลักดึงอีก ถึง ๔๐ กว่าป้เต็มย่ําเท้าอยู่กับที่ตรงนี้แหละครับ มันน่าคิดครับท่านประธาน มารราหู ไม่เคยให้อะไรก่อนเลย โกยอย่างเดียว พระราหูยังให้ก่อนนะครับถึงค่อยโกยไป ผมพูดไป บางครั้งหลายท่านบอกผมว่าใช้อารมณ์หรือเปล่า เลือดความเปึนไทยมันขึ้น มันต้องพูดครับ ไฟไหม้ฟางก็ต้องพูด สองไพเบี้ยก็ต้องเอา มันมองเห็นครับ ผมไม่ได้เปึนนักพูด นักเขียน นักอ่าน ผมนักมอง ประสบการณ์ผมเกิดจากการหามเสาถึงมองเห็น กว่าจะมาหามจั่วถึงรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเราเมืองเรา เศรษฐกิจ การเมือง สังคม วันนี้ใครล่ะครับถือครองแทบทั้งสิ้น จีนเอามาจูบ พี่หมีเอามาหอม ที่ผมเรียนบอกท่านประธาน พี่เบิ้มมาขู่ อียู (EU) มากล่าวหา

พูดไปใจมันขึ้นตลอด แล้วด้วยความรักชาติ ผมถึงบอกว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรา เมืองเราถ้าไม่ลดบทบาทของมนุษย์ต่างด้าวนะครับที่ผมว่าใส่สูท (Suit) มาปล้นบ้านเราทุกป้ ๆ หนทางเดียวแหละครับที่ผมบอกว่าต้องผ่าหัวใจ เส้นทางเรืออันดามัน อ่าวไทยต้องเชื่อมหากัน อย่างท่าน พลเรือเอก ศุภกร พูดนั่นแหละครับ ท่านจรัส ท่านอรพินท์ได้พูดไว้ หนทางเดียว ที่จะพลิกแผ่นดินประเทศไทยให้พี่น้องชาวไทยเราลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวนาที่เขาเสียสละค้ําจุนเศรษฐกิจได้ทุกวันนี้ ประเทศไทยไม่ล้มละลายก็เพราะ พี่น้องชาวนาครับ ภาษาบ้านผมหมดตูดป้นี้ ป้หน้ามีทุนอีกแล้วก็เพราะชาวนา แต่เขาลําบาก ต้องทดแทนคุณครับ วันนี้เขาลําบากเหลือเกิน ผมถึงบอกว่าวันนี้ต้องเรียกฟอร์มความเปึนไทย กลับคืนมาก่อน เมื่อนั้นแหละครับฟัาสีทองจะผ่องอําไพที่บ้านเรา ด้วยเหตุผลที่ผมบอกว่า อะไรครับ เมื่อไม่กี่วันพูดเกี่ยวกับเรื่องอาเซียน ประเทศไทยเราต้องเปึนศูนย์กลางอาเซียน มันไม่ใช่เลยครับ มันไม่ใช่เปึนเพียงแค่ศูนย์กลางของอาเซียน มันต้องเปึนศูนย์กลางของเอเชีย ของโลกใบนี้ คนไทยครับ ผมเชื่อเลยครับ ประเทศเราที่ผมเรียนบอกว่าฮวงจุ้ย เฟ่ืงสุ่ย โลเคชันโลกใบนี้ไม่มีอีกแล้วครับ ผมอยากจะให้พี่น้องคนไทยทุกท่านโดยเฉพาะพวกเรา ในฐานะเปึนตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ วันนี้เราถูก ป. ๔ มาครอบงํา มาโกงเราอยู่ วันนี้นักวิชาการหลายท่านก็มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ โดยเฉพาะ พี่น้องเอ็นจีโอ (NGO) ผม ผมก็เอ็นจีโอมาก่อนครับ วันนี้เขามาหล่อหลอมเรา มาหวังดีกับเรา ผมรับไม่ได้กับคํา ๆ หนึ่งครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณพรชัย สรุปได้แล้วนะครับ

นายพรชัย มุ่งเจริญพร

ได้ครับท่านประธาน ครับ ผมรับไม่ได้ครับ เพราะผมพอฟังภาษาจีนรู้เรื่อง เขาหาว่าเราเปึนผีโม่แปัง หาว่าพี่น้องผมเปึนผีโม่แปัง นี่แหละเลยต้องพูด ก็อยากจะกราบเรียนบอกท่านประธานว่ายุทธศาสตร์ในโลกใบนี้ ที่เหลือเพียงแห่งเดียวก็คือเส้นทาง เรืออันดามัน-อ่าวไทย ไม่ต่างอะไรกับกรุมหาสมบัติ หรอกครับ ที่พี่น้องชาวเกษตรกรเราที่เขาลําบากมาในวันนี้ต้องทดแทนบุญคุณครับ อันดามัน -อ่าวไทยเชื่อมหากันเมื่อไร ท่านกอบศักดิ์ไม่ต้องมาเหนื่อยเลยในเรื่อง ความเหลื่อมล้ํา ผมเคยคุยกับท่านเสมอ ก็อยากจะฝากไว้นะครับ และสําคัญที่สุดสังคมไทย ต้องเปึนหนึ่งเดียวก่อนครับ ไม่อย่างนั้นปฏิรูปมาปฏิวัติไป ปฏิวัติมาปฏิรูปไปก็ไลฟ ต์บอย เช่นเดิม ขอบพระคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ถ้ามีประเด็นก็เขียนเพิ่มเติมส่งกรรมาธิการนะครับ เชิญคุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ ครับ

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม หาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๒๒๘ เรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ แนวทาง การพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน พอมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด เพราะว่าท่านประธานสั่งว่า รอบนี้ถ้าคิดเหมือนกันก็อาจจะพูดให้น้อยลง แต่ผมอยากให้เห็นมุมมองอีกมุมหนึ่ง ที่จริงผมก็ทํางานเปึนเอ็นจีโอ พอพูดหลังท่านเมื่อสักครู่ผมรู้สึกจะพูดยากกว่าปกติ ที่เคยเตรียมตัวมา ประการแรกก็คือว่าผมคิดว่ามุมมองเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องการค้าชายแดน โดยเฉพาะเศรษฐกิจพิเศษ ผมคิดว่าเรายกแต่เรื่องเศรษฐกิจมาแต่ไม่ได้ยกเรื่องสังคม ยกเรื่องอื่นมา ประการแรก ผมเข้าใจว่าบริเวณชายแดนที่มีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้ง ๕-๖ แห่ง แล้วก็รวมทั้งประมาณ ๑๐ พื้นที่ มันไม่ใช่ที่ว่างเปล่า เปึนที่สาธารณะจริง บางแปลงประมาณ ๒๔,๐๐๐ ไร่ บางแปลงบางจังหวัด เช่น แถวจังหวัดเชียงราย อําเภอเชียงของประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ก็เปึนทุ่งนาเขานะ แล้วก็จะต้องไปเวนคืนทุ่งนา แล้วก็ต้องไปเวนคืนเหมือนกับเมื่อเช้าที่เราพูดเรื่องขยะ เรื่องมลพิษที่มาบตาพุด ฉะนั้นอันนี้ ผมคิดว่าวันนี้เรากําลังเข้าสู่แผนที่ ๑๒ แต่ว่าถ้าคิดในแผนที่ ๔ แผนที่ ๕ ที่จะเปึนเสือตัวที่ ๕ ของเอเชีย ผมคิดว่าถ้าใช้แนวทางนี้ยังเห็นแนวทางอยู่ก็คือ ๑. การสร้างเศรษฐกิจชายแดน

คือการเพิ่มแรงงาน แต่วันนี้แรงงานเมืองไทยมันไม่มีแล้ว บ้านผมทําสวนเปึนเกษตรกร แรงงานมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่า ๑. ค่าแรงบ้านเราสูงกว่าเขาเลยไหลมาบ้านเรา แต่ว่าในรายงานนี้ที่ผมคิดว่ายังขาดก็คือว่า ๑. แรงจูงใจถ้าเราไปเป่ดเศรษฐกิจชายแดน มันก็จะทําให้แรงงานฝัืงตรงข้ามไหลมาบ้านเรามากกว่าที่เขาจะอยู่บ้านเขา เราก็เปึนตัวหนึ่ง ของแรงงาน อันที่ ๒ ในรายการทั้งหมดนี่เหมือนเรายกเว้นภาษี ยกเว้นเครื่องจักรเหมือนกับ ยกเว้นบีโอไอ ๗ ป้ ๘ ป้ ผมเคยดูเรื่องกรณีของเหมืองทองคําที่จังหวัดพิจิตรเขายกเว้นบีโอไอ เหมือนกัน ขอทําเหมือง ๑๕ ป้ ราคาทองเพิ่มขึ้นทําภายใน ๕ ป้เสร็จ แต่บีโอไอให้ ๘ ป้ ก็ขอแปลงที่ ๒ เพื่อได้รับบีโอไออีก เราบอกว่าคุณมีความคุ้มทุนอยู่แล้วไม่จําเปึนต้องรับ การยกเว้นภาษี ฉะนั้นในกรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษพบว่าสิ่งที่เราขาดหายไปจากในรายงาน ก็คือว่าเราไม่ได้วิเคราะห์ว่าประเทศเพื่อนบ้าน เรานี่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษประเภทอย่างนี้ ตรงไหนบ้าง เช่นจังหวัดตากตรงแหลมใหญ่ลองข้ามไปเกาะฝัืงโน้นก็เปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษเขา ฝัืงตรงข้ามของประเทศเพื่อนบ้านเราก็คือจังหวัดมุกดาหาร ฝัืงโน้นก็เปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษเขา ถ้าเราตั้งด้วยผมว่าเรามีอะไรที่เราใช้หลักแบบเดิม ๆ คือ ๑. ลดภาษี ๒. ยกเว้นภาษีนําเข้า แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าข้อเสนอนี้ที่เห็นด้วยก็คือ ๑. ปรับเรื่องให้เรารู้ว่ากลไกภาษีฝัืงโน้น บางครั้งเราไปตั้งแต่ว่าเกิดปัญหา ผมยกตัวอย่างเช่นทวาย บริษัทใหญ่ที่ไปตั้งมีปัญหา ๑. เราคิดว่าเราไม่ต้องเวนคืนไปเจรจากับผู้ใหญ่ในระดับนโยบายเสร็จเราเคลียร์ชาวบ้านได้ วันนี้พอฝัืงโน้นเขามีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเขาจัดเวที ผมเคยไปฟังเขาเขาเคยมา เมืองไทย ชมรมนักข่าวเคยจัด

ปรากฏว่าเขาไม่ให้เวนคืนแบบปกตินะครับ บริษัทซึ่งไปทําอยู่ปรากฏว่าต้องเพิ่มเงิน ในการก่อสร้าง เพิ่มเงินในการลงทุน ซึ่งเคยคิดคอสต์ไว้แต่ตอนแรกก็ถือว่าต้องเพิ่มสูงขึ้น ฉะนั้นรายงานนี้ถ้าอยากให้สมบูรณ์มากขึ้นผมไม่แน่ใจว่าจะไปปรับทั นหรือไม่ เพราะว่า เหลือเวลาอีกไม่เกิน ๗ วันในการไปปรับนี่นะครับ เพราะผมต้องการข้อมูลที่มากกว่านี้ คือ ๑. เรื่องรายงาน อันที่ ๒ เรื่องกฎ ระเบียบ อันที่ ๓ ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน จริง ๆ ไม่ใช่ข้อกําหนดที่เขียนไว้เพียงแค่นี้ ผมว่าข้อกําหนดเขียนแค่นี้ เช่นเรื่องของมาตรการ ด้านการบริการ มาตรฐานด้านแรงงาน ที่อยากจะเห็นคือเรื่องของกฎ ระเบียบว่าด้วยภาษี เรื่องเงินที่เราจะมีข้อตกลง ซึ่งความต่างของชายแดนแต่ละชายแดนมันต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าถามว่าในประเทศไทยได้เปรียบกว่าประเทศอื่นไหม อันนั้นผมไม่เถียงครับภูมิประเทศ แต่ผมรู้สึกว่าข้อมูลที่เรากําลังสังเคราะห์อยู่นี่มันไม่พอ ถ้าไม่พอปัูบเวลาเราไปลงทุน ผมเห็นการลงทุน เช่นนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดลําพูนส่งเสริมเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ ได้ไม่ถึง ๑๐ ป้วันนี้หายไปเกินกว่าครึ่ง เราส่งเสริมการลงทุนที่อําเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร วันนี้มีโรงงานเหลือประมาณ ๓ โรง แต่เราใช้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปเยอะ ฉะนั้น ถ้าลงทุนไม่คุ้มผมอยากให้มีข้อมูลครบมากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ สมาชิกที่แสดงความจํานงไว้ ๑๖ ท่านภายในเวลานี่หมดแล้ว ผมจะขอท่านประธาน กรรมาธิการได้ตอบชี้แจงข้อซักถามหรือสรุป เรียนเชิญครับ

นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายในเรื่องที่เราสนใจร่วมกัน และผมเห็นว่า คําอภิปรายของท่านเปึนปร ะโยชน์มาก หลาย ๆ ท่านได้เป่ดมุมมองในมิติอื่น ๆ ซึ่งทางผมเองและทางกรรมาธิการคิดไม่ถึง แล้วก็เห็นว่าเปึนมุมมองที่ดีมีประโยชน์ ควรจะได้ ทําการวิเคราะห์ในเชิงนั้น ๆ แต่ว่าก็จะมีปัญหาซึ่งท่านสุดท้ายที่ท่านกรุณาเอ่ยถึง ว่ามันมีเวลาน้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผมก็จะรับความเห็นเหล่านี้แล้วพยายามไปปรับแต่ง เท่าที่จะสามารถปรับได้ ผมสังเกตดูแล้วส่วนใหญ่ที่ให้ความเห็นกันเห็นด้วยและสนับสนุน กับแนวทางที่กรรมาธิการทํามา แต่ว่าแต่ละท่านก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติม แล้วก็ให้ไปเป่ดประเด็น ในมิติอื่น ๆ ซึ่งผมคิดว่าเปึนประโยชน์นะครับ มีท่านที่พูดถึงเรื่องต้นทุนทางสังคม หมายถึงว่า ประโยชน์ที่ได้ระหว่างผู้ให้สัญญาในเรื่องเกษตรพันธสัญญากับผู้รับสัญญา นี่บางที

มันเปึนประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคน ๒ คนนั้น แต่ว่าแอส อะ คอสต์ ออฟ (As a cost of) สังคมไทยโดยรวม อันนี้ผมก็เห็นด้วยว่าต้องวิเคราะห์ให้ถึงนะครับ แล้วก็เรายังอาจจะ ไม่ได้ลงลึกพอในเรื่องนั้น ๆ เรื่องที่คุณสารี ความจริงรู้จักคุ้นเคยกันดีและผมนิยมคําอภิปราย ของท่านมาก และในครั้งนี้ก็ต้อ งขอขอบคุณอีกด้วยที่ท่านให้ไปวิเคราะห์ประเด็นอื่น ๆ ซึ่งเปึนประเด็นที่เราไม่ได้มองเห็ น ผมคิดว่าการที่ท่านเปึนผู้ที่คลุกคลีอยู่กับผลประโยชน์ ของประชาชน ท่านก็นึกถึงผลประโยชน์ของประชาชนในทุกภาคส่วนของสังคม ในมุมนั้น ๆ ก็คิดว่าจะนําไปวิเคราะห์ต่อไปนะครับ ผมจะไม่ตอบในรายละเอียด ผมจะขอเชิญ ให้ท่านสุทัศน์กับท่านกอบศักดิ์ได้ลงในรายละเอียดเปึนบางส่วนนะครับ เชิญครับ

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้คําแนะนําในการที่จะปรับแก้เอกสาร เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็เรื่องการค้าชายแดนนั่นนะครับ มีอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่ผมอยากจะขอ เล่าให้ฟังตร งนี้เพิ่มเติมนะครับ คือข้อเสนอของเรามันจะกลายเปึน อินพุต (Input) ให้รัฐบาลไปทําต่อ

คือเราไม่มีเวลาในการลงลึกมากพอในการที่จะไปสํารวจเรื่องผลกระทบอะไรต่าง ๆ อย่างที่ว่า เปึนข้อเสนอที่ดีที่ผมคิดว่าเราจะเรกคอร์ด (Record) แล้วก็ใส่การรายงานไป มีประเด็น ๒ อันเรื่องของภาคเกษตรมีพูดเยอะเลยแล้วมันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของเกษตร พันธสัญญาเกี่ยวข้องกันอยู่ คือภาคเกษตรมันกําลังอยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านค่อนข้างจะเยอะ ที่ผมเล่าให้ฟังว่าตลาดโลกของสินค้าเกษตรโดยเฉพาะในเอเชียมันกําลังอยู่ภายใต้ สถานการณ์ที่มีแรงกดดันค่อนข้างจะสูง มันมีข้อสังเกตอยู่อันหนึ่งว่าทําไมเกษตรกรถึงจน เกษตรกรจนเพราะว่าเกษตรกรผลิตอาหารครับ พอผลิตอาหารก็เลยต้องจน เพราะว่าคนที่ อยู่ในเมืองอย่างพวกเราเราบอกรัฐบาลกลาย ๆ ว่าอย่าไปขึ้นราคาอาหารนะ ราคาอาหาร ก็เลยถูก เพื่อที่จะซัพพอร์ต (Support) คนที่อยู่ในเมือง ถ้าเราจะพร้อมใจกันช่วยเหลือ เกษตรกรไม่ใช่ไปเพิ่มเงินช่วยเหลือหรอกครับ ซื้อสินค้าเกษตรให้มันรำคาแพงขึ้น ยอมรับราคาที่มันแพงขึ้น ส่งสัญญาณบอกรัฐบาลเท่านั้นแหละครับมันจะช่วยเยอะเลย แล้วโครงการที่ลงไปช่วยเหลือเกษตรกรนะครับ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์มันก็มีปัญหา คือเราไป ทําให้ตลาดมันเสียสมดุลในจุดหนึ่ง พอเสียไปจุดหนึ่งมันต้องแก้อีก ๑๐ จุด แก้ ๑๐ จุดแล้ว มันก็ยังไม่ได้แก้ปัญหาตั้งต้น เพราะฉะนั้นเรื่องราคาของสินค้าเกษตรมันเปึนปัญหาที่ผมคิดว่า ถึงเวลายกเครื่องพอสมควรเลย ไม่ใช่แต่เฉพาะประเทศไทยนะครับ ประเทศอื่นก็เหมือนกัน การซับซิไดซ์ (Subsidize) ราคาสินค้าเรื่องอาหารของคนในเมืองมันเปึนปัญหาใหญ่ของ ภาคเกษตร ซึ่งเราคงจะต้องพยายามดูว่าตรงนี้ประเทศไทยจะออกไปอย่างไรนะครับ สําหรับ คอมเมนต์เรื่องเกี่ยวกับทิศทางที่เราจะไปข้างหน้าของท่านจิตร์มันค่อนข้างจะชัดว่าจริง ๆ แล้วเราจะไม่สามารถกําหนดอนาคตของเราได้ชัดขนาดนั้น เราคงจะต้องดูว่าสถานการณ์ ในตลาดโลกตอนนี้จะเปึนอย่างไร แต่เราต้องมีการศึกษาที่มันแม่นยํากว่านี้คือตอนนี้ที่ผมดู มันภาพคร่าว ๆ มันต้องลงละเอียดลงลึกกว่านี้นะครับ ผมเปึนห่วงมาก ๆ เรื่องอาหาร ไม่พอกิน ผมเห็นจํานวนประชากรที่มันเพิ่มขึ้นเยอะ โดยเฉพาะใน ๒-๓ ประเทศในเอเชียใต้ แล้วก็พื้นที่เพาะปลูกก็ไม่ได้มีเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีก็คงจะมีไม่ทัน พอราคาสินค้าเกษตร ราคาไม่ค่อยดี ราคาอาหารไม่ค่อยดีมันก็ไม่มีงานวิจัย สินค้าที่ราคาดีทุกสินค้ามันก็สามารถ ที่จะไปซัพพอร์ตงานวิจัยนี้ได้ สินค้าเกษตรเปึนสินค้าที่อันเดอร์ อินเวสต์ (Under invest) ในเรื่องของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เรื่องที่ท่านจํารัส ท่านศุภกร ท่านชิงชัยได้พูดไว้เกี่ยวกับ เรื่องจีเอ็มเอสคือซับรีเจินนอล (Subregional) คือความร่วมมือ ภูมิภาคย่อยนี่ เดี๋ยวผมจะขอ

เอามาใส่ไว้ในเปเปอร์นี้น่าจะทําทันเพราะมีข้อมูลอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็ขอขอบคุณ ทุก ๆ คอมเมนต์นะครับที่มีประโยชน์มาก ขอบคุณครับ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมขอขอบคุณอย่างยิ่งสําหรับข้อคิดเห็นที่เปึน ประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับการปรับปรุงร่างรายงาน แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. นะครับ ก็จะได้น้อมรับ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ไปเพื่อนําไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นกว่านี้ กระผมขอตอบ บางท่านที่ได้พูดถึงเรื่องเกษตรพันธสัญญาครับ ท่านกอบกุลได้พูดถึงเรื่องของการจัดตั้ง องค์กรเรื่องของคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรมให้เปึนองค์กร ที่เปึนเอกเทศ ความจริงตอนแรกเราก็คิดเรื่องนี้เหมือนกันว่าจะทําอย่างไรให้เหมาะสม คิดตั้งแต่ว่าจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แต่ก็คิดว่าท่านมีภารกิจหลายอย่าง หรือว่าจะแต่งตั้งออกมาเปึนองค์กรต่างหากก็มีความกังวลใจว่าจะเปึนการจัดตั้งองค์กรใหม่ แล้วก็เปึนต้นทุนให้กับทุกคน เราก็เลยออกมาในรูปแบบนี้ครับ ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องที่ท่านถาม เรื่องของความเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็กระทรวงยุติธรรม

ว่าทั้ง ๒ องค์กรนี้จะมีความเกี่ยวเนื่องกัน อย่างไรในเรื่องของการพัฒนาระบบ เกษตรพันธสัญญา แล้วเขาจะแบ่งงานเชื่อมโยงกันอย่างไร อันนี้ชัดเจนเลยครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดูแลเรื่องของการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึน เรื่องของเกษตร ถ้าเปึนเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของสัญญา สัญญาที่ไม่เปึนธรรม การฟัองร้อง ไกล่เกลี่ย ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บอกแล้วว่าเขาไม่มีผู้เชี่ยวชาญ เขาอยากขอให้ กระทรวงยุติธรรมเปึนคนรับดําเนินการเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะเปึนเพียงผู้รับฟัอง รับร้อง และหลังจากนั้นก็จะส่งต่อให้กับกระทรวงยุติธรรม เปึนคนพิจารณาข้อพิพาท ข้อไกล่เกลี่ย รวมไปถึงเรื่องของร่างสัญญาต่าง ๆ อันนั้นก็จะเปึน สิ่งที่ ๒ อันนี้เขาจะแบ่งงานตามความถนัดของตนเอง ส่วนที่ท่านอรพินท์แล้วก็ท่านสายัณห์ ได้พูดถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วก็ชุมชน ผมคิดว่าอันนี้เปึนประเด็นที่จะกลับไปหารือ กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังว่าเราอาจจะเพิ่มอีกมาตราหนึ่ง ที่จะมีการเปรียบเทียบปรับสําหรับผู้ที่ทําทั้ง ๒ ฝัืงก็คือผู้ให้สัญญาแล้วก็ผู้รับสัญญา ที่ไปทําเกษตรพันธสัญญาในพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนเช่นในพื้นที่ป์าต้นน้ําเปึนต้น ในส่วนนี้เราจะมีมาตราหนึ่งในมาตรา ๙ ๖ วงเล็บต่าง ๆ จะเปึนเรื่องที่บอกว่า คณะกรรมการมีอํานาจในการกําหนดแนวทางเรื่องกันพื้นที่ต่าง ๆ แล้วเดี๋ยวเราจะไปลองคิด ดูว่าจะทําอย่างไรให้มีโอกาสที่จะเปรียบเทียบปรับในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน แล้วก็สิ่งแวดล้อมได้ เพราะว่าความจริงแม้กระทั่งไม่ถึงพื้ นที่ป์านะครับ ในพื้นที่ชุมชนเอง ก็มีปัญหาเรื่องของการตั้งโรงงานเลี้ยงหมูในชุมชนแล้วเกิดกลิ่นต่าง ๆ ขึ้นมาก็มีการร้องเรียน เปึนประจํา พอหลังจากนั้นท่านสายัณห์ก็พูดต่อนะครับว่ามาตรา ๒๐ การเปรียบเทียบปรับ มันถูกไปหรือเปล่า ก็คือที่ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็บวก ๕,๐๐๐ บาทต่อวันสําหรับคนที่ ไม่ดําเนินการตามที่คณะกรรมการได้สั่งการไป อันนี้เปึนเพราะว่าเราคิดถึงตัวเกษตรกรครับ เกษตรกรมีเงินไม่มาก เราไม่อยากให้เปึนภาระกับเกษตรกร แต่ถ้าเกิดอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะ ลองปรึกษากับคณะกรรมการว่ากรณีที่เปึนบริษัทเนื่องจากเปึนผู้ที่มีทุนทรัพย์มำกกว่า อาจจะเปึนอีกเรต (Rate) หนึ่งอย่างที่ท่านเสนอ เช่น ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เพิ่ม วันละ ๑๐,๐๐๐ บาท หรืออาจจะมากกว่านั้น เดี๋ยวจะลองปรึกษาดูนะครับว่าจะทําอย่างไร แล้วก็เรื่องสุดท้ายที่ท่านสารีพูดถึงก็คือในระหว่างที่ใช้ร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ในการที่จะขับเคลื่อนตอนที่ พ.ร.บ. ยังไม่เกิดขึ้นนี่จะให้อํานาจในการดําเนินการที่เกี่ยวกับ

ข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรมได้เลยหรือเปล่า อันนี้ก็จะไปปรึกษากับทางคณะกรรมการ แล้วอาจจะเขียนเพิ่มเติมในประเด็นนั้นครับ แต่กระผมคิดว่าข้อเสนอของทุกท่านก็จะทําให้ ตัวข้อเสนอของเราในการยกระดับเกษตรพันธสัญญานั้นมีประโยชน์มากขึ้น และกระผม เชื่อนะครับว่าเรื่องนี้เปึนคานงัดสําคัญ แล้วก็เปึนจุดเปลี่ยนสําคัญที่จะยกระดับภาคเกษตร ของเมืองไทยให้สามารถแข่งขันกับตัวของตลาดโลกได้ และขณะเดียวกันก็จะส่งผลต่อเกษตรกร ซึ่งขณะนี้มีดุลอํานาจที่ไม่เหมาะสม แล้วก็ถูกเอารัดเอาเปรียบจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ คน และขณะเดียวกันก็จะยกระดับของเซกเตอร์ภาคเกษตรเกือบ ๒๔ ล้านคนครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

เปึนอันว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายงานเรื่องแรกนะครับ วาระพัฒนา แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทย เพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ แล้วก็มีวาระปฏิรูปพิเศษ จํานวน ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน และเรื่องที่ ๒ การปฏิรูประบบ เกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม กับร่างพระราชบัญญัติอีก ๒ ฉบับ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... กับ ๒. ร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอ และเห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการและเหตุผล และสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติแต่ละฉบับตามลําดับนะครับ แต่ก่อนจะขอมติ จากที่ประชุมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

น่าจะเข้ามาอยู่ ในห้องประชุมนี้พร้อมกันหมดแล้วนะครับ ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตน กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

มีท่านใด ยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลครับ ผู้เข้าประชุม ๑๙๑ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการในวาระพัฒนา เรื่อง แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศ ที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ ตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากท่านเห็นด้วยจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๙๒ ท่าน เห็นด้วย ๑๘๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระพัฒนา เรื่อง แนวทางปฏิรูป เศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่งรายงานพร้ อมความเห็นและข้อเสนอแนะของ สมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิรูป พิเศษ เรื่อง แนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดนของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอ หรือไม่ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ผมคงไม่ต้อง นับองค์ประชุมใหม่นะครับทุกท่านน่าจะยังอยู่ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๙๐ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปพิเศษ เรื่อง แนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่ งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปพิเศษ เรื่อง การปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรมของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอ หรือไม่ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เช่นเดียวกัน ผมคงไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่สมาชิกยังไม่ได้เคลื่อนไหวเลย ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิ ลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ออกเสียงไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ป่ดนะครับ ขอทราบผลครับ ๑๙๑ ท่านที่เข้าประชุม เห็นด้วย ๑๘๕ ท่าน ไม่เห็นด้ วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปพิเศษ การปฏิรูป ระบบเกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อน จะได้ส่งรายงานพร้อมความ เห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

ถัดไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นชอบด้วยกับหลักการ เหตุผล และสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริ มและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าหากที่ประชุมเห็นชอบ จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ ประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจาก วันถัดจากวันที่สภามีมติคือนับจากวันพรุ่งนี้ ถ้าหากที่ประชุมไม่เห็นชอบก็จะถือว่ำ ร่างพระราชบัญญัติเปึนอันตกไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เช่นเดียวกัน ผมคงไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบถ้วนแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๙๑ ท่าน เห็นด้วย ๑๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็ นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการประกอบการพิจารณา ขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ โดยสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เช่นเดียวกันนะครับ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๐๗

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นชอบด้วยกับหลักการและเหตุผล และสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ เช่นเดียวกันถ้าหากที่ประชุ มเห็นชอบจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ ประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจาก วันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าหากที่ประชุมไม่เห็นชอบจะถือว่าร่างพระราชบัญญัติ เปึนอันตกไป ผมยังไม่เห็นท่านใดออกจากห้องประชุมดังนั้นไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

จะขอเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะ แนน ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบถ้วนแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๙๑ ท่าน เห็นด้วย ๑๘๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการประกอบการพิจารณา ขอความกรุณา ท่านกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ โดยสมาชิกที่ประสงค์ จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๐๗ เปึนอันจบการพิจารณารายงาน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วาระพัฒนา แนวทางปฏิรูป เศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศ ที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ วาระปฏิรูปพิเศษ จํานวน ๒ เรื่อง ๑. แนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน ๒. การปฏิรูประบบ เกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม กับร่างพระราชบัญญัติอีก ๒ ฉบับ คือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... กับ ๒. ร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ ท่านสมาชิกยังไม่จบนะครับ เราจะทําสถิติลงมติมากที่สุด

ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓.๓ รายงานของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการแรงงาน อันนี้เฉพาะร่างพระราชบัญญัติที่ค้างอยู่ รายงานได้รับรองไปแล้วคือเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. ....

ขอเชิญกรรมาธิการเข้าประจําที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เนื่องจาก รายงานวาระปฏิรูปที่นําเสนอวันนี้เปึนรายงานที่คณะกรรมาธิการได้นําความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ได้จากการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในรอบที่ ๑ ไปปรับปรุงพร้อมทั้งได้ดําเนินการยกร่างร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... เพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมจะขอให้ ท่านประธานกรรมาธิการแถลงหลักการและเหตุผลและสาระสําคัญอย่างย่อ ในร่างพระราชบัญญัติ โดยให้สมาชิกอภิปราย แล้วเมื่ออภิปรายเสร็จแล้วผมจะขอให้ ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นชอบหรือไม่กับหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติ เอาตามนี้นะครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๙/๒๕๕๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณา แล้วรับทราบแนวทางการดําเนินการ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน วาระปฏิรูปที่ ๓๗ ปฏิรูปการแรงงานแล้ว โดยให้ คณะกรรมาธิการนําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนา รายงานวิธีการและกระบวนการปฏิรูปพร้อมแผนดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ พิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุง รายงานนี้เสร็จแล้ว เพื่อให้รายงานการจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทําฐานข้อมูล มีความครบถ้วนสมบูรณ์ จึงได้ดําเนินการยกร่างร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาในวันนี้

เนื่องจากเปึนการพิจารณารายงานในรอบที่ ๒ ผมจึงใคร่ขอความร่วมมือ คณะกรรมาธิการแถลงหลักการและเหตุผลและความจําเปึนรวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อ ของร่างพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมา จะมีส่วนสําคัญในการผลักดันให้การปฏิรูปประสบผลสําเร็จได้อย่างไร ขอให้คณะกรรมาธิการ แถลงอย่างกระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ สําหรับการอภิปรายของ ท่านสมาชิกกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่เปึนข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไม่ซ้ํากับรอบแรกนะครับ

ท่านประธานกรรมาธิการมีหนังสือขออนุญาตให้ที่ปรึกษากรรมาธิการ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยเพื่อให้การแถลงรายงานเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาแล้วอนุญาต ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ขอเชิญท่านผู้มีชื่อต่อไปนี้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย ท่านที่ ๑ ศาสตราจารย์อรรถกร จารุเธียร ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ท่านที่ ๓ พลเอก ชํานาญ เธียรประมุข ท่านที่ ๔ พลตรี ไพโรจน์ มณีอ่อน ท่านที่ ๕ นายปณิธิ ศิริเขต ท่านที่ ๖ นายจิตรนรา นวรัตน์ ถ้าท่านกรรมาธิการพร้อมแล้วขอเรียนเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการแถลงหลักการและเหตุผลรวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อ ในร่างพระราชบัญญัติเพื่อเปึนแนวทางพิจารณาต่อไปครับ เรียนเชิญครับ

พลโท เดชา ปุญญบาล ประธานกรรมาธิการ 🔗

ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและเพื่อน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน สําหรับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานซึ่งรับผิดชอบทําการปฏิรูปในวาระปฏิรูปที่ ๓๗ ปฏิรูปการแรงงาน ซึ่งได้นําเสนอรายงานศึกษาในการปฏิรูปการแรงงานทั้งหมด ๓ เรื่อง หลัก ๆ ก็คือพัฒนาฝ้มือแรงงาน แรงงานข้ามชาติ การจัดตั้งธนาคารแรงงานและฐานข้อมูล ซึ่งก็ได้รับความกรุณาจากท่านสมาชิกให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ นั้น แล้วเราได้รับข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อไปจัดทํารายงานที่สมบูรณ์ และนําไปจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... ที่จะนําเสนอเพื่อนสมาชิกเพื่อกรุณาพิจารณา ให้ความเห็นชอบและให้ข้อเสนอแนะที่เราจะนําไปจัดทําข้อมูลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อเปึนประโยชน์ต่อภาคแรงงานทั้งหมด ๓๙ ล้านคนเศษ

สําหรับร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปึนต้นไป สําหรับหลักการและเหตุผลนั้น เพื่อ ๑. มีความจําเปึนที่จะต้องมีการพัฒนา ส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้ใช้แรงงานให้มีความมั่นคงทางรายได้ซึ่งจะเปึนการพัฒนาคุณภาพชีวิ ตและสร้าง ความมั่นคงให้กับภาคแรงงานโดยส่วนรวมให้มีความมั่นคง และในเรื่องที่ ๒ ปัจจุบันยังไม่มี สถาบันการเงินที่เปึนธนาคาร ทั้งที่ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐที่ตอบและสนองตอบ ความต้องการของภาคแรงงานได้อย่างแท้จริง ได้อย่างตรงกับสภาพปัญหาและสมควร ในการเริ่มแรกก่อนที่จะจัดตั้งเปึนธนาคารแรงงานที่สมบูรณ์นั้นก็ควรจัดให้มีกองทุน ของธนาคารเพื่อทําหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแรงงานเปึนการเฉพาะ ซึ่งให้ตรงกับ ภาคแรงงานอย่างแท้จริง จึงมีความจําเปึนที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น สําหรับประเด็น ในการปฏิรูปนั้นในระยะเ ริ่มแรกในการจัดตั้งจะดําเนินการจัดตั้งในลักษณะกองทุน พัฒนาชีวิตแรงงานเพื่อการจัดตั้งธนาคารแรงงานในลําดับต่อมา โดยการจัดตั้ง ธนาคารแรงงานนั้นในระยะป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ นั้นจะดําเนินการในลักษณะกองทุนพัฒนา คุณภาพชีวิตแรงงาน เมื่อผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดมีความเหมาะส มว่าเปึนโครงการที่ดี และให้ประโยชน์กับภาคแรงงานอย่างแท้จริง มีหนี้สูญน้อย ในป้ที่ ๔ จึงดําเนินการ จัดตั้งเปึนธนาคารแรงงานเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนทํางาน ๓๙ ล้านคนเศษได้ผลอย่างแท้จริง สําหรับในการจัดตั้งนั้นเปึนธนาคารในรูปแบบของรัฐ โดยกระทรวงการคลังกําหนดทุนเรือนหุ้นของธนาคารไว้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยแบ่งเปึน ๒๐ ล้านหุ้น มีมูลค่าหุ้นละ ๑๐๐ บาท ในกรณีที่ธนาคารต้องเพิ่มทุนเรือนหุ้นให้ขอเพิ่ม ทุนเรือนหุ้นได้เปึนคราว ๆ โดยขออนุมัติจากรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ สําหรับวัตถุประสงค์หลัก ๆ ประการแรก เพื่อให้ การช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่ผู้ใช้แรงงานโดยการให้เข้าถึงแหล่งเงินอย่างแท้จริง ซึ่งการเข้าถึงแหล่งเงินนี้จะเปึนการเข้าถึงที่ภาคแรงงานนั้นไม่สามารถที่จะได้รับ การสนองตอบจากธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารรัฐบาลที่มีอยู่ ประการที่ ๒ เปึนการพัฒนา คุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน เปึนการพัฒนาความรู้ ทักษะ ฝ้มือ อาชีพทางด้านแรงงาน ทําให้ชีวิตของผู้ใช้แรงงานและครอบครัวมีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น และสนับสนุนนําระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อจัดทําฐานข้อมูลในลักษณะดาตาเบส (Database)

ของฐานแรงงานของประเทศ รวมทั้งข้อมูลแรงงานซึ่งครอบคลุมถึงแรงงานไทย และแรงงานข้ามชาติด้วย เพื่อเปัาหมายหลัก ๆ ของการดําเนินการคือโครงการและกิจกรรม ที่ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเปึนโครงการหลัก ๆ ที่เครือข่ายภาคแรงงานที่จะนําไปใช้ ประโยชน์จากธนาคารแรงงานตามพระราชบัญญัตินี้ ประการที่ ๒ เพื่อสนองตอบต่อ โครงการพัฒนาฝ้มือแรงงานขั้นสูง ประการที่ ๓ โครงการหรือกิจกรรมที่เปึนการส่งเสริม การจัดสวัสดิการทางด้านแรงงาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานและครอบครัวให้ดีขึ้น ซึ่งในโครงการที่สนองตอบนี้จะ เปึนโครงการที่ไม่ซ้ําซ้อนและไม่มีโครงการของภาครัฐ หรือของธนาคารพาณิชย์นั้นให้การช่วยเหลืออยู่แล้ว เพื่อเปึนการไม่ซ้ําซ้อนกัน

สําหรับขั้นตอนการดําเนินการตราพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... กําหนดจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานให้สามารถเชื่อมโยงภารกิจร่วมกับสํานักงาน ประกันสังคมที่จะช่วย ประการแรกก็คือลดความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการจ่ายเงินคืน อย่างที่มีการกู้ยืมไป ประการที่ ๒ ก็คือเปึนการลดต้นทุนในการดําเนินการ เพราะเราจะไม่ไปตั้ง สํานักงานใหม่ขึ้น เพียงแต่ว่าเริ่มดําเนินการโดยฝากร่วมไปกับองค์กรทางด้าน งานประกันสังคมหรือธนาคารของภาครัฐ แล้วเมื่อดําเนินการได้ครบตามตัวชี้วัด เกณฑ์ความเหมาะสมว่ากองทุนพัฒนาอาชีพนี้สามารถที่จะดําเนินการตอบสนองความต้องการ ของภาคแรงงานได้อย่างแท้จริง ใน ๓ ป้แรก คือป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ แล้วเกิดหนี้สูญน้อย จึงจัดตั้งธนาคารแรงงานขึ้นในป้ที่ ๔ สําหรับคณะกรรมการธนาคารแรงงานจะมีจํานวนไม่เกิน ๑๕ คน ประกอบไปด้วยกรรมการโดยตําแหน่ง เช่น ตัวแทนของกระทรวงการคลัง ธนาคาร แห่งประเทศไทย สํานักงานอัยการสูงสุด และกรรมการโดยรัฐมนตรีเปึนผู้แต่งตั้ง ซึ่งกองทุน พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้มีสินเชื่อในการดําเนินกิจกรรม หรือโครงการด้านสวัสดิการแรงงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สําหรับคณะกรรมการบริหารกองทุนมีจํานวนไม่เกิน ๑๕ คน ซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการ ๒ ประเภท ได้แก่ กรรมการผู้แทนโดยตําแหน่งและกรรมการที่มาจากการแต่งตั้งของ รัฐมนตรี โดยกรอบระยะเวลาป้ที่ ๑ ถึงป้ที่ ๓ ดําเนินการจัดตั้งลักษณะกองทุนพัฒนา คุณภาพชีวิตแรงงาน และในป้ที่ ๔ เมื่อการดําเนินการของป้ที่ ๑ ถึงป้ที่ ๓ ผ่านเกณฑ์ชี้วัด มีความมั่นคงและมีหนี้สูญน้อยตามข้อห่วงใยของสมาชิกแล้วจึงจัดตั้งเปึนธนาคารแรงงาน ที่สมบูรณ์ สําหรับประโยชน์ที่ได้รับแก่ภาคแรงงานนั้นโดยรวมก็คือการยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้ใช้แรงงานให้มีความมั่นคงทางรายได้ มีความมั่นคงทางครอบครัว ซึ่งจะสร้างความมั่นคง โดยส่วนรวมให้กับประเทศชาติ มีสถาบันการเงินที่จะให้บริการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ําและสามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างแท้จริง สนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนาทักษะและฝ้มือแรงงาน และได้รับการสนับสนุนทางด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานให้กับภาคแรงงานอย่างทั่วถึง โดยภาพรวมทั้ง ๓๙ ล้านคนเศษ สําหรับข้อมูลอื่น ๆ หลักเกณฑ์บริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ สินเชื่อด้านสวัสดิการแรงงานอื่น ๆ อันนี้ได้รายงานไว้แล้วในรายงานเมื่อครั้งวันที่ ๓ สิงหาคม ลําดับต่อไปกระผมขออนุญาตเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้กรุณาพิจารณาและกรุณาให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งทางเราก็จะรับไปเพิ่มเติมและทําให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อให้เกิดการเสี่ยงในข้อที่เพื่อนสมาชิก

ห่วงใยน้อยที่สุด และจัดทําให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องภาคแรงงาน จํานวน ๓๙ ล้านคนเศษ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขณะนี้มีสมาชิก แสดงความจํานงแล้ว ๒ ท่าน คุณเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล กับคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เชิญคุณเดชฤทธิ์ครับ เชิญคุณเดชฤทธิ์ครับ เร็วเกินไปใช่ไหมครับ

นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล

กราบขออภัยท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล จังหวัดปราจีนบุรีครับ ขออนุญาตอภิปราย วันนี้น่าจะเปึนครั้งสุดท้าย

โดยใช้เวลาในสภาครั้งนี้น่าจะเปึนครั้งที่ใช้เวลาที่น้อยที่สุด นั่นก็คือหลังจากที่ได้ อ่านร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... ตรงนี้แล้ว กราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการแรงงานชุดนี้มีความกล้าหาญชาญชัยเปึนอย่างยิ่ง ซึ่งการออกร่างพระราชบัญญัติ ธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... ไม่ใช่เรื่องง่าย เปึนเรื่องที่ยากถึงยากที่สุด แต่ท่านก็ใช้ ความพยายามที่จะทําตรงนี้มา เนื่องจากว่ามันมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน และแรงงานนั้น ก็เปึนภาคประชาชนเช่นเดียวกัน เปึนหลักประกันถ้าทําได้นะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ธนาคารแรงงานหรือกองทุนเพื่อสวัสดิการของแรงงานน่าจะเปึนประโยชน์ให้กับผู้ใช้แรงงาน แต่ผมมีข้อเสนอประมาณ ๔ ประเด็นเท่านั้นเองครับที่จะขอต่อเปึนจิกซอว์ (Jigsaw) เพื่อจะให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ขึ้น ประการแรก ตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๘ ต่อเนื่องกัน เปึนเรื่องของทุนเรือนหุ้นที่บอกไว้ว่ากําหนดไว้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อให้แรงงาน ตรงนี้ผมอยากจะให้ทางผู้ใช้แรงงานได้มีโอกาสได้ถือหุ้นประเดิมในราคาพาร์ (Par) จะเปึนราคาเท่าไรก็ได้ที่กําหนดเอาไว้ตามมาตรฐานเปึนราคาพาร์ แล้วก็ให้ผู้ใช้แรงงานนั้น เปึนผู้ที่ถือหุ้นด้วย เพื่อส่งเสริมในเรื่องของการออมแล้วก็การปร ะหยัดให้กับผู้ใช้แรงงาน ประการที่ ๒ ในหมวด ๕ มาตรา ๒๒ ประเด็นตรงนี้ครับ ที่บอกว่าผู้กู้เปึนนิติบุคคลสามารถกู้ได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ท่านกรรมาธิการจะแก้ไขปัองกันอย่างไรที่จะไม่ให้ผู้กู้ ซึ่งเปึนนิติบุคคลกู้แล้วเอาไปปล่อยกู้นอกระบบให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งมันก็จะวนกันอยู่อย่างนี้ วนกันไปวนกันมาอยู่อย่างนี้ซึ่งขณะนี้ผู้ใช้แรงงานเองก็เปึนหนี้นอกระบบอยู่แล้ว ถ้าสมมุติว่า ธนาคารแรงงานเกิดขึ้นมา แล้วประเด็นตรงนี้นะครับที่บอกไว้ว่าผู้กู้ซึ่งเปึนนิติบุคคลสามารถกู้ได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวก็กู้แล้วก็มาหมุนให้กับผู้ใช้ แรงงานต่อไป ประการที่ ๓ ตามมาตรา ๑๓ ผมอยากจะให้ผู้ใช้แรงงานนั้น เปึนผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิเท่าเทียม เสมอภาคเหมือน ๆ กันนะครับ เพื่อให้เกิดการออม ในเรื่องของการขอกู้สินเชื่อก็ควรจะต้องมี ทั้งแผนธุรกิจหรือแผนงาน รวมทั้งแผนเงิน ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ที่ควรจะเกิดขึ้นด้วยครับว่า กู้เอาไปแล้วใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เพราะไม่อย่างนั้นไปก็จะเปึ นการกู้อีลุ่ยฉุยแฉก แล้วก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับผู้ใช้แรงงาน กลับจะเปึนหนี้เพิ่มอีก ประการสุดท้ายครับ อยากให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ส่งเสริมเครือข่ายเพื่อที่จะให้มีการจัดตั้งภา คีเพื่อให้เกิด การมีส่วนร่วมแล้วก็สนับสนุนกองทุนสวัสดิการแรงงานของชาติตรงนี้ครับ รวมทั้งธนาคาร ของแรงงานด้วย ก็เชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ผมนําเสนอไปตรงนี้คงจะเปึน ประโยชน์ให้กับพี่น้อง

ผู้ใช้แรงงานซึ่งประเทศอื่น ๆ แรงงานกับเกษตรกรเขามีฐานะที่ดีขึ้น ยกเว้นที่ประเทศไทย เปึนเกษตรกรกับผู้ใช้แรงงานก็ยังยากจนอยู่ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องร่าง พ.ร.บ. ธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... จากคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานนะครับ ก็ต้องบอกว่าตั้งแต่ที่นําเสนอ ในครั้งแรกที่ได้ให้ข้อคิดไปเรื่องการจัดตั้งธนาคารนี่นะครับว่า เปึนการใช้งบประมาณ ค่อนข้างเยอะ แล้วก็ต้องการการบริหารจัดการแบบมืออาชีพถึงสามารถจะอยู่อย่างมั่นคง และยั่งยืน ซึ่งในหลักการผมก็ชื่นชมนะครับที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน

ได้นําข้อแนะนําต่าง ๆ ของพวกเราสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่กังวล แล้วก็ห่วงว่า ธนาคารแรงงานที่จะเกิดขึ้นจะอยู่ยั่งยืนได้หรือไม่ ซึ่งก็ขอชื่นชมที่คณะกรรมาธิการได้ไปศึกษา และนํามาเสนออีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของการที่จะลดต้นทุนในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอาคารสถานที่ แล้วก็ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องความมั่นคง การไม่มีหนี้สูญ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็บอกว่าใน ๓ ป้แรกจะเปึนกองทุนก่อนแล้วก็ถ้ากองทุนได้ดี ไม่มีหนี้สูญ ไม่มีปัญหาใด ๆ ก็จะพัฒนาเปึนธนาคารแรงงานในอนาคต เรียกว่าเปึนความหวัง ของผู้ใช้แรงงานทั้ง ๓๙ ล้านคน ซึ่งในส่วนตัวผมเองแล้วลูกน้องที่เปึนผู้ใช้แรงงานมีเยอะ แล้วก็มีปัญหาเรื่องหนี้สินเยอะ แต่ก็ขอฝากประเด็นที่จะเปึนห่วงแล้วก็เสนอแนะนะครับ ในเรื่องของหลักการและเหตุผล ๑. ควรระบุให้ชัดเจนในการให้การสนับสนุน ส่งเสริมการนํา เทคโนโลยีสารสนเทศ ไอซีทีมาใช้เพื่อจัดทําศูนย์ข้อมู ลแรงงานของประเทศหรือดาตาเบส เซนเตอร์ (Database Center) ทั้งข้อมูลของแรงงานไทยแล้วก็แรงงานข้ามชาติ อยากให้มี ดาตาเบส เซนเตอร์ อันที่ ๒ ควรให้ธนาคารแรงงานสนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนา ฝ้มือแรงงานของประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้มีความสําคัญว่าทักษะฝ้มือของแรงงานไทยจะต้องมีคุณค่ามากขึ้นนะครับ สาระสําคัญในส่วนอื่น ๑. ก็คือด้านการให้สินเชื่อ ควรกําหนดกรอบวงเงินของผู้กู้ว่าจะกู้ ไม่เกินเท่าไร เพราะว่าเดี๋ยวจะเกินขีดความสามารถในการที่สามารถจะผ่อนได้ ๒. คือคณะกรรมการกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานน่าจะกําหนดให้ชัดเจน เช่น คณะกรรมการที่เปึนตัวแทนจากหน่วยงาน หน่วยงานไหนเปึนกรรมการบ้าง ท่านต้อง กําหนดให้ชัดเจน กรรมการที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งใคร มีคุณสมบัติเช่นไร เดี๋ยวจะได้คนที่ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาทํางานแล้วจะเปึนผลเสียในอนาคต ความชัดเจนนะครับ ๓. คือการจัดระบบบริหารแรงงานข้ามชาติ ควรจะมี พ.ร.บ. เพื่อใช้บังคับเปึนการเฉพาะ เพราะว่าแรงงานข้ามชาติผมคิดว่าตอนนี้เรียกว่ามีเยอะแล้วก็มีความสําคัญในการพัฒนา ประเทศ ต้องยอมรับว่าแรงงานไทยตอนนี้ยังไม่พอแล้วเราใช้แรงงานข้าม ชาติเยอะ เพราะฉะนั้นควรจะมี พ.ร.บ. ที่มาจัดการเรื่องแรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะ ส่วนข้อดี ที่เปึนความหวังของแรงงานก็คือว่าธนาคารเปึนของคนรวยเยอะ แล้วก็ดูแต่ว่าคนมีเงิน นักธุรกิจต่าง ๆ กู้ง่าย แต่คนจนไปใช้เงินนอกระบบก็มีปัญหาตามมามากมาย นี่คือธนาคารคนจน ธนาคารของคนใช้แรงงานที่เปึนความหวังว่าธนาคารแห่งนี้จะเปึนการเป่ดโอกาสให้เขา

ได้มีการกู้ เรียกว่าขอกู้ไปใช้เพื่อจะช่วยในการดํารงชีพโดยที่มีความมั่นคงแล้วก็ไม่มีหนี้สูญ แล้วก็นอกจากนั้นแล้วผู้ที่เปึนแรงงานก็สามารถจะนําเงินกู้นี้ไปใช้ในการพัฒนาฝ้มือแรงงานได้ ใช้ในการศึกษาต่อได้ ก็ถือว่าเปึนหัวใจในการพัฒนาในส่วนตัวเขาด้วย นอกจากแรงงานแล้ว ยังรวมไปถึงลูกหลานเขาด้วยนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเปึนความสําคัญ แล้วก็นอกจากนั้นแล้ว คนแรงงานยังเปึนเจ้าของธนาคารแรงงานนี้ได้ ก็คือว่าสามารถจะถือหุ้นได้ นี่ก็ถือว่าคนจน เปึนเจ้าของธนาคารผมว่าภูมิใจ ก็อยากฝากว่าในส่วนของธนาคารแรงงานก็คงจะเปึน ฐานข้อมูลของหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเปึนแรงงานข้ามชาติ แรงงานภายในประเทศ เปึนหลักประกันในการทํางานในต่างประเทศ ขยายฐานและมีกําลังแรงงานที่อยู่ในระบบ สามารถขยายสู่ญาติพี่น้องได้ และลูกหลานก็สามารถจะศึกษาต่อ แล้วก็เปึนกําลังสําคัญ ในการทํางาน แล้วก็เปึนแรงงานที่สําคัญในอนาคตนะครับ ก็ขอให้กําลังใจว่าธนาคารแรงงาน จะเกิดขึ้นได้ก็เกิดจากการคิดที่รอบคอบ แล้วก็ต้องสมเหตุสมผล มีหลักคิดตามเศรษฐกิจ พอเพียง แล้วก็อยู่อย่างมั่นคง ยั่งยืนต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณไพบูลย์ นลินทรางกูร ครับ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพบูลย์ นลินทรางกูร สปช. ด้านเศรษฐกิจครับ ก่อนที่จะอภิปรายเรื่องตัวร่าง พ.ร.บ. ธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... ผมขอยืนยันความคิดเห็นเดิมของผมซึ่งเคยอภิปรายไปแล้ว ๒ ครั้งว่า ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่จะมีการจัดตั้งธนาคารแรงงานขึ้น เพราะว่า ๑. ผมคิดว่า เปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะตอนนี้ผมคิดว่าเรามีธนาคารมากเกินไปแล้วในประเทศ โดยเฉพาะธนาคารเฉพาะกิจ แล้วเราสามารถใช้ธนาคารในปัจจุบันนี้ให้สินเชื่อเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานได้อย่างง่ายมาก โดยใช้สถาบันที่มีอยู่ในปัจจุบัน และข้อที่ ๒ ผมคิดว่าโอกาสที่ธนาคารแรงงานแห่งนี้จะไปไม่รอดผมคิดว่ามีสูงมาก เพราะว่าง่าย ๆ เลย การที่ตั้งธนาคารใหม่ขึ้นมาต้นทุนทางการเงินสูง ต้นทุนในการดําเนินธุรกิจก็สูง แต่จะต้อง ไปปล่อยกู้ในดอกเบี้ยที่ต่ํา ตรงนี้ทางธุรกิจมันก็ไปไม่รอดแล้ว ก็คงจะต้องมีการเพิ่มทุนกัน หลายครั้ง อันนี้ก็เปึนข้อคิดเห็นเดิมของผมว่าทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาทผมคิดว่าคงอยู่ได้ไม่นาน ก็เลยอยากจะยืนยันความคิดเดิมนะครับ ทีนี้พอมาดูในแง่ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมก็เห็น หลายจุดที่อยากจะเรียนท่านกรรมาธิการช่วยรับพิจารณา ประเด็นแรกเรื่องหลักการ และเหตุผลของการตั้งธนาคารแรงงาน มีเห็นชัดเจนว่าธนาคารแรงงานนี้จะตั้งขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการออมด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย แต่จริง ๆ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับการออมเลยนะครับ จะมีแต่การให้กู้ อันนี้ก็เปึนข้อแรก ถัดมาผมคิดว่า มีหลาย ๆ เรื่องใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน ของแบงก์ชาติ มาตรา ๗ เรื่องของผู้ถือหุ้น ใน พ.ร.บ. นี้จะกําหนดว่าผู้ที่จะเข้ามาถือหุ้นก็จะมี หลายประเภทของผู้ถือหุ้น อีกประเภทหนึ่งที่กําหนดว่าสามารถถือหุ้นได้คือสถาบันการเงิน แต่จริง ๆ แล้วหลักทั่วไปก็คือว่าสถาบันการเงินไม่ควรจะถือหุ้นในสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่ง แบงก์ชาติเองก็จะมีกฎหมายที่เรียกว่าวัน เพรสเซน โพลิซี (One presence policy) คือถ้าเกิดเปึนธนาคารอยู่แล้วห้ามไปถือหุ้นกับอีกธนาคารหนึ่งเพราะมันขัดแย้ง ทางผลประโยชน์อย่างชัดเจนครับ อันนี้ก็เปึนอะไรที่จะต้องมี การแก้ไขถ้าจะผลักดัน เรื่องนี้กันให้ได้นะครับ ข้อที่ ๒ มาตรา ๘ เรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ในนี้จะไม่ได้กําหนดว่า จํานวนหุ้นสูงสุดที่แต่ละนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาจะถือได้คือเท่าไร แต่ธนาคารถ้าไปดู

พ.ร.บ. ของหลาย ๆ ฉบับหรือ พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินของแบงก์ชาติเองจะระบุ ชัดเจนว่าสูงสุดควรถือหุ้นได้เท่าไร คนหนึ่งเขาไม่ให้เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน แล้วก็ เรื่องต่างชาติในนี้เขียนว่าคนไทยต้องเปึนสัญชาติไทยที่ถือได้ ก็แสดงว่าต่างชาติสามารถถือได้ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แต่จริง ๆ ถ้าเปึน พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินจะระบุชัดเจนว่าห้ามถือเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ มาตรา ๑๒ จะมีเรื่องวัตถุประสงค์ของธนาคาร ซึ่งเขียนว่าให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ใช้แรงงาน จริง ๆ พ.ร.บ. การตั้งธนาคารเราคงไม่ได้ตั้งธนาคาร เพื่อให้การช่วยเหลือนะครับ การใช้คําว่าให้การช่วยเหลือมันอาจจะแปลได้หลายความหมาย ส่วนใหญ่ธนาคารเขาจะเขียนชัด ๆ เลยครับประกอบธุรกิจให้เงินกู้มาตรา ๑๓ (๑๗) มีเขียนว่าธนาคารแห่งนี้สามารถประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศได้ ซึ่งผมคิดว่า เปึนการสุ่มเสี่ยงมาก แล้วผมก็ยังไม่เห็นความจําเปึนว่าถ้าจะตั้งกันขึ้นมาจริง ๆ ทําไมจะต้อง ประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศ แล้วจริง ๆ แม้กระทั่งธนาคารที่เรามีอยู่ปัจจุบันนี้บางแห่ง เขายังเลือกไม่ทําธุรกิจธนาคารต่างประเทศเพราะต้นทุนแพงมาก แล้วก็ระบบก็แพงมาก แล้วก็ความเสี่ยงสูงมากนะครับ มาตรา ๒๕ มาตราที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ในนี้ระบุว่า ให้มีผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทยเปึนกรรมการได้แต่จริง ๆ แล้วตามคอนเซปต์ (Concept) ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยจะเปึนผู้กํากับดูแลแบงก์เฉพาะกิจ ทั้งหมดในประเทศไทย ฉะนั้นการเขียนแบบนี้ก็คือมันก็ยังไม่รอบคอบ เพราะว่าเราจะ เรกูเลเตอร์ผู้กํากับดูแลมาร่วมเปึนกรรมการ มันขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างชัดเจนนะครับ

มาตรา ๒๒ ที่ระบุว่าให้นิติบุคคลกู้ได้คราวละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ไม่แน่ใจว่าคราวละ แปลว่าอะไรนะครับ แปลว่ากู้ไปได้เรื่อย ๆ แล้วทําไมจําเปึนจะต้องให้นิติบุคคลมากู้นะครับ ก็นึกว่าจะเปึนธนาคารแรงงานที่จะให้กู้เฉพาะกับแรงงานนะครับ มาตรา ๒๕ มีการกําหนด ว่าธนาคารแห่งนี้สามารถมีหนี้สินได้ไม่เกิน ๒๐ เท่าของเงินกองทุนนะครับ แต่หนี้สิน ที่ระบุตรงนี้ระบุไว้แค่ ๒ ประเภท ขอเวลาอีกแป็บหนึ่งนะครับ ไม่ได้รวมหนี้สินทั้งหมดนะครับ จริง ๆ ๒๐ เท่านี้มันก็สูงมากแล้วนะครับ เพราะถ้าเปึนธุรกิจทั่วไปเราก็ทราบกันดีหนี้ต่อทุน มันควรจะน้อย ถ้าเปึนธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่เขาจะอนุโลมให้นะครับ ส่วนใหญ่ ณ วันนี้ ธนาคารใหญ่ ๆ เขาจะมีกันประมาณ ๑๐ เท่านะครับ หรือถ้าใช้กฎของแบงก์ชาติคํานวณ กลับมาเปึนหนี้สินต่อทุนจะอยู่ประมาณ ๑๑-๑๒ เท่า ซึ่งน่าจะเปึนแมกซิมัม (Maximum) และนั่นคือเขารวมเงินฝากด้วยนะครับ รวมหนี้สินทุกประเภท แต่มาตรา ๒๕ เขียนเฉพาะ หนี้สินที่เปึนเงินกู้ ๒ ประเภท แต่ให้ได้ถึง ๒๐ เท่า ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าสูงมากนะครับ ก็ไม่แน่ใจ ว่าตัวเลข ๒๐ เท่านี่มาได้อย่างไรนะครับ เพราะว่าหลักของการรัน (Run) ธนาคารนี้ไม่มีทาง ให้เกินได้ถึงขนาดนั้นนะครับ มาตรา ๓๔ พอดีเวลาผมหมดแล้ว มาตรา ๓๔ เรื่องกองทุน ที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อจะโอเปอเรตเหมือนธนาคารในช่วงแรกก่อนนี้ก็เคยได้อภิปรายกันไปแล้ว ว่ากองทุนจะมีคณะกรรมการขึ้นมา ๑๕ คน แล้วคณะกรรมการนี้จะทําทุกหน้าที่หรือเปล่า ในแง่ของการอีแวลูเอต (Evaluate) สินเชื่อ ริสค์ แมเนจเมนต์ (Risk management) ใครจะเปึนคนทํา เพราะว่าการปล่อยสินเชื่อ ๓ ป้แรกนี้ความเสี่ยงจะสูงมากนะครับ ใครจะทําหน้าที่คอลเลกชัน (Collection) หน้าที่อะไรเยอะแยะไปหมดเลย มันจะเหมือนเปึน การรันธนาคารถึงแม้บอกจะไปยืมสถานที่ธนาคารอื่น แต่ว่าในแง่ของกฎอะไรต่าง ๆ นี้ มันก็จะต้องมีนะครับระบบต่าง ๆ แล้วในมาตรา ๓๔ ยังมี (๕) บอกว่าสามารถปล่อยสินเชื่อ เพื่อการสร้างโรงแรมหรือสร้างศูนย์ประชุมสัมมนาได้ด้วยนี่ผมก็ยิ่งไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนะครับ ว่าทําไมจะต้องปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ด้วย สรุปก็คือผมก็ไม่เห็นด้วยว่าควรจะมี ธนาคารแรงงานขึ้นในประเทศไทย ผมคิดว่าเรามีธนาคารเยอะแล้ว แล้วถ้าดูใน พ.ร.บ. ที่เขียนกันออกมานี้ก็ด้วยความเคารพนะครับ ผมคิดว่ามันยังต้องมีการปรับปรุงอีกมากเลย ถ้าจะให้ตั้งธนาคารแห่งนี้ขึ้นมาจริง ๆ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ คุณไพบูลย์อาจจะเขียนเพิ่มเติมให้ได้นะครับ เวลาไม่พอ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี กรรมาธิการ

กราบเรียนประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉันเห็นด้วยกับการจัดตั้งธนาคารแรงงานตามข้อเสนอแนะของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานนะคะ แต่ดิฉันมีความเห็นและสงสัยว่าบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ. นี้ทําไมต้องกําหนดระยะเวลาการจัดตั้งธนาคารแรงงานไว้ถึง ๓ ป้ แล้วหากใน ๓ ป้นี้ รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งก็ไม่สําเร็จแน่นอน ธนาคารแรงงานเปึนธนาคารของคนจน ธนาคารแรงงานเปึนธนาคารที่จะช่วยให้ผู้ที่มีหนี้สินทํางานจากเหงื่อของคนจน ๆ มากมาย อย่างน้อยก็ ๓๓ ล้านคนจะได้พึ่งพิงได้อย่างไร ดิฉันเห็นว่ามีการปฏิรูปแล้วจะกลัวไปทําไม มีอะไรที่จะต้องกลัวในฐานะที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็มาจากทหาร แล้วก็รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงแรงงานก็เปึนทหาร ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานก็เปึนทหาร ธนาคารทหารก็มีนะคะ ยกตัวอย่างธนาคารทหารไทย เอาตัวอย่างของธนาคารทหารไทย เอามาเปึนแบบอย่าง เพราะดิฉันทราบว่าธนาคารที่มีมาแล้วเปึนธนาคารของคนรวยทั้งนั้น ไม่เห็นมีบทเฉพาะกาลเลย นี่ธนาคารคนจนนะคะ ดิฉันก็เปึนคนจนคนหนึ่ง แล้วจะสงบ อย่างไรใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันน่าจะสนับสนุนขอให้ทุกท่ำน ๒๕๐ คน แล้วก็ ๑๐๐ กว่าคนสนับสนุนด้วย นี่คือการปฏิรูปที่จะเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทย เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าเอาส่วนตัวที่เราล้ม เราล้มแล้วสามารถลุกขึ้นยืนมาได้ เรานี่คือการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงของประเทศ แล้วเกิดมีการเลือกตั้งธนาคารแรงงานท่านคิดว่าจะมีหรือ คนจน ๆ จะฝากชีวิตอย่างไร ในฐานะคนอิสลามมีลูกมากมาย ลูกเรียนเก่งเกรดเอ (A) ตั้งหลายคน ที่ดินก็ไม่มี บางคนก็ติดเครดิต บูโร (Credit bureau)

แล้วจะเอาที่ดินตรงไหนที่ให้เขาเรียนในที่สูง ๆ ธนาคารตรงนี้แหละที่จะช่วยเขาจริง ๆ ถ้าเกิดเขาจะไปทํางานในอาเซียนเขาไม่มีเงิน ธนาคารตรงนี้ที่จะแลกแล้วก็มาไม่ใช่ว่า เปึนธนาคารคนรวย นี่คือธนาคารคนจน แม้ประเทศบังกลาเทศยังมี แม้แต่ประเทศญี่ปุ์น ก็ยังมี ประเทศสหรัฐอเมริกายังมี แล้วประเทศไทยเรากลัวทําไม นี่คือการปฏิรูปของ คสช. ปฏิรูปก่อนถึงเลือกตั้ง นี่คือการปฏิรูปครั้งยิ่งใหญ่ ท่านประธานไม่ต้องกลัวเลยขอให้สมาชิก ทุกท่านเห็นถึงคนจน ๆ ดิฉันถือว่านี่คือทุก ๆ ศาสนา ในมุมของดิฉันไม่ว่าภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน หรือว่าชายแดนตรงไหนก็ต้องการตรงนี้ ถ้าไม่ทําธนาคารตรงนี้เมื่อไร คงไม่มีโอกาสแล้วที่คนจนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รอไปถึง ๓ ป้คนที่มีหนี้สินก็อาจจะเปึน หนี้สินล้มละลาย ตายไปลูกหลานก็จะไม่มีทางที่จะแก้หนี้ตรงนี้ก็จะติดตราไป นี่คือโอกาส เพื่อเข้าถึงแหล่งงาน พัฒนาคุณภาพชีวิต แล้วก็สนับสนุนเทคโนโลยี มีกิจกรรมส่งเสริม ครอบครัวครบวงจร ประกันสังคมยังเอาเงินจากตรงนี้ไปเก็บไว้ แล้วทําไมไม่เอาเงินของ ประกันสังคมที่ประกันของคนแรงงานมาเก็บไว้ในธนาคารนี้สิคะ นี่คือการปฏิรูป ขอให้รัฐบาลสนับสนุนแล้วก็เปึนธนาคารแห่งใหม่ของการปฏิรูป ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ขอเปึนคนสุดท้ายไม่มีทางเลือกแล้วเพราะว่าหมดแล้ว เชิญครับ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมยังสั่นอยู่เลย ผมตกใจท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่ งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หมายเลข ๐๑๕ ผมเห็นใจนะครับท่านประธาน เห็นใจธนาคารแรงงานอย่างมาก เห็นใจกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะซึ่งเห็นแก่คนจน ท่านประธานครับ คราวที่แล้วผมนี่จะเปึน คนค้านทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ ที่แสวงอํานาจของรัฐบาล หรือแสวงอํานาจ ของนักการเมือง ผมจะค้านตลอด แต่ผมเห็นด้วยกับธนาคารแรงงาน เพราะคนเหล่านั้น ส่วนใหญ่ผมถามว่าไม่มีทรัพย์สินแล้วเขาให้กู้ไหมครับ เขาไม่ให้ครับท่านประธาน เราต้องฝ๊ก การออมตามที่กรรมาธิการเคยเสนอ ผมอ่านนะครับ ผมชอบ ผมเห็นด้วย เรื่องนี้เปึนเรื่อง ที่สําคัญครับท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งปัญหาแรงงานข้ามชาติ ท่านประธานรู้ไหมครับข้อมูล ในมือผมนี่แรงงานข้ามชาติจริง ๆ แล้วหลัก ๆ มีอยู่แค่ ๓ ชาติ แรงงานข้ามชาตินี่ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนทั่วประเทศ หลายท่านในที่นี้ไม่รู้ แต่รู้ว่าเวลาเกิดเหตุอะไรต่าง ๆ

ชาติแรกที่ก่อปัญหาให้กับประเทศนั่นคือชาติพม่า เราเห็นกันอยู่ครับฆ่าคนไทยอะไรต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย แล้วคนงานเหล่านี้มาประกอบอาชีพอะไรครับ ส่วนใหญ่เปึนคนงาน ก่อสร้าง เรือประมง แม่บ้าน ร้านอาหาร แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งครับท่านประธาน กลุ่มหนึ่ง เขาเรียกว่าแรงงานอิสระ เดินขายดอกไม้ เดินขายสินค้าลิขสิทธิ์เยอะแยะไปหมด ไม่มีกฎหมายควบคุมเลย ท่านประธานครับ บางครั้งก่อเหตุในประเทศ ฆ่าคนไทยในประเทศ มีเรื่องราวในประเทศกลับบ้าน ไม่มีทะเบียนคุมที่ชัดเจน ท่านประธานครับ ตรงนี้ต่างหาก ที่ผมมองว่าทําไมเราไม่จัดแต่ละจังหวัดหรือแต่ละโซน จัดบ้าน จัดแฟลตโดยรัฐบาลให้เขาอยู่ เขาเช่า โดยหักเงินเดือนจากต้นสังกัด เพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อให้มีการควบคุม ตรวจสอบเขา ดูแลว่าที่เขาถือปฏิบัติอยู่เขาทํางานที่นั่นที่นี่มีตัวตนจริง ๆ มีความรับผิดชอบ ตรงนี้ต่างหากครับ แต่เชื่อไหมครับระบบข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม หวงครับ มันหวง ผมไม่รู้หวงเพราะอะไร จะถามข้อมูลทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จะถามข้อมูลทางกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงแรงงาน

หรือกรมเจ้าท่า กรมต่าง ๆ ที่มีแรงงานต่างชาติ ปรากฏว่าไม่ยอมบอก เพื่ออะไรครับ มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือเปล่า ท่านประธานครับ ต้องคิดให้ดีตรงนี้ แต่ว่าถ้ามี ศูนย์ข้อมูลรวมแรงงานทั่วประเทศ มีศูนย์ข้อมูลรวมอยู่ที่เดียว หรือทุกจังหวัดมีหมด แล้วลิงค์กันมาที่จุดเดียวที่กรุงเทพมหานครหรือที่กระทรวงแรงงาน ตรงนี้ง่ายที่สุด นี่ละครับที่ผมอยากจะนําเสนอคณะกรรมาธิการ ท่านครับ แรงงานต่างชาติถ้าตีกรอบ ให้เขาอยู่ผมว่าตรงนี้จะเปึนการควบคุมง่าย ผมยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ครับ ประเทศสิงคโปร์เขาควบคุมแรงงานให้อยู่ในกรอบของเขา ไม่ให้มีเกินจํานวน ไม่ให้มากกว่า แล้วก็ไม่ให้ออกนอกพื้นที่โดยไม่จําเปึน แล้วไม่ให้อาชีพที่นอกเหนือที่ระบุในเปอร์มิต (Permit) ที่เข้าประเทศเขา นี่คือประเทศสิงคโปร์ครับ แต่ประเทศไทยดูสิครับ แรงงานต่างชาตินี่เดินทั่วไปหมด สักพักหนึ่งมันจะมาขายลอตเตอรี่แข่งกับคนอีสานบ้านผม ท่านประธาน งงครับว่ากฎหมายไทยมันเปึนอย่างไร ผมถึงอยากฝากท่านประธานไปถึง คณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าตรงนี้ต้องจัดระบบแรงงานข้ามชาติให้อยู่ในระบบ กรอบสามารถ มีข้อมูลควบคุมแรงงานต่างชาติที่ชัดเจน รวดเร็วในการที่จะเอาข้อมูลออกมาใช้ประโยชน์กับ ประเทศชาติ และควรมีควบคุมแรงงานให้อยู่ในกรอบที่พอสมควร ผมว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน มันเยอะมากสําหรับประเทศไทย ท่านประธานครับ ประเทศสิงคโปร์ท่านประธานเชื่อไหมว่า ถ้าผู้หญิงต่างชาติท้องเขาส่งกลับเลยนะครับ คุณไปคลอดก่อนแล้วค่อยกลับมาทํางาน แต่เมืองไทยล่ะครับออกลูกหลานเต็มไปหมด มีหมู่บ้านพม่า หมู่บ้านลาว ผมคนไทยครับ ท่านประธาน บางครั้งความรู้สึกหดหู่มันทนไม่ได้ มันทนไม่ได้จริง ๆ ที่เห็นเขาชักธงชาติลาว ธงชาติพม่าอยู่ในผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ ความรู้สึกของผมนี่ผมว่ามันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเราต้อง จัดระเบียบใหม่ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมอ่านดูแล้วว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ ทํางานอย่างประณีต รอบคอบหลายเรื่อง และมีเหตุผล เพราะฉะนั้นอยากฝากเรื่องนี้ไปครับ มี ๒ เรื่องที่ผมบอก ๑. จัดศูนย์ข้อมูลให้มีที่เดียว ประวัติแรงงานต่างชาติทั้งหมดมีศูนย์ข้อมูล อยู่ที่เดียว ไม่ต้องทุกกระทรวง ทบวง กรม หวงไว้เพื่ออะไรครับ ไปกินหัวคิวหรือเปล่า อย่าไปคิดอย่างนั้น ไม่เอา เอากลับมา ๒. จัดระเบียบให้เขาอยู่ที่เดียวกัน ทําเหมือน ต่างประเทศที่เขาทํา เช่าที่อยู่โดยรัฐเปึนคนทําหรือจะให้เอกชนเปึนคนทําก็ได้ แต่อยู่ใน การกํากับดูแลของรัฐ ถ้าเปึนอย่างนี้แล้วเราสามา รถที่จะจํากัดกรอบและควบคุม แรงงานต่างชาติได้ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครั้งที่แล้วผมก็ไม่เห็นด้วยกับธนาคารแรงงาน เพราะว่าจากประสบการณ์ ธนาคารของผู้ที่ยากไร้จะประสบผลสําเร็จมันจะมี ๒ เงื่อนไข คือ ๑. จะต้องมีการคัดกรอง โดยกลุ่มของผู้ยากไร้ด้วยกันหรือผู้ใช้แรงงานด้วยกันที่มั่นใจว่าจะกู้ไปเพื่อไปก่อให้เกิดรายได้ เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ไปเปึนการบริโภค ๒. ต้องได้รับการสนับสนุนที่จะให้เอาเงินนั้นไปก่อให้เกิด รายได้เพิ่มขึ้นได้จริง ๆ ประเทศไหนที่ทําสําเร็จธนาคารนี้ก็ไปรอด แต่ถ้าเราปล่อยแล้วก็ไปใช้ ในการบริโภคมันก็เหมือนกับไปเพิ่มหนี้ให้มากขึ้น เมื่อหนี้มากขึ้นมันก็ต้องหมุนเงินอุตลุด ในที่สุดก็ไปไม่รอดครับ ท่านประธานครับ ผมว่าอันนี้รูปแบบหนึ่งที่ประสบผลสําเร็จก็คือ การส่งเสริมให้มีการออมแล้วให้กู้ อันนั้นก็คือในรูปสหกรณ์ รูปสหกรณ์มันถูกบังคับว่า คุณต้องเปึนสมาชิก ต้องถือหุ้นก็คือต้องเอาเงินใส่ลงไปอยู่ตลอดแล้วก็กู้ แล้วก็กลุ่มสมาชิก ก็กรอง

ครั้งที่แล้วผมก็สนับสนุนเต็มที่ว่าถ้าจะเริ่มจากการส่ง เสริมให้สหกรณ์ออมทรัพย์ ของผู้ใช้แรงงานเข้มแข็ง แล้วเมื่อสหกรณ์เข้มแข็งแล้วจากนั้นก็มาต่อยอดเหมือนในต่างประเทศ คือเอาสหกรณ์มารวมเปึนธนาคารอันนี้ก็ไปรอดเหมือนกัน ซึ่งกลุ่มเศรษฐกิจและการคลัง ก็เสนอรูปแบบนี้ว่าเมื่อสหกรณ์เขาเข้มแข็งก็ควรจะเอาสหกรณ์มารวมกันทําเปึ นธนาคาร เพื่อรับเงินบริจาคจากคนข้างนอกมาได้ แล้วก็สามารถใช้สหกรณ์เปึนสาขาให้กู้ได้ด้วย แล้วก็ รับฝากเงินให้ได้ด้วย เพราะฉะนั้นมันก็ทําให้ใช้สหกรณ์ได้คุ้มค่าเพราะมีหน่วยงานอยู่แล้ว ก็เปึนสาขาให้ไปด้วย แล้วก็รับฝากเงินให้ธนาคารไปด้วย ปล่อยกู้ให้ได้ด้วย แล้วก็ดูแล เรื่องการหักเงินได้ด้วยเพราะมันอยู่ในระบบที่เปึนยูนิต (Unit) ของมันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ผมว่าเรื่องนี้ต้องคิดให้รอบคอบ ธนาคารหลายแห่งก็เจ๊งมาแล้ว รวมทั้งธนาคารทหารไทย จํากัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จํากัด (มหาชน) ก็เจ๊งมาแล้ว ในที่สุดก็ต้องเอาหลาย ๆ ธนาคารมารวมกัน แล้วก็รัฐก็ต้องเข้าไปอุ้มชูอยู่ทุกวันนี้ กําลังหาคนซื้ออยู่นะครับ ก็มีข่าวว่า จะมีคนมาซื้ออยู่เรื่อย แต่ก็ยังไม่มีใครซื้อไป กระทรวงการคลังก็ยังต้องถือหุ้นของธนาคาร เจ๊ง ๆ ทั้งหลาย รวมทั้งธนาคารทหารไทย จํากัด (มหาชน) ด้วย ผมก็อยากจะฝากเอาไว้ด้วยว่า เรื่องพวกนี้ความเสี่ยงมันสูง เพราะฉะนั้นผมว่าอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องสอนผู้ใช้แรงงาน ซึ่งผมเห็นด้วยกับข้อเสนอก่อนนั้นก็คือการบริหารเงิน ทําอย่างไรเราจะสอนให้คนไทยเรียนรู้ การบริหารเงิน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนต้องรู้ว่าเราจะบริหารเงินอย่างไรที่จะทําให้เงินเรา มันออกดอกออกผลได้มากกว่าการฝากเงินธรรมดา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันต้องมีทักษะ และมันต้องมีการเรียนรู้ มันต้องมีการส่งเสริม สนับสนุน อันนี้ผมก็อยากจะฝากเอาไว้ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล ครับ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน กระผมขอแสดง ความชื่นชมกับทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานที่ได้เอาแนวคิดที่ได้นําเสนอกับทางสภา แห่งนี้แปลงออกมาเปึนร่าง พ.ร.บ. ธนาคารแห่งนี้จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งกับประชาชน ผมคิดว่าสําหรับคนจนมีธนาคารน้อยไปครับ ผมเคยพูดครั้งหนึ่งแล้ว ในประเด็นนี้ไม่ต้องถาม อื่นไกลเลยครับ ลองคิดง่าย ๆ ว่าคนงานแถว ๆ บ้านเขาเดินเข้าธนาคารไหนได้บ้าง ถ้าบอกธนาคารเยอะไปเขาเข้าได้กี่ธนาคาร ผมมั่นใจเลยนับได้น้อยมาก ๆ เลย ซึ่งธนาคารแห่งนี้

จะทําให้เขาเข้าถึงแหล่งเงินในยามที่เขาคับขันในชีวิต แล้วในระยะยาวก็จะเปึน แหล่งออมของเขาพร้อม ๆ กันด้วย ซึ่งในจุดนี้มันหมายถึงการตอบโจทย์ของประชาชน ที่ทุกข์ยากขณะนี้อย่างตรงจุด ผมเคยเห็นทางกระทรวงการคลังในช่วงที่ผ่านมาได้ทํา โครงการที่เรียกว่านาโน ไฟแนนซ์ (Nano finance) ซึ่งนาโน ไฟแนนซ์บอกเลยว่าดอกเบี้ย ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เราจะช่วยคนจนนะครับ จะให้เขาไปใช้นาโน ไฟแนนซ์หรือครับ ที่ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เรากําลังคิดถึงธนาคารแห่งหนึ่งที่ช่วยคนจนให้เข้าถึงต้นทุน ของการกู้ยืมประมาณ ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ อาจจะดูเยอะเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยอื่น ๆ แต่ว่า มันถูกเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาจ่ายอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งในปัจจุบันเขาจ่ายอยู่ที่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อ ๑๐ วัน ซึ่งถ้าเหลือ ๘ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ก็ถือว่าทําให้ชีวิตเขาสามารถ บริหารจัดการตัวเองได้ ผมกลับไปนั่งคิดว่าธนาคารแห่งนี้จะมีความยั่งยืนได้อย่างไร ผมพบว่า ธนาคารเฉพาะกิจมีความยั่งยืนได้มาจาก ๒ สาเหตุ สาเหตุที่ ๑ ก็คือการที่มีเปัาหมายที่แคบ และชัดเจน คือผมคิดว่าใน พ.ร.บ. บางอันอยากจะทําหลากหลายอย่าง ผมคิดว่าเราอาจจะ ต้องแยกออกจากกันว่าสินเชื่อต้องแคบ แคบเพื่อให้ชัดกับว่าคนที่ใช้คือคนที่เปึนแรงงาน เท่านั้น แล้วก็ไม่ต้องเยอะมากนัก แล้วขณะเดียวกันถ้าเกิดเปึนส่วนพัฒนาชีวิตใช้กองทุนทํา เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องกังวลใจเรื่องของว่าได้เงินมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยอันนี้คือเพื่อการพัฒนา

แต่อย่างน้อยตัวที่เปึนสินเชื่อจะต้องมีเอ็นพีแอล (NPL) ที่ไม่สูงมากนัก แล้วในส่วนนี้ผมก็พบว่า ในหลาย ๆ คนคือผมคิดว่าในช่วงต้น ๆ เราอาจจะโฟกัส (Focus) เฉพาะในเรื่องของคนที่อยู่ ในกลุ่มประกันสังคมไปก่อน แล้วหลังจากนั้นอย่างไปต่างประเทศเราค่อย ๆ คิดในช่วงหลัง หลังจากที่ธนาคารแห่งนี้เริ่มมีกําไรแล้วก็สามารถเลี้ยงตัวเองได้แล้วค่อยทําธุรกรรมต่าง ๆ อื่น ๆ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดว่าจะทําให้ธนาคารแห่งนี้มีความยั่ งยืนก็คือความต่าง ครับ ถ้าเกิดเราเอาธนาคารทั่ว ๆ ไปไปแจกเงินให้แรงงาน ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านพูดไปแล้ว คงไม่ได้เงินคืน แต่ถ้าเกิดเราอาศัยการเขียน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีอํานาจการเขียนกฎหมาย ในมือ สร้างธนาคารแห่งใหม่ซึ่งเปึนธนาคารที่แตกต่างจากแห่งอื่น อันนี้จะทําให้ธนาคาร แห่งนี้ยั่งยืน ซึ่งผมเห็นในมาตรา ๓๙ (๓) เขียนชัดเจนเลยว่าธนาคารแห่งนี้หรือกองทุนแห่งนี้ จะทําความตกลงกับนายจ้างเกี่ยวกับการหักค่าจ้างของลูกจ้างเพื่อใช้ชําระหนี้ของธนาคาร ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่ามันคือการสร้างธนาคารที่เปึนสหกรณ์ขนาดใหญ่สําหรับผู้ใช้แรงงาน หลักการจ่ายก่อนที่ผู้ได้รับเงินเดือนจะเห็นเงินเดือนของตนเอง อันนี้คือหลักการที่ทําให้ ตัวของสหกรณ์ทั่วประเทศไทยสามารถที่จะมีความยั่งยืนอยู่ได้ในขณะนี้ และขณะเดียวกัน ผมพยายามอ่าน ผมอยากจะเสนออีกอันหนึ่งไหน ๆ ก็จะมีความแตกต่างจากแบงก์อื่นแล้ว ผมคิดว่าเราควรที่จะให้อํานาจในกฎหมายฉบับนี้ที่ธนาคารหรือกองทุนแห่งนี้จะสามารถ เข้าไปเชื่อมโยงกับทางประกันสังคมได้ เพราะท้ายที่สุดคนได้ประโยชน์คือสมาชิกของ ประกันสังคมโดยส่วนมาก แล้วเราก็อยากจะให้ธนาคารแห่งนี้หรือกองทุนแห่งนี้เปึนกองทุน ที่ชักจูงให้คนอยากจะเข้าสู่ระบบประกันสังคมที่ จะได้ออมเพื่อเวลาสูงวัยของตนเอง ซึ่งผมคิดว่าถ้าเกิดเราเพิ่มอีกสักมาตราหนึ่งเรื่องของความเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล ประกันสังคม เรื่องของการใช้ระบบในการเ ปย์เมนต์ (Payment) ที่เวลาเขาจ่ายให้ ประกันสังคมก็สามารถมาจ่ายที่นี่ได้ แบ่งกันมาบางส่วนก็จะทําให้ต้นทุนในการทํา ธุรกรรม ต่าง ๆ ลดลง แล้วพอสุดท้ายผมคิดว่าที่สําคัญที่ผมจําได้จากครั้งที่แล้วที่ท่านประธาน ได้กล่าวถึงแล้วทุกคนมีความสบายใจขึ้น ก็คือที่ท่านบอกว่าเราจะเริ่มจากการเปึน กองทุนก่อน หลังจากนั้นในระยะเวลา ๓ ป้จะมีการประเมินผล และถ้าเกิดเราพบว่า การประเมินผลแล้วผ่านก็จะก้าวสู่การเปึนธนาคารแรงงานต่อไป ผมคิดว่าในจุดนี้เราควรที่ จะเขียนในเรื่องของหลักเกณฑ์การประเมินให้ชัดเพื่อให้ชัดเจนแต่ต้น แล้วสําหรับผม ผมคิดว่าถ้าเกิดเราจัดระบบให้ถูก ทําแบงก์กับคนจนไม่ค่อยเจ๊ งครับ คนจนเขาอยากจะ

จ่ายคืน เพราะฉะนั้นสําหรับผมผมคิดว่าถ้าเกิดเราวางระบบได้ดีผมว่าแบงก์แห่งนี้จะเปึน อีกแบงก์หนึ่งที่เปึนแบงก์เพื่อคนจนของโลก ที่สามารถดําเนินการได้อย่างดี แล้วก็เปึน จุดเริ่มต้นของการออมก่อนการกู้ แล้วก็ช่วยผ่อนความทุกข์ยากของจํานวนแรงงานมากกว่า ๒๐ ล้านคนในเมืองไทยได้ครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขณะนี้ ท่านสมาชิกที่แสดงความจํานงอภิปรายครบแล้ว ผมขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการ ได้สรุปหรือตอบข้อชี้แจงข้อซักถามของสมาชิก เรียนเชิญครับ

พลโท เดชา ปุญญบาล ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ สําหรับข้อห่วงใย ที่เราได้รับข้อเสนอแนะนั้นคณะกรรมาธิการจะนําไปปรับปรุงแก้ไข สําหรับข้อห่วงใยหลัก ๆ เห็นว่าธนาคารนี้จะมีจุดที่ไม่มีใน พ.ร.บ. ของการจัดตั้งธนาคารทั่ว ๆ ไป จะเห็นว่ามีบางข้อ ที่ดูแล้วทําไมไม่ตั้งไว้หรือตั้งไว้ซึ่งเปึนไปไม่ได้ ธนาคารนี้บอกไว้ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่า เปึนธนาคารตั้งมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส เปึนธนาคาร ลักษณะพิเศษ เราจึงรวมพระราชบัญญัติในการจัดตั้งธนาคารของธนาคารพาณิชย์ที่มีอยู่ ในประเทศไทย แล้วก็ธนาคารของรัฐตั้งแต่ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารอื่น ๆ เอาข้อดี และข้อที่สามารถที่จะตอบสนองกับภาคแรงงานที่ธนาคารอื่นไม่สามารถตอบสนองได้ เข้ามาเปึนจุดแข็ง เข้ามาเปึนร่างใน พ.ร.บ. โดยเราก็ได้รับคําปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีส่วนในการจัดตั้งธนาคารต่าง ๆ ที่ผ่านมา

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับทําข้อเสนอแนะนั้นทางเราก็จะนําไปปรึกษาหารือแล้วก็นําไปทําให้ สมบูรณ์มากขึ้น อีกประการหนึ่งก็คือทําไมนิติบุคคลจึงสามารถกู้เงินได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ผมขออนุญาตว่าในรายละเอียดเราได้กล่าวไว้แล้วว่าสําหรับผู้ที่อยากกู้ยืมต้องกู้ยืมไป ในภารกิจเฉพาะเท่านั้น อย่างเช่นเพื่อไปพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับภาคแรงงานหรือพัฒนา เพิ่มเติมทางด้านทักษะซึ่งเปึนประโยชน์กับด้าน รงงาน และกู้ไปเพื่อทําให้สามารถจ้าง แรงงานได้มากขึ้น ไม่ใช่กู้ไปเพื่อซื้อเครื่องจักรหรือไปอะไรต่าง ๆ อันนี้เรามีความชัดเจนอยู่ ใน พ.ร.บ. แล้วก็ในรายงานข้อมูลที่เราได้กราบเรียนที่ผ่านมา อันนี้ต้องขออนุญาตว่า เพื่อให้ท่านได้ผ่อนคลายในข้อกังวลเหล่านี้ สําหรับในด้านอื่น ๆ นั้นทางกรรมาธิการ ก็จะขอรับไปเพิ่มเติมแก้ไข รวมทั้งสมควรจัดตั้งเปึนลักษณะ พ.ร.บ. แก้ไขปัญหา ในเรื่องแรงงานข้ามชาติเพื่อให้มันมีน้ําหนักในการนําเสนอต่อฝ์ายบริหาร อันนี้เราก็จะ นําไปพิจารณาว่าจะเพิ่มเติมเข้าไปในรายงานหรือใน พ.ร.บ. ในด้านไหน เพื่อให้ตรงกับ การแก้ไขปัญหาของชาติ แล้วขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้ข้อแนะนํา ซึ่งเรายืนยันว่าจะไปจัดทําให้สมบูรณ์ที่สุด แล้วก็เพื่อนําเสนอเปึนข้อมูลให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องภาคแรงงาน ๓๙ ล้านคนเศษให้ได้จริง ๆ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน เรื่องร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว ต่อไปผมจะขอมติจาก ที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการ และเหตุผลและสาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอ ก่อนจะขอมติจากที่ประชุมผมจะขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ยามนี้คงไม่มีใคร ประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ที่ไหนใช่ไหมครับ น่าจะมาครบแล้ว ขอเรียนเชิญท่านสมาชิก ได้ใช้สิทธิแสดงตน กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทันไหมครับ ท่านไพโรจน์ ทันนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบถ้วนแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยนะครับ ๑๗๒ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผล และสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการ เสนอหรือไม่ หากที่ประชุมเห็นชอบก็จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา แล้วขอให้ คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติก็คือ พรุ่งนี้ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบจะถือว่าร่างพระราชบัญญัติเปึนอันตกไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ครบถ้วนแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยนะครับ ๑๗๓ ท่าน เห็นด้วย ๑๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๗ ท่าน งดออกเสียง ๒๘ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลั กการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับจากวันพรุ่งนี้ โดยสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอให้ยื่นต่อท่านประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้นะครับ ตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๑๐๗ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการแรงงาน เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติธนาคารแรงงาน พ.ศ. .... แล้วนะครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่าน สมาชิกครับ ยังไม่จบนะครับ

ต่อไปเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓.๔ คือรายงานของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จํานวน ๒ เรื่อง

๑. ร่างพระราชบัญญัติการยุติข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาล พ.ศ. ....

๒. การเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม จํานวน ๓ ฉบับ

(๑) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ์ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

(๒) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

(๓) ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เนื่องจาก รายงานวาระปฏิรูปที่นําเสนอวันนี้เปึนรายงานที่คณะกรรมาธิการได้นําควำมเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ได้จากการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติในรอบที่ ๑ ไปปรับปรุง พร้อมทั้งได้จัดทํารายงานรวมทั้งร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องจํานวน ๔ ฉบับ เพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมอยากจะขอให้ ท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานและให้นําเสนอหลักการและเหตุผลและสาระสําคัญ อย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติ โดยให้สมาชิกอภิปรายรายงานและร่างพระราชบัญญัติ แต่ละเรื่อง เมื่ออภิปรายเสร็จแล้วผมจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ กับรายงาน และเห็นชอบหรือไม่กับหลักการ และเหตุผลและ สาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติตามลําดับนะครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๘/๒๕๕๘ วันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบแนวทางการดําเนินการของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการ นําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการ และกระบวนการปฏิรูป พร้อมแผนการดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา อีกครั้งหนึ่งนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงเสร็จแล้ว พร้อมทั้งดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๔ ฉบับเรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงาน และร่างพระราชบัญญัติเพื่อที่ประชุมพิจารณาในวันนี้ และเนื่องจากเปึนการพิจารณา รายงานในรอบที่ ๒ ผมจึงใคร่ขอความร่วมมือจากกรรมาธิการได้แถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ ปรับปรุงแก้ไขและแถลงหลักการและ เหตุผลความจําเปึนรวมถึงสาระสํา คัญอย่างย่อของ ร่างพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมา จะมีส่วนสําคัญในการผลักดันให้การปฏิรูปประสบผลสําเร็จได้อย่างไร โดยขอให้ คณะกรรมาธิการได้กรุณาแถลงอย่างกระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหารายงาน ส่วนการอภิปรายของท่านสมาชิกนั้ นกรุณาอภิปรายในส่วนที่เปึนข้อเสนอแนะเพิ่มเติม และไม่ซ้ํากับรอบแรกด้วยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการ

แถลงหลักการและเหตุผลรวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติเพื่อเปึนแนวทาง พิจารณา เรียนเชิญครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรม ขอกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพว่าในส่วนรายงาน ๒ ฉบับที่เรียนนําเสนอ ต่อที่ประชุมนี้เปึนรายงานส่วนหนึ่งของรายงานที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๖๐/๒๕๕๘ ได้ประชุมไปเมื่อวันอังคารที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ โดยที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณา รายงานของคณะกรรมาธิการในวาระปฏิรูปที่ ๗ เรื่องการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ (รอบ ๒) เปึนส่วนของแผนปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และที่ประชุมนี้ได้มีมติ เห็นชอบรายงานดังกล่าวเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งกฎหมายที่เปึนส่วนประกอบ ของรายงานดังกล่าวได้เสนอไว้หลายฉบับ

โดยในกฎหมายหลาย ๆ ฉบับเหล่านั้นคณะกรรมาธิการได้ดําเนินการศึกษาและรายงาน จัดทําร่างกฎหมายตามส่วนท้ายของรายงานดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดที่จะเสนอต่อที่ประชุม แห่งนี้ จํานวน ๔ ฉบับ โดยฉบับแรกเปึนร่างพระราชบัญญัติการยุติข้อพิพาท ด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาล พ.ศ. .... ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ให้ความสําคัญ ในเรื่องของการให้คดีความในคดีแพ่งทั้งปวงก่อนที่จะนําคดีขึ้นสู่ศาลให้ดําเนินการ ในกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนที่จะนําคดีไปสู่ศาล เพื่อที่จะให้ลดจํานวนคดีที่จะไปศาล ให้ลดน้อยลง อันเปึนการลดค่าใช้จ่ายให้กั บพี่น้องประชาชน และทําให้ข้อพิพาทได้ยุติ ก่อนที่คดีจะไปขึ้นศาลดังกล่าว โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เอกสารซึ่งได้แจก ท่านสมาชิกไปแล้วมีทั้งหมด จํานวน ๒๘ มาตรา มีหลักสําคัญในเรื่องเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ย ดังกล่าวที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สํานักงานอัยการสูงสุด กรมคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ หน่วยงานของกรมการปกครอง กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และองค์กรหรือสถานศึกษา ด้านกฎหมายอื่น ๆ ได้ทําหน้าที่ในการไกล่เกลี่ย แต่ไม่มีกฎหมายฉบับกลางหรือกฎหมาย เปึนหลัก คณะกรรมาธิการเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องมีกฎหมายดังกล่าว ที่ให้มีการบังคับใช้ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนที่จะนําคดีไปสู่ศาล จึงได้นําเสนอรายงานร่างพระราชบัญญัติ ยุติข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาลตามที่ได้แจกท่านสมาชิกไปดังกล่าว นี่คือรายงาน ของคณะกรรมาธิการในส่วนของร่างกฎหมายฉบับแรก ส่วนอีก ๓ ฉบับนั้นเปึนร่างกฎหมาย ที่นําเสนออยู่ในวาระการปฏิรูปในแผนปฏิรูปที่ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบไปแล้ว คณะกรรมาธิการได้จัดทําร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม จํานวน ๓ ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ์ายตุลาการศาลยุติ ธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ขออนุญาตให้ประธานที่ปรึกษากรรมาธิการ คือท่านอาจารย์อุดม เฟ๋ืองฟุัง ได้รายงานต่อที่ประชุมครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายอุดม เฟ๋ืองฟุัง กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่าน ผมขอชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ ฉบับแรกคือร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ์ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติม เหตุที่แก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เนื่องจากเราได้แถลงไว้ต่อสภานี้ว่าในกระบวนการ ยุติธรรมในชั้นศาลนั้นจะสร้างความเข้มแข็งให้ศาลชั้นต้น เรามีความจําเปึนจะต้องปรับปรุง แก้ไขระเบียบบริหารราชการของฝ์ายตุลาการและข้าราชการศาลยุติธรรม ๒ ฉบับ คือฉบับที่ ๑ ต้องปรับปรุงแก้ไขตําแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ โดยเปลี่ยนแปลงตําแหน่งหน้าที่ตั้งแต่ ท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาและผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกามาดํารงตําแหน่งในศาลชั้นต้น เปึนอธิบดีศาลชั้นต้น เปึนอธิบดีภา ค และให้ท่านผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ หรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มาดํารงตําแหน่งรองอธิบดีศาลชั้นต้น และรองอธิบดี ผู้พิพากษาภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ศาลชั้นต้น และจากผลของการเปลี่ยนแปลง ตําแหน่งนี้เราเห็นว่าควรจะเปลี่ยนแปลงองค์กรบริหารงานบุคคลของฝ์ายตุลากำรคือ คณะกรรมการตุลาการเสียใหม่ ซึ่งเดิมนั้นมีสัดส่วน ๖ : ๔ : ๒ คือศาลฎีกา ๖ คน ศาลอุทธรณ์ ๔ คน ศาลชั้นต้น ๒ คน เมื่อเราเปลี่ยนแปลงตําแหน่งหน้าที่ในระดับที่มี ผู้พิพากษาระดับสูงมาเปึนผู้พิพากษาเฉลี่ยกันทั้งศาลชั้นต้น

ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาแล้วนี่ แล้วก็เปลี่ยนรูปแบบของกรรมการตุลาการเปึนชั้นละ ๔ คน คือศาลฎีกา ๔ คน ศาลอุทธรณ์ ๔ คน และศาลชั้นต้น ๔ คน โดยผู้พิพากษาทั้งประเทศ เลือกทั้ง ๓ ชั้น และผู้ที่จะได้รับเลือกนั้นจะต้องมีตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งตั้งแต่ ผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือหัวหน้าคณะศาลฎีกา นี่เปึนหลักการประการที่ ๑ ที่เราเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเปลี่ยนแปลงอันนี้ก็เพื่อที่จะไม่ให้ท่านผู้พิพากษาที่จะได้รับเลือกมา ก.ต. นั้น มีข้อพะวงอย่างอื่น นี่เปึนประการที่ ๑ ที่เปึนเหตุผล ประการที่ ๒ คือปัองกันการหาเสียง ในการหาเสียงเปึน ก.ต. แล้วเราก็ได้ออกกฎหมายในบทบัญญัติฉบับนี้เรียกว่าเปึน กกต. ของการเลือกตั้งกรรมการตุลาการ โดยให้มีคณะกรรมการอิสระซึ่งไม่มีส่วนได้เสีย กับการเลือกตั้ง ก.ต. แต่งตั้งขึ้นมาตรวจสอบทุกครั้งที่ มีการเลือกตั้ง แล้วก็เปลี่ยนระบบ อนุกรรมการ ก.ต. ซึ่งเดิมนั้นอนุกรรมการ ก.ต. ท่าน ก.ต. ท่านเปึนคนตั้งแต่ละชั้นศาล ศาลละ ๗ คน แล้วก็เปลี่ยนมาเปึนระบบเลือกตั้งอนุกรรมการ ก.ต. ชั้นศาลละ ๗ คน โดยเลือกตามชั้นศาลแต่ละชั้น ศาลฎีกาเลือก ๗ คน ศาลอุทธรณ์เลือก ๗ คน ศาลชั้นต้น เลือก ๗ คน เพื่อเปึนการถ่วงดุลกับ ก.ต. ซึ่งมีอํานาจสูงสุดในการบริหารงานบุคคล อีกประการหนึ่งที่เราปรับปรุงก็คือว่าข้าราชการตุลาการของเรานั้นยังมีข้าราชการตุลาการ อีกฝ์ายหนึ่งที่มีมานานพอสมควรพร้อม ๆ กับการจัดตั้งศาลยุติธรรมคือท่านดาโต๊ะยุติธรรม ซึ่งการปรับปรุงทุกครั้งเราไม่เคยปรับปรุงสถานะของท่านดาโต๊ะยุติธรรมเลยนะครับ เราเห็นควรจะปรับปรุงให้ดาโต๊ะยุติธรรมนั้นได้รับสิ่งตอบแทนในฐานะเช่นเดียวกับ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น แล้วกําหนดคุณสมบัติทั้งทางสามัญและทางศาสนาว่าจะต้องได้รับ ปริญญาตรีทางศาสนา และเมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้วต้องเข้าถวายสัตย์ ปฏิญาณ ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ค่าตอบแทนให้เปึนไปตามลําดับเดียวกับศาลชั้นต้น นี่เปึนหลักการสําคัญ ๆ ของกฎหมายฉบับที่ ๑

กฎหมายฉบับที่ ๒ คือระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมนั้นเนื่องจาก ในกฎหมายเดิมนั้นกรรมการบริหารศาลยุติธรรมใช้ระบบเลือกตั้งก็ปรากฏว่ามีเลือกตั้งที่ไหน มีหาเสียงที่นั่น มีหาเสียงที่ไหนมีผลประโยชน์ตอบแทนที่นั่น เราก็เล็งเห็นว่าอันนี้จะทําให้ องค์กรเสียหายเราจึงเปลี่ยนวิธีการมาเปึนว่ากรรมการบริหารศาลยุติธรรมนั้นให้ผู้บริหาร แต่ละชั้นศาล อย่างเช่น ผู้บริหารศาลฎีกา ผู้บริหารศาลอุทธรณ์ ผู้บริหารศาลชั้นต้น ซึ่งมีระดับเรียกว่าต้องผ่านหัวหน้าคณะศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาศาลฎีกามาแล้วเลือกกันเอง

ให้เหลือศาลละกี่คน ทําหน้าที่เปึนกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ซึ่งกรรมการบริหาร ศาลยุติธรรมก็ทําหน้าที่เช่นเดียวกับเปึนคณะบริหารด้านธุรการซึ่งเปึนเครื่องไม้เครื่องมือของ ประธานศาลฎีกานี่เปึนหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ๒ ฉบับที่ผมได้กราบเรียนเปึนข้อสรุป

ในกฎหมายประการที่ ๓ นั้นคือร่างพระราชบัญญัติศาลปกครอง ในร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองนั้นเรามีควำมเห็นว่าน่าจะกําหนดกรอบอํานาจหน้าที่ ของศาลปกครองให้กว้างขึ้น และกําหนดกรณีบางอย่างที่ศาลปกครองท่านใช้เวลาพิจารณา ยาวนานเกินไปให้สั้นขึ้น อย่างเช่นการขออนุญาตดําเนินคดีโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมอย่างนี้ ใช้เวลาเปึนป้ ๒ ป้ อย่างนี้ไม่ใช่หลักการที่ถูกต้อง ซึ่งปกติเราจะใช้เวลากันประมาณสัก ๒ เดือน ๓ เดือน เราก็เขียนกําหนดเปลี่ยนแปลงในจุดนี้แล้วก็เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของ กรรมการบริหารศาลปกครอง คือ คศป. ให้ลดลงมาจาก ๑๒ คน เหลือเพียง ๙ คน เพราะว่า จํานวนท่านผู้พิพากษาศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองชั้นสูงสุดนั้นมีน้อยกว่า ท่านผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมประมาณเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ศาลยุติธรรมเรามี ก.ต. ทั้งหมดประมาณ ๑๕ คน และ ๑๗ คน ตาม ก.ต. ใหม่นี้ เราก็ลดลงมาให้เหลือแค่ ๙ ท่าน

แล้วก็สิ่งที่เราจะเปลี่ยนแปลงศาลปกครองก็คือว่าเราอยากจะสร้างศาลปกครองให้อยู่คู่กับ ประเทศไทยต่อไป คือปัจจุบันศาลปกครองวันนี้โครงสร้างของท่านคือศาลปกครองชั้นต้นนั้น ไม่สามารถจะขึ้นเปึนศาลปกครองสูงสุดได้ ถ้าขึ้นต้องลาออกและไปสมัครใหม่ แล้วก็ในกรณี ที่ท่านผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุดพ้นจากตําแหน่ง แล้ว ท่านก็เลือกมาจากข้างนอก เพราะฉะนั้นก็ทําให้เห็นว่าหลักของศาลปกครองไม่มีความมั่นคงอยู่ในกระบวนการของ ความเปึนศาลที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเราจึงเปลี่ยนแปลงไปว่าจะต้องเลือกจากท่านผู้พิพากษา ศาลชั้นต้นขึ้นไปเปึนผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุดตามลําดับ ตามสัดส่วนต่อไปในโอกาสนั้น แล้วเราก็เปลี่ยนสถานะของท่านเลขาธิการศาลปกครองนั้นขอให้มาจากตุลาการศาลปกครอง ไม่ใช่เลือกมาจากข้างนอกจะได้ทํางานกันได้ครบถ้วนถูกต้อง ความประสงค์ของการปฏิรูป ศาลปกครองในส่วนนี้เราปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงและเข้าใจ ประการสําคัญ คือเรากําหนดให้หน่วยงานของราชการนั้นสามารถที่จะแต่งตั้งอัยการเปึนทนายความเข้าไป ต่อสู้คดีในชั้นศาลปกครองได้ด้วย เพราะว่าปัจจุบันนี้ท่านอัยการเข้าไปก็ไม่ได้ แล้วจะแถลง อะไรก็ไม่ได้ เพราะว่าศาลปกครองท่านไม่อนุญาตเพราะไม่มีกฎหมายกําหนด เราจึงกําหนด ขึ้นมาเปึนหลักการใหม่เพื่อให้ส่วนราชการนั้นมีนักกฎหมายที่เปึนนักกฎหมายอาชีพเข้าไป ชี้แจงปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกฟัอง ทั้งหมดก็เปึนหลักการต่าง ๆ ที่สรุปโดยเรียกว่าครบถ้วน ที่เราเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ถ้าหากว่าเราใช้เวลานานเกินไปก็ขออนุญาต ท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ ขอกราบเรียนเสนอที่ประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณารายงานและร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้ หากสภาปฏิรูป แห่งชาติมีมติเห็นชอบก็จะได้นํารายงานและร่างกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับนี้เปึนเอกสารแนบท้าย รายงานของที่ประชุม ครั้งที่ ๖๐/๒๕๕๘ ดังกล่าวเพื่อนําเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ ท่านก็ได้รับทราบหลักการและเหตุผลและสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๔ ฉบับที่นําเสนอโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

แล้วนะคะ ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นค่ะ โดยใช้เวลา ท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิมค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านทิวา การกระสัง ค่ะ

นายทิวา การกระสัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการและท่านกรรมาธิการนะครับ ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติยุติข้อพิพาท ด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาล พ.ศ. .... นะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านดังนี้นะครับ ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เนื่องจากผมผ่านการอบรมการไกล่เกลี่ยทั้งของ สํานักงานศาลและของสํานักงานกฎหมายและทนายความมานะครับ การไกล่เกลี่ยนั้น สามารถกระทําการก่อนขึ้นสู่ศาลได้นะครับ เมื่อท่านบอกว่าร่างพระราชบัญญัติยุติข้อพิพาท ด้วยการไกล่เก ลี่ยก่อนขึ้นศาล พ.ศ. .... แสดงว่าการไกล่เกลี่ยในส่วนของคดีอาญา หรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญานั้นไกล่เกลี่ยได้เฉพาะคดีที่มีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว จริง ๆ แล้วมีบางข้อพิพาทนะครับในส่วนของคดีอาญาเองสามารถไกล่เกลี่ยได้ก่อนที่จะ ไปแจ้งความ เช่นคดีหมิ่นปร ะมาทหรือคดีอะไรธรรมดาถ้าตั้งคณะกรรมการหรือผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญด้านไกล่เกลี่ยแล้ว ถ้ามีข้อพิพาทเกิดขึ้นควรจะมีการไกล่เกลี่ยได้ก่อนที่จะไป แจ้งความได้ มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่อําเภอเฉลิมพระเกียรติ มีชาวบ้านไป บุกรุกที่สาธารณะประมาณ ๓๐ ราย แล้วก็พื้นที่ถูกบุกรุกประมาณ ๑๕๐ ไร่ เราใช้วิธีการ ไกล่เกลี่ยโดยเรียกชาวบ้านทั้ง ๓๐ รายนั้นมาคุยและขอให้เขาออกจากพื้นที่ ปรากฏว่า ชาวบ้านยอมที่จะออกจากพื้นที่แทนที่เราจะแจ้งความดําเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่สาธารณะ ก็สามารถตกลงกันได้ ที่ตําบลตาเป็กเราก็ใช้พื้นที่ นั้นในการปลูกป์า ผมเห็นว่าข้อพิพาท ระหว่างรัฐกับประชาชนก็สามารถที่จะนําเข้าสู่กระบวนการนี้ได้ หรือระหว่างชุมชนต่อชุมชน น่าจะมีการไปถึงตรงนั้นด้วยนะครับ

โดยใช้คําว่ายุติข้อพิพาทก่อนดําเนินกระบวนพิจารณา ก่อนดําเนินการตามกฎหมายอะไร ลักษณะนี้ อันนี้แล้วแต่ท่านจะไปคิด โดยขอให้ท่านเพิ่มเติมในมาตรา ๓ ในเรื่องเกี่ยวกับ ข้อจํากัดเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ย อีกเรื่องหนึ่งก็คือในมาตรา ๓ และมาตรา ๖ อีกข้อหนึ่งก็คือ ที่ท่านบอกไว้ในมาตรา ๑๙ บอกว่า การเลือกผู้ไกล่เกลี่ย ให้แต่ละหน่วยงานเสนอรายชื่อ ผู้ไกล่เกลี่ยที่ได้รับการขึ้นบัญชีให้แก่คู่พิพาท โดยคู่พิพาทตกลงกันเองว่าจะเลือกผู้มีรายชื่อ ในบัญชีคนใดทําหน้าที่ไกล่เกลี่ย จํานวนหนึ่งคน ก็คือแสดงว่าให้คู่พิพาททั้ง ๒ ฝ์าย หรือหลายฝ์ายสามารถเลือกผู้ไกล่เกลี่ยได้คล้าย ๆ กับผู้ประนอมข้อพิพาทในศาลแรงงาน อะไรลักษณะนั้น ความจริงแล้วผู้ไกล่เกลี่ยนั้นต้องเปึนกลาง ใช้ ๑ คนก็ได้ ถ้าคนเหล่านั้น รู้กระบวนการในการไกล่เกลี่ย การใช้ผู้ไกล่เกลี่ยหลายคนอาจก่อให้เกิ ดปัญหาได้ โดยผู้ที่ถูกเลือกมาอาจจะมีอคติเข้าข้างคนที่เลือกตัวเองมาเปึนผู้ไกล่เกลี่ย มาตรานี้ ผมอยากจะให้เพิ่มเปึน ๑ คน หรือหลายคน โดยเลือกจากคนที่เปึนกลาง อีกอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีในพระราชบัญญัตินี้ก็คือกระบวนการในการไกล่เกลี่ยนั้นผู้ไกล่เกลี่ยคนเรา อาจจะมีอคติได้ ชอบคนนั้น รักคนนี้ ท่านต้องเพิ่มไปมาตราใดมาตราหนึ่งว่าคู่พิพาทนั้น สามารถที่จะยื่นคําร้องหรือเสนอข้อเท็จจริงใด ๆ ก็ตามที่หากเห็นว่าผู้ที่ไกล่เกลี่ยนั้น มีส่วนได้เสียกับข้อพิพาทนั้น เช่นเปึนญาติกับอีกฝ์ายและฝ์ายนี้ก็สามารถจะยื่นขอถอนได้ ตรงนี้น่าจะเขี ยนไว้บ้าง เผื่อไว้ถ้าเกิดมีข้อเท็จจริงแบบนั้นจริง อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ในมาตรา ๒๗ ท่านบอกว่า ให้สัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้จากการไกล่เกลี่ยถือว่า เปึนข้อยุติปัญหา ข้อขัดแย้งยังมีผลผูกพันคู่พิพาท หากฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ฝ์ายที่ได้รับ ความเสียหายมีสิทธินําสัญญาประนีประนอมยอมความเสนอต่อศาล ที่มีเขตอํานาจเหนือคดีนั้น เพื่อให้ออกคําบังคับและหมายบังคับคดีได้ทันที แล้วก็วรรคสอง บอกว่า ให้ศาลตามวรรคหนึ่งมีอํานาจตรวจสอบ ความชอบด้วยกฎหมายของ สัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ข้อนี้ในการออกข้อบังคับโดยศาลออกข้อบั งคับ ตามคําพิพากษา ถ้าหากเพิ่มไปในมาตรา ๒๗ บอกว่าศาลสามารถนํา สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นมาพิพากษาโดยใช้สัญญาประนีประนอม ยอมความนั้น เปึนยุติในการพิพากษา หากเห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนศาลก็ สามารถออกข้อบังคับได้ อันนี้ตามมาตรา ๒๗ เหมือนว่าท่านให้ศาลออกข้อบังคับเลยโดยไม่พิพากษา

ส่วนมาตรา ๒๘ นั้นก็ขอให้เพิ่มสักนิดหนึ่ง ตรงที่ว่า สามารถนําข้อตกลง หรือสัญญาประนีประนอม ยอมความที่เกิดขึ้นก่อนมีการดําเนินกระบ วนพิจารณา และก่อนดําเนินการตามกฎหมายเช่นในคดีอาญาหากยังไม่ได้แจ้งความ ถ้าหากมีการ ตกลงกันแล้วก็ให้ยุติไป ถ้าหากตกลงกันไม่ได้ก็ไปแจ้งความดําเนินคดีตามกฎหมายได้ เพิ่มอีกสักนิดหนึ่งท่านลองไปพิจารณาดูนะครับ ส่วนอย่างอื่นผมเห็นว่าพระราชบัญญัตินี้ มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีในประเทศ ขอขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ความจริง ผมไม่ค่อยจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของศาลเท่าไรนัก เพราะว่ามักจะหนีจากศาลอยู่แล้ว แต่เผอิญ เรื่องของศาลปกครองเปึนเรื่องที่ประชาชนทั่ว ๆ ไปก็สามารถเข้าถึงศาลปกครองได้ง่ายกว่า ศาลยุติธรรม เพราะว่าประชาชนก็สามารถที่จะไปเขียนคําร้อง คําฟัองต่าง ๆ เรื่องของศาลปกครองโดยเฉพาะคดีทางปกครอง แล้วก็คดีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่น ก็ต้องขอเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมา ๓ ฉบับนี้ ฉบับที่ ๑ คือร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ์ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับที่ ๒ คือร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับนี้ในความเห็นของผมผมไม่รู้เรื่องของศาลหรือไม่รู้เรื่องของกฎหมายเท่าใดนัก แต่ผมเห็นว่าก็เปึนเรื่องของการปรับปรุงศาลยุติธรรม ส่วนเรื่องของร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อันนี้ก็เปึนการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติศาลปกครอง

ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับข้อเสนอใ นเรื่องของการที่ให้ศาลปกครอง สูงสุดน่าจะมาจากคนภายในนะครับ ที่ผมเสนอเช่นนี้เห็นด้วยก็เพราะว่าถ้าผมไปเทียบเคียง กับการเลือกอธิการบดีในมหาวิทยาลัยน้อยโอกาสมากที่จะเลือกคนจากภายนอกมาเปึน อธิการบดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลก็ไม่ได้เลือกคนอื่นมาเปึนอธิการบดีนะครับ ก็เลือก คนภายในนี่ครับมาเปึนอธิการบดี จะเลือกคนที่ดีมาก ดีน้อยก็คือเลือกมาจากคนภายใน แม้กระทั่งเลือกคณบดีก็เปึนการเลือกจากคนภายในคณะนะครับ คณะใดคณะหนึ่งที่เปึน เรื่องของนั้น ๆ เช่น คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลที่ผมเปึน อาจารย์มาทั้งชีวิตก็เลือกคณบดีมาจากอาจารย์ภายในนะครับ ยกเว้นเกิดวิกฤตการณ์ใหญ่ยิ่ง มหาศาลก็อาจจะเลือกคนภายนอกว่าเข้ามาช่วยขัดตาทัพสักครั้งหนึ่งก็เคยเกิดขึ้น แต่ว่า ไม่ใช่เกิดขึ้นกรณีปกตินะครับ เพราะฉะนั้นจึงเห็นด้วยกับการเลือกคนภายในเปึน ศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ไม่จําเปึนต้องไปลาออกดังที่ว่านะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขข้อนี้ ก็น่าจะถูกต้องในความเห็นของผมนะครับ อีกเรื่องหนึ่งในแง่ของความยั่งยืน หรือว่าการต่อเนื่องของคนภายในนะครับ ผมยกตัวอย่างเลขานุการคณะสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรศาสตร์ของผมก็เลือกเจ้าหน้าที่ที่เปึนเลขานุการมาจากคนภายในเช่นเดียวกัน เขาทําหน้าที่เพราะว่าในหน้าที่ตรงนั้นก็จะมีสาย ก สาย ข แล้วก็สาย ค สาย ก ก็คือ อาจารย์ สาย ข ก็คือนักวิชาการ ส่วนสาย ค ก็คือเจ้าหน้าที่แล้วก็พนักงาน เจ้าหน้าที่เทคนิค เพราะฉะนั้นการที่จะเลือกเลขานุการคณะก็คือต้องเลือกมาจากคนภายในนะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะให้ความยั่งยืนหรือความต่อเนื่องให้คนภายในจึงเห็นด้วยในหลักการ เพราะฉะนั้นก็สนับสนุนเปึนอย่างยิ่งถ้าหากว่าเปึนจริงตามนี้นะครับ เนื่องจากว่า ศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ศาลปกครองกลางต่าง ๆ จะเปึนที่พึ่งของประชาชนในกระบวนการ ทางด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็กระบวนการทางด้านปกครองต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ไม่ทราบว่าจะมีท่านสมาชิกท่านใดที่ประสงค์จะอภิปรายให้ความเห็น ในร่างพระราชบัญญัติที่นําเสนอมาแล้วอีกบ้างคะ ขอเชิญค่ะ ท่าน พลเอก เอกชัย เชิญค่ะ

พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ หมายเลข ๒๔๘ นะครับ ก็เรื่องเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ย ก่อนขึ้นศาลนี่ผมสนับสนุนเห็นด้วยนะครับ ก็จะฝากข้อคิดเอาไว้ให้เนื่องจากว่าก็ได้ทําเรื่องนี้

แล้วก็สอนเรื่องการไกล่เกลี่ยด้วย แล้วก็สอนเรื่องนี้ให้กับกระทรวงยุติธรรมด้วยนะครับ ในเรื่องตรงนี้ที่เขียนเอาไว้ผมดูเหมือนว่าท่านจะใช้รูปแบบเหมือนกับเขาเรียกว่าบารังไก (Barangay) ที่ในประเทศฟ่ลิปป่นส์ ก็คือใช้กฎหมายบังคับ ทุกคนต้องเข้ำสู่กระบวน โดยการนี้ทั้งหมด เท่าที่ผมอ่าน ใช่เปึนอย่างนี้หรือเปล่านะครับ คือเขาก่อนจะขึ้นศาล ถ้าเผื่อไม่เข้าในกระบวนการตรงนี้ไม่สามารถที่จะเอาเรื่องไปฟัองศาลได้นะครับ แต่สําคัญ ตรงนี้ที่สําคัญมากก็คือว่าของเขาเขามอบให้กับ เขาเรียกว่าบารังไกนั้นคือเหมือนกับ เปึนผู้บริหารท้องถิ่นทําหน้าที่ เขาจะมีสํานักงานของเขาอยู่บน เหมือนกับปกครองท้องถิ่น เราอยู่ชั้นบนนะครับ แต่ในเอกสารของท่านก็ดูเหมือนว่าจะมีหลายหน่วยงานด้วยกันใช่ไหมครับ มีทั้งปกครองท้องถิ่นเท่าที่ผมเห็น มีทั้งสํานักงานอัยการ ศาลยุติธรรม กรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครอง สภาทนายความ แล้วก็องค์กรหรือสถานศึกษา แต่ทีนี้ ท่านเขียนว่าสถานศึกษาทางด้านกฎหมาย ผมว่าไม่จําเปึนหรอกครับ การไกล่เกลี่ยท่านยิ่งไปใช้ กฎหมายมากมันยิ่งทําไม่ได้นะครับ การไกล่เกลี่ยมันเปึนกระบวนการทางใจเสียมากนะครับ ถ้าเผื่อใช้กฎหมายมาบังคับโน่ นบังคับนี่ หรือในกระบวนการไกล่เกลี่ยตรงนี้ดูเหมือนว่า ท่านอยากจะให้เปึนกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ไม่มีอํานาจมากจนเกินไป เพราะว่าปัจจุบันนี้ มีการไกล่เกลี่ยอยู่ในศาลอยู่แล้ว หรือว่าสํานักงานอัยการก็มีไกล่เกลี่ย การไกล่เกลี่ยเหล่านี้ ล้วนแต่ใช้อํานาจนะครับ

การใช้อํานาจมากมันไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ก็คือใช้วิธีการบังคับ ผมคิดว่ากระบวนการตรงนี้ น่าจะเปึนการให้เป่ดขึ้นนิดหนึ่ง ที่ท่านเขียนเอาไว้ว่าผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องผ่านการศึกษาอบรม ตามหลักสูตรไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแห่งชาติ กําหนด แสดงว่าท่านจะตั้งคณะนี้ขึ้นมา ผมไม่แน่ใจว่าคณะนี้เปึนใคร ผมห่วงมากคือถ้าตั้ง ขึ้นมาแล้วท่านก็เอาผู้พิพากษา เอาศาล เอาอะไรมาใส่ตรงนี้เสียเต็มไปหมด เรื่องการไกล่เกลี่ย คงจะทํายาก ที่ผมต้องอธิบายตรงนี้ก็เพราะว่าได้ทําเรื่องศูนย์ยุติธรรมชุมชนไปแล้วให้กับเขา ขณะนี้กําลังขับเคลื่อนอยู่นี่กลายเปึนว่าเวลาเขาวัดตัวชี้วัดของเขาไปวัดดูว่าสามารถเจรจา ไกล่เกลี่ยได้กี่เรื่องแล้วในท้ องถิ่นของเขา ซึ่งอย่างนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมกลับเห็นด้วยว่า ถ้าเผื่อท้องถิ่นใดไม่มีคดีความที่มาสู่การไกล่เกลี่ยแล้วก็ไม่ไปฟัองศาลต้องถือว่านั่นเคพีไอ (KPI) เขาสําเร็จมากเลยนะครับ ก็คือสามารถจบลงได้โดยที่ไม่ต้องไปพูดจาไกล่เกลี่ยกันด้วย น่าจะเปึนอย่างนี้มากกว่าว่า ๑ ป้จะเจรจาไกล่เกลี่ยได้จํานวนกี่สิบคดีอย่างนี้ผมว่ามันต้อง สลับกันนะครับ นอกนั้นผมคิดว่าไม่มีอะไรที่จะเพิ่มเติม แต่ข้อสําคัญก็คือว่าก็ไม่อยากให้ไป บังคับเสียมากจนเกินไปเพราะว่าคนที่จะมีความรู้เรื่องการไกล่เกลี่ยต้องไปอบรมเฉพาะที่นี่ ที่เดียวแล้วก็สามารถที่จะทําได้ เพราะกระบวนการไกล่เกลี่ยนี่บางทีเปึนพูดง่าย ๆ ว่ามันเปึน สิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยที่ประสบการณ์ของเขาก็มีเยอะนะครับ เพราะว่าเท่าที่สอนเรื่องการไกล่เกลี่ย มาที่สถาบันพระปกเกล้านี่ก็ไม่ใช่ว่าคนจบแล้วสามารถที่จะไกล่เกลี่ยได้ คนยังไม่ได้เรียน บางทีก็ไปไกล่เกลี่ ยได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ฝากคิดไว้ด้วยแล้วกันนะครับ เพราะฉะนั้น การไกล่เกลี่ยต้องเปึนสิ่งที่จะต้องมีการสอนแล้วก็มีการฝ๊กพอสมควรเหมือนกันถึงจะไปสู่ ความสําเร็จได้ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ไม่ทราบว่าสมาชิกท่านใด ขอเชิญค่ะ

นายวันชัย สอนศิริ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ สิ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมเสนอมานั้นดีอยู่แล้วเรื่องการไกล่เกลี่ย ท่านประธานครับ แต่ขณะนี้ สมาชิกของเราเกือบจะทุกคนนั้นสนใจข่าวระเบิดที่ราชประสงค์ บ้านเมืองเรานั้นกฎหมายจะดี จะแก้หลายอย่าง จะปฏิรูปหลายอย่าง รวมทั้งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมเสนอ แต่ตอนนี้ท่านประธานจะเห็นได้ว่าบ้านเมืองนี่แปลว่ามีบุคคล

บางกลุ่มบางพวกต้องการที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านนี้เมืองนี้ รวมทั้ง การปรองดองและการปฏิรูปประเทศก็อาจจะสะดุดหยุดชะงัก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องสําคัญ ตราบใดก็ตามที่ความสงบยังไม่เกิดขึ้นในบ้านนี้ การปรองดองยังไม่มี ผมเชื่อว่าเราจะพูดถึงเรื่องการปฏิรูปอื่นใดก็อาจจะล้มเหลวไปทั้งหมดถ้าคนในชาตินั้น ยังไม่ปรองดองกัน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมจึงถือว่าเปึนเรื่องใหญ่มากกว่าคณะกรรมการ ไกล่เกลี่ยที่ท่านประธานเสรีเสนอเสียอีก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้ามีโอกาสวันพรุ่งนี้ เปึนการประชุมวันสุดท้ายแล้ว ท่านประธานครับ ประเด็นอย่างนี้ผมถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ ของบ้านเมือง พวกเราในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจะเพิกเฉยเสียเลยโดยบอกว่า เราทําเรื่องการปฏิรูปอย่างเดียว โดยหาได้มองถึงปัญหาของบ้านเมืองไม่ เพราะฉะนั้น ประเด็นที่เกิดขึ้นเมื่อทราบข่าวกันแน่ชัดหรือมีประเด็นที่แน่นอนจากการสืบสวนสอบสวนใด ๆ วันพรุ่งนี้ก่อนป่ดการประชุม เรื่องใหญ่นะครับเรื่องนี้ ถ้าเปึนไปได้อยากจะขอความกรุณา ท่านประธานได้โปรดนําไปพิจารณาและให้พวกเราสนทนากันเสียหน่อยก็จะเปึนประโยชน์ ต่อบ้านเมืองครับ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ มีอีกไหมคะ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ประสงค์จะอภิปรายให้ความเห็น ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับที่เสนอนี้มีอีกไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มีนะคะ คือท่านยังมีสิทธิที่จะเสนอถึง ๒๐.๒๕ นาฬิกาค่ะ ไม่มีนะคะ ถ้าเผื่อไม่มี เปึนอันว่าสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายให้ความเห็นในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้ ได้อภิปรายครบแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณาตอบชี้แจง ข้อซักถามค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เสรี ประธานกรรมาธิการ ก่อนอื่นก็ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ให้ความคิดเห็นดี ๆ นะครับ ตั้งแต่ท่านทิวา อาจารย์สุชาติ ท่าน พลเอก เอกชัย อาจารย์วันชัย สอนศิริ ก็ขอบคุณท่านที่เสนอความเห็นทุกท่าน แล้วก็ขอบคุณท่านสมาชิก ที่ไม่เสนอความเห็นก็จะทําให้เร็วขึ้นนะครับ ในส่วนที่ท่านทิวาได้เสนอนั้นผมต้องกราบเรียน ว่าพอดีเมื่อกี้พูดเร็วไปหน่อย ก็ขอเสริมให้ชัดนะครับว่าในการไกล่ เกลี่ยจะมีข้อพิพาท ทางแพ่ง ข้อพิพาททางแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาที่สามารถไกล่เกลี่ยในคดีส่วนแพ่งได้ ข้อพิพาททางอาญาในความผิดอันยอมความกันได้ ความผิดลหุโทษและความผิดที่ได้กระทํา โดยประมาท หรือคดีอาญาอื่นที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ นอกจากนั้นในกระบวนการไกล่เกลี่ย ก็เปึนกระบวนการที่ดําเนินการก่อนชั้นศาลก็คือให้มีกระบวนการในการที่จะมาพูดจา ตกลงเจรจาให้คดียุติเพื่อที่คดีจะได้ไม่ต้องไปศาล โดยกระบวนการยุติข้อพิพาทดังกล่าวนี้ มีสภาพที่ต้องดําเนินการเพื่อให้เปึนขั้นตอนที่ให้คดียุติได้ง่ายขึ้น ตามที่ท่านอาจารย์ พลเอก เอกชัยได้เสนอความคิดเห็นว่ามันก็มีหลายประเทศอย่างเช่นของประเทศฟ่ลิปป่นส์ อย่างนี้เขาก็จะมีกระบวนการอันนี้เช่นเดียวกัน ส่วนข้อคิดเห็นอื่น ๆ ก็ถือว่าเปึนข้อคิดเห็น ที่มีประโยชน์ คณะกรรมาธิการก็จะรับข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกที่เสนอความเห็นดังกล่าวนี้ ไปพิจารณา และถ้าหากว่าสามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นได้คณะกรรมาธิการก็จะรับมา ดําเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จํานวน ๒ เรื่อง คือ ร่างพระราชบัญญัติการยุติข้อพิพาท ด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาล พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม จํานวน ๓ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ์ายตุลาการศา ลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็ นด้วยหรือไม่กับรายงาน ที่คณะกรรมาธิการนําเสนอค่ะ ก่อนที่จะลงมติดิฉันขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะคะ ขอเชิญท่านสมาชิกกลับเข้ามาในห้องประชุมค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน ท่านกรุณาเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๖๕ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่า นจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผลและสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติการยุติข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ย ก่อนขึ้นศาล พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานครับ ยังมีท่านที่ไม่ได้ใช้สิทธิอยู่ ยกมือแต่ท่านไม่เห็นยกมือ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

อยู่ที่ไหนคะ เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาบันทึกด้วยค่ะ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเ สร็จภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติ เปึนอันตกไปนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกกรุณาใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านลงมติแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๖๕ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติการยุติข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาล พ.ศ. .... ซึ่งจะได้ ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ โดยสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ส่งคําขอแก้ไขเพิ่มเติมให้กับประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมตินะคะ

สมาชิกคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับ หลักการและเหตุผลและสาระหลักสําคัญของร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการ ฝ์ายตุลาการ ศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติเปึนอันตกไป

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสีย งโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านลงมติแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๖๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอ แนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ สําหรับสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมได้โปรดยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ให้กับประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ

ท่านสมาชิกคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบ ด้วยหรือไม่กับหลักการและเหตุผล และสาระสําคัญหลักของร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบ จะได้ส่งร่าง พระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไปค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านลงมติแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีค่ะ

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการ และเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับถัดจากวันที่สภามีมตินะคะ สําหรับสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อ ประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับถัดจากวันที่สภามีมติ ขอเชิญ ท่านมีอะไรคะ

พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ : เสียบบัตรขัดข้องครับ

ขอยืม เจ้าหน้าที่ช่วยให้ท่านสมาชิกยืมบัตร

พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ : หมายเลข ๒๓ เพิ่มอีก ๑ เห็นด้วยครับ

ค่ะ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยค่ะ เพิ่มไปอีก ๑ ท่านค่ะ ท่านสายัณห์ค่ะ ไม่ใช่ ท่านกิติพงศ์ ขอโทษค่ะ เดี๋ยวยังไม่หมดค่ะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผล และสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบ จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติ เปึนอันตกไปนะคะ ขอเชิญท่านสมาชิก

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ : ขออนุญาตครับ เมื่อกี้ไม่ใช่สายัณห์ครับ พลตํารวจตรี ขจร ครับ

ขออภัยมากค่ะ ท่านขจร สัยวัตร์ ค่ะ มองจากไกล ๆ มองไม่เห็นเลยค่ะ มองเห็นเหมือน

ท่านกิติพงศ์เลยค่ะ เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาด้วยนะคะ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านลงคะแนนแล้วนะคะ ท่านขจรลงหรือยังคะ เรียบร้อยนะคะ ดิฉันป่ดนะ คะ ขอเชิญส่งผล จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๖๒ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการ และเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาและ ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ สําหรับสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นคําขอ แก้ไขเพิ่มเติมต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ เปึนอันจบ การพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จํานวน ๒ เรื่อง คือ ร่างพระราชบัญญัติการยุติข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยก่อ นขึ้นศาล พ.ศ. .... กับการเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมอีก ๓ ฉบับคือ ๑. ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ์ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒. ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ๓. ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว ดิฉันขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ

ดิฉันไม่แน่ใจว่ำเมื่อเช้านี้สมาชิกได้ทราบกันทั่วทุกท่านหรือเปล่าว่าตามที่ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้อนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระเกี่ยวกับประเด็นคําถาม ในการออกเสียงประชามติตามปรากฏในระเบียบวาระที่ ๕.๑ และ ๕.๒ ของวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ คือวันพรุ่งนี้ หากสมาชิกท่านใดประสงค์จะเสนอญัตติเกี่ยวกับ การตั้งคําถามในการออกเสียงประชามติขอให้เสนอญัตติต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ภายในเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาของวันพรุ่งนี้ คือวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้พิจารณาไปในคราวเดียวกันกับญัตติทั้ง ๒ ฉบับ ซึ่งได้บรรจุ ระเบียบวาระการประชุมแล้ว จึงเรียนย้ํากับสมาชิกอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ท่านได้ทราบ หากว่าท่านจะยื่นญัตติเพิ่มเติมก็ขอให้ยื่นภายในเก้าโมงครึ่งของวันพรุ่งนี้

ท่านสมาชิกคะ เราได้รับทราบการระเบิดที่ราชประสงค์ในวันนี้มีผู้เสียชีวิต ๑๒ คน แล้วก็บาดเจ็บอีกเปึนจํานวนมาก ก่อนเลิกประชุมดิฉันจึงเสนอว่าขอให้ที่ประชุม ยืนไว้อาลัย ๑ นาที ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัย เปึนเวลา ๑ นาที)

ขอขอบพระคุณค่ะ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานครับ ขอหารือหน่อยได้ไหมครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญท่านวันชัยค่ะ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงที่กรุณาอนุญาตครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าตอนนี้ทาง คสช. ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน

แล้วก็ประกาศให้โรงเรียนและสถาบันการเงินได้หยุ ดดําเนินการ ผมเองก็เห็นว่า เราเปึนสถานที่แห่งหนึ่งที่มีการประชุม รวมทั้งขณะนี้ท่านประธานครับเท่าที่ฟังข้อมูล ขออภัยนะครับ มีทั้งเกษตร มีทั้งงามวงศ์วานเริ่มมีสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ บางกระแส ก็ว่ามีระเบิดที่แถวเกษตรเกิดขึ้น บางกระแสก็บอกว่ามีที่งามวงศ์วา นเกิดขึ้น ซึ่งผมเอง ก็ไม่กล้ายืนยัน ก็เปึนจากข่าวต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่กล้ายืนยัน แต่กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าวันพรุ่งนี้เราก็ต้องมาประชุม น่าจะพิจารณาถึงประเด็นนี้ด้วยเหมือนกัน ท่านประธานว่าสถานการณ์ตอนนี้แม้เราจะออกไป เดินทางไปก็น่าวิตกอยู่เหมือนกัน ก็ขอหารือแล้วก็กราบเรียนท่านประธานในฐานะผู้นําได้โปรดพิจารณาถึงประเด็นนี้ หรือจะสั่งการใด ๆ ก็แล้วแต่ท่านประธานจะพิจารณาต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญท่านอาจารย์ดุสิตค่ะ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ดุสิต เครืองาม สืบเนื่องต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ผมอยากขอฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่ ฝ์ายเลขาธิการของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้งสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้โปรดขอความกรุณาเคร่งครัดในการตรวจระบบซิเคียวริ ตี (Security) ไม่ว่าจะเปึน เรื่องรถยนต์ที่เดินทางเข้าออกจากถนนหรือว่าบุคคลที่จะเข้ามาภายในอาคาร อย่างเคร่งครัดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ อันนี้เดี๋ยวสั่งการได้ทันทีนะคะ แต่ว่าอยากฟังความเห็น ของท่านอื่น ๆ ด้วยค่ะ ขอเชิญค่ะ ท่านอลงกรณ์เชิญค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเปึนเรื่องที่ไม่คาดคิดนะครับ แต่ว่าวันหนึ่งหลายคนก็คาดหมายว่ามันคงจะเกิดขึ้นถ้าหากว่าความปรองดองมันไม่เกิดขึ้น ในประเทศนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นเราอยู่ในที่ตั้งของรัฐสภา ที่ประกอบไปด้วยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ถ้าหากว่าการก่อการร้ายหรือการวางระเบิดเกิดขึ้นใน สัญลักษณ์ทางเศรษฐกิจ เช่นราชประสงค์ก็น่าวิตกว่าสัญลักษณ์ทางการเมืองก็คือบริเวณรัฐสภานั้นเปึนสถานที่

ที่ล่อแหลมต่อการก่อเหตุและอาจจะเปึนเปัาหมายในเชิงการเมืองของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่ายิ่งในสถานการณ์ที่คุ กคามประเทศอยู่เช่นนี้มีแต่เราจะต้อง ยืนหยัดแล้วก็ กล้าต่อสู้ในการที่จะต้องเดินหน้าต่อไป เราต้องเงยหน้าขึ้นแล้วก็จะต้อง เปึนขวัญกําลังใจให้คนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นในข้อเสนอหรือข้อสังเกตที่ผมคิดว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือแม้แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องทําหน้าที่ต่อ ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้นเปึนเท่าทวี ทั้งในส่วนของ การรักษาความปลอดภัยและความร่วมมือของสมาชิก สปช. ทุกคนนะครับ สนช. ทุกท่าน และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบอย่างเข้มงวดสําคัญมาก ผู้ติดตามที่มีรถรา เข้าออกนั้นจะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา เพราะว่าถ้าหากเปึนคาร์ บอมบ์ (Car bomb) อาคารหลังนี้ทรุดหมดครับทั้งหลัง อาคารรัฐสภา ๒ ก็เอาไม่อยู่ครับ เพราะเราเปึนบริเวณ ที่คับแคบมาก เปึนอาคารเก่าที่ใช้มาหลายสิบป้ แล้วของเราก็ต้องยอมรับนะครับว่า เรายังมีการประชุมทั้ งในส่วนคณะทํางาน อนุกรรมาธิการ กรรมาธิการ แล้วเราก็มี การประชุม แต่เราหยุดไม่ได้ครับ เราต้องให้เขารู้ว่าเราไม่กลัวแล้วเรากล้าที่จะเผชิญกับทุกสิ่ง

เพียงแต่ว่าการรักษาความปลอดภัยและขอความร่วมมือทุกคนนะครับ รถที่ไม่มีสติกเกอร์ (Sticker) หรือมาโดยสมาชิกเองต้องไม่ให้เข้ามา รถอาหาร รถเจ้าหน้าที่ทั้งหลายจะต้องไม่ให้ เข้ามาในบริเวณโดยเด็ดขาดอันนี้สําคัญที่สุด เพราะว่าถ้าใช้คาร์ บอม แล้วท่านประธาน คิดดูว่าไม่เหลือครับ พี่ ๆ น้อง ๆ ของเราที่อยู่ที่ ๓ จังหวัดภาคใต้เขารู้ดีอานุภาพขนาดไหน เราประมาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอสรุปว่าเราเดินหน้าพรุ่งนี้ประชุมเราก็ต้องประชุม แต่ว่า ความร่วมมือของทุกคนสําคัญที่สุดครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

สําหรับเรื่องของการรักษาความปลอดภัยนี่ ได้สั่งการไปที่เลขาธิการแล้วก็จะตรวจ อย่างเข้มข้นอย่างที่ว่า แล้วก็ขอความร่วมมือด้วยทุกท่าน ทีนี้ดิฉันกําลังคิดอยู่สําหรับ เรื่องของการประชุมวันพรุ่งนี้ อาจารย์ประเสริฐ เชิญค่ะ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ท่านประธานเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์ที่สภาเวลาที่มีเหตุสําคัญ ๆ แล้วก็มีเรื่องที่บางครั้ง เราฟังข่าวแล้วเราก็มีความรู้สึกว่าเราอาจจะตกใจหรือมีเหตุอะไรที่ทําให้ในสภาเราปัืนป์วน กันไปด้วย ผมอยากเรียนว่าเรื่ องต่าง ๆ ถ้าหากว่าจําเปึนที่จะต้องยุติการประชุม หรือหยุดการประชุม หรือหยุดงานในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ขอให้ฟังการประกาศของทางราชการ เปึนหลัก ซึ่งผมเชื่อว่าทีวีพูลนี่น่าจะเปึนสื่อสารที่เราพึงจะต้องรับฟังในขณะนี้ การไปฟังข่าว จากสถานีอื่น ๆ สถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์อื่นใดที่อาจจะไม่ใช่เปึนเรื่องของทีวีพูลนี่ ผมคิดว่า มันทําให้เกิดสถานการณ์ที่สับสนได้ เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าจําเปึนจะต้องงดการประชุม ในวันพรุ่งนี้หรืออื่นใดก็แล้วแต่ควรจะเปึนการรับฟังข่าวที่เปึนประกาศของทางราชการ เปึนด้านหลักนะครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ดิฉันคิดว่าอย่างนี้แล้วกันนะคะ ดิฉันขอว่าคือเรายังมีวันพรุ่งนี้เปึนวันอังคารใช่ไหมคะ เรายังมีวันพุธอยู่อีกวันหนึ่ง ดิฉันจึงตัดสินใจอย่างนี้ว่าวันพรุ่งนี้เราขอเลื่อนไปเปึนวันมะรืนนี้ แล้วกัน เพราะว่ารอฟัง คสช. แล้วก็รัฐบาลเขาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าข่าวที่ว่า คสช. ประกาศจริง ๆ แล้วเปึนข่าวจาก จส. ๑๐๐ ถูกไหมคะ ยังไม่ได้เปึนข่าวที่เปึนทางการ

ดังนั้นเราจึงเลื่อนการประชุมจากพรุ่งนี้ไปเปึนวันมะรืนนี้ค่ะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ แล้วขอป่ดประชุมค่ะ

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๒๕ นาฬิกา