ศุภกร บูรณดิลก หารือเรื่องแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์และมีแผนยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน และเสนอแนะแนวทางปฏิบัติที่ดีขึ้น เช่น การเปลี่ยนจากการใช้หลักการดําเนินยุทธศาสตร์แบบธุรกิจไปสู่ระบบยุทธศาสตร์ที่ใช้การวิเคราะห์และประเมินผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังอภิปรายเกี่ยวกับการเข้าใจผิดในยุทธศาสตร์หลักของชาติ และการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน
กราบเรียนท่านประธานกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการในวาระพัฒนา เรื่อง แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทย เพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ท่านประธานครับ จากการศึกษารายงานของคณะกรรมาธิการ กระผมได้ปรากฏพบข้อสังเกตอยู่ ๒ ประการ เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมจึงขออนุญาต อภิปรายในครั้งนี้ แต่ก่อนอื่นก็ขอเรียนว่าผมเห็นด้วย เปึนอย่างยิ่ง กับรายงานฉบับนี้ ข้อสังเกตประการแรกก็คือในรายงานในหน้า ๔ ข้อ ๒.๕ เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ผมชอบข้อความในย่อหน้าแรกเปึนอย่างมากนะครับที่ว่า ใน ๑๐ ป้ที่ผ่านมานับตั้งแต่ การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเสร็จสิ้นในป้ ๒๕๔๘ ประเทศไทยไม่มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจใหญ่ ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเลย และสําหรับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เริ่มโครงการตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ ได้ประสบปัญหาอยู่หลากหลายรูปแบบมาเริ่มจริงจัง และเสร็จสิ้นได้ใช้เวลาประมาณถึง ๔๕ ป้ เปึนการเสียโอกาสแก่ประเทศเปึนอย่างมาก นับเปึนบาปที่ผู้บริหารชุดก่อน ๆ ได้สร้างไว้กับประเทศ คําถามผมคือว่านี่ก็กําลังจะผ่าน ป้ที่ ๑๐ แล้วยุคเราจะซ้ํารอยทําบาปให้กับประเทศนี้อีกหรือครับ แต่คณะกรรมาธิการ ก็ไม่ยอมบาปนะครับ ได้มีข้อเสนอแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจขึ้นมา โดยเฉพาะในระดับประเทศ
จะมีการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อม ๒ มหาสมุทร คือมหาสมุทรแปซิฟ่ก กับมหาสมุทรอินเดีย เปึนการกล่าวถึงโครงการคลองไทยและท่าเรือน้ําลึกทวาย กระผมเห็นด้วยนะครับ แต่เกรงว่าแผนนี้บาปอาจจะยังมีอยู่ไม่หมดไป จากตัวเลข ทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันหากทําตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจครบถ้วนที่คณะกรรมาธิการเสนอ จีดีพีโตไม่ต่ํากว่าป้ละ ๖ เปอร์เซ็นต์ ในอีก ๑๗ ป้ข้างหน้ากระผมเกรงว่าอาจจะไม่บรรลุ เปัาหมายที่ตั้งไว้ คือเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชากรมีรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ยังไม่พอนะครับ ต้องเปึนโครงการ ที่พลิกเศรษฐกิจเลยไม่ใช่กระตุ้น แต่ต้องใช้เทอร์โบ เจต (Turbo Jet) อุ้มลอยให้ข้ามระดับไป จีดีพีต้องไม่ต่ํากว่า ๘ เปอร์เซ็นต์ สําหรับโครงการที่ผมมีข้อสังเกตคือโครงการสร้างคลองไทย หากเสร็จสิ้นค่าผ่านคลองวันละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ป้ละประมาณ ๓.๖ แสนล้านบาท ยังไม่หักค่าใช้จ่าย แม้จะมีผลประโยชน์จากการประหยัดค่าขนส่งทางเรือของประเทศ ประมาณป้ละอีกหลายแสนล้านบาทและอื่น ๆ อีกก็ใช้เวลานานกว่าจะคุ้ม สามารถกระตุ้น หรือขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แต่เกรงว่าอาจจะไม่บรรลุเปัาหมายในเวลาที่กําหนด สิ่งที่เสนอแนะคือโครงการคลองดังกล่าวจะต้องมีมหานครเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวใหม่ที่ประกอบด้วยอู่ต่อเรือ ซ่อมเรือขนาดใหญ่ คลังและโรงกลั่นน้ํามัน ท่าเรือและบริเวณจอดเรือขนาดใหญ่ เขตหรือนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีเมืองใหญ่ที่เปึน ศูนย์กลางของเศรษฐกิจการค้าโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่งที่นอกจากทางน้ําแล้วยังมี สนามบินสากลขนาดใหญ่ รางและถนนพร้อมมูล พร้อมทั้งสถานที่บันเทิงระดับโลก รูปแบบต่าง ๆ บริเวณปากทางเข้าออก ๒ ฝัืงคลองและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งทั้งโครงการ คลองเชื่อม ๒ มหาสมุทรและมหานครใหม่ดังกล่าว
หากมีการบริหารที่ดีเช่นเดียวกับอดีตผู้นําประเทศเพื่อนบ้านแล้ว คาดว่าภายในป้ ๒๕๗๕ นี้ ประเทศเราจะต้องเปึนผู้นําในภูมิภาค โดยเฉพาะในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน และความมั่งคั่งได้ สําหรับข้อสังเกตต่อไปในหน้า ๕ ต้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์ที่ว่า ต้องเปลี่ยนทัศนคติของการทํายุทธศาสตร์ชาติโดยต้องทําอย่างเปึนวิทยาศาสตร์นั้น ในเรื่องนี้ขอเรียนว่าเห็นด้วยมากเลยต้องเปลี่ยน สําหรับวิธีการประเมินยุทธศาสตร์ ที่เปึนวิทยาศาสตร์และตรรกศาสตร์ทั่วโลกเขารู้จักและใช้กันมานานแล้ว ในเมืองไทย ก็มีสอนกันมากว่า ๕๐ ป้แล้วแต่ยังไม่ใช้กัน โครงการการประเมินที่เปึนวิธีวิทยาศาสตร์ และตรรกศาสตร์ที่ใช้กันอยู่ก็คล้าย ๆ กับวิธีการศึกษาของคณะกรรมาธิการนั่นแหละครับ ขอภาพที่ ๑ ครับ เขามีการกําหนดผลประโยชน์ของชาติ วัตถุประสงค์มูลฐานแห่งชาติ จากนั้นจะปร ะเมินสิ่งแวดล้อมทั้งสถานการณ์โลก ภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้าน และภายในประเทศ เพื่อกําหนดเปึนวัตถุประสงค์หรือเปัาหมายเฉพาะในเวลาที่กําหนด เช่น ๒๐ ป้ข้างหน้าเปึนต้น แล้วก็มีการวิเคราะห์ถึงพลังอํานาจของชาติต่าง ๆ ที่มี เพื่อหาแนวทางหรือวิธีการและเครื่องมือที่ดีที่สุ ดที่จะบรรลุแต่ละวัตถุประสงค์ เฉพาะที่กําหนดได้ ซึ่งแนวทางหรือวิธีการพร้อมเครื่องมือที่จะให้บรรลุแต่ละวัตถุประสงค์ ดังกล่าวคือคําตอบยุทธศาสตร์ชาติที่จะออกมาเปึนนโยบายและมาตรการเฉพาะด้านต่าง ๆ แห่งชาติในห้วงเวลาที่กําหนด แผ่นที่ ๒ ยุทธศาสตร์ชาติหรือยุทธศาสตร์หลั กของชาติ จะมีฉบับเดียวที่มีผลลัพธ์เปึนนโยบายและมาตรการเฉพาะด้านต่าง ๆ ซึ่งยุทธศาสตร์ ด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนการเมือง การทูต เศรษฐกิจ ทหารและอื่น ๆ แต่ละด้าน จะต้องเอาผลลัพธ์นี้ไปประเมินค่าแล้วออกมาเปึนยุทธศาสตร์แต่ละด้านฉบับเดียวของชาติ จากนั้นรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ก็ต้องเอาที่เกี่ยวข้องไปจัดทํายุทธศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวข้องของตน เช่นรัฐบาลอาจจะปรับจาก ๒๐ ป้เปึน ๕ ป้ เปึนต้น ซึ่งถ้าการจัดทํา ยุทธศาสตร์เปึนไปตามโครงสร้างนี้ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่รัฐบาล ไม่ว่าแต่ละด้านจะมียุทธศาสตร์ ย่อยขนาดไหน มากมายขนาดไหน ทุกยุทธศาสตร์จะมาจากที่เดียวกันคือยุทธศาสตร์ชาติ เปัาหมายและทิศทางจะร่วมกัน ขอแผ่นที่ ๓ จากการที่ไม่ใช้ระบบยุทธศาสตร์ที่กล่าวไปแล้ว ที่ผ่านมาประเทศเราได้ใช้หลักการดําเนินยุทธศาสตร์แบบที่ใช้กันในเชิงธุรกิจหรือในระดับ หน่วยงานเล็ก ๆ ที่ดัดแปลงมาตามภาพ คือไปกําหนดเองเริ่มตั้งแต่วิสัยทัศน์เปัาหมาย และอื่น ๆ ใครหรือหน่วยใดเห็นว่าสําคัญก็เรียกกันว่ายุทธศาสตร์ชาติเปึนวาระแห่งชาติ
เรื่องนี้เรื่องนั้นที่แต่ละเรื่องไม่มีเปัาหมายและทิศทางร่วมกัน และที่สําคัญยังมีการเข้าใจผิด ต่ออีกว่ายุทธศาสตร์หลั กของชาติคือเอายุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ เหล่านี้มารวมกัน หรือบูรณาการกัน ผิดพลาดหมดทั้งระบบครับ แต่อย่างไรก็ดีปัญหาที่กล่าวมาแล้ว กําลังจะหมดไปด้วยการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน และรัฐบาลก็ได้เริ่มต้นให้มีการดําเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว กระผมขอจบการอภิปราย แต่เพียงเท่านี้