สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล อภิปรายเรื่องการปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เป็นธรรม โดยเฉพาะการแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่ชาวต่างชาติเข้ามาผูกขาดตลาด และเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม พ.ศ..... แต่ยังมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ และการกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา และขอให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบให้สอดคล้องกับมาตรา 3 และมาตรา 4 ของร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมายเลข ๐๐๗ ดิฉันขออนุญาต ที่จะใช้เวลาในการอภิปรายวาระปฏิรูปพิเศษในหัวข้อที่ ๒ การปฏิรูประบบ เกษตรพันธสัญญาให้เปึนธรรม ซึ่งมีร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอจํานวน ๒ ฉบับด้วยกัน ด้วยหลักการแล้ว ดิฉันคิดว่าในการปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญาให้เ ปึนธรรมนี่เปึนหลักการที่ดีมาก ๆ และเปึนสิ่งที่ควรจะทํามาตั้งนานแล้ว หรือว่าควรจะทําให้เกิดความสมดุลคือไม่ให้เกษตรกร เสียเปรียบอย่างที่เปึนมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมามีชาวต่างชาติที่เข้ามา เปึนผู้ประกอบการหรือว่าผู้ซื้อมาซื้อสินค้าประเภทผลไม้ไทยห รือสินค้าเกษตรอื่น ๆ แล้วก็ทําสัญญาที่ไม่เปึนธรรมจํานวนมากมาย สิ่งที่เปึนข้อสังเกตและข้อห่วงใยจากดิฉันมีอยู่ ๒-๓ ประเด็น

ในกรณีของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ฉบับแรกว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ดิฉันมีข้อห่วงใยใหญ่ ๆ เลยนะคะ อยู่ที่หมวด ๑ คือเรื่องของคณะกรรมการว่าด้วยทั้งองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ แล้วก็ในเรื่องของสํานักเลขานุการนะคะ เพราะฉะนั้นในหลักการที่ให้มีคณะกรรมการชุดนี้ จํานวนประมาณ ๒๒ คนเท่าที่นับได้นี่มาจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เขียนไว้ใน (๑) ถึง (๖) ในมาตรา ๖ ดิฉันคิดว่าการทํางานน่าจะยังลําบาก เพราะว่าการที่เราตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ในกระทรวงที่ใหญ่ ๆ เช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีจํานวนกรมและสํานักงานประมาณ ๒๐ กรม สิ่งหนึ่งที่เราเพิ่มเข้าไปในคณะกรรมการชุดนี้ก็คือเพิ่มความเทอะทะให้กับ หน่วยงานที่เทอะทะอยู่แล้ว ดิฉันเองเคยอยู่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ในวุฒิสภา มาก่อน เราเคยทําแผนยุทธศาสตร์ ดูแผนยุทธศาสตร์ วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งกระทรวง เราพบว่าไม่มีแผนยุทธศาสตร์ที่ดี หรือที่เฉพาะเจาะจงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เพราะความเทอะทะของกรมต่าง ๆ ที่อยู่กันอย่างเปึนเอกเทศ การบูรณาการภายในกระทรวงน้อย แล้วก็ในลักษณะที่เราเพิ่ม คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาขึ้นมาอีก ๑ กรรมการอีก ๑ ชุดนี่ ดิฉันคิดว่าการทํางานให้มีประสิทธิภาพหรือบรรลุผลน่าจะลําบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องอํานาจหน้าที่ในมาตรา ๙ ดิฉันดูแล้วใน (๖) ของมาตรา ๙ เรากําหนดให้ คณะกรรมการชุดนี้กําหนดแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาในทุกเรื่อง คือพื้นที่ที่เหมาะสมจํานวนปริมาณของสินค้าทางการเกษตร ลักษณะประเภท ชนิดของพันธุ์ วัตถุดิบ ยา สารเคมี เครื่องมืออุปกรณ์หรือสิ่งที่นํามาใช้ในการผลิต ดิฉันคิดว่าตรงนี้โอกาส ที่จะทําให้คณะกรรมการชุดนี้สามารถทําสิ่งเหล่านี้ได้ไม่น่าเปึนไปได้ เพราะการจะกําหนด พื้นที่ที่เหมาะสมในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร การที่จะกําหนดจํานวนปริมาณ ของสินค้าทางการเกษตรแต่ละพื้นที่ว่าแต่ละป้ควรจะผลิตเท่าไรนี่ต้องเปึนนโยบายระดับชาติ หรือจากส่วนกลางไม่ใช่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดิฉันคิดว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ๑ กระทรวง แล้วก็ด้วยสํานักงานที่เปึนเลขาธิการคือ สศก. หรือสํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรสํานักงานหนึ่งซึ่งเทียบเท่ากรมไม่น่าจะทํางานตรงนี้ได้ เพราะว่า การบูรณาการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็เกิดขึ้นได้ยากอยู่แล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงว่า จะไปบูรณาการทางข้างนอกด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันยังอยากติติงว่าในมาตรา ๖ กับมาตรา ๙

ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่น่าจะฟังก์ชันได้ดี น่าจะต้องคิดเหมือนลักษณะของบีโอไอหรือลักษณะ ที่เปึนเอกเทศมากกว่านั้นนะคะ ก็เรียนฝากไว้เปึนข้อคิดเห็น ในมาตรา ๑๑ ที่ท่านจะให้ สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนได้ ใน (๔) นี่ดิฉันก็คิดว่า จะใช้เวลานานมากถ้าให้ สศก. ทําหน้าที่ทุกอย่างเปึนเลขานุการหรือธุรการแล้วยังให้รับ เรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ย คิดว่าแต่ละเคส (Case) คงจะใช้เวลาเปึนหลายสิบป้เลยถ้าเผื่อว่า จะไปถึงตรงนั้นนะคะ และข้อที่ท่านเขียนผิดใน (๔) ก็คือน่าจะตามมาตรา ๙ (๕) ไม่ใช่ (๓) ที่จะรับเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ยโดยให้มีหลักเกณฑ์วิธีการน่าจะเปึนมาตรา ๙ (๕) มากกว่า (๓) นะคะ แต่เรื่องนี้ก็ติงไว้ว่าน่าจะทําหน้าที่ได้ยากนะคะ สุดท้ายก็คือร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่เปึนธรรมท่านจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนผู้รักษาการ แต่ชุดที่ว่าด้วยสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ที่จะปรับปรุงนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปึนผู้รักษาการนะคะ เพราะฉะนั้น ความเชื่อมโยงระหว่าง ๒ พ.ร.บ. นี้ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงยุติธรรม ดิฉันคิดว่ายังไม่ค่อยชัดเจนนะคะว่าจะทําออกมาให้ชัดเจนได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการแก้ไขฉบับที่ที่ไม่เปึนธรรมนี่ในมาตราที่ท่านให้นิยาม นิยามของผู้ผลิตหรือผู้รับจ้างผลิต นิยามของผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรนี่ ยังไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ชุดแรกเท่าไรนัก เนื่องจากว่าชุดที่ไม่เปึนธรรมออกมาก่อนแล้วใน พ.ศ. ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากขอฝากให้ คณะอนุกรรมการได้ไปดูนะคะ กรรมาธิการได้ไปดูในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ ของร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เปึนธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... น่าจะต้องมาสอดรับ กับทั้งของเดิมและมาสอดรับกับฉบับใหม่ให้คล้องจองมากกว่านั้น ขอบคุณค่ะ