อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ หารือเรื่องเกษตรพันธสัญญา โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และเรียกร้องให้ร่างพระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป่า และการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน โดยเสนอแนวคิดในการพัฒนาประเทศให้ออกมาในรูปแบบที่เหมาะสม และใช้การลงทุนของรัฐบาลเพื่อพัฒนาต่อยอดใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ขออนุญาตว่าอาจจะเกินเวลา ๕ นาทีเพราะมี ๒ วาระนะคะ ดิฉันจะเลือกพูด เรื่องเกษตรพันธสัญญาก่อนเพราะว่าเปึนเรื่องที่ดิฉันคิดว่าใหม่ ๆ ทุกคนพูดตามมาแล้วนะคะ ดิฉันมองดูจากภาพที่นําเสนอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกข้าวโพดบนพื้นที่ภูเขาหรือบนเนินเขา ที่เราเห็นในภาพ ดิฉันเชื่อว่านั่นคือการบุกรุกพื้นที่ป์าไม้ ถ้าดูไม่ผิดนะคะ แล้วก็จากการที่เรา ลงไปดูพื้นที่ในภาคเหนือบางพื้นที่เราพบว่าชาวเขาเองก็มีการบอกว่าปลูกข้าวโพดในพื้นที่ เหล่านั้นเพื่อที่จะให้เกิดรายได้ป้ละประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท เอาไปผ่อนรถป่กอัพที่เพิ่งซื้อมา ดิฉันจะพยายามโยงว่าอันนี้ใช่เกษตรพันธสัญญาหรือไม่ แต่ว่าได้ยินชาวเขาเขาบอกว่า เขาได้รับทุกอย่าง ต้นทุนแม้กระทั่งเมล็ดพันธุ์อะไรมาจากอันนี้ ก็เลยจะขอเหมาว่า นั่นน่าจะเปึนเกษตรพันธสัญญาอีกอย่างหนึ่งนะคะ ดิฉันมองเห็นปัญหาว่ามีการบุกรุกทําลาย พื้นที่ป์าไม้เพื่อทําเกษตรพันธสัญญาปลูกข้าวโพดในกรณีนี้ พืชผลชนิดอื่น ดิฉันไม่แน่ใจ แต่เท่าที่เห็นข้าวโพดนะคะ แล้วพอหลังจากนั้นก็ทราบจากท่านกรรมาธิการว่า จะมีการเผาทําลายเศษวัสดุเหลือใช้เมื่อเก็บข้าวโพดไปแล้ว กําลังจะขอให้ท่านกรรมาธิการ ช่วยคิดว่าในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เปึนธรรม พ.ศ. .... ท่านช่วยคิดถึงประเด็นด้านต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ป์าไม้ที่ถูกบุกรุกทําลายไปป้หนึ่ง หลายล้านไร่ หลายแสนไร่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือตอนบน หรือว่าภาคอีสานบางพื้นที่ อย่างเช่นจังหวัดเลยหรืออะไรที่เคยมีการยกตัวอย่างมาแล้ว ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉันคิดว่าเปึนไปได้หรือไม่ ในเมื่อท่านจะแก้ไขปัญหาพันธสัญญาที่เปึนธรรม ให้ความเปึนธรรมกับประเทศชาติ บอกว่า เกษตรกรที่ใช้พื้นที่ของธรรมชาติในการบุกรุกพื้นที่ป์ามาปลูกข้าวโพดและมีรายได้ อาจจะมากหรือน้อย อาจจะกําไรหรือขาดทุน แต่คนที่ได้ประโยชน์คือเจ้าของสัญญา ที่ได้มีการปลูกคราวนั้น เพราะฉะนั้นท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติหรือการฟุ๋นฟูพื้นที่ป์าไม้ที่ต้องกลับมาหรือว่าค่าใช้จ่ายของกระทรวง หน่วยงานภาครัฐที่ลงไปแก้ปัญหาในเรื่องหมอกควันและไฟป์า ตัวดิฉันเองมาจาก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิฉันจําได้ว่าป้หนึ่งจะมีงบประมาณอาจจะประมาณ
๓๐ ล้านบาทที่กระทรวงจะต้องนําไปแก้ปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป์าในพื้นที่ จังหวัดภาคเหนือ ส่วนนี้น่าจะเปึนต้นทุนที่ทางรัฐต้องจ่ายให้กับส่วนหนึ่งมาจาก เกษตรพันธสัญญานี้หรือไม่ ดิฉันจะฝากให้ท่านกรรมาธิการช่วยดูด้วยว่าถ้าสินค้า เกษตรพันธสัญญาที่พูดถึงในนี้มีต้นทุนในการทําลำยทรัพยากรธรรมชาติ แล้วก็ต้นทุน แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมอยู่ด้วย เราควรจะเรียกเก็บภาษีจากใคร คงไม่ใช่จากเกษตรกร กระมังคะ น่าจะเปึนคนที่ได้ประโยชน์คือเจ้าของสัญญา ฝากท่านช่วยคิดตรงนี้ต่อด้วย เพื่อจะเปึนการคุ้มครองปกปัองไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกบุกรุกทําลายโด ยการที่เขาเรียก ดิฉันดูในเทป (Tape) เมื่อวันที่ ๑๓ มีใครไม่รู้พูดออกมาว่านายทุนต้องเสียค่าที่ข่มขืนแผ่นดิน ด้วยนะ หมายถึงในการทําเกษตร ดิฉันเห็นในคลิปวิดีโอวันนั้นนะคะ ในประเด็นนี้ ฝากท่านกรรมาธิการด้วย ในประเด็นที่ ๒ ดิฉันอยากจะพูดเรื่องวาระพัฒนา เรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายในป้ ๒๕๗๕ ก็แสดงว่าอีก ๑๗ ป้จากนี้ไปเราคงต้องมองว่าประเทศไทยจะตั้งรับอย่างไร จะต้องมียุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปอยู่จุดที่เราอยากจะเปึนตรงนั้น ใน ๑๗ ป้ข้างหน้า ในยุทธศาสตร์ของท่านท่านเสนอดีว่าเราต้องเตรียมตัวให้มีการลงทุน ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทําให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้วก็เริ่มไปด้วย ที่การทําเศรษฐกิจชายแดน อาจจะหมายถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนพวกนี้ด้วย ซึ่งดิฉัน ก็ไม่แปลกใจในส่วนนั้น เพราะว่าการปฏิรูปในการทํายุทธศาส ตร์ในอนาคตดิฉันเชื่อว่า เหมือนที่ท่านกําหนดไว้ในรายงานว่าจะต้องมีการปฏิรูปในระดับพื้นที่ต่าง ๆ เริ่มด้วยพื้นที่ ที่ต้องมีส่วนร่วมในการกําหนดเปัาหมายและแผนยุทธศาสตร์ของชาติ กล่าวคือ แผนยุทธศาสตร์ชาติต้องเปึนแผนซึ่งควบรวมความต้องการและวิสัยทัศน์ของพื้นที่ต่าง ๆ และของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่และความต้องการของภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ของพื้นที่ต่าง ๆ ให้เกิดความเปึนเจ้าของยุทธศาสตร์ชาติร่วมกันต่อไป ในข้อเสนอที่ คณะกรรมาธิการเสนอในเรื่องที่ว่าประเทศไทยควรมีแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ให้มีการทํา โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมระหว่ำงมหาสมุทรแปซิฟ่กและมหาสมุทรอินเดีย หรือเชื่อม ๒ มหาสมุทรนี้
ซึ่งดิฉันเชื่อว่าเราเคยพูดกันถึงเรื่ องนี้เมื่อหลายสิบป้มาแล้ว เปึนการมองไปข้างหน้าตั้งแต่ สมัยพัฒนาแลนด์ บริดจ์ (Land Bridge) หรือพัฒนาพื้นที่ ภาคใต้ตอนบน ตอนนั้นดิฉัน ยังเปึนข้าราชการระดับเล็ก ๆ อยู่ เรายังมองว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้ดิฉันได้ยินท่านพูดถึง การขุดคลองใหม่ แล้วก็ไปที่ท่าเรือทวาย ซึ่งต้องขออภัยที่เมื่อกี้ ท่าน พลเรือเอก ศุภกร ว่าจะเปึนการสร้างบาปใหม่หรือไม่ ดิฉันไม่แน่ใจ พูดถึงทวายตรงโน้นไม่รู้จะโยงไปถึงอะไร อีกหรือไม่ แต่กําลังมองว่าถ้าเราจะทําให้ประเทศอาเซียนด้วยกันได้ประโยชน์ท่านก็ทําไปเถอะ ในเรื่องเศรษฐกิจชายแดนระหว่างไทยกับเพื่ อนบ้าน เพราะมันเปึนเทรนด์ (Trend) ของการพัฒนาในยุคปัจจุบันในรูปเออีซี แต่ถ้าท่านจะมองกลับมาว่าทําอย่างไรให้ประเทศไทย ได้ประโยชน์เต็ม ๆ ในการเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟ่กกับมหาสมุทรอินเดีย ดิฉันจําได้ว่า รัฐบาลไทยได้ลงทุนในโครงการนี้ไปเยอะมาก โครงการแลนด์ บริดจ์ที่ท่านเคยลงทุนกัน เอาไว้แล้วมีการหยุดชะงักไป อยากจะสอบถามท่านกรรมาธิการยุทธศาสตร์หมายถึง กรรมาธิการชุดนี้ว่าท่านเคยกลับมาพิจารณาความเปึนไปได้ของโครงการนี้อีกหรือไม่ ในภาคใต้ที่เคยคิดจะทําที่อําเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังอําเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ดิฉัน เชื่อข้อมูลจากคนปัจจุบันซึ่งทุกคนเกือบจะลืมเลือนไปหมดแล้ว มีการเวนคืนที่ดิน มีการสร้างอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) บางอย่างแล้วก็หยุดไป แล้วก็ได้ยินเหตุผลว่าที่หยุดไปเพราะชาวบ้าน ไม่ต้องการเมื่อ ๓๐ ป้มาแล้ว ดิฉันคิดว่า ในเมื่อเราจะทํายุทธศาสตร์ให้ประชา ชนมีส่วนร่วมทําไมเราไม่ลองสํารวจความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ ในภูมิภาคนั้นว่าเขาต้องการพัฒนาประเทศในภูมิภาคนั้นให้ออกมา ในรูปแบบอย่างไร อาจจะไม่ใช่อุตสาหกรรมก็ได้ อาจจะเปึนการท่องเที่ยวหรืออย่างอื่น ซึ่งอาจจะมีความเหมาะสม แล้วก็นําการลงทุนของรัฐบาลซึ่งเคยล งทุนเอาไว้ เวนคืนที่ดิน เอาไว้ทั้งหมดกลับมาพัฒนาต่อยอดใหม่ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าการทําลักษณะนี้เราไม่ต้องไปแบ่งปัน ผลประโยชน์กับเพื่อนบ้านคนไหน ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากการเชื่อม ๒ มหาสมุทรในครั้งนี้นะคะ จะฝากท่านกรรมาธิการช่วยเพิ่มเติมรายละเอียดอธิบายด้วยว่า มันจะเปึนไปได้แค่ไหน เพียงไร แล้วก็เชื่อว่าจะเปึนประโยชน์กับประเทศไทยโดยตรงค่ะ ขอบคุณมากค่ะ