อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของวาระพัฒนาสำหรับประเทศไทยในอนาคต โดยพูดถึงจุดแข็งของประเทศไทยและเรียกร้องให้ปรับทัศนคติและปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยเสนอแนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย โดยเสนอให้สร้างระเบียงเศรษฐกิจร่วมในพื้นที่ชายแดนไทย เช่น ไทย-มาเลเซีย ไทย-เมียนมาร์ ไทย-แคมโบเดีย ไทย-ลาว และเปลี่ยนจากการเป็นเขตเศรษฐกิจฝ่ายเดียวไปสู่การเป็นพันธมิตร พาร์ตเนอร์ชิป หุ้นส่วนกับเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเรียนท่านประธานนะครับก่อนนับเวลา เผอิญรายงาน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง มีวาระพัฒนาซึ่งเปึนเรื่องสําคัญมาก อยู่ ๑ เรื่อง แล้วก็วาระปฏิรูปพิเศษอีก ๒ เรื่อง โดยเฉพาะเปึนตัวร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องด้ วย กระผมขออนุญาตท่านประธานว่าจะใช้เวลาให้สั้นที่สุดตามกรอบ ท่านประธานนะครับ แต่อาจจะเกินเลยไปสักเล็กน้อยก็ขออนุญาตท่านประธาน เจ้าหน้าที่ ตั้งเวลาใหม่นะครับนี่เดินไปเกือบ ๑ นาทีแล้ว ผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะชื่นชม
คณะกรรมาธิการชุดนี้ทํามาได้ดีตลอดครับ แล้วก็ถือว่าเปึนรายงานที่มีความสมบูรณ์ บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและระบบทุกรายงานเลยครับ แล้วก็อยากจะให้ ปรับปรุงพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวาระพัฒนานะครับ เรื่อง แนวทางปฏิรูป เศรษฐกิจประเทศไทยเพื่อเปึนป ระเทศพัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ คือครบ ๑๐๐ ป้ ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และครบป้ที่ ๒๕๐ ของการสถาปนากรุงเทพมหานคร เปึนราชธานีปัจจุบัน ในเรื่องของจุดเด่น จุดแข็งของเศรษฐกิจไทยที่มีการวิเคราะห์ผมเห็นว่า ยังขาดไปประเด็นหนึ่งครับ ท่านชี้มาได้ถูกต้องเลยครับว่า
ในกรณีของจุดที่ตั้งที่ทําให้เราเปึนจุดเชื่อมทางการค้าและธุรกิจในภูมิภาคนี้นั้น เพราะว่า จุดแข็งของการเปึนที่ตั้งประเทศ ๒. ก็คือในส่วนของการเปึนระบบเศรษฐกิจเป่ดที่ทําให้เปึน เสมือนเสน่ห์ของประเทศของเรา แต่ว่าอีกข้อหนึ่งครับที่ผมคิดว่าอยากจะเพิ่มเติม และท่านไม่ได้กล่าวถึง และสําคัญมากในภาวะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองทั้งมหาอํานาจก็ดี มหาอํานาจในภูมิภาคก็ดี แล้วก็การเปลี่ยนแปลงของปัญหาความขัดแย้งที่เปึนพลวัต ในแถบนี้ก็ดีนั้นมีความเปลี่ยนแปลงเร็วมาก จุดแข็งประเด็นนี้ก็คือการที่ประเทศเรานั้น เปึนมิตรกับทุกประเทศครับ เราไม่ได้มีปัญหาเกิดขึ้นกับประเทศที่มีความสําคัญเกี่ยวโยง ต่ออนาคตของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนในระดับมหาอํานาจ จะเปึนประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี ประเทศรัสเซีย ประเทศจีน หรือว่าประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจอย่างประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ประเทศอินเดีย ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ หรือแม้แต่ ประเทศอินโดนีเซียซึ่งเปึนสมาชิกในอาเซียนด้วยกัน จุดแข็งตรงนี้จะตอบโจทย์อะไรบ้าง ในอนาคต มันตอบโจทย์แน่นอน เพราะเราไม่เหมือนประเทศอื่นครับ ปัญหาในทะเลจีนใต้ ทําให้ประเทศญี่ปุ์นมีปัญหากับประเทศจีน ทําให้ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม แม้แต่ประเทศบรูไนก็มีปัญหา และรวมทั้ง ประเทศมาเลเซียมีปัญหากับประเทศจีน ขณะเดียวกันประเทศอินเดีย ประเทศจีน หรือประเทศเมียนมาร์ก็เปึน ๓ เส้าของปัญหา มองรอบไปแล้วไม่มีประเทศไหนที่จะมีจุดแข็งที่สุด เท่ากับประเทศไทยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราวางไว้ผมเห็นว่าท่านพยายามวางว่าใน ๑๘ ป้ ๒๐ ป้ข้างหน้ามันจะเกิดอะไร ตัวแปรสําคัญตรงนี้สําคัญมาก มันจะตอบโจทย์หลายเรื่อง ว่าเราจะวางในเรื่องของคําว่าพาร์ ตเนอร์ชิป (Partnership) หรือว่าหุ้นส่วนอย่างไร วันนี้การปรับทัศนคติสําคัญมาก ที่ท่านเสนอมาถูกต้องที่สุด จะปฏิรูปเศรษฐกิจได้ทั้งปฏิรูป เศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศนั้นอยู่ที่ทัศนคติ มุมมองของภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาชน มุมมองดังกล่าวนั้นเปึนมุมมองที่จะต้องปรับสถานะของตัวเองโดยยืนบน ๓ จุดแข็งที่ว่านี่ครับและให้เข้าใจ และคําว่าพาร์ตเนอร์ชิปจะมีความสําคัญต่ออนาคต ใน ๒๐ ป้จากนี้ไป มันไม่ใช่การที่เรามองว่าเราเหนือกว่า หรือแม้แต่มุมมองในส่วนของ การที่เราพูดถึงการค้าระหว่างประเทศซึ่งถือว่ามีสั ดส่วนถึง ๑๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจีดีพี จนเราบอกว่าเราเปึนเทรดิง เนชัน เปึนประเทศการค้าพาณิชย์ เราเปึนศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ เปึนศูนย์กลางนั่นศูนย์กลางนี่ แต่แท้ที่จริงต่อไปไม่ใช้คําว่าคู่ค้าและคู่แข่งอีกต่อไป
จะใช้คําว่าคู่ค้าและคู่ขาคือคําว่าพาร์ ตเนอร์ชิป ดังนั้นเองในส่วนของสิ่งที่เราจะต้องตอบ ก็คือว่าแล้วจากป้ ๒๕๕๘ เมื่อพ้นวันที่ ๓๑ ธันวาคมป้นี้เราจะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง เปึนจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ จุดแข็ง จุดยืน และจุดต่อรองของประเทศของเรานั้น จะต้องอยู่บนฐานใหม่ ไม่ใช่ฐานของประเทศไทย แต่เปึนฐานของประชาคมอาเซียน ฐานที่มี ประชากร ๖๐๐ ล้านคน มีจีดีพีรวมกัน มีมูลค่าการค้ากว่า ๑.๒-๑.๕ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีกําลังซื้อมหาศาล มีประชากรซึ่งคิดเปึนสัดส่วนแล้วก็เปึนกลุ่มประชากรในภูมิภาคที่กําลัง เปึนดาวรุ่งของการเติบโต ที่เรียกว่าอีเมิร์จจิง อีโคโนมี (Emerging economy) เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรายังไม่เห็นความชัดเจนในข้อเสนอประการหนึ่งคือหลังจากการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน แล้วเราจะก้าวสู่สเตป (Step) ต่อไปอย่างไร ความท้าทายต่อการพิจารณาข้อเสนอของ กลุ่มทีพีพี (TPP) ทรานส์แปซิฟ่ก พาร์ตเนอร์ชิป (Trans-Pacific Partnership) ซึ่งก็มีผล ต่อการกําหนดท่าทีจุดยืนหลายอย่างของประเทศตะวันตกเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรปต่อปัญหาบางประการที่เราเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเทียร์ ๓ (Tier 3) ก็ดี การค้ามนุษย์ก็ดี และอื่น ๆ ต่อไปภายหน้านั้นเราจะเดินอย่างไร
หรือว่าเราจะยืนอยู่ในจุดที่ให้เห็นชัดเจนในยุทธศาสตร์ของเราคือเรื่องของอาเซป (RCEP) รีเจิน นอล คอมพรีเฮนซีฟ อีโคโนมิก คอร์ปอเรชัน (Regional Comprehensive Economic Corporation) ที่เปึนพาร์ตเนอร์ชิปที่คิดว่าจะเปึนอาเซียนบวก ๖ (ASEAN +6) มากกว่าอาเซียนบวก ๓ (ASEAN +3) แล้วก็บียอนด์ (Beyond) ก็คืออาจจะมีพาร์ตเนอร์ (Partner) ใหม่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึนประเทศรัสเซีย จะเปึนประเทศใดก็ตามในแถบแปซิฟ่ก ริมและในส่วนของเอเชียกลาง ตรงนี้เองที่ผมคิดว่ามันเปึนทัศนคติและวิสัยทัศน์ มุมมองที่วาง อนาคตไปข้างหน้า เราไม่เพียงจะพยายามตอบโจทย์วัน เวลาที่ผ่านมาจนกระทั่งถึง พ.ศ. นี้ แล้วผมก็เห็นว่าข้อสรุปที่บอกว่าประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะแรงกดดัน ภายนอกมา ๗ ครั้งก็ถูกต้องอยู่ แต่ครั้งนี้จะเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเรา ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดจากแรงกดดันภายในก็คือสภาปฏิรูปแห่งชาติที่มีบลูปรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for Change) พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ และความสมบูรณ์ของมุมมองข้อเสนอ ดังกล่าวสําคัญอย่ำงยิ่งที่จะนําสิ่งเหล่านี้ต่อไป ประการที่ ๒ ในส่วนนี้ก็คือในเรื่องของ ข้อเสนอที่เปึนแนวคิดของการปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างและระบบ ผมอยากให้ท่านรักษา สิ่งที่เรียกว่าเปึนความหลากหลายทางเศรษฐกิจอันเปึนพื้นฐานที่ประเทศนี้มีเหนือกว่า อีกหลายประเทศทั่วโลกกว่า ๑๐๐ ประเทศ ถ้าเราเห็นตัวเลขที่ท่านนําเสนอมาว่าโครงสร้าง การผลิตของไทยเกือบคงที่ในระยะ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา ภาคเกษตรร้อยละ ๑๑ ภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ ๓๑ ภาคบริการร้อยละ ๕๘ แต่ในอนาคตโครงสร้างเศรษฐกิจจะต้องเปลี่ยนไป จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตามประเทศไทยจะต้องรักษาหรือเพิ่มสัดส่วนความสมดุลของ โครงสร้างเหล่านี้ให้ได้ครับ อย่าให้เกษตรอยู่ที่ร้อยละ ๑๑ อาจจะต้องเพิ่มไปเปึนร้อยละ ๒๐ แต่เปึนเกษตรสมัยใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และมีกลไกใหม่ ๆ อย่างที่เสนอมา เปึนต้น ภาคอุตสาหกรรมก็ต้องเปึนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม มีแบรนดิง (Branding) แม้แต่ สินค้าเกษตรต้องมีแบรนด์ (Brand) เหมือนกันครับ และภาคบริการซึ่งรวมทั้งเรื่องของ การท่องเที่ยว เรื่องพาณิชย์ เรื่องอะไรต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เปึนเอสเอ็มอี (SME) ตรงนี้ก็ถือว่า เรามีสัดส่วนที่สูงมาก แต่ถามว่าทําไมจะต้องรักษาหรืออาจจะต้องเพิ่มสัดส่วนเกษตร เพราะต่อไปโลกประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ๗,๐๐๐ ล้านคน ๙,๐๐๐ ล้านคน ฟูด ซีเคียวริตี (Food security) ปัญหาใหญ่ เอนเนอจี ซีเคียวริตี (Energy security) ปัญหาใหญ่ ดังนั้นจําเปึนเหลือเกินว่าเราจะต้องรักษา บางประเทศอย่างประเทศกรีซ
ที่ประสบปัญหาแล้วภาษาชาวบ้านเรียกว่าหัวทิ่มบ่อเลย เพราะอะไร เพราะว่าเขาไม่มี ความหลากหลายที่เรียกว่าอีโคโนมิก ไดเวอร์ซิตี (Economic diversity) ไปหนักทางด้านบริการ ไปหนักทางด้านท่องเที่ยว แม้แต่ประเทศสิงคโปร์โดนพายุวิกฤติเศรษฐกิจเข้ามาก็ต่อเนื่อง ยาวนาน ล้มครับ แต่ของเราภาคเกษตรไม่ใช่เลี้ยงดูคนในประเทศเท่านั้น แต่สามารถดูคน ทั้งโลกได้ อุตสาหกรรมเกษตรอันใดอันหนึ่งเพลี่ยงพล้ําก็ยังดูแลกันได้ หรือแม้แต่ภาคบริการ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นท่านลองวางดูสิว่าสัดส่วนของภาคหลัก ๆ ของเราในโครงสร้าง เศรษฐกิจ แล้วหลังจากนั้นมาลงย่อยรายสาขา ลงย่อยรายพื้นที่ สุดท้ายที่ขอให้ความเห็น ก็คือในเรื่องของแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมชายแดน ตรงนี้เปึนความชาญฉลาดของ คณะกรรมาธิการที่ได้ต่อเนื่องจากเรื่องของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระบบพาร์ตเนอร์ชิ ป ต่อไปภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ขอสั้น ๆ นิดเดียวท่านประธาน ๑ นาทีก็คือว่า คําว่าพาร์ตเนอร์ชิป พีพีพีนี่ กับเรื่องของรูปแบบรัฐบาลในพื้นที่ รูปแบบรัฐบาล ในพื้นที่นี่ท่านวิเคราะห์มาถูกเลยผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าตอนนี้การกระจายตัวของ ศูนย์ขั้วเศรษฐกิจทั้งหลายมันเริ่มออกไปชายแดน มันรองรับตั้งแต่ในเรื่องของอาฟตา (AFTA) แล้วในที่สุดก็มาสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มาเปึนประชาคมอาเซียน แต่ว่าพื้นที่ ไม่ได้เตรียมตัว เราประกาศบอกว่ามีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๕ แห่ง ๑๐ แห่ง ๑๑ แห่ง ซึ่งถูกต้องเปึนทิศทางที่รัฐบาลกําหนดไว้ถูกต้องที่สุดแล้ว แต่จะทําให้มันเปึนจริง และมีประสิทธิภาพเปึนหน้าที่ของข้อเสน อของเราเช่นรูปแบบของรัฐบาลท้องถิ่น ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่อย่างปัจจุบันแน่นอน เหมือนที่ท่านเสนอบอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเปึนตัวแทนรัฐบาลกลางไปเปึนหัวหน้าราชการส่วนภูมิภาคจะต้องเปึนนักการทูต จะต้องเปึนนักการค้า แต่ในระบบปัจจุบันมันไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาใหม่ครับว่า ถ้าจะเปึนรัฐบาลท้องถิ่น ชายแดนทั้งหมดนี่ครับ อันนั้นเปึนคําตอบ ๒. ก็คือลักษณะพื้นที่ เศรษฐกิจพิเศษมันไม่มีลักษณะเขตเศรษฐกิจแบบเมื่อ ๓๐ ป้ก่อนที่ประเทศจีนเริ่มทํา สมัยเซินเจิ้น ไม่ประสบความสําเร็จใน พ.ศ. นี้
แต่เขาใช้เวลาเมื่อ ๓๐ ป้ที่แล้วกว่าจะพัฒนาขึ้นมา วันนี้มันต้องคิดว่าเปึนระเบียงเศรษฐกิจร่วม แล้วครับ การประกาศเขตเศรษฐกิจฝ์ายเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องทําเปึนระเบียงเศรษฐกิจร่วม เช่น ไทย-มาเลเซีย ไทย-เมียนมาร์ ไทย-แคมโบเดีย ไทย-ลาว เปึนต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ จําเปึนที่จะต้องบอกว่าการสร้างรูปแบบเขตเศรษฐกิจจะต้องสอดคล้องกับรัฐบาล พื้นที่ และรูปแบบของพื้นที่เศรษฐกิจก็จะต้องเปลี่ยนไปสู่การเปึนพันธมิตร พาร์ตเนอร์ชิป หุ้นส่วนกับเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ขออนุญาตท่านประธาน เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ