อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล หารือเรื่องระบบตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบออนไลน์ และเสนอแนวคิดในการส่งผลการตรวจวัดไปยังชุมชนและศูนย์การค้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลและความรับผิดชอบต่อสังคม และหารือเรื่องการดูแลระบบออนไลน์ และการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนการใช้เงินกองทุนเพื่อประโยชน์ต่อชุมชน
เรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ ท่านกรรมาธิการและเพื่อน ๆ สปช. ครับ ผม อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อยากเรียนว่า จากประสบการณ์ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมแล้วก็ทํางานพัฒนาอุตสาหกรรมให้ยั่งยืนไปกับ สิ่งแวดล้อม กับสังคมมายาวนาน ก็เรียนว่าชอบสิ่งที่ท่านกรร มาธิการทํามากทั้ง ๕ เรื่อง ผมเชื่อว่าทั้ง ๕ เรื่องเปึนเรื่องที่ดีต่อภาคอุตสาหกรรมแล้วก็ต่อประชาชน คงไม่มีอะไร ที่สมบูรณ์จากการที่เราเริ่มต้น แต่ขอให้ได้ทําเถอะครับผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี ผมก็อาจจะให้ประสบการณ์บางเรื่องที่ผมเองได้มีส่วนค่อนข้างเยอะในการทํา โดยเฉพาะ ระบบที่เราพูดถึงเรื่องของออนไลน์ มอนิเตอริง ซิสเตม (Online Monitoring System) หรือระบบรายงานแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมระบบออนไลน์ ผมทําเมื่อ ๑๐ ป้ก่อน ๑๐ กว่าป้ก่อนผมอาจจะเปึนโรงงานอุตสาหกรรม ความจริงแล้วก็คือ โรงกลั่นน้ํามันขนาดใหญ่ของประเทศที่ทําเรื่องนี้เปึนแห่งแรกของประเทศไทย ความจริงแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าในต่างประเทศก็จะมีโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ เขาก็ทําอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนโรงงานทางอุตสาหกรรมน้ํามัน หรือโรงไฟฟัาใหญ่ ๆ โรงไฟฟัานิวเคลียร์ โรงไฟฟัาแก๊ส โรงไฟฟัาถ่านหิน เขาก็ทํากันนะครับ ในการที่มีการตรวจสอบคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคุณภาพน้ําทิ้ง คุณภาพอากาศที่ปล่อยออกไป ระบบออนไลน์นี่แล้วก็แสดงผลอยู่หน้าโรงงานเลย สิ่งที่ผมได้ทํานอกเหนือจากแสดงผล หน้าโรงงานแล้วผมแสดงผลไปที่ชุมชนเลย คือออนไลน์ไปที่ชุมชน ชุมชนไม่ใช่ว่าจะวิ่งมาดู เข้ามาที่โรงงาน ชุมชนเขาก็อยู่บ้านครับ เพราะฉะนั้นการที่จะให้เขาได้ข้อมูลจริง ๆ ก็คือ ต้องส่งข้อมูลไปที่บ้านเขาก็คือในชุมชน ก็จะมีจอมอนิเตอร์ (Monitor) แล้วก็แสดงผล ในการตรวจวัดต่าง ๆ นอกเหนือจากนั้นแล้วยังมีการแสดงผลไปยังศูนย์การค้าเลยนะครับ คือคอมมิวนิตี มอล (Community Mall) ต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็ออนไลน์ไป เนื่องจาก ระบบเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ค่อนข้างทันสมัยมากสามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ ไปได้ค่อนข้างถูกต้อง และรวดเร็วก็สามารถจะทําได้ สิ่งเหล่านี้ที่ทํานี่ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องแนวเชิงรุกในเรื่องของ
การจัดการสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม สมัยก่อนเราอาจจะเปึนอุตสาหกรรมที่ให้คน มาตรวจสอบว่าได้ตามมาตรฐานหรือเปล่า เปึนไปตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร แต่ในการดูแล สิ่งแวดล้อมวันนี้มันควรจะให้ความสําคัญกับชุมชนและประชาชน ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น ในการบอกประชาชนอย่างเป่ดเผยมันจะสอดคล้องกับที่เราเรียกว่า การกํากับกิจการที่ดี แม้กระทั่งทางสิ่งแวดล้อมเราเรียกว่าธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นการเป่ดเผยข้อมูล เหล่านี้มันเปึนเรื่องที่ดีต่อสังคม นอกจากนั้นแล้วมันจะเปึนส่วนในเชิงรุกด้วยว่า ถ้าอุตสาหกรรมนั้นเอาจริงเอาจังในการดูแลและจัดการสิ่งแวดล้อม ประชาชนก็จะ ให้ความเชื่อถือ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาประชาชนก็จะให้ความเรียกว่ายอมรับ แล้วก็ในเรื่องของการที่จะยอมรับให้โรงงานได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยที่ไม่มีเรื่องมีราว สิ่งเหล่านี้มันเปึนสิ่งที่มีประโยชน์ มีประเด็นอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่อาจจะเปึนปัญหาบ้างเล็กน้อย สําหรับอุตสาหกรรมบางประเภทที่อาจจะกังวล หลัก ๆ จากประสบการณ์ของผมก็คง มีเรื่องแรกก็คือเรื่องเงินลงทุน ระบบนี้ใช้สตางค์เยอะเหมือนกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีวันนี้ มันถูกลงเรื่อย ๆ แล้วก็เราจะตรวจวัดเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่เช่นมีน้ําทิ้งวันละ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้เชื้อเพลิงบางตัวที่อาจจะต้อง ดูในเรื่องของคุณภาพที่ปล่อยจากอากาศว่าจะมีปัญหาหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า อุตสาหกรรมพวกนี้น่าจะแบกภาระได้ ประเด็นที่ ๒ ก็คือควำมถูกต้องของข้อมูล จริง ๆ แล้วการใช้เครื่องมืออัตโนมัติลักษณะนี้จะต้องมีการตรวจวัดที่เราเรียกว่า สแตนดาร์ดไดเซชัน (Standardization) หรือที่เราเรียกว่าสอบเทียบเครื่องมือเหล่านี้ว่า สามารถที่จะให้ข้อมูลได้ถูกต้องอย่างต่อเนื่องหรือเปล่า เรื่องที่ ๓ ที่เปึนเรื่องกลัวของ ผู้ประกอบการก็คือกลัวว่าสิ่งที่ตรวจวัดออกมาแล้วเกินมาตรฐานหรือไม่ได้ตามมาตรฐาน แล้วผิดกฎหมาย
ตรงนี้ก็เปึนตัวใหญ่อยู่เหมือนกัน จริง ๆ แล้วระบบออนไลน์มันมีโอกาสที่ตรวจออกมาแล้ว มีการผันผวนได้บ้าง จากประสบการณ์ของผมถ้ามีการดูแลจัดการดีมันไม่มีปัญหา มันสามารถตรวจวัดแล้วก็ทําคุณภาพต่าง ๆ ทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเปึนเรื่องน้ําและอากาศ ได้ตามมาตรฐานอยู่แล้ว แต่บางครั้งถ้าเกิดมีการคิดผิดพลาดเราก็จะต้องกลับมาตรวจสอบ ฉะนั้นผมก็บอกเพื่อน ๆ นักอุตสาหกรรมด้วยกันว่าอย่ากังวลในเรื่องนี้เลยครับ เพราะเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราสามารถที่จะบอกทางเจ้าหน้าที่ได้ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่เขามาเห็นหรือประชาชน สนใจหรือสงสัย มีอีกนิดหนึ่งผมอยากจะเรียนว่าเรื่องของกองทุนโดยเฉพาะกองทุนพัฒนาไฟฟัา ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญที่ประชาชนควรจะเข้ามามีบทบาทค่อนข้างมากในการที่ว่ากองทุน ที่ได้รับมาจากโรงไฟฟัานี่จะเอาไปใช้อะไร ปัจจุบันนี้ความต้องการของประชาชนอาจจะ ไม่ค่อยได้รับการสนองเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นคณะกรรมการหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การใช้กองทุนผมอยากจะให้มันเปึนประโยชน์ต่อชุมชนจริง ๆ ผมเรียนว่าอย่างโรงไฟฟัา ในประเทศญี่ปุ์น โรงไฟฟัาในประเทศญี่ปุ์นก่อนจะสร้างเขาได้มีการคุยกับชุมชนอย่างดีเลยว่า เขาจะมาทําอะไรให้ชุมชนบ้าง เขาจะมาสร้างเมืองให้ประชาชน เขาจะมาดูแลในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็เรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนอย่างไร แล้วเขาก็ทําอย่างจริงจัง โรงไฟฟัาขนาดใหญ่ ที่จะก่อสร้างในขณะนี้บางโรงงานจะได้รับเงินกองทุนวันละเปึนล้านบาท ป้หนึ่ง ๓๖๕ ล้านบาท แล้วลองไปดู ๑๐ ป้ เงินหลายพันล้านบาท เพราะฉะนั้นมันควรจะมีการวางแผนเหมือนกัน ว่าจะทําอะไรกับเงินจํานวนนี้ ไม่ใช่เอาไปซื้อโน่นซื้อนี่อย่างนี้ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร มันควรวางแผนในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องรักษาพยาบาล แม้กระทั่งมีการพูดถึง เรื่องการสร้างโรงพยาบาล สิ่งเหล่านี้มันเปึนประโยชน์ต่อชุมชน ก็อยากจะฝากว่าเรื่องเหล่านี้ เปึนเรื่องที่ดี แล้วก็คิดว่าทั้ง ๕ เรื่องอยากจะฝากให้ท่านสมาชิกได้ดู ผมเชื่อว่าทั้ง ๕ เรื่อง จะเปึนประโยชน์ต่อชุมชน แล้วก็จะทําให้ทั้งชุมชนทั้งอุตสาหกรรมอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วยครับ