สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

เทียนฉาย กีระนันทน์ อภิปรายถึงการมีส่วนร่วมของหน่วยงานในการพัฒนาประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแยกและจัดการขยะ และการจัดทักษะในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียน และยังเรียกร้องให้รัฐจัดหาเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ผมมี ๓ ประเด็น คงไปทั้ง ๕ ประเด็นไม่ได้นะครับเวลาไม่พอ ในเรื่องที่ ๑ ก็คงเห็นด้วยกับ สมาชิกหลายท่านที่อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการตั้งองค์กรใหม่คือองค์กรเมืองอุตสาหกรรม เชิงนิเวศ ประเทศเรากําลังพัฒนาไปข้างหน้า ผมคิดว่าหน่วยงานที่มีอยู่แล้วพอเพียง ล้ว ในการที่เราจะเดินไปทีละขั้นทีละตอนนะครับ เพียงแต่ว่าทุกวันนี้ปัญหาของประเทศไทยคือ ลอว์ เอนฟอร์ซเมนต์ (Law enforcement) คือการบังคับใช้กฎหมายไม่ได้เรื่องครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ดี ๆ เรามีเยอะแยะมาก องค์กรต่าง ๆ เราก็มีค่อนข้างมาก

แต่เวลาเราไปบังคับใช้มันบังคับไม่ค่อยเปึนไปตามที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นแทนที่ องค์กรใหม่จะขึ้นมาดูแลในส่วนต่าง ๆ กลายเปึนว่าเปึนผู้ที่จะมาเรียกหัวคิวใหม่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นในฐานะที่อยู่ภาคเรียล เซกเตอร์ (Real sector) ค่อนข้างเปึนห่วงว่า ถ้าที่ทํามาแล้วไม่ได้ผลก็จะตั้งองค์กรใหม่ เหมือนกับที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปราย มันตอบโจทย์หรือเปล่า แล้วมันอยู่ในสถานการณ์ที่เราควรจะมีองค์กรใหม่ไหม เพราะฉะนั้น ก็ฝากไว้ว่าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของนิเวศเราควรจะสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าไหม สร้างแรงจูงใจดีกว่าไหม ภาคธุรกิจเองก็มีเรื่องซีเอสอาร์ (CSR) มีในเรื่องของ การที่ต้องคํานึงถึงผู้บริโภค คํานึงถึงลูกค้าค่อนข้างมากอยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้ธุรกิจอยู่ได้ เพราะว่าลูกค้าต้องการให้อยู่ ถ้าวันไหนก็ตามลูกค้าเห็นว่าบริษัทของเราไม่ได้เรื่อง ไม่เคารพ ในเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วไม่ซื้อสินค้าเราวันนั้นจะผลิตอย่างไรมาก็ขายไม่ออกครับ มันอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าในเรื่องของแรงจูงใจ เรื่องของภาษี เรื่องของสิ่งที่คุณทําถูกต้อง ตามกฎหมาย รัฐบาลให้น้ําหนักกับตรงนี้มากกว่าการที่ไปออกกฎหมา ยใหม่ ๆ เรื่อย ๆ จะดีกว่าไหม ในเรื่องที่ ๑ เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ ๒ การที่จะให้คนมีจิตสํานึกในเรื่องของ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา เห็นด้วยทุกประการ เพียงแต่ว่าแนวทางการจัดในเรื่องของการศึกษาตรงนี้ก็มีผู้อภิปรายไปหลายเรื่อง แล้ว ในเรื่องของขยะที่แยกออกมาแล้วก็ทิ้งไปในลักษณะรวม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าแทนที่เรา จะไปจัดห้อง ขณะนี้บางโรงเรียนในตัวเมืองเด็กมากกว่า ๕๐ คนอีกครับ ๕๕ คนก็ยังมี ๕๓ คน ๕๕ คน โรงเรียนดัง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นจะไปจัด ๔๐ คนมันก็ไม่ใช่ง่าย โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ ไกลป๋นเที่ยงนักเรียน ๑๐ คนยังไม่ถึงเลยครับ เพราะฉะนั้น สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ การที่ไปจัดระบบต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในรายงานถ้าทําได้ก็ดี แต่ในระบบปัจจุบันนี้มันทําไม่ค่อยได้ แต่ส่วนที่จะสร้างจิตสํานึกในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เปึนสิ่งที่จําเปึน ไม่ใช่ใส่ไปในหลักสูตรอย่างเดียว ทักษะที่เขาจะทําออกมา การที่เขาแยก ขยะแล้ว การทําลายขยะ ทําลายขยะเบื้องต้น ลดขยะสู่ปริมาณที่คนจะมาจัดเก็บ ตรงนั้น สําคัญกว่าหรือไม่ นอกจากการแยกขยะ หรือขยะที่เปึนสารเคมี หรือไปสอนวิธีปลูกต้นไม้ ให้เขาแต่ยังใช้ปุิยเคมี ยังใช้ยาอยู่ แทนที่จะลดหรือไปใช้ในสิ่งที่มันเปึนประโยชน์ต่อ สิ่งแวดล้อม ท่านทําอย่างนั้นหรือเปล่า เราเริ่มต้นจากตรงนี้ไหมในการที่จะก้าวไปสู่ ในสิ่งที่เปึนสาธารณูปโภคที่มันต้องใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะ ในขณะที่ประเทศไทย

ขณะนี้งบประมาณก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง กระทรวงศึกษาธิการเองก็เปึนอันดับ ๒ ของการที่เขา จะใช้จ่ายในกระบวนการศึกษาของโลกแล้ว แต่ผลที่ออกมามันคนละเรื่องกันเลย เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าตรงนี้ในกรณีสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นในกรณีที่ไปฆ่าแมลงสาบ เราเคยรู้ไหมว่า ซันไลต์ที่ผสมน้ําฉีดไปแล้วมันทําให้แมลงสาบตายได้ เราก็ไม่เคยสอนกันแบบนี้นะครับ เราเพียงแต่ใช้ไบกอนบ้าง ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดไปแล้วเปึนพิษต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็อยู่กัน แค่นี้เอง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนองค์ความรู้ผมคิดว่าเริ่มต้นจากตรงนี้ก่อนไหม แล้วทางกายภาพต่าง ๆ ค่อยตามมาทีหลัง ในประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าในฐานะ ที่อยู่เรียล เซกเตอร์ เจอปัญหาเรื่องจอที่ท่านจะตั้งอีก ราคาเท่าไรก็ไม่รู้ โรงงานอาจจะเปึน โรงงานใหญ่ก็จริง แต่ผมว่าถ้าสร้างแรงจูงใจจากตรงนี้ได้ราคาเท่าไรเราก็สู้ ถ้ามันอยู่ใน ลาเบล (Label) ที่ท่านมีหน่วยงานที่จะออกลาเบลติดกับสินค้าของเราว่าโรงงานนี้เปึนมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมแล้วมันทําให้ยอดขายเราเพิ่มขึ้น แต่จอแอลซีดี (LCD) ที่ท่านแสดงอยู่นั้น อันที่ ๑ เขาถามว่าประชาชนที่บอกว่าจะช่วยเช็ก (Check) ตรงนี้ให้ดูเปึนหรือเปล่า ค่าบีโอดีเท่านี้มันอันตรายไหม หรืออากาศที่มีสิ่งเจือปนเท่านี้พีพีเอ็ม (PPM) เขายังไม่รู้เลย พาร์ต เปอร์ มิเลียน (Parts Per Million) มันคืออะไร เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าจะรีเช็ก (Recheck) กัน ประชาชนเช็กได้ มันเอาไปให้องค์ก รปกครองส่วนท้องถิ่นดีไหม แล้วในร่างรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้บอกว่ารัฐต้องส่งเสริม บํารุง รักษา คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม และควบคุม กําจัดภาวะมลพิษโดยมีมาตรการที่มีประสิทธิผล จัดหาเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนดํารงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย และมีความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม รัฐเปึนคนจัดหาหรือให้โรงงานจัดหา โรงงานจัดหาได้แต่มันแต่งเครื่องมือได้ เพราะฉะนั้น มันจะมีความมั่นใจต่อประชาชนได้อย่างไร แต่ถ้ารัฐจัดหาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล ตรงนี้มันจะดีกว่าหรือไม่ เพราะฉะนั้นโรงงานอย่างที่บอกว่าเครื่องดี ตัวที่มันจะกําจัดฝุ์น ที่จะออกไปเป่ด ๑๕ นาทีก็มี หลังจากนั้นทั้งวันไม่ได้เป่ดเลยฝุ์นเต็มไปหมดในแหล่งท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นเครื่องไม้เครื่องมือในการวัดต่าง ๆ หาหน่วยงานกลางแล้วรัฐเปึนคนจัดหาให้ จะให้เก็บภาษีจากโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้เพราะฉะนั้นหลักการเรื่องพีพีพี (PPP) คือโพลลูเตอร์ เปย์ พรินซิเพิล (Polluters Pay Principle) คือหลักการที่ถูกต้อง จัดเก็บมา

คือหลักการที่ถูกต้อง จัดเก็บมาจะไปสนับสนุนเครื่องมืออะไร หาเครื่องมือเปึนกลางที่เชื่อถือได้ ดีกว่าหรือไม่ การที่ไปให้โรงงานจัดหาเครื่องมือเหล่านี้เขาก็ต้องพยายามหาที่ทาง เท่านั้นเองในการที่จะลดและไม่โ ดนหน่วยราชการมาจับ หรือไม่ก็ต้องจ่ายใต้โต๊ะ เพื่อทุกอย่างมันเรียบร้อยไป เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ผมให้เริ่มต้นจากแรงจูงใจว่าแรงจูงใจ พวกเจ้าของโรงงานอยากจะติดตั้งเครื่องมือพวกนี้ดีกว่าไหมเพื่อสินค้าของเขาจะได้ขายได้ แล้วประชาชนตรวจสอบโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนรีเช็กตรงนี้จะดีหรือไม่ครับ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณครับ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ