สยุมพร ลิ่มไทย หารือเรื่องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเมืองนิเวศน์และมลภาวะในพื้นที่อุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดระเบียบและออกกฎบังคับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงการขอให้มีบันทึกความเชื่อมั่นเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรมที่ให้ผลดี
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม สยุมพร ลิ่มไทย ครับ ผมจะขอให้ความเห็นเฉพาะเรื่องเมืองนิเวศนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่ควรจะต้องทําให้มีความชัดเจนขึ้นเพื่อที่จ ะประกอบกับ ข้อเสนอของท่านนะครับ เรื่องแรกก็คือเรื่ององค์กรที่จะรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหานี้ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้ไม่มีองค์กรเจ้าภาพในการดูแลปัญหาเรื่องเมืองนิเวศโดยตรง ทําไมผมถึง เรียนอย่างนี้ครับ ผมสามารถพูดได้เลยว่าอย่างน้อยมี ๑๐ หน่วยงานตอนนี้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง กับเรื่องของปัญหามลภาวะ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดูแลเฉพาะเรื่อง
การจัดสรรพื้นที่ให้กับบรรดาโรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็การจัดสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ กรมโรงงานอุตสาหกรรมดูเฉพาะเรื่องการอนุมัติอนุญาตเกี่ยวกับการประกอบกิ จการ สํานักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมดูเฉพาะเรื่องวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอ เอชไอเอ (HIA) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก็ไปดูเฉพาะเรื่องเชิญชวนให้ ภาคอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนนะครับ กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ไปดูเฉพาะ เรื่องการควบคุมพื้นที่ การออกกฎกระทรวงเพื่อออกผังเมืองในพื้นที่ดังกล่าวนะครับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดูในภาพรวมของการพัฒนาทั้งหมด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไปดูเรื่องการอนุมัติ การอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กรมควบคุมมลพิษก็ไปดูเฉพาะเรื่องปัญหามลภาวะ กรมส่งเสริมอุตสา หกรรม แล้วก็ หน่วยที่ ๑๐ จังหวัดในพื้นที่ เวลามีปัญหาเกิดขึ้นก็คือไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นี่ครับ ไม่น้อยกว่า ๑๐ หน่วยงานที่จะดูแลในเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อม
เพราะฉะนั้นมันมีความจําเปึนครับที่จะต้องมีหน่วยงานหลักหรือหน่วยงานที่เปึนหน่วยงาน เจ้าภาพในการที่จะมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ จะตั้งองค์กรใหม่หรือจะใช้องค์กรที่มีอยู่แล้วมาปรับ ให้เหมาะสม อันนั้นก็ไม่เปึนปัญหานะครับ แต่ว่าต้องมีองค์กรที่รับผิดชอบเรื่องนี้ โดยตรง ไม่เช่นนั้นแล้วเวลาเกิดเรื่องขึ้นมาแต่ละหน่วยก็จะอธิบายเฉพาะการแก้ไขปัญหา ในส่วนของตัวเอง ไม่ดูในภาพรวมทั้งหมด อันนี้เปึนเรื่องแรกนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ปัญหามลภาวะที่อยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมมีอยู่ ๓ เรื่องสําคัญเท่านั้นแหละครับ ๑. ก็คือน้ําเสีย จากการที่มีการใช้น้ําแล้วก็ถูกปล่อยออกไปนอกพื้นที่อุตสาหกรรมเข้าไปสู่พื้นที่สาธารณะ ลําคลอง หนองน้ํา ซึ่งเปึนพื้นที่ของประชาชน ขยะซึ่งเกิดจากระบบการผลิต กระบวนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกากอุตสาหกรรมก็มีการนําไปบําบัดภายนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม หรือว่าบางทีก็ ไปเททิ้งไว้ในพื้นที่ที่เปึนบ่อขยะของชุมชน อากาศเสียนะครับ ทุกวันนี้ โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายต่างก็ยืนยันนะครับว่าทุกแห่งระบายอากาศเสียออกมาในอัตรา ที่ไม่เกินกฎหมายกําหนด ทุกโรงงานจะยืนยันอย่างนี้ทั้งนั้นซึ่งผมเชื่อว่าจริง แต่ละโรงงานก็จะ ระบายมาในอัตราที่ไม่เกินที่กฎหมายกําหนด แต่ว่าปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาก็คือว่า ที่มันระบายออกมาแล้วแล้วอยู่ในชั้นของบรรยากาศไปรวมกันอยู่เหนือผืนฟัาของชุมชน ของท้องถิ่นตรงนี้มันเกินแล้วหรือยัง ที่เขาเรียกว่าเปึนศักยภาพการรองรับมลภาวะ หรือมลพิษนี่นะครับ แครีอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ที่จังหวัดระยองนี่มีความพยายาม ที่จะให้ตรวจสอบแล้วก็ประกาศข้อมูลในเรื่องของศักยภาพการรองรับมลภาวะมาจนบัดนี้ ๑๗ ป้แล้วครับ ยังประกาศไม่ได้ เพราะถ้าประกาศออกมาก็คงเกินอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จะต้องมีการออกอย่างน้อยกฎกระทรวงมาเพื่อทําให้การบําบั ดมลภาวะเหล่านี้ เปึนจริงเปึนจัง น้ําเสีย ขยะ อากาศเสีย ผมคิดว่าเอาแค่ ๓ อาร์ (3R) ก็พอ ไม่ต้อง ๗ อาร์ (7R) ตามเอกสาร รีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) รีไซเคิล (Recycle) แต่ให้ออกเปึนกฎกระทรวง มาเพื่อที่จะบังคับใช้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มันมีกฎหมายบางฉบั บออกมา แล้วแต่ว่าไม่มีกฎกระทรวงใช้นะครับ เขาเรียกว่าพระราชบัญญัติเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ ในการดูแลสิ่งแวดล้อมมีกฎกระทรวงที่จะต้องออกมา ๕ ฉบับ ยังไม่ออกมาแม้แต่ฉบับเดียวเลย นะครับ โดยเฉพาะกฎกระทรวงที่ผมคิดว่าสําคัญก็คือเขาเรียกว่าภาษีปลายปล่อง ก็คือว่า โรงงานไหนระบายมลภาวะออกมากเก็บภาษีมาก ระบายน้อยเก็บน้อย ๕ ป้แล้วยังไม่สามารถ ออกมาได้นะครับ สุดท้ายผมเสนอว่าถ้าจะทําเรื่องเมืองนิเวศนี่นะครับ ไม่ต้องไปทํา ๑๓๘ แห่ง
ในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศนี่ขอสักแห่งเดียวให้ได้ผลแล้วก็สร้า งความเชื่อมั่นให้กับ ประชาชนให้ได้นะครับ ขอที่มาบตาพุดนี่นะครับ ขอบคุณครับ