จรัส สุทธิกุลบุตร หารือยุทธศาสตร์โลจิสติกส์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสนอแนวทางพัฒนาพื้นที่ชายแดนผ่านโครงการ GMS Corridor พร้อมทั้งหารือยุทธศาสตร์เชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดีย โดยเรียกร้องให้เร่งขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนให้เป็นรูปธรรมเพื่อดึงดูดนักลงทุน และเสนอแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดนโดยเน้นความชัดเจนด้านผังเมือง ระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการรวมกลุ่มเขตเศรษฐกิจเป็นคลัสเตอร์เพื่อเจรจาการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ไปถึงประธาน กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการทุกท่าน ผม จรัส สุทธิกุลบุตร หมายเลข ๐๓๑ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการในชุดเศรษฐกิจ ๒ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโลจิสติกส์ ผมก็จะขอพูดในมุมมองด้านโลจิสติกส์ในการที่จะนําประเทศสู่การเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว แล้วขณะเดียวกันนั้นก็คงจะเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกับทางประเทศ เพื่อนบ้าน ผมขอเริ่มจากคําว่าสุวรรณภูมินั่นก็คือโลเคชัน (Location) ที่ดีของประเทศไทย จุดแข็งของเรา ผมขอเริ่มจาก ๓ ยุทธศาสตร์ที่ตอนนี้มันมีการขับเคลื่อนและเกิดผลจริง ๆ นั่นก็คือจีเอ็มเอส คอร์ริดอร์ (GMS Corridor) เราจะเห็นอานิสงส์ของจีเอ็มเอส คอร์ริดอร์
ตั้งแต่ทางภาคเหนือจนมาถึงทางภาคอีสาน เมื่อสักครู่ท่านเตือนใจก็ได้พูดถึงประตูด่านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในกลุ่มจีเอ็มเอส ลําดับต่อไปนั้นก็คือบิมสเทค คอริดอร์ (BIMSTEC Corridor) ซึ่งกําลังเรียกว่าจะแผงฤทธิ์ออกมาเพื่อที่จะนําเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นควบคู่ไปใน จีเอ็มเอส คอร์ริดอร์ ในบิมสเทค คอร์ริดอร์ เรากําลังจะเห็นเส้นทางบิมสเทค ไฮเวย์ (BIMSTEC Highway) เราจะเห็นทางออกทะเลสู่มหาสมุทรอินเดียซึ่งจะนําเศรษฐกิจมาหาเรา และที่สําคัญในชุดของกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ ๒ ที่ด้านโลจิสติกส์เราได้นําเสนอนั้นก็คือ ยุทธศาสตร์เกี่ยวกับด้านการเชื่อม ๒ ฝัืงทะเลนั่นก็คืออ่าวไทย อันดามัน หรือในที่ประชุมแห่งนี้ ในสภาแห่งนี้ได้พูดถึงนั่นก็คือการเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟ่กกับมหาสมุทรอินเดีย ซึ่ง ๓ สิ่งเหล่านี้ถ้าเรานําเปึนจุดแข็งของเรามีการครอส (Cross) มีการเชื่อมระหว่างจุดต่อจุด ระหว่างด่านต่อด่านสู่ประเทศเพื่อนบ้านมันจะนํามาซึ่งจุดแข็งและจะเปึนตัวเร่งในการที่จะ พัฒนาประเทศไทยของเรานั้นเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างเร็ววัน และจะเปึนจุดพลิก ของสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราด้วยก็ได้ในการที่จะมีการนําเสนอตรงนี้ ในปัจจุบันเรามี การค้าชายแดน การค้าข้ามแดน และตอนนี้เรากําลังจะผลักดันเรื่องเขต เศรษฐกิจพิเศษ ตามตะเข็บชายแดน ขณะนี้เราประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษไป ๑๐ แห่งทั้งเทียร์ ๑ (Tier 1) เทียร์ ๒ (Tier 2) รวมกันหลายจุดมีศักยภาพ แต่ทําไมขณะนี้เรายังไม่เห็นการขับเคลื่อน ที่มันเปึนรูปธรรม ที่มันเปึนเอกภาพจริง ๆ ในขณะที่มันมีศักยภาพตรงนั้นอยู่ กนพ. ได้ประกาศส่งเสริมอุตสาหกรรม ๑๒-๑๓ แขนงหรือสาขา แต่เรายังไม่เห็นนักลงทุน ที่ประกาศชัดเจนในการที่ลงทุน ผมได้ลงพื้นที่ในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเปึนด้านชายแดน หรือด้านชายแดนที่เปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษเขาต่างเรียกร้องว่าเมื่อไรนักลงทุนจะมา ผมได้เคยประชุมร่วมกับคณะทํางานศึกษาและติดตามการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีการเชิญการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาร่วมประชุม ได้เชิญนิคมอุตสาหกรรมภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึนอมตะนคร
นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมนวนคร นักลงทุนภาคเอกชนบอกว่าสําหรับ ศักยภาพในพื้นที่ชายแดนนั้นเอกชนเห็นหมด เห็นทะลุหมดว่ามันไปเชื่อมแบบไหน อย่างไร แต่นักลงทุนเขาต้องการความชัดเจนในนโยบายการส่งเสริม ซึ่งจริง ๆ กนพ. ก็มีการประกาศไปแล้วแต่เขาต้องการความชัดเ จนที่ต่อเนื่องมากกว่านั้น นั่นก็คือ เรื่องระบบผังเมืองของพื้นที่ ความชัดเจนเรื่องระบบผังเมือง ความชัดเจนในเรื่องการเชื่อมโยง โลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปึนมัลติโมดอล ทรานสปอร์ต (Multimodal transport) เขาบอกว่ามี ๒-๓ สิ่งตรงนี้นักลงทุนมาทันทีแน่นอน ซึ่งการเติมระบบโลจิสติกส์เข้าไป ในเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจชายแดนนั้น นักลงทุนบอกว่าด้วยระยะทางที่เดินทาง ระหว่างแรงงานและวัตถุดิบห่างไกลแค่ประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลเมตร ไม่ใช่นัยสําคัญ แต่ขอให้ระบบโลจิสติกส์นั้นมันมีความไหลลื่นแค่นั้นการลงทุนก็พร้อมที่จะเกิด ดังนั้น ผมถึงอยากจะเพิ่มเติมเกี่ยวกับในการนําเสนอของผมในวันนี้ นั่นก็คือว่าในการที่จะส่งเสริม เศรษฐกิจชายแดนนั้นผมเห็นด้วยนะครับว่าควรจะต้องทําควบคู่ทั้งฝัืงเรากับฝัืงเขา นั่นก็คือ ตามรายงานตรงนี้ แต่ขณะเดียวกันนั้นผมอยากจะเพิ่มเติมนั่นก็คือว่าการรวมกันเปึน คลัสเตอร์ของกลุ่มชายแดนของเรา เพราะว่าในหลายครั้งที่เรามีการไปเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ เราจะเห็นว่าบางทีขนาดของระดับจังหวัดหรือเขตเศรษฐกิจของเรานี่มันไม่โต มันไม่ใหญ่เพียงพอในการที่เราจะไปเจรจากับเขาหรือจะจัดสร้างให้เปึนเขตเศรษฐกิจ ที่มันส่งเสริมในภูมิภาคได้ เพราะฉะนั้นอยากจะเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องการดูที่เปึนกลุ่มคลัสเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุดที่ผมลงไปที่จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร หรือจังหวัดสกลนคร หรือที่ผ่านมาไปที่จังหวัดหนองคายเห็นการเชื่อมโยงตรงนี้ ถ้ามีการรวมกลุ่มคลัสเตอร์ ให้แต่ละประตู แต่ละด่านนั้นขับเคลื่อนด้วยฟังก์ชันที่เปึนเอกภาพหรือเปึนเอกลักษณ์ของเขา มันจะเปึนการเสริมซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เปึนการแย่งกัน กลุ่มคลัสเตอร์อย่างนี้ยังมีทั้งที่ทาง ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน สามารถรวมเปึน คลัสเตอร์ได้ ทางภาคใต้ จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร อาจจะรวมถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือจังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือกลุ่มประเทศแถบอันดามันต่าง ๆ ถ้าเรามีการเชื่อมอ่าวไทย กับอันดามันอย่างที่ผมบอก ตรงนี้จะเปึนการเสริมในการที่เราจะพัฒนาเศรษฐกิจของเรา ผมขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งเกี่ยวกับคําว่าอาเซียน วีซา (ASEAN Visa) ถ้าเราสามารถผลักดันตรงนี้ได้ จะเปึนการเสริมเศรษฐกิจของเราอย่างยิ่ง หรือเอาอันใกล้ที่สุดก็คือในกลุ่มจีเอ็มเอส
เปึนซิงเกิล วีซา (Single visa) ในกลุ่มจีเอ็มเอส การที่เราจะเปึนซิงเกิล วินโดว์ (Single window) มันคงต้องบูรณาการเกี่ยวกับหน่วยงานต่าง ๆ ผมเคยลงไปที่ด่านชายแดน เคยประชุมร่วมกับผู้จัดการที่ด่านชายแดน เขาบอกว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่หน่วยงาน ซีไอคิว (CIQ) ๓ หน่วยงานแค่นั้นเอง มีทั้งหมด ๑๙ หน่วยงานที่จะต้องช่วยกันบูรณาการกัน ในการที่จะจัดการเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเขตการค้าชายแดน หรือการค้าข้ามแดนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปสู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการ กราบขอบพระคุณครับ