สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

ทัศนา บุญทอง หารือเรื่องแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ประเทศไทยพัฒนาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 3 ปี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีจุดแข็งและจุดอ่อน และเรียกร้องให้มีการวางแผนและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนาคนและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน และการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ค่ะ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จริง ๆ แล้วก็เห็นด้วย ในหลาย ๆ เรื่องของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง โดยเฉพาะ ในเรื่องแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วภายในป้ ๒๕๗๕ เห็นด้วยในเรื่องเศรษฐกิจโลกมีการปรับตัวค่อนข้างใหญ่และตลอดเวลานะครับ เอเชียจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งจากเดิมที่เราเคยยิ่งใหญ่ในอดีต ๒,๐๐๐ กว่าป้ แล้วก็เลื่อนไปทางตะวันตกกําลังจะกลับมา อาเซียนอยู่ระหว่างไชน่ากับอินเดียที่เราเรียกว่า ชินเดีย เพราะฉะนั้นถ้ามองแค่นี้ศักยภาพของอาเซียนมหาศาล เพียงแต่ว่าประเทศไทย ที่อยู่ตรงกลางตรงนี้คงไม่ไปแตะในยุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ ที่ท่านรวมมาแล้ว ท่านเข้าพกเข้าห่อมา เรียบร้อยแล้ว

แต่จะให้ข้อคิดในบางเรื่องว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยเราชอบทําจุดแข็งให้เปึนจุดอ่อน คนอื่นเขาทําจุดอ่อนให้เปึนจุดแข็ง แต่เรามีจุดแข็งอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ดี ๆ แต่ปรากฏว่า เราไม่เอาจุดแข็งแล้วทําให้เกิดประโยชน์ เราเปึนประเทศเกษตรกรรมที่พื้นดินอุดมสมบูรณ์ เรามีทุ่งรังสิตซึ่งมีคลองไม่รู้กี่คลอง ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ ๕ ท่านพระราชทานให้ แต่เราก็มาทําเปึน หมู่บ้านจัดสรรไปเสียเรียบร้อย พื้นที่ดินดี ๆ แบบนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าผมคิดว่าเมื่อมียุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เปึ นวิทยาศาสตร์ ท่านเน้นว่า เปึนวิทยาศาสตร์ซึ่งมันแพรคทิเคิล (Practical) มันทําได้ ตรงนี้คงจะต้องกําหนดไว้ว่า ธีม (Theme) ของประเทศไทยท่านจะเอาเกษตรหรืออุตสาหกรรมแน่ ถ้าเอาเกษตรนะครับ ซึ่งตรงนี้ทั่วโลกเขาก็เน้นไปทางเรื่องนี้เรื่องไบโอเบสด์ (Bio-based) ซึ่งท่านก็คงได้รับฟังจาก หลาย ๆ คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้เคยยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเอาไบโอเบสด์ ซึ่งมันผลิตขึ้นมามันจะมาทดแทนฟอสซิลเบสด์ (Fossil-based) ถ้าเปึนอย่างนี้แล้วธีมของ ประเทศไทยเปึนตรงนี้ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ จะได้เขียนให้สอดคล้องลงไป แล้วก็จริง ๆ เราถนัด ในเรื่องนี้แล้วจะเห็นว่าเมื่อเราเดินไปตามแบบเดิมเปึนโพรดักชัน เฮาส์ (Production house) ที่เราเคยทําอยู่ ผลิตสินค้าที่คิดว่าเรามีต้นทุนแรงงานถูก มีอะไรถูก แต่เสร็จแล้วปรากฏว่า จีดีพีเราเตี้ยลง ๆ ต่ํากว่า ๕ แทบทุกป้ มีป้น้ําท่วมกระมังที่สูงกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์หน่อย เพราะว่านโยบายรถคันแรกบ้าง อะไรบ้าง แต่ก็ปรากฏว่ามันผิดหู ผิดฝา ผิดทางไปหมด ผมก็คิดว่าถ้าจะกลับมาดูยุทธศาสตร์ตรงนี้กําหนดทิศทางข้างหน้าต้องชัดเจนในประการที่ ๑ ขณะเดียวกันเราจะต้องวางแผนในส่วนที่ว่าวางแผนเศรษฐกิจแล้วเอกชนมีส่วนร่วมนี่ ต้องกลับมาดูว่ามีส่วนร่วมจริงหรือไม่ เรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กว่า ๑๐ ฉบับไปแล้ว แผน ๘ ที่เราเน้นเรื่องพัฒนาคน ถ้าจริง ๆ ถ้ามีการพัฒนาคนที่แท้จริง ผมคิดว่าคนไทยคงจะปรับเปลี่ยนไปในทิศ ทางที่เราต้องการไปนานแล้ว คนไทยมีวินัย คนไทยมีจิตสาธารณะต่าง ๆ แต่ปรากฏว่ามันตรงกันข้ามไปหมด เพราะฉะนั้นแผน ๘ ของเราสําเร็จหรือไม่ก็ไม่มีการประเมินที่ชัดเจนว่ามันถูกต้องหรือเปล่า เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เรื่องวินัย เรื่องรับผิดชอบ เรื่องเห็นแก่ส่วนรวม ที่เราเคยฝันไว้นะครับ มีเหตุมีผล ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง มีจิตสาธารณะ ๖ ประการที่เราเปึนที่หวังของการพัฒนาคน มันไม่ได้เปึนไปตามนั้นเลย มันกลับตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าเศรษฐกิจปัจจุบันนี้

ทางธุรกิจเอกชนเราไม่ใช้คําว่าเชนจ์ (Change) เราใช้คําว่าฟลักชูเอต คือมันแปรปรวน เพราะฉะนั้นความแปรปรวนคิดวันนี้บางทีอีกชั่วโมง ๒ ชั่วโมงมันเปลี่ยนแล้วครับ ในทางธุรกิจตอนนี้ต้องคิดตลอดเวลาไม่อย่างนั้นมันไม่ทันโลก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะทําให้ ยากหน่อยในการที่จะทํายุทธศาสตร์เศรษฐกิจในทางเชิงวิทยาศาสตร์ที่มันจะได้ผล แต่อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันต้องมีทิศทางที่เราจะเดินไป ในเรื่องนี้ไม่ได้ขัดแย้ง แต่เห็นด้วย เพียงแต่ว่าเราจะปรับอย่างไรให้มันตรงกันไป อีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากไว้ก็คือว่าการที่เราจะเปึน เศรษฐกิจที่ดีนั้นเราลืมคิดไปอย่างหนึ่งในเรื่องของกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ กฎ ระเบียบต่าง ๆ ตัวนี้เปึนตัวที่บั่นทอน เปึนตัวที่เทอร์มิเนต (Terminate) การค้าเปึนธุรกิจโลกปัจจุบันนี้ ค่อนข้างเยอะ ผมจะยกตัวอย่างให้ตัวอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องข้าว ข้าวนี่เรายังใช้ พ.ร.บ. ค้าข้าว ป้ ๒๔๘๙ แล้วก็มีปรับปรุงอีกเล็กน้อย ป้ ๒๔๘๙ คือการค้าข้าว ๑. ต้องเปึนนิติบุคคล ๒. ต้องมีทุนจดทะเบียน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓. ต้องมีสต็อก (Stock) ข้าว ๕๐๐ ตันก็คือ ๕,๐๐๐ กระสอบ ยังใช้อันนี้อยู่ เพราะฉะนั้นเวลาเรามีออเดอร์ (Order) ทางอินเทอร์เน็ต จากประเทศจีนสั่งข้าวเรา ๑๐๐ ถุง ถุงละ ๕ กิโลกรัมไม่มีใครส่งได้เพราะไม่ใช่ผู้ส่งออก ปรับแก้มาก็คือไม่ต้องเปึนนิติบุคคลก็ได้ มีการแก้แล้ว ไม่ต้องมีทุนจดทะเบียน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ แต่มีออเดอร์ครั้งละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค้าเฉพาะชายแดน เพราะฉะนั้นค้าข้ามแดนไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าโลกมันเปลี่ยน แต่ถ้ากฎ ระเบียบต่าง ๆ ยังเปึนไปตามเดิมนี่เราจะเดินไปได้อย่างไร ท่านคิดแผนยุทธศาสตร์ที่ดีมันก็ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหลายสิ่งหลายอย่างผมคิดว่าต้องคิดคู่กันไป การคิดคู่กันไปตรงนี้ เปึนสิ่งที่มีความสําคัญค่อนข้างมาก ซึ่งทางรัฐเองจะต้องมีปัญหาในเรื่องกฎ ระเบียบต่าง ๆ ประเทศจีนตอนที่เขาเป่ดประเทศจนกระทั่งเขารุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ เฉพาะที่ปักกิ่ง อย่างเดียวแก้ประเด็นต่าง ๆ ที่เปึนปัญหากฎ ระเบียบต่าง ๆ ๒,๓๐๐ กว่าเรื่อง แต่ถ้าทั้งประเทศ ๑๙๐,๐๐๐ กว่าเรื่องที่เขาแก้ไป แต่ของเรานี่กอดระเบียบแน่นเลย เรามี พ.ร.บ. อํานวยความสะดวก แต่ปรากฏว่าใบอนุญาตที่ต้องขออยู่กี่ฉบับยังคงเดิม เพราะฉะนั้นยังไม่มีการดีเฟนด์ (Defend) ว่าอะไรที่ไม่จําเปึนก็เอาออกไปเสีย คําว่ายุ่งยาก ในการเข้ามาทําธุรกิจในประเทศไทยเรายังรั้งท้ายอยู่ครั บ อีส ทู ดูอิง บิซิเนส (Is to doing business) ของประเทศไทยนี่ยังรั้งท้ายอยู่

แต่ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์เขาไปเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ แล้ว ความสะดวกในการทําธุรกิจ เขาอํานวยความสะดวกทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่คิดเอาไว้ในเรื่องของการค้าชายแดน การจะทํางานร่วมกัน คอนแทรกต์ ฟาร์มมิงต่าง ๆ ตรงนี้มันต้องกลับไปดูว่าความสะดวก มันมีไหม จริง ๆ การไปลงทุนในต่างประเทศมันมี ๗ ลักษณะที่บอกไว้ คอนแทรกต์ ฟาร์มมิง เปึนอันดับที่ ๓ ที่เราต้องทํา มันสามารถทําได้นะครับ มีทั้งฟอร์เรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ (Foreign direct investment) คอนแทรกต์ แมนูแฟกเจอริง (Contract manufacturing) คอนแทรกต์ ฟาร์มมิง เอกซ์พอร์ต แวลู แอดเดด โพรดักต์ (Contract farming export value added product) ไลเซนซิง (Licensing) แฟรนไชซิง (Francising) แล้วก็เทกโอเวอร์ (Takeover) เพราะฉะนั้น ๗ ประการนี้คือการไปลงทุนต่างประเทศ เพราะฉะนั้น คอนแทรกต์ ฟาร์มมิงที่ออกไปทําต่างประเทศแล้วเอาเข้ามาก็ได้ในชายแดน ในลักษณะที่เขา มีแรงงานที่ถูกกว่า มีดิน มีน้ําที่อุดมสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นมันคิดได้หมดในการที่จะทํางาน แล้วผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ไปเอาประโยชน์จากเขานะครับ ทุกวันนี้เขาระแวงเรา เพราะเราชอบไปเอาประโยชน์จากเขา ทิ้งเศษขยะไว้ให้เขา เพราะฉะนั้นความคิดใหม่ก็คือ การต้องไปผนึกกําลังเปึนอันหนึ่งอันเดียว แล้วตรงนี้มันจะเดินไปข้างหน้า ฉะนั้นอาเซียน ก็จะเปึนอาเซียนที่แท้จริง ก็ขอฝากไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเตือนใจ สินธุวณิก ค่ะ