อุดม เฟื้องฟู ชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม โดยเน้นการปรับปรุงแก้ไขระเบียบบริหารราชการและตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการฝ่ายตุลาการ และเสนอแนะการปฏิรูปศาลปกครอง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงและความสมบูรณ์ของศาลปกครอง โดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและบทบาทของศาลปกครองสูงสุด และการเพิ่มความสามารถในการต่อสู้คดีของหน่วยงานราชการ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่าน ผมขอชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ ฉบับแรกคือร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ์ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติม เหตุที่แก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เนื่องจากเราได้แถลงไว้ต่อสภานี้ว่าในกระบวนการ ยุติธรรมในชั้นศาลนั้นจะสร้างความเข้มแข็งให้ศาลชั้นต้น เรามีความจําเปึนจะต้องปรับปรุง แก้ไขระเบียบบริหารราชการของฝ์ายตุลาการและข้าราชการศาลยุติธรรม ๒ ฉบับ คือฉบับที่ ๑ ต้องปรับปรุงแก้ไขตําแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ โดยเปลี่ยนแปลงตําแหน่งหน้าที่ตั้งแต่ ท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาและผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกามาดํารงตําแหน่งในศาลชั้นต้น เปึนอธิบดีศาลชั้นต้น เปึนอธิบดีภา ค และให้ท่านผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ หรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มาดํารงตําแหน่งรองอธิบดีศาลชั้นต้น และรองอธิบดี ผู้พิพากษาภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ศาลชั้นต้น และจากผลของการเปลี่ยนแปลง ตําแหน่งนี้เราเห็นว่าควรจะเปลี่ยนแปลงองค์กรบริหารงานบุคคลของฝ์ายตุลากำรคือ คณะกรรมการตุลาการเสียใหม่ ซึ่งเดิมนั้นมีสัดส่วน ๖ : ๔ : ๒ คือศาลฎีกา ๖ คน ศาลอุทธรณ์ ๔ คน ศาลชั้นต้น ๒ คน เมื่อเราเปลี่ยนแปลงตําแหน่งหน้าที่ในระดับที่มี ผู้พิพากษาระดับสูงมาเปึนผู้พิพากษาเฉลี่ยกันทั้งศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาแล้วนี่ แล้วก็เปลี่ยนรูปแบบของกรรมการตุลาการเปึนชั้นละ ๔ คน คือศาลฎีกา ๔ คน ศาลอุทธรณ์ ๔ คน และศาลชั้นต้น ๔ คน โดยผู้พิพากษาทั้งประเทศ เลือกทั้ง ๓ ชั้น และผู้ที่จะได้รับเลือกนั้นจะต้องมีตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งตั้งแต่ ผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือหัวหน้าคณะศาลฎีกา นี่เปึนหลักการประการที่ ๑ ที่เราเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเปลี่ยนแปลงอันนี้ก็เพื่อที่จะไม่ให้ท่านผู้พิพากษาที่จะได้รับเลือกมา ก.ต. นั้น มีข้อพะวงอย่างอื่น นี่เปึนประการที่ ๑ ที่เปึนเหตุผล ประการที่ ๒ คือปัองกันการหาเสียง ในการหาเสียงเปึน ก.ต. แล้วเราก็ได้ออกกฎหมายในบทบัญญัติฉบับนี้เรียกว่าเปึน กกต. ของการเลือกตั้งกรรมการตุลาการ โดยให้มีคณะกรรมการอิสระซึ่งไม่มีส่วนได้เสีย กับการเลือกตั้ง ก.ต. แต่งตั้งขึ้นมาตรวจสอบทุกครั้งที่ มีการเลือกตั้ง แล้วก็เปลี่ยนระบบ อนุกรรมการ ก.ต. ซึ่งเดิมนั้นอนุกรรมการ ก.ต. ท่าน ก.ต. ท่านเปึนคนตั้งแต่ละชั้นศาล ศาลละ ๗ คน แล้วก็เปลี่ยนมาเปึนระบบเลือกตั้งอนุกรรมการ ก.ต. ชั้นศาลละ ๗ คน โดยเลือกตามชั้นศาลแต่ละชั้น ศาลฎีกาเลือก ๗ คน ศาลอุทธรณ์เลือก ๗ คน ศาลชั้นต้น เลือก ๗ คน เพื่อเปึนการถ่วงดุลกับ ก.ต. ซึ่งมีอํานาจสูงสุดในการบริหารงานบุคคล อีกประการหนึ่งที่เราปรับปรุงก็คือว่าข้าราชการตุลาการของเรานั้นยังมีข้าราชการตุลาการ อีกฝ์ายหนึ่งที่มีมานานพอสมควรพร้อม ๆ กับการจัดตั้งศาลยุติธรรมคือท่านดาโต๊ะยุติธรรม ซึ่งการปรับปรุงทุกครั้งเราไม่เคยปรับปรุงสถานะของท่านดาโต๊ะยุติธรรมเลยนะครับ เราเห็นควรจะปรับปรุงให้ดาโต๊ะยุติธรรมนั้นได้รับสิ่งตอบแทนในฐานะเช่นเดียวกับ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น แล้วกําหนดคุณสมบัติทั้งทางสามัญและทางศาสนาว่าจะต้องได้รับ ปริญญาตรีทางศาสนา และเมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้วต้องเข้าถวายสัตย์ ปฏิญาณ ก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ค่าตอบแทนให้เปึนไปตามลําดับเดียวกับศาลชั้นต้น นี่เปึนหลักการสําคัญ ๆ ของกฎหมายฉบับที่ ๑
กฎหมายฉบับที่ ๒ คือระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมนั้นเนื่องจาก ในกฎหมายเดิมนั้นกรรมการบริหารศาลยุติธรรมใช้ระบบเลือกตั้งก็ปรากฏว่ามีเลือกตั้งที่ไหน มีหาเสียงที่นั่น มีหาเสียงที่ไหนมีผลประโยชน์ตอบแทนที่นั่น เราก็เล็งเห็นว่าอันนี้จะทําให้ องค์กรเสียหายเราจึงเปลี่ยนวิธีการมาเปึนว่ากรรมการบริหารศาลยุติธรรมนั้นให้ผู้บริหาร แต่ละชั้นศาล อย่างเช่น ผู้บริหารศาลฎีกา ผู้บริหารศาลอุทธรณ์ ผู้บริหารศาลชั้นต้น ซึ่งมีระดับเรียกว่าต้องผ่านหัวหน้าคณะศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาศาลฎีกามาแล้วเลือกกันเอง
ให้เหลือศาลละกี่คน ทําหน้าที่เปึนกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ซึ่งกรรมการบริหาร ศาลยุติธรรมก็ทําหน้าที่เช่นเดียวกับเปึนคณะบริหารด้านธุรการซึ่งเปึนเครื่องไม้เครื่องมือของ ประธานศาลฎีกานี่เปึนหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ๒ ฉบับที่ผมได้กราบเรียนเปึนข้อสรุป
ในกฎหมายประการที่ ๓ นั้นคือร่างพระราชบัญญัติศาลปกครอง ในร่างพระราชบัญญัติศาลปกครองนั้นเรามีควำมเห็นว่าน่าจะกําหนดกรอบอํานาจหน้าที่ ของศาลปกครองให้กว้างขึ้น และกําหนดกรณีบางอย่างที่ศาลปกครองท่านใช้เวลาพิจารณา ยาวนานเกินไปให้สั้นขึ้น อย่างเช่นการขออนุญาตดําเนินคดีโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมอย่างนี้ ใช้เวลาเปึนป้ ๒ ป้ อย่างนี้ไม่ใช่หลักการที่ถูกต้อง ซึ่งปกติเราจะใช้เวลากันประมาณสัก ๒ เดือน ๓ เดือน เราก็เขียนกําหนดเปลี่ยนแปลงในจุดนี้แล้วก็เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของ กรรมการบริหารศาลปกครอง คือ คศป. ให้ลดลงมาจาก ๑๒ คน เหลือเพียง ๙ คน เพราะว่า จํานวนท่านผู้พิพากษาศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองชั้นสูงสุดนั้นมีน้อยกว่า ท่านผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมประมาณเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ศาลยุติธรรมเรามี ก.ต. ทั้งหมดประมาณ ๑๕ คน และ ๑๗ คน ตาม ก.ต. ใหม่นี้ เราก็ลดลงมาให้เหลือแค่ ๙ ท่าน
แล้วก็สิ่งที่เราจะเปลี่ยนแปลงศาลปกครองก็คือว่าเราอยากจะสร้างศาลปกครองให้อยู่คู่กับ ประเทศไทยต่อไป คือปัจจุบันศาลปกครองวันนี้โครงสร้างของท่านคือศาลปกครองชั้นต้นนั้น ไม่สามารถจะขึ้นเปึนศาลปกครองสูงสุดได้ ถ้าขึ้นต้องลาออกและไปสมัครใหม่ แล้วก็ในกรณี ที่ท่านผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุดพ้นจากตําแหน่ง แล้ว ท่านก็เลือกมาจากข้างนอก เพราะฉะนั้นก็ทําให้เห็นว่าหลักของศาลปกครองไม่มีความมั่นคงอยู่ในกระบวนการของ ความเปึนศาลที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเราจึงเปลี่ยนแปลงไปว่าจะต้องเลือกจากท่านผู้พิพากษา ศาลชั้นต้นขึ้นไปเปึนผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุดตามลําดับ ตามสัดส่วนต่อไปในโอกาสนั้น แล้วเราก็เปลี่ยนสถานะของท่านเลขาธิการศาลปกครองนั้นขอให้มาจากตุลาการศาลปกครอง ไม่ใช่เลือกมาจากข้างนอกจะได้ทํางานกันได้ครบถ้วนถูกต้อง ความประสงค์ของการปฏิรูป ศาลปกครองในส่วนนี้เราปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงและเข้าใจ ประการสําคัญ คือเรากําหนดให้หน่วยงานของราชการนั้นสามารถที่จะแต่งตั้งอัยการเปึนทนายความเข้าไป ต่อสู้คดีในชั้นศาลปกครองได้ด้วย เพราะว่าปัจจุบันนี้ท่านอัยการเข้าไปก็ไม่ได้ แล้วจะแถลง อะไรก็ไม่ได้ เพราะว่าศาลปกครองท่านไม่อนุญาตเพราะไม่มีกฎหมายกําหนด เราจึงกําหนด ขึ้นมาเปึนหลักการใหม่เพื่อให้ส่วนราชการนั้นมีนักกฎหมายที่เปึนนักกฎหมายอาชีพเข้าไป ชี้แจงปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกฟัอง ทั้งหมดก็เปึนหลักการต่าง ๆ ที่สรุปโดยเรียกว่าครบถ้วน ที่เราเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ถ้าหากว่าเราใช้เวลานานเกินไปก็ขออนุญาต ท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ