สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

สารี อ๋องสมหวัง หารือเรื่องกองทุนรอบโรงไฟฟ้า โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการจัดการกองทุนนี้ และการแก้ไขข้อจำกัดของกองทุน เช่น การจํากัดระยะทางที่สามารถสนับสนุนได้ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับผลกระทบของโรงไฟฟ้าในพื้นที่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมรอบโรงเรียน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก และเรียกร้องให้มีการพิจารณาความปลอดภัยสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องมะเร็งในโรงเรียนและโรงงาน โดยมี 3 ประเด็นที่ต้องการปรับปรุง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมและการรายงานมลภาวะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง หมายเลข ๒๑๒ โดยรวมจริง ๆ ดิฉันก็สนับสนุน คณะกรรมาธิการนะคะ แต่ว่ามีประเด็นที่จะขออนุญาตเพิ่มเติมอยู่ ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ดิฉันสนับสนุนที่หลายท่านได้พูดไปแล้วเรื่องกองทุนรอบโรงไฟฟัา ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนภารกิจ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน แล้วก็ควรจะร่วมมือกับคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็จัดการเรื่องนี้อย่างเปึ นระบบ โดยที่ดิฉันคิดว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เปึนเพราะเราขาดการมีส่วนร่วมของคณะกรรมาธิการอย่างเดียว แต่ดิฉันคิดว่าวัตถุประสงค์ของกองทุนเองก็มีข้อจํากัด อย่างเช่นเราทําให้สามารถสนับสนุน เรียกว่าทําหลักกิโลเมตรใหญ่ที่สุดในโลกหรืออะไรประมาณนี้โดยที่ก็ไม่ได้สอดค ล้องกับ วัตถุประสงค์ หรือว่าการที่เราจํากัดการเยียวยาอยู่ที่ ๕ กิโลเมตร แต่จริง ๆ แล้วผลกระทบ ที่เกิดขึ้นกับชุมชนไปมากกว่า ๕ กิโลเมตร อย่างเช่นถึง ๑๘ กิโลเมตรกรณีแม่เมาะ ที่จังหวัดลําปาง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าหลักการหรือวัตถุประสงค์ของกองทุนที่จํากัดอยู่ ๓ วัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องส่งเสริมอาชีพ เรื่องคุณภาพชีวิต ซึ่งอาจจะกว้างขวาง แต่ว่าขณะเดียวกันการใช้งบประมาณเหล่านี้ อย่างเช่นถ้าเราสนับสนุน ให้เกิดการย้ายชุมชนก็สามารถที่จะทําได้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าภาพของการจัดการ เรื่องกองทุนรอบโรงไฟฟัาควรจะเปึนความร่วมมือระหว่าง ๒ กรรมาธิการ แล้วก็ทําให้ สมบูรณ์อย่างเปึนระบบ เปึนประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ดิฉันเองก็เห็นว่าการจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับมัธยมศึกษาเปึนเรื่องที่สําคัญ แต่ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ กรรมาธิการเสนอเปึนเพียงการจัดการแบบเดิมแล้วก็จํากัดอยู่เฉพาะในโรงเรียน แต่ขณะที่ เรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่ใช่เรื่องในโรงเรียนแต่เปึนเรื่องรอบโรงเรียน ไม่ว่าจะเปึนโรงงาน

รอบโรงเรียน เสาส่งสัญญาณรอบโรงเรียนที่ห่างจากโรงเรียนไปแค่ ๕ เมตร ดิฉันขอเน้น ประเด็นนี้ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องสิ่งแวดล้อมในเชิงทัศนอุจาดต่อชุมชน แล้วก็ผลกระทบต่อ สุขภาพของเด็กในโรงเรียนนะคะ เมื่อเดือนพฤษภาคมมีนักวิทยาศาสตร์ประมาณสัก ๒๐๐ คนลงชื่อเรียกร้องให้สหประชาชาติกําหนดแนวทางเพื่อปัองกันอันตรายจาก คลื่นแม่เหล็กไฟฟัา โดยคนที่สําคัญชื่อนา ยมาร์ติน แบลงค์ ได้ทําการศึกษาชัดเจนว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟัาทําให้ความเสี่ยงที่จะเปึนมะเร็งสูงขึ้น และส่งผลต่อโรคอ้วนและออทิสติก (Autistic) ของเด็ก เมืองไทยดิฉันก็เห็นว่ามีดอกเตอร์สุเมธ วงศ์พานิชเลิศ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิศวกรรมไฟฟัาโทรคมนาคมพูดเรื่องนี้ชัดเจน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่เรากําลังเสนอ จํากัดอยู่เฉพาะในโรงเรียนซึ่งเปึนการจัดการขยะของเด็ก แล้วก็เจออย่างที่เพื่อนได้เสนอนะคะว่า เด็กแยกขยะเสร็จแล้วออกไปเอาขยะไปปนต่อ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเราควรจะมอง สิ่งแวดล้อมที่กว้างขวาง มองสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนในสถานศึกษาต่ํากว่าระดับอุดมศึกษา ที่รอบด้าน ไม่ใช่มองเฉพาะในโรงเรียนแต่รอบโรงเรียน ชุมชนต่าง ๆ ก็ควรจะเข้าไป มีส่วนช่วยด้วย ซึ่งเสาโทรคมนาคมมีประเด็นที่สําคัญ หลายคนก็บอกว่าองค์การอนามัยโลก ได้ประกาศว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟัาเปึนมะเร็งกลุ่ม ๒ บี (2B) นะคะ แต่หลายคนก็บอกว่า มันก็เหมือนกับผักดองที่เปึนมะเร็ง ๒ บี แต่ดิฉันคิดว่าผักดองเราต้องบริโภค เราต้องรับประทานเราถึงจะได้รับมะเร็ง แต่ขณะที่เสาแม่เหล็กไฟฟัาหรือเสาส่งสัญญาณ โทรคมนาคม

เราไม่มีสิทธิเลือกเลย ถ้าโรงเรียนเราอยู่ใกล้เสานี่เราทําอะไรไม่ได้เลยนะคะเราได้รับคลื่น ตลอดเวลา แล้วอันนี้ก็เปึนส่วนที่ทําให้เกิดเรียกว่ามะเร็งที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาระดับต่ํากว่าอุดมศึกษานี่ต้องมองถึง สิ่งแวดล้อมรอบโรงเรียนให้รอบด้านด้วย เพราะถือว่าพื้นที่เหล่านี้ก็เปึนพื้นที่อ่อนไหว ที่ควรจะต้องจัดการ ประเด็นที่ ๓ ก็เปึนเรื่อง จริง ๆ ดิฉันสนับสนุนที่จะให้โรงงานต่าง ๆ รายงานเรียกว่ามลภาวะของโรงงาน แต่ดิฉันก็กังวลว่าเราจะจัดการให้รายงานได้จริงอย่างไร สิ่งที่จะเปึนเงื่อนไขที่จะให้เกิดการรายงานจะอยู่ในส่วนไหน คือคงไม่ใช่เราสนับสนุน ให้มีเครื่องมือแล้วจะเกิดการรายงาน ดิฉันคิดว่ามันไม่ได้ง่ายแบบนั้นนะคะ เพราะว่า โรงงานเหล่านี้จริง ๆ ก็ต้องรายงานต่อหน่วยงานรัฐ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้รายงาน และเราก็ บังคับอะไรไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเปึนเรื่องของการบังคับโดยตรง หรือการบังคับให้กฎหมายเปึนกฎหมาย หรือการที่จะทําให้ชุมชนเข้าไป และนอกเหนือจากว่า การที่จะให้รายงาน สิ่งที่เขารายงานนี่จะเปึนข้อเท็จจริงแค่ไหนดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ เปึนประเด็นที่กรรมการไม่ได้ถูกพูดถึงหรือไม่ได้ถูกทําให้เกิดขึ้นจริง ดิฉันก็มี ๓ ประเด็น ที่อยากให้กรรมาธิการได้ปรับปรุง ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน