สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องเมืองนิเวศและเสนอกรอบการทำงานของ กพย. เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเสนอแนวทางในการจัดระบบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรม ชุมชน และการท่องเที่ยว และขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมควบคุมมลพิษมีส่วนร่วมในการจัดการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสร้างกรอบมาตรฐานในการจัดสรรเงินจากกองทุนไฟฟ้า เพื่อให้มีความชัดเจนและเท่าเทียมกันในประเทศ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์

กราบเรียนท่านประธานและคณะกรรมาธิการ รวมทั้งท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ จริง ๆ ผมมีหลายเรื่อง แต่ก็จะพยายามพูดให้ กระชับในแต่ละเรื่องนะครับ เรื่องแรกก็คือเรื่องของเมืองนิเวศ ซึ่งจริง ๆ ผมก็เห็นด้วย แล้วก็ คิดว่าเรื่องของกรอบเมืองนิเวศไม่ควรจะเปึนเฉพาะในเรื่องของอุตสาหกรรมอย่างเดียว ด้วยซ้ํา เพราะว่าจริง ๆ แล้วมีหลายเมืองของเราที่มีปัญหาโดยที่ไม่มีอุตสาหกรรมเข้าไป เกี่ยวข้องมากมายนัก ยกตัวอย่างเช่น อย่างจังหวัดภูเก็ตหรือตามเกาะต่าง ๆ ที่เรามีปัญหา นั่นก็คือพอยต์ (Point) ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าคณะกรรมาธิการเสนอให้ทําองค์กรขึ้นมา แล้วก็ให้มีคณะกรรมกำรเมืองนิเวศแห่งชาติ คือจริง ๆ แล้วตรงนี้ผมมีข้อสงสัยนิดหนึ่งนะครับ ก็คือจริง ๆ ประเทศไทยของเราเรามีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กพย. นะครับ ซึ่งก็ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๖ ซึ่ง กพย. เองก็เปึนแห่งชาติอยู่แล้ว เพราะมีทั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีปลัดกระทรวงทุกกระทรวงเลยเท่าที่ผมเห็น แล้วก็มี คณะผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ หลายท่านเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ที่อาจจะขาดก็คือเรื่องของชุมชน ในบางพื้นที่ เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ข้อเสนอของผมก็คือว่าถ้าเปึนไปได้นี่ลองดู กพย. เพราะเขามีอยู่แล้ว นั่นคือข้อแรก คือจะตั้งแห่งชาติขึ้นมาอีกอันหนึ่งนี่มันลําบากนิดหนึ่ง เพราะแห่งชาติมันมีเยอะเหลือเกิน แล้วตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ค่อยจะมีเวลา อันที่ ๒ ถ้าเกิดเราดูจาก กพย. แล้วไปตั้งกึ่งหนึ่งเข้าไปอยู่ใต้ กพย. แล้วก็พยายามหาทางทําให้ กพย. เวิร์ก (Work) อย่างเต็มที่ เพราะ กพย. จริง ๆ ก็คลุมในเรื่องของทุกอย่างไว้แล้ว เปึนไตรภาคี มีเอกชน มีรัฐ ไปอยู่ใต้ กพย. แล้วก็ให้ กพย. เปึนตัวร่มซึ่งมันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ต้องพยายามหาทางว่าให้ กพย. มีแอคชัน (Action) มากกว่าเดิม

ซึ่งจริง ๆ มันก็กลับมาถ้าเกิดท่านตั้งคณะกรรมการเมืองนิเวศแห่งชาติขึ้นมา ท่านก็ต้อง พยายามทําให้มันแอคทีฟ (Active) ประชุมทุก ๓ เดือน ๖ เดือน ไม่ใช่ประชุม ๓ ป้ครั้ง เพราะฉะนั้นตรงนั้นมันก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่าท่านก็ไม่ต้องไปตั้งแห่งชาติขึ้นมาอีกอันหนึ่ง ซึ่งผมเปึนห่วงว่าพอตั้งแห่งชาติขึ้นมาอีกอันหนึ่งเดี๋ยวพอเขารับไปเจอแห่งชาติขึ้นมาอีก เขาก็บอกมันแห่งชาติอย่างเดียวเต็มไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเกิดไปใต้ กพย. ซึ่งมีอยู่แล้ว แต่ก็เปึนเรื่องของสัดส่วนของเมืองนิเวศเลย จะเปึนฟ่วเจ อร์ ทาวน์ (Future town) เมืองนิเวศ แอดออน (Add-on) เรื่องของพลังงานทดแทนหรืออะไรต่าง ๆ แต่ก็ไปอยู่ใต้ร่ม กพย. แล้วก็พยายามปรับในส่วนของ กพย. ให้มันสอดคล้อง แล้วก็ให้แอคชันมันมากขึ้น ตรงนี้ผมคิดว่ามันจะง่ายกว่า ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย เพียงแต่ว่ากําลังเสนอแนวทางที่น่าจะง่ายขึ้น ในการทํางาน แล้วก็จะได้มีเส้นทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือไปอยู่กับคณะกรรมการเพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน กพย. ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๕๖ ตั้งเรียบร้อยแล้ว แล้วก็อาจจะเพิ่ม สัดส่วนในเรื่องของ กพย. นิด ๆ หน่อย ๆ แล้วก็ไปตั้งระบุให้ชัดเจนว่ามีเมื องนี้อยู่ใต้ กพย. อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของการจัด การคุณภาพสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม ซึ่งผมเองก็เห็นด้วย ทุกประการ เพียงแต่ว่าจริง ๆ เท่าที่ผ่านมาผมไปดูหลายที่ ผมพบว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของ คุณภาพน้ําเสีย คุณภาพสิ่งแวดล้อมมันไม่จําเปึนต้องเกิดจากอุตสาหกรรมอย่างเดียว ยกตัวอย่างเกาะภูเก็ตผมเดินไปดูมา ๒๒ จุดที่น้ําไหลออกทะเลดําทุกที่ ทั้งที่เกาะภูเก็ต จริง ๆ พูดกันตามตรงก็ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรมเปึนเมืองท่องเที่ยว ประเด็นต่าง ๆ ที่อ่าวนาง ที่เปึนประเด็นต่อสังคมก็เปึนของทางการท่องเที่ยว เปึนเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ผมเห็นด้วยกับประเด็นนี้เพียงแต่ว่าผมอยากให้ลองขยายดูสิว่ามันไม่จําเปึนต้องอุตสาหกรรม ที่จะทําให้เกิดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี มันเปึนอย่างอื่นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจากทั้งชุมชน ทั้งเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวซึ่งมีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนนี้ถ้าเกิดเราพยายาม จะให้มันคัฟเวอร์ (Cover) ทั้งอุตสาหกรรม ชุมชน การท่องเที่ยว ท่านจะได้หลายโซน หลายพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน เราก็จัดการให้มันเปึนระบบร่วมกันเข้าไปด้วย เรื่องนี้ ไม่ควรจะไปอยู่แค่กระทรวงอุตสาหกรรมเท่านั้น ควรจะไปอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไปอยู่ที่กรมควบคุมมลพิษ ไปอยู่ที่พื้นที่ แม้กระทั่งเขตพิเศษบางเขต ซึ่งอาจจะตั้งขึ้นมาในผังเมืองการนิคมหรืออื่น ๆ อีกมาก จริง ๆ แล้วน้ําเสียมันมาจาก หลายแห่งเหลือเกิน มันไม่ใช่มาจากอุตสาหกรรมอย่างเดียว อยากให้ขยายตรงนี้ให้คัฟเวอร์

ส่วนต่าง ๆ นะครับ เรื่องต่อไปเรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องของกองทุนไฟฟัา กองทุนไฟฟัา จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่พูดมาก็คือว่ามันต้องเปึนแพกเกจ (Package) ไปก่อน บางส่วนมันต้องมีกรอบให้ชัดเจนเพื่อให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่กองทุนที่ นี่ไปใช้ แบบหนึ่ง กองทุนที่นั่นใช้อีกแบบหนึ่งก็มั่วกันไปหมด อย่างแรกสุดนี่โครงสร้างของสัดส่วน การใช้ต่าง ๆ มันต้องเปึนแพกเกจที่ชัดเจน แพกแกจพวกนี้ก็ต้องไปคุยกันด้วย ๕ กิโลเมตรนี่ ผมบอกได้เลยว่าตอนนี้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเขาก็เลิกคําว่า ๕ กิโลเมตรไปแล้ว อีไอเอ (EIA) ๕ กิโลเมตรหมดไปแล้ว เพราะว่าผลกระทบอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ มันไปถึงที่ไหน ๑๘ กิโลเมตรอย่างท่านสารีว่าก็ว่าไป ในทะเลไปไกลกว่านั้นอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้ ดูสัดส่วนให้มันชัดเจน แล้วพยายามกําหนดกรอบยุทธศาสตร์ให้มันเปึนมาตรฐานเดียวกัน ทุกกองทุนทั่ วประเทศ แต่มันมีส่วนที่ทางกรรมการกองทุนแต่ละจุดสามารถที่จะ มาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ แต่มาตรฐานมันต้องเท่าเทียมกันทั้งประเทศ เกินเวลาแล้วก็ขออนุญาตนะครับ แล้วก็ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ครับท่านประธาน