สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

บันลือ เอมะรุจิ หารือเรื่องการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาต่ำกว่าระดับอุดมศึกษา โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิรูปเพื่อส่งเสริมสุขภาพและจิตใจของเยาวชนประมาณ 11 ล้านคนในประเทศไทย และเสนอแนวคิดการจัดตั้งโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา หรืออีโคสคูล เพื่อให้โรงเรียนมีส่วนร่วมและเครือข่ายสิ่งแวดล้อม โดยมีพันธกิจ 4 ด้าน และกระบวนการ 7 ขั้น เพื่อให้เยาวชนมีความรู้และจิตสํานึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บั นลือ เอมะรุจิ อนุกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บันลือ เอมะรุจิ จะได้นําเสนอในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในสถานศึกษาต่ํากว่า ระดับอุดมศึกษา เพื่อความกระชับผมจะนําเส นอในรูปของ เพาเวอร์พอยต์นะครับ ความสําคัญของการปฏิรูปอันนี้ ท่านจะเห็นว่ามันมีความสําคัญ อย่างยิ่ง เพราะมันเกี่ยวข้องกับประชากรกว่า ๑๑ ล้านคน ซึ่งเปึนลูกหลานของเราทั้งนั้น หรือประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของประเทศซึ่งล้วนแต่เปึนเยาวชน ที่กําลังอยู่ในวัยเจริ ญเติบโตทั้งสิ้น แล้วก็เราจะเห็นในระดับการแบ่งตามชั้นเรียน ระดับประถมศึกษาหรือต่ํากว่า ระดับประถมศึกษาขึ้นมามันมีอยู่ประมาณสักเกือบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน เยาวชนเหล่านี้ แล้วก็ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประมาณ ๒.๔ ล้านคน แล้วก็มัธยมศึกษาตอนปลายอีกประมาณ ๑.๔ ล้านคน แล้วก็ระดับอาชีวศึกษาประมาณ ครึ่งหนึ่งก็ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งรวมกันทั้งหมดแล้วประมาณ ๑๑ ล้านคน การปฏิรูปครั้งนี้จะปฏิรูปสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาซึ่งเยาวชนเหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่ประมาณ ๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมจึงมีความจําเปึน เพราะว่าเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อม ถ้าสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่นั้นดีแล้วก็จะส่งเสริมให้เขามีสุขภาพที่ดี แล้วก็มีสุขภาพและจิตใจดี แล้วก็พร้อมที่จะเล่าเรียนศึกษารับความรู้ใหม่ ๆ เอามา อันนี้เราจะมุ่งประเด็นอันนั้น แต่สําหรับประเด็นของการปฏิรูปเราก็จะมีปฏิรูปเปึน ๓ ระดับด้วยกัน อันแรกก็เปึน การปฏิรูปด้านกายภาพ อันนี้ถือเปึนการดําเนินการระยะสั้น

อันที่ ๒ ก็เปึนการปฏิรูปส่งเสริมการเรียนรู้ อันนี้ถือว่าเปึนระยะกลางนะครับ และสุดท้าย ก็เปึนการปฏิรูปที่ยั่งยืน ถือเปึนระยะยาว อันนี้ผมจะได้อธิบายรายละเอียดของแต่ละขั้นตอน ของการปฏิรูปนะครับ เรามาเริ่มต้นด้วยการปฏิรูปด้านกายภาพหรือว่าเปึนการปฏิรูป ระยะสั้นนะครับ อันนี้มันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะจัดสภาพแวดล้อมกายภาพของโรงเรียน ให้ครบถ้วนนะครับ ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี โดยมีทั้งหมดอยู่ ๗ ประเด็น และเรื่องของ สถานที่และบริเวณของโรงเรียนนะครับ อันนี้รายละเอียดก็จะมีอยู่ในรายงาน เช่นว่า สเปก (Spec) ของมันต้องเปึนงานโรงเรียน ต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ํากว่าเท่าไรอะไรอย่างนี้นะครับ อาคารเรียนต้องเปึนอย่างไร สูง กว้าง ยาวเท่าไร โดยเฉพาะเนื้อที่ต่อนักเรียนไม่ต่ํากว่า ๑.๕ ตารางเมตรอะไรอย่างนี้เปึนต้นนะครับ รายละเอียดอยู่ในรายงาน แล้วก็อันที่ ๓ ก็เปึนเรื่องของการระบายอากาศและแสงสว่าง อันนี้จะส่งเสริมให้นักเรียนได้มีสุขภาพที่ดี สายตาที่ดีนะครับ แล้วก็อันที่ ๔ ก็เปึนการจัดห้องเรียนและอาคาร เฉพาะกิจ เช่นพวกห้องสมุด ห้องพยาบาลอย่างนี้นะครับ มีการจัดอย่างไร ต่อไปเรื่องที่ ๕ ก็เปึนเรื่อง เกี่ยวกับน้ําดื่ม น้ําใช้ แล้วก็ห้องสุขาและที่ปัสสาวะ อันนี้ส่วนใหญ่มันจะเปึนเรื่องของ กําหนดมาตรฐานเฉพาะด้านสาธารณสุขอยู่แล้ว แล้วก็เรื่องที่ ๗ ก็เปึนการจัดการ เรื่องขยะมูลฝอย น้ําเสีย แล้วก็ปัองกันสัตว์นําโรคต่าง ๆ นะครับ โรงเรียนจะต้องมี การจัดการสิ่งเหล่านี้ อันที่ ๘ ก็เปึนเรื่องการรักษาความปลอดภัย มีการปัองกัน เรื่องไฟร์ ดริลส์ (Fire drills) การทดสอบหนีภัย แล้วก็หนีสึนามิ (Tsunami) อะไร ในบางโรงเรียนอย่างนี้เปึน ต้นนะครับ จัดให้เปึนลักษณะอย่างนี้ด้วย คราวนี้ผมมาดู รายละเอียดนิดหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูปด้านกายภาพนะครับ คราวนี้มาดู อันที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับบริเวณนี้เนื้อที่กําหนดโดยทั่วไปแล้วคร่าว ๆ เนื้อที่ไม่ต่ํากว่า ๓,๒๐๐ ตารางเมตรหรือ ๒ ไร่ถึงจะเปึนโรงเรียนได้อะไรอย่างนี้นะครับ ต้องห่างจากชุมชน ไม่เกิน ๒ กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยของเยาวชนเอง ทั้งหมดเปึนลักษณะนี้นะครับ รายละเอียดก็มีต่อไปในรายงาน เช่นว่าไม่อยู่ในที่สูงชันอะไรต่าง ๆ อย่างนี้นะครับ คราวนี้ อันที่ ๒ ที่มีความสําคัญก็คือเรื่องอาคารเรียนนะครับ อันนี้มันเกี่ ยวข้องกับตัวนักเรียน โดยตรงเลย เพราะต้องใช้เวลาอยู่ในอาคารเรียนในการศึกษาเล่าเรียน อันนี้จํานวนนักเรียน แต่ละห้องต้องไม่เกิน ๓๐ คนต่อห้อง อันนี้สําหรับประถมศึกษานะครับ และสําหรับ มัธยมศึกษา แล้วก็อาชีวศึกษาก็ไม่เกิน ๔๐ คนต่อห้อง อันนี้อยากจะให้มีผลบังคับจริง ๆ

เพราะว่ามันเปึนประสิทธิภาพโดยตรงของการศึกษาเลย ทั้งครูด้วยจะได้ดูแลได้อย่างเต็มที่ ประเด็นที่ ๓ ก็คือการระบายอากาศและแสงสว่าง อันนี้พื้นที่ประตู หน้าต่าง อันนี้โดยทั่วไป ตามกฎของกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็ไม่น้อยกว่า ๑ ส่วน ๔ ของพื้นที่ทั้งหมด อันนี้ เพื่อการระบายอากาศของประเทศไทยเราที่มีอากาศร้อน แล้วความกว้าง ความสูง ของหน้าต่างไม่ควรจะน้อยกว่า ๑ เมตร เพื่อความปลอดภัยอะไรอย่างนี้เปึนต้นนะครับ ขอบล่างของประตู หน้าต่างสูงจากห้องไม่เกิน ๙๐ เซนติเมตร อันนี้เปึนรายละเอียด อยู่ในรายงานนะครับ ผมยกตัวอย่างคร่าว ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะมีให้ครบด้วย ถึงจะเปึน สิ่งปลีกย่อยแต่ว่าเปึนส่วนสําคัญสําหรับลูกหลานของเราให้มันครบถ้วนนะครับ ต่อไปก็เปึน เรื่องของการจัดห้องเรียนและอาคารเฉพาะกิจนะครับ พวกห้องสมุด พวกอะไรต่าง ๆ นี้ ความสูงของอาคารก็ไม่ต่ําก ว่า ๓.๕๐ เมตร อันนี้เปึนต้น เพื่อความโปร่ง และบ้านเรา อากาศร้อนนะครับ เพื่อการระบายอากาศที่ดี เพราะว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนไม่สามารถ จะติดแอร์ได้อะไรอย่างนี้ แล้วก็ขนาดพื้นที่ห้องก็ไม่ควรจะต่ํากว่า ๖ คูณ ๘ เมตร อย่างนี้เปึนต้นนะครับ อันนี้ผมยกตัวอย่างคร่าว ๆ รายละเอียดก็อยู่ในรายงานที่นําเสนอ ในมือของท่านทั้งหมดแล้ว เรื่องน้ําดื่ม น้ําใช้ก็เหมือนกันเราจะเห็นมีข่าวอยู่เนือง ๆ ว่า มีคูลเลอร์ (Cooler) รั่วบ้าง อะไรรั่วบ้าง อันนี้ก็ต้องดูแลด้วยเรื่องเกี่ยวกับน้ําดื่ม น้ําใช้ นอกจากสะอาดแล้วก็ต้องปลอดภัยด้วยที่จะกดดื่มอะไรพวกนี้นะครับ ต่อไปพวกห้องสุขา อันนี้ก็สําคัญเพราะนักเรียนจะใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประมาณไม่ต่ํากว่า ๖-๘ ชั่วโมง

แน่นอนจะต้องมีการเข้าส้วมและปัสสาวะในนั้นบ้างแล้ว ซึ่งก็กําหนดมาว่าขนาดของส้วม ขนาดของห้องน้ําก็มีขนาดตามรายงานนี้ไม่ต่ํากว่า ๐.๙ ตารางเมตรต่อ ๑ ที่อะไรอย่างนี้ เปึนต้น ก็มีให้ครบถ้วนตามนี้นะครับ ส่วนรายละเอียดก็อยู่ในรายงานเช่นกัน จํานวน ห้องส้วม ห้องเรียน สําหรับนักเรียนหญิง นักเรียนชาย ก็แบ่งต่างกันก็อยู่ในตารางอันนี้ ต่อไปเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรงก็เกี่ยวกับขยะมูลฝอย การบําบัดน้ําเสีย และการควบคุมสัตว์ แมลง ก็กําหนดวิธีการมาให้ว่าจะต้องมีขยะไม่น้อยกว่ากี่จุด ต่อระยะทางกี่เมตรอะไรอย่างนี้ ทุกห้องจะต้องมีอย่างไร ห้องน้ํานักเรียนหญิงจะต้องมี ที่รองขยะ สําหรับห้องน้ํานั กเรียนชายจะต้องเปึนอย่างไร รายละเอียดก็อยู่ในรายงานอันนี้ เพื่อประหยัดเวลาก็จะได้ไม่นําเสนออันนี้ ต่อไปส่วนที่ ๘ ก็เปึนการจัดการรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะต้องมีถังดับเพลิงมีอะไรพวกนี้ และที่สําคัญต้องมีการฝ๊กหนีไฟด้วย หนีสึนามิ อย่างนี้นะครับ ไม่ทราบว่าทางโรงเรี ยนเขาได้ทํากันหรือเปล่า การปฏิรูปครั้งนี้ จะมีการกระตุ้นให้เริ่มมีการฝ๊กฝนในเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง โดยภัยแผ่นดินไหว โดยอะไรต่าง ๆ มักจะเกิดบ่อยขึ้น ทั้งหมดนี้เปึนการปฏิรูประยะสั้น ต่อไปเปึนเรื่องของการปฏิรูประยะกลาง ก็เปึนการปฏิรูปด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ คือในการปฏิรูปครั้งนี้จะจัดกิจกรรมให้ทุกคน ทั้งครูและนักเรียนได้มีส่วนร่วมกันอย่างจริงจัง ตัวอย่างดังต่อไปนี้เช่นในโรงเรียนจะต้องมี จัดกิจกรรมคัดแยกขยะอย่างสม่ําเสมอและยั่งยืน ทุกคนต้องร่วมกันเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทําไม่ได้แล้ว หรือทําเปึนเล่น ๆ ไม่ได้แล้ว อันที่ ๒ อันนี้ต้องมีการติดตั้ง ระบบบําบัดน้ําเสีย อย่างน้อยก็ต้องมีระบบการคัดแยกไขมัน โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้โรงเรียน ส่วนใหญ่จะมีโรงอาหาร โรงอาหารนี่จะต้องส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบที่เหลือใช้ จากโรงอาหารมาผลิตเปึนก๊าซชีวภาพ ก็ต้องส่งเสริมให้มีการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ จากโรงอาหาร อันนี้ควรจะต้องมีการส่งเสริมด้วย แล้วเราก็จะใช้อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมา ชิ้นงานในการพัฒนานี่เปึนแหล่งเรียนรู้ของชุมชนด้วย คือนอกจากในโรงเรียนมาร่วม ดําเนินการในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแล้วชุมชนยังจะเอาต้นแบบไปใช้ได้อีกด้ว ย อย่างนี้ก็เลยได้ประโยชน์ทั้ง ๒ อัน ทั้งโรงเรียนด้วยและทั้งชุมชนใกล้เคียงด้วย ส่วนปฏิรูป ระยะที่ ๓ ระยะยาวก็คือเปึนการปฏิรูปที่ยั่งยืน ก็ได้นําเสนอให้จัดทําโรงเรียนสีเขียว หรือภาษาทางการเขาเรียกว่า จัดการทําโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา หรือโรงเรียนสีเขียว หรืออีโคสคูลมาใช้ในสถานศึกษาทุกแห่ง พยายามส่งเสริมให้ได้เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูป

ระยะยาววิธีการจัดทําอีโคสคูล ก็ได้กล่าวไว้คร่าว ๆ คือ ๑. แน่นอนทุกคน ทุกส่วน ทั้งภารโรง ทั้งครู ทั้งนักเรียน จะต้องมีส่วนร่วมด้วยกันมากําหนดด้วยกันเลย เริ่มต้นด้วยการทําพันธกิจ ด้วยกัน ต้องมีพันธกิจ ๔ ด้าน อันแรกต้องกําหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมศึกษา และโครงสร้าง การจัดการ ผู้อํานวยการจะต้องจัดโครงสร้างที่แน่นอน มีออกคําสั่งตั้งคณะทํางาน มีการให้ บําเหน็จความชอบกับครูหรือบุคลากรที่มาร่วมโครงการอีโคสคูลนี่อย่างแน่นอน เพราะเปึน การปฏิรูปที่ยั่งยืน พันธกิจอันที่ ๒ ก็เปึนการจัดการกระบวนการเรียนรู้จะจัดการกันอย่างไร นอกจากมีการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแล้วยังต้องมีจิตสํานึกด้วย นี่อยู่ในกระบวนการนี้ ส่วนพันธกิจที่ ๓ ระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนี้หมายความว่า จะต้องจัดทรัพยากรที่เสริมในการจัดกิจกรรมอันนี้ให้เกิดขึ้นในโรงเรียนให้ได้ ส่วนพันธกิจที่ ๔ มีส่วนร่วมและเครือข่ายสิ่งแวดล้อม อันนี้ชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เปึนการจัดอีโคสคูล ทีนี้เมื่อกําหนดพันธกิจแล้วต่อมาก็จะต้องดําเนินการแล้วนะครับ ดําเนินกา รโดยใช้หลักเรียกว่าบันได ๗ ขั้นในการจัดทําโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา หรืออีโคสคูล แนวความคิดก็เปึนขั้นตอนของกระบวนการศึกษา ๗ ขั้นตอน ซึ่งพัฒนา โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เข้ามาแอพพลาย (Apply) ในเรื่องของอีโคสคูลนี้ ยกตัวอย่างขั้นที่ ๑ สํารวจค้นหาประเด็น อันนี้เปึนเคส สตัดดี (Case study) ของโรงเรียนก็ได้

อาจจะมีประเด็นเรื่องขยะ ประเด็นเรื่องอะไรที่โรงเรียนแต่ละโรงเรียนจะเจอ แต่ละท้องที่ จะไม่เหมือนกัน อันที่ ๒ เมื่อได้ประเด็นแล้วก็หาความรู้ อันนี้เปึนหลักการคร่าว ๆ ของ อีโคสคูลเปึนหลักการมาตรฐานนะครับ อันที่ ๒ ก็เปึนการหาความรู้ อันที่ ๓ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ อันที่ ๔ เรียนรู้สถานการณ์และกําหนดทางเลือก อันนี้เปึนการกําหนด ในการแก้ปัญหา อันที่ ๕ ก็วางแผนการจัดการเลย อันที่ ๖ ก็ออกปฏิบัติ สุดท้าย พอได้ออกปฏิบัติ ได้ความรู้เรียบร้อยแล้วก็ทําการเผยแพร่หรือแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้ ผลที่ได้จากอันนี้นอกจากบุคลากรหรือนักเรียนในโรงเรียนจะได้ความรู้แล้ว เยาวชน ได้ความรู้แล้ว ยังจะได้จิตสํานึกแถมเข้าไปด้วยนะครับ อันนี้หลังจากเรียนรู้ด้วยกัน โดยใช้หลักการอีโคสคูลเข้ามาจับแล้ว ทีนี้มาดูผลที่คาดว่าจะได้รับหลังจากการปฏิรูปอันนี้ ในระดับนี้ขึ้นมาแล้ว ระยะสั้นก็จะได้สถานศึกษาที่มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี อันนี้แน่นอน เยาวชนมีสุขภาพที่ดี ร่างกายและจิตใจที่ดี ใช้ชีวิตในสถานศึกษาอย่างมีความสุขและพร้อม ที่จะเรียนรู้ ลองจัดสิ่งแวดล้อมให้เขาดีสิเขาจะได้มีจิตใจที่จะใฝ์หาความรู้ ซึ่งจะเปึนอย่างนั้น อันที่ ๒ ระยะกลางก็คือจะได้สถานศึกษาที่เปึนแหล่งเรียนรู้ในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม อย่างเปึนรูปธรรมด้วย เพราะมีอุปกรณ์ มีตัวอย่างให้เห็นในโรงเรียน แล้วก็มีการปฏิบัติจริง ชุมชนก็จะได้นํา ไปใช้เปึนต้นแบบด้วย ส่วนระยะยาวก็แน่นอน เยาวชนทั้ง ๑๑ ล้านคน จะได้มีจิตสํานึกผ่านการปฏิรูประยะยาวนี้ มีจิตสํานึกในการหวงแหน แล้วก็รักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนแล้วก็ระยะยาวด้วย เราปลูกฝังคน ๑๑ ล้านคนซึ่งต่อไปจะเปึนผู้หลักผู้ใ หญ่ขึ้นมา โดยปลูกฝังจิตสํานึก ด้านสิ่งแวดล้อมติดตัวไปแล้ว แน่นอนปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตก็จะหมดไป เพราะพวกเขาเหล่านั้นก็จะมีบทบาทในสังคมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรด้วย ข้อสรุปเรื่องนี้นะครับ ในการปฏิรูปนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะทําให้เยาวชน กว่า ๑๑ ล้านคนใช้ชีวิตอยู่ในการศึกษาที่ดี มีคุณภาพที่ดี มีความสุข พร้อมที่จะเรียนรู้ และเปึนผู้ใหญ่ที่มีจิตสํานึก อย่างที่ว่านะครับ ส่วนข้อเสนอแนะอื่น ๆ ก็ควรจะมีเจ้าภาพ กระทรวงศึกษาธิการก็สมควรอย่างยิ่งที่จะเปึนหน่วยงานที่เปึนเจ้าภาพ แล้วก็มี หน่วยงานอื่น ๆ ที่มาประกอบโดยแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนต้น หน่วยงานภาคเอกชน โดยที่ กระทรวงศึกษาธิการเปึนแกนหลัก ผมขอนําเสนอแค่นี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ