รายงานการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ครั้งที่ ๖๒/๒๕๕๘
วันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
ณ ตึกรัฐสภา
ด้วยประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ปฏิบัติราชการแทนประธานศาลฎีกา ได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งได้มีคําร้องขอให้ศาลฎีกา เพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของนายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ซึ่งปัจจุบันเปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีกําหนดห้าป้ และศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้รับคําร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว นั้น
บัดนี้ ศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ มีกําหนดห้าป้นับแต่วันที่มีคําสั่ง คือ วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ดังนั้น สมาชิกภาพความเปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติของนายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ จึงสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒๙ มาตรา ๙ (๓) และมาตรา ๘ (๔) จึงขอแจ้งที่ประชุมทราบนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ จํานวน ๒ เรื่อง
วาระการพัฒนา : ๑. เศรษฐกิจดิจิทัล
๒. การเปึนศูนย์กลางอาเซียน (ASEAN Hub)
ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการได้เข้าประจําที่ด้วยครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เนื่องจาก คณะกรรมาธิการเสนอรายงานวาระการพัฒนา จํานวน ๒ เรื่อง ดังนั้นเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณา ผมจะขอให้ประธานกรรมาธิการแถลงรายงานทั้ง ๒ เรื่องพร้อมกันไป โดยให้สมาชิกอภิปรายรายงานที่ได้เสนอมาไปในคราวเดียวกัน เมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว ผมจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน วาระการพัฒนาแต่ละเรื่อง ตามลําดับ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมจึงใคร่ขอความร่วมมือ จากกรรมาธิการ ได้แถลงรายงานและตอบชี้แจงขอให้ก ระชับ และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิกกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการขอทีละเรื่อง ถ้าพร้อมแล้วขอเรียนเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการแถลง เอาเรื่องอะไร เศรษฐกิจดิจิทัลก่อนไหมครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผมยินดีมากที่ท่านได้กลับมาสู่ความแข็งแรงทางสุขภาพ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เพื่อให้การแนะนําเรื่องนี้ได้เห็นภาพชัด กระผมขออนุญาตที่จะใช้วีดิทัศน์สั้ น ๆ ประมาณ ๕-๖ นาที เพื่อสมาชิกจะได้เห็นภาพ สิ่งที่เรานําเสนอต่อไป ผมขออนุญาตนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ นั่นเปึนการแสดงถึงวิวัฒนาการสําคัญอย่างหนึ่งในช่วงที่ผ่านมาของโลกมนุษย์ ผมขอขึ้นสไลด์ (Slide) เลยครับ เราก้าวจากสังคมเกษตรกรรมที่ใช้แรงงาน ใช้คนในครอบครัว แล้วก็มาถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรไอน้ําเจมส์ วัตต์ มีไฟฟัา หลอดไฟฟัาที่ผลิต โดยเอดิสัน แล้วก็มีโทรศัพท์แกรม เบลล์ แล้วก็นํามาซึ่งการผลิต การเจริญเติบโต ของเศรษฐกิจและการเกิดโลกาภิวัตน์เปึนครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ ๑๘ ถึงศตวรรษที่ ๑๙ สิ่งที่ท่านเห็นในตอนท้าย ๆ นั้นเปึนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่เราจะเปลี่ยนศตวรรษจากศตวรรษที่ ๒๐ เปึนศตวรรษที่ ๒๑ เมื่อป้ ๑๙๙๕ กระผมได้หนังสือมาเล่มหนึ่งชื่อดิจิทัล อีโคโนมี ๒๐ ป้ที่แล้วนะครับ แล้วก็คนเขียนคือดอน แท็บ สกอต เปึนผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ น่าแปลกใจว่าเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้วเขาสามารถมองเห็นภาพที่จะเกิดขึ้นในขณะนี้ได้ กลับไป นั่งอ่านอีกทีแล้วรู้สึกว่ามันเปึนเรื่องที่มหัศจรรย์แล้วเขาก็คิดได้ไม่ผิดจากช่วงที่เขาคิด ในตอน ๒๐ ป้ที่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจผมขอประทานกราบเรียนสั้น ๆ ก่อนที่จะให้ประธาน อนุกรรมาธิการได้พูดถึงเรื่องรายละเอียดข้อเสนอของเรา เขาบอกว่าเราอยู่ในรุ่งอรุณของ การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ คือเปึนยุคของเน็ตเวิร์ก อินเทลลิเจนซ์ (Network Intelligence) เครือข่ายของปัญญา เครือข่ายของสติปัญญา ซึ่งจะเปึนยุคที่ให้กําเนิดเศรษฐกิจใหม่ การเมืองใหม่ สังคมใหม่ ธุรกิจจะได้รับการแปรรูป รัฐบาลจะต้องมีการปรับปรุงในรูปโฉม และทัศนคติ มนุษย์ทุกคนจะสามารถพัฒนาตนเองขึ้นไปในรูปแบบใหม่ทั้งหมดนี้โดยการทํา ให้เปึนไปได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่าอินฟอร์เมชัน เทคโนโลยี (Information Technology) แต่สิ่งที่ น่าสนใจท่านประธานที่เคารพ ก็คือสิ่งที่เขาพูดว่าสิ่งเหล่านี้มีทั้งโอกาสและมีทั้งภัยคุกคาม ในทางลบมันอาจจะมีการแบ่งชั้นทางสังคมมากขึ้นที่เราเรียกว่าดิจิทัล ดีไวด์ (Digital Divide) เราได้ยินได้ฟังมาจะมีการรุ กล้ําเข้าไปในสิทธิส่วนตัวของบุคคลจํานวนมหาศาล อย่างที่ไม่เคยเปึนมาก่อน จะมีการจ้างงานถ้าเราไม่ปรับตัวให้ดีการหลุดจากงานมากมาย เพราะจะเข้าไปแทนโดยเทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้วก็จะมีความวุ่นวายทางสังคมเกิดขึ้น ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับการพัฒนาให้เกิดความทัดเทียมกัน เพราะฉะนั้นในอนาคตนั้นมันจึง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทําอย่างไรกับวิทยาการ ใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วง ๒๐-๓๐ ป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ จึงน่าดีใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญกับดิจิทัล อีโคโนมี (Digital Economy) แล้วเปึนนโยบายหลักประการหนึ่งของรัฐบาลซึ่งมีความหมาย
ครอบคลุมกว้างขวางมากนะครับ คือการบริหารงานทั้งหลายทั้งปวงตั้งแต่กระบวนการผลิต การดําเนินงานธุรกิจ การค้า การบริการ การศึกษา สาธารณสุข ทุกกิจกรรมที่เกี่ยวพันกับ มนุษย์โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อดูจากสิ่งเหล่านี้แล้วเราจะเห็นว่า มันไม่ใช่เปึนเพียงแต่มือถือ ไม่ใช่เปึนเพียงแต่เซลฟ้ (Selfie) ไม่ใช่เพียงแต่คอมพิวเตอร์ แต่มันเปึนการปรับใช้สิ่งเหล่านี้ให้เข้าด้วยกันเปึนเน็ตเวิร์ก อินเทลลิเจนซ์ การเอาสติปัญญา มารวมกัน รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง
เรียกว่าคณะกรรมการกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) หรืออิเล็กทรอนิกส์ เกิดขึ้นนะครับ ได้แบ่งงานออกเปึน ๕ หลักใหญ่ด้วยกัน อันที่ ๑ คือเรื่องโครงสร้างทาง ศักยภาพ โครงสร้างในที่นี้หมายถึงทั้งเรื่องของบรอดแบนด์ (Broadband) เรื่องของเกตเวย์ (Gateway) เรื่องของสป้ด (Speed) ความเร็วสูงของอินเทอร์เน็ต (Internet) คลื่นวิทยุ แล้วก็โครงสร้างพื้นฐานทางบริการ ในแท่งที่ ๒ แท่งที่ ๓ นั้นเปึนโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน มาตรฐาน แล้วก็ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ในแท่งที่ ๔ และแท่งที่ ๕ นั้นเปึนงาน ส่งเสริมการพัฒนา ในทั้งหมดที่รัฐบาลพยายามทําผมคิดว่าก็เปึนงานที่ค่อนข้างจะกว้างขวางนะครับ แล้วก็จับประเด็นปัญหาต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี เดี๋ยวจะมีกฎหมายที่จะต้องถูกปรับปรุงอยู่ ๕ ฉบับด้วยกัน เช่น ตั้งหน่วยงานใหม่ พ.ร.บ. ด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ร.บ. ว่าด้วย การกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (Computer) เปึนต้น แล้วก็จะมีการออกกฎหมาย อีกฉบับหนึ่ง กฎหมายใหม่ที่เรียกว่าร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกําลังอยู่ในกระบวนการอยู่ ในเชิงธุรกิจรัฐบาลก็ได้มองเห็นว่าถ้าจะทําให้เปึนสังคมดิจิทัล ที่มีผลแล้วได้ประโยชน์ทําให้เราสามารถแข่งขันในโลกนี้ได้มันจําเปึนจะต้องมีนิเวศวิทยาของ ธุรกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้น ตั้งแต่การเชื่อมโยงบริการภาครัฐกับธุรกิจ ทางซ้ายมือสุดข้างล่าง ตอนประมาณทุ่มหนึ่งนะครับ แล้วก็ไปถึงเชื่อมโยงกระบวนการบริหารโลจิสติกส์ (Logistics) การนําเข้าส่งออกทางด้านตอนประมาณเที่ยง ๑๒.๐๐ นาฬิกา แล้วการเพิ่มช่องทางการค้า อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) แล้วก็มาร์เกตเพลส (Marketplace) ด้วยกัน แล้วก็การชําระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็เรื่องภาษีต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่พยายามทํานะครับ แต่ผมขอเรียนว่า ความสามารถของเราในเรื่องนี้ยังเปึนประเด็นที่น่าเปึนห่วงมาก พอมาดูว่าองค์กรระหว่าง ประเทศได้จัดลําดับการพัฒนาไอซีที (ICT) ของไทยในเชิงเปรียบเทียบอย่างไร ภาพนี้นะครับ ช่องสีเหลือง คอลัมน์ (Column) สีเหลือง คือเน็ตเวิร์ก เรดดิเนส (Network Readiness) ซึ่งประกอบด้วยกฎ ระเบียบ การคิดค้นทางนวัตกรรม ธุรกิจ อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ความถูก ความแพงของการใช้ ความชํานาญของรัฐบาลของคน ของนักธุรกิจในการใช้ เราอยู่อันดับที่ ๖๗ ในจํานวน ๑๔๐ กว่าประเทศ ถ้าเรามองในแง่ของ ดิจิทัล อีโคโนมี แรงกิง (Digital Economy Ranking) ว่าเรามีความเปึนเศรษฐกิจดิจิทัล มากน้อยเพียงใด โดยวัดจากความเชื่อมโยงสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจ สิ่งแวดล้อมทางกฎ ระเบียบ
และนโยบายรัฐบาล เราอยู่อันดับที่ ๔๙ ประเทศมาเลเซียอยู่อันดับที่ ๓๖ ประเทศแคนาดา อันดับที่ ๑๑ ประเทศสิงคโปร์อยู่อันดับที่ ๘ อีกปัจจัยหนึ่งคืออี กัฟเวิร์นเมนต์ แรงกิง (e-Government ranking) ของสหประชาชาติ วัดจาก ๑๙๒ ประเทศ ประเทศไทย มีอันดับที่ ๑๐๒ ซึ่งตกจากป้ก่อนหน้าอันดับที่ ๙๒ ตัวนี้มันหมายถึงทั้งออนไลน์ เซอร์วิส (Online Service) เทเลคอมมิวนิเคชัน อินฟราสตรักเจอร์ (Telecommunication Infrastructure) ฮิวแมน แคป่ตอล (Human Capital) ก็คือความสามารถของคน เราอยู่อันดับที่ ๑๐๒ ขณะที่ประเทศสิงคโปร์อยู่อันดับที่ ๓ ประเทศมาเลเซียอันดับที่ ๕๒ แล้วก็ถ้ามาดูไอซีที ดิเวลลอปเมนต์ (ICT Development) ทางคอลัมน์ขวาสุดสีน้ําเงิน เราอยู่ อันดับที่ ๗๑ ประเทศสิงคโปร์อันดับที่ ๑๖ ซอร์รี (Sorry) ครับ เราอยู่ที่อันดับที่ ๘๑ ประเทศมาเลเซีย อันดับที่ ๗๑ แล้วก็ประเทศสิงคโปร์อันดับที่ ๑๖ สภาพการแข่งขันของเรา ทางด้านเปรียบเทียบในเชิงของการอีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) เราอยู่อันดับที่ ๑๐๒ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว
แต่ถ้าเราสังเกตนะครับ เหนือเราขึ้นไปเปึนประเทศเวียดนาม ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศบรูไน ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ แปลว่าในจํานวน ๑๐ ประเทศในอาเซียน (ASEAN) เราเปึนอันดับที่ ๖ น่าสนใจนะครับว่าซีแอลเอ็มวี (CLMV) ๒ ประเทศ ๑. ประเทศเวียดนามนั้นเหนือกว่าเรา ถ้าเรามามองดูการใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชาชน ๑๐๐ คน ประเทศไทยอยู่ที่ ๓๐ : ๑๐๐ ประเทศเวียดนาม ประเทศฟ่ลิปป่นส์ยังมีผู้ใช้อินเทอร์ เน็ต ต่อ ๑๐๐ คนสูงกว่าเรานะครับ อันนี้ไม่นับถึงประเทศมาเลเซีย ประเทศบรูไนและ ประเทศสิงค์โปร์ที่อัตราการใช้ต่อ ๑๐๐ คนสูงมาก เรามาดูถึงอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงของภาคธุรกิจต่อธุรกิจ ๑๐๐ รายน่ากังวลนะครับประเทศไทยอยู่ล่างสุดครับ ที่ ๑๔ ใน ๑๐๐ ดีขึ้นกว่าเราคือ ประเทศอาเซอร์ไบจาน ประเทศอียิปต์ เจงกีส ข่าน ประเทศปาเลสไตน์ ประเทศรัสเซีย ประเทศสิงคโปร์เปึนต้นนะครับ สรุปก็คือว่าเราอยู่ต่ําสุด ถ้าเรามองดูในแง่ของมือถือนะครับต่อ ๑,๐๐๐ คนเราก็ทําได้ไม่เลวนะครับ ใน ๑,๐๐๐ คนเรามีมือถืออยู่ประมาณ ๑,๓๐๐ ราย ๑,๒๐๐ กว่าราย อันดับ ๑ ประเทศเวียดนาม ๑,๐๐๐ คนมี ๑,๕๐๐ เครื่องก็แปลว่า ๑.๕ เครื่องต่อคน การเติบโตของ อีคอมเมิร์ซ ในประเทศไทย ท่านลองดู ประเทศไทยมีการเติบโตทางธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ขอเรียนว่าไม่ได้มากมายเลยมันน่าจะก้าวกระโดดมากกว่านี้มาก มีการขายระหว่างธุรกิจกับรัฐบาล สีชมพูทางขวามือนั่น แล้วก็ระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค แล้วก็ธุรกิจกับธุรกิจ ท่านประธานครับ ถ้าหากเราจะทําให้ธุรกิจหรือเศรษฐกิจดิจิทัล มันเปึนไปด้วยดี เรามีเรื่อง ๕ เรื่องด้วยกันที่จะต้องทํา ๑. คือเรื่องของฮาร์ด อินฟราสตรักเจอร์ (Hard Infrastructure) ไม่ว่าจะเปึนไฮสป้ด เน็ต เวิร์ก (High Speed Network) อินเตอร์เนชันแนล เกตเวย์ (International Gateway) หรือบิก ดาตา เซนเตอร์ (Big Data Center) อันที่ ๒ คือเรื่องซอฟต์ อินฟราสตรักเจอร์ (Soft Infrastructure) อันที่ ๓ คือ เซอร์วิส อินฟราสตรักเจอร์ (Service Infrastructure) แล้วก็อันที่ ๔ คือเรื่องของการ สนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้ดิจิทัล มีน (Digital Means) ในการดํารงชีวิต แล้วก็ประเด็นที่ ๕ คือการให้ความรู้ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาลได้ทําแต่ว่าได้ทําหนักแน่นเพียงพอหรือไม่นั้น และมีเรื่องอะไรที่เราจะเสนอมาได้ ผมขอให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้เข้าไปช่วยอธิบาย ต่อครับท่านประธานครับ
เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ วันนี้ ก็อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ ได้กรุณากล่าวนําไปแล้วนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าบริบท ของโลกใบนี้ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก แล้วก็ระบบเศรษฐกิจหลัก ของโลกหลายแห่งได้เปลี่ยนผ่านหรืออยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปเปึนระบบเศรษฐกิจใหม่ ที่พึ่งพาเทคโนโลยีเพิ่มเติม ประสิทธิภาพของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อลดต้นทุนในการ ประกอบธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทุกท่านก็คงจะทราบว่าดิจิทัล อีโคโนมี ท่านจะชอบ หรือไม่ชอบก็ตามแต่ดิจิทัล อีโคโนมีนั้นเปึน สิ่งที่โลกกําลังเดินไปสู่หนทางนี้ ต่อไป การประกอบธุรกิจหน้าร้านจะหายไป เพราะฉะนั้นจะติดต่อทางด้านอินเทอร์เน็ตเปึนสําคัญ ซึ่งโทรศัพท์มือถือก็เปึนเครื่องมืออันหนึ่งที่จะสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์ เน็ต ก็มี ๒ เรื่องสําคัญ ที่อยู่ในเรื่องนี้ คือเรื่องของคอมพิวเตอร์และเรื่องของอินเทอร์ เน็ต ซึ่งอินเทอร์เน็ตนั้น ก็กระจายไปในเรื่องของวายฟาย (Wi-Fi) ที่ท่านรู้จัก ผมจะทําความเข้าใจกับท่านทั้งหลาย ในเบื้องต้นว่าดิจิตอล อีโคโนมีคืออะไร เพราะแรก ๆ เมื่อ ๔-๕ เดือนก่อนผมก็ไม่รู้เรื่อง เหมือนกันเพราะผมเปึนนักธุรกิจอยู่ในด้านเรียล เซกเตอร์ (Real Sector)
ซึ่งจริง ๆ แล้วการซื้อขายในปัจจุบันนั้นก็ผ่านหน้าร้าน แต่อนาคตข้างหน้าก็สั่งของ กันทางอินเทอร์เน็ต แล้วท้ายที่สุดก็จะเปึนเรียล ไทม์ (Real time) คือสั่งปัูบได้ปุ็บ ใครที่ทําไม่ได้ก็ออกไปจากธุรกิจ เพราะฉะนั้นดิจิทัล อีโคโนมีมีผู้ที่ให้นิยามไว้ค่อนข้างจะ ชัดเจนคืออาจารย์กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านเพื่อให้เกียรติ ท่านนิยามไว้ว่าดิจิทัล อีโคโนมีคือยุคของเศรษฐศาสตร์ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยกลไก ทางเทคโนโลยีด้านดิจิทั ล เศรษฐกิจใหม่ของโลกนับแต่เดี๋ยวนี้จะเคลื่อนไหว ด้วยการเคลื่อนที่ของข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ก่อให้เกิดการรับรู้อย่างโปร่งใสไม่ป่ดบัง ผู้บริโภคจะมีประชาธิปไตยในการรับข้อมูลข่าวสาร สามารถแสวงหาข้อมูลข่าวสารได้ด้วย ตนเอง ไม่ต้องถูกยัดเยียดข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ที่เปึนอยู่ในปัจจุบันอีก อิทธิพลของ ผู้บริโภคจะเริ่มเรืองอํานาจอีกครั้ง คราวนี้เปึนของจริงเปึนสิ่งที่ผู้บริโภคกุมอํานาจความรู้ ความเข้าใจที่ไม่สามารถถูกหลอกลวงได้อีกต่อไป ดิจิทัล อีโคโนมีถ้าไม่มีความเหลื่อมล้ํา ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกคนจะมีสิทธิเท่ากันหมด ผมไปที่ประเทศไต้หวัน เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมไปเจอเกษตรกรใช้โทรศัพท์มือถือจิ้มเพื่อจะถามว่า พืชของเขาใบเหลืองจะให้แก้อย่างไร เขาก็ตอบกันทางอินเทอร์เน็ตมาทางไลน์ (Line) เขาก็ ปรับเปลี่ยนในการใช้ยากับใช้ปุิย จะเห็นว่าโครงข่ายที่เชื่อมโยงในดิจิทัล อีโคโนมีนั้น เปึนสิ่งที่ตอบโจทย์ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมไปถึงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) เรื่องของการดูแลสังคมให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ที่ประเทศไต้หวันในขณะที่ไปใน กรุงไทเปตํารวจสักคนหนึ่งที่ถนนก็แทบมองไม่เห็น แต่ถ้าการฝ์าฝ๋นกฎจราจ รจะมีคนที่ ถ่ายรูปแล้วส่งทางอินเทอร์เน็ตส่งทางโทรศัพท์มือถือไปยังตํารวจ อีกวัน ๒ วันใบสั่งก็มาแล้ว ไม่จําเปึนต้องใช้เจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นทุกคนจะเคร่งครัดในส่วนนี้ด้วยความกลัวว่าโลกของ โซเชียล มีเดีย (Social Media) จะเปึนคนที่รายงานในสิ่งต่าง ๆ ทําให้สังคมอยู่อย่างปกติสุข เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเครื่องมือสําคัญใน เศรษฐกิจยุคดิจิทัลก็คือเทคโ นโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตนั่นเองที่จะต้องพัฒนาไปไกลและหาบริโภคได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องมือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่คําตอบสุดท้าย คําตอบสุดท้ายที่จะต้องมากกว่านี้คือบิซิเนส คอนเซปต์ (Business Concept) คือการที่จะเชื่อมโยงระหว่างฮาร์ดแวร์ (Hardware) ในส่วนของคอมพิวเตอร์แล้วก็อินเทอร์เน็ตมาเชื่อมโยงกับธุรกิจจึงจะเกิดเปึนแอพพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ซึ่งขายกันว่อนไปหมดในโลกอินเท อร์เน็ต แล้วก็ได้ราคามากด้วย
เมื่อไม่กี่ป้นี้เด็กไทยคนหนึ่งสามารถคิดแอพพลิเคชันในการที่จะไปประมูลของใส่ตัวเลขเข้าไป ประมูลตึก ประมูลอะไรก็ได้ ก็มีข่าวว่าทางประเทศสิงคโปร์ซื้อไป ๕๐-๖๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเขาเปึนเศรษฐีในพริบตา นี่ก็เปึนสิ่งที่บอกได้ว่าในโลกนี้ทําไม รัฐบาลในแต่ละ ประเทศถึงได้สนับสนุนในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมีให้เปึนหลักในการที่จะพัฒนาประเทศ ผมมีตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งที่จะเรียนกับท่านสมาชิก ท่านประธานให้ทราบก็คือว่าถ้าเราจะ ดูของอาลิบาบาของประเทศจีน อาลีบาบาดอทคอม (Alibaba.com) ซึ่งเปึนเว็บไซต์ (Web site) ของประเทศจีนที่ใหญ่มาก เปึนเว็บไซต์ขายส่งที่เขาก็บอกว่าเขาใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก่อตั้งในป้ ๑๙๙๙ ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เจ้าของก็คือนายแจ็ค หม่า หรือหม่า หยุน เพราะฉะนั้นเขาเปึนเว็บไซต์ขายส่งที่เรียกว่าบีทูบี (B to B) คือธุรกิจสู่ธุรกิจ เน้นการให้บริการบ ริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงในป้ ๑๙๙๗ เพราะฉะนั้นเว็บไซต์อันนี้เปึนเว็บไซต์ที่ทําให้เอสเอ็มอี (SME) ของประเทศจีนได้โตขึ้นมา และเปึนเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่ามูลค่าทางการค้าของประเทศจีนเมื่อเริ่มเป่ดประเทศ ในป้ ๒๕๒๑ มีมูลค่าการค้าเพียง ๒๐,๖๔๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ได้กลับกลายมาเปึน ๔.๑๖ ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ในป้ ๒๕๕๖ ด้วยการที่เขาส่งเสริมในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมี จนกระทั่งกลายเปึนแหล่งที่ขายออกไปสู่ทั่วโลกของเอสเอ็มอีของประเทศจีน อาลิบาบานั้น ไม่ได้มีเพียงอาลิบาบาดอทคอมอย่างเดียว อาลิบาบาดอทคอมเปึนภาคภาษาอังกฤษ ขายส่งไปทั่วโลก
เขายังมีเว็บไซต์ในส่วนของ ๑๖๘๘ ดอทคอม (1688.com) ซึ่งเปึนภาษาจีน ขายส่งใน ประเทศจีน ยังมีอาลีเอกซ์เพรสดอทคอม (aliexpress.com) ขายปลีก เน้นซื้อปลีกในราคาส่ง ปลอดภัยในการซื้อขายสูงมาก ผู้ซื้อมั่นใจในระบบชําระเงินเพราะเขาใช้ระบบเอสโครว์ (Escrow) ซึ่งจะเห็นว่ามีความปลอดภัย มีตัวกลางคอยควบคุมดูแลใกล้ชิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ประกอบกัน ไม่ใช่แต่เพียงอินเทอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์แล้วก็จบ มันมีสิ่งที่จะมาสนับสนุน ในส่วนนี้อีกเยอะแยะ ในปัจจุบันนี้จะเห็นว่า ๓ เว็บไซต์ที่เปึนตัวอย่าง มีสมาชิกใช้เว็บ ทําธุรกิจถึง ๗๒.๘ ล้านรหัส จาก ๒๔๐ ประเทศทั่วโลก ถือว่ามากที่สุดในโลก เพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของเอสเอ็มอี คือเขาดูแล้วเอสเอ็มอียังอยู่ในระหว่างการเติบโต ตั้งแต่สตาร์ตอัพ (Startup) เปึนไมโคร สเกล (Micro scale) เปึนเอส (S) เปึนเอ็ม (M) เพราะฉะนั้น ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในเรื่องของการทําตลาดจริง ๆ แล้วมีคนร่ําลือว่าอาลีบาบา ดอทคอม นั้น ทางรัฐบาลจีนหนุนอยู่ เพราะเขาทําธุรกิจในเบื้องต้นนั้นก็ประสบกับการล้มละลายด้วยซ้ําไป เริ่มแรกจากไชน่า เพลสเสส (China Places) มาเปึนอาลีบาบานั้นเส้นทางไม่ได้สวยหรู อย่างที่หลายคนคิดนะครับ ผ่านสิ่งต่าง ๆ มาค่อนข้างเยอะ แล้วสิ่งที่ทําให้อาลีบาบาดอทคอม ประสบความสําเร็จในโลกของดิจิทัล แล้วทําให้ประเทศจีนมีรายได้ขึ้นมาเปึนอันดับ ๑ ของโลก แซงประเทศสหรัฐอเมริกาก็คืออาลีเป ย์ซึ่งตั้งในป้ ๒๐๐๔ ไม่เก็บค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น มีผู้ใช้บริการมากกว่า ๖๕๐ ล้านคนทั่วประเทศ เฉพาะวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๐๑๑ มีการ ซื้อขายผ่านอาลีเปย์กว่า ๑๗๐ ล้านบาทในเวลา ๒๔ ชั่วโมง ปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์ (Partner) เปึนสถาบันการเงินมากถึง ๑๐๐ แห่ง รับชําระเงิน ๑๒ สกุลในโลก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนตัวที่ยืนยันว่าเมื่อโลกทั้งโลกกําลังมีแนวโน้มในการที่จะไปสู่ดิจิทัล อีโคโนมี ทุกคนแม้กระทั่งประเทศไทยจะปฏิเสธเส้นทางนี้คงไม่ได้ เพราะการซื้อขาย ในอนาคตข้างหน้านั้นคงจะไม่มีหน้าร้าน เพราะฉะนั้นเมื่อการติดต่อผ่านอินเทอร์ เน็ต ถ้าระบบอินเทอร์เน็ตของเราไม่ดี หรือภาคเอกชนพยายามที่จะปรับปรุงรถยนต์ มีเฟอร์รารี อยู่คันหนึ่ง เครื่องพร้อม อุปกรณ์พร้อมทุกอย่าง พร้อมที่จะวิ่งด้วยความเร็วไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐ รอบ แต่ขณะเดียวกันเส้นทางคมนาคมคือถนนนั้นยังไม่เรียบร้อยเลย ถนนยังขรุขระ เปึนลูกรังอยู่ ท่านคิดว่าเฟอร์รารีคันนี้จะวิ่งไปตามถนนนี้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการพาณิชย์และการบริการ ได้เสนอผ่านทางท่านกรรมาธิการ ปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการขึ้นไป เพราะเห็น
ความสําคัญตรงนี้ว่าเราจะต้องมีวาระการพัฒนาในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมีให้เดินไปข้างหน้า ให้ได้ เราต้องการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จะทิ้ง ส่วนหนึ่งส่วนใดนั้นคงไม่ได้ เพราะว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมจะได้กล่าวในเวลาอันสั้น หลังจากนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนความจําเปึนท่านคงจะทราบแล้วว่าทําไมเราถึงเสนอวาระ การพัฒนาในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี เพราะคือความเปึนไปของโลก และขณะนี้ก็เปึน ที่น่ายินดีที่ว่ารัฐบาลก็มีแ นวนโยบายในการที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ และยกระดับประเทศไทยให้เปึนศูนย์กลางทางด้านการค้าและบริการในระดับ ภูมิภาคและระดับโลก ประเทศไทยเองก็ต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้ทันกับเหตุการณ์ ของบริบทโลก อันนี้คือการเชื่อมโยงซึ่งผมพยายามจะนําท่านทั้งหลายให้ตามผมไปเพื่อจะได้เข้าใจ ในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมี และความจําเปึนที่ประเทศไทยจะต้องผลักดันในเรื่องวาระการพัฒนา ของดิจิทัล อีโคโนมี ให้เดินไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้บอกว่าขณะนี้รัฐบาลไม่ได้เริ่มต้นเลย รัฐบาลเริ่มต้นไปเยอะแล้วครับ นอกเหนือจากการเปลี่ยนชื่อกระทรวง ซึ่งหลายท่านก็อาจจะ คัดค้านในเรื่องนี้ แต่หลายท่านก็เห็นด้วย เพราะว่าการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเปึนดิจิทัลนั้นก็คือ เอาระบบมาตั้งเปึนชื่อกระทรวง หลายคนก็ตั้งคําถามว่าทําไมไม่มีกระทรวงอะนาล อก (Analog) มาก่อน ทําไมปัจจุบันเปึนดิจิทัล ต่อไปเปึนกระทรวงควอนตัม (Quantum) หรือเปล่า ซึ่งอันนี้ก็เปึนเรื่องที่ว่าชื่อนั้นสําคัญไฉน แต่สิ่งที่จะปฏิบัตินั้นสําคัญยิ่งกว่า ผมก็คิดว่า ต้องให้น้ําหนักกับรัฐบาลใ นการที่ผลักดันในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นความพร้อมในด้าน เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยยังตามหลังอีกหลายประเทศ อย่างที่ท่านประธานเกริกไกร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านบอกแล้ว ดิจิทัล อีโคโนมี แรงกิงของประเทศไทยนั้นอันดับที่ ๔๙ ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซียอยู่อันดับที่ ๘ และอันดับที่ ๓๖ ในอาเซียน เรายังแพ้อีก ๒ ประเทศ
จริง ๆ ประเทศมาเลเซียทีแรกนั้นตามเราด้วยซ้ําไป แต่ตอนนี้เขานําหน้า เขากําลังจะผลักดัน ให้เปึนศูนย์ของบิก ดาตา (Big data) รวบรวมข้อมูลทั้งหมด เนื่องจากว่าเมนเฟรม (Mainframe) ต่าง ๆ ที่จะใช้ในเรื่องของบิก ดาตานั้นค่อนข้างจะลงทุนมหาศาล เพราะฉะนั้นถ้าประเทศมาเลเซียชิงตรงนี้ไปประเทศไทยก็อาจจะต้องหลุดตําแหน่งลงไปอีก เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่เราจะต้องปรับปรุงในส่วนนี้ควบคู่กันไป การพัฒนาระบบนิเวศของ เศรษฐกิจดิจิทัลไปสู่ส่งเสริมและเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกัน ตรงนี้เปึนคีย์เวิร์ดสําคัญในการที่จะ เดินไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นผมจะนําท่า นกลับมาก่อนที่จะไปถึงจุดที่ว่าเราจะเสนอ วาระการพัฒนาอย่างไร ขอกราบเรียนว่ามีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ในโลกดิจิทัล อีโคโนมี ท่านคงจะรู้จักอะเมซอน ดอทคอม (Amazon.com) อะเมซอนดอทคอมอดีตนั้น ขายแต่หนังสือผ่านเว็บไซต์ ดังมาก แต่ปัจจุบันท่านเชื่อไหมว่าเขามีบริการใหม่เกิดขึ้นมา จ่ายแค่ ๙ เหรียญต่อเดือน ท่านอ่านหนังสือ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าเล่มของเขาได้เลย ไม่จําเปึน จะต้องซื้อหนังสือมาไว้ที่บ้าน อ่านทางเว็บไซต์ได้หมด นี่คือสิ่งที่เขาใช้เครื่องมือในส่วนของ ดิจิทัลผลักดันให้เกิดการค้าบริการได้สตางค์กลับไปด้วยพัฒนารูปแบบของเซอร์วิส (Service) ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น นี่คือความเปลี่ยนแปลงในโลกของดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งมีความหลากหลาย อยู่ในตัวของมันเอง มาถึงประเด็นที่เราเสนอในส่วนของการพัฒนานะครับ แนวคิด ในการพัฒนานั้นคือเราปฏิรูปเริ่มจากจัดทําแผนยุทธศาสต ร์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็มาพัฒนาระบบนิเวศของเศรษฐกิจ ดิจิทัลโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่มีคุณภาพ ระบบนิเวศที่เปึนผลจาก แนวนโยบายและกฎหมายที่เอื้อต่อการบริการดิจิทัลจะต้องได้รับการพัฒนาและปรับป รุง ให้ทันสมัย การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลการแบ่งหน้าที่ขององค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ จะต้อง มีความชัดเจนและเปึนอิสระจากกัน การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลควรจะใช้ระบบตลาด ที่มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเปึนธรรม ลดบทบาทของรัฐในการให้บริการโดยตรงและ แทรกแซงตลาดเท่าที่จําเปึน ตรงนี้คือคําตอบที่บอกว่าทําไมคณะอนุกรรมาธิการ ปฏิรูป การพาณิชย์และการบริการถึงได้เสนอปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าเปึนปฐมบท เบื้องต้นที่ได้ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ไปแล้ว สไลด์ต่อไปครับ ประเด็นการพัฒนาของเรา การที่เราจะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ จริง ๆ แล้วจาก ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ นี่ท่านอาจจะสงสัยว่าทําไม ๕ ไปอยู่ข้างบน ๑ อยู่ข้างล่าง มันมีรูปของพีระมิดอยู่เบื้องหลังนะครับ ไม่ทราบว่าหายไปไหนแล้ว
พีระมิดตรงนี้หมายความว่า ข้อ ๑ มันเปึนฐานพีระมิดที่กว้างจําเปึ นที่จะต้องทําก่อน ส่วนข้างบนนั้นเปึนเรื่องที่ทําทีหลังข้อที่ ๕ แต่เวลาอธิบายกับท่านทั้งหลายผมขอไปทีละ ขั้นตอนคือจากข้อที่ ๑ ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หรือที่ภาษาอังกฤษ บอกไว้ว่าเปึนฮาร์ด อินฟราสตรักเจอร์ ตรงนี้เปึนส่วนสําคัญที่สุดนะครับ เพราะว่าที่ผมพูดถึง ซูเปอร์ไฮเวย์ (Superhighway) ก็คือตรงนี้แหละครับในส่วนที่ว่าถ้าซูเปอร์ ไฮเวย์ยังไม่ได้ รับการสร้างขึ้นมา เฟอร์รารีที่มีอยู่แล้วพร้อมที่จะวิ่งนั้นก็ไม่มีถนนที่จะวิ่ง เพราะฉะนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยภาษาไทยง่าย ๆ ว่า ออนไลน์ (Online) ทุกพื้นที่ ถ้าบริการในเรื่องของออนไลน์ทุกพื้นที่ขณะนี้ท่านจะเห็นว่าในจุดเดียวกันอาจจะมีเสาตั้ง ๓ เสา ๔ เสา เพราะมันเปึนธุรกิจ เรากระจายความถี่ต่าง ๆ ให้บริษัทเอกชนประมูลไปแล้ว เพราะฉะนั้นบางจุดที่ไม่มีฟังก์ชัน (Function) ของมันคือไม่มีผู้ใช้มาก เขาก็ไม่วางเสาไว้ เพราะฉะนั้นคําว่าออนไลน์ทุกพื้นที่ในประเทศไทยยังเปึนปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลนั้นด้วยหลักการใน ๓ ข้อหลัก ๆ ก็คือ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลในยุคหลอมรวมสื่อเทคโนโลยีนี่จะพึ่งพาการสื่อสารผ่านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต เปึนสําคัญ หัวใจของพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชน ทุกคนที่จะต้องไม่มีความเหลื่อมล้ํา ไม่ใช่เกษตรกรในที่ไกล ๆ ส่งออนไลน์ทางโทรศัพท์ไม่ได้ หรือเข้าทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ อันนี้ก็จะทําให้ดิจิทัล อีโคโนมีมันไม่สามารถที่จะเดิ นไปได้ แล้วก็บันไดขั้นแรกที่สําคัญที่สุดของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่มีคุณภาพครอบครองทุกพื้นที่นั่นเอง บทสรุปตรงนี้ก็คือว่าสิ่งที่เราเสนอขอให้มีการพัฒนา ในส่วนนี้ในข้อที่ ๑ เราเห็นว่าโครงข่ายในเรื่องของ การโทรคมนาคมนั้นต้องใช้ทุนสู ง ประเทศไทยนี่คงจะมีทุนในส่วนนี้ค่อนข้างลําบาก
เพราะฉะนั้นอาจจะต้องมีการเสนอให้มีการปรับอัตราส่วนการถือครองหุ้นต่างชาติ จาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มไปเปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งก็จะติดกฎหมายอยู่ในเรื่อง พ.ร.บ. ต่างด้าว หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญดราฟต์ (Draft) แรกของเรา ในมาตรา ๕๐ ก็เขียนไว้ว่ากิจการโทรคมนาคมนั้นต้องเปึนพลเมือง คือผู้ที่จะ เปึนเจ้าของได้ต้องเปึนพลเมือง มันก็ไปขัดต่อที่เราไปตกลงในข้อสัญญาของอาเซียนไว้ว่า จะต้องเป่ดกิจการโทรคมนาคมไม่น้อยกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในจุดนี้เพื่อที่จะให้ ฮาร์ด อินฟราสตรักเจอร์เดินหน้าไปได้ มีการลงทุนในกิจการโทรคมนาคม ก็คงจะต้อง ปลดปล่อยในส่วนนี้ออกไป เนื่องจากว่าเงินทุนของเรายังไม่พอเพียงในการที่จะส่งเสริม ตรงนี้ได้นะครับ ในเรื่องที่ ๒ ก็คือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการโทรคมนาคม เราจะเห็นว่าโดเมสติค เกตเวย์ (Domestic Gateway) คือภายในประเทศนั้นเรามีค่อนข้าง สมบูรณ์ในเรื่องของเคเบิล (Cable) ใยแก้ว แต่การออกไปสู่อินเตอร์เนชันแนล เกตเวย์ มีอยู่ ๒ รัฐวิสาหกิจที่ดูแลอยู่ แล้วก็มีรายได้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) จะเห็นว่า ตรงจุดนี้เปึนจุดอ่อน เพราะว่าการที่จะติดต่ออินเทอร์เน็ตไปยังต่างประเทศจะเห็นว่าเราต้อง ลงใต้ไปที่ประเทศสิงคโปร์แล้วถึงจะยิงไป ถ้าจะไปฮ่องกงนี่ต้องลงไปประเทศสิงคโปร์ก่อน ทําให้การติด ต่อต่างประเทศหรือการแอคเซส อินเทอร์เน็ต (Access internet) ไปสู่ ต่างประเทศนั้นค่อนข้างช้า และข้อสําคัญคือบริการแพง ในเรื่องที่ ๓ บริหารจัดการ คลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด กฎหมายของเราก็ไปล็อกเอาไว้ว่าในกรณีที่ประมูล ความถี่ไปแล้ว ถ้าใช้ไม่หมดนั้น ขายไม่ได้ ขณะเดียวกันไม่มีการเอ กซ์ไพร์ (Expire) เพราะฉะนั้นคลื่นความถี่ที่ถูกประมูลไปก็จะถูกกั๊กเอาไว้ เมื่อกั๊กเอาไว้ไม่สามารถที่จะ กระจายออกไปได้ การที่จะออนไลน์ได้ทุกพื้นที่ซึ่งเปึนโจทย์ใหญ่ของข้อนี้คือการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลก็ป่ดประตู เพราะฉะนั้นในส่วนนี้การบริหารจัดการคลื่นความถี่ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเปึนคีย์เวิร์ดสําคัญนะครับ ส่วนประเด็นพัฒนาที่ ๔ คือเพิ่มช่องทาง การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเ ทอร์เน็ต คืออินเตอร์เนชันแนล เกตเวย์ให้มากกว่านะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราจะเห็นว่าภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคใต้เรามีแล้วผ่านประเทศสิงคโปร์ ภาคเหนือนี่จริง ๆ มีประเทศจีนซึ่งจะต้องผ่านประเทศพม่า ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ตะวันตกก็คือประเทศพม่า ประเทศอินเดีย ตะวันออกคือประเทศกัมพูชา
แล้วก็ประเทศเวียดนาม เรากําลังจะมีรถไฟเรียกว่ารางคู่ เราจะมีรถไฟความเร็วสูง ก็อาจจะใช้ เคเบิลใยแก้วผ่านตรงนี้ไม่ต้องลงทะเล ซึ่งจะได้ประโยชน์สูงสุด อันนี้ต้องคิดเอาไว้นะครับ และในประการสุดท้ายของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือการเปึนศูนย์กลางจัดเก็บ ข้อมูลหรือดาตา เซนเตอร์ (Data Center) ซึ่งผมได้กล่าวในตอนต้นไปแล้วว่า ประเทศมาเลเซียเขาฝันที่อยากจะเปึนตรงนี้ แต่ถ้าเราปล่อยไปเราจะเปึนศูนย์กลางในเรื่อง ของข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างไร
ในประเด็นที่ ๒ ของวาระการพัฒนา คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุน ที่เราเรียกว่าซอฟต์ อินฟราสตรักเจอร์ อันนี้ประการแรกเลยนะครับ ต้องสร้าง ระบบนิเวศที่เอื้ออํานวยต่อการค้าที่เสรีและเปึนธรรม เราดําเนินการไปแล้วคือการเสนอ การแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้าเพื่อให้เกิดเสรีและเปึนธ รรม เกิดการค้าที่เสรีในด้าน ดิจิทัล อีโคโนมี เรื่องที่ ๒ คือพัฒนาระบบโลจิสติกส์ แบบบูรณาการ เรื่องของการคุ้มครอง เรื่องของการประกันมูลค่าความเสียหาย สินค้าที่ส่งโดยระบบการสั่งซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะต้องได้รับการประกันว่าจะต้องไ ด้ของ ได้ของผิดไปแล้วจะไปร้องแรกแหกกระเชอกับใคร ขณะเดียวกันในเรื่องต่อมาของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ คือการที่จะต้องมีการลงทะเบียน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวเพื่อที่จะตัดเปึนคลัสเตอร์ (Cluster) ได้ จัดรวมได้ เพื่อลดต้นทุน ในเรื่องโลจิสติกส์ ประเด็นพัฒนาในหัวข้ อย่อยที่ ๓ สนับสนุนในเรื่องของ อินโนเวชัน (Innovation) และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องของดิจิทัล อีโคโนมีเปึนเรื่องของ การที่จะต้องมีอินโนเวชัน คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา ขณะเดียวกันต้องมีการคุ้มครองด้วย เรามีกฎหมายที่เพิ่งออกมาหยก ๆ นี้นะครับ เรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา แต่ปัญหา ของประเทศคือกฎหมายเรามีเยอะแล้ว แต่ลอว์ เอนฟอร์ซเมนต์ (Law Enforcement) คือการ บังคับใช้กฎหมายเปึนปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ตรงนี้จะทําอย่างไร เพราะฉะนั้น ศูนย์ร่วมมือกันระหว่างรัฐ เอกชน เอกชนต่อเอกชน ในด้านธุรกิจและอินโนเวชันต่าง ๆ เราจะมีตรงนี้ขึ้นมาได้อย่างไรนะครับ เรื่องย่อยที่ ๔ ในซอฟต์ อินฟราสตรักเจอร์ คือกลไก คุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลและความเปึนส่วนตัวของโลกออนไลน์ มีหน่วยงานตรง ในการที่จะรับการร้องเรียนและสืบสวนกรณีความผิดธุรกรรมออนไลน์
ตรงนี้จําเปึนนะครับ อันนี้คือเรื่องย่อย ๆ ซึ่งไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้มากเนื่องจาก เวลามีจํากัด ในวาระการพัฒนาที่ ๒ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน
วาระการพัฒนาที่ ๓ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบริการหรือ เซอร์วิส อินฟราสตรักเจอร์ เรื่องแรกเลย เรื่องของอีกัฟเวิร์นเมนต์ เรามีหน่วยงานหลัก ในการพัฒนาบริการรัฐผ่านระบบดิจิทัล เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าอีกัฟเวิร์นเมนต์เรายังต้อง ไปใช้เอกสารเยอะแยะ กฎหมายลายเซ็นที่รับรองลายเซ็นทางอินเทอร์เน็ตก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ในขณะที่ต่างประเทศเขาไปถึงไหนแล้ว เรื่องของการที่เปเปอร์เลส (Paperless) คือการไม่ใช้ เอกสารเลย ของเราก็ยังต้วมเตี้ยม ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องอีกัฟเวิร์นเมนต์จะต้องเปึน ตัวอย่างอันหนึ่งในการที่จะเดินไปทําให้เซอร์วิส อินฟราสตรักเจอร์สนับสนุนดิจิทัล อีโคโนมีได้ ข้อต่อมาคือการปรับปรุงข้อกําหนดเกี่ยวกับการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ รัฐจะต้องมี มาตรฐานชําระเงินด้วยสินค้าออนไลน์โดยสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้เปึนรูปแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้ามันต่างรูปแบบกันก็ตกลงกันไม่ได้ เหมือนกับอาลีบาบาของประเทศจีนรับถึง ๑๒ สกุลเงิน และประการสําคัญคือค่าธรรมเนียม ในการชําระเงินออนไลน์จะต้องถูก หรือไม่แพงเกิน อาลีบาบานี่ให้ฟรีเลยเพื่อจะดึงคนเข้ามาก่อน ขณะเดียวกันเรื่องของการ ปรับปรุงออกกฎหมายในเรื่องซิเคียวริตี (Security) ต่าง ๆ หรือในเรื่องของการฉ้อโกง หรือการผิดสัญญาที่ชัดเจน ในเรื่องของธุรกรรมทางดิจิทัล อีโคโนมีตรงนี้จะต้องออกมา
วาระการพัฒนาที่ ๔ ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัล อีโคโนมี โปรโมชัน (Digital Economy Promotion) มีอยู่ ๓ ประเด็นในวาระการพัฒนาที่ ๔ นี้ เรื่องที่ ๑ จะต้องลดอุปสรรคของการประกอบธุรกิจและการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล อีโคโนมี ธุรกิจสตาร์ตอัพ เรื่องของการลดหย่อนภาษีเพื่อจูงใจคนเข้ามา เรื่องมาตรฐานทางกฎหมาย ที่เอื้อต่อการระดมทุนและการเติบโตของธุรกิจ สตาร์ตอัพ เช่นบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะออกหุ้นกู้แปลงสภาพได้หรือไม่ หรือลิควิดิตี พรีเฟอร์เรนซ์ (Liquidity Preference) สําหรับบริษัทไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อลดความเสียหายต่าง ๆ จะทําได้ไหม เรื่องที่ ๒ กําหนดขั้นตอนพิจารณาโครงการ สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลโดยหน่วยงานกลาง เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ที่ดี ๆ ต้องได้รับ การสนับสนุนโดยภาครัฐ เพราะว่าคนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาบางทีทุนไม่มี เพราะฉะนั้นหน่วยงาน ที่รัฐบาลจะต้องจัดหาขึ้นมาเพื่อพิจารณาโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ซึ่งเปึนเศรษฐกิจที่ขายความคิดให้มีการพิจารณาแล้วก็สนับสนุนโครงการให้อยู่ไปได้ เรื่องที่ ๓ ซึ่งมีความสําคัญก็คือต้องมีมาตรฐานรับรองและลงทะเบียนผู้ค้าออนไลน์ ที่เราเรียกกันว่าดิจิทัล ทรัสต์ มาร์ก (Digital Trust Mark) เครื่องหมายที่สร้างความมั่นใจ ในระบบที่เขาจะค้าขายกันที่จะส่งเสริมให้ดิจิทัล อีโคโนมีไปได้ ถ้าเราไม่มีความเชื่อถือ เชื่อมั่นคนก็ไม่เข้าระบบนี้ มันก็จะเกิดเรียกว่าดิจิทัล โซไซตี (Digital Society) ไม่ได้ อันนี้คือ วาระการพัฒนาที่ ๔ สําหรับดิจิทัล อีโคโนมี
สุดท้ายคือวาระการพัฒนาที่ ๕ คือการสร้างองค์ความรู้และสังคมดิจิทัล ดิจิทัล โนว์เลดจ์ แอนด์ โซไซตี (Digital Knowledge and Society) รวมไปถึงคอนเทนต์ (Content) ต่าง ๆ เรื่องที่ ๑ ย่อยของข้อ ๕ นี้ก็คือการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ สําหรับเศรษฐกิจแบบดิจิทัล ท่านอาจจะบอกว่าเราจบวิทยาศาสตร์กันป้หนึ่งตั้งหมื่นกว่าคน พอเพียงแล้ว ไม่ใช่ครับ ท่านอาจจะไม่ทราบว่าคนที่จบทางวิทยาศาสตร์ตอนนี้ไปเปึนเสมียน เงินเดือน ๙,๔๐๐ บาทเยอะแยะเลย เพราะฉะนั้นอยู่ที่ประสิทธิภาพกับคุณภาพของบุคลากร ที่จบการศึกษาออกมา ไม่ใช่เอาแต่ใบปริญญำที่เปึนกระดาษแล้วบอกว่าฉันจบมาทาง วิทยาศาสตร์ทางด้านนี้แล้ว จริง ๆ แล้วมันต้องผสมระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ (Software) ในส่วนนี้นะครับ คือเปึนในเรื่องของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ แล้วก็ออนไลน์ แต่ต้องมีความคิดในเรื่องของบิซิเนส โมเดล (Business Model) อยู่ด้วยที่จะมาซินเนอร์จี (Synergy) กันตรงนี้แล้วออกมาเปึนธุรกิจ ในการที่จะออกอาจจะออกมาเปึนแอพพลิเคชัน ต่าง ๆ ที่ขายออกไปทั่วโลก ไม่จําเปึนต้องขายเปึนโปรดักต์ (Product) ที่มันจับต้องได้ เพราะฉะนั้นเรายังขาดการส่งเสริมในเรื่องที่จะผสมผสานคือซินเนอร์จีกันระหว่าง ๒ เรื่องนี้ เราผลิตแบบแฟรกเมนต์ (Fragment) คือตัวใครตัวมัน คนที่เก่งคอมพิวเตอร์ก็ทาง ฮาร์ดแวร์ไป แต่ที่ผสมผสานในเชิงธุรกิจหรือครีเอทีฟ (Creative) ตรงนี้ไม่มี ในอดีตเราเคย มีคําอยู่ ๒ คําคือโนว์เลดจ์ โซไซตี (Knowledge Society) สังคมในลักษณะขององค์ความรู้ แล้วก็มาประเภทของครีเอทีฟ อีโคโนมี (Creative Economy) แต่ตอนนี้ดิจิทัล อีโคโนมี ต้องผสมผสานทุกส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งโนว์เลดจ์ (Knowledge) ทั้งในเรื่องของครีเอทีฟ ออกมาเปึนดิจิทัล อีโคโนมีโดยใช้ช่องทางอันนี้ มันถึงจะทําเงินให้กลับเข้ามาในประเทศ ของเราได้
เพราะฉะนั้นบุคลากรในส่วนที่จะรองรับดิจิทั ล อีโคโนมีมันไปไกลเกินกว่าที่เรากําลังผลิต กันอยู่ในขณะนี้ ตรงนี้มันต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในการที่จะรองรับสิ่งที่มันกําลัง จะเกิด ในเรื่องที่ ๒ ข้อย่อยของข้อ ๕ ความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจดิจิทั ล อีโคโนมี ระหว่างรัฐ เอกชน แล้วก็วิชาการ เพราะมันจะต้องมีอิ นโนเวชัน เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าของไต้หวันกับอีกของหลายประเทศเขาร่วมมือกันหมดแล้ว ไต้หวันอย่างที่เคยเล่า ให้ท่านฟังว่าเขามีไซน์ พาร์ก (Science Park) ของเขาใหญ่ ๆ ๔ แห่ง ถ้าในมหาวิทยาลัย ๑๐๐ กว่าแห่ง แต่ที่รัฐบาลลงทุนไปทําใหญ่ ๆ ยักษ์เลย ๔ แห่ง แล้วก็สร้างแบรนด์เนม (Brandname) ระดับโลกขึ้นมาไม่ต่ํากว่า ๒๐ กว่าแบรนด์ (Brand) แล้ว แล้วในเรื่องที่ ๓ ของการสร้างองค์ความรู้และสังคมดิจิทั ลสุดท้ายของข้อที่ ๕ นี้ก็คือนิคมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์เพื่อนวัตกรรมเรามีหรือยัง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทั้ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ที่วาระ การพัฒนาที่เสนอนั้นก็เพื่อที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วก็นําเอาดิจิทัล อีโคโนมีมาให้มัน เกิดประโยชน์ รัฐจะทําฝ์ายเดียวก็ไม่ได้ เอกชนจะทําฝ์ายเดียวก็ไม่ได้ วิชาการจะศึกษา ไปแล้วก็ขึ้นหิ้งอย่างเดียวก็ไม่ได้ ๓ ส่วนนี้ต้องผสมผสานกัน ผสมผสานกันแล้วให้เกิดทางออก ที่ดีที่สุด อย่าลืมว่าปัจจุบันผมก็เคยพู ดตรงเวทีนี้ว่าเรากําลังเปลี่ยนระบบจากฟอสซิลเบสด์ (Fossil-based) ไปสู่ไบโอเบสด์ (Bio-based) ดิจิทั ล อีโคโนมี เปึนเครื่องมือตัวหนึ่ง ในการที่จะขายไอเดีย (Idea) ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ออกไป สินค้าที่เราผลิตขึ้นมาแต่ตลาด เราไม่ดี มันก็มีสินค้าดีแต่ขายไม่ออกก็ไม่มี ประโยชน์ เพราะฉะนั้นถ้าผสมผสานสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะครบถ้วนกระบวนความทั้งหมดในการที่เราจะทําให้ประเทศของเรา ก้าวพ้นจากมิดเดิล อินคัม แทรป (Middle Income Trap) หรือกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งมันจะก้าวผ่านจากโปร ดักชันเบสด์ (Production based) อย่างเดียวคือการผลิต ผลิตแล้วก็เอาอีโคโนมี ออฟ สเกล (Economy of scale) มาเปึนตัวจับมันไม่พอหรอกครับ เพราะอันนั้นผลิตมากก็เหลือมาก ทุกวันนี้เขาผลิตบาย ออร์เดอร์ (By order) แล้วครับ คือสั่งทางอินเทอร์เน็ตมาผลิต ต่อไปท่านเชื่อไหมว่าท่านอาจจะสั่งรถยนต์พวงมาลัยซ้ายก็ได้ พวงมาลัยขวาก็ได้ พวงมาลัยอยู่ข้างหลังก็ได้ สีตามที่ท่านต้องการผ่านทางดิจิทัล อีโคโนมี ออร์เดอร์ (Order) เข้าไปเขาผลิตไม่ได้ตามนั้นเขาก็ขายไม่ได้ เพราะกําลังแข่งขันในส่วนของ ความคิดต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นโดยสรุปเพราะเวลามีจํากัด ถ้าเราเดินไปตามสิ่งที่เราคิด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี้แล้วก็จะมีการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิ ทัลให้ทัดเทียมกั บระดับนานาชาติ
มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพและทั่ว ถึง มีระบบสนับสนุนเศรษฐกิจ ดิจิทั ลที่มีประสิทธิภาพ มีระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิท ธิภาพและโปร่งใส อุตสาหกรรมดิจิทัลมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่เปึนคุณูปการเฉพาะธุรกิจเท่านั้น สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านกําลังคิดกําลังวางกันอยู่เรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องของตอนไปรับฟัง ความคิดเห็นมีสมภารวัดหนึ่งท่านบอกว่าสามารถดูพระได้ไหม พระมาขอบวชกับท่านแล้ว เช็ก (Check) ประวัติได้ไหมว่าบวชที่จังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว สึกมาเพราะอะไร ปาราชิก หรือเปล่า พาสีกาไปเที่ยวหรือเปล่า ท่านเช็กไม่ได้ แต่ถ้าดิจิทัล อีโคโนมีสําเร็จทุกอย่าง เช็กได้หมด แล้วความโปร่งใสต่ำง ๆ การทุจริตคอร์รัปชัน การที่จะรายงานขึ้นไป การร้องเรียนใคร การเช็กสิ่งต่าง ๆ นั้นจะครบถ้วนสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่แก้ไขเฉพาะปัญหา ในเรื่องธุรกิจอย่างเดียว แต่มันกําลังจะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติทุกปัญหาได้แทบหมด ผมก็ฝากวาระการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยเปึนอย่างมาก แน่นอนไม่มีสิ่งใดที่จะสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ความคิดความอ่านของท่านทั้งหลายในวันนี้ จะเปึนข้อชี้แนะในการที่จะปรับปรุงรายงานฉบับนี้ให้สมบูรณ์ที่สุด ก็ขออนุญาตท่านประธานว่า กล่าวฝากความหวังไว้กับท่านสมาชิกทั้งหลายที่จะช่วยกันดูตรงนี้เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดี ๆ ของเรา แล้วระบบดิจิทัล อีโคโนมีจะเปึนสิ่งที่แก้ไขปัญหาและทําให้ประเทศไทยนั้นก้าวไปสู่จุดแข็ง เหมือนเดิม ไม่ใช่เราทําจุดแข็งให้เปึนจุดอ่อนครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิก อันที่จริงท่านประธานกรรมาธิการท่านเกริกไกรได้ขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษา อนุกรรมาธิการได้ร่วมชี้แจง ด้วย ผมพลาดไป มีคุณจิรยศ เทพพิพิธ ดอกเตอร์พัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์ และคุณธีระ กนกกาญจนรัตน์ ขออนุญาตเรียนเชิญทั้ง ๓ ท่านนะครับ ตอนนี้ เปึนเวลาที่ท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นท่านละ ๕ นาทีครับ
๕ ท่านแรก คุณธวัชชัย ยงกิตติกุล คุณธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ คุณเตือนใจ สินธุวณิก ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน แล้ว พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ เชิญดอกเตอร์ ธวัชชัย ยงกิตติกุล ก่อนนะครับ ๕ นาทีครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ธวัชชัย ยงกิตติกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๐๐ ก่อนอื่นผมขอแสดงความชื่นชมกับผลงานชิ้นนี้ ซึ่งผมคิดว่ามีสาระสําคัญที่มีประโยช น์เปึนอย่างยิ่ง ถ้าเราสามารถผลักดันในเรื่องดิจิทัล อีโคโนมีขึ้นสําเร็จนี่จะเปึนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยขึ้นมา อีกระดับหนึ่ง ผมใคร่ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องระบบการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่เปึนคอมเมนต์ (Comment) เปึนข้อมูลที่ผมหวังว่าจะเปึนประโยชน์ต่อท่าน คือก่อนอื่น ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าวัตถุประสงค์ในการที่จะนําระบบการชําระเงินทางอิ เล็กทรอนิกส์มาใช้ เพื่ออะไร ผมเห็นว่ามันมีวัตถุประสงค์สําคัญ ๒ ประการ ประการที่ ๑ ก็คือเปึนระบบ ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งท่านจิตร์ก็ได้อธิบายไปแล้ว แต่วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ ซึ่งคนยังไม่ค่อย ทราบกันก็คือว่าเจตนารมณ์ของเรานี่ต้องการลดการใช้กระดาษ ปัจจุบันการชําระเงินนี่ ยังใช้กระดาษมากเหลือเกิน กระดาษในที่นี้ผมหมายถึงแม้กระทั่งธนบัตร มันมีค่าใช้จ่าย ในการพิมพ์ ในการทําลาย แล้วก็ในช่วงกลางที่จะมีการนําไปใช้นี่ ต้องมีการขนส่ง มีเรื่องความมั่นคงปลอดภัยอะไรต่ออะไรนี่เปึนต้นทุนมหาศาลเลย ต้นทุนเหล่านี้ประชาชน ที่ใช้ธนบัตรไม่ได้รับเลย ไม่ต้องเสีย เปึนเรื่องของแบงก์ชาติกับของธนาคารพาณิชย์รับภาระทั้งสิ้น อันนี้เปึนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แล้วก็ในช่วงหลายป้ที่ผ่านมานี่ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ดี ทั้งสมาคมธนาคารไทยก็ดี ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะลดการใช้กระดา ษให้ได้ กระดาษ อีกตัวหนึ่งคือเช็ค ปัจจุบันมีเช็คที่เข้าระบบวันหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าฉบับ ถ้ามีการป่ดราชการ ๓-๔ วันนี่เป่ดเข้ามาถึงเช็คก็ขึ้นไปถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับก็มี อันนี้ก็เปึนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ในการที่จะต้องเรียกเก็บ เรียกเคลียริง (Clearing) รวมทั้งการจัดเก็บด้วย ท่านอาจจะ ไม่ทราบว่าเวลานี้เราได้พัฒนาระบบการเคลียริงเช็คโดยไม่ต้องส่งเช็คจริงไปแล้ว เพียงแต่ ส่งภาพไปเฉย ๆ แต่เมื่อมีการร้องเรียน มีการพิพาทเกิดขึ้นว่าเช็คฉบับนั้นผมไม่ได้เซ็นนี่ เราไปประชุมกับศาลแล้ว ตํารวจทั้งหมดก็บอกว่าในที่สุดก็ต้องขอดูต้นฉบับเดิม ในบางกรณี ข้อพิพาทเหล่านี้ลากกันถึง ๗ ป้ ๘ ป้ ๙ ป้ เพราะฉะนั้นถ้าศาลจะขอดูต้นฉบับนี่เปึนภาระ อย่างยิ่งที่ต้องค้นเช็คฉบับนั้นจากจํานวนหลายร้อยล้านฉบับนี่ออกมาให้ได้ เพราะฉะนั้น
ถ้าเราสามารถลดการใช้กระดาษลงได้นี่อันนี้ก็จะเปึนกุศลเปึนอย่างยิ่ง ในการที่จะลดการใช้ กระดาษนี่ไม่ต้องไปไกลหรอก ที่จริงแล้วมีกลุ่มเปัาหมายสําคัญเพียง ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ที่เรียกว่าซีทูบี (C to B) คือระหว่างคอนซูเมอร์ (Consumer) หรือผู้บริโภคกับธุรกิจ กลุ่มที่ ๒ คือ (B to B) คือการชําระเงินระหว่างธุรกิจด้วยกันเอง ในกลุ่มแรกการชําระ ค่าสินค้าบริการของผู้บริโภคนี่ส่วนมากจะเปึนจํานวนเงินไม่สูง แต่ปริมาณของกำร ทําธุรกรรมจะมากเหลือเกิน ถ้าเราสามารถลดตรงนี้ได้ก็จะเปึนการลดต้นทุนมหาศาล ในช่วงที่ผ่านมาก็มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะทําให้ผู้บริโภคลดการใช้เงินสด ปัจจุบัน ธนาคารต่าง ๆ ก็ได้พยายามออกเปึนเดบิต การ์ด (Debit Card) เพื่อที่จะให้ใช้บัตรอย่างนี้ ในการชําระค่าสินค้าและบริการ แต่ข้อเสียของเดบิต การ์ดก็คือว่าถ้าท่านไปซื้อของแล้ว มีการรูดบัตรนี่เงินไปทันทีเลยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีการพิพาทกันนี่กว่าจะตกลงระหว่าง คนขายกับคนซื้อได้เปึนเดือน เงินก้อนนี้ผู้บริโภคเดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้น เขาก็ไม่นิยมใช้ นอกจากนี้แล้วปัจจุบันในหลายประเทศพัฒนาไปถึงขึ้นอีวอลเลต (e-Wallet) คือใช้บัตรใบเดียวชําระสินค้าได้ทุกอย่าง ในฮ่องกงเข้าใจเรียกว่าออกโทปัส (Octopus) ในประเทศสิงคโปร์เรียกว่าแรบบิต (Rabbit) อะไรทํานองนี้ อย่างเช่นขึ้นรถเมล์อะไรก็ดี ใช้บัตรใบนี้แตะ ๆ ไปเรื่อย อันนี้ก็เปึนการลดการใช้เงินสดรายย่อย อันนี้ผมคิดว่าถ้าเราสนใจ แล้วก็มีความเอาจริงเอาจังนี่ต้องรีบกําหนดมาตรฐานตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะต่างคนต่างออก และในที่สุดก็ไม่มีประโยชน์อีกเช่นเดียวกัน แต่ว่าข้อสําคัญก็คือว่าธุรกิจรายย่อยไม่อยากจะ รับการ์ด เพราะว่ามันปรากฏเปึนหลักฐาน หนีภาษียาก อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ ส่วนระหว่าง ธุรกิจกับธุรกิจนี่ความจริงแล้วพร้อมหมด ธนาคารก็พร้อม ธุรกิจก็พร้อม แต่ติดที่ส่วนราชการ ยังไม่พร้อม
เช่นเวลาเสียภาษีประจําป้ยังต้องการใช้กระดาษ เพราะฉะนั้นท่านจะทําระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพย์เมนต์ (Electronics Payment) อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็ยังต้องมีกระดาษเพื่อจะไป ยื่นแบบเสียภาษีอากร อันนี้ผมคิดว่ากฎหมาย อีดอกคิวเมน ต์ (e-Document) ก็ยังไม่ยอมรับ สรรพากรก็ยังไม่ได้แก้กฎหมาย อันนี้คงต้องช่วยกันผลักดัน แล้วก็รวมทั้ง เรื่องของการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการฟัองร้องเช็คนี่นะครับ ผมคิดว่าให้เหมือนชาวบ้าน เขาสักที เช็คที่เขียนแล้วมาฟัองเอาป้ที่ ๘ ป้ที่ ๙ ว่าเขาไม่ได้เซ็น นี่ผมคิดว่าไม่มีเหตุผล ควรจะลดลงเหลือ ๑ ป้เหมือนชาวบ้านเขาอย่างนี้เปึนต้น ความจริงมีรายละเอียดมาก เนื่องจากเวลามีจํากัดผมขอเสนอคร่าว ๆ เพียงแค่นี้ หวังว่าคงจะเปึนประโยชน์ ครับ แต่ส่วนที่เหลือผมเห็นด้วยหมดผมขอชื่นชมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมขอสนับสนุนนะครับ ข้อเสนอในรายงานอ่านดูแล้วก็มีความสมดุลทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ครบถ้วน ผมคิดว่าเราอยู่ในศตวรรษที่ ๒๑ ต้น ๆ ถ้าเรามองไปในอีก ๔๐-๕๐ ป้ข้างหน้าผมคิดว่าโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมเราคงเข้าสู่สังคมฐานความรู้ มากขึ้น เพราะฉะนั้นความเข้าใจในเรื่องนี้เปึนสิ่งสําคัญ ผมดีใจที่ทางกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญต่อทางด้านซอฟต์แวร์ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ หรือคุณค่าของสมอง เพราะต่อไปเราคงจะใช้สมองกันมากกว่าแรงงานแน่ ๆ ในศตวรรษหน้า ผมอาจจะตายไปแล้ว แต่ขณะนี้เราคงจะคิ ดล่วงหน้าไว้ บ้างก็ดีทางด้านซอฟต์ แวร์ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ารายงานฉบับนี้มองเฉพาะโอกา สของการเข้าสู่ดิจิทัล อีโคโนมี ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามที่คงจะต้องพิจารณายุทธศาสตร์ปัองกันหรือคํานึงถึงไว้ ภัยคุกคามจะมี ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องความขัดแย้งที่จะมีขึ้นมากมายในโลกข้างหน้า ความขัดแย้งทางสังคมจะมีมากขึ้นผมคิดว่าอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในอนาคตเศรษฐกิจ การเมืองใหม่ ๆ จะเกิดขึ้น มีประเด็นที่กว้างไกลมากมายที่ควรจะคํานึงถึง เช่น อํานาจ อํานาจความรู้กับอํานาจของเงินของการใช้กําลังจะปะทะกันอย่างรุนแรง ท่านนึกถึงภาพ ของคนมีความรู้ที่ออกจากบริษัทได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งนายทุน เขามีโมเดม (Modem) ๑ ตัว เขามีความรู้เขาก็ออกไปทํางานที่ไหนก็ได้ เพราะมันเปึนระบบเศรษฐกิจที่เสมือนจริง
ทุกอย่างจะเสมือนจริงหมด เพราะฉะนั้นเรื่องอํานาจก็จะเปลี่ยนไป การเข้าถึงอํานาจ ก็จะเปลี่ยนไป ความเท่าเทียมกันในสังคมก็จะเปลี่ยนไประหว่างผู้ที่เข้าถึง ดิจิทัลกับพวกที่ เข้าไม่ถึง หรือว่าใช้ไม่เปึน คุณภาพชีวิตก็จะเปลี่ยนไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปกลายเปึน เศรษฐกิจใหม่ สงครามใหม่พอ ๆ กับเรื่องวัยทํางานนั่นแหละครับ อันนี้เปึนเรื่องใหญ่มาก เรื่องของสังคมดิจิทัล เพราะมันเปึนสิ่งที่ใหม่ที่เราไม่เคยเผชิญ กับมันมาก่อน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็ฝากไว้ด้วย อีกเรื่องหนึ่งที่จะเปึนประเด็นคุกคามอย่างมากที่ควรจะคํานึงถึงก็คือ ทางด้านความมั่นคง ความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นจากความเชื่อมโยงที่จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วโลก ผมคิดว่าความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber) ต่อไปผมคิดว่าเขาจะทําสงครามกันทางไซเบอร์ เพราะฉะนั้นความมั่นคงของประเทศก็เปึนเรื่องที่จะต้องคํานึงถึงและควรจะคิดถึงเรื่องนี้ ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นโดยสรุปผมคงไม่ใช้เวลามาก มี ๒ เรื่องที่ควรจะคํานึงถึงคือ เรื่องที่มันจะเปึนจุดอ่อนหรือภัยคุกคามจากระบบสังคมใหม่ที่จะเกิดขึ้น ในเรื่อง ความขัดแย้งทางสังคม ในเรื่องภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศที่เกิดจากเศรษฐกิจ สังคมไร้พรมแดน เราควรจะพูดถึงเรื่องนี้เพิ่มเติมให้มากขึ้น หลายเรื่องอยู่ในหนังสือ นิว อีโคโนมี (New Economy) เมื่อ ๑๐ ป้ก่อนนั้นผมพยายามนําหนังสือที่ท่านประธานเกริกไกร ให้ดูเมื่อเช้า ดิจิทัล อีโคโนมี ผมพยายามให้นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ สอนไม่มีใคร สนใจครับ คณะเศรษฐศาสตร์วิชาต่าง ๆ ควรจะแทรกเศรษฐกิจใหม่เข้าไว้ในหลักสูตร การศึกษาด้วยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านประธานกรรมาธิการด้วยความเคารพ อย่างยิ่งค่ะ ดิฉันก็ขออนุญาตที่จะเริ่มต้นด้วยการแสดงความชื่นชมนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานแล้วก็ท่านจิตร์ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ที่ได้กรุณาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัล อีโคโนมีมานะคะ ดิฉันอยากจะขอเรียนอย่างนี้คะว่าสิ่งที่ท่านนําเสนอนั้นดิฉันคิด ว่า เปึนสิ่งใหม่ที่ดีมาก ๆ แล้วก็จะทําให้เราเข้าสู่ระบบดิจิทัลเหมือน ๆ กับนานาอารยะประเทศอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันอยากจะขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งเผื่อว่าท่านจะกรุณาพิจารณานะคะ เรื่องแรกก็จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการปรับข้อกําหนดอัตราส่วน การถือหุ้นส่วนของต่างชาติ ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ดิฉันคิดว่าทุกท่านทราบดีว่าขณะนี้โทรคมนาคมเปึนเรื่องสําคัญมาก และการที่เราจะก้าวสู่ระบบดิจิทัลอย่างแท้จริงนั้นเปึนเรื่องจําเปึนนะคะ เราจําเปึนต้องก้าวสู่ ระบบดิจิทัลแล้ว อย่างไรก็ตามตามมาตรการที่ท่านเสนอมานะคะว่าจะต้องมีความชัดเจน ในการแก้ไขกฎหมายของเราในส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นก็จะมีข้อห้ามการกระทําในลักษณะที่เปึน การครอบงํากิจการโดยคน ถือคนต่างด้าวป้ ๒๕๕๕ นะคะ โดยผู้ประกอบการที่มีสัญชาติ ดังกล่าว ก็คือในอาเซียน เรานะคะอันนี้ท่านกําหนดไว้ว่ามากกว่าร้อยละ ๗๐ ตามความต้องการของสภาพการตลาดแล้วก็พันธะสัญญาของไทย เรากับการก้าวเข้าสู่ สมาคมอาเซียนหรือว่าอาเซียน คอมมิวนิตี (ASEAN Community) นะคะ ดิฉันก็อยากจะ ขออนุญาตฝากเรียนเสนอว่าถ้ามีการแก้ไขตรงนี้ อยากให้มีภาคผนวกสักนิดหนึ่ง เกี่ยวกับ เรื่องของการที่เขาถือหุ้นถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เชิญชวนให้เขามาลงทุนนั้นดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องดี แต่ว่าต้องมีภาคผนวกที่จะต้องปัองกันเกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคงของเราด้วย ดิฉันคิดว่า อายุดิฉันป์านนี้ผ่านเหตุการณ์หลายอย่างที่ว่าพอเอกชนเข้ามาครอบงําหรือว่าต่างชาติ เข้ามาแล้วนี่ ความมั่นคงหรือว่าระบบดิจิทัลนี่จะมีผลอย่างยิ่งถ้าอยู่ในกํามือของเขาโดยไม่มี การเปลี่ยนแปลงหรือรัฐบาลไม่มีข้อแม้ว่าสามารถที่จะปรับเปลี่ยนอะไรได้ ดิฉันคิดว่า เปึนเรื่องค่อนข้างอันตรายมากเลยนะคะ เรื่องที่ ๒ อยากจะขอกราบเรียนว่าสําหรับ เรื่องดาตา เซ็นเตอร์นั้นดิฉันคิดว่าสําคัญอย่างยิ่งเลย และที่ทางท่านจิตร์ได้เรียนชี้แจงมานั้น ดิฉันคิดว่าจะเปึนประโยชน์ต่อไม่ใช่ด้านของเศรษฐกิจและสังคมบ้านเราเท่านั้น แต่จะช่วย
ปรับอะไรต่าง ๆ หลายอย่างมากทีเดียว ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตเรียนว่าสําหรับเรื่องของ ข้อมูลต่าง ๆ เห็นด้วยที่จะมีค่ะ แต่เราต้องมีมาตรการว่าจะต้องมีการที่จะต้องมีชั้นความลับ ด้านความมั่นคงของประเทศต้องไม่สามารถให้ใครเข้ามาแฮก (Hack) หรือเข้ามาได้ง่าย เพราะว่าสําคัญมากนะคะ ปัจจุบันนี้ข้อมูลส่วนตัวของเรานี่ ดิฉันคิดว่าเราเริ่มเปึนระบบ ดิจิทัลมาแล้ว มี ๓ จี (3G) ๔ จี (4G) จะเห็นในข้อโทรศัพท์ของเรานั้นนี่บางทีเราไม่ต้องการ ที่จะมาให้ขายประกันหรือว่ามาโน่นนี่นั่น ทําไมเขาเอาเบอร์โทรทัศน์ของเรามาได้ ทําไมถึง ติดต่อกับเราได้ แล้วบางคนก็เข้ามาล้วงมาแฮกข้อมูล อันนี้ก็อยากจะขอความกรุณาท่านได้ช่วยดู ตรงนี้ด้วย แล้วดิฉันอยากจะกราบขออนุญาตเรียนเสนอว่าสําหรับการวางแผนใช้ประโยชน์ จากดิจิทัล อินฟราสตรักเจอร์ (Digital Infrastructure) หรือว่าสิ่งที่จะสร้างมาเปึนพื้นฐาน ให้ประเทศทั้งประเทศของเราใช้ประโยชน์จากระบบดิจิทัลในยุคของดิจิทั ล อีโคโนมีนั้น อยากจะขอให้ท่านได้กรุณาเพิ่มเติมค่ะว่าให้นํามาใช้ประโยชน์สําหรับอินฟราสตรัก เจอร์ ด้านดิจิทัลทั่วประเทศนั้นให้มาเสริมการศึกษาบ้านเราด้วยค่ะ ดิฉันเคยเสนอที่ประชุมแห่งนี้ หลายครั้งแล้วเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทีนี้เราอาจจะไม่ต้องใช้ ดาวเทียมเราอาจจะผ่านระบบอินเทอร์เน็ตคอมพิวเตอร์ก็ได้ ซึ่งขณะนี้เราก็มีเรดิโอออนไลน์ (Radio Online) เรดิโอดิจิทัล (Radio Digital) ทีวีดิจิทัล (TV Digital) มีแล้ว ดังนั้นอยากให้ มาเสริมการศึกษาของเราด้วย ดิฉันคิดว่าจะทําให้ลดความเหลื่อมล้ํา ด้านการศึกษา ได้เปึนอย่างดีนะคะ อีกอย่างหนึ่งที่ประทับใจมากคือเรื่องของพี่น้องเกษตรกรนะคะ อยากจะให้ท่านช่วยกรุณาเพิ่มเติมว่าส่วนราชการที่เกี่ยวกับด้านการเกษตรนั้นต้องนํา ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้หรือตั้งหน่วยงานที่ภายในองค์กรนั้นแยกส่วนที่จะให้พี่น้องเกษตรกร ทั่วประเทศใช้ประโยชน์เหมือนอย่างทางไต้หวันเขาทําได้จริง อันนั้นจะทําให้เราเปึน ศูนย์กลางของอาหารของโลก
แล้วก็พี่น้องเกษตรกรนั้นผลิตสินค้าด้านการเกษตรอาจจะก้าวไกลไปคือผลิตได้สินค้ามาก ในขณะเดียวกันก็เปึนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มที่ราคาแพง เหมือนอย่างทางประเทศญี่ปุ์น เขาทําแตงเปึนสี่เหลี่ยมหรืออะไรต่าง ๆ นานานะคะ ซึ่งอันนั้นดิฉันคิดว่าจะช่วยพี่น้อง เกษตรกรเราได้เปึนอย่างดียิ่งแล้วก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการที่จะทําแบ่งส่วน ที่จะมีทําแบ่งภาคการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ด้วยนะคะ ขออีกนิดเดียวค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบฝากไว้เปึนประการสุดท้ายนะคะว่าสําหรับดิจิทัล อีโคโนมีนั้น ที่ท่านคิดดิฉันคิดว่าทุกคนสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามก็อยากจะขอให้ท่านช่วยนํามา ส่งเสริมการศึกษากับช่วยพี่น้องเกษตรกรของเรา และที่ต้องระวังอย่างยิ่งก็คือเรื่องของ ที่ท่านบอกว่าจะมีบทลงโทษเพราะว่าอะไรที่ทันสมัยมาก ๆ ก็จะเปึนดาบสองคมนะคะ บางทีคนที่ทุจริตหรือพวกอาชญากรข้ามชาติต่าง ๆ ที่ขณะนี้เขาก็ยังใช้ระบบอินเทอร์เน็ต ที่จะหลอกลวงกัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอะไรต่าง ๆ ข้ามชาติ ดิฉันคิดว่ามีอยู่ ดังนั้นเราต้องมี มาตรการหรือมีบทลงโทษที่รุนแรงแล้วก็ปัองกันเรื่องนี้ไว้ ดิฉันคิดว่าจะทําให้การเข้าสู่ระบบ เปึนดิจิทัล อีโคโนมีหรือว่าดิจิทัล อีราของประเทศไทยเรานั้นประสบผลสําเร็จแล้วก็ทําให้เรา ได้เปึนหนึ่งในอาเซียนอย่างที่เราอยากจะเปึนนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เชิญท่านดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการ ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนะครับ ผมว่าทางคณะกรรมาธิการชุดนี้ขยันมากเลยนะครับ แล้วก็มีงานอะไรต่าง ๆ ใหม่ ๆ เข้ามา นําเสนอ ในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี ผมขออนุญาตแชร์ (Share) ประสบการณ์สักเล็กน้อย เรื่องของดิจิทัล อีโคโนมีนั้น ในฐานะที่ผมทํางานในเรื่องของฮาลาลนี่นะครับ เราได้นําเสนอ ในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมีมาประมาณสัก ๕ ป้แล้วก็อยากจะมาเล่าให้ฟังนะครับว่า สิ่งที่เราพบนั้นมีอะไรต่ออะไรบ้าง เราก็แข่งกับทางประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มีลํา ดับ เหนือกว่าเราในเรื่องทางด้านดิจิทัล อีโคโนมี ประเด็นปัญหาที่เราเจอนั้นมีอยู่หลายเรื่อง ในเรื่องของการทํา ก็คือเราคุยกันในเรื่องของเนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) ที่อาเซียนสัญญากันไว้ว่าจะต้องทําให้สําเร็จ จนกระทั่งบัดนี้นั้นผมว่าประเทศ
สิงคโปร์ไปไกลกว่าเพื่อนนะครับ ประเทศไทยยังไปไม่ถึงไหนเลยนะครับ แล้วเราคุยกับทาง อาเซียน ได้พบกับท่านดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านก็บอกว่า มันมีประเด็นปัญหา มีการไปประชุมกันที่ฮานอย ปรากฏว่าในที่สุดแล้วทั้ง ๑๐ ประเทศ ยังมีประเด็นปัญหา ขณะนี้ประเทศสิงคโปร์เขาทิ้งไปค่อนข้างไกลนะครับ ประเทศที่มา ค่อนข้างแรงเลยก็คือประเทศเวียดนาม อย่างที่ท่านประธานได้พูดถึง อันนี้ก็เปึนเรื่องของ ดิจิทัล อีโคโนมีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ จะเกี่ยวข้องอย่างไร วันนี้เราพยายามที่จะทําเรื่องของเทสทะบิลิตี (Testability) ก็คือการทวนสอบย้อนกลับ อย่างที่ท่านจิตร์ท่านพูดถึงนะครับว่าถ้าสมมุติว่าในระบบโลจิสติกส์ ระบบของเราดีหมด แต่ว่าโลจิสติกส์โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอินฟอร์เมชัน โลจิสติกส์ (Information Logistics) หรือว่าดิจิทัล โลจิสติกส์ (Digital Logistics) ของเรามีปัญหาเราไปไม่ได้เลย วันนี้เรื่องของเนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์นั้นเปึนโลจิสติกส์สําคัญ เราไปนี่นะครับ หน่วยงาน ที่เปึนโฟคอล พอยต์ (Focal Point) ในเรื่องนี้ก็คือเรื่องของกรมศุลกากร ท่านเองท่านก็ยัง ไม่ได้ดําเนินการในเรื่องนี้ ก็อยากจะฝากทางคณะกรรมาธิการนะครับว่าถ้าสมมุติว่าเราทํา เรื่องของโลจิสติกส์ก็ไม่อยากให้คิดเรื่ องของถนนหนทางอะไรทั้งหลาย อินฟอร์เมชัน โลจิสติกส์ เรื่องของดิจิทัล โลจิสติกส์จะมีความสําคัญอย่างยิ่ง ในกรณีของการทําดิจิทัล อีโคโนมี สิ่งหนึ่งที่เราพบ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราคุยกันเราจะถามกันว่าตกลงระบบที่คุณทํา กับระบบที่เราทํานั้นมันจะเปึ นระบบ สมมุติว่าเขาจะทํา ซูเปอร์ไฮเวย์ทางด้านดิจิทัล ซูเปอร์ไฮเวย์ (Digital Superhighway) นี่นะครับ มันเปึนระบบ โทลเวย์ (Tollway) หรือฟรีเวย์ (Freeway) จ่ายเงินหรือไม่จ่ายเงิน ทางประเทศเพื่อนบ้านเราเขาเปึนระบบโทลเวย์ จ่ายเงิน สิ่งที่เราทําก็คือระบบฟรีเวย์ เราทําระบบฟรีเวย์ของเราทําเสร็จแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้เราได้เปรียบเขา แต่ว่าในความได้เปรียบของเราในเรื่องของการที่จะทํา ดิจิทัล อีโคโนมีในเรื่องของฮาลาลนั้น
สิ่งหนึ่งที่มีความสําคัญอย่างยิ่งที่เรามาพบนี่ก็คือเรื่องของคอนเทนต์ คอนเทนต์นี่ เราพบว่าผู้บริโภคให้ความสําคัญกับเรื่องของทรัสต์ (Trust) ที่ท่านจิตร์พูดนี่สําคัญอย่างยิ่ง เรื่องของทรัสต์ ทรัสต์นี่ผมก็เห็นว่าประเทศไทยเรามีประเด็นปัญหาในเรื่องของการที่เราอยู่ ในเรื่องของมิดเดิล อินคัม คันทรีส์ แทรป (Middle Income Countries Trap) คือขณะนี้ เราจะก้าวขึ้นไปข้างบนก็ไม่ได้ ดูเหมือนว่าเรากําลังจะไหลลงไปข้างล่าง ตรงนี้นั้นผมก็คิดว่า เรื่องของดิจิทัล อีโคโนมีจะช่วยเราได้มาก เนื่องจากว่าในเรื่องนี้ฟาซิลิตี (Facility) อะไรต่าง ๆ นั้นดูที่ตัวคนเปึนหลัก ผมก็อยากจะฝากไว้เรื่องหนึ่ง ถ้าเราอยู่ในมหาวิทยาลัย เราจะเห็นว่าเด็กผู้ชายหายไปหมดแล้ว ผมเปึนคณบดีอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในคณะผมที่เมื่อก่อนมีแต่ผู้ชายตอนนี้มีแต่ผู้หญิง คําถามผู้ชายหายไปไหน อันนี้ ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลีถามเหมือนกันครับ แต่ว่าประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี เขาเจอคําตอบแล้วครับ ผู้ชายนั้นมหาวิทยาลัยไม่ใช่คําตอบของเขาครับ เขาออกไปนี่เขามี ตัวอย่างของบิลเกตส์ ตัวอย่างของหลายคนที่มาทําในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี แล้วจัดอบรม โดยเชิญวิทยากรมาจากประเทศเยอรมัน มาจากประเทศมาเลเซีย ทําเรื่องของอีคอมเมิร์ซ (Ecommerce) ปรากฏว่าคนที่มาเข้าอบรมของเราทั้งหมดเปึนผู้ชายครับ ไม่มีงานทํา แต่ว่าอยู่เล่ นในเรื่องของอีโคโน มี ผมคิดว่าเหล่านี้เปึนทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ถ้าสมมุติว่าเราจะทําเรื่องของการทําเทรนนิง (Training) บุคลากรทางด้านบุคคลนี่นะครับ ทรัพยากรทางด้านนี้เรามีเหลือเฟ๋อเลย ก็อยากจะฝากไว้ว่าคนเหล่านี้จะมาเปึนทรัพยากรที่ดี ของเรา อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ พอดีเราทําเรื่องของฮาลาล ที่ท่านพูดถึงเรื่องของ อาลีบาบา ผมอยากจะเล่าเรื่องอาลีบาบาขํา ๆ ให้ฟังนิดหนึ่งครับ ท่านพูดถึงจุดแข็ง ทั้งหมดเลยนะครับ ท่านเข้าไปในอาลีบาบา กดคําว่า ฮาลาล พอร์ก (Halal Pork) หมูฮาลาล ท่านจะเจอเปึนร้อยรายการเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของประเทศไทยก็มี เพราะฉะนั้น อันนั้นเปึนเหตุผลที่ว่าอาลีบาบานั้นประสบความล้มเหลวในเรื่องของการทําดิจิทัล อีโคโนมี ในส่วนของฮาลาล ตรงนี้หลายประเทศเห็นโอกาส ทั้งประเทศไทยในส่วนของเรา ทั้งประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เราก็วิ่งเข้าไปในส่วนตรงด้านนี้ แต่ส่วนสําคัญที่สุด ก็คือเรื่องทรัสต์ กรณีของประ เทศไทยเรามีเรื่องของการใช้ไซเอินทิฟ่ก แบกอัพ (Scientific backup) เราก็เอาเรื่องของทรัสต์ ก็คือเรื่องของแลป แบคอัพ โปรดักต์ (Lab backup product) ทุกตัวของเรา ก็คือเราต้องผ่านเซอร์ติฟาย (Certify) ในเรื่องของ
แลบ (Lab) เพราะฉะนั้นทรัสต์ในการที่จะก้าวไปสู่ในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี มีอีกคําหนึ่ง ที่มีความสําคัญก็คือซีบีอาร์ (CBR) คัสโตเมอร์ แบรนด์ รีเลชันชิพ (Customer Brand Relationship) เราต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับเรื่องของแบรนด์ให้เกิดขึ้น ให้ได้ การแบรนด์นั้นจะเกิดขึ้นจากเรื่องของทรัสต์ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการสร้าง ความสําคัญของเรื่องของแบรนด์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยผมคิดว่าจะเปึน ส่วนที่สําคัญที่สุดอย่างหนึ่งมันเปึนดิจิทัล อินไซด์ ดิจิทัล (Digital inside digital) ก็อยากจะ ฝากให้ท่านกรรมาธิการได้ร่วมพิจารณาด้วย ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ค่ะ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ๒๔๘ เรื่องนี้ผมว่าเปึนเรื่องสําคัญ แล้วเรื่องที่จะเปลี่ยนผ่าน ประเทศไทยไปสู่ยุคดิจิทัลที่เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศอย่างมาก ผมมีสิ่งที่จะให้ ข้อมูลแล้วก็เสนอแนะท่านเพิ่มเติม ก็คือเมื่อกี้เสริมจากท่านอาจารย์วินัย ขออนุญาตเอ่ยชื่อ มีหลายคนที่ทําเรื่องดิจิทัลแต่ว่าไม่ได้เรียนถึงระดับปริญญา ไม่ว่าจะเปึน สตีฟ จอบส์ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก หรือเจ้าของคอมพิวเตอร์เดลล์ (Dell) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เรียนปริญญา เขาใช้ความคิดนอกกรอบนั่นแหละในการพิจารณาแล้วทําเรื่องดิจิทัล เวลาที่ผ่านมา ๑ ป้ผมมีโอกาสไปดูหลายที่ ไปดูเลโนโว (Lenovo) ที่เมืองหัวเหว่ย ประเทศจีน ที่เขาทําโครงการงูกินช้าง เขาสามารถที่จะเทกโอเวอร์ (Takeover) เขาเปึน บริษัทเล็ก ๆ แต่เทกโอเวอร์ไอบีเอ็ม (IBM) เกือบทั้งหมด ทั้งคน ทั้งสตอเรจ (Storage) ทั้งระบบเครื่องจักร เครื่องมือทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะพีซี (PC) เท่านั้นเอง
เขาเริ่มต้นมาจากปัญญาครับ สร้างมหาวิทยาลัยก่อนที่เมืองหัวเหว่ยถึงจะสร้างโรงงานนะครับ เราก็จะสร้างโรงงานจะทําอะไรก่อนแล้วก็ค่อยไปสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อจะสร้างคนให้ทัน นี่เราคิดกลับกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปดูแอปเป่ลไทยแลนด์ (Apple Thailand) กับกูเกิลไทยแลนด์ (Google Thailand) นะครับ กูเกิลบอกว่าไม่สนใจ ใบปริญญาเพราะใบปริญญาไม่สามารถทําให้คนมีปัญญาความรู้ได้ ท่านลองดู แล้วลองฟังนะครับว่าใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นวิธีการของเขาเขากําหนดว่าเขาจะทําอะไร เท่านั้นเองแล้วให้คนอื่น แม้แต่นักเ รียนเขาบอกว่านักเรียนที่เรียนในยุคต่อไปนี้ เปึนยุคที่นักเรียนต้องออกแบบการศึกษาของตนเองไม่ใช่ให้ครูมาออกแบบ ไม่ใช่ให้กระทรวงศึกษาธิการมาออกแบบ นักเรียนต้องออกแบบการศึกษาของตนเอง แล้วเขามีเครื่องมือให้นักเรียนสามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตัวของนักเรียนเองนะครั บ เราจะไปถึงตรงจุดนั้นหรือยัง ลองดูนะครับ อีกจุดหนึ่งที่ผมเคยไปมาก็คือบังคาลอร์ ที่ว่าเปึนเมืองซอฟต์แวร์ ของโลก บังคาลอร์เปึนเมืองไม่ใช่ใหญ่โตมโหฬาร แต่เปึนซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประธานมหาวิทยาลัยบอกว่าประเทศอินเดียวันนี้ สร้างนักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แ บบประเทศสหรัฐ อเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างนักวิทยาศาสตร์ป้ละ ๒๐,๐๐๐ คน วันนี้ประเทศอินเดียสร้างนักวิทยาศาสตร์ ป้ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน นี่มันมหาศาลมากนะครับ เพราะฉะนั้นก็ให้เห็นถึงวิธีคิด แต่ที่ประเทศอินเดียจุดแข็งเขามีอย่างหนึ่งก็คือเขาปล่อยให้คนมีความคิดอิสร ะเสรี การปล่อยให้คนมีความคิดอิสร ะเสรีนี่คนสามารถคิดซอฟต์แวร์อะไรที่มันสามารถ ที่นอกกรอบ นอกตํารา นอกแบบเรียนได้ ประการที่ ๒ ก็คือว่าเขามีต้นทุนทางภาษา อันนี้เปึนสิ่งที่ได้พบมาในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในส่วนที่ท่านจะเสนอนี่ที่ผมว่าสําคัญยิ่ง ที่สุดคือเรื่องการปฏิรูปเรื่องคน คนนี่สําคัญที่สุดเลย ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเรามา เรื่องคนเปึนสิ่ งสําคัญ ยกตัวอย่างหน่วยงานซอฟต์ แวร์แห่งชาติ ท่านไปดูนะครับ เอาหน่วยงานอันนี้ไปผูกติดกับเรื่องการเมือง ถึงเวลาเขาจะเปลี่ยนการเมืองเขาจะเปลี่ยนตัว ผอ. ทุกครั้ง แล้วเมื่อไรซอฟต์แวร์ของเรามันจะก้าวหน้าสักที ก็เปึนตัวเรื่องคนอีกเหมือนกัน ประเทศจีนเขามีจุดแข็งก็คือ ๑. เรื่องคนเขามีความที่เขามีภูมิปัญญาเยอะ อันที่ ๒ ประเทศจีน มีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT) ที่บอกต้องมีอย่างนี้เพราะว่าอะไรครับ เราไปโรงแรม ไปในสถานที่ต่าง ๆ ที่ในรถยนต์บางที่เขาก็มีวายฟาย ให้ บ้านเรานะครับเรียนท่านเลยว่า
ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิจะ หาที่เสียบปลั๊กไฟท่านยังหาไม่ได้เลย อย่าหาวายฟายเลย วายฟายไม่ต้องไปหาไม่เคยเจอที่ไหน เราไม่เคยสร้างโครงสร้างพื้นฐานไว้สําหรับคนสักเท่าไร อันที่ ๓ ประเทศจีนเขามีผลิตภัณฑ์ครับ ที่เขามีเยอะมากจนกระทั่งเขาคิดว่าเขาต้องสร้าง เครื่องมือเพื่อขายไปสู่ในโลกทั้งหมด และสุดท้ายเขามีเรื่องภาษา จีนพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ผมจําได้ว่าเมื่อ ๑๕ ป้ที่แล้วผมไปประเทศจีน ประเทศจีนมีเทป (Tape) ภาษาอังกฤษ ขายเยอะมาก ซีดี (CD) ภาษาอังกฤษขายเยอะมาก เพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษ และสุดท้ายเกิดอะไรขึ้นกับเขา แจ็ค หม่า ที่ท่านจิตร์พูดเมื่อกี้ขออนุญาตเอ่ยนาม แจ็ค หม่าสอนวิชาภาษาอังกฤษ สอนวิชาภาษาอังกฤษเมื่อ ๑๕ ป้ที่แล้ว แล้วแจ็ค หม่า เปึนครูสอนภาษาอังกฤษ หลังจาก ๑๕ ป้ที่แล้วเขามาสร้างซอฟต์แวร์เขาเริ่มต้นตั้งแต่ที่เขา ไปเสิร์ช (Search) ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ เขาไปเสิร์ชข้อมูลที่ในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า จะเจอพวกสินค้าอะไรของเขาไหม เสิร์ชเปึนภาษาจีนไม่เจออะไรเลย อาจจะเหมือนกับ อาจารย์วินัยพูดเ มื่อกี้ก็ได้ ปรากฏว่ากลับมาก็เลยต้องมาเริ่มต้นตั้งแต่ทําเรียกว่าเปึน ทําสมุดหน้าเหลือง ที่อยู่แล้วก็มาทําอี คอมเมิร์ซ หลังจากนั้น ๑๐ ป้ครับ เข้าตลาด สหรัฐอเ มริกามีเปึนมาร์เก ต แคป (Market Cap) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเริ่มต้น โดยมีเงินเดือนแค่ ๕๐๐ บาทต่อเดือน วันนี้มี ๘๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาทต่อทั้งหมดของเขา มวลรวมนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญของเขาก็คือว่าเขาสร้างพื้นฐานโดยทําอาลีบาบา สําหรับ ขายสินค้าทั้งหมดที่ทําลายแวลู เชน (Value chain) ตายทั้งโลกหมดนะครับ
อันที่ ๒ เขาทําเตาเบา (Taobao) โปรแกรมนะครับ ขายปลีกระหว่างลูกค้าด้วยสนับสนุนให้ อันที่ ๓ เขาทําทีเมล (t-Mail) สําหรับใครมีแบรนด์ดี ๆ ก็มาแขวนไว้ในเว็บไซต์ของเขา สามารถขายสินค้าได้ อันนี้ผมมองเห็นว่าเขาสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเลยนะครับ แล้วก็ บุคลากรของเขานี่เขาสร้าง ๒ จุดนี้ทําให้เขาเชื่อมโยงกัน แล้วทําให้เขาเกิดคุณค่าและมูลค่า อย่างมหาศาลตรงนี้ แต่สิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือว่าเขาได้พูดถึง เรื่องเกี่ยวกับ เขาบอกว่าทัศนคติของคนมีความสําคัญมากกว่าความสามารถ การตัดสินใจของเรา สําคัญมากกว่าความสามารถของคน แล้วก็อย่าเอาการเมืองมายุ่ง ที่ผมพูดเมื่อตะกี้นะครับ แจ็ค หม่า เขาพูดอย่างนี้นะ แล้วก็ไม่ต้องไปแข่งขัน พวกแข่งขันเปึนคนโง่เขลา เขาไม่ได้ แข่งขันกับใคร เขาสร้างตัวใหม่เพื่อใช้ของเขาเองเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากเอาไว้ให้คิดด้วยว่า เราจะพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลแท้ที่จริงในแง่ของลึก ๆ พื้นฐานเราไปถึงจุดนั้นหรือยัง เพราะคนเรายังเปึนยุคของดึกดําบรรพ์อยู่นะครับที่ยังไม่ได้ไปสู่ดิจิ ทัลตรงนี้ ผมในนามของ ประธานไอทีของสถาบันพระปกเกล้าก็มาเล่าให้ท่านฟังเท่านี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ รายนามอีก ๕ ท่านต่อไปนะคะ มีท่าน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ท่าน นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ ท่านปลัดพงศ์โพยม วาศภูติ ท่านเทียนชัย ป่ืนวิเศษ แล้วก็ท่านอาจารย์วิ ริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ค่ะ ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญนะคะ แล้วก็มีความจําเปึนในการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิจิทัลของประเทศไทย ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ในวันนี้ ที่ท่านเขียนบอกว่าเพื่อจะมุ่งเน้น ที่จะลด ความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างความเท่าเทียมในการสื่อสารและเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารของประชาชนทั้งประเทศ อันนี้คิดว่ามีความสําคัญ แต่อยากให้ท่านคณะกรรมาธิการ ได้คิดถึงในส่วนที่จะขยายไปจากในเรื่องของเศรษฐกิจหรือเชิงพาณิชย์อีก ด้วยโครงสร้างของ เศรษฐกิจดิจิทัลที่จะพัฒนาขึ้น ดิฉันคิดว่ามันสามารถที่จะลดความเหลื่อมล้ําในด้านต่าง ๆ ได้มากกว่านั้น ท่านคงจะทราบดีว่าประเทศไทยนั้นก็ยังมีความเหลื่อมล้ํา ไม่ว่าจะเปึน ในด้านเศรษฐกิจ ในด้านต่าง ๆ แต่สาเหตุของความเหลื่อมล้ําเหล่านั้น ที่สําคัญก็คือมาจาก การขาดโอกาสในการศึกษา การขาดโอกาสในเรื่องของการประกอบอาชีพ เพราะฉะนั้น
ถ้าหากว่าเราได้พัฒนาดิจิทั ล อีโคโนมี ให้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเหล่านั้นเปึนฟรีเวย์ สําหรับที่จะใช้ประโยชน์ในเรื่องของการกระจายข้อมูลที่เปึนประโยชน์ด้านการศึกษา ด้านการประกอบอาชีพ เช่นในด้านเกษตรกรรม รวมทั้งโอกาสที่ตลาดของเกษตรกรทั้งหลาย ก็จะช่วยพัฒนาลดความเหลื่อมล้ําในการประกอบอาชีพ แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ําในด้าน ความรู้ได้ แม้กระทั่งเรื่องการสาธารณสุข โครงสร้างของดิจิทัล อีโคโนมี หรือว่าไฮเวย์ ของความรู้เหล่านี้ก็ยังสามารถที่จะเชื่อมโยงไปสู่ประชาชนทั้งหลายแล้วก็เกิดประโยชน์ขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นอยากให้มองให้เห็นถึงผลพลอยได้ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะส่งผลให้ประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แล้วก็สะท้อนถึงการลดความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยเช่นเดียวกัน แต่คิดว่าน่าจะต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน จึงเรียนฝากมานะคะ เพื่อที่คณะกรรมาธิการจะได้โปรดพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ
ขอขอบพระคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก กระผม นาวาอากาศเอก นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ลําดับที่ ๑๖๓ ครับ ผมคิดว่าเมื่อสักครู่ได้ฟังแล้วก็ขอขอบคุณนะครับ แต่ว่า สิ่งที่ผมจะอภิปรายนั้นก็คงเปึนการเพิ่มเติมและสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะนํา ในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมีนี้นะครับ
ผมคิดว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งในการที่จะนําไปสู่การที่จะแอพพลาย (Apply) ไปใช้กับ การดูแลปัญหาทางด้านสาธารณสุข ปัญหาในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งท่านอาจจะไม่ได้พูดถึง เท่าไร แต่ว่ามันเปึนโครงสร้างพื้นฐานที่ผมคิดว่าจะช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการ ซึ่งผมจะยกตัวอย่างให้ เช่นตัวอย่างในเรื่องของการเซอร์วิส เนื่องจากความขาดแคลนของ บุคลากรในบางพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่นที่เราเรียกว่าเทเลคอนซัลเ ทชัน (Teleconsultation) เราไม่จําเปึน ที่จะต้องมีแพทย์บางสาขาอยู่ในบางพื้นที่ หรือด้วยความจําเปึนของการ ขาดแคลนบุคลากรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรืออาจจะเปึนแพทย์ที่อาจจะไม่ได้ตรงสาขานั้น อาจจะมีการเทเลคอนซัลเทชันก็ผ่านโครงข่ายที่เปึนดิจิทัลเหล่านี้ หรือที่ใช้แล้วในปัจจุบัน แล้วสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างมาก หรือทําให้ธุรกิจบางอย่างอาจจะต้อง ล้มหายตายจากไปก็คือเรื่องของเอ กซเรย์ ปัจจุบันนี้ในโรงพยาบาลเราใช้เปึน เทเลอิเมจจิง (Teleimaging) ซึ่งก็สามารถที่จะดูภาพผ่านทางระบบดิจิทัล แล้วก็แพทย์ สามารถที่จะเอกซเรย์ไม่จําเปึนที่จะต้องอยู่ในโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่ง สามารถให้บริการ การอ่านเอกซเรย์ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่สามารถที่จะนําภาพเข้ามาที่เซนเตอร์ (Center) ได้ ทําให้ปัจจุบันนี้การที่จะปริ นต์ ฟ่ล์ม (Print film) ออกมานั้นเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย หรือมีน้อยมาก กรณีที่มีความจําเปึนเท่านั้น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนแอพพลิเคชัน ซึ่งใช้ประโยชน์จริง นะครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือบางเรื่องที่เราเรียกว่าโรโบติก เซอเจอรี (Robotic Surgery) การผ่าตัดทางไกลก็สามารถทําได้ด้วยระบบซึ่งมีในปั จจุบันแล้ว แต่ก็ต้องอาศัยโครงข่ายของดิจิทัลที่มีความเสถียรแล้วก็มีความคล่องตัว ส่วนในเรื่องของ แอดมินิสเทรชัน (Administration) ผมคิดว่าก็ตรงไปตรงมานะครับ เทเลคอนเฟอเรนซ์ (Teleconference) เทเลมีตติง (Telemeeting) หรือแม้แต่เรื่องของการที่เราไปจัดระบบ ของการศึกษาต่อเนื่อง หรือเรียกซีเอ็มอี (CME) คอนทินิวอิง เมดิคัล เอดูเคชัน (Continuing Medical Education) เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อาจจะไม่ต้อง มีความจําเปึนที่จะต้องเดินทางเข้ามาที่ส่วนกลาง ซึ่งผมคิดว่าเปึนแอพพลิเคชันซึ่งก็ใช้กันอยู่แล้ว ในปัจจุบัน ทีนี้ลงมาถึงเรื่องที่จะมีผลต่อตัวของประชาชนเอง ผมคิดว่าปัจจุบันนั้นเซลฟีแคร์ (Self-care) การที่จะมีความรู้ก็ต้องอาศัยโนว์เล ดจ์ที่จะต้องมีการเตรียมพร้อมอยู่ในระบบ ที่เราเรียกว่าอินฟอร์เมชัน ออน ดีมานด์ (Information on Demand) เพราะว่าคนเรา จะต้องมีแบกกราวนด์ (Background) ในเรื่องต่าง ๆ มากมายที่จะต้องดูแลตัวเอง
ซึ่งไม่สามารถที่จะจดจําได้ เพราะฉะนั้นการที่จะมีข้อมูลอยู่ในระบบและสามารถที่ จะให้ ประชาชนแอคเซส (Access) เข้าไปได้ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่สําคัญ ยิ่ง โครงข่ายในเรื่องของ ดิจิทัลนั้นมีความจําเปึนอย่างยิ่ง อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของกรณีฉุกเฉิน ปัจจุบันนี้ผมไม่ทราบว่าท่านสมาชิกหรือท่านกรรมาธิการทราบไหม ครับว่าแอพพลิเคชัน บางอย่างในมือถือ กรณีที่ท่านอาจจะมีคนที่อยู่ใกล้ชิดหมดสติ หรือหยุดหายใจไ ป หรืออะไรต่าง ๆ สามารถที่จะเข้าไปดูแอพพลิเคชันในเรื่องของการที่จะช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน อาจจะมีภาพประกอบในการที่จะช่วยฟุ๋นคืนชีพ หรือเรียกว่าซีพีอาร์ (CPR) และบางครั้ง ก็อาจจะติดต่อเข้าไปในเซนเตอร์ที่มีผู้ที่มีความรู้แล้วก็สามารถที่จะให้ในคําแนะนํา ในการช่วยเหลือเบื้องต้น ในกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ ก่อนที่แอมบิ วแลนซ์ (Ambulance) หรือก่อนที่แพทย์ หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะเข้าไปสู่ผู้ที่นีด (Need) ความช่วยเหลือนั้น ๆ ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะมีได้ แล้วก็มีเซอร์วิสที่ดีได้ก็ตรงอาศัยเรื่องของดิจิทัลที่จะต้อง มีการพัฒนาแล้วก็มีการปรับปรุง ก็ขอชื่นชมแล้วก็ขอเปึนกําลังใจให้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านปลัดพงศ์โพยม วาศภูติ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านคณะกรรมาธิการ กระผม นายพงศ์โพยม วาศภูติ สมาชิกเลขที่ ๑๔๔ ผมขออนุญาต ฝากเรื่องหนึ่งนะครับ เพราะว่าดูแล้วทางบริหารราชการแผ่นดินอาจจะไม่มีเวลาที่จะมาเสนอ เรื่องนี้ แต่ผมคิดว่าเรื่องดิจิทัลมันไม่ใช่เปึนประโยชน์เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น สามารถ เอามาใช้ในภาคราชการด้วย โดยเฉพาะเรื่องสําคัญครับก็คือดิจิทัล แมป (Digital map) หรือ แมปป่ง (Mapping) ที่เปึนดิจิทัล ผมเคยไปดูงานที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อ ๒๕ ป้มาแล้ว เขาก็ฉายให้ดูถึงพื้นที่ แล้วก็เจาะลงไปที่ตําบล หมู่บ้าน แล้วก็ลงไปถึงบ้านเลย แต่ว่ามันเปึน เส้นขอบเขต ยังไม่ได้มีคอนทัวร์ (Contour) แสดง แล้วก็เขาก็กดดูเลยว่าในที่นี้ มันมีเนื้อที่เท่าไร มันมีอาคารอยู่กี่หลัง ในแต่ละอาคารมีคนอยู่กี่คน ซึ่งมันสามารถบรรจุ ข้อมูลลงไปในดิจิทัล แมปนี้ได้ ทีนี้อยากเรียนว่าปัจจุบันในประเทศไทยมีการทํา ดิจิทัล แมปกันเยอะ โดยเฉพาะท้องถิ่นทางกรมหรือกระทรวงมหาดไทยนี้ก็เป่ดโอกาส ให้ท้องถิ่นได้ไปจ้างคนทํา ก็ทํากันคนละระบบนะครับ ทําไปทําไม ทําไปเพื่อประโยชน์ ในการจัดเก็บภาษีบํารุงท้องที่ หรือภาษีที่เกี่ยวกับท้องถิ่น ทีนี้มันมีระบบใหญ่เดี๋ยวผมจะพูด อย่างเช่น การไฟฟัานครหลวง ท่านทราบไหมครับ ขณะนี้เขาลงทุนทําดิจิทัล แมป ไว้หมดแล้ว เขาทําไว้ทําไม เขาทําไว้สําหรับเวลาที่เขามีเหตุขัดข้องทางไฟฟัาเขาสามารถเข้าไป ถูกบ้าน ไปถูกถนนครับ เพราะว่าท่านก็รู้ว่าในกรุงเทพฯ ถนนซอยอะไรมันเยอะแยะไปหมด ใช่ไหมครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือไฟไหม้เขาสามารถจะตัดไฟฟัาบริเวณนั้นได้แม่นยําเลยว่า เขาควรจะตัดเฉพาะซอยไหน ถนนไหน อย่างนี้เปึนต้นนะครับ เขามีอยู่แล้ว แต่มันกระจัด กระจาย มันมีหน่วยใหญ่อยู่หน่วยหนึ่งคือกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยก็ได้ใช้ความพยายาม ของบประมาณในการจัดทําดิจิทัล แมปของที่ดินมาเปึนเวลาหลายป้แล้วก็ยังไม่เสร็จสักที ก็ทําอยู่เรื่อย ๆ นะครับ ทีนี้ผมอยากเสนอว่าถ้าเปึนไปได้คณะกรรมาธิการชุดนี้ช่วยกรุณา เขียนเรื่องดิจิทัล แมป ลงไปเปึนอีกหัวข้อหนึ่งได้ก็จะเปึนพระคุณนะครับ เพราะว่า ดิจิทัล แมป ตัวนี้มันเหมือนระบบทะเบียนราษฎร ๑๓ หลักของกระทรวงมหาดไทย ที่หน่วยงานต่าง ๆ เปึนสิบเปึนร้อยหน่วยสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ เข้ามาเอาตัวเลข ๑๓ หลักไปทําได้ ตอนแรกก็มีการเกี่ยงงอนกัน ตอนนี้ก็เริ่มโอเค (OK) แล้ว ไม่ว่าจะเปึน กรมสรรพากร ทางกระทรวงสาธารณสุข ทางสํานักงานประกันสังคม ทางอะไรก็จะใช้ เลขตัวเดียวกันหมดอย่างนี้เปึนต้นนะครับ ฉะนั้นดิจิทัล แมป ผมคิดว่ามันเปึนดาตาเบส
(Database) มันเปึนเบส (Base) สําคัญ ถ้าเราทําได้ดีแล้วเราลงทุนทีเดียว มันอาจจะ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทมันก็คุ้ม เพราะว่าในดิจิทัล แมป ผมเสนอให้เปึน ลักษณะของคอนทัวร์จริงด้วย มีระดับสูงต่ําของพื้นที่ มันไปใช้ประโยชน์ในเรื่องปัองกันและ บรรเทาสาธารณภัย ได้อีก ฝนตก ๑๐๐ มิลลิเมตร เรารู้เลย ว่าน้ําจะท่วมที่ไหน ๒๐๐ มิลลิเมตร มันจะท่วมที่ไหน ก็หลอกกันไม่ได้นะครับ เพราะว่าประชาชนเอง เวลาจ่ายชดเชยค่าเสียหายทางการเกษตรอะไรก็หลอกราชการเยอะนะครับ แล้วเวลา ประกาศภัยอะไรต่าง ๆ นี้ก็สามารถกําหนดพื้นที่ที่เปึนเฉพาะได้ ไม่ต้องประกาศเปึนอําเภอ เปึนจังหวัด ทําให้ตื่นเต้นตกใจอะไรเกินจริง นอกจากนั้นแล้วยังสามารถเอาไปใช้ด้านผังเมือง ด้านการวางแผนจัดเก็บภาษี การขยายเส้นทางคมนาคมอะไรต่าง ๆ ได้มากมาย ฉะนั้นเรื่องนี้ เอาไปใช้ในการทําแผนยุทธศาสตร์ชาติในอนาคตได้ แล้วก็จะมีความสัมพันธ์กับด้าน เศรษฐกิจอย่างสูง เรื่องที่ดิน ราคาที่ดิน การตีราคาอะไรอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นตัวนี้ผมคิดว่า มันเปึนคานงัดสําคัญเลยนะครับ ถ้าเรามีดิจิทัล แมปที่สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยอาจจะมี ระบบการปัองกันภัยไม่ให้ส่วนหนึ่งไปรู้ของอีกส่วนหนึ่งได้ หรือว่าไปแก้ไขพื้นที่ดินอะไร ตามโฉนดอะไรของกรมที่ดินเขานะครับ
อีกเรื่องหนึ่งคือการแอพพลาย ไปใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งอันนี้มันอาจจะไปเกี่ยวพันกับ เรื่องคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งเรื่องการบริหารราชการอะไรผมไม่แน่ใจว่า จะเปึนคณะนี้ไหม แต่ผมคิดว่าอย่างเรื่องอุบัติเหตุต่าง ๆ มันสามารถใช้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้ เวลาคนขับรถไปง่วงนอนหลับในอะไรนี่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี มันเยอะแยะไปหมดรวมทั้งรถไหนมันวิ่งเร็วเกินไปทางกรมการขนส่งทางบกก็สามารถ ควบคุมความเร็วจากระยะไกลได้อะไรพวกนี้ ก็อยากฝากไว้ให้เพิ่มเติมเพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์ เพราะว่าเรื่องดิจิทัล แมปนี้จะมีความสําคัญมากครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเทียนชัย ป่ืนวิเศษ เชิญค่ะ
ท่านประธานสภา ท่านกรรมาธิการและ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุนแล้วก็อยากที่จะหยิบ ในบางประเด็น ซึ่งทางท่านกรรมาธิการได้นําเรียนเสนอมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหัวข้อ ๕.๒.๓ เรื่องสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา แล้วก็มีอีก ๒ ประเด็นถ้ามีเวลาผมจะขอพูดด้วยก็คือเรื่องบิ ก ดาตา หรือว่าคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ (Connected Government) หรือว่าอีกัฟเวิร์นเมนต์ แล้วก็อันสุดท้ายคือ ไซเบอร์ ซิเคียวริตี (Cyber Security) เรื่องแรกที่อยากนําเรียนเสนอก็คือว่าเห็นด้วยครับ ที่ทางท่านกรรมาธิการจะหยิบยกเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งผมถือว่าเปึนเส้นทางในการที่ สร้างความสะดวกในการเข้าถึงซึ่งข้อมูล แต่ว่าสิ่งที่เปึนหัวใจสําคัญของดิ จิทัล อีโคโนมี ก็คือตัวคอนเทนต์ อีโคโนมีนี่จะไร้ซึ่งความหมายทันทีถ้าหากว่าคอนเทนต์มันไม่มี ในเมืองไทยเราส่วนใหญ่เราเปึนผู้สร้างคอนเทนต์เยอะครับ แต่เราเปึนไปในลักษณะที่เรียกว่า เปึนเอสเอ็มอี คือรับจ้างผลิต คนที่เปึนเจ้าของคอนเทนต์กลับกลายเปึนคนต่างชาติ ซึ่งการที่เราจะมุ่งเน้นให้กับคนไทยเปึนคนสร้างคอนเทนต์นี่อันแรกเลยคือว่าต้องให้เขามี ความเปึนเจ้าของ เขาจะเปึนเจ้าของได้อย่างไรครับก็ต้องมีกระบวนการรับรองสิทธิ เช่นว่า ไปจดทะเบียนหรือว่าไปขึ้นทะเบียนเสีย แต่ว่าในกรรมาธิการนี้ไม่ได้กล่าวถึง พูดแต่เพียงลอย ๆ แต่ไม่ได้พูดถึงเน้นเรื่องการที่ไปจดทะเบียนที่ในต่างประเทศด้วย เพราะอย่าลืมครับว่า คนที่เปึนเจ้าของคอนเทนต์หรือว่าผู้สร้างคอนเทนต์มีความเปึนเอสเอ็มอีสูงมาก ดังนั้น กําลังหรือว่าพลังที่เขาจะไปจดในต่างประเทศนี่ ค่อนข้างจะมีความจํากัด แต่ว่าถ้าเรามี
โรดแมป (Roadmap)หรือว่ามีเส้นทางที่จะวางแผนให้เขาว่าถ้า สร้างงานแล้วจะไป จดทะเบียนในต่างประเทศนี่จะทําได้อย่างไรก็จะเปึนคุณูปการ แล้วอันที่ ๒ ครับ เมื่อเขาได้ เปึนเจ้าของคอนเทนต์แล้วเราต้องปกปัองสิ่งที่เขาเปึนเจ้าของงานนั้น การปกปัองนี่ก็ไม่ได้ หมายรวมถึงแต่เฉพาะในประเทศนะครับ ต้องหมายรวมถึงที่ต่างประเทศด้วย ในประเทศ ที่ประเทศไทยเปึนภาคีของสนธิสัญญาซึ่งเขาคุ้มครองสิทธิในด้านทรัพย์สินทางปัญญาของเรา เราก็ต้องไปติดตามแล้วก็คุ้มครองด้วย มีผู้หนึ่งกล่าวเอาไว้ครับว่าการที่จะเปึนเจ้าของ ทรัพย์สินทางปัญญานี้ ถ้าหากว่าไม่ได้รับการคุ้มครอง ก็เท่ากับว่าเราไม่ได้เปึนเจ้าของ ทรัพย์สินทางปัญญานั้น ๆ เลย ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับท่านจิตร์ครับ ที่ท่านจิตร์ท่านพูด เอาไว้ว่ากระบวนการของเมืองไทยเราที่ยังมีความอ่อนมากคือเรื่องการคุ้มครองสิทธิหรือว่า การบังคับใช้กฎหมาย แต่ ณ ที่นี้ที่ผมพยายามเน้นก็คือว่าให้หมายรวมถึงในต่างประเทศด้วย ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทย อีกประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตที่จะฝากเอาไว้ครับคือเรื่อง บิก ดาตา หรือว่าคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ หรือว่าอีกัฟเวิร์นเมนต์ ผมได้คุยกับเพื่อน ชาวเกาหลีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาครับ ต้องยอมรับครับว่า ประเทศเกาหลีเขามี ความก้าวหน้าทางด้านอีกัฟเวิร์นเมนต์สูงมาก เขาพูดครับว่าแนวทางต่อไปที่เขากําลังทํา คือว่าทุกสถานีรถไฟหรือว่าทุกย่านชุมชนจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ถ้าหากว่าเราป์วย หรือว่าปวดหัวหรือว่ามีความรู้สึกที่ไม่ดีนี่เราไปที่เครื่องนั้นแล้วก็รูดบัตรประชาชน รูดเสร็จแล้วประวัติมันก็จะขึ้นมาทันทีครับว่าเรามีประกันอยู่หรือไม่ หรือว่าอย่างไร เสร็จแล้วเขาก็จะบอกครับว่าให้เอาเครื่องมือที่อยู่ที่นี่ไปฟังที่หัวใจหรือว่า ที่ความดัน เมื่อพิจารณาแล้วทุกอย่างเขาก็ให้อ้าปากแล้วก็มีหมอนี่จะมาดูที่จอภาพ ในขณะนั้นเลยเมื่อดูเสร็จแล้วถ้าบุคคลคนนั้นนี่มีประกันอยู่เขาก็จะมีสคริปท์ (Script) ออกมาว่าให้คุณไปซื้อยาตามที่ออกมา แต่ถ้าคุณไม่มีประกันก็ให้รูดบัตรเครดิตเพื่อที่ให้ ออกมาว่าคุณจ่ายแล้ว
แล้วคุณก็สามารถที่จะไปซื้อยาตามสคริป ท์ที่จะออกมาจากเครื่อง เราอยากเห็น อย่างนั้นในประเทศไทย และผมคิดว่าเราก็สามารถที่จะทําได้ ประการสุดท้าย ผมขออนุญาตที่จะแตะไว้เพียงนิด ๆ เนื่องจากว่าท่านอาจารย์ธรรมรักษ์ท่านได้แตะไว้แล้ว คือเรื่องไซเบอร์ ซิเคียวริตี อย่างที่เราได้ทราบมาแล้วครับว่าเมื่อประมาณสักต้นป้ มีผู้สร้าง ภาพยนตร์ใหญ่มากได้ถูกแฮกเอาข้อมูลต่าง ๆ ออกมาแล้วก็เกือบที่จะมีการกระจายไปสู่ ทั่วโลก แต่ว่าเขาก็มีกระบวนการปกปัองอยู่ ผมค่อนข้างจะกังวลครับว่าถ้าหากว่าของเรามี การคอนเนกต์ (Connect) หรือว่ารวมข้อมูลต่าง ๆ แล้ว แต่ถ้ากระบวนการรักษาข้อมูล หรือว่าปกปัอง หรือว่าไซเบอร์ ซิเคียวริตีเราไม่ดีพอ ก็อาจจะมีปัญหาได้ในอนาคต ดังนั้น จึงใคร่ขอฝากท่านกรรมาธิการไว้ ๓ ประเด็นอย่างที่นําเรียนมาแล้ว ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ดิจิทัลนี่สําคัญมากสําหรับคนพิการค รับท่านประธาน ดิจิทัลนี่ทําให้ คนตาบอดอ่านหนังสือที่เปึนตัวพิมพ์ได้ครับท่านประธาน ทําให้คนหูหนวกคุยโทรศัพท์กับ คนหูดีได้โดยใช้ดิจิทัล เพราะฉะนั้นตัวดิจิทัลนี้มีความสําคัญมากอยู่แล้ว แม้แต่คนหูหนวก และตาบอดยังเข้าถึงหนังสือที่เปึนตัวพิมพ์ และเสียงได้ โดยมันแปลงเปึนเบรล (Braille) ให้คําครับ เพราะฉะนั้นเรื่องดิจิทัลนี่มันมีความสําคัญมากต่อคุณภาพชีวิตของคนพิการ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน แอพพลิเคชันทั่วไปนี่ต้องนึกว่าต้องเปึนแอพพลิเคชัน สําหรับทุกคน เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้สําคัญครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเสนอกรรมาธิการ ต้องเน้นด้วยว่ามันต้องปลูกฝังครับว่าเวลาเราจะทําแอพ พลิเคชันอะไรที่เกี่ยวกับดิจิทัล ทั้งหลายมันต้องเป่ดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึ งได้ และผมพูดหลายครั้ง แม้แต่เว็ บไซต์ ของรัฐสภานี่มันต้องเป่ดโอกาสให้คนตาบอดเข้าไปได้ และเดี๋ยวนี้เว็บไซต์ที่เขาทําประเภท ให้มือถือเข้าไปอ่านได้นี่มันก็จะทําให้ตาบอดใช้มือถือเข้าไปอ่านได้ ผมว่าเรื่องนี้สําคัญครับ ท่านประธาน แม้แต่ตัวฮาร์ดแวร์ สตีฟ จอบส์ เวลาเขาทําฮาร์ดแวร์เขายังทําฮาร์ดแวร์ไอโฟน (iPhone) เขานี่สําหรับทุกคนครับ ผมมีคุณภาพชีวิตที่ดีนี่ต้องพึ่งไอโฟนครับ เวลารายงาน
การประชุมอะไรผมก็ต้องขอส่งเปึนเวิร์ด (Word) มาแล้วไอโฟนก็อ่านให้ฟัง แม้แต่ตรวจวิทยานิพนธ์นักศึกษาก็ต้องเปึนเวิร์ดมา แล้วก็นั่งฟังไอโฟนจนหลับแล้วก็ตื่น มาฟังต่อ เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ผมว่าสําคัญครับ มันต้องตอกย้ําว่าซอฟต์แวร์มันต้องทํา เพื่อสําหรับทุกคน แล้วกฎหมายที่เราเพิ่งผ่านไปร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ พ.ศ. .... นี่ถ้าแอพไหนไม่เอื้อทุกคนถือเปึนเลือกปฏิบัติครับท่านประธาน โดยเฉพาะให้คนพิการหรือคนตาบอดเข้าไปใช้ไม่ได้นี่ก็ต้องถือเปึนเลือกปฏิบัติ แต่ผมเข้าใจครับว่า การทําแอพ (App) ที่จะให้คนพิการเข้าไปใช้ได้มันต้องมีค นพิการเข้าไปมีส่วนร่วม ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาก็จะเป่ดโอกาสให้คนพิการเข้าไ ปมีส่วนร่วม องค์กรคนพิการ ก็จะเซตทีมงานที่เชี่ยวชาญในการที่จะทําแอพให้เอื้อกับกลุ่มคนพิการต่าง ๆ ทีนี้คนพิการ จะขึ้นมาเก่งเรื่องดิจิทัลได้ก็ต้องได้รับการส่งเสริมให้เรียนครับ อันนี้เรื่องสําคัญ อันนี้โชคดีว่า คนพิการได้อาศัยบารมีของสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ พระองค์ส่งเสริมให้คนพิการ เรียนวิทยาศาสตร์ ปกติโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ยอมให้คนตาบอดเรียนวิทยาศาสตร์ สายวิทย์ครับ แต่เพราะโครงการนี้ยอมกัน แล้วจบไปเรียนอะไรครับ ก็ไปเรียนคอมพิวเตอร์ ไซนซ์ (Computer Science) มหาวิทยาลัยหลายมหาวิทยาลัยก็ไม่ให้เรียน ผมไม่อยากพูดถึง หลายมหาวิทยาลัยดัง ๆ ด้วย ทุกวันนี้ก็ยังเปึนอยู่เลยครับ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ของท่านประธานเรานี่ก็ยังไม่ยอมให้คนตาบอดเรียนคอมพิวเตอร์ ไซนซ์ อันนี้มันเปึน อุปสรรค เพราะฉะนั้นถึงต้องกําชับว่าประเทศไทยต้องเป่ดโอกาส แล้วต้องสนับสนุนครับ ท่านประธาน อย่างผมนี่ก็ต้องไปทําเซนเตอร์เพื่อส่งเสริมให้คนตาบอดสนใจวิทยาศาสตร์
ต้องทําค่ายวิทยาศาสตร์สําหรับคนตาบอดเพื่อมากระตุ้นเขาตั้งแต่เล็ก แล้วก็ต้องหาวิธี สอนวิทยาศาสตร์ให้คนตาบอดเรียนวิทยาศาสตร์ได้ เราก็ต้องไปอาศัยผู้เชี่ยวชาญจาก ประเทศญี่ปุ์นมาช่วย ครับ ท่านประธาน ต้องอาศัยโนฮาว (Know how) ที่อื่นมา อย่างนี้รัฐบาลต้องสนับสนุน หรือ ก.พ. ท่านประธานครับ เดิมเคยให้ทุนคนพิการเราไปเรียน ต่างประเทศ เดี๋ยวนี้ไม่ให้แล้วโดยอ้างว่าไม่มีหน่วยงานราชการไหนร้องขอ ผมว่า ก.พ. ต้องคิดใหม่นะครับ ถ้าจะส่งเสริมให้คนพิการเราเก่งเรื่อง ดิจิทัลน่าจะให้ทุนคนพิการ เราไปเรียนแล้วก็เน้นเลยดิจิทัลนี่ แล้วก็กลับมาร่วมทํางานกับเครือข่ายต่าง ๆ ไม่ว่ากับ เนคเทค (NECTECH) กับองค์กรด้านคนพิการ เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อเข้าไปช่วยกันดูแลว่า แอพพลิเคชัน อะไรบ้างมันติดขัดไม่เอื้อให้คนพิการเข้าไปใช้ได้เราจะช่วยกันพัฒนาอย่างไร หรือแอพพลิเคชันมันแพงไปเ ราจะช่วยกันทําอย่างไรให้มันถูก ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างนะครับ สกรีน รีดเดอร์ (Screen reader) ถ้าเปึนแอพพลิเคชันของ ไซเอินทิฟ่ก (Scientific) โอ้โฮ แอพพลิเคชันต่อ ๑ คน ๑ แอพพลิเคชัน ๓๐,๐๐๐ บาท ใช้ได้ ๓ ยูสเซอร์ (User) ยูสเซอร์หนึ่งเปึนหมื่นบาท เราก็ร่วมมือกัน กับคนตาบอด ประเทศออสเตรเลียก็พัฒนาสกรีน รีดเดอร์ ฟรี โหลด (Load) มาใช้ได้ ไม่ต้องไปใช้ของ ไซเอินทิฟ่ก อย่างนี้ครับมันมีความสําคัญ เพราะฉะนั้นจึงต้องสร้างคนที่จะให้มีองค์ความรู้ เรื่องนี้มันจึงจะเข้าไปทํางานแบบนี้ได้ ผมก็ขอฝากผ่านท่านประธานไปว่ามหาวิทยาลัย ทั้งหลายช่วยเป่ดโอกาสและควรจะส่งเสริมด้วยซ้ําไปให้คนพิการโดยเฉ พาะคนตาบอด เรียนคอมพิวเตอร์ ไซน์ แล้วก็ขอให้ ก.พ. ช่วยให้ทุนต่อแล้วก็เน้นเลยว่าถ้าจบมา ไม่จําเปึนต้องไปทํากับกระทรวงศึกษาธิการครับ ทํากับเนคเทคก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ ๕ ท่านถัดไปนะคะ มีท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี มีท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ มีท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ท่านสารี อ๋องสมหวัง แล้วก็ท่านพนา ทองมีอาคม ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ขอสนับสนุน
คณะกรรมาธิการ เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศไทยต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิจิทัลให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและระดับประเทศสู่อาเซียน เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางการค้าและบริการ ดิฉันเห็นเปึนประเด็น การปฏิรูปที่สําคัญอย่างยิ่ง เปึนหัวใจสําคัญของดิจิทัล ประหยัดค่าใช้จ่ายยุคโลกาภิวัตน์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลก็คือ ผู้บริโภคและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัลและแลกเปลี่ยนสินค้าบริการ ภายใต้การแข่งขันโดยเสรีและเปึนธรรม การเพิ่มประสิทธิภาพภายใน การประกอบธุรกิจ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างนวัตกรรมของใหม่ ๆ และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา องค์กรความรู้ สังคมดิจิทัลมีความสําคัญและมีความจําเปึนกับชีวิตที่จะต้องเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ํา ไม่ได้เปึนการถดถอย ได้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ สร้างบุคลากรให้มีศักยภาพ ได้เตรียมความรู้ให้ทันสมัยสู่โลกดิจิทัลทุก ๆ ประเทศ ยุทธศาสตร์เห็นว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อประเทศชาติ ความทัดเทียมดิจิทัลระดับนานาชาติของประเทศไทยเราถึงหรือยัง โทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส
ระบบดิจิทัลจะทําให้พัฒนาข้อมูลต่าง ๆ มีประสิทธิภาพ ดังนั้นในอนาคตจะต้องพัฒนา เกษตรกรและผู้ประกอบการให้สู่โลกดิจิทัลให้ทั่วถึงเพื่อรับข้อมูลและผลกระทบ และปริมาณ ผลผลิตทําให้เกษตรกรได้ต่อรองราคากับผู้ประกอบการโดยตรง ลดปัญหาพ่อค้าคนกลาง ระบบดิจิทัลเพื่อการเกษตรของประเทศเกษตรกรรม เพราะประเทศไทยมีการเกษตร มากมายน่าจะส่งเสริมความเข้มแข็งให้ภาคธุรกิจฐานรากของประชาชน สร้างชุมชน ให้เข้มแข็ง ดิฉันคิดว่าดิจิทัลจะทําให้ประเทศชาติมั่นคง มั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืน เศรษฐกิจมั่นคงได้ ความเข้มแข็งก็จะเกิดความยั่งยืน ยกตัวอย่างปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะ ดิฉันอยู่จังหวัดยะลา พืชผลเกษตร ผลไม้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมากมาย ราคากําหนดไม่ได้เลย ผลผลิตออกมานําไปขายแล้วจากการที่ต้นทุนปลูกนี้ราคาต่ํา แล้วก็ ผู้ซื้อจะกดราคา เกษตรกรไม่มีสิทธิรู้ราคากลางของตลาด ทําให้เกษตรกรและชาวสวนยาง จังหวัดของดิฉันขายผลไม้ได้ราคาไม่เต็มความเปึนจริงก็เกิดความจน เกิดความไม่พอ เกิดเศรษฐกิจ ข้อที่ ๒ เมื่อมีระบบดิจิทัล เกษตรกรชาวสวนยางใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจังหวัดยะลาของดิฉันนะคะ มียางพารา มีสวนยางและสวนผลไม้ ก็จะรู้จํานวนปริมาณ ผลไม้ในท้องตลาด รู้ราคา ทําให้เกิดการเตรียมผลผลิตที่จะส่งต่อให้กับประชาคมอาเซียน หรือประเทศอาหรับหรือประเทศอื่น ๆ เพราะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนที่อุดมสมบูรณ์ ร่มเย็นเปึนสุขแต่มีปัญหาแค่ความไม่สงบ ทําอย่างไรให้เกิดดิจิทัล แล้วก็เตรียมผลผลิตผลไม้ ส่งพ่อค้าให้เพิ่มมากขึ้น แล้วก็จะเปึนการส่งเสริมครัวเรือนที่ดีขึ้น หายจนสักที ส่งเสริมการเรียน ดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกครอบครัว ชุมชนให้ทั่วถึง คนพิการก็มีแบบท่านอาจารย์วิริยะเก่งมาก แล้วคนเราไม่ได้เปึนคนตาบอดคนพิการ ทําไมไม่ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนน่าจะเตรียม ความพร้อมแล้วนะคะให้คนปกติทุกคนเตรียมรู้ในครัวเรือน แล้วก็ในชุมชน อบต. ก็น่าจะทํา โครงการตรงนี้ หรือโรงเรียน หรือในระดับภาครัฐบาลเพื่อต้อนรับอาเซียนเพื่อประเทศชาติ เตรียมความพร้อมได้แล้วนะคะ ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการ และ สปช. ที่เคารพทุกท่านครับ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. หมายเลข ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลก็เปึนคําที่เข้ามาทําให้เรา
มีความคิดในเรื่องของรายได้ที่จะทําให้เกิดความรวดเร็ว รายได้นั้นไม่ใช่เฉพาะตัวเงินนะครับ อย่างอื่นด้วย เรื่องของเวลา หรือเรื่องของแรง ของกําลัง เรื่องของความรักสามัคคีเหล่านี้ ดิจิทัลก็ทําได้ เกิดความบันเทิง ผมได้รับใบจาก กสทช. ใบหนึ่งให้ไปรับทีวีดิจิทัลเขาบอกว่า ได้หลายช่องครับแต่ว่าผมยังไม่ได้ไปรับ ก็ยังนึกอยู่ว่าไปรับเพื่อที่จะดูทีวีดิจิทัล แต่ก็มี ดาวเทียมตั้ง ๒๐๐ ช่อง ๓๐๐ ช่องเหมือนกัน นี่คือระบบดิจิทัล นี่คือเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นดิจิทัลถ้าดูไปแล้วเปึนเรื่องที่สําคัญต่อชีวิตของคนตั้ง แต่เช้าจนกระทั่งเข้านอน เลยนะครับ แม้แต่นอนก็ยังใช้ระบบดิจิทัลได้ เพราะฉะนั้นเรื่องของเศรษฐกิจหรือคําว่า เศรษฐศาสตร์นี้ไม่ได้หมายถึง เฉพาะเรื่องเงินนะครับ ทุกเรื่องครับ เหมือนที่หลายท่าน อภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นสามารถที่จะนํามาใช้ได้ ทําไมดิจิทัลจึงสําคัญเพราะว่า เหมือนกับเปึนเทพบันดาลเลยทีเดียวถ้าเทียบไปนะครับ สมัยก่อนถ้าในหนังตะลุงก็เรียกว่า พับแพวนะครับเร็วมาก อยู่ตรงนี้แปึบเดียวไปอีกที่ห นึ่งแล้ว ความรวดเร็วตรงนี้เปึนไปได้ อย่างไร พวกเราหลายคนที่มีอายุขนาดผม ๖๐ กว่าป้นี่หลายท่านอาจจะคิดว่าคงเอื่อยเฉื่อย ในเรื่องเหล่านี้ แต่จริง ๆ แล้วพวกเราอยู่ในวงดิจิทัล แล้วเราก็รู้ว่าเปึนเรื่องสําคัญ
เพราะฉะนั้นจึงเปึนสิ่งที่เราจะต้องทําความเข้าใจและต้องให้ทันเหตุการณ์ เราส่งข้อความกัน บนจออยู่ภาคใต้ แต่ที่อยู่ภาคเหนือสามารถรับข้อความได้รู้ทันทีทันใด ในที่ประชุมสภา ถ้าไม่ได้เข้าแป็บเดียวรู้แล้วครับ ขออภัย ท่านจิระจะรายงานพวกเราให้ทราบ เหล่านี้เปึนต้น สิ่งที่ผมเปึนห่วงอยู่ก็คือว่าระบบดิจิทัลที่เรามีหรือเรื่องของทั้งหมดทั้งสิ้น ศูนย์เก็บนั้น อยู่ต่างประเทศ ในรายงานนี้ก็มีในหน้า ๖ หรือหน้า ๕ นี่บอกว่าข้อมูลทั้งหมดเก็บอยู่ที่ ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าเก็บอยู่ในต่างประเทศนี้ คือข้อกังวล ถ้าสมมุติว่าประเทศนั้น เกิดจัดการเก็บข้อมูลและไม่ให้ข้อมูลเราแล้วเราจะทําอะไรได้ นี่คือเรื่องหนึ่ง เมื่อหลายป้มาแล้ว ที่บอกว่าระบบคอมพิวเตอร์จะล้มทั้งโลก ป้นั้นเราก็ตกใจกันใหญ่ และปรากฏว่า พอใกล้ถึงวันนั้นก็มีการแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมขอฝากคณะกรรมาธิการว่า เปึนไปได้ไหมถ้าเราจะมีศูนย์เก็บข้อมูลของประเทศไทยอยู่ในประเทศเรานี่เปึนไปได้ไหม และในรายงานนี้ท่านก็บอกว่าประเทศมาเลเซียคิดที่จะให้เปึนศูนย์กลาง เมื่อกี้ ท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ท่านก็พูดถึงเรื่องนี้อยู่ ผมเข้ามาฟังทันพอดี ก็เปึนเรื่องน่าสนใจ คิดให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางหรือเก็บเฉพาะข้อมูลของเรานี้เปึนไปได้ไหม ไม่ต้องเก็บไว้ ต่างประเทศ เพราะถ้าเขาแกล้งเราหรือเกิดสงคราม แล้วแต่นะครับ จะสงครามอะไร ก็แล้วแต่ แล้วก็จะมีปัญหาในเรื่องข้อมูล ก็ขอฝากตรงนี้ว่าถ้าทําได้ก็อยากจะให้ทํานะครับ การสื่อสารทุกวันนี้เปึนไปอย่างรวดเร็ว ถึงขนาดรัฐบาลเราตั้งกระทรวงดิจิทัลขึ้นมา แสดงว่า ต้องสําคัญมาก เพราะฉะนั้นเรานิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ ทุกระบบทั้งหมดมันต้องเคลื่อน ในมหาวิทยาลัยเมื่อกี้ท่านพงศ์โพยม ขออภัยเอ่ยชื่อท่าน ท่านบอกว่าก็มีอยู่บ้างแล้ ว ตอนป้ ๒๕๔๑ เราสามารถประชุมทางไกลกันได้ จังหวัดนครศรีธรรมราชกับ กรุงเทพมหานคร เรียกว่าการสื่อสาร ๒ ทาง ซึ่งสะดวกมาก ไม่ต้องเสียค่าเครื่องบิน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย นี่คือความประหยัด เพราะฉะนั้นระบบไหนทําได้ ทําครับ ไม่ว่าระบบ การเดินทาง ระบบสุขภาพ ระบบโลจิสติกส์หรือระบบการเกษตร ซึ่งมันทําได้หมดตรงนี้ ก็คงจะขอฝากไว้ว่าถ้ากรรมาธิการคิดต่อตรงนี้แล้วไปประสานซึ่งรัฐบาลรองรับ อยู่แล้วเพราะเปึนกระทรวงใหญ่ กระทรวงดิจิทัลก็คงจะไปได้ดี เพราะมันให้ทุกสิ่งทุกอย่าง แก่คนได้ ไม่ว่าเวลาตื่นหรือเวลาหลับก็แล้วแต่ นิดเดียวครับท่านประธานว่าผมไป ปตท. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไปดูระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ แล้วทาง ปตท. ให้ดูระบบทั้งหมด การควบคุมใน ๒๙ ไร่ ก็ต้องขอขอบคุณ ปตท. ปรากฏว่ามีหน้าจอต่าง ๆ ควบคุมหมดเลย
ละเอียดยิบ ผมก็ถามว่าถ้าสมมุติมันเกิด อะไรขึ้นท่านสามารถแก้ไขภายในเวลาเท่าไร ผมกลัวไม่ทันกาล เขาบอกว่า ๓ วินาทีก็สามารถแก้ไขได้ นี่คือเรื่องหนึ่ง และมีซีซีทีวี (CCTV) ๕๐๐ กว่าตัว แล้วไปไกลเปึนสิบกิโลเมตร นี่คือเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ นี่แสดงว่า ปตท. เรื่องดิจิทัลนี่ไปไกลลิบแล้วครับ ก็ขอฝากตรงนี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเพื่อนสมาชิก ผม วสันต์ ภัยหลีกลี้ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านสี่อสารมวลชนครับ ผมขอชื่นชมและให้การสนับสนุนรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังในเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและ เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายดิจิทัล ๑๐ ฉบับ ซึ่งผลการศึกษาและ ข้อเสนอแนะหลายอย่างก็เปึนไปในแนวทางเดียวกัน วันนี้เราเข้าสู่สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล มาได้ระยะหนึ่งแล้ว เรามีอินเทอร์เน็ต เรามีสมาร์ทโฟน (Smart Phone) มีทีวีดิจิทัล และพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลค่อนข้างมาก หลายคนอาจจะติดเฟซบุก (Facebook) หรือว่า ติดไลน์ ตื่นเช้าขึ้นมาก็เรี ยกว่าต้องเป่ดดูไลน์ เป่ดดูอินเท อร์เน็ตกันเปึนอันดับแรก ๆ จํานวนผู้ใช้ไลน์ในเมืองไทย ๓๐ กว่าล้านคน
โทรศัพท์มือถือรุ่นสมาร์ทโฟนเรียกว่าตัวเลขการใช้ก็สูงมาก ผมคิดว่าตรงนี้ที่ทําให้เรามีชีวิต ที่สะดวกสบายมากขึ้น คุณภาพชีวิตก็เรียกว่าดีขึ้นอย่างที่ท่านอาจารย์วิริยะ ท่านได้ ยกตัวอย่างก็เปึนตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีทําให้เรามีคุณภาพชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น การติดต่อการสื่อสารก็ง่ายขึ้น การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือว่าความรู้ก็สามารถทําได้ง่ายขึ้น สมัยก่อนเวลาผลิตหนังสือพิมพ์ต้องใช้เวลาในการหาข่าว ในการเรียบเรียง ในการเขียน ในการผลิต ในการพิมพ์แล้วก็ส่งไปจนถึงบ้าน แต่วันนี้เทคโนโลยีทําให้เราได้รับรู้ข่าวสาร ข้อมูลรวดเร็วเปึนอย่างมากจนทําให้บางคนบอกว่าอนาคตของหนังสือพิมพ์ในวันข้างหน้า อาจจะน้อยลง การใช้กระดาษก็จะลดน้อยถอยลงด้วยเพราะว่าเราใช้บริการของอินเทอร์เน็ต กันมากขึ้น วันนี้เรียกว่าโลกแคบลงติดต่อสื่อสารกันได้อย่างชนิดที่เรียกว่าเรีย ลไทม์ (Real time) ตรงนี้ที่ผมคิดว่าข้อมูลข่าวสารเผยแพร่กันอย่างรวดเร็ว การรับข้อมูลข่าวสารของเรา ก็ยิ่งจะต้องมีวิจารณญาณ ยิ่งจะต้องมีการกลั่นกรอง แล้วจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการดูแล ไม่ให้มีคนใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ พวกนี้ก่ออาชญากรรม ในเรื่องนี้ทางรัฐก็คงจะต้องเข้าไปดูแล ในขณะที่ประชาชนผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเองก็ต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี ในเรื่องข้อเสนอ ของกรรมาธิการผมเห็นด้วยว่าเราจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินฟราสตรั กเจอร์ ทั้งฮาร์ด อินฟราสตรักเจอร์ ซอฟต์ อินฟราสตรักเจอร์ แล้วก็โครงสร้างด้านการบริการ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเราด้วย ผมคิดว่ารัฐควรจะ ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายแล้วก็ทําหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจดิจิทัล ตามข้อเสนอของทางกรรมาธิการ อย่างไรก็ตามภาคเอกชนควรจะเปึนแกนในการขับเคลื่อน บนพื้นฐานการแข่งขันโดยเสรีอย่างเปึนธรรม ลดบทบาทของรัฐในการให้บริการและ การแทรกแซงตลาด ที่สําคัญก็ต้องมีหลักประกันในเรื่องของความปลอดภัยของข้ อมูลและ ความเปึนส่วนตัว เรื่องนี้ต้องร่วมมือกัน คงหมดยุคหมดสมัยที่เราจะนึกถึง เฉพาะ ด้านความมั่นคง โดยที่ไม่ได้คํานึงถึงสิทธิ และเสรีภาพในการสื่อสารหรือว่าเรื่องความเปึน ส่วนตัวของผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหลาย ที่สําคัญผมคิดว่าเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้และ เตรียมสังคมให้พร้อมสําหรับสังคมดิจิทัลมีความสําคัญมาก เพราะว่าเทคโนโลยีดิจิทัล ผมคิดว่าให้คุณมหาศาล สามารถที่จะช่วยให้การทําธุรกรรมหรือว่าช่วยให้ชีวิตประจําวันของเรา ง่ายสะดวกสบายขึ้น ในขณะเดียวกันก็อาจจะเปึนผลร้ายได้ ดังนั้นก็คงจะต้องรู้เท่าทัน
และใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ที่สําคัญการเข้าสู่สังคมดิจิทัลมีคนบอกว่าถ้าจะให้ มีประสิทธิภาพเราต้องเลิกคิดแบบอะนาลอกจะต้องคิดแบบดิจิทัลครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกทุกท่าน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ดิฉันมี ๓-๔ ประเด็นที่อยากจะเปึนข้อเสนอแนะเพิ่มเติมกับทางท่านกรรมาธิการ ดิฉันคิดว่าเรื่องร้องเรียนชัดเจนว่าถ้าเปึนเรื่องร้องเรียนออนไลน์มีกลุ่มประเด็นปัญหาที่สําคัญ อยู่ ๔ ประเด็นจาก ๑๔๓ เรื่องที่ได้รับขององค์กรผู้บริโภค ประเด็นแรกที่แรงสุดก็คง จ่ายเงินแล้วไม่ได้สินค้า
ประเด็นที่ ๒ ซื้อสินค้าแล้วก็ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ตรงตามที่โฆษณาในเว็บไซต์นะคะ ประเด็นที่ ๓ ก็คือได้รับสินค้าล่าช้า ประเด็นสุดท้าย เปลี่ยนยาก คืนยาก เงินก็คืนยาก เมื่อจ่ายเงินไปแล้วนะคะ ซึ่งสิ่งที่ดิฉันพูดสอดคล้องกับรายงานผลการสํารวจพฤติกรรมผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยป้ ๒๕๕๘ ของสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ที่สํารวจคนถึง ๑๗,๐๑๐ คนว่าคนที่ไม่ใช้อินเทอร์ เน็ต เพราะกลัวถูกหลอกถึง ๕๗.๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้สัมผัสของก่อนซื้อ ไม่มีสินค้าที่ต้องการ ชอบเดินชอปป่ง (Shopping) ไม่ได้เจอคนขาย แล้วก็มีประเด็นอื่น ๆ แล้วก็สอดคล้องกับข้อกังวลของผู้บริโภคนะคะ จากการสํารวจนี่แล้วก็จากปัญหาค่ะไม่ใช่จากการสํารวจก็หมายถึงว่าคนใน ๑๗,๐๑๐ คนนี่ มีคนที่ซื้อของแล้วได้รับของล่าช้ากว่ากํา หนด ๕๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ได้รับสินค้าไม่ตรงตาม ในเว็บไซต์ ๒๙.๙ เปอร์เซ็นต์ สินค้าชํารุดเสียหาย ๒๔ เปอร์เซ็นต์ จ่ายเงินแล้วไม่ได้สินค้า ๐๙.๖ เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็ได้รับสินค้าไม่ครบตามจํานวนที่สั่งซื้อ ส่งคืนสินค้าแล้วไม่ได้รับ เงินคืน จะเห็นว่าสอดคล้องกับที่ดิฉั นพูดถึงเรื่องร้องเรียนขององค์กรผู้บริโภคนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะเกิดขึ้นได้ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วตัวเลข ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่ยัง ไม่มั่นใจในการใช้ซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตเปึนประเด็นที่มีความสําคัญนะคะ ดิฉันอยากจะให้ ข้อมูลว่าการคุ้มครองผู้บริโภคที่ประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วนะครับ โออีซีดี (OECD) องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา โออีซีดีได้กําหนดหลัก ๘ ประการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิ กส์นะคะ ประเด็นแรก การคุ้มครองผู้บริโภคต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และที่สําคัญต้องคุ้มครองผู้บริโภคไม่น้อย ไปกว่าออฟไลน์ (Offline) ประเด็นที่ ๒ การทําการตลาด การโฆษณาในรูปแบบที่ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เปึนหลักทั้งออนไลน์ แล้วก็ออฟไลน์อยู่แล้ว ให้ข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องเข้าถึงง่าย ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ประเด็นที่ ๓ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการนะคะ เช่น ชื่อที่จดทะเบียนต่าง ๆ ชื่อการค้า ข้อมูล เพื่อการติดต่อ ช่องทางที่ผู้บริโภคจะติดต่อได้สะดวกนะคะ ประเด็นที่ ๔ การกําหนดให้มี ขั้นตอนที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแก้ไขหรือยืนยันสิ่งที่ตัวเองต้องการซื้อ ขณะนี้ หลายประเทศนะคะ เมื่อเราเริ่มต้นจ่ายสตางค์จะรู้ทันทีเลยว่าสินค้าขณะนี้กําลังแพก (Pack) มีคนเดินไปส่งไปรษณีย์เราสามารถตรวจสอบกับเว็บไซต์ที่เราซื้อได้เลยนะคะ ระบบ
การจ่ายเงินที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยนะคะ ระบบการชดเชยเยียวยา การรับมือกับข้อพิพาท ต่าง ๆ นะคะ ซึ่งอันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญเปึนลําดับที่ ๖ ลําดับที่ ๗ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่อง ใหญ่มากที่เราคุยกันก็คือการรักษาข้อมูลความเปึนส่วนตัวของผู้บริโภค หลายคนเดินไป ร้านขนมปัง ร้านขนมปังถามเราว่าอันนี้เปึนงานรณรงค์ที่ประเทศเดนมาร์กนะคะ ร้านขนมปัง ถามเราว่าเบอร์สุดท้ายที่คุณโทรศัพท์นี่เปึนเบอร์ใคร เราตกใจนะคะว่าทําไมร้านขนมปัง ถามคําถามอย่างนี้ คนที่ ๒ เดินไปที่ร้านขนมปังนั้นอีกนะคะ ปรากฏว่าเขาถามคําถามว่า บ้านคุณอยู่ที่ไหนเผื่ อเราจะให้บริการคุณนะคะ คนที่ ๓ เข้าไปบอกว่าพี่สาวคุณ เบอร์โทรศัพท์เบอร์อะไร ทุกคนต่างปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับร้านขนมปังใกล้บ้านนะคะ แต่เมื่อเราใช้อินเทอร์เน็ตนี่ อินเทอร์เน็ตขออะไรเราให้ข้อมูลกับอินเทอร์เน็ตทั้งหมดนะคะ เพราะฉะนั้นการรักษาข้อมูล ความเปึนส่วนตัว และดิฉันได้ยินเพื่อนสมาชิกพูดไปนะคะ คุณเตือนใจบอกว่าอยู่ดี ๆ คนก็โทรศัพท์มาที่บ้านมาขายของ เรื่องนี้เปึนเรื่องการรักษาข้อมูล ความเปึนส่วนตัว เพราะนั้นเราต้องยึดหลักว่าข้อมูลต้องไม่ให้ไว้ก่อนนะคะ จนกว่าผู้บริโภค จะเปึนคนแจ้งความจํานงนะคะ
ไม่ใช่เราให้ข้อมูลก่อนแล้วก็ผู้บริโภคไม่พอใจ ผู้บริโภคก็ไปปฏิเสธเอานะคะ ดิฉันคิดว่า ตรงนี้เปึนหลักที่มีความแตกต่างกัน แล้วก็ประเด็นสุดท้าย การให้การศึกษากับผู้บริโภค เกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยความร่วมมือของรัฐบาล ผู้ประกอบการและองค์กร ผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคทําธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีข้อมูลที่เพียงพอกับการตัดสิ นใจ เปึนหลัก ๘ ข้อของโออีซีดี ที่ดิฉันคิดว่าเราต้องนํามาใช้ในการกําหนดหลักเกณฑ์ ในการทําเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะไม่อย่างนั้น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่คนไม่ไว้วางใจ หรือคนที่ ไม่ใช้บริการก็จะไม่เกิดขึ้ น แล้วก็ประเด็นสุดท้ายดิฉันคิดว่าจริง ๆ การทําเรื่องเศรษฐกิจ ดิจิทัลน่าจะนํามาซึ่งการค้าที่เปึนธรรมมากขึ้น หรือค่าธรรมเนียมที่เปึนธรรมกับผู้บริโภค มากขึ้น เราจะเห็นได้ชัดนะคะว่าขณะนี้ค่าธรรมเนียมธนาคารต่าง ๆ ที่แพงมาก แล้วธนาคาร ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยลดราคา ทั้ง ๆ ที่การถอนเงิน การโอนเงิน การจ่ายเงินทางธุรกรรม ไม่ได้มีต้นทุนมากมายนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าน่าจะนํามาซึ่งการคุ้มครองผู้บริโภค ที่มากขึ้นด้วย แล้วก็การค้าที่เปึนธรรมกับผู้บริโภคมากขึ้น ขอบพระคุณมากค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพนา ทองมีอาคม ค่ะ
เรียนท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิก ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผมขึ้นมาก็อยากจะขอขอบคุณท่านกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ ทําการศึกษาอย่างดีนะครับ ก่อนที่จะอภิปรายต่อไปจากนี้ต้องกราบเรียนไว้ล่วงหน้าก่อนว่า ผมเห็นความสําคัญแล้วก็ลําเอียงไปในทางสนับสนุนงานนี้แน่นอนอยู่แล้ว ความสําคัญของ เศรษฐกิจระบบดิจิทัลนี่นะครับ อยากจะชี้อย่างนี้นะครับว่าถ้าเราเปรียบเทียบสมัยก่อน สัก ๑๐๐ ป้ การค้าขาย ความเปึนอยู่ของคนไ ทยเราค่อนข้างจะติดอยู่กับแม่น้ํา ลําคลองต่าง ๆ เพราะนั่นคือที่ที่เราใช้เดินทางติดต่อค้าขายขนส่งสินค้า หลังจากนั้นต่อมา การพัฒนาเราเริ่มมีรถไฟมากขึ้น จะเห็นว่าความเจริญของบ้านเมืองก็จะเกาะติดอยู่กับ จังหวัดที่รถไฟผ่าน โดยเฉพาะสถานีรถไฟผ่าน เมืองต่าง ๆ ถ้าจะยกตัวอย่างนะครับ ก็อย่างอําเภอตะพานหินบ้าง หรือว่าชุมทางรถไฟสําคัญ ๆ ก็จะมีการพัฒนาเยอะนะครับ ตามมาด้วยคลังสินค้าและการค้าขายต่าง ๆ มากมาย จะเห็นว่าระบบเส้นทางขนส่งทางบก ก็เหมือนกัน เมื่อต่อมามีถนนถนนไปถึงไหนเขตนั้นเจริญ การค้าขายเปลี่ยน นี่คือการเปลี่ยนแปลงของระบบความเปึนอยู่และการค้าขายระบบเศรษฐกิจของประเทศ
รวมถึงศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศูนย์กลางทางด้านสุขภาพต่าง ๆ โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็จะไปอยู่ตามชุมชนพวกนี้ นี่เปึนความสําคัญ เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลผมอยากจะเรียนว่า ตรงนี้เปึนอีกค รั้งหนึ่งที่จะเปึนการเปลี่ยนแปลงแบบสําคัญแล้วเราชอบหรือไม่ชอบ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยแน่ ถ้าเราจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เราเองก็จะต้องเตรียมตัว ผมมองนะครับว่าเศรษฐกิจดิจิทัลที่กําลังจะทํานี้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง เห็นความสําคัญ จะเห็นว่ารัฐบาลเองให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก และพวกเราเองในสภานี้ ก็ควรจะร่วมคิด ร่วมสนับสนุน ดูให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้เต็มที่ ประโยชน์ที่เราจะได้จากตรงนี้ ส่วนแรกสุดเลยมันจะลดภาระเรื่องโลจิสติกส์ของประเทศ ไปได้เยอะไม่ได้หมายความว่าแทน แต่อะไรที่ไม่ต้องขนส่งทางกายภาพ หรืออะไรที่ไปได้ เร็วกว่า สะดวกกว่า ด้วยระบบของดิจิทัลก็ไปทางนั้น ทั้งนี้เรื่องนี้จะลดทั้งเวลาและต้นทุน ทั้งหมดมีส่วนอย่างสําคัญนะครับ เศรษฐกิจดิจิทัลที่จะลดต้นทุนทางการค้า อย่างน้อย ๆ เราจะเห็นว่าสินค้าเข้าไปขายตามห้าง ตามร้านต่าง ๆ จะต้องโดนค่าส่วนลด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะมากกว่านั้น ส่วนนี้จะลดไปเพราะว่า ถ้าเผื่อเราค้าขายผ่านระบบดิจิทัล สิ่งเหล่านี้จะทดแทนเพราะว่าจากผู้ผลิตหรือว่าคนกลาง ซึ่งมีต้นทุนต่ําสามารถให้บริการได้ ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกอย่างจะขาย ผ่าน ทางนี้ได้
แต่สิ่งที่ไปได้ก็ควรจะไปทางด้านนี้ การค้าขายผ่านทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ยังจะช่วยลดปัญหาเรื่องเงินเฟัอด้วย ผมมองว่าการที่คนไปใช้เงิน ตามห้างบางครั้งซื้อของที่ราคาสูง แล้วกระบวนการที่จะทําให้ของขายได้แพงมาก ทั้งการ ตกแต่งทั้งการจ้างคนพวกนี้เปึนความสูญเสียทั้งนั้น เสร็จแล้วก็พยายามสร้างอิมเมจ (Image) สินค้าก็มีราคาแพงขึ้นไปทุกคนกลายเปึนเห่อเหิมด้วย ทั้งนี้จะช่วยเข้ามาแต่แบ่งเบาทางด้านนี้ ผมไม่ได้หมายความว่าแทนได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างที่ผมพูดนี่เปึนการคู่ขนานกันไปกับ ระบบที่มีอยู่แล้วก็มีการเสริมซึ่งกันและกัน การค้าขายทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการทํา นิติกรรมธุรกรรมต่าง ๆ ยังลดความสูญเสียจากเรื่องเวลาแล้วก็การขนส่งอีกมากมาย การเดินทางของคน ดังนั้นเปึนส่วนสําคัญ การพัฒนาทางอิเล็กทรอนิกส์ทําให้ประเทศเรา เชื่อมกับคนอื่นโดยที่เราปฏิเสธไม่ได้ เราจะพัฒนาหรือไม่พัฒนาโลกนี้ก้าวเข้ามาหาเรา เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคมเดิมที่มีอยู่แล้วทําให้เราเชื่อมต่อ เรา ไม่ต้องการทําอะไรคนของเราก็จะออกไปค้าขายกับต่างประเทศ ทําไมเราไม่พัฒนาของเราให้ดี เพื่อให้เกิดความสมดุลตรงนี้ก็จะช่วยได้ ในส่วนของการพัฒนาผมขอสรุปเร็ว ๆ เลยก็แล้วกัน ผมมองอย่างนี้ว่าสิ่งที่เรามอ งเราต้องทําในเรื่องของการวางแผนอนาคต โครงสร้างด้านกายภาพหรือฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ นี่เปึนเรื่องของการเข้าถึงซึ่งเราจะต้องคิด ล่วงหน้าไว้ว่าเราต้องการอะไรบ้าง เราต้องพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง พัฒนากฎหมายให้ ทันสมัย และพัฒนาการกํากับดูแลด้วยการกํากับดูแลอย่างสมัยใหม่ให้ ทัน เราต้องแก้ปัญหา ปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่มีปัญหาอะไรบ้างตรงนี้ต้องช่วยเขา ปัญหาเรื่องการแสดงสิทธิ ระบบลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ความมั่นใจในการใช้ระบบ แล้วก็การตรวจจับถ้ามีการผิดพลาด เราต้องดูว่าทรัพยากรที่มีอยู่อะไรที่เอามาใช้ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องการพัฒนาแต่เอามาใ ช้ ระบบ เคเบิลทีวี (Cable TV) ทั้งหมดถ้าเราดูจริง ๆ แล้วมันก็คือเปึนระบบอินเทอร์เน็ตแบบหนึ่ง เหมือนกัน ถ้าเราสามารถเอามาใช้ตรงนี้ก็จะใช้ได้ หลังจากนั้นมาถึงในเรื่องส่งเสริมซึ่งผมคิดว่า ถ้าเผื่อเรามีระบบอยู่แล้วระบบเราดีการส่งเสริมก็ทําได้ง่าย แต่ถ้าเผื่อระบบมันไม่ดีเราไป ส่งเสริมก็เหมือนกับการชักชวนขายบ้านจัดสรรบนดวงจันทร์ซึ่งเปึนไปไม่ได้ ผมขออนุญาต สรุปเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๕ ท่านที่ได้แจ้งความจํานง จะอภิปรายให้ความเห็นในเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อภิปรายครบแล้ว ต่อไปดิฉันขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณาตอบชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก ๑๕ ท่านที่ได้อภิปรายความคิดเห็น จากการอภิปรายนั้นทําให้เราเห็นคําเด่น ๆ อยู่หลายคํา อย่างเช่นที่ท่านธรรมรักษ์พูดถึง (Polios) โพลิออส หรือว่าภัยคุกคามจากการไปเปึนดิจิทัล โซไซตี หรือดิจิทัล อีโคโนมี ท่านเตือนใจพูดถึงเรื่องการศึกษากับอินเทอร์ เน็ต การเกษตรแบบดิจิทัล คุณหมอพรพันธุ์ พูดถึงเรื่องการเหลื่อมล้ําอันเกิดจากการขาดการศึกษาและการประกอบอาชีพ คุณเทียนชัย พูดถึงเรื่องไซเบอร์ ซิเคียวริตี รวมทั้งคุณวสันต์พูดถึงเรื่องส่งเสริม และสนับสนุนเรื่องนี้ โดยให้เอกชนเปึนผู้ขับเคลื่อน แล้วก็มีการแข่งขันเสรียิ่งขึ้น คุณสารีพูดถึงเรื่องของ อีกัฟเวิร์นเม นต์ การจ่ายเงินจ่าย ตามคุณภาพของสินค้า จิปาถะ ผมคิดว่าทั้งหมดนั้น เปึนสิ่งที่เราพยายามที่จะทํา ให้มีการปรับปรุงแก้ไขหรือทําให้ดี ขึ้น ผมเริ่มต้น ในการเสนอเรื่องนี้ด้วยการอ้างถึงดอน แทปสคอตในหนังสือดิจิทัล อีโคโนมีเล่มนี้ว่าเขาพูดว่า ดีส อิส แอน เรฟโวลูชัน แอส ซิกนิฟ่คานท์ แอส เอนนี อาร์เทอร์ อิน ฮิวแมน ฮีสทอรี (This is an revolution as significant as any other in human history) นั้นเปึนการ ปฏิวัติที่สําคัญที่สุดอันหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษย์ ดิจิทัลไลเซชัน (Digitalization)
ซึ่งมันจะมีทั้งพรอมมิส (Promise) คือให้โอกาสเยอะแยะกับเปึนภัยคุกคาม ผมคิดว่า เราพยายามจะทําให้โอกาสนั้นเราได้มากที่สุด แล้วก็ลดภัยคุกคามให้เหลือน้อยที่สุดนะครับ ภัยคุกคามที่น่าเปึนห่วงมากก็คือเรื่องของการทําให้ความเหลื่อมล้ําในสังคมสูงยิ่งขึ้น มากยิ่งขึ้น เร็วยิ่งขึ้น ถ้าเราไม่ทําการปรับตัวให้ทันกับลักษณะการพัฒนาของดิจิทัล อีโคโนมี และที่สําคัญอย่างมากสําหรับประเทศไทยก็คือถ้าเราไม่รีบทําเรื่องนี้ให้เปึนชิ้นเปึนอัน เปึนมรรคเปึนผล เราจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นมันจึง ไม่มีทางเลือกอื่นใดเลยที่จะทํา นอกจากเราจะต้องทําให้มันเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ผมเน้นถึงเรื่อง ของการสร้างอินฟราสตรักเจอร์นะครับ ซึ่งจะต้องมีการแข่งขันให้คนเข้ามาแข่งขันลงทุน เราจะได้มีเหมือนถนนที่ใหญ่มีรางรถไฟที่รางคู่มีรางรถไฟที่มีความกว้างของรางนั้น เปึนมาตรฐาน มีความรวดเร็วจิปาถะนะครับ แล้วก็มีการพัฒนาคนและความรู้ที่จะใช้ ประโยชน์จากการที่มีดิจิทัล โซไซตีให้เกิดขึ้น และที่สําคัญก็คือว่านอกจากคนเก่งมีความรู้ ในการใช้ยังใช้ประโยชน์ให้เปึนด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ใช้ประโยชน์เพื่อการบันเทิง แต่ถ้า สิ่งเดียวกันนั้นแหละ เบสิก อินฟราสตรักเจอร์ (Basic Infrastructure) อันเดียวกันนั้นแหละ สามารถปรับใช้ให้เปึนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากและนี่คือจุดประสงค์ของรายงาน ฉบับนี้เพื่อแนะนําไปยังรัฐบาลว่าเราเปึนห่วงประเด็นอะไรบ้างใน ๕ ประเด็นหลัก เพื่อได้ช่วยกันทําให้ความเปึนดิจิทัล อีโคโนมีนั้นมีนัยสําคัญ มีผล แล้วก็เกิดขึ้นรวดเร็ว เปึนประโยชน์ต่อประชาชนประเทศชาติ แล้วก็ทําให้เกิดความทัดเทียมมากกว่าทําให้เกิด ความเหลื่อมล้ํา ท่านประธานครับ พรุ่งนี้เช้าอนุกรรมาธิการจะประชุมเพื่อนําข้อคิดเห็น ไปผนวกเข้ากับสิ่งที่เราทําไว้ แล้วก็ในนามของคณะกรรมาธิการผมขอข อบคุณ คณะอนุกรรมาธิการและโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก แล้วก็ท่านสมาชิกที่ให้โอกาส เราได้มีโอกาสในการรายงานในครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจาร ณาวาระการพัฒนาเรื่อง เศรษฐกิจดิจิทัลแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ กับรายงานวาระการพัฒนาตามที่คณะกรรมาธิการนําเสนอค่ะ แล้วก็ก่อนที่จะขอมติ จากที่ประชุมดิฉันขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะคะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เดี๋ยวคอยนิดหนึ่งนะคะ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนค่ะ ท่านกรุณาเสียบบัตรแล้วก็ กดปุ์มที่ช่องแสดงตนนะคะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๙๙ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการในวาระการพัฒนา เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ตามที่ได้นําเสนอ ถ้าเผื่อหากว่าเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านลงมติค่ะ ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านลงคะแนนแล้วนะคะ ป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๐๐ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๙๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน
ท่านประธานครับ เมื่อกี้ ๑๙๙ ที่เพิ่มไปอีก ๑ คือของผมนะครับ เปึน ๒๐๐ ครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยค่ะ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ณรงค์ค่ะ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน
แต่ท่านลงคะแนนแล้วนะคะ เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระการพัฒนา เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
แต่ว่าท่านกรรมาธิการยังมีอีกเรื่องหนึ่งต่อเนื่องไปเลยนะคะ ดิฉันคงจะขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานวาระการพัฒนาเรื่องการเปึนศูนย์กลางอาเซียน เพื่อจะได้เปึนแนวทางในการพิจารณา
ขอเชิญท่านประธานค่ะ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ วาระนี้เปึนวาระการพัฒนาอีกวาระหนึ่งนะครับ เมื่อเราเอ่ยถึงคําว่าอาเซียน อาเซียน คอมมิวนิตี หรือประชาคมอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน หรือเออีซี (AEC) เราเอ่ยคําเหล่านี้เราคิดถึงอะไรบ้าง ภาพแรกที่ท่านเห็นนั้นเปึน โลโก (Logo) ของอาเซียน ท่านคงทราบนะครับว่าตรงกลางที่เปึนสีเหลืองนั้นมันเปึนฟางข้าว ที่เขานับจํานวนประเทศแล้วก็มัดรวมกันเข้ามา เพื่อแสดงให้เห็นว่าการรวมเปึนมัดนั้น ย่อมแข็งแรงกว่าการอยู่เดี่ยว ๆ และตอนนี้มีอยู่ ๑๐ ประเทศ มี ๑๐ มัด ทีนี้ถ้าเรามองถึง ประเทศทั้งหมดนั้นเราก็จะเห็นว่ามันกินเนื้อที่ค่อนข้างจะกว้างใหญ่ไพศาลนะครับ ๑๐ ประเทศที่ท่านเห็นประเทศไทยอยู่ตรงกลาง ๆ ล้อมรอบด้วยซีแอลเอ็มวี แล้วก็ในขณะนี้ เราก็คิดถึงเรื่องของการเปึนอาเซียน คอมมิวนิตี ท่านจะเห็นว่ามันมีคําว่าอาเซียน ชาร์เตอร์ (ASEAN Charter) ตัวนี้คือรัฐธรรมนูญของอาเซียนนะครับ ที่ทําให้อาเซียนมีเขี้ยวเล็บ มีความหมาย ไม่ใช่เปึนเพียงแต่วาจา แล้วก็ปากอย่างตกลงอย่างแล้วก็ไม่ทํา แล้วก็ จะประกอบด้วย ๓ ประชาคมด้วยกัน คืออาเซียนเปึนประชาคมหลักและภายในนั้นก็จะมี เรื่องของการเมือง สังคม แล้วก็เศรษฐกิจ ทีนี้ในกรรมาธิการของพวกเราที่ทํางานเศรษฐกิจนั้น เวลาเราพูดถึงคําว่าอาเซียนมันก็เปึนคําใหญ่นะครับ คําใหญ่ในทิศทางยุทธศาสตร์ที่เราจะมี เราตั้งเปัาไว้ว่าเราจะเปึนประเทศที่ ผมไม่รู้จะเอาใจคนทุกคนได้หรือเปล่านะครับ แต่เราใช้ คําว่าประเทศเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) ที่พัฒนาแล้ว แล้วจะได้เงินเท่าไรก็แล้วแต่ เปัาหมายก็แล้วแต่
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เราจําเปึนต้องมีเครื่องมือทางยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ความเปึนพาณิชยภูมิพัฒนาในป้ ๒๕๗๕ ให้ได้ และเครื่องมืออันหนึ่งนั้นก็คือการเปึน ศูนย์กลางของอาเซียน ท่านดูที่สีน้ําเงินตรงประมาณ ๒ ทุ่ม ถึง ๓ ทุ่ม นี่คือ คําใหญ่คําหนึ่งของเรา แล้วก็เมื่อเราพูดถึงตัวนี้เราก็ไปคิดถึงว่าถ้าจะทําให้เปึนศูนย์กลาง อาเซียนได้เราก็จะต้องมีเครื่องมือที่จะทําไปอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของการไปลงทุน ในต่างประเทศ ในการลงทุนในต่างประเทศเราก็มุ่งหมายว่าเราน่าจะต้องเข้าไปในประเทศอาเซียน เคียงข้างเราเสียก่อน โดยการใช้เครื่องมือทางความช่วยเหลือ สาธารณูปโภคเข้าไปพัฒนาคน ของเขา เข้าไปร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อให้เขามีความรู้สึกไว้วางใจและเปึนเพื่อนเรา นี่คือ คําใหญ่คําที่ ๒ และในตัวมันเองคือคําว่าเซนทรัลลิตี ออฟ อาเซียน (Centrality of ASEAN) ที่ท่านเห็นอยู่เดี๋ยวนี้นั้นมันก็มีเรื่องที่ต้องทําหลายเรื่องมากในทั้งตัวเราเองกับเพื่อนบ้านเรา โดยเฉพาะตัวเราเองนั้นนโยบายก็ดี นโยบายการเจรจาก็ดี เสถียรภาพทางการเมืองก็ดี ความสามารถในการผลิตก็ดี แล้วก็ความเปึนดิจิทัล โซไซตีต่าง ๆ ก็ดี ล้วนมีความหมาย อย่างยิ่งที่จะทําให้เราดํารงความเปึนศูนย์กลางอาเซียนได้ แต่ท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึง อาเซียนนั้นเราพูดถึงอาเซียน ด้วยความรู้สึกหลายอย่างผสมผเสกัน อันที่ ๑ เราพูดเรื่อง อาเซียนด้วยความหวัง เราคิดว่าเราจะโตขึ้น ตลาดเราจะใหญ่ขึ้น เราจะมีประชากรภูมิภาคนี้ มากขึ้น แต่อีกความรู้สึกหนึ่งเรารู้สึกว่าเราหวั่น เรากลัวว่าเราจะสู้ได้หรือเปล่า และเพราะเหตุนั้น เราจึงมีความรู้สึกว่าอาเซียนมันเปึนภัยคุกคามเราจะแข่งได้ไหม แต่ผมคิดว่าเราจะคิดอะไร ก็แล้วแต่ความจริงก็คือความจริง เราจะต้องยอมรับความจริงว่ามันเปึนบางอย่างที่เราต้อง อยู่กับมัน เราต้องอยู่กับอาเซียนให้ได้ แล้วเราต้องเอาประโยชน์จากอาเซียนให้ได้ เราอยู่ถึง คอแล้ว น้ําจะท่วมถึงคอถึงจมูกเรายังบอกว่าเรายังไม่รู้อีก ผมคิดว่าคงไม่ใช่ เราต้องจัดการ กับมันให้ได้ แล้วท่านอย่าลืมประเทศไทยเปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน ในป้ ๒๕๑๐ เมื่อ ๔๘ ป้ที่แล้ว เราเปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน แล้วหลังจากนั้นมาในป้ ๒๕๒๑ เราก็ไปทําเรื่องอาเซียน เพรฟเฟอเรนเชียล เทรดดิง อะเรนจ์เมนต์ (ASEAN Preferential Trading Arrangement) ลดภาษีระหว่างกัน แต่ในสมัยนั้นเมื่อ ๔๐ กว่าป้ที่แล้วไม่ค่อยมีความหมายอะไรครับ และเรานั่นแหละเปึนผู้ไปผลักดันว่าให้เกิดอาฟตา (AFTA) ขึ้น ในป้ ๒๕๓๕ รัฐบาล นายอานันท์ ปันยารชุน เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าเราเปึนคีย์ เพลเยอร์ (Key player) ตั้งแต่
เริ่มต้นการตั้งอาเซียน ๔-๕ ประเทศ มาถึงเปึนเรื่องของอาฟตา เราเปึนผู้ที่เล่นบทบาท ในความเปึนผู้นําทั้งสิ้น แล้วต่อมาเราก็ไปทําเรื่องของเซอร์วิสเซส (Services) การเป่ด เสรีการค้าบริการ และการลงทุนในป้ ๑๙๙๘ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าในช่วง ๔๘ ป้ ที่ผ่านมานั้นเราเปึนผู้มีบทบาทอย่างมากเลยในอาเซียน เพราะฉะนั้นคําถามก็คือว่าเราจะทําอะไร กับมันต่อ ไป เราคิดถึงอาเซียน คอมมิวนิตี บางท่านบอกว่าปลายป้นี้เราจะเปึนแล้ว แต่ผมขอเรียนว่าเราเปึนมาเรื่อย ๆ แล้ว เราไม่ได้เพิ่งจะเปึนปลายป้นี้ เพราะว่าตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๖ ที่เริ่มอาฟตา เปึนป้แรกนั้นนั่นคือก้าว แรกของการเข้าสู่ความเปึนประชาคม อาเซียน แล้วก็จนกระทั่งถึงป้ ๑๙๙๘ เราก็ไปบรรลุหลาย ๆ อย่างที่จะประกอบกันเปึนอาเซียน คอมมิวนิตีแล้วในป้ ๒๐๐๓ เมื่อ ๑๒ ป้ที่แล้วเราบอกว่าจะเปึนอาเซียน คอมมิวนิตี ในป้ ๒๐๒๐
ผ่านไปอีก ๔ ป้นะครับ สมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์เปึนนายกรัฐมนตรี เราได้ขอให้เปึนอาเซียน เร็วขึ้นในป้ ๒๐๑๕ และมันก็มาเร็วปลายป้นี้จะถึงเวลานั้นแล้ว เราพูดถึงอาเซียน คอมมิวนิตี คงจะมีคําถามในใจว่ามันคื ออะไร ทําไมต้องอาเซียน อีโคโนมิก คอมมิวนิตี (ASEAN Economic Community) อันที่ ๒ คือว่ามันจําเปึนแค่ไหน หรือมันเปึนทางเลือก แล้วที่ คนมักจะถามคือว่าแล้วมันจะแข่งขันได้หรือเปล่า ผมคิดว่าความจําเปึนคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ มันไม่ใช่ทางเลือก เรามีแรงต่อรองน้อยในเวทีโลก เขามีประชากรน้อย มีตลาดที่เล็ก เรามีการส่งออกที่ดี เราขาดทรัพยากร เราขาดแรงงาน เราขาดพลังงาน เพราะฉะนั้นถ้าเรา ไม่มีตลาดใหญ่มารองรับ ผมคิดว่าเราจะเจริญได้ไม่ดีเท่าไรนัก ประเด็นในระหว่างประเทศ ก็คือว่าในโลกนี้มีการรวมกลุ่มทางการค้ำมากมาย ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมามีการเจรจา เพื่อรวมกลุ่มทางการค้าเปึนพัน ๆ รายไขว้กันนะครับ ประเทศในโลกนี้มีประมาณ ๒๐๐ ประเทศ แต่มันไขว้กันทําจํานวนเปึนพัน ๆ รายนะครับ เราจึงจําเปึนต้องมีพลังต่อรอง เบื้องหลังเราเวลาเราไปอยู่กับโลก ไม่มีใครฟังเราหรอกถ้าเราประเทศไทยคนเดียว แต่เราเอา อาเซียนมาเปึนพวกเรา เราจะได้เจรจากับประเทศสหรัฐอเมริกา เจรจากับประเทศจีน เจรจา กับยุโรปในสภาวะที่ทัดเทียมกันมากยิ่งขึ้น ประเด็นที่เราถามกัน แล้วเราแข่งได้ไหม ผมคิดว่าเราอยู่ในฐานะที่ดีมากในอาเซียน ความสามารถในการแข่งขันบางอย่างเราอาจจะสู้ ประเทศเวียดนามไม่ได้ เมื่อตอนเช้าที่แสดงถึงเรื่องของการใช้อินเท อร์เน็ตกับการ ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่อย่างอื่นเรื่องของความผสมผสานทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึน อุตสาหกรรมเกษตร บริการ เรื่องของภาคเอกชน เรื่องของสังคม เรื่องของการท่องเที่ยว เราไม่แพ้ใคร และเรามีความผสมกลมกลืน เรามีหลากหลายสินค้าที่เราสามารถจะแข่งขันได้ ทีนี้ถ้าเรามองถึงตัวเลขสําคัญบางตัว จีดีพีเราเปึนอันดับ ๒ ในอาเซียนนะครับ เอกซ์พอร์ต (Export) เราก็อันดับสูงในอาเซียน ทัวริซึม (Tourism) ผมคิดว่าเราเปึนอันดับ ๑ ไม่ใช่อันดับ ๒ เพราะฉะนั้นโดยตัวเลขเศรษฐกิจประชากรก็ดี ซึ่ง ๖๐ กว่าล้านคน เอกชนของเราที่เก่ง มันทําให้เรามีความมั่นใจว่าเราสามารถจะแข่งขันในอาเซียนได้นะครับ แต่คนก็ยังกลัวอยู่ครับ คนยังกลัวว่าถ้ามันเออีซี มาฟัามันจะถล่มทลายหรือเปล่านะครับ ไปอีกแผ่นหนึ่งครับ ในการออกแบบประชาคมอาเซียนนั้นคนออกแบบนี้ฉลาด คือเขาเอาทุกอย่างที่ทํามาแล้ว มารวมกัน การลดภาษีสินค้า การเป่ดเสรีบริการ ซึ่งจะถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ การลงทุนสามารถ เข้ามาลงทุนได้ เขาเอาทุกอย่างที่ทํามาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๔๐ กว่าจนกระทั่งป้ ๒๕๔๒
ป้ ๒๕๔๓ และป้ ๒๐๐๓ ที่ว่าเอามารวมกัน แล้วบอกว่านี่คือการมัดห่อหรือที่เรียกว่า ร้อยลูกปัดให้เปึนพวงหนึ่ งแล้วบอกว่านี่คืออาเซียน คอมมิวนิตี อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ คือเขาใช้วิธีการเป่ดเสรีเจรจากับการร่วมมือคือโค ออพเพอเรชัน (Cooperation) แล้วก็ การอํานวยความสะดวกคือฟาซิลิเท ชัน (Facilitation) นี่คือเขาใช้ ๓ วิธี เอาของเดิม มาต่อยอดแล้วใช้ ๓ วิธีคือเป่ดเสรี ร่วมมือ แล้วก็อํานวยความสะดวก เพื่อที่จะทําให้เกิด แรงผลักดันใหม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีอะไรที่เปึนแปลกใหม่เลยสําหรับ อาเซียนนะครับ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ที่ต้องถามคือว่าแล้วมันทันกินหรือเปล่า แล้วมันทันไหม แล้วประเทศไทยควรจะทําให้มันเปึนอย่างไร เท่าที่เปึนอยู่อย่างนี้เราได้ประโยชน์พอหรือไม่ ก็ต้องไปที่แผ่นต่อไปนะครับ
ทางซ้ายมือสุดคือเรื่องเป่ดเสรีสินค้า บริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายเงิน พวกนี้กําลังทําอยู่ เกือบจะเสร็จหมดแต่ยังไม่มีคุณภาพ มันควรจะมีอะไรดีกว่านี้ในเรื่องของการลงทุน เรื่องของ การบริการ และเรื่องของเป่ดเสรีทางการเงิน ตรงสีเขียวนั้นคือเรื่องของการที่ทําให้อาเซียน เปึนประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขัน นี่เปึนความร่วมมือนะครับ เปึนความร่วมมือ แล้วก็สีเหลืองนั้นทําให้อาเซียนเปึนดินแดนที่มีความทัดเทียมโดยการพัฒนาเอสเอ็มอี กับสร้างสมรรถนะของมนุษย์อาเซียนให้ดีขึ้น แล้วก็อันสีม่วงขวาสุดนั้นเปึนแท่งของอาเซียน กับโลก ทั้งหมดนี้ถ้าเราดูแล้วเราก็ต้องบอกว่ามันน่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ไหม อาเซียน ถูกวิจารณ์เสมอว่า ไม่มีเจตนาทางการเมืองที่แท้จริงที่จะรวมกลุ่ม มีความอิจฉาริษยา ซึ่งกันและกัน มือไม่พายเอาเท้าราน้ําโดยข้าราชการประจํา และที่สําคัญก็คือว่ามักจะช้าเสมอ แล้วก็น้อยเสมอ เพราะฉะนั้นประเด็นคําถามก็คือเราจะทําอย่างไรที่จะเอาประโยชน์ จากสิ่งเหล่านี้ให้ได้ ทําให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมคิดว่าเราจําเปึนต้องทําให้มีความมุ่งมั่น ทางการเมืองที่ทําให้อาเซียนสําเร็จให้ได้ เพราะมันเปึนผลประโยชน์ของเรา มันจําเปึนต้องมี ความร่วมมือของประชาชนซึ่งจะเปึนทั้งธุรกิจกับธุรกิจ รัฐบาลกับรัฐบาล การเมืองกับ การเมือง มีการกระจายข้อมูล เช่น มีกฎเกณฑ์อย่างไรบ้าง มีโอกาสอย่างไรบ้าง แล้วก็จะ ทําให้ธุรกิจนั้นเข้าไปลงทุนในประเทศต่าง ๆ ได้อย่างไร จะต้องมีการทําประชาสัมพันธ์ ให้เห็นความสําคัญของอาเซียน อะไรคืออาเซียน ตอนนี้ผมดีใจมากที่ในทีวีเกือบทุกประเทศ ในอาเซียนได้มีคําว่าเออีซีเกือบทุกวัน หลาย ๆ ข่าว หลาย ๆ ครั้งในวันหนึ่ง ประเทศไทย มีทั้งการ์ตูนเรื่องเออีซีขึ้นมาตามร้านหนังสือต่าง ๆ แล้วเราจําเปึนต้องทําให้อาเซียนเคารพ กฎข้อบังคับต่าง ๆ ที่เราสร้างขึ้นมาเอง เสร็จแล้วก็ไปพัฒนานโยบายร่วมกันเพื่อให้อาเซียน มีมากกว่าความร่วมมือ เช่น นโยบายมหภาคที่คล้าย ๆ กัน เช่นอะไรครับ อัตราเงินเฟัอ เราควรจะให้อาเซียนทั่วประเทศไม่เกินเซย์ (Say) ว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ หนี้ต่อจีดีพีอาเซียนควรจะต้องมีตัวเลขเดียวกันหรือไม่ เช่นไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี การสร้างอินฟราสตรักเจอร์ควรที่จะมีมาตรฐานเดียวกันอะไรหรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าไม่มี สิ่งเหล่านี้ อาเซียนจะมีความเปึนหนึ่ง เปึนประชาคมได้ลําบาก เพราะฉะนั้นทางออกของเรา เรื่องของเราผมคิดว่าสักครู่หนึ่งผมจะขอให้ท่านสุทัศน์ รองประธานกรรมาธิการได้พูดถึงเรื่อง ถ้าเราจะทําให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเราต้องดูเรื่องอะไรบ้าง ผมจะเอาง่าย ๆ สั้น ๆ ว่าเราต้องเห็น ความจําเปึนเสียก่อน เปลี่ยนแนวคิดว่าอาเซียนเปึนเปัาหมาย เปึนเดสทินี (Destiny) ของเรา
เราจะต้องไปถึงตรงนั้นให้ได้นะครับ แล้วก็เราจะต้องทําอะไรอีกหลาย ๆ อย่างมากเลย ผมจะขออนุญาตให้คุณสุทัศน์ได้มีโอกาสนํารายงานนี้เสนอต่อสภาครับ ขอบพระคุณครับ
ค่ะ ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขอบคุณครับท่านประธานเกริกไกรที่ เกริ่นนําพับลิก (Public) ซึ่งมันใหญ่มาก ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง สมาชิกหมายเลข ๒๑๙ เราจะทําประโยชน์จากอาเซียน ได้อย่างไร อันนี้คือเปึนโจทย์ใหญ่ของเรานะครับ ที่ผมจะนําเสนอก็คือการปฏิรูปให้ ประเทศไทยเปึนจุดเชื่อมของอาเซียน
มีข้อเสนออยู่ ๗ ข้อด้วยกัน ไม่รู้แผ่นใสสไลด์ ขึ้นหรือยังนะครับ ผมจะเล่าให้ฟัง คร่าว ๆ ก่อนแล้วเดี๋ยวจะลงเปึนรายละเอียดไปนะครับ ข้อแรกที่สุดคือเรื่องของการปรับ ทัศนคติของคนไทยที่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน ข้อที่ ๒ เสริมสร้างประเทศไทยเปึน ศูนย์ด้านการคมนาคมในภูมิภาคอาเซียน ข้อที่ ๓ จัดทําแผนยุทธศาสตร์ซึ่งเปึน ส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติ คือพาณิชยภูมิก้าวหน้า ที่ท่านประธานเกริกไกรได้พูดไว้ ข้อที่ ๔ จัดทํายุทธศาสตร์อุตสาหกรรมสําคัญในอาเซียนของประเทศไทยนะครับ ข้อที่ ๕ ตั้งเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ข้อที่ ๖ ปรับโครงสร้างการบริหารความร่วมมือ ในอาเซียน แล้วก็ข้อที่ ๗ ให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ สิ่งที่เปึนปัญหา กับประเทศไทยตอนนี้นอกจากปัญหาที่เรามีภายในประเทศแล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเปึนปัญหา กับเรามากกว่านี่เปึนปัญหาที่มันกําลังเกิดขึ้นข้างนอกรอบ ๆ ประเทศของเรา แล้วมี ผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ข้อแรกเลยก็คือเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอํานาจของเศรษฐกิจโลก คือในปัจจุบันนี้กลุ่มเอเชีย ทั้งกลุ่มนี่ กําลังมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง แล้วก็ขึ้นมาค่อนข้างจะเร็ว เร็วเพราะว่า กลุ่มมหาอํานาจเก่าก็คือทางยุโรปกับทางอเมริกา เศรษฐกิจเขาลดลง ขณะเดียวกัน ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียก็ก้าวหน้ามากขึ้น สิ่งที่มันเกิดขึ้นนี้ไม่ได้ มีผลกระทบนอกจากแค่เศรษฐกิจแต่มีผลกระทบทางด้านการเมืองระหว่างประเทศมาก แล้วก็ทางด้านสังคมด้วย การที่กลุ่มเอเชียจะก้าวขึ้นมามีอํานาจในเรื่องต่าง ๆ ในโลกไม่ใช่ จะเกิดขึ้นได้ง่าย อย่างเช่นเรามองถึงเรื่องการมีบทบาทในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเปึนต้น คงจะไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว แต่การที่ประเทศในกลุ่มเอเชียใหญ่ขึ้นนี่ มันไปสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับประเทศอื่น ๆ ในด้านของการค้าขายด้วย ขอสไลด์ต่อไปครับ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากมีภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปกับในอเมริกาก็คือว่า ทิศทางการค้าในโลกมันก็เปลี่ยนตามไปด้ วย คือกลุ่มประเทศในเอเชียเองก็ต้องมองห าตลาดที่อยู่ในกลุ่มเอเชียเอง เพราะว่าในยุโรปกับในอเมริกานี่มันจะโตช้าลง ถ้าเขาจะเพิ่ม เขาต้องหาตลาดใหม่ ๆ พูดง่าย ๆ ว่าตลาดใหม่ ๆ ทางขวามือท่านจะเห็นว่าเปึนก ราฟ ซึ่งแสดงมูลค่าของการนําเข้าและ ส่งออกของสินค้าระหว่างประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ กับกลุ่มที่เหลือของประเทศ
ในอาเซียนจะเห็นว่ามันเติบโตขึ้นเร็วมากนะครับ อันนี้เปึนการเปลี่ยนแปลงทิศทางการค้า ที่ค่อนข้างจะสําคัญ ทําให้การค้าในกลุ่มของเอเชียเองนี่เปึนการค้าที่สําคัญมากในโลกตอนนี้ สินค้าส่วนใหญ่มันจะมีการขนส่ง ตอนนี้ยังใช้ทางน้ําอยู่นะครับสําหรับสินค้าที่ค่อนข้าง จะหนัก เพราะฉะนั้นการค้าการขายระหว่างในภาคพื้นเอเชียก็จะต้องผ่านทางน้ําแล้วก็ทาง อากาศ มันจะต้องวิ่งผ่านอาเซียน โดยเฉพาะทางน้ํานี่วิ่งผ่านอาเซียนเปึนสินค้าจํานวน มหาศาล ทําให้ตอนนี้ช่องแคบมะละกาซึ่งเปึนจุดผ่านใหญ่มันเริ่มเต็มคาพาซิตี (Capacity) ในการที่จะรับสินค้าซึ่งวิ่งผ่าน จําเปึนต้องมีการหาช่องทางใหม่ ๆ ประเทศมหาอํานาจที่อยู่ รอบ ๆ นี่เขาทําอะไรกันบ้างนะครับ อันที่ ๑ ก็คือประเทศจีนซึ่งเปึนเศรษฐกิจใหญ่มากที่สุด ในเอเชียตอนนี้ ประเทศจีนมีนโยบายชัดเจนมากอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน อันที่ ๑ ประกาศ เมื่อป้ ๒๕๕๖ ที่ซัมมิต (Summit) เขาเรียกว่าวัน เบลต์ วัน โรด (One Belt One Road) ก็คือ ๑ แถบ ๑ ถนน ๑ แถบนี่เขาหมายถึงการที่จะนําซิลค์ โรด (Silk Road) สมัยเก่า คือทางบก คือทําทางบกให้เปึนทางใหม่ เจาะทะลุระหว่างมหาสมุทรแปซิฟ่ก ทะลุออกไปถึง มหาสมุทรอินเดียนครับ
ประเทศจีนได้ตั้งไว้ในแผน ๑๒ ของเขา ให้เมืองแถวอ่าวตังเกี๋ย เขาเรียก แพน-อ่าวเป์ยปูั เปึนจุดเริ่มต้นของแถบอันนี้นะครับ ในขณะเดียวกันประเทศจีนก็มีเรื่องของการทําทาง ทางทะเล คือสร้างเส้นทางการขนส่งทางทะเลให้มีความหลากหลายแล้วก็รับกับปริมาณของ สินค้าที่เพิ่มขึ้น นั่นคือประเทศจีน คือประเทศจีน แล้วก็มองไปทางมหาสมุทรอินเดีย ขณะเดียวกันก็เจาะจากข้างบนลงมา เรามีนอร์ท-เซาต์ คอร์ริดอร์ (North-South Corridor) ของประเทศจีนก็หลายอัน ประเทศญี่ปุ์นเองได้ทําโครงการจีเอ็มเอส (GMS) เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน (Greater Mekong Subregion) โดยเฉพาะเรื่องของอีสต์-เวสต์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor) คือเขาเรียกว่าระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก -ตะวันตก ซึ่งจะเชื่อม ท่าเรือน้ําลึกซึ่งอยู่ในประเทศเวียดนาม ทะลุออกไปจนถึงท่าเรือน้ําลึกในประเทศพม่า ก็เจาะอยู่หลายป้แล้ว แล้วก็มีเงินมหาศาลที่ทําเรื่องตรงนี้อยู่ แผนระยะยาวของประเทศญี่ปุ์น ก็คือต้องการที่จะโยกย้ายประชากรจากประเทศของเขามาตั้งหลักตั้งฐานอยู่ตรงแถว ๆ ท่าเรือน้ําลึกของประเทศเวียดนาม ตอนนี้ประเทศญี่ปุ์นมีประชากรอยู่ ๑๒๕ ล้านคน ภายใน ๓๕ ป้ ประเทศญี่ปุ์นตั้งใจว่าจะลดประชากรเหลือ ๙๐ ล้านคน คนของเขาส่วนหนึ่ง ก็จะอายุมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็จะย้ายมาอยู่ตรงแถว ๆ ประเทศเวียดนาม ทําไมต้อง ประเทศเวียดนาม เพราะว่าประเทศเวียดนามเปึนแหล่งของการผลิตที่สําคัญมาก คือมีแรงงานอยู่ประมาณเกือบ ๑๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนแผนของประเทศญี่ปุ์น อันหนึ่งประเทศจีน อันหนึ่งประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลีเองตอนนี้ก็ย้ายอุตสาหกรรม มาลงทุนอยู่ในประเทศเวียดนาม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของประเทศเวียดนามนี่เยอะ ทั้งหมดนี้ตั้งใจที่จะสร้างสินค้า ผลิตสินค้า แล้วก็นําออกไปขาย ประชากรกลุ่มเบ้อเริ่มเลย คือที่เอเชียใต้ เอเชียใต้มีประชากรรวมกันหลัก ๆ เลยก็มีประเทศอินเดีย ประเทศบังกลาเทศ แล้วก็ประเทศปากีสถาน รวมกัน ๑,๖๐๐ ล้านคน ในอีก ๕ ป้ข้างหน้าไอเอ็มเอฟ (IMF) เขาก็คาดไว้ว่าประชากรในกลุ่มนี้จะโตขึ้นอีก ๑๕๐ ล้านคนเปึนอย่างต่ํา เพราะว่าแถวนี้ เขาโตกันประมาณ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ตลาดจะขยายขึ้นตรงนี้เยอะมาก การเตรียมตัวของทั้ง ๓ ประเทศนี้ก็เล็งที่ตลาดตรงนี้ ในขณะเดียวกันประเทศอินเดียถ้าท่านตามข่าว นายกรัฐมนตรีโมทีออกมาพยายามเดินทางไปประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี แล้วก็ดึงให้มีการลงทุนจากประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี เข้าไปสู่ ประเทศอินเดีย โมทีเรียกนโยบายอันนี้ว่าแอคต์ อีสต์ (Act East) คือไม่ลุก อีสต์ (Look East)
คือไม่มองเฉย ๆ ทําเลย และตอนนี้ในประเทศก็มีการทําทางประมาณ ๓,๒๐๐ กิโลเมตร เพื่อที่จะมาเชื่อมต่อกับจุดต่าง ๆ ในอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทยแล้วก็ประเทศพม่า ก็จะต่อเชื่อมกลับมา คือ ๒ ด้านก็มองกันนะครับ คนหนึ่งมองซ้าย คนหนึ่งมองขวา มาจ๊ะเอ๋ อยู่ที่เมือ งไทยแล้วก็อาเซียนพอดี จุดนัดพบตรงนี้เปึนจุดนัดพบซึ่งจะเปึนแหล่งของ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในโลกอย่างน้อยในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าอย่างมหาศาล ประเทศไทยเราเหน่ง ๆ ตั้งอยู่ตรงนี้พอดี ประมาณว่าตื่นเช้ามาวันหนึ่งเราได้มรดกเปึนที่ อยู่กลางถนนสุขุมวิทประมาณนั้นเลย คําถามของเราก็คือว่าเราจะทําอย่างไรกับมรดกตรงนี้ จุดแข็งที่สุดของประเทศไทยในเรื่องของทรัพยากรถ้ามองแล้วจริง ๆ ก็คือโลเคชัน (Location) หรือทําเลที่ตั้งของประเทศไทย โครงสร้างการค้าที่เปลี่ยนไปก็มีผลกระทบกับเรา อันนี้เห็นชัดนะครับของประเทศไทย ในรอบ ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมาอาเซียนเปึนตลาดการส่งออก อันดับ ๑ ของประเทศไทยตอนนี้ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ใหญ่ที่สุด แต่จะเห็นว่าการส่งออก ไปประเทศจีนในช่วงหลัง ๆ ได้โตขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ทั้งโตแซงประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็กลุ่มยุโรปทั้งกลุ่ม อันนี้ก็เปึนทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางการค้า แล้วก็การปรับตัวของ ประเทศไทยไปสู่ยุคใหม่ตรงนี้
ผมต้องพูดถึงเรื่องของความสําคัญของอาเซียนในอีกฉากหนึ่ง ตรงนี้เสริมจากที่ท่านประธาน เกริกไกรได้เล่าไว้เมื่อกี้ ทําไมต้องมีประชาคมอาเซียน ประชาคมอาเซียนซึ่งมีทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อย่างที่ผมเล่าเมื่อกี้ตอนต้นว่าการเปลี่ยนแปลงในโลกที่มันกําลังเกิดขึ้น เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่เปึนเรื่องเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่มันเปึนเรื่องของการเมืองมหาศาลเลย แล้วก็เปึนเรื่องของทางสังคมด้วย เพราะฉะนั้นเราจะอยู่ในประชาคมในจุดตรงนี้ แล้วเขาสร้างประโยชน์กับมันพร้อมกับรับความเสี่ยงตรงนี้ให้ได้ เราจะต้องมีการปรับตัวของเรา อย่างมหาศาล สิ่งนี้กําลังเกิดขึ้นมาช้า ๆ ประชาคมในอาเซียนตอนนี้ที่กําลั งทํากันอยู่ เฉพาะด้านเศรษฐกิจนะครับ สิ่งที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งเมื่อกี้ท่านเกริกไกร ได้นําเสนอไว้ว่าเปึนบลูปรินต์ (Blueprint) ของเออีซี ข้างในเนื้อของมันประกอบด้วย มาตรการต่าง ๆ ทั้งหมดที่อาเซียน ๑๐ ประเทศร่วมกันทํา เฉพาะในช่วงที่ทําตอนนี้ตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๗ ขึ้นมานี่ ๔๕๘ มาตรการด้วยกัน ๔๕๘ มาตรการอันนี้เปึนตัวที่จะยึดโยงเศรษฐกิจ ในกลุ่มอันนี้เข้ามาด้วยกัน ประโยชน์ที่เราได้จากอาเซียนส่วนหนึ่งก็คือมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้ตลาดมันใหญ่ขึ้น เราก็ซื้อขาย ลงทุน ในประเทศต่าง ๆ นี้ได้ง่ายขึ้น แต่อีกสิ่งหนึ่ง ที่มันสําคัญมากเลยคือประโยชน์ที่มันเกิดขึ้นจากการรวมตัวของอาเซียนเปึนกลุ่ม มันทําให้เรา สามารถเจรจาต่อรองโดยเฉพาะกับมหาอํานาจ ๓-๔ ประเทศที่เมื่อกี้ผมเล่าถึงได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ตอนนี้ในเอเชียนี่เนื่องจากทิศทางการเปลี่ยนแปลงทําให้เอเชียมันต้อง รวมตัวกัน การรวมตัวของเอเชียอยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาจะให้มารวมตัวกันมันทําไม่ได้ มองไปทั่ว ทั้งเอเชียแล้วอาเซียนตอนนี้เปึนองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ที่เข้มแข็งที่สุด ประเทศจีนเองพยายามที่จะตั้งวงที่จะเจรจาดึงประเทศต่าง ๆ เข้ามา อย่างเช่น เจรจากับประเทศอินเดีย เจรจากับประเทศญี่ปุ์น ไม่สําเร็จ เพราะว่า มีความไม่ไว้วางใจกันสูง ตอนนี้การเจรจาการเมืองโดยเฉพาะต้องเจรจาผ่านอาเซียน อาเซียนเปึนตัวกลาง อย่างน้อยมาประชุมที่อาเซียนได้เจอกันก็คุยกัน อาเซียนเลยกลายเปึน องค์กรแล้วก็เปึนระบบในการรวมตัวกันในด้านต่าง ๆ ของประเทศในเอเชียอย่างสําคัญที่สุด ยกตัวอย่าง ปัญหากรณีพิพาทในประเทศเกาหลีเหนือ มี ๖ ประเทศไปนั่งคุยกันเจรจากัน ไม่สําเร็จ มาคุยกันที่อาเซียนในวงรัฐมนตรีต่างประเทศ เปึนต้น ตอนนี้ในวงอาเซียนเอง มีการประชุมสุดยอดอาเซียนเรียกว่า อีสต์ เอเชีย ซัมมิต (East Asia Summit) มีประเทศ มีลีดเดอร์ (Leader) มีผู้นําจาก ๑๖ ประเทศมานั่งประชุมกัน ใน ๑๖ ประเทศนี้
มีประเทศสหรัฐอเมริกา มีประเทศรัสเซีย มีประเทศญี่ปุ์น มีประเทศจีน มีประเทศเกาหลี แล้วก็ ๑๐ ประเทศอาเซียน ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ท่านจะเห็นว่า ผู้เล่นสําคัญ ๆ ที่สุดในโลกเขามาเจอกันที่อาเซียน ถ้าคุณจะเปึนประเทศที่เปึนที่ยอมรับ ของคนได้คุณต้องมาประชุมอาเซียน ไม่อย่างนั้นคุณไม่มีความหมาย นั่นคือความสําคัญ ของวงการประชุมของอาเซียน ในแง่ของการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศ จุดนี้เปึนจุดแข็งอันหนึ่งของอาเซียนแล้วมันสร้างประโยชน์ให้กับเรามหาศาล แต่การที่ เขามาประชุมกันนี่คําถามก็คือใครเปึนคนเซต อาเจนดา (Set agenda) ใครเปึนคนตั้งวาระ เราตั้งหรือเขาตั้ง ถ้าเราจะเปึนคนนําเราต้องเปึนคนตั้ง ตอนนี้ประเทศไทยเราก็มีบทบาท สําคัญมากในการที่จะทําให้เกิดวาระในการเจรจาในวงของอีส ต์ เอเชีย ซัมมิต แล้วก็ ในการประชุมของอาเซียน วงที่สําคัญรองลงมาจากอาเซียนบวก ๖ ก็คือวงของอาเซียนบวก ๓ คือ ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี กับอาเซียนอันนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิ ดมาก ในอาเซียนรัฐมนตรีประชุมกัน ๓๖ กลุ่ม
ในเกือบทั้ง ๓๖ กลุ่มนี่ตอนนี้มีประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลีมาประชุมร่วมอยู่ด้วย ป้หนึ่งตอนนี้อาเซียนมีการประชุมรวม ๆ ทั้งหมดประมาณ ๑,๕๐๐-๑,๖๐๐ การประชุม หมายความว่าวันหนึ่งโดยเฉลี่ยนี่ประชุมอยู่ประมาณสัก ๕๐ การประชุมทั่วอาเซียน ในเรื่องต่าง ๆ ความใกล้ชิดของอาเซียนทําให้ประเทศอาเซียนสามารถที่จะนําพาเปัาหมำย และความประสงค์ของเราไปสู่จุดหมายของเราได้ คําถามของเราในประเทศไทยก็คือว่า แล้วเราใช้ประโยชน์จากอาเซียนสักแค่ไหน เราได้ประโยชน์จากอาเซียนในที่ผ่านมามากน้อย สักแค่ไหน อันนี้ก็เปึนโจทย์ใหญ่ แน่นอนที่สุดประโยชน์ที่เราได้จากอาเซียนที่ผ่านมาก็คือ เรามีความมั่นคง ประเทศในอาเซียน ๑๐ ประเทศจริง ๆ เรียกว่าไม่เคยมีสงครามกันตั้งแต่ ตั้งอาเซียนมา ๔๘ ป้ที่ผ่านมา ด้วยเสถียรภาพของการเมืองระหว่างประเทศอาเซียน ด้วยกันนี่การพัฒนาเศรษฐกิจถึงเกิดขึ้นได้ เรากําลังได้ผลประโยชน์จากการที่อาเซียน เขารวมตัวกันได้ แต่จะวัดออกมาเปึนตัวเงินนี่อาจจะเปึนสิ่งที่ยากหน่อย ในเรื่องของ การค้าเอง ประโยชน์ที่เราได้ อย่างเมื่อกี้ผมชี้ให้เห็นว่าอาเซียนนี่เปึนตลาดส่งออกอันดับ ๑ ของประเทศไทยมาตั้งพักหนึ่งแล้ว เนื่องจากการลดภาษีอะไรต่าง ๆ นอกจากนั้นเรื่องของ การค้าชายแดนเราก็ใช้กรอบของอาเซียนในการที่จะพัฒนาการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ต่าง ๆ ของเรา แต่มองไปข้างหน้าเรามีปัญหาหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ปัญหาใหญ่ของคนที่ไป ประชุมในอาเซียนประสบก็คือหน่วยงานต่าง ๆ ของเรามีเปัาหมายของตัวเอง คือพลังงานก็มีเปัาหมายของพลังงาน การค้าก็มีเปัาหมายของการค้า การลงทุนก็มีเปัาหมาย ของการลงทุน แต่ละวงประชุมมีเปัาหมายของตัวเอง มีวิสัยทัศน์มีอะไรเปึนของตัวเอง คําถามก็คือว่าแล้วรวม ๆ ล่ะประเทศไทยได้อะไร จะไปทางไหน อันนี้คือความไม่ชัดเจน เราไม่มีการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับอาเซียน ที่มีก็ไม่ได้ ลงลึกลงไปในการที่จะดึงเนื้อหามาคุยกันว่าประเทศไทยเราจะทําอย่างไรจะให้ มันเกิดประโยชน์จากอาเซียน เราไม่มียุทธศาสตร์อาเซียนของประเทศ อย่างที่เรามองกันว่า อาเซียนทําอย่างนี้ ๆ เพราะฉะนั้นเราควรจะวางตําแหน่งของประเทศไทยในอาเซียนตรงนี้ อย่างไร เรายังไม่เคยทําตรงนั้น ตอนนี้ทุกคนก็ต่างคนต่างทํา อีกอันหนึ่งเปึนปัญหาเฉพาะ ของประเทศไทย คือเรามีการเปลี่ยนผู้บริหารนี่บ่อยมาก เปลี่ยนทีหนึ่งก็เปลี่ยนนโยบาย ทีหนึ่ง เวลาเราไปเจรจากับต่างประเทศ เวลาเราเปลี่ยนนโยบายนี่มันสร้างปัญหากับเราด้วย สร้างปัญหาให้กับคนอื่นด้วย เพราะฉะนั้นการเดินไปข้างหน้าของเรามันก็เลยไม่มี
ความต่อเนื่อง นี่คือปัญหาใหญ่ กลไกที่มีอยู่อย่างเช่นคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศก็ยังไม่สามารถที่จะประสานงานได้อย่างแท้จริง การประสานงานนี่ หมายความว่าหยิบเอาวาระขึ้นมาแล้วก็บอกว่า เอาละเราจะไปทางนี้ กระทรวงนี้คุณกําลัง เดินผิดทาง คุณต้องเดินมาทางนี้เปึนต้น นี่คือเนื้อหาของการประสานงาน และมีการศึกษา มีการคุยกันให้มันชัดเจน แต่เราไม่เคยสามารถที่จะลงไปถึงเนื้อหาลักษณะขนาดนี้ได้ เพราะว่าแต่ละหน่วยงานก็มีความเปึนอิสระของตัวเอง อีกอันหนึ่งที่เปึนปัญหาด้วยก็คือ ภาคเอกชนของประเทศไทยเอง จริง ๆ ในอาเซียนก็เปึนปัญหาเหมือนกัน คือเรา มีการขอความเห็น แต่เรื่องของความร่วมมือ เรื่องของการแชร์วิสัยทัศน์ เอาข้อมูลมาแลกกัน วางตําแหน่ง วางเปัาของอาเซียนร่วมกันกับภาคเอกชนเพื่อที่จะได้เดินไปพร้อม ๆ กันนี่ เรายังไม่มี ส่วนใหญ่เอกชนที่เข้ามาเจรจากับรัฐบาลของอาเซียนนี่หยิบปัญหาเข้ามา เอาปัญหาเฉพาะหน้า ฟอร์ม (Form) ดีใช้ไม่ได้มีปัญหา กฎถิ่นกําเนิดมีปัญหา แก้ให้หน่อย ไม่มีการมองเปัาระยะยาว เพราะฉะนั้นเราจําเปึนต้องมานั่งคิดใหม่ มาปฏิรูปวิธีการคิด ของเราด้วยว่าเราควรจะคิดอย่างไร มองอย่างไร ในส่วนหนึ่งในระดับพื้นที่ต่อไปเราจะต้อง ทํางานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างมาก แล้วก็เพื่อนบ้านของเรานี่ส่วนใหญ่ก็มี ทัศนคติในระดับหนึ่ง อาจจะไม่ค่อยเปึนบวกกับประเทศไทยสักเท่าไร
ทุกประเทศในอาเซียนผมมีเพื่อนคนหนึ่งเปึนคนมาเลเซียบอกว่าประเทศไทยยู (You) นี่มีปัญหากับชาวบ้านเขาหมดเลย ผมก็บอกว่ามันก็จริง แต่ประเทศมาเลเซียยูก็เหมือนกัน ยูก็มีกับทุกประเทศเลยเหมือนกัน ประเทศมาเลเซียก็มีปัญหากับประเทศสิงคโปร์ กับประเทศฟ่ลิปป่นส์ กับประเทศอินโดนีเซีย มันก็มีหมดครับ ใครมีพรมแดนติดกันมันก็มี ปัญหาเรื่องพรมแดนอยู่แล้ว แต่การเดินไปข้างหน้าด้วยกระแสเศรษฐกิจของโลกที่เดินมา ขณะนี้อาเซียนมันแตกกันไม่ได้ มันต้องเดินไปด้วยกันเดินไปร่วมกัน เพราะฉะนั้นแนวทาง ข้อเสนอเรื่องของการปฏิรูปให้อาเซียนเปึนจุดเชื่อมในภูมิภาคที่เมื่อกี้ท่านเกริกไกรได้เสนอไว้ เซนทรัลลิตี (Centrality) มีอยู่ ๔ ด้านหลัก ๆ ด้วยกัน คือเรื่องของการเชื่อมต่อคอนเนกทิวิตี (Connectivity) เรื่องของการฟาซิลิเทต (Facilitate) คืออํานวยความสะดวกทางการค้า มีการเจรจากับประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ทางมุมเหนือข้างบน แล้วก็สร้างเสถียรภาพทางการเงิน ผมมีข้อเสนออยู่ทั้งหมด ๗ ข้อด้วยกัน ข้อที่ ๑ ทัศนคติกับเพื่อนบ้าน ทั้งนักธุรกิจ ทั้งประชาชน และข้าราชการ จําเปึนที่จะต้องมีความคิดว่าอาเซียนสําคัญ เพื่อนบ้านของเรา เปึนผู้ช่วยของเราเปึนเพื่อนร่วมทาง ไม่ใช่เปึนศัตรูของเรา การเน้นว่าเราเปึนศัตรูกันมาตั้งแต่ สมัยดึกดําบรรพ์มันไม่ได้ช่วยสถานการณ์ที่เรามีอยู่ตอนนี้ ตอนนี้เราไม่ต้องพูดเรื่องบางระจัน แต่ต้องพูดเรื่องของฮอยอัน ฉันรักเธอ ต้องเปลี่ยนทัศนคติ ใช้วัฒนธรรม ใช้ศาสนามาเปึน ตัวช่วยดึงคนให้มาอยู่ด้วยกัน ยิ่งเรารวมกันได้มากเท่าไรความเข้มแข็งเรามากเท่าไร ประโยชน์ก็จะเกิดกับประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยมากเท่านั้น ต้องอย่าลืมว่าตอนที่ เราทําตรงนี้อยู่มีคนเสียประโยชน์แล้วก็ยุให้เราแตกกันอยู่ตลอดเวลาเราต้องระ วังตรงนั้น มันเปึนคอส (Cause) อยู่ ฉะนั้นข้อที่ ๑ ต้องปรับทัศนคติ ข้อที่ ๒ ส่งเสริมให้ประเทศไทย เปึนศูนย์กลางการคมนาคม ประเทศไทยเราอย่างที่ผมเล่าแล้วเราเหน่ง ๆ แล้วเปึนศูนย์ แล้วก็ เปึนอย่างนี้มาตั้งแต่ดึกดําบรรพ์ เพียงแต่ว่าในแต่ละยุคลักษณะการค้ามันไม่เหมือ นกัน ตอนนี้เรากําลังพูดถึงเรื่องทางบกกันเยอะ แต่ความจริงแล้วทางอากาศเรามีศักยภาพ มหาศาลในตอนนี้ เรามีสนามบินสุวรรณภูมิสร้างอยู่ไม่กี่ป้ตอนนี้เต็มคาพาซิตีแล้ว ถ้าเราจะ ขยายลงไปที่สัตหีบ ทํารถไฟความเร็วสูงเชื่อมเราก็จะได้สนามบินเพิ่มมาอีกแห่งหนึ่ง ท่านลองคิดดูถ้าทําเฉพาะตรงนี้ได้เศรษฐกิจไทยผมว่าโตเพิ่มขึ้นเลยทันตาเห็นจะมี นักท่องเที่ยวแล้วก็การทําการค้าธุรกิจผ่านประเทศไทยอีกมหาศาล เรื่องทางน้ําอาจจะพูดถึง เรื่องคลองไทย คลองไทยก็เหมือนกันถ้าทําได้ก็เปึนผลประโยชน์มหาศาลแต่มัน ไม่ได้ง่าย
มันมีปัญหา ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจมีคนเอาเงินมาลงทุนรออยู่แล้ว แต่เปึนปัญหาเรื่องการเมือง ทั้ง ๒ อันเกือบทุกด้านเลยเปึนปัญหาเรื่องการเมือง เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ปัญหาตรงนี้ ให้มันจบก่อน เรื่องของการทําบรอดแบนด์ ซูเปอร์ไฮเวย์ (Broadband superhighway) ตอนนี้ประเทศที่แข่งกับเราเมื่อกี้ที่ท่านจิตร์คณะที่แล้วพูดถึงดิจิทัล อีโคโนมีอันนี้เปึนตัวอย่าง อีกอันหนึ่งว่าประเทศไทยเราสามารถที่จะเชื่อมเปึนจุดเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดีย ทะลุออกไปที่มหาสมุทรแปซิฟ่ก ตอนนี้การคมนาคมสื่อสารทั้งหมดลงใต้หมด เราไม่มี การเชื่อมต่อไปทางใต้ของประเทศจีนเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราทําบรอดแบนด์ ซูเปอร์ไฮเวย์ ข้ามประเทศไทย ประเทศพม่า ทะลุออกไปถึงประเทศเขมร ออกไปถึงประเทศเวียดนาม แล้วไปออกมหาสมุทรไปทางนั้นได้ปุ็บตรงนี้จะเปึนโครงสร้างพื้นฐานสําคัญมากในการจะทํา ดิจิทัล อีโคโนมีให้ประสบความสําเร็จ ข้อที่ ๓ ยุทธศาสตร์หลายสาขา ประเทศไทย มีอุตสาหกรรมที่จําเปึนที่จะต้องพัฒนาแล้วก็มีศักยภาพสูง อย่างเช่นเรื่องของถ้าเราจะมี การเชื่อมต่อเราจําเปึนที่จะต้องมีเรื่องของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อันนี้ก็เหน่ง ๆ อีกเหมือนกันเปึนอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์โดยตรงถ้าเราเชื่อมได้อุตสาหกรรม เรื่องโลจิสติกส์มันจะต้องโตขึ้นทันที เราต้องเตรียมตัวให้เราพร้อมเรื่องโลจิสติกส์นะครับ
การแปรรูปสินค้าเกษตรก็จะเปึนโอกาสอีกอันหนึ่ง เรามีความเข้มแข็งทางนั้นอยู่แล้ว เราแปรรูป ในช่วง ๕-๑๐ ป้ข้างหน้าเราควรจะนําสินค้าเกษตร วัตถุดิบจากประเทศ เพื่อนบ้านมาแปรรูปแล้วส่งออก อันนี้นี่เขาก็ได้เราก็ได้ แต่ตอนนี้มีปัญหาในการนําเข้า สินค้าเกษตรต้องมีวิธีการจัดการตรงนี้ อันนี้วินวิน (Win Win) คือเขาได้เงินจากเราเขาก็มี กําลังซื้อ ส่วนใหญ่ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาจะซื้อของใคร ก็ซื้อของจากประเทศไทย เราเอาเงินไปซื้อของจากเขามา เขาได้เงินไป ๑๐๐ บาท ใน ๑๐๐ บาทที่เขาได้ไปโอกาส ที่จะกลับมาซื้อของเมืองไทยสัก ๘๐ บาทนี่สูงมาก เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่ามันเปึน การขาดดุลทางการค้า แต่ว่ามันเปึนเรื่องของการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจโดยแท้ กลุ่มที่เรา ได้เปรียบมีอีก ๓-๔ ตัว อย่างเช่น เรื่องของการค้าปลีกเรา จําเปึนจะต้องไปลงทุน ในประเทศต่าง ๆ เพื่อจะไปตั้งหลักการขายสินค้าของประเทศไทยในประเทศต่าง ๆ อันนี้ก็ทําได้ โดยการไปลงทุนสร้างโครงสร้างของบริษัทค้าปลีกในประเทศต่าง ๆ พวกนี้ บริการทางด้าน การเงินเปึนกุญแจสําคัญ ตอนนี้เปึนภาคเศรษฐกิจทางด้านบริการที่โตเร็วเปึนที่ ๒ รองจาก ด้านท่องเที่ยวของประเทศไทย บริการทางด้านการเงิน ถ้าเรามีการค้าขายมากขึ้นการเงิน จะต้องสะดวก ตอนนี้มีปัญหาการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้าน เขาต้องการให้ใช้เงินตราของเขา ขายไปประเทศ สปป. ลาว ประเทศ สปป. ลาวก็บอกว่า คุณต้องใช้เงินกีบ ขายไปประเทศเขมรก็ต้องใช้เรียล ขายประเทศพม่าก็ใช้จ๊าด แต่ใครจะถือ จ๊าดไว้ล่ะ ทําอย่างไรถึงจะทําให้การค้ามันเกิดขึ้นได้โดยการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ พวกนี้ ทั้งหมดนี้มันเปึนเรื่องของการจัดลําดับความสําคัญของอุตสาหกรรมของเรานี่ขึ้นมาเพื่อที่จะ รองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้น อีกส่วนหนึ่งในข้อเสนอข้อที่ ๔ คือหลังจากที่เราเซ็นสัญญา มีมาตรการต่าง ๆ ในอาเซียนไปแล้ว ๔๕๘ มาตรการ ในสิ้นป้นี้พอประกาศประชาคม อาเซียนแล้วนี่คําถามคือแล้วการค้าชายแดนมันจะโปร่งใสไปเลยไหม คําตอบก็คือไม่ คือวันที่ ๓๑ ธันวาคมกับวันที่ ๑ มกราคมของป้หน้ามันก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่ได้แก้ไข ไปรวดเร็วขนาดนั้น ตัวติดสําคัญเลยจะอยู่ที่ชำยแดนถ้าเราพูดถึงเรื่องการค้านะครับ การค้าชายแดนของเราตอนนี้เปึนเครื่องยนต์ที่ผลักดันเศรษฐกิจของป ระเทศไทยให้โต เพราะว่าการส่งออกประเทศอื่น ๆ มันช้าลง แต่ชายแดนโตขึ้น การค้าชายแดนโตขึ้น เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรให้การค้าตรงนี้มันสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยพยายามที่จะเอาอาเซียน มาใช้ให้เปึนประโยชน์อันนี้คือตัวอย่างอันหนึ่ง อาเซียนมีกฎเยอะแยะเลย เราไม่จําเปึน
ต้องใช้หมด เราดึงเฉพาะอันที่มันสําคัญแล้วจําเปึนกับเรามาใช้ เปึนต้น ที่ชายแดน เปึนจุดผ่านแดนแล้วก็เวลาจะออกจากประเทศไทยเราก็ตรวจทีหนึ่ง ส่งออก เข้าประเทศ สมมุติว่าประเทศ สปป. ลาวก็ต้องมีการตรวจการนําเข้า ประเทศ สปป. ลาวก็มีการตรวจ ๒ ครั้ง สินค้าเข้าประเทศไทยก็ตรวจ ๒ ครั้ง ทําอย่างไรถึงจะตรวจได้ครั้งเดี ยวก็จบ ความจริงแล้วเอกสารที่ใช้ในการผ่านแดนทั้งประเทศไทย ทั้งประเทศ สปป. ลาว แล้วก็ ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดมันเปึนเอกสารที่คล้าย ๆ กัน เพราะว่ามันเปึนมาตรฐานสากลว่า ในการผ่านเข้าออกสินค้านี่เอกสารต้องมีอะไรบ้าง มีชื่อใคร มีเอกสารอินวอยซ์ (Invoice) มีอะไรต่าง ๆ อย่างไรบ้างมันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรวจครั้งเดียวได้ไหม ในอาเซียนก็มี สิ่งที่เมื่อกี้นี้มีการพูดกันถึงก็คือเรื่องของอาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ หมายความว่าอาเซียนทั้งหมดเวลาซื้อขายกันยื่นเอกสารเพียงครั้งเดียวโดยใช้ระบบดิจิทัล ในการช่วย จะทําอันนี้ให้มันเกิดขึ้นทั้ง ๑๐ ประเทศเลยนี่มันยาก แต่ทําให้มันเกิดขึ้น ในระหว่าง ๒ ประเทศที่ชายแดนนี่มันง่ายกว่าเยอะ เพราะฉะนั้นเราจะเริ่มตรงนี้ไหมจะทําให้ อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ (ASEAN Single Window) มันเกิดขึ้นในจุดตามชายแดนของเรา ขึ้นมา ถ้าเปึนอย่างนั้นผมก็เสนอว่าเราควรจะมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวชายแดนให้พื้นที่ด่าน รอบด่านทั้ง ๒ ประเทศนี่ถือเปึนพื้นที่เศรษฐกิจอันเดียวกัน เอาบริษัทเอกชนมาเปึนเจ้าของ
แล้วก็บริหารดําเนินการอย่างเปึนมืออาชีพ แล้วก็พยายามที่จะลดค่าใช้จ่ายแล้วก็ขั้นตอน พิธีการต่าง ๆ ให้มันเกิดขึ้นเปึนรูปธรรม นี่ก็เปึนประโยชน์ที่จะใช้ได้จากอาเซียน ข้อเสนอ ข้อที่ ๕ อันนี้ก็เปึนข้อเสนอซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของการบริหารของประเทศไทย ข้อเสนอคือให้มีการตั้ งคณะกรรมการอาเซียนด้านเศรษฐกิจขึ้นมา คือตอนนี้เรามี คณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ดูเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่อง ความมั่นคงกับเรื่องทางสังคมนะครับ แต่ด้านเศรษฐกิจผมอยากจะเสนอให้มีการตั้ง คณะกรรมการแห่งชาติด้านเศรษฐกิจขึ้นมาโดยเฉพาะ ให้มีรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วก็มีการตั้งระดับรัฐมนตรีคนหนึ่งมาเปึนคนช่วยประสานงานของคณะกรรมการชุดนี้ มีสํานักงานรองรับเพื่อที่จะช่วยประสานงาน คือในระบบการทํางานของเรา รัฐมนตรี ประสานรัฐมนตรี แล้วก็ปลัดประสานปลัด เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องมีระบบตรงนี้ ในส่วนกลางที่จะประสานเรื่องราวต่าง ๆ ของอาเซียนเพื่อเราจะได้มีทิศทางที่ชัดเจน ไปข้างหน้าด้วยกันนะครับ แล้วองค์กรตรงนี้ก็จะเน้นหนักไปในเรื่องของการทําวิจัย วิเคราะห์ ศึกษา ชี้วิธีที่จะเดินไปข้างหน้า แล้วก็ประสานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ข้อเสนอ ข้อสุดท้ายข้อที่ ๖ คือการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ต่อไปข้างหน้าเอกชนจะมีบทบาท อย่างมากในการกําหนดทิศทางของทางเศรษฐกิจเพราะว่าความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง มีมาก รัฐบาลไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดไปติดตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้น เอกชนต้องมีบทบาทเพิ่มตรงนี้มากขึ้น แล้วทางภาครัฐเองก็คงต้องดึงเอกชนเข้ามาเพื่อที่จะ ให้มีส่วนร่วมในการที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน ท่านประธานครับ ข้อเสนอทั้งหมด มีอยู่ ๖ ข้อ ผลที่คาดว่าจะได้รับก็คือว่า ๑. ภาคส่วนต่าง ๆ ในเมื่อทําแผนไปข้างหน้า พร้อม ๆ กันก็น่าจะมีความสามารถในการที่จะทํางานร่วมกันได้อย่าง มีประสิทธิภาพ สิ่งที่อาเซียนจําเปึนต้องมีมากที่สุดก็คือความร่วมมือกันนะครับ ทางด้านอื่นอาจจะมีปัญหา ทางด้านการเมืองอาจจะมีปัญหา มีคนบอกว่าประเทศไทยยังปรองดองกันไม่ได้เลย แล้วจะรวมเปึน ๑๐ ประเทศอาเซียนจะรวมกันได้อย่างไร ด้านอื่นไม่เปึนไร แต่ด้านเศรษฐกิจ มันค่อนข้างจะสําคัญ มันรวมได้โดยการดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาคุย ผลประโยชน์มันเห็น ชัดเจนนะครับ ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้อันที่ ๒ ก็คือบทบาทแล้วก็ประโยชน์ของ ประเทศไทยในเวทีโลกมันจะชัดเจนเด่นชัดมากขึ้น มันเปึนการทําให้ประเทศไทยเดินไป ข้างหน้า ในขณะเดียวกันมันเปึนการบริหารความเสี่ยงที่มันจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง
ภาวะในเศรษฐกิจโลกนะครับ เพราะฉะนั้นเราจําเปึนที่จะต้องขยับขยายกิจการของเรา ออกไปสู่ตลาดโลกด้วยวิธีอย่างนี้นะครับ เรื่องของการมีโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้จะเปึน เรียกว่าเอ นจิน ออฟ โกรท (Engine of Growth) สําคัญของประเทศไทยในอนาคต เพราะฉะนั้นต้องรีบเร่งทําให้มันสําเร็จ ข้อเสนอของผมก็มีเท่านี้ครับ ก็อยากจะฟัง ความคิดเห็นจากท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วผมจะได้นําไปแก้ไขปรับปรุงรายงาน อันนี้ต่อ ขอบคุณมากครับ
มีท่านใดเสนอเพิ่มเติมอีกหรือเปล่าคะ หมดแล้วนะคะ ท่านสมาชิกได้รับทราบรายงาน วาระการพัฒนา เรื่อง การเปึนศูนย์กลางของอาเซียนแล้วนะคะ ครอบคลุมทั้งประวัติ ความเปึนมา เปัาหมายและแนวปฏิบัติที่จะทําให้ประเทศไทยเปึนฮับ (Hub) หรือว่าเปึน ศูนย์กลางของอาเซียนค่ะ ต่อไปดิฉันขอเชิญสมาชิกแสดงความคิดเห็นค่ะ ดิฉันมีรายนาม สมาชิกที่ประสงค์จะแสดงความเห็นอยู่ในขณะนี้นะคะ มีท่านภัทรียา สุมะโน ท่านไกรราศ แก้วดี ท่านจรัส สุทธิกุลบุตร แล้วก็ท่านโกวิท ศรีไพโรจน์ ดิฉันขอเชิญท่านภัทรียา สุมะโน ก่อนเลยค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออภิปรายวาระการพัฒนาเรื่องการเปึน ศูนย์กลางอาเซียน
ในประเด็นข้อเสนอปฏิรูปและแนวทางดําเนินงานที่ได้นําเสนอไป ๖ ประการ แต่ว่าเนื่องจาก เวลาไม่มีดิฉันก็พูดในส่วนที่สนใจมากที่สุดก็คือในส่วนที่ ๕ การปรับโครงสร้างการบริหาร ความร่วมมือในอาเซียน ซึ่งแน่นอนค่ะถ้าเราจะเปึนศูนย์กลางของอาเซียนเราก็ต้องได้รับ ความร่วมมือจากทุกประเทศ ดังนั้นข้อนี้จึงเปึนข้อที่สําคัญที่สุดแล้วก็มันคงจะเปึนอาเซียน ฮับ ไปไม่ได้ถ้าหากว่าเราไม่ได้รับความร่วมมือครบถ้วน ดังนั้นโครงสร้างการบริ หาร เพื่อความร่วมมือจึงเปึนเรื่องสําคัญ เมื่อสักครู่ท่านสุทัศน์ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ แต่ว่ายังไม่ได้พูดละเอียดดิฉันก็อยากที่จะเสนอแนะ บางประการ ทั้งหมดนี้ดิฉันเห็นด้วยแน่นอน คงไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับการที่จะเปึนอาเซียน คอมมิวนิตี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเปึนศูนย์กลางด้วย ดิฉันจะพูดใน ๒ ประเด็นก็คือ เรื่องการยกระดับ คณะกรรมการอาเซียนกับเรื่องของการจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการอาเซียน การทํางาน ร่วมกันระหว่างประเทศอาเซียนนั้นใช้การประชุมเปึนหลักเลยนะคะ เพราะฉะนั้นการที่เรา จะประชุมให้ได้ครบถ้วนรายละเอียดในลักษณะที่จะเปึนศูนย์กลางนี่ดิฉันขอเสนอว่า การยกระดับคณะกรรมการอาเซียนนี่เห็นด้วย แต่ว่าท่านพูดถึงเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ด้านเดียวซึ่งก็อาจจะเปึนเพราะว่าท่านเปึนคณะกรรมาธิการปฏิรูปทางด้านนี้ แต่สําหรับดิฉันแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าเราเสนอการเปึนศูนย์กลางอาเซียนนี่เราเสนอให้ครอบคลุมได้ ๓ ประชาคม ที่เราเปึนอยู่ก็คือประชาคมอาเซียนทางด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคงและการเมือง กับทางด้านสังคมและวัฒนธรรมคือยกระดับกรรมการอาเซียนขึ้นมา ๓ คณะเลยให้อยู่ใน คณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติที่เรามีอยู่แล้ว เรามีอยู่แล้วเมื่อป้ ๒๕๕๓ ในหน้าที่ของ การกําหนดเสนอแนะนโยบายยุทธศาสตร์อะไรต่าง ๆ นี่ ทีนี้โครงสร้างเราก็มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเปึนประธาน ดิฉันคิดว่า ๓ เสาหลักนี้ควรจะยกขึ้น มาแล้วก็ สืบเนื่องจากการที่เสนอให้ตั้งขึ้นมาอีก ๓ คณะนี่ภารกิจก็จะใหญ่โตมาก ก็เห็นสมควรที่จะมี สํานักงานคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติเลย ใช้แห่งชาติตามที่ท่านเสนอ หลายคนจะคิดว่า ดิฉันลุกขึ้นมาพูดทีไรพูดถึงตั้งองค์กรใหม่ ๆ สํานักงานก็จะคัดค้านต่อต้าน มิใช่เลย ถ้าเห็นด้วย ดิฉันก็จะไม่พูดเพราะท่านประธานบอกว่าถ้าเห็นด้วยไม่ต้องพูด ตรงนี้ก็เห็นด้วยแต่จะมี ขอเพิ่มเติมคือเพิ่มเติมในสิ่งที่ว่าเรามีอยู่แล้วคือกรมอาเซียนในกระทรวงการต่างประเทศ อันนี้เรามีอยู่แล้ว ก็ยกฐานะของกรมอาเซียนขึ้นมาเปึนสํานักงานคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี แล้วก็การบริหาร คณะกรรมการนี้ก็จะเปึนบอร์ด คณะกรรมการ
อาเซียนแห่งชาติที่ประกอบด้วยอีก ๓ คณะใหญ่ ๆ ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง แล้วก็ ด้านสังคมและวัฒนธรรมนี่ก็จะอยู่ในนี้ การบริหารมันก็จะครอบคลุมเพราะว่าเปึนภารกิจที่ ใหญ่โตมาก โดยเฉพาะในเรื่องของภาษา เรื่องการประสานงานอะไรต่าง ๆ แล้ว ๓ คณะนี้ ก็จะให้มีรัฐมนตรีเปึนประธานคณะกรรมการ อย่างกระทรวงกลาโหมก็คณะกรรมการอาเซียน ด้านความมั่นคง แล้วก็อาจจะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมหรือเปล่าในด้านของ สังคมและวัฒนธรรม แล้วเศรษฐกิจก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทางด้านเศรษฐกิจ ตรงนี้ดิฉันคิดว่าการที่เราทําองค์กรที่เรามีอยู่ให้เปึนประโยชน์ แล้วก็จะรวดเร็วด้วย เพราะมันเปึนการปรับโครงสร้าง แต่ถ้าเริ่มต้นนับ ๑ ใหม่มันก็จะช้า กรมอาเซียนเปึน กรมขนาดเล็กอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ มีบุคลากรไม่มาก เพราะฉะนั้นการทํางานนี่ ถ้าระดับที่จะเปึนระดับจะเปึนศูนย์กลางของอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศนี่ควรที่จะมีสํานักงาน ระดับแห่งชาติ คือสํานักงานคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ดิฉันก็สนับสนุน เพราะว่า ศักยภาพของเรา ภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศของเรามันอยู่ตรงกลางอยู่แล้วดิฉันว่าเหมาะสมที่สุด แล้วก็ประเทศไทยนี่ดิฉันก็เคยเปึนผู้แทนประเทศไทยไปประชุมอาเซียนบ่อยครั้งในด้านของ วัฒนธรรมและข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์
ก็ได้พบว่าประเทศอื่น ๆ เขาก็ให้ความนับถือ ยกย่อง ชื่นชมประเทศไทยเรานี่เปึนอันมาก ทีเดียว ก็อยากจะให้ดํารงสถานะและบทบาทที่น่าชื่นชมเช่นนี้ต่อไปจนกระทั่งเขายกย่อง ให้เราเปึนศูนย์กลางของอาเซียน ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านไกรราศ แก้วดี ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ไกรราศ แก้วดี สปช. จังหวัดสกลนคร ผมมีประเด็นที่นําเรียนท่านประธานกรรมาธิการอยู่ ๔ ประเด็น ในช่วงระยะเวลาที่จํากัด ขออนุญาตเรียนประเด็นแรกครับ ผมขออนุญาตชื่นชม ข้อเสนอของท่านที่จะปรับทัศนคติเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยทําให้คนไทย ต้องเข้าใจว่าการให้ความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งระยะสั้นและ ระยะยาว เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะเหตุว่าเราอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านบางครั้งประวัติศาสตร์ อาจจะทําให้เรากินแหนงแคลงใจกัน เพราะฉะนั้นการที่ปรับทัศนคติทํานองนี้ ผมยกตัวอย่าง เราจะได้ประโยชน์หลายอย่าง อย่างเช่น เพื่อนบ้านของเรา พี่น้องเวียดนาม พี่น้องลาว ค่าแรงถูกมาก ถ้าหากว่าเป่ดประเทศแล้วคนเหล่านั้น เข้ามาในบ้านเรา เราก็จะได้ลด การลงทุนค่อนข้างสูง ไม่เกิน ๑๐๐ บาท ประเทศเวียดนามกับประเทศ สปป. ลาว ขณะที่ไทยเรา ๓๐๐ บาท อีกอันหนึ่งที่ผมเห็นด้วยก็คือแม้แต่เขมรมีความเปึนพี่น้องกัน ผมเคยเปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เคยขึ้นไปทําฝายบนภูเขาพนมดงรักซึ่งเรายัง ไม่ได้มีเขตแดนที่ชัดเจน คือจากจังหวัดสุรินทร์มาถึงจังหวัดอุบลราชธานียังไม่มีเขตแดน ที่ชัดเจน เราก็เห็นพี่น้องมองเห็นเราทํางานตาปริบ ๆ อีกฝัืงหนึ่งก็ถือป๋นจ้องดูเราอยู่ ผมก็ชวนเขามาทําฝายผมบอกว่าเราเปลี่ยนจากภูเขามาเปึนภูเรา ใช้พระราชดําริของในหลวง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดี เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเปึนส่วนหนึ่ง ในประการที่ ๒ ในข้อเสนอ ของกรรมาธิการที่เสนอให้ประเทศควรมีแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว อันนี้เปึนเรื่องที่น่าจะ ได้ประโยชน์ทั้งประเทศอาเซียนด้วยกัน ผมขอเสนอเพิ่มเติมเพียงว่าให้เน้นในเรื่องของ ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะว่าของอาเซียนเรามีจุดแข็ง ที่ร่วมไม้ร่วมมือกันได้ อย่างเขมรก็มีบางส่วนมีเขาพระวิหาร พระเจ้าสุริยวรมัน ก็สร้างปราสาทขอมอยู่ที่จังหวัดสกลนคร เปึนปราสาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย หรือแทบจะ สูงกว่าอาเซียนสูงเหนือน้ําทะเล ๔๙๐ กว่าเมตร แล้วในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีร่องรอย
ของการสร้างปราสาทขอม ที่จังหวัดกําแพงเพชรก็มี แล้วยิ่งไปกว่านั้นก็คือวัฒนธรรมของคน อาเซียนนั้นใกล้เคียงกัน ท่านเชื่อไหมครับ ที่เดียนเบียนฟูมีคนภูไทพูดภาษาเหมือนกันกับเรา ถ้าเราไปค้าขายจุดแข็งก็จะมี ซึ่งจังหวัดสกลนครก็มีองค์กร ซึ่งหลายจังหวัดก็มีองค์กร ภาคเอกชนเขาทํางานเรื่องนี้ไปแล้ว สภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนครก็จะมีงานภูไทโลก วันที่ ๒๔ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๘ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่งครับ เรื่องที่ ๓ เรื่องสําคัญก็คือเรื่องของโลจิสติกส์ ถ้าเรามองประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม กับประเทศไทย เปึนประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถอุดหนุนเกื้อกูลกันได้ เรามีเส้นทางที่ ประเทศจีนท่านสุทัศน์ก็นําเรียนแล้ว ประเทศจีนประกาศหนานหนิงกับคุนหมิง เปึนเมืองหลวงโลจิสติกส์ของประเทศจีน เพื่อเป่ดประตูเข้าสู่อาเซียน ถ้ามองประเทศไทย มองที่กรุงเทพฯ ถนนเหมือนด้ามตรีสูรย์ พอไปถึงจังหวัดขอนแก่นแล้วก็แยกไปที่ จังหวัดอุดรธานี ไปคุนมั่นกงลู่ หรือหนานมั่นกงลู่เพียง ๑,๕๐๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ใช้สะพานแห่งที่ ๑ ที่จังหวัดหนองคาย ข้ามมาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ข้ามภูพาน ไปที่ จังหวัดสกลนคร แล้วไปจังหวัดนครพนม ไปที่ส่วนกลางของประเทศเวียดนาม ไปที่หนานหนิง เขตปกครองตนเองของกว่างซีจ้วงก็ ๑,๕๐๐ กิโลเมตร ถ้าลงไปสะพานแห่งที่ ๓ ก็จะข้ามไป ประเทศเวียดนามตอนใต้
อันนี้เปึนจุดแข็ง แต่ว่าที่จังหวัดสกลนครกับจังหวัดกาฬสินธุ์คงจะต้องทําการศึกษา เจาะอุโมงค์หรือขยายเส้นทาง เพราะจากการศึกษาวิจัยของสถาบันวิจัยขนส่ง ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาคํานวณแล้ว ๓ เส้นทาง ในเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ที่จะขนส่งสินค้าก็คือเส้นทางที่จังหวัดกาฬสินธุ์ไปจังหวัดสกลนคร ที่จังหวัดนครพนม ไปสะพานแห่งที่ ๓ แต่ว่ายังมีปัญหาเรื่องของภูเขาครับ ประการสุดท้ายครับ ประการที่ ๔ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ เราพูดเรื่องอาเซียนมาเยอะ แต่เรายังขาดเรื่องหนึ่ง ที่สําคัญมากซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคง โดยประสบการณ์ผมเคยเปึนผู้อํานวยการ ส่วนทะเบียนราษฎรหลังสึนามิ (Tsunami) เราไปประชุมที่ประเทศเขมร ปรากฏว่า ที่ประเทศเขมรที่ประเทศ สปป. ลาวยังไม่ได้จดทะเบียนราษฎรเยอะเลยครับ ประเทศเขมร มีอยู่ ๑๗ ล้านคน ขณะนั้นจดทะเบียนราษฎรไป ๑๔ ล้านคน ยังไม่จดทะเบียนอีก ๓-๔ ล้านคน คนตายที่สึนามิพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ไม่รู้ว่าเปึนใคร ผมก็เกรงว่าถ้าหาก เราเป่ดอาเซียน ถ้าหากว่าเราไม่มีทะเบียนราษฎรทั้ง ๑๐ ประเทศเราก็จะมีปัญหำ เพราะฉะนั้นข้อเสนอต่อกระทรวงมหำดไทยขณะนี้คือต้องรีบทํา มีทะเบียนราษฎร มีฐานข้อมูลเดียวกันทั้ง ๑๐ ประเทศ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาเรื่องของการพิสูจน์บุคคล ในเรื่องที่จะดําเนินนโยบายไปในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมาก ขออนุญาต กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่กรุณาให้เวลาครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านจรัส สุทธิกุลบุตร ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จรัส สุทธิกุลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๓๑ นะครับ ผมเห็นด้วย กับรายงานการที่ประเทศไทยเราจะเปึนศูนย์อาเซียนนะครับ โดยเฉพาะรายงาน ของดอกเตอร์สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ที่เสนอ ๖ ข้อในการปฏิรูป ในฐานะที่ผมเปึน คณะทํางานด้านโลจิสติกส์เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมจะขอพูดถึงข้อเสนอที่ ๒ นะครับ นั่นก็คือเรื่องการส่งเสริมให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางทางด้านคมนาคมในภูมิภาค ในการทํางานของคณะเชื่อมโยงโลจิสติกส์ของคณะผมที่ทํางานนั้น ผมได้ไกด์ไลน์ (Guideline) จากดอกเตอร์สุทัศน์ในการที่เราจะเปึนศูนย์กลางอาเซียนในการที่จะทํางานนะครับ
ไม่ว่าจะเปึนด้านทางอากาศ ทางน้ํา ทางบก หรือแม้กระทั่งเรื่องบรอดแบนด์ ซูเปอร์ไฮเวย์ ที่ในรายงานได้พูดถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เราจะเปึนคอนเนกทิวิตีในการเชื่อมโยงต่าง ๆ ตรงนี้ ในอดีตที่ผ่านมาเราเคยภาคภูมิใจว่าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หรือในโลกใบนี้ เรามีขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์หรือการคมนาคมนั้นอยู่ในอันดับที่ ๔๖ เมื่อป้ ๒๐๑๑ แต่ ณ ปัจจุบัน ๒๐๑๕ เราเลื่อนไปอยู่ที่อันดับที่ ๗๖ มันเกิดอะไรขึ้น นั่นก็ คือ ขีดความสามารถในการที่เราจะเปึนศูนย์กลางคมนาคมลดลงหรือเปล่า มันจะไปเสริม ในการที่เราจะเปึนศูนย์กลางอาเซียนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมจึงจะขอพูดเรื่องโลจิสติกส์นะครับ ปัจจุบันประเทศไทยเรามีโครงข่ายทางหลวงอาเซียน เอาเฉพาะทางหลวงอาเซียนนะครับ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านตามประตูต่าง ๆ อยู่ทั้งหมด ๑๒ เส้นทาง เปึนระยะทาง รวมทั้งหมด ๖,๗๑๔ กิโลเมตร เรามีระบบรางครอบคลุม ๔๗ จังหวัดในประเทศไทย มีระยะทางอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่า ทั้ง ๒ อย่างนี้มันจะมาเสริมให้กับเราในอนาคต ได้อย่างไร เราจะเปึนศูนย์กลางอาเซียนถ้าเราได้เชื่อมจีเอ็มเอส คอร์ริดอร์ (GMS Corridor) และบิมสเทค คอร์ริดอร์ (BIMSTEC Corridor) โดยผ่านแนวความคิด นอร์ท-เซาต์ คอร์ริดอร์ และอีส ต์-เวสต์ คอร์ริดอร์ ผมจะขอลงลึกในการศึกษาในคณะทํางานของผมว่า เราแบ่งออกมาเปึน ๔ แกนตั้ง และ ๔ แกนนอนในการที่จะเชื่อมโยงต่าง ๆ นะครับ แกนแรก นั่นก็คือนอร์ท-เซาต์ คอร์ริดอร์ก็คือเส้นที่ผ่านทางประเทศไทยของเรา ข้างบนประเทศไทย ของเราก็คือประเทศพม่า บางส่วนของประเทศ สปป. ลาว และเหนือขึ้นไปนั่นก็คือยูนนาน หรือคุนหมิง ลงใต้ลงมาจนไปถึงปาดังเบซาร์หรือสะเดาหรือจะออกไปทางประเทศสิงคโปร์ นั่นคือแกนตั้งที่ ๑ แกนตั้งที่ ๒ ถ้าเราเขยิบมาทางทิศตะวันตก นั่นคือที่ประเทศพม่า ในวันก่อนคณะโลจิสติกส์เราได้เสนอเส้นทางบิ มสเทคตรงนี้อยู่นะครับ ตั้งแต่ข้างบน ของประเทศพม่านั่นก็คือ ประเทศอินเดียหรือบางส่วนของประเทศจีนลงมาที่มัณฑะเลย์ ผมอยากจะพูดในบางจุดนะครับและเดี๋ยวจะได้มาย้ํานะครับ มีเมียวดี มีมะละแหม่ง มีทวาย ออกไปสู่ทะเลด้านอันดามัน ด้านภาคใต้ของทางพม่า
แกนตั้งที่ ๓ เขยิบมาทางทิศตะวันออกนั่นก็คือผ่านประเทศ สปป. ลาว ประเทศ สปป. ลาว ข้างบนนั่นก็คือยูนนานหรือคุนหมิง ลงมาก็จะเปึนอุดมชัย เปึนหลวงพระบาง เปึนเวียงจันทน์ แล้วก็สามารถลงมาใต้มาถึงประเทศกัมพูชาได้นั่นคือแกนตั้งที่ ๓ แกนตั้งที่ ๔ อยู่ที่ ประเทศเวียดนาม เหนือประเทศเวียดนามไปประเทศจีนนั่นก็คือหนานหนิง ฮานอยลงมา ฮาติงห์ ดานัง ออกสู่อ่าวตังเกี๋ยหรือทะเลจีนใต้ นั่นคือ ๔ แกนตั้ง ๔ แกนนอนที่จะพาดผ่าน ประเทศไทย แกนแรกอย่างที่ผมบอกว่าให้จําชื่อมัณฑะเลย์ไว้ แล้วก็พาดจากมัณฑะเลย์ ออกทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน บางส่วนของจั งหวัดเชียงใหม่ จังห วัดเชียงราย ออกจังหวัดพะเยา ออกประเทศ สปป. ลาว ออกอุดมชัย เมื่อออกอุดมชัยแล้วขึ้นไปข้างบน นั่นก็คือคุนหมิง ต่อจากอุดมชัยต่อไปอีกตรงไปก็คือฮานอยแต่ว่าต้องผ่านที่เดียนเบียนฟูก่อน ที่ฮานอยข้างบนฮานอยนั่นก็คือหนานหนิง เมื่อกี้ในรายงานหรือผู้อภิปรายก่อนหน้า ก็บอกแล้วว่าประเทศจีนเป่ดช่องทางที่ลงมาสู่อาเซียนของเราก็คือที่หนานหนิงและคุนหมิง เราสามารถที่จะเชื่อมโยง นั่นคือเส้นแนวนอนของภาคเหนือตอนบน เส้นแนวนอนที่ ๒ ก็จับมาที่ทางแม่สอด แม่สอดออกเมียวดี ในวันก่อนในรายงานเราบอกว่าออกเมียวดี เราเข้ากอกาเร็กเราสามารถขึ้นเหนือไปเส้นทางบิมสเทค ไฮเวย์ (BIMSTEC Highway) ได้ นั่นก็คือไปทางประเทศอินเดียได้ พาดทางแม่สอดแล้วก็สามารถออกมาทางจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือทางจังหวัดพิษณุโลกได้ก็ออกสู่ประเทศ สปป. ลาวที่เวียงจันทน์ได้ หรือแม้กระทั่งลงใต้ มาอีกนิดหนึ่งเราก็ยังสามารถที่จะไปแขวงคําม่วนได้ นั่นคือเส้นแนวนอนที่ ๒ เส้นแนวนอนที่ ๓ ก็จากทวาย จังหวัดกาญจนบุรีออกจังหวัดมุกดาหารเพื่อสู่สะพานมิตรภาพแห่งที่ ๒ ออกสะหวันนะเขตไปที่ดานัง หรือจะลงใต้จากจังหวัดกาญจนบุรีแล้วเราก็จะผ่าน จังหวัดสระแก้ว แล้วก็ออกประเทศกัมพูชาได้ ผมจะบอกแกนที่ ๔ นั่นก็คือแกนเชื่อมระหว่าง อ่าวไทยกับอันดามัน ในรายงานของคณะโลจิสติกส์ครั้งก่อนก็มีการพูดถึงนั่นก็คือการเชื่อม อ่าวไทยกับอันดามัน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือการเชื่อมทะเลจีนตอนใต้กับมหาสมุทรอินเดีย แบบที่ในรายงาน นั่นคือ ๔ แกนตั้ง ๔ แกนนอน ผมขอเจาะลงอีกนิดหนึ่งที่ท่านไกรราศ ได้พูดถึงว่าในเส้นแนวนอนที่ ๒ และที่ ๓ ที่ผมบอกว่าผ่านทางประเทศ สปป. ลาว โดยที่ด่านชายแดนของเรานั้นมีตั้งแต่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม แล้วก็จังหวัดมุกดาหาร ๒ สะพานตรงนี้สามารถที่จะเชื่อมไปสู่ภาคกลางของทาง ประเทศเวียดนามได้นั่นก็คือที่ฮาติงห์ซึ่งจะเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษอันใหม่ของทาง
ประเทศเวียดนามที่จะเปึนท่าเรือน้ําลึก ซึ่งจากฮาติงห์ตรงนี้ก็สามารถที่จะขึ้นเหนือไปฮานอย และไปที่หนานหนิงได้ เส้นที่จะออกไปทางฮาติงห์ใกล้ที่สุดนั่นก็คือผ่านสะพานมิตรภาพ ที่จังหวัดนครพนม ซึ่งเมื่อกี้ท่านไกรราศได้บอกแล้วว่า ๕ กลุ่มจังหวัดทางภาคอีสานตรงนั้น จะได้ประโยชน์นั่นก็คือการเจาะภูพานก็จะได้ประโยชน์ทั้งจังหวัดสกลนคร จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วก็จังหวัดนครพน มที่จะออกสู่ฮาติงห์ได้ อีกเส้นทางหนึ่งที่ลงมาอีกหน่อยนั่นก็คือ จังหวัดมุกดาหารที่จะออกสะหวันนะเขตแล้ว ก็ไปที่ดานัง ถ้า ๔ แกนตั้ง ๔ แกนนอนนี้ เสร็จสมบูรณ์ผมว่าการที่เราจะเปึนศูนย์อาเซียนน่าจะเปึนไปได้ แล้วก็จะมีความเข้มแข็ง และจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขั นของเรา ผมขอจบประโยคสุดท้ายว่า ผมมีความเชื่อว่าทุกทรานแซกชัน (Transaction) ที่วิ่งบนระบบโลจิสติกส์มันจะสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านโกวิท ศรีไพโรจน์ ค่ะ
กราบขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ หมายเลข ๑๙ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่ได้ทํารายงานมาทั้งหมดเห็นด้วยทุกประการ แต่ว่ามีอยู่ ประมาณสัก ๒-๓ ประเด็น ขออนุญาตขอแสดงความคิดเห็นไปยังท่านกรรมาธิการ ในหน้า ๓ เกี่ยวกับเรื่อง ของกฎหมายไทยที่ท่านบอกว่า ค่อนข้างซับซ้อนเกิดปัญหาในการดําเนินธุรกรรมนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เนื่องจากว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการใช้กฎหมายของประเทศไทยนั้นกับประเทศ เพื่อนบ้านยังมีปัญหาลักลั่นกันอยู่หลายประการ เอาชัด ๆ ก็แค่คดีป๋นครับ ถ้าเปึนประเทศ มาเลเซียก็คือถึงกับประหารชีวิต แต่ของประเทศไทยเราก็เอาแค่รอการลงโทษจําคุก ซึ่งเปึนโดยปกตินะครับ ทีนี้ถ้าเรื่องสําคัญมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมเองผมพูดเกือบทุกเวที แต่ไม่เคยได้รับคําตอบ เรื่องของโลจิสติกส์ครับ หลังจากที่เราเสียดินแดนม ะริด ทวาย ตะนาวศรี เมื่อสมัยรัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ เราเสียท่าเรือในเขตนั้น เมื่อก่อนประเทศไทย เปึนเจ้าอาณานิคมฝัืงนี้ เนื่องจากว่าเรามีพอร์ต (Port) คือท่าเรือมะริด ทวาย ตะนาวศรี หลังจากที่เราเสีย ๓ เมืองนี้ไป ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้สร้างท่าเรือน้ําลึกไว้ที่ กันตัง แล้วเดินโลจิสติกส์คือทางรถไฟจากกันตังมาถึงคลองเตย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่นับแต่ที่ล้นเกล้า ฯ ได้ดําเนินการเรื่องนี้มา ท่านประธานครับ วันนี้ไม่เคยมีใครพูดถึง เรื่องนี้เลย ผมถามกี่เวที กี่เวทีแล้วก็มีอยู่แค่สี่แยกเอเชีย อาณานิคมทวาย แต่ว่าตรงนี้ ที่เรามีอยู่แล้วผมก็แปลกใจจริง ๆ ทําไมมองข้ามกันไปหมด ก็ฝากท่านกรรมาธิการกรุณา ถ้าหากว่าใครหาคําตอบให้ผมได้ก็จะดีมากนะครับ อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน คือเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคง ตั้งแต่ได้รับว่าของเรา จะต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น ผมเองผมก็มองนะครับ เนื่องจากว่าผมไม่ได้มีหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ที่ผมทราบมาก็คือว่าเพื่อนบ้านของเรานั้นเกี่ยวกับเรื่อง ของอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์เพื่อนบ้านของพวกเรานั้นเปึนของรัฐทั้งสิ้น ไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศ สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศมาเลเซีย แผ่นดินเปึนของรัฐ แต่ของประเทศไทยของเรานี่ไม่ใช่ เมื่อไม่ใช่แผ่นดินของเราเปึนของเอกชน วันนี้ก็มีรายการ ทุจริตกันเยอะที่บริษัทต่างชาติมาจดทะเบียนในประเทศไทยแล้วก็ถือครองแผ่นดินไทย ที่เกาะสมุยผมก็เพิ่งผ่านคดีมาเมื่อไม่กี่ วันมานี้หลายคดีทีเดียวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าหากว่า มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน เคลื่อนย้ายทุน ผมเองผมก็มีความกังวลอยู่เกี่ยวกับเรื่องของ การถือครองที่ดินในแผ่นดินไทยเหมือนกันว่าทุนที่จะเข้ามานั้นอาจจะมีผลกระทบเกี่ยวกับ เรื่องของดินแดนของประเทศไทยได้ ก็ฝากท่านกรรมาธิการเรื่องนี้ด้วยนะครับ เนื่องจากว่า ของเรายังไม่ได้มีคําตอบเรื่องนี้อย่างชัดเจน อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสําคัญ ท่านประธานครับ เมื่อเดือนที่แล้วผมมีโอกาสไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่อําเภอเกาะพะงัน ก่อนจะเดินทางไปครับท่านประธาน ผมก็เหมือนกับท่านประธานสมัยก่อน ก็คือเราไปที่เรือ
นอนกลางคืน เดินทางออกจากบ้านดอนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีตอนเที่ยงคืน วันนั้น มีเพื่อนบ้านก็คือแรงงานพม่าไปด้วยค่อนข้างจะเยอะ ประมาณสัก ๓๐ คน มีประมาณ ๒๐ กว่าคนมีพาสปอร์ต (Passport) แต่ผมเองก็คือตอนนั้น ก็บังเอิญว่ามีเจ้าหน้าที่ เข้ามาตรวจพาสปอร์ต ตรวจหนังสือเดินทางก็มีบ้างไม่มีบ้าง แต่ที่มีพาสปอร์ตนี่ผมบอก เดี๋ยวนี้ประเทศพม่าเขาออกพาสปอร์ตได้แล้วหรือ ก็จึงทราบว่าเขามีการตั้งโต๊ะทําพาสปอร์ต ที่ชายแดน ตรงจุดนี้ละครับผมก็เริ่ มชักกังวลว่าพาสปอร์ตที่คน พม่าเหล่า นั้น นํามาแสดงนั้นผมก็ไม่ทราบว่าเปึนพาสปอร์ตจริง พาสปอร์ตปลอม เพราะผมไม่ได้มีหน้าที่ ไปตรวจสอบของเขา สอดคล้องกับที่ผมเคยกราบเรียนท่านประธานตอนที่ ๒ นาที มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมบอกว่าวันนี้เราก็ให้พวกนี้ได้รับใบขับขี่กันบ้างแล้ว ผมก็ไม่รังเกียจนะครับ เพื่อนบ้านของเรา เมื่อเขาเข้ามาในประเทศไทยเขาเปึนแขก เขาเปึนอาคันตุกะ ผมไม่ได้มอง ว่าเขาเปึนคนพม่า คนลาว เหมือนกับที่เรามีความรู้สึก เราต้องให้ความเปึนธรรม แต่เรื่องนี้ เราก็ต้องมองด้วยความที่เราจะต้องเปึนกังวลในความมั่นคงของประเทศไทยด้วย คราวนี้ มันส่งผลตรงนี้ครับว่าเมื่อมีการเคลื่อนย้ายประชาคมอาเซียนแล้ว เกี่ยวกับเรื่องของสัญชาติ เรื่องสัญชาติเปึนเรื่องที่สําคัญที่สุด ก็คือว่าเมื่อมีการเคลื่อนย้ายประชากรมาแล้ว วันนี้ถ้าหากว่าแรงงานต่าง ๆ นั้นมาอยู่ในประเทศไทย ประเทศไทยเราเปึนศูนย์กลางอยู่แล้ว มาแล้วเขาก็ย่อมมีครอบครัว บางทีก็เอาครอบครัวมา มีลูกมีหลานเกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านครับ ถ้าโดยหลักดินแดนแล้วเด็กเหล่านี้ได้สัญชาติไทยครับ เขามีสิทธิเปึนพลเมือง ของไทยด้วยในอนาคต ผมก็ไม่ทราบนะครับว่าประชาคมยุโรปเขามีกติกากันอย่างไร เรื่องนี้จริง ๆ ผมไม่ทราบจริง ๆ
แต่ผมคิดว่าของเราเคยมีการศึกษาเรื่องนี้กันบ้างหรือไม่ แล้วถ้าหากว่าเด็กเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยในอนาคตเขาย่อมเปึนพลเมืองไทยนะครับท่านประธาน ท่านรองประธาน บวรศักดิ์กําลังขึ้นมาพอดี เขาเปึนพลเมืองของไทยต่อไปนะครับ แล้วคราวนี้เราจะ สร้างเกราะให้กับประเทศไทย ให้กับสังคม แล้วให้กับลูกหลานไทยที่เปึนคนไทย เชื้อชาติไทย อย่างแท้จริงได้อย่างไรครับ นี่ก็เปึนเรื่องของความกั งวล ฝากท่านกรรมาธิการผ่าน ท่านประธานด้วยครับ ผมก็คงมีเรื่องกังวลไว้แค่นี้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านจุรี วิจิตรวาทการ ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพและท่านกรรมาธิการ ดิฉัน ขอชื่นชมนะคะว่าได้คิดกันอย่างละเอียดและได้ทํารายงานนี้ในมิติทางเศรษฐกิจที่ดี เปึนอย่างยิ่งเลย แต่จะมีข้อเสนอแนะบางข้อ ดิฉันคิดว่าการที่เราจะปฏิรูปหรือว่าจะสร้าง ประชาคมอาเซียนทางเศรษฐกิจโดยไม่ได้คํานึงถึงมิติทางด้านสังคมและวัฒนธรรมอาจจะเปึน จุดอ่อนอันหนึ่งหรือไม่ ดิฉันคิดว่าท่านก็ได้พูดถึงว่าสําคัญเมื่อกี้ตอนที่ฟังดอกเตอร์สุทัศน์พูดนะคะ แต่ดิฉันอยากจะให้มีการคิดถึงว่าเพื่อให้ประชาคมอาเซียนเข้มแข็ง แข็งแรง อยู่ได้ ยืนยาวนานมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างอัตลักษณ์ของ อาเซียน เพราะว่าดูอย่าง ประชาคมของยุโรปนั้นจุดอ่อนอันหนึ่งก็คือว่าเซนส์ (Sense) ความรู้สึกของการเปึน ประชาคมร่วมกันมันน้อย แต่ไปเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเรื่องของการเงินเปึนหลัก ปัญหาที่เกิดขึ้นมันก็เลยทําให้อย่างประเทศกรีซที่เราเห็น ความล่มสลายของประเทศกรีซ เปึนอะไรที่น่ากลัวและเราคงไม่อยากเห็นว่าประเทศใดในประชาคมอาเซียนจะเกิดปัญหานี้ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวมีมิติ ประการแรก ถ้าให้เศรษฐกิจของเราได้รับประโยชน์อย่าง เต็มที่จากประชาคมอาเซียนการเตรียมตัวของเราและเตรียมความพร้อมมีความสําคัญ อย่างยิ่ง หลายท่านก็คงได้คิดแล้วก็พูดกันไปไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ว่าดิฉันคิดว่าเรายังขาดการที่ จะเตรียมตัวทางด้านภาษา ด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม สังคมของอาเซียน ร่วมกัน อันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก ๆ เราจะแพ้ประเทศอื่นในเรื่องภาษา โดยเฉพาะ ภาษากลางซึ่งจะใช้ในประชาคมอาเซียนคือภาษาอังกฤษ ทําอย่างไรที่ต้องกระตุ้นให้เกิด การเรียนรู้อย่างเต็มที่ ๒. ในเรื่องของวัฒนธรรม สังคมนี่เขารู้จักเรามากกว่าเรารู้จักเขา เพราะฉะนั้นในประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายทําไมเรามี เอเชียน สตัดดี เซนเตอร์
(Asian Study Center) น้อยมากที่ศึกษาทางด้านวัฒนธรรมของประเทศเขมร ประเทศ สปป. ลาว ของเพื่อนบ้าน ทําอย่างไรที่จะรณรงค์ให้เด็กนักเรียนในรุ่นใหม่ เด็กนักศึกษามหาวิทยาลัย เข้าใจศึกษาเข้าถึงเข้าลึกและเข้าใจความเปึนเพื่อนบ้านกันและวัฒนธรรมสังคมของเพื่อนบ้าน ประการที่ ๒ ดิฉันว่าการสร้างอัตลักษณ์ของอาเซียนเปึนเรื่องสําคัญ ทําอย่างไรที่จะสร้าง อัตลักษณ์อันนี้ให้เกิดขึ้นได้ เรามีพื้นฐานเก่าแก่ตั้งแต่ดั้งเดิมที่นํามาใช้ได้อาจจะเปึนการ รีครีเอต (Recreate) สร้างใหม่จากของเดิม จุดแข็งของประเทศในอาเซียนด้วยกัน มีหลายอย่างที่ไม่เหมือนกับเอเชียตะวันออก เรามีสถานภาพของสตรีที่ไม่ต่ําต้อยตั้งแต่ อดีตกาล เรามีการสืบทอดมรดกที่เท่ากัน หญิงก็ได้ ชายก็ได้ ที่คนอื่นไม่เปึนไม่ว่าเรามองไป เอเชียทางใต้หรือเอเชี ยทางตะวันออกเขาให้ชายเปึนหลัก สิ่งเหล่านี้มันคอมมิว นาลิตี (Communality) เปึนสิ่งที่เราแชร์ร่วมกันในเซาต์อีสต์ เอเชีย (Southeast Asia) เราทําข้าว เราปลูกข้าวแบบนาดํา ซึ่งเปึนอะไรที่ทําให้การแบ่งหน้าที่การงานระหว่างหญิง ชาย มีความเสมอภาคมากกว่า สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เราอาจจะนํามาใช้ได้ในเวลาเดียวกัน การผสมผสานทางด้านวัฒนธรรมจากหลาย ๆ อย่าง วัฒนธรรมของประเทศจีน ของอาหรับ ของประเทศอินเดีย มีผลทําให้อาเซียนมีความคล้ายกันในหลายอย่างซึ่งน่าจะนํามาเน้น เปึนอัตลักษณ์ร่วมกันได้ รามายณะ รามเกียรติ์ของเราซึ่งเราก็ใช้กันทั่วไปหมดในภูมิภาคนี้ สิ่งเหล่านี้เปึนอะไรที่เราต้องมาร่วมมือร่วมใจคิดกัน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่จะได้เชื่อม ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน เชื่อมความเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันในประเทศของอาเซียนด้วยกัน ทีนี้อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าการที่จะสร้างกรรมการชุดใหม่เพื่อดูแลเศรษฐกิจมันอาจจะไป ตอกย้ําความที่แตกต่างหรือไม่ประสานงานกั นอีกหรือไม่ ถ้าเปึนไปได้ไปรีไวเทิล ไลซ์ (Revitalize) ไปปรับชุดเดิมแต่ว่าให้มีอนุทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งอย่างที่ท่านต้องการ
แต่ว่าชุดสังคม วัฒนธรรม ก็จําเปึนที่จะต้องทํางานไปด้วยกันจะได้ขับเคลื่อนคู่ขนานกันไปได้ ส่วนคอมมิตเมนต์ (Commitment) ความแน่วแน่ทางการเมืองก็สําคัญ แต่ดิฉันเข้าใจดีว่า มิติทางการเมืองนั้นเราไม่สามารถที่จะไปก้าวก่ายเรื่องเอกราชของแต่ละประเทศ แต่ในประเทศอาเซียนด้วยกันเองจะต้องไม่มีนโยบายที่กลั่นแกล้งกันหรือว่าดูถูก กัน ดิฉันจะไม่กล่าวชื่อถึงประเทศหนึ่งที่คอยแพร่ข่าวไม่ดีของประเทศไทยเสมอ ๆ แต่อย่างไรก็ตามแต่มันต้องมีโพลิทิคอ ล คอนโทรล (Political control) การคุมทางด้าน การเมืองบางอย่างที่จะควบคุมกํากับให้นักการเมืองระดับสูง ผู้บริหารประเทศ ขับเคลื่อนไป ในทางเดียวกันเกี่ย วกับเรื่องอาเซียน ตรงนี้ก็ต้องมีมิติของอนุของชุดการเมืองที่มี ความเข้มแข็ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกชุดต้องประสานกันไม่อย่างนั้นเราจะกลับไปเจอปัญหาที่ว่า ต่างคนต่างทําที่เราเห็นกัน แล้วให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง จะตั้งชุดใหม่ก็ได้แต่ต้องมี ๓ มิตินี้ แต่แน่นอนเศรษฐกิจนําเพราะว่าเราเปึนประชาคมอาเซียนทางเศรษฐกิจค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปเชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ดิฉัน ขอสนับสนุนการเปึนศูนย์กลางของอาเซียนของประเทศไทย ศูนย์กลางข้อมูล ศูนย์กลาง กิจกรรม ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเปึนศูนย์กลางอาเซียนเปึนกลไกสําคัญหนึ่งที่จะขับเคลื่อน ประเทศไทยกําลังพัฒนาสู่การเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว การใช้อาเซียนเปึนกลไกเพื่อสร้าง การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมภูมิภาค เปึนเส้นทางการค้าหลัก ของอาเซียน ประเทศไทยได้ประโยชน์อย่างมหาศาล การสร้างเส้นทางเชื่อมโยงตลาดสําคัญ ของอาเซียนเพราะเปึนจุดศูนย์กลางของนานาประเทศในอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนที่กําลังจะมาไม่กี่วันนี้ ประเทศไทยเตรียมต้อนรับหรือยังนะคะ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ หรือ กฎหมายอาเซียนของประเทศไทยเพื่อจะรองรับกับภาษาและวัฒนธรรม อัตลักษณ์ ของประเทศใน ๑๐ ประเทศ ข้อตกลงในอาเซียนตามแนวชายแดน การทําให้ประชาชนได้ ศึกษาข้อมูลให้รู้ก่อน การสร้างความได้เปรียบให้กับคนไทยทุก ๆ มิติ ประเด็นสําคัญนะคะ
ดิฉันว่าประเทศไทยเปึนศูนย์กลางคมนาคมภูมิภาคอาเซียน การสร้างระบบเครือข่าย พันธมิตรด้านคมนาคมทางบก ทางน้ํา ทางอากาศร่วมกัน การสร้างศูนย์ที่เปึนหัวใจ เปึนจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ศูนย์กลางสินค้าแปรรูปอาหารฮาลาล การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ สําหรับสินค้าต่าง ๆ ตามแนวชายแดนทั่วประเทศไทย การให้บทบาทประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในเวทีอาเซียนใหญ่ได้อย่างชัดเจน เปึนศูนย์กลางอาเซียนเปึนเรื่องสําคัญ เปึนหัวใจที่จะทําให้ประชาชาติอยู่รอดและเปึนหนึ่ง ในอาเซียนในอนาคต การกําหนดยุทธศาสตร์เพื่อเปึนศูนย์กลางเพื่อความยิ่งใหญ่และมั่นคง มั่งคั่งในอาเซียน ขอสนับสนุนคณะกรรมาธิการเปึนอย่างยิ่งนะคะ ดิฉันจะยกตัวอย่างนะคะ ประเทศไทยนี่เปึนศูนย์กลางที่มีมาแล้วก็คือศูนย์กลางของทางอากาศ ก็คือเช่น สนามบินสุวรรณภูมิ เปึนแหล่งที่พักท่องเที่ย ว ส่วนทางบกจะต้องรีบสร้างรถไฟฟัารางคู่ ของประเทศไทยสร้างหรือยังคะ ดิฉันได้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียมีนะคะ ทั้งใต้น้ํา บนบก บนดินอะไรนี่ แล้วก็มาถึงรัฐกลันตันค่ะ เพื่อเปึนการย่นระยะเวลา เปึนอย่างยิ่งในการขนส่งสินค้าเกษตรทุกมิติ อยากจะฝากสิ่งสําคั ญอีกอย่างหนึ่ง ที่สําคัญที่สุดก็คือโลจิสติกส์ทางน้ํา ประเทศไทยเรานี้ป่ดกั้นมานานแล้ว อยากจะฝากถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและผู้รับผิดชอบ ช่วยอนุมัติและดําเนินการได้แล้วใน ขณะที่เรา มาปฏิรูปแก้ไขประเทศชาติ
ประเทศชาติจะได้หายจากความจนเสียที ปัญหาความยากจนจากพ่อแม่ชาวนา เกษตรกร ทุกภาคทุกส่วนใน ๔ ภาคของประเทศไทย ถ้าเราตัดเส้นทางเรืออันดามัน อ่าวไทย เพื่อต้อนรับอาเซียนเข้าหากันจะเปึนการช่วยย่นระยะทาง เปึนศูนย์กลางระดับอาเซียน ระดับโลกก็ว่าได้นะคะ ดิฉันคิดว่าประเทศไทยเปึนประเทศศูนย์กลาง รายได้ประชากร ส่งออก ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ จึงจะต้องรีบเร่งที่จะต้องทําประโยชน์ ที่ให้ประโยชน์ ก็คือจะต้องเก็บค่าผ่าน ทาง อย่างเช่น คลองไทย คลองคอดกระ หรือคลองอื่น ๆ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่ออนาคตเปึนศูนย์กลาง อาเซียน ประโยชน์อาหารฮาลาลโลก แล้วก็การขนส่งศูนย์โลจิสติกส์ต่าง ๆ แล้วก็น่าเสียดาย ถ้าเราไม่ได้รีบทําในคณะปฏิรูปคราวนี้ ฝากถึงนี่คือความร่ํารวยของประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เปึนประตูของประเทศอภิมหาเศรษฐีในอนาคต ขอขอบคุณค่ะ
เชิญท่านอาจารย์ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการครับ ผมขอให้ความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องของการเปึนศูนย์กลางอาเซียน โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านกรรมาธิการได้เสนอแนะ ที่ปรากฏในเอกสารตั้งแต่หน้า ๑๑ ผมอยากจะให้ลองพิจารณาเน้นความสําคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการส่งเสริมให้ประเทศไทย เปึนศูนย์กลางของการเสริมสร้างวัฒนธรรมอาเซียน คือผมมองว่าการเปึนอาเซียน คือการเปึนประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน มีพรมแดนติดกัน แล้วจะมีการค้า การแลกเปลี่ยนอะไรต่าง ๆ ร่วมกัน มันต้องเข้าใจกัน มันต้องรู้จักกัน เพราะฉะนั้นพื้นฐาน ทางด้านจิตใจ พื้นฐานทางด้านความคิดเปึนเรื่องสําคัญ คนเรารู้จักกันคิดเหมือนกัน ก็เปึนเพื่อนกัน ค้าขายกัน ดังนั้นมิติในเรื่องอาเซียนจึงท้าทาย ประเด็นก็คือเราจะสร้าง ค่านิยมทางสังคมใหม่เปึนค่านิยมของอาเซียนร่วมกันอย่างไร แล้วเราจะนําเอาภูมิปัญญา พื้นบ้านของประเทศในอาเซียนมาสร้างให้เปึนฐานของนวัตก รรมของเศรษฐกิจดิจิทัล ในวาระก่อนหน้านี้ที่ท่านพูดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ให้เปึนฐาน เปึนแหล่งหนึ่งในโลกนี้ที่มีพลัง ได้อย่างไร ถ้าเรามองในมุมนี้ผมว่าจริง ๆ แล้วอาเซียนจริง ๆ คือการมีวัฒนธรรมนั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเปึนศูนย์กลางของอาเซียนถ้ามองในมิติวัฒนธรรม ผมว่ามันน่าจะมี อย่างน้อย ๓ สิ่งที่เราจะต้องผลักดัน อันที่ ๑ เราต้องเปึนประเทศที่ผลักดันการสร้างเสรี
ทางศาสนา เพราะจริง ๆ อาเซียนมีศาสนาที่สลับซับซ้อน ไม่ได้มีเฉพาะ ๔-๕ ศาสนาอย่างที่ เราเข้าใจกัน มันยังมีความเชื่อใหม่ ๆ ลัทธิใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งต้องเป่ดให้เสรี หมายความว่ายอมรับซึ่งกันและกัน ไม่เอามิติศาสนาที่ต่างกัน เชื่อผีป้ศาจต่างกันเอามาฆ่ากัน เอามาทะเลาะกัน ประเด็นที่ ๒ เราพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีของโซเชียล มีเดียหรือคลาวด์ เทคโนโลยี (Cloud Technology) ผมว่าตรงนี้ประเทศไทยเราน่าจะใช้โอกาสในการสนับสนุน ให้ก่อเกิดมีเว็บไซต์ มีการสื่อสาร มีทวิตเตอร์ (Twitter) นั่นแหละโซเชียล มีเดียระหว่างคน ในอาเซียนจะได้รู้จักกันมากขึ้น เพราะว่าถ้าหากเราคิดไม่เหมือนกัน ความคิด จะเปึนศูนย์กลางอาเซียนนี่มันเปึนความคิดที่คงจะเปึนจริงยาก แน่นอนมันมี ความหลากหลายทางความคิด แต่จะต้องให้มีการสื่อสารให้เข้าใจกัน แล้วก็เชพ (Shape) ไปด้วยกัน อันที่ ๓ ที่ตามมาก็คือเรื่องอัตลักษณ์ ที่ผ่านมาเราอาจจะมีประวัติศาสตร์ อะไรก็แล้วแต่ทําให้คิดไปคนละอย่าง รังเกียจกัน พูดภาษาไม่เหมือนกัน ไม่เข้าใจกัน คนหนึ่งเปึนไทย คนหนึ่งเปึนเขมร เปึนอะไรก็สุดแท้แต่นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนศูนย์กลาง เราต้องตั้งตัวเปึนหลักที่จะไม่ให้มีการนําเอาอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ ทางภาษา และศาสนา มาเปึนเครื่องทําให้ไปด้วยกันไม่ได้ ทําให้เข้ากันไม่ได้ ซึ่งต่างชาติที่อยู่ไกลจากเราเขาอาศัย จุดอ่อนนี้แหละเปึนตัวที่ทําให้เราเข้ากันไม่ได้ เพื่อจะได้แบ่งแยกและปกครอง อันนี้เปึน อย่างน้อย ๓ อย่างที่ควรจะทํา ทีนี้ท่านพูดถึงในเอกสารนี้เปึนแผนยุทธศาสตร์ที่จะทําเรื่อง การหล่อหลอมสร้างโพซิชันนิง (Positioning) ของเราให้เปึนศูนย์กลางในอาเซียน
ผมคิดว่าเราน่าจะทําอย่างน้อยสัก ๔-๕ เรื่อง เรื่องแรกก็คือนับตั้งแต่วันนี้เลยเราต้องพยายาม สร้างผู้นําอาเซียน ไม่ใช่ผู้นําคนไทย ผู้นําคนในอาเซียนแต่เปึนผู้นํารุ่นใหม่ที่คิดแบบ ที่ลีด (Lead) ที่เปึนผู้นําที่ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งทักษะที่จะเปึนตัวเด่นขึ้นมาได้ เวลานี้เราดู ในโลกทั้งหมดตัวแทนที่จะไปนั่งในยูเอ็น (UN) ไปนั่งในองค์กรใหญ่ ๆ เวลานี้หาคนที่มาจาก อาเซียนนี่แทบจะยังไม่มี นับนิ้วมือ ๑๐ นิ้วยังไม่ครบ มันขาดไปนะครับ เพราะฉะนั้นอาเซียน ฐานะที่จะเปึนหมุดหนึ่งในโลก ลีดเดอร์ในอนาคตที่เปึนคนอาเซียนต้องทํา แล้วเราต้องลงมือ เปึนเจ้าภาพผลักดันอันนี้ก่อน ต้องแสดงบทนี้ก่อน แล้วเศรษฐกิจอื่น ๆ มันจะตามมา อันที่ ๒ มันก็ตามมาแน่ แล้วก็การที่เ ราพยายามมีแพลตฟอร์ม (Platform) มีไดอะลอกต่าง ๆ ในเรื่องของสุขภาพ เรื่องอาหาร เรื่องพลังงาน อันนี้มันจะทําให้เกิดความเชื่อถือ ถ้าทํางานด้วยกันไปเรื่อย ๆ ลดความระแวง ทีนี้อันที่ ๓ ผมคิดว่าท้าทายมาก ถ้าประเทศไทย เปึนศูนย์กลางทางด้านธุรกิจก็ดี คําถามก็คือชีวิตใหม่ของอาเซียนนี่อาเซียนในรูปแบบใหม่ มันคืออะไร ผมคิดว่าน่าจะต้องรีเ สิร์ช (Research) แล้วหาภาพนี้ขึ้นมาได้เปึนนิว ไลฟี (New life) ขอโทษครับ เปึนชีวิตใหม่ของอาเซียนที่จะบริโภคอะไร อยู่กินอย่างไร รองรับ สิ่งที่เราทําเศรษฐกิจของเราที่จะตามมา อันนี้ผมคิดว่าเรายังไ ม่มี ประเทศเกาหลีใต้ เคยพยายามจะทําชีวิตใหม่ของประเทศเกาหลีใต้ มีการสร้างหนัง สร้างละคร สร้างเรื่อง สร้างราวขึ้นมาใช่ไหมครับ สร้างประเทศขึ้นมาใหม่ เวอร์ชัน (Version) ใหม่ อันนี้ก็อุปมา อย่างเดียวกันที่เราควรจะมองในเชิงของอาเซียน แล้วสุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานขออภัย ก็คือว่าถ้าหากเราจะมองอาเซียนเปึนแค่พื้นที่ที่มีคน มีต้นไม้ มีการซื้อ มีคนกิน มีคนบริโภค ผมว่าไม่น่าจะพอ แต่ถ้าเราจะเปึนศูนย์กลางอาเซียนจริงเราต้องเปึนศูนย์กลางของ การพัฒนาขีดความสามารถของคนอาเซียนครับ ซึ่งมากไปกว่าเปึนศูนย์กลางมหาวิทยาลัย อาเซียนไม่ใช่ แต่เปึนเรื่องของการสร้างฮิวแมน แคพะบิลิตี (Human capability) สร้างสมรรถนะของคนในอาเซียนนี้ แล้วถ้าเราเปึนแกนตรงนี้ได้เรื่องการค้า เรื่องอื่น ๆ ไม่ต้องห่วงเราก็สามารถที่จะยึดกุมได้เพราะเรานําเอาความรู้ เอาความเชื่อถือ เรามีทั้งทรัสต์ มีทั้งความรู้ ความวางใจ เราก็จะเปึนศูนย์กลางได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
คุณสีลาภรณ์ บัวสาย ครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการนะคะ สีลาภรณ์ บัวสาย ค่ะ ที่จริงความเห็นนั้นใกล้เคียงกับความเห็นของ ๓-๔ ท่านที่พูด มาก่อนหน้าคือมิติในเรื่องของสังคมวัฒนธรรม ดิฉันคิดว่าเศรษฐกิจที่เข้มแข็งมันต้องยืนอยู่ บนฐานทรัสต์ เราไปดูทรัสต์ธรรมดาทรัสต์ที่เราพูดเรื่องทรัสต์ทางการเงินมันยืนอยู่ ได้ เพราะความไว้วางใจ ความเชื่อถือระหว่างกัน ถ้าเราเดินหน้าการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐาน วิธีคิดเรื่องการแข่งขัน การแข่งขันมันมีรากฐานของวิธีคิดบางส่วนเปึนเรื่องของการ จะเรียกว่าเอาเปลี่ยนก็ทํานองนั้น คือมีคนได้แล้วมันก็มีคนเสีย มันเปึนซีโรซัม (Zero-sum) แต่ถ้าคิดเ รื่องวิน วิน (Win Win) น่าจะคิดเศรษฐกิจใหม่บนฐานของทรัสต์ ทรัสต์ที่จะมี ร่วมกันได้ของคนอาเซียนมันต้องเกิดจากรากเหง้าทางวัฒนธรรม รากเหง้าของความรู้สึกร่วม ซึ่งหลายท่านได้พูดไปก่อนหน้านี้ดิฉันจะไม่พูดซ้ํา ไปที่ข้อเสนอเลยนะคะ ข้อเสนอในหัวข้อที่ ๕ หน้า ๑๑ ในข้อแรกเลยดิฉันคิดว่าแทนที่จะพูดแค่เพียงการปรับทัศนคติเกี่ยวกับ ประเทศเพื่อนบ้านสิ่งที่ควรจะพูดเลยก็คือเรื่องการสร้างความร่วมมือทางด้านสังคมวัฒนธรรม อันนี้เปึนพื้นฐานที่จะทําให้เรายืนบนฐานว่าเราสร้างความไว้วางใจจากความร่วมมือระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศรอบ ๆ ข้างในอาเซียน การสร้างความร่วมมือนี้อันดับแรก ๆ เลย คือความร่วมมือในการที่จะค้นหารากเหง้า ความร่วมมือด้านการวิจัยง่ายสุดไม่อันตราย แล้วทุกคนก็รู้สึกว่าไปด้วยกันได้ ในการที่จะสํารวจมองหาสิ่งที่ได้เคยเสนอตั้งแต่ ตอนวิสัยทัศน์ว่าสิ่งที่เราเรียกว่าคอมม อน เฮอริเทจ (Common Heritage) ทราบไหมว่า ในอาเซียนมีแหล่งไดโนเสาร์ที่เก่าสุดในโลก ๒๐๐ ล้านป้หรืออะไรประมาณนี้อันหนึ่งอยู่ที่ ประเทศอินโดนีเซีย อีกอันหนึ่งอยู่ในประเทศไทยที่จังหวัดชัยภูมิเก่าที่สุดในโลกอะไรแบบนี้
คือสิ่งที่เรามีร่วมกันมันมีตั้งแต่เรื่องของโบราณคดียันมาถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา ชาติพันธุ์ ศิลปะ การแสดงอะไรพวกนี้มีเยอะมากเลย ซึ่งมันจะเปึนตัวสร้างบอนด์ (Bond) สร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน มิฉะนั้นเวลา ทํา ทําไปแล้วเราก็จะเริ่มรู้สึกว่า เขากับเรา เขากับเราวันนี้มันทําให้อาเซียนรวมกันไม่สนิท ถ้าจะผนึกกําลังกันได้นี่ เรื่องไอเดนทิตี (Identity) ร่วมที่ทั้งอาจารย์จุรี ทั้งอาจารย์ชาติชายพูดถึงนี่จะเปึนประเด็น ที่จะอยู่ในกลุ่มของยุทธศาสตร์ของการขับเคลื่อนเรื่องของสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม อีกประเด็นที่ดิฉันอยากเสนอก็คือเรื่องของการสร้างเศรษฐกิจบนฐานของทรัพยากร ทางวัฒนธรรมที่เรามีร่วมกัน เหมือนที่เคยยกตัวอย่างว่าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารนี่ แทนที่จะมาเถียงกันเรื่องเส้นพรมแดน คุณวิน วินทั้งคู่ได้เลย โดยที่นักท่องเที่ยวทั่วโลก อยากมาอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร วิธีมาได้มี ๒ ทางเท่านั้น บินมาลงที่ประเทศไทย กับบินมาลงที่ประเทศกัมพูชา จัดการพื้นที่ร่วม แล้วนี่คือเศรษฐกิจการท่องเที่ยว จะวางเส้น โลจิสติกส์อะไรต่ออะไรก็ตามมันก็อยู่บนเส้นนี้ จะวางสายเส้นต่อเข้ามาจนถึงพิมาย เข้ามาจนถึงศรีเทพตรงจังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่บนรูท (Root) เดียวกันของเส้นทาง ในยุคพระเจ้าชัยวรมัน ตรงนี้เปึนอาณาจักรเดียวกันอยู่ พวกนี้เปึนสิ่งที่เราสามารถใช้รากเหง้า ทางวัฒนธรรมมาสร้างเศรษฐกิจได้ ไม่ใช่เศรษฐกิจที่ยืนอยู่บนทรัพยากรธรรมชาติเฉย ๆ แต่พูดถึงทรัพ ยากรทางวัฒนธรรม ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องปัญหาสังคมที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งบางท่านได้พูดไป การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องจาก การที่เศรษฐกิจมันเป่ด แล้วการเลื่อนไหลของผู้คนนี่มีมากขึ้น มันก็จะเกิดภาระทางด้านของ การดูแลชีวิตความเปึนอยู่ของผู้ คน เรื่องของสุขภาพนี่มาอันดับแรกเลย คนเจ็บ คนป์วย เหมือนที่เราบอกว่าแล้วโรคบางโรคมันกลับมาในเมืองไทยทั้งที่มันหายไปตั้งหลายป้แล้ว เพราะมันมาจากแรงงานต่างชาติที่ไหลเข้ามา ดิฉันรู้สึกว่ายุทธศาสตร์ของอาเซียน ฮับอันนี้ การเปึนศูนย์กลางอาเซียนยังไม่ได้เตรียมมำตรการที่จะเทค แคร์ (Take care) ปัญหา ทางด้านสังคมที่อาจจะกลับมาใหม่ได้ อันเนื่องมาจากการโยกย้ายแรงงาน ยังไม่นับถึง มาตรการทางเศรษฐกิจที่จะเอื้อต่อคนไทยที่จะไหลออกไปประเทศเพื่อนบ้าน อันนั้นก็เปึน อีกส่วนหนึ่ง อย่างเช่นเงื่อนไขของการจะไปทําธุรกิจในเพื่อนบ้านมีอะไรเปึนตัวช่วยเขาบ้าง เรามีข้อเสนอแนะอะไรพวกนี้บ้างไหม หรือว่าแรงงานไทยที่ไปทํางานในต่างที่นี่ เงื่อนไข
ในการที่จะดํารงชีวิตอยู่อย่างดี และส่งเงินกลับมาที่บ้านตัวเอ ง หรืออะไรก็ตามพวกนี้ มาตรการส่วนนี้อาจจะยังไม่ได้เห็นชัดเจนเท่าไร แต่โดยรวมดิฉันคิดว่าสิ่งที่เสนอนี่ เปึนอะไรที่เราสนับสนุนเต็มที่ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปขอคุณทิวา การกระสัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ทิวา การกระสัง สมาชิก เลขที่ ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ผมสนใจวาระการพัฒนาในเรื่องเกี่ยวกับความเปึนฮับ ของอาเซียน ซึ่งท่านกําหนดกรอบ ปฏิรูปไว้ในหน้า ๑๑ ข้อ ๕ มีอยู่หลายแห่ง หลายอย่าง แต่ผมอยากจะอภิปรายข้อ ๒ เรื่องส่งเสริมให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลาง คมนาคม ในเรื่องเกี่ยวกับศูนย์กลางทางอากาศ ซึ่งโดยภูมิศาสตร์ท่านก็บอกรายละเอียด ไว้แล้วว่าประเทศไทยน่าจะเปึนศูนย์กลางทางอากาศได้ อยากจะกราบเรียนว่าในรายงาน ของท่านนั้นท่านจะใช้สนามบินไหนเปึนศูนย์กลาง เราทราบว่าสนามบินสุวรรณภูมิของเรา แน่นแล้ว สนามบินดอนเมืองก็แน่นอีก ถ้าท่านไปตอนเช้าแน่นมาก ๆ เลย คนตกเครื่อง เต็มไปเลยในแต่ละวันที่สนามบินดอนเมือง
อยากจะให้ท่านวางไปด้วยว่าในแต่ละภาคควรจะมีสนามบิน มีสนามบินใหญ่ ๆ ที่เชื่อมต่อ เมืองใหญ่ ๆ ของอาเซียน เช่น จังหวัดเชียงใหม่มีอยู่แล้ว แต่ในภาคอีสานไม่มีเลย อยากจะ ขอความกรุณาท่านใช้สนามบินจังหวัดขอนแก่นก็ได้นะครับ อาจจะมีสายการบินร่วม เช่นสายการบินอาเซียนร่วม ประเทศอาเซียนทุกประเทศเปึนเจ้าของสายการบิน เช่น ให้มีการบินตรงจากขอนแก่น -โฮจิมิน ห์ ขอนแก่น -ฮานอย ขอนแก่น -ป้นัง ขอนแก่น-จาการ์ตา เมืองใหญ่ ๆ ของแต่ละเมืองของอาเซียนเชื่อมเข้าหากันในแต่ละเมือง ใหญ่ ๆ ของประเทศไทย ของเราเช่นในภาคอีสานจังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือจังหวัด เชียงใหม่ หรือจังหวัดพิษณุโลก ภาคตะวันออกอู่ตะเภามีอยู่แล้ว ทางภาคใต้ก็มีเช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรืออําเภอหาดใหญ่ อันนี้ควรจะวางวิสัยทัศน์ ไว้ให้ชัดเลย นอกจากนี้สายการบินหรือการบริหารทางด้านการบินของเราก็จะต้องปรับปรุง บุคลากรของเรา เพราะว่าเราโดนใบเหลืองในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ตราบใดที่เราจัดการตัวเองยังไม่ได้ถ้าคิดว่าเราเปึนศูนย์กลางไม่ได้เลย อันนี้ขอความกรุณา ท่านเพิ่มนิดหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อันนี้เรามีจุดแข็งเยอะมาก จุดแข็งเยอะมากนี่การท่องเที่ยวร่วมผมเคยไปที่เกียวโตแล้วผมไปดูละครคาบูกิ มีอยู่ ๔ อย่าง มีคาบูกิ มีนครโน มีชงชา แล้วก็มีการแสดงของซามูไรอย่างละประมาณ ๑๕ นาที เสียเงินไป เปึนเงินไทยประมาณ ๖๐๐ บาท มีเพื่อนที่ประเทศญี่ปุ์นกลับมา เพื่อนของลูกชายกลับมา ที่ประเทศไทยเขาบอกว่าเขาอยากจะดูโขนที่เปึนโขนบ้านของไทยจะไปดูตรงไหน เรามองว่า ศิลปะบางสิ่งบางอย่างของเราเปึนศิลปะชั้นสูงเอามาแสดงโดยพื้นบ้านโดยชาวบ้านไม่ได้ เขาอยากจะดูลิเก เราจะมีลิเกเล่น จะต้องแสดงเปึนเทศกาลใช่ไหมครับ ทําไมเราไม่มี โรงละครที่เปึนโรงละครร่วม เช่นถ้าอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้ดูศิลปะของทุกประเทศในอาเซียน ท่านทราบไหมเมื่อวานนี้ทางสภานําเด็กนักศึกษายุวชนประชาธิปไตยของสภา ของภาคอีสาน และแต่ละภาค ๒๐๐ คนไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงเย็นตั้งแต่ ๑ ทุ่มจนถึง ๓ ทุ่มเขาจัดการแสดง ภาคอีสานแสดงศิลปะภาคอีสาน ทางภาคใต้แสดงศิลปะภาคใต้ ภาคเหนือแสดงศิลปะ ภาคเหนือ แสดงดีมากเลย ผมยังคิดว่าเด็ก ๆ ชั้น ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ แสดงศิลปะของ แต่ละประเทศยังได้เลย แสดงของประเทศเวียดนามก็ได้ ผมคิดว่าถ้าเราเอาสิ่งเหล่านี้ มาเปึนเงิน มาเปึนจุดขายของอาเซียน นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยได้ดูศิลปะของทั้ง อาเซียนเลย เมื่อเขาดูสิ่งที่แสดงในประเทศไทยแล้วต่อไปเขาก็อยากจะดูของจริง
ในแต่ละประเทศนั้น ๆ เพราะฉะนั้นการเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมโดยให้ไทยเปึนศูนย์กลาง ในการท่องเที่ยว ผมว่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเราสู้ได้ เราไม่แย่งกันด้วยแต่เปึน การเชื่อมต่อเข้าหากัน ๒ อย่างนี้ผมคิดว่าเราเปึนฮับได้นะครับ ผมศึกษาในประเทศเพื่อนบ้านเรา อย่างประเทศสิงคโปร์เขาบอกว่าเขาจะเปึนฮับเรื่องการศึกษาและแพทย์ของโลกเลย และเขาก็ทําแล้วเขาไม่ได้พูดถึงอาเซียนเลย เขาบอกว่าเขาจะเปึนฮับทางด้านการกีฬา ก็จัดอาเซียนคราวที่แล้วเขาเอาสนามกีฬาของเขาเปึนศูนย์กลางในการบริหารจัดการ ด้านกีฬา โดยเขามองว่ากีฬาไม่ใช่เปึนเรื่องของสังคม เรื่องความเปึนเลิศอย่างเดียว แต่ทําให้เปึน เงินได้ ทุกอย่างเปึนเงินได้หมด ทุกอย่างเปึนเศรษฐกิจได้หมด เช่นเราเคยพูดว่าเราจะเปึนฮับ ทางด้านการแพทย์แล้วเราทําอะไร เตรียมความพร้อมอย่างไรสําหรับเราจะเปึนฮับทางด้าน การแพทย์ของอาเซียน อันนี้ฝากขอความกรุณาท่าน เห็นท่านบอกว่าจะตั้งคณะกรรมการ คณะหนึ่งโดยให้คณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการอาเซียนเปึนคนดําเนินการเกี่ยวกับ เรื่องการพัฒนาต่อ แต่ถ้าท่านมีเวลาขอความกรุณาไม่กี่วันท่านเขียนต่อไปอีกว่าแต่ละอย่าง ๕-๖ อย่างที่ท่านจะเปึนฮับเปึนอย่างไร ทําอย่างไร เพื่อไปตามวัตถุประสงค์นั้น ให้กําลังใจ ท่านนะครับ สนับสนุนทุกอย่างที่ท่านคิดแล้วก็ทํา อยากให้เปึนจริงด้วย ขอขอบพระคุณครับ
ขอเชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา หมายเลข ๐๕๙ ครับ สําหรับวาระนี้ก็เปึนวาระที่ต้องบอกว่าสําคัญมาก ๆ
ที่เปึนสิ่งที่ท้าทายที่ประเทศไทยนั้นจะเปึนศูนย์กลางของอาเซียนจริงหรือ ต้องเรียนว่าจริง ๆ ประเทศไทยพร้อมในการที่จะเปึนฮับในอาเซียน ผมก็ขออภิปรายในหน้า ๑๒ ซึ่งดูแล้ว จะสัมผัสกันกับกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานด้วย ในเรื่องของการสร้างบรอดแบนด์ เขาเรียกว่าผ่านประเทศไทยคือสายไฟเบอร์ ออพติก (Fiber optic) ทั้งหลาย โดยจะผ่านมาจาก ประเทศอินเดีย ประเทศ สปป. ลาวไปประเทศกัมพูชา คืออย่างนี้ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่อง ของการที่จะเปึนศูนย์กลางในอาเซียนเรื่องหนึ่งคือเรื่องของไฟฟัา หลาย ๆ ท่านอาจจะมองว่า ในไฟฟัาเราต้องซื้อประเทศเพื่อนบ้านมันถูกแต่ก็ถูกจริง แต่ก็มีข้อจํากัดว่ามันก็มีลิมิต (Limit) หรือมีข้อจํากัดในเรื่องของทรัพยากรน้ําซึ่งมันมีน้อย แต่วันนี้ในประเทศไทยอีกประมาณ ป้ ๒๕๖๒-๒๕๖๕ ไฟฟัาในประเทศไทยเนื่องจากมีการคาดการณ์และมีการลงทุนกันไว้เยอะ ไฟฟัาส่วนเกินจะเกินถึง ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่คือที่มาว่าถ้าเรามีการปฏิรูปครั้งนี้แล้ว เรามีการประสานงานกันครอส คัตติง (Cross cutting) กัน เพราะดูจากในแผนแล้วนี่คือ เนื้อเดียวมีไฟเบอร์ ออพติก แล้วทําไมไม่มีการที่เราจะลิงก์ (Link) สายไฟฟัาไปด้วยนี่ละครับ แล้วจะช่วยประเทศไทยมากเลย เพราะว่า ๑. คือเราบริหารจัดการ เราจะเปึนประเทศที่จะ บริหารจัดการซื้อไฟสะอาดจากเขื่อนจากน้ําราคาถูก แล้วเราสามารถที่จะมาจําหน่ายผ่านลง ภาคใต้ก็ได้ เพราะตอนนี้ขณะนี้ทางประเทศสิงคโปร์เองเขาก็ต้องการไฟฟัาเพิ่ ม ประเทศมาเลเซียเองเห็นว่าเขามีน้ํามันเยอะแต่เขาต้องการไฟฟัา ตรงนี้ละครับถ้ามาแมทชิง (Matching) กันดี ๆ เราสามารถที่จะลดการลงทุน เขาเรียกว่าวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) ได้เลย แล้วจะเปึนศูนย์กลางหลาย ๆ เรื่อง อีกเรื่องหนึ่งอีก ๒ นาที เรื่องนี้สําคัญ พอพูดถึงเรื่องของศูนย์กลางในเรื่องของไฟฟัาแล้ว ในเรื่องของการขนส่ง เรื่องระบบราง ก็คุยกันเยอะว่ารถไฟรางแต่ละประเทศไม่เท่ากัน อันนี้คงทํากันไปเยอะแล้ว แต่มีเรื่องหนึ่ง ยังตอบโจทย์ไม่ได้เลยครับคืออะไรทราบไหมครับ ถามว่าการคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ วันนี้สังเกตไหมครับว่ารถที่มาวิ่งในเมืองไทยถ้าเข้ามาจากไม่ว่าจะทางประเทศกัมพูชาก็ดี หรือทางประเทศ สปป. ลาวก็ดีเราใช้พวงมาลัยขวา แต่เขาเข้ามาพวงมาลัยซ้ายเราก็ รู้สึกแปลก ๆ ตรงนี้เปึนข้อหนึ่งซึ่งยังไม่มีการคุยกันว่าตกลงอาเซียนเกิดขึ้นใครจะปรับตัว ตกลงเราจะให้เขามาปรับตัวเข้ามาหาเราหรือเราจะต้องปรับตัวไปหาเขา ผมว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เพราะอะไร มันเปึนเรื่องของความปลอดภัย ฉะนั้นเราบอกว่าเราจะเปึนศูนย์กลาง แต่เรื่องนี้
เปึนเรื่องที่ต้องพิจารณากันอย่างละเอียด ผมขับรถแล้วผมเห็นทะเบียนต่างประเทศมาใช่ไหม ประเทศกัมพูชามานี่พวงมาลัยซ้ายด้วย แล้วเราขับขวาถนน ๔ เลน ๘ เลนไม่เปึนไรครับ บ้านเรายังมีถนนเขาเรียกว่าทางหลวงชนบทอีกเยอะมากตรงนี้อันตราย เพราะมันจะเกิด การเรียกว่ามุมมอง เขาเรียกว่าการมอง การแซงอะไรนี่มันจะอันตรายมาก พี่สายัณห์ก็อยู่ กรรมาธิการนี้ด้วยพอดีโลจิสติกส์พอดีก็รับไปด้วย อาเซียนของเราจะได้ปฏิรูปไปทีเดียวเลย ก็ขอบคุณหลายเรื่องจะเกี่ยวกับเรื่องชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งเรานี่เปึนผู้ที่ผลิตชิ้นส่วนมากที่สุด ต้องบอก ๙๕ เปอร์เซ็นต์ถึงเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําในประเทศไทยที่เราผลิตชิ้นส่วน ยานยนต์ ทีนี้เปัาหมายที่เราเคยส่งรถยนต์ได้ถึง ๒.๔ ล้านคันจากอันดับที่ ๙ ที่เราจะขึ้น มาสู่อันดับที่ ๓ หรือจะมากกว่านี้ผมว่ามันก็เปึนเรื่องที่งานหนักของเรา แต่ก็ดีใจที่มี สนามทดสอบรถยนต์ที่จังหวั ดฉะเชิงเทราแล้วก็ต้องขอบคุณทางรัฐบาลด้วยที่มองเห็น จังหวัดฉะเชิงเทราเปึนจังหวัดที่สําคัญ แล้วก็ไปสร้างสนามทดสอบรถยนต์เพื่อที่เราจะได้เปึนฮับ ในอาเซียนของเราเกี่ยวกับยานยนต์ด้วย ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ต่อไปเชิญคุณทวีกิจ จตุรเจริญคุณ
กราบเรียนท่านประธานและ คณะกรรมาธิการ ผม ทวีกิจ จตุรเจริญคุณ สปช. จากจังหวัดตากนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของ ประชาคมอาเซียนสิ่งหนึ่งที่บอกว่าอยากให้เมืองไทยเปึนศูนย์กลาง ผมว่าหลายประเทศเขาก็มอง ประเทศมาเลเซียก็คงต้องมองเหมือนกันว่าเขาเปึนศูนย์กลางอาเซียนหรือไม่ ประเทศสิงคโปร์ ก็คงมองนะครับ เพราะว่าใน ๑๐ ประเทศ บวกประเทศจีน รู้สึกจะบวกประเทศญี่ปุ์นด้วย อะไรเยอะแยะไปหมด เราว่ากันใกล้บ้านเราแล้วกันนะครับ ใกล้มือคว้าไว้ก่อน สิ่งหนึ่ง ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการช่วยเช็ก ให้ด้วยนะครับ เศรษฐกิจพิเศษอาเซียน หรือเศรษฐกิจพิเศษชายแดน สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นผมอยู่จังหวัดตาก เพราะฉะนั้นจังหวัดตาก ในภาคของเอกชนเราเสนอว่าเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเราทั้งอําเภอ แล้วเราก็ขออําเภอเดียวไม่พอ เราขอ ๓ อําเภอ อําเภอแม่สอด อําเภอพบพระ อําเภอแม่ระมาด ภาคเอกชนเราก็ต่อสู้ จนสําเร็จ จนได้เศรษฐกิจพิเศษมา ๓ อําเภอ สิ่งหนึ่งก็อยากจะเรียนถามเพราะว่าผมก็มีธุรกิจ อยู่ที่ประเทศกัมพูชาเหมือนกันนะครับ จังหวัดสระแก้ว อําเภออรัญประเทศเขาก็เปึน เศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็มีอําเภอเดียวที่เปึนเศรษฐกิจพิเศษและมี ๙ ตําบล แต่ท่านเชื่อไหมครับว่า เปึนเศรษฐกิจพิเศษแค่ ๓ ตําบล ที่เหลือหายไปไหน ก็อยากจะเรียกร้องไปถึงส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูตัวนี้ด้วยนะครับ เพราะว่ามันคงจะไม่มีเหตุผล เอาแค่ ๓ ตําบลและอีก ๖ ตําบลเอาไปไว้ที่ไหน นี่คือประชาชนและนักธุรกิจผู้ที่อยู่ชายแดนแถบจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะอําเภออรัญประเทศเขาเรียกร้องมา วันนี้มีโอกาสก็ต้องมาแจ้งในที่ประชุม และให้ท่านกรรมาธิการช่วยไปดูให้หน่อย อีกส่วนหนึ่งเรื่องสํานักงานอาเซียนก็เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าต้องเร่งทํา ผมว่าประเทศอื่นเขาคงทําแต่ของเรายังไม่ได้ทําเลย เช่น สมาคมไทย-กัมพูชา ซึ่งมีท่านวิชิต ยาทิพย์ เปึน สปช. ด้วย กระทรวงการต่างประเทศตั้งคณะนี้ขึ้นมาโดยให้ ท่านวิชิต ยาทิพย์ เปึนนายกสมาคมแล้วผมก็เปึนกรรมการอยู่ข้างใน ส่วนหนึ่งที่เราได้ทําก็คือ เราได้ประสานกับทางรัฐบาล ส่วนราชการของประเทศกัมพูชาเขาเพื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่อง ของความสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นประชาคมอาเซียน ๑๐ ประเทศผมว่าเราจะต้องมี นายกสมาคมหรือต้องมีประธานสมาคมหรือจะมีหน่วยอะไรก็ช่าง ต้องเชื่อมโยงให้ได้ทั้ง ๑๐ ประเทศ ส่วนประเทศจีนเขามีอยู่แล้วนะครับ ประเทศจีนก็มีท่านพินิจ จารุสมบัติ
ท่านเปึนประธานสมาคมอยู่ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม และท่านก็ทําผลงานไว้ได้ดีนะครับ และตอนนี้จะไปจะมาอะไร ในส่วนของนักธุรกิจจะติดต่อกับประธานสมาคม ก็อยากจะฝาก เรื่องนี้นะครับ ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว จริง ๆ แล้วการท่องเที่ยวเราเปึนศูนย์กลางอยู่แล้ว ในแถบนี้นะครับ เพราะอะไรครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ป่ดสนามบินเมื่อหลายป้ที่ผ่านมา ประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า นักท่องเที่ยวไม่มีเข้าไปเลยเพราะว่าเขาไม่มีสนามบิน ที่เครื่องบินลําใหญ่ ๆ อย่างเช่นเครื่องบินโบอิง (Boeing) เขาจะลง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องพัฒนา ตัวนี้ให้ดี ส่วนเรื่องโลจิสติกส์ เรื่องรถไฟนะครับ
ที่แน่ ๆ ประเทศกัมพูชาเขาทํารถไฟจ่ออยู่ประเทศไทยอยู่แล้วรอประเทศไทยไปเชื่อมว่า จะได้ถึงตรงไหน เพราะฉะนั้นหลายส่วนเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเราต้องรีบเดิน ตอนนี้ ที่เราทราบมาก็คือว่าหลายจังหวัด โดยเฉพาะหลายอําเภอที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็ทางรัฐบาลพยายามผลักดันเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพิเศษของแต่ละจุดที่มีความต่อเนื่อง กับประเทศเพื่อนบ้านยังไม่สําเร็จเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ในส่วนของกรรมาธิการ ชุดนี้ที่ศึกษาเรื่องนี้อยู่มีโอกาสก็ช่วยสอบถามไปที่รัฐบาลด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ผมเห็นข้อเสนอเรื่องของอาเซียนซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ ก็เห็นด้วย แต่ผมมีข้อสังเกตบางประการที่อยากจะให้เพิ่มเติมในรายงานการประชุม ความจริงแล้วในสิ้นป้นี้เราก็จะครบที่จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย แต่ท่านทราบไหมว่า ที่จริงแล้วมันอยู่ในกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน เราทราบว่า กระทรวงยุติธรรมพยายามจะทําอยู่ กระทรวงพาณิชย์ก็จะทํา แต่ว่าไม่มีใครเปึนเจ้าภาพ ในการแก้ไขกฎหมายในประเทศให้รองรับกับการเป่ดเสรี เช่น พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจ คนต่างด้าว เปึนต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการออกกฎหมายหรือปรับเกณฑ์ในประเทศไทย และในขณะเดียวกันติดตามการปรับเกณฑ์ของประเทศในอาเซียนว่าเขาได้แก้ไขกฎหมาย ตามหลักต่างตอบแทนหรือที่เรียกว่าเรสพอนด์ ซิตี้ (Respond City) แล้วหรือยัง เท่าที่กระผมทราบมาแต่ละประเทศก็อาจจะยั งไม่ได้แก้กฎหมาย อย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซียเปึนต้น ประเทศพม่าเปึนต้น สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญมากที่ คณะกรรมการอาเซียนที่จะมีการจัดตั้งขึ้นเท่าที่ผมเห็นก็เปึนเรื่องของการตั้งสํานักงาน การบริหารจัดการ แต่ว่าสิ่งสําคัญซึ่งผมไม่แน่ใจว่าควรจะกําหนดบทบาทที่จะมี การปรับปรุง แก้ไขกฎหมายภายในประเทศและติดตามการแก้ไขกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ ผู้ประกอบกิจการของประเทศไทยมีความเข้าใจที่จะไปใช้สิทธิเหล่านั้นได้ เราเคยพูดถึง การส่งเสริมให้บริษัทไทยไปลงทุนต่างประเทศ กระผมคิดว่าการลงทุนในอาเซียนนี่คงเปึน การลงทุนที่ต้องเปึนทอป ไพรออริตี (Top priority) ประการที่ ๓ เมื่อเรามีข้อมูลดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการอาเซียนคงจะต้องประสานงานกับหน่วยงานภายในที่ว่าการปรับโครงสร้างภาษี
ทั้งนิติบุคคลศุลกากรต่าง ๆ หรือสรรพสามิตนี่จะให้มันเปึนยูนิฟอร์ม (Uniform) หรือใกล้เคียงอย่างไร เพราะถ้าหากเราเป่ดเสรีแล้วอย่างที่เคยได้กราบเรียนไปว่า หากประเทศไทยเปึนประเทศเดียวที่เก็บภาษีสูงกว่าเพื่อนบ้านก็จะมีการโยกย้ายสํานักงาน หรือการประกอบกิจการไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านของเราแทนที่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้น ภาพตรงนี้ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการช่วยกรุณาเติมไปนิดหนึ่ง เพราะว่าเรื่องนี้สําคัญมาก เรื่องอาเซียนนี่เราอาจจะทําได้ไม่เหมือนกับอียู (EU) แต่ผมคิดว่าเรื่องภาษี เรื่องกฎหมาย เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากว่าประชาชนคนไทยหรือผู้ประกอบการคนไทยจะสามารถ ใช้ประโยชน์อย่างไร ปัจจุบันเท่าที่ผมทราบก็คือภาครัฐก็ทําไป ไม่มีความเปึนส่วนร่วมของ ภาคเอกชน ผมคิดว่าเรื่องนี้จะมีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่จะกําหนดเฉพาะบทบาท อันหนึ่งที่ผมเคยพูดมานานแต่ว่าประเทศไทยไม่ทํา ก็คือว่า ที่จริงประเทศไทยควรจะเปึน พี่เบิ้มในการจะรวบรวมกฎหมายในอาเซียนทั้งหมดตั้ง เปึนเซนเตอร์ ซึ่งผมเข้าใจว่า วันนี้หอการค้าก็พยายามทํา พยายามรวบรวม แต่ว่าเอกชนทําไม่ไหว รัฐบาลต้อง เปึนสปอนเซอร์ (Sponsor) ที่จะให้เมืองไทยซึ่งผมเกรงว่าประเทศสิงคโปร์ มหาวิทยาลัย สิงค์โปร์แห่งชาติเอาไปทําเสียแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้ายังไม่ มีใครทํา ถึงเราอาจจะไม่ได้ถึง ๑๐ ประเทศ แต่ถ้าเพื่อนบ้านเราจะเปึนประเทศพม่า ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม เราอาจจะรวมศูนย์เพราะว่าระบบกฎหมายเขาไม่ใช่เปึนระบบ คอมมอน ลอว์ (Common Law) เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถเปึนธงนํา แต่แน่นอนครับจะต้องมีการลงทุนในโครงสร้างของการเปึน ศูนย์กฎหมายอาเซียน
อย่างน้อยก็เอาประเทศที่ใกล้เคียง อย่างประเทศ สปป. ลาวนี่นะครับถ้าเราไปช่วยเขาในการจัด โครงร่างกฎหมายทุกชนิด กฎหมายหลักทรัพย์ กฎหมายการค้าการลงทุน จะเปึน ประโยชน์ในระยะยาวของประเทศไทยนะครับ ผมจึงใคร่กราบเรียนว่าคณะกรรมการ อาเซียนที่จะตั้งขึ้น หรือกระทรวงการต่างประเทศก็ดี กระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวงยุติธรรมก็ดี จะต้องบูรณาการ วันนี้ผมเข้าใจว่ากระทรวงยุติธรรมก็ทําไป กระทรวงการต่างประเทศก็ทําไป ผมคิดว่าขาดการบูรณาการซึ่งผมคิดว่ามีความสําคัญที่จะให้เราเปึนศูนย์กลางอาเซียน ทั้งกฎหมายต่าง ๆ ด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่นเราเดินทางไปประเทศมาเลเซียรถประเทศมาเลเซีย เข้ามาที่หาดใหญ่ได้ แต่รถประเทศไทยไปที่ประเทศมาเลเซียไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ เกิดความเหลื่อมล้ํามากสําหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศไทย เวลาเราไป ประเทศมาเลเซียต้องใช้รถประเทศมาเลเซียนะครับ เราใช้รถประเทศไทยไม่ได้ เพราะฉะนั้น นี่คือยกตัวอย่างว่าถ้าจะมีการเคลื่อนย้ายทุนบริการได้จะทําอย่างไร ต้องแก้ไขกฎหมาย อย่างไร กราบขอบคุณครับ
อาจารย์วินัย ดะห์ลัน ครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ ครับ ขออนุญาต เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของอาเซียนในฐานะที่ผมได้เข้าไปมีส่วนในการทํางาน ในหลายกลุ่มนะครับ จริง ๆ แล้วนอกจากอาเซียน ๑๐ ประเทศแล้วเรายังมีกลุ่ม ที่เปึนลักษณะของซับรีเจียนอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งประเทศไทยเข้าไปมีส่วนทั้งสิ้นนะครับ ผมจะยกตัวอย่างแล้วก็ผมก็มีโอกาสเข้าไปดําเนินการในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านั้น ก็อยากจะฝาก ด้วยว่าในหลายครั้งนั้นการทํางานในรูปของอาเซียนซึ่งมีอยู่ถึง ๑๐ ประเทศ ประชากร ถึง ๖๐๐ ล้านคนนั้นอาจจะยุ่งยาก สิ่งหนึ่งที่เราพยายามจะทําก็คือการเจรจากัน ๒ ฝ์าย อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการเจรจาผ่านกลุ่มซับรีเจียน (Subregion) นะครับ ผมจะยกตัวอย่างเช่น ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทยแลนด์ โกรท ไทรแองเกิล (Indonesia- Malaysia-Thailand Growth Triangle) หรือสามเหลี่ยมเศรษฐกิจทางตอนใต้นะครับ ไม่ใช่ประเทศไทยทั้งประเทศนะครับ แต่ว่าเปึนเรื่องของแค่ภาคใต้ ๑๔ จังหวัดนะครับ กับทางเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซียแล้วก็ทางประเทศมาเลเซียนั้นทั้งประเทศเลย
ยกเว้นแต่เรื่องซาราวักกับบอร์เนียวเท่านั้นนะครับ ในส่วนตรงด้านนี้นั้นมีกิจกรรม ที่เราดําเนินการร่วมกันในหลายกลุ่มแบ่งเปึนกิจกรรมทั้งหมด ๖ กลุ่มนะครับ ในส่วนของ ไอเอ็มที-จีทีนั้นจุดที่ดีอย่างหนึ่งเลยก็คือประเทศญี่ปุ์นให้ความสําคัญกับเรื่องของไอเอ็มที-จีทีมาก เข้ามาประชุมทุกครั้ง แล้วก็ในหลายครั้งนั้นเวลาเราเข้าไปทํางานกับ ทางกลุ่มไอเอ็มที-จีที ปรากฏว่าความสัมพันธ์ของเราในเรื่องของกิจกรรมในหลายเรื่องนั้นนี่นะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นเรื่องของฮาลาล ขณะนี้เราเข้าไปมีบทบาทกับประเทศญี่ปุ์นค่อนข้างมาก แต่ผ่านทางไอเอ็มที -จีทีเขารู้จักเราในเรื่องของกิจกรรมฮาลาลผ่านทางไอเอ็มที -จีที หลังจากนั้นทั้งไจกา (JICA) แล้วก็ทางเจโทร (JETRO) เข้ามาติดต่อกับทางเรานะครับ อันนี้ก็อยากจะให้ เห็นว่าอันนี้เปึ นตัวอย่างของการที่เราเข้าไปลิง ก์กับประเทศอื่น ที่นอกเหนือจากกลุ่มอาเซียนผ่านทางซับรีเจียนของอาเซียนเองนะครับ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มบิมสเทคนะครับ กลุ่มบิมสเทคประเทศไทยเปึนคนจัดตั้งเองนะครับ ก็คือเบย์ ออฟ เบงกอล อินนิเทียทีฟ ฟอร์ มัลติ-เซกเทอรัล เทคนิเคิล แอนด์ อีโคโนมิก โคเปอร์เรชัน (Bay of Bengal Initiative for Multi–Sectoral Technical and Economic Cooperation) มี ๗ ประเทศนะครับ ประเทศไทยที่อาเซียนนั้นในประเทศไทยกับประเทศพม่าเปึนผู้มี ส่วนร่วมอยู่นะครับ แต่ว่าประเทศอื่นที่ไม่ใช่อาเซีย นแต่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสําคัญ ก็อย่างเช่น ประเทศอินเดียซึ่งเขาก็ถือว่าเขาเปึนพี่ใหญ่ในกลุ่มบิมสเ ทคนะครับ แล้วก็ ประเทศศรีลังกา ประเทศบังกลาเทศ ประเทศเนปาล แล้วก็ประเทศภูฏาน คิดว่า ในส่วนของบิมสเทคนั้นเราจะเข้าไปมีส่วนอย่างมาก ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่องของการที่ ประเทศบังกลาเทศอยากจะมีส่วนร่วมกับทางอาเซียนเขาติดต่อผ่านทางบิมสเ ทค ประเทศศรีลังกานี่เคยสมัครที่จะเข้ามาเปึนสมาชิกของอาเซียนเลยครับ แต่ว่าผ่านทาง กลุ่มบิมสเทค โชคร้ายก็คือทางอาเซียนไม่ได้รับนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามจะได้เห็นนะครับ ว่าเรื่องที่เราจะติดต่อกับทางกลุ่มประเทศต่าง ๆ เหล่านี้นั้นผ่านทางอาเซียนนั้นเปึนกลไกที่ดี แล้วก็ประเทศไทยก็มีภาพค่อนข้างบวกนะครับกับกลุ่มประเทศเหล่านั้น เรื่องของบิมเอกา (BIMP-EAGA) นะครับ อีสต์ เอเชียน โกรท แอเรีย (East ASEAN Growth Area) ก็คือ กลุ่มประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศบรูไน ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ในส่วน
ตรงด้านนี้นั้นประเทศไทยก็เข้าไปมีบทบาทกับประเทศฟ่ลิปป่นส์กับประเทศบรูไน ได้ค่อนข้างมาก ตัวที่ทางบิมเอกาเชื่อมให้ประเทศไทยเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างมากเลยก็คือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศแคนาดานะครับ
เพราะว่าทางประเทศบรูไนนั้นมีความร่วมมือค่อนข้างสูงกับประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น ประเทศบรูไนเขามีความไว้ใจประเทศไทยในหลายเรื่องนะครับ ก็ทําให้ประเทศไทยนั้น สามารถที่จะเข้าไปทํางานร่วมกับกลุ่มประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้นะครับ อีกอันหนึ่ง และมีความสําคัญอย่างยิ่งก็คือเรื่องของจีเอ็มเอส จีเอ็มเอสนั้นขณะนี้ทางศูนย์วิจัยฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเราไปตั้งสํานักงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะเข้า ไปร่วมกับทางจีเอ็มเอส จีเอ็มเอสนั้นก็คือเกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน มีประเทศอาเซียน เข้าไปร่วม ทั้งประเทศเวียดนาม ประเทศ สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา แล้วก็ประเทศพม่า แล้วก็มีประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนทางตอนใต้ แล้วก็ประเทศไทย ในส่วนตรงด้านนี้นั้น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนทางตอนใต้มีความสําคัญอย่างยิ่ง ส่วนที่จะเปึนประโยชน์ อย่างยิ่งเลยก็คือ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเขาเอาทางตอนใต้เข้ามาร่วมแล้วนี่ เขาร่วมทั้งประเทศนะครับ ในกรณีอย่างนี้นั้นเราก็ได้ประโยชน์จากประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีนมากนะครับ ผมก็คิดว่าการที่เราจะเข้าไปเวลาเราพูดคุยกันในเรื่องของอาเซียนนั้น เราใช้อาเซียนแล้วก็ซับรีเจียนของอาเซียนเปึนประโยชน์ในการที่จะสร้างสะพานทอดไปยัง ประเทศอื่น ๆ ในส่วนตรงด้านนั้นก็จะเปึนประโยชน์อีกด้านหนึ่งของการที่เราเปึน คีย์ เมมเบอร์ (Key Member) ของอาเซียนนะครับ ขอบคุณมากครับ
วาระนี้เหลืออีก ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ผมขอเรียนเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ชิตพงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ผมอ่านเอกสารนี้แล้วก็ต้องเรียนว่าชื่ นชมครับที่ท่านได้พยายามจะมองถึงการที่ว่า ประเทศไทยเราจะได้เปึนศูนย์กลางของอาเซียน แต่ว่าท่านก็เน้นเอาไว้ที่ดูเหมือนว่าจะเน้นไว้ที่ เศรษฐกิจเปึนหลัก แล้วก็ในท่ามกลางเน้นที่เศรษฐกิจนั้นก็มองถึงว่าแล้วองค์ประกอบ ที่จะทําให้เกิดเศรษฐกิจร่วมกันน่าจะมีอะไรบ้าง และท่านก็ได้ลิสต์ (List) ออกมา ๖ ประการด้วยกัน ซึ่งอยู่ในหน้า ๒ และหน้า ๓ ของรายงาน แต่ว่าขออนุญาตที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม อยากจะเห็นส่วนที่ให้ความสําคัญเพิ่มเติมเอาไว้ด้วยอีกสักข้อหนึ่งก็คือเรื่องของจะทําอย่างไร ก็แล้วแต่นะครับ ทั้ง ๕-๖ ด้านที่ท่านนําเสนอไว้นี้ก็ขอเรียนว่าเรื่องของทรัพยากรมนุษย์
เรื่องของคนน่าจะต้องเปึนเรื่องที่จะต้องพูดเ อาไว้ด้วยนะครับ เพราะว่าถึงท่านจะทําอะไร ไม่ว่าโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าเรื่องของการที่จะทําการค้าร่วมกันหรือว่าจะร่วมกันในด้านอื่น ๆ ถ้าคนยังขาดความเข้าใจ ขาดการรับรู้ระหว่างกัน ขาดความเข้าใจเขา คือคนไทยยังเข้าใจ เขาไม่ได้หรือเข้าใจเขายังไม่ถึง เข้าใจเขาน้อย เช่นเดียวกันถ้าเขาไม่เข้าใจเรามันก็จะทําให้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการจะทําซึ่งคนเปึนผู้ทําทั้งนั้นเลยนะครับ มันก็จะทําให้เกิดช่องว่าง ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ก็อยากจะให้ท่านได้เพิ่มถึงเรื่องของการศึกษาและการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์เอาไว้สักข้อหนึ่งด้วยนะครับ เพื่อที่จะไปเสริมสิ่งที่ท่านต้องการจะ ดําเนินการทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องใหญ่เช่นโครงสร้างพื้นฐาน และเรื่องอื่น ๆ ที่เปึนเรื่องของการ ปฏิบัติการนะครับ แต่ว่าถ้าคนไม่มีความสามารถ ไม่เข้าใจแล้วก็อาจจะเข้าไม่ถึงด้วยมันจะทําให้ เรื่องของการปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ท่านจะทํานําเสนอไว้ ๕-๖ ข้อแล้ว มันน่าจะไปด้วย ความยากลําบากหรือไปก็เปึนไปอย่างขาดประสิทธิภาพนะครับ ก็เลยอยากจะขอให้ท่าน เสนอไว้ครับ ทีนี้มันมีอะไรบ้างนะครับที่คิดว่าเราจะต้องใช้คนในการที่จะปฏิบัติให้ทั้ง ๕-๖ ข้อมันเปึนไปได้ดี เราคงจะต้องมีความเข้าใจกันเรื่องภาษา คนไทยเข้าใจภาษาเพื่อนบ้าน น้อยมากนะครับ แต่เพื่อนบ้านเข้าใจภาษาเรา บังเอิญภาษาเราเปึนภาษาที่อาจจะยากสักหน่อย สําหรับคนประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของอาเซียน ซึ่งเขามีภาษาร่วมกันคือภาษาบาฮาซา ทั้งประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็ประเทศบรูไน ถึงแม้ว่าจะแตกต่างกันอยู่บ้าง ในเชิงสําเนียงการออกเสียงแต่ก็มีภาษาร่วมคือภาษาบาฮาซา แล้วต่อไปเขาจะมีภาษา ที่เขาใช้ร่วมกันทั้ง ๓ ประเทศเปึนภาษากลาง เขาเรียกว่าภาษาบิมสเทคนะครับ ซึ่งตรงนี้เอง ก็อยากจะให้
อะไรก็ตามที่ทําให้เกิดความเข้าใจร่วมกันได้เช่นคนไทยน่าจะต้องมีโอกาสที่จะเรียนรู้ ภาษาตรงนั้นมากขึ้น แล้วเขาเองทําอย่างไรถึงจะมาเรียนรู้ ภาษาไทย แต่ว่าคนกลุ่มใหญ่ เหล่านั้นจะมาเรียนรู้ภาษาไทย คือคนมากมาเรียนของน้อยมันอาจจะลําบากอยู่ เพราะเรามีแค่ ๖๐ กว่าล้านคน ขณะที่ของเขามี ๓๕๐ กว่าล้านคน ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เปึนต้น เรื่องภาษาเปึนเรื่องสําคัญ ศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งก็น่าจะเปึนเรื่องที่เรา ต้องเข้าใจร่วมกันด้วย ซึ่งมันอยู่ในหลัก ๓ เส้าของเออีซีอยู่แล้ว แต่ว่าเรายังไม่ได้ ให้ความสําคัญตรงนี้ก็เลยอยากให้ท่านใส่ไว้ เรื่องวิชาการก็เปึนเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่ง มันมีวิชาการที่เปึนวิชาการร่วมอยู่มากมาย ทั้งวิชาการในทางธรรมชาติและวิชาการ ในเชิงของการที่จะทําอาชีพร่วมกัน ทํามาค้าขายกันอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น อยากจะให้ ท่านใส่ไว้ด้วย นะครับ การศึกษาเปึนเรื่องใหญ่และเปึนเรื่องสําคัญที่เราจะต้องร่วมกัน ในอาเซียน เพื่อนําเข้าไปสู่ความเข้าใจอย่างที่ผมได้เรียนแล้ว ทําอย่างไรการศึกษาเรา เราถึงจะปรับเข้าหากันได้ ประเทศไทยเรื่องของการศึกษาเราเรียนรู้เขาน้อย ผมคิดว่า ทําอย่างไรให้การศึกษาเราเรียนรู้ประเทศอื่นในอาเซียนให้มากขึ้นกว่านี้ โดยที่จัดระบบ ให้มีอะไรก็แล้วแต่ แค่ในเรื่องจะเป่ดเทอมให้ตรงกันยังเถียงกันอยู่ไม่จบ ตอนนี้มหาวิทยาลัย ทั้งหลายเขาจัดได้แล้ว แต่การศึกษาขั้นรองลงมายังบอกว่าต้องป่ดให้ เด็กไปเกี่ยวข้าวอยู่ ซึ่งก็ไม่ผิดเราไม่ว่าอะไรกัน แต่วันนี้ในประเทศไทยทําข้าวทั้งป้ ไม่ใช่เก็บเกี่ยวเฉพาะ เดือนเมษายนเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่ปรับ ท่านไปดูสิแหล่งที่ทํานาทั้งหลาย ตอนนี้เก็บเกี่ยวข้าวกันทั้งป้ ข้าวนาปรัง ข้าวนาป้ ข้าวที่ไม่ได้เกี่ยวกั บเรื่องของเวลาแล้ว เปึนเรื่องที่ว่าเขาปลูกได้กันทั้งป้ มีระบบชลประทาน เพราะฉะนั้นการยึดเอาวันเก็บเกี่ยวข้าว มาเปึนวันเป่ดและป่ดภาคเรียนอยู่นี่ผมคิดว่าเราน่าจะไม่ทันเพื่อนในอาเซียนนะครับ สุดท้ายระบบการวิจัยและพัฒนาเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน สร้างองค์ความรู้ร่ วมกัน แล้วเพื่อที่จะไปเอื้อให้ ๖-๗ ประการที่ท่านได้เขียนไว้ในหน้า ๒ กับหน้า ๓ มันทํางานได้ดีขึ้น และเข้มแข็งขึ้น อยากเสนอว่าการสร้างองค์ความรู้และวิชาการร่วมกันถือว่าเปึนส่วนสําคัญ ในเรื่องของการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องการอยากจะให้ท่านได้ช่วยเขี ยน ไว้ตรงนี้ด้วยเพื่อไปเสริมใน ๕-๖ ประการที่ท่านต้องการจะทําครับ
ขอเรียนเชิญท่านรองศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณรงค์ พุทธชีวิน สปช. ด้านการศึกษา ท่านประธานครับ มิใช่เพราะผมอยู่ด้านการศึกษาแล้วจะต้อง เสนอเรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่วันนี้มีความคิดว่าข้อเสนอของกรรมาธิการนั้น ขาดเรื่องพัฒนาคนไปจริง ๆ ท่านมองประเด็นที่เสนอของท่านทั้ง ๖ เรื่อง เปึนเรื่องของ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ด้านอุตสาหกรรม และหลายเรื่องทีเดียวเปึนเรื่องที่เปึนนามธรรม เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะให้ชัด ๆ ตรง ๆ มีข้อเสนออย่างนี้ครับ ถ้าเผื่อว่าเราเอาผู้นําของอาเซียน มาอยู่กับเราสัก ๑ เดือน สัก ๖ เดือน หรือสัก ๑ ป้โดยตั้งชื่อที่เขาอยู่ว่ามหาวิทยาลัยผู้นํา แห่งอาเซียน มันจะเกิดอะไรขึ้น มหาวิทยาลัยนี้อาจจะมีคณะที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขา แต่เปึนคณะที่ตอบสนองโจทย์ของความเปึนผู้นํานั้น คณะของมหาวิทยาลัยนี้อาจจะ เรียกว่าวิทยาลัยก็ได้ เช่น วิทยาลัยผู้นํา วิทยาลัยกำรท่องเที่ยว วิทยาลัยการกีฬา วิทยาลัยการสาธารณสุขซึ่งประกอบด้วยแพทย์และพยาบาล วิทยาลัยการเมือง วิทยาลัยครู วิทยาลัยวัฒนธรรม หลักการของมหาวิทยาลัยนี้เอาผู้นําค รับ เอาคนที่มีงานทําแล้ว แล้วเปึนทีมของอาเซียนมาเรียน สาระสําคัญของมันก็คือมหาวิทยาลัยเหล่านี้คนที่มำเรียน อย่างน้อยต้องคู่ ๒ คน ๑ คนนั้นใช้ทุนจากประเทศนั้น ๆ อีก ๑ คนประเทศไทยให้ทุน
แล้วเมื่อจบไป ๒ คนนี้ก็เปึนคู่คิดช่วยที่จะทําเรื่องนั้นเรื่องนี้ร่วมกัน อย่าลืมนะครับว่าเราใช้ ฐานคิด ฐานเรียน ฐานสร้างความสัมพันธ์ในประเทศไทย คนเหล่านี้คิดอะไรจะทําอะไร ก็จะนึกถึงประเทศที่เขา มาเรียน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเอาผู้นําการท่องเที่ยวมาเรียน ในประเทศไทยของอาเซียนทั้งหมด เราให้ทุน ๑ คน อีก ๑ คนเขาออกทุนเอง นักเรียนแต่ละรุ่น ก็จะมี ๒๐ คน เมื่อเขากลับไปแล้วในประเทศของเขา เขาก็พยายามที่จะฟอร์ซ (Force) เรื่องของการท่องเที่ยว แล้วเขาจะมาที่ประเทศไหนล่ะครับในเมื่อศูนย์กลางในการพัฒนาเขา คือประเทศไทย เรื่องของกระบวนการด้านความมั่นคงก็เช่นเดียวกัน เศรษฐกิจก็เช่นเดียวกัน ภาพถ้าจะให้เปึนรูปธรรมชัด ๆ เรานึกถึงวิทยาลัยการตลาดทุนไหมครับ แต่ปรับรูป มันเสียใหม่ เปึนมหาวิทยาลัยผู้นําแห่งอาเซียน แล้วก็ให้คนของอาเซียนมาเรียน มหาวิทยาลัย นี้ไม่ใช่ผลิตคนเพื่อไปทํางาน ไม่ใช่ไปหางานทํา แต่ผลิตคนเพื่อไปเปึนผู้นําในกิจการเหล่านั้น ท่านบอกไม่ใช่หรือครับว่าเรากําลังต้องการเปึนฮับของอาเซียน ผมเห็นด้วยกับ ท่าน สปช. ประเสริฐอย่างยิ่งเลย ถ้าเราสามารถเอาคนที่เปึนผู้นําแล้วก็มาสร้างขึ้นต่อเติม เสริมแต่งเขาขึ้นในประเทศไทย สร้างความสัมพันธ์โดยมีประเทศไทยเปึนฐานรองรับ กระบวนการในการเติบใหญ่ กระบวนการในการสร้างความสัมพันธ์ กระบวนการ ในการสืบทอดสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันก็จะเกิดได้ เปึนเรื่องของอาเซียนจริง ๆ เราลอง พูดง่าย ๆ ว่าท่านพูดถึงยุทธศาสตร์ของอาเซียนทางด้านอุตสาหกรรม ถ้าเอาคนทั้งอาเซียน ผู้นําเหล่านี้มานั่งทําแผนร่วมกันมันจะเกิดประโยชน์ไหม จะเกิดรูปธรรมไหม เพราะฉะนั้น ขอเติมอย่างนี้นะครับว่าเสนอให้มีมหาวิทยาลัยผู้นําแห่งอาเซียน มีคณะต่าง ๆ หลายคณะ เช่น วิทยาลัยผู้นํา วิทยาลัยการสาธารณสุข วิทยาลัยความมั่นคง วิทยาลัยกีฬา สิ่งเหล่านี้ มันน่าจะทําให้กระบวนการคิดที่จะให้เราเปึนศูนย์กลางของอาเซียนมีความเปึนจริงไ ด้ มากขึ้นไหมครับ ท่านประธานครับ ด้วยความขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ การอภิปรายก็ยุติลงแล้วนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการ จะตอบข้อเสนอของท่านสมาชิกไหมครับ เชิญครับ
นายเกริกไกร จีระแพทย์ (ประธานกรรมาธิการ) ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมฟังข้ออภิปราย ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกแล้ว มีความรู้สึกว่าเราเห็นสอดคล้องไปในทางเดียวกันนะครับ มี ๒-๓ ประเด็นที่ผมอยากจะตั้ง
เปึนข้อคิดเห็นของผมเองหรือข้อสังเกตนะครับ ประการที่ ๑ คือมิติทางด้านวัฒนธรรมนี่ น่าสนใจมากนะครับ ไม่ว่าจะเปึนทรัสต์ระหว่างประชาชนในอาเซียนด้วยกันเอง ๑๐ ประเทศหรือว่าจะเอาวัฒนธรรมให้เปึนตัวเชื่อมโยงนั้น ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่เปึนประเด็น ที่น่าสนใจทั้งสิ้น และขอย้ําว่าตรงนี้เปึนสิ่งซึ่งอาเซียนได้เห็นความสําคัญของ ๓ มิติของ ความเปึนประชาคมอาเซียน นั่นก็คือมิติความเปึนประชาคมด้านความมั่นคง อาเซียน ซิเคียวริตี คอมมิวนิตี (ASEAN Security Community) อันที่ ๒ คือมิติทางด้านสังคม วัฒนธรรม คืออาเซียน คัล เจอรัล แอนด์ โซเชียล คอมมิวนิตี (ASEAN Cultural and Social Community) และมิติทางด้านเศ รษฐกิจคืออาเซียน อีโคโนมิก คอมมิวนิตี (ASEAN Economic Community) เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ ประเด็นนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราจะทอดทิ้งอะไรเลย แม้แต่อันเดียว มันต้องไปด้วยกัน ก็เปึน ๓ เสาหลักของประชาคมอาเซียนนะครับ ที่ผมแสดง ในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ตั้งแต่เริ่มต้นนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ทอดทิ้งประเด็น เหล่านี้เลย แต่ในขณะที่เราทํางานนั้นกรรมาธิการคณะนี้ได้เน้นถึงเรื่องอีโคโนมิ กเปึนหลัก เหตุผลที่มันเปึนหลักเพราะว่ามันเปึนเรื่องที่มีได้ มีเสีย มันจะเปึนเรื่องที่ต้องแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน แล้วก็จะใช้การต่อรอง ใช้การร่วมมือ ใช้การอํานวยความสะดวก เปึนเครื่องมืออย่างที่ผมบอกไว้แล้วนะครับ
เพราะฉะนั้นมันจึงเปึนส่วนหนึ่งทั้ง ๓ ส่วนที่ท่านเปึนห่วงนั้นไม่ได้หนีไปไหน แต่ว่ามันจะเปึน คณะกรรมการอื่นที่จะดูเรื่องนี้นะครับ แต่เราก็จะนํามาเปึนข้อสังเกตนะครับว่าถ้าจะให้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจไปด้วยดีตามโรดแมป ตามบลูป รินต์ของประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนเปึนไปด้วยดีนั้นมันจําเปึนจะต้องให้มีมิติทางวัฒนธรรม เช่น คนสื่อสารกับคน นั่นคือเหตุผลที่เราเสนอว่าจะต้องมีพีเพิล ทู พีเพิล (People to people) ไม่ว่าจะเปึน พีเพิลชนิดที่เปึนนักธุรกิจหรือพีเพิลที่เปึนประชาชนธรรมดา หรือพีเพิลที่เปึนระหว่าง นักการเมืองกับนักการเมืองเปึนต้นอย่างที่เสนอไว้ ประเด็นที่ ๒ เรื่องของทัศนคติ ผมคิดว่า ทัศนคติในที่นี้มันหมายถึงว่าเราต้องมีสัมมาทิฐิในเรื่องความเปึนอาเซียน ทัศนคติอันที่ ๑ ที่เราอยากเห็นก็คือว่าเรามีชะตาชีวิตร่วมกัน อาเซียน ๑๐ ประเทศ คนละประเทศ แต่เรามี ชะตาชีวิตร่วมกัน เพราะฉะนั้นทัศนคติที่เราต้องมีคือเราต้องการแข่งขันกันบนฐานของ ความเปึนมิตร เราจะเรียกว่าเปึนคอมเพต ทิชัน โคออพเปอเรชัน (Competition cooperation) หรือจะผสมกันเปึ นคอมเพตทิทีฟ โคออพเปอเรชัน (Competitive cooperation) หรือโคออพเปอเรทีฟ คอมเพตทิชัน (Cooperative competition) หรือว่า จะเปึนคอม โอเปอเรชัน โคออพเพตชัน (Comopperation cooppetion) อะไร ก็แล้วแต่มันจะต้องไปด้วยกันแต่เราไม่ใช่ห้ําหั่นกันอย่างศัตรูนะครับ ผมคิดว่านั่นคือทัศนคติ ที่เราอยากจะเห็น ทัศนคติอันที่ ๓ ก็คือว่าเราอยากจะเห็นความรู้สึกว่าเราพรอสเปอร์ ไท เนเบอร์ (Prosper thy neighbor) เราทําให้เพื่อนบ้านของเราอยู่ดีกินดี เมื่อเขาอยู่ดีกินดี เราก็อยู่ดีกินดีด้วย และที่สําคัญก็คือว่าเราต้องให้เกิดความรู้สึกว่าเราขาดซึ่งกันและกันไม่ได้ ประเด็นที่ ๓ การเป่ดเสรีและการแก้ไขกฎหมายอย่างที่ท่านกิติพงศ์ว่าไว้นะครับ ผมคิดว่า บางกฎหมายมันมีความละเอียดอ่อนทางการเมืองอยู่ โดยเฉพาะกฎหมายประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว แต่ผมคิดว่านี่คือเหตุผลที่เราเสนอนะครับว่ากลไกนั้นจะต้อง ผลักดัน อาเซียนนั้นให้ประสบความสําเร็จแล้วเราจะได้ประโยชน์จากความสําเร็จนั้น เพราะประเทศไทย จะได้ประโยชน์ แต่ถ้าเรายังอายเรายังกลัวเรายังเกรงความมืดในถ้ําเราก็ไม่ต้องไปทําอะไร ในเรื่องนี้ แล้วก็อย่าไปคิดถึงความเปึนศูนย์กลางอาเซียน ถ้าเราเปึนศูนย์กลางเอาเซียน เราเปึนผู้นํา เราเปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน เราเปึนผู้เสนอโครงการดี ๆ ในอาเซียนจนกระทั่งบัดนี้ รวมทั้งความเปึนประชาคมเราจะต้องกล้าเปึนผู้นําในการทําการเป่ดเสรี นี่คือข้อเสนอ หัวใจ ของข้อเสนอครับว่ากรรมการทั้งหลายที่ตั้งขึ้นมานั้นจะต้องมีทิศทางยุทธศาสตร์พวกนี้เปึนหลั ก
การแก้กฎหมายไม่จําเปึนต้องให้เขามาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ถ้าได้ดีครับเอาสิ่งที่เราอยากได้ ไปแลกกับสิ่งที่เขาอยากให้ดีครับ แต่การเป่ดเสรีนั้นเราอาจจะเป่ดแต่ถ่ายเดียวก็ได้ถ้าสิ่ง ที่จะเป่ดนั้นจะเปึนประโยชน์กับเรา เพราะฉะนั้นผมคิดว่านี่คือหัวใจสําคัญที่เราเสนอนะครับ ไม่ได้ลืมอะไรที่ท่านบอก เพียงแต่ว่าบางอย่างมันไม่ใช่หน้าที่หรือจุดเน้นของเราใน คณะกรรมาธิการนี้ ก็ขอบคุณ ขอรับไปเพื่อจะปรับปรุงประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ให้มันได้ ความกลมกลืนผสมกลมเกลียวกันดีขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน
เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาวาระการพิจารณา เรื่องการเปึนศูนย์กลางอาเซียน หรืออาเซียน ฮับแล้วนะครับ ต่อไปผมจะขออนุญาต ขอมติจากที่ประชุมว่าท่านสมาชิกจะเห็ นด้วยหรือไม่กับรายงานวาระการพัฒนาตามที่ คณะกรรมาธิการเสนอ แต่ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ
(ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ผมขออนุญาตเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ เสียบบัตรแล้วก็กดปุ์ม แสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เชิญครับ เสียบบัตร กดปุ์มแสดงตนนะครับ ใครยังเสียบบัตรไม่ได้มีไหมครับ เปึนอันว่าทุกท่านได้เสียบบัตรแล้วก็กดปุ์มแสดงตนแล้ว ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตส่งผลครับ เวลานี้มีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุมอยู่ ๑๘๘ ท่าน เปึนอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการในวาระการพัฒนาเรื่องการเปึนศูนย์กลางอาเซียน
ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
วิวัฒน์ ลําดับที่ ๑๘๙ ครับ
ท่านอาจารย์วิวัฒน์บัตรเสียบไม่ได้หรือครับ
เพิ่งมาถึงครับ ได้แล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานค่ะ ขออนุญาต แสดงตนค่ะ ลําดับที่ ๒๓๙ ค่ะ อ่อนอุษา ลําเลียงพล ค่ะ
ครับ ก็เปึน ๑๙๐ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแสดงตน เพิ่มเติมครับ
ครับ ๑๙๑ ท่าน ท่านรองทัศนาก็เพิ่งมาถึงนะครับ ๑๙๒ ท่าน อาจารย์เจิมศักดิ์ ๑๙๓ ท่าน เปึนอันว่าอยู่ในที่ประชุม ๑๙๓ ท่านนะครับ
ขออนุญาตให้ท่านสมาชิกช่วยลงมติว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับรายงานของ คณะกรรมาธิการ วาระการพัฒนาเรื่องการเปึนศูนย์กลางอาเซียนตามที่ได้นําเสนอหรือไม่นะครับ ถ้าท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยขอให้กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าผู้ใดเห็นว่าควรจะงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนครบหมดทุกท่านหรือยังครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ผมป่ดการลงคะแนนนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๑๙๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๙๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระการพัฒนาเรื่องการเปึน ศูนย์กลางอาเซียนหรืออาเซียน ฮับ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะ ได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดําเนินการต่อไป เราได้จบการพิจารณารำยงานวาระการพัฒนาไปแล้ว ๒ เรื่อง เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลกับการเปึนศูนย์กลางอาเซียน ขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาในวาระ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
วาระปฏิรูปที่ ๒๕ : ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร (รอบ ๒) จํานวน ๒ เรื่อง
๑. การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง
๒. การปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน
วาระปฏิรูปเพิ่มเติม : เรื่อง การจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ....
ขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากรายงานวาระปฏิรูปที่นําเสนอในวันนี้เปึนรายงานที่ คณะกรรมาธิการได้นําความเห็นและข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกที่ได้จากการพิจารณาของ สภาปฏิรูปแห่งชาติในรอบที่ ๑ ไปปรับปรุง พร้อมได้จัดทํารายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ๒ เรื่องมานําเสนออีกครั้งหนึ่ง แล้วก็นําเสนอรายงานวา ระปฏิรูปเพิ่มเติม รวมทั้ง ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ๑ ฉบับ เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกพิจารณา ดังนั้นเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณาผมจะขออนุญาตให้ท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานแล้วนําเสนอ หลักการและเหตุผล สาระสําคัญอย่างย่อของร่างพระราชบัญญัติ แล้วจะขอหารือ ท่านสมาชิก ให้ท่านสมาชิกอภิปรายรายงานทั้ง ๒ เรื่องและร่างพระราชบัญญัติไป ในคราวเดียวกัน เมื่ออภิปรายเสร็จแล้วผมจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปแต่ละเรื่องทีละวาระ แล้วก็จะเห็นด้วยกับ วาระปฏิรูปเพิ่มเติม และเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับหลักการ เหตุผล และสาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติตามลําดับ ก็เปึนอันว่าเราจะอภิปรายทั้ง ๓ เรื่องไปด้วยกันนะครับ คือการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง การปฏิรูประบบกําจัดขยะ เพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน แล้วก็การจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ท่านกรรมาธิการขัดข้องไหมครับ
ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพครับ กระผม นายปราโมทย์ ไม้กลัด ในนามคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตท่านประธานครับ น่าจะนําเสนอทีละเรื่อง ก็จะเปึนการเหมาะสมกว่านะครับ เพราะแต่ละเรื่อง ๆ แยกเนื้อหาสาระไม่เหมือนกันครับ
คือถ้านําเสนอทีละเรื่องก็เปึนอันว่าคืนนี้อาจจะต้องอยู่ยาวนะครับ ท่านสมาชิก ขัดข้องไหม เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันเปึนเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันอยู่เหมือนกันแหละ แต่ถ้าจะนําเสนอทีละเรื่องก็ต้องพิจารณา ๓ เรื่อง ทีละเรื่อง ๆ เชิญคุณเกรียงไกรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ๐๑๕ ที่จริงแล้วเราก็เคยนําเสนอ เรื่องพวกนี้มาว่าบางรายงานเสนอมาที ๒ เรื่อง ๓ เรื่อง แต่สมาชิกอภิปรายในคราวเดียว ผมเห็นด้วยอย่างนี้มากกว่าครับ คนละ ๕ นาทีเหมือนเดิมครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญคุณทิวา การกระสัง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา การกระสัง ท่านประธานกรรมาธิการครับ ผมว่าเรื่องเหล่านี้อยู่ในคณะกรรมาธิการเดียวกัน เห็นด้วยกับ ท่านประธานที่ว่าให้พิจารณาไปพร้อมกัน แล้วก็อภิปราย ๕ นาที เพราะว่าเปึนการเพิ่มเติม จากที่มีการเห็นชอบแล้ว เปึนการเพิ่มเติมถ้าสมาชิกท่านใดเห็นควรที่จะอภิปรายในวาระไหน ก็ให้บอกในวาระนั้น ผมว่าจะไม่สับสนนะครับ ขอขอบพระคุณครับ
ผมขออนุญาตท่านประธานกรรมาธิการนะครับว่าถ้าเปึนการพิจารณาครั้งแรก ผมจะไม่หารืออย่างเมื่อสักครู่นี้หรอกครับ มันต้องไปทีละเรื่อง แต่คราวนี้เปึนการเสนอ รายงานกลับมาเปึนครั้งที่ ๒ ๒ เรื่อง แล้วก็มีเรื่องศาลสิ่งแวดล้อมเข้ามาอีกเรื่องหนึ่ง เอาละ เรื่องศาลสิ่งแวดล้อมอาจจะเปึนเรื่องที่เคยพูดกันแต่ไม่ได้เคยลงรายละเอียด ขออนุญาต เปึนอันว่าอภิปรายไปพร้อม ๆ กันได้นะครับ แล้วท่านก็ตั้งข้อสังเกตหรือท่านก็จดไป จะตอบทีละประเด็น ทีละท่านก็ได้นะครับ เชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผมในนามของประธานกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอนําเสนอรายงานผลการศึกษา ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ เรื่องแรก เปึนวาระการปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร (รอบ ๒) คือเรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ซึ่งก็ได้พิจารณาดําเ นินการ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเพื่อส่ง ให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ เรื่องที่ ๒ ก็เปึนเรื่องวาระการปฏิรูปที่ ๒๕ เช่นเดียวกัน เปึนระบบการบริหารจัดการทรัพยากร (รอบ ๒) เรื่องการปฏิรูประบบ กําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ซึ่งก็ได้ดําเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เช่นกันครับ ก็เสนอให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อส่งให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ ส่วนเรื่องที่ ๓ ก็เปึนรายงานการพิจารณา วาระปฏิรูปเพิ่มเติมครับ คือเรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ซึ่งก็ได้ดําเนินการ เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบกับ รายงานการศึกษาเรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... เพื่อส่งให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการ ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ละเรื่อง ๆ ก็มีคณะอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนผู้รับผิดชอบและพิจาร ณา กระผมก็อยากจะ ขออนุญาตท่านประธานว่าเรื่องแรกการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ผมใคร่ขออนุญาตให้ประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝัืงของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีอาจารย์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ เปึนหัวหน้าคณะ เรื่องนี้ก็ขออนุญาตให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ เปึนอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ด้วย ได้ร่วมกันนําเสนอรายงาน ผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวที่จะปฏิรูปทั้งหมดต่อที่ประชุมสภาครับ ส่วนเรื่องการปฏิรูป ระบบการจัดการทรัพยากรเ กี่ยวกับเรื่องการปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหา การจัดการขยะมูลฝอยชุมชน กระผมก็ขออนุญาตให้คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
ซึ่งก็ได้ร่วมกันศึกษาเรื่องนี้ ได้นําเสนอรายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้นะครับ ผู้ดําเนินการเรื่องนี้จะนําเสนอผลการศึกษาท่านแรกก็ได้แก่อาจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ซึ่งเปึน ประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และคุณจิระนันท์ เหมพูลเสริฐ ซึ่งเปึนอนุกรรมาธิการปฏิรู ปการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปึนผู้นําเสนอ ส่วนเรื่อง ศาลสิ่งแวดล้อมนี้กระผมก็ใคร่ขออนุญาตให้ผู้ที่รับผิดชอบทําการศึกษาเรื่องนี้พร้อมกับ ร่างกฎหมายด้วยนะครับ
ท่านแรกก็ได้แก่ อาจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ซึ่งเปึนประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อม ท่านที่ ๒ ท่านสยุมพร ลิ่มไทย ซึ่งเปึนอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีอนุกรรมาธิการที่จะนําเสนอด้วย ประกอบด้วย คุณสุนทรียา เหมือนพะวงศ์ และคุณวินัย เรืองศรี เปึนผู้นําเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ การจัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อม แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ในการที่จะชี้แจงกับที่ประชุมและนําเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ก็ขออนุญาตแจกเอกสารแล้วก็ใช้เพาเวอร์พอยต์ประกอบการนําเสนอและชี้แจงต่อที่ประชุม ขอบคุณครับ
ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิก สปช. ทุกท่าน ผม ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ เปึนประธานอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง เรื่องของทะเลนี่จริง ๆ แล้วเราเคย พูดกันไปครั้งหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งนี้ผมจะพูดใน ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือเรื่องที่ ได้พูดไปแล้ว แล้วก็เน้นย้ําว่ามันมีการดําเนินงานไปถึงส่วนไหน รวมทั้งเพิ่มเติมรายละเอียด ต่าง ๆ ในส่วนนั้น ส่วนที่ ๒ ก็คือส่วนที่เปึนเรื่องที่สรุปรวมของการปฏิรูปการจัดการ ทรัพยากรทางทะเลทั้งหมด ซึ่งส่วนที่ ๒ ก็จะเปึนเรื่องที่อาจจะใหม่กับพวกเรานิดหนึ่ง แต่ก็คิดว่าจะทําให้พวกเราเข้าใจและมองเห็นภำพโดยรวม เพราะจริง ๆ แล้วทะเลของเรา มันเกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องอาเซียน ฮับ เมื่อกี้นี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับทะเล เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด เราก็เลยต้องพยายามรวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้ามาอยู่รวมกัน เท่าที่เราจะทําได้ ประเด็นแรกตอนนี้ก็ขอเพาเวอร์พอยต์ เพราะฉะนั้นประเด็นแรก จริง ๆ ผมเสนอให้ดูว่ามีสัตว์ทะเลเยอะแยะ แต่จริง ๆ แล้วเรื่องที่จะพูดนี่ไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะ พูดเฉพาะเรื่องสัตว์ทะเล หรือเรื่องทรัพยากร หรือเรื่องการอนุรักษ์เท่านั้น มันจะเกี่ยวกับ เรื่องต่าง ๆ โลจิสติกส์และต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องอยู่ในทะเล ขอเชิญครับ เรื่องแรกก็คือ
เรื่องของคณะอนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการของเราก็มีหลากหลาย แต่แน่นอนว่า ที่สําคัญก็คือเราพยายามจะเน้นในเรื่องของงานวิชาการให้ชัดเจน ซึ่งก็มีนักวิชาการ จากแทบทุกมหาวิทยาลัย ซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยหลัก ๆ ไม่ว่าจะเปึนในกรุงเทพฯ เอง หรือตามต่างจังหวัดซึ่งเปึนหัวเมือง ซึ่งมหาวิทยาลัยหลัก ๆ เหล่านี้ก็มีการศึกษาวิจัยทะเล จริง ๆ แล้วประเทศไทยมีคณะประมงซึ่งเปึนคณะแรกที่ทํางานด้านทะเลนี่เกือบ ๘๐ ป้แล้ว หรือเรื่องทะเลโดยตรงนี่ เช่นภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลนี่ ป้นี้ก็จะเปึนป้ที่ครบ ๕๐ ป้ เราไม่ได้เพิ่งเริ่มการศึกษาด้านนี้ เรามีมานานมากแล้ว ต่อเลยครับ วิธีวิเคราะห์ วิจารณ์ สรุปประเด็นต่าง ๆ ก็เปึนวิธีที่เราใช้เปึนมาตรฐาน ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตรงนี้ก็คงจะไม่มีรายละเอียดมากมาย เพียงแต่ว่าต้องการจะเน้นย้ําว่า การศึกษาทั้งหมดของเรานี่มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะอยู่ในกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทหารเรือ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงมาหมดแล้ว หลายหน่วยงานนี่เชิญมา ๒-๓ ครั้งแล้ว แล้วประเด็นที่เรากําลังจะพูดถึงนี่เปึนประเด็นที่ได้พูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ และมีความเห็น สอดคล้องกัน เพื่อให้ความชัดเจนเกิดขึ้นว่าไม่ใช่เปึนประเด็นที่ทางฝ์ายรัฐบาลหรือ ฝ์ายภาครัฐไม่รับทราบ และในทางที่จริงนี่ในภาคประชาชนผมเองผมก็เดินทางไป หลายต่อหลายครั้ง มีการจัดสัมมนา ๓ ครั้ง ลงไปร่วมสัมมนากับคนอื่นอีกหลายครั้ง มีการพูดคุย กับภาคประชาชนไม่ว่าจะเปึนท่องเที่ยว ชาวประมง หรืออื่น ๆ อีกมากอยู่โดยตลอด ผมเข้ามาสู่เนื้อหา ถ้าจํากันได้เมื่อการนําเสนอครั้งแรกเราพูดกันถึง ๑๐ วิกฤติทะเลไทย
ซึ่งมีวิกฤติในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนวิกฤติในเรื่องของปะการัง วิกฤติในเรื่องอุทยาน ในเรื่องสัตว์ทะเลหายาก วาฬบรูด้า ข้อ ๓ ในเรื่องของการประมง อันนี้มีปัญหาอย่างมากมาย เรื่องของการพัฒนาขนาดใหญ่ เรื่องการกัดเซาะชายฝัืง เรื่องท่องเที่ยว เรื่องน้ําเสีย เรื่องขยะ แล้วก็เรื่องการขาดความรู้และขาดการมีส่วนร่วม ภาพที่เห็นผมถ่ายมากับมือเอง ใช้เฮลิคอปเตอร์ถ่ายที่อ่าวป์าตอง ท่านสมาชิกคงจะเห็นสีดําปู๊ดป๋ีออันนั้นน้ําเสียหมดเลย เพราะฉะนั้นขณะที่เรากําลังพูดกันถึงเรื่องเปึนศูนย์กลางอาเซียน ฮับหรือเปึนอะไรก็ตาม เราต้องกลับมามองตัวเองก่อนว่าเราพร้อมหรือยัง เราแก้ไขปัญหาของเราหรือยัง เราเตรียม ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะให้เปึนอาเซียนเปึนศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยว เปึนประเทศที่จะมี นักท่องเที่ยว ๑๐๐ ล้านคนในป้ ๒๕๗๕ นี้เราเตรียมพวกนั้นพร้อมหรือยัง หรือเรือพาเขามาดู สิ่งที่เราเห็นอยู่ในภาพอย่างนี้มันคงไม่ไหว เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีประเด็นปฏิรูปทั้ง ๑๐ ประเด็นนี้อยู่ในเรื่องที่ผมจะกล่าวถึงต่อไป เรื่องแรกก็คือเรื่องเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ จริง ๆ ประเด็นปฏิรูปอุทยานแห่งชาติเราทําร่วมกับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชมาตลอด ถ้าเกิดใคร จํากันได้เรามีความสงสัยในเรื่องของค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานตั้งแต่ต้นว่าทําไมค่าธรรมเนียม มันถึงหายไปเยอะจัง เราก็ได้ประสานกับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช และติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนมีนาคม เราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและ พันธุ์พืชทํา ท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทําท่านให้ความสนใจ เปึนอย่างยิ่ง มีการประชุมมาแล้ว ๓ ครั้งในช่วงวันจันทร์ที่แล้วผมก็เข้าร่วมประชุมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้เปึนข้อมูลที่ชัดเจนว่า เมื่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชเริ่มตื่นตัวแล้วก็ส่งคนไปตรวจสอบ ในส่วนของ เกาะพีพีเกาะเดียวยกตัวอย่างให้ฟังแล้วกันครับ เกาะพีพีจากค่าธรรมเนียมวันละ ๘๐,๐๐๐ บาทเปึนวันละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท เท่าที่ผ่านมาหายไป ๑,๑๒๐,๐๐๐ บาท แล้วถ้าเกิด ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทไปเปรียบเทียบกับข้อมูลของนักท่องเที่ยวจาก สมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ แต่ละป้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเกาะพีพี ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน เอา ๔๐๐ คูณเข้าไปจะได้ค่าธรรมเนียมอุทยานที่ควรจะได้ แต่ที่ผ่านมาเราได้น้อยไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่เราควรจะได้ เพราะฉะนั้นนั่นก็คือการปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเล นั่นคือเกาะพีพีแห่งเดียว เรายังไม่พูดถึงอ่าวพังงาที่มีนักท่องเที่ยวใกล้เคียงกับเกาะพีพี
เรายังไม่ได้พูดถึงหมู่เกาะสุรินทร์ สิมิลัน หมู่เกาะอาดัง-ราวี หลีเป็ะ เกาะเสม็ดโน่นนี่นั่น มากมายมหาศาล ๒๖ แห่ง เพราะฉะนั้นประเด็นของการปฏิรูปอุทยานแห่งชาติอย่างแรก ชัดเจนก็คือถ้าเกิดเดินหน้าเต็มระบบเรามองเห็นถึงเงินประมาณป้ละไม่ต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทที่จะกลับเข้ามาสู่ระบบค่าธรรมเนียมของอุทยาน จริง ๆ เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท สามารถที่จะทําให้กรมอุทยานไม่ต้องของบประมาณรัฐสักบาทยังได้เลย ขอแค่เงินเดือน มันก็สามารถเดินหน้าไปได้ด้วยเงินค่าธรรมเนียมรายได้ ซึ่งตัวหนังสือที่ท่านเห็นอยู่บนจอ ชัดเจนว่าดี-เดย์ (D-Day) คือวันที่ ๑ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีถามเกี่ยวกับเรื่องของ ประเด็นปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเลกับท่านรัฐมนตรีไม่ต่ํากว่า ๓-๔ ครั้ง มีจดหมาย อย่างชัดเจนจากสํานักนายกรัฐมนตรีว่าทุกอย่างต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน เพราะฉะนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชก็ตั้งเปัา ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมก็ตั้งเปัาชัดเจนว่า วันที่ ๑ ตุลาคมระบบการเก็บเงินส่วนกลาง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทางคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการท่องเที่ยวก็เปึนผู้เสนอมาสอดคล้องกัน วันที่ ๑ ตุลาคม ระบบการเก็บเงินส่วนกลางจะเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันคงสนุกสนานแน่เพราะว่ามันมีปัญหา อยู่หลายประการ ยกตัวอย่างเพราะว่าประชุมกับผู้ประกอบการเขาก็บอกว่า อย่างนี้ เดี๋ยวใครมาก่อนคนนั้น ก็เหมาหมดคนอื่นก็ซวย เพราะว่ามันต้องมีการจํากัดจํานวน นักท่องเที่ยวที่จะเข้าในแต่ละแห่งได้ อย่างไรก็ตามอย่างน้อยสุดถ้าเกิดมีระ บบส่วนกลาง มันก็จะชัดเจนยิ่งขึ้น เรายังมีเรื่องของระบบวันที่ ๑ พฤศจิกายนก็คือ ระบบตรวจสอบ ส่งคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อุทยานไปประจําการแต่ละอ่าว อ่าวละ ๔ คน ไม่ได้มีหน้าที่ ขายตั๋ว สิ่งที่เราต้องการคือกันเงินออกจากเจ้าหน้าที่ให้มากที่สุด เพียงแต่ว่าสิ่งที่เห็นชัดที่สุด ก็คือ เขาจะมีหน้าที่ตรวจอย่างเดียวและไม่ใช่เจ้าหน้าที่อุทยานด้วย
เพราะฉะนั้นเราก็จะมีการตรวจ อุทยานนําร่อง ๘ แห่งก็เปึนอุทยานที่เปึนแหล่งท่องเที่ยว สําคัญที่สุดของเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเปึนเกาะพีพี ไม่ว่าจะเปึนอ่าวพังงา หมู่เกาะสุรินทร์ สิมิลัน ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงจะเห็นผลเปึนรูปธรรม ไม่ว่าจะออนไลน์ตรวจตั๋ว อีกอันหนึ่ง ที่เปึนห่วงกันมากก็คือเรื่องของทรัพยากรธร รมชาติ เพราะว่าตอนนี้ปะการังของเรา มีการลดลงอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราก็จัดตั้งระบบตรวจสอบคู่ขนาน นั่นหมายถึงว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชก็ทําไป กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ก็ตรวจสอบแนวปะการังตามจุดแต่ละจุดตอนต้นฤดูกับหลังฤดู ขณะเดียวกันเครือข่ายนักดําน้ํา เครือข่ายประชาชนในพื้นที่ก็ทําการตรวจสอบขึ้นเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นจะกลายเปึน การตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐซึ่งมี ๒ หน่วยด้วยกัน แล้วก็มีการตรวจสอบคู่ขนาน จากภาคประชาชน จากชุมชน และท้ายสุดก็คือภาควิชาการ เพราะฉะนั้นจะกลายเปึน การทํางานแบบสี่เส้า เปัาหมายของเราชัดเจนก็คือเราต้องพยายามรักษาปะการังเหล่านี้ไว้ให้ได้ รวมทั้งเรื่องของอันดามันมรดกโลก ถ้าเกิดท่าน สปช. ทุกท่านจําได้เราผ่านเรื่องนี้ไปในวันป้ใหม่ ก่อนป้ใหม่แป็ปหนึ่ง ผมตามเรื่องนี้อยู่ตลอดแล้วก็พบว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ยังอยู่ ไม่ได้ไปไหนเลย เพียงแต่ว่าระบบต่าง ๆ ที่ใช้ ทั้งเรื่องของอุทยานและเรื่องการท่องเที่ยวมันยังไม่ค่อยนิ่ง เพราะฉะนั้นเราก็คิดกันว่าภายในป้หน้าเราก็จะเริ่มนําเสนอเรื่องอันดามันมรดกโลกเพียงแต่ว่า ป้นี้ขอการแก้ไขร ะบบต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน เรื่องต่อไปก็คือวาฬบรูด้าเปึนสัตว์สงวน อันนี้เริ่มต้นที่ สปช. เลยเราเปึนคนเริ่มต้น เราเปึนคนเสนอประเด็นนี้ ตอนปัจจุบันก็มีคนมา ลงชื่อ ประชาชนต่าง ๆ มาสนับสนุน ๓๐,๐๐๐ รายแล้ว สัตว์สงวนนี่อาจจะนึกว่ามันก็เท่านั้น จะมีอะไรมากมาย อันดับแรกท่านทราบไหมประเทศไทยมีคณะกรรมการสัตว์สงวน สัตว์คุ้มครอง มี พ.ร.บ. สัตว์สงวน สัตว์คุ้มครอง ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ จนปัจจุบันนี่ไม่มีสัตว์สงวน ตัวใหม่เลยแม้แต่ตัวเดียว ๕๕ ป้มีอยู่ ๑๕ ตัวตั้งแต่เราท่องกันมา สมันไล่มาเรื่อย ๆ ๑๕ ตัว อยู่มาทั้งสิ้น ๕๕ ป้จนน่าสงสัย อย่างที่ผมเคยขึ้นมาอภิปรายในเรื่องความหลากหลายว่าเราจะ ศึกษาความหลากหลายไปทําไม หากความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้ถูกนําไปใช้ ในเรื่องของการจัดการ ไม่ว่าจะการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของสัตว์สงวน สัตว์คุ้มครองที่มีวาฬบรูด้าซึ่งก็มีข่าวเปึนระยะเมื่อวานก็มีข่าวนะครับ เรายังมีสัตว์ต่าง ๆ อีกทั้งหมด ๒๔ ชนิด มีสัตว์สงวน ๔ ชนิด สัตว์คุ้มครอง ๒๐ ชนิด อันนั้น ก็จะเปึนแพกเกจ (Package) ท่านอาจจะสงสัยว่ามันก็แค่นั้นก็จบ จริง ๆ ไม่จบเพราะว่าจะมี
มาตรการต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงก็ทํา ไว้แล้ว แล้วมันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ไม่ว่าวาฬบรูด้าจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยวจะทําให้ เกิดการท่องเที่ยวแบบเวล วอชชิง (Well Watching) ผมดูด้านนี้มาตลอด เวล วอชชิง คืออะไร คือนั่งเรือไปชมวาฬ ท่านอาจจะสงสัยมันก็แค่นั้น ท่านรู้ไหมครับว่าป้ ๒๕๕๖ นี่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทมาร์เกต แชร์ (Market share) ทั่วโลก ป้ ๒๕๕๗ มาร์เกต แชร์ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๘ มาร์เกต แชร์ตั้งเอกซ์สเปกต์ (Expect) ไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านทราบไหมว่าป้ ๒๕๕๖ ป้ ๒๕๕๗ นี่มาร์เกต แชร์ที่ประเทศไทยเข้าไปมีส่วนร่วม มีเท่าไร ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่เรามีภาพของวาฬบรูด้ากับตึกแถวสีลมอยู่ข้างหลัง เพราะฉะนั้นตรงนั้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องการอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว เราต้องการ ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เราตั้งเปัาเปึนศูนย์กลางอาเซียน เราพบว่ามีความเปึนไปได้ เยอะแยะมากมายโดยไม่ต้องลงทุนสักบาทเพราะอินฟราสตรักเจอร์มีหมดแล้ว จะไปทาง จังหวัดเพชรบุรี จะไปทางพัทยา จังหวัดเพชรบุรีก็แวะไปทางหัวหิน แล้วก็พัทยา ก็ไปแวะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ออกได้ทั้ง ๒ ทาง และที่สําคัญที่สุดคือมาร์เกต แชร์ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐ เปอร์เซ็นต์เปึนคนจีนครับ เราอาจจะคิดว่าแล้วมันเปึนยุโรป แต่ไม่ใช่เลย จริง ๆ กลุ่มนักท่องเที่ยวของการดูวาฬส่วนใหญ่เปึนคนจีนซึ่งอันนี้เปึนตัวเลข ที่หลายคนอาจจะตกใจ เฮ้ย ทําไม แต่มันเปึนอย่างนั้นจริง ๆ มีข้อมูลคอนเฟ่ร์ม (Confirm) ชัดเจน แล้วท่านคิดถึงนักท่องเที่ยวประเทศจีน ๖ ล้านคนในป้หน้าต้องเดินทางไปหัวหิน เปึนล้านคน ไปพัทยาอีกเปึนล้านคน แวะระหว่างทางออกไปดูวาฬชมวาฬอย่างถูกวิธี รายได้เห็น ๆ การอยู่พักนอนเพิ่มมากขึ้น เครือข่ายชาวบ้านได้ประโยชน์ ตลาดต่าง ๆ วิถีไทย ทุก ๆ อย่างมันจะไปพร้อมกันหมด อันนี้เปึนแค่ตัวอย่างวาฬอย่างเดียวนะครับ ผมยังไม่อยากลงไปตัวอย่างอื่น
ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อีกตัวหนึ่งแล้วกัน แมงกะพรุนซึ่งเปึนข่าวคราวเยอะแยะมากมาย เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน เปึนข่าวเยอะแยะ แล้วแมงกะพรุนกล่องมันเพิ่มขึ้น ได้อย่างไร มันเพิ่มได้เพราะว่าเต่าทะเลมันหายไป เต่าทะเลของประเทศไทยในอดีต ๓,๐๐๐ ลังเหลืออยู่ ๔ ลัง เพราะฉะนั้นจากเต่าทะเลไม่รู้กี่ร้อยตัวเหลืออยู่ ๒ ตัว เพราะฉะนั้น ๒ ตัวมันจะไปกินแมงกะพรุนไ ด้อย่างไร เต่าทะเลนี่กินแมงกะพรุนเปึน อาหารหลักนะครับ เพราะฉะนั้นมันเกี่ยวข้องกันหมด การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้เก็บมันไว้ในเปเปอร์ (Paper) ถ้าเกิดมันอยู่ในเปเปอร์จะไปรักษามันทําไม ปล่อยให้มัน สูญพันธุ์ไปเถอะ ที่ชัดเจนก็คือทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกัน เพราะฉะนั้นการทํางานมันต้องไป ทางเดียวกัน ถ้าเราผลักดันเต่ามะเฟ๋องเปึนสัตว์สงวน เต่ามะเฟ๋องก็จะดึงเต่ากระ เต่าตนุ ดันตามเข้าไป มาตรการต่าง ๆ ก็จะออกมา เต่าของเราก็อาจจะมีเพิ่มขึ้น มันก็จะไปกิน แมงกะพรุน แมงกะพรุนส่งผลกระทบมากมายกับการท่องเที่ยวหรือสุขภาพของ พี่น้อง ตลอดจนการปฐมพยาบาลฉุกเฉินมันก็จะลดน้อยลง เปึนการแก้ที่ต้นเหตุ ขณะที่น้ําส้มสายชู ปัูมหัวใจนั่นคือปลายเหตุ ซึ่งมันต้องไปพร้อมกัน เรามีน้ําส้มสายชูกี่ขวดถึงจะวางให้พอ กับชาวประมงแล้วก็นักท่องเที่ยวตามชายฝัืงทะเลมากมาย นั่นก็คือสิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น วาฬบรูด้าผ่านไปแล้ว ๒ กลุ่ม ผมมั่นใจว่าภายในสิ้นป้นี้เราจะมีสัตว์สงวนเพิ่มขึ้น ๔ ตัว และมีสัตว์คุ้มครองอีก ๒๐ ตัว อันนี้มั่นใจและจะเปึนครั้งแรกของประเทศไทยและไม่ใช่ มีเฉพาะรายชื่อสัตว์ เพราะมาตรการที่เราประชุมร่วมกับกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมาตรการหนาปุ๊ก ๆ ที่จะต้องไปพร้อมกัน แต่ถ้าเกิดมันไม่เปึนสัตว์สงวนขอเงินให้ตายมันก็ไม่มาหรอกครับ ผมบอกได้ ทุกอย่างก็อยู่ใน รายละเอียด แล้วเราก็พูดกันต่อไปถึงเรื่องว่าศึกษาวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างองค์กรโน้นองค์กรนี้สร้างมาทําไมในเมื่อไม่ได้ใช้ประโยชน์ ความหลากหลายทางชีวภาพ คือการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การศึกษาวิจัยแล้วเก็บไว้บนหิ้ง มันต่างกันนะครับ ปะการังตาย อันนี้พูดถึงหลายครั้งแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นสรุปง่าย ๆ ว่าอีก ๒๐ ป้ ลูกเราจะไม่มีปะการังให้ใช้ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ลดลงป้ละ ๑ เปอร์เซ็นต์ และนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ที่มาเขาไปเที่ยวปะการังทั้งนั้น อันดามันที่เราตั้งตัวเลขป้นี้ ตัวเลขอันดามันป้นี้ ที่จังหวัดภูเก็ตแห่งเดียว ๑๒.๕ ล้านบาท ภายใน ๒๐ ป้น่าจะได้สัก ๓๐ ล้านบาท แล้ว ๓๐ ล้านบาทนั้นไปไหน ไปเที่ยวไหน ไปเที่ยวแมน-เมด (Man-made) อย่างเดียว
มันก็คงไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเราต้องรักษาทรัพยากรให้ได้เพราะมันคือ ปากท้องของลูกหลานเรา นั่นคือสิ่งที่สําคัญที่สุด แล้วถ้าเกิดมันตายหมดแล้วเราจะกลับ มันฟุ๋นมันทําไม่ได้ ไม่รู้จะทําอ ย่างไร เอางบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือแสนล้านบาท ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร มันต้องอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือการอิงกับฐานทรัพยากรที่ชัดเจน ที่สุดแล้ว เราจะสร้างสนามบินแห่งใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต ที่อําเภอท้ายเหมือง รับนักท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น แต่ตัวที่นักท่องเที่ยวมาดูมันโทรมลงเรื่อย ๆ มันก็จบเห่อยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ มันต้องชัดเจน เรื่องของปะการังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็กําลังผลักดันอยู่ ในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการท่องเที่ยวต่าง ๆ เรามีเยอะแยะเลยครับในมาตรการ แต่ผมคงรายละเอียดไม่หมดเพราะทะเลมันกว้าง ลงหมดก็ถึงเที่ยงคืนอย่างที่ท่านประธาน ต้องการ คงไม่จบกันง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเอาไว้ง่าย ๆ ว่าป้ ๒๕๕๙ จะประกาศเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็รับไป ในเรื่องต่อไปนะครับ ก็อย่างที่ผมแจ้งไปแล้วว่าแมงกะพรุน จริง ๆ แล้วแมงกะพรุนไม่ได้คิดทําร้ายเรา เราเปึนคน ทําให้แมงกะพรุนเพิ่มขึ้นจนมันกลับมาทําร้ายเรา ในเรื่องของการท่องเที่ยวทางทะเลนะครับ ยุทธศาสตร์จริง ๆ วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว พอดีผมติด อยู่ที่นี่ แต่อาจารย์ปรีชาเข้าไปแล้ วนะครับ ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวทางทะเลของ การท่องเที่ยวเห็นชัดเจนแจ่มแจ้งมาก มี ๕ คลัสเตอร์ ในประเทศไทย ๓ คลัสเตอร์ คือทะเลหมด คลัสเตอร์หนึ่งก็คืออันดามัน คลัสเตอร์หนึ่งก็คือทะเลสมุย อีกคลัสเตอร์หนึ่ง ก็คือทะเลระยอง ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด นั่นก็คือ คลัสเตอร์หลักที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งเปึนยุทธศาสตร์ป้ ๒๕๕๘ ถึงป้ ๒๕๖๐ มันสอดคล้องกันอยู่เป็ะ ๆ อยู่แล้ว มันไม่ได้ต่างอะไรกันเลยนะครับ เพียงแต่ว่าตรงนี้ เราอาจจะต้องลงรายละเอียดให้ชัดเจน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเรื่องของอาเซียน ฮับ ที่ไม่มีโอกาสพูดเมื่อกี้นี้นะครับ เติมให้นิดหนึ่ง เราเสียเปรียบเพื่อนบ้านหลายเรื่อง แม้กระทั่ง เรื่องทะเล ในปัจจุบันเกาะหลีเป็ะมีปะการังอยู่ คนมาเลเซียอยู่ที่เกาะลังกาวีนั่งเรือมาเที่ยว กินข้าวก็กินที่เกาะลังกาวี นอนก็นอนที่เกาะลังกาวี จัดทัวร์เดย์ ทริป (Day trip) มาเที่ยว ที่เกาะหลีเป็ะ เที่ยวเสร็จว่ายวนไปวนมาแล้วก็กลับไปนอนที่เกาะลังกาวี กินข้าวที่เกาะลังกาวี
คําถามคือประเทศไทยได้อะไรนั่นคือข้อแรก ทัวร์เที่ยวเกาะพีพีเที่ยวโน่นเที่ยวนี่เยอะแยะ มากมาย นักธุรกิจจีนก็เหมาเครื่องบินจีนมาลงที่นี่ รถก็รถของคนจีน เรือเร็วคนจีนก็ซื้อไป หมดแล้วโดยใช้นอมินี (Nominee) กลับไป แล้วถามว่าประเทศไทยได้อะไร รายได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่กับเรากี่เปอร์เซ็นต์เรื่องนี้เคยพูดไ ปแล้ว แต่จะเน้นย้ําอีกทีหนึ่งว่า การดูเรื่องการท่องเที่ยวนี่ไม่ใช่ดูเฉพาะว่าเราจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกี่คนซึ่งผมเห็นด้วย กับอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปการท่องเที่ยวอย่างมากว่าตัวเลขจํานวนคนที่เพิ่มขึ้นมันคงจะต้อง ใจเย็นหน่อยขณะที่เราไม่ได้ดูเฉพาะว่ารายได้มีกี่แส นล้านบาท แต่เราต้องดูว่ารายได้กี่บาท อยู่ตกกับประเทศเรา มันจะมีล้านล้านบาทถ้ามันโดนหายไปกับต่างชาติ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทอยู่กับบ้านเราแล้วเราจะทําการท่องเที่ยวให้ประชากรในโลกรวยขึ้นหรือ ตรงนั้นคือจุดที่สําคัญที่สุด การแก้ปัญหาของเราก็พยายามจะแก้ปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ เราอาจจะไม่ได้ดูแลการท่องเที่ยวโดยตรง แต่เราก็มีการแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่นควบคุม เรื่องไกด์ (Guide) เรื่องมาตรการดําน้ําในทะเลต่าง ๆ นานา ไม่ใช่มีฝรั่งมาเที่ยวแฮปป้ (Happy) ดี๊ด้าไปประเทศมาเลเซีย ไปประเทศอินโดนีเซีย ไม่มีที่ไหนที่เขาดําน้ํากัน ๘๐๐,๐๐๐ คนต่อป้ ฝรั่งนําหมด คนไทยอยู่ไหนก็ไม่รู้เปึนลูกเรือคอยทําผัดข้าวผัด แล้วตอนนี้คนไทยก็หมดแล้วเพราะกลายเปึนคนพม่าผัดข้าวผัดไปหมดแล้ว แล้วเราจะ ให้เขามาเที่ยวทรัพยากรในประเทศเราโดยที่เราไม่ได้ป ระโยชน์มันเปึนไปไม่ได้ ครับ การประมงเรื่องใหญ่นะครับท่าน สปช. กิตติฝากมาด้วย การประมงเปึนเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะว่าตอนนี้เราก็ทราบดีเรื่องไอยูยู (IUU) ประมงใบเหลืองต่าง ๆ รัฐบาลก็พยายามที่จะ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งการแก้ไขปัญหามีทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องเกี่ยวกับการระงับ จับกุม ยกเลิกการประมงผิดกฎหมายโน่นนี่นั่นอย่างเดียวยังมีเรื่องของเจ้าท่า เรื่องที่ว่าเจ้าท่าต้องรู้ เขาเรียกว่าป้โปัก็คือเรือออก เรือเข้าเท่าไรเราต้องรู้ให้หมด แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุด ในเรื่องของการประมงก็คือเรื่องว่าเราอาจจะมีคําถามว่าข้อมูลที่นํามาใช้มันเปึนข้อมูลที่ชัดเจน แน่แล้วหรือ เราบอกว่ามีเรือ ๕๐๐ ลํา คําถามคือตัวเลขเรือ ๕๐๐ ลํานี่มันมาจากไหน ก็บอกว่า มาจากปลาที่อยู่ในทะเลว่ามีปลาให้จับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ๒๐๐,๐๐๐ ตันนี้ผมยกตัวอย่าง ๒๐๐,๐๐๐ ตันคําถามก็คือ ๒๐๐,๐๐๐ ตันคุณมั่นใจหรือว่าปลาในทะเลมีให้คุณจับป้ละ ๒๐๐,๐๐๐ ตันมันจะต่อเนื่องไปหมด ตรงส่วนนี้ข้อมูลทางวิชาการของเรายังขาดค่อนข้างเยอะ ที่จะระบุตัวเลขออกไปชัด ๆ อย่างไรก็ตามระบบของรัฐบาลเขากําลังดําเนินหน้าไป ศปมผ.
เราก็ไปพูดคุยกับ ศปมผ. เปึนระยะ แล้วเราก็กําลังจะจัดประชุมที่มีทั้งชาวประมง นักวิชาการต่าง ๆ มาดูว่านอกจากการยกเลิกแล้วมันยังมีจุดอะไรที่เราจําเปึนที่ต้อง ทําการศึกษาหรือหาข้อมูลทางการวิจัยเพื่อให้ข้อมูลที่ได้เปึนข้อมูลที่เชื่อถือได้ ๕๐๐ ลํา ทุกคนก็เชื่อกันหมดมันต้อง ๕๐๐ ลําแน่ไม่ใช่คนบางคนบอกว่ามันน่าจะได้ตั้ง ๑,๐๐๐ ลํา ทําไมทางนี้บอกมา ๕๐๐ ลํา ตรงนั้นก็คือความเชื่อถือของข้อมูลที่ต้องมีการศึกษาวิจัยให้มากพอ ต่อเลยครับ เรื่องมันหลากหลายครับท่านสมาชิก เพราะฉะนั้นก็นิดหนึ่ง โลจิสติกส์เกี่ยวข้อง หมดเลย ท่าเรือด้านพลังงาน ภาพนี้ก็คือภาพด้านพลังงาน ก็คือท่าเรือคลองรั้วที่จังหวัดกระบี่ สําหรับโรงไฟฟัาจังหวัดกระบี่ก็ยังมีคําถามอยู่ต่าง ๆ นานาไม่ต้องเปึนคําถามด้านพลังงาน แต่เปึนคําถามด้านสิ่งแวดล้อม คําถามว่าเรือเข้าไปแล้วมันจะเกิดอะไร ๆ ไหม ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าสมมุติเรือวิ่งเข้ามามันก็ดีเรือไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดเรือมันเกิดอุบัติเหตุ ตูมขึ้นมาอย่าลืมว่าเกาะเสม็ดจํากันได้ใช่ไหมครับ เกาะเสม็ดอยู่มาบตาพุดทุ่นกันน้ํามัน คราบน้ํามันอยู่มาบตาพุดยังใช้เวลาขนาดนั้น แล้วถ้าเกิดจังหวัดกระบี่ ทุ่นกันน้ํามันรั่ว กันโน่นกันนี่อยู่มาบตาพุด ใช้เวลาเดินทางจากมาบตาพุดมาถึงจังหวัดกระบี่มันใช้เวลานาน ขนาดไหน แม้กระทั่งปากบาราที่อยู่จังหวัดสตูลเองก็เหมือนกัน เราไม่ได้ขัดขวางความเจริญ เพียงแต่ว่าเราต้องการเอาให้ชัดว่าถ้าเกิดเกิดปัญหาขึ้นเรามีมาตรการการรับมือแค่ไหน แล้วจากประสบการณ์ที่ผมผ่านมาทั้งหมดนี่ตัวเลขมีหมดการประชุมมีหมด แต่พอเกิดขึ้นจริง เรามีปัญหาทุกครั้ง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเอาให้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นการซ้อมการกําจัด คราบน้ํามันนี่ซ้อมไหม ซ้อม ซ้อมตั้ง ๓-๔ หนนั่งอ่านซ้อมทั้งหมดซ้อมในท่าเรือน้ํานิ่ง แต่เกิดเหตุจริง ๆ คลื่น ๒ เมตรกลางทะเล เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเกิดระบบเราไม่มั่นอย่างไร เราก็ทําให้ชาวบ้านเชื่อถือไม่ได้
ผมไม่ได้ขัดขวางในเรื่องของความเจริญแต่ผม ต้องการให้มั่นใจ เวลาเราไปพูดคุยกับ ชาวบ้านเราก็ต้องให้ชุมชนมั่นใจว่าไอ้ระบบที่คุณลองมันใช้กันได้จริง ๆ ไม่ใช่พูดว่า มีโน่นมีนี่มีนั่น แล้วก็เกิดเหตุวัวหายล้อมคอกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนะครับ ท่าเรือนี่เรามีอีกเยอะเลย ท่าเรือพลังงานนะครับ ท่าเรืออุตสาหกรรมขนส่ง เช่น ปากบารานะครับ โลจิสติกส์ ไม่ได้มีปัญหาใด ๆ เพียงแต่ขอให้มั่นเท่านั้นเอง ท่าเรือท่องเที่ยวกรมเจ้าท่าบอกว่ามีอีก ๓๓ ท่าเรือยอชต์ เต็มทะเล ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกันเพียงแต่ว่าขอให้ชัดเจนว่าท่าเรือ เหล่านั้นถ้ำเกิดสร้างขึ้นมาแล้วนี่มันไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางทะเลอย่างมากมาย เกินเหตุนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของผมก็มาถึงเรื่องของการปฏิรูปที่ดําเนินการ ไปแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการให้ความรู้ต่าง ๆ การมีส่วนร่วม เรื่องนี้ ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะว่าเรามีเครือข่าย เรามีกระทรวงต่าง ๆ เรามี พ.ร.บ. ใหม่ ๆ ออกมาที่จะสามารถช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมมากขึ้น เราก็พยายามผลักดัน ในเรื่องของการทําความรู้นอกโรงเรียน การศึกษานอกโรงเรียนต่าง ๆ นี่ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็มาถึงส่วนของข้อเสนอ ต่อนะครับ ขอโทษทีครับ กลับไปนิดหนึ่งครับ ขอโทษทีผมพูดเร็วไปนิดหนึ่ง ในเรื่องนี้จะมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนอ่านแล้วอาจจะงงก็คือ สภาวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์ เราไม่ได้ตั้งสภาวิชาชีพขึ้นมาใหม่นะครับ เพราะว่าสภาวิชาชีพ ทางวิทยาศาสตร์มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราเสนอขอให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเติมได้ไหม เพราะว่าเราต้องการองค์ความรู้ด้านทะเลเปึนอย่างมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเติมเปึนสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเลเพิ่มเข้าไปในสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์ มันก็จะสามารถช่วยทําให้วิชาการของเรามีความเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ได้เปึนการตั้ง พ.ร.บ. ใหม่ หรือสภาวิชาชีพให ม่ใด ๆ เลย เปึนแค่เติมในส่วนนี้สาขานี้เข้าไปอยู่ใน สภาวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอยู่แล้วในปัจจุบันนะครับ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ ไม่มีองค์กรใหม่ ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับเงินทองอะไรนะครับ ต่อนะครับ ทั้งหมดนั้นก็คือการปฏิรูป ในรูปต่าง ๆ ที่ทําร่วมกันไปแล้วมันไขว้กันไปไขว้กันมา แต่ตอนนี้เรากําลังจะเข้าไปสู่เรื่องของ การปฏิรูปอันใหม่แล้วซึ่งมันเปึนทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง หลายคนถามว่าทะเล มันใช้ประโยชน์กันอย่างไร กรมประมงก็มีกฎหมายของกรมประมง มีพื้นที่ของกรมประมง พื้นบ้านจับได้ต้องนี้ ออกไปนอกน่านน้ําเปึนพาณิชย์ พลังงานก็มีแท่นขุดเจาะ ๔๐๐ กว่า แท่น โลจิสติกส์คมนาคมก็มีท่าเรือต่าง ๆ ทุกอย่างมี แต่ละคนมีคนละกล่อง กล่อง กล่อง
เต็มไปหมด ทุกกล่องก็จะมีจิกซอว์ (Jigsaw) อยู่เต็มไปหมด แต่ทุกคนก็เล่นจิกซอว์ของตัวเอง ซึ่งมันไม่มีวันต่อได้รูป เพราะมันมีทะเลแห่งเดียว มันมีทะเลแห่งเดียวที่ทุกอย่างทับกันหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือการให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเทจิกซอว์ออกจากกล่องตัวเอง แล้วมาร่วมกันต่อให้มันเปึนแผ่นเดียว มันจะได้เปึนจิกซอว์ทั้งประเทศทั้งหมด ไม่ใช่จิกซอว์ เล่นกันแต่ในกล่องในแต่ละกล่องนะครับ เพราะฉะนั้นนั่นก็คือการแบ่งเขตใช้สอยประโยชน์ ทางทะเลซึ่งว่าง่าย ๆ ก็คือคล้าย ๆ กับผังทะเลเปึนทั้งหมดนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง อย่างรวดเร็ว ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องปรับสมดุล มันก็เกี่ยวข้องกับอันแรกครับ ต่อครับ ตรงส่วนนี้นะครับ เรามีผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ๒๔ ล้านล้านบาทเยอะมาก เดี๋ยวท่านอาจารย์เผดิมศักดิ์จะอธิบายในส่วนนี้ได้ดีกว่าผมนะครับ เรื่องของปัญหาเสื่อมโทรม เรื่องของโซนนิง (Zoning) ก็คือการแบ่งเขตใช้สอยประโยชน์ทางทะเลประเทศใหญ่ ๆ เขาใช้กันทั้งนั้นนะครับ เราไม่ได้เปึนคนคิดคนแรก เพียงแต่ว่าเราไม่เคยสามารถ ไม่เคย แม้กระทั่งมีแนวคิดที่จะแบ่งเขตใช้ประโยชน์ทางทะเลทั้งทะเลร่วมกัน เพราะว่าทุกคน ก็คิดเฉพาะกล่องของตัว ไม่มีใครเคยคิดภาพจิกซอว์อันใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ ผมขอเชิญอาจารย์เผดิมศักดิ์ซึ่งเปึนผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ แล้วก็ทํางานร่วมกับ สภาความมั่นคงแห่งชาติมาตลอดนะครับ เพื่อที่จะมานําเสนอสั้น ๆ ให้พวกเราเห็นภาพว่า จริง ๆ แล้วในทะเลมันมีอะไรบ้าง ขอเชิญอาจารย์ครับ
ขอเชิญค่ะ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาตินะครับ แล้วก็ท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ ประเด็นที่ผมได้รับมอบหมาย ให้มาต่อจากท่านอาจารย์ธรณ์นะครับ คงเปึนประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของผลประโยชน์แห่งชาติ ทางทะเล ซึ่งเมื่อกี้ท่านอาจารย์ธรณ์ได้พูดว่ามีมูลค่าถึง ๒๔ ล้านล้านบาทนะครับ ผมจะขอ ใช้เวลาที่ประชุมไม่มากนะครับ เพราะผมมีสไลด์อยู่ประมาณ ๑๐ สไลด์ แล้วก็จะไปเร็ว ๆ คงจะเปึนประเด็นว่าประเทศไทยกับผลประโยชน์ แห่งชาติทางทะเลมันเกี่ยวข้องกันได้ อย่างไร
แล้วก็จะได้นําไปสู่ประเด็นว่ามันมีปัญหาอะไร แล้วก็แนวทางในการที่จะแก้ไข ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของแนวทางใ นการที่จะปฏิรูป แล้วก็จะมีอีกหลายส่วนนะครับ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการปฏิรูปอย่างเดียว แต่ว่าอาจจะมีการดําเนินงานของส่วนต่าง ๆ อยู่แล้วด้วย เช่นกัน ผมขออนุญาตขอสไลด์แรกเลยนะครับ ผมใช้คําว่าประเทศไทยกับผลประโยชน์ แห่งชาติทางทะเล ซึ่งถ้าเรามองนี้ทุกท่านคงยอมรับหรือทราบกันอยู่ว่าทะเลมีความสําคัญ ทั้งในเรื่องของแหล่งทรัพยากรแล้วก็กิจกรรมที่หลากหลาย ท่านทราบไหมครับว่าเรามี พื้นที่ทางทะเลอยู่คิดเปึนประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทางบก ก็คือมีพื้นที่อยู่ ๓๕๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร สิ่งที่มากไปกว่านั้นแล้วก็ผมเข้าใจว่าในห้องนี้อา จจะยังเข้าใจ ไม่ตรงกันก็คือเขตทางทะเลของไทยที่ติดต่อกันอยู่หรือว่าพื้นที่ทางทะเลที่เราติดต่อกับ ทะเลอยู่ เรามีอยู่ในส่วนของอ่าวไทยประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ทางอันดามัน ความจริงเราเรียนกันมาตลอดว่าเรามีส่วนหนึ่งคืออ่าวไทย และอีกส่วนหนึ่งคือทะเลอันดามัน แต่ฝัืงทะเลอันดามันจริง ๆ ยังแบ่งอีกเปึน ๒ ส่วน คือตัวทะเลอันดามันจริง ๆ เปึนพื้นที่ ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร แล้วก็ส่วนที่เรียกว่าช่องแคบมะละกาตอนเหนือ อีก ๔๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ตรงนี้มันหมายความว่าอย่างไร ความจริงแล้วในความหมายของ การแบ่งพื้นที่ลักษณะนี้ แสดงว่าประเทศไทยเราเปึนทั้งชาติทางทะเลหรือเรียกว่า เปึน มารีไทม์ เนชัน (Maritime Nation) เราเปึนทั้งรัฐชายฝัืงหรือ โคสทอล สเตท (Coastal State) แล้วเราก็ยังเปึนทั้งรัฐช่องแคบหรือเว สต์ เสตรท สเตท (West strait State) ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันมีเรื่องของกฎหมา ย เรื่องของระเบียบโลกในการที่จะ เอามาใช้ตั้งแล้วก็แนวคิดในการบริหารจัดการพื้นที่ต่าง ๆ ผมขออนุญาตใช้สไลด์ต่อไปครับ สไลด์อันนี้เปึนการโชว์ให้เห็นว่าพื้นที่ในทะเลมันแบ่งออก ไม่ว่าจะเปึนเขตน่านน้ําภายใน สีเขียวที่เห็นในรูปนะครับ แล้วก็ทะเลอาณาเขตคือบริเวณสีเห ลือง เขตต่อเนื่องและเขต ที่ใหญ่ที่สุดคือเขตเศรษฐกิจจําเพาะ ซึ่งส่วนของประเทศไทยเรามีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือ เขาเรียกว่าเราเปึนประเทศที่โดนล็อกด้วยเขตเศรษฐกิจจําเพาะของประเทศเพื่อนบ้าน หรือว่าเปึนอีโคโนมิก โซน ล็อก สเตท (Economic Zone Lock State) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงว่าเวลาเราคิดถึงแนวทางในการปฏิรูปกับแนวคิดของการที่จะบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลของเรา สิ่งพวกนี้จะต้องเอาเข้าไปอยู่ในแนวคิดต่าง ๆ นะครับ ขออนุญาตสไลด์ต่อไปนิดหนึ่งครับ อีกส่วนหนึ่งที่สําคัญที่เห็นเปึนกรอบแดง ๆ อันนั้นคือ
เขตที่นอกเหนือไปจากเขตอีอีแซท (EEZ) หรือเขตเศรษฐกิจจําเพาะ บริเวณนั้นเรียกว่า เปึนไฮ ซี (High Sea) หรือว่าทะเลหลวง แล้วก็พื้นดินที่อยู่ภายใต้บริเวณนั้นเรียกว่าเปึน ดิ แอเรีย (The Area) หรือว่าเขตบริเวณพื้นที่ ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนนั้นกินพื้นที่ประมาณ ๖๔ เปอร์เซ็นต์ของเขตที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศใด ๆ หรือถ้าพูดตามหลักก็คือ เปึนคอมมอน เฮอริเทจ ออฟ แมนไคนด์ (Common Heritage of Mankind) หรือว่าเปึน ทรัพยากรส่วนรวมของมนุษยชาติ ตรงนั้นอีก ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่อยากจะคูณนะครับว่า เราบอกเรามีอยู่ ๓๕๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ตรงบริเวณนั้นเปึนอย่างไร แต่อันนั้นเปึน หลายร้อยล้านตารางกิโลเมตร แล้วก็บริเวณพื้นที่ต่าง ๆ ที่ว่าเปึนดิ แอเรียนั้นก็เปึนบริเวณ ที่เต็มไปด้วยทรัพยากร โดยเฉพาะทรัพยากรก๊าซ ทรัพยากรแร่ต่าง ๆ ซึ่งยังต้องการ การศึกษาอีกมากอันนั้นก็เปึนภาพที่แสดงให้เห็นนะครับ ขออนุญาตสไลด์ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นมันก็มาถึงคําว่าผลประโยชน์ชาติทางทะเลที่เราพูดกันอยู่ตลอดนะครับว่า มีมูลค่า ๒๔ ล้านล้านบาทมันมาอย่างไร มูลค่าทางทะเลหรือผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ก็คือผลประโยชน์ที่ประเทศไทยพึงได้รับจากทะเล หรือที่เกี่ยวเนื่องกับทะเลทั้งในน่านน้ําไทย แล้วก็น่านน้ําอื่น ซึ่งรวมทั้งชายฝัืง ทั้งเกาะ เมื่อกี้ที่ท่านอาจารย์ธรณ์พูดนะครับ พื้นดิน ท้องทะเลแล้วก็กิจกรรมต่าง ๆ ที่ใช้ประโยชน์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมต่าง ๆ ที่ใช้ประโยชน์ จากทะเลนั้นเราอยู่บนฐานทรัพยากรทั้งสิ้น ถ้าเช่นนั้นแล้วมูลค่าผลประโยชน์แห่งชาติ ทางทะเลเปึนอย่างไร มันก็น่าจะหมายถึงมูลค่าของผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลในทุกมิติ ที่สามารถประเมินได้ออกมาในทั้งรูปของตัวเงินและที่ไม่ใช่ตัวเงินนะครับ
ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ต่อไปนะครับ จากเหตุอันนี้เราก็ถึงได้มีความพยายามที่จะ ประเมินมูลค่าผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลโดยใช้หลักเรียกว่าเปึนมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยรวม สิ่งนี้จําเปึนครับเพราะว่าถ้าเราไม่มีมูลค่าตรงนี้ใช้เปึนแกนหรือเปึนเกณฑ์มาตรฐาน ในการพิจารณา ซึ่งมูลค่าโดยรวมทางเศรษฐศาสตร์ได้มาจากมูลค่าการใช้โดยตรง การไม่ใช้ ถ้ามองข้างล่างสุดทั้งหมด ๕ วงด้วยกันจะเปึนการใช้โดยตรง แล้วก็การมีอยู่ การคงอยู่ การเก็บไว้ให้ลูกหลาน มูลค่าทางเลือก แล้วก็มูลค่าการเก็บไว้ใช้ในอนาคต ซึ่งแนวคิดอันนี้ เปึนแนวคิดเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่าเรามีความสามารถที่จะใช้ ทรัพยากรต่าง ๆ ได้ เพียงแต่ว่าต้องไม่ไปกีดกันหรือว่าไม่เข้าไปล่วงล้ําความสามารถของชน หรือว่าคนรุ่นต่อไปที่เขาจะมีความต้องการเช่ นเดียวกับเรา อันนี้ก็เปึนแนวคิด จากตรงนี้ เราก็พยายามที่จะประเมินมูลค่าผลประโยชน์ชาติทางทะเลออกมาโดยดูในส่วนต่าง ๆ ขออนุญาตรูปต่อไปครับ จากการประเมินดังกล่าวแล้วก็มีกิจกรรมผมกล่าวคร่าว ๆ กิจกรรม ที่เกี่ยวกับทรัพยากรมีชีวิต ที่เกี่ยวกับทรัพยากรไม่มีชีวิต เรื่องของการคมนาคมขนส่ง ซึ่งประกอบด้วยการเดินเรือ ท่าเรือ อุตสาหกรรมต่อเนื่องสื่อสารอีกมากมาย แล้วก็ เรื่องของการท่องเที่ยวทางทะเล เรื่องการอนุรักษ์ การศึกษา วิจัย แล้วก็ประเด็นเรื่องของ ความมั่นคง ส่วนทางด้านบนทางขวาก็เปึนเรื่องของทรัพยากรไม่มีชีวิต เรื่องของน้ํามัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ ผมแยก ๒ ส่วนนี้ออกจากกัน จะเห็นว่ามีสีขาวกับสีเขียวที่เปึน อีกสีหนึ่ง อันนั้นสีเขียวก็คือเราสามารถที่จะบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนได้เนื่องจาก เปึนทรัพยากรคืนรูปหรือเรียกว่าเปึนรีนิวเอเบิล รีซอร์สเซส (Renewable Resources) การประเมินทั้งหมดซึ่งส่วนใหญ่แล้วได้มาจากมูลค่าการใช้โดยตรงประเมินว่ามีมูลค่า ไม่ต่ํากว่า ๒๔ ล้านล้านบาท อันนี้เปึนตัวเลขป้ ๒๕๕๗ และอยู่ในแผนความมั่นคงแห่งชาติ ทางทะเลของสภาความมั่นคงแห่งชาติเปึนตัวเลขล่าสุด สิ่งที่น่าสนใจก็คือในตัวเลข ที่สูงอันนั้นอาจจะต้อง ขยับไปอีกทีหนึ่ง เคาะไปอีกทีหนึ่ง ก็จะไปสอดคล้องกับ ที่ท่านอาจารย์ธรณ์พูดเมื่อกี้ลองเคาะดูก็คือผลประโยชน์มหาศาลนั้นตกอยู่ในหมู่คนไทย ไม่ได้อยู่ในสัดส่วนเท่าที่ควรจะเปึน แต่สิ่งที่ตกอยู่ในมือคนไทยในสัดส่วนที่มากกว่า ที่ควรจะเปึนก็คือเรื่องของผลกระทบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องของการขนส่ง หรือการประมงต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าแสดงสะท้อนกลับมาถึงความสามารถ ในการบริหารจัดการ ผลประโยชน์ที่มีมูลค่ามหาศาลแต่ไม่สามารถจะตกเข้ามาอยู่ใน
มือเราได้ในสัดส่วนที่ควรจะหรือว่ำที่น่าจะเปึนลักษณะนั้น แต่ในทางกลับกันเรากลับได้ ผลกระทบทางลบก็คือเรื่องของผลกระทบที่มีต่อสภาพสิ่งแวดล้อมกับทรัพยากร ซึ่งลดลงมาโดยตลอด ผมขออนุญาตภาพต่อไปนะครับ อันนี้แสดงให้เห็นถึงเมื่อกี้ท่านคงพอ จําภาพเขตทางทะเลของเราได้ประเทศไทย ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลไม่ได้อยู่เฉพาะ แค่เขตภายในอํานาจอธิปไตยหรือสิทธิอธิปไตยของประเทศไทยเท่านั้น หรืออธิปไตยของ ประเทศไทยเท่านั้น ความจริงแล้วเราสามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้จากเขตของเพื่อนบ้าน ของในอาเซียน ของภูมิภาค แล้วก็ในเขตที่เรียกว่าคอมมอน เฮอริเทจ ออฟ แมนไคนด์ ในส่วนกลางด้วย อันนี้คือถ้าให้ผมพูดคือศักยภาพมหาศาลในเรื่องการที่จะนําไปสู่ การได้ประโยชน์จากของประเทศ เพียงแต่ว่าเรามีแนวคิดเรามีมุมมอง เรามีภาพที่เรามองทะเล ได้กว้าง ได้ครบถ้วน ได้เหมาะสมสําหรับบริบทของประเทศไทยได้มากน้อยแค่ไหน ผมว่าอันนี้ คือประเด็นที่สําคัญ ไปที่สไลด์ต่อไป อันนี้คือภาพที่อยากจะให้เห็น บางทีคนเรามองเห็น แต่เรื่องที่อยู่ข้างบนเหนือน้ํา แต่ข้างล่างอีกมหาศาล แล้วความจริงทั้งข้างล่าง ข้างบนก็เปึน สิ่งที่จะต้องพึ่งพาอาศัยกัน ภาพนี้อาจจะมองในเรื่องของผลประโยชน์ชาติทางทะเลกับเขา เรียกทรัพย์สินที่เปึนตัวคอร์ (Core) หรือเปึนตัวฐานสําหรับการที่จะนําไปใช้ประโยชน์ได้ เวลามองอาจจะต้องมองทั้ง ๒ ส่วนเข้ามาด้วยกัน แล้วประกอบเข้ามาด้วยกัน อันนี้อาจจะ เปึนส่วนที่นําไปสู่เรื่องของภาพหรือแนวคิด แล้วก็ความจริงแนวคิดลักษณะนี้คือสิ่งที่เรา เอามาใช้ในการที่จะพัฒนาข้อเสนอแนะในการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ภาพต่อไปเลยครับ สรุปสถานการณ์คร่าว ๆ อันนี้อาจจะเปึนตัวที่ซ้ํากับท่านอาจารย์ธรณ์เมื่อกี้นี้ ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลอยู่ข้างบน กระดํากระด่างมากเลย
เพราะว่าเรามีอยู่แต่ว่าเราบริหารจัดการเราใช้ได้ไม่ครบเท่าที่ควรจะเปึนนะครับ การจัดการ ต่าง ๆ เรามีกิจกรรมทางทะเลที่หลากหลายเยอะแยะไปหมดนะครับ โดยอาศัย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนวัตถุดิบหรือเปึนสิ่งที่เข้ามา แล้วก็ผลที่ ได้ กลับกลายเปึนการเสื่อมโทรมลงของทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ถ้าเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ธรรมชาติ ไม่สามารถที่จะ คือยืนยันว่าไม่สามารถ รองรับได้อาจจะถึงจุดที่เราไม่สามารถที่จะดึงธรรมชาติต่าง ๆ กลับมาได้นะครับ อันนี้ผมว่า เปึนประเด็นที่เร่งด่วน แล้วก็เปึนประเด็นที่เราจะต้องตระหนักตรงนี้ไว้นะครับ สไลด์ต่อไป อาจจะแสดงให้เห็นถึงลักษณะการทํางานหรือการจัดการนะครับ ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติ ทางทะเลในปัจจุบันนะครับ เส้นต่าง ๆ นั้นอาจจะเปึนเส้นที่ใช้แสดงถึงหน่วยงานต่างๆ อันนี้ผมเรียน ตรง ๆ ว่าทั้งในภาครัฐแล้วก็ทางภาคเอกชน ทั้งมีความที่ไม่พร้อม ความที่ไม่สมบูรณ์ การที่เริ่มต้นกับลงไม่พร้อมกัน ทิศทางที่ไปไม่ค่อยที่จะไปในทางที่จะเสริมกัน เท่าไรนะครับ อันนี้คือสถานการณ์ที่เกิดในปัจจุบันนะครับ ในรายละเอียดในแต่ละส่วน ที่ต้องมีการปฏิรูป เราคงต้องการที่จะพยายามเปลี่ยนให้รูปแบบเปึนลักษณะที่ไปในทิศทาง เดียวกัน แล้วก็ถ้าไปในจุดที่สูงสุดที่เราคาดว่าจะเปึนคงไปอีกรูปหนึ่ง นั่นคือนอกจากไป ในทิศทางเดียวกันแล้วจะต้องเสริมกันด้วยนะครับ ผมขอรูปต่อไปนะครั บ นั่นคือ ต้องรวมกลุ่มแล้วก็แพก (Pack) กันเอามาให้ได้เพื่อนําไปสู่ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ที่เราควรที่จะพึงได้รับ แล้วก็สิ่งที่เราควรจะได้ และสิ่งที่เราพึงมีนะครับ ซึ่งสไลด์สุดท้าย จะเห็นว่าเราเน้นเรื่องของการพัฒนาทะเลอย่างยั่งยืน ตรงนี้ผมเรียนไว้นะครับไม่ใช่เฉพาะ แค่ในเขต ๓๕๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรของเราแค่นั้นเอง แต่เราจะใช้ในภาพรวมให้มีความยั่งยืน ได้อย่างไรนะครับ โดยอยู่บนฐานเรื่องของความมั่นคง ความเรียบร้อย การมีส่วนร่วม อย่างมีความหมาย แล้วก็ที่เราจะปฏิเสธไม่ได้บนฐานสุดท้ายหรือขั้นสุดท้ายก็คือเรื่องของ องค์ความรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ผมว่าอันนี้สําคัญนะครับ ก็ขออนุญาต จบการนําเสนอนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ผมต่อนะครับท่านประธาน อีกแป็บหนึ่งครับ ขออนุญาตครับท่าน
ขอเชิญค่ะ
ทั้งหมดนี้เราก็จะเห็นภาพแล้วว่า จริง ๆ แล้วเรามีทะเลของเราที่เราต้องพยายามจัดการให้ได้ เรามีทะเลอีกเยอะมาก ที่เปึนของกลาง โลกนี้ไม่มีแผ่นดินของกลางครับ ผมบอกได้เลย ไม่มีครับ ท่านจะไปขอ ท่านจะไปขุดแร่ที่ไหน แต่โลกนี้มีทะเลเปึนของกลาง มหาสมุทรและทะเลรวมกัน ๓๕๐ ล้านตารางกิโลเมตร ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็คือ ๒๐๐ ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่า ประเทศไทยไม่รู้กี่เท่า ตรงนั้นแหละของกลาง แต่เราไม่เคยคิดจะเอาอะไรไปได้ ปลาทูน่า ที่เขาจับกันส่งออกตั้งเยอะแย ะก็มาจากทะเลของกลาง ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศต่าง ๆ ก็ขุดเหมืองแร่ของกลาง นั่นคือส่วนของกลางที่สักวันเราคงจะไปถึง แต่วันนี้เอาทะเลเรา ให้เรียบร้อยก่อน ขอต่อเลยครับ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลของเรา เราก็มาพูดกันถึงเรื่องของการจัดเข ตซึ่งง่าย ๆ ๔ เขตเท่านั้นเอง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เขตพิเศษ มั่นคงคืออะไร ต่อเลยครับ มั่นคงเราแบ่งเปึน ๒ ส่วนหลัก ๆ นะครับ จริง ๆ มันมี ส่วนอื่นอีก แต่เอาหลัก ๆ อย่างแรกก็คือเขตทหาร แน่นอนว่านี่คือความมั่นคง จริง ๆ แล้ว ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลก็เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือทั้งหมด เพราะกองทัพเรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเรือดําน้ํา เรื่องของเรือต่าง ๆ ก็เพื่อดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเล คือกองทัพเรือทั้งหมด ยังพูดถึงกองทัพอากาศ หน่วยงานต่าง ๆ เยอะแยะ ในทะเล ก็มีเขตทหารเช่นสัตหีบอย่างนี้ก็เปึนเขตทหารทั้งหมด นอกจากเขตทหารแล้วก็ยังมีอีก เขตหนึ่งก็คือเขตพลังงาน ๔๐๐ กว่าแท่นที่อยู่ในอ่าวไทย นั่นก็คือเขตพลังงานทั้งหมด นั่นก็คือต้องเปึนเขตที่เรียกกันว่าความมั่นคง ก็คือต้องมีการดูแลในรูปแบบหนึ่งเพราะว่านี่คือ หัวใจของประเทศ ทั้งฐานทัพ ทั้งพลังงาน ตรงนี้ก็คือเปึนเขตของความมั่นค ง ต่อครับ เขตของความมั่งคั่งนะครับ เขตของความมั่งคั่งก็ชัดเจน ก็คือในส่วนของการท่องเที่ยว เรื่องของการประมง การพัฒนาโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีมหาศาล เซาต์เทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ต่าง ๆ นานา อันนี้สนามบินที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ผมถ่ายมาตอนที่บินผ่าน เราจะเห็นได้ว่าพวกนี้ มันเกี่ยวข้องทั้งนั้น เพราะว่าทุกอย่างติดทะเลทั้งนั้น ท่านพูดถึงโรงไฟฟัา โรงไฟฟัาก็ต้อง ติดทะเล ไม่อย่างนั้นจะเอาน้ําจากไหนมาหล่อเย็นโรงไฟฟัา
ท่านพูดถึงการพัฒนาโลจิสติกส์ ประเทศไทยเปึนประเทศที่โชคดีที่สุดเปึนอาเซียน ฮับได้ ไม่ใช่เพราะว่าเราอยากเปึน แต่โลเคชัน (Location) ของเรามันทําให้เราเปึนอย่างนั้น จากแผ่นดินสู่ทะเลมีของเราคนเดียว เพราะฉะนั้นอย่างไรมันก็ต้องไปทางนั้น เพราะฉะนั้น นั่นก็คือเขตที่เขาเรียกว่าความมั่งคั่ง ต่อไปก็คือเขตของความยั่งยืนตามที่ผมเคยให้ชมกันไปแล้ว เอามาให้ชมกันอีกครั้ง นี่ก็คือปะการังของเราที่เหลืออยู่นะครับ หล่นพรวดมา เพราะยิ่งพัฒนาเท่าไรทรัพยากรของเราก็ยิ่งลดน้อยลงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเขตของความยั่งยืน ก็หมายถึงเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล เขตรักษาพันธุ์ของกรมประมง เขตสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ เขต มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มันก็อยู่ในแผนที่เดียวกัน มันทับกันไปทับกันมา อย่างกรมประมงคิด กรมประมงก็คิดเฉพาะว่าเขตกรมประมงตรงไหน ถ้าเกิดทางด้านกระทรวงคมนาคมคิดก็คิดว่าท่าเรืออยู่ตรงไหน กระทรวงพลังงานคิดก็คิดว่า ตรงไหนทําด้านพลังงาน แต่ถ้าคนที่ไม่เคยซ้อนทับกัน เพราะฉะนั้นนั่นก็คือการทํา ผังทะเลรวม โดยที่เน้นย้ําในเรื่องให้สอดคล้องกัน มีเขตพิเศษ เขตพิเศษนี่ท่านอาจจะสงสัย ว่าคืออะไร เขตพิเศษก็คือ ๔ เกาะที่มีปัญหาหนักหนา ทั้ง ๆ ที่ทั้ง ๔ เกาะนี่ท่านเชื่อไหมครับ เปึนเกาะที่ภาครัฐเปึนเจ้าของหมดเลย ไม่ว่าจะเปึนเกาะหลีเป็ะ เกาะพีพี เกาะเต่า เกาะเสม็ด ฟังดูแล้วเหมือนกับเอกชนเปึนเจ้าของ จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ เกือบทั้งหมดของ พื้นที่เหล่านั้นเปึนของภาครัฐ แต่เราบริหารกันได้เละตุ้มเป็ะจนเราจําเปึนต้องหาทางที่จะ ฟุ๋นคืนเกาะเหล่านั้นให้กลับมามีการบริหารจัดการที่ถูกต้อง แล้วอีกเขตหนึ่งก็คือเขตของ ชายฝัืง ๗๐๐ กิโลเมตรของชายฝัืงทะเลในอ่าวไทยโดนกัดเซาะอย่างหนัก อีก ๑๐๐ กิโลเมตร อยู่ในอันดามัน เพราะฉะนั้น ๒,๘๐๐ กิโลเมตรของชายฝัืงเรา ๘๐๐ กิโลเมตรนี่อย่างหนัก อย่างหนักหมายถึงบ้านเรือนลงไปในทะเล จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือจังหวัดสงขลา ท่านอาจารย์ประเสริฐก็อยู่ก็คงจะบอกได้ว่าคําว่าอย่างหนักนี่มันเปึนอย่างไร มันหนักจริงนะครับ มันหนักถึงฟัองกันแล้วบ้านหายไปหมดแล้ว ที่ดินหายไปหมดแล้วก็ยังฟัองกันไม่เสร็จ เพราะฉะนั้นตรงนั้นต้องจัดการพิเศษเท่านั้นอย่างอื่นทําไม่ได้แล้วครับ ต่อเลยครับจะจบแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้จะแสดงให้เห็นว่าเราทําอย่างที่อาจารย์เผดิมศักดิ์โชว์แล้วว่าเราไป คนละทิศคนละทาง มีหน่วยงานเพียบเลยแต่ไปคนละทิศคนละทาง เพราะฉะนั้นจบประเด็น ง่าย ๆ ที่ข้อเสนอการปฏิรูปนะครับ อย่างแรกสุดผมสนับสนุนยุทธศาสตร์แห่งชาติมาตลอด แล้วก็สนับสนุนยุทธศาสตร์แห่งชาติอย่างจริงจัง เราต้องมียุทธศาสตร์แห่งชาติทางทะเล
ซึ่งเ ปึนส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์แห่งชาติ มันต้องมีแน่นอน เพราะถ้าเกิดว่าไม่มี เราวางแผนการระยะยาวไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องที่คณะอนุกรรมาธิการนําเสนอ อย่างชัดเจนที่สุด เพราะจริง ๆ แล้วมันก็สอดคล้องกับสภาความมั่นคงแห่งชาติที่เขาก็ตั้งใจ จะทํายุทธศาสตร์แห่งชำติทางทะเลอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามุมมองของเขาอาจจะเปึนด้าน ความมั่นคงเปึนหลัก แต่ของเรามีมั่งคั่ง ยั่งยืน ปนเข้าไปด้วย อันที่ ๒ ก็ชัดเจนอยู่ก็คือขอให้ รัฐบาลกําหนดคณะกรรมการที่ปรึกษาและจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ซึ่งคณะกรรมการนี้ไม่ใช่เปึนคณะกรรมการที่ตั้งใหม่นะครับ เปึนคณะกรรมการที่มีอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์แห่งชาติทางทะเลที่ทางสภาความมั่นคงเขากําลังพัฒนาขึ้นมา เราก็ใช้อันนี้ร่วมไปกับสภาพัฒน์ที่เราก็เสนอไปในเอกสารว่าตั้งให้เปึนสภาพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ๒ ด้านมารวมกันปุ็บมันก็จะ สามารถให้หน่วยงานองค์กรนี้ซึ่งเปึน องค์กรสูงสุดทางด้านความมั่นคง ทั้งทางด้านต่าง ๆ เอามาจัดการกันเพื่อจัดทําแผน การจัดการแบ่งเขตใช้สอยประโยชน์ทางทะเล อันนี้ก็ชัดเจนไม่ได้สร้างองค์กรใหม่ ไม่ได้อะไรเลย องค์กรนี้เปึนองค์กรที่กําลังมีอยู่ตามสภาความมั่นคงแห่งชาติ สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์แห่งชาติทางทะเล เพียงแต่ว่าเราต้องการความชัดเจนว่ามันไม่ใช่ความมั่นคง อย่างเดียว มันเปึนความมั่งคั่ง ยั่งยืนด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เกี่ยวข้องโดยที่แน่นอนว่า ในภาคชุมชนและภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะว่าการจัดเขตใด ๆ โดยที่ไม่ถามผู้คนนี่เปึนไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเรื่องภาคการท่องเที่ยว ภาคการคมนาคม ภาคอะไรต่าง ๆ ก็ไปว่ากันให้ชัดเจนว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับแบบไหน เพราะฉะนั้นข้อ ๓ ก็คือปรับปรุงประสิทธิภาพ ปรับปรุงประสิทธิภาพคือมีแต่เขต เขียนไว้ในแผนที่มันไม่มีประโยชน์ครับประสิทธิภาพอะไร ก็คือต้องยกระดับประสิทธิภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการติดตามว่าเรือท่องเที่ยวลํานี้ไปไหน เรือประมงลํานี้มุ่งเข้าไปจับปลา ในเขตที่ไม่ควรจะจับไหม ไม่ใช่เฉพาะในเขตของประมงพื้นบ้าน
เรือประมงบางลําอาจจะวิ่งเข้าไปจับปลาในเขตพลังงานติดกับแท่นขุดเจาะซึ่งผิดกฎหมาย พูดอย่างนั้นต้องต่อเนื่องกัน จริง ๆ แล้วเขตเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องของทะเล พอดีหันไปเห็นอาจารย์เนาวรัตน์ โบราณคดีใต้น้ํานี่ก็มีเยอะมากเลยนะครับ จริง ๆ ก็เปึนอีก ส่วนหนึ่งที่จะอยู่ในเขตของการจัดการครั้งนี้ เราก็ต้องยกระดับทุกอย่าง ไม่ว่าจะอุทยาน กรมประมง ต่าง ๆ ที่ผมบอก เพื่อที่จะสามารถจัดการ ควบคุม ดูแลเขตเหล่านี้ได้ ต่อไปครับ สุดท้ายนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องชัดเจนว่าเปัาหมายของเราไม่ใช่ง่ายนะครับ การทําในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทํามาก่อนมันต้องใช้เวลาพอสมควร แม้จะมีต้นแบบจาก ต่างประเทศแล้วก็ยังต้องใช้เวลาประมาณ ๑-๒ ป้ แล้วก็ถ้ามีกฎหมายต่าง ๆ รองรับ เช่น พ.ร.บ. พื้นที่คุ้มครองทางทะเล อันนี้ก็ว่ากันไป ทางกระทรวงต่าง ๆ เขาก็วางแผนไว้แล้ว สุดท้ายแล้ว ขอสไลด์สุดท้ายนะครับ ผมชอบเปึนพิเศษ ถ่ายมาเองนะครับ นี่แหละคือสิ่งที่เราหวัง วาฬบรูด้าอ้าปาก เรือขนาดยักษ์วิ่งผ่าน ถ้าเรามีการจัดการที่ดีพอ มีการควบคุมที่ดีพอ การอนุรักษ์สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโล กสามารถอยู่คู่เคียงได้กับโลจิสติกส์หรือต่าง ๆ นานา มันจําเปึนต้องมีการจัดการ นั่นคือภาพที่ผมหวังว่าผมจะได้เห็นในไม่ช้าในทะเลไทยทั้งหมด นักท่องเที่ยวมาปะการังยังสดชื่น ต่าง ๆ นานาพัฒนากันได้ นั่นก็คือเปัาหมายทั้งหมดของ การจัดเขตใช้ประโยชน์ทางทะเล ขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านต่อไปค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมนั่งอยู่ ๑ ชั่วโมงกับ ๑๕ นาที เพื่อที่จะฟังเรื่องของทะเลและชายฝัืง ตอนนี้ ก็มาถึงรอบที่ผมจะต้องนําเสนอครับ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ
เชิญค่ะ
ก่อนอื่นขอเรียนว่า คณะอนุกรรมาธิการที่ผมเปึนประธานนี้คือคณะอนุกรรมาธิการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี้ได้มอบหมายให้ทําการศึกษา เรื่องของการจัดการขยะ ก็จะขอนํารายละเอียดนะครับ วาระที่คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ ได้ทําการศึกษามีหลายเรื่อง ครับ เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของการปฏิรูประบบกําจัดขยะ
เพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็จะเปึนเรื่องของวาระปฏิรูปเพิ่มเติมที่ถัดไปนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะมีคนที่เข้ามา เกี่ยวข้องกับผมอยู่ก็คือมีข้าราชการจากกรมควบคุมมลพิษเปึนอนุกรรมาธิการมาช่วยทําการ นําเสนอในที่นี้ด้วย และในเวลาเดียวกันก็จะมีท่านสยุมพรซึ่งเปึนกรรมาธิการและเปึน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทําการเสนอเรื่องของศาลสิ่งแวดล้อมนะครับ ขออนุญาตนําเสนอครับ ไปสไลด์ที่ ๑ ครับ ต่อไปก็เปึนการเสนอรายละเอียดเรื่องของการปฏิรูประบบกําจัดขยะครับ อันนี้เปึนเรื่องของการนําเสนอในคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ว่าด้วยเรื่องของการจัดการ คุณภาพสิ่งแวดล้อม ถัดไปครับ ภาพนี้ครับท่านประธาน เปึนกรอบความคิดรวบยอดทั้งหมดเลย เรื่องของการกําจัดขยะ ถ้าดูในวงกลมสีเหลืองจะมีอยู่ ๔ ควอเตอร์ (Quarter) ด้วยกันนะครับ ควอเตอร์ที่ ๑ บอกว่าขยะมีจํานวนมากขึ้นทุกวัน ๆ ทั้งในเมืองแล้วก็ในชนบท ในควอเตอร์ที่ ๒ บอกว่าขยะมีปัญหามากขึ้น แล้วก็เราจะต้องหาวิธีการแก้ปัญหาเรื่องของขยะ วิธีแก้ปัญหา อย่างหนึ่งก็คือใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย นั่นคือเปึนการปฏิรูประบบกําจัดขยะของประเทศไทย แต่เดิมใช้วิธีใดก็จะต้องมีการปฏิรูปใหม่ ในควอเตอร์ที่ ๓ ก็คือเสนอแนวทางจัดการ ใช้แก้ไขปัญหาของการจัดการขยะ เรียกว่าใช้แนวทางกลุ่มจังหวัดที่เรียกว่าคลัสเตอร์เบสด์ (Cluster-based) อันนี้เรียกว่าเปึนการดําเนินการแบบกลุ่มจังหวัด และควอเตอร์สุดท้าย ก็คือว่ากลุ่มจังหวัดนั้นคืออะไร กลุ่มจังหวัดก็คือจังหวัดใด ๆ ที่มีพื้นที่หรือเมื่อรวบรวมขยะได้ ตั้งแต่ ๕๐๐-๗๐๐ ตันขึ้นไปรวมกัน ให้ถือเปึน ๑ คลัสเตอร์ อันนี้กําหนดความตามนี้นะครับ
เพราะฉะนั้นพื้นที่ใด ๆ ถ้าหากว่ารวบรวมขยะได้ ๕๐๐-๗๐๐ ตันขึ้นไปเปึน ๑ คลัสเตอร์ แต่พื้นที่ใด ๆ หรือหน่วยใด ๆ หรือจังหวัดใด ๆ ที่มีขยะไม่ถึง ๕๐๐-๗๐๐ ตันก็ยังไม่เปึน ๑ คลัสเตอร์ ต้องไปรวมกับพื้นที่อื่น ๆ เพื่อจะรวมขยะให้ได้ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน จึงจะเรียกว่าคลัสเตอร์ ทีนี้มาดูรายละเอียดครับท่านประธาน ดูสไลด์ถัดไป เริ่มต้นมาจาก การขยายตัวของชุมชนมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นทุกวัน ชุมชนมีทั้งขนาดใหญ่ มีทั้งขนาดเล็ก บางชุมชนก็มีขยะเกิดขึ้นรายวันมีความหนาแน่น เพราะว่าประชาชนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันนะครับ บางเมืองก็ใหญ่ บางเมืองก็เล็ก เช่นจังหวัดเชียงใหม่ ก็เปึนเมืองใหญ่ จังหวัดนครราชสีมาก็เปึนเมืองใหญ่ จังหวัดชลบุรีก็เปึนเมืองใหญ่ ขณะที่ เมืองเล็ก ๆ ก็เช่นจังหวัดยโสธรเปึนต้น อย่างนี้ถือว่าเปึนเมืองเล็ก เมืองใหญ่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นประชาชนก็จะมีความหนาแน่นแตกต่างกันนะครับ สไลด์ถัดไป ขยะชุมชน เหล่านี้ท้องถิ่นเปึนผู้เก็บขยะจากชุมชนเหล่านี้ แล้วก็ไปใช้วิธีการที่เรียกว่าแซนิทารี แลนด์ฟ่ล (Sanitary Landfill) ก็คือการกลบฝัง แต่ความจริงไม่ใช่เปึนการกลบฝัง เอาไปกองฝังในพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่านะครับ ถ้าหาก ว่าจะดูตรงนี้ อันนี้คือเปึน การกําจัดขยะในพื้นที่โดยการเผา เขาเรียกว่าเผากลางแจ้งเพื่อที่จะลดปริมาณของขยะ ตามสไลด์นี้นะครับ บางท้องถิ่นพยายามเลือกใช้การกําจัดขยะโดยการเผาแบบเก่า อันนี้คือ เทคโนโลยีแบบเก่า ท่านจะเห็นว่ามีเตาเผา ๒ เตา อันนี้เปึนเตาเผารุ่นเก่า อันนี้ใช้น้ํามัน เปึนองค์ประกอบในการเผา อันนี้ความร้อนต่ํามาก ประสิทธิภาพในการเผาใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็จะเกิดอนุสาวรีย์เตาเผาแบบนี้ทั่วไปในประเทศไทย ผมไปพบอย่างน้อย ๒-๓ จังหวัด อันนี้ที่จังหวัดแพร่ แล้วก็ที่จังหวัดพะเยาก็มีครับ สไลด์ถัดไป อันนี้ก็คือ อนุสาวรีย์อย่างที่ผมเรียนให้ทราบนี่ครับ ก็คืออนุสาวรีย์ของเตาเผารุ่นเก่า ๆ สไลด์ถัดไป ในป้ ๒๕๓๕ ก็เกิดมีแววว่าจะแก้ปัญหาเรื่องขยะได้ นั่นคือท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ได้ออกระเบียบว่าด้วยการรับซื้อไฟฟัาจากผู้ผลิตไฟฟัาขนาดเล็กมาก ที่เรียกว่า วีเอสพีพี (VSPP) หรือว่าเวรี สมอล เพาเวอร์ โปรดิวเซอร์ (Very Small Power Producer) โดยให้โรงกําจัดขยะเล็ก ๆ เหล่านี้ใช้พลังงานนอกรูปแบบเปึนเชื้อเพลิงได้ เช่นใช้ชีวมวล แกลบเหล่านี้เปึนเชื้อเพลิง ใช้วัสดุเกษตรเปึนเชื้อเพลิง หรือแม้กระทั่งใช้วูดชิพส์ (Woodchips) เปึนเชื้อเพลิง และสุดท้ายก็สามารถใช้ขยะเปึนวัสดุเชื้อเพลิงได้ อันนี้คือ ข้อปฏิรูปแนวใหม่ หรือว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ได้ออกระเบียบว่าด้วยการ
ให้โรงไฟฟัาขนาดเล็กเกิดขึ้น ประเด็นปฏิรูปก็คือว่าเราจะเสนอให้แปลง ขยะเปึนพลังงาน ทําไมถึงเรียกว่าแปลงขยะให้เปึนพลังงาน ในชั้นต้นก็คือว่าเรานําขยะที่บอกเมื่อกี้นี้ว่า ใน ๑ คลัสเตอร์ที่ว่าอยู่ได้ประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ตันนําเข้ามากําจัดในเตาเผารุ่นใหม่ เรียกว่า เตาเผาเทคโนโลยีชั้นสูง ในเตาเผาเทคโนโลยีชั้นสูงนี่ครับให้ความร้อนสูงมาก ประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐ องศาเซลเซียส ซึ่งจะทําให้สามารถกําจัดขยะได้อย่างมั่นคง ได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นแปรรูปจากขยะเปึนพลังงานได้อย่างไร ความร้อนที่เหลือจากการเผาในเตาประมาณ ๘๐๐ องศาเซลเซียสจะมีความร้อนเหลืออยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ องศาเซลเซียส ความร้อน ที่เหลือจะนําไปใช้ในการต้มน้ําในบอยเลอร์ (Boiler) ก็จะเกิดไอน้ํา เอาไอน้ํานั่นละครับไปใช้ ในการผลิตกระแสไฟฟัา อันนี้เรียกว่าเปึนการแปลงขยะให้เปึนพลังงาน เพราะฉะนั้นอัตรา ที่เหมาะสมหรือว่าคลัสเตอร์ที่เหมาะสมก็คือประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ตันอย่างที่กราบเรียน เมื่อกี้ครับ ลักษณะของเตาเผารุ่นใหม่ เปึนแบบไหนครับ ลักษณะของเตาเผารุ่นใหม่ เปึนเตาเผาที่เรียกว่าเปึนการเคลื่อนที่ผ่านระบบมูฟวิง เกรต (Moving grate) คือเปึนขยะ ที่ผ่านระบบขนส่งโดยไม่ต้องคัดแยก ขยะเหล่านี้เปึนขยะชุมชนนะครับ ผมขออนุญาตพูดเร็ว เพราะว่าอาจจะต้องเยอะนิดหนึ่ง ขยะเหล่านี้เก็บมาจากชุมชนโดยไม่ต้องคัดแยกว่าเปึนขยะ อะไรต่าง ๆ สามารถรวบรวมเปึนขยะก้อนเดียวกันได้ ถ้าหากว่าจะมีการคัดแยกก็คือเปึนการ คัดแยกโดยซาเล้ง ณ พื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้นอยู่แล้ว หรือจะเปึนการคัดแยกโดยบริษัทที่มีการ กําจัดขยะหรือว่าแยกขยะเช่นวงษ์พาณิชย์เปึนต้น เหล่านี้ก็ไม่ว่ากันนะครับ
แต่วิธีสมัยใหม่ที่ผมนําเสนอเปึนเตาเผาที่มีอุณหภูมิสูง ความร้อนที่เหลือจากการเผาสามารถ นําเอาไปใช้ได้ หมุนเครื่องกําเนิดไฟฟัาได้อันนี้เปึนเทคโนโลยีรุ่นใหม่ เมื่อเปึนโรงงาน กําจัดขยะซึ่งผลิตพลังงานไฟฟัาได้มันก็มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะว่า ขยะเปึนปัญหาหนึ่ง ในภายใต้ขยะมีองค์ประกอบหลายเรื่องเขาเรียกว่าคอมโพซิชัน (Composition) ของขยะมีตั้งแต่ขยะอินทรีย์ ขยะอนินทรีย์ มีทั้งไฮโดรคาร์บอน มีเรื่องของ พลาสติก มีเรื่องอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อเรากําจัดในพื้นที่ในเตาก็อาจจะเกิดปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อมได้ เพราะฉะนั้นกรณีนี้ก็เข้าข่ายต้องทําการศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย แต่ในลักษณะของโรงไฟฟัาขนาดเล็กเหล่านี้มีข้อได้เปรียบ คือว่าทางด้านกระทรวงพลังงาน ก็ได้ออกกฎระเบียบให้บอกว่าถ้าหากว่ามีโรงไฟฟัาขนาดเล็กสามารถใช้ลักษณะของซีโอพี (CoP) ก็คือโคด ออฟ แพรกทิส (Code of Practice) ในการศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ให้ทําการศึกษาเรื่องของอีเอสเอ (ESA) ที่แปลว่า เอนไวรอนเมนทอล อิมแพกต์ แอนด์ เซฟตี แอสเซสเมนต์ (Environmental Impact and Safety Assessment) เปึนการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกันได้ เพราะฉะนั้น รายงานเหล่านี้จะทําการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมบริเวณที่จะกําจัดขยะที่เรียกว่า ศูนย์กําจัดขยะ ศูนย์กําจัดขยะเรียกว่าเพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์ (Power Plant Center) ในรายงานเรียกว่าเพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์ จะอยู่ที่ไหน ที่ตั้งโรงงานขยะหรือว่า ศูนย์กําจัดขยะนี้จะอยู่ที่ไหน โดยทั่วไปแล้วศูนย์กําจัดขยะจะต้องตั้งอยู่ในบริเวณที่ประชาชน ในพื้นที่นั้นให้ความเห็นชอบให้ตั้งได้ นั่นคือจะต้องมีการทําประ ชาคมกับประชาชน โดยถามประชาชนว่าคุณสามารถให้ตั้งโรงงานกําจัดขยะในพื้นที่ของคุณได้ไหม ถ้าประชาชน บอกว่าให้ตั้งได้ โรงงานขยะนี้ก็สามารถตั้งได้ ทั้งนี้เพราะว่าได้รับฉันทานุมัติจาก ประชาชนแล้ว พื้นที่ตั้งขยะนี้ พื้นที่นะครับ ผมขอเรียนว่าพื้นที่ที่ตั้งโรงงานกําจัดข ยะนี้ ท้องถิ่นนี่เรียกว่าเปึนท้องถิ่นเจ้าภาพ ภาษาอังกฤษวงเล็บคําว่าโฮสต์ (Host) คือเปึนเจ้าภาพ เจ้าภาพจะทําหน้าที่รวบรวมขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พันธมิตร เรียกว่า เปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพันธมิตรรวบรวมขยะให้ได้ ๕๐๐-๗๐๐ ตันต่อวัน เมื่อรวบรวมขยะให้ได้ประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ตันต่อวันแล้ว ตรงนี้เจ้าภาพจะเปึนผู้บอกว่า ตรงนี้คือ ๑ คลัสเตอร์ เรียกว่า ๑ กลุ่มดําเนินการ ทีนี้ในคลัสเตอร์ใครควรจะ เปึนผู้ที่ดําเนินการให้เกิดโรงไฟฟัาขยะหรือการแปรขยะให้เปึนพลังงาน ในข้อเสนอของผม
คือให้ภาคเอกชนหรือบริษัทเอกชนเปึนผู้เสนอตัวผ่านเจ้าภาพ ไม่ได้เปึนผู้เสนอตัวผ่านจังหวัด เปึนผู้เสนอตัวผ่านเจ้าภาพ เจ้าภาพนั่นก็คือท้องถิ่นใด ๆ อาจจะเปึนเทศบาลหรืออาจจะเปึน อบต. หรืออาจจะเปึนเทศบาลเมืองก็ได้ ขอให้เขาแสดงตัวเปึนเจ้าภาพ เพราะว่าเจ้าภาพ จะต้องทําหน้าที่เปึนผู้เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับบริษัทภาคเอกชน เพื่อทําการรวบรวมขยะ ให้ได้จํานวน ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ดังที่ผมกราบเรียนเมื่อกี้นี้ การร่วมมือในลักษณะนี้เรียกว่า เปึนการเซ็นเอ็มโอยู เปึนการลงนามกันระหว่าง ๓ ภาคส่วนด้วยกัน ๑. คือโฮสต์ ๒. อบต. พันธมิตร และ ๓. คือไพรเวต (Private) คือภาคเอกชน การร่วมมือจะทําให้มีขยะ เชื้อเพลิงเข้ามาสู่ศูนย์กําจัดขยะอ ย่างต่อเนื่องทุกวัน พื้นที่กําจัด ขยะใช้ปริมาณมากไหม โดยทั่วไปที่ผมประมาณไว้ก็คือประมาณ ๖๐ ไร่เปึนพื้นที่ศูนย์กําจัดขยะ สรุปผลแนวทาง วิเคราะห์ก็คือว่าให้ภาคเอกชนเปึนผู้ดําเนินการหาพื้นที่ศูนย์กําจัดขยะที่เรียกว่า เพาเวอร์ แพลนต์ (Power Plant) โดยการให้บริษัทเอกชนหรือภาคเอกชนร่วมกันกับ เจ้าภาพ เทศบาลเจ้าภาพทําประชาคมหรือประชาพิจารณ์ในพื้นที่ที่ อปท. เปึนเจ้าภาพ ทําประชาคมอะไรครับ กราบเรียนเมื่อกี้ผ่านมาว่าทําประชาคมเพื่อแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ของท่านกําลังจะมีโรงงานกําจัดขยะด้วยวิธีการสมัยใหม่ ไฮ เทคโนโลยี (High technology) และเปึนโรงงานซึ่งไร้มลพิษ คําว่าไร้มลพิษในที่นี้บางคนอาจจะมี ความสงสัยว่าไร้มลพิษอย่างไร โดยทั่วไปการกําจัดขยะถ้าหากว่าใช้ความร้อนต่ําแล้วก็จะเกิด ควันพิษ เกิดฝุ์นกระจายทั่วไป แต่ถ้าหากว่าใช้เทคโนโลยีแบบใหม่เรียกว่าเปึนการกําจัด หรือว่าเปึนการเผาในเตาเผาซึ่งมีพื้นที่จํากัดแล้ว ก็สามารถที่จะลดมลพิษได้ สามารถกําจัด มลพิษได้โดยการเผา ๒ จังหวะ หรือ ๓ จังหวะ การเผา ๒ จังหวะ ๓ จังหวะทําให้มลพิษ ไม่สามารถที่จะเล็ดลอดออกไปได้ เพราะว่าในเตาเผาจะมีการควบคุมการเผาถึง ๒-๓ ครั้ง โดยทําการประชาคมแล้ว เมื่อทําการประชาคมแล้วประชาชนจะอนุญาตให้พื้นที่นั้นสามารถ ตั้งโรงงานกําจัดขยะได้เรียกว่าเพาเวอร์ แพลนต์
ท้องถิ่นจะร่วมมือกันทําเอ็มโอยูเพื่อรวบรวมขยะให้ได้อย่างน้อย ๕๐๐-๗๐๐ ตัน เพื่อร่วมกัน กําจัดขยะภายในคลัสเตอร์ของตัวเอง ผมเรียนว่าคลัสเตอร์นี้หมายถึงขยะพื้นที่ที่รวมกันได้ ประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ทําไมถึงต้องเปึน ๕๐๐-๗๐๐ ตัน เพราะว่าจังหวัดในประเทศไทย ส่วนใหญ่แล้วจะรวบรวมขยะได้ประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ตันขึ้นไป จึงเปึนอัตราหรือว่าคลัสเตอร์ ที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนั้นเทคโนโลยีที่เรียกว่าวีเอสพี พีก็สามารถที่จะให้บริการ กําจัดขยะได้ในขนาดที่เหมาะสม และสามารถควบคุมมลพิษได้ นอกจากนั้นการขนส่ง ก็สามารถควบคุมให้เกิดปัญหาน้อยที่สุดได้ ดังนั้นข้อสรุปของการวิเคราะห์แนวทางปฏิรูป ข้อนี้ก็คือ อปท. หรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนจะร่วมกันชี้แจงให้ประ ชาชน เข้าใจเรื่องของเทคนิค และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่ท้องถิ่น เพื่อดําเนินการร่วมกับ ภาคเอกชน สุดท้ายเราก็จะได้แปลงขยะให้เปึนพลังงานได้ มีข้อกังวลเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปแล้วการประเมินสภาพสิ่งแวดล้อม ผมในฐานะอาจารย์ที่ศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมนี่ ได้ทําการศึกษาเรื่องนี้ รวมทั้งการประเมินสภาพสิ่งแวดล้อมนี่พบว่าถ้าหากว่าเราใช้ลักษณะ ของการประเมินในลักษณะของแอดฮอค คอมปานี (Adhoc company) ก็คือการประเมิน ในฐานะในลักษณะของผู้เชี่ยวชาญประเมิน จะพบว่ามีผลกระทบอยู่บ้าง เรื่องของ สิ่งแวดล้อม แต่เราสามารถมอนิเตอร์ (Monitor) ได้และสามารถแก้ปัญหาได้โดยวิธีการ ทางด้านเทคโนโลยี บริษัทเอกชนที่ทําการตกลง การลงทุนในพื้นที่คลัสเตอร์ใด ๆ ไม่ใช่เปึน การลงทุนเล็ก ๆ เปึนการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนสูง เพราะฉะนั้นรัฐบาลไม่มีเงิน ก็ต้องส่งเสริม ให้เอกชนเอาเงินมาลงทุนในคลัสเตอร์ใด ๆ ดังที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าคลัสเตอร์ใด ๆ ก็คือคลัสเตอร์ที่มีโฮสต์เปึนเจ้าภาพ ผู้ร่วมพันธมิตรกําจัดขยะนี่จะต้องให้เอกชนลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เรื่องอะไร เรื่องที่ดินให้เอกชนจัดหาเอง ค่าขนส่ง ที่เรียกว่าเปึนโลจิสติกส์ในการขนส่งขยะมาสู่เพาเวอร์ แพลนต์ เอกชนก็ดําเนินการเอง ค่าดําเนินการในการกําจัดขยะ เอกชนก็ดําเนินการเองทั้งหมด โดยรัฐบาลคอยควบคุมดูแล เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว สิ่งที่จะเกิดขึ้นผมคาดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบปฏิรูป การลงทุน ในระบบขยะจะเกิดขึ้นภายในคลัสเตอร์ เบื้องต้นให้เขตจังหวัดใด ๆ เปึนคลัสเตอร์หนึ่ง ในคลัสเตอร์จะมีศูนย์รวบรวมขยะที่เรียกว่าคอลเลกชัน สเตชัน (Collection station) มีศูนย์รวบรวมขยะ ในคลัสเตอร์จะมีศูนย์กําจัดขยะที่เรียกว่าเปึนเพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์ ขยะรายวันสามารถกําจัดได้ ทุกวันเพราะว่ามีการโลจิสติกส์เข้าโรงงานทุกวัน ขณะที่
ขยะตกค้างจํานวนมากที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เมื่อเราสามารถแก้ปัญหาขยะรายวันได้แล้วเราก็ ก้าวเข้าไปสู่การแก้ปัญหาขยะตกค้าง จะทําให้ขยะตกค้างซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ตัน ในประเทศไทย หรือมากกว่า ๔๐๐-๕๐๐ ตัน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตัน สามารถแก้ปัญหาได้ภายใต้ กระบวนการเทคโนโลยีชั้นสูง นั่นคือการเผาขยะกําจัดในเตาเผา ขยะตกค้างสามารถตามไป กําจัดได้ ปัญหาเร่งด่วนอื่น ๆ ก็สามารถที่จะแก้ไขได้ในลักษณะนี้ นี่คือกระบวนการในการปฏิรูป ข้อเสนอการปฏิรูปก็คือว่าแปลงขยะให้เปึนพลังงาน ขอสไลด์ถัดไปครับ สไลด์ต่อไปคือเปึน เรื่องเดียวกันเมื่อกี้นี้ อันนี้จะขอให้เปึนลักษณะของเปึนแอพพลิเคชันผู้ควบคุมสไลด์ให้เปึน แอพพลิเคชัน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือนี่คือโลกของเรา โลกที่น่ารักสวยงาม เราอยู่อาศัยบนโลกนี้ นี่คือการกําจัดขยะ การจัดการขยะในปัจจุบันนี้ใช้วิธีการเก็บขนแบบนี้ ภาพต่อไป เราจะเก็บขยะ กันทุกวันแบบนี้ ขยะล้นถัง เราไปตรงไหนเราก็เห็นขยะล้นถัง ขยะล้นพื้นที่ทั่วไปหมดเลย เราขนขยะพวกนี้ไปไหน ภาพต่อไป เราขนขยะพวกนี้ ขยะพวกนี้จะนําไป ขยะเหล่านี้บางที ก็ขนโดยรถยนต์ขนาดเล็ก บางทีก็เก็บขนโดยรถคอมแพคเตอร์ (Compactor) รถเหลือง ๆ ก็เปึนรถที่อัดท้ายเข้าไป ทําให้ได้ขยะปริมาณที่มากขึ้น ขยะเหล่านี้ไปไหน ท่านดูภาพต่อไป ขยะเหล่านี้ไปกองฝังไว้ในพื้นที่ที่เรียกว่าแซนิทารี แลนด์ฟ่ล อันนี้คือภาพที่เกิดขึ้นจริง ในประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศอื่นเลย ท่านไปดูก็ได้ในจังหวัดใด ๆ ใกล้ ๆ เคียงท่าน บางที ก็ใช้วิธีการกําจัดขยะแบบนี้ นี่คือพื้นที่เก็บฝังขยะ กลบฝังขยะที่เรียกว่าแซนิทารี แลนด์ฟ่ล แล้วมันเปึนแซนิทารี แลนด์ฟ่ล จริงหรือไม่ นี่ครับ มีวัว มีควายอยู่ด้วย
อันนี้คือพื้นที่กลบฝังขยะทั่วไป แล้วบางที่ก็มีความทันสมัยขึ้นมานิดหนึ่ง มีท่อตัวนี้ท่อตัวนี้ เขาเรียกว่าท่อต่อก๊าซให้มันระเหยขึ้นมา ปกติแล้วในที่ขยะมันกลบฝังก็จะมีก๊าซมีเทนเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่จะให้แก๊สออกมาก็คือต่อท่อให้มันขึ้นมาหายใจ ปกติแล้วจะทําอย่างนี้ ภาพต่อไปอันนี้คือกองขยะ ผมไม่บอกว่าอยู่พื้นที่ไหน บางคนอาจจะจําภาพของตัวเองได้ แต่นี่คือ ประเทศไทย นี่คือลีชเชต (Leachate) น้ําชะขยะที่เกิดขึ้นจากขยะรายวันที่เอาไปสะสม กองไว้ทุกที่ที่เรียกว่าแลนด์ฟ่ล (Landfill) ก็จะเกิดน้ําชะขยะ น้ําชะขยะเหล่านี้มีสีดําถ้าเราเอา น้ําชะขยะนี้ไปตรวจดูค่า ผมเรียกค่าเดียวค่าบีโอดี (BOD) ค่าบีโอดีมากกว่า ๒๐,๐๐๐ เปึนน้ําชะขยะ ที่สกปรกมาก น้ําชะขยะเหล่านี้ไปไหน ไปแหล่งน้ํา คนก็อยู่กับแหล่งน้ํา เด็กก็ไปเล่นที่ แหล่งน้ํา บางทีเราก็เห็นภาพแบบนี้เมื่อตอนน้ําท่วมมีเหมือนกันในประเทศไทย นี่คือ น้ําชะขยะที่ไปแล้วก็ลงไปในแหล่งน้ําโดยทั่ว ๆ ไป ขยะกําลังจะมากขึ้นทุกวัน ๆ ขณะนี้ขยะ ประเมินได้วันหนึ่งขยะทั้งประเทศวันละ ๖๐,๐๐๐ ตัน แยกเปึนของกรุงเทพมหานคร ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ตัน เปึนของจังหวัดนครราชสีมา ๑,๙๐๐ ตัน เปึนของเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๔๐๐ ตันประมาณนี้ เปึนของจังหวัดนครปฐม ๘๐๐ ตัน เปึนของ จังหวัดต่าง ๆ เดี๋ยวมีตัวเลขให้ว่ามีขยะเท่าไร ขยะเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้น ๖๐,๐๐๐ ตันถ้าหากเราคูณขยะวันละ ๖๐,๐๐๐ ตันเราคูณด้วย ๑ วัน ๓๐ วันก็คือเอา ๓๐ วันคูณเข้าไปแล้วก็คูณด้วยจํานวนป้เข้าไปก็คือเอา ๖๐,๐๐๐ ตันคูณด้วย ๓๖๕ วัน ได้ประมาณ ๒๐๐ ล้านตัน ไปไหนขยะเหล่านี้ ไปเทกองในพื้นที่ต่าง ๆ พี่น้อง ผมไม่ได้หาเสียง เนื่องจากไปทําประชาคมเยอะก็เลยติดคํานี้มา ไปคุยกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ว่า ช่วยกันเถอะ จะเห็นได้ว่าไปทําประชาคมแล้วอันนี้คือสิ่งที่ประชาชนเห็นทั่วไป นี่คือการเผา ในพื้นที่โล่งแล้วผมก็เข้าไปยืนในพื้นที่นี้มีกลิ่นเหม็นอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้นทนไม่ไหวก็นําเสนอว่า เราควรจะต้องหาเทคนิครุ่นใหม่มา ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถกําจัดขยะในเตาเผา ได้โดยไม่ต้องคัดแยก ขอเรียนว่าขยะที่เก็บมาจากชุมชนสามารถนําเข้าเตาเผาขยะแบบใหม่ โดยไม่ต้องคัดแยกเรียนว่าโดยไม่ต้องคัดแยก เพราะฉะนั้นมันเหมาะสมกับอุปนิสัยของ คนไทยคือคนไทยไม่ชอบคัดแยก ถ้าหากคัดแยกบางครั้งมีการคัดแยกถังสีเหลือง ถังสีเขียว ถังสีน้ําเงิน เสร็จแล้วรุ่งขึ้นรถของเทศบาลก็มาเก็บรวบรวมไปใส่รถคันเดียวกัน เพราะฉะนั้น ป์วยการที่จะคัดแยก ทั้งนี้เพราะว่ากระบวนการคัดแยกของบ้านเราอาจจะยังไม่เหมาะสมนัก อย่างไรก็ตามด้วยวิธีการสมัยใหม่ บนจอนี่คือใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นั่นคือใส่ขยะเข้าไป
ในเตาเผา เตาเผาอันนี้เรียกว่าเตาเผาเทคโนโลยีชั้นสูงโดยไม่ต้องคัดแยก แล้วก็ได้พลังงาน ความร้อนในการผลิตไฟฟัาด้วย เทคโนโลยีชั้นสูงสามารถกําจัดขยะได้แล้วก็ไร้มลพิษ ภายใน โรงขยะมีที่เก็บขยะ อันนี้คือโรงกําจัดขยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หน้าตาวาดฝันไว้เปึนเช่นนี้ นี่คือโรงกําจัดข ยะที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อมทุกอย่างเปึนระบบป่ดหมด เปึนระบบป่ด ใช้เงินลงทุนสูงไหม กราบเรียนแล้วประเมินแล้ว ๑ โรงถ้าหากว่าสามารถกําจัดขยะได้ ๑ คลัสเตอร์ ๗๐๐ ตันขึ้นไป
ใช้เงินลงทุนประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาทต่อโรง ผมก็อยากจะเรียนถามว่ามันแพงไหม ถ้าหากว่ามันลงทุนได้ขนาดนี้สามารถกําจัดขยะได้ สามารถลดมลพิษได้ สามารถแก้ปัญหาเรื่องขยะชุมชนได้ ไม่แพงหรอกครับ ภายในโรงงานจํากัดขยะก็จะมีที่เก็บ ขยะตรงซ้ายมือของท่านก็จะมีเห็นมีซ้ายมือเปึนที่เก็บขยะ เมื่อรถขยะเหลือง ๆ ถอยเข้าไป ก็จะทําการเทขยะลงไปในพื้นที่เก็บขยะนี่ เก็บขยะได้ประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ตัน ทําไมต้องเปึน ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ตัน เพราะว่าจะได้มีขยะทําเปึนเ ชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง ซ้ายมือสีแดงเข้ม อันนี้คือเรื่องพื้นที่เก็บขยะ ระบบขยะที่เคลื่อนที่จะทําให้ขยะนี่ ขณะนี้ ผมขอเรียนว่าถ้าขยะที่เราวางบนคอนเวเยอร์ (Conveyor) เคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ ความชื้นของขยะ ซึ่งมีจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อความชื้นของขยะลดลงเรื่อย ๆ ค่าความร้อนที่เกิดขึ้นจาก การเผาขยะก็จะมีค่าสูงขึ้น ค่าความร้อนเรียกว่าค่าฮีตติง แวลู (Heating value) ก็จะมี ค่าสูงขึ้น การที่มีค่าฮี ตติง แวลูสูงแปลว่าสามารถให้พลังงานสูงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า เราสามารถควบคุมความชื้นของขยะได้หรือไม่ ภายในโรงขยะดังที่เรียนเมื่อกี้นี้แล้วมีระบบ เคลื่อนที่จะทําให้ขยะมีความชื้นลดน้อยลง ระบบเตาเผาที่เราแยกหม้อน้ําออก ระบบเตาเผา อันนี้ ระบบเตาเผาที่แยกหม้อน้ําออกจากหม้อต้มน้ําออกจากการเผาไหม้สามารถเผาซ้ํา คือเผาอากาศที่เกิดขึ้นจากการเผาครั้งแรก เผาซ้ําในเตาเผาได้ เมื่อมีการเผาไหม้ซ้ําได้ก็จะ ทําให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากขึ้นสามารถลดมลพิษได้ ด้วยระบบควบคุมจะทําให้การเผาขยะ ภายในเตาเผามีความสมบูรณ์ มีอุณหภูมิที่สม่ําเสมอ ถ้าเราบอกว่าอุณหภูมิในเตาเผา ควรจะมีขนาดตั้งแต่ ๖๐๐ องศาเซลเซียสถึง ๑,๐๐๐ องศาเซลเซียส เราก็สามารถควบคุม ค่านี้ให้อยู่ได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถควบคุมความชื้นของขยะได้ขนาดไหน แต่โดยกระบวนการเทคโนโลยีแล้วสามารถควบคุมได้ครับ และจะเรียนถามต่อไปว่า บางครั้งขยะมันมีความชื้นสูงกว่านี้ไหม ก็ต้องเรียนว่าขยะก็อาจจะมีความชื้นมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ทีนี้ถ้าหากว่าขยะมีความชื้นมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปมันจะเกิด อะไรขึ้น ก็อาจจะเกิดได้ว่าอุณหภูมิในเตาเผาอาจจะลดลงนิดหน่อย อาจจะลดลงเหลือ ประมาณสัก ๕๐๐ องศาเซลเซียส ถ้าหากว่าอุณหภูมิในเตาเผาลดเหลือประมาณ ๕๐๐ องศาเซลเซียสแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องชะลอให้กระบวนการเผาในนั้นมีการเผา ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ หลังจากนั้นเมื่อเราสามารถปรับอุณหภูมิ ปรับตัวความชื้นของขยะได้แล้ว อุณหภูมิก็จะกลับขึ้นไปในที่ต้องการเอง ทีนี้เมื่อเราสามารถกําจัดขยะได้แบบนี้แล้วถามว่า
อะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าเรากลัวกันเรื่องของสิ่งแวดล้อมผลกระทบที่ตามมา มี ๔ ตัวในการที่จะดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อม ตัวที่ ๑ เรียกว่ามัลติไซโคลนส (Multi Cyclones) ตัวมัลติไซโคลนคือใช้กําจัดฝุ์น ฝุ์นเกิดจากการเผาไหม้ ท่านสมาชิกครับ เวลาเราเผาขยะ ในพื้นที่โล่งแจ้งจะเกิด ๒ กรณี กรณีที่ ๑ คือตัวเปลว อันที่ ๒ คือควัน เพราะฉะนั้นควันตัวนี้ คือเราจะกําจัดด้วยมัลติไซโคลน ตัวที่ ๒ เขาเรียกว่าดราย แอบซอร์ปชัน (Direct Absorption) จะทําหน้าที่ลดมลพิษลดไอพิษ แล้วตัวที่ ๓ แบกฟ่ลเตอร์ (Bag Filter) จะทําหน้าที่ลดฝุ์น ขนาดเล็กที่มีขนาดน้อยกว่า ๑๐ มิลลิกรัมให้ลดลง แล้วตัวสุดท้ายถ้าหากว่าเรากลัวว่ามลพิษ จะเกิดขึ้นเราก็ใช้ระบบอิเล็กโตรสเตติก พรีซิพิเตเตอร์ (Electrostatic precipitator) หรือว่า อีเอสพี (ESP) ควบคุมให้ฝุ์นที่ออกไปหรือปริมาณเถ้าที่ออกไปลดปริมาณลง ทั้งนี้โดยมี กระบวนการอย่างนี้กระบวนการที่เรียกว่าตัวเซมส์ (CEMS) ที่ปลายปล่อง ภาพถัดไปครับ ที่ปากปล่องของโรงงานกําจัดขยะนี่จะมีเครื่องมือที่เรียกว่าเซมส์ ภาษาอังกฤษมาจาก คอนทินิวอัส อีมิชชัน มอนิเตอริง ซิสเตม (Continuous Emission Monitoring System) ตัวนี้จะทําหน้าที่ควบคุมมิให้อากาศที่มันมีพอลลูชัน (Pollution) ออกไปให้กลับมาดําเนินการ เผาซ้ําอีกทีหนึ่ง การควบคุมมลพิษก็สามารถควบคุมมลพิษก็สามารถควบคุมได้ สารควบคุม ก็คือ ท่านจะเห็นอยู่สารควบคุมที่มีอยู่บนตาราง สารควบคุมมีอะไรบ้างครับ มีตัวปริมาณของฝุ์นมีปริมาณของ ซัลเฟอร์ (Sulfur) ไนโตรเจน มีเรื่องของการมองเห็น เรื่องของตัวของสารไดออกซิน (Dioxin) หรือแม้ตัวอื่น ๆ นี่สามารถควบคุมได้ให้อยู่ใน ปริมาณที่สามารถควบคุมได้
ตารางสีแดงคือข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษหรือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตารางขวามือ ก็คือตัวที่คาดว่าจะหลุดรอดออกมาจากระบบนะครับ ตัวนี้คือตัวที่น้อยที่สุดที่สามารถ ควบคุมได้ สามารถดูแลได้ภายใต้ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่นะครับ จุดเด่นประการที่ ๒ เมื่อกี้นี้เราใช้ความร้อนในการกําจัดขยะที่เราใช้อุณหภูมิที่กําจัดขยะได้ประมาณ ๖๐๐-๑,๐๐๐ องศาเซลเซียล นั่นคือเราสามารถกําจัดขยะได้โดยภายใต้เทคโนโลยี จุดเด่นประการที่ ๒ ของกระบวนการที่เรียกว่ากําจัดขยะก็คือรายได้ที่แปลงขยะเปึนพลังงาน รายได้เหล่านี้จะนํามาเลี้ยงโรงงานที่เรียกว่าโรงงานเพาเวอร์ แพลนต์ เซ็นเตอร์ ภายใต้ระบบ คลัสเตอร์ เดี๋ยวจะมีคุณจิระนันท์อธิบายให้ฟังนะครับว่าคลัสเตอร์คืออะไร ๑ คลัสเตอร์ จะสามารถผลิตไฟฟัาได้อย่างน้อย ๘.๕ เมกะวัตต์ อย่างน้อยนะครับ ๘.๕ เมกะวัตต์ ถ้าอยากทราบว่าเปึนกี่กิโลวัตต์ก็เอา ๑,๐๐๐ คูณเข้าไป ก็คือ ๘,๕๐๐ กิโลวัตต์ ถ้าอยาก ทราบว่าเปึนหน่วยเท่าไรก็เอา ๒๔ คูณเข้าไป ก็คือหน่วยของไฟฟัาที่ผลิตได้นะครับ ทีนี้รายได้เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ โดยข้อกําหนดของคณะกรรมการกํากับกิจการพลั งงาน บอกว่าจะรับซื้อไฟฟัาที่ผลิตโดยบริษัทเอกชนเหล่านี้ด้วยราคาประมาณ ๐๕.๖๐ บาท เปึนเวลาถึง ๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นจากการที่มีการเอื้ออํานวยโดยรัฐบาลอย่างนี้นะครับ ก็จะทําให้มีการคืนทุนให้กับผู้ลงทุนได้ เพราะฉะนั้นเทศบาลหรือ อบท. หรือประเทศชาติ ก็จะได้ประโยชน์นะครั บ ทั้งหมดนี้คือการปฏิรูปที่เรียกว่า แปรขยะให้เปึนพลังงาน ขออนุญาตดอกเตอร์จิระนันท์ เหมพูลเสริฐ อธิบายเรื่องของคลัสเตอร์ การจัดคลัสเตอร์ ในประเทศไทยเปึนอย่างไร ขออนุญาตครับท่านประธานครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็ขอนําเสนอเปึนตัวอย่างในเรื่องของการจัดคลัสเตอร์ ตามที่ท่านอาจารย์สุชาติได้นําเสนอไปเมื่อสักครู่ว่าการจัดคลัสเตอร์นั้นควรจัด สําหรับประเทศไทยที่เหมาะก็คือต้องมีกลุ่มที่รวมกันแล้วได้ขยะประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ต่อวัน อันนี้คือสิ่งสําคัญซึ่งเปึนจุดมุ่ งหมาย ทีนี้ในพื้นที่คลัสเตอร์จะต้องประกอบไปด้วย อะไรบ้าง ใน ๑ คลัสเตอร์เมื่อพื้นที่ใด ๆ ก็ตามรวมกัน อาจจะเปึน ๒ พื้นที่ ๓ พื้นที่หรือ ๔ พื้นที่ก็ได้ รวมกันแล้วได้ขยะประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ตันต่อวัน อันนี้ก็จะเปึน ๑ คลัสเตอร์ แต่เกิดถ้ามีพื้นที่ไหนที่ไม่สามารถรวมกับตรงกลุ่มนี้ได้เขาก็สามารถที่จะไปรวมกับคลัสเตอร์ กลุ่มอื่นที่อยู่ข้างเคียงกัน ก็จะจัดเปึนอีก ๑ คลัสเตอร์ ขออนุญาตสไลด์ต่อไปนะคะ
ใน ๑ คลัสเตอร์ก็จะประกอบไปด้วยศูนย์รวบรวมขยะ อันนี้จะเปึนสถานที่ที่จะรวบรวมขยะ จากพื้นที่ไม่ว่าจะเปึน อบต. เล็ก ๆ หรือเทศบาลตําบลเล็ก ๆ หรืออําเภอเล็ก ๆ หรือว่า หมู่บ้านเล็ก ๆ เข้ามารวมขยะไว้ที่ศูนย์นี้ เปึนศูนย์รวบรวมขยะ ซึ่งเราเรียกกันว่าคอลเลกชัน สเตชัน แล้วใน ๑ คลัสเตอร์ เมื่อเรารวบรวมขยะแล้ว แล้วทําอย่างไรต่อ เราก็จะมีศูนย์กําจัดขยะ หรือที่เรียกว่า เพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์ เจ้าเพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์นี้เองนะคะ ก็จะเปึนศูนย์ที่จะกําจัดก็คือขยะที่รวมกันอยู่ในศูนย์รวบรวมขยะแต่ละแห่งก็จะถูกนํามากําจัด ที่ศูนย์กําจัดขยะ เพราะฉะนั้นใน ๑ คลัสเตอร์จะประกอบด้วยฟังก์ชัน (Function) องค์ประกอบ ๒ อย่างหลัก ๆ ก็คือมีศูนย์รวบรวมขยะกับมีศูนย์กําจัดขยะ ภาพต่อไปนะคะ ก็จะเปึนการแบ่งกลุ่ม อันนี้เปึนตัวอย่างการแบ่งกลุ่ม แต่ว่าเปึนการแบ่งกลุ่มการจัดการขยะ ตามหลักภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งเราแบ่งกลุ่มออกเปึน ๖ ภาค กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มของ จังหวัด ในภาคตะวันตก กลุ่มที่ ๒ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออก กลุ่มที่ ๔ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ กลุ่มที่ ๕ เปึนกลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และกลุ่มที่ ๖ เปึนกลุ่มจังหวัดภาคกลาง แต่ละกลุ่มนี้ก็จะมีศูนย์รวบรวมขยะ ศูนย์กําจัดขยะ ขอยกตัวอย่างในกรณีกลุ่มจังหวัดที่จัดการขยะในกลุ่มภาคตะวันตก อันนี้ก็จะประกอบไปด้วย ๕ จังหวัดก็คือจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดราชบุรีอันนี้ก็ตามหลักภูมิศาสตร์เรายึดอันนี้ก่อน ส่วนในกลุ่มจังหวัดที่จัดการขยะ ในภาคเหนือก็จะประกอบไปด้วย ๙ จังหวัด ก็คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดน่าน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพะเยา จังหวัดลําปาง และจังหวัดลําพูน ส่วนในกลุ่มการจัดการขยะในภาคตะวันออกก็จะประกอบไปด้วย จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดระยองและจังหวัดสระแก้วรวมกันภาคนี้ก็จะเปึน ๗ จังหวัด ส่วนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ จะประกอบไปด้วย ๑๓ จังหวัด ก็คือ จังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดพัทลุง จังหวัดยะลา จังหวัดระยอง จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสุราษฎ ร์ธานี ส่วนกลุ่มจังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะประกอบไปด้วย ๒๐ จังหวัดทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง ก็คือ จังหวัดเลย จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสกลนคร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดอุบลราชธานี ส่วนกลุ่มจังหวัดสุดท้ายคือกลุ่มจังหวัดในภาคกลาง ก็จะประกอบไปด้วย ๒๑ จังหวัดนับตั้งแต่จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครนายก จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์และ จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดอุทัยธานี นั่นคือกลุ่ม ๖ จังหวัดที่จะมีการจัดการขยะ ทีนี้ในกลุ่มแต่ละกลุ่มก็จะขออนุญาตนําเรียน ตัวอย่างของในแต่ละจังหวัดว่าจะมีการจัดการอย่างไร ขออนุญาตยกตัวอย่างกลุ่มจังหวัด ในภาคตะวันตกคือจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรีประกอบไปด้วย ๑๓ อําเภอก็คงจะ ไม่นําเสนอรายละเอียดว่ามีอําเภออะไรบ้าง ตามรูปภาพท่านจะเห็นว่ามันจะมีเปึนรูปดาวสีม่วง
กับเปึนรูปห้าเหลี่ยมสีส้มจะมีลูกศรชี้เข้ามาจากดาวสีม่วง ๓ ดาวชี้เข้ามายังรูปห้าเหลี่ยมสีแดง ดาวสีม่วงอันนั้นก็คือศูนย์รวบรวมขยะที่ได้นําเรียนไปเมื่อสักครู่ว่าก็รวบรวมขยะในพื้นที่ ในหมู่บ้าน ใน อบต. ในเทศบาลเล็ก ๆ ใกล้เคียงเอามารวมเอาไว้ เพราะฉะนั้น ในจังหวัดกาญจนบุรีก็จะมีศูนย์รวบรวมขยะทั้งหมด ๓ ศูนย์ในขณะที่มีสถานที่หรือเปึน โรงงานกําจัดขยะ ศูนย์กําจัดขยะก็คือเพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์อยู่ ๑ แห่งก็คือตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะกําหนดเอง อย่างที่ท่านอาจารย์สุชาตินําเรียนแล้วไม่ว่าจะเปึนศูนย์รวบรวมขยะ หรือศูนย์กําจัดขยะจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่ที่ยินยอมให้ก่อสร้างได้ ขออนุญาตยกตัวอย่างจังหวัดในกลุ่มการจัดการขยะภาคตะวันออกคือจังหวัดจันทบุรี ก็จะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน จังหวัดจันทบุรีนี่ประกอบไปด้วย ๑๐ อําเภอ มีตําบลเล็ก ๆ ถึง ๗๖ ตําบลหลายหมู่บ้านเปึนร้อย ๆ เลยนะคะ ๗๐๐ กว่าหมู่บ้านก็จะมีศูนย์รวบรวมขยะ ๓ แห่งเหมือนกันก็คือดาวสีม่วง แล้วก็มีศูนย์กําจัดขยะคือรูปห้าเหลี่ยมสีแดง ก็อย่างเช่นเดียวกันว่าพื้นที่ก็ต้องเปึนที่ยอมรับ อันนี้เปึนตัวอย่างที่ยกแสดงให้เห็น ไม่จําเปึนที่จะต้องตามนี้ตลอดอันนี้เปึนเพียงตัวอย่าง ในกรณีของก ลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอยกตัวอย่างจังหวัดขอนแก่นซึ่งมีทั้งหมด ๒๖ อําเภอ ๑๙๙ ตําบล ๒,๑๓๙ หมู่บ้าน
อันนี้น่าสนใจค่ะ เนื่องจากจังหวัดขอนแก่นมีหมู่บ้าน มีอําเภอมากมาย แล้วลักษณะของ จังหวัดขอนแก่นเอง ถ้าจะจัดเปึนศูนย์เดียว เปึนกลุ่มคลัสเตอร์เดียวก็จะจัดได้ แต่ทางที่ดี เราก็มีข้อแนะนําเพื่อไม่ให้การขนขยะไปไกลนัก อันนี้ก็เปึนตัวอย่างแนะนํา อย่างเช่นกรณี ของจังหวัดขอนแก่นอาจจะมีศูนย์คลัสเตอร์อันนี้ ๒ ศูนย์ ก็คืออยู่ตอนบนของจังหวัด ซึ่งตอนบนจะมีศูนย์รวบรวมขยะ ๓ ศูนย์ ศูนย์กําจัดขยะ ๑ ศูนย์ ตอนล่างของจังหวัดก็จะมี ศูนย์รวบรวมขยะ ๓ ศูนย์ แล้วก็ศูนย์กําจัดขยะ ๑ ศูนย์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็เปึนตัวอย่างของจังหวัดขอนแก่นที่ จะมีกลุ่มคลัสเตอร์ ๒ กลุ่ม ต่อไปเปึนภาคกลาง จังหวัดนครปฐมขอยกตัวอย่างอันนี้ง่ายหน่อยค่ะ เพราะจังหวัดนครปฐมไม่ได้ใหญ่มากนัก จังหวัดนครปฐมประกอบไปด้วย ๗ อําเภอ ๑๐๖ ตําบล ๙๓๐ หมู่บ้าน การจัดการ ก็ไม่จําเปึนต้องตายตัวว่าจะต้องมีศูนย์รวบรวมขยะ ๓ ศูนย์ ๑ ศูนย์ หรืออะไร อันนี้ก็แล้วแต่ ความเหมาะสม แต่อันนี้เปึนตัวอย่างที่นําเสนอของจังหวัดนครปฐม ซึ่งจะมีศูนย์รวบรวมขยะ ๒ ศูนย์ แล้วก็ศูนย์กําจัดขยะหรื อเพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์ ๑ ศูนย์ ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติไว้ ณ โอกาสนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ เชิญค่ะ
ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง การที่นําเสนอการปฏิรูประบบกําจัดขยะของ ประเทศไทย ของขยะชุมชนใช้แนวทางของ คลัสเตอร์นั้น ได้กราบเรียนไว้ตั้งแต่ต้น ล้วว่าจังหวัดในประเทศไทยนี่มีขนาดที่สามารถ รวบรวมขยะได้ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจังหวัดทั้งหมด และเมื่อผนวก กับความสามารถของเทคโนโลยีในการที่จะกําจัดขยะแล้วสามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จากกระบวนการกําจัดขยะแล้ว ก็จะมีโรงงานขนาดที่เหมาะสมก็คือ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ดังที่ได้เรียนเมื่อกี้นี้ ทั้งหมดนี้คือการแปลงขยะให้เปึนพลังงาน อันนี้เปึนเรื่องของการแปลง ขยะให้เปึนพลังงานนั้นจบแล้ว
ต่อไปเปึนเรื่องของการที่จะเสนอเรื่องของคดีสิ่งแวดล้อม ในโลกปัจจุบันนี้ ในประเทศไทยมีคดีเรื่องสิ่งแวดล้อมมากมาย แล้วบางคดีก็เปึนคดีสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องมีการพิจารณากันโดยใช้องค์ความรู้มากหลายเรื่อง แล้วก็ไม่สามารถที่จะ ตัดสินได้ วันนี้คณะอนุ กรรมาธิการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อ มในคณะกรรมาธิการ
ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะนําเสนอเรื่องของศาลสิ่งแวดล้อมอย่างไร ก็จะเรียนเชิญท่านสยุมพร ลิ่มไทย นําเสนอรายละเอียดครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน
ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ท่านสมาชิก สปช. ต้องขออภัยนะครับ เรื่องของผมส่วนมากมักจะมาตอนเย็น แล้วก็มาเปึนเ รื่องสุดท้าย ผมก็พยายามใช้เวลาให้กระชับมากที่สุดนะครับ เอกสาร ที่จะนําเสนอท่านจะมี ๒ ส่วน ส่วนแรกก็จะเปึนรายงาน รายงานเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ส่วนที่ ๒ ก็จะเปึนร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ในส่วนของผมผมจะนําเสนอสาระสําคัญที่เ กี่ยวกับตัวรายงาน ส่วนเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติก็จะมี ผู้นําเสนอต่อไปอีก ๒ ท่าน ก็จะขอนําเสนอโดยเพาเวอร์พอยต์ ประเด็นที่ผมจะนําเสนอมี ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ประเด็นแรกก็จะเปึนสถานการณ์ ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วก็แนวโน้มในอนาคต ประเด็นที่ ๒ จะเปึนปัญหา เกี่ยวกับระบบศาลและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยว่าในปัจจุบันมีปัญหาอะไร อยู่บ้าง ส่วนประเด็นสุดท้ายก็จะเปึนข้อเสนอในการปฏิรูปซึ่งจะมีข้อเสนอ ๒ ส่วน ส่วนแรก ก็จะเปึนข้อเสนอในการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปึนศาลชํานัญพิเศษ
แล้วก็ข้อเสนอที่ ๒ ก็จะเปึนข้อเสนอในการจัดทํากฎหมายวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมนะครับ ผมก็จะไปทีละประเด็นนะครับ โดยพยายามจะให้กระชับมากที่สุดนะครับ ประเด็นแรก เรื่องสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมนะครับ ก็เปึนที่ยอมรับนะครับว่าปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ โดยเฉพาะในประเทศไทยของเรานั้นมีปัญหามากแล้วก็มีแนวโน้มที่จะมี ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ สิ่งที่ทุกท่านได้ยินได้ฟังอยู่นี้นะครับจะเปึนปัญหา สิ่งแวดล้อมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเปึนมลภาวะจากอากาศเสีย น้ําเสีย ขยะ สารเคมี ซึ่งเกิดจาก การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกินดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับเมื่อเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมขึ้น ผลกระทบจะมีผลกระทบมากทั้งในวงแคบและวงกว้างนะครับ ผลกระทบในวงแคบก็คือ ความเสียหายที่เกิดต่อผู้ที่ไ ด้รับผลกระทบโดยตรงนะครับ ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย ชีวิต ทรัพย์สิน แล้วก็ผลกระทบในวงที่กว้างออกไปก็คือต่อกลุ่มคน ต่อชุมชน ต่อที่สาธารณะ แม่น้ําลําธาร พื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม สิ่งที่เราพบเห็นในปัจจุบัน ระบบนิเวศของธรรมชาติเสื่อมโทรม พื้นที่ป์าไม้ลดลง ความอุดม สมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติลดลง ต้นน้ําลําธารถูกทําลาย หลายพื้นที่ในประเทศไทย ขณะนี้ถูกประกาศเปึนเขตควบคุมมลพิษ แล้วก็ปัจจุบันเวลาจะมีการดําเนินการโครงการใด ๆ ที่จะไปกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ท่านก็จะเห็นการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ อันนี้เปึนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนะครับ แล้วก็มีแนวโน้มที่จะมากขึ้นในอนาคต ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดยิ่งขึ้นนะครับ โดยจะขอยกตัวอย่างคดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้ นแล้วในประเทศไทย ที่ทุกท่านคงจําได้มาสัก ๕ ตัวอย่างนะครับ เรื่องแรก ทุกท่านคงได้ยินปัญหามลภาวะในลําห้วยคลิตี้ ซึ่งเปึนกรณีที่บริษัทเอกชนปล่อยน้ําเสีย ออกจากบ่อกักเก็บตะกอนแล้วก็ทําให้เกิดสารตะกั่วปนเปุ๋อนลงสู่ลําห้วยคลิตี้ของราษฎร ที่ตําบลชะแล อําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เดือดร้อนกันทั้งหมู่บ้านทั้งตําบลนะครับ เพราะว่าราษฎรไม่สามารถใช้น้ําในลําห้วยนี้ได้ เรื่องที่ ๒ ทุกท่านคงจําได้กรณีโรงไฟฟัาแม่เมาะ ที่จังหวัดลําปางปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศเนื่องมาจากปัญหา ในการที่ไม่ได้ควบคุมดูแลเปึนผลให้ราษฎรชา วบ้านในอําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง ต้องเจ็บป์วยเปึนโรคปอดอักเสบจากฝุ์นหิน จากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อันนี้ก็เปึนกรณี ที่ทุกคนได้ยินได้ฟังมานะครับ เรื่องที่ ๓ ท่านก็คงจําได้นะครับ กรณีรังสีโคบอลต์ ๖๐ เปึนกรณี ที่บริษัทเอกชนซึ่งเปึนผู้ครอบครองเครื่องฉายรังสีโคบอ ลต์ ๖๐ เปึนเครื่องฉายที่มี
สารกัมมันตภาพรังสีบรรจุอยู่ภายใน แล้วก็ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังในการจัดและดูแลรักษา ทําให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีออกมาเปึนผลให้ราษฎรได้รับอันตรายต่อชีวิต และสุขภาพ เรื่องที่ ๔ เปึนเรื่องที่โด่งดังไปทั่วโลก กรณีมาบตาพุด ทุกท่านทราบนะครับว่า พื้นที่มาบตาพุดที่จังหวัดระยองเปึนพื้นที่ที่มีการประกาศให้เปึนเขตนิคมอุตสาหกรรม มีการลงทุนอุตสาหกรรมมากมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับโรงแยกก๊าซ โรงกลั่น โรงไฟฟัาแล้วก็อุตสาหกรรมป่โตรเคมีตั้งแต่ป้ ๒๕๒๕ จนกระทั่งชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก การที่มีปริมาณของสารเคมีหรือมลภาวะทางอากาศ ทางน้ํา แล้วก็ขยะในปริมาณที่รุนแรง แล้วก็มีแนวโน้มที่อาจจะเปึนอันตราย ทางราชการก็ไม่ประกาศให้เปึนเขตควบคุมมลพิษ ก็ปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งมีการฟัองร้อง ต่อศาลปกครอง สุดท้ายศาลก็ต้องมีคําพิพากษาให้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต้องประกาศให้พื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ข้างเคียง เปึนเขตควบคุมมลพิษ
จนกระทั่งสามารถนําไปสู่โครงการในการบําบัด ฟุ๋นฟูและเยียวยาได้ต่อมาในภายหลังจนถึง ปัจจุบัน กรณีสุดท้ายก็เปึนเรื่องมาบตาพุดเหมือนกันจากการที่มีปัญหาเรื่องการประกาศ เขตมลพิษ ก็ได้มีการพิจารณาว่าโครงการที่มันอาจก่อให้เกิดผล กระทบรุนแรงต่อประชาชน แล้วก็ได้ดําเนินการไป มีการอนุญาตไปโดยที่ไม่ได้ปฏิบัติให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญขณะนั้น คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขาบอกว่าโครงการอะไรที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรง ต่อประชาชนไปทําในพื้นที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน แล้วก็ ต้องให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมาให้ความเห็นก่อนถึงจะพิจารณาอนุญาต หรือไม่อนุญาตได้ แต่โครงการในขณะนั้น ๗๖ โครงการทําไปโดยไม่ได้ดําเนินการ ให้เปึนไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ องค์กรภาคประชาชนก็ฟัอง ฟัองชนะจนศาลสั่ง ให้ต้องระงับโครงการ ๗๖ โครงการไว้ก่อน ทั้งหมดนี้เปึนตัวอย่างที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีมาก แล้วก็มีแนวโน้มที่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าหากว่าเราดูสถิติคดี ที่เกี่ยวกับทรั พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่ งเข้าสู่ศาล ไม่ว่าจะเปึนศาลยุติธรรม หรือว่าศาลปกครองก็ตามมากขึ้นเรื่อย ๆ เฉพาะในศาลยุติธรรมปริมาณคดีระหว่าง ป้ ๒๕๕๕ ป้ ๒๕๕๖ อันนี้ผมขอแก้ตัวเลขเลยนะครับ ตัวเลขผิดพลาด ๒ ป้นี่ ๑๗,๐๐๐ กว่าคดี เกือบ ๑๘,๐๐๐ คดีในศาลยุติธรรม แล้วถ้ามาดูในศาลปกครอง ซึ่งมีการพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน คดีที่เข้าสู่ศาลปกครองในช่วงป้ ๒๕๕๔-๒๕๕๗ ในศาลชั้นต้น ๔,๐๐๐ กว่าคดี ปริมาณมากแล้วก็มีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้ก็คือ เปึนประเด็นแรกสถานการณ์ความรุนแรงด้านสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่ ๒ ก็คือปัญหาเกี่ยวกับ ระบบศาลและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ผมพูดถึงระบบศาลก่อนนะครับ การฟัองคดีสิ่งแวดล้อมของไทยในขณะนี้เราดําเนิ นการได้ ๓ ลักษณะ ๑. ก็คือ การดําเนินคดีแพ่ง เปึนการฟัองเขาเรียกว่าฟัองละเมิดเมื่อมีการกระทําใดที่เปึนการละเมิด ต่อชีวิต สุขภาพอนามัย หรือทรัพย์สินของบุคคลใดสามารถฟัองได้ เรียกว่าการดําเนินคดีแพ่ง ซึ่งจะเข้าสู่ศาลยุติธรรม ส่วนคดีประเภทที่ ๒ ก็คือการดําเนินคดีอำญาก็เปึนการฟัอง เพื่อให้รัฐลงโทษผู้กระทําผิดในทางอาญา ไม่ว่าจะเปึนโทษจําคุก กักขัง หรือปรับก็ตาม อันนี้ ก็เข้าสู่ระบบของศาลยุติธรรม ส่วนการดําเนินคดีประเภทที่ ๓ ก็คือการดําเนินคดีปกครอง ก็คือเปึนการที่มีผู้ฟัองหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐว่ามีการออกคําสั่ ง ทางปกครองไปแล้วไปกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของประชาชน ก็สามารถฟัองไปที่ศาลปกครอง
เมืองไทยตอนนี้คดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมฟัองได้ ๓ กรณี แล้วก็ฟัองได้ระบบ ๒ ศาล ก็คือศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ทีนี้มันเกิดปัญหาอะไรครับ ระบบศาลที่เปึนอยู่ ในปัจจุบันนี้ปัญหาก็คือ ประการแรกทําให้มีการแยกส่วนในการพิจารณาไปตามเขตอํานาจ ของศาล ถ้าฟัองทางแพ่งคดีสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับการละเมิดทางแพ่งก็ไปศาลยุติธรรม ถ้าฟัองให้ลงโทษผู้กระทําผิดในทางอาญาก็ไปศาลยุติธรรม ถ้าฟัองในส่วนที่เกี่ยวกับ คําสั่งทางปกครองก็ไปศาลปกครอง แยกกันพิจารณาตามเขตอํานาจของศาล แม้ว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมันจะเปึนเรื่องเดียวกันก็ตาม อันนี้คือปัญหาประการแรกถูกแยกส่วน พิจารณาไป ประการที่ ๒ เมื่อถูกแยกส่วนพิจารณาก็ทําให้เกิดการพิจารณาที่ทับซ้อนกัน ในเรื่องที่เปึนข้อเท็จจริงเดียวกันพิจำรณาทับซ้อนกันตามเขตอํานาจศาล แล้วก็ทําให้ ขาดมาตรฐานและแนวทางเดียวกัน เพราะว่าแต่ละศาลนั้นก็มีขอบเขตอํานาจ มีประเด็น ข้อกฎหมาย มีระบบการพิจารณาและมีการใช้ดุลยพินิจของตุลาการหรือผู้พิพากษา ที่แตกต่างกัน ประการที่ ๓ ก็คือล่าช้า เปึนภาระแก่ประชาชน
เวลาเกิดขึ้นนี่นะครับถ้าเปึนคดีคําสั่งปกครองต้องไปศาลปกครอง ต้องไปทีนี่ ถ้าเปึนคดีแพ่ง ไปศาลยุติธรรม คดีอาญาไปศาลยุติธรรม ล่าช้าและเปึนภาระแก่ประชาชนผู้ที่ได้รับ ความเสียหาย ประการที่ ๔ ก็คือไม่เปึนไปตามหลัก ผู้ก่อมลพิษเปึนผู้จ่าย อันนี้เปึนหลักสากล พอลลูเตอร์ เพย์ส พรินซิเป่ล (Polluter Pays Principle) ๓ พี (3P) หลักนี้ก็คือใครที่ก่อให้เกิดมลภาวะ หลักสากลบอกว่าคนนั้นต้องเปึนผู้จ่าย เปึนผู้ชดเชย เปึนผู้เยียวยา ในข้อเท็จจริงส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษคือใครครับ คือโรงงาน คือผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรม โรงกลั่นทําให้เกิดน้ําเสีย โรงงานป่โตรเคมีทําให้เกิด อากาศเสีย หลัก ๓ พีก็คือคนเหล่านี้ต้องเปึนผู้ที่จะเยียวยา ชดเชย และเปึนผู้จ่าย แต่ว่าจากการที่กฎหมายไทยแยกกันไปฟัอง ซึ่งส่วนหนึ่งไปฟัองศาลปกครอง ฟัองหน่วยงาน ของรัฐ กลายเปึนว่าในหลายกรณีหน่วยงานของรัฐต้องมาเปึนผู้แก้ไขเยียวยาแทนภาคเอกชน เนื่องจากพอไปฟัองคดีปกครอง คดีปกครองก็จํากัดอยู่เฉพาะการพิจารณาต่อผู้ออกคําสั่ง ทางปกครอง คือหน่วยงานของรัฐเท่านั้น เพราะฉะนั้นการลงโทษผู้กระทําผิดมันก็ไม่เปึนไป ตามหลัก ผู้ก่อต้องเปึนผู้จ่ายโดยแท้จริง ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นความชัดเจนในบางคดี คดีลําห้วยคลิตี้ที่บอกแล้วว่ามีการปล่อยสารตะกั่วลงไปในลําห้วยคลิตี้ ปรากฏว่าคดีนี้ ประชาชนไปฟัองกรมควบคุมมลพิษ เปึนคดีปกครอง กรมควบคุมมลพิษไม่ได้เปึนคนที่ปล่อย สารตะกั่วลงไปในลําห้วย แต่ถูกฟัองในฐานะที่บอกว่าเปึนหน่วยงานของรัฐไม่ได้ไปกํากับดูแล ให้มีการปฏิบัติ แล้วก็ขอให้กรมควบคุมมลพิษชดใช้ค่าเสียหายด้วย อันนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่า มันไม่เปึนไปตามหลักผู้ก่อเปึนผู้จ่าย หน่วยงานภาครัฐต้องกลายเปึนผู้ชดใช้แทน ในขณะเดียวกันก็แยกไปฟัองศาลยุติธรรมในคดีแพ่ง โดยในกรณีนี้กรมควบคุมมลพิษ ก็ไปฟัองเรียกค่าเสียหายเอากับบริษัทเอกชน ก็เรียกว่าเปึนการฟัองไล่เบี้ยเอานะครับ หรือคดีโรงไฟฟัาแม่เมาะ ซึ่งโรงไฟฟัาทําให้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ชาวบ้านไปฟัอง ศาลปกครอง ก็เปึนคดีปกครอง ก็ให้การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยชดใช้ค่าเสียหาย ในการที่การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยปล่อยก๊าสซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลงไป ก็มีการชดใช้ ค่าเสียหายให้ตามคําพิพากษาของศาลปกครอง ในขณะเดียวกันก็แยกไปฟัองศาลยุติธรรม ในคดีแพ่ง ศาลยุติธรรมก็ให้การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยชําระค่าสินไหมทดแทนอีก จะเห็นได้ว่ามันมีความซ้ําซ้อนกันในการพิจา รณา หรือถ้าเปึนกรณีรังสีโคบอลต์ อย่างที่เรียนแล้วว่าบริษัทเก็บเครื่องฉายรังสีที่มีสารกัมมันตรังสีแล้วก็ปล่อยให้รั่วไหลออกมา
ก็ปรากฏว่ามีการไปฟัองศาลปกครอง ฟัองสํานักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ คนปล่อย รังสีโคบอลต์ออกมาก็คือบริษัทเอกชน แต่เวลาไปฟัองคดีปกครองไปฟัองสํานักงาน พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ในฐานะที่ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่กํากับดูแลให้ชําระค่าเสียหาย ในขณะเดียวกันก็แยกไปฟัองคดีแพ่งที่ศาลยุติธรรม ก็ให้ชําระค่าเสียหายเหมือนกัน ที่ผมยกตัวอย่างก็คือจะเห็นว่ามันเกิดการทับซ้อนกันในเรื่องของการพิจารณาคดี และเขตอํานาจศาล เรื่องเดียวกัน กรณีเดียวกัน สามารถนําเข้าสู่การพิจารณาได้ทั้ง ๒ ศาล มีความทับซ้อนในการกําหนดค่าเสียหาย แล้วในแต่ละศาลจะไม่มีการนําสํานวน ของแต่ละศาลมาอ้างอิงกัน ศาลใครศาลมัน มันไม่มีกติกาที่ไหนที่บอกว่าให้เอาคําพิพากษา ของอีกศาลหนึ่งมาประกอบเปึนสํานวนของอีกศาลหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าท่านดูภาพต่อไปนี้ จะเห็นได้ว่าคดีสิ่งแวดล้อมมันจะเปึนกระบวนการที่ต่อเนื่องกัน อย่างน้อยตั้งแต่ต้นจนจบ กระบวนการแรกก็จะไปเกี่ยวกับคําสั่งทางปกครอง ก็คือคําสั่งในการอนุมัติ อนุญาตให้ ประกอบกิจการสร้างโรงงาน อันนี้เขาเรียกว่าเปึนต้นน้ําของปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะว่า ในการที่มีการอนุมัติ อนุญาตไม่ถูกต้องมันก็ก่อให้เกิดปัญหาได้
การละเว้น ละเลย ล่าช้าในการกํากับดูแลก็ก่อให้เกิดปัญหาได้ต้นทาง แต่ว่าคนที่ก่อให้เกิด ปัญหาจริง ๆ ก็คือตรงกลางทางผู้ก่อให้เกิดมลพิษ ก็คือโรงงานนั่นแหละครับ โรงงาน เปึนผู้ปล่อยน้ําเสีย ปล่อยกากขยะอันตราย เปึนผู้ปล่อยอากาศเสีย คนที่ทําให้เกิดมลภาวะ จริง ๆ ก็คือผู้ประกอบการเปึนส่วนใหญ่ สุดท้ายแล้วปัญหามันจะไปอยู่ปลายทางก็คือการที่ สภาพแวดล้อมยากแก่การที่จะฟุ๋นฟูต่อมาในภายหลัง อันนี้ก็คือปัญหาที่เกี่ยวกับระบบศาล ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือปัญหาที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีนะครับ การพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม ของไทยในขณะนี้มีปัญหาเนื่องจากว่าเรายังไม่มีกฎหมายวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม เปึนการเฉพาะ แต่ละศาลก็ใช้กฎหมายของตัวเอง แล้วก็ใช้คําแนะนําของประธานสูงสุด ของแต่ละฝ์ายในการมาประกอบการพิจารณา สิ่งที่เปึนช่องว่างช่องโหว่อยู่ในขณะนี้มีบางเรื่อง ผมขอพูดโดยรวมนะครับ ๑. อํานาจฟัองของประชาชน เนื่องจากเราไปอิงกับกฎหมายแพ่ง ซึ่งอํานาจฟัองของประชาชนตามกฎหมายแพ่งค่อนข้างจะแคบ ก็คือให้อํานาจฟัอง เปึนอํานาจค่อนข้างเฉพาะตัวกับผู้ถูกละเมิด เพราะฉะนั้นในบางกรณีชุม ชนที่เสียหาย ไปฟัองไม่ได้นะครับ อย่างเช่นมีการปล่อยสารตะกั่วลงไปคนที่ฟัองก็คือคนที่ลงไปในลําห้วย แล้วก็ได้รับผลกระทบ แต่พอให้ชุมชนหรือคนที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นไปฟัองในทางแพ่ง กฎหมายบอกว่ายังไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ นี่ก็คือเรื่องของอํานาจฟัองของประชาชน และผู้เสียหายอยู่ในวงแคบ ประการที่ ๒ ก็คือว่าเรื่องของการคุ้มครองชั่วคราว ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมนี่ครับพอมันเกิดขึ้นมาแล้วมันเกิดความเสียหายทันที แล้วก็สะสมไปเรื่อย ๆ มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่กว่าศาลจะตัดสินเปึนที่ยุติบางทีใช้เวลา ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ เพราะฉะนั้นการคุ้มครองนี่เพื่อบรรเทาความเสียหายไว้ก่อนเปึนเรื่องจําเปึน กฎหมายไทยนี่ การที่จะให้สามารถคุ้มครองผู้เสียหายไว้ก่อนก่อนที่จะยื่นฟัองคดีนี่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ มีกฎหมายรองรับเฉพาะหลังจากที่ยื่นฟัองแล้ว แล้วก็เปึนดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ การคุ้มครองชั่วคราวหรือเปล่า เรื่องการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เรื่องสิ่งแวดล้อมเปึนเรื่องที่ ไปเกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญแล้วก็เหตุผลในหลาย ๆ ด้านนะครับ เรื่องทางวิทยาศาสตร์ เรื่องทางการแพทย์ เรื่องอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ระบบของศาลไทยตอนนี้มีอยู่ ๒ ระบบ ๑. ก็คือระบบกล่าวหา ระบบกล่าวหาใช้ในศาลยุติธรรม ระบบกล่าวหานี้คนที่มีหน้าที่ มีบทบาทมีภาระหนักในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงก็คือโจทก์และจําเลย ศาลเพียงแต่นั่งฟัง แล้วก็ชั่งน้ําหนักว่าจะตัดสินอย่างไรตามที่ฝ์ายโจทก์และจําเลยได้นําสืบข้อเท็จจริง
ส่วนในศาลปกครองเขาใช้ระบบไต่สวนก็คือศาลมีบทบาทมากขึ้นในการเข้าไปแสวงหา ข้อเท็จจริงไปเรียกข้อเท็จจริงมาดู ไปเดินเผชิญสืบดูข้อเท็จจริงอะไรต่าง ๆ เรื่องของ สิ่งแวดล้อมนี่เรื่องการพิสูจน์ข้ อเท็จจริงจะต้องปรับปรุงเพื่อให้ภาระในการพิสูจน์ไม่ให้เปึน ภาระกับประชาชนมากเกินไป แต่ควรจะเปึนบทบาทของฝ์ายศาลมากยิ่งขึ้น เรื่องการขาด พยานผู้เชี่ยวชาญนะครับ อย่างที่เรียนแล้วว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมไปเกี่ยวข้องกับการใช้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาก จะดูได้อย่างไรว่ามีสารเคมีเกินในลําน้ํา จะดูได้อย่างไรว่า คนที่ได้รับผลกระทบจะมีโอกาสเปึนมะเร็งจากการได้รับผลกร ะทบ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ แต่ว่าในคดีสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนะครับของไทยยังไม่ได้นําระบบผู้เชี่ยวชาญเข้ามาใช้มาก พอสมควร ยังใช้น้อยมาก เรื่องค่าธรรมเนียมศาล อันนี้เปึนปัญหาสําหรับคนยากจน และด้อยโอกาสเวลาไปต่อสู้ทะเลาะกับนายทุน ทะเลาะกับบริษัทป่โตรเคมีขนาดใหญ่นี่นะครับ ถามว่าคนจนนี่กว่าจะนําคดีขึ้นสู่ศาลได้ ๑. ก็คือไม่นําคดีขึ้นสู่ศาล เพราะว่าไม่มีเงิน ๒. พอนําคดีขึ้นสู่ศาลแล้วไม่สามารถที่จะแบกภาระค่าใช้จ่ายได้ ในขณะที่กลุ่มบริษัทใหญ่ ๆ เขาจ้างทนายชั้นยอด จ้างพยานผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ มาครบ
เพราะฉะนั้นเรื่องค่าธรรมเนียม ค่าฤชาศาลนี่เปึนเรื่องที่จะต้องพิจารณาว่าทําอย่างไร ถึงจะให้คนจน คนด้อยโอกาส สามารถเข้าถึง สามารถนําคดีขึ้นสู่ศาลได้โดยไม่ต้องเปึนภาระ ในเรื่องค่าธรรมเนียมนะครับ เรื่องอายุความ อายุความก็เช่นเดียวกันนะครับ อย่างที่เรียน แล้วว่าคดีสิ่งแวดล้อมบางทีกว่าผลจะปรากฏนี่ใช้เวลาเปึนสิบป้ มันไม่ได้เกิดผลขึ้นโดยทันที แต่ว่ากฎหมายไทยนี่อายุความในการฟัอง ๑ ป้ หมายความว่าถ้าคุณไม่ฟัองภายใน ๑ ป้ ฝ์ายจําเลยสามารถยกมาต่อสู้แล้วเปึนเหตุให้ไม่สามารถดําเนินคดีต่อไปได้นะครับ คดีสิ่งแวดล้อมบางทีป้หนึ่งไม่เห็นนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา กว่าจะรู้ตัวว่า ได้รับผลกระทบ ๕ ป้ ๖ ป้เข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ต้องแก้ไขกฎหมำยเรื่องนี้ด้วย เรื่องการกําหนดค่าเสียหายนะครับ เรื่องสิ่งแวดล้อมนี้เปึนความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งเรื่อง ทางจิตใจ เวลาเสียผู้นําครอบครัวไปนี่ความเสียหายทางจิตใจมหาศาล ค่าเสียหายในอนาคต พ่อตาย แม่ตาย ลูกยังอยู่นี่ใครจะดูแล เดิมมีพ่อแม่คอยดูแลอยู่ ไม่มีการกําห นดมูลค่า ความเสียหายถ้าหากกรณีมีพ่อแม่อยู่ ค่าเสียหายในเชิงลงโทษก็ไม่ได้มีการพูดถึงนะครับ บางบริษัท บางเอกชนทําผิดซ้ําแล้วซ้ําอีกก็ยังทําผิดซ้ําอีก ในต่างประเทศนั้นเขามีค่าเสียหาย ในเชิงลงโทษ คือปรามถ้าหากว่าคุณกระทําผิดซ้ําอีกนี่คุณโดนลงโทษโดยถูกกําหนด ค่าเสียหายในเชิงลงโทษด้วย อันนี้ละครับเปึนปัญหาที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีซึ่งเรายังไม่มี กฎหมายวิธีพิจารณาคดี ส่วนประเด็นสุดท้ายก็เปึนข้อเสนอในเชิงปฏิรูป ซึ่งผมขอพูดสั้น ๆ เพราะว่าเดี๋ยวทั้ง ๒ ท่านจะมาพูดในรายละเอียด เรื่องแรกคือเรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า ๑. ควรตั้งหรือไม่ ๒. ถ้าควรตั้งควรจะอยู่สังกัดใด ผมเรียนสั้น ๆ ว่าการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมเปึนศาลชํานัญพิเศษนั้นควรตั้งและมีความจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องตั้ง ซึ่งเดี๋ยวท่านอนุกรรมาธิการท่านอื่นจะมาอธิบายเรื่องนี้ว่ามีเหตุผล ความจําเปึนอย่างไรบ้าง ประเด็นที่ ๒ ก็คือถ้าควรตั้งนี่ควรอยู่ที่ไหน คณะกรรมาธิการ มีความเห็นว่าควรอยู่ภายใต้สังกัดของศาลยุติธรรม ตอนนี้มี ๒ ระบบก็คือศาลปกครองกับ ศาลยุติธรรม เรามีความเห็นว่าควรจะมาอยู่ภายใต้ศาลยุติธรรม เพราะอะไรครับ เพราะว่า ถ้าดูในแง่ของการพิจารณาคดี ที่ผมเรียนแล้วนี้ คดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง ๒ ใน ๓ คดีแพ่ง คดีอาญา อยู่ที่ศาลยุติธรรมอยู่แล้ว แล้วก็หลักของการกระทําความผิดส่วนใหญ่จะเปึน เรื่องของทางแพ่ง เปึนเรื่องละเมิด ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของศาลยุติธรรม เพราะฉะนั้น เราก็มองว่าควรจะมาอยู่ที่ศาลยุติธรรม ซึ่งจะทําให้สามารถพิจารณาคดีได้ทั้ง ๓ ส่วน
โดยโอนบรรดาคดีสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับคําสั่งทางปกครองก็มาอยู่ที่ศาลยุติธรรมเสียนะครับ เพราะฉะนั้นที่ศาลยุติธรรมก็สามารถจะพิจารณำคดีสิ่งแวดล้อมในลักษณะ วัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) ได้ ประชาชนก็จะสะดวกชัดเจนครับ ต่อไปนี้ จะฟัองคดีสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะคดีอะไรก็แล้วแต่ไปที่ศาลจังหวัด ทุกจังหวัดมีศาลจังหวัด อยู่แล้ว ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ก็มาศาลสิ่งแวดล้อมกลางไม่ต้องไปแยกว่าเรื่องไหนไปศาลปกครอง เรื่องไหนไปศาลแพ่ง เรื่องไหนไปศาลอาญา ไม่ต้องมาแยกนะครับ แล้วก็ศาลยุติธรรมนี้ เขาก็มีกลไกโครงสร้างเดิมอยู่แล้วขณะนี้ที่สามารถจะต่อยอด เขาไม่ต้องไปเริ่มดําเนินการใหม่ ทั้งหมด ใช้ศาลจังหวัดเปึนศาลชั้นต้นได้ มีอยู่ทั่วประเทศทุกจังหวัดและในอําเภอใหญ่ ๆ ในศาลอุทธรณ์ก็มีแผนกคดีสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ศาลฎีกาก็มีแผนกคดีสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เพียงแต่มาตั้งศาลสิ่งแวดล้อมกลางขึ้นมาเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้น โดยสรุปขอไปภาพสุดท้ายนะครับที่ผมได้เรียนมาแล้วว่า อันนี้เปึนภาพกรอบแนวความคิด รวบยอ ดนะครับ คอนเซ ปชวล เฟรมเ วิร์ก (Conceptual framework) ว่า เรื่องศาลสิ่งแวดล้อมนี้เราพิจารณาจากปัญหา ๒ ด้าน ก็คือซีกบนของรูปวงกลม วงรีนี้นะครับ ข้างบนก็คือปัญหาที่เกิดจากระบบศาลที่ผมเรียนมาแล้วว่ามีปัญหาอะไรบ้าง
ข้างล่างก็คือปัญหาที่เกิดจากวิธีพิจารณาคดีทําให้เกิดปัญหาทั้งซ้าย ทั้งขวานี่นะครับ ทางออกของเราก็คือจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมเปึนศาลชํานัญพิเศษขึ้นมา สังกัดศาลยุติธรรม และจัดให้มีกฎหมายวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นเปึนการเฉพาะ ผมเรียนนะครับว่า เรื่องศาลสิ่งแวดล้อมนี้มีการพูดกันมานาน แล้วก็มีผลงานวิจัยที่มีการเรียกร้องให้ดําเนินการ เรื่องนี้กันอย่างจริงจังเสียทีเปึนร่วม ๑๐ ป้แล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าหาก สภาปฏิรูปแห่งชาติสามารถผลักดันให้ออกไปสู่การพิจารณาของรัฐบาลได้ก็จะถือว่าเปึนการ ปฏิรูปครั้งสําคัญในกระบวนการยุติธรรม ในส่วนของผมก็ขอสรุปเพียงเท่านี้ครับ ต่อไปก็จะเปึน ท่านผู้นําเสนอโดยลําดับอีก ๒ ท่านนะครับ ขอบคุณครับ
ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผม วินัย เรืองศรี มีตําแหน่งเปึนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการคณะนี้ และรับราชการในตําแหน่งผู้พิพากษา ประจําอยู่ที่แผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา นี่เปึนครั้งแรกครับที่ได้มายืนอยู่ที่นี่ แล้วก็รู้สึก เปึนเกียรติ แต่ไม่รู้สึกตื่นเต้น เพียงแต่ภาคภูมิใจมากนะครับ ผมได้รับเกียรติให้ร่วมเปึน ที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลสําคัญแห่งหนึ่ง ผมขออนุญาตอัญเชิญ พระบรมฉายาลักษณ์ตามสไลด์ที่จะนําเสนอนะครับ ท่านที่เคารพครับ ภาพที่ท่านเห็น เปึนพระบรมฉายาลักษณ์เกี่ยวกับพระรำชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวงการนักกฎหมายสิ่งแวดล้อม ถือว่าพระองค์ท่านเปึนบิดาแห่งกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย ภาพถัดไป ผมขออนุญาตอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วก็อัญเชิญพระราชดํารัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้พระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ป้ ๒๕๔๕ ป้สําคัญครับ พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ว่า “...ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเปึนปัญหา ที่มีความสําคัญควบคู่กับการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าซึ่งเปึนปัญหาร่วมกันของทุกประเทศ กล่าวคือ การพัฒนายิ่งรุดหน้าปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษก็ยิ่งก่อตัว และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยเปึนประเทศหนึ่งที่กําลังประสบปัญหาดังกล่าว อยู่ในขณะนี้...” ท่านครับ พระบรมฉายาลักษณ์แรก รวมทั้งพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายหน่วยงานราชการถือเปึนการตามรอยพระบาทครับ
วันนี้นับว่าเปึนนิ มิตหมายอันดีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติร่วมกันตามรอยพระบาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านครับ ผมมีเรื่องที่จะเปึนข้อมูลมาเสนอว่าเหตุผลใด และมีความจําเปึนอย่างไร แล้วประเทศไทยพร้อมหรือยัง หรือควรหรือยังที่จะมีศาล หรือผู้ที่มีอํานาจในการชี้ขาดปัญหาคดีสิ่งแวดล้อ ม ผมมีเรื่องที่จะพูดอยู่ ๔ ประเด็น แต่ใช้เวลาไม่มากนะครับ ท่านผู้ทรงเกียรติครับ ท่านนั่งสบาย ๆ แล้วก็ดูภาพสไลด์ไป เพราะส่วนใหญ่ก็จะเปึนภาพที่ปรากฏเปึนข้อเท็จจริงทั้งสิ้น เชิญสไลด์ต่อไปนะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องความเปึนมาของเรื่องนี้นะครับว่าทําไมถึงจะต้องมี องค์กรชี้ขาด ในเรื่องของคดีสิ่งแวดล้อม พัฒนาการของประเทศไทยเราเกี่ยวกับองค์กรดังกล่าว ประเด็นแรกเปึนเรื่องของความเปึนมา ท่านครับ แผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา และในศาลยุติธรรมเราได้มีการจัดตั้งขึ้นอย่างเปึนทางการนะครับ
ผมนําเรียนครับ ป้ ๒๕๔๕ เปึนป้สําคัญจริง ๆ ครับ ป้นี้มีการประชุมผู้พิพากษาทั่วโลก เปึนครั้งแรก ศาลยุติธรรมไทยเราได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม ฯพณฯ ท่านประธานศาลฎีกา ในขณะนั้นได้ร่วมประชุมที่กรุงโจฮันเนสเบิร์กนะครับ ประเด็นสําคัญเน้นไปที่เรื่องของ การพัฒนาและหลักนิติธรรมทางสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นในป้ ๒๕๔๖ ศาลยุติธรรมไทย ได้ร่วมทํางานกับศาลสูงหรือศาลฎีกาของประเทศอินเดีย เหตุผลก็เพราะว่าประเทศอินเดีย เปึนประเทศแรกที่มีการก่ อตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลฎีกาเพื่อแก้ไขปัญหา คดีสิ่งแวดล้อม ในป้ถัดมาครับป้ ๒๕๔๗ ผู้บริหารศาลยุติธรรมเล็งเห็นความสําคัญจึงได้จัดให้ มีการทําวิจัยเกี่ยวกับเรื่องคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลยุติธรรมว่ามีสภาพปัญหาและทิศทาง ควรจะเปึนอย่างไรนะครับ จากคําแนะนําของคณะผู้วิจัยได้เสนอให้มีการทดลองจัดตั้ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในจุดที่เปึนวิกฤติ ที่สุดของประเทศก็คือที่จังหวัดระยองครับ ซึ่งท่านสยุมพรได้พูดถึงคดีมาบตาพุดนะครับ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเพราะการพัฒนาใด ๆ ก็อาจจะส่งผลกระทบได้ จังหวัดระยองเปึนจังหวัดที่อยู่ในเปัาหมายแรกของศาลยุติธรรม หลังจากนั้นในป้ ๒๕๔๘ คณะผู้แทนไทยเราก็ได้ไปศึกษาดูงานในประเทศเพื่อนบ้าน มีคําถามครับ ศาลสิ่งแวดล้อมในโลกนี้มีจริงหรือไม่ แล้วมีแล้วทําหน้าที่แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ นี่เปึนคําถามแรกที่เกิดขึ้นในระดับผู้บริหารในศาลยุติธรรม มีครับ ศาลสิ่งแวดล้อม ที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในประเทศออสเตรเลียและที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและในหลายประเทศ ในยุโรป ต่อมาในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ ถ้าวันที่ ๑ ตุลาคมป้นี้ก็จะครบ ๑๐ ป้ของแผนกคดี สิ่งแวดล้อมในศาลฎีกาซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นในระดับชั้นสูงในศาลสูง แล้วป้ ๒๕๔๙ มีการจัดตั้ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลอุทธรณ์ทุกศาลครับ ถัดมาในป้ ๒๕๕๔ ก็จัดตั้งแผนกคดี สิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลแพ่ง ท่านที่เคารพครับ ประเทศไทยเราแม้จะใช้ระบบกฎหมาย ลายลักษณ์อักษรแต่เราเองก็ใช้ทฤษฎีของคําพิพากษา เปึนบรรทัดฐานของระบบกฎหมาย จารีตประเพณี คําพิพากษาของศาลฎีกาโดยเฉพาะข้อกฎหมายถือเปึนบรรทัดฐานที่ศาลล่าง หรือศาลระดับชั้นต้นจะต้องยึดถือและปฏิบัติตาม นี่เปึนสิ่งที่ศาลยุติธรรมสามารถทําได้ เพื่อให้หลักกฎหมายในการพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมเปึนมาตรฐานให้กับศาลล่างในการปฏิบัติ โดยยังไม่ได้มีการดําริที่จะตั้งศาล เพราะเชื่อว่าจะต้องมีการเกี่ยวข้องกับสภาและหน่วยงาน ของทางราชการอื่นนะครับ แล้วก็อาจจะมีประเด็นเรื่องงบประมาณและบุคลากรด้วย ถัดไปครับ เหตุผลนะครับ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ท่านครับคําว่า อินเทอร์เนชันแนลไลเซชัน
ออฟ เอนไวรอนเมนทัล ลอว์ (Internationalization of Environmental Law) นะครับ ผมขออนุญาตแปลว่าอิทธิพลของกระแสกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศได้แทรกซึม เข้ามาในรูปของอนุหรือสนธิสัญญาต่าง ๆ ขณะเดียวกันในกระบวนการของการตัดสินชี้ขาด คดีของศาลเองก็รับเอาหลักการทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้ามาอยู่ในคําวินิจฉัย เหมือนกันครับ ในการประชุมเมื่อป้ ๒๕๔๕ ที่ประชุมยอมรับว่าศาลเปึนองค์กรสําคัญ ในการพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายในทุกระดับ ศาลเองเปึนองค์กรที่มีอิสระและเปึน หุ้นส่วนสําคัญในการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อสู่เปัาหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในระดับภูมิภาคที่ผมนําเสนอเปึนเพียงข้อเท็จจริงภายในประเทศ ท่านครับในระดับภูมิภาคเอง เพื่อนบ้านของเราได้มีการปรับตัวทั้งสิ้นครับ
ในแง่ขององค์กรศาลเองนี่ประเทศไทยเรามีเพียงแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ประเทศฟ่ลิปป่นส์ และเร็ว ๆ นี้ประเทศมาเลเซียได้จัดตั้งแผนกหรือศาลสิ่งแวดล้อมขึ้นทั่วประเทศ ในเรื่องของ การบริหารจัดการองค์ความรู้ มีการฝ๊กอบรม ประเทศอินโดนีเซียได้มีการคลีนนิง จัสติส (Cleaning justice) ขึ้นมา ก็คือการอบรมความรู้ทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม ประเทศฟ่ลิปป่นส์เองก็มีการออกวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการบริหารกับคดีพิเศษ ดังกล่าว ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาคู่ขนาน ภาพถัดไป ในระดับภูมิภาคมีการประชุม ประจําป้ของตุลาการศาลสูงสุดในแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกันในทวีปต่าง ๆ ก็มีการประชุมร่วมกัน แล้วยังมีการประชุมในระดับโลกด้วย ทั้งหมดมองถึงเรื่องการพัฒนา อย่างยั่งยืน ขออนุญาตนําเสนอความหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนง่าย ๆ ท่านครับ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการพัฒนาที่ยอมรับกันได้ทุกฝ์ายครับ ไม่ว่าจะเปึนภาคผู้ประกอบการ ในภาคของสังคม หรือประชาชน หรือในภาครัฐ หรือการพัฒนา ในเชิงเศรษฐกิจ ภาพถัดไป การพัฒนาอย่างยั่งยืนมีรากฐานสําคัญอยู่ที่การบังคับใช้ และการปฏิบัติตามกฎหมาย ศาลมีส่วนสําคัญในการที่จะส่งสัญญาณหรือสื่อให้เห็นถึง การบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม ถัดไปครับ นี่คือความร่วมมือที่ผมขออนุญาตนําเรียนว่า ในระหว่างประเทศเอง ไม่ว่าทวีปใดก็ตามก็ให้ความสําคัญทั้งสิ้น ถัดไปครับ ผมขออนุญาต เสนอภาพ อันนี้เปึนภาพประชุมของผู้นําศาลสูงสุด ภาพแรกที่เขาเรียกว่าจัสติส ราวด์เทเบิล ออน เอนไวรอนเมนทัล ลอว์ (Justices Roundtable on Environmental Law) อันนี้เปึน ที่ประเทศอินโดนีเซียเปึนครั้งแรก ภาพถัดไปครับ อันนี้เปึนที่ประเทศมาเลเซีย แล้วอันนี้ เปึนที่ประเทศไทย ถัดไปครับ สุดท้ายนี้ที่ผ่านมาป้ที่แล้วที่ประเทศเวียดนาม แล้วปลายป้นี้ จะจัดขึ้นที่ประเทศกัมพูชานะครับ ภาพถัดไป ในระดับโลกหรือในระดับของเอเชียก็จะมี การประชุม นี่เปึนตุลาการของแต่ละประเทศทั้งสิ้นที่ส่งเข้ามา ภาพถัดไปครับ ตรงกลางเปึน ประธานศาลฎีกาของประเทศมาเลเซีย ท่านกรุณาเข้าร่วมประชุมด้วยเหมือนกัน ถัดไปครับ ผมขออนุญาตนําเสนอปัญหาซึ่งอาจจะซ้ําซ้อนกับท่านสยุมพรเล็กน้อย ภาพถัดไป ปัญหา ระบบศาลคู่เปึนปัญหาซึ่งท่านกรุณาให้รายละเอียดแล้ว ผมขออนุญาตข้ามไป ปัญหาต่อไป ก็คือคดีสิ่งแวดล้อมเปึนคดีชํานัญพิเศษ มีความซับซ้อนของปัญหา แตกต่างจากคดีแพ่ง และคดีอาญาทั่วไป ท่านครับ ถ้าหลักกฎหมายสิ่งแวดล้อม สิทธิของบุคคลมิใช่เริ่มแต่ เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเปึนทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตายเท่านั้นเอง กฎหมายสิ่งแวดล้อมมองถึง
สิทธิของชนรุ่นลูก รุ่นหลานด้วย นะครับ อันนี้ขออนุญาตใช้เปึนภาษาอังกฤษ อันนี้เปึน ปัญหาเกี่ยวกับการดําเนินคดีซึ่งท่านสยุมพรได้กรุณาให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ไว้ทั้งสิ้น ผมขออนุญาตข้ามไป ถ้าหากเราจะมองทิศทางของศาลชํานัญพิเศษ ทางด้านสิ่งแวดล้อมของไทยแล้ว ผมขออนุญาตนําเสนอเปึนภาพรวมว่าคุณลักษณะพิเศษ ๑๒ ประการของศาลสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณา คดีสิ่งแวดล้อมควรจะเปึนเช่นนี้ ๑. จะต้องเปึนศาลที่มีความชํานัญพิเศษ ตัดสินคดีที่ มีความซับซ้อนของปัญหา สถานภาพของศาลจะต้องมีความอิสระและเปึนกลาง เขตอํานาจ ของศาลจะต้องมีเขตอํานาจ หรืออํานาจพิจารณาคดีที่เบ็ดเสร็จทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง ผู้ชี้ขาดจะต้องมีความรู้ ความชํานาญและเข้าใจในประเด็นปัญหาทางด้าน สิ่งแวดล้อม การตัดสินคดีสิ่งแวดล้อมมิใช่กระทบแต่คู่ความในคดีเท่านั้น อาจจะกระทบต่อ บุคคลที่ ๓ หรือสาธารณะด้วย ศาลสิ่งแวดล้อมเปึนศาลที่อาจจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องของ การผกผันในเรื่องของอํานาจเสียด้วยซ้ําในระบบแบ่งแยกอํานาจ
ผมคงไม่มีเวลาลงรายละเอียด จะต้องมีช่องทางในการระงับข้อพิพาทอย่างหลากหลาย มิใช่เพียงแต่ส่งเสริมให้คนนําคดีมาฟัองคดีเท่านั้นเอง อาจจะมีการไกล่เกลี่ย อาจจะมีการเจรจา อาจจะมีการประนอมทางด้านสิ่งแวดล้อม เปึนไปไม่ได้เลยที่จะอาศัย ศาลอย่างเดียวมาตัดสินคดี แต่ผมว่าศาลสิ่งแวดล้อมน่าจะทําหน้าที่เปึนตัวกลางหรือ เปึนเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อม มีกลไกพิเศษในการค้นหา ความจริง จะต้องให้บริการอย่างทั่วถึงในระบบไต่สวนหรื อในระบบที่ประหยัด สะดวก รวดเร็วและเปึนธรรม มีการระงับและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ไม่ใช่เน้นเฉพาะ คดีแพ่ง คดีอาญา แต่น่าจะหมายถึงในเรื่องของการใช้ดุลยพินิจของฝ์ายปกครองด้วย ภารกิจหลักจะต้องสร้างธรรมาภิบาลทางด้านสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคําพิพากษาของศาล จะต้องสร้างสรรค์คุณค่าและจริยธรรมที่ดีทางด้า นสิ่งแวดล้อม ในรายละเอียดเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติผมขออนุญาตให้ท่านถัดไปเปึนผู้ชี้แจงครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน สุนทรียา เหมือนพะวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจํากองผู้ช่วยพิพากษาศาลฎีกา มาในวันนี้ในฐานะ ที่เปึนเลขานุการศาลฎีกา แล้วก็ได้มีโอกาสเปึนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิกำรชุดนี้ค่ะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาช่วงสุดท้ายในการชี้แจงถึงความสําคัญของร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... โดยมีประเด็นหลัก ๓ ประการ ประเด็นแรกเปึนเรื่องการแสดงให้เห็นว่าร่างกฎหมายนี้จะเปึนการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังมากขึ้น ประการที่ ๒ เปึนเรื่องของการสร้างมาตรฐาน ใหม่ตามหลักสากล และประการสุดท้ายจะนําเสนอให้ท่านได้เห็นว่าถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ เกิดขึ้นจริงจะถือว่าเปึนหลักหมุดในการพัฒนาระบบยุติธรรมสิ่งแวดล้อมทั้งระบบต่อไปค่ะ ประเด็นแรกเรื่องของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม กฎหมายนี้จะมีผล ทําให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการบังคับคดีรวมทั้งการบังคับโทษจะเปึนระบบมากขึ้น ขออนุญาตนําเสนอในประเด็นแรกนะคะที่ผ่านมาเมื่อกี้ท่ำนผู้ว่าราชการจังหวัดสยุมพร
และท่านวินัยได้ยกตัวอย่างคดีคลิตี้ คือมีกรณีที่บริษัทปล่อยของเสียลงไปในลําน้ํา ถ้ารัฐใช้อํานาจแค่ พ.ร.บ. เดียว ตามกฎหมายเดียว แล้วเลือกใช้เรื่องเดียว เรื่องคลิตี้นี่ ปรับแค่ ๒,๐๐๐ บาทแล้วจบเลยนะคะ เพราะฉะนั้นจริง ๆ เรื่องเรื่องเดียวแต่ว่า มันผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมอาจจะเกิน ๕ ฉบับหรือ ๑๐ ฉบับ ทําไมรัฐ ไม่เลือกใช้กฎหมายร่วมกันทั้ง ๕ ฉบับหรือ ๑๐ ฉบับนั้น ทําไมเลือกใช้แค่มาตรการ ทางกฎหมายอาญา จริง ๆ มันมีมาตรการทางแพ่งและมาตรการทางปกครองที่มาคู่กัน เพราะฉะนั้นเรื่องแรกที่สําคัญที่สุดของกฎหมายนี้จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องศาลสิ่งแวดล้อม แต่จะเปึนเรื่องของวิธีพิจารณาคดีอาญาที่ตั้งแต่ต้นตํารวจต้องรวบรวมข้อมูลทั้งสิ้นว่า แต่ละการละเมิดมีการละเมิดกฎหมายกี่ฉบับ แล้วต้องรวบรวมเพื่อจะนําการบังคับใช้มาให้ อย่างครบถ้วนในทุกกระบวนการ ซึ่งตรงนี้เราได้ออกแบบให้พนักงานอัยการเปึนตัวหลัก ในการรวบรวมและประสานข้อมูล ถามว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่หรือไม่ จริง ๆ มีระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่เคย มีการถูกนําไปจัดระบบอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนตัวอย่างว่าทําอย่างไรที่จะให้เกิด กฎหมายที่มีผลบังคับแล้วก็นําเสนออย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกัน ในการฟัองคดีแพ่งมี ๒ กรณีหลัก ประเด็นแรกคือคดีแพ่งที่มีผลกระทบต่อประชาชน กับคดีแพ่งที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ อย่างเช่น ทรัพยากรธรรมชาติที่เสียหาย ทั้งแม่น้ําลําคลอง หรือว่าอากาศเสีย รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติในเชิงของป์าไม้ ที่ดิน และเมื่อกี้เรื่องของน้ําใต้ดินจากข ยะเสียต่าง ๆ ทั้งหมดถ้ากฎหมายนี้ถูกบังคับใช้แปลว่า วิ. อาญาที่นักกฎหมายเขาชอบเรียก หรือว่า วิ. แพ่ง หรือว่า วิ. ปกครองจะถูกนํามาใช้ อย่างร่วมกันในคดี ๑ คดี
แล้วก็ไม่ใช่เท่านั้นถ้ามีผู้กระทําความผิดหลายรายเกี่ยวเนื่องกันก็ต้องถูกดึงเอามาให้เปึน เรื่องเดียวกัน ถัดไปการปฏิรูปในส่วนของศาล ถ้าว่าไปแล้ววันนี้ทั้ง ๒ ศาลดิฉันคิดว่า มีความพยายามอย่างยิ่ง ศาลยุติธรรมมีแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ศาลปกครองมีแผนกคดี สิ่งแวดล้อมและพยายามทําหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ว่าเครื่องมือหลายอย่างในกฎหมายที่เรามี ทั้ง ๒ ศาลยังไม่เพียงพอและการทํางานแบบแยกส่วนโดยไม่มีเจ้าภาพอย่างจริงจังอาจจะทํา ให้งานยังไม่ไปสู่จุดหมายที่ต้องการ ข้อเสนอแนะตามกฎหมายนี้ข้อแรกคือให้มีศาลพิเศษ ที่จะใช้อํานาจเต็มในทุกกระบวนการ ซึ่งนอกจากจะมีศาลพิเศษก็จะมีบุคลากรพิเศษ นอกเหนือจากผู้พิพากษาทั่วไปจะต้องมีผู้พิพากษาสมทบที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่อง สิ่งแวดล้อมเข้ามานั่งพิจารณาอย่างจริงจัง ดังที่ศาลสิ่งแวดล้อมในหลายประเทศทั่วโลก ได้มีตําแหน่งนี้อยู่ ถัดมายังมีที่ปรึกษาของศาลทางด้านสิ่งแวดล้อมเปึนพิเศษ รวมทั้งพนักงาน คดีสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยทํางานคู่กันไป แล้วจุดที่เป่ดโอกาสให้มีความหลากหลายขึ้นก็คือ ประชาชน ทั้งในส่วนของเอ็นจีโอ (NGO) และชุมชนที่จะใช้สิทธิในการฟัองร้องคดีและนําคดี เข้าสู่ศาลซึ่งผู้เชี่ยวชาญจํานวนมากก็อาจจะอยู่ในองค์กรเหล่านี้ ในประเด็นอีก ๒ ประการ ก็คือระบบไต่สวนที่เปึนพิเศษตั้งแต่ก่อนมีการฟัองคดีถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นมาตรการ ในเชิงปัองกันจะต้องเข้ามาอย่างเร่งด่วนและศาลจะต้องทํางานในเชิงรุกได้ การทํางาน รวบรวมพยานหลักฐานในเชิงรุกทั้งหมด การให้เครื่องมือที่จะเรียกพยานหลักฐานหรือว่า ส่งข้อมูลไปยังห้องแลบ (Lab) หรือว่าผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ศาลจะต้องถูกบังคับให้ทํางาน อย่างเปึนระบบมากกว่าเดิมและทํางานเชิงรุก สุดท้ายในเชิงของการพิพากษาคดี ศาลจะมีอํานาจ ที่จะพิพากษาได้ครอบคลุมมากขึ้นมีกระบวนการในการวางเงื่อนไขที่จะทําให้เกิดการเยียวยา ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ในประเด็นเรื่องของการบังคับคดีและการบังคับโทษในปัจจุบัน เปึนปัญหาใหญ่ ประชาชนจํานวนมากชนะคดีหรือฝ์ายรัฐเองชนะคดีแต่ยังไม่มีกระบวนการ ในการแก้ไขฟุ๋นฟูมลพิษต่าง ๆ อย่างเปึนระบบ เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายใหม่นี้ได้เสนอให้ มีการจัดตั้งศูนย์บังคับคดีและการบังคับโทษในแต่ละศาลเพื่อให้มีการทํางานติดตามในเชิงรุก ทั้งในเชิงของการฟุ๋นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ฟุ๋นฟูทรัพยากรส่วนรวมและฟุ๋นฟูชีวิตสุขภาพ ของประชาชน ระบบที่คิดว่าสําคัญที่สุดในเรื่องนี้โดยสรุปก็คือเรื่องของการมีศาลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เปึนศูนย์กลางในการพัฒนางานทั้งหมด มีอัยการสิ่งแวดล้อมที่จะดูแลผู้บังคับใช้ กฎหมายในเบื้องต้นและมีประชาชนคอยติดตาม รวมทั้งจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนา
ระบบคดีสิ่งแวดล้อมที่จะเปึนผู้รวบรวมประเมินผลงานในแต่ละป้และนําเสนอสู่การพัฒนางาน ในภาพรวมค่ะ ถ้าเราสามารถทํางานตรงนี้ได้คิดว่าจะเกิดมาตรฐานใหม่ตามหลักสากล ซึ่งมีเรื่องสําคัญก็คือหลักการพิเศษตามสากลที่หลายท่านได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ของการพัฒนาแบบยั่งยืน หลักการปัองกันไว้ก่อนหรือหลักผู้ก่อมลพิษเปึนผู้จ่าย ซึ่งในที่สุด อาจจะเรียกสั้น ๆ ว่าเปึนหลักนิติธรรมสิ่งแวดล้อมในภาพรวมที่ศาลและกระบวนการ ยุติธรรมจะต้องมาช่วยสร้างความเปึนธรรม องค์กรพิเศษทางด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าศาลไทย จะมีศาลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศจีนมีประมาณ ๑๐๐ กว่าศาลแล้ว แล้วก็ ในหลายประเทศทั่วโลกกระทั่งสหรัฐอเมริกาก็มีหลายที่ ในฮาวายก็เพิ่งมีเมื่อป้ที่แล้ว แล้วก็ใน สหราชอาณาจักรที่ประเทศสกอตแลนด์กําลังมีความพยายามที่จะจัดตั้งเรื่องนี้ เพื่อนบ้าน ของเราทั้งประเทศอินเดีย ประเทศบังกลาเทศก็มีทั้งหมด รวมทั้งมีความพยายามที่จะจัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อมในระดับโลกขึ้นด้วย ทั้งหมดคือความพยายามที่จะให้มีองค์กรเจ้าภาพ ที่จะพัฒนางานอย่างยั่งยืนเพื่อให้ชีวิตสุขภาพชุมชนและโลกเปึนไปในทิศทางที่ถูกคุ้มครอง อย่างเต็มที่ค่ะ ดิฉันขออนุญาตนํากราบเรียนประเด็นสุดท้ายว่าถ้าเราสามารถผลักดันให้เกิด ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ ซึ่งหมายความว่าจะมีศาลสิ่งแวดล้อมขึ้นเปึนพิเศษและวิธีพิจารณาคดี สิ่งแวดล้อมขึ้นเปึนพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าเราจะแก้ปัญหาความไม่เปึนธรรม ทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างหมดไป แต่อันนี้เปึนเพียงแค่จุดเริ่ มต้นที่จะผลักดัน ไปให้เกิด การแก้ปัญหาในเรื่องอื่นต่อไป ในเชิงของกฎหมายสารบัญญัติเรามีความจําเปึนที่จะต้อง ปรับปรุง พ.ร.บ. ด้านป์าไม้ ที่ดิน หรืออุทยานแห่งชาติที่มีเกิน ๑๐ ฉบับให้อยู่ในระบบเดียวกัน เรื่องมลพิษก็มีปัญหามากมายที่จะต้องจัดระบบทางสารบัญญัติและสบัญญัติ
เพราะฉะนั้นการจัดตั้ง การจัดทําประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมอาจจะเปึนเรื่องที่จําเปึน ที่คณะกรรมการปฏิรูปในยุคหน้าต้องคิดไปถึงและทําให้เปึนระบ บต่อไป เรื่องของการสร้าง ความเข้มแข็งของประชาชนก็เปึนเรื่องใหญ่ที่จะต้องทําคู่ขนานกันไป สุดท้ายนะคะ นอกเหนือจากองค์กรพิเศษทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เปึนศาลสิ่งแวดล้อมแล้ว จริง ๆ จะต้องมี หน่วยว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาศาลสิ่งแวดล้อมและกระบวนการยุติธรรมสิ่งแวดล้อม ในภาพรวม ควรจะต้องมีหน่วยที่พัฒนาผู้เชี่ยวชาญทางสิ่งแวดล้อมเปึนพิเศษ ควรจะต้อง มีหน่วยว่าด้วยนิติวิทยาศาสตร์ หน่วยว่าด้วยการพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาททางเลือก หน่วยว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมทางสมานฉันท์เชิงสิ่งแวดล้อม หน่วยว่าด้วยการบังคับคดี และการคุมประพฤติทางสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหน่วยที่จะทําสถิติคดีและข้อขัดแย้งทางด้าน สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และหน่วยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม สิ่งแวดล้อม ดิฉันขออนุญาตสรุปนะคะว่าทั้งหมดที่คณะอนุกรรมาธิการได้ยกร่างมาคงจะ เปึนเพียงจุดเริ่มต้นที่จะทําให้เกิดการปฏิรูประบบความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในเบื้องต้น และประเทศไทยคงจะต้องทํางานหนักเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอเชิญท่านประธานค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ทางกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้นําเสนอเรื่องราว ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันนะครับ โดยกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ๆ ให้ที่ประชุมได้รับรู้รับทราบหมดแล้วนะครับ ก็ให้ที่ประชุมได้พิจารณาต่อไปนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านก็ได้รับทราบแล้วนะคะ ต่อไปก็จะขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นท่านละ ไม่เกิน ๕ นาทีอย่างเดิมนะคะ ดิฉันมีรายนามอยู่ในขณะนี้ ๕ ท่านแรกเลยคือท่านอรพินท์ สพโชคชัย ท่าน พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ท่านเตือนใจ สินธุวณิก ท่านกิตติ โกสินสกุล แล้วก็ท่านธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ค่ะ ดิฉันขอเชิญท่านอรพินท์ สพโชคชัย เลยค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินะคะ ดิฉัน อรพินท์ สพโชคชัย จริง ๆ วันนี้มีประเด็นที่ต้องอภิปรายหลายเรื่อง แล้วก็ฟังมายาว ๆ ดิฉันก็ลืมไปแล้วว่าดิฉันต้องอภิปรายเรื่องอะไร เรื่องแรกที่อยากจะขออนุญาตเสริมนะคะ คือเรื่องของทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนประเด็นที่มีความสําคัญมาก แล้วก็เปึนประเด็นที่ควรจะมองให้รอบด้าน จากที่ฟังแล้วก็อ่านในรายงานนั้นมีเรื่องอื่นบ้าง แต่อาจจะยังไม่ค่อยครบวงจรแล้วก็ไม่ค่อยที่จะเจาะลึกนะคะ ดิฉันคิดว่าเราไปเน้นในเรื่อง ของการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเปึนเพียงส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝัืง ดิฉันคิดว่าน่าจะขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงการสร้างสิ่งที่เรียกว่า การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนหรือว่าการดูแลทรัพยากรทางทะเลและอนุรักษ์ชายฝัืงอย่างยั่งยืน ดิฉันคิดว่ากรรมาธิ การนั้นได้แตะในเรื่องหลายเรื่องนะคะ ดิฉันคิดว่าน่าจะลงให้ชัดเจน ในการอนุรักษ์ด้านอื่น ๆ ซึ่งดิฉันคิดว่าทรัพยากรชายฝัืงแล้วก็ทรัพยากรทางทะเลของเรา ในปัจจุบันนี้มีหลายสถานที่ที่อยู่ในภาวะที่เรียกว่าวิกฤติอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้รายงาน การบริหารจัดการอุทยานต่ำง ๆ ทางชายฝัืงทะเลดิฉันคิดว่ายังมีการบริหารจัดการที่ หละหลวม ดิฉันคิดว่าคงจะต้องปฏิรูประบบการบริหารจัดการอย่างจริงจังให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ปัจจุบันนั้นดิฉันคิดว่าเราปล่อยปละละเลยในสถานที่บางแห่ง ดิฉันเคยไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีธรรมชาติที่สวยงาม อย่างเช่นในจังหวัดตรังนั้น ดิฉันตกใจมาก ที่เจอนักท่องเที่ยวจํานวนมากมหาศาลแทบจะเรียกว่าลงไปว่ายน้ําแทบจะเกาะไหล่กันไปเลย ไม่ต้องว่ายหรอกค่ะ เกาะ ๆ กันไปก็ได้เพราะว่าคนมากเหลือเกินในทะเล ดิฉันคิดว่า หลายประเทศนั้นเวลามีแหล่งท่องเที่ยวที่เปึนทรัพยากรธรรมชาตินั้นจะมีการกําหนดจํานวน นักท่องเที่ยว มีการกําหนดระยะเวลาว่าเมื่อไรเที่ยวได้ เมื่อไรไม่ควรเที่ยว ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนแล้วก็ต้องให้ความคุ้มครองสิ่งที่เรียกว่าทรัพยากรธรรมชาติ ทางทะเลอย่างจริงจัง ดิฉันอาจจะขอให้ทบทวนในเรื่องของการเก็บค่าเข้าอุทยานต่าง ๆ ที่เปึนออนไลน์เก็บจากส่วนกลางดิฉันคิดว่ามันก็เปึนแนวคิดที่ดี
แต่ว่าอาจจะเปึนแนวคิดที่เปึนเหมือนดาบสองคม เกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนไปกว้านซื้อบัตรที่จะ เข้าอุทยาน ถ้าท่านจํากัดจํานวนคน แล้วเหมือนตั๋วฟุตบอลที่มาขายหน้างานแล้วขายไป ประมาณ ๒ เท่าหรือ ๓ เท่า ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ก็จะต้องหามาตรการที่ควบคุมเพื่อไม่ให้ มีการเอารัดเอาเปรียบในเรื่องนี้ อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญแล้วอยากจะใ ห้ ท่านกรรมาธิการได้ลองพิจารณา คือเรื่องของการวิจัยจะต้องมีการส่งเสริมเรื่องของการวิจัย ในเรื่องวิทยาศาสตร์ทางทะเลอย่างจริงจัง การที่จะส่งเสริมงานวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล อย่างจริงจังนั้น ดิฉันคิดว่าจะต้องเริ่มต้นจากการที่ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาระดับสูงนั้น มีการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่เข้มข้น ดิฉันคิดว่าปัจจุบันนี้มีนักศึกษา ที่เรียนทางด้านนี้มีจํานวนที่ค่อนข้างจํากัด อาจจะต้องมีการส่งเสริมให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า นักวิจัยหน้าใหม่ ดิฉันเห็นดูสารคดีในต่างประเทศนั้นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางทะเลนั้น เขาทําอย่างเข้มข้น ดิฉันคิดว่าประเทศไทยเราเองยังห่างไกลจากเรื่องนี้ เมื่อเราไม่สามารถ ที่จะวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางทะเลก็คงจะเปึนเหมือนอย่างที่ท่านกรรมาธิการได้กล่าวถึง ก็คือว่าท่านเพาะเต่าเท่าไรมันก็ไม่เหลืออีกหน่อยก็คงจะสูญพันธุ์ อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉัน ขออนุญาตอภิปรายคือเรื่องของการกําจัดขยะ ในเรื่องของการกําจัดขยะนั้นเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เสนอมานั้นก็ดูน่าสนใจ แต่เท่าที่ดิฉันฟังอาจจะมองข้ามประเด็นของเรื่องการมีส่วนร่วม ของประชาชน การตั้งโรงกําจัดขยะหรือที่จะโพรเซส (Process) เรื่องขยะต่าง ๆ นั้น หลายประเทศมีประสบการณ์ที่ค่อนข้างที่จะเจ็บปวดกับการที่ไม่สามารถที่จะโมบิไลซ์ (Mobilize) หรือว่าไม่สามารถที่จะนําภาคประชาชนให้ยอมรับการที่มีโรงกําจัดขยะ ไม่มีใครในเมืองไหนหรอกค่ะที่จะอยากให้มีโรงกําจัดขยะไปอยู่ใกล้ ๆ บ้าน อยู่หลังบ้าน ตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดิฉันฟังแล้วดิฉันก็ค่อนข้างที่จะเปึนห่วง คือว่าในตัว ข้อเสนอแนะนั้นเสนอให้ภาคเอกชนตกลงกับท้องถิ่นหรือตกลงกับเจ้าของพื้นที่ แล้วแจ้ง ประชาชน อันนั้นคือจุดเริ่มต้นของความล้มเหลว ขอฝากไว้ว่าการที่จะทําสถานที่กําจัดขยะ ต่าง ๆ นั้นคงจะต้องมองถึงเรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ในหลายพื้นที่ ในต่างประเทศนั้นนี่รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานกําจัดขยะในที่ใดเลย ถ้าไม่มี กระบวนการการมีส่วนร่วมเกิดขึ้น เราก็มีตัวอย่างในเรื่องของโรงกําจัดขยะในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนที่จังหวัดภูเก็ตต่าง ๆ หรือว่าหลายจังหวัดที่ไม่สามารถจะตั้งโรงกําจัดขยะ ได้ตามที่ต้องการ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าประเด็นเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น
เปึนประเด็นที่สําคัญมากในเรื่องของการจัดการกับเรื่องขยะในชุมชนเมือง แล้วก็ชุมชนต่าง ๆ ก็ขออนุญาตฝากกรรมาธิการในเรื่องของประเด็นต่าง ๆ ไว้แค่นี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอเรียนเชิญ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ครับ
เรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ขออภิปราย รายงานของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ท่านทั้งหลายครับ ทะเลนั้นมีประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติอย่างคณานับมาช้านานแล้ว เริ่มตั้งแต่การเปึนแหล่งอาหาร เปึนเส้นทางการคมนาคมไปมาหาสู่กัน จนกระทั่งเปึนเส้นทาง ในการค้าขาย ขนส่งลําเลียงแสวงหาผลประโยชน์และอิทธิพลในดิน แดนอันโพ้นไกล เมื่อเทคโนโลยีเจริญขึ้นมนุษย์ก็เริ่มค้นพบและใช้ประโยชน์ของทรัพยากรในทะเลทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต เช่น แหล่งป่โตรเลียมและแร่ธาตุต่าง ๆ ผู้จัดการประมงในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนเปึนแหล่งทรัพยากรในการท่องเที่ยว ชาติที่รู้จักการใช้ทะเล รู้จักการใช้ สมุทรานุภาพเปึนอย่างดี ที่เรียกว่าชาติทะเลหรือโมนิไทเซชัน (Monetization) มักจะกลายเปึนชาติการค้าที่เปึนศูนย์กลางการคมนาคมและซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ทั้งในประเทศไทยที่แผ่นดินทางตอนใต้แยกทะเลออกเปึน ๒ ส่วนออกจากกัน มีพื้นที่ อาณาเขตรวมกันก็ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ก็มีมูลค่าผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจทางทะเลประมาณป้ละ ๒๔ ล้านล้านบาท ตามที่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว
แต่เชื่อไหมครับว่ามูลค่าดังกล่าวตกอยู่ในมือคนไทยไม่ถึงร้อยละ ๓๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกิจการขนส่งทางทะเลที่มีมูลค่าเกือบ ๑๘ ล้านล้านบาท คนไทยมีส่วนแบ่งประมาณแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยนั้นแม้จะไม่เคยประกาศตัวเปึนชาติทะเลแต่ก็เหมือน หลายประเทศที่ประกาศตัวรวมทั้งเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศเวียดนาม ประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซียที่ทะเลนั้นนับได้ว่าเปึนแหล่งที่มา ของพลังอํานาจทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ทหาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เกิ ดความมั่งคั่งและมั่นคงของชาติ ในเรื่องกิจการทะเลทั้งปวงนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ การปัองกัน และการรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและวิชาการ ในปัจจุบัน มีหน่วยงานทั้งสิ้นประมาณ ๒๐ หน่วยทํางานร่วมกันดังที่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงให้ทราบแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือที่เรียกว่าศรชลขึ้นมา โดยให้กองทัพเรือเปึนผู้บริหารงานขึ้นตรงต่อสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการประสานการปฏิบัติของหน่วยต่าง ๆ ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล แต่ในต้นป้งบประมาณ ๒๕๕๙ ที่จะถึงนี้จะยกฐานะจากเดิมที่มีหน้าที่ประสาน การปฏิบัติเปึนหน้าที่ในการอํานวยการกํากับการและบูรณาการการปฏิบัติโดยให้ใช้ชื่อใหม่ เปึนศูนย์อํานวยการในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลแต่คําย่อยังใช้คําว่าศรชล นอกจากนี้แม้จะยังไม่มียุทธศาสตร์ชาติที่เปึนรูปธรรมในเรื่องทะเลนั้นแต่กล่าวได้ว่าเราได้มี ยุทธศาสตร์ทะเลใช้มานานแล้วครับ หากจําไม่ผิดก็ประมาณเกือบ ๒๐ ป้ ตัวผมเองก็เคย มีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมจัดทํายุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้มาแล้ว ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเราเรียกว่าแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล แผนนี้มีความมุ่งหมาย ใช้เปึนแผนหลักสําหรับการดําเนินการของหน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การรักษาผลประโยชน์ของชาติและดําเนินกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับทะเล แผนดังกล่าว มีการจัดทําโดยได้เชื่อมโยงป ระเด็นยุทธศาสตร์ตามแผนความมั่นคงแห่งชาติ กับประเด็นยุทธศาสตร์ตามแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เกี่ยวกับทะเลไว้ด้วยกัน เพื่อให้สู่เปัาหมายของชาติในเรื่องความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยอาศัยผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลเปึนปัจจัยขับเคลื่อนที่สําคัญ แผนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเปึนแผนความมั่นคงแห่งชาติ ทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๔ กองทัพเรือหรือสภาความมั่นคงแห่งชาติได้นําเสนอ
ต่อ ฯพณฯ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แผนดังกล่าว มียุทธศาสตร์ที่สําคัญคือยุท ธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพความมั่นคงของชาติทางทะเล ยุทธศาสตร์การคุ้มครองการใช้ประโยชน์จากทะเล ยุทธศาสตร์การสร้างความสงบเรียบร้อย และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทะเล และที่สําคัญที่เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการ คือยุทธศาสตร์การสร้างความสมดุล และยั่งยืนของทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมทางทะเล ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ องค์ความรู้และความตระหนักรู้ความสําคัญของทะเล และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการผลประโยชน์ของชาติทางทะเลโดยองค์กรรัฐ สําหรับ รายงานของคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้นั้น เท่าที่ศึกษามาเปึนอย่างดีแล้ว ขอเรียนว่า ผมจะลงมติเห็นด้วย แต่ใคร่ขอให้ไปพิจารณา ๒ ประเด็นสําคัญก่อนที่จะเสนอรัฐบาลคือ ประเด็นแรก เนื่องจากผลการศึกษาและข้อเสนอต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการมีที่เกี่ยวข้อง และสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ทางทะเลที่ใช้อยู่ คือแผนดังกล่าวที่ผมได้เรียนมาให้ทราบแล้ว อยู่มาก จึงอยากให้มีการทบทวนว่าการศึกษาของคณะกรรมาธิการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องการจัดตั้งและปรับฐานะองค์กรของรัฐ เช่น ศรชล และสถาบันทางทะเล มาริไทม์ อินสติติวต์ ออฟ ไทยแลนด์ (Maritime Institute of Thailand) หรือที่ผมจะเรียกว่าไหมไทยนะครับ สําหรับอีกประเด็นหนึ่งที่ใคร่ขอเสนอแนะ คือในแนวทาง มาตรการ หรือข้อเสนอต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการตามที่ได้เรียนมาแล้ว ผมเห็นด้วยทุกประการ แต่ที่อยากจะให้เพิ่มเติมก็คืออยากเห็นเพิ่มเติม อยากให้มีแนวทางใน การรณรงค์ให้ชนในชาติรักทะเล ช่วยกันรักษาทะเลและใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความรู้สึกเปึนชาวทะเลชาติทะเลบ้า ง อันนี้ก็เพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงและมีสุขตลอดไป ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ดิฉันก็ขอแสดง ความชื่นชมคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องของแนวทางการปฏิรูป เรื่องการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ซึ่งท่านอาจารย์ได้เสนอมาอย่างดียิ่งเลยนะคะ ดิฉันคิดว่าสอดคล้องอย่างยิ่งค่ะ ท่านดอกเตอร์ธรณ์คะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะคะว่าวิธีการที่ท่านนําเสนอมา แล้วก็การพูด ที่จะชักจูงให้เราเห็นว่าทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลนั้นเปึนสมบัติอันมีค่าอีกอย่างหนึ่ง ของประเทศชาติเราที่เราต้องร่วมกันรักษาไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลัง จะเห็นว่าสอดคล้อง กับวิธีการดําเนินการปฏิรูปแล้วก็แก้ไขปัญหาของรัฐบาลปัจจุบันค่ะ เพราะว่าเช้าวันนี้เอง มีข่าวนะคะว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นได้มีมาตรการสําคัญตัดสินใจที่จะ แก้ไขปัญหา การประมง แล้วก็เรื่องของปัญหาทางด้านทรัพยากรทางทะเลของเราด้วยการใช้ มาตรา ๔๔ แก้ไขปัญหาเรื่องการประมงก็จะทําให้มีการลงทะเบียนเรือประมงต่าง ๆ รวมทั้งที่สําคัญที่สุด ที่สอดคล้องกับท่านดอกเตอร์ธรณ์ ก็คือการที่จะรักษา เขาเรียกว่าทรัพยากรสัตว์น้ํา ในอ่าวไทยเราค่ะ เพราะว่าในประกาศนี้มีการกําหนดเครื่องมืออุปกรณ์ในการจับสัตว์ทะเลด้วย ซึ่งจะมีตาข่ายอะไรต่าง ๆ ซึ่งก็จะทําให้เราสามารถอนุรักษ์ปลาตัวเล็ก ๆ ในท้องทะเลของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข่าวบอกปลาทูก็จะสามารถเติบโตได้ แล้วก็เปึนสิ่งที่ประชาชนชาวไทยเรา น่าจะภาคภูมิใจที่สามารถรักษาทรัพยากรทางทะเลของเราได้เปึนอย่างดีนะคะ อันนี้สนับสนุนอย่างเต็มที่ค่ะ ขออนุญาตเรียนไปถึงที่ท่านกรรมาธิการนะคะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสยุมพร ลิ่มไทย ถึงแม้ว่าท่านจะอภิปรายตอนบ่าย ดิฉันตั้งใจฟังนะคะ แล้วก็อยากจะ บอกว่าสนับสนุนท่านเต็มที่ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องของการขอให้มีการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมให้เปึน ศาลชํานัญพิเศษค่ะ ต้องขอเชียร์ท่านอย่างเต็มที่ เพราะอะไรคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องหลักที่ท่านนํามาเปึนหลักสําคัญที่ศาลนี้จะมีบทบาทสําคัญนะคะ นั่นก็คือ หลักของผู้ก่อมลพิษเปึนผู้จ่าย อันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่เปึนการยุติธรรมอย่างยิ่ง หลักผู้ก่อมลพิษ เปึนผู้จ่ายหรือ พอลลูเตอร์ เพย์ส พรินซิเป่ลหรือพีพีพีนั้นต้องบังคับใช้ได้อย่างจริงจังค่ะ เพราะว่าถ้าใครก่อนั้นต้องจ่ายเงิน อันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่อย่างที่ท่านยกตัวอย่างมานะคะ สําหรับผู้อภิปราย ท่านสุชาติ เรื่องโรงไฟฟัาแม่เมาะนั้นดิฉันคิดว่าสําหรับกฎหมายนี้
อยากจะขอเพิ่มเติมในบทเฉพาะกาลสุดท้ายค่ะว่าถ้าหากว่าหน่วยราชการ ยกตัวอย่างเช่น กรณีโรงไฟฟัาแม่เมาะ ซึ่ง กฟผ. นั้นผิดจริงนะคะ จะด้วยประการใดก็ตามดิฉันจําได้ว่าตั้งแต่ ดิฉันเด็ก ๆ แล้ว ตั้งแต่เรียนอยู่ แล้วกว่าคดีจะสิ้นสุดนั้นประชาชนในพื้นที่ได้รับความลําบากมาก บางท่านเสียชีวิตไปแล้วค่ะ ดังนั้นการได้รับเงินชดเชยหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไป แล้วนั้น ดิฉันคิดว่าเปึนสิบ ๆ ป้ ๒๐ ป้นี้ขอให้ศาลที่ท่านตั้งขึ้นมาใหม่นี้ได้มีกําหนดเวลาที่จะให้ ความยุติธรรมแก่ประชาชนเร็วที่สุดและถ้าหากว่าหน่วยราชการผิดจริง ๆ จะมีบทเฉพาะกาล ได้ไหมคะ ขออนุญาตเรียนว่าขอให้อย่าอุทธรณ์ต่อไปเลยค่ะ เพราะดิฉันตามข่าวนี้จะอุทธรณ์ จนกระทั่งถึงฎีกา กว่าจะชนะสุดท้ายนั้นประชาชนแย่เลยนะคะ อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะ ขออนุญาตที่จะสนับสนุนแล้วก็เสนอแนะเพิ่มเติมนะคะก็คือเรื่องของการที่ท่าน มองประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนจุดหมายปลายทางค่ะ นั่นก็คือเรื่องของการที่จะ แก้ปัญหาให้มีระบบวัน สตอป เซอร์วิสหรือว่าระบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งอันนี้รวมทั้งศาลปกครอง คดีแพ่ง คดีอาญา เปึนการรวมการปัองกันเยียวยาแล้วก็ฟุ๋นฟูไว้ด้วยกัน ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ท่าน มองการณ์ไกลมากและพี่น้องประชาชนนั้นจะอนุโมทนาสาธุกับสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราและ คณะกรรมาธิการของท่านเปึนอย่างยิ่งทีเดียวนะคะ เพราะท่านมุ่งประชาชนหรือประโยชน์ ของประชาชนสูงสุดค่ะ ก็เรียกว่าอํานวยประโยชน์ ความยุติธรรมให้ประชาชนเปึนหลักนะคะ แล้วก็มีแนวทางการตัดสินเปึนมาตรฐานเดียวกันค่ะ เวลาดิฉันใกล้จะหมดแล้ว ขอฝากสุดท้ายอีกประการเดียวนะคะ ดิฉันชอบมาก ๆ แล้วก็อยากจะให้ท่านปฏิบัติ อย่างจริงจังนั่นก็คือมาตรา ๒๘ ของร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ ในกรณีที่ ประโยชน์สาธารณะเสียหายไปนั้น ชอบใจตรงที่ว่าจะมีการคุ้มครองชั่วคราวโดยที่ศาล สามารถสั่งให้มีหน่วยงาน
หรือบุคคลอื่นเข้าไปแก้ไขปัองกันภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนั้นได้ทันท่วงทีก่อน แล้วก็ไปไล่เบี้ยเอากับ คนที่แพ้คดีหรือว่าลูกหนี้นั้นให้จ่ายเงินทีหลัง อันนี้ ดิฉันคิดว่าถูกใจมาก ๆ เลย ก็ขอชื่นชมท่าน แล้วก็ขอกราบฝากไว้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากว่าหน่วยราชการหรือว่าบริษัทใด ก็ตาม หรือภาคเอกชน ทําผิดจริงต่อพี่น้องประชาชนโดยข้อมูลเปึนที่ประจักษ์แล้วก็อาจจะมี บทเฉพาะกาลหรืออะไรที่จะทําให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องรอความยุติธร รมนานถึงขนาดนั้น เปึน ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ดิฉันคิดว่าเราควรจะช่วยกันแก้ไขตรงนี้ เพราะประโยชน์สุดท้ายก็คือ พี่น้องประชาชน ความผาสุกของพี่น้องประชาชนเราค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ต่อไปเชิญคุณกิตติ โกสินสกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม นายกิตติ โกสินสกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมาจากลูกชาวประมง ท่านประธานที่เคารพครับ จากสิ่งที่ทาง คณะกรรมาธิการได้นําเสนอเรื่องทะเล กระผมเองในฐานะที่มีความเกี่ยวข้องกับประมง มาเปึนเวลานาน ก็อยากจะนําเรียนว่าสิ่งที่ท่านได้นําเสนอโดยท่านอาจารย์ธรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็อยากจะต่อยอดนิดหนึ่งว่าหลังจากที่มีผู้ที่ให้ความสําคัญและให้ความสนใจ ในเรื่องของการที่ทะ เลนอกจากมีพื้นที่ที่กว้างใหญ่ มีทรัพยากรสัตว์น้ํามากมาย และคิดว่าน่าจะเปึนแหล่งหนึ่งที่ผลิตอาหารส่งให้กับโลกได้ ยังมีความสําคัญทําให้ หลาย ๆ ประเทศในโซน (Zone) ทั้งอเมริกาและยุโรปให้ความสําคัญ แล้วก็มีการวางแผนกัน สลับซับซ้อนพอสมควร จึงเปึนเหตุบีบให้รัฐบาลจะต้องดําเนินการในเรื่องของการจัดระเบียบ หลายท่านตกใจเหมือนกันว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการออกมาหลายข้อ ทั้ง คสช. เอง และทั้ง ศปมผ. เอง ซึ่งในฐานะที่เปึนพี่น้องชาวประมงหรือลูกชาวประมงก็ตกอกตกใจ เพราะเนื่องจากว่าสิ่งที่ได้ดําเนินการมาทั้งชีวิตก็ว่าได้ก็ทํากันมา โดยตลอด แต่อยู่ ๆ แล้วก็ต้องมาหยุดชะงักหลายเรื่องด้วยกัน ทีนี้เรื่องของการประมงอยากจะนําเรียนว่าบางครั้ง ถ้าข้อมูลไม่ตรงกับความเปึนจริง ก็น่าที่จะถึงเวลาแล้วที่จะต้องทําสํารวจหรือทําวิจัย ในแต่ละประเภทเครื่องมือของการทําการประมงในขณะนี้ว่าเครื่องมือไหนบ้างที่ทํา แล้ว สามารถจะบริหารจัดการแล้วจะทําให้การทําการประมงนั้นยั่งยืน ผมเห็นด้วยในภาพรวม ที่ พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ออกมาใช้ มีการกําหนดในเรื่องของพื้นที่ทําการประมงชัดเจน
มีการกําหนดเรื่องนโยบาย พร้อมทั้งที่อาจารย์ธรณ์ได้พูดถึงเรื่ องของยุทธศาสตร์ชาติ ทางทะเลด้วย สิ่งที่เราเห็นมาโดยตลอดก็คือว่าในแต่ละป้ แต่ละเทศกาลจะมีการนํากุ้ง หอย ปู ปลา ไปปล่อยตามงานวันสําคัญ ๆ ในขณะที่ปล่อยลงไปกับการที่พื้นที่หรืออ่าว ที่มีทรัพยากร อย่างเช่นพวกเปึนอาหารของสัตว์น้ําอุดมสมบูรณ์ก็จะมีความเจริญ แต่ในช่วงหนึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเครื่องมือบางประเภทก็ถือว่าเปึนการทําลาย สัตว์น้ําวัยอ่อนเช่นเดียวกัน สิ่งที่ท่านได้ทํากันไป มีหลาย ๆ โครงการได้ทําไปก็เปึนการช่วยเหลือ ให้ชาวประมงนั้นได้พอที่จะจับสัตว์น้ําเหล่านั้นได้ วันนี้ก็อย่าลืม ผมอยากจะนําเสนอว่า ถ้าหากวันนี้เรามีการทําเปึนนโยบายจริงจัง เปึนยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาเกี่ยวกับทางทะเล เรามีการส่งเสริมในเรื่องของศูนย์เพาะเลี้ยงตามชายฝัืงที่มีอยู่เดิมให้มีการพัฒนา และใส่งบประมาณเข้าไป เพื่อเติมเต็มในส่วนของทรัพยากรสัตว์น้ําที่ขาดหายไป ในสิ่งนี้ ต้องถือว่าเปึนการเติมเต็มสัตว์น้ําและจะเปึนการเพิ่มในเรื่องของสัตว์น้ําให้มากขึ้น ประกอบกับ มีการปัองกันในเรื่องของพื้นที่เขตการทําประมงที่ขยายเขตพื้นที่ทําการประมง ตาม พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ก็จะเปึนผลดีอย่างยิ่ง ผมจะยกตัวอย่างนิดหนึ่งว่า ในขณะที่ ศปมผ. จัดระเบียบในขณะนี้ แถบชายฝัืงทุกชายฝัืงเลย วันนี้ทั้งจังหวัดชุมพรเองก็ดี ซึ่งตรงข้ามกับจังหวัดตราด ปลาที่ไม่เคยได้ กลับได้ ตอนนี้ได้ถึงขนาดว่าไม่สามารถที่จะเอา อวนกลับมาได้ ต้องทิ้งอวนไว้กลางทะเล อันนั้นคือเปึนประมงชายฝัืงจริง ๆ ผลของการ จัดระเบียบครั้งนี้จะทําให้การทําประมงของชาวประมงมีความยั่งยืนแล้วก็มีอนาคตที่ดีต่อไป
แล้วก็อยากจะฝากถึงผู้เกี่ยวข้องว่าถ้าหากเปึนไปได้วันนี้การแก้ปัญหาหรือการที่จะ บริหารจัดการในเรื่องของภาคประมงทั้งหมด วันนี้ได้เห็นแล้วว่าได้รับผลกระทบเปึนวงกว้าง กระทบแม้กระทั่งเรือประมง กระทบถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องประมง อย่างเช่น สะพานปลา กระทบถึงอุตสาหกรรมเรื่องโรงน้ําแข็ง กระทบถึงเรื่องของโรงแปรรูป อาหารทะเล กระทบไปหมดเลย ในขณะนี้อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เราน่าจะหันกลับมามอง สักนิดหนึ่ง แล้วนําหยิบบางเรื่องออกมาถอดเพื่อเปึนการบริหารให้เกิดความยั่งยืน แล้วก็ ให้มีประสิทธิภาพน่าจะดีกว่า เดี๋ยวนี้นักวิชาการของไทยเก่ง ๆ มากมาย โดยเฉพาะของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะประมงก็เก่งและมีความเชี่ยวชาญ แล้วก็เชื่อถือได้ว่า ข้อมูลที่ทําออกมานั้นเปึนกลาง แล้วก็สามารถที่จะ นําไปใช้ในการพัฒนาและบริหาร ในเรื่องของทะเลไทยได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปขอเรียนเชิญคุณธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็น ที่จะนําเรียนไปยังท่านคณะกรรมาธิการในเรื่องการบริหารจัดการขยะอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ผมได้รับฟังข้อมูลในภาพรวมก็ต้องขอชื่นชมในเรื่องของแนวคิดที่จะให้มี ศูนย์การบริหารจัดการการกําจัดขยะที่เปึนองค์รวมในระดับจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัด แต่สิ่งที่ ผมได้รับฟังแล้วไม่สบายใจมีประเด็นหนึ่งซึ่งท่านมีความคิดที่มองว่าคนไทยนั้ นขาดจิตสํานึก ในเรื่องของการที่ไม่รู้จักการคัดแยกขยะ แล้วก็มองว่าการมีโรงงานขยะแล้วอนาคตคนไทย คงไม่ต้องคิดในเรื่องเหล่านี้ เปึนเรื่องที่น่ากังวลครับ สิ่งที่ผมอยากจะนําเรียน เพื่อให้กรอบการปฏิรูปในเรื่องนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าต้นน้ําของ การกําจัดขยะการบริหารจัดการขยะนั้นต้องแก้ปัญหาที่คนทําให้เกิดปัญหาขยะ นั่นก็คือ ปัญหาขยะนั้นมาจากปัญหาครัวเรือน ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งซึ่งวันนี้เราไม่เคยพูดกันเลยว่าทําไมเรา ไม่มีบทลงโทษผู้ที่ทําให้เกิดปัญหาขยะ แล้วเปึนไปได้ไหมครับว่าเราใส่แนวคิดว่าในอนาคต ถ้าคนไม่รู้จักการคัดแยกขยะท่านก็ต้องมีบทลงโทษในฐานะท่านเปึนผู้ก่อให้เกิดมลพิษ ด้านสิ่งแวดล้อม ประการที่ ๒ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลไกที่ ๑ นั่นก็คือปัญหาต้นทุนของ
การบริหารจัดการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้าไปทําหน้าที่จัดเก็บขยะ วันนี้ถ้าระดับ ครัวเรือนไม่ลดปริมาณขยะ ผมบอกได้เลยครับว่าต้นทุนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีรายจ่ายในการบริหารจัดการขยะนั้นนับวันจะสูงขึ้น ถ้าประเด็นนี้ไม่เปึนประเด็น เชื่อมโยงกัน ผมบอกได้เลยว่าในอนาคตการบริหารจัดการขยะนั้นจะเปึนภาระรายจ่ายที่ไป กระทบต่อหมวดการพัฒนาของท้องถิ่น ได้เห็นกลุ่มงานที่ท่านวางว่าในอนาคตจะมีโรงงาน ขนาดใหญ่ ขนาด ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ผมเองก็ทําเรื่องขยะอยู่ครับ จริง ๆ มันไม่ได้หาง่ายนะครับ ขยะ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ผมอยู่จังหวัดเพชรบุรีขณะนี้พยายามหาขยะรวบรวม ๓๐๐ ตัน ก็หายากมากครับ สิ่งที่เปึนความเชื่อมโยงกันก็คือว่าเมื่อต้นทุนมันสูงขึ้น ประเด็นนี้ต้องเปึน ประเด็นที่ระมัดระวัง ส่วนประเด็นที่ ๓ เปึนประเด็นที่มีความเชื่อมโยงกับประเด็นที่ ๒ ภายใต้บทบาทของท้องถิ่น วันนี้ท่านพูดถึงบอกว่าเอกชนควรเปึนผู้มีหน้าที่ลงทุน แล้วก็ให้ เอกชนกับรัฐนั้นไปทําความเข้าใจกับประชาชนว่าเราจะมีโรงงานขยะเกิดขึ้น
ผมบอกได้เลยครับความเปึนจริงในพื้นที่เปึนไปไม่ได้ สิ่งที่จะเปึนไปได้ก็คือว่าไปลงทุนในพื้นที่ ที่มันมีปัญหาเรื่องขยะอยู่แล้ว เช่น ศูนย์กําจัดขยะรวมระดับจังหวัดแล้วใช้พื้นที่นั้นแหละครับ เปึนพื้นที่เป่ดในการที่จะดําเนินการตั้งศูนย์กําจัดขยะในภาพรวมของจังหวัด เพราะสิ่งหนึ่ง ก็คือว่ามันติดปัญหาอะไรครับ มันติดปัญหาการร่วมทุนระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับเอกชน ประเด็นนี้ผมคิดว่าเปึนประเด็นหนึ่ งซึ่งถ้ามันได้มีการแก้ไขกฎหมายให้ท้องถิ่น สามารถนําที่ดินที่ตนเองมีอยู่ในการบริหารจัดการขยะแล้วเป่ดให้เอกชนมาร่วมทุนได้ แล้วรายได้มันจะเปึนรายได้ของท้องถิ่นและเอกชนครับ เมื่อรายได้เปึนของท้องถิ่นกับเอกชน รายได้ส่วนท้องถิ่นนั่นแหละเขาจะกลับไปดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนไปบริหารจัดการขยะ มันเท่ากับท้องถิ่นจะลดคอส (Cost) รายจ่ายที่เปึนช่วงกลางน้ําลง ถ้าเปึนไปได้อย่างนี้ ผมบอกได้เลยว่าแนวคิดที่ท่านวางกรอบการปฏิรูปนั้นสามารถไปสู่ความสําเร็จได้ แต่ถ้าท่าน วางกรอบให้เอกชนขับเคลื่อนฝ์ายเดียวนั้นผมบอกได้เลยว่าเปึนเรื่องยาก แล้วในประเทศไทย ความสําเร็จในการตั้งโรงงานกําจัดขยะนั้นเกิดขึ้นมาหลายจังหวัด เช่น ที่อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาก็ไปดําเนินการในพื้นที่ที่มันเปึนปัญหาแหละครับมันถึงประสบความสําเร็จ แต่วันนี้ในพื้นที่ที่ยังไม่ได้เกิดปัญหาขยะแล้วไปเอาโรงงานไปตั้งผมบอกได้เลยว่าเปึนเรื่องที่ยาก แล้วยังต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ก็คงขออนุญาตนําเรียนเพื่อเปึนองค์ประกอบ ในการพิจารณาในการปฏิรูปด้านการจัดการขยะชุมชนครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณคุรุจิต นาครทรรพ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่นําเสนอวาระวันนี้มาถึง ๓ วาระ แต่ไม่ค่อยแฟร์เลยที่ให้เวลาเพียง ๕ นาที ที่จะพูดให้ครบทั้ง ๓ วาระ ก็เลยจะยกประโยชน์ให้กับดอกเตอร์ธรณ์จะไม่พูดของท่าน เพราะว่าเห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นที่ท่านทํามาตลอด ผมก็จะขอพูด ๒ เรื่อง คือเรื่องของ วาระปฏิรูปที่ ๒๕ เรื่องขยะของอาจารย์สุชาติซึ่งก็ชอบกัน แล้วก็เรื่องการจัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปผมก็เห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ในเรื่องของการปฏิรูป ระบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน แต่ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไว้กับ ท่านกรรมาธิการเพื่อจะได้เติมเต็มรายงานให้สมบูรณ์ก่อนที่จะส่งไปให้กับรัฐบาล เมื่อกระผม
เปึนรองปลัดกระทรวงครั้งแรกเมื่อ ๙ ป้ก่อนก็ยังจําได้นะครับ เพราะว่าเราก็รณรงค์เรื่องที่จะ เอาขยะไปทําเปึนพลังงาน ก็ท่องไว้ขยะประเทศไทยมี ๔๐,๐๐๐ ตันต่อวัน ก็มาเห็นใน รายงานของอาจารย์สุชาติตอนนี้เพิ่มเปึน ๖๙,๐๐๐ ตันต่อวันแล้ว แต่ผมอยากกราบเรียนว่า ตัวเลขนี้ในทางวิชาการเราก็ต้องค้นหามา ก็ถูกต้องนะครับ แต่จริง ๆ ต้องพยายามพิสูจน์ ด้วยนะครับว่าตัวเลขขยะนี้มันเปึนตัวเลขจริงหรือเปล่า เพราะบางครั้งนี่ด้วยระบบวิธีกําจัดขยะ ของประเทศไทยที่จ่ายค่าขยะเปึนรายตันนี่มันก็ทําให้บางครั้งสมประโยชน์ทั้งผู้ให้ขยะและ ผู้กําจัดขยะที่จะมีตัวเลขขยะเยอะ ๆ แล้วก็ปริมาณขยะไม่ได้มีตามนั้นจริง แล้วพอไปออกแบบ โรงงานก็ไม่มีขยะที่จะมาปัอนโรงงานไม่เพีย งพอ อันที่ ๒ ผมต้องชื่นชมรายงานของท่านที่ บรรยายเทคโนโลยีกําจัดขยะไม่ให้มีมลพิษทั้งหลายแหล่ก็คงไม่มีใครเถียง แต่โดยหลักทั่วไป เทคโนโลยีกําจัดขยะที่จะไปทําไฟฟัามันก็มีอยู่ ๒ วิธี ๑. ก็คือทําบ่อหมักขยะให้ได้ก๊าซชีวภาพ แล้วเอาก๊าซชีวภาพนั้นไปรัน (Run) แก๊ส เอนจิน (Gas engine) หรือจะไปต้มน้ําแล้วก็ไปปัืนไฟ อีกวิธีหนึ่งก็คือเปึนเตาเผาขยะเปึนระบบแก๊สซิฟ่เคชัน (Gasification) ซึ่งเทคโนโลยีสูงกว่า แต่ว่ามันไม่ใช่เอาอะไรไปเผาก็ได้นะครับ
ความล้มเหลวของระบบกําจัดขยะเปึนพลังงานที่ติดอยู่ในหลายจังหวัดปัจจุบันนี้ เพราะเรา เข้าใจว่าเอาอะไรไปเผาแล้วก็ให้พลังงาน โดยเฉพาะระบบแก๊สซิฟ่เคชันนี่ท่านต้องทําให้ขยะ มีค่าความร้อนที่สามารถจะทําให้เกิดมูลค่า คือเผาแล้วก็เกิดความร้อนที่จะไปทําไฟฟัาตามที่ ต้องการ ไม่ใช่เตาครอบจักรวาล ไม่ใช่เตาสารพัดนึกเอาอะไรใส่เข้าไปแล้วก็เปึนไฟฟัาได้หมด มันถึงต้องทรีต (Treat) ขยะให้เปึนขยะแห้ง แยกขยะก่อน ทําให้เปึนอาร์ดีเอฟ (RDF) รีฟ่วส์ ดีไรท์ด ฟ่วเอิล (Refuse derived Fuel) ก่อน แล้วบางครั้งถ้าได้ค่าความร้อนไม่พอก็ต้อง เติมค่าความร้อนให้เต็ม สิ่งที่ผมอยากฝากไว้ว่าถ้าท่านอยากให้รายงานนี้สมบูรณ์ ต้องพูดถึงเรื่อง ไม่ใช่เทคโนโลยีขยะอย่างเดียว แต่พูดถึงเรื่องว่าจะทําอย่างไรจะจัดการปัญหาเจ้าของขยะ มีเจ้าเข้าเจ้าของ ถ้าจะพูดภาษาชาวบ้านคือมีมาเฟ้ย (Mafia) ขยะ ทําให้การเอาขยะ ไปทําเปึนพลังงานหรือไปกําจัดโดยถูกวิธีนี่เปึนไปด้วยความยากลําบาก อาจจะเกิดภัยกับ ผู้ที่พยายามทําได้ เพราะว่าบางทีการไปฝังกลบ ขายที่ดินฝังกลบ หาที่ดินฝังกลบไปเรื่อย ๆ มันเปึนประโยชน์ต่อเขา เพราะฉะนั้นกระ ทรวงที่ต้องมีส่วนร่วมอย่างมากคือ กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วก็สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติที่ต้องเอนฟอร์ซ (Enforce) ในเรื่องนี้ แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็ต้องคัดแยกขยะ เวลามีน้อยครับ ขอพูดเรื่องศาลสิ่งแวดล้ อม ขอประทานอภัยท่านประธานถ้าเกินไปนิดหนึ่งนะครับ ผมก็มีความเปึนห่วง ผมคิดว่า เจตนารมณ์ของผู้ศึกษามานี่ดีมาก อยากอํานวยความยุติธรรมต่าง ๆ แต่ผมเปึนห่วงว่า การศึกษาคือถ้าท่านจะรวมคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครองมาไว้ในศาลเดียวกัน แล้วให้เปึน ๓ ศาล การบูรณาการนี่เปึนเรื่องที่ดี แต่ถ้าบูรณาการแล้วผลลัพธ์เกิดช้ากว่าเดิม อํานวยความยุติธรรมได้ช้ากว่าเดิมมันก็ไม่เปึนความยุติธรรม แล้วคดีสิ่งแวดล้อม หรือศาลสิ่งแวดล้อมที่ท่านจะตั้งนี่ไม่ว่าจะอยู่ที่ศาลไหนก็ตาม ผมคิดว่าควรจะมี การบูรณาการ ก็ต้องกราบขอประทานโทษว่าท่านควรจะปรึกษาศาลปกครอง ในคณะศึกษา ท่านน่าจะมีตุลาการศาลปกครองด้วย ก็จะให้มุมมองได้อีกมุมมองหนึ่ง เพราะระบบในเรื่อง ของศาลปกครองกับศาลยุติธรรมเปึนคนละระบบกัน ระบบไต่สวนกับระบบกล่าวหา เพราะฉะนั้นมันก็จะต้องมีวิธีเมิร์จ (Merge) ขึ้นมา แล้วที่สําคัญผมเห็นประโยชน์ว่า ท่านอยากเห็นว่าต้องการมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเปึนผู้พิพากษาหรือเปึนตุลาการ ก็ควรจะเปึน อย่างนั้น แต่ไม่ใช่ว่าท่านใช้ระบบผู้พิพากษาสมทบ แล้วตุลาการก็จะเปึนตุลาการแบบเดิม
คือท่านเปึนนักกฎหมายอาจจะอยู่แพ่ง อยู่อาญา อยู่แรงงาน แล้วก็เวียนมาอยู่ตรงนี้ อย่างนี้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญครับ ผู้เชี่ยวชาญคือคนที่ทําเรื่องสิ่งแวดล้อมมา เห็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมา แล้วก็รู้ว่าน้ําหนักอยู่ตรงไหนก็ตัดสินตรงนั้น เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะดูแบบประเทศ ออสเตรเลียอย่างเดียวนี่ผมก็คิดว่ามันไม่ใช่โมเดล (Model) ที่พึงปรารถนาเสมอไป ทําไมท่านไม่ดูประเทศเยอรมัน ทําไมไม่ดูประเทศเนเธอ ร์แลนด์ หรือประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเขาก็มีระบบศาลคู่ และประเทศเขาก็มีสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าประเทศออสเตรเลียตั้งเยอะแยะ ผมก็อยากจะฝากกราบเรียนว่าเรื่องนี้ในเวลาที่จํากัดบางทีก็ต้องรีบทํารายงานเข้ามา แต่ว่าถ้ามีการสัมมนาในวงกว้างกว่านี้ มีผู้รู้มากกว่านี้ และระบบศาลดึงศาลปกครองมาด้วย ท่านก็จะได้รายงานที่สมบูรณ์กว่านี้ ขอบพระคุณครับ
ขอเชิญคุณไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อฟังรายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว ก็มีหลายเรื่องก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ แต่บางเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการกําจัด ขยะมูลฝอย ผมสนใจเรื่องนี้ค่อนข้างมากก็จะขออภิปรายเฉพาะเรื่องนี้ ก็อยากจะเรียนว่า ในปัญหาเรื่องภาวะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นี่ขยะก็คงจะเปึนตัวหนึ่งที่จะทําให้เกิดภาวะโลกร้อน หรืออะไรก็แล้วแต่ การเผา การทิ้งอะไรต่าง ๆ ทําให้เกิดน้ําเน่า น้ําเสียอะไรสารพัดอย่างเลย เพราะฉะนั้นก็นับวันปัญหานี้จะทวีคูณ ปัญหาขยะในชุมชน ปัญหาที่เอาไปทิ้งไม่เปึนที่ เปึนทาง การกําจัดไม่ถูกวิธีอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงมีข้อสังเกตเพิ่มเติมดังนี้ ปัญหาเรื่องขยะ ที่ผมกราบเรียนแล้วว่ามันจะต้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าหากว่าเราไม่สามารถที่จะกําจัดให้มัน หมดไปหรือทันกับจํานวนขยะที่เพิ่มขึ้น
สภาพปัญหาทั่วไปขยะแบบไทย ๆ เราก็คือการที่เรามีปริมาณมาก เราเก็บไม่ทัน กําจัดไม่เปึน หรือไม่ถูกวิธี ขยะบ้านเรามันเปึนเมืองร้อน เปึนเมืองผลหมากรากไม้ เปึนขยะเป้ยก จะเอาไปเผา ไปฝัง ไปทําลายอะไรค่อนข้างจะยาก บ้านหนึ่งก็ทําขยะ วันละ ๕ กิโลกรัม ๑๐ กิโลกรัม มันถึงได้เพิ่มพูนมากมายก่ายกอง ก็ทิ้งกันไป ตามแม่น้ําลําคลองตามอะไรก็แล้วแต่ นอกเหนือจากนั้นวิธีการกําจัดขณะนี้ก็ยังไม่เหมาะสม อาจจะเคยมีความคิดในการที่จะไปตั้งโรงไฟฟัาจากขยะ ที่ชัดเจนที่สุดเมื่อหลายสิบป้มาแล้ว ที่จังหวัดเชียงใหม่ โครงการกําจัดขยะเมืองเชียงใหม่อย่างสิ้นเชิงของการไฟฟัาฝ์ายผลิต แห่งประเทศไทย แต่ผ่าไปตั้งที่จังหวัดลําพูน เสร็จแล้วชาวจังหวัดลําพูนก็ต่อต้าน อันนั้น แหละครับเปึนความล้มเหลวครั้งแรกที่เกิดขึ้นและทําให้ไม่สามารถที่จะไปทําอะไรที่อื่นหรือ ทําได้ยากขึ้นหลายป้มาแล้วนะครับ ก็เปึนบทเรียนอันหนึ่ง การกลบ การฝัง การทําลาย การไปทิ้งกองเอาไว้ อะไรสารพัดอย่างเลย วิธีการกําจัดก็คงจะมีหลายแบบแต่ล้วนแล้วแต่ ยังไม่เหมาะสม ขณะนี้ก็เปึนที่น่ายินดีครับ ทางรัฐบาลแล้วก็โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยก็ร่วมมือกันวางแผนงานโครงการดําเนินการ ในหลาย ๆ จังหวัด ก็น่าจะได้ติดตามดูว่าโครงการไหน ประเภทใดที่สามารถดําเนินการไปได้ แล้วก็มีความเปึนไปได้ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ผมจะนําเรียนเพื่อประกอบการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการเพื่อทํารายงานให้สมบูรณ์ขึ้นก็คือแนวทางที่เราจะหาทางแก้ไขปัญหา ในเรื่องนี้ให้บรรลุผลลุล่วงไปในอนาคต ซึ่งคงจะต้องใช้เวลานะครับ ผมคงจะนําเรียนจาก ประสบการณ์ที่เคยไปศึกษาหรือไปดูงานในต่างประเทศมาหลายประเทศ ประเทศญี่ปุ์นนั้น มีทั้งระบบฝังกลบ ระบบที่เอาไปทําไฟฟัา ตั้งโรงไฟฟัาตั้งอยู่กลางเมืองเลย เขามีระบบวิธี ที่ถูกต้อง แต่วิธีที่ผมคิดว่าน่าจะนํามาปรับใช้ในเมืองไทยเราก็คือการที่มีเครื่องจักรเครื่องกล ขนาดใหญ่เมื่อแยกขยะแล้ว เอาเศษเหล็ก เศษไม้อะไรออกแล้วสามารถเอามาย่อยสลาย ย่อยจนกระทั่งเปึนผุยผงแล้วสามารถที่จะนําไปถมที่ดินที่ลุ่มที่ต่ํา แม้กระทั่งถมทะเลทําสนามบิน ที่นาริตะอะไรต่าง ๆ แต่การไปถมทะเลไม่ได้หมายความว่าเอาไปทิ้งลงไปเฉย ๆ นะครับ เขาทําเปึนก่อบล็อกคอนกรีตอะไรต่าง ๆ แล้วเขาฝังแล้วก็กลบด้วยดินอะไรต่าง ๆ นั่นเปึน สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะนํามาปรับใช้ในเมืองไทย ท่านอาจจะลองให้มหาวิทยาลัยมหานคร หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีลองดีไซน์ (Design) เรื่องนี้ออกมา คิดว่าลงทุน
ไม่เท่าไรหรอกครับ ทําให้ได้เอามาย่อยสลาย เสร็จแล้วใครอยากจะเอาไปทําปุิย ใครอยาก เอาไปถมที่ถมทางมันทําได้ทั้งนั้นนะครับ ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ ที่ประเทศสวีเดน กระผมไปดูที่เมืองฟลอร์ชาราเขาใช้ป์า สงวนใช้ป์านั่นเลยครับเปึนศูนย์กลางข องเมือง ๗-๘ เมือง ขยะที่จะทิ้งแต่ละบ้านมีกําหนดขนาดไว้เลยจะทิ้งได้เท่านี้เท่านั้น นอกเหนือจากนั้น คุณต้องจ้างคนเอาไปทิ้งหรือขนไปทิ้งเอง เมื่อไปทิ้งที่รวมแล้วเขาก็มีวิธีแยกขยะอะไร ต่าง ๆ มีวิธีเดรน (Drain) น้ํา น้ําเน่า น้ําเสีย สเปรย์ (Spray) ไปตามป์า แล้วก็ทําโรงไฟฟัา ก็ประสบความสําเร็จได้ดีพอสมควร เปึนการร่วมมือระหว่างท้องถิ่นกับเอกชน ที่ประทับใจ มากอีกแห่งหนึ่งก็ที่ประเทศแคนาดามีศูนย์วิจัยเพื่อสิ่งแวดล้อมอยู่ที่เมืองเบอร์ลิงตัน ห่างไป ทางตะวันตกทางตอนเหนือของโตรอนโต อันนี้เราน่าจะมีศึกษาดูงาน สมัยนายกรัฐมนตรีชวน เคยไปดูหลายป้มาแล้ว ผมไปดูแล้วเปึนศูนย์วิจัยที่ใหญ่มากและมีชื่อเสียงมาก เขาทําอยู่ ๒ อย่างบําบัดน้ําเสียกับเรื่องขยะมูลฝอย รับจ้าง ๗-๘ เมืองต่อน้ําเสียมารวมกัน มีวิธีการ กําจัดแบบวิธีวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสมัยใหม่ เสร็จแล้วผลการดําเนินการมีกําไรมหาศาล แบ่งเปึนรายได้ โบนัสของบริษัทให้กับท้องถิ่น เปึนโบนัสกับพนักงาน ลูกจ้าง ทั้งพนักงาน เทศบาลอะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้เขาทําได้ดีมาก เขาใช้เทคโนโลยีอะไรต่าง ๆ เขาสามารถทําได้ หันกลับมาเมืองไทยเราผมคิดว่าวิธีการนั้นก็คงจะมีหลายวิธี คงไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะฝังกลบ อาจจะทําไฟฟัา แต่ว่าวิธีที่คิดว่าน่าจะทําก็คือการย่อยสลายอย่างที่ว่านั้น อันนั้นจะช่วยทําได้แม้กระทั่งเมืองเล็กเมืองน้อยเอาไปถมที่ เอาไปอะไรต่าง ๆ มันก็คงจะ ดีกว่าที่เราไปซื้อดินหรืออะไรต่าง ๆ ซื้อถมไปแล้วก็กลบ หรืออาจจะเปึนปุิย ขยะใบไม้ ตามสวนตามอะไรต่าง ๆ ไม่ต้องฝังไม่ต้องเอาไปทิ้งที่ไหนเอากลบโคนต้นไม้ก็จะเปึนปุิย เปึนอะไรอย่างดี เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เปึนเรื่องที่เราก็คงจะต้องศึกษาพิจารณา การตั้งโรงไฟฟัาขนาดใหญ่ที่ท่านว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาทเปึนเรื่องใหญ่โตมโหฬารมาก มันจะเอาขยะ มาจากไหน อย่างที่บางท่านอภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนบทเรียนครับ กรมโยธาธิการและผังเมืองเคยตั้งโรงงาน ไปทําโรงงานไฟฟัาเพื่อกําจัดขยะอะไร ที่จังหวัดภูเก็ต เสร็จแล้วก็ไปไม่รอดต้องให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดดําเนินการ ขณะนี้ ขยะก็ยังไม่พอ การบริหารการจัดการก็ยังเปึนปัญหาอยู่
เพราะฉะนั้นวิธีการในเรื่องของการกําจัดขยะมูลฝอยอะไรต่าง ๆ นี้คงจะแยกแตกต่าง ให้ออกไปเมืองเล็ก เมืองน้อย เมืองใหญ่ ขนาดใหญ่ แต่ความร่วมมือระหว่างชุมชนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงกันไม่ว่าในจังหวัดเดียวกันหรือจังหวัดข้างเคียง รัศมีที่ไม่ไกลเกินไปนัก ที่จะขนขยะไม่เกิน ๔๐-๕๐ กิโลเมตรเปึนสิ่งที่น่าสนับสนุน และคงจะต้องได้รับความร่วมมือ ร่วมใจจากท้องถิ่นและประชาชนในการมีส่วนร่วมเปึนสิ่งที่จําเปึนและสําคัญที่สุด ไม่อย่างนั้น ทําไม่ได้ ลําลูกกาซื้อที่เอาไว้ ๓๐๐ กว่าล้านบาทจนบัดนี้ก็ยังทิ้งไม่ได้ สูญเปล่า จะตั้งโรงไฟฟัา ก็เกิดต่อต้านอะไรขึ้นมา เพราะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คงจะต้องใช้มาตรการทั้งในทางระเบียบ กฎหมาย ทางนโยบาย ทางวิธีการ ความร่วมมือร่วมใจท้องถิ่นและประชาชนจึงจะสามารถ แก้ปัญหาไปได้ในระยะยาว ระยะใกล้ ๆ คงยังจะต้องเปึนปัญหาอยู่ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปเชิญคุณทนงศักดิ์ ทวีทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ กระผม นายทนงศักดิ์ ทวีทอง หมายเลข ๐๘๘ ขอกราบเรียนว่ากว่าครึ่งหนึ่ง ของชีวิตอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า ๓๐ ป้ ซึ่งหมายความว่าก็อยู่เกี่ยวข้องกับ เรื่องขยะ และโดยเฉพาะในช่วงที่บริหารเปึนนายกเทศมนตรีนั้นก็เกี่ยวข้องโดยตลอด มันเปึน เหมือนกับหนามยอกอกพวกเราในเรื่องการที่รัฐบาลได้มอบหมายให้เปึนภาระหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกลายเปึนเหมือนกับท้องถิ่นนั้นเปึนผู้ซึ่งทําผิดในเรื่องนี้ ถ้าลองนึกสภาพดูในสมัยก่อนที่มีสุขาภิบาล เรามีสุขาภิบาลเล็ก ๆ ไปทั่วประเทศ หน้าที่ อันหนึ่งของพวกเราคือกวาดขยะ เก็บขยะ ขนขยะแล้วไปกองทิ้งไว้เปึนแบบนี้มาเปึนเวลา ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ และโดยเฉพาะในแนวคิดของไม่ว่าจะเปึนสํานักนโยบายและแผน สิ่งแวดล้อมในเรื่องของกรมควบคุมมลพิษซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรพวกเรามาก ได้แนะนํา ได้บอก ให้ทําเปึนสถานที่ทิ้งขยะแบบแลนด์ฟ่ล ซึ่งพวกเราไม่มีทางที่จะทําได้ถูกต้องตามหลักวิชา เพราะไม่มีงบประมาณในการที่จะมาปูพลาสติกทําให้ถูกต้อง สมบูรณ์ แล้วกลายเปึนปัญหาขยะ ที่หมักหมมจนกลายเปึนขยะตกค้างมา แนวคิดในเรื่องของการจัดการขยะในเรื่อง ของการเผาก็มีมานาน ซึ่งผมเองหวังว่าคณะกรรมาธิการนี้จะคิดอะไรให้พวกเรา แต่ก็แนวคิด ต่าง ๆ นั้นก็เปึนแนวคิดที่เกิดขึ้นมาไม่ต่ํากว่า ๑๐ ป้ในการที่จะคิดเผากําจัด ยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดภูเก็ตหรือว่าเกาะสมุยซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ในขณะที่พวกเราถูกสอน ถูกแนะนํา
บอกว่าต้องลดปริมาณขยะให้น้อยลง เพราะฉะนั้นตรงนี้จะสวนกับกรรมาธิการในการที่ทําให้ เพิ่มปริมาณขยะ โดยเฉพาะในการคิดจัดระบบการคล้ายเผา ผมอยากเรียนว่าในเรื่อง ของการใช้ทําพลังงานนั้นมีอยู่หลายแห่งที่ทํา ยกตัวอย่างเช่นที่อําเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ในขณะที่กรรมาธิการบอกว่าใช้เนื้อที่ประมาณ ๖๐ ไร่ แต่ที่อําเภอฮอดที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น วิ่งรถขยะจากจังหวัดเชียงใหม่ไปถึงอําเภอฮอดประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร มีแหล่งบําบัด กําจัดขยะขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งไม่มีผลกระทบกับพื้นที่ ข้างเคียงแน่นอนเพราะว่าเขามีระบบแม้ว่าเปึนฝังกลบก็ตามเขาทําเปึนไบโอแก๊ส (Biogas) ทําไฟฟัาขาย มีแก๊สเหลือเอาไปทําโรงบ่มลําไย แต่ก็ไม่มีมากมายนัก ก็มีอยู่หลายแห่ง แต่ไม่มากมายนักในการทําเรื่องนี้ ก็ยอมรับว่าเปึนเรื่องที่ยาก ประการแรกที่ทําไม่ได้ ไม่มีทางที่จะทําได้คือในเรื่องของพื้นที่ซึ่งไม่ว่าท่านจะคิดเอาเทคโนโลยีอะไรก็ตามไม่มีทางสําเร็จ เพราะว่าประชาชนไม่ยอม ประชาชนไม่เชื่อ ไม่มีทางที่เขาจะเชื่อว่าท่านจะทําได้โดยไร้ปัญหา และโดยเฉพาะในการที่จะพูดถึงว่าขยะ ๕๐๐-๗๐๐ ตันอันนั้นเขากลัวแล้ว ปัญหาว่า ๕๐๐-๗๐๐ ตันเนื้อที่ ๖๐ ไร่จะปัอนขยะเข้ามาได้อย่างไร และโดยเฉพาะในการที่จะเผาได้ วันหนึ่งถึงขนาดนี้เลยหรือ ไม่มีทางที่เปึนไปได้ แล้วก็โดยเฉพาะในการลงทุนถึงประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปัญหาว่าค่าใช้จ่ายในการที่จะจ่ายให้กับโรงงานเผาขยะนี่จะเอามาจากไหน ในขณะนี้วันนี้ไม่มีเงินให้ท้องถิ่นสักบาทหนึ่ง
พอพูดถึงในเรื่องนี้ส่วนใหญ่มักจะบอกว่าท้องถิ่นจะเรียกร้องเรื่องเงิน แต่จริง ๆ แล้ว ในงบประมาณในสัดส่วนที่รัฐบาลจัดให้ท้องถิ่นนั้นไม่มีงบประมาณในเรื่องของขยะเลย เปึนภาพรวมเปึนเงินลัมพ์ ซัม (Lump sum) ให้พวกเรามาใช้ทุกอย่างตรงนี้ แต่เพียงอาจจะ มีเพียงป้ ๒ ป้นี้มีงบซึ่งจัดตั้งที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นผ่านให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประมาณสัก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ใช้กับทั่วประเทศ ซึ่งไม่มีทางที่จะทําได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่ามันยาก ยอมรับว่ามันยากในการที่จะทํา เรื่องขยะ ประการแรกที่อยากจะเรียนว่าทําอย่างไรให้ใช้ที่ของทหาร ใช้ที่ของกรมธนารักษ์ ให้ได้ก่อน หาพื้นที่ก่อนยังไม่ต้องคิดอะไรมาก หาพื้นที่ให้ได้ก่อนแล้วค่อย ๆ คิด ผมว่าพื้นที่ ทหารมีทั่วประเทศที่สามารถทําได้ และอีกพื้นที่หนึ่งพื้นที่กรมธนารักษ์ กลายเปึนวันนี้พื้นที่ กรมธนารักษ์นั้นเอาให้เขาเช่าตลอด ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่ที่ต้องคืนประมาณป้ละ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ๒๐,๐๐๐ ไร่ แต่ปรากฏว่าเราไม่สามารถที่จะเอาที่มาสัก ๕๐๐ ไร่เพื่อเปึนที่ ที่บําบัดกําจัดขยะ กลายเปึนต้องแจกจ่ายให้ประชาชนคนจนไปหมด คนละ ๑๐-๒๐ ไร่ ผมเสียดายตรงนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านกรรมาธิการว่าประการแรกเบื้องต้นก่อนที่ ท่านคิดอะไร คิดถึงที่ดินก่อนว่าจะเอาตรงไหนก่อนให้ ได้ จะให้เอกชนไปซื้อ ซื้อง่าย แต่ปัญหาว่าในการยอมรับของประชาชนยากในการที่เขายอมให้มีสถานที่บําบัดขยะครับ
เชิญคุณวิบูลย์ คูหิรัญ ครับ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมมีความสนใจเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับ การปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อที่จะนําไปใช้ในการผลิตไฟฟัา คือเท่าที่ได้ฟังจากที่ท่าน ได้อภิปรายไปแล้ว ส่วนใหญ่แล้วก็จะเปึนทางด้านเอาไปเผาโ ดยตรงที่ดําเนินการมานี่ หมายถึงว่าในรายงานนี้จะเปึนทางด้านการเผาโดยตรง ซึ่งการเผาโดยตรงก็เปึนอะไร สักสิ่งหนึ่งที่จะทําให้อาจจะมีมลภาวะได้ แล้วก็คงจะเกี่ยวกับเรื่องความร้อนอย่างที่ ท่านปลัดกระทรวงคุรุจิตได้ว่านี่ว่ามันต้องควบคุมอย่างดี ทีนี้ในการควบคุมที่ท่านคุรุจิตว่านี่ ว่าเขาจะเอาไปทําเปึนอาร์ดีเอฟก่อนแล้วก็เอามาใช้ในการเผา ซึ่งก็คือเปึนขยะแห้ง ทําเปึน ขยะแท่ง แต่เท่าที่ของไทยเรานี่ที่ทํากันอยู่ในปัจจุบันนี้ พวกอาร์ดีเอฟนี่ก็เอามาใช้ในโพรเซส
ผลิตปูนซีเมนต์เปึนส่วนใหญ่ ที่ผมเคยไปดูงานก็ของทีพีไอ (TPI) ซึ่งเขาก็ทําโปรแกรม ของเขาเอง แล้วก็มีของปูนซีเมนต์นครหลวงกับปูนซีเมนต์ไทยที่ทําอยู่ แต่ว่า ๒ อันนี้คือ ปูนซีเมนต์นครหลวงกับปูนซีเมนต์ไทยนี่ใช้โปรแกรมมาจากต่างประเทศในการที่จะควบคุม ตัวซิมมูเลเตอร์ (Simulator) เพื่อที่ว่าเมื่อมีขยะเข้ามาแต่ละลอต (Lot) นี่มันก็จะมี การทดสอบว่าแต่ละลอตนี่จะให้ความร้อนเท่าไร เพื่อให้ความร้อนของอาร์ดีเอฟนี่ ได้สม่ําเสมอ แล้วก็เปึนการควบคุมความร้อนของอาร์ดีเอฟให้ได้ แล้วก็ในรายงานที่ว่า ใช้ขยะนี่ทําเปึนคลัสเตอร์ ๕๐๐-๗๐๐ ตันนี่ ก็อย่างที่มีหลายท่านได้พูดว่าอันนี้ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ต่อวัน จํานวนขยะนี่มาก สมัยก่อนทางการไฟฟัาส่วนภูมิภาคเคยจะทําที่จังหวัดเชียงใหม่ เพียง ๓๐๐ ตันนี่ต้องเอามาจากจังหวัดลําพูน เอามาจากหลาย ๆ แห่งมารวมกัน ซึ่ง ๓๐๐ ตันยังหายากเลย อันนี้ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน ผมไม่ทราบว่าที่เลือก ๕๐๐-๗๐๐ ตัน จะเปึนเพราะว่าหมายถึงว่าตัวที่จะผลิตไฟฟัา หมายถึงว่าตัวแพลนต์ (Plant) ของมันนี่ มันเปึนมาตรฐานอันนี้หรือเปล่าถึงใช้ ๕๐๐-๗๐๐ ตัน มันอาจจะมีตัวเล็กกว่านี้หรือไม่ ถ้าเผื่อว่าตัวเล็กกว่าที่ท่านว่า ๘.๕ เมกะวัตต์ คือถ้ามีมันน่าจะใช้ตัวเล็กกว่านี้แล้วก ระจาย ออกไป เพื่อประโยชน์ในการที่จะขนส่ง
หมายถึงว่าในการที่จะขนขยะเข้ามานี่ เพราะถ้า ๕๐๐-๗๐๐ มันต้องใช้พื้นที่หมายถึงว่า บริเวณกว้างมากที่ขยะที่จะขนเข้ามาได้มันใช้ระยะทางมาก คือถ้าเผื่อกระจายออกไปเปึน ตัวเล็ก ๆ หน่อย ถ้าเผื่อมีมาตรฐานน่าจะลองเปรียบเทียบดูในการที่จะใช้ ทีนี้ส่วนใหญ่ที่ทํา อย่างที่ผมเคยดูของประเทศเยอรมนีที่มิวนิกแบบเผาตรงรู้สึกตัวมันให ญ่มาก แต่แบบที่ ท่านฉายในเพาเวอร์พอยต์ที่ขึ้นจอรู้สึกตัวมันเล็กมาก ผมไม่แน่ใจเหมือนกันที่เผาตรงรู้สึก ตัวมันใหญ่แต่นี่รู้สึกตัวเล็ก แล้วเมื่อกี้ที่ท่านได้อภิปรายไปของที่อําเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใช้เปึนแบบหมักเปึนแก๊สแล้วก็เอามาใช้ อันนี้รู้สึกได้รับควา มร่วมมือจากทำง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วยในการที่จะเข้าไปช่วยร่วมกันวิจั ย เพื่อที่จะใช้ในการผลิตอันนี้ แต่ว่ากําลังผลิตแค่ประมาณ ๓ เมกะวัตต์หมายถึงว่าขนขยะเข้าไปจากทางจังหวัดเชียงใหม่ แต่ว่าระยะทางไกลอย่างที่ว่านี้มันก็ยังไกลอยู่ ถ้าเผื่อว่าสามารถที่จะหาพื้นที่ ในที่ใกล้ ๆ แล้วตัวที่มันเล็กหน่อย แต่ว่าของที่อําเภอฮอดมันเปึนตัว ๑ เมกะวัตต์แต่ว่ามันสามารถ เพิ่มขึ้นมาได้ถึง ๓ ตัวเปึน ๓ ตัวน่าสนใจตรงนี้ สําหรับแก๊สที่เหลือเขาก็ไปใช้ในการอบพืชผัก อะไรทั้งหลาย ขอบคุณมากครับ
ท่านรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ผมได้ฟังท่านได้ชี้แจงแล้วก็ฟังท่านสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายพาดพิงถึงจังหวัดผม หลายเรื่องเลยซึ่งก็ดีใจที่ถูกพาดพิง ประการแรกก็คือสิ่งที่เปึนปัญหาอยู่ในจังหวัดผม ในหลาย ๆ ด้านเลยทั้งเรื่องของขยะ เรื่องการกัดเซาะชายฝัืงก็ได้รับความสนใจ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่อยากให้มันมีปัญหาจนถึงได้รับความสนใจขนาดนี้ แต่ก็อยากเรียนที่ท่านดอกเตอร์ธรณ์ได้ กรุณาพูดถึงว่าการกัดเซาะชายฝัืงอย่างรุนแรงเกิดขึ้นอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและ จังหวัดสงขลาอยู่ในขณะนี้ถือเปึน ๒ จังหวัดที่มีความรุนแรงของการกัดเซาะชายฝัืงสูงกว่าที่อื่น ซึ่งในรายงานผมพยายามดูแล้วว่าได้มีการพูดถึงลักษณะปัญหาของการกัดเซาะชายฝัืง ที่เกิดขึ้นอยู่ที่ ๒ จังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดผมมากน้อยแค่ไหนก็ไม่ได้พูดว่าให้ลงลึกถ้าเปึนไปได้ ก็อยากให้อาจารย์ธรณ์ได้ลองช่วยดูแล้วก็อาจจะกล่าวถึง สิ่งสําคัญอันหนึ่งที่เกิดเปึนปัญหาขึ้นมา
คือการพยายามปัองกันการกัดเซาะชายฝัืงโดยวิธีการที่ไม่น่าจะถูกต้อง ผมใช้คําว่าไม่น่านะครับ ยังไม่บอกว่าไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อไปทําสิ่งปัองกันการกัดเซาะชายฝัืงขึ้นมาแ ล้วปรากฏว่า มีการกัดเซาะชายฝัืงที่รุนแรงขึ้นกว่าเก่า เพราะอาจจะไปใช้วิธีการหรือสิ่งที่ทําขึ้นมานั้น ที่ไม่ถูกต้องไปลงอยู่ในจุดที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ศึกษาถึงกระแสลม ไม่ได้ศึกษาถึงเส้นทางของ คลื่นลมอะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น อยากจะให้ลองดูว่าจะใส่เข้าไ ปตรงไหนได้ ในปัญหาที่เรียกว่าการสร้างสิ่งปัองกันการกัดเซาะที่ไม่เหมาะสม ท่านพูดเอาไว้ในเรื่องของ การก่อสร้างหรือเรื่องอื่นใด แต่ว่ามันเหมือนกับพูดเอาไว้โดยที่ในลักษณะของทั่ว ๆ ไป แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นก็คือการสร้างสิ่งปัองกันการกัดเซาะที่ไม่เหมาะสมและทํา ให้เกิด การกัดเซาะที่รุนแรงขึ้นกว้างขวางขึ้น แล้วในที่สุดก่อปัญหามากมายขึ้น และที่สําคัญ อีกอันหนึ่งก็คือว่าในภาวะฉุกเฉินหลายหน่วยหลายองค์กร รวมทั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเองรีบเกินไปที่จะเข้าไปแก้ปัญหา
แล้วก็เอาสิ่งปัองกันการกัดเซาะที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้รีบลงไปในพื้นที่เร็วเกินไป แล้วในที่สุด สิ่งที่ก่อสร้างขึ้นมานั้นไปทําให้เกิดปัญหากว้างขวางมากขึ้น แล้วก็รุนแรงมากยิ่งขึ้นก็อยาก จะให้ลองดูว่าใส่เข้าไปตรงไหนได้ในร่างรายงานในสาเหตุสําคัญของปัญหา ต่อไปมี ๒-๓ ท่าน โดยเฉพาะท่านดอกเตอร์สุชาติก็ได้พูดถึงปัญหากองขยะ ผมเรียนว่าจังหวัดสงขลา โดยที่อําเภอหาดใหญ่แล้วใครไปใครมาที่อําเภอหาดใหญ่ไปลงเครื่องบินเมื่อไรท่าน จะเห็น เส้นทางตรงนั้นที่สวยงาม แต่ลึกเข้าไปจากเส้นทางที่ไปสนามบินหาดใหญ่จากเมืองหาดใหญ่ ไปสนามบินหาดใหญ่ไม่เกิน ๑ กิโลเมตรประมาณสัก ๗๐๐-๘๐๐ เมตรจะเจอกองขยะที่ใหญ่ ที่สุดในภาคใต้ แล้วก็เขาพยายามที่จะแก้ปัญหาอย่างที่ท่านอาจารย์สุชาติท่านกรรมาธิการ ได้นําเสนอก็คือการเอาขยะมาผลิต ใช้ประโยชน์จากขยะมาผลิตทําเปึนโรงไฟฟัา ซึ่งก็ปรากฏว่า เปลี่ยนแปลงจากปัญหาเดิมที่ในเรื่องของของเหลวที่ไหลลงไปในแหล่งน้ํา ควันไฟที่ก่อปัญหา ต่อทัศนะวิสัยในการบินจนท่าอากาศยานหาดใหญ่ต้องร้องเรียนเกิดจากการเผาขยะ ก็เลยกลายจากเผาขยะมาเปึนฝังกลบ พอฝังกลบแล้วของเสียที่เปึนของเหลวไหลซึมลงไปใน แหล่งน้ําลงไปในคลองแล้วก็ลงไปในทะเลสาบสงขลาเลยเปึนเรื่องใหญ่มาก เพราะกองขยะนั้น ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ วันนี้พยายามทําโรงไฟฟัาจากกองขยะ แต่ปรากฏว่าเปึนเทคโนโลยี ที่ผมเรียนตรง ๆ ว่าไม่มีประสิทธิภาพ ๓ วันดี ๔ วันไข้ วันป่ดมากกว่าวันเป่ด วันป่ดทําการ มากกว่าวันเป่ด อันนี้คือเทคโนโลยีที่อาจารย์สุชาติพยายามจะแนะนําก็คิดว่าขออนุญาตที่จะ เรียนว่าถ้าเปึนประเด็นปัญหาที่อยากจะใส่เอาไว้ว่าการบริหารจัดการในบ้านเรานั้น ในลักษณะของโรงขยะผลิตไฟฟัากระแสที่จังหวัดภูเก็ตผมก็เคยไปดูงานมา ๒-๓ ครั้ง ก็เรียนตรง ๆ ว่าล้มเหลว แล้วก็ทําท่าว่าที่อําเภอหาดใหญ่น่าจะเปึนโรงที่วันนี้ผมยังไม่อยาก เรียนว่าล้มเหลวแต่ส่อแนวโน้มว่าน่าจะเปึนอีกโรงหนึ่งที่ในสุดก็ล้มเหลวในเรื่องของ ตัวโรงงาน ตัวกองขยะไม่ต้องพูดถึงขยะนั้นมาล้นทุกวันมาจากสารทิศเลยเพราะหาที่ทิ้งไม่ได้ แล้วก็มาลงกองอยู่ที่ตรงนั้น แต่ว่าตัวโรงไฟฟัาที่คิดว่าจะทําประโยชน์ไม่น่าจะเปึนประโยชน์ อย่างแท้จริง สุดท้ายครับเรื่องศาลสิ่งแวดล้อมต้องขอเรียนว่าชื่นชมครับ น่าจะเปึนเรื่องที่ดี และน่าจะเปึนประโยชน์มาก จริงอยู่ท่านรายงานว่าอาจจะมีอะไรหลายอย่างยังไม่ ลงตัว แต่ผมเชื่อว่าถ้าในที่สุดแล้วเมื่อถึงขั้นที่จะต้องไปออกมาเปึนกฎหมายจริง ๆ ผ่านสภาต่าง ๆ ที่ช่วยกันดูแลอีกชั้นหนึ่ง แล้วก็ได้มีเวลาศึกษาลงรายละเอียดให้ลึก ๆ แล้วเชื่อว่าจะเปึน
ศาลที่จะมีประโยชน์มาก พระราชบัญญัติผ่านออกมาได้ก็ขอให้กําลังใจครับ เรื่องศาลสิ่งแวดล้อม ผมทํางานอยู่ในกลุ่มของสิ่งแวดล้อม ผมเปึนศาสตราภิชานของยูเนสโก ทางสิ่งแวดล้อมแล้วก็รู้ปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมพอสมควร สิ่งที่เปึนปัญหาประการ สําคัญประการหนึ่งก็คือเรื่องของกรณีที่ต้องขึ้นศาลกัน แล้ววันนี้ถ้ามีศาลชํานัญพิเศษ เรื่องสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นมาได้จริงก็เรียนว่าน่าจะเปึนประโยชน์ โดยเฉพาะเปึนประโยชน์กับ ผู้ถูกกระทบ ผู้ที่เกิดความเสียหาย แล้วก็เชื่อว่าผู้ที่ก่อความเสียหายเองก็น่าจะต้องอยู่ในวิสัย ที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขโดยในกรณีที่เมื่อจะต้องขึ้ นโรงขึ้นศาลแล้วเชื่อมั่นว่ากระบวนการ ทางศาลจะช่วยให้ผู้ก่อเหตุผู้ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมน่าจะต้องมีการปรับตัวกันมากขึ้น ในอนาคตครับ
ต่อไปคุณรสนา โตสิตระกูล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันก็คงจะขอตั้งข้อสังเกตแล้วก็ จะเปึนคําถามสําหรับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดี สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ....
เนื่องจากว่ามีเวลาแค่ ๕ นาทีคงไม่สามารถที่จะถามทั้ง ๓ เรื่องได้ หรือตั้งข้อสังเกตทั้ง ๓ เรื่องได้ คือประเด็นการตั้งศาลสิ่งแวดล้อมขึ้นมาดิฉันคิดว่าก็เปึนความคิดที่น่าสนใจ แต่เท่าที่ดูจากในตัวร่างกฎหมายนี่นะคะ ต้องบอกว่าก็จะเปึนศาลที่จะรวมเอาทั้งคดีปกครอง คดีแพ่ง คดีอาญามาอยู่ในศาลเดียวกัน ทีนี้เนื่องจากว่าในคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยส่วนใหญ่แล้วโดยสภาพของมัน มันเปึนคดีทางปกครองเปึนส่วนใหญ่ ทีนี้ในคดี ทางปกครองนั้นศาลปกครองเขาจะใช้วิธีการไต่สวน ในขณะที่คดีแพ่ง คดีอาญานั้น ในกระบวนการพิจารณานั้นจะใช้ระบบการกล่าวหา ซึ่ง ๒ ระบบนี้ก็มีความแตกต่างกัน ทีนี้ถ้าหากว่ารวมเอาทั้งหมดเข้ามาอยู่ในศาลเดียวกัน ก็อยากจะตั้งคําถามว่าใช้ระบบอย่างไร ถ้าระบบที่มันเปึนเรื่องอํานาจทางปกครองใช้วิธีไต่สวน ถ้าเปึนคดีแพ่ง คดีอาญาใช้วิธี กล่าวหาหรือเปล่า หรือจะมีวิธีกระบวนการในการไต่สวนหรือกระบวนการทางการพิจารณานั้น จะใช้วิธีอะไร ข้อที่ ๑ นะคะ อีกประการหนึ่งโดยปกติแล้วคดีสิ่งแวดล้อมโดยส่วนใหญ่ ดิฉันคิดว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์มันเปึนคดีทางปกครอง อีกประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์จะเปึน คดีแพ่ง คดีอาญา ก็อยากจะรู้ว่าเวลาที่จะจัดการตรงนี้มันจะใช้วิธีการอย่างไร ซึ่งในร่าง ดิฉันก็ไม่แน่ใจอ่านไม่ละเอียดหรือเปล่า มันไม่ได้มีการพูดเ รื่องนี้ชัดเจน ทีนี้ถ้าหากว่า เราดูในคดีปกครองนั้นประชาชนเข้าถึงได้ง่ายกว่า ไม่ต้องใช้จ่ายเงินทองแล้วก็ส่วนใหญ่ กระบวนการไต่สวนนั้นมันเปึนการใช้ในทางเอกสาร แล้วก็ศาลที่มีความเชี่ยวชาญชํานาญ ในเรื่องของกระบวนการไต่สวนนั้นก็สามารถที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติ มได้ ในขณะที่ ในกระบวนการในทางคดีแพ่ง คดีอาญานั้นเปึนระบบวิธีกล่าวหา คือผู้ที่เปึนโจทก์ จําเลย ก็ต้องพยายามแสวงหาข้อเท็จจริงมา เพื่อที่จะมานําเสนอต่อศาล ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะเปึน คนละแบบกัน แล้วอีกประการหนึ่ง ถ้าเปึนคดีแพ่งผู้ที่เปึนฝ์ายฟัองก็ต้องเอาเงินไปวางศา ล ซึ่งทางท่านกรรมาธิการก็ได้มีการพูดถึงประเด็นนี้นะคะว่าอาจจะมีการขอให้มีการยกเว้น ค่าธรรมเนียมฤชา แต่ในนี้ก็มี การบอกเอาไว้ในขั้นสูงสุดหรืออะไรก็ยังจะต้องจ่ายอยู่ เหมือนเดิม ซึ่งดิฉันเองคิดว่าประเด็นเรื่องคดีสิ่งแวดล้อมทั้งหลายนั้นประชาชนเปึนผู้ได้รับ ผลกระทบเยอะมาก แล้วก็ประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบนั้นก็เปึนคนเล็กคนน้อย ที่ไม่ได้มีเงินทองมากมาย แล้วยิ่งถ้าหากว่าเปึนการต่อสู้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่ทําให้ เกิดปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นการต่อสู้ตรงนี้ก็ค่อนข้างยาก ดิฉันเองก็อยากถามว่า ในกระบวนการพิจารณาของศาลสิ่งแวดล้อมนี้จะใช้ระบบไหน เพราะว่ามันมีผลโดยตรง
ต่อวิธีการที่ประชาชนจะเข้าไปหาความยุติธรรมตรงนี้ด้วย อีกประการหนึ่งดิฉันคิดว่า ศาลปกครองเขาทําระบบไต่สวนมาตลอด เพราะฉะนั้นเขาจะมีความชํานาญมากกว่า ทางฝัืงศาลยุติธรรมหรือเปล่า ซึ่งตรงจุดนี้ดิฉันเองก็ยังไม่ทราบว่าท่านจะใช้ระบบแบบไหน แล้วก็การตั้งศาลขึ้นมาใหม่ก็ต้องใช้ทรัพยากรพอสมควร มากทีเดียว ก็ไม่แน่ใจว่า ๓ ศาล ทั้งหลาย ทางสิ่งแวดล้อมนี่ในที่สุดแล้วมันจะเร็วขึ้นหรือไม่ เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องใส่เข้าไป กับผลลัพธ์ที่จะได้ออกมามันจะคุ้มกันไหม เพราะถ้าเราดูอย่างคดีคลิตี้ คดีแม่เมาะ คดีอะไร ทั้งหลายใช้เวลากัน ๒๐ ป้ ส่วนใหญ่เราก็ได้ยินอยู่เสมอใช่ไหมคะว่าความล่าช้าคือ ความอยุติธรรม แต่ก็ต้องแสดงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเปึนความอยุติธรรมจริง ๆ เพราะว่า กว่าประชาชนคนเล็กคนน้อยเหล่านี้จะได้รับความยุติธรรมมันใช้เวลา ๒๐ ป้ หลายคนก็ตาย ไปหมดแล้ว แล้วก็ได้เงินชดเชยมาก็ไม่คุ้มเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ๒๐ ป้ ดิฉันเอง ก็ไม่ทราบว่าการมีศาลสิ่งแวดล้อม ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วยนะว่าเราอยากจะให้มีศาลที่ทําเปึน วัน สตอป เซอร์วิส จริง ๆ แล้วก็ลงมือในการที่จะทําคดีเหล่านี้และอํานวยความยุติธรรม ให้กับประชาชนได้เร็วขึ้น
แต่ว่าในกระบวนการในการทําต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันก็อยากจะทั้งตั้งข้อสังเกตแล้วก็ตั้งคําถาม ด้วยว่าไปถึงที่สุดแล้วมันจะเร็วขึ้นจริงไหมเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียไป แล้วก็อีกประการหนึ่งดิฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าการไปดึงคดีจากศาลปกครองนี่ได้มีการพูดคุยกันไหม แล้วศาลปกครองเขาเห็นด้วยหรือไม่ ที่จริงดิฉันเองเคยใช้บริการศาลปกครองเยอะ แต่ในระยะหลังต้องบอกเลยว่าไม่ประทับใจศาลปกครองที่มีความล่าช้ามาก แต่นี่คือถามโดย หลักการว่าเมื่อท่านจะตั้งศาลคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นมาเอาไปไว้กับศาลยุติธรรม แล้วถามศาลปกครองไหม มันมีความขัดแย้งกันไหม คือเท่ากับท่านจะต้องดึงเอาคดีทุกอย่าง จากศาลปกครองไป ซึ่งอันนี้ดิฉันก็คิดว่าก็อาจจะเปึนประเด็นที่ยังไม่ง่ายก็อยากได้คําตอบ จากทางกรรมาธิการแล้วก็ถ้าทางท่านกรรมาธิการสามารถให้คําตอบที่ชัดเจนดิฉันก็ยินดี โหวตให้ แต่ถ้าไม่ชัดเจนก็ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณธวัช สุวุฒิกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธวัช สุวุฒิกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๐๙๙ จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ เรื่องของขยะนั้นนี่ ความจริงผมเองนั้นเปึนส่วนหนึ่งของกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมเองเห็นด้วยกับวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ทั้ง ๒ เรื่อง แล้วก็วาระปฏิรูปเพิ่มเติมเรื่องการจัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อมผมก็เห็นด้วย แต่ในส่วนที่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมก็เนื่องจากว่าเรื่องของการ จัดการเรื่องขยะนั้นเปึนเรื่องที่ผมเองอาจจะไม่ได้รับฟังจากอาจารย์สุชาติซี่งอยู่ใน กรรมาธิการด้วยกันครบถ้วนสมบูรณ์ แต่เมื่อได้อ่านรายงานแล้วก็อยากจะเรียนต่อที่ประชุม แห่งนี้ผ่านไปยังกรรมาธิการหรือว่าผู้ที่ศึกษาว่าเรื่องของขยะนั้นก็มีหลายท่านได้พู ดไปแล้ว ผมก็ต้องขอบคุณที่ผมไม่ต้องพูดมากไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการที่เราจะเอาขยะมาทําเปึน พลังงานก็ดี เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนและเรื่องของการจัดหาพื้นที่ในการที่จะตั้ง โรงงานขยะ ขยะนั้นมีเรื่องของประเภทขยะ ขยะมันมีขยะที่มีพิษ ขยะที่เปึนขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะทั่วไป อีกส่วนหนึ่งก็เปึนเรื่องขององค์ประกอบของขยะ ผมเรียนท่านทั้งหลายว่า ในอดีตนั้นคือการจัดการขยะกับเรื่องของพื้นที่ซึ่งเราใช้มาตลอดในการฝังกลบนั้นมันกลับกัน แต่ก่อนนี้คนไม่มากขยะมันเกิดจากคน เมื่อคนไม่มากพื้นที่ก็มากด้วยสมัยนั้น แล้วองค์ประกอบของการที่จะไปเปึนขยะนี่มันก็สลายง่ายกําจัดง่าย เพราะว่าเราห่ออาหารด้วย
ใบตองมันก็ทําลายง่าย แต่มาบัดนี้องค์ประกอบนี่มันเปึนพลาสติกมันเปึนโฟมใช้ง่าย ทําลายยาก เราต้องใช้เวลาตั้งหลายป้กว่าจะไปสลายได้ ตรงนี้มันถึงจะเปึนปัญหาที่ว่า ทางผู้ศึกษาได้เสนอวิธีการที่จะเอาเทคโนโลยีก็คือการเผาโดยใช้ความร้อนสูง จริง ๆ แล้ว บ้านเรานั้นผมคิดว่าคงจะใช้ได้หลายวิธี แม้ว่าขณะนี้พื้นที่มันมีจํากัดก็ตามตามที่ผมได้เรียน ไปแล้วว่าคนมันมากขึ้น คนต้องอยู่อาศัย พื้นที่ที่จะทิ้งขย ะฝังกลบมันก็ไม่ค่อยมี มันเปึน เรื่องที่มีข้อจํากัดมากขึ้นทุกวัน ๆ แต่เราสามารถที่จะจัดการ วิธีการจัดการขยะนั้น หลากหลายวิธีมากสําหรับบ้านเรานั้น ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องของการฝังกลบในเรื่องของการ ทําเปึนปุิยเดี๋ยวนี้มันมีมากมายก่ายกอง สําหรับเทคโนโลยีที่ท่านเสนอนั้นถ้าจะไปดูเรื่องที่ ท่านได้นําเสนอว่าเราต้องมีการทําคลัสเตอร์หาพื้นที่ ท่านครับ ในการจัดหาพื้นที่ที่จะจัดการ เรื่องขยะมันไม่ใช่วาดแผนที่บนโต๊ะ ท่านจะจับตรงโน้นมาใส่ตรงนี้มันไม่ได้ แล้วบางพื้นที่ เปึนที่เขาเปึนที่สูง บางแห่งไปหาที่ฝังกลบในที่สูงซึ่งเปึนอันตรายต่อพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง ผมก็อยากจะเรียนต่อผู้ที่ทําการศึกษานี้ว่าเรื่องของขยะนั้น เมื่อกี้ขอโทษที่ต้องพู ดถึง อาจารย์อรพินท์
ท่านได้พูดไปแล้วเรื่องของการมีส่วนร่วม ของประชาชน ทําไมถึงตรงนี้นี่นะครับ ท่านไม่ได้กล่าวถึงเลย ท่านจะเอาแต่เทคโนโลยีมาใส่อย่างเดียวเลย อันนี้ผมคิดว่าอาจจะ ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์มากนะครับ ในส่วนของประชาชนมีส่วนร่วมนั้น ในประการแรกก็คือ เรื่องการรณรงค์ให้ลดขยะ ทําอย่างไรจะใช้พลาสติกน้อยลง ทําอย่างไรจะใช้โฟมน้อยลง ทุกวันนี้เราก็รู้อยู่แล้วโฟมและพลาสติกที่นํามาใส่อาหารล้วนแล้วแต่เปึนอันตรายต่อสุขภาพ คนทั้งสิ้น ทําอย่างไรในส่วนของประชาชนเรา จะมีการเข้มงวดไม่ให้พี่น้องประชาชน ไปทิ้งขยะไม่เปึนที่เปึนทาง ตรงนี้นี่เปึนเรื่องของทางราชการที่จะต้องเอาจริงเอาจังนะครับ ความเปึนนิสัยมักง่ายนี่นะครับ ที่บอกคนจริงชอบทํา คนระยําชอบติ แล้วคนมักง่ายชอบทิ้ง นี่นะครับมันยังมีอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะฝากทางด้านผู้ศึกษาว่าต้องไปพูดถึง มาตรการเข้มงวด ให้พี่น้องประชาชนต้องลดขยะและเข้มงวดในการที่จะต้องดูแลไม่ให้พี่น้อง ประชาชนนั้นทิ้งขยะไม่เปึนที่เปึนทาง ที่สําคัญที่สุ ดต้องให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการจัดการเรื่องขยะ มิฉะนั้นแล้วไม่มีทางเลยที่ท่านจะจัดการเรื่องขยะในประเทศไทยได้ กราบขอบพระคุณท่านครับ
เชิญคุณทิวา การกระสัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกผู้ทรงเกี ยรติทุกท่าน ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกเลขที่ ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ผมขออภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... จริง ๆ แล้วกระบวนการ ในกฎหมายถ้าพูดแล้วนี่ครึ่งชั่วโมงก็คงไม่หมด แต่ ๕ นาทีก็พยายามจะอภิปรายสั้น ๆ การจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมโดยเปึนศาลต่างหากนี้นะครับ ในความเห็นแล้วไม่เห็นด้วยนะครับ เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ในศาลยุติธรรมเองก็มีศาลแผนกคดีสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว กระบวนพิจารณานั้นถ้าท่านจะพิจารณาพิพากษาคดีที่เปึนคดีที่เกี่ยวข้องกับควำมเสียหาย ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมท่านก็จะเชิญผู้เชี่ยวชาญใน ต่ละด้านนั้นมาเพื่อ ร่วมพิจารณา ให้ความเห็นแล้วก็พิพากษานะครับ อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ ศาลปกครอง ศาลปกครองนี้มีแนวคิดในเรื่องการพิจารณาและวินิจฉัยว่าในคดีปกครองนั้ น เปึนคดีที่คําสั่งทางปกครองใด ๆ ก็ตามที่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือที่เกี่ยวข้องกับสัญญา
ทางปกครองนะครับ คดีปกครองที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในเรื่องสิ่งแวดล้อม ศาลปกครองก็ตั้ง แผนกคดีปกครองซึ่งใช้ระบบไต่สวน ในพระราชบัญญัติที่ท่านเขียน มานี้นะครับ ในศาลยุติธรรมมาตราโดยเฉพาะนะครับ ผมไล่ ๆ เปึนมาตราที่สําคัญ ๆ ไปก็แล้วกันนะครับ ในมาตรา ๗ ศาลสิ่งแวดล้อมและแผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีอํานาจ พิจารณาพิพากษาคดี สิ่งแวดล้อม อันนี้ท่านบอกมานะครับ โดยเฉพาะมาตรา ๗ (ข) คดีอาญาที่ท่านให้ขึ้นกับ ศาลสิ่งแวดล้อมนี่นะครับ ท่านดูนะครับ พระราชบัญญัติสําคัญ ๆ ทั้งนั้นนะครับ ซึ่งเรื่องพวกนี้ ใช้วิธีพิจารณาคดีอาญาปกติ เพราะของเรานี่ใช้ระบบไต่สวนการพิจารณาคดีอาญา เปึนคดีที่เปลี่ยนโทษนะครับ ต้องพิจารณาต้องตีความอย่างเคร่งครัดตามตัวอักษร แต่ท่านใช้ในลักษณะระบบไต่สวนมาเพื่อพิจารณาคดีอาญา อันนี้ท่านดูให้ละเอียดนะครับว่า มันจะก่อให้เกิดความยุ่งยากหรือเปล่า ศาลยุติธรรมก็สามารถพิพากษาได้ในปัจจุบันนี้นะครับ ถ้าท่านเอาคดีตามพระราชบัญญัติเหล่านี้ตั้งกี่พระราชบัญญัติเอามาอยู่ในศาลสิ่งแวดล้อมนี้ ผมว่าเกิดปัญหาแน่นอน เดี๋ยวผมจะพูดอีกต่อไปนะครับ มันสับสนนะครับ เกี่ยวกับมาตรา ที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๗ ท่านให้มีเจ้าพนักงานคดีสิ่งแวดล้อมประจําศาลยุติธรรมชั้นต้น นี่คือระบบไต่สวนนะครับ ท่านจะใช้วิธีพิจารณาระบบอะไรท่านก็ต้องเขียนมาในกฎหมาย เลยนะครับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัตินี้ไม่มีคําจํากัดความของคําว่าสิ่งแวดล้อม คืออะไรนะครับ ท่านก็ให้คําจํากัดความของคําว่าสิ่งแวดล้อมเปึนอํานาจหน้าที่ของอธิบดีศาล
มาตรา ๙ เมื่อมีการฟัองคดีและมีปัญหาว่าคดีที่ฟัองนี่เปึนคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อยู่ในอํานาจ ศาลสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ท่านให้อธิบดีพิจารณา นอกจากนั้นในระหว่างที่มีการวินิจฉัยและ พิจารณาท่านให้งดการกระทําใด ๆ ก็ตามที่มีผลกระทบในการฟัองคดีนั้น ประเทศนี้ แทบไม่ต้องทําอะไรเลยครับ ถ้าใช้แต่มาตรา ๙ อย่างเดียวพอฟัองคดีปัูบคู่ต่อสู้แย้งมาว่า ไม่ใช่คดีสิ่งแวดล้อม สมมุติว่าจะทําทางสักเส้นหนึ่งมีคนไปฟัองว่ารถที่วิ่งบรรทุกลูกรังมานี่ มันก่อให้เกิดฝุ์นกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วไปฟัองศาล อีกฝ์ายก็วินิจฉัยมาว่ามันเปึนเรื่องของ ประโยชน์สาธารณะก็ให้อธิบดีวินิจฉัยว่าเปึนสิ่งแวดล้อม หรือไม่ ก็รอไปถนนก็ไม่ต้องทํา ถ้าท่านเขียนอย่างนี้นะครับ มาตรา ๒๗ นี้เปึนระบบไต่สวนจริง ๆ ผมจะเสนอแนวทางว่า ถ้าท่านจะทําอย่างนี้จะทําอย่างไร โดยเฉพาะส่วนที่ ๓ วิธีพิจารณาคดีอาญาสิ่งแวดล้อม ไปใหญ่เลย ผมดูในนี้นะครับคือผมอ่านไม่หมด ท่านไม่ได้บอกว่าการพิจารณาคดี อาญา ในสิ่งแวดล้อมนี่อะไรที่ไม่ได้เขียนไว้ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญามาใช้บังคับ เรื่องการจับกุม เรื่องการมีทนายก็ดี ท่านไม่ได้เขียนไว้ อย่าลืมว่าในส่วนที่เปึนอาญา มันเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเรื่องเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพด้วยนะครับ แต่ในเรื่อง การอุทธรณ์ ฎีกา ท่านเขียนไว้ แต่ในเรื่องการจับกุม การคุมขัง การที่จําเลยหรือผู้ต้องหา ต้องมีทนายหรือไม่ ท่านพูดเรื่องพิจารณาลับหลังท่านมีอะไรในนี้เยอะ เวลามันน้อยครับ แต่ท่านต้องไปคิดดี ๆ นะครับที่ท่านทําอย่างนี้ ขอเรียนว่าถ้าท่านอยากจะให้กระบวนการ พิจารณาคดีแพ่ง เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเปึนระบบไต่สวนก็ใช้วิธีแบบที่ศาลฎีกากําลังใช้ ในปัจจุบันนะครับ ใช้ข้อกําหนดศาลฎีกาที่เขาพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองหรือคดีเลือกตั้ง ท่านใช้ข้อกําหนดของประธานศาลฎีกาแค่ ๑๓ ข้อ ใช้ระบบ ไต่สวน ระบบไต่สวนคือศาลสามารถพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานเอง ถ้าท่านจะทํา อย่างนี้ ขออนุญาตท่านประธานสักนิดหนึ่ง ไม่ยากเลยนะครับ ก็ให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับ สิ่งแวดล้อมมีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ให้คู่ความทั้ง ๒ ฝ์ายใช้ระบบไต่สวน เบื้องต้นเลยเหมือน กกต. ทํานะครับ แล้วก็นําคดีขึ้นสู่ศาล คู่ความก็สามารถที่จะ ต่อสู้คดีได้ การที่จะตั้งศาลใหม่อย่างนี้ต่อไปในอนาคต ผมอยู่ในศาลมานานนะครับ ผมเคย อยู่ในศาลแล้วก็เปึนทนาย ศาลหนึ่งจะต้องใช้คนประมาณ ๕๐ คน เบื้องต้นท่านอาจจะบอกว่า ให้ศาลแต่ละศาลในจังหวัดทําหน้าที่พิจารณาแทน ท่านจะพิจารณาแบบไหนครับ เดี๋ยวนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับความผิดต่อเจ้าพนักงาน ศาลก็ออกข้อกําหนดมาให้ใช้ระบบไต่สวนนะครับ
คือศาลยุติธรรมเองหรือสถาบันศาลเองทุกวันก็กําลังจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของโลก เราใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วทําให้มันดีขึ้น ท่านก็ไปคุยกั บสํานักงานศาลหรือศาลปกครอง ออกข้อกําหนดใหม่ ไม่จําเปึนต้องตั้งศาลใหม่ มีอธิบดีอะไรใหม่หรอกครับ ที่ท่านบอกว่า มีปัญหาเรื่องการฟัองซ้ําซ้อน ขอความกรุณานะครับ เดี๋ยวนี้มีข้อตกลงหรือข้อบัญญัติไว้ ในกฎหมายเลยระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลปกครอง ถ้าหากคดีใด ๆ ที่มีข้อปัญหาว่าคดีนั้น อยู่ในอํานาจศาลไหน ถ้าศาลยุติธรรมเห็นว่าคดีควรขึ้นไปสู่ศาลปกครองก็โอนคดีจาก ศาลยุติธรรมไปสู่ศาลปกครองเลย ศาลปกครองก็สามารถพิจารณาวินิจฉัยให้ใช้ค่าสินไหม ทดแทนได้ ไม่ใช่ศาลปกครองจะพิพากษาให้อีกฝ์ายใช้ค่าสินไหมทดแทนฝ์ายที่เสียหายไม่ได้ ก็พิพากษาได้เ หมือนกัน ผมว่าสิ่งเดิมที่มันมีอยู่แล้วเราแค่ปรับให้มันทันสมัยและดีขึ้น ดีกว่าตั้งองค์กรใหม่ ท่านอย่าลืมนะครับมีอธิบดีใหม่ อะไรใหม่ มีตําแหน่งใหม่ อะไรทุกอย่าง ในศาลหนึ่ง เดี๋ยวต่อไปก็อยากจะมีอาคารของตัวเอง อยากจะมีอะไรของตัวเอง ผมเห็นด้วย ในความคิดนะครับ แต่ขอความกรุณาว่าคิดให้รอบคอบกว่านี้หน่อย ขอขอบพระคุณครับ
เรียนเชิญคุณอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อน ๆ สปช. ทุกท่านนะครับ ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่มีความสนใจในเรื่องของการปฏิรูประบบกําจัดขยะ แล้วก็ดีใจที่ทางกรรมาธิการได้ทําเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องขยะมันเปึนเรื่องที่ทําด้วยความ ยากลําบาก ผมเองก็มีส่วนร่วมที่จะผลักดันเรื่องนี้มาหลายป้แล้วก็ยังไม่สําเร็จสักทีนะครับ ความจริงเรื่องขยะนี่ขยะมันมีหลายประเภทนะครับ
อย่าง กทม. เองวันนี้ก็ยังดีใจที่ กทม. ขยะที่ติดเชื้อจากโรงพยาบาลหรือคลินิกต่าง ๆ ก็มีระ บบในการกําจัดได้ค่อนข้างดี ก็ทําได้เกือบหมด แต่ปัญหาก็ยังมีขยะที่เหลืออยู่ ซึ่งเปึนขยะส่วนใหญ่ก็เปึนขยะตามบ้านเรือน ขยะตามบ้านเรือนรวมทั้งขยะหลาย ๆ ชนิด ที่มีการนําไปรีไซเคิล (Recycle) ไม่ว่าจะเปึนพวกแอร์ (Air) เก่า ตู้เย็นเก่า ทีวีเก่าอะไรอย่างนี้ ความจริงแล้วอยากเห็นทางกรรมาธิการได้ดูให้มันเปึนระบบว่าเราจะทําเหมือน ในต่างประเทศได้หรือเปล่าที่ในต่างประเทศมีการแยกขยะจริงจังมาก ซึ่งการแยกขยะ เราก็จะได้ขยะบางอย่างที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง แล้วก็สามารถนําไปรีไซเคิลได้ ส่วนขยะ ที่ไม่สามารถกําจัดได้ รีไซเคิลได้ก็อาจจะนําไปใช้เปึนเชื้อเพลิง หรือนําไปใช้ในการผลิต ไฟฟัาได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เราน่าจะพยายามทํา แต่ว่าเราไม่ค่อยได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ เราพยายามรณรงค์ให้ตามบ้านเรือนแยกขยะหรือโรงเรียนแยกขยะแต่เราแยกไปก็ไม่สามารถ จะทําอะไรได้กับการแยก ส่วนในเรื่องของการรีไซเคิลขยะถ้าเราทําได้เหมือนในต่างประเทศ อย่างประเทศญี่ปุ์นอย่างท่านมีแอร์ เก่า ตู้เย็นเก่าถ้าท่านจะซื้อของใหม่ท่านต้องเอา ของเก่ามาแลก เพราะว่าของเก่าเขาสามารถไปกําจัดแล้วก็รีไซเคิลกลับมาได้ ซึ่งคิดว่า อยากเห็นเมืองไทยทําอย่างนี้เช่นเดียวกัน ส่วนวิธีการกําจัดขยะเทคโนโลยีมันมีหลายแบบ เพราะว่าเนื่องจากว่ามันขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของขยะ ทางกรรมาธิการก็พูดถึงระบบเผา แต่ก็มีบางระบบที่เปึนระบบที่ค่อนข้างจะดีแล้วก็มีปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมน้อยอย่างเช่น ระบบหมักที่ได้ไบโอแก๊สออกมา นอกเหนือจากนั้นไบโอแก๊สก็ยังสามารถที่จะไปผลิตไฟฟัาได้ ส่วนขยะบางชนิดที่แยกออกมาก็สามารถที่จะทําอัดเปึ นขยะแท่งที่เราเรียกว่าอาร์ดีเอฟ ซึ่งสามารถเปึนเชื้อเพลิงซึ่งใช้กับโรงงำนซีเมนต์ซึ่งขายได้ แล้วก็บาย โปรดักต์ (By product) หรือว่าส่วนที่เหลือทิ้ง มีบางส่วนสามารถทําเปึนปุิยได้ ซึ่งกระบวนการ ต่าง ๆ ก็คือคงขึ้นอยู่กับประเภทของขยะ แต่ว่าบางเรื่องที่มีการพูดถึงกันบ้างแล้วก็คือ ปัญหาของโรงไฟฟัาจากขยะมันทํายากจริง ๆ เพราะว่าอย่างที่ต้องเอ่ยนามคือ ดอกเตอร์คุรุจิตพูดถึงมันมีเจ้าพ่อจริง ๆ แม้กระทั่ง กทม. เองก็ยังมีปริมาณขยะวันละ ๙,๐๐๐ กว่าตันก็ยังไม่สามารถทําโ รงไฟฟัาจากขยะได้ก็ยังติดพัน มันมีปัญหาจริง ๆ ซึ่งปัญหานี้เราจะแก้ไขอย่างไร อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการที่ว่าเมื่อเราผลิตไฟฟัา ออกมาแล้วเราอยากจะขายไฟฟัาเข้าไปในระบบ ก็มีปัญหาอีกว่าถ้าจะขายไฟ ฟัาเข้าไป ในระบบก็จะต้องมีสายส่งที่สามารถรับไฟฟัาได้ เราจะต้องมีซับสเตชัน (Substation) ที่สามารถ
รับไฟฟัาที่จะต้องขายเข้ามาได้ ซึ่งตรงนี้ก็เปึนปัญหาอยู่เหมือนกันว่าเราอยากจะผลิตไฟฟัา แต่ว่าถ้าเกิดว่าไม่มีสายส่งที่มีขนาดใหญ่พอ หรือมีซับสเตชันที่ใหญ่พอที่จะรับไฟ ฟัา ก็ไม่สามารถดําเนินการได้ ในเรื่องของการที่จะลงทุน วันนี้เราก็บอกบอกว่าเราอยากให้ เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนเปึนระบบที่เราเรียกว่า ๓ พี (3P) ก็คือพับบลิก ไพรเวต พาร์ทเนอร์ชิป (Public Private Partnership) ความจริงแล้วระบบ ๓ พี ตามกฎหมายใหม่แล้วทําได้ ไม่ค่อยยาก โดยเฉพาะวงเงินที่ไม่ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาทสามารถที่จะลงทุนร่วมกันระหว่าง รัฐ เอกชน ได้ไม่ยากเลย แต่ปัญหาของเอกชนก็คงเปึนว่าถ้าจะลงทุนมันจะต้องคุ้มค่า กับการลงทุน ผลตอบแทนมันคงจะต้องดีพอสมควร โครงการขยะที่ทางรัฐบาลให้เอฟไอที (FIT) หรือฟ้ด อิน แทริฟ (Feed In Tariff) พูดถึงคํานวณมาจากผลตอบแทนประมาณ ๑๑-๑๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วผลตอบแทนระดับนี้เอกชนก็สนใจ แต่สิ่งที่เปึนปัญหาก็คือ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราสามารถจะเอาขยะมาจากเจ้าพ่อได้ ซึ่งตรงนี้คือจะเปึนเรื่องใหญ่ ที่สุดเลย ส่วนในเรื่องการมีส่วนร่วมผมก็เชื่อว่าถ้าเ กิดว่าปัญหาในท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีปัญหา จริง ๆ ประชาชนก็คงเห็นปัญหา แล้วประชาชนก็น่าจะเข้าใจได้ว่าถ้า จะแก้ปัญหา การกําจัดขยะโดยการผลิตไฟฟัาก็เปึนอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทําได้ แล้วก็สามารถ จะแก้ปัญหานี้ได้ ก็คิดว่าถ้าประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดําเนินการในการกําจัดขยะจริง ๆ ตั้งแต่ต้นเชื่อว่าการกําจัดขยะโดยการผลิตไฟฟัาก็มีความเปึนไปได้สูงครับ ขอบคุณครับ
คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพอย่างสูง ประธานกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ดิฉันเห็นด้วยกับ ทางคณะกรรมาธิการที่ให้มีการปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ชุมชน การกําจัดขยะเปึนประโยชน์ เปึนการเปลี่ยนแปลง เปึนการเพิ่มพลังงาน การแก้ปัญหาที่ชุมชนได้ประโยชน์ เช่น ขยะโดนกําจัดมลพิษหายไป เราได้พลังงาน กระแสไฟฟัาในชุมชน เช่น ทําแก๊สหุงต้ม การทําให้ชุมชนมีโรงไฟฟัาจากขยะหรือโรงงาน ไฟฟัาชีวมวล ขอเสนอแนวทางการกําจัดขยะหรือลดขยะนะคะ ส่งเสริม สนับสนุนให้ สถาบันการศึกษาให้มีธนาคารขยะ ส่งเสริมในชุมชนให้มีมูลนิธิกําจัดขยะ สมาคมกําจัดขยะ สหกรณ์กําจัดขยะ และชมรมกําจัดขยะ เพื่อจัดระบบกลไกลดขยะด้วย และเอาขยะมาแลก เปึนของใช้ ของกิน แล้วก็แลกเปึนคะแนนคนดี สอนคนให้รู้จักวินัยการทิ้งขยะ สร้างนิสัย การทิ้งขยะเปึนที่เปึนทาง โดยให้คะแนนคนดีเอาไปใช้ในการประกันความดีด้วยการกู้เงินของ ธนาคาร กู้เงินสหกรณ์ กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน และให้โล่คนดีเด่น ให้ประกาศนียบัตรจาก รัฐมนตรีหรือคณะสิ่งแวดล้อม เขาจะได้มีกําลังใจ ส่งเสริม สนับสนุนขยะเพิ่มมูลค่าเอาขยะ มาเปลี่ยนเปึนผลิตภัณฑ์ของใช้ในครอบครัว และในสวนผลไม้ต่าง ๆ น่าจะมีสนับสนุน โรงงานเล็ก ๆ เพื่อการแปรรูปขยะ เพิ่มมูลค่าการนําขยะมาเปึนศิลปะ เพิ่มมูลค่าในชุมชน ตําบล อําเภอ เปึนโอทอป (OTOP) ของประเทศแสดงในอาเซียนและประชาคมของโลก ดิฉันภูมิใจในหลักการของศาสนาอิสลามนะคะที่ครอบครัวของดิฉันจะเน้นการทิ้งขยะโดย ความสะอาด เริ่มจากอาหารฮาลาลและหลักศรัทธา มีคําสอนในคัมภีร์ศาสนาอิสลามว่า อัลนาซอ ฟาตู มินัล อีมาน ความสะอาด การดูแลขยะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสุขภาพที่ดี ดังนั้นเปึนหัวใจสะอาด ลดการเจ็บป์วยจากแมลงวัน จากสิ่งโสโครก เราจะต้องฝ๊ก เห็นด้วยนะคะ บางอย่างเหล็กเราเอามาเปึนขยะสามารถสร้างเปึนแบคโฮ (Backhoe) เล็ก ๆ ก็ได้นะคะ แล้วก็อาจจะสร้างรถยนต์พลังงานจากขยะที่เปึนเศษเหล็ก เปึนโมเดลของประเทศในอาเซียน ก็ได้นะคะ เปึนพลังงานไฟฟัามาจากแสงอาทิตย์ แต่เอาเศษเหล็กมาจากขยะเปึนต้น ดิฉันคิดว่า นี่คือเปึนการปฏิรูปนะคะ แล้วดิฉันขอฝากถึงเรื่องการจัดตั้งศาล ดิฉันขอให้สนับสนุน ศาลสิ่งแวดล้อม ศาลชํานัญพิเศษ ดิฉันเห็นว่าระบบแบบศาลชํานัญพิเศษนี้จะต้องมีผู้พิพากษา
ที่มีความรู้ความสามารถ รู้ในข้อเท็จจริงของคดี เพราะหากไม่ได้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ เปึนที่ประจักษ์แล้วประชาชนผู้เสียหายจะเข้าไปไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากปัญหา ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเปึนเรื่องใหญ่ กระทบกับ ประชาชนส่วนมาก เปึนปัญหาของสังคม โครงสร้างและระบบสนับสนุนบุคลากรศาลจะต้อง เป่ดกว้างเปึนธรรม และทัดเทียมกับศาลอื่น ๆ
เพื่อเปึนขวัญกําลังใจให้กับผู้พิพากษาและบุคคลในการปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนเพื่อให้ สาธารณะตามแนวการปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้นะคะ ดิฉันขอสนับสนุนของกรรมาธิการ ด้านสิ่งแวดล้อมด้านทะเล จังหวัดยะลาไม่มีทะเลนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าขอเสนอประเด็นสําคัญ การรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝัืง เพราะควรมีประเด็นส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็ประเด็นขอเพิ่มอีกนิดนะคะอยากเห็นกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ของประมง แล้วก็ส่งเสริมความรู้การศึกษาวิจัยทรัพยากรทะเลให้ยั่งยืน สร้างกฎหมาย เพิ่มความรุนแรงผู้กระทําผิดโดยจับผู้ที่ทําลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้รุนแรงก็จะไม่มีการ ทําลายสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน ขอขอบคุณที่ท่านประธานให้โอกาสเพิ่มเวลา ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านวีระศักดิ์ ภูครองหิน ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการที่เคารพ ตลอดจนท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ ผม วีระศักดิ์ ภูครองหิน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ประเด็นที่จะอภิปรายก็จะเปึนเรื่องการปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ไข ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนครับ ซึ่งถือว่าการที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอเรื่องนี้ ก็ถือว่าเ ปึนอีกช่องทางหนึ่งในการที่จะจัดการกับปัญหาขยะ ซึ่งถือว่าเปึนปัญหาเรื้อรัง ที่เกิดขึ้น เดิมทีเฉพาะในชุมชนเมือง แต่ปัจจุบันนั้นในชุมชนชนบทเกือบทุกพื้นที่แล้วก็จะมี ปัญหานี้เกิดขึ้น และจะทวีคูณขึ้นไปอย่างแน่นอนถ้าไม่มีการจัดการที่ดี สิ่งที่ผมจะฝากก็คือ เนื่องจากว่าเอกสารฉบับนี้หลังจากที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้แล้วก็คงจะ นําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเอกสารนั้นก็จึงน่าจะมีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะ มากได้ ในเอกสารเรื่องขยะโดยเฉพาะการจัดการขยะระบบกลุ่มจังหวัด ซึ่งถ้าเป่ดไปดู ของจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งก็จะเห็นข้อมูลอําเภอต่าง ๆ ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งประกอบด้วย ๑๘ อําเภอ ๑๓๕ ตําบล ถ้าพิจารณาข้อมูลสําคัญที่มีการนําเสนอในเอกสารของท่านกรรมาธิการ ก็คือการกําหนดให้มีศูนย์รวบรวมขยะ แล้วก็ศูนย์กําจัดขยะ ซึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น
ท่านบอกว่าศูนย์กําจัดขยะนั้นควรจะมีอย่างน้อย ๑ แห่ง แล้วก็ศูนย์รวบรวมขยะนั้น ควรจะมีอย่างน้อย ๔ แห่ง แต่ดูจากข้อมูลที่ท่านได้นําลงมาระบุในเอกสารแล้วก็ปรากฏว่า ที่ตั้งระหว่างอําเภอกับข้อมูลที่เปึนจริงในพื้นที่ก็จะไม่สอดคล้องกันเท่าที่ควร ยกตัวอย่าง บางอําเภอก็อยู่ห่างไกลกันมากท่านก็ได้นํามาระบุว่าอยู่ระหว่างอําเภอ อย่างเช่น อําเภอนาคู ซึ่งเปึนกิ่งอําเภอซึ่งตั้งขึ้นมาใหม่ ท่านก็บอกว่าอยู่ระหว่างอําเภอกมลาไสย สหัสขันธ์ คําม่วง ซึ่งก็จะมีความห่างไกลกัน โดยสรุปก็อยากจะให้ปรับปรุงข้อมูลความเปึนไปได้ ในการดําเนินการการจัดการขยะระบบกลุ่มจังหวัด เพราะว่าเรื่องที่ท่านนําเสนอนั้นก็คือ ขยะชุมชนใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงถือว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็ขอฝากไว้สั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสรณะ เทพเนาว์ ค่ะ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติอันทรงเกียรติ กระผม นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านปกครองท้องถิ่น หมายเลข ๒๐๙ ท่านประธานครับ ผมในฐานะเปึนผู้ปฏิบัติในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า
ผมรับผิดชอบในฐานะที่เปึนเจ้าหน้าที่งบประมาณเปึนปลัดเทศบาล มีปัญหาที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับทางด้านการบริหารจัดการขยะอย่างยิ่ง ในกรณีปัญหาที่ท่านได้ระบุไว้ในหน้า ๒๐ ปัญหาในเรื่องการเมืองท้องถิ่นเปึนปัจจัยสําคัญ การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นนี้ เมื่อขั้วใดขั้วหนึ่งขึ้นมามีอํานาจแล้วนี้ ผู้บริหารท้องถิ่นหรือนักการเมืองท้องถิ่นจะใช้สภาพ ของปัญหาขยะมาเปึนกลไกของการทํางาน ในป้ ๒๕๔๗ ถึงป้ ๒๕๕๐ นี่ เทศบาลผม ไม่มีพื้นที่ในการจัดการขยะถูกชุมชนต่อต้านของนักการเมืองขั้วหนึ่ง แล้วหลังจากนั้น ก็ไม่มีบ่อกลบฝัง แล้วเราใช้เส้นทางจากอําเภอแม่สะเรียงมาอําเภอฮอดเปึนระยะทาง ๑๖๐ กว่ากิโลเมตร ผมแล้วก็ท่านนายกเทศมนตรีได้ลาออก ในขณะนั้นผมทําหน้าที่เปึน ปลัดเทศบาลรักษาการ อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องการกําจัดขยะมาจาก สถานการณ์ปัญหาในด้านการเมือง การปกครองท้องถิ่น ผมคิดว่าในขณะนี้เราจะต้อง ปฏิรูปแล้วครับ ประเด็นอย่างหนึ่งที่อยากจะปฏิรูปก็คือว่าท่านระบุไว้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงระหว่างศูนย์รวบรวมขยะคอลเลกชัน (Collection) กับศูนย์กําจัดขยะเพาเวอร์ แพลนต์ เซนเตอร์นั้นทั้งโซนใต้ โซนเหนือ อําเภอขุนยวม อําเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอําเภอแม่สะเรียง อําเภอแม่ลาน้อย ซึ่งระยะห่างของอําเภอถึง ๑๖๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าภายในกลุ่มของการจัดการขยะที่มีศูนย์กําจัดขยะโดยลําเลียงขนถ่ายขยะนี่เราต้องใช้ งบประมาณค่าน้ํามันค่อนข้างจะสูง เพราะฉะนั้นถ้าใช้ระบบเซนเตอร์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้น จะเกิดทําให้สภาพของการขนถ่ายขยะจะดีขึ้น ในครั้งหนึ่งผมเคยมาชี้แจงในสมัย ท่านชัย ชิดชอบ ขอเอ่ยนามครับ ท่านเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ด้านงบประมาณ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ที่เขาแก้ปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอด ผมก็ขอฝากไว้ว่า สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ผมอยากจะขอฝากประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าต้องออกกฎหมายข้อบังคับ ถ้าถามความเห็นของประชาชนแล้วมักจะถูกต่อต้านทันที เพราะมาตรการดังกล่าว ถ้าชาวบ้านไม่เอาก็ทําไม่ได้ ตรงนี้ต้องใช้มาตรการบังคับนะครับ ๒. ก็คือใครที่ก่อให้เกิดขยะ ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่กําหนดครัวเรือนละเท่าไร ประชากรเท่าไร รายหัวใช้ขยะเท่าไร เฉลี่ยรายหัวเลยนะครับ ๓. กรณีที่เปึนศูนย์รวมขยะ หรือบําบัดขยะ หรือเตาเผาขยะ ควรจะต้องจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับจังหวัด อบจ. ๔. ก็คือมำตรการรองรับของทุกท้องที่ต้องมี มาตรการมีข้อบัญญัติของท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ออกค่าธรรมเนียมและการจํากัด
สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยนะครับ แล้วต้องให้อํานาจการคัดแยกขยะของ อปท. และของประชาชน มาตรการการปรับ แล้วถ้าเปึนปัญหาในเรื่องของการสร้างความรู้ความเข้าใจ อันนี้เปึน ปัจจัยสําคัญครับ ขอฝากนะครับ ซึ่งกระทบต่อภาพรวม อันสุดท้ายก็คือว่าขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยเองก็ดี รวมทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑ จังหวัด ๑ อปท. นะครับ อันนี้ผมเห็นด้วยที่จะสนับสนุนนโยบายของ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และท่านพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อันนี้ก็ขอฝากไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ เปึนช่องทางหนึ่งที่จะให้ระบบของการมีส่วนร่วมของประชาชนและการแก้ไขกําจัดขยะควรที่ จะต้องบูรณาการจับมือระหว่าง ๒-๓ กระทรวง ไม่ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย ก็จะเปึนประโยชน์นะครับ รวมทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ดูแลงบประมาณในการ จัดสรรงบประมาณให้เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาล ถือว่าเปึนวาระของชาติและเปึนวาระ ยุทธศาสตร์ของชาติเลยทีเดียวนะครับ อันนี้ผมขอฝากประเด็นสุดท้ายครับ และส่วนสุดท้าย อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าศาลสิ่งแวดล้อมครับ ผมอยากจะฝากไปยังหลักการร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธี พิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ก็คือว่าท่านให้มี ศาลสิ่งแวดล้อมกลาง ศาลสิ่งแวดล้อมภาค ศาลสิ่งแวดล้อมจังหวัด การแบ่งอํานาจหน้าที่ ต้องให้ชัดเจนครับ อันที่ ๒ กระบวนการระงับข้อพิพาทควรจะมีการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท ของสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะเข้าสู่ระบบของศาลนะครับ
ส่วนสุดท้ายก็คือว่าวิธีพิจารณาความแพ่งและคดีปกครองสิ่งแวดล้อมรัฐบาลไหนก็ปล่อยให้ อายุความหมด เมื่อกี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสยุมพรท่านพูดถึงคดีโคบอลต์ รวมทั้งคดีคลองด่าน คดีแม่เมาะทั้งหลายนี่ให้กําชับให้คดีได้เร่งรัดเร็วขึ้น ผมไม่ขัดเลยนะครับที่มีศาลสิ่งแวดล้อมโลก อันนี้จะไปเชื่อมตามที่ท่านผู้ช่วยผู้พิพากษาได้กล่าวนะครับ มันจะเปึนมิติใหม่ ไม่ว่าสหราชอาณาจักรของประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลียก็ดีเขาก็มีสิ่ งเหล่านี้ ในประเทศอินเดีย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มี ก็ขอฝากประเด็นนี้ไว้ ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ หมายเลข ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๗ ถึงวันที่ ๙ ผมได้จัดค่ายรักโบราณสถาน วัฒนธรรม และธรรมชาติ ซึ่งก็มีความเกี่ยวข้องกับทั้งหมดที่กล่าวนี้ จัดอยู่ ๒-๓ วันนะครับ ไปที่ริมทะเลสาบสงขลา ก็ให้เยาวชนที่เข้าประมาณ ๗๐ คนนั้นได้เรียนรู้เรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของธรรมชาติ และเรื่องต่าง ๆ ที่เปึนสิ่งแวดล้อม รุ่นนี้เปึนรุ่นที่ ๑๐ รวมแล้ว ก็เปึนพันคนครับขณะนี้ที่ได้จัดเอาไว้ ก็ถือว่าเปึนพลังเยาวชนที่สําคัญ และคงจะมีเรื่อยไป ไม่ใช่เฉพาะรุ่นที่ ๑๐ แต่คงจะมีเรื่อยไป ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ดูแลสิ่งแวดล้อมของชาตินั่นเอง สิ่งที่เปึนสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เปึนธรรมชาตินั้นถือว่าเปึนยาวิเศษของคน เพราะถ้าสิ่งแวดล้อมไม่ดี ธรรมชาติชํารุดเสียหายสุขภาพของคนก็เสียหายตามด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเปึนเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ ก็ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับที่ช่วยกันดูแล ในเรื่องนี้ และไปกระตุ้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้มีอะไรต่าง ๆ มากขึ้นนั่นเอง ทรัพยากรทางทะเลที่ดอกเตอร์ธรณ์พ ยายามจะทําผมเองก็ชื่นชมมาตลอด ของท่าน ก็วาฬบรูด้าที่เด่นเปึนพระเอกตอนนี้ เปึนนางเอกด้วยถ้าตัวเมีย แล้วก็มีอีก ๒ ชนิด ที่บอกว่าควรจะเปึนสัตว์สงวน ผมขอฝากดอกเตอร์ธรณ์อีกอย่างหนึ่งนะครับ ผมกลัวสูญพันธุ์ คือโลมาสีชมพู ที่ขนอม ที่อ่าวไทย ก็ใกล้ ๆ บ้านผมนั่นแหละจังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้โลมาสีชมพูโดนอะไรต่อมิอะไรตายไปหลายตัวแล้วครับ และเปึนโลมาที่มีเสน่ห์ เรื่องการท่องเที่ยว จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญที่การท่องเที่ยวแห่ งประเทศไทย
ควรจะเอาใจใส่มากกว่านี้ เมื่อก่อนถนนไปที่แหลมประทับไม่มีครับดอกเตอร์ธรณ์ ผมก็เลยต้องออกอากาศทางวิทยุบ้าง ทางโทรทัศน์บ้าง แล้วคณะกรรมาธิการปฏิรูป การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ท่านก็ไปประชุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็เลย ประท้วงว่าเมื่อไรท่านทําถนนไปที่แหลมประทับที่โลมาสีชมพูอยู่เสียทีละครับ ไป ๆ มา ๆ ก็ได้งบประมาณมาตอนหลัง ก็ดีขึ้นครับคือขับรถไปแล้วแหนบไม่หัก ดอกเตอร์ธรณ์ครับ นี่คือเ รื่องหนึ่งซึ่งผมเห็นว่าควรจะเอาใจใส่และรีบทําทางให้ไปสู่แหล่งท่องเที่ยว ที่เปึนธรรมชาติให้สะดวกยิ่งขึ้น ฝากโลมาสีชมพูด้วยนะครับดอกเตอร์ธรณ์ ใส่ลงไปเปึน สัตว์สงวนที่ ๔ ประเภทในทะเล ก็ขอขอบคุณ แล้วก็ ๔ กองทัพไทย ดอกเตอร์ธรณ์ครับ อันนี้ผมก็เห็นแล้ว แต่ท่านก็เน้นที่อันดามัน ก็ไม่ว่ากระไรครับ เพราะตรงนั้นมีความสวยงาม มีความพิเศษ แต่ว่าฝากอ่าวไทย อย่าลืมครับช่วยใส่ด้วย ดีไม่ดีหลังจากที่อันดามัน เปึนมรดกโลกแล้วอ่าวไทยก็เปึนมรดกโลกก็ได้ครับ เพราะมีความสวยงามเช่นเดียวกัน ก็เปึนส่วนที่ ๒ ในส่วนของเรื่องโบราณคดีทางทะเล อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ บริเวณนี้ อาณาจักรเก่า ๓ อาณาจักรนะครับ ๑. ตามพรลิงค์ ก่อน พ.ศ. ๕๐๐ อันนั้นชัดเจนครับ ในคัมภีร์มหานิทเทส พระไตรป่ฎกพูดถึงตัมบัลลิงก์คัมหรือตันเหมยลิง และเมืองตะโกลา ที่ตะกั่วป์า เพราะฉะนั้นมีแน่นอนครับก่อน พ.ศ. ๕๐๐ จากนั้นมาก็มีอาณาจักรหนึ่งชื่อว่า ศรีวิชัย ซึ่งเถียงกันอยู่ว่าศูนย์กลางอยู่ไหน แต่ทางไชยาก็บอกว่าอยู่ไชยา นครก็บอกอยู่นคร แต่ชวาบอกว่าอยู่ปาเล็มบังครับ อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นคือลักษณะวัฒนธรรมศรีวิชัย
ก็อยากจะฝากว่าโบราณคดีใต้ทะเลที่ดอกเตอร์ธรณ์พูดถึงเปึนเรื่องสําคัญ ใต้ทะเลเหล่านี้ ถ้าศึกษากันจริงมีเยอะ กองทัพของพระเจ้าราเชนทร์โจฬะยกจากอินเดียใต้มาตีจังหวัด นครศรีธรรมราชกวาดเงินกวาดทองไปเกลี้ยง นั่นคือสมัยศรีวิชัย แล้วหลังจากนั้น พ.ศ. ๑๕๐๐ เปึนต้นมาก็เปึนศรีธรรมราชมหานคร และประวัติศาสตร์ตรงนี้ชัดครับ มีตํานาน พระบรมธาตุ ตํานานเมืองนคร มีเรื่องราวของพระเจ้าจันทรภาณุยกกองทัพไปตีลังกาและ อินเดียใต้ เพราะฉะนั้นโบราณคดีใต้ทะเลตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ ไม่ว่าอ่าวไทยหรือว่า ที่อ่าวอันดามันก็แล้วแต่ อยากจะฝากให้ความสําคัญตรงนี้เพิ่มเติมครับดอกเตอร์ธรณ์ เวลาจะหมดแล้วครับ ขอฝากของรองศาสตราจารย์สุชาติท่านพยายามเหลือเกินเรื่องขยะ แล้วท่านก็ถามผมขยะจังหวัดนครศรีธรรมราชเปึนอย่างไร บอกว่ามากเหลือเกิน แล้วก็จะไป ดูกันครับ พอดีวันนั้นก็บอกว่ามีการประมูล ไป ๆ มา ๆ การประมูลไม่สําเร็จไปติดอีไอเอ (EIA) หรืออะไรนี่ตรงนี้ ในที่สุดขณะนี้ขยะที่สวนสาธารณะที่บ้านผมที่จังหวัด นครศรีธรรมราชก็ยังมีกองเบ้อเริ่มเทิ่มทําอย่างไร นี่คือสุขภาพของพี่น้องประชาชน ก็อยากฝากรองศาสตราจารย์สุชาติช่วยดําเนินการในเรื่องนี้ผ่ำนกระทรวงไหนก็แล้วแต่ ให้กําจัดขยะให้ได้สักทีเถอะครับ อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้สุขภาพของพี่น้องประชาชน ไทยดีขึ้น แล้วทุกแห่งไม่ใช่เฉพาะที่เดียวนะครับ ส่วนศาลสิ่งแวดล้อมผมก็เห็นแล้วคร่าว ๆ แต่ก็มีความดีใจว่าเรื่องนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ ผมเคยอยู่จังหวัดหนึ่ง หอม ๒ เวลา เช้า เย็น คือหอมกลิ่นปลา ไก่ แล้วแต่ละวันไม่ได้พัก ไม่ได้หลับได้นอน เช้า เย็น เช้า เย็น ถามว่าแล้วทําไมไม่จัดการให้เรียบร้อย ผมก็ไม่ทราบ เรื่องนี้ก็ฝากทาง กระทรวงไหนช่วยด้วยนี่คือสิ่งแวดล้อม สุขภาพของพี่น้องประชาชนจะดีได้ที่สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากค่ะ รายนามที่เหลืออยู่มีท่านสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรร ณ ท่าน พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ท่านประทวน สุทธิอํานวยเดช แล้วก็ท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ต่อไปขอเชิญท่านสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ค่ะ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนั้นเปึนเรื่องสําคัญซึ่งผมเห็นด้วย
อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ที่ส่งมาให้อ่านนี่นะครับ มีประเด็นที่อยากจะนําเสนอความคิดเห็นบางประการ เพื่อคณะกรรมาธิการจะได้รับไปพิจารณาดูอีกที มาตรา ๑๔ ผู้พิพากษา ในร่างบอกว่าควรอยู่ใน ตําแหน่งอย่างต่อเนื่อง จนเพียงพอที่จะสามารถพัฒนางานคดีสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ความชํานาญอย่างมีประสิทธิภาพ คําว่ามีความสามารถในการพัฒนาคดีสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ความชํานาญอย่างมีประสิทธิภาพ ตีความกันอย่างไร แล้วตามปกติผมก็ไม่ทราบว่าศาลอื่น เปึนอย่างไร แต่ศาลชํานัญพิเศษนั้นตามปกติแล้วก็อย่างเช่นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลาง ผู้พิพากษาต้องอยู่ในตําแหน่ง ๗ ป้ แต่ในร่างนี้ไม่ได้กําหนด ระยะเวลาในการดํารงตําแหน่ง แล้วจะตีความได้อย่างไรว่ามีความสามารถพัฒนาความรู้มาก จนกระทั่งถึงขั้นที่ว่าพิจารณาคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้เปึนเรื่องของผู้พิพากษานะครับ ผู้พิพากษาสมทบ มาตรา ๑๕ เขาบอกว่าการจะเปึนผู้พิพากษาสมทบได้นั้นต้องผ่าน การอบรม แล้วก็ต้องมีความรู้ความชํานาญทางด้านสิ่งแวดล้อมเปึนพิเศษเฉพาะทาง แล้วก็มี ข้อห้ามว่าห้ามโน่นห้ามนี่ แต่ผมเสนอว่าถ้าจะห้ามนั้นควรจะกําหนดข้อความต่อไปนี้ด้วยครับ ว่าควรจะกําหนดว่าต้องพ้นจากการเปึนสมาชิกพรรคการเมือง ข้าราชการการเมือง ผู้บริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ป้ เพราะว่าคนที่ ดํารงตําแหน่งแบบนี้นั้นเขาน่าจะต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับกลไกต่าง ๆ รู้ข้อมูลต่าง ๆ เมื่อพ้นสภาพ ไปแล้วเขาก็น่าจะมีความสามารถในการที่จะกําหนดกฎเกณฑ์กติกาต่าง ๆ ได้ ซึ่งมันจะทําให้ เกิดทัศนคติในทางใดทางหนึ่งกับคดีที่เขาดําเนินการพิพากษาอยู่ ข้อต่อมา ที่ปรึกษาสิ่งแวดล้อมในมาตรา ๒๔ ไม่ได้กําหนดบทบาทภาระหน้าที่ความรับผิดชอบใด ๆ ไว้เลยว่าต้องทําหน้าที่อะไร อย่างไร
เรื่องต่อมา มาตรา ๒๗ เจ้าพนักงานคดีสิ่งแวดล้อม ตามร่างบอกว่ามีอํานาจพิจารณา พิพากษาคดีสิ่งแวดล้อม เพื่อทําหน้าที่ช่วยเหลือศาลในการดําเนินคดีสิ่งแวดล้อมตามที่ศาล มอบหมาย และ (๘) ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้พนักงานคดีสิ่งแวดล้อม เปึนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและให้มีอํานาจมีหนังสือเรียกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มาให้ข้อมูลหรือให้จัดส่งเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามอํานาจหน้าที่ คนเหล่านี้จบปริญญาโทจากสิ่งแวดล้อม จากแพทย์ มีความรู้ความชํานาญเกี่ยวข้องโดยตรง เจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็จะมีความรู้ความสามารถมากกว่าผู้พิพากษา และมีความรู้ความสามารถ มากกว่าผู้พิพากษาสมทบ ดังนั้นโอกาสที่จะชี้นําผู้พิพากษาสมทบและผู้พิพากษาซึ่งเปึน เจ้าของสํานวนนั้นก็จะมีโอกาสสูงมาก และจะแน่ใจได้อย่างไรว่าบุคลากรเหล่านี้จะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความมั่นคง เที่ยงตรงอย่างตรงไปตรงมา ถ้าจําเปึนจะต้องออกหนังสือเรียกบุคคล มาให้ข้อมูล หรือจัดส่งเอกสารให้ ทําไมไม่ให้ผู้พิพากษาเจ้าของสํานวนเปึนผู้ออกหนังสือล่ะครับ ในเมื่อหนังสือเหล่านี้เปึนหนังสือที่มีความสําคัญ ประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นที่เปึนปัญหา ในอนาคต เรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นเปึนเรื่องสําคัญมาก ในอนาคตนั้นประเทศไทยก็จะต้อง ยกเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเปึนเรื่องสําคัญระดับประเทศ และระดับภูมิภาค ประเทศไทยจะผลิต บุคลากรทางด้านสิ่งแวดล้อมไม่ทัน จะเกิดการสมองไหล ถ้าเกิดมีศาลนี้ก็จะเกิดการสมองไหล ได้มีการเตรียมการรองรับอย่างไร อย่างเช่นทุกวันนี้ข้าราชการในหน่วยราชการบางแห่ง ถูกซื้อตัวโดยเอกชน เงินเดือนคุณได้เท่านี้ ผมให้คุณ ๒ เท่า ๓ เท่า มีรถประจําตําแหน่ง มีโน่นให้ต่างหาก สวัสดิการให้ต่างหาก แล้วในร่างนี้ก็ยอมรับอีกว่าบุคลากรนั้นจะต้อง มีการเตรียมการอย่างเพียงพอ ผมเลยอยากเรียนถามว่าถ้าเกิดจะมีศาลนี้ขึ้นมาแล้วนี่ได้มีการ เตรียมการอย่างไรในการที่จะรองรับบุคลากรให้เพียงพอไม่ให้เกิดรายการสมองไหล ทั้งหมดนี้ไม่ได้คัดค้าน แต่เพียงเปึนห่วงว่าการเปึนผู้พิพากษาแล้วก็การเปึนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทราบว่าศาลอื่นจะเปึนอย่างไร แต่ถ้าศาลนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตําแหน่งแบบนี้ ก็เปึนเรื่องน่าห่วงว่าอํานาจหน้าที่ที่กําหนดให้เขานั้นจะมากจนเกินไปหรือไม่ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ค่ะ
ท่านประธานครับ กระผม เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการที่เสนอเรื่องสูง ต่ํา กว้าง กว้างไปสุดขอบฟัานั้นคือทะเล ต่ําคือขยะ ศาลนี่สูง ๓ มิติเลยนะครับ ผมไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมนอกจากขอฝากเรื่อง ให้ระวังและตั้งข้อสังเกตเท่านั้นละครับ เรื่องทะเลก็คงจะไม่มีอะไร เพราะดอกเตอร์ธรณ์ ท่านเปึนเจ้าทะเลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของศาลนั้น เคยมีคําของท่านเจ้าคุณมหาประยุทธ์ คือพระพรหมคุณาภรณ์ ท่านเคยพูดว่า เมื่อใดที่มนุษย์เริ่มจะต้องตระหนักในเรื่องการรักษา สิ่งแวดล้อม เมื่อนั้นมนุษย์กําลังแยกตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อม เพราะแท้ที่จริงแล้วตัวเราเอง กับสิ่งแวดล้อมนั้นเปึนสิ่งเดียวกัน เมื่อไรที่เรารู้สึกว่าต้องแยกออกนี่แสดงว่ามีปัญหาแล้ว โลกกําลังมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะเรากําลังแยกตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อม นั่นก็เปึน ข้อให้ระวัง ตั้งสังเกต ส่วนเรื่องของขยะก็เช่นกัน มันก็แปลกดีเท่าที่ฟังดู เพราะเราต้องตั้ง สิ่งก่อสร้างใหญ่โตเหลือเกินเพื่อกําจัดขยะ นี่ผมมองว่า เอ๊ะ เรากําลังไม่ได้ขจัดเหตุ แต่เรากําลังไปเผด็จผล ซึ่งแน่นอน นี่คือโลกนี้กําลังมีปัญหา เรากําลังต้องไปเผด็จผล ไม่ได้ กําจัดเหตุ เพราะผมเห็นด้วยจริง ๆ ว่าการที่จะกําจัดขยะนั้น ไม่ใช่ด้วยการเผาขยะอย่างเดียว ต้องรณรงค์เรื่องการไม่สร้างขยะ
เพราะมิฉะนั้นแล้วน่ากลัวนะครับเราจะต้องรณรงค์กันสร้างขยะเพื่อมาปัอนเตาเผาขยะ หรืออย่างไรชักงง ผมเองนั้นเคยใช้คําเพื่อใช้ ในการรณรงค์ไม่ให้คนสร้างขยะก็คือว่า ใบตองเชือกกล้วยช่วยโลกได้ ใบตองเชือกกล้วยช่วยโลกได้นะครับ ถ้าบ้านเราจะตระหนัก ในเรื่องนี้ผมคิดว่าจะเปึนการกําจัดขยะที่ถูกต้องที่สุดคือกําจัดที่เหตุไม่ใช่เผด็จที่ผล อันนี้ก็ขอ ฝากไว้ให้ระวังแล้วตั้งสังเกตนะครับ เคยเขียนกลอนก็ขออ่านให้ฟังเปึนข้อระวังตั้งสังเกต เรื่องใบตองเชือกกล้วยช่วยโลกได้ ก็เห็นเย็น ๆ ค่ํา ๆ ก็คงจะไม่เครียดกัน นะครับว่า ถึงโฟมจะดีมีประโยชน์ แต่ก็มีโทษหลายเท่า สิ่งแวดล้อมเลวกว่าเก่าก็เพราะเราลืมกาบกล้วย พลาสติกจะหุ้มโลกกลายเปึนโคกเปึนคลอง ภูเขาเลากาก่ายกองก็เพราะเราลืมตองกล้วย ใช้เชือกฟางเปึนฟ์อนเชือกไนล่อนเปึนลัง ขยะเขยอะจึงเกรอะกรังก็เพราะเราลืมเชือกกล้วย ต้องกินซุปสูตรพิเศษ กินจานเด็ดสุดแผ่นดิน อาหารเสริมอาหารศีลก็เพราะเราลืมกินกล้วย ทําลายโลกไม่รักโลกจึงวิโยคอยู่ยากเย็น เหมือนกับตายทั้งเปึนก็เพราะเห็นเปึนเรื่องกล้วย ๆ ขอฝากเปึนข้อระวังตั้งสังเกต อย่าลืมนะครับใบตองเชือกกล้วยช่วยโลกได้ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ค่ะ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๒ จากจังหวัดมหาสารคามครับ เรื่องการปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหา การจัดการขยะมูลฝอยชุมชน การกําจัดขยะมูลฝอยชุมชนถือว่าเปึ นเรื่องใหญ่และเปึนเรื่องที่ พวกเราทุกคนได้สัมผัสเห็น แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนวาระแห่งชาติที่ตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เข้ามาบริหารจัดการก็มีไฟไหม้กองขยะที่แพรกษา ซึ่งก็ถือว่าเปึนการจุดประเด็นให้ทุกคน เห็นปัญหาความสําคัญของขยะ แล้วหลังจากที่มีปัญหาเรื่องของขยะที่แพรกษาแล้วก็เอกซเรย์ ทั่วประเทศกองขยะใหญ่ ๆ เท่ากับตึก ๕ ชั้น ๖ ชั้นไม่ว่าจะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จังหวัดขอนแก่น ที่อําเภอหาดใหญ่หลาย ๆ ที่โดยเฉพาะเมืองใหญ่ขยะต้องเยอะ ตรงนี้เปึน ปัญหาที่ทุกคนตระหนัก ในฐานะที่ผมเปึนนายกเทศมนตรีและเปึนผู้บริหารท้องถิ่นด้วย ที่จังหวัดมหาสารคามของผมก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้จังหวัดมหาสารคามเปึนจังหวัดที่ไม่ใหญ่มาก แต่ปัญหาขยะวันหนึ่งก็ประมาณ ๑๐๐ ตันต่อวัน ซึ่งทางจังหวัดมหาสารคามในพื้นที่ผมเอง ก็ไปทิ้งนอกเขตเทศบาลที่ อบต. หนองปลิง ทีนี้ในส่วนของการจัดการขยะทุกคนก็รู้สึกว่า
เราจัดการขยะยังไม่ดี ต้องยอมรับว่าท้องถิ่นขีดความสามารถและงบประมาณทรัพยากรต่าง ๆ ในการจัดการขยะเรายังไม่ได้มาตรฐานที่ควรจะเปึน ซึ่งแต่ละส่วนที่เกิดปัญหาขึ้นไม่ว่า จะเปึนเรื่องของมลภาวะเรื่องกลิ่น เรื่องแมลงวัน เรื่องน้ําชะขยะในช่วงหน้าฝนโดยเฉพาะช่วงนี้ ฝนตกทีไรพวกผมนอนไม่หลับ เพราะว่าน้ําชะขยะบางทีก็จะลงไปทุ่งนาแล้วก็เกิด ความเดือดร้อน ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ในฐานะที่เปึนผู้รับผิดชอบโดยตรงก็ได้ให้ความสําคัญ และดูแลแก้ไข อย่างเต็มที่ เพราะว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนพวกเราสัมผัสได้ตลอดเวลาแล้วต้องรับผิดชอบนะครับ ซึ่งก็ขออภิปราย ในแง่ของการที่จะนําขยะไปแปรรูปซึ่งก็ถือว่าเปึนความสําคัญ
เพราะว่าขยะที่เราทําแล้วก็ฝังกลบ หรือบางทีก็ปล่อยทิ้งลงแม่น้ําก็สร้างปัญหาให้กับสังคม ชุมชน แต่ถ้าเรานําไปเปึนพลังงาน เมื่อเปึนอาร์ดีเอฟหรือเปึนไฟฟัาเอง ก็ถือว่าเปึนการนําสิ่งที่ เปึนโทษมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประเทศชาตินอกจากจะลดเรื่องมลภาวะแล้วยังได้พลังงาน ไฟฟัาขึ้นมาใช้เปึนประโยชน์ ซึ่งส่วนนี้ทุกคนเห็นด้วยในหลักการ แต่เรื่องของการที่จะทํางาน สังเกตว่าช่วงนี้มีการมาติดต่อเรื่องการทําไฟฟัาจากขยะนี่มากมาย แต่ยังมีปัญหา เรื่องความสําเร็จ หลายที่ที่ทําไปแล้วหลายท่านก็บอ กว่ายังมีปัญหาอยู่ ไม่ว่าจะเปึน จังหวัดภูเก็ต หรือหาดใหญ่ หรือหลาย ๆ ที่ ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งที่เราต้องมาทบทวนแล้วก็มาดูว่า ปัญหาคืออะไร ทําอย่างไรเทคโนโลยีจะดี จะไม่มีมลพิษ ประชาชนจะมีความสุข สิ่งนี้คือสิงที่ จะพบกับความสํา เร็จ เพราะว่าประชาชนคงไม่แฮปป้ หรอกครับถ้ายังมีมลภาวะอยู่ ประชาชนไม่แฮปป้หรอกครับถ้ายังมีเรื่องของการบริหารจัดการโรงไฟฟัาทําอาร์ดีเอฟ โดยไม่ประสบความสําเร็จ บางเทศบาล บาง อบต. ไปเซ็นสัญญาไว้ก็กลายเปึนซากเปึนสิ่งที่ เรียกว่ามีปัญหาจนถึงปัจจุบัน แล้วสิ่งที่อยากตั้งข้อสังเกตก็คือว่าเราจะทําอย่างไร ให้เกิดเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสม ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าในโลกนี้โดยเฉพาะที่ท่านอาจารย์ สุชาติ นวกวงษ์ ไปดูมาทั่วโลกนี่ก็คงเห็นว่าตอนนี้มีเทคโนโลยีหลาย ๆ เทคโนโลยีที่มีความ เหมาะสม แต่ว่าใช้ขยะ ๕๐๐-๗๐๐ ตันต่อวัน ซึ่งอันนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าเราจะมีเทคโนโลยี ที่เหมาะสมที่สามารถจะใช้แค่ ๑๐๐-๒๐๐ ตันต่อวัน แล้วเกิดประโยชน์ได้ไหม หรือถ้าไม่ได้ การใช้ขยะที่จะขนไปเปึน ๑๐๐ กิโลเมตร ค่าโลจิสติกส์ก็ไม่คุ้ม แล้วในส่วนที่ต่ํากว่า ๕๐๐ ตัน เราทําเปึนอาร์ดีเอฟเปึนขยะอัดแท่งเพื่อขายเปึนพลังงานน่าจะเปึนประโยชน์กว่า ซึ่งตัวนี้ก็คิดว่าน่าจะเปึนสิ่งที่ดี ประการที่ ๒ คือเรื่องสถานที่ ชุมชนควรจะเปึนคนกําหนดว่า สถานที่ใดเหมาะสม แต่ผมบอกเลยว่าการเป่ดพื้นที่ใหม่ยากมากครับ ถ้ายังไม่เห็นตัวอย่างที่ดี แล้วไม่มีมลภาวะ แล้วพื้นที่เดิมที่เปึนปัญหาอยู่แล้วทําให้มันดีขึ้นน่าจะเปึนคําตอบที่ ถูกต้องกว่า ประการที่ ๓ คือระเบียบที่เกี่ยวข้อง กฎหมายร่วมทุนภาครัฐ เอกชน พีพีพีที่ตอนนี้ ลงมาต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนสิ่งที่ต้องแก้ไข แล้วก็ต้องดูให้รอบคอบ แล้วก็ ทางราชการจะต้องเข้ามาดูแลตั้งแต่ต้น ก็ขอสรุปว่าเรื่องของขยะเปึนวาระแห่งชาติ เรื่องของ การลดขยะตั้งแต่ต้นทำงเราจะทําอย่างไร เรื่องของการกําจัดขยะให้ถูกต้อง แล้วก็ลด มลภาวะ แล้วก็ใช้เปึนประโยชน์โดยเฉพาะทําให้เกิดพลังงาน ไม่ว่าจะเปึนอาร์ดีเอฟ
หรือไฟฟัาก็เปึนคําตอบในที่สุด แต่ขอให้พวกเราต้องร่วมมือกันในการที่จะหาแนวทาง ที่ถูกต้องแล้วก็สร้างความมั่นใจให้ประชาชนให้ได้ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ค่ะ
พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ คณะกรรมาธิการ และสมาชิกทุกท่าน ผมจะขออภิปรายในเรื่องของวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ในเรื่องของการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงใน ๒ ประเด็น ในเรื่องประเด็นของการจัดการสัตว์ทะเลที่หายาก และในเรื่องเกี่ยวกับการดําน้ําหรือปะการัง ผมต้องขอกล่าวถึงดอกเตอร์ธรณ์ด้วยความประทับใจ เพราะผมถือว่าท่านได้เห็นความสําคัญ ของทรัพยากรทางทะเลแล้วก็ได้ต่อสู้เกาะติดเรื่องนี้อย่างจริงจังมาโดยตลอด จนสามารถ ทวงสิทธิประโยชน์ของประเทศกลับคืนมาได้ ประเด็นแรกคือข้อ ๔.๒.๒ ในหน้า ๓ เรื่องการบริหารจัดการสัตว์ทะเลหายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ในอดีตผมเคยรับราชการที่สัตหีบ ในอ่าวสัตหีบมีพะยูนครับ แล้วก็ในช่วงนั้นมันก็ฮือฮา สามารถเรียกนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวสัตหีบได้เยอะพอสมควร ทีนี้พอพูดถึงสัตว์หายาก ผมก็อยากจะขออนุญาตเอ่ยนามดอกเตอร์สืบพงศ์ท่านเพิ่มมาชนิดหนึ่งคือโลมาสีชมพู ผมก็อยากจะฝากให้เพิ่มอีกสักชนิดหนึ่งคือพะยูน ถ้าเผื่อว่าจะมีการอนุรักษ์ไว้แล้ว เหมือนกับวาฬที่ท่านพูดถึง ฉลามวาฬ ก็อาจจะต้องเพ่งเล็งในเรื่องของการออกกฎหมาย เพื่อปัองกันคุ้มครองเพราะว่าระยะหลังผมไม่ได้ยินข่าวเรื่องพะยูนเลย แต่ว่ามันก็เปึน สัตว์ที่หายากถ้าเราไม่คุ้มครองมันก็คงจะสูญพันธุ์ไปสักวันหนึ่งนะครับ ก็ขอเรียนฝากเอาไว้ด้วย ประเด็นที่ ๒ ก็อยู่ในหน้า ๑๑ เปึนเรื่องของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ทางทะเลเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่ท่านใช้คําว่า ๔ ทัพทะเลไทย ซึ่งมันก็เกี่ยวพันไปถึง ในหน้า ๑๒ มีประเด็นเรื่องของการผลักดันให้มีการออกใบอนุญาตดําเนินกิจการดําน้ําลึก ผมขอพูดก่อนว่าเรื่องของการทําลายปะการังผมคิดว่าท่านดอกเตอร์ธรณ์อาจจะทราบดีว่า การดําน้ํามันไม่ได้แยก มันมีทั้งน้ําลึกกับน้ําตื้น แต่ตัวการที่ทําลายปะการังที่มากกว่า การดําน้ําลึกคือการดําน้ําตื้น เพราะฉะนั้นมันน่าจะมีการแบ่งแยกพื้นที่ เขตน้ําตื้นตรงไหน ที่สามารถที่จะดําน้ําโดยไม่ทําลายปะการังมากมายนัก ซึ่งอาจจะต้องเปึนกฎหมายหรืออะไร ก็แล้วแต่ ผมเคยเปึนนายกสมาคมดําน้ําโดยที่พยายามผลักดัน ผมก็จะพูดถึงประเด็นเรื่อง ของการออกใบอนุญาตดําเนินกิจการดําน้ํา คือได้มีคําที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในลักษณะ ที่ว่าเรื่องของดําน้ํามันเหมือนเปึนช่องว่างในประเทศ คือมีการดําน้ําโดยเหมือนกับฟรี ปล่อยตามสบายไม่มีกฎหมายฉบับใดบังคับเลย ซึ่งผมคิดว่าท่านคงทราบดีในเรื่องนี้ ก็เอา สมาคมดําน้ําก่อตั้งขึ้นมาเพื่อว่าทําอย่างไร ผมมีลักษณะที่จะทําอะไรเพื่อชาตินิยม ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเปึนแพทย์แผนไทย อดเอ่ยไม่ได้นะครับ เราเห็นว่าเรื่องของการดําน้ํามีคนต่างชาติ ที่มาแสวงประโยชน์แล้วก็เป่ดหลักสูตรซึ่งคิดในราคาแพงมาก ก็มีการรวมกลุ่มกันว่า ทําอย่างไรเราถึงจะทําสิ่งที่คนไทยให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ในสิ่งที่ไม่ต้อง เสียค่าใช้จ่ายมากก็ก่อตั้งสมาคมนี้ขึ้นมา แต่ยอมรับว่าในปัจจุบันนี้มันยังไปไม่ถึงไหน ผมก็อยากจะฝากว่าเรื่องของการผลักดันให้มีการออกใบอนุญาตของการดําน้ําทําอย่างไร คือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงถ้ามันจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ออกเปึน กฎหมายซึ่งมันควรจะมี แล้วก็ทําอย่างไรให้องค์กรของคนไทยหรือของราชการก็ได้ คือแผ่นดินเราเราไม่ต้องไปอาศัย หมายความว่าใบประกอบวิชาชีพจากองค์กรอื่น
ผมว่าอย่างเช่นนาวี่ก็ดี หรือว่าแพดดี้ หรือซีแมส ซึ่งคนต่างชาติทั้งนั้น ของเราไม่มีของเราเอง เพราะฉะนั้นเราก็พยายามก่อตั้งของเราขึ้นมา ซึ่งเรื่องของการดําน้ํา เรื่องกฎกติกามันก็ไม่ได้ ยุ่งยากอะไร เราก็มีมาตรฐานของเรา เปึนคนไทยใช้สิทธิบัตรของเราหรือว่ากฎหมายของเรา เพื่อผลประโยชน์ที่จะตกแก่ประเทศชาติไม่ไปไหนนะครับ ผมก็อยากจะฝากท่านไว้เพราะว่า ท่านคลุกคลีในเรื่องนี้มานานแล้วก็รู้เรื่องอะไรลึกซึ้ง แล้วก็รัฐอยากจะเห็นกิจการดําน้ํา ในเรื่องของทรัพยากรทางทะเลมันไปได้ดีอย่างมั่นคง ยั่งยืน สมอย่างที่ท่านตั้งใจนะครับ ผมก็ขอเอาใจช่วย ทุกสิ่งที่ท่านทําขอให้สําเร็จ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ค่ะ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ท่านอนุกรรมาธิการครับ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๖ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณคณะอนุกรรมาธิ การครับ ในเรื่องของขยะ นับว่าเปึนสิ่งที่สําคัญยิ่งที่ท่านได้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา แต่มีข้อสังเกตในหลาย ๆ ข้อนะครับ โดยเฉพาะลําดับแรกเรื่องของการกําจัดขยะ อยากจะให้ท่านมองไปถึงการกําจัดขยะเปึน ๒ ระยะหรือ ๓ ระยะก็แล้วแต่
สําหรับในระยะยาวนะครับสิ่งที่สําคัญก็มีผู้อภิปรายหลายท่านได้พูดไปแล้วว่าเรื่องคน เปึนสิ่งที่สําคัญเราต้องฝ๊กคนอย่างไรให้มีการคัดแยกขยะ ฝ๊กคนอย่างไรให้คนของเรามีวินัย ต้องเข้าใจว่าคนไทยเราทําอะไรตามใจคือไทยแท้ อยากทิ้งก็ทิ้ง อยากรวมก็รวม อยากโยนไปไหน ก็ได้นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ อย่างที่ ๒ ถ้าเปึนระยะสั้นสําคัญยิ่งครับที่ท่านผู้อภิปรายหลายท่าน ได้พูดไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีนับว่าเปึนสิ่งที่สําคัญต้องเข้าใจนิดหนึ่งว่า ขยะเมืองไทยเปึนขยะปราบเซียน เทคโนโลยีหลายเทคโนโลยีเข้ามาใช้ที่เมืองไทยไม่ว่าจะเปึน ของประเทศเยอรมัน ของประเทศญี่ปุ์น ของประเทศฟ่นแลนด์ ของใครต่อใครมากมาย เอามาใช้ที่เมืองไทยเราไม่ได้ ขยะเมืองไทยเราเริ่มตั้งแต่แรกเริ่มอาจจะมีการคัดแยกในขั้นต้น แต่พอลงถังรถขยะบ้านเราจับรวมกันมัดใส่กันบีบรัดเข้าไปกลายเปึนขยะรวมเหมือนเดิมนี่ครับ เพราะฉะนั้นขยะเมืองไทยเราไม่ว่าจะเปึนน้ําปลาไม่ว่าจะเปึนคลอรีนที่เกิดจากพลาสติกอะไร ต่าง ๆ พวกนี้เปึนสิ่งที่มีผลทั้งสิ้ นซึ่งเปึนสิ่งที่มีผลต่อการกัดกร่อนของเทคโนโลยีของ เครื่องจักรที่จะว่าต่อไปครับ นอกจากนั้นแล้วเทคโนโลยีของเมืองไทยในการกําจัด การเผาขยะสิ่งที่เกิดขึ้นสําคัญสารพิษที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึนคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ว่าจะเปึน ซัลเฟอร์ ไม่ว่าจะเปึนอื่น ๆ อีกมากมาย ฝุ์นละอองเยอะแยะนี่คือสิ่งที่สําคัญ สําหรับปัจจุบัน ขยะในเมืองไทยในการเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟัามีที่เดียวครับที่ทําสําเร็จอยู่แถวจังหวัดสระบุรี ขอไม่เอ่ยนามครับ ปัจจุบันเขาปล่อยไฟฟัาแล้ว ๒๐ เมกะวัตต์ เดือนหน้าจะปล่อยอีก ๕๕ เมกะวัตต์ นี่คือความสําเร็จที่เกิดขึ้น ในอดีตไม่ว่าจะเปึนจังหวัดภูเก็ต หาดใหญ่ ไฟฟัาที่เราเอ่ยถึงว่าได้ ๒๗.๖ เมกะวัตต์ได้ไม่ถึง ๒ เมกะวัตต์ครับ นี่คือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น หรือว่าจะเปึนที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดระยองเช่นเดียวกันครับไปไม่ได้ กทม. สําคัญยิ่งครับ ขยะวันละกว่า ๑๐,๐๐๐ ตัน ค่ากําจัดขยะมหาศา ลครับเจ้าพ่อเจ้าแม่มีเยอะ วันหนึ่ง ๆ ๙ ล้านบาทครับป้ละเท่าไรผมคูณไม่ถูก บวกลบคูณหารไม่ถูก นี่คือสิ่งที่จะต้อง หายไปกับเจ้าพ่อเจ้าแม่ ขอบคุณครับสําหรับคณะอนุกรรมาธิการ การลงทุนท่านบอกว่าให้ เอกชนลงทุนดีที่สุดแล้วครับ การลงทุนนั้นถ้าเอกชนลงทุนเขาจะทําสําเร็จหรือไม่ อย่างไร เขาขาดทุนเองรัฐบาลไม่ต้องไปรองรับในเรื่องของการลงทุนของเขานับว่าเปึนสิ่งที่ดี ผมเห็นดีด้วยครับ ส่วนใหญ่ในเรื่องของการลงทุนจากขยะถ้าท่านมองนึกไปอีกมุมหนึ่งมิติ ของการลงทุนสิ่งนี้อันตรายครับ หากว่ามีการเซ็นเอ็มโอยูกับบริษัทหรือกับทางราชการว่าได้ทํา
แล้วราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นไม่ต่ํากว่า ๒-๓ เท่าตัวครับ นี่คือสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ในเรื่อง ของการจัดระบบขยะเปึนคลัสเตอร์เปึนสิ่งที่ดีครับ แต่ที่สําคัญปัจจุบันโมเดลต้นแบบเรายั ง ไม่เกิดขึ้นเลย ผมมีความเห็นว่าแต่ละภาคควรจะมีโมเดลต้นแบบขึ้นมาสัก ๑ ที่ จากนั้นแล้ว แต่ละชุมชนต่าง ๆ ก็ทําเปึนอาร์ดีเอฟอย่างที่ผู้อภิปรายหลายท่านแล้วนําส่ง สําคัญคือเรื่อง ของอาร์ดีเอฟ ค่าขนส่งครับ ยิ่งไกลค่าขนส่งแพงไม่คุ้มครับ แต่ที่สําคัญนะครับสําคัญที่สุด ถ้าวันนี้ท่านเอารถไปขนขยะออกจากกองขยะท่านถูกจับนะครับมีความผิดนะครับ เพราะวันนี้ขยะเปึนสมบัติของชาติ สิ่งที่ต้องแก้ไขคือท่านต้องแก้ไขว่าขยะเปึนสิ่งปฏิกูล ที่ต้องถูกกําจัด ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประทวน สุทธิอํานวยเดช ค่ะ
เรียนท่านประธานครับ ท่านเพื่อน ๆ สมาชิก ท่านกรรมาธิการครับ ในส่วนที่พวกเราได้อภิปรายแบ่งออกเปึนที่ผมจับใจความได้ มี ๓ อย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือต้นกําเนิดของการก่อให้เกิดขยะ ตัวที่ ๒ ก็คือกระบวนการ องค์ความรู้ที่จะมาบริหารจัดการให้ขยะหมดไป และอันสุดท้ายก็เปึนเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่จะนําขยะนํากลับมาเปึนทอง มี ๓ อย่างที่เราคุยกันไปแล้ว ผมใคร่ขอเสนอแนวความคิดนี้ ด้วยครับ ทั้ง ๓ อย่างนี้ไม่ปฏิเสธ ครับ อย่างแรกต้นกําเนิดนี่เราลองหลับตานึกไป เมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา เราเอาองค์ความรู้มาจากประเทศญี่ปุ์นในเรื่องของ ๕ ส เราเอา ๕ ส มาจับแล้วก็มีการประกวดประขันกันแล้วก็บอกว่าทฤษฎีหลักการนั้น ใช้ได้ดี ตั้งแต่ในเรื่อง ของการสะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย เราลืมไปหรือยัง ตอนนี้เริ่มจะสะสม กันอีกเยอะแล้ว อันนี้ตอนที่ ๑ ผมอยากจะนําเสนอท่านกรรมาธิการนําเสนอเปึนเปเปอร์ หรือเอกสารเพิ่มเติมที่จะต้องเปึนวาระแห่งชาติ ในการมาทํา ๕ ส กันอีกสักครั้ง ๕ ส ดูเหมือนมันจะเชย เพราะทฤษฎีหลักการนี้มันนานแล้ว แต่ในขยะชุมชนที่เกิดขึ้น จะเปึนตัวจังหวัดเองทั้ง ๗๗ จังหวัด รวมทั้งชุมชน อบต. ท้องถิ่น เราลองให้มาเปึน วาระแห่งชาติให้รัฐบาลทํา ซึ่งงบประมาณไม่มากเลยครับ ท้องถิ่นมีของตัวเองอยู่แล้ว แล้วก็ทํากัน มีการประกวดประขันกัน เราเชื่อว่าต้นกําเนิดของสิ่งปฏิกูลทั้งหลายหรือขยะ ก็จะเบาลงในเบื้องต้น ตัวที่ ๒ ในเรื่องของ ๓ อาร์ (3 R) หลักวิชาการ รียูส (Reuse) รีดิวซ์ (Reduce) รีไซเคิล อันนั้นก็เปึนตัวหนึ่งที่จะให้ขยะหมดไปจากโลกและน้อยลง ตัวนี้เราคง จะต้องใส่ความรู้ไปยังสถาบันกำรศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถือว่าเปึนสิ่งที่ต้อง ควรปฏิบัติ เปึนนโยบายของทางรัฐบาล ส่วนที่ ๓ ในเรื่องของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้คิดขึ้นมา ผมต้องบอกว่าผมเคยเปึนอุตสาหกรรมจังหวัดอยู่จังหวัดสมุทรปราการ ชุมชนกับ โรงงานอยู่แน่นกันไปหมด ยังไม่รู้ต้นสายปลายเห ตุว่าขยะและสิ่งปฏิกูลมันแยกอย่างไร แล้วไปกําจัดอย่างไร ในที่สุดก็ถูกสะสมอยู่ในกอง แล้วฝังกลบก็ไม่สามารถทําการได้ หน่วยงานของรัฐองค์กรต่าง ๆ เพียรพยายามที่จะกําจัด ทางสื่อมวลชนก็แพร่ภาพข่าว ออกไปว่าหน่วยงานแต่ละหน่วย องค์กรแต่ละองค์กร โดยเฉพาะหน่วยงานที่จับต้องได้ เช่น สถานประกอบการ โรงงาน ดูเหมือนว่าเปึนจําเลย แต่ในที่สุดดูแล้วภาพรวมทั้งหมด
มันเปึนภาพรวมที่มีผลกระทบทั้งสิ้น คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้คิดในเรื่องนําขยะมาเปึนทอง โดยเอาขยะมาเผาแล้วให้ความร้อน แล้วไปขับเคลื่อนหม้อต้ม หม้อไอน้ํา แล้วมาเปึนพลังงาน สร้างกระแสไฟฟัาซึ่งเปึนเรื่องที่ดี ผมก็คิดว่าถ้าไม่มีใครคัดค้านหรือสังคมไหนยอมรับโดยมี โมเดลต้นแบบอย่างที่พวกเราพยายามคิดว่าจะต้องทําเปึนโมเดลต้นแบบนี้ ผมก็ว่าน่าจะ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งและเห็นควรสนับสนุน ส่วนศาลผมก็เห็นด้วยครับ เพราะตอนที่อยู่ จังหวัดสมุทรปราการนั้นเวลาที่มีคดีขึ้นมาก็จะต้องไปพึ่งศาล ขณะเดียวกันไม่มีศาลเฉพาะ สมควรแล้วครับท่านที่จะต้องมีศาลที่เปึนเฉพาะเรื่อง เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนทั้ง ๒ เรื่อง แล้วเรื่องที่จะฝากไว้ก็คือเรื่องเรามาทํา ๕ ส กันเถอะ แล้วก็ทํากันทั้งประเทศ ที่ว่าเศรษฐกิจมันย่ําแย่นี่ละครับ เราเอาเวลาที่ดูแล้วมันมีผลกระทบต่อทางภาวะเศรษฐกิจ เราเอาเวลาที่มีอยู่ตรงนี้มาทํากันทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน ทุกจังหวัด แล้วก็ดําเนินการ ประกวดประขันมีรางวัล มีระบบตามหลักทฤษฎีที่เขาให้ ผมเชื่อว่าบ้านเราขยะจะน้อยลง แล้วก็จะแก้ไขปัญหาได้ครับ
ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ ๒ ท่านสุดท้ายนี้นะคะ มีท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ แล้วก็ ท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ ขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ นะครับ ผมเห็นด้วยกับหลักการที่ใครเปึนต้นเหตุที่ก่อให้เกิด มลพิษคนนั้นต้องรับผิดชอบครับ อันนี้เปึนทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ ครับท่านประธาน ในหลายประเทศเขาใช้กันมากและได้ผลนะครับ โดยเฉพาะเรื่องขยะครับ เรื่องขยะมันต้อง เริ่มจากมาตรการปัองกันให้เกิดขยะพิษก่อนครับท่านประธาน ในต่างประเทศนี้เขาจะเริ่ม จากภาชนะเลยครับ ภาชนะที่ใช้แล้วไม่สามารถเอากลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้าทําด้วยสิ่งที่จะเปึนพิษ กับสิ่งแวดล้อมเขาจะเก็บภาษีแพงครับท่านประธาน อันนี้ก็จะทําให้คนหันมาใช้ภาชนะ ที่มันเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็คงจะหันมาใช้เชือกกล้วยหรือใบตองหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่หันมาใช้กับสิ่งที่มันเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นครับ จากภาชนะเสร็จนะครับ ท่านประธานครับ พอเปึนขยะครับอันนั้นเขาเก็บที่โรงงานผลิต โรงงานผลิตนี้นะครับ คุณผลิตภาชนะมาที่จะใช้แล้วก็เอากลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ อะไรที่ไม่เปึนมิตรฉันก็เก็บภาษีสูง เปึนมิตรก็ไม่เปึนไร พอเปึนขยะก็อีกครับท่านประธานครับ เขาก็จะให้เอกชนมาประมูล การเก็บขยะ ใครประมูลได้ถูกที่สุดคนนั้นได้ไป และในขณะเดียวกันก็เก็บภาษีครับ ขยะที่ เปึนพิษจะเก็บแพงครับ ขยะที่ไม่เปึนพิษก็เก็บถูกหน่อย ถ้ามีการคัดแยกเอาไปรีไซเคิลได้ อันนี้ก็อาจจะไม่ต้องเสียภาษีนะครับ อันนี้ก็เปึนมาตรการที่พยายามจะลดขยะที่ไม่สามารถ นํามาใช้ใหม่ได้ให้มากที่สุดครับท่านประธาน ด้วยการเก็บภาษีแพง เปึนพิษก็ยิ่งแพง แล้วบริการก็ให้เอกชนมาประมูลเก็บ ไม่ใช่ถือเปึนสมบัติของแผ่นดิน เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ เอกชนเอาไปใช้ประโยชน์ครับท่านประธาน เราจะเห็นว่าที่ประเทศไต้หวันเราก็จะเห็นชัด นะครับว่ามีการรณรงค์แยกขยะแล้วเอาขยะไปขาย แล้วพวกเราก็ไปดูงานกันเยอะ อันนั้น ก็เปึนอีกส่วนหนึ่งแล้วในที่สุดก็เห็นด้วยครับท่านประธาน เมื่อมันมีขยะที่เหลือ ที่ขยะพิษ มันก็เอาไปขจัดในโรงงานขจัดขยะพิษ ขยะที่มันเอามาใช้อีกไม่ได้ เขาก็ทําเปึนแท่งแล้วก็ส่ง โรงงานผลิตไฟฟัา มันก็เปึนไปตามระบบของมันครับ นั่นก็คือทําอย่างไรครับเราจะทําให้เกิด การใช้ประโยชน์ในสิ่งที่เรามีอยู่นี้ให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เราต้องคิดตั้งแต่การลดขยะจนเอาขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สุดท้ายครับเขาจึงจะเอาไป
ผลิตไฟฟัาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากให้เราบริหารเรื่องขยะมันต้องคิด ทั้งระบบนะครับ อย่าไปคิดแค่ไปผลิตไฟฟัาอย่างเดียว เดี๋ยวก็เกิดคําถามว่าจะส่งเสริมให้มี ขยะเยอะ ๆ หรืออย่างไร อันนี้ก็เปึนมาตรการที่เขาใช้กัน ท่านประธานครับ นอกจากนั้น ตะวันตกเขาเอาศาสนาเข้ามาช่วยอีกนะครับท่านประ ธาน นครรัฐวาติกันมีมติแล้วก็ มีคําสั่งไปเลยครับ ทุกโบสถ์ที่ใช้ขยะทั้งหลายให้คํานึงสิ่งที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อมครับ ไม่ให้ใช้สิ่งที่ไม่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นทางศาสนาพอเข้ามามีบทบาทแบบนี้ครับ ของใช้ในโบสถ์ในอะไรเขาก็เลือกถ้วย ชามก็ทําจากกระดาษให้มันเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้โฟมไม่ใช้อะไร ผมคิดว่ามิติทางศาสนาก็ควรจะเข้ามามีบทบาท ถ้าพระบอกใครมา ตักบาตรต้องเปึนใบตอง ต้องเปึนเชือกกล้วยจึงจะได้บุญ เอาขยะพิษมาได้บาป ก็ไม่แน่นะครับ
สิ่งดี ๆ งาม ๆ มันก็จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็ฝากให้ไปช่วยคิดด้วยว่านอกจากมิติแซงก์ชัน (Sanction) ในทางเศรษฐกิจเราจะต้องคิดในมิติทางศาสนาความเชื่ อของคน หรือรวมถึง การปลูกฝังนิสัยที่ดีในโรงเรียนที่จะดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของโลกนี้ให้มันดี ให้มันยั่งยืน ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นมันควรจะเอาทุกมิติเข้ามาช่วยกัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปท่านสุดท้ายท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูงครับ ท่านกรรมาธิการ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาต เทศบาลแห่งประเทศไทย คนที่ ๒๙ ของประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ท่านประธาน รับประ ทานข้าวหรือยังครับ ถามด้วยความเปึนห่วงนะครับ จากรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๓ เรื่องพร้อม ๆ กัน จริง ๆ ถ้าให้ผมพูด ๕ นาทีหรือ ๕ ชั่วโมงก็ไม่หมดครับ แต่ด้วยความจํากัดเวลามีบา งเรื่องที่ผม อยากเสริมแต่งเข้าไปนิดเดียวเช่นการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ตรงนี้ ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ธรณ์อย่างมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงทะเลมาก ทะเลไทย ในอนาคตนั่นก็คือเรื่องขยะครับ ขยะทางทะเล ณ ปัจจุบันทั้งนักท่องเที่ยว หรือคนไทยเอง นั้นชอบเที่ยวทะเลกันอย่างมาก แต่วินัยการทิ้งขยะไม่มีเลย การเปรียบเทียบปรับ หรือการลงโทษขนาดหนักไม่มี อยากฝากตรงนี้เข้าไปเท่านั้นเองครับ ผมห่วงมาก เรื่องอื่น เห็นด้วยทุกเรื่องโดยเฉพาะวาฬบรูด้า ๒. การปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหาการจัดการ ขยะมูลฝอยชุมชน เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เปึนปัญหาระดับประเทศ ท่านประธานครับ ทุกรัฐบาลเรื่องขยะต้องให้ท้องถิ่น เรื่องขยะต้องให้ท้องถิ่น ต้องกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น นําเรียนด้วยความเคารพครับ ท้องถิ่นทําได้แต่มันขาดงบประมาณ สิ่งที่ผมอยากจะเห็น ผมอยู่ท้องถิ่นมาตั้ งแต่ป้ ๒๕๓๘ ท่านประธานครับ เปึนสมาชิกสภาจังหวัดสมัยแรก ท่านเชื่อไหมว่าท้องถิ่นพยายามไม่ว่าเรื่อง ๕ ส เรื่องธนาคารขยะ เรื่องชุมชนคัดแยกขยะรีไซเคิล ๓ อาร์ทุกอย่างทําหมดแต่ไม่ประสบความสําเร็จเพราะวินัยการถือปฏิบัติขอ งประชาชน ท่านประธานครับ นี่ต้องยอมรับความจริงว่าจะให้คนไทยที่นั่งอยู่ตรงนี้หรือทั้งประเทศ เหมือนประเทศญี่ปุ์นเหมือนประเทศสิงคโปร์ มันเปึนไปได้ยาก ท่านประธานจําคําสอนโบราณ
ได้ไหมว่ายิ่งแก่ยิ่งดัดยากตรงนี้ละครับท่านประธาน ผมจึงมีแนวความคิดว่าต้องสอนตั้งแต่ เด็กประถมศึกษาต้องปลูกฝังเขาเยาวชนรุ่นนั้น อีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ พวกเขามีวินัยยังไม่สาย ท่านประธานครับปลูกฝังตั้งแต่เด็กว่าขยะถุงพลาสติก กระปิอง หรือขยะเป้ยก ขยะแห้ง ทิ้งอย่างไรมันถึงจะถูก ท่านมาคิดแต่เรื่องของปลายเหตุ ปลายเหตุ ปลายเหตุ ท่านรู้ไหมว่า มันยากแสนยาก ท้องถิ่นลองซื้อที่ดินกําจัดขยะสิครับ เดี๋ยวก็โดนเหมือ นกํานันเป็าะ เดี๋ยวก็โดนเหมือนหลายท่าน ทั้ง ๆ ราคาที่ดินก็ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย ตามราคาประเมิน ทุกอย่าง หลายเรื่องครับ นําเรียนด้วยความเคารพว่าระบบคลัสเตอร์ที่ท่านกําลังทําอยู่นี้เปึน ไอเดีย (Idea) ที่ดีมาก แต่ท่านลืมนึกถึงว่าท้องถิ่นแต่ละจังหวัดพื้นที่มันห่างไกลกันมาก ท่านต้องลงไปดู ผมเห็นด้วยกับบางท่านที่บอกว่าต้องทําเปึนตัวอย่างภาคละ ๑ เปึนวาระแห่งชาติ คําว่าภาคละ ๑ แค่จังหวัดหนึ่งมีบ่อกําจัดขยะรวมทิ้งที่เดียว ยังไม่พอด้วยซ้ํา ท่านไปดูจังหวัดกำฬสินธุ์บ้านผมครับ เฉพาะอําเภอยางตลาดห่างจาก ตัวเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ๑๘ กิโลเมตร
จากบ่อขยะอําเภอเมืองที่เปึนเจ้าของห่างไปอีก ๔๐ กิโลเมตร นี่เฉพาะอําเภอยางตลาดไปที่ บ่อทิ้งขยะ รวมแล้ว ๕๘ กิโลเมตร ท่านลองอีกอําเภอหนึ่งสิครับ อําเภอท่าคันโทห่างจาก ตัวเมือง ๑๒๕ กิโลเมตร ท่านต้องเอาของจริงมาพูด กว่าจะมาทิ้งขยะมันไม่มีทาง ครับ ท่านประธาน มันลําบากมาก ๑. ที่กําจัดขยะท่านจะ เอาจากที่ใด ท่านต้องทําประชาคม ถ้าบ่อขยะไปใกล้บ้านใครมีคนร้องยี้ ถูกต้องไหมครับท่านประธาน ไม่มีใครอยากได้ ผมเคยมี แนวความคิดว่าทําไมไม่ให้ระดับกระทรวง ทบวง กรม จับมือกัน อย่าโยนปัญหา ให้ท้องถิ่น จับมือกันทําระดับชาติ ๑. กระทรวงมหาดไทย ดูแลเรื่องที่สาธารณะ และฝ์ายปกครอง ๒. กระทรวงการคลัง ดูแลเรื่องธนารักษ์ ๓. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดูแลเรื่องเทคนิค เรื่องอะไรต่าง ๆ เรื่องงบประมาณ ถ้า ๓ กระทรวง มาจับมือกันได้ มากางแผนที่ออกสิครับว่าที่ธนารักษ์มันอยู่ตรงไหน ที่ราชพัสดุมันอยู่ตรงไหน ที่สาธารณะอยู่ตรงไหน แล้วมาคุยกันว่าจะทําอย่างไรในที่แปลงนี้ หาที่ให้มันได้ก่อนครับ ผมว่าในคลัสเตอร์ที่ท่านทําอยู่นี้ล้มเหลว เพราะอะไร ที่ยังไม่มีเลย ท่านจะเอา ๓-๔ จังหวัด มารวมทิ้งด้วยกันมันยากแสนยาก นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้น เมื่อท่านหา ที่ดินได้ ตรงนี้ครับ มันจะเกิดการประชาคม ประชาพิจารณ์อะไรผ่านเสร็จ เปึนที่ป์าเสื่อมโทรม ที่ธนารักษ์ ห่างไกลชุมชนหลายสิบกิโลเมตรอะไรต่าง ๆ พอท่านทําเสร็จได้ที่ดินก่อนแล้วค่อยมานั่งคิดว่า จะทําอย่างไรต่อ นี่ผมแนวเสนอนะครับ เรื่องกําจัดขยะ เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ท่านประธานครับ รับรองว่าขยะล้นประเทศไทย การฝ๊กวินัยต้องฝ๊ก ตั้งแต่เด็ก ปัจจุบัน ท้องถิ่นทุกเทศบาลทําอยู่แล้วครั บ ทุก อบต. ทําอยู่แล้ว ในเรื่องการคัดแยกขยะชุมชน ขยะโรงเรียน เราทํากันอยู่เปึนประจํา แต่วินัยมันต้องทําตั้งแต่เด็ก เรามาทําตอนปลายเหตุ นี่คือสิ่ งที่เกิดขึ้น เรื่องสุดท้าย นั่นก็คือเรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม นําเรียนด้วย ความเคารพครับท่านกรรมาธิการ ความคิดของท่านกรรมาธิการนั้น หรืออนุกรรมาธิการ ที่จะตั้งเรื่องนี้เปึนความคิดที่ดี แต่วิธีการทํา ถ้าใครได้ฟังท่านทิวา การกระสัง พูดจะรู้ว่า มาตราต่าง ๆ มันขัดแย้งกัน ระบบมันขัดแย้งกันหลายเรื่อง มันไม่สามารถที่จะผ่านได้ ต้องยอมรับ ความเปึนจริงครับ ถ้าผ่านไปมันเสียชื่อ สปช. ท่านประธานครับ จัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อมรายละเอียดมันยังไม่ชัดเจนทุกอ ย่างเลย ยังตีกันอีนุงตุงนังอะไรต่าง ๆ เยอะแยะในนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากนําเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าวาระนี้นํากลับไปทบทวน พิจารณาใหม่แล้วนําไปเสนอรัฐบาลจะดีกว่า ไม่เสียหายครับ แต่ทั้ง ๒ วาระผมว่าเปึน
วาระที่ดีแล้ว แต่หาวิธีการปรับแต่งนิดหน่อยเพื่อจะนําเสนอรัฐบา ล นี่คือสิ่งที่พวกเราเห็น พวกเราสะท้อนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๒๖ ท่านซึ่งได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นในวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร (รอบ ๒) ๒ เรื่องคือ เรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง กับเรื่องที่ ๒ การปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน กับวาระปฏิรูป เพิ่มเติม เรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วนะคะ ต่อไปดิฉัน ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการกรุณาตอบชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกอย่างสั้น ๆ นะคะ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ในนามของคณะกรรมาธิการปฏิรูป ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ข้อคิดเห็น อภิปราย เสนอแนะหลายด้าน หลายกระบวนการเลยทีเดียวนะครับ แต่ก่อนที่ผมจะชี้แจงก็อยากจะ ขอมอบหมายให้
ท่านประธานอนุกรรมาธิการแต่ละคณะที่รับผิดชอบแต่ละเรื่องเปึนผู้ชี้แจงรายละเอียด อะไรต่าง ๆ ให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ รวมทั้งตอบคําถามด้วย บางคําถามที่ท่านสมาชิก ยังขัดข้อง ข้องใจ เรื่องแรกก็เรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง อาจารย์ธรณ์ก็เปึนหัวหน้าชุดที่จะตอบคําถามนี้นะครับ เรื่องการปฏิรูประบบการกําจัดขยะ ก็อาจารย์สุชาติ นวกวงษ์ เรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมก็ขอมอบหมายท่านสยุมพร ลิ่มไทย เปึนผู้ให้คําตอบชี้แจงรวมถึงให้ข้อคิดเห็นต่อที่ประชุม ขอบพระคุณครับ
ขอเชิญอาจารย์ธรณ์ เชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ รวมทั้งท่านที่กําลังส่งสัญญาณบอกให้สั้น ๆ ด้วยนะครับ ผมรับทราบสัญญาณแล้วนะครับ แต่ประเด็นพวกนี้คงจะต้องตอบนะครับเพราะว่า ท่านสมาชิกถามมา แต่ผมจะพยายามทําให้สั้นกุดเลยครับ เริ่มจากท่านอรพินท์นะครับ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับทะเล ท่านเสนอในเรื่องเกี่ยวกับบุคลากร สร้างบุคลากรรุ่นใหม่ อันนั้นเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าในส่วนของแผนจัดการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ทางทะเล จะเปึนตัวกําหนดว่าบุคลากรในแต่ละด้านควรจะมีในระดับไหน เพราะว่าในทะเลมันมีทั้ง เรื่องประมง เรื่องท่องเที่ยว เรื่องพลังงาน เรื่องเพาะเลี้ยงเต็มไปหมด ถ้าเกิดเรามีแผนนี้ มันจะช่วยกําหนดได้ว่าเรื่องนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนั้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์มันจะช่วยให้การผลิต บุคลากรของเราชัดเจนยิ่งขึ้น สําหรับลําดับที่ ๒ ก็คือท่านศุภกร ท่านศุภกรพูดถึงแผน ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พอดีผมก็มีแผนเรื่องนี้อยู่ด้วย ซึ่งเรื่องที่เรานําเสนอ ก็สอดคล้องกับแผนนี้ โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการรักษาทรัพยากร ทางทะเล ทรัพยากรธรรมชาติก็ชัดเจนในหน้า ๔๐ ข้อ ๕ ที่เขียนระบุไว้ว่าต้องมีการเข้มงวด ต้องมีการ จัดระเบียบ ซึ่งการจัดระ เบียบหรือการเข้มงวดทั้งหลายทั้งปวงต้องมีเขตการจัดการ ใช้ประโยชน์ทางทะเลที่ชัดเจนก่อนเปึนอันดับ แรก อันนั้นก็ตอบท่านศุภกรนะครับ ท่านเตือนใจสนับสนุนทั้งหมด ขอบคุณมากครับ ท่านกิตติพูดถึงเรื่องงานวิจัยในเรื่องของ การประมงต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าทาง ศปมผ. ศูนย์ปฏิบัติการทางด้านประมงผิดกฎหมาย ก็กําลังดําเนินการอยู่ แล้วเราก็มีโครงการการวิจัยต่าง ๆ ที่จะไปซัพพอร์ต (Support) ข้อมูลด้านนี้ เพราะฉะนั้นตรงนั้นไม่ต้องห่วงนะครับ ในส่วนของอาจารย์ประเสริฐพูดในเรื่อง
ของการกัดเซาะชายฝัืง ซึ่งการกัดเซาะชายฝัืงเปึนเรื่องที่ลําบากมาก รวมทั้งในเรื่องของการ รื้อถอนอย่างที่อาจารย์ประเสริฐพูดว่าเราต้องจัดการกับต้นตอของปัญหา ซึ่งบางครั้งมันเปึน การแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างปัญหาให้หนักขึ้น ตรงนั้นเรามี พ.ร.บ. จัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝัืงฉบับใหม่ออกมาเราจะพ ยายามไปจัดการกับการรื้อถอน ไปจัดการกับการ สร้างใหม่ ๆ แต่ก็ต้องฝากเรียนอาจารย์ด้วยว่าอาจารย์ก็ต้องช่วยด้วย เพราะเท่าที่ผมทราบ วันนี้เก้าเส้งกําลังจะสร้างเขื่อน คราวนี้ไม่สร้างหิน สร้างเขื่อนคอนกรีตถาวรเลยครับ ถ้าเกิดสร้างเขื่อนคอนกรีตถาวรแล้วอาจารย์ไม่ช่วย ในพื้นที่ผมคนเดียวผมเอาไม่ไหวครับ เขื่อนคอนกรีตถาวรคงจะสนุกแน่นอนครับผมบอกได้คําเดียวคงจะสนุกแน่นอนฝากอาจารย์ ดูที่เก้าเส้งด้วยนะครับ งบประมาณ ๙.๗ ล้านบาทผมไปถ่ายรูปปัายมาเรียบร้อยแล้วครับ อาจารย์ อันต่อไปนะครับในเรื่องของอาจารย์สืบพงศ์ก็จริง ๆ มีเรื่องกัดเซา ะด้วย แล้วอาจารย์ก็พูดถึงโบราณคดีใต้น้ําที่ผมให้ความสําคัญอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่ามันต้องใช้เวลา อีกแป็บหนึ่งเพราะว่าเปึนเรื่องที่คนไทยอาจจะยังไม่เข้าใจ ทั้งที่จริง ๆ ในอดีตนี่ก็เคยมี ประเทศหนึ่งมาขโมยขุด ดําน้ําเก็บของโบราณคดีไปขายกันเยอะแยะมากมายจนเปึนคดี ความยาวเหยียดกันมาแล้วครั้งหนึ่ง อาจารย์พูดถึงโลมาสีชมพู อันนี้ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะพยายามตรวจสอบติดตามให้ เพราะว่าตอนนี้โลมาสีชมพูก็เปึนสัตว์คุ้มครองอยู่ เราจะดูให้นะครับ ผมกับโลมาสีชมพูนี่ผมทํางานวิจัยที่นั่น ๒ ป้ เปึนคนตั้งชื่อโลมาด้วย ๓๔ ตัว เพราะฉะนั้นตรงนั้นไม่ต้องเปึนห่วง เหลืออีก ๒ ท่านนะครับ ท่านชาญชัยพูดถึงเรื่อง ฉลามวาฬ ฉลามวาฬอยู่ในเรื่องของสัตว์สงวนของเรา ๑ ใน ๔ ฉลามวาฬอยู่ในนั้นด้วย แล้วก็ท่านพูดถึงเรื่องมาตรการดําน้ําผมมองไว้ชัดเจนผมเห็นด้วยกับท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วสิ่งที่เรากําลังทําอยู่ร่วมกับกรมท รัพยากรทางทะเลและชายฝัืงก็คือกําหนดมาตรการว่า ใครดําน้ําในแนวปะการังไม่ว่าจะดําน้ําตื้น ดําน้ําลึกก็ว่ากันไปต้องมีบัตรอนุญาต ซึ่งอันนี้ มันจะกลับไปควบคุมว่าการที่อยู่ดี ๆ ฝรั่งมาจากไหนก็ไม่รู้ หรือต่างชาติมาจากไหนก็ไม่รู้ ถือวีซ่าเทมโพรารี (Temporary) ในเมืองไทย
เสร็จแล้วก็ทํางานหาเงิน แล้วก็วิ่งหนีทําวีซา รัน (Visa run) ก็คือวีซาวิ่งไปแล้วก็กลับมา ทํางานใหม่ มั่วไปมั่วมาแล้วก็หาประโยชน์โดยที่คนไทยไม่ ได้ แม้กระทั่งภาษีพวกนั้น มันจะหมดไปเพราะว่าเมื่อมีมาตรการดําน้ําก็จะต้องมีบัตรควบคู่มาด้วย คนสุดท้าย ท่านเกรียงไกรพูดเรื่องขยะทะเลนะครับ ก็ขอบคุณทุกท่านนะครับ แล้วก็ขอบคุณมาก ที่กรุณาให้ความสนับสนุนในเรื่องของการปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง วันนี้เปึน วันที่น่าจดจําเพราะในอนาคตทะเลเราจะดีไม่ดีนี่ก็ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของทุกท่าน ขอบคุณครับ
ค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์สุชาติค่ะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมคงไม่ขอตอบเปึนรายบุคคลนะครับ เพราะว่าถ้าตอบรายบุคคลนี่ผมจดไว้ทุกคนเลย ๒๖ คน จดไว้หมดเลยครับ ถ้าอย่างนั้นต้องใช้เวลาอีก ๑ ชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ตอบ รายบุคคลนะครับ แต่ผมจะสรุปเปึนประเด็นครับ ๑. กรณีเรื่องของการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ผมเขียนไว้ในหน้า ๓๑ หน้า ๓๒ เรื่องชัด ๆ เลยครับว่าการที่จะทําอะไรเกี่ยวกับ เรื่องของกระบวนการแปรขยะเปึนพลังงานนี่ต้องถามประชาชนในพื้นที่นั้นก่อนนะครับ ถ้าประชาชนให้นี่อย่างไรก็ทําได้ ถ้าประชาชนยังไม่ให้ บริษัทเอกชนหรือภาคเอกชนที่เข้าไป ทําพีพีพีก็ต้องแสวงหาพื้นที่ต่อไปนะครับ อันนั้นเปึนเรื่องของความพยายาม ให้เปึนหน้าที่ ของบริษัทเอกชนหรือภาคเอกชนเถอะครับ เรื่องที่ ๒ เรื่องของเทคโนโลยีนี่มีคําถามว่า ทําไมต้องเปึน ๕๐๐ ตันหรือ ๗๐๐ ตัน ความจริงแล้ว ๒๐๐ ตันก็ได้ แต่ทีนี้ปัญหาคือว่า เราลงทุนเรื่องของเตาเผาขยะไม่แพงขนาดที่ผมพูดหรอกครับ แต่มันแพงเรื่องของ กระบวนการควบคุมมลพิษครับ ถ้าเราปล่อยไว้เราไม่ควบคุมมลพิษสุดท้ายประชาชน ก็จะเห็นแบบที่เดียวกับที่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อจังหวัดนะครับ มีอยู่ในประเทศไทย ถ้าหากว่า เราไม่ใส่กระบวนการควบคุมมลพิษเข้าไปนี่ กระบวนการควบคุมมลพิษนี่มันแพง สมมุติว่า ถ้าเราลงทุนซื้อเตาเผาขยะมาแค่ประมาณ ๒๕๐ ล้านบาท เราต้องใช้กระบวนการควบคุม มลพิษมากอีก ๒ เท่า ๓ เท่าจึงจะสามารถควบคุมมลพิษตามที่ผมว่าได้ เพราะฉะนั้นเราต้อง สร้างระบบที่ดี ๆ ให้กับลูกหลาน อันนี้คือข้อกําหนดของผม ข้อที่ ๓ เรื่องลงทุนพื้นที่ครับ
ต้องขอบคุณที่เปึนห่วงเรื่องพื้นที่ ดังที่ได้เรียนแล้วว่าพื้นที่เปึนเรื่องที่ต้องแสวงหาตั้งแต่ ทีแรกทีเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะลงทุนในคลัสเตอร์นั้น ๆ ต้องไปทําความเจรจา ตกลงกับโฮสต์ก็คือเจ้าภาพ ต้องหาเจ้าภาพให้ได้ครับ เจ้าภาพก็คือพื้นที่ที่ประชาชนให้โอกาส ถ้าประชาชนให้โอกาสลงมือได้ครับ ถ้าประชาชนไม่ให้ต่อให้รถถังมาก็ทําไม่ได้ ข้อต่อไปครับ ใครเปึนผู้ลงทุน ใครเปึนผู้ที่ทําเรื่องการแปรขยะให้เปึนพลังงาน คือเอกชน คือบริษัทเอกชน คือภาคเอกชน รัฐบาลไม่เกี่ยว ขยะไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของประเทศ ผมเห็นด้วยกับท่านธรรมศักดิ์ที่บอกว่าขยะคือสิ่งปฏิกูลที่ต้องกําจัดให้หมดไป เพราะฉะนั้นขยะ ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของประเทศ แต่เปึนสิ่งที่ต้องกําจัดให้หมดไป และต้องส่งเสริมให้เอกชน เข้ามาลงทุนด้วยจึงจะถูกต้องครับ เรื่องหนึ่งที่ท่านเปึนห่วงคือเจ้าพ่อ ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร เพราะว่าผมไม่ใช่เจ้าพ่อ เจ้าพ่อมีทั่วไปทั้งประเทศครับ พูด ๆ อยู่นี่อาจจะเปึนเจ้าพ่อก็ได้ ที่พูด ๆ นี่ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเปึนเจ้าพ่อ แต่เจ้าพ่อมีจริง เพราะฉะนั้น ถามผมว่าแล้วผมจะไปทําอะไรกับเจ้าพ่อ โอย ผมตัวเล็ก ๆ ครับผมสู้อะไรไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเจ้าพ่อควรเปึนเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันว่าอย่ามีเจ้าพ่อ รัฐบาลต้องช่วยต่างหาก ผมช่วยไม่ได้ สุดท้ายครับ ผมขอรับไปนะครับเรื่องของการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น ในระหว่างบุคคลผู้เยาว์นะครับ ผู้เยาว์ นักเรียน นักศึกษานี่ขอรับคํานี้ไปเขียนเปึน ข้อเสนอแนะ ขอบคุณนะครับ ขยะจะหมดไป สิ่งที่เราต้องการให้ประเทศคือสิ่งแวดล้อมดี ประเทศชาติจะสวยงามถ้าปราศจากขยะ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านต่อไปเชิญค่ะ
ท่านสมาชิก สปช. นะครับ ผมจะขอตอบ ๕ ประเด็น ภายใน ๕ นาทีไม่เกินนี้นะครับ ประเด็นแรกคือจะช้าหรือเร็วถ้าหากว่า เอาบรรดาคดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาอยู่ที่ศาลสิ่งแวดล้อม ผมเรียนว่าเร็วแน่นอน
เพราะว่าเปึนการ เอาคดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาอยู่ที่ศาลเดียว ไม่ใช่เอา ๓ ศาล มารวมด้วยกัน ไม่ใช่นะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าผู้ที่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะจะเปึน ผู้ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วจะต้องถูกดําเนินการภายใต้กฎหมายแพ่ง ซึ่งจะอยู่ภายใต้ศาลยุติธรรม ในขณะเดียวกันนั้นก็จะสามารถพิจารณาทั้งความผิดที่เกี่ยวกับ คําสั่งทางปกครองแล้วก็การลงโทษทางอาญาได้ด้วยนะครับ ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าเรื่องนี้ ได้มีการเชิญผู้แทนของทั้ง ๒ ศาลก็คือผู้แทนของศาลปกครองและผู้แทนของสํานักงาน ศาลยุติธรรมมาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาด้วย ล้วนะครับ นอกจากนั้นก็ได้ศึกษา ทั้งเอกสารวิจัยภายในประเทศ แล้วก็เอกสารของต่างประเทศ โดยเฉพาะมีเอกสารที่สํารวจ ความคิดเห็นของประชาชนทุกกลุ่ม ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ตอบว่าเห็นด้วยหมดทุกภาคส่วน ที่ได้มีการสอบถาม ถามว่าเรื่องนี้ทําไมเพิ่งมาเข้าวันนี้ บางท่านบอกว่า เอ๊ะ จะรวบรัด เกินไปหรือเปล่า ผมเรียนว่าที่มาเข้าวันนี้เพราะว่าใช้เวลานานมากในการศึกษา ๕ เดือนโดยประมาณที่ศึกษาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นขอเรียนให้ความมั่นใจว่าเราได้ดูด้วยความ รอบคอบ หลายเรื่องไม่อาจตอบได้ ณ ที่นี้นะครับ ที่ท่านบอกว่าข้อกฎหมายข้อนั้นข้อนี้ มันจะขัดอะไรกันอย่างไร เพราะถ้าตอบใช้เวลานานมาก แต่ขอเรียนยืนยันว่าได้ดูด้วยความ รอบคอบแล้ว ประเด็นที่ ๔ เปึนการตั้งองค์กรใหม่หรือไม่ ผมเรียนว่า ตั้งแต่ เท่าที่จําเปึน ส่วนใหญ่จะใช้องค์กรเก่าที่มีอยู่แล้วก็คือศาลจังหวัด แล้วก็ศาลในระดับภาค ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา อันนี้ใช้องค์กรเก่าทั้งหมด จัดตั้งเฉพาะศาลสิ่งแวดล้อมกลางในกรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเปึนการใช้อัตรากําลังที่มีอยู่แล้ว ประการสุดท้ายก็คือว่าศาลยุติธรรมนั้น ไม่มีประสบการณ์หรือมีประสบการณ์ในคดีปกครองมากน้อยแค่ไหน ขอเรียนว่า ศาลปกครองนั้นมีการจัดตั้งขึ้ นในป้ ๒๕๔๒ ก่อนหน้านั้นบรรดาคดีปกครองทั้งหมด ดําเนินการภายใต้กระทรวงยุติธรรม แล้วก็แม้กระทั่งมีการตั้งศาลปกครองแล้ว คดีหลายประเภทก็ยังดําเนินการโดยภายใต้ศาลยุติธรรมก็คือเปึนการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้อง กับคําสั่งทางปกครอง ยกตัวอย่างเช่นศาลแรงงานซึ่งเปึนศาลชํานัญ พิเศษ ซึ่งก็เปึน การพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับคําสั่งที่ทําให้เกิดปัญหาระหว่างแรงงานสัมพันธ์ หรือว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญา อันนี้ก็เปึนการพิจารณาคําสั่งทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับ หน่วยงานของรัฐในกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งศาลภาษีอากรกลางก็เปึนการพิจารณา คําสั่งทางป กครองที่เกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านภาษีอากร กรมสรรพากร
กรมสรรพสามิต เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าทุกวันนี้ศาลยุติธรรมก็ได้เข้าไปพิจารณาคดีในส่วนที่ เกี่ยวกับคําสั่งทางปกครองอยู่ด้วยแล้วนะครับ ผมก็เรียนโดยสรุปเพื่อให้ความมั่นใจว่าเรื่องนี้ เราทําเพื่อประโยชน์ของประชาชนเปึนที่ตั้ง แล้วก็ถ้าหากเดินหน้าต่อไปจะเปึนจุดเริ่มต้น ของการที่จะทําให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้นอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกคะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร (รอบ ๒) จํานวน ๒ เรื่องนี้แล้วนะคะ คือ ๑. การปฏิรูป การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง และ ๒. การปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหา การจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ทั้งได้พิจารณาวาระปฏิรู ปเพิ่มเติม เรื่องการจัดตั้งศาล สิ่งแวดล้อม และร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... แล้วค่ะ ต่อไปดิฉันจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับ รายงานที่นําเสนอแต่ละเรื่อง และเห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการและเหตุผ ลของ ร่างพระราชบัญญัติตามที่ได้นําเสนอนะคะ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมดิฉันขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ดูจะอยู่ในห้องกันพร้อมเพรียงแล้วนะคะ ขอเชิญท่านใช้สิทธิแสดงตนค่ะ ท่านกรุณา เสียบบัตรและกดปุ์มที่ช่องแสดงตนค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านแสดงแล้วนะคะ ท่านคณิศรแสดงหรือยัง ถ้าเผื่อทุกท่านแสดงแล้วป่ดนะคะ
ท่านประธานครับ คณิศร ลําดับ ๐๒๘ ขออนุญาต แสดงตนครับ
ไม่มีบัตรหรือ ไปขอยืม
บัตรหายครับ
แต่ยังไม่ได้ป่ด เชิญแสดงตน แสดงได้หรือยัง โอเคป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวน ผู้เข้าประชุม ๑๗๖ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณา วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร (รอบ ๒) เรื่องการปฏิรูปการจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ ซึ่งหากเห็นด้วย จะได้ส่งรายงานพร้อมกับความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านไม่เห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านเห็นควรงดออกเสียง ท่านโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านลงคะแนนแล้วนะคะ ป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๗ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีค่ะ
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร เรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝัืง ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่งรายงาน พร้อมข้อความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปค่ะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณา วาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการปฏิรูประบบ กําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอ หรือไม่ ซึ่งหากเห็นด้วยก็จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุมเพราะว่า ยังอยู่กันครบ ไม่เห็นใครเดินออกจากห้องประชุมค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนคือท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านไม่เห็นด้วยท่านกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดค่ะ กรุณาส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๘ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๑๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกั บรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรในเรื่องการปฏิรูประบบกําจัดขยะ เพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นําความเห็น ไปปรับปรุงแก้ไขรายงานก่อนจะส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ดิฉันก็คงยังไม่ต้อง นับองค์ประชุมเพราะว่ายังครบอยู่ แล้วก็ดิฉันไม่เห็นท่านผู้ใดเดินออกจากห้องประชุมค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๘ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๑ ท่าน งดออกเสียง ๓๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีค่ะ
เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับวาระปฏิรูปเพิ่มเติมเรื่องการจัดตั้ง ศาลสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป
ต่อไปดิฉันจะขอมติอีกมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับหลักการและ เหตุผล และสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่ งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดี สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ..... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นด้วยจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไป ดิฉันคงไม่ต้อง นับองค์ประชุมใหม่ เพราะว่าเนื่องจากสมาชิกยังอยู่ครบ ยังไม่เห็นผู้ใดเดินออกจากห้องประชุม
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนค่ะ ถ้าเผื่อผู้ใดเห็นชอบท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มีดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๘ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๐๒ ท่าน ท่านไม่เห็นด้วย ๓๕ ท่าน ท่านงดออกเสียง ๔๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผล และสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและ ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ โดยที่สมาชิกท่านใดที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ส่ง คําขอแก้ไขเพิ่มเติมให้กับประธานคณะกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากวันที่ สภามีมติ
ท่านสมาชิกคะ เปึนอันจบการพิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๒๕ ระบบ การบริหารจัดการทรัพยากร (รอบ ๒) จํานวน ๒ เรื่อง คือ ๑. การปฏิรูปการจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ๒. การปฏิรูประบบกําจัดขยะเพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะ มูลฝอยชุมชน และวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม และร่าง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว ดิฉันขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ดิฉันขอขอบพระคุณท่านสมาชิก ทุกท่านที่มาประชุมอย่างพร้อมเพรียงค่ะ ขอป่ดประชุมค่ะ