พนา ยันเศรษฐกิจดิจิทัลลดต้นทุนการค้า ลดภาระโลจิสติกส์ไทย

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

พนา ทองมีอาคม เสนอว่าเศรษฐกิจระบบดิจิทัลเปรียบเสมือนการเปลี่ยนแปลงจากระบบคมนาคมในอดีต เช่น แม่น้ำ ลำคลอง รถไฟ และถนน ที่ส่งผลต่อการค้าขายและการพัฒนาเมือง

นายพนา ทองมีอาคม

เรียนท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิก ผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผมขึ้นมาก็อยากจะขอขอบคุณท่านกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ ทําการศึกษาอย่างดีนะครับ ก่อนที่จะอภิปรายต่อไปจากนี้ต้องกราบเรียนไว้ล่วงหน้าก่อนว่า ผมเห็นความสําคัญแล้วก็ลําเอียงไปในทางสนับสนุนงานนี้แน่นอนอยู่แล้ว ความสําคัญของ เศรษฐกิจระบบดิจิทัลนี่นะครับ อยากจะชี้อย่างนี้นะครับว่าถ้าเราเปรียบเทียบสมัยก่อน สัก ๑๐๐ ป้ การค้าขาย ความเปึนอยู่ของคนไ ทยเราค่อนข้างจะติดอยู่กับแม่น้ํา ลําคลองต่าง ๆ เพราะนั่นคือที่ที่เราใช้เดินทางติดต่อค้าขายขนส่งสินค้า หลังจากนั้นต่อมา การพัฒนาเราเริ่มมีรถไฟมากขึ้น จะเห็นว่าความเจริญของบ้านเมืองก็จะเกาะติดอยู่กับ จังหวัดที่รถไฟผ่าน โดยเฉพาะสถานีรถไฟผ่าน เมืองต่าง ๆ ถ้าจะยกตัวอย่างนะครับ ก็อย่างอําเภอตะพานหินบ้าง หรือว่าชุมทางรถไฟสําคัญ ๆ ก็จะมีการพัฒนาเยอะนะครับ ตามมาด้วยคลังสินค้าและการค้าขายต่าง ๆ มากมาย จะเห็นว่าระบบเส้นทางขนส่งทางบก ก็เหมือนกัน เมื่อต่อมามีถนนถนนไปถึงไหนเขตนั้นเจริญ การค้าขายเปลี่ยน นี่คือการเปลี่ยนแปลงของระบบความเปึนอยู่และการค้าขายระบบเศรษฐกิจของประเทศ

รวมถึงศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศูนย์กลางทางด้านสุขภาพต่าง ๆ โรงพยาบาลต่าง ๆ ก็จะไปอยู่ตามชุมชนพวกนี้ นี่เปึนความสําคัญ เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลผมอยากจะเรียนว่า ตรงนี้เปึนอีกค รั้งหนึ่งที่จะเปึนการเปลี่ยนแปลงแบบสําคัญแล้วเราชอบหรือไม่ชอบ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยแน่ ถ้าเราจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เราเองก็จะต้องเตรียมตัว ผมมองนะครับว่าเศรษฐกิจดิจิทัลที่กําลังจะทํานี้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง เห็นความสําคัญ จะเห็นว่ารัฐบาลเองให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก และพวกเราเองในสภานี้ ก็ควรจะร่วมคิด ร่วมสนับสนุน ดูให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้เต็มที่ ประโยชน์ที่เราจะได้จากตรงนี้ ส่วนแรกสุดเลยมันจะลดภาระเรื่องโลจิสติกส์ของประเทศ ไปได้เยอะไม่ได้หมายความว่าแทน แต่อะไรที่ไม่ต้องขนส่งทางกายภาพ หรืออะไรที่ไปได้ เร็วกว่า สะดวกกว่า ด้วยระบบของดิจิทัลก็ไปทางนั้น ทั้งนี้เรื่องนี้จะลดทั้งเวลาและต้นทุน ทั้งหมดมีส่วนอย่างสําคัญนะครับ เศรษฐกิจดิจิทัลที่จะลดต้นทุนทางการค้า อย่างน้อย ๆ เราจะเห็นว่าสินค้าเข้าไปขายตามห้าง ตามร้านต่าง ๆ จะต้องโดนค่าส่วนลด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะมากกว่านั้น ส่วนนี้จะลดไปเพราะว่า ถ้าเผื่อเราค้าขายผ่านระบบดิจิทัล สิ่งเหล่านี้จะทดแทนเพราะว่าจากผู้ผลิตหรือว่าคนกลาง ซึ่งมีต้นทุนต่ําสามารถให้บริการได้ ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกอย่างจะขาย ผ่าน ทางนี้ได้

แต่สิ่งที่ไปได้ก็ควรจะไปทางด้านนี้ การค้าขายผ่านทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ยังจะช่วยลดปัญหาเรื่องเงินเฟัอด้วย ผมมองว่าการที่คนไปใช้เงิน ตามห้างบางครั้งซื้อของที่ราคาสูง แล้วกระบวนการที่จะทําให้ของขายได้แพงมาก ทั้งการ ตกแต่งทั้งการจ้างคนพวกนี้เปึนความสูญเสียทั้งนั้น เสร็จแล้วก็พยายามสร้างอิมเมจ (Image) สินค้าก็มีราคาแพงขึ้นไปทุกคนกลายเปึนเห่อเหิมด้วย ทั้งนี้จะช่วยเข้ามาแต่แบ่งเบาทางด้านนี้ ผมไม่ได้หมายความว่าแทนได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างที่ผมพูดนี่เปึนการคู่ขนานกันไปกับ ระบบที่มีอยู่แล้วก็มีการเสริมซึ่งกันและกัน การค้าขายทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการทํา นิติกรรมธุรกรรมต่าง ๆ ยังลดความสูญเสียจากเรื่องเวลาแล้วก็การขนส่งอีกมากมาย การเดินทางของคน ดังนั้นเปึนส่วนสําคัญ การพัฒนาทางอิเล็กทรอนิกส์ทําให้ประเทศเรา เชื่อมกับคนอื่นโดยที่เราปฏิเสธไม่ได้ เราจะพัฒนาหรือไม่พัฒนาโลกนี้ก้าวเข้ามาหาเรา เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคมเดิมที่มีอยู่แล้วทําให้เราเชื่อมต่อ เรา ไม่ต้องการทําอะไรคนของเราก็จะออกไปค้าขายกับต่างประเทศ ทําไมเราไม่พัฒนาของเราให้ดี เพื่อให้เกิดความสมดุลตรงนี้ก็จะช่วยได้ ในส่วนของการพัฒนาผมขอสรุปเร็ว ๆ เลยก็แล้วกัน ผมมองอย่างนี้ว่าสิ่งที่เรามอ งเราต้องทําในเรื่องของการวางแผนอนาคต โครงสร้างด้านกายภาพหรือฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ นี่เปึนเรื่องของการเข้าถึงซึ่งเราจะต้องคิด ล่วงหน้าไว้ว่าเราต้องการอะไรบ้าง เราต้องพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง พัฒนากฎหมายให้ ทันสมัย และพัฒนาการกํากับดูแลด้วยการกํากับดูแลอย่างสมัยใหม่ให้ ทัน เราต้องแก้ปัญหา ปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่มีปัญหาอะไรบ้างตรงนี้ต้องช่วยเขา ปัญหาเรื่องการแสดงสิทธิ ระบบลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ความมั่นใจในการใช้ระบบ แล้วก็การตรวจจับถ้ามีการผิดพลาด เราต้องดูว่าทรัพยากรที่มีอยู่อะไรที่เอามาใช้ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องการพัฒนาแต่เอามาใ ช้ ระบบ เคเบิลทีวี (Cable TV) ทั้งหมดถ้าเราดูจริง ๆ แล้วมันก็คือเปึนระบบอินเทอร์เน็ตแบบหนึ่ง เหมือนกัน ถ้าเราสามารถเอามาใช้ตรงนี้ก็จะใช้ได้ หลังจากนั้นมาถึงในเรื่องส่งเสริมซึ่งผมคิดว่า ถ้าเผื่อเรามีระบบอยู่แล้วระบบเราดีการส่งเสริมก็ทําได้ง่าย แต่ถ้าเผื่อระบบมันไม่ดีเราไป ส่งเสริมก็เหมือนกับการชักชวนขายบ้านจัดสรรบนดวงจันทร์ซึ่งเปึนไปไม่ได้ ผมขออนุญาต สรุปเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ