เกริกไกร จีระแพทย์

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

เกริกไกร จีระแพทย์ หารือเรื่องยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในปี ๒๕๗๕ โดยเน้นการลงทุนในต่างประเทศและการใช้เครื่องมือทางความช่วยเหลือ สาธารณูปโภค เพื่อสร้างความไว้วางใจ และย้ำว่าไทยเป็นผู้เล่นสำคัญตั้งแต่ก่อตั้งอาเซียนมาจนถึงการผลักดันให้เกิดอาฟตา (AFTA) ในปัจจุบันจึงต้องยอมรับความจริงและจัดการกับความเป็นภัยคุกคามของอาเซียนเพื่อรับประโยชน์สูงสุด เกริกไกร จีระแพทย์ ขอเสนอให้ คุณสุทัศน นำรายงานนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภา

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ วาระนี้เปึนวาระการพัฒนาอีกวาระหนึ่งนะครับ เมื่อเราเอ่ยถึงคําว่าอาเซียน อาเซียน คอมมิวนิตี หรือประชาคมอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน หรือเออีซี (AEC) เราเอ่ยคําเหล่านี้เราคิดถึงอะไรบ้าง ภาพแรกที่ท่านเห็นนั้นเปึน โลโก (Logo) ของอาเซียน ท่านคงทราบนะครับว่าตรงกลางที่เปึนสีเหลืองนั้นมันเปึนฟางข้าว ที่เขานับจํานวนประเทศแล้วก็มัดรวมกันเข้ามา เพื่อแสดงให้เห็นว่าการรวมเปึนมัดนั้น ย่อมแข็งแรงกว่าการอยู่เดี่ยว ๆ และตอนนี้มีอยู่ ๑๐ ประเทศ มี ๑๐ มัด ทีนี้ถ้าเรามองถึง ประเทศทั้งหมดนั้นเราก็จะเห็นว่ามันกินเนื้อที่ค่อนข้างจะกว้างใหญ่ไพศาลนะครับ ๑๐ ประเทศที่ท่านเห็นประเทศไทยอยู่ตรงกลาง ๆ ล้อมรอบด้วยซีแอลเอ็มวี แล้วก็ในขณะนี้ เราก็คิดถึงเรื่องของการเปึนอาเซียน คอมมิวนิตี ท่านจะเห็นว่ามันมีคําว่าอาเซียน ชาร์เตอร์ (ASEAN Charter) ตัวนี้คือรัฐธรรมนูญของอาเซียนนะครับ ที่ทําให้อาเซียนมีเขี้ยวเล็บ มีความหมาย ไม่ใช่เปึนเพียงแต่วาจา แล้วก็ปากอย่างตกลงอย่างแล้วก็ไม่ทํา แล้วก็ จะประกอบด้วย ๓ ประชาคมด้วยกัน คืออาเซียนเปึนประชาคมหลักและภายในนั้นก็จะมี เรื่องของการเมือง สังคม แล้วก็เศรษฐกิจ ทีนี้ในกรรมาธิการของพวกเราที่ทํางานเศรษฐกิจนั้น เวลาเราพูดถึงคําว่าอาเซียนมันก็เปึนคําใหญ่นะครับ คําใหญ่ในทิศทางยุทธศาสตร์ที่เราจะมี เราตั้งเปัาไว้ว่าเราจะเปึนประเทศที่ ผมไม่รู้จะเอาใจคนทุกคนได้หรือเปล่านะครับ แต่เราใช้ คําว่าประเทศเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) ที่พัฒนาแล้ว แล้วจะได้เงินเท่าไรก็แล้วแต่ เปัาหมายก็แล้วแต่

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เราจําเปึนต้องมีเครื่องมือทางยุทธศาสตร์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ความเปึนพาณิชยภูมิพัฒนาในป้ ๒๕๗๕ ให้ได้ และเครื่องมืออันหนึ่งนั้นก็คือการเปึน ศูนย์กลางของอาเซียน ท่านดูที่สีน้ําเงินตรงประมาณ ๒ ทุ่ม ถึง ๓ ทุ่ม นี่คือ คําใหญ่คําหนึ่งของเรา แล้วก็เมื่อเราพูดถึงตัวนี้เราก็ไปคิดถึงว่าถ้าจะทําให้เปึนศูนย์กลาง อาเซียนได้เราก็จะต้องมีเครื่องมือที่จะทําไปอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของการไปลงทุน ในต่างประเทศ ในการลงทุนในต่างประเทศเราก็มุ่งหมายว่าเราน่าจะต้องเข้าไปในประเทศอาเซียน เคียงข้างเราเสียก่อน โดยการใช้เครื่องมือทางความช่วยเหลือ สาธารณูปโภคเข้าไปพัฒนาคน ของเขา เข้าไปร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อให้เขามีความรู้สึกไว้วางใจและเปึนเพื่อนเรา นี่คือ คําใหญ่คําที่ ๒ และในตัวมันเองคือคําว่าเซนทรัลลิตี ออฟ อาเซียน (Centrality of ASEAN) ที่ท่านเห็นอยู่เดี๋ยวนี้นั้นมันก็มีเรื่องที่ต้องทําหลายเรื่องมากในทั้งตัวเราเองกับเพื่อนบ้านเรา โดยเฉพาะตัวเราเองนั้นนโยบายก็ดี นโยบายการเจรจาก็ดี เสถียรภาพทางการเมืองก็ดี ความสามารถในการผลิตก็ดี แล้วก็ความเปึนดิจิทัล โซไซตีต่าง ๆ ก็ดี ล้วนมีความหมาย อย่างยิ่งที่จะทําให้เราดํารงความเปึนศูนย์กลางอาเซียนได้ แต่ท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึง อาเซียนนั้นเราพูดถึงอาเซียน ด้วยความรู้สึกหลายอย่างผสมผเสกัน อันที่ ๑ เราพูดเรื่อง อาเซียนด้วยความหวัง เราคิดว่าเราจะโตขึ้น ตลาดเราจะใหญ่ขึ้น เราจะมีประชากรภูมิภาคนี้ มากขึ้น แต่อีกความรู้สึกหนึ่งเรารู้สึกว่าเราหวั่น เรากลัวว่าเราจะสู้ได้หรือเปล่า และเพราะเหตุนั้น เราจึงมีความรู้สึกว่าอาเซียนมันเปึนภัยคุกคามเราจะแข่งได้ไหม แต่ผมคิดว่าเราจะคิดอะไร ก็แล้วแต่ความจริงก็คือความจริง เราจะต้องยอมรับความจริงว่ามันเปึนบางอย่างที่เราต้อง อยู่กับมัน เราต้องอยู่กับอาเซียนให้ได้ แล้วเราต้องเอาประโยชน์จากอาเซียนให้ได้ เราอยู่ถึง คอแล้ว น้ําจะท่วมถึงคอถึงจมูกเรายังบอกว่าเรายังไม่รู้อีก ผมคิดว่าคงไม่ใช่ เราต้องจัดการ กับมันให้ได้ แล้วท่านอย่าลืมประเทศไทยเปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน ในป้ ๒๕๑๐ เมื่อ ๔๘ ป้ที่แล้ว เราเปึนผู้ก่อตั้งอาเซียน แล้วหลังจากนั้นมาในป้ ๒๕๒๑ เราก็ไปทําเรื่องอาเซียน เพรฟเฟอเรนเชียล เทรดดิง อะเรนจ์เมนต์ (ASEAN Preferential Trading Arrangement) ลดภาษีระหว่างกัน แต่ในสมัยนั้นเมื่อ ๔๐ กว่าป้ที่แล้วไม่ค่อยมีความหมายอะไรครับ และเรานั่นแหละเปึนผู้ไปผลักดันว่าให้เกิดอาฟตา (AFTA) ขึ้น ในป้ ๒๕๓๕ รัฐบาล นายอานันท์ ปันยารชุน เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าเราเปึนคีย์ เพลเยอร์ (Key player) ตั้งแต่

เริ่มต้นการตั้งอาเซียน ๔-๕ ประเทศ มาถึงเปึนเรื่องของอาฟตา เราเปึนผู้ที่เล่นบทบาท ในความเปึนผู้นําทั้งสิ้น แล้วต่อมาเราก็ไปทําเรื่องของเซอร์วิสเซส (Services) การเป่ด เสรีการค้าบริการ และการลงทุนในป้ ๑๙๙๘ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าในช่วง ๔๘ ป้ ที่ผ่านมานั้นเราเปึนผู้มีบทบาทอย่างมากเลยในอาเซียน เพราะฉะนั้นคําถามก็คือว่าเราจะทําอะไร กับมันต่อ ไป เราคิดถึงอาเซียน คอมมิวนิตี บางท่านบอกว่าปลายป้นี้เราจะเปึนแล้ว แต่ผมขอเรียนว่าเราเปึนมาเรื่อย ๆ แล้ว เราไม่ได้เพิ่งจะเปึนปลายป้นี้ เพราะว่าตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๖ ที่เริ่มอาฟตา เปึนป้แรกนั้นนั่นคือก้าว แรกของการเข้าสู่ความเปึนประชาคม อาเซียน แล้วก็จนกระทั่งถึงป้ ๑๙๙๘ เราก็ไปบรรลุหลาย ๆ อย่างที่จะประกอบกันเปึนอาเซียน คอมมิวนิตีแล้วในป้ ๒๐๐๓ เมื่อ ๑๒ ป้ที่แล้วเราบอกว่าจะเปึนอาเซียน คอมมิวนิตี ในป้ ๒๐๒๐

ผ่านไปอีก ๔ ป้นะครับ สมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์เปึนนายกรัฐมนตรี เราได้ขอให้เปึนอาเซียน เร็วขึ้นในป้ ๒๐๑๕ และมันก็มาเร็วปลายป้นี้จะถึงเวลานั้นแล้ว เราพูดถึงอาเซียน คอมมิวนิตี คงจะมีคําถามในใจว่ามันคื ออะไร ทําไมต้องอาเซียน อีโคโนมิก คอมมิวนิตี (ASEAN Economic Community) อันที่ ๒ คือว่ามันจําเปึนแค่ไหน หรือมันเปึนทางเลือก แล้วที่ คนมักจะถามคือว่าแล้วมันจะแข่งขันได้หรือเปล่า ผมคิดว่าความจําเปึนคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ มันไม่ใช่ทางเลือก เรามีแรงต่อรองน้อยในเวทีโลก เขามีประชากรน้อย มีตลาดที่เล็ก เรามีการส่งออกที่ดี เราขาดทรัพยากร เราขาดแรงงาน เราขาดพลังงาน เพราะฉะนั้นถ้าเรา ไม่มีตลาดใหญ่มารองรับ ผมคิดว่าเราจะเจริญได้ไม่ดีเท่าไรนัก ประเด็นในระหว่างประเทศ ก็คือว่าในโลกนี้มีการรวมกลุ่มทางการค้ำมากมาย ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมามีการเจรจา เพื่อรวมกลุ่มทางการค้าเปึนพัน ๆ รายไขว้กันนะครับ ประเทศในโลกนี้มีประมาณ ๒๐๐ ประเทศ แต่มันไขว้กันทําจํานวนเปึนพัน ๆ รายนะครับ เราจึงจําเปึนต้องมีพลังต่อรอง เบื้องหลังเราเวลาเราไปอยู่กับโลก ไม่มีใครฟังเราหรอกถ้าเราประเทศไทยคนเดียว แต่เราเอา อาเซียนมาเปึนพวกเรา เราจะได้เจรจากับประเทศสหรัฐอเมริกา เจรจากับประเทศจีน เจรจา กับยุโรปในสภาวะที่ทัดเทียมกันมากยิ่งขึ้น ประเด็นที่เราถามกัน แล้วเราแข่งได้ไหม ผมคิดว่าเราอยู่ในฐานะที่ดีมากในอาเซียน ความสามารถในการแข่งขันบางอย่างเราอาจจะสู้ ประเทศเวียดนามไม่ได้ เมื่อตอนเช้าที่แสดงถึงเรื่องของการใช้อินเท อร์เน็ตกับการ ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่อย่างอื่นเรื่องของความผสมผสานทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึน อุตสาหกรรมเกษตร บริการ เรื่องของภาคเอกชน เรื่องของสังคม เรื่องของการท่องเที่ยว เราไม่แพ้ใคร และเรามีความผสมกลมกลืน เรามีหลากหลายสินค้าที่เราสามารถจะแข่งขันได้ ทีนี้ถ้าเรามองถึงตัวเลขสําคัญบางตัว จีดีพีเราเปึนอันดับ ๒ ในอาเซียนนะครับ เอกซ์พอร์ต (Export) เราก็อันดับสูงในอาเซียน ทัวริซึม (Tourism) ผมคิดว่าเราเปึนอันดับ ๑ ไม่ใช่อันดับ ๒ เพราะฉะนั้นโดยตัวเลขเศรษฐกิจประชากรก็ดี ซึ่ง ๖๐ กว่าล้านคน เอกชนของเราที่เก่ง มันทําให้เรามีความมั่นใจว่าเราสามารถจะแข่งขันในอาเซียนได้นะครับ แต่คนก็ยังกลัวอยู่ครับ คนยังกลัวว่าถ้ามันเออีซี มาฟัามันจะถล่มทลายหรือเปล่านะครับ ไปอีกแผ่นหนึ่งครับ ในการออกแบบประชาคมอาเซียนนั้นคนออกแบบนี้ฉลาด คือเขาเอาทุกอย่างที่ทํามาแล้ว มารวมกัน การลดภาษีสินค้า การเป่ดเสรีบริการ ซึ่งจะถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ การลงทุนสามารถ เข้ามาลงทุนได้ เขาเอาทุกอย่างที่ทํามาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๔๐ กว่าจนกระทั่งป้ ๒๕๔๒

ป้ ๒๕๔๓ และป้ ๒๐๐๓ ที่ว่าเอามารวมกัน แล้วบอกว่านี่คือการมัดห่อหรือที่เรียกว่า ร้อยลูกปัดให้เปึนพวงหนึ่ งแล้วบอกว่านี่คืออาเซียน คอมมิวนิตี อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ คือเขาใช้วิธีการเป่ดเสรีเจรจากับการร่วมมือคือโค ออพเพอเรชัน (Cooperation) แล้วก็ การอํานวยความสะดวกคือฟาซิลิเท ชัน (Facilitation) นี่คือเขาใช้ ๓ วิธี เอาของเดิม มาต่อยอดแล้วใช้ ๓ วิธีคือเป่ดเสรี ร่วมมือ แล้วก็อํานวยความสะดวก เพื่อที่จะทําให้เกิด แรงผลักดันใหม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีอะไรที่เปึนแปลกใหม่เลยสําหรับ อาเซียนนะครับ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ที่ต้องถามคือว่าแล้วมันทันกินหรือเปล่า แล้วมันทันไหม แล้วประเทศไทยควรจะทําให้มันเปึนอย่างไร เท่าที่เปึนอยู่อย่างนี้เราได้ประโยชน์พอหรือไม่ ก็ต้องไปที่แผ่นต่อไปนะครับ

ทางซ้ายมือสุดคือเรื่องเป่ดเสรีสินค้า บริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายเงิน พวกนี้กําลังทําอยู่ เกือบจะเสร็จหมดแต่ยังไม่มีคุณภาพ มันควรจะมีอะไรดีกว่านี้ในเรื่องของการลงทุน เรื่องของ การบริการ และเรื่องของเป่ดเสรีทางการเงิน ตรงสีเขียวนั้นคือเรื่องของการที่ทําให้อาเซียน เปึนประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขัน นี่เปึนความร่วมมือนะครับ เปึนความร่วมมือ แล้วก็สีเหลืองนั้นทําให้อาเซียนเปึนดินแดนที่มีความทัดเทียมโดยการพัฒนาเอสเอ็มอี กับสร้างสมรรถนะของมนุษย์อาเซียนให้ดีขึ้น แล้วก็อันสีม่วงขวาสุดนั้นเปึนแท่งของอาเซียน กับโลก ทั้งหมดนี้ถ้าเราดูแล้วเราก็ต้องบอกว่ามันน่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ไหม อาเซียน ถูกวิจารณ์เสมอว่า ไม่มีเจตนาทางการเมืองที่แท้จริงที่จะรวมกลุ่ม มีความอิจฉาริษยา ซึ่งกันและกัน มือไม่พายเอาเท้าราน้ําโดยข้าราชการประจํา และที่สําคัญก็คือว่ามักจะช้าเสมอ แล้วก็น้อยเสมอ เพราะฉะนั้นประเด็นคําถามก็คือเราจะทําอย่างไรที่จะเอาประโยชน์ จากสิ่งเหล่านี้ให้ได้ ทําให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมคิดว่าเราจําเปึนต้องทําให้มีความมุ่งมั่น ทางการเมืองที่ทําให้อาเซียนสําเร็จให้ได้ เพราะมันเปึนผลประโยชน์ของเรา มันจําเปึนต้องมี ความร่วมมือของประชาชนซึ่งจะเปึนทั้งธุรกิจกับธุรกิจ รัฐบาลกับรัฐบาล การเมืองกับ การเมือง มีการกระจายข้อมูล เช่น มีกฎเกณฑ์อย่างไรบ้าง มีโอกาสอย่างไรบ้าง แล้วก็จะ ทําให้ธุรกิจนั้นเข้าไปลงทุนในประเทศต่าง ๆ ได้อย่างไร จะต้องมีการทําประชาสัมพันธ์ ให้เห็นความสําคัญของอาเซียน อะไรคืออาเซียน ตอนนี้ผมดีใจมากที่ในทีวีเกือบทุกประเทศ ในอาเซียนได้มีคําว่าเออีซีเกือบทุกวัน หลาย ๆ ข่าว หลาย ๆ ครั้งในวันหนึ่ง ประเทศไทย มีทั้งการ์ตูนเรื่องเออีซีขึ้นมาตามร้านหนังสือต่าง ๆ แล้วเราจําเปึนต้องทําให้อาเซียนเคารพ กฎข้อบังคับต่าง ๆ ที่เราสร้างขึ้นมาเอง เสร็จแล้วก็ไปพัฒนานโยบายร่วมกันเพื่อให้อาเซียน มีมากกว่าความร่วมมือ เช่น นโยบายมหภาคที่คล้าย ๆ กัน เช่นอะไรครับ อัตราเงินเฟัอ เราควรจะให้อาเซียนทั่วประเทศไม่เกินเซย์ (Say) ว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ หนี้ต่อจีดีพีอาเซียนควรจะต้องมีตัวเลขเดียวกันหรือไม่ เช่นไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี การสร้างอินฟราสตรักเจอร์ควรที่จะมีมาตรฐานเดียวกันอะไรหรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าไม่มี สิ่งเหล่านี้ อาเซียนจะมีความเปึนหนึ่ง เปึนประชาคมได้ลําบาก เพราะฉะนั้นทางออกของเรา เรื่องของเราผมคิดว่าสักครู่หนึ่งผมจะขอให้ท่านสุทัศน์ รองประธานกรรมาธิการได้พูดถึงเรื่อง ถ้าเราจะทําให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเราต้องดูเรื่องอะไรบ้าง ผมจะเอาง่าย ๆ สั้น ๆ ว่าเราต้องเห็น ความจําเปึนเสียก่อน เปลี่ยนแนวคิดว่าอาเซียนเปึนเปัาหมาย เปึนเดสทินี (Destiny) ของเรา

เราจะต้องไปถึงตรงนั้นให้ได้นะครับ แล้วก็เราจะต้องทําอะไรอีกหลาย ๆ อย่างมากเลย ผมจะขออนุญาตให้คุณสุทัศน์ได้มีโอกาสนํารายงานนี้เสนอต่อสภาครับ ขอบพระคุณครับ