สุทัศน ชี้ประโยชน์อาเซียน เน้นแก้ขัดแย้งก่อน พัฒนาโครงสร้างดิจิทัล-โลจิสติกส์

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

สุทัศน เศรษฐบุญสราง อธิบายความสำคัญของประชาคมอาเซียนที่ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยชี้ให้เห็นประโยชน์จากการรวมตัวในภูมิภาค เช่น การขยายตลาดและการเจรจาต่อรองกับมหาอำนาจ พร้อมยกตัวอย่างบทบาทของอาเซียนในฐานะศูนย์กลางการหารือระหว่างประเทศเอเชียเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างกรณีเกาหลีเหนือ และกล่าวถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน (East Asia Summit) ที่รวบรวมผู้นำจาก 16 ประเทศ สุทัศน เศรษฐบุญสราง ระบุว่าปัญหาเศรษฐกิจที่แท้จริงคือความขัดแย้งทางการเมือง และเสนอให้แก้ไขปัญหานี้ก่อน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเชื่อมโยงคมนาคมระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและโลจิสติกส์ รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขอบคุณครับท่านประธานเกริกไกรที่ เกริ่นนําพับลิก (Public) ซึ่งมันใหญ่มาก ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง สมาชิกหมายเลข ๒๑๙ เราจะทําประโยชน์จากอาเซียน ได้อย่างไร อันนี้คือเปึนโจทย์ใหญ่ของเรานะครับ ที่ผมจะนําเสนอก็คือการปฏิรูปให้ ประเทศไทยเปึนจุดเชื่อมของอาเซียน

มีข้อเสนออยู่ ๗ ข้อด้วยกัน ไม่รู้แผ่นใสสไลด์ ขึ้นหรือยังนะครับ ผมจะเล่าให้ฟัง คร่าว ๆ ก่อนแล้วเดี๋ยวจะลงเปึนรายละเอียดไปนะครับ ข้อแรกที่สุดคือเรื่องของการปรับ ทัศนคติของคนไทยที่เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน ข้อที่ ๒ เสริมสร้างประเทศไทยเปึน ศูนย์ด้านการคมนาคมในภูมิภาคอาเซียน ข้อที่ ๓ จัดทําแผนยุทธศาสตร์ซึ่งเปึน ส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติ คือพาณิชยภูมิก้าวหน้า ที่ท่านประธานเกริกไกรได้พูดไว้ ข้อที่ ๔ จัดทํายุทธศาสตร์อุตสาหกรรมสําคัญในอาเซียนของประเทศไทยนะครับ ข้อที่ ๕ ตั้งเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ข้อที่ ๖ ปรับโครงสร้างการบริหารความร่วมมือ ในอาเซียน แล้วก็ข้อที่ ๗ ให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ สิ่งที่เปึนปัญหา กับประเทศไทยตอนนี้นอกจากปัญหาที่เรามีภายในประเทศแล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเปึนปัญหา กับเรามากกว่านี่เปึนปัญหาที่มันกําลังเกิดขึ้นข้างนอกรอบ ๆ ประเทศของเรา แล้วมี ผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ข้อแรกเลยก็คือเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอํานาจของเศรษฐกิจโลก คือในปัจจุบันนี้กลุ่มเอเชีย ทั้งกลุ่มนี่ กําลังมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง แล้วก็ขึ้นมาค่อนข้างจะเร็ว เร็วเพราะว่า กลุ่มมหาอํานาจเก่าก็คือทางยุโรปกับทางอเมริกา เศรษฐกิจเขาลดลง ขณะเดียวกัน ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียก็ก้าวหน้ามากขึ้น สิ่งที่มันเกิดขึ้นนี้ไม่ได้ มีผลกระทบนอกจากแค่เศรษฐกิจแต่มีผลกระทบทางด้านการเมืองระหว่างประเทศมาก แล้วก็ทางด้านสังคมด้วย การที่กลุ่มเอเชียจะก้าวขึ้นมามีอํานาจในเรื่องต่าง ๆ ในโลกไม่ใช่ จะเกิดขึ้นได้ง่าย อย่างเช่นเรามองถึงเรื่องการมีบทบาทในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเปึนต้น คงจะไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว แต่การที่ประเทศในกลุ่มเอเชียใหญ่ขึ้นนี่ มันไปสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับประเทศอื่น ๆ ในด้านของการค้าขายด้วย ขอสไลด์ต่อไปครับ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากมีภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปกับในอเมริกาก็คือว่า ทิศทางการค้าในโลกมันก็เปลี่ยนตามไปด้ วย คือกลุ่มประเทศในเอเชียเองก็ต้องมองห าตลาดที่อยู่ในกลุ่มเอเชียเอง เพราะว่าในยุโรปกับในอเมริกานี่มันจะโตช้าลง ถ้าเขาจะเพิ่ม เขาต้องหาตลาดใหม่ ๆ พูดง่าย ๆ ว่าตลาดใหม่ ๆ ทางขวามือท่านจะเห็นว่าเปึนก ราฟ ซึ่งแสดงมูลค่าของการนําเข้าและ ส่งออกของสินค้าระหว่างประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ กับกลุ่มที่เหลือของประเทศ

ในอาเซียนจะเห็นว่ามันเติบโตขึ้นเร็วมากนะครับ อันนี้เปึนการเปลี่ยนแปลงทิศทางการค้า ที่ค่อนข้างจะสําคัญ ทําให้การค้าในกลุ่มของเอเชียเองนี่เปึนการค้าที่สําคัญมากในโลกตอนนี้ สินค้าส่วนใหญ่มันจะมีการขนส่ง ตอนนี้ยังใช้ทางน้ําอยู่นะครับสําหรับสินค้าที่ค่อนข้าง จะหนัก เพราะฉะนั้นการค้าการขายระหว่างในภาคพื้นเอเชียก็จะต้องผ่านทางน้ําแล้วก็ทาง อากาศ มันจะต้องวิ่งผ่านอาเซียน โดยเฉพาะทางน้ํานี่วิ่งผ่านอาเซียนเปึนสินค้าจํานวน มหาศาล ทําให้ตอนนี้ช่องแคบมะละกาซึ่งเปึนจุดผ่านใหญ่มันเริ่มเต็มคาพาซิตี (Capacity) ในการที่จะรับสินค้าซึ่งวิ่งผ่าน จําเปึนต้องมีการหาช่องทางใหม่ ๆ ประเทศมหาอํานาจที่อยู่ รอบ ๆ นี่เขาทําอะไรกันบ้างนะครับ อันที่ ๑ ก็คือประเทศจีนซึ่งเปึนเศรษฐกิจใหญ่มากที่สุด ในเอเชียตอนนี้ ประเทศจีนมีนโยบายชัดเจนมากอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน อันที่ ๑ ประกาศ เมื่อป้ ๒๕๕๖ ที่ซัมมิต (Summit) เขาเรียกว่าวัน เบลต์ วัน โรด (One Belt One Road) ก็คือ ๑ แถบ ๑ ถนน ๑ แถบนี่เขาหมายถึงการที่จะนําซิลค์ โรด (Silk Road) สมัยเก่า คือทางบก คือทําทางบกให้เปึนทางใหม่ เจาะทะลุระหว่างมหาสมุทรแปซิฟ่ก ทะลุออกไปถึง มหาสมุทรอินเดียนครับ

ประเทศจีนได้ตั้งไว้ในแผน ๑๒ ของเขา ให้เมืองแถวอ่าวตังเกี๋ย เขาเรียก แพน-อ่าวเป์ยปูั เปึนจุดเริ่มต้นของแถบอันนี้นะครับ ในขณะเดียวกันประเทศจีนก็มีเรื่องของการทําทาง ทางทะเล คือสร้างเส้นทางการขนส่งทางทะเลให้มีความหลากหลายแล้วก็รับกับปริมาณของ สินค้าที่เพิ่มขึ้น นั่นคือประเทศจีน คือประเทศจีน แล้วก็มองไปทางมหาสมุทรอินเดีย ขณะเดียวกันก็เจาะจากข้างบนลงมา เรามีนอร์ท-เซาต์ คอร์ริดอร์ (North-South Corridor) ของประเทศจีนก็หลายอัน ประเทศญี่ปุ์นเองได้ทําโครงการจีเอ็มเอส (GMS) เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน (Greater Mekong Subregion) โดยเฉพาะเรื่องของอีสต์-เวสต์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor) คือเขาเรียกว่าระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก -ตะวันตก ซึ่งจะเชื่อม ท่าเรือน้ําลึกซึ่งอยู่ในประเทศเวียดนาม ทะลุออกไปจนถึงท่าเรือน้ําลึกในประเทศพม่า ก็เจาะอยู่หลายป้แล้ว แล้วก็มีเงินมหาศาลที่ทําเรื่องตรงนี้อยู่ แผนระยะยาวของประเทศญี่ปุ์น ก็คือต้องการที่จะโยกย้ายประชากรจากประเทศของเขามาตั้งหลักตั้งฐานอยู่ตรงแถว ๆ ท่าเรือน้ําลึกของประเทศเวียดนาม ตอนนี้ประเทศญี่ปุ์นมีประชากรอยู่ ๑๒๕ ล้านคน ภายใน ๓๕ ป้ ประเทศญี่ปุ์นตั้งใจว่าจะลดประชากรเหลือ ๙๐ ล้านคน คนของเขาส่วนหนึ่ง ก็จะอายุมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็จะย้ายมาอยู่ตรงแถว ๆ ประเทศเวียดนาม ทําไมต้อง ประเทศเวียดนาม เพราะว่าประเทศเวียดนามเปึนแหล่งของการผลิตที่สําคัญมาก คือมีแรงงานอยู่ประมาณเกือบ ๑๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนแผนของประเทศญี่ปุ์น อันหนึ่งประเทศจีน อันหนึ่งประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลีเองตอนนี้ก็ย้ายอุตสาหกรรม มาลงทุนอยู่ในประเทศเวียดนาม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของประเทศเวียดนามนี่เยอะ ทั้งหมดนี้ตั้งใจที่จะสร้างสินค้า ผลิตสินค้า แล้วก็นําออกไปขาย ประชากรกลุ่มเบ้อเริ่มเลย คือที่เอเชียใต้ เอเชียใต้มีประชากรรวมกันหลัก ๆ เลยก็มีประเทศอินเดีย ประเทศบังกลาเทศ แล้วก็ประเทศปากีสถาน รวมกัน ๑,๖๐๐ ล้านคน ในอีก ๕ ป้ข้างหน้าไอเอ็มเอฟ (IMF) เขาก็คาดไว้ว่าประชากรในกลุ่มนี้จะโตขึ้นอีก ๑๕๐ ล้านคนเปึนอย่างต่ํา เพราะว่าแถวนี้ เขาโตกันประมาณ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ตลาดจะขยายขึ้นตรงนี้เยอะมาก การเตรียมตัวของทั้ง ๓ ประเทศนี้ก็เล็งที่ตลาดตรงนี้ ในขณะเดียวกันประเทศอินเดียถ้าท่านตามข่าว นายกรัฐมนตรีโมทีออกมาพยายามเดินทางไปประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี แล้วก็ดึงให้มีการลงทุนจากประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี เข้าไปสู่ ประเทศอินเดีย โมทีเรียกนโยบายอันนี้ว่าแอคต์ อีสต์ (Act East) คือไม่ลุก อีสต์ (Look East)

คือไม่มองเฉย ๆ ทําเลย และตอนนี้ในประเทศก็มีการทําทางประมาณ ๓,๒๐๐ กิโลเมตร เพื่อที่จะมาเชื่อมต่อกับจุดต่าง ๆ ในอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทยแล้วก็ประเทศพม่า ก็จะต่อเชื่อมกลับมา คือ ๒ ด้านก็มองกันนะครับ คนหนึ่งมองซ้าย คนหนึ่งมองขวา มาจ๊ะเอ๋ อยู่ที่เมือ งไทยแล้วก็อาเซียนพอดี จุดนัดพบตรงนี้เปึนจุดนัดพบซึ่งจะเปึนแหล่งของ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในโลกอย่างน้อยในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าอย่างมหาศาล ประเทศไทยเราเหน่ง ๆ ตั้งอยู่ตรงนี้พอดี ประมาณว่าตื่นเช้ามาวันหนึ่งเราได้มรดกเปึนที่ อยู่กลางถนนสุขุมวิทประมาณนั้นเลย คําถามของเราก็คือว่าเราจะทําอย่างไรกับมรดกตรงนี้ จุดแข็งที่สุดของประเทศไทยในเรื่องของทรัพยากรถ้ามองแล้วจริง ๆ ก็คือโลเคชัน (Location) หรือทําเลที่ตั้งของประเทศไทย โครงสร้างการค้าที่เปลี่ยนไปก็มีผลกระทบกับเรา อันนี้เห็นชัดนะครับของประเทศไทย ในรอบ ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมาอาเซียนเปึนตลาดการส่งออก อันดับ ๑ ของประเทศไทยตอนนี้ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ใหญ่ที่สุด แต่จะเห็นว่าการส่งออก ไปประเทศจีนในช่วงหลัง ๆ ได้โตขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ทั้งโตแซงประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็กลุ่มยุโรปทั้งกลุ่ม อันนี้ก็เปึนทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางการค้า แล้วก็การปรับตัวของ ประเทศไทยไปสู่ยุคใหม่ตรงนี้

ผมต้องพูดถึงเรื่องของความสําคัญของอาเซียนในอีกฉากหนึ่ง ตรงนี้เสริมจากที่ท่านประธาน เกริกไกรได้เล่าไว้เมื่อกี้ ทําไมต้องมีประชาคมอาเซียน ประชาคมอาเซียนซึ่งมีทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อย่างที่ผมเล่าเมื่อกี้ตอนต้นว่าการเปลี่ยนแปลงในโลกที่มันกําลังเกิดขึ้น เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่เปึนเรื่องเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ แต่มันเปึนเรื่องของการเมืองมหาศาลเลย แล้วก็เปึนเรื่องของทางสังคมด้วย เพราะฉะนั้นเราจะอยู่ในประชาคมในจุดตรงนี้ แล้วเขาสร้างประโยชน์กับมันพร้อมกับรับความเสี่ยงตรงนี้ให้ได้ เราจะต้องมีการปรับตัวของเรา อย่างมหาศาล สิ่งนี้กําลังเกิดขึ้นมาช้า ๆ ประชาคมในอาเซียนตอนนี้ที่กําลั งทํากันอยู่ เฉพาะด้านเศรษฐกิจนะครับ สิ่งที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งเมื่อกี้ท่านเกริกไกร ได้นําเสนอไว้ว่าเปึนบลูปรินต์ (Blueprint) ของเออีซี ข้างในเนื้อของมันประกอบด้วย มาตรการต่าง ๆ ทั้งหมดที่อาเซียน ๑๐ ประเทศร่วมกันทํา เฉพาะในช่วงที่ทําตอนนี้ตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๗ ขึ้นมานี่ ๔๕๘ มาตรการด้วยกัน ๔๕๘ มาตรการอันนี้เปึนตัวที่จะยึดโยงเศรษฐกิจ ในกลุ่มอันนี้เข้ามาด้วยกัน ประโยชน์ที่เราได้จากอาเซียนส่วนหนึ่งก็คือมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้ตลาดมันใหญ่ขึ้น เราก็ซื้อขาย ลงทุน ในประเทศต่าง ๆ นี้ได้ง่ายขึ้น แต่อีกสิ่งหนึ่ง ที่มันสําคัญมากเลยคือประโยชน์ที่มันเกิดขึ้นจากการรวมตัวของอาเซียนเปึนกลุ่ม มันทําให้เรา สามารถเจรจาต่อรองโดยเฉพาะกับมหาอํานาจ ๓-๔ ประเทศที่เมื่อกี้ผมเล่าถึงได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ตอนนี้ในเอเชียนี่เนื่องจากทิศทางการเปลี่ยนแปลงทําให้เอเชียมันต้อง รวมตัวกัน การรวมตัวของเอเชียอยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาจะให้มารวมตัวกันมันทําไม่ได้ มองไปทั่ว ทั้งเอเชียแล้วอาเซียนตอนนี้เปึนองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ที่เข้มแข็งที่สุด ประเทศจีนเองพยายามที่จะตั้งวงที่จะเจรจาดึงประเทศต่าง ๆ เข้ามา อย่างเช่น เจรจากับประเทศอินเดีย เจรจากับประเทศญี่ปุ์น ไม่สําเร็จ เพราะว่า มีความไม่ไว้วางใจกันสูง ตอนนี้การเจรจาการเมืองโดยเฉพาะต้องเจรจาผ่านอาเซียน อาเซียนเปึนตัวกลาง อย่างน้อยมาประชุมที่อาเซียนได้เจอกันก็คุยกัน อาเซียนเลยกลายเปึน องค์กรแล้วก็เปึนระบบในการรวมตัวกันในด้านต่าง ๆ ของประเทศในเอเชียอย่างสําคัญที่สุด ยกตัวอย่าง ปัญหากรณีพิพาทในประเทศเกาหลีเหนือ มี ๖ ประเทศไปนั่งคุยกันเจรจากัน ไม่สําเร็จ มาคุยกันที่อาเซียนในวงรัฐมนตรีต่างประเทศ เปึนต้น ตอนนี้ในวงอาเซียนเอง มีการประชุมสุดยอดอาเซียนเรียกว่า อีสต์ เอเชีย ซัมมิต (East Asia Summit) มีประเทศ มีลีดเดอร์ (Leader) มีผู้นําจาก ๑๖ ประเทศมานั่งประชุมกัน ใน ๑๖ ประเทศนี้

มีประเทศสหรัฐอเมริกา มีประเทศรัสเซีย มีประเทศญี่ปุ์น มีประเทศจีน มีประเทศเกาหลี แล้วก็ ๑๐ ประเทศอาเซียน ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ท่านจะเห็นว่า ผู้เล่นสําคัญ ๆ ที่สุดในโลกเขามาเจอกันที่อาเซียน ถ้าคุณจะเปึนประเทศที่เปึนที่ยอมรับ ของคนได้คุณต้องมาประชุมอาเซียน ไม่อย่างนั้นคุณไม่มีความหมาย นั่นคือความสําคัญ ของวงการประชุมของอาเซียน ในแง่ของการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศ จุดนี้เปึนจุดแข็งอันหนึ่งของอาเซียนแล้วมันสร้างประโยชน์ให้กับเรามหาศาล แต่การที่ เขามาประชุมกันนี่คําถามก็คือใครเปึนคนเซต อาเจนดา (Set agenda) ใครเปึนคนตั้งวาระ เราตั้งหรือเขาตั้ง ถ้าเราจะเปึนคนนําเราต้องเปึนคนตั้ง ตอนนี้ประเทศไทยเราก็มีบทบาท สําคัญมากในการที่จะทําให้เกิดวาระในการเจรจาในวงของอีส ต์ เอเชีย ซัมมิต แล้วก็ ในการประชุมของอาเซียน วงที่สําคัญรองลงมาจากอาเซียนบวก ๖ ก็คือวงของอาเซียนบวก ๓ คือ ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลี กับอาเซียนอันนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิ ดมาก ในอาเซียนรัฐมนตรีประชุมกัน ๓๖ กลุ่ม

ในเกือบทั้ง ๓๖ กลุ่มนี่ตอนนี้มีประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศเกาหลีมาประชุมร่วมอยู่ด้วย ป้หนึ่งตอนนี้อาเซียนมีการประชุมรวม ๆ ทั้งหมดประมาณ ๑,๕๐๐-๑,๖๐๐ การประชุม หมายความว่าวันหนึ่งโดยเฉลี่ยนี่ประชุมอยู่ประมาณสัก ๕๐ การประชุมทั่วอาเซียน ในเรื่องต่าง ๆ ความใกล้ชิดของอาเซียนทําให้ประเทศอาเซียนสามารถที่จะนําพาเปัาหมำย และความประสงค์ของเราไปสู่จุดหมายของเราได้ คําถามของเราในประเทศไทยก็คือว่า แล้วเราใช้ประโยชน์จากอาเซียนสักแค่ไหน เราได้ประโยชน์จากอาเซียนในที่ผ่านมามากน้อย สักแค่ไหน อันนี้ก็เปึนโจทย์ใหญ่ แน่นอนที่สุดประโยชน์ที่เราได้จากอาเซียนที่ผ่านมาก็คือ เรามีความมั่นคง ประเทศในอาเซียน ๑๐ ประเทศจริง ๆ เรียกว่าไม่เคยมีสงครามกันตั้งแต่ ตั้งอาเซียนมา ๔๘ ป้ที่ผ่านมา ด้วยเสถียรภาพของการเมืองระหว่างประเทศอาเซียน ด้วยกันนี่การพัฒนาเศรษฐกิจถึงเกิดขึ้นได้ เรากําลังได้ผลประโยชน์จากการที่อาเซียน เขารวมตัวกันได้ แต่จะวัดออกมาเปึนตัวเงินนี่อาจจะเปึนสิ่งที่ยากหน่อย ในเรื่องของ การค้าเอง ประโยชน์ที่เราได้ อย่างเมื่อกี้ผมชี้ให้เห็นว่าอาเซียนนี่เปึนตลาดส่งออกอันดับ ๑ ของประเทศไทยมาตั้งพักหนึ่งแล้ว เนื่องจากการลดภาษีอะไรต่าง ๆ นอกจากนั้นเรื่องของ การค้าชายแดนเราก็ใช้กรอบของอาเซียนในการที่จะพัฒนาการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ต่าง ๆ ของเรา แต่มองไปข้างหน้าเรามีปัญหาหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ปัญหาใหญ่ของคนที่ไป ประชุมในอาเซียนประสบก็คือหน่วยงานต่าง ๆ ของเรามีเปัาหมายของตัวเอง คือพลังงานก็มีเปัาหมายของพลังงาน การค้าก็มีเปัาหมายของการค้า การลงทุนก็มีเปัาหมาย ของการลงทุน แต่ละวงประชุมมีเปัาหมายของตัวเอง มีวิสัยทัศน์มีอะไรเปึนของตัวเอง คําถามก็คือว่าแล้วรวม ๆ ล่ะประเทศไทยได้อะไร จะไปทางไหน อันนี้คือความไม่ชัดเจน เราไม่มีการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับอาเซียน ที่มีก็ไม่ได้ ลงลึกลงไปในการที่จะดึงเนื้อหามาคุยกันว่าประเทศไทยเราจะทําอย่างไรจะให้ มันเกิดประโยชน์จากอาเซียน เราไม่มียุทธศาสตร์อาเซียนของประเทศ อย่างที่เรามองกันว่า อาเซียนทําอย่างนี้ ๆ เพราะฉะนั้นเราควรจะวางตําแหน่งของประเทศไทยในอาเซียนตรงนี้ อย่างไร เรายังไม่เคยทําตรงนั้น ตอนนี้ทุกคนก็ต่างคนต่างทํา อีกอันหนึ่งเปึนปัญหาเฉพาะ ของประเทศไทย คือเรามีการเปลี่ยนผู้บริหารนี่บ่อยมาก เปลี่ยนทีหนึ่งก็เปลี่ยนนโยบาย ทีหนึ่ง เวลาเราไปเจรจากับต่างประเทศ เวลาเราเปลี่ยนนโยบายนี่มันสร้างปัญหากับเราด้วย สร้างปัญหาให้กับคนอื่นด้วย เพราะฉะนั้นการเดินไปข้างหน้าของเรามันก็เลยไม่มี

ความต่อเนื่อง นี่คือปัญหาใหญ่ กลไกที่มีอยู่อย่างเช่นคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศก็ยังไม่สามารถที่จะประสานงานได้อย่างแท้จริง การประสานงานนี่ หมายความว่าหยิบเอาวาระขึ้นมาแล้วก็บอกว่า เอาละเราจะไปทางนี้ กระทรวงนี้คุณกําลัง เดินผิดทาง คุณต้องเดินมาทางนี้เปึนต้น นี่คือเนื้อหาของการประสานงาน และมีการศึกษา มีการคุยกันให้มันชัดเจน แต่เราไม่เคยสามารถที่จะลงไปถึงเนื้อหาลักษณะขนาดนี้ได้ เพราะว่าแต่ละหน่วยงานก็มีความเปึนอิสระของตัวเอง อีกอันหนึ่งที่เปึนปัญหาด้วยก็คือ ภาคเอกชนของประเทศไทยเอง จริง ๆ ในอาเซียนก็เปึนปัญหาเหมือนกัน คือเรา มีการขอความเห็น แต่เรื่องของความร่วมมือ เรื่องของการแชร์วิสัยทัศน์ เอาข้อมูลมาแลกกัน วางตําแหน่ง วางเปัาของอาเซียนร่วมกันกับภาคเอกชนเพื่อที่จะได้เดินไปพร้อม ๆ กันนี่ เรายังไม่มี ส่วนใหญ่เอกชนที่เข้ามาเจรจากับรัฐบาลของอาเซียนนี่หยิบปัญหาเข้ามา เอาปัญหาเฉพาะหน้า ฟอร์ม (Form) ดีใช้ไม่ได้มีปัญหา กฎถิ่นกําเนิดมีปัญหา แก้ให้หน่อย ไม่มีการมองเปัาระยะยาว เพราะฉะนั้นเราจําเปึนต้องมานั่งคิดใหม่ มาปฏิรูปวิธีการคิด ของเราด้วยว่าเราควรจะคิดอย่างไร มองอย่างไร ในส่วนหนึ่งในระดับพื้นที่ต่อไปเราจะต้อง ทํางานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างมาก แล้วก็เพื่อนบ้านของเรานี่ส่วนใหญ่ก็มี ทัศนคติในระดับหนึ่ง อาจจะไม่ค่อยเปึนบวกกับประเทศไทยสักเท่าไร

ทุกประเทศในอาเซียนผมมีเพื่อนคนหนึ่งเปึนคนมาเลเซียบอกว่าประเทศไทยยู (You) นี่มีปัญหากับชาวบ้านเขาหมดเลย ผมก็บอกว่ามันก็จริง แต่ประเทศมาเลเซียยูก็เหมือนกัน ยูก็มีกับทุกประเทศเลยเหมือนกัน ประเทศมาเลเซียก็มีปัญหากับประเทศสิงคโปร์ กับประเทศฟ่ลิปป่นส์ กับประเทศอินโดนีเซีย มันก็มีหมดครับ ใครมีพรมแดนติดกันมันก็มี ปัญหาเรื่องพรมแดนอยู่แล้ว แต่การเดินไปข้างหน้าด้วยกระแสเศรษฐกิจของโลกที่เดินมา ขณะนี้อาเซียนมันแตกกันไม่ได้ มันต้องเดินไปด้วยกันเดินไปร่วมกัน เพราะฉะนั้นแนวทาง ข้อเสนอเรื่องของการปฏิรูปให้อาเซียนเปึนจุดเชื่อมในภูมิภาคที่เมื่อกี้ท่านเกริกไกรได้เสนอไว้ เซนทรัลลิตี (Centrality) มีอยู่ ๔ ด้านหลัก ๆ ด้วยกัน คือเรื่องของการเชื่อมต่อคอนเนกทิวิตี (Connectivity) เรื่องของการฟาซิลิเทต (Facilitate) คืออํานวยความสะดวกทางการค้า มีการเจรจากับประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ทางมุมเหนือข้างบน แล้วก็สร้างเสถียรภาพทางการเงิน ผมมีข้อเสนออยู่ทั้งหมด ๗ ข้อด้วยกัน ข้อที่ ๑ ทัศนคติกับเพื่อนบ้าน ทั้งนักธุรกิจ ทั้งประชาชน และข้าราชการ จําเปึนที่จะต้องมีความคิดว่าอาเซียนสําคัญ เพื่อนบ้านของเรา เปึนผู้ช่วยของเราเปึนเพื่อนร่วมทาง ไม่ใช่เปึนศัตรูของเรา การเน้นว่าเราเปึนศัตรูกันมาตั้งแต่ สมัยดึกดําบรรพ์มันไม่ได้ช่วยสถานการณ์ที่เรามีอยู่ตอนนี้ ตอนนี้เราไม่ต้องพูดเรื่องบางระจัน แต่ต้องพูดเรื่องของฮอยอัน ฉันรักเธอ ต้องเปลี่ยนทัศนคติ ใช้วัฒนธรรม ใช้ศาสนามาเปึน ตัวช่วยดึงคนให้มาอยู่ด้วยกัน ยิ่งเรารวมกันได้มากเท่าไรความเข้มแข็งเรามากเท่าไร ประโยชน์ก็จะเกิดกับประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยมากเท่านั้น ต้องอย่าลืมว่าตอนที่ เราทําตรงนี้อยู่มีคนเสียประโยชน์แล้วก็ยุให้เราแตกกันอยู่ตลอดเวลาเราต้องระ วังตรงนั้น มันเปึนคอส (Cause) อยู่ ฉะนั้นข้อที่ ๑ ต้องปรับทัศนคติ ข้อที่ ๒ ส่งเสริมให้ประเทศไทย เปึนศูนย์กลางการคมนาคม ประเทศไทยเราอย่างที่ผมเล่าแล้วเราเหน่ง ๆ แล้วเปึนศูนย์ แล้วก็ เปึนอย่างนี้มาตั้งแต่ดึกดําบรรพ์ เพียงแต่ว่าในแต่ละยุคลักษณะการค้ามันไม่เหมือ นกัน ตอนนี้เรากําลังพูดถึงเรื่องทางบกกันเยอะ แต่ความจริงแล้วทางอากาศเรามีศักยภาพ มหาศาลในตอนนี้ เรามีสนามบินสุวรรณภูมิสร้างอยู่ไม่กี่ป้ตอนนี้เต็มคาพาซิตีแล้ว ถ้าเราจะ ขยายลงไปที่สัตหีบ ทํารถไฟความเร็วสูงเชื่อมเราก็จะได้สนามบินเพิ่มมาอีกแห่งหนึ่ง ท่านลองคิดดูถ้าทําเฉพาะตรงนี้ได้เศรษฐกิจไทยผมว่าโตเพิ่มขึ้นเลยทันตาเห็นจะมี นักท่องเที่ยวแล้วก็การทําการค้าธุรกิจผ่านประเทศไทยอีกมหาศาล เรื่องทางน้ําอาจจะพูดถึง เรื่องคลองไทย คลองไทยก็เหมือนกันถ้าทําได้ก็เปึนผลประโยชน์มหาศาลแต่มัน ไม่ได้ง่าย

มันมีปัญหา ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจมีคนเอาเงินมาลงทุนรออยู่แล้ว แต่เปึนปัญหาเรื่องการเมือง ทั้ง ๒ อันเกือบทุกด้านเลยเปึนปัญหาเรื่องการเมือง เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ปัญหาตรงนี้ ให้มันจบก่อน เรื่องของการทําบรอดแบนด์ ซูเปอร์ไฮเวย์ (Broadband superhighway) ตอนนี้ประเทศที่แข่งกับเราเมื่อกี้ที่ท่านจิตร์คณะที่แล้วพูดถึงดิจิทัล อีโคโนมีอันนี้เปึนตัวอย่าง อีกอันหนึ่งว่าประเทศไทยเราสามารถที่จะเชื่อมเปึนจุดเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดีย ทะลุออกไปที่มหาสมุทรแปซิฟ่ก ตอนนี้การคมนาคมสื่อสารทั้งหมดลงใต้หมด เราไม่มี การเชื่อมต่อไปทางใต้ของประเทศจีนเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราทําบรอดแบนด์ ซูเปอร์ไฮเวย์ ข้ามประเทศไทย ประเทศพม่า ทะลุออกไปถึงประเทศเขมร ออกไปถึงประเทศเวียดนาม แล้วไปออกมหาสมุทรไปทางนั้นได้ปุ็บตรงนี้จะเปึนโครงสร้างพื้นฐานสําคัญมากในการจะทํา ดิจิทัล อีโคโนมีให้ประสบความสําเร็จ ข้อที่ ๓ ยุทธศาสตร์หลายสาขา ประเทศไทย มีอุตสาหกรรมที่จําเปึนที่จะต้องพัฒนาแล้วก็มีศักยภาพสูง อย่างเช่นเรื่องของถ้าเราจะมี การเชื่อมต่อเราจําเปึนที่จะต้องมีเรื่องของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อันนี้ก็เหน่ง ๆ อีกเหมือนกันเปึนอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์โดยตรงถ้าเราเชื่อมได้อุตสาหกรรม เรื่องโลจิสติกส์มันจะต้องโตขึ้นทันที เราต้องเตรียมตัวให้เราพร้อมเรื่องโลจิสติกส์นะครับ

การแปรรูปสินค้าเกษตรก็จะเปึนโอกาสอีกอันหนึ่ง เรามีความเข้มแข็งทางนั้นอยู่แล้ว เราแปรรูป ในช่วง ๕-๑๐ ป้ข้างหน้าเราควรจะนําสินค้าเกษตร วัตถุดิบจากประเทศ เพื่อนบ้านมาแปรรูปแล้วส่งออก อันนี้นี่เขาก็ได้เราก็ได้ แต่ตอนนี้มีปัญหาในการนําเข้า สินค้าเกษตรต้องมีวิธีการจัดการตรงนี้ อันนี้วินวิน (Win Win) คือเขาได้เงินจากเราเขาก็มี กําลังซื้อ ส่วนใหญ่ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาจะซื้อของใคร ก็ซื้อของจากประเทศไทย เราเอาเงินไปซื้อของจากเขามา เขาได้เงินไป ๑๐๐ บาท ใน ๑๐๐ บาทที่เขาได้ไปโอกาส ที่จะกลับมาซื้อของเมืองไทยสัก ๘๐ บาทนี่สูงมาก เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่ามันเปึน การขาดดุลทางการค้า แต่ว่ามันเปึนเรื่องของการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจโดยแท้ กลุ่มที่เรา ได้เปรียบมีอีก ๓-๔ ตัว อย่างเช่น เรื่องของการค้าปลีกเรา จําเปึนจะต้องไปลงทุน ในประเทศต่าง ๆ เพื่อจะไปตั้งหลักการขายสินค้าของประเทศไทยในประเทศต่าง ๆ อันนี้ก็ทําได้ โดยการไปลงทุนสร้างโครงสร้างของบริษัทค้าปลีกในประเทศต่าง ๆ พวกนี้ บริการทางด้าน การเงินเปึนกุญแจสําคัญ ตอนนี้เปึนภาคเศรษฐกิจทางด้านบริการที่โตเร็วเปึนที่ ๒ รองจาก ด้านท่องเที่ยวของประเทศไทย บริการทางด้านการเงิน ถ้าเรามีการค้าขายมากขึ้นการเงิน จะต้องสะดวก ตอนนี้มีปัญหาการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้าน เขาต้องการให้ใช้เงินตราของเขา ขายไปประเทศ สปป. ลาว ประเทศ สปป. ลาวก็บอกว่า คุณต้องใช้เงินกีบ ขายไปประเทศเขมรก็ต้องใช้เรียล ขายประเทศพม่าก็ใช้จ๊าด แต่ใครจะถือ จ๊าดไว้ล่ะ ทําอย่างไรถึงจะทําให้การค้ามันเกิดขึ้นได้โดยการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ พวกนี้ ทั้งหมดนี้มันเปึนเรื่องของการจัดลําดับความสําคัญของอุตสาหกรรมของเรานี่ขึ้นมาเพื่อที่จะ รองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้น อีกส่วนหนึ่งในข้อเสนอข้อที่ ๔ คือหลังจากที่เราเซ็นสัญญา มีมาตรการต่าง ๆ ในอาเซียนไปแล้ว ๔๕๘ มาตรการ ในสิ้นป้นี้พอประกาศประชาคม อาเซียนแล้วนี่คําถามคือแล้วการค้าชายแดนมันจะโปร่งใสไปเลยไหม คําตอบก็คือไม่ คือวันที่ ๓๑ ธันวาคมกับวันที่ ๑ มกราคมของป้หน้ามันก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่ได้แก้ไข ไปรวดเร็วขนาดนั้น ตัวติดสําคัญเลยจะอยู่ที่ชำยแดนถ้าเราพูดถึงเรื่องการค้านะครับ การค้าชายแดนของเราตอนนี้เปึนเครื่องยนต์ที่ผลักดันเศรษฐกิจของป ระเทศไทยให้โต เพราะว่าการส่งออกประเทศอื่น ๆ มันช้าลง แต่ชายแดนโตขึ้น การค้าชายแดนโตขึ้น เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรให้การค้าตรงนี้มันสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยพยายามที่จะเอาอาเซียน มาใช้ให้เปึนประโยชน์อันนี้คือตัวอย่างอันหนึ่ง อาเซียนมีกฎเยอะแยะเลย เราไม่จําเปึน

ต้องใช้หมด เราดึงเฉพาะอันที่มันสําคัญแล้วจําเปึนกับเรามาใช้ เปึนต้น ที่ชายแดน เปึนจุดผ่านแดนแล้วก็เวลาจะออกจากประเทศไทยเราก็ตรวจทีหนึ่ง ส่งออก เข้าประเทศ สมมุติว่าประเทศ สปป. ลาวก็ต้องมีการตรวจการนําเข้า ประเทศ สปป. ลาวก็มีการตรวจ ๒ ครั้ง สินค้าเข้าประเทศไทยก็ตรวจ ๒ ครั้ง ทําอย่างไรถึงจะตรวจได้ครั้งเดี ยวก็จบ ความจริงแล้วเอกสารที่ใช้ในการผ่านแดนทั้งประเทศไทย ทั้งประเทศ สปป. ลาว แล้วก็ ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดมันเปึนเอกสารที่คล้าย ๆ กัน เพราะว่ามันเปึนมาตรฐานสากลว่า ในการผ่านเข้าออกสินค้านี่เอกสารต้องมีอะไรบ้าง มีชื่อใคร มีเอกสารอินวอยซ์ (Invoice) มีอะไรต่าง ๆ อย่างไรบ้างมันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรวจครั้งเดียวได้ไหม ในอาเซียนก็มี สิ่งที่เมื่อกี้นี้มีการพูดกันถึงก็คือเรื่องของอาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ หมายความว่าอาเซียนทั้งหมดเวลาซื้อขายกันยื่นเอกสารเพียงครั้งเดียวโดยใช้ระบบดิจิทัล ในการช่วย จะทําอันนี้ให้มันเกิดขึ้นทั้ง ๑๐ ประเทศเลยนี่มันยาก แต่ทําให้มันเกิดขึ้น ในระหว่าง ๒ ประเทศที่ชายแดนนี่มันง่ายกว่าเยอะ เพราะฉะนั้นเราจะเริ่มตรงนี้ไหมจะทําให้ อาเซียน ซิงเกิล วินโดว์ (ASEAN Single Window) มันเกิดขึ้นในจุดตามชายแดนของเรา ขึ้นมา ถ้าเปึนอย่างนั้นผมก็เสนอว่าเราควรจะมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวชายแดนให้พื้นที่ด่าน รอบด่านทั้ง ๒ ประเทศนี่ถือเปึนพื้นที่เศรษฐกิจอันเดียวกัน เอาบริษัทเอกชนมาเปึนเจ้าของ

แล้วก็บริหารดําเนินการอย่างเปึนมืออาชีพ แล้วก็พยายามที่จะลดค่าใช้จ่ายแล้วก็ขั้นตอน พิธีการต่าง ๆ ให้มันเกิดขึ้นเปึนรูปธรรม นี่ก็เปึนประโยชน์ที่จะใช้ได้จากอาเซียน ข้อเสนอ ข้อที่ ๕ อันนี้ก็เปึนข้อเสนอซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของการบริหารของประเทศไทย ข้อเสนอคือให้มีการตั้ งคณะกรรมการอาเซียนด้านเศรษฐกิจขึ้นมา คือตอนนี้เรามี คณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ดูเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่อง ความมั่นคงกับเรื่องทางสังคมนะครับ แต่ด้านเศรษฐกิจผมอยากจะเสนอให้มีการตั้ง คณะกรรมการแห่งชาติด้านเศรษฐกิจขึ้นมาโดยเฉพาะ ให้มีรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วก็มีการตั้งระดับรัฐมนตรีคนหนึ่งมาเปึนคนช่วยประสานงานของคณะกรรมการชุดนี้ มีสํานักงานรองรับเพื่อที่จะช่วยประสานงาน คือในระบบการทํางานของเรา รัฐมนตรี ประสานรัฐมนตรี แล้วก็ปลัดประสานปลัด เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องมีระบบตรงนี้ ในส่วนกลางที่จะประสานเรื่องราวต่าง ๆ ของอาเซียนเพื่อเราจะได้มีทิศทางที่ชัดเจน ไปข้างหน้าด้วยกันนะครับ แล้วองค์กรตรงนี้ก็จะเน้นหนักไปในเรื่องของการทําวิจัย วิเคราะห์ ศึกษา ชี้วิธีที่จะเดินไปข้างหน้า แล้วก็ประสานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ข้อเสนอ ข้อสุดท้ายข้อที่ ๖ คือการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ต่อไปข้างหน้าเอกชนจะมีบทบาท อย่างมากในการกําหนดทิศทางของทางเศรษฐกิจเพราะว่าความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง มีมาก รัฐบาลไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดไปติดตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้น เอกชนต้องมีบทบาทเพิ่มตรงนี้มากขึ้น แล้วทางภาครัฐเองก็คงต้องดึงเอกชนเข้ามาเพื่อที่จะ ให้มีส่วนร่วมในการที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน ท่านประธานครับ ข้อเสนอทั้งหมด มีอยู่ ๖ ข้อ ผลที่คาดว่าจะได้รับก็คือว่า ๑. ภาคส่วนต่าง ๆ ในเมื่อทําแผนไปข้างหน้า พร้อม ๆ กันก็น่าจะมีความสามารถในการที่จะทํางานร่วมกันได้อย่าง มีประสิทธิภาพ สิ่งที่อาเซียนจําเปึนต้องมีมากที่สุดก็คือความร่วมมือกันนะครับ ทางด้านอื่นอาจจะมีปัญหา ทางด้านการเมืองอาจจะมีปัญหา มีคนบอกว่าประเทศไทยยังปรองดองกันไม่ได้เลย แล้วจะรวมเปึน ๑๐ ประเทศอาเซียนจะรวมกันได้อย่างไร ด้านอื่นไม่เปึนไร แต่ด้านเศรษฐกิจ มันค่อนข้างจะสําคัญ มันรวมได้โดยการดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาคุย ผลประโยชน์มันเห็น ชัดเจนนะครับ ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้อันที่ ๒ ก็คือบทบาทแล้วก็ประโยชน์ของ ประเทศไทยในเวทีโลกมันจะชัดเจนเด่นชัดมากขึ้น มันเปึนการทําให้ประเทศไทยเดินไป ข้างหน้า ในขณะเดียวกันมันเปึนการบริหารความเสี่ยงที่มันจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง

ภาวะในเศรษฐกิจโลกนะครับ เพราะฉะนั้นเราจําเปึนที่จะต้องขยับขยายกิจการของเรา ออกไปสู่ตลาดโลกด้วยวิธีอย่างนี้นะครับ เรื่องของการมีโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้จะเปึน เรียกว่าเอ นจิน ออฟ โกรท (Engine of Growth) สําคัญของประเทศไทยในอนาคต เพราะฉะนั้นต้องรีบเร่งทําให้มันสําเร็จ ข้อเสนอของผมก็มีเท่านี้ครับ ก็อยากจะฟัง ความคิดเห็นจากท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วผมจะได้นําไปแก้ไขปรับปรุงรายงาน อันนี้ต่อ ขอบคุณมากครับ