สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

สารี อ๋องสมหวัง เสนอแนะข้อเสนอแนะแก่ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านกรรมาธิการ โดยมี 4 ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการเพิ่มความรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และการกำหนดหลักเกณฑ์ในการทําเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นธรรมมากขึ้น

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกทุกท่าน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ดิฉันมี ๓-๔ ประเด็นที่อยากจะเปึนข้อเสนอแนะเพิ่มเติมกับทางท่านกรรมาธิการ ดิฉันคิดว่าเรื่องร้องเรียนชัดเจนว่าถ้าเปึนเรื่องร้องเรียนออนไลน์มีกลุ่มประเด็นปัญหาที่สําคัญ อยู่ ๔ ประเด็นจาก ๑๔๓ เรื่องที่ได้รับขององค์กรผู้บริโภค ประเด็นแรกที่แรงสุดก็คง จ่ายเงินแล้วไม่ได้สินค้า

ประเด็นที่ ๒ ซื้อสินค้าแล้วก็ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ตรงตามที่โฆษณาในเว็บไซต์นะคะ ประเด็นที่ ๓ ก็คือได้รับสินค้าล่าช้า ประเด็นสุดท้าย เปลี่ยนยาก คืนยาก เงินก็คืนยาก เมื่อจ่ายเงินไปแล้วนะคะ ซึ่งสิ่งที่ดิฉันพูดสอดคล้องกับรายงานผลการสํารวจพฤติกรรมผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยป้ ๒๕๕๘ ของสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ที่สํารวจคนถึง ๑๗,๐๑๐ คนว่าคนที่ไม่ใช้อินเทอร์ เน็ต เพราะกลัวถูกหลอกถึง ๕๗.๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้สัมผัสของก่อนซื้อ ไม่มีสินค้าที่ต้องการ ชอบเดินชอปป่ง (Shopping) ไม่ได้เจอคนขาย แล้วก็มีประเด็นอื่น ๆ แล้วก็สอดคล้องกับข้อกังวลของผู้บริโภคนะคะ จากการสํารวจนี่แล้วก็จากปัญหาค่ะไม่ใช่จากการสํารวจก็หมายถึงว่าคนใน ๑๗,๐๑๐ คนนี่ มีคนที่ซื้อของแล้วได้รับของล่าช้ากว่ากํา หนด ๕๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ได้รับสินค้าไม่ตรงตาม ในเว็บไซต์ ๒๙.๙ เปอร์เซ็นต์ สินค้าชํารุดเสียหาย ๒๔ เปอร์เซ็นต์ จ่ายเงินแล้วไม่ได้สินค้า ๐๙.๖ เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็ได้รับสินค้าไม่ครบตามจํานวนที่สั่งซื้อ ส่งคืนสินค้าแล้วไม่ได้รับ เงินคืน จะเห็นว่าสอดคล้องกับที่ดิฉั นพูดถึงเรื่องร้องเรียนขององค์กรผู้บริโภคนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะเกิดขึ้นได้ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วตัวเลข ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่ยัง ไม่มั่นใจในการใช้ซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตเปึนประเด็นที่มีความสําคัญนะคะ ดิฉันอยากจะให้ ข้อมูลว่าการคุ้มครองผู้บริโภคที่ประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วนะครับ โออีซีดี (OECD) องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา โออีซีดีได้กําหนดหลัก ๘ ประการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิ กส์นะคะ ประเด็นแรก การคุ้มครองผู้บริโภคต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และที่สําคัญต้องคุ้มครองผู้บริโภคไม่น้อย ไปกว่าออฟไลน์ (Offline) ประเด็นที่ ๒ การทําการตลาด การโฆษณาในรูปแบบที่ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เปึนหลักทั้งออนไลน์ แล้วก็ออฟไลน์อยู่แล้ว ให้ข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องเข้าถึงง่าย ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ประเด็นที่ ๓ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการนะคะ เช่น ชื่อที่จดทะเบียนต่าง ๆ ชื่อการค้า ข้อมูล เพื่อการติดต่อ ช่องทางที่ผู้บริโภคจะติดต่อได้สะดวกนะคะ ประเด็นที่ ๔ การกําหนดให้มี ขั้นตอนที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแก้ไขหรือยืนยันสิ่งที่ตัวเองต้องการซื้อ ขณะนี้ หลายประเทศนะคะ เมื่อเราเริ่มต้นจ่ายสตางค์จะรู้ทันทีเลยว่าสินค้าขณะนี้กําลังแพก (Pack) มีคนเดินไปส่งไปรษณีย์เราสามารถตรวจสอบกับเว็บไซต์ที่เราซื้อได้เลยนะคะ ระบบ

การจ่ายเงินที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยนะคะ ระบบการชดเชยเยียวยา การรับมือกับข้อพิพาท ต่าง ๆ นะคะ ซึ่งอันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญเปึนลําดับที่ ๖ ลําดับที่ ๗ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่อง ใหญ่มากที่เราคุยกันก็คือการรักษาข้อมูลความเปึนส่วนตัวของผู้บริโภค หลายคนเดินไป ร้านขนมปัง ร้านขนมปังถามเราว่าอันนี้เปึนงานรณรงค์ที่ประเทศเดนมาร์กนะคะ ร้านขนมปัง ถามเราว่าเบอร์สุดท้ายที่คุณโทรศัพท์นี่เปึนเบอร์ใคร เราตกใจนะคะว่าทําไมร้านขนมปัง ถามคําถามอย่างนี้ คนที่ ๒ เดินไปที่ร้านขนมปังนั้นอีกนะคะ ปรากฏว่าเขาถามคําถามว่า บ้านคุณอยู่ที่ไหนเผื่ อเราจะให้บริการคุณนะคะ คนที่ ๓ เข้าไปบอกว่าพี่สาวคุณ เบอร์โทรศัพท์เบอร์อะไร ทุกคนต่างปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับร้านขนมปังใกล้บ้านนะคะ แต่เมื่อเราใช้อินเทอร์เน็ตนี่ อินเทอร์เน็ตขออะไรเราให้ข้อมูลกับอินเทอร์เน็ตทั้งหมดนะคะ เพราะฉะนั้นการรักษาข้อมูล ความเปึนส่วนตัว และดิฉันได้ยินเพื่อนสมาชิกพูดไปนะคะ คุณเตือนใจบอกว่าอยู่ดี ๆ คนก็โทรศัพท์มาที่บ้านมาขายของ เรื่องนี้เปึนเรื่องการรักษาข้อมูล ความเปึนส่วนตัว เพราะนั้นเราต้องยึดหลักว่าข้อมูลต้องไม่ให้ไว้ก่อนนะคะ จนกว่าผู้บริโภค จะเปึนคนแจ้งความจํานงนะคะ

ไม่ใช่เราให้ข้อมูลก่อนแล้วก็ผู้บริโภคไม่พอใจ ผู้บริโภคก็ไปปฏิเสธเอานะคะ ดิฉันคิดว่า ตรงนี้เปึนหลักที่มีความแตกต่างกัน แล้วก็ประเด็นสุดท้าย การให้การศึกษากับผู้บริโภค เกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยความร่วมมือของรัฐบาล ผู้ประกอบการและองค์กร ผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคทําธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีข้อมูลที่เพียงพอกับการตัดสิ นใจ เปึนหลัก ๘ ข้อของโออีซีดี ที่ดิฉันคิดว่าเราต้องนํามาใช้ในการกําหนดหลักเกณฑ์ ในการทําเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะไม่อย่างนั้น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่คนไม่ไว้วางใจ หรือคนที่ ไม่ใช้บริการก็จะไม่เกิดขึ้ น แล้วก็ประเด็นสุดท้ายดิฉันคิดว่าจริง ๆ การทําเรื่องเศรษฐกิจ ดิจิทัลน่าจะนํามาซึ่งการค้าที่เปึนธรรมมากขึ้น หรือค่าธรรมเนียมที่เปึนธรรมกับผู้บริโภค มากขึ้น เราจะเห็นได้ชัดนะคะว่าขณะนี้ค่าธรรมเนียมธนาคารต่าง ๆ ที่แพงมาก แล้วธนาคาร ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยลดราคา ทั้ง ๆ ที่การถอนเงิน การโอนเงิน การจ่ายเงินทางธุรกรรม ไม่ได้มีต้นทุนมากมายนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าน่าจะนํามาซึ่งการคุ้มครองผู้บริโภค ที่มากขึ้นด้วย แล้วก็การค้าที่เปึนธรรมกับผู้บริโภคมากขึ้น ขอบพระคุณมากค่ะ