สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

วินัย เรืองศรี กล่าวถึงความสำคัญของกฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนากฎหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศ ในด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดตั้งศาลหรือองค์กรที่ชี้ขาดคดีสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยและบทบาทของศาลสิ่งแวดล้อม

นายวินัย เรืองศรี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผม วินัย เรืองศรี มีตําแหน่งเปึนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการคณะนี้ และรับราชการในตําแหน่งผู้พิพากษา ประจําอยู่ที่แผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา นี่เปึนครั้งแรกครับที่ได้มายืนอยู่ที่นี่ แล้วก็รู้สึก เปึนเกียรติ แต่ไม่รู้สึกตื่นเต้น เพียงแต่ภาคภูมิใจมากนะครับ ผมได้รับเกียรติให้ร่วมเปึน ที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลสําคัญแห่งหนึ่ง ผมขออนุญาตอัญเชิญ พระบรมฉายาลักษณ์ตามสไลด์ที่จะนําเสนอนะครับ ท่านที่เคารพครับ ภาพที่ท่านเห็น เปึนพระบรมฉายาลักษณ์เกี่ยวกับพระรำชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวงการนักกฎหมายสิ่งแวดล้อม ถือว่าพระองค์ท่านเปึนบิดาแห่งกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย ภาพถัดไป ผมขออนุญาตอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วก็อัญเชิญพระราชดํารัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้พระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ป้ ๒๕๔๕ ป้สําคัญครับ พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ว่า “...ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเปึนปัญหา ที่มีความสําคัญควบคู่กับการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าซึ่งเปึนปัญหาร่วมกันของทุกประเทศ กล่าวคือ การพัฒนายิ่งรุดหน้าปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษก็ยิ่งก่อตัว และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยเปึนประเทศหนึ่งที่กําลังประสบปัญหาดังกล่าว อยู่ในขณะนี้...” ท่านครับ พระบรมฉายาลักษณ์แรก รวมทั้งพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายหน่วยงานราชการถือเปึนการตามรอยพระบาทครับ

วันนี้นับว่าเปึนนิ มิตหมายอันดีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติร่วมกันตามรอยพระบาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านครับ ผมมีเรื่องที่จะเปึนข้อมูลมาเสนอว่าเหตุผลใด และมีความจําเปึนอย่างไร แล้วประเทศไทยพร้อมหรือยัง หรือควรหรือยังที่จะมีศาล หรือผู้ที่มีอํานาจในการชี้ขาดปัญหาคดีสิ่งแวดล้อ ม ผมมีเรื่องที่จะพูดอยู่ ๔ ประเด็น แต่ใช้เวลาไม่มากนะครับ ท่านผู้ทรงเกียรติครับ ท่านนั่งสบาย ๆ แล้วก็ดูภาพสไลด์ไป เพราะส่วนใหญ่ก็จะเปึนภาพที่ปรากฏเปึนข้อเท็จจริงทั้งสิ้น เชิญสไลด์ต่อไปนะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องความเปึนมาของเรื่องนี้นะครับว่าทําไมถึงจะต้องมี องค์กรชี้ขาด ในเรื่องของคดีสิ่งแวดล้อม พัฒนาการของประเทศไทยเราเกี่ยวกับองค์กรดังกล่าว ประเด็นแรกเปึนเรื่องของความเปึนมา ท่านครับ แผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา และในศาลยุติธรรมเราได้มีการจัดตั้งขึ้นอย่างเปึนทางการนะครับ

ผมนําเรียนครับ ป้ ๒๕๔๕ เปึนป้สําคัญจริง ๆ ครับ ป้นี้มีการประชุมผู้พิพากษาทั่วโลก เปึนครั้งแรก ศาลยุติธรรมไทยเราได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม ฯพณฯ ท่านประธานศาลฎีกา ในขณะนั้นได้ร่วมประชุมที่กรุงโจฮันเนสเบิร์กนะครับ ประเด็นสําคัญเน้นไปที่เรื่องของ การพัฒนาและหลักนิติธรรมทางสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นในป้ ๒๕๔๖ ศาลยุติธรรมไทย ได้ร่วมทํางานกับศาลสูงหรือศาลฎีกาของประเทศอินเดีย เหตุผลก็เพราะว่าประเทศอินเดีย เปึนประเทศแรกที่มีการก่ อตั้งแผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลฎีกาเพื่อแก้ไขปัญหา คดีสิ่งแวดล้อม ในป้ถัดมาครับป้ ๒๕๔๗ ผู้บริหารศาลยุติธรรมเล็งเห็นความสําคัญจึงได้จัดให้ มีการทําวิจัยเกี่ยวกับเรื่องคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลยุติธรรมว่ามีสภาพปัญหาและทิศทาง ควรจะเปึนอย่างไรนะครับ จากคําแนะนําของคณะผู้วิจัยได้เสนอให้มีการทดลองจัดตั้ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในจุดที่เปึนวิกฤติ ที่สุดของประเทศก็คือที่จังหวัดระยองครับ ซึ่งท่านสยุมพรได้พูดถึงคดีมาบตาพุดนะครับ ที่นั่นมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเพราะการพัฒนาใด ๆ ก็อาจจะส่งผลกระทบได้ จังหวัดระยองเปึนจังหวัดที่อยู่ในเปัาหมายแรกของศาลยุติธรรม หลังจากนั้นในป้ ๒๕๔๘ คณะผู้แทนไทยเราก็ได้ไปศึกษาดูงานในประเทศเพื่อนบ้าน มีคําถามครับ ศาลสิ่งแวดล้อมในโลกนี้มีจริงหรือไม่ แล้วมีแล้วทําหน้าที่แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ นี่เปึนคําถามแรกที่เกิดขึ้นในระดับผู้บริหารในศาลยุติธรรม มีครับ ศาลสิ่งแวดล้อม ที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในประเทศออสเตรเลียและที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและในหลายประเทศ ในยุโรป ต่อมาในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ ถ้าวันที่ ๑ ตุลาคมป้นี้ก็จะครบ ๑๐ ป้ของแผนกคดี สิ่งแวดล้อมในศาลฎีกาซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นในระดับชั้นสูงในศาลสูง แล้วป้ ๒๕๔๙ มีการจัดตั้ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลอุทธรณ์ทุกศาลครับ ถัดมาในป้ ๒๕๕๔ ก็จัดตั้งแผนกคดี สิ่งแวดล้อมขึ้นในศาลแพ่ง ท่านที่เคารพครับ ประเทศไทยเราแม้จะใช้ระบบกฎหมาย ลายลักษณ์อักษรแต่เราเองก็ใช้ทฤษฎีของคําพิพากษา เปึนบรรทัดฐานของระบบกฎหมาย จารีตประเพณี คําพิพากษาของศาลฎีกาโดยเฉพาะข้อกฎหมายถือเปึนบรรทัดฐานที่ศาลล่าง หรือศาลระดับชั้นต้นจะต้องยึดถือและปฏิบัติตาม นี่เปึนสิ่งที่ศาลยุติธรรมสามารถทําได้ เพื่อให้หลักกฎหมายในการพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมเปึนมาตรฐานให้กับศาลล่างในการปฏิบัติ โดยยังไม่ได้มีการดําริที่จะตั้งศาล เพราะเชื่อว่าจะต้องมีการเกี่ยวข้องกับสภาและหน่วยงาน ของทางราชการอื่นนะครับ แล้วก็อาจจะมีประเด็นเรื่องงบประมาณและบุคลากรด้วย ถัดไปครับ เหตุผลนะครับ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ท่านครับคําว่า อินเทอร์เนชันแนลไลเซชัน

ออฟ เอนไวรอนเมนทัล ลอว์ (Internationalization of Environmental Law) นะครับ ผมขออนุญาตแปลว่าอิทธิพลของกระแสกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศได้แทรกซึม เข้ามาในรูปของอนุหรือสนธิสัญญาต่าง ๆ ขณะเดียวกันในกระบวนการของการตัดสินชี้ขาด คดีของศาลเองก็รับเอาหลักการทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้ามาอยู่ในคําวินิจฉัย เหมือนกันครับ ในการประชุมเมื่อป้ ๒๕๔๕ ที่ประชุมยอมรับว่าศาลเปึนองค์กรสําคัญ ในการพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายในทุกระดับ ศาลเองเปึนองค์กรที่มีอิสระและเปึน หุ้นส่วนสําคัญในการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อสู่เปัาหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในระดับภูมิภาคที่ผมนําเสนอเปึนเพียงข้อเท็จจริงภายในประเทศ ท่านครับในระดับภูมิภาคเอง เพื่อนบ้านของเราได้มีการปรับตัวทั้งสิ้นครับ

ในแง่ขององค์กรศาลเองนี่ประเทศไทยเรามีเพียงแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ประเทศฟ่ลิปป่นส์ และเร็ว ๆ นี้ประเทศมาเลเซียได้จัดตั้งแผนกหรือศาลสิ่งแวดล้อมขึ้นทั่วประเทศ ในเรื่องของ การบริหารจัดการองค์ความรู้ มีการฝ๊กอบรม ประเทศอินโดนีเซียได้มีการคลีนนิง จัสติส (Cleaning justice) ขึ้นมา ก็คือการอบรมความรู้ทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม ประเทศฟ่ลิปป่นส์เองก็มีการออกวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการบริหารกับคดีพิเศษ ดังกล่าว ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาคู่ขนาน ภาพถัดไป ในระดับภูมิภาคมีการประชุม ประจําป้ของตุลาการศาลสูงสุดในแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกันในทวีปต่าง ๆ ก็มีการประชุมร่วมกัน แล้วยังมีการประชุมในระดับโลกด้วย ทั้งหมดมองถึงเรื่องการพัฒนา อย่างยั่งยืน ขออนุญาตนําเสนอความหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนง่าย ๆ ท่านครับ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการพัฒนาที่ยอมรับกันได้ทุกฝ์ายครับ ไม่ว่าจะเปึนภาคผู้ประกอบการ ในภาคของสังคม หรือประชาชน หรือในภาครัฐ หรือการพัฒนา ในเชิงเศรษฐกิจ ภาพถัดไป การพัฒนาอย่างยั่งยืนมีรากฐานสําคัญอยู่ที่การบังคับใช้ และการปฏิบัติตามกฎหมาย ศาลมีส่วนสําคัญในการที่จะส่งสัญญาณหรือสื่อให้เห็นถึง การบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม ถัดไปครับ นี่คือความร่วมมือที่ผมขออนุญาตนําเรียนว่า ในระหว่างประเทศเอง ไม่ว่าทวีปใดก็ตามก็ให้ความสําคัญทั้งสิ้น ถัดไปครับ ผมขออนุญาต เสนอภาพ อันนี้เปึนภาพประชุมของผู้นําศาลสูงสุด ภาพแรกที่เขาเรียกว่าจัสติส ราวด์เทเบิล ออน เอนไวรอนเมนทัล ลอว์ (Justices Roundtable on Environmental Law) อันนี้เปึน ที่ประเทศอินโดนีเซียเปึนครั้งแรก ภาพถัดไปครับ อันนี้เปึนที่ประเทศมาเลเซีย แล้วอันนี้ เปึนที่ประเทศไทย ถัดไปครับ สุดท้ายนี้ที่ผ่านมาป้ที่แล้วที่ประเทศเวียดนาม แล้วปลายป้นี้ จะจัดขึ้นที่ประเทศกัมพูชานะครับ ภาพถัดไป ในระดับโลกหรือในระดับของเอเชียก็จะมี การประชุม นี่เปึนตุลาการของแต่ละประเทศทั้งสิ้นที่ส่งเข้ามา ภาพถัดไปครับ ตรงกลางเปึน ประธานศาลฎีกาของประเทศมาเลเซีย ท่านกรุณาเข้าร่วมประชุมด้วยเหมือนกัน ถัดไปครับ ผมขออนุญาตนําเสนอปัญหาซึ่งอาจจะซ้ําซ้อนกับท่านสยุมพรเล็กน้อย ภาพถัดไป ปัญหา ระบบศาลคู่เปึนปัญหาซึ่งท่านกรุณาให้รายละเอียดแล้ว ผมขออนุญาตข้ามไป ปัญหาต่อไป ก็คือคดีสิ่งแวดล้อมเปึนคดีชํานัญพิเศษ มีความซับซ้อนของปัญหา แตกต่างจากคดีแพ่ง และคดีอาญาทั่วไป ท่านครับ ถ้าหลักกฎหมายสิ่งแวดล้อม สิทธิของบุคคลมิใช่เริ่มแต่ เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเปึนทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตายเท่านั้นเอง กฎหมายสิ่งแวดล้อมมองถึง

สิทธิของชนรุ่นลูก รุ่นหลานด้วย นะครับ อันนี้ขออนุญาตใช้เปึนภาษาอังกฤษ อันนี้เปึน ปัญหาเกี่ยวกับการดําเนินคดีซึ่งท่านสยุมพรได้กรุณาให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ไว้ทั้งสิ้น ผมขออนุญาตข้ามไป ถ้าหากเราจะมองทิศทางของศาลชํานัญพิเศษ ทางด้านสิ่งแวดล้อมของไทยแล้ว ผมขออนุญาตนําเสนอเปึนภาพรวมว่าคุณลักษณะพิเศษ ๑๒ ประการของศาลสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณา คดีสิ่งแวดล้อมควรจะเปึนเช่นนี้ ๑. จะต้องเปึนศาลที่มีความชํานัญพิเศษ ตัดสินคดีที่ มีความซับซ้อนของปัญหา สถานภาพของศาลจะต้องมีความอิสระและเปึนกลาง เขตอํานาจ ของศาลจะต้องมีเขตอํานาจ หรืออํานาจพิจารณาคดีที่เบ็ดเสร็จทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง ผู้ชี้ขาดจะต้องมีความรู้ ความชํานาญและเข้าใจในประเด็นปัญหาทางด้าน สิ่งแวดล้อม การตัดสินคดีสิ่งแวดล้อมมิใช่กระทบแต่คู่ความในคดีเท่านั้น อาจจะกระทบต่อ บุคคลที่ ๓ หรือสาธารณะด้วย ศาลสิ่งแวดล้อมเปึนศาลที่อาจจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องของ การผกผันในเรื่องของอํานาจเสียด้วยซ้ําในระบบแบ่งแยกอํานาจ

ผมคงไม่มีเวลาลงรายละเอียด จะต้องมีช่องทางในการระงับข้อพิพาทอย่างหลากหลาย มิใช่เพียงแต่ส่งเสริมให้คนนําคดีมาฟัองคดีเท่านั้นเอง อาจจะมีการไกล่เกลี่ย อาจจะมีการเจรจา อาจจะมีการประนอมทางด้านสิ่งแวดล้อม เปึนไปไม่ได้เลยที่จะอาศัย ศาลอย่างเดียวมาตัดสินคดี แต่ผมว่าศาลสิ่งแวดล้อมน่าจะทําหน้าที่เปึนตัวกลางหรือ เปึนเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อม มีกลไกพิเศษในการค้นหา ความจริง จะต้องให้บริการอย่างทั่วถึงในระบบไต่สวนหรื อในระบบที่ประหยัด สะดวก รวดเร็วและเปึนธรรม มีการระงับและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ไม่ใช่เน้นเฉพาะ คดีแพ่ง คดีอาญา แต่น่าจะหมายถึงในเรื่องของการใช้ดุลยพินิจของฝ์ายปกครองด้วย ภารกิจหลักจะต้องสร้างธรรมาภิบาลทางด้านสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายคําพิพากษาของศาล จะต้องสร้างสรรค์คุณค่าและจริยธรรมที่ดีทางด้า นสิ่งแวดล้อม ในรายละเอียดเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติผมขออนุญาตให้ท่านถัดไปเปึนผู้ชี้แจงครับ กราบขอบพระคุณครับ