สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการอนุรักษ์สัตว์สงวนและทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และการสร้างยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวทางทะเลเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิก สปช. ทุกท่าน ผม ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ เปึนประธานอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง เรื่องของทะเลนี่จริง ๆ แล้วเราเคย พูดกันไปครั้งหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งนี้ผมจะพูดใน ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือเรื่องที่ ได้พูดไปแล้ว แล้วก็เน้นย้ําว่ามันมีการดําเนินงานไปถึงส่วนไหน รวมทั้งเพิ่มเติมรายละเอียด ต่าง ๆ ในส่วนนั้น ส่วนที่ ๒ ก็คือส่วนที่เปึนเรื่องที่สรุปรวมของการปฏิรูปการจัดการ ทรัพยากรทางทะเลทั้งหมด ซึ่งส่วนที่ ๒ ก็จะเปึนเรื่องที่อาจจะใหม่กับพวกเรานิดหนึ่ง แต่ก็คิดว่าจะทําให้พวกเราเข้าใจและมองเห็นภำพโดยรวม เพราะจริง ๆ แล้วทะเลของเรา มันเกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องอาเซียน ฮับ เมื่อกี้นี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับทะเล เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด เราก็เลยต้องพยายามรวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้ามาอยู่รวมกัน เท่าที่เราจะทําได้ ประเด็นแรกตอนนี้ก็ขอเพาเวอร์พอยต์ เพราะฉะนั้นประเด็นแรก จริง ๆ ผมเสนอให้ดูว่ามีสัตว์ทะเลเยอะแยะ แต่จริง ๆ แล้วเรื่องที่จะพูดนี่ไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะ พูดเฉพาะเรื่องสัตว์ทะเล หรือเรื่องทรัพยากร หรือเรื่องการอนุรักษ์เท่านั้น มันจะเกี่ยวกับ เรื่องต่าง ๆ โลจิสติกส์และต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องอยู่ในทะเล ขอเชิญครับ เรื่องแรกก็คือ

เรื่องของคณะอนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการของเราก็มีหลากหลาย แต่แน่นอนว่า ที่สําคัญก็คือเราพยายามจะเน้นในเรื่องของงานวิชาการให้ชัดเจน ซึ่งก็มีนักวิชาการ จากแทบทุกมหาวิทยาลัย ซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยหลัก ๆ ไม่ว่าจะเปึนในกรุงเทพฯ เอง หรือตามต่างจังหวัดซึ่งเปึนหัวเมือง ซึ่งมหาวิทยาลัยหลัก ๆ เหล่านี้ก็มีการศึกษาวิจัยทะเล จริง ๆ แล้วประเทศไทยมีคณะประมงซึ่งเปึนคณะแรกที่ทํางานด้านทะเลนี่เกือบ ๘๐ ป้แล้ว หรือเรื่องทะเลโดยตรงนี่ เช่นภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลนี่ ป้นี้ก็จะเปึนป้ที่ครบ ๕๐ ป้ เราไม่ได้เพิ่งเริ่มการศึกษาด้านนี้ เรามีมานานมากแล้ว ต่อเลยครับ วิธีวิเคราะห์ วิจารณ์ สรุปประเด็นต่าง ๆ ก็เปึนวิธีที่เราใช้เปึนมาตรฐาน ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตรงนี้ก็คงจะไม่มีรายละเอียดมากมาย เพียงแต่ว่าต้องการจะเน้นย้ําว่า การศึกษาทั้งหมดของเรานี่มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะอยู่ในกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทหารเรือ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงมาหมดแล้ว หลายหน่วยงานนี่เชิญมา ๒-๓ ครั้งแล้ว แล้วประเด็นที่เรากําลังจะพูดถึงนี่เปึนประเด็นที่ได้พูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ และมีความเห็น สอดคล้องกัน เพื่อให้ความชัดเจนเกิดขึ้นว่าไม่ใช่เปึนประเด็นที่ทางฝ์ายรัฐบาลหรือ ฝ์ายภาครัฐไม่รับทราบ และในทางที่จริงนี่ในภาคประชาชนผมเองผมก็เดินทางไป หลายต่อหลายครั้ง มีการจัดสัมมนา ๓ ครั้ง ลงไปร่วมสัมมนากับคนอื่นอีกหลายครั้ง มีการพูดคุย กับภาคประชาชนไม่ว่าจะเปึนท่องเที่ยว ชาวประมง หรืออื่น ๆ อีกมากอยู่โดยตลอด ผมเข้ามาสู่เนื้อหา ถ้าจํากันได้เมื่อการนําเสนอครั้งแรกเราพูดกันถึง ๑๐ วิกฤติทะเลไทย

ซึ่งมีวิกฤติในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนวิกฤติในเรื่องของปะการัง วิกฤติในเรื่องอุทยาน ในเรื่องสัตว์ทะเลหายาก วาฬบรูด้า ข้อ ๓ ในเรื่องของการประมง อันนี้มีปัญหาอย่างมากมาย เรื่องของการพัฒนาขนาดใหญ่ เรื่องการกัดเซาะชายฝัืง เรื่องท่องเที่ยว เรื่องน้ําเสีย เรื่องขยะ แล้วก็เรื่องการขาดความรู้และขาดการมีส่วนร่วม ภาพที่เห็นผมถ่ายมากับมือเอง ใช้เฮลิคอปเตอร์ถ่ายที่อ่าวป์าตอง ท่านสมาชิกคงจะเห็นสีดําปู๊ดป๋ีออันนั้นน้ําเสียหมดเลย เพราะฉะนั้นขณะที่เรากําลังพูดกันถึงเรื่องเปึนศูนย์กลางอาเซียน ฮับหรือเปึนอะไรก็ตาม เราต้องกลับมามองตัวเองก่อนว่าเราพร้อมหรือยัง เราแก้ไขปัญหาของเราหรือยัง เราเตรียม ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะให้เปึนอาเซียนเปึนศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยว เปึนประเทศที่จะมี นักท่องเที่ยว ๑๐๐ ล้านคนในป้ ๒๕๗๕ นี้เราเตรียมพวกนั้นพร้อมหรือยัง หรือเรือพาเขามาดู สิ่งที่เราเห็นอยู่ในภาพอย่างนี้มันคงไม่ไหว เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีประเด็นปฏิรูปทั้ง ๑๐ ประเด็นนี้อยู่ในเรื่องที่ผมจะกล่าวถึงต่อไป เรื่องแรกก็คือเรื่องเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ จริง ๆ ประเด็นปฏิรูปอุทยานแห่งชาติเราทําร่วมกับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชมาตลอด ถ้าเกิดใคร จํากันได้เรามีความสงสัยในเรื่องของค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานตั้งแต่ต้นว่าทําไมค่าธรรมเนียม มันถึงหายไปเยอะจัง เราก็ได้ประสานกับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช และติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนมีนาคม เราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและ พันธุ์พืชทํา ท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทําท่านให้ความสนใจ เปึนอย่างยิ่ง มีการประชุมมาแล้ว ๓ ครั้งในช่วงวันจันทร์ที่แล้วผมก็เข้าร่วมประชุมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้เปึนข้อมูลที่ชัดเจนว่า เมื่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชเริ่มตื่นตัวแล้วก็ส่งคนไปตรวจสอบ ในส่วนของ เกาะพีพีเกาะเดียวยกตัวอย่างให้ฟังแล้วกันครับ เกาะพีพีจากค่าธรรมเนียมวันละ ๘๐,๐๐๐ บาทเปึนวันละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท เท่าที่ผ่านมาหายไป ๑,๑๒๐,๐๐๐ บาท แล้วถ้าเกิด ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทไปเปรียบเทียบกับข้อมูลของนักท่องเที่ยวจาก สมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ แต่ละป้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเกาะพีพี ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน เอา ๔๐๐ คูณเข้าไปจะได้ค่าธรรมเนียมอุทยานที่ควรจะได้ แต่ที่ผ่านมาเราได้น้อยไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่เราควรจะได้ เพราะฉะนั้นนั่นก็คือการปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเล นั่นคือเกาะพีพีแห่งเดียว เรายังไม่พูดถึงอ่าวพังงาที่มีนักท่องเที่ยวใกล้เคียงกับเกาะพีพี

เรายังไม่ได้พูดถึงหมู่เกาะสุรินทร์ สิมิลัน หมู่เกาะอาดัง-ราวี หลีเป็ะ เกาะเสม็ดโน่นนี่นั่น มากมายมหาศาล ๒๖ แห่ง เพราะฉะนั้นประเด็นของการปฏิรูปอุทยานแห่งชาติอย่างแรก ชัดเจนก็คือถ้าเกิดเดินหน้าเต็มระบบเรามองเห็นถึงเงินประมาณป้ละไม่ต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทที่จะกลับเข้ามาสู่ระบบค่าธรรมเนียมของอุทยาน จริง ๆ เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท สามารถที่จะทําให้กรมอุทยานไม่ต้องของบประมาณรัฐสักบาทยังได้เลย ขอแค่เงินเดือน มันก็สามารถเดินหน้าไปได้ด้วยเงินค่าธรรมเนียมรายได้ ซึ่งตัวหนังสือที่ท่านเห็นอยู่บนจอ ชัดเจนว่าดี-เดย์ (D-Day) คือวันที่ ๑ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีถามเกี่ยวกับเรื่องของ ประเด็นปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเลกับท่านรัฐมนตรีไม่ต่ํากว่า ๓-๔ ครั้ง มีจดหมาย อย่างชัดเจนจากสํานักนายกรัฐมนตรีว่าทุกอย่างต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน เพราะฉะนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชก็ตั้งเปัา ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมก็ตั้งเปัาชัดเจนว่า วันที่ ๑ ตุลาคมระบบการเก็บเงินส่วนกลาง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทางคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการท่องเที่ยวก็เปึนผู้เสนอมาสอดคล้องกัน วันที่ ๑ ตุลาคม ระบบการเก็บเงินส่วนกลางจะเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันคงสนุกสนานแน่เพราะว่ามันมีปัญหา อยู่หลายประการ ยกตัวอย่างเพราะว่าประชุมกับผู้ประกอบการเขาก็บอกว่า อย่างนี้ เดี๋ยวใครมาก่อนคนนั้น ก็เหมาหมดคนอื่นก็ซวย เพราะว่ามันต้องมีการจํากัดจํานวน นักท่องเที่ยวที่จะเข้าในแต่ละแห่งได้ อย่างไรก็ตามอย่างน้อยสุดถ้าเกิดมีระ บบส่วนกลาง มันก็จะชัดเจนยิ่งขึ้น เรายังมีเรื่องของระบบวันที่ ๑ พฤศจิกายนก็คือ ระบบตรวจสอบ ส่งคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อุทยานไปประจําการแต่ละอ่าว อ่าวละ ๔ คน ไม่ได้มีหน้าที่ ขายตั๋ว สิ่งที่เราต้องการคือกันเงินออกจากเจ้าหน้าที่ให้มากที่สุด เพียงแต่ว่าสิ่งที่เห็นชัดที่สุด ก็คือ เขาจะมีหน้าที่ตรวจอย่างเดียวและไม่ใช่เจ้าหน้าที่อุทยานด้วย

เพราะฉะนั้นเราก็จะมีการตรวจ อุทยานนําร่อง ๘ แห่งก็เปึนอุทยานที่เปึนแหล่งท่องเที่ยว สําคัญที่สุดของเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเปึนเกาะพีพี ไม่ว่าจะเปึนอ่าวพังงา หมู่เกาะสุรินทร์ สิมิลัน ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงจะเห็นผลเปึนรูปธรรม ไม่ว่าจะออนไลน์ตรวจตั๋ว อีกอันหนึ่ง ที่เปึนห่วงกันมากก็คือเรื่องของทรัพยากรธร รมชาติ เพราะว่าตอนนี้ปะการังของเรา มีการลดลงอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราก็จัดตั้งระบบตรวจสอบคู่ขนาน นั่นหมายถึงว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชก็ทําไป กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ก็ตรวจสอบแนวปะการังตามจุดแต่ละจุดตอนต้นฤดูกับหลังฤดู ขณะเดียวกันเครือข่ายนักดําน้ํา เครือข่ายประชาชนในพื้นที่ก็ทําการตรวจสอบขึ้นเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นจะกลายเปึน การตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐซึ่งมี ๒ หน่วยด้วยกัน แล้วก็มีการตรวจสอบคู่ขนาน จากภาคประชาชน จากชุมชน และท้ายสุดก็คือภาควิชาการ เพราะฉะนั้นจะกลายเปึน การทํางานแบบสี่เส้า เปัาหมายของเราชัดเจนก็คือเราต้องพยายามรักษาปะการังเหล่านี้ไว้ให้ได้ รวมทั้งเรื่องของอันดามันมรดกโลก ถ้าเกิดท่าน สปช. ทุกท่านจําได้เราผ่านเรื่องนี้ไปในวันป้ใหม่ ก่อนป้ใหม่แป็ปหนึ่ง ผมตามเรื่องนี้อยู่ตลอดแล้วก็พบว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ยังอยู่ ไม่ได้ไปไหนเลย เพียงแต่ว่าระบบต่าง ๆ ที่ใช้ ทั้งเรื่องของอุทยานและเรื่องการท่องเที่ยวมันยังไม่ค่อยนิ่ง เพราะฉะนั้นเราก็คิดกันว่าภายในป้หน้าเราก็จะเริ่มนําเสนอเรื่องอันดามันมรดกโลกเพียงแต่ว่า ป้นี้ขอการแก้ไขร ะบบต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน เรื่องต่อไปก็คือวาฬบรูด้าเปึนสัตว์สงวน อันนี้เริ่มต้นที่ สปช. เลยเราเปึนคนเริ่มต้น เราเปึนคนเสนอประเด็นนี้ ตอนปัจจุบันก็มีคนมา ลงชื่อ ประชาชนต่าง ๆ มาสนับสนุน ๓๐,๐๐๐ รายแล้ว สัตว์สงวนนี่อาจจะนึกว่ามันก็เท่านั้น จะมีอะไรมากมาย อันดับแรกท่านทราบไหมประเทศไทยมีคณะกรรมการสัตว์สงวน สัตว์คุ้มครอง มี พ.ร.บ. สัตว์สงวน สัตว์คุ้มครอง ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ จนปัจจุบันนี่ไม่มีสัตว์สงวน ตัวใหม่เลยแม้แต่ตัวเดียว ๕๕ ป้มีอยู่ ๑๕ ตัวตั้งแต่เราท่องกันมา สมันไล่มาเรื่อย ๆ ๑๕ ตัว อยู่มาทั้งสิ้น ๕๕ ป้จนน่าสงสัย อย่างที่ผมเคยขึ้นมาอภิปรายในเรื่องความหลากหลายว่าเราจะ ศึกษาความหลากหลายไปทําไม หากความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้ถูกนําไปใช้ ในเรื่องของการจัดการ ไม่ว่าจะการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของสัตว์สงวน สัตว์คุ้มครองที่มีวาฬบรูด้าซึ่งก็มีข่าวเปึนระยะเมื่อวานก็มีข่าวนะครับ เรายังมีสัตว์ต่าง ๆ อีกทั้งหมด ๒๔ ชนิด มีสัตว์สงวน ๔ ชนิด สัตว์คุ้มครอง ๒๐ ชนิด อันนั้น ก็จะเปึนแพกเกจ (Package) ท่านอาจจะสงสัยว่ามันก็แค่นั้นก็จบ จริง ๆ ไม่จบเพราะว่าจะมี

มาตรการต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงก็ทํา ไว้แล้ว แล้วมันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ไม่ว่าวาฬบรูด้าจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยวจะทําให้ เกิดการท่องเที่ยวแบบเวล วอชชิง (Well Watching) ผมดูด้านนี้มาตลอด เวล วอชชิง คืออะไร คือนั่งเรือไปชมวาฬ ท่านอาจจะสงสัยมันก็แค่นั้น ท่านรู้ไหมครับว่าป้ ๒๕๕๖ นี่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทมาร์เกต แชร์ (Market share) ทั่วโลก ป้ ๒๕๕๗ มาร์เกต แชร์ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๘ มาร์เกต แชร์ตั้งเอกซ์สเปกต์ (Expect) ไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านทราบไหมว่าป้ ๒๕๕๖ ป้ ๒๕๕๗ นี่มาร์เกต แชร์ที่ประเทศไทยเข้าไปมีส่วนร่วม มีเท่าไร ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่เรามีภาพของวาฬบรูด้ากับตึกแถวสีลมอยู่ข้างหลัง เพราะฉะนั้นตรงนั้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องการอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว เราต้องการ ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เราตั้งเปัาเปึนศูนย์กลางอาเซียน เราพบว่ามีความเปึนไปได้ เยอะแยะมากมายโดยไม่ต้องลงทุนสักบาทเพราะอินฟราสตรักเจอร์มีหมดแล้ว จะไปทาง จังหวัดเพชรบุรี จะไปทางพัทยา จังหวัดเพชรบุรีก็แวะไปทางหัวหิน แล้วก็พัทยา ก็ไปแวะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ออกได้ทั้ง ๒ ทาง และที่สําคัญที่สุดคือมาร์เกต แชร์ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐ เปอร์เซ็นต์เปึนคนจีนครับ เราอาจจะคิดว่าแล้วมันเปึนยุโรป แต่ไม่ใช่เลย จริง ๆ กลุ่มนักท่องเที่ยวของการดูวาฬส่วนใหญ่เปึนคนจีนซึ่งอันนี้เปึนตัวเลข ที่หลายคนอาจจะตกใจ เฮ้ย ทําไม แต่มันเปึนอย่างนั้นจริง ๆ มีข้อมูลคอนเฟ่ร์ม (Confirm) ชัดเจน แล้วท่านคิดถึงนักท่องเที่ยวประเทศจีน ๖ ล้านคนในป้หน้าต้องเดินทางไปหัวหิน เปึนล้านคน ไปพัทยาอีกเปึนล้านคน แวะระหว่างทางออกไปดูวาฬชมวาฬอย่างถูกวิธี รายได้เห็น ๆ การอยู่พักนอนเพิ่มมากขึ้น เครือข่ายชาวบ้านได้ประโยชน์ ตลาดต่าง ๆ วิถีไทย ทุก ๆ อย่างมันจะไปพร้อมกันหมด อันนี้เปึนแค่ตัวอย่างวาฬอย่างเดียวนะครับ ผมยังไม่อยากลงไปตัวอย่างอื่น

ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อีกตัวหนึ่งแล้วกัน แมงกะพรุนซึ่งเปึนข่าวคราวเยอะแยะมากมาย เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน เปึนข่าวเยอะแยะ แล้วแมงกะพรุนกล่องมันเพิ่มขึ้น ได้อย่างไร มันเพิ่มได้เพราะว่าเต่าทะเลมันหายไป เต่าทะเลของประเทศไทยในอดีต ๓,๐๐๐ ลังเหลืออยู่ ๔ ลัง เพราะฉะนั้นจากเต่าทะเลไม่รู้กี่ร้อยตัวเหลืออยู่ ๒ ตัว เพราะฉะนั้น ๒ ตัวมันจะไปกินแมงกะพรุนไ ด้อย่างไร เต่าทะเลนี่กินแมงกะพรุนเปึน อาหารหลักนะครับ เพราะฉะนั้นมันเกี่ยวข้องกันหมด การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้เก็บมันไว้ในเปเปอร์ (Paper) ถ้าเกิดมันอยู่ในเปเปอร์จะไปรักษามันทําไม ปล่อยให้มัน สูญพันธุ์ไปเถอะ ที่ชัดเจนก็คือทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกัน เพราะฉะนั้นการทํางานมันต้องไป ทางเดียวกัน ถ้าเราผลักดันเต่ามะเฟ๋องเปึนสัตว์สงวน เต่ามะเฟ๋องก็จะดึงเต่ากระ เต่าตนุ ดันตามเข้าไป มาตรการต่าง ๆ ก็จะออกมา เต่าของเราก็อาจจะมีเพิ่มขึ้น มันก็จะไปกิน แมงกะพรุน แมงกะพรุนส่งผลกระทบมากมายกับการท่องเที่ยวหรือสุขภาพของ พี่น้อง ตลอดจนการปฐมพยาบาลฉุกเฉินมันก็จะลดน้อยลง เปึนการแก้ที่ต้นเหตุ ขณะที่น้ําส้มสายชู ปัูมหัวใจนั่นคือปลายเหตุ ซึ่งมันต้องไปพร้อมกัน เรามีน้ําส้มสายชูกี่ขวดถึงจะวางให้พอ กับชาวประมงแล้วก็นักท่องเที่ยวตามชายฝัืงทะเลมากมาย นั่นก็คือสิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น วาฬบรูด้าผ่านไปแล้ว ๒ กลุ่ม ผมมั่นใจว่าภายในสิ้นป้นี้เราจะมีสัตว์สงวนเพิ่มขึ้น ๔ ตัว และมีสัตว์คุ้มครองอีก ๒๐ ตัว อันนี้มั่นใจและจะเปึนครั้งแรกของประเทศไทยและไม่ใช่ มีเฉพาะรายชื่อสัตว์ เพราะมาตรการที่เราประชุมร่วมกับกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมาตรการหนาปุ๊ก ๆ ที่จะต้องไปพร้อมกัน แต่ถ้าเกิดมันไม่เปึนสัตว์สงวนขอเงินให้ตายมันก็ไม่มาหรอกครับ ผมบอกได้ ทุกอย่างก็อยู่ใน รายละเอียด แล้วเราก็พูดกันต่อไปถึงเรื่องว่าศึกษาวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างองค์กรโน้นองค์กรนี้สร้างมาทําไมในเมื่อไม่ได้ใช้ประโยชน์ ความหลากหลายทางชีวภาพ คือการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การศึกษาวิจัยแล้วเก็บไว้บนหิ้ง มันต่างกันนะครับ ปะการังตาย อันนี้พูดถึงหลายครั้งแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นสรุปง่าย ๆ ว่าอีก ๒๐ ป้ ลูกเราจะไม่มีปะการังให้ใช้ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ลดลงป้ละ ๑ เปอร์เซ็นต์ และนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ที่มาเขาไปเที่ยวปะการังทั้งนั้น อันดามันที่เราตั้งตัวเลขป้นี้ ตัวเลขอันดามันป้นี้ ที่จังหวัดภูเก็ตแห่งเดียว ๑๒.๕ ล้านบาท ภายใน ๒๐ ป้น่าจะได้สัก ๓๐ ล้านบาท แล้ว ๓๐ ล้านบาทนั้นไปไหน ไปเที่ยวไหน ไปเที่ยวแมน-เมด (Man-made) อย่างเดียว

มันก็คงไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเราต้องรักษาทรัพยากรให้ได้เพราะมันคือ ปากท้องของลูกหลานเรา นั่นคือสิ่งที่สําคัญที่สุด แล้วถ้าเกิดมันตายหมดแล้วเราจะกลับ มันฟุ๋นมันทําไม่ได้ ไม่รู้จะทําอ ย่างไร เอางบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือแสนล้านบาท ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร มันต้องอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือการอิงกับฐานทรัพยากรที่ชัดเจน ที่สุดแล้ว เราจะสร้างสนามบินแห่งใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต ที่อําเภอท้ายเหมือง รับนักท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น แต่ตัวที่นักท่องเที่ยวมาดูมันโทรมลงเรื่อย ๆ มันก็จบเห่อยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ มันต้องชัดเจน เรื่องของปะการังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็กําลังผลักดันอยู่ ในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการท่องเที่ยวต่าง ๆ เรามีเยอะแยะเลยครับในมาตรการ แต่ผมคงรายละเอียดไม่หมดเพราะทะเลมันกว้าง ลงหมดก็ถึงเที่ยงคืนอย่างที่ท่านประธาน ต้องการ คงไม่จบกันง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเอาไว้ง่าย ๆ ว่าป้ ๒๕๕๙ จะประกาศเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็รับไป ในเรื่องต่อไปนะครับ ก็อย่างที่ผมแจ้งไปแล้วว่าแมงกะพรุน จริง ๆ แล้วแมงกะพรุนไม่ได้คิดทําร้ายเรา เราเปึนคน ทําให้แมงกะพรุนเพิ่มขึ้นจนมันกลับมาทําร้ายเรา ในเรื่องของการท่องเที่ยวทางทะเลนะครับ ยุทธศาสตร์จริง ๆ วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว พอดีผมติด อยู่ที่นี่ แต่อาจารย์ปรีชาเข้าไปแล้ วนะครับ ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวทางทะเลของ การท่องเที่ยวเห็นชัดเจนแจ่มแจ้งมาก มี ๕ คลัสเตอร์ ในประเทศไทย ๓ คลัสเตอร์ คือทะเลหมด คลัสเตอร์หนึ่งก็คืออันดามัน คลัสเตอร์หนึ่งก็คือทะเลสมุย อีกคลัสเตอร์หนึ่ง ก็คือทะเลระยอง ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด นั่นก็คือ คลัสเตอร์หลักที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งเปึนยุทธศาสตร์ป้ ๒๕๕๘ ถึงป้ ๒๕๖๐ มันสอดคล้องกันอยู่เป็ะ ๆ อยู่แล้ว มันไม่ได้ต่างอะไรกันเลยนะครับ เพียงแต่ว่าตรงนี้ เราอาจจะต้องลงรายละเอียดให้ชัดเจน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเรื่องของอาเซียน ฮับ ที่ไม่มีโอกาสพูดเมื่อกี้นี้นะครับ เติมให้นิดหนึ่ง เราเสียเปรียบเพื่อนบ้านหลายเรื่อง แม้กระทั่ง เรื่องทะเล ในปัจจุบันเกาะหลีเป็ะมีปะการังอยู่ คนมาเลเซียอยู่ที่เกาะลังกาวีนั่งเรือมาเที่ยว กินข้าวก็กินที่เกาะลังกาวี นอนก็นอนที่เกาะลังกาวี จัดทัวร์เดย์ ทริป (Day trip) มาเที่ยว ที่เกาะหลีเป็ะ เที่ยวเสร็จว่ายวนไปวนมาแล้วก็กลับไปนอนที่เกาะลังกาวี กินข้าวที่เกาะลังกาวี

คําถามคือประเทศไทยได้อะไรนั่นคือข้อแรก ทัวร์เที่ยวเกาะพีพีเที่ยวโน่นเที่ยวนี่เยอะแยะ มากมาย นักธุรกิจจีนก็เหมาเครื่องบินจีนมาลงที่นี่ รถก็รถของคนจีน เรือเร็วคนจีนก็ซื้อไป หมดแล้วโดยใช้นอมินี (Nominee) กลับไป แล้วถามว่าประเทศไทยได้อะไร รายได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่กับเรากี่เปอร์เซ็นต์เรื่องนี้เคยพูดไ ปแล้ว แต่จะเน้นย้ําอีกทีหนึ่งว่า การดูเรื่องการท่องเที่ยวนี่ไม่ใช่ดูเฉพาะว่าเราจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกี่คนซึ่งผมเห็นด้วย กับอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปการท่องเที่ยวอย่างมากว่าตัวเลขจํานวนคนที่เพิ่มขึ้นมันคงจะต้อง ใจเย็นหน่อยขณะที่เราไม่ได้ดูเฉพาะว่ารายได้มีกี่แส นล้านบาท แต่เราต้องดูว่ารายได้กี่บาท อยู่ตกกับประเทศเรา มันจะมีล้านล้านบาทถ้ามันโดนหายไปกับต่างชาติ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทอยู่กับบ้านเราแล้วเราจะทําการท่องเที่ยวให้ประชากรในโลกรวยขึ้นหรือ ตรงนั้นคือจุดที่สําคัญที่สุด การแก้ปัญหาของเราก็พยายามจะแก้ปัญหาในรูปแบบต่าง ๆ เราอาจจะไม่ได้ดูแลการท่องเที่ยวโดยตรง แต่เราก็มีการแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่นควบคุม เรื่องไกด์ (Guide) เรื่องมาตรการดําน้ําในทะเลต่าง ๆ นานา ไม่ใช่มีฝรั่งมาเที่ยวแฮปป้ (Happy) ดี๊ด้าไปประเทศมาเลเซีย ไปประเทศอินโดนีเซีย ไม่มีที่ไหนที่เขาดําน้ํากัน ๘๐๐,๐๐๐ คนต่อป้ ฝรั่งนําหมด คนไทยอยู่ไหนก็ไม่รู้เปึนลูกเรือคอยทําผัดข้าวผัด แล้วตอนนี้คนไทยก็หมดแล้วเพราะกลายเปึนคนพม่าผัดข้าวผัดไปหมดแล้ว แล้วเราจะ ให้เขามาเที่ยวทรัพยากรในประเทศเราโดยที่เราไม่ได้ป ระโยชน์มันเปึนไปไม่ได้ ครับ การประมงเรื่องใหญ่นะครับท่าน สปช. กิตติฝากมาด้วย การประมงเปึนเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะว่าตอนนี้เราก็ทราบดีเรื่องไอยูยู (IUU) ประมงใบเหลืองต่าง ๆ รัฐบาลก็พยายามที่จะ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งการแก้ไขปัญหามีทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องเกี่ยวกับการระงับ จับกุม ยกเลิกการประมงผิดกฎหมายโน่นนี่นั่นอย่างเดียวยังมีเรื่องของเจ้าท่า เรื่องที่ว่าเจ้าท่าต้องรู้ เขาเรียกว่าป้โปัก็คือเรือออก เรือเข้าเท่าไรเราต้องรู้ให้หมด แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุด ในเรื่องของการประมงก็คือเรื่องว่าเราอาจจะมีคําถามว่าข้อมูลที่นํามาใช้มันเปึนข้อมูลที่ชัดเจน แน่แล้วหรือ เราบอกว่ามีเรือ ๕๐๐ ลํา คําถามคือตัวเลขเรือ ๕๐๐ ลํานี่มันมาจากไหน ก็บอกว่า มาจากปลาที่อยู่ในทะเลว่ามีปลาให้จับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ๒๐๐,๐๐๐ ตันนี้ผมยกตัวอย่าง ๒๐๐,๐๐๐ ตันคําถามก็คือ ๒๐๐,๐๐๐ ตันคุณมั่นใจหรือว่าปลาในทะเลมีให้คุณจับป้ละ ๒๐๐,๐๐๐ ตันมันจะต่อเนื่องไปหมด ตรงส่วนนี้ข้อมูลทางวิชาการของเรายังขาดค่อนข้างเยอะ ที่จะระบุตัวเลขออกไปชัด ๆ อย่างไรก็ตามระบบของรัฐบาลเขากําลังดําเนินหน้าไป ศปมผ.

เราก็ไปพูดคุยกับ ศปมผ. เปึนระยะ แล้วเราก็กําลังจะจัดประชุมที่มีทั้งชาวประมง นักวิชาการต่าง ๆ มาดูว่านอกจากการยกเลิกแล้วมันยังมีจุดอะไรที่เราจําเปึนที่ต้อง ทําการศึกษาหรือหาข้อมูลทางการวิจัยเพื่อให้ข้อมูลที่ได้เปึนข้อมูลที่เชื่อถือได้ ๕๐๐ ลํา ทุกคนก็เชื่อกันหมดมันต้อง ๕๐๐ ลําแน่ไม่ใช่คนบางคนบอกว่ามันน่าจะได้ตั้ง ๑,๐๐๐ ลํา ทําไมทางนี้บอกมา ๕๐๐ ลํา ตรงนั้นก็คือความเชื่อถือของข้อมูลที่ต้องมีการศึกษาวิจัยให้มากพอ ต่อเลยครับ เรื่องมันหลากหลายครับท่านสมาชิก เพราะฉะนั้นก็นิดหนึ่ง โลจิสติกส์เกี่ยวข้อง หมดเลย ท่าเรือด้านพลังงาน ภาพนี้ก็คือภาพด้านพลังงาน ก็คือท่าเรือคลองรั้วที่จังหวัดกระบี่ สําหรับโรงไฟฟัาจังหวัดกระบี่ก็ยังมีคําถามอยู่ต่าง ๆ นานาไม่ต้องเปึนคําถามด้านพลังงาน แต่เปึนคําถามด้านสิ่งแวดล้อม คําถามว่าเรือเข้าไปแล้วมันจะเกิดอะไร ๆ ไหม ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าสมมุติเรือวิ่งเข้ามามันก็ดีเรือไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดเรือมันเกิดอุบัติเหตุ ตูมขึ้นมาอย่าลืมว่าเกาะเสม็ดจํากันได้ใช่ไหมครับ เกาะเสม็ดอยู่มาบตาพุดทุ่นกันน้ํามัน คราบน้ํามันอยู่มาบตาพุดยังใช้เวลาขนาดนั้น แล้วถ้าเกิดจังหวัดกระบี่ ทุ่นกันน้ํามันรั่ว กันโน่นกันนี่อยู่มาบตาพุด ใช้เวลาเดินทางจากมาบตาพุดมาถึงจังหวัดกระบี่มันใช้เวลานาน ขนาดไหน แม้กระทั่งปากบาราที่อยู่จังหวัดสตูลเองก็เหมือนกัน เราไม่ได้ขัดขวางความเจริญ เพียงแต่ว่าเราต้องการเอาให้ชัดว่าถ้าเกิดเกิดปัญหาขึ้นเรามีมาตรการการรับมือแค่ไหน แล้วจากประสบการณ์ที่ผมผ่านมาทั้งหมดนี่ตัวเลขมีหมดการประชุมมีหมด แต่พอเกิดขึ้นจริง เรามีปัญหาทุกครั้ง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเอาให้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นการซ้อมการกําจัด คราบน้ํามันนี่ซ้อมไหม ซ้อม ซ้อมตั้ง ๓-๔ หนนั่งอ่านซ้อมทั้งหมดซ้อมในท่าเรือน้ํานิ่ง แต่เกิดเหตุจริง ๆ คลื่น ๒ เมตรกลางทะเล เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเกิดระบบเราไม่มั่นอย่างไร เราก็ทําให้ชาวบ้านเชื่อถือไม่ได้

ผมไม่ได้ขัดขวางในเรื่องของความเจริญแต่ผม ต้องการให้มั่นใจ เวลาเราไปพูดคุยกับ ชาวบ้านเราก็ต้องให้ชุมชนมั่นใจว่าไอ้ระบบที่คุณลองมันใช้กันได้จริง ๆ ไม่ใช่พูดว่า มีโน่นมีนี่มีนั่น แล้วก็เกิดเหตุวัวหายล้อมคอกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนะครับ ท่าเรือนี่เรามีอีกเยอะเลย ท่าเรือพลังงานนะครับ ท่าเรืออุตสาหกรรมขนส่ง เช่น ปากบารานะครับ โลจิสติกส์ ไม่ได้มีปัญหาใด ๆ เพียงแต่ขอให้มั่นเท่านั้นเอง ท่าเรือท่องเที่ยวกรมเจ้าท่าบอกว่ามีอีก ๓๓ ท่าเรือยอชต์ เต็มทะเล ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกันเพียงแต่ว่าขอให้ชัดเจนว่าท่าเรือ เหล่านั้นถ้ำเกิดสร้างขึ้นมาแล้วนี่มันไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางทะเลอย่างมากมาย เกินเหตุนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของผมก็มาถึงเรื่องของการปฏิรูปที่ดําเนินการ ไปแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการให้ความรู้ต่าง ๆ การมีส่วนร่วม เรื่องนี้ ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะว่าเรามีเครือข่าย เรามีกระทรวงต่าง ๆ เรามี พ.ร.บ. ใหม่ ๆ ออกมาที่จะสามารถช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมมากขึ้น เราก็พยายามผลักดัน ในเรื่องของการทําความรู้นอกโรงเรียน การศึกษานอกโรงเรียนต่าง ๆ นี่ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็มาถึงส่วนของข้อเสนอ ต่อนะครับ ขอโทษทีครับ กลับไปนิดหนึ่งครับ ขอโทษทีผมพูดเร็วไปนิดหนึ่ง ในเรื่องนี้จะมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนอ่านแล้วอาจจะงงก็คือ สภาวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์ เราไม่ได้ตั้งสภาวิชาชีพขึ้นมาใหม่นะครับ เพราะว่าสภาวิชาชีพ ทางวิทยาศาสตร์มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราเสนอขอให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเติมได้ไหม เพราะว่าเราต้องการองค์ความรู้ด้านทะเลเปึนอย่างมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเติมเปึนสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเลเพิ่มเข้าไปในสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์ มันก็จะสามารถช่วยทําให้วิชาการของเรามีความเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ได้เปึนการตั้ง พ.ร.บ. ใหม่ หรือสภาวิชาชีพให ม่ใด ๆ เลย เปึนแค่เติมในส่วนนี้สาขานี้เข้าไปอยู่ใน สภาวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอยู่แล้วในปัจจุบันนะครับ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ ไม่มีองค์กรใหม่ ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับเงินทองอะไรนะครับ ต่อนะครับ ทั้งหมดนั้นก็คือการปฏิรูป ในรูปต่าง ๆ ที่ทําร่วมกันไปแล้วมันไขว้กันไปไขว้กันมา แต่ตอนนี้เรากําลังจะเข้าไปสู่เรื่องของ การปฏิรูปอันใหม่แล้วซึ่งมันเปึนทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง หลายคนถามว่าทะเล มันใช้ประโยชน์กันอย่างไร กรมประมงก็มีกฎหมายของกรมประมง มีพื้นที่ของกรมประมง พื้นบ้านจับได้ต้องนี้ ออกไปนอกน่านน้ําเปึนพาณิชย์ พลังงานก็มีแท่นขุดเจาะ ๔๐๐ กว่า แท่น โลจิสติกส์คมนาคมก็มีท่าเรือต่าง ๆ ทุกอย่างมี แต่ละคนมีคนละกล่อง กล่อง กล่อง

เต็มไปหมด ทุกกล่องก็จะมีจิกซอว์ (Jigsaw) อยู่เต็มไปหมด แต่ทุกคนก็เล่นจิกซอว์ของตัวเอง ซึ่งมันไม่มีวันต่อได้รูป เพราะมันมีทะเลแห่งเดียว มันมีทะเลแห่งเดียวที่ทุกอย่างทับกันหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือการให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเทจิกซอว์ออกจากกล่องตัวเอง แล้วมาร่วมกันต่อให้มันเปึนแผ่นเดียว มันจะได้เปึนจิกซอว์ทั้งประเทศทั้งหมด ไม่ใช่จิกซอว์ เล่นกันแต่ในกล่องในแต่ละกล่องนะครับ เพราะฉะนั้นนั่นก็คือการแบ่งเขตใช้สอยประโยชน์ ทางทะเลซึ่งว่าง่าย ๆ ก็คือคล้าย ๆ กับผังทะเลเปึนทั้งหมดนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง อย่างรวดเร็ว ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องปรับสมดุล มันก็เกี่ยวข้องกับอันแรกครับ ต่อครับ ตรงส่วนนี้นะครับ เรามีผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ๒๔ ล้านล้านบาทเยอะมาก เดี๋ยวท่านอาจารย์เผดิมศักดิ์จะอธิบายในส่วนนี้ได้ดีกว่าผมนะครับ เรื่องของปัญหาเสื่อมโทรม เรื่องของโซนนิง (Zoning) ก็คือการแบ่งเขตใช้สอยประโยชน์ทางทะเลประเทศใหญ่ ๆ เขาใช้กันทั้งนั้นนะครับ เราไม่ได้เปึนคนคิดคนแรก เพียงแต่ว่าเราไม่เคยสามารถ ไม่เคย แม้กระทั่งมีแนวคิดที่จะแบ่งเขตใช้ประโยชน์ทางทะเลทั้งทะเลร่วมกัน เพราะว่าทุกคน ก็คิดเฉพาะกล่องของตัว ไม่มีใครเคยคิดภาพจิกซอว์อันใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ ผมขอเชิญอาจารย์เผดิมศักดิ์ซึ่งเปึนผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ แล้วก็ทํางานร่วมกับ สภาความมั่นคงแห่งชาติมาตลอดนะครับ เพื่อที่จะมานําเสนอสั้น ๆ ให้พวกเราเห็นภาพว่า จริง ๆ แล้วในทะเลมันมีอะไรบ้าง ขอเชิญอาจารย์ครับ