ศุภกร บูรณดิลก หารือเรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเรียกร้องการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพิจารณาเรื่องการจัดตั้งและปรับฐานะองค์กรของรัฐ เช่น ศรชล และสถาบันทางทะเล และเรียกร้องการรณรงค์ให้ชนในชาติรักทะเล ช่วยกันรักษาทะเลและใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ขออภิปราย รายงานของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ท่านทั้งหลายครับ ทะเลนั้นมีประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติอย่างคณานับมาช้านานแล้ว เริ่มตั้งแต่การเปึนแหล่งอาหาร เปึนเส้นทางการคมนาคมไปมาหาสู่กัน จนกระทั่งเปึนเส้นทาง ในการค้าขาย ขนส่งลําเลียงแสวงหาผลประโยชน์และอิทธิพลในดิน แดนอันโพ้นไกล เมื่อเทคโนโลยีเจริญขึ้นมนุษย์ก็เริ่มค้นพบและใช้ประโยชน์ของทรัพยากรในทะเลทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต เช่น แหล่งป่โตรเลียมและแร่ธาตุต่าง ๆ ผู้จัดการประมงในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนเปึนแหล่งทรัพยากรในการท่องเที่ยว ชาติที่รู้จักการใช้ทะเล รู้จักการใช้ สมุทรานุภาพเปึนอย่างดี ที่เรียกว่าชาติทะเลหรือโมนิไทเซชัน (Monetization) มักจะกลายเปึนชาติการค้าที่เปึนศูนย์กลางการคมนาคมและซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ทั้งในประเทศไทยที่แผ่นดินทางตอนใต้แยกทะเลออกเปึน ๒ ส่วนออกจากกัน มีพื้นที่ อาณาเขตรวมกันก็ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ก็มีมูลค่าผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจทางทะเลประมาณป้ละ ๒๔ ล้านล้านบาท ตามที่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว
แต่เชื่อไหมครับว่ามูลค่าดังกล่าวตกอยู่ในมือคนไทยไม่ถึงร้อยละ ๓๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกิจการขนส่งทางทะเลที่มีมูลค่าเกือบ ๑๘ ล้านล้านบาท คนไทยมีส่วนแบ่งประมาณแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยนั้นแม้จะไม่เคยประกาศตัวเปึนชาติทะเลแต่ก็เหมือน หลายประเทศที่ประกาศตัวรวมทั้งเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศเวียดนาม ประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซียที่ทะเลนั้นนับได้ว่าเปึนแหล่งที่มา ของพลังอํานาจทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ทหาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เกิ ดความมั่งคั่งและมั่นคงของชาติ ในเรื่องกิจการทะเลทั้งปวงนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ การปัองกัน และการรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและวิชาการ ในปัจจุบัน มีหน่วยงานทั้งสิ้นประมาณ ๒๐ หน่วยทํางานร่วมกันดังที่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงให้ทราบแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือที่เรียกว่าศรชลขึ้นมา โดยให้กองทัพเรือเปึนผู้บริหารงานขึ้นตรงต่อสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการประสานการปฏิบัติของหน่วยต่าง ๆ ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล แต่ในต้นป้งบประมาณ ๒๕๕๙ ที่จะถึงนี้จะยกฐานะจากเดิมที่มีหน้าที่ประสาน การปฏิบัติเปึนหน้าที่ในการอํานวยการกํากับการและบูรณาการการปฏิบัติโดยให้ใช้ชื่อใหม่ เปึนศูนย์อํานวยการในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลแต่คําย่อยังใช้คําว่าศรชล นอกจากนี้แม้จะยังไม่มียุทธศาสตร์ชาติที่เปึนรูปธรรมในเรื่องทะเลนั้นแต่กล่าวได้ว่าเราได้มี ยุทธศาสตร์ทะเลใช้มานานแล้วครับ หากจําไม่ผิดก็ประมาณเกือบ ๒๐ ป้ ตัวผมเองก็เคย มีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมจัดทํายุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้มาแล้ว ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเราเรียกว่าแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล แผนนี้มีความมุ่งหมาย ใช้เปึนแผนหลักสําหรับการดําเนินการของหน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การรักษาผลประโยชน์ของชาติและดําเนินกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับทะเล แผนดังกล่าว มีการจัดทําโดยได้เชื่อมโยงป ระเด็นยุทธศาสตร์ตามแผนความมั่นคงแห่งชาติ กับประเด็นยุทธศาสตร์ตามแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เกี่ยวกับทะเลไว้ด้วยกัน เพื่อให้สู่เปัาหมายของชาติในเรื่องความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยอาศัยผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเลเปึนปัจจัยขับเคลื่อนที่สําคัญ แผนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเปึนแผนความมั่นคงแห่งชาติ ทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๔ กองทัพเรือหรือสภาความมั่นคงแห่งชาติได้นําเสนอ
ต่อ ฯพณฯ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แผนดังกล่าว มียุทธศาสตร์ที่สําคัญคือยุท ธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพความมั่นคงของชาติทางทะเล ยุทธศาสตร์การคุ้มครองการใช้ประโยชน์จากทะเล ยุทธศาสตร์การสร้างความสงบเรียบร้อย และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทะเล และที่สําคัญที่เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการ คือยุทธศาสตร์การสร้างความสมดุล และยั่งยืนของทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมทางทะเล ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ องค์ความรู้และความตระหนักรู้ความสําคัญของทะเล และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการผลประโยชน์ของชาติทางทะเลโดยองค์กรรัฐ สําหรับ รายงานของคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้นั้น เท่าที่ศึกษามาเปึนอย่างดีแล้ว ขอเรียนว่า ผมจะลงมติเห็นด้วย แต่ใคร่ขอให้ไปพิจารณา ๒ ประเด็นสําคัญก่อนที่จะเสนอรัฐบาลคือ ประเด็นแรก เนื่องจากผลการศึกษาและข้อเสนอต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการมีที่เกี่ยวข้อง และสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ทางทะเลที่ใช้อยู่ คือแผนดังกล่าวที่ผมได้เรียนมาให้ทราบแล้ว อยู่มาก จึงอยากให้มีการทบทวนว่าการศึกษาของคณะกรรมาธิการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องการจัดตั้งและปรับฐานะองค์กรของรัฐ เช่น ศรชล และสถาบันทางทะเล มาริไทม์ อินสติติวต์ ออฟ ไทยแลนด์ (Maritime Institute of Thailand) หรือที่ผมจะเรียกว่าไหมไทยนะครับ สําหรับอีกประเด็นหนึ่งที่ใคร่ขอเสนอแนะ คือในแนวทาง มาตรการ หรือข้อเสนอต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการตามที่ได้เรียนมาแล้ว ผมเห็นด้วยทุกประการ แต่ที่อยากจะให้เพิ่มเติมก็คืออยากเห็นเพิ่มเติม อยากให้มีแนวทางใน การรณรงค์ให้ชนในชาติรักทะเล ช่วยกันรักษาทะเลและใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความรู้สึกเปึนชาวทะเลชาติทะเลบ้า ง อันนี้ก็เพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงและมีสุขตลอดไป ขอบคุณมากครับ