สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๒ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

เอกชัย หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ยุคดิจิทัล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปล่อยให้นักเรียนมีความคิดอิสระเสรี และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของประเทศเพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และเรียกร้องให้พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในแง่ของลึกและพื้นฐาน

พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ๒๔๘ เรื่องนี้ผมว่าเปึนเรื่องสําคัญ แล้วเรื่องที่จะเปลี่ยนผ่าน ประเทศไทยไปสู่ยุคดิจิทัลที่เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศอย่างมาก ผมมีสิ่งที่จะให้ ข้อมูลแล้วก็เสนอแนะท่านเพิ่มเติม ก็คือเมื่อกี้เสริมจากท่านอาจารย์วินัย ขออนุญาตเอ่ยชื่อ มีหลายคนที่ทําเรื่องดิจิทัลแต่ว่าไม่ได้เรียนถึงระดับปริญญา ไม่ว่าจะเปึน สตีฟ จอบส์ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก หรือเจ้าของคอมพิวเตอร์เดลล์ (Dell) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เรียนปริญญา เขาใช้ความคิดนอกกรอบนั่นแหละในการพิจารณาแล้วทําเรื่องดิจิทัล เวลาที่ผ่านมา ๑ ป้ผมมีโอกาสไปดูหลายที่ ไปดูเลโนโว (Lenovo) ที่เมืองหัวเหว่ย ประเทศจีน ที่เขาทําโครงการงูกินช้าง เขาสามารถที่จะเทกโอเวอร์ (Takeover) เขาเปึน บริษัทเล็ก ๆ แต่เทกโอเวอร์ไอบีเอ็ม (IBM) เกือบทั้งหมด ทั้งคน ทั้งสตอเรจ (Storage) ทั้งระบบเครื่องจักร เครื่องมือทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะพีซี (PC) เท่านั้นเอง

เขาเริ่มต้นมาจากปัญญาครับ สร้างมหาวิทยาลัยก่อนที่เมืองหัวเหว่ยถึงจะสร้างโรงงานนะครับ เราก็จะสร้างโรงงานจะทําอะไรก่อนแล้วก็ค่อยไปสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อจะสร้างคนให้ทัน นี่เราคิดกลับกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปดูแอปเป่ลไทยแลนด์ (Apple Thailand) กับกูเกิลไทยแลนด์ (Google Thailand) นะครับ กูเกิลบอกว่าไม่สนใจ ใบปริญญาเพราะใบปริญญาไม่สามารถทําให้คนมีปัญญาความรู้ได้ ท่านลองดู แล้วลองฟังนะครับว่าใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นวิธีการของเขาเขากําหนดว่าเขาจะทําอะไร เท่านั้นเองแล้วให้คนอื่น แม้แต่นักเ รียนเขาบอกว่านักเรียนที่เรียนในยุคต่อไปนี้ เปึนยุคที่นักเรียนต้องออกแบบการศึกษาของตนเองไม่ใช่ให้ครูมาออกแบบ ไม่ใช่ให้กระทรวงศึกษาธิการมาออกแบบ นักเรียนต้องออกแบบการศึกษาของตนเอง แล้วเขามีเครื่องมือให้นักเรียนสามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตัวของนักเรียนเองนะครั บ เราจะไปถึงตรงจุดนั้นหรือยัง ลองดูนะครับ อีกจุดหนึ่งที่ผมเคยไปมาก็คือบังคาลอร์ ที่ว่าเปึนเมืองซอฟต์แวร์ ของโลก บังคาลอร์เปึนเมืองไม่ใช่ใหญ่โตมโหฬาร แต่เปึนซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประธานมหาวิทยาลัยบอกว่าประเทศอินเดียวันนี้ สร้างนักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แ บบประเทศสหรัฐ อเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างนักวิทยาศาสตร์ป้ละ ๒๐,๐๐๐ คน วันนี้ประเทศอินเดียสร้างนักวิทยาศาสตร์ ป้ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน นี่มันมหาศาลมากนะครับ เพราะฉะนั้นก็ให้เห็นถึงวิธีคิด แต่ที่ประเทศอินเดียจุดแข็งเขามีอย่างหนึ่งก็คือเขาปล่อยให้คนมีความคิดอิสร ะเสรี การปล่อยให้คนมีความคิดอิสร ะเสรีนี่คนสามารถคิดซอฟต์แวร์อะไรที่มันสามารถ ที่นอกกรอบ นอกตํารา นอกแบบเรียนได้ ประการที่ ๒ ก็คือว่าเขามีต้นทุนทางภาษา อันนี้เปึนสิ่งที่ได้พบมาในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในส่วนที่ท่านจะเสนอนี่ที่ผมว่าสําคัญยิ่ง ที่สุดคือเรื่องการปฏิรูปเรื่องคน คนนี่สําคัญที่สุดเลย ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเรามา เรื่องคนเปึนสิ่ งสําคัญ ยกตัวอย่างหน่วยงานซอฟต์ แวร์แห่งชาติ ท่านไปดูนะครับ เอาหน่วยงานอันนี้ไปผูกติดกับเรื่องการเมือง ถึงเวลาเขาจะเปลี่ยนการเมืองเขาจะเปลี่ยนตัว ผอ. ทุกครั้ง แล้วเมื่อไรซอฟต์แวร์ของเรามันจะก้าวหน้าสักที ก็เปึนตัวเรื่องคนอีกเหมือนกัน ประเทศจีนเขามีจุดแข็งก็คือ ๑. เรื่องคนเขามีความที่เขามีภูมิปัญญาเยอะ อันที่ ๒ ประเทศจีน มีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT) ที่บอกต้องมีอย่างนี้เพราะว่าอะไรครับ เราไปโรงแรม ไปในสถานที่ต่าง ๆ ที่ในรถยนต์บางที่เขาก็มีวายฟาย ให้ บ้านเรานะครับเรียนท่านเลยว่า

ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิจะ หาที่เสียบปลั๊กไฟท่านยังหาไม่ได้เลย อย่าหาวายฟายเลย วายฟายไม่ต้องไปหาไม่เคยเจอที่ไหน เราไม่เคยสร้างโครงสร้างพื้นฐานไว้สําหรับคนสักเท่าไร อันที่ ๓ ประเทศจีนเขามีผลิตภัณฑ์ครับ ที่เขามีเยอะมากจนกระทั่งเขาคิดว่าเขาต้องสร้าง เครื่องมือเพื่อขายไปสู่ในโลกทั้งหมด และสุดท้ายเขามีเรื่องภาษา จีนพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ผมจําได้ว่าเมื่อ ๑๕ ป้ที่แล้วผมไปประเทศจีน ประเทศจีนมีเทป (Tape) ภาษาอังกฤษ ขายเยอะมาก ซีดี (CD) ภาษาอังกฤษขายเยอะมาก เพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษ และสุดท้ายเกิดอะไรขึ้นกับเขา แจ็ค หม่า ที่ท่านจิตร์พูดเมื่อกี้ขออนุญาตเอ่ยนาม แจ็ค หม่าสอนวิชาภาษาอังกฤษ สอนวิชาภาษาอังกฤษเมื่อ ๑๕ ป้ที่แล้ว แล้วแจ็ค หม่า เปึนครูสอนภาษาอังกฤษ หลังจาก ๑๕ ป้ที่แล้วเขามาสร้างซอฟต์แวร์เขาเริ่มต้นตั้งแต่ที่เขา ไปเสิร์ช (Search) ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ เขาไปเสิร์ชข้อมูลที่ในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า จะเจอพวกสินค้าอะไรของเขาไหม เสิร์ชเปึนภาษาจีนไม่เจออะไรเลย อาจจะเหมือนกับ อาจารย์วินัยพูดเ มื่อกี้ก็ได้ ปรากฏว่ากลับมาก็เลยต้องมาเริ่มต้นตั้งแต่ทําเรียกว่าเปึน ทําสมุดหน้าเหลือง ที่อยู่แล้วก็มาทําอี คอมเมิร์ซ หลังจากนั้น ๑๐ ป้ครับ เข้าตลาด สหรัฐอเ มริกามีเปึนมาร์เก ต แคป (Market Cap) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเริ่มต้น โดยมีเงินเดือนแค่ ๕๐๐ บาทต่อเดือน วันนี้มี ๘๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาทต่อทั้งหมดของเขา มวลรวมนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญของเขาก็คือว่าเขาสร้างพื้นฐานโดยทําอาลีบาบา สําหรับ ขายสินค้าทั้งหมดที่ทําลายแวลู เชน (Value chain) ตายทั้งโลกหมดนะครับ

อันที่ ๒ เขาทําเตาเบา (Taobao) โปรแกรมนะครับ ขายปลีกระหว่างลูกค้าด้วยสนับสนุนให้ อันที่ ๓ เขาทําทีเมล (t-Mail) สําหรับใครมีแบรนด์ดี ๆ ก็มาแขวนไว้ในเว็บไซต์ของเขา สามารถขายสินค้าได้ อันนี้ผมมองเห็นว่าเขาสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเลยนะครับ แล้วก็ บุคลากรของเขานี่เขาสร้าง ๒ จุดนี้ทําให้เขาเชื่อมโยงกัน แล้วทําให้เขาเกิดคุณค่าและมูลค่า อย่างมหาศาลตรงนี้ แต่สิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือว่าเขาได้พูดถึง เรื่องเกี่ยวกับ เขาบอกว่าทัศนคติของคนมีความสําคัญมากกว่าความสามารถ การตัดสินใจของเรา สําคัญมากกว่าความสามารถของคน แล้วก็อย่าเอาการเมืองมายุ่ง ที่ผมพูดเมื่อตะกี้นะครับ แจ็ค หม่า เขาพูดอย่างนี้นะ แล้วก็ไม่ต้องไปแข่งขัน พวกแข่งขันเปึนคนโง่เขลา เขาไม่ได้ แข่งขันกับใคร เขาสร้างตัวใหม่เพื่อใช้ของเขาเองเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากเอาไว้ให้คิดด้วยว่า เราจะพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลแท้ที่จริงในแง่ของลึก ๆ พื้นฐานเราไปถึงจุดนั้นหรือยัง เพราะคนเรายังเปึนยุคของดึกดําบรรพ์อยู่นะครับที่ยังไม่ได้ไปสู่ดิจิ ทัลตรงนี้ ผมในนามของ ประธานไอทีของสถาบันพระปกเกล้าก็มาเล่าให้ท่านฟังเท่านี้ ขอบคุณครับ