ไกรราศ แก้วดี เสนอแนวคิดในการปรับทัศนคติต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประเทศอาเซียน และเสนอการสนับสนุนจากภาครัฐในการค้าขายและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ ยังเสนอการขยายเส้นทางขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรวบรวมทะเบียนราษฎรในประเทศอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ไกรราศ แก้วดี สปช. จังหวัดสกลนคร ผมมีประเด็นที่นําเรียนท่านประธานกรรมาธิการอยู่ ๔ ประเด็น ในช่วงระยะเวลาที่จํากัด ขออนุญาตเรียนประเด็นแรกครับ ผมขออนุญาตชื่นชม ข้อเสนอของท่านที่จะปรับทัศนคติเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยทําให้คนไทย ต้องเข้าใจว่าการให้ความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งระยะสั้นและ ระยะยาว เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะเหตุว่าเราอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านบางครั้งประวัติศาสตร์ อาจจะทําให้เรากินแหนงแคลงใจกัน เพราะฉะนั้นการที่ปรับทัศนคติทํานองนี้ ผมยกตัวอย่าง เราจะได้ประโยชน์หลายอย่าง อย่างเช่น เพื่อนบ้านของเรา พี่น้องเวียดนาม พี่น้องลาว ค่าแรงถูกมาก ถ้าหากว่าเป่ดประเทศแล้วคนเหล่านั้น เข้ามาในบ้านเรา เราก็จะได้ลด การลงทุนค่อนข้างสูง ไม่เกิน ๑๐๐ บาท ประเทศเวียดนามกับประเทศ สปป. ลาว ขณะที่ไทยเรา ๓๐๐ บาท อีกอันหนึ่งที่ผมเห็นด้วยก็คือแม้แต่เขมรมีความเปึนพี่น้องกัน ผมเคยเปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เคยขึ้นไปทําฝายบนภูเขาพนมดงรักซึ่งเรายัง ไม่ได้มีเขตแดนที่ชัดเจน คือจากจังหวัดสุรินทร์มาถึงจังหวัดอุบลราชธานียังไม่มีเขตแดน ที่ชัดเจน เราก็เห็นพี่น้องมองเห็นเราทํางานตาปริบ ๆ อีกฝัืงหนึ่งก็ถือป๋นจ้องดูเราอยู่ ผมก็ชวนเขามาทําฝายผมบอกว่าเราเปลี่ยนจากภูเขามาเปึนภูเรา ใช้พระราชดําริของในหลวง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดี เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเปึนส่วนหนึ่ง ในประการที่ ๒ ในข้อเสนอ ของกรรมาธิการที่เสนอให้ประเทศควรมีแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว อันนี้เปึนเรื่องที่น่าจะ ได้ประโยชน์ทั้งประเทศอาเซียนด้วยกัน ผมขอเสนอเพิ่มเติมเพียงว่าให้เน้นในเรื่องของ ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะว่าของอาเซียนเรามีจุดแข็ง ที่ร่วมไม้ร่วมมือกันได้ อย่างเขมรก็มีบางส่วนมีเขาพระวิหาร พระเจ้าสุริยวรมัน ก็สร้างปราสาทขอมอยู่ที่จังหวัดสกลนคร เปึนปราสาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย หรือแทบจะ สูงกว่าอาเซียนสูงเหนือน้ําทะเล ๔๙๐ กว่าเมตร แล้วในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีร่องรอย
ของการสร้างปราสาทขอม ที่จังหวัดกําแพงเพชรก็มี แล้วยิ่งไปกว่านั้นก็คือวัฒนธรรมของคน อาเซียนนั้นใกล้เคียงกัน ท่านเชื่อไหมครับ ที่เดียนเบียนฟูมีคนภูไทพูดภาษาเหมือนกันกับเรา ถ้าเราไปค้าขายจุดแข็งก็จะมี ซึ่งจังหวัดสกลนครก็มีองค์กร ซึ่งหลายจังหวัดก็มีองค์กร ภาคเอกชนเขาทํางานเรื่องนี้ไปแล้ว สภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนครก็จะมีงานภูไทโลก วันที่ ๒๔ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๘ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่งครับ เรื่องที่ ๓ เรื่องสําคัญก็คือเรื่องของโลจิสติกส์ ถ้าเรามองประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม กับประเทศไทย เปึนประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถอุดหนุนเกื้อกูลกันได้ เรามีเส้นทางที่ ประเทศจีนท่านสุทัศน์ก็นําเรียนแล้ว ประเทศจีนประกาศหนานหนิงกับคุนหมิง เปึนเมืองหลวงโลจิสติกส์ของประเทศจีน เพื่อเป่ดประตูเข้าสู่อาเซียน ถ้ามองประเทศไทย มองที่กรุงเทพฯ ถนนเหมือนด้ามตรีสูรย์ พอไปถึงจังหวัดขอนแก่นแล้วก็แยกไปที่ จังหวัดอุดรธานี ไปคุนมั่นกงลู่ หรือหนานมั่นกงลู่เพียง ๑,๕๐๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ใช้สะพานแห่งที่ ๑ ที่จังหวัดหนองคาย ข้ามมาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ข้ามภูพาน ไปที่ จังหวัดสกลนคร แล้วไปจังหวัดนครพนม ไปที่ส่วนกลางของประเทศเวียดนาม ไปที่หนานหนิง เขตปกครองตนเองของกว่างซีจ้วงก็ ๑,๕๐๐ กิโลเมตร ถ้าลงไปสะพานแห่งที่ ๓ ก็จะข้ามไป ประเทศเวียดนามตอนใต้
อันนี้เปึนจุดแข็ง แต่ว่าที่จังหวัดสกลนครกับจังหวัดกาฬสินธุ์คงจะต้องทําการศึกษา เจาะอุโมงค์หรือขยายเส้นทาง เพราะจากการศึกษาวิจัยของสถาบันวิจัยขนส่ง ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาคํานวณแล้ว ๓ เส้นทาง ในเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ที่จะขนส่งสินค้าก็คือเส้นทางที่จังหวัดกาฬสินธุ์ไปจังหวัดสกลนคร ที่จังหวัดนครพนม ไปสะพานแห่งที่ ๓ แต่ว่ายังมีปัญหาเรื่องของภูเขาครับ ประการสุดท้ายครับ ประการที่ ๔ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ เราพูดเรื่องอาเซียนมาเยอะ แต่เรายังขาดเรื่องหนึ่ง ที่สําคัญมากซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคง โดยประสบการณ์ผมเคยเปึนผู้อํานวยการ ส่วนทะเบียนราษฎรหลังสึนามิ (Tsunami) เราไปประชุมที่ประเทศเขมร ปรากฏว่า ที่ประเทศเขมรที่ประเทศ สปป. ลาวยังไม่ได้จดทะเบียนราษฎรเยอะเลยครับ ประเทศเขมร มีอยู่ ๑๗ ล้านคน ขณะนั้นจดทะเบียนราษฎรไป ๑๔ ล้านคน ยังไม่จดทะเบียนอีก ๓-๔ ล้านคน คนตายที่สึนามิพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ไม่รู้ว่าเปึนใคร ผมก็เกรงว่าถ้าหาก เราเป่ดอาเซียน ถ้าหากว่าเราไม่มีทะเบียนราษฎรทั้ง ๑๐ ประเทศเราก็จะมีปัญหำ เพราะฉะนั้นข้อเสนอต่อกระทรวงมหำดไทยขณะนี้คือต้องรีบทํา มีทะเบียนราษฎร มีฐานข้อมูลเดียวกันทั้ง ๑๐ ประเทศ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาเรื่องของการพิสูจน์บุคคล ในเรื่องที่จะดําเนินนโยบายไปในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมาก ขออนุญาต กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่กรุณาให้เวลาครับ