กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ พูดถึงการปฏิรูปกฎหมายไทยให้ตรงกับมาตรฐานอาเซียน โดยมีจุดเน้นการรวมศูนย์กฎหมายและแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
กราบเรียนท่านประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ผมเห็นข้อเสนอเรื่องของอาเซียนซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ ก็เห็นด้วย แต่ผมมีข้อสังเกตบางประการที่อยากจะให้เพิ่มเติมในรายงานการประชุม ความจริงแล้วในสิ้นป้นี้เราก็จะครบที่จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย แต่ท่านทราบไหมว่า ที่จริงแล้วมันอยู่ในกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน เราทราบว่า กระทรวงยุติธรรมพยายามจะทําอยู่ กระทรวงพาณิชย์ก็จะทํา แต่ว่าไม่มีใครเปึนเจ้าภาพ ในการแก้ไขกฎหมายในประเทศให้รองรับกับการเป่ดเสรี เช่น พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจ คนต่างด้าว เปึนต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการออกกฎหมายหรือปรับเกณฑ์ในประเทศไทย และในขณะเดียวกันติดตามการปรับเกณฑ์ของประเทศในอาเซียนว่าเขาได้แก้ไขกฎหมาย ตามหลักต่างตอบแทนหรือที่เรียกว่าเรสพอนด์ ซิตี้ (Respond City) แล้วหรือยัง เท่าที่กระผมทราบมาแต่ละประเทศก็อาจจะยั งไม่ได้แก้กฎหมาย อย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซียเปึนต้น ประเทศพม่าเปึนต้น สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญมากที่ คณะกรรมการอาเซียนที่จะมีการจัดตั้งขึ้นเท่าที่ผมเห็นก็เปึนเรื่องของการตั้งสํานักงาน การบริหารจัดการ แต่ว่าสิ่งสําคัญซึ่งผมไม่แน่ใจว่าควรจะกําหนดบทบาทที่จะมี การปรับปรุง แก้ไขกฎหมายภายในประเทศและติดตามการแก้ไขกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ ผู้ประกอบกิจการของประเทศไทยมีความเข้าใจที่จะไปใช้สิทธิเหล่านั้นได้ เราเคยพูดถึง การส่งเสริมให้บริษัทไทยไปลงทุนต่างประเทศ กระผมคิดว่าการลงทุนในอาเซียนนี่คงเปึน การลงทุนที่ต้องเปึนทอป ไพรออริตี (Top priority) ประการที่ ๓ เมื่อเรามีข้อมูลดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการอาเซียนคงจะต้องประสานงานกับหน่วยงานภายในที่ว่าการปรับโครงสร้างภาษี
ทั้งนิติบุคคลศุลกากรต่าง ๆ หรือสรรพสามิตนี่จะให้มันเปึนยูนิฟอร์ม (Uniform) หรือใกล้เคียงอย่างไร เพราะถ้าหากเราเป่ดเสรีแล้วอย่างที่เคยได้กราบเรียนไปว่า หากประเทศไทยเปึนประเทศเดียวที่เก็บภาษีสูงกว่าเพื่อนบ้านก็จะมีการโยกย้ายสํานักงาน หรือการประกอบกิจการไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านของเราแทนที่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้น ภาพตรงนี้ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการช่วยกรุณาเติมไปนิดหนึ่ง เพราะว่าเรื่องนี้สําคัญมาก เรื่องอาเซียนนี่เราอาจจะทําได้ไม่เหมือนกับอียู (EU) แต่ผมคิดว่าเรื่องภาษี เรื่องกฎหมาย เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากว่าประชาชนคนไทยหรือผู้ประกอบการคนไทยจะสามารถ ใช้ประโยชน์อย่างไร ปัจจุบันเท่าที่ผมทราบก็คือภาครัฐก็ทําไป ไม่มีความเปึนส่วนร่วมของ ภาคเอกชน ผมคิดว่าเรื่องนี้จะมีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่จะกําหนดเฉพาะบทบาท อันหนึ่งที่ผมเคยพูดมานานแต่ว่าประเทศไทยไม่ทํา ก็คือว่า ที่จริงประเทศไทยควรจะเปึน พี่เบิ้มในการจะรวบรวมกฎหมายในอาเซียนทั้งหมดตั้ง เปึนเซนเตอร์ ซึ่งผมเข้าใจว่า วันนี้หอการค้าก็พยายามทํา พยายามรวบรวม แต่ว่าเอกชนทําไม่ไหว รัฐบาลต้อง เปึนสปอนเซอร์ (Sponsor) ที่จะให้เมืองไทยซึ่งผมเกรงว่าประเทศสิงคโปร์ มหาวิทยาลัย สิงค์โปร์แห่งชาติเอาไปทําเสียแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้ายังไม่ มีใครทํา ถึงเราอาจจะไม่ได้ถึง ๑๐ ประเทศ แต่ถ้าเพื่อนบ้านเราจะเปึนประเทศพม่า ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม เราอาจจะรวมศูนย์เพราะว่าระบบกฎหมายเขาไม่ใช่เปึนระบบ คอมมอน ลอว์ (Common Law) เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถเปึนธงนํา แต่แน่นอนครับจะต้องมีการลงทุนในโครงสร้างของการเปึน ศูนย์กฎหมายอาเซียน
อย่างน้อยก็เอาประเทศที่ใกล้เคียง อย่างประเทศ สปป. ลาวนี่นะครับถ้าเราไปช่วยเขาในการจัด โครงร่างกฎหมายทุกชนิด กฎหมายหลักทรัพย์ กฎหมายการค้าการลงทุน จะเปึน ประโยชน์ในระยะยาวของประเทศไทยนะครับ ผมจึงใคร่กราบเรียนว่าคณะกรรมการ อาเซียนที่จะตั้งขึ้น หรือกระทรวงการต่างประเทศก็ดี กระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวงยุติธรรมก็ดี จะต้องบูรณาการ วันนี้ผมเข้าใจว่ากระทรวงยุติธรรมก็ทําไป กระทรวงการต่างประเทศก็ทําไป ผมคิดว่าขาดการบูรณาการซึ่งผมคิดว่ามีความสําคัญที่จะให้เราเปึนศูนย์กลางอาเซียน ทั้งกฎหมายต่าง ๆ ด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่นเราเดินทางไปประเทศมาเลเซียรถประเทศมาเลเซีย เข้ามาที่หาดใหญ่ได้ แต่รถประเทศไทยไปที่ประเทศมาเลเซียไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ เกิดความเหลื่อมล้ํามากสําหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศไทย เวลาเราไป ประเทศมาเลเซียต้องใช้รถประเทศมาเลเซียนะครับ เราใช้รถประเทศไทยไม่ได้ เพราะฉะนั้น นี่คือยกตัวอย่างว่าถ้าจะมีการเคลื่อนย้ายทุนบริการได้จะทําอย่างไร ต้องแก้ไขกฎหมาย อย่างไร กราบขอบคุณครับ