ทิวา การกระสัง หารือเรื่องพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. โดยแสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมเป็นศาลต่างหาก และแนะนำให้ปรับปรุงการทำงานของศาลยุติธรรมโดยใช้ระบบไต่สวนในการพิจารณาคดีและรวบรวมพยานหลักฐานจากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกผู้ทรงเกี ยรติทุกท่าน ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกเลขที่ ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ผมขออภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... จริง ๆ แล้วกระบวนการ ในกฎหมายถ้าพูดแล้วนี่ครึ่งชั่วโมงก็คงไม่หมด แต่ ๕ นาทีก็พยายามจะอภิปรายสั้น ๆ การจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมโดยเปึนศาลต่างหากนี้นะครับ ในความเห็นแล้วไม่เห็นด้วยนะครับ เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ในศาลยุติธรรมเองก็มีศาลแผนกคดีสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว กระบวนพิจารณานั้นถ้าท่านจะพิจารณาพิพากษาคดีที่เปึนคดีที่เกี่ยวข้องกับควำมเสียหาย ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมท่านก็จะเชิญผู้เชี่ยวชาญใน ต่ละด้านนั้นมาเพื่อ ร่วมพิจารณา ให้ความเห็นแล้วก็พิพากษานะครับ อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ ศาลปกครอง ศาลปกครองนี้มีแนวคิดในเรื่องการพิจารณาและวินิจฉัยว่าในคดีปกครองนั้ น เปึนคดีที่คําสั่งทางปกครองใด ๆ ก็ตามที่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือที่เกี่ยวข้องกับสัญญา
ทางปกครองนะครับ คดีปกครองที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในเรื่องสิ่งแวดล้อม ศาลปกครองก็ตั้ง แผนกคดีปกครองซึ่งใช้ระบบไต่สวน ในพระราชบัญญัติที่ท่านเขียน มานี้นะครับ ในศาลยุติธรรมมาตราโดยเฉพาะนะครับ ผมไล่ ๆ เปึนมาตราที่สําคัญ ๆ ไปก็แล้วกันนะครับ ในมาตรา ๗ ศาลสิ่งแวดล้อมและแผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีอํานาจ พิจารณาพิพากษาคดี สิ่งแวดล้อม อันนี้ท่านบอกมานะครับ โดยเฉพาะมาตรา ๗ (ข) คดีอาญาที่ท่านให้ขึ้นกับ ศาลสิ่งแวดล้อมนี่นะครับ ท่านดูนะครับ พระราชบัญญัติสําคัญ ๆ ทั้งนั้นนะครับ ซึ่งเรื่องพวกนี้ ใช้วิธีพิจารณาคดีอาญาปกติ เพราะของเรานี่ใช้ระบบไต่สวนการพิจารณาคดีอาญา เปึนคดีที่เปลี่ยนโทษนะครับ ต้องพิจารณาต้องตีความอย่างเคร่งครัดตามตัวอักษร แต่ท่านใช้ในลักษณะระบบไต่สวนมาเพื่อพิจารณาคดีอาญา อันนี้ท่านดูให้ละเอียดนะครับว่า มันจะก่อให้เกิดความยุ่งยากหรือเปล่า ศาลยุติธรรมก็สามารถพิพากษาได้ในปัจจุบันนี้นะครับ ถ้าท่านเอาคดีตามพระราชบัญญัติเหล่านี้ตั้งกี่พระราชบัญญัติเอามาอยู่ในศาลสิ่งแวดล้อมนี้ ผมว่าเกิดปัญหาแน่นอน เดี๋ยวผมจะพูดอีกต่อไปนะครับ มันสับสนนะครับ เกี่ยวกับมาตรา ที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๗ ท่านให้มีเจ้าพนักงานคดีสิ่งแวดล้อมประจําศาลยุติธรรมชั้นต้น นี่คือระบบไต่สวนนะครับ ท่านจะใช้วิธีพิจารณาระบบอะไรท่านก็ต้องเขียนมาในกฎหมาย เลยนะครับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัตินี้ไม่มีคําจํากัดความของคําว่าสิ่งแวดล้อม คืออะไรนะครับ ท่านก็ให้คําจํากัดความของคําว่าสิ่งแวดล้อมเปึนอํานาจหน้าที่ของอธิบดีศาล
มาตรา ๙ เมื่อมีการฟัองคดีและมีปัญหาว่าคดีที่ฟัองนี่เปึนคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อยู่ในอํานาจ ศาลสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ท่านให้อธิบดีพิจารณา นอกจากนั้นในระหว่างที่มีการวินิจฉัยและ พิจารณาท่านให้งดการกระทําใด ๆ ก็ตามที่มีผลกระทบในการฟัองคดีนั้น ประเทศนี้ แทบไม่ต้องทําอะไรเลยครับ ถ้าใช้แต่มาตรา ๙ อย่างเดียวพอฟัองคดีปัูบคู่ต่อสู้แย้งมาว่า ไม่ใช่คดีสิ่งแวดล้อม สมมุติว่าจะทําทางสักเส้นหนึ่งมีคนไปฟัองว่ารถที่วิ่งบรรทุกลูกรังมานี่ มันก่อให้เกิดฝุ์นกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วไปฟัองศาล อีกฝ์ายก็วินิจฉัยมาว่ามันเปึนเรื่องของ ประโยชน์สาธารณะก็ให้อธิบดีวินิจฉัยว่าเปึนสิ่งแวดล้อม หรือไม่ ก็รอไปถนนก็ไม่ต้องทํา ถ้าท่านเขียนอย่างนี้นะครับ มาตรา ๒๗ นี้เปึนระบบไต่สวนจริง ๆ ผมจะเสนอแนวทางว่า ถ้าท่านจะทําอย่างนี้จะทําอย่างไร โดยเฉพาะส่วนที่ ๓ วิธีพิจารณาคดีอาญาสิ่งแวดล้อม ไปใหญ่เลย ผมดูในนี้นะครับคือผมอ่านไม่หมด ท่านไม่ได้บอกว่าการพิจารณาคดี อาญา ในสิ่งแวดล้อมนี่อะไรที่ไม่ได้เขียนไว้ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญามาใช้บังคับ เรื่องการจับกุม เรื่องการมีทนายก็ดี ท่านไม่ได้เขียนไว้ อย่าลืมว่าในส่วนที่เปึนอาญา มันเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเรื่องเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพด้วยนะครับ แต่ในเรื่อง การอุทธรณ์ ฎีกา ท่านเขียนไว้ แต่ในเรื่องการจับกุม การคุมขัง การที่จําเลยหรือผู้ต้องหา ต้องมีทนายหรือไม่ ท่านพูดเรื่องพิจารณาลับหลังท่านมีอะไรในนี้เยอะ เวลามันน้อยครับ แต่ท่านต้องไปคิดดี ๆ นะครับที่ท่านทําอย่างนี้ ขอเรียนว่าถ้าท่านอยากจะให้กระบวนการ พิจารณาคดีแพ่ง เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเปึนระบบไต่สวนก็ใช้วิธีแบบที่ศาลฎีกากําลังใช้ ในปัจจุบันนะครับ ใช้ข้อกําหนดศาลฎีกาที่เขาพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองหรือคดีเลือกตั้ง ท่านใช้ข้อกําหนดของประธานศาลฎีกาแค่ ๑๓ ข้อ ใช้ระบบ ไต่สวน ระบบไต่สวนคือศาลสามารถพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานเอง ถ้าท่านจะทํา อย่างนี้ ขออนุญาตท่านประธานสักนิดหนึ่ง ไม่ยากเลยนะครับ ก็ให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับ สิ่งแวดล้อมมีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ให้คู่ความทั้ง ๒ ฝ์ายใช้ระบบไต่สวน เบื้องต้นเลยเหมือน กกต. ทํานะครับ แล้วก็นําคดีขึ้นสู่ศาล คู่ความก็สามารถที่จะ ต่อสู้คดีได้ การที่จะตั้งศาลใหม่อย่างนี้ต่อไปในอนาคต ผมอยู่ในศาลมานานนะครับ ผมเคย อยู่ในศาลแล้วก็เปึนทนาย ศาลหนึ่งจะต้องใช้คนประมาณ ๕๐ คน เบื้องต้นท่านอาจจะบอกว่า ให้ศาลแต่ละศาลในจังหวัดทําหน้าที่พิจารณาแทน ท่านจะพิจารณาแบบไหนครับ เดี๋ยวนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับความผิดต่อเจ้าพนักงาน ศาลก็ออกข้อกําหนดมาให้ใช้ระบบไต่สวนนะครับ
คือศาลยุติธรรมเองหรือสถาบันศาลเองทุกวันก็กําลังจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของโลก เราใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วทําให้มันดีขึ้น ท่านก็ไปคุยกั บสํานักงานศาลหรือศาลปกครอง ออกข้อกําหนดใหม่ ไม่จําเปึนต้องตั้งศาลใหม่ มีอธิบดีอะไรใหม่หรอกครับ ที่ท่านบอกว่า มีปัญหาเรื่องการฟัองซ้ําซ้อน ขอความกรุณานะครับ เดี๋ยวนี้มีข้อตกลงหรือข้อบัญญัติไว้ ในกฎหมายเลยระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลปกครอง ถ้าหากคดีใด ๆ ที่มีข้อปัญหาว่าคดีนั้น อยู่ในอํานาจศาลไหน ถ้าศาลยุติธรรมเห็นว่าคดีควรขึ้นไปสู่ศาลปกครองก็โอนคดีจาก ศาลยุติธรรมไปสู่ศาลปกครองเลย ศาลปกครองก็สามารถพิจารณาวินิจฉัยให้ใช้ค่าสินไหม ทดแทนได้ ไม่ใช่ศาลปกครองจะพิพากษาให้อีกฝ์ายใช้ค่าสินไหมทดแทนฝ์ายที่เสียหายไม่ได้ ก็พิพากษาได้เ หมือนกัน ผมว่าสิ่งเดิมที่มันมีอยู่แล้วเราแค่ปรับให้มันทันสมัยและดีขึ้น ดีกว่าตั้งองค์กรใหม่ ท่านอย่าลืมนะครับมีอธิบดีใหม่ อะไรใหม่ มีตําแหน่งใหม่ อะไรทุกอย่าง ในศาลหนึ่ง เดี๋ยวต่อไปก็อยากจะมีอาคารของตัวเอง อยากจะมีอะไรของตัวเอง ผมเห็นด้วย ในความคิดนะครับ แต่ขอความกรุณาว่าคิดให้รอบคอบกว่านี้หน่อย ขอขอบพระคุณครับ