ธวัชชัย ยงกิตติกุล ชื่นชมร่างกฎหมายดิจิทัลเศรษฐกิจและเสนอให้ใช้ข้อมูลสถิติจริงแทนความคิดเห็น โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการของระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ คือ การสร้างประสิทธิภาพสูงและการลดการใช้กระดาษเพื่อประหยัดต้นทุนมหาศาล รวมถึงยกตัวอย่างปัญหาความล่าช้าในการเคลียร์เช็คซึ่งยังต้องพึ่งพาต้นฉบับจริง ทำให้เกิดข้อพิพาทที่ยืดเยื้อและสิ้นเปลืองทรัพยากร ธวัชชัย ยงกิตติกุล เสนอแนวทางลดการใช้กระดาษโดยเน้นการส่งเสริมระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บัตรเดบิตและอีวอลเลต เพื่อแก้ปัญหาการทำธุรกรรมจำนวนมากในภาคธุรกิจ โดยชี้ให้เห็นข้อจำกัดของบัตรเดบิตและการรูดบัตรที่เงินถูกตัดทันที ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจ จึงควรเร่งกำหนดมาตรฐานร่วมกันก่อนที่แต่ละคนจะออกนวัตกรรมของตนเอง พร้อมยกตัวอย่างระบบชำระเงินแบบแตะจ่ายในต่างประเทศ เช่น ออกโทปัสและแรบบ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ธวัชชัย ยงกิตติกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๐๐ ก่อนอื่นผมขอแสดงความชื่นชมกับผลงานชิ้นนี้ ซึ่งผมคิดว่ามีสาระสําคัญที่มีประโยช น์เปึนอย่างยิ่ง ถ้าเราสามารถผลักดันในเรื่องดิจิทัล อีโคโนมีขึ้นสําเร็จนี่จะเปึนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยขึ้นมา อีกระดับหนึ่ง ผมใคร่ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องระบบการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่เปึนคอมเมนต์ (Comment) เปึนข้อมูลที่ผมหวังว่าจะเปึนประโยชน์ต่อท่าน คือก่อนอื่น ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าวัตถุประสงค์ในการที่จะนําระบบการชําระเงินทางอิ เล็กทรอนิกส์มาใช้ เพื่ออะไร ผมเห็นว่ามันมีวัตถุประสงค์สําคัญ ๒ ประการ ประการที่ ๑ ก็คือเปึนระบบ ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งท่านจิตร์ก็ได้อธิบายไปแล้ว แต่วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ ซึ่งคนยังไม่ค่อย ทราบกันก็คือว่าเจตนารมณ์ของเรานี่ต้องการลดการใช้กระดาษ ปัจจุบันการชําระเงินนี่ ยังใช้กระดาษมากเหลือเกิน กระดาษในที่นี้ผมหมายถึงแม้กระทั่งธนบัตร มันมีค่าใช้จ่าย ในการพิมพ์ ในการทําลาย แล้วก็ในช่วงกลางที่จะมีการนําไปใช้นี่ ต้องมีการขนส่ง มีเรื่องความมั่นคงปลอดภัยอะไรต่ออะไรนี่เปึนต้นทุนมหาศาลเลย ต้นทุนเหล่านี้ประชาชน ที่ใช้ธนบัตรไม่ได้รับเลย ไม่ต้องเสีย เปึนเรื่องของแบงก์ชาติกับของธนาคารพาณิชย์รับภาระทั้งสิ้น อันนี้เปึนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แล้วก็ในช่วงหลายป้ที่ผ่านมานี่ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ดี ทั้งสมาคมธนาคารไทยก็ดี ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะลดการใช้กระดา ษให้ได้ กระดาษ อีกตัวหนึ่งคือเช็ค ปัจจุบันมีเช็คที่เข้าระบบวันหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าฉบับ ถ้ามีการป่ดราชการ ๓-๔ วันนี่เป่ดเข้ามาถึงเช็คก็ขึ้นไปถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ฉบับก็มี อันนี้ก็เปึนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ในการที่จะต้องเรียกเก็บ เรียกเคลียริง (Clearing) รวมทั้งการจัดเก็บด้วย ท่านอาจจะ ไม่ทราบว่าเวลานี้เราได้พัฒนาระบบการเคลียริงเช็คโดยไม่ต้องส่งเช็คจริงไปแล้ว เพียงแต่ ส่งภาพไปเฉย ๆ แต่เมื่อมีการร้องเรียน มีการพิพาทเกิดขึ้นว่าเช็คฉบับนั้นผมไม่ได้เซ็นนี่ เราไปประชุมกับศาลแล้ว ตํารวจทั้งหมดก็บอกว่าในที่สุดก็ต้องขอดูต้นฉบับเดิม ในบางกรณี ข้อพิพาทเหล่านี้ลากกันถึง ๗ ป้ ๘ ป้ ๙ ป้ เพราะฉะนั้นถ้าศาลจะขอดูต้นฉบับนี่เปึนภาระ อย่างยิ่งที่ต้องค้นเช็คฉบับนั้นจากจํานวนหลายร้อยล้านฉบับนี่ออกมาให้ได้ เพราะฉะนั้น
ถ้าเราสามารถลดการใช้กระดาษลงได้นี่อันนี้ก็จะเปึนกุศลเปึนอย่างยิ่ง ในการที่จะลดการใช้ กระดาษนี่ไม่ต้องไปไกลหรอก ที่จริงแล้วมีกลุ่มเปัาหมายสําคัญเพียง ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ที่เรียกว่าซีทูบี (C to B) คือระหว่างคอนซูเมอร์ (Consumer) หรือผู้บริโภคกับธุรกิจ กลุ่มที่ ๒ คือ (B to B) คือการชําระเงินระหว่างธุรกิจด้วยกันเอง ในกลุ่มแรกการชําระ ค่าสินค้าบริการของผู้บริโภคนี่ส่วนมากจะเปึนจํานวนเงินไม่สูง แต่ปริมาณของกำร ทําธุรกรรมจะมากเหลือเกิน ถ้าเราสามารถลดตรงนี้ได้ก็จะเปึนการลดต้นทุนมหาศาล ในช่วงที่ผ่านมาก็มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะทําให้ผู้บริโภคลดการใช้เงินสด ปัจจุบัน ธนาคารต่าง ๆ ก็ได้พยายามออกเปึนเดบิต การ์ด (Debit Card) เพื่อที่จะให้ใช้บัตรอย่างนี้ ในการชําระค่าสินค้าและบริการ แต่ข้อเสียของเดบิต การ์ดก็คือว่าถ้าท่านไปซื้อของแล้ว มีการรูดบัตรนี่เงินไปทันทีเลยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีการพิพาทกันนี่กว่าจะตกลงระหว่าง คนขายกับคนซื้อได้เปึนเดือน เงินก้อนนี้ผู้บริโภคเดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้น เขาก็ไม่นิยมใช้ นอกจากนี้แล้วปัจจุบันในหลายประเทศพัฒนาไปถึงขึ้นอีวอลเลต (e-Wallet) คือใช้บัตรใบเดียวชําระสินค้าได้ทุกอย่าง ในฮ่องกงเข้าใจเรียกว่าออกโทปัส (Octopus) ในประเทศสิงคโปร์เรียกว่าแรบบิต (Rabbit) อะไรทํานองนี้ อย่างเช่นขึ้นรถเมล์อะไรก็ดี ใช้บัตรใบนี้แตะ ๆ ไปเรื่อย อันนี้ก็เปึนการลดการใช้เงินสดรายย่อย อันนี้ผมคิดว่าถ้าเราสนใจ แล้วก็มีความเอาจริงเอาจังนี่ต้องรีบกําหนดมาตรฐานตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะต่างคนต่างออก และในที่สุดก็ไม่มีประโยชน์อีกเช่นเดียวกัน แต่ว่าข้อสําคัญก็คือว่าธุรกิจรายย่อยไม่อยากจะ รับการ์ด เพราะว่ามันปรากฏเปึนหลักฐาน หนีภาษียาก อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ ส่วนระหว่าง ธุรกิจกับธุรกิจนี่ความจริงแล้วพร้อมหมด ธนาคารก็พร้อม ธุรกิจก็พร้อม แต่ติดที่ส่วนราชการ ยังไม่พร้อม
เช่นเวลาเสียภาษีประจําป้ยังต้องการใช้กระดาษ เพราะฉะนั้นท่านจะทําระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพย์เมนต์ (Electronics Payment) อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็ยังต้องมีกระดาษเพื่อจะไป ยื่นแบบเสียภาษีอากร อันนี้ผมคิดว่ากฎหมาย อีดอกคิวเมน ต์ (e-Document) ก็ยังไม่ยอมรับ สรรพากรก็ยังไม่ได้แก้กฎหมาย อันนี้คงต้องช่วยกันผลักดัน แล้วก็รวมทั้ง เรื่องของการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการฟัองร้องเช็คนี่นะครับ ผมคิดว่าให้เหมือนชาวบ้าน เขาสักที เช็คที่เขียนแล้วมาฟัองเอาป้ที่ ๘ ป้ที่ ๙ ว่าเขาไม่ได้เซ็น นี่ผมคิดว่าไม่มีเหตุผล ควรจะลดลงเหลือ ๑ ป้เหมือนชาวบ้านเขาอย่างนี้เปึนต้น ความจริงมีรายละเอียดมาก เนื่องจากเวลามีจํากัดผมขอเสนอคร่าว ๆ เพียงแค่นี้ หวังว่าคงจะเปึนประโยชน์ ครับ แต่ส่วนที่เหลือผมเห็นด้วยหมดผมขอชื่นชมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ