ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ หารือเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลและผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบนิเวศที่เอื้อต่อการบริการดิจิทัล และเรียกร้องความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในระดับภูมิภาคและโลกได้
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ วันนี้ ก็อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ ได้กรุณากล่าวนําไปแล้วนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าบริบท ของโลกใบนี้ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก แล้วก็ระบบเศรษฐกิจหลัก ของโลกหลายแห่งได้เปลี่ยนผ่านหรืออยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปเปึนระบบเศรษฐกิจใหม่ ที่พึ่งพาเทคโนโลยีเพิ่มเติม ประสิทธิภาพของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อลดต้นทุนในการ ประกอบธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทุกท่านก็คงจะทราบว่าดิจิทัล อีโคโนมี ท่านจะชอบ หรือไม่ชอบก็ตามแต่ดิจิทัล อีโคโนมีนั้นเปึน สิ่งที่โลกกําลังเดินไปสู่หนทางนี้ ต่อไป การประกอบธุรกิจหน้าร้านจะหายไป เพราะฉะนั้นจะติดต่อทางด้านอินเทอร์เน็ตเปึนสําคัญ ซึ่งโทรศัพท์มือถือก็เปึนเครื่องมืออันหนึ่งที่จะสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์ เน็ต ก็มี ๒ เรื่องสําคัญ ที่อยู่ในเรื่องนี้ คือเรื่องของคอมพิวเตอร์และเรื่องของอินเทอร์ เน็ต ซึ่งอินเทอร์เน็ตนั้น ก็กระจายไปในเรื่องของวายฟาย (Wi-Fi) ที่ท่านรู้จัก ผมจะทําความเข้าใจกับท่านทั้งหลาย ในเบื้องต้นว่าดิจิตอล อีโคโนมีคืออะไร เพราะแรก ๆ เมื่อ ๔-๕ เดือนก่อนผมก็ไม่รู้เรื่อง เหมือนกันเพราะผมเปึนนักธุรกิจอยู่ในด้านเรียล เซกเตอร์ (Real Sector)
ซึ่งจริง ๆ แล้วการซื้อขายในปัจจุบันนั้นก็ผ่านหน้าร้าน แต่อนาคตข้างหน้าก็สั่งของ กันทางอินเทอร์เน็ต แล้วท้ายที่สุดก็จะเปึนเรียล ไทม์ (Real time) คือสั่งปัูบได้ปุ็บ ใครที่ทําไม่ได้ก็ออกไปจากธุรกิจ เพราะฉะนั้นดิจิทัล อีโคโนมีมีผู้ที่ให้นิยามไว้ค่อนข้างจะ ชัดเจนคืออาจารย์กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านเพื่อให้เกียรติ ท่านนิยามไว้ว่าดิจิทัล อีโคโนมีคือยุคของเศรษฐศาสตร์ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยกลไก ทางเทคโนโลยีด้านดิจิทั ล เศรษฐกิจใหม่ของโลกนับแต่เดี๋ยวนี้จะเคลื่อนไหว ด้วยการเคลื่อนที่ของข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ก่อให้เกิดการรับรู้อย่างโปร่งใสไม่ป่ดบัง ผู้บริโภคจะมีประชาธิปไตยในการรับข้อมูลข่าวสาร สามารถแสวงหาข้อมูลข่าวสารได้ด้วย ตนเอง ไม่ต้องถูกยัดเยียดข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ที่เปึนอยู่ในปัจจุบันอีก อิทธิพลของ ผู้บริโภคจะเริ่มเรืองอํานาจอีกครั้ง คราวนี้เปึนของจริงเปึนสิ่งที่ผู้บริโภคกุมอํานาจความรู้ ความเข้าใจที่ไม่สามารถถูกหลอกลวงได้อีกต่อไป ดิจิทัล อีโคโนมีถ้าไม่มีความเหลื่อมล้ํา ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกคนจะมีสิทธิเท่ากันหมด ผมไปที่ประเทศไต้หวัน เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมไปเจอเกษตรกรใช้โทรศัพท์มือถือจิ้มเพื่อจะถามว่า พืชของเขาใบเหลืองจะให้แก้อย่างไร เขาก็ตอบกันทางอินเทอร์เน็ตมาทางไลน์ (Line) เขาก็ ปรับเปลี่ยนในการใช้ยากับใช้ปุิย จะเห็นว่าโครงข่ายที่เชื่อมโยงในดิจิทัล อีโคโนมีนั้น เปึนสิ่งที่ตอบโจทย์ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมไปถึงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) เรื่องของการดูแลสังคมให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ที่ประเทศไต้หวันในขณะที่ไปใน กรุงไทเปตํารวจสักคนหนึ่งที่ถนนก็แทบมองไม่เห็น แต่ถ้าการฝ์าฝ๋นกฎจราจ รจะมีคนที่ ถ่ายรูปแล้วส่งทางอินเทอร์เน็ตส่งทางโทรศัพท์มือถือไปยังตํารวจ อีกวัน ๒ วันใบสั่งก็มาแล้ว ไม่จําเปึนต้องใช้เจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นทุกคนจะเคร่งครัดในส่วนนี้ด้วยความกลัวว่าโลกของ โซเชียล มีเดีย (Social Media) จะเปึนคนที่รายงานในสิ่งต่าง ๆ ทําให้สังคมอยู่อย่างปกติสุข เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเครื่องมือสําคัญใน เศรษฐกิจยุคดิจิทัลก็คือเทคโ นโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตนั่นเองที่จะต้องพัฒนาไปไกลและหาบริโภคได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องมือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่คําตอบสุดท้าย คําตอบสุดท้ายที่จะต้องมากกว่านี้คือบิซิเนส คอนเซปต์ (Business Concept) คือการที่จะเชื่อมโยงระหว่างฮาร์ดแวร์ (Hardware) ในส่วนของคอมพิวเตอร์แล้วก็อินเทอร์เน็ตมาเชื่อมโยงกับธุรกิจจึงจะเกิดเปึนแอพพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ซึ่งขายกันว่อนไปหมดในโลกอินเท อร์เน็ต แล้วก็ได้ราคามากด้วย
เมื่อไม่กี่ป้นี้เด็กไทยคนหนึ่งสามารถคิดแอพพลิเคชันในการที่จะไปประมูลของใส่ตัวเลขเข้าไป ประมูลตึก ประมูลอะไรก็ได้ ก็มีข่าวว่าทางประเทศสิงคโปร์ซื้อไป ๕๐-๖๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเขาเปึนเศรษฐีในพริบตา นี่ก็เปึนสิ่งที่บอกได้ว่าในโลกนี้ทําไม รัฐบาลในแต่ละ ประเทศถึงได้สนับสนุนในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมีให้เปึนหลักในการที่จะพัฒนาประเทศ ผมมีตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งที่จะเรียนกับท่านสมาชิก ท่านประธานให้ทราบก็คือว่าถ้าเราจะ ดูของอาลิบาบาของประเทศจีน อาลีบาบาดอทคอม (Alibaba.com) ซึ่งเปึนเว็บไซต์ (Web site) ของประเทศจีนที่ใหญ่มาก เปึนเว็บไซต์ขายส่งที่เขาก็บอกว่าเขาใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก่อตั้งในป้ ๑๙๙๙ ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เจ้าของก็คือนายแจ็ค หม่า หรือหม่า หยุน เพราะฉะนั้นเขาเปึนเว็บไซต์ขายส่งที่เรียกว่าบีทูบี (B to B) คือธุรกิจสู่ธุรกิจ เน้นการให้บริการบ ริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงในป้ ๑๙๙๗ เพราะฉะนั้นเว็บไซต์อันนี้เปึนเว็บไซต์ที่ทําให้เอสเอ็มอี (SME) ของประเทศจีนได้โตขึ้นมา และเปึนเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่ามูลค่าทางการค้าของประเทศจีนเมื่อเริ่มเป่ดประเทศ ในป้ ๒๕๒๑ มีมูลค่าการค้าเพียง ๒๐,๖๔๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ได้กลับกลายมาเปึน ๔.๑๖ ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ในป้ ๒๕๕๖ ด้วยการที่เขาส่งเสริมในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมี จนกระทั่งกลายเปึนแหล่งที่ขายออกไปสู่ทั่วโลกของเอสเอ็มอีของประเทศจีน อาลิบาบานั้น ไม่ได้มีเพียงอาลิบาบาดอทคอมอย่างเดียว อาลิบาบาดอทคอมเปึนภาคภาษาอังกฤษ ขายส่งไปทั่วโลก
เขายังมีเว็บไซต์ในส่วนของ ๑๖๘๘ ดอทคอม (1688.com) ซึ่งเปึนภาษาจีน ขายส่งใน ประเทศจีน ยังมีอาลีเอกซ์เพรสดอทคอม (aliexpress.com) ขายปลีก เน้นซื้อปลีกในราคาส่ง ปลอดภัยในการซื้อขายสูงมาก ผู้ซื้อมั่นใจในระบบชําระเงินเพราะเขาใช้ระบบเอสโครว์ (Escrow) ซึ่งจะเห็นว่ามีความปลอดภัย มีตัวกลางคอยควบคุมดูแลใกล้ชิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ประกอบกัน ไม่ใช่แต่เพียงอินเทอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์แล้วก็จบ มันมีสิ่งที่จะมาสนับสนุน ในส่วนนี้อีกเยอะแยะ ในปัจจุบันนี้จะเห็นว่า ๓ เว็บไซต์ที่เปึนตัวอย่าง มีสมาชิกใช้เว็บ ทําธุรกิจถึง ๗๒.๘ ล้านรหัส จาก ๒๔๐ ประเทศทั่วโลก ถือว่ามากที่สุดในโลก เพราะฉะนั้น จุดประสงค์ของเอสเอ็มอี คือเขาดูแล้วเอสเอ็มอียังอยู่ในระหว่างการเติบโต ตั้งแต่สตาร์ตอัพ (Startup) เปึนไมโคร สเกล (Micro scale) เปึนเอส (S) เปึนเอ็ม (M) เพราะฉะนั้น ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในเรื่องของการทําตลาดจริง ๆ แล้วมีคนร่ําลือว่าอาลีบาบา ดอทคอม นั้น ทางรัฐบาลจีนหนุนอยู่ เพราะเขาทําธุรกิจในเบื้องต้นนั้นก็ประสบกับการล้มละลายด้วยซ้ําไป เริ่มแรกจากไชน่า เพลสเสส (China Places) มาเปึนอาลีบาบานั้นเส้นทางไม่ได้สวยหรู อย่างที่หลายคนคิดนะครับ ผ่านสิ่งต่าง ๆ มาค่อนข้างเยอะ แล้วสิ่งที่ทําให้อาลีบาบาดอทคอม ประสบความสําเร็จในโลกของดิจิทัล แล้วทําให้ประเทศจีนมีรายได้ขึ้นมาเปึนอันดับ ๑ ของโลก แซงประเทศสหรัฐอเมริกาก็คืออาลีเป ย์ซึ่งตั้งในป้ ๒๐๐๔ ไม่เก็บค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น มีผู้ใช้บริการมากกว่า ๖๕๐ ล้านคนทั่วประเทศ เฉพาะวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๐๑๑ มีการ ซื้อขายผ่านอาลีเปย์กว่า ๑๗๐ ล้านบาทในเวลา ๒๔ ชั่วโมง ปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์ (Partner) เปึนสถาบันการเงินมากถึง ๑๐๐ แห่ง รับชําระเงิน ๑๒ สกุลในโลก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนตัวที่ยืนยันว่าเมื่อโลกทั้งโลกกําลังมีแนวโน้มในการที่จะไปสู่ดิจิทัล อีโคโนมี ทุกคนแม้กระทั่งประเทศไทยจะปฏิเสธเส้นทางนี้คงไม่ได้ เพราะการซื้อขาย ในอนาคตข้างหน้านั้นคงจะไม่มีหน้าร้าน เพราะฉะนั้นเมื่อการติดต่อผ่านอินเทอร์ เน็ต ถ้าระบบอินเทอร์เน็ตของเราไม่ดี หรือภาคเอกชนพยายามที่จะปรับปรุงรถยนต์ มีเฟอร์รารี อยู่คันหนึ่ง เครื่องพร้อม อุปกรณ์พร้อมทุกอย่าง พร้อมที่จะวิ่งด้วยความเร็วไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐ รอบ แต่ขณะเดียวกันเส้นทางคมนาคมคือถนนนั้นยังไม่เรียบร้อยเลย ถนนยังขรุขระ เปึนลูกรังอยู่ ท่านคิดว่าเฟอร์รารีคันนี้จะวิ่งไปตามถนนนี้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการพาณิชย์และการบริการ ได้เสนอผ่านทางท่านกรรมาธิการ ปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการขึ้นไป เพราะเห็น
ความสําคัญตรงนี้ว่าเราจะต้องมีวาระการพัฒนาในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมีให้เดินไปข้างหน้า ให้ได้ เราต้องการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จะทิ้ง ส่วนหนึ่งส่วนใดนั้นคงไม่ได้ เพราะว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมจะได้กล่าวในเวลาอันสั้น หลังจากนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนความจําเปึนท่านคงจะทราบแล้วว่าทําไมเราถึงเสนอวาระ การพัฒนาในเรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี เพราะคือความเปึนไปของโลก และขณะนี้ก็เปึน ที่น่ายินดีที่ว่ารัฐบาลก็มีแ นวนโยบายในการที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ และยกระดับประเทศไทยให้เปึนศูนย์กลางทางด้านการค้าและบริการในระดับ ภูมิภาคและระดับโลก ประเทศไทยเองก็ต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้ทันกับเหตุการณ์ ของบริบทโลก อันนี้คือการเชื่อมโยงซึ่งผมพยายามจะนําท่านทั้งหลายให้ตามผมไปเพื่อจะได้เข้าใจ ในส่วนของดิจิทัล อีโคโนมี และความจําเปึนที่ประเทศไทยจะต้องผลักดันในเรื่องวาระการพัฒนา ของดิจิทัล อีโคโนมี ให้เดินไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้บอกว่าขณะนี้รัฐบาลไม่ได้เริ่มต้นเลย รัฐบาลเริ่มต้นไปเยอะแล้วครับ นอกเหนือจากการเปลี่ยนชื่อกระทรวง ซึ่งหลายท่านก็อาจจะ คัดค้านในเรื่องนี้ แต่หลายท่านก็เห็นด้วย เพราะว่าการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเปึนดิจิทัลนั้นก็คือ เอาระบบมาตั้งเปึนชื่อกระทรวง หลายคนก็ตั้งคําถามว่าทําไมไม่มีกระทรวงอะนาล อก (Analog) มาก่อน ทําไมปัจจุบันเปึนดิจิทัล ต่อไปเปึนกระทรวงควอนตัม (Quantum) หรือเปล่า ซึ่งอันนี้ก็เปึนเรื่องที่ว่าชื่อนั้นสําคัญไฉน แต่สิ่งที่จะปฏิบัตินั้นสําคัญยิ่งกว่า ผมก็คิดว่า ต้องให้น้ําหนักกับรัฐบาลใ นการที่ผลักดันในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นความพร้อมในด้าน เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยยังตามหลังอีกหลายประเทศ อย่างที่ท่านประธานเกริกไกร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านบอกแล้ว ดิจิทัล อีโคโนมี แรงกิงของประเทศไทยนั้นอันดับที่ ๔๙ ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซียอยู่อันดับที่ ๘ และอันดับที่ ๓๖ ในอาเซียน เรายังแพ้อีก ๒ ประเทศ
จริง ๆ ประเทศมาเลเซียทีแรกนั้นตามเราด้วยซ้ําไป แต่ตอนนี้เขานําหน้า เขากําลังจะผลักดัน ให้เปึนศูนย์ของบิก ดาตา (Big data) รวบรวมข้อมูลทั้งหมด เนื่องจากว่าเมนเฟรม (Mainframe) ต่าง ๆ ที่จะใช้ในเรื่องของบิก ดาตานั้นค่อนข้างจะลงทุนมหาศาล เพราะฉะนั้นถ้าประเทศมาเลเซียชิงตรงนี้ไปประเทศไทยก็อาจจะต้องหลุดตําแหน่งลงไปอีก เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่เราจะต้องปรับปรุงในส่วนนี้ควบคู่กันไป การพัฒนาระบบนิเวศของ เศรษฐกิจดิจิทัลไปสู่ส่งเสริมและเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกัน ตรงนี้เปึนคีย์เวิร์ดสําคัญในการที่จะ เดินไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นผมจะนําท่า นกลับมาก่อนที่จะไปถึงจุดที่ว่าเราจะเสนอ วาระการพัฒนาอย่างไร ขอกราบเรียนว่ามีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ในโลกดิจิทัล อีโคโนมี ท่านคงจะรู้จักอะเมซอน ดอทคอม (Amazon.com) อะเมซอนดอทคอมอดีตนั้น ขายแต่หนังสือผ่านเว็บไซต์ ดังมาก แต่ปัจจุบันท่านเชื่อไหมว่าเขามีบริการใหม่เกิดขึ้นมา จ่ายแค่ ๙ เหรียญต่อเดือน ท่านอ่านหนังสือ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าเล่มของเขาได้เลย ไม่จําเปึน จะต้องซื้อหนังสือมาไว้ที่บ้าน อ่านทางเว็บไซต์ได้หมด นี่คือสิ่งที่เขาใช้เครื่องมือในส่วนของ ดิจิทัลผลักดันให้เกิดการค้าบริการได้สตางค์กลับไปด้วยพัฒนารูปแบบของเซอร์วิส (Service) ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น นี่คือความเปลี่ยนแปลงในโลกของดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งมีความหลากหลาย อยู่ในตัวของมันเอง มาถึงประเด็นที่เราเสนอในส่วนของการพัฒนานะครับ แนวคิด ในการพัฒนานั้นคือเราปฏิรูปเริ่มจากจัดทําแผนยุทธศาสต ร์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็มาพัฒนาระบบนิเวศของเศรษฐกิจ ดิจิทัลโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่มีคุณภาพ ระบบนิเวศที่เปึนผลจาก แนวนโยบายและกฎหมายที่เอื้อต่อการบริการดิจิทัลจะต้องได้รับการพัฒนาและปรับป รุง ให้ทันสมัย การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลการแบ่งหน้าที่ขององค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ จะต้อง มีความชัดเจนและเปึนอิสระจากกัน การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลควรจะใช้ระบบตลาด ที่มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเปึนธรรม ลดบทบาทของรัฐในการให้บริการโดยตรงและ แทรกแซงตลาดเท่าที่จําเปึน ตรงนี้คือคําตอบที่บอกว่าทําไมคณะอนุกรรมาธิการ ปฏิรูป การพาณิชย์และการบริการถึงได้เสนอปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าเปึนปฐมบท เบื้องต้นที่ได้ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ไปแล้ว สไลด์ต่อไปครับ ประเด็นการพัฒนาของเรา การที่เราจะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ จริง ๆ แล้วจาก ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ นี่ท่านอาจจะสงสัยว่าทําไม ๕ ไปอยู่ข้างบน ๑ อยู่ข้างล่าง มันมีรูปของพีระมิดอยู่เบื้องหลังนะครับ ไม่ทราบว่าหายไปไหนแล้ว
พีระมิดตรงนี้หมายความว่า ข้อ ๑ มันเปึนฐานพีระมิดที่กว้างจําเปึ นที่จะต้องทําก่อน ส่วนข้างบนนั้นเปึนเรื่องที่ทําทีหลังข้อที่ ๕ แต่เวลาอธิบายกับท่านทั้งหลายผมขอไปทีละ ขั้นตอนคือจากข้อที่ ๑ ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หรือที่ภาษาอังกฤษ บอกไว้ว่าเปึนฮาร์ด อินฟราสตรักเจอร์ ตรงนี้เปึนส่วนสําคัญที่สุดนะครับ เพราะว่าที่ผมพูดถึง ซูเปอร์ไฮเวย์ (Superhighway) ก็คือตรงนี้แหละครับในส่วนที่ว่าถ้าซูเปอร์ ไฮเวย์ยังไม่ได้ รับการสร้างขึ้นมา เฟอร์รารีที่มีอยู่แล้วพร้อมที่จะวิ่งนั้นก็ไม่มีถนนที่จะวิ่ง เพราะฉะนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยภาษาไทยง่าย ๆ ว่า ออนไลน์ (Online) ทุกพื้นที่ ถ้าบริการในเรื่องของออนไลน์ทุกพื้นที่ขณะนี้ท่านจะเห็นว่าในจุดเดียวกันอาจจะมีเสาตั้ง ๓ เสา ๔ เสา เพราะมันเปึนธุรกิจ เรากระจายความถี่ต่าง ๆ ให้บริษัทเอกชนประมูลไปแล้ว เพราะฉะนั้นบางจุดที่ไม่มีฟังก์ชัน (Function) ของมันคือไม่มีผู้ใช้มาก เขาก็ไม่วางเสาไว้ เพราะฉะนั้นคําว่าออนไลน์ทุกพื้นที่ในประเทศไทยยังเปึนปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลนั้นด้วยหลักการใน ๓ ข้อหลัก ๆ ก็คือ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลในยุคหลอมรวมสื่อเทคโนโลยีนี่จะพึ่งพาการสื่อสารผ่านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต เปึนสําคัญ หัวใจของพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชน ทุกคนที่จะต้องไม่มีความเหลื่อมล้ํา ไม่ใช่เกษตรกรในที่ไกล ๆ ส่งออนไลน์ทางโทรศัพท์ไม่ได้ หรือเข้าทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ อันนี้ก็จะทําให้ดิจิทัล อีโคโนมีมันไม่สามารถที่จะเดิ นไปได้ แล้วก็บันไดขั้นแรกที่สําคัญที่สุดของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่มีคุณภาพครอบครองทุกพื้นที่นั่นเอง บทสรุปตรงนี้ก็คือว่าสิ่งที่เราเสนอขอให้มีการพัฒนา ในส่วนนี้ในข้อที่ ๑ เราเห็นว่าโครงข่ายในเรื่องของ การโทรคมนาคมนั้นต้องใช้ทุนสู ง ประเทศไทยนี่คงจะมีทุนในส่วนนี้ค่อนข้างลําบาก
เพราะฉะนั้นอาจจะต้องมีการเสนอให้มีการปรับอัตราส่วนการถือครองหุ้นต่างชาติ จาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มไปเปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งก็จะติดกฎหมายอยู่ในเรื่อง พ.ร.บ. ต่างด้าว หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญดราฟต์ (Draft) แรกของเรา ในมาตรา ๕๐ ก็เขียนไว้ว่ากิจการโทรคมนาคมนั้นต้องเปึนพลเมือง คือผู้ที่จะ เปึนเจ้าของได้ต้องเปึนพลเมือง มันก็ไปขัดต่อที่เราไปตกลงในข้อสัญญาของอาเซียนไว้ว่า จะต้องเป่ดกิจการโทรคมนาคมไม่น้อยกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในจุดนี้เพื่อที่จะให้ ฮาร์ด อินฟราสตรักเจอร์เดินหน้าไปได้ มีการลงทุนในกิจการโทรคมนาคม ก็คงจะต้อง ปลดปล่อยในส่วนนี้ออกไป เนื่องจากว่าเงินทุนของเรายังไม่พอเพียงในการที่จะส่งเสริม ตรงนี้ได้นะครับ ในเรื่องที่ ๒ ก็คือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการโทรคมนาคม เราจะเห็นว่าโดเมสติค เกตเวย์ (Domestic Gateway) คือภายในประเทศนั้นเรามีค่อนข้าง สมบูรณ์ในเรื่องของเคเบิล (Cable) ใยแก้ว แต่การออกไปสู่อินเตอร์เนชันแนล เกตเวย์ มีอยู่ ๒ รัฐวิสาหกิจที่ดูแลอยู่ แล้วก็มีรายได้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) จะเห็นว่า ตรงจุดนี้เปึนจุดอ่อน เพราะว่าการที่จะติดต่ออินเทอร์เน็ตไปยังต่างประเทศจะเห็นว่าเราต้อง ลงใต้ไปที่ประเทศสิงคโปร์แล้วถึงจะยิงไป ถ้าจะไปฮ่องกงนี่ต้องลงไปประเทศสิงคโปร์ก่อน ทําให้การติด ต่อต่างประเทศหรือการแอคเซส อินเทอร์เน็ต (Access internet) ไปสู่ ต่างประเทศนั้นค่อนข้างช้า และข้อสําคัญคือบริการแพง ในเรื่องที่ ๓ บริหารจัดการ คลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด กฎหมายของเราก็ไปล็อกเอาไว้ว่าในกรณีที่ประมูล ความถี่ไปแล้ว ถ้าใช้ไม่หมดนั้น ขายไม่ได้ ขณะเดียวกันไม่มีการเอ กซ์ไพร์ (Expire) เพราะฉะนั้นคลื่นความถี่ที่ถูกประมูลไปก็จะถูกกั๊กเอาไว้ เมื่อกั๊กเอาไว้ไม่สามารถที่จะ กระจายออกไปได้ การที่จะออนไลน์ได้ทุกพื้นที่ซึ่งเปึนโจทย์ใหญ่ของข้อนี้คือการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลก็ป่ดประตู เพราะฉะนั้นในส่วนนี้การบริหารจัดการคลื่นความถี่ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเปึนคีย์เวิร์ดสําคัญนะครับ ส่วนประเด็นพัฒนาที่ ๔ คือเพิ่มช่องทาง การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเ ทอร์เน็ต คืออินเตอร์เนชันแนล เกตเวย์ให้มากกว่านะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เราจะเห็นว่าภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคใต้เรามีแล้วผ่านประเทศสิงคโปร์ ภาคเหนือนี่จริง ๆ มีประเทศจีนซึ่งจะต้องผ่านประเทศพม่า ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ตะวันตกก็คือประเทศพม่า ประเทศอินเดีย ตะวันออกคือประเทศกัมพูชา
แล้วก็ประเทศเวียดนาม เรากําลังจะมีรถไฟเรียกว่ารางคู่ เราจะมีรถไฟความเร็วสูง ก็อาจจะใช้ เคเบิลใยแก้วผ่านตรงนี้ไม่ต้องลงทะเล ซึ่งจะได้ประโยชน์สูงสุด อันนี้ต้องคิดเอาไว้นะครับ และในประการสุดท้ายของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือการเปึนศูนย์กลางจัดเก็บ ข้อมูลหรือดาตา เซนเตอร์ (Data Center) ซึ่งผมได้กล่าวในตอนต้นไปแล้วว่า ประเทศมาเลเซียเขาฝันที่อยากจะเปึนตรงนี้ แต่ถ้าเราปล่อยไปเราจะเปึนศูนย์กลางในเรื่อง ของข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างไร
ในประเด็นที่ ๒ ของวาระการพัฒนา คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุน ที่เราเรียกว่าซอฟต์ อินฟราสตรักเจอร์ อันนี้ประการแรกเลยนะครับ ต้องสร้าง ระบบนิเวศที่เอื้ออํานวยต่อการค้าที่เสรีและเปึนธรรม เราดําเนินการไปแล้วคือการเสนอ การแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้าเพื่อให้เกิดเสรีและเปึนธ รรม เกิดการค้าที่เสรีในด้าน ดิจิทัล อีโคโนมี เรื่องที่ ๒ คือพัฒนาระบบโลจิสติกส์ แบบบูรณาการ เรื่องของการคุ้มครอง เรื่องของการประกันมูลค่าความเสียหาย สินค้าที่ส่งโดยระบบการสั่งซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะต้องได้รับการประกันว่าจะต้องไ ด้ของ ได้ของผิดไปแล้วจะไปร้องแรกแหกกระเชอกับใคร ขณะเดียวกันในเรื่องต่อมาของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ คือการที่จะต้องมีการลงทะเบียน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวเพื่อที่จะตัดเปึนคลัสเตอร์ (Cluster) ได้ จัดรวมได้ เพื่อลดต้นทุน ในเรื่องโลจิสติกส์ ประเด็นพัฒนาในหัวข้ อย่อยที่ ๓ สนับสนุนในเรื่องของ อินโนเวชัน (Innovation) และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องของดิจิทัล อีโคโนมีเปึนเรื่องของ การที่จะต้องมีอินโนเวชัน คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา ขณะเดียวกันต้องมีการคุ้มครองด้วย เรามีกฎหมายที่เพิ่งออกมาหยก ๆ นี้นะครับ เรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา แต่ปัญหา ของประเทศคือกฎหมายเรามีเยอะแล้ว แต่ลอว์ เอนฟอร์ซเมนต์ (Law Enforcement) คือการ บังคับใช้กฎหมายเปึนปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ตรงนี้จะทําอย่างไร เพราะฉะนั้น ศูนย์ร่วมมือกันระหว่างรัฐ เอกชน เอกชนต่อเอกชน ในด้านธุรกิจและอินโนเวชันต่าง ๆ เราจะมีตรงนี้ขึ้นมาได้อย่างไรนะครับ เรื่องย่อยที่ ๔ ในซอฟต์ อินฟราสตรักเจอร์ คือกลไก คุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลและความเปึนส่วนตัวของโลกออนไลน์ มีหน่วยงานตรง ในการที่จะรับการร้องเรียนและสืบสวนกรณีความผิดธุรกรรมออนไลน์
ตรงนี้จําเปึนนะครับ อันนี้คือเรื่องย่อย ๆ ซึ่งไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้มากเนื่องจาก เวลามีจํากัด ในวาระการพัฒนาที่ ๒ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน
วาระการพัฒนาที่ ๓ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบริการหรือ เซอร์วิส อินฟราสตรักเจอร์ เรื่องแรกเลย เรื่องของอีกัฟเวิร์นเมนต์ เรามีหน่วยงานหลัก ในการพัฒนาบริการรัฐผ่านระบบดิจิทัล เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าอีกัฟเวิร์นเมนต์เรายังต้อง ไปใช้เอกสารเยอะแยะ กฎหมายลายเซ็นที่รับรองลายเซ็นทางอินเทอร์เน็ตก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ในขณะที่ต่างประเทศเขาไปถึงไหนแล้ว เรื่องของการที่เปเปอร์เลส (Paperless) คือการไม่ใช้ เอกสารเลย ของเราก็ยังต้วมเตี้ยม ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องอีกัฟเวิร์นเมนต์จะต้องเปึน ตัวอย่างอันหนึ่งในการที่จะเดินไปทําให้เซอร์วิส อินฟราสตรักเจอร์สนับสนุนดิจิทัล อีโคโนมีได้ ข้อต่อมาคือการปรับปรุงข้อกําหนดเกี่ยวกับการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ รัฐจะต้องมี มาตรฐานชําระเงินด้วยสินค้าออนไลน์โดยสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้เปึนรูปแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้ามันต่างรูปแบบกันก็ตกลงกันไม่ได้ เหมือนกับอาลีบาบาของประเทศจีนรับถึง ๑๒ สกุลเงิน และประการสําคัญคือค่าธรรมเนียม ในการชําระเงินออนไลน์จะต้องถูก หรือไม่แพงเกิน อาลีบาบานี่ให้ฟรีเลยเพื่อจะดึงคนเข้ามาก่อน ขณะเดียวกันเรื่องของการ ปรับปรุงออกกฎหมายในเรื่องซิเคียวริตี (Security) ต่าง ๆ หรือในเรื่องของการฉ้อโกง หรือการผิดสัญญาที่ชัดเจน ในเรื่องของธุรกรรมทางดิจิทัล อีโคโนมีตรงนี้จะต้องออกมา
วาระการพัฒนาที่ ๔ ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัล อีโคโนมี โปรโมชัน (Digital Economy Promotion) มีอยู่ ๓ ประเด็นในวาระการพัฒนาที่ ๔ นี้ เรื่องที่ ๑ จะต้องลดอุปสรรคของการประกอบธุรกิจและการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล อีโคโนมี ธุรกิจสตาร์ตอัพ เรื่องของการลดหย่อนภาษีเพื่อจูงใจคนเข้ามา เรื่องมาตรฐานทางกฎหมาย ที่เอื้อต่อการระดมทุนและการเติบโตของธุรกิจ สตาร์ตอัพ เช่นบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะออกหุ้นกู้แปลงสภาพได้หรือไม่ หรือลิควิดิตี พรีเฟอร์เรนซ์ (Liquidity Preference) สําหรับบริษัทไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อลดความเสียหายต่าง ๆ จะทําได้ไหม เรื่องที่ ๒ กําหนดขั้นตอนพิจารณาโครงการ สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลโดยหน่วยงานกลาง เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ที่ดี ๆ ต้องได้รับ การสนับสนุนโดยภาครัฐ เพราะว่าคนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาบางทีทุนไม่มี เพราะฉะนั้นหน่วยงาน ที่รัฐบาลจะต้องจัดหาขึ้นมาเพื่อพิจารณาโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ซึ่งเปึนเศรษฐกิจที่ขายความคิดให้มีการพิจารณาแล้วก็สนับสนุนโครงการให้อยู่ไปได้ เรื่องที่ ๓ ซึ่งมีความสําคัญก็คือต้องมีมาตรฐานรับรองและลงทะเบียนผู้ค้าออนไลน์ ที่เราเรียกกันว่าดิจิทัล ทรัสต์ มาร์ก (Digital Trust Mark) เครื่องหมายที่สร้างความมั่นใจ ในระบบที่เขาจะค้าขายกันที่จะส่งเสริมให้ดิจิทัล อีโคโนมีไปได้ ถ้าเราไม่มีความเชื่อถือ เชื่อมั่นคนก็ไม่เข้าระบบนี้ มันก็จะเกิดเรียกว่าดิจิทัล โซไซตี (Digital Society) ไม่ได้ อันนี้คือ วาระการพัฒนาที่ ๔ สําหรับดิจิทัล อีโคโนมี
สุดท้ายคือวาระการพัฒนาที่ ๕ คือการสร้างองค์ความรู้และสังคมดิจิทัล ดิจิทัล โนว์เลดจ์ แอนด์ โซไซตี (Digital Knowledge and Society) รวมไปถึงคอนเทนต์ (Content) ต่าง ๆ เรื่องที่ ๑ ย่อยของข้อ ๕ นี้ก็คือการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ สําหรับเศรษฐกิจแบบดิจิทัล ท่านอาจจะบอกว่าเราจบวิทยาศาสตร์กันป้หนึ่งตั้งหมื่นกว่าคน พอเพียงแล้ว ไม่ใช่ครับ ท่านอาจจะไม่ทราบว่าคนที่จบทางวิทยาศาสตร์ตอนนี้ไปเปึนเสมียน เงินเดือน ๙,๔๐๐ บาทเยอะแยะเลย เพราะฉะนั้นอยู่ที่ประสิทธิภาพกับคุณภาพของบุคลากร ที่จบการศึกษาออกมา ไม่ใช่เอาแต่ใบปริญญำที่เปึนกระดาษแล้วบอกว่าฉันจบมาทาง วิทยาศาสตร์ทางด้านนี้แล้ว จริง ๆ แล้วมันต้องผสมระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ (Software) ในส่วนนี้นะครับ คือเปึนในเรื่องของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ แล้วก็ออนไลน์ แต่ต้องมีความคิดในเรื่องของบิซิเนส โมเดล (Business Model) อยู่ด้วยที่จะมาซินเนอร์จี (Synergy) กันตรงนี้แล้วออกมาเปึนธุรกิจ ในการที่จะออกอาจจะออกมาเปึนแอพพลิเคชัน ต่าง ๆ ที่ขายออกไปทั่วโลก ไม่จําเปึนต้องขายเปึนโปรดักต์ (Product) ที่มันจับต้องได้ เพราะฉะนั้นเรายังขาดการส่งเสริมในเรื่องที่จะผสมผสานคือซินเนอร์จีกันระหว่าง ๒ เรื่องนี้ เราผลิตแบบแฟรกเมนต์ (Fragment) คือตัวใครตัวมัน คนที่เก่งคอมพิวเตอร์ก็ทาง ฮาร์ดแวร์ไป แต่ที่ผสมผสานในเชิงธุรกิจหรือครีเอทีฟ (Creative) ตรงนี้ไม่มี ในอดีตเราเคย มีคําอยู่ ๒ คําคือโนว์เลดจ์ โซไซตี (Knowledge Society) สังคมในลักษณะขององค์ความรู้ แล้วก็มาประเภทของครีเอทีฟ อีโคโนมี (Creative Economy) แต่ตอนนี้ดิจิทัล อีโคโนมี ต้องผสมผสานทุกส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งโนว์เลดจ์ (Knowledge) ทั้งในเรื่องของครีเอทีฟ ออกมาเปึนดิจิทัล อีโคโนมีโดยใช้ช่องทางอันนี้ มันถึงจะทําเงินให้กลับเข้ามาในประเทศ ของเราได้
เพราะฉะนั้นบุคลากรในส่วนที่จะรองรับดิจิทั ล อีโคโนมีมันไปไกลเกินกว่าที่เรากําลังผลิต กันอยู่ในขณะนี้ ตรงนี้มันต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในการที่จะรองรับสิ่งที่มันกําลัง จะเกิด ในเรื่องที่ ๒ ข้อย่อยของข้อ ๕ ความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจดิจิทั ล อีโคโนมี ระหว่างรัฐ เอกชน แล้วก็วิชาการ เพราะมันจะต้องมีอิ นโนเวชัน เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าของไต้หวันกับอีกของหลายประเทศเขาร่วมมือกันหมดแล้ว ไต้หวันอย่างที่เคยเล่า ให้ท่านฟังว่าเขามีไซน์ พาร์ก (Science Park) ของเขาใหญ่ ๆ ๔ แห่ง ถ้าในมหาวิทยาลัย ๑๐๐ กว่าแห่ง แต่ที่รัฐบาลลงทุนไปทําใหญ่ ๆ ยักษ์เลย ๔ แห่ง แล้วก็สร้างแบรนด์เนม (Brandname) ระดับโลกขึ้นมาไม่ต่ํากว่า ๒๐ กว่าแบรนด์ (Brand) แล้ว แล้วในเรื่องที่ ๓ ของการสร้างองค์ความรู้และสังคมดิจิทั ลสุดท้ายของข้อที่ ๕ นี้ก็คือนิคมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์เพื่อนวัตกรรมเรามีหรือยัง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทั้ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ที่วาระ การพัฒนาที่เสนอนั้นก็เพื่อที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วก็นําเอาดิจิทัล อีโคโนมีมาให้มัน เกิดประโยชน์ รัฐจะทําฝ์ายเดียวก็ไม่ได้ เอกชนจะทําฝ์ายเดียวก็ไม่ได้ วิชาการจะศึกษา ไปแล้วก็ขึ้นหิ้งอย่างเดียวก็ไม่ได้ ๓ ส่วนนี้ต้องผสมผสานกัน ผสมผสานกันแล้วให้เกิดทางออก ที่ดีที่สุด อย่าลืมว่าปัจจุบันผมก็เคยพู ดตรงเวทีนี้ว่าเรากําลังเปลี่ยนระบบจากฟอสซิลเบสด์ (Fossil-based) ไปสู่ไบโอเบสด์ (Bio-based) ดิจิทั ล อีโคโนมี เปึนเครื่องมือตัวหนึ่ง ในการที่จะขายไอเดีย (Idea) ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ออกไป สินค้าที่เราผลิตขึ้นมาแต่ตลาด เราไม่ดี มันก็มีสินค้าดีแต่ขายไม่ออกก็ไม่มี ประโยชน์ เพราะฉะนั้นถ้าผสมผสานสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะครบถ้วนกระบวนความทั้งหมดในการที่เราจะทําให้ประเทศของเรา ก้าวพ้นจากมิดเดิล อินคัม แทรป (Middle Income Trap) หรือกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งมันจะก้าวผ่านจากโปร ดักชันเบสด์ (Production based) อย่างเดียวคือการผลิต ผลิตแล้วก็เอาอีโคโนมี ออฟ สเกล (Economy of scale) มาเปึนตัวจับมันไม่พอหรอกครับ เพราะอันนั้นผลิตมากก็เหลือมาก ทุกวันนี้เขาผลิตบาย ออร์เดอร์ (By order) แล้วครับ คือสั่งทางอินเทอร์เน็ตมาผลิต ต่อไปท่านเชื่อไหมว่าท่านอาจจะสั่งรถยนต์พวงมาลัยซ้ายก็ได้ พวงมาลัยขวาก็ได้ พวงมาลัยอยู่ข้างหลังก็ได้ สีตามที่ท่านต้องการผ่านทางดิจิทัล อีโคโนมี ออร์เดอร์ (Order) เข้าไปเขาผลิตไม่ได้ตามนั้นเขาก็ขายไม่ได้ เพราะกําลังแข่งขันในส่วนของ ความคิดต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นโดยสรุปเพราะเวลามีจํากัด ถ้าเราเดินไปตามสิ่งที่เราคิด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี้แล้วก็จะมีการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิ ทัลให้ทัดเทียมกั บระดับนานาชาติ
มีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพและทั่ว ถึง มีระบบสนับสนุนเศรษฐกิจ ดิจิทั ลที่มีประสิทธิภาพ มีระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิท ธิภาพและโปร่งใส อุตสาหกรรมดิจิทัลมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่เปึนคุณูปการเฉพาะธุรกิจเท่านั้น สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านกําลังคิดกําลังวางกันอยู่เรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องของตอนไปรับฟัง ความคิดเห็นมีสมภารวัดหนึ่งท่านบอกว่าสามารถดูพระได้ไหม พระมาขอบวชกับท่านแล้ว เช็ก (Check) ประวัติได้ไหมว่าบวชที่จังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว สึกมาเพราะอะไร ปาราชิก หรือเปล่า พาสีกาไปเที่ยวหรือเปล่า ท่านเช็กไม่ได้ แต่ถ้าดิจิทัล อีโคโนมีสําเร็จทุกอย่าง เช็กได้หมด แล้วความโปร่งใสต่ำง ๆ การทุจริตคอร์รัปชัน การที่จะรายงานขึ้นไป การร้องเรียนใคร การเช็กสิ่งต่าง ๆ นั้นจะครบถ้วนสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่แก้ไขเฉพาะปัญหา ในเรื่องธุรกิจอย่างเดียว แต่มันกําลังจะแก้ไขปัญหาของประเทศชาติทุกปัญหาได้แทบหมด ผมก็ฝากวาระการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศไทยเปึนอย่างมาก แน่นอนไม่มีสิ่งใดที่จะสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ความคิดความอ่านของท่านทั้งหลายในวันนี้ จะเปึนข้อชี้แนะในการที่จะปรับปรุงรายงานฉบับนี้ให้สมบูรณ์ที่สุด ก็ขออนุญาตท่านประธานว่า กล่าวฝากความหวังไว้กับท่านสมาชิกทั้งหลายที่จะช่วยกันดูตรงนี้เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดี ๆ ของเรา แล้วระบบดิจิทัล อีโคโนมีจะเปึนสิ่งที่แก้ไขปัญหาและทําให้ประเทศไทยนั้นก้าวไปสู่จุดแข็ง เหมือนเดิม ไม่ใช่เราทําจุดแข็งให้เปึนจุดอ่อนครับ ขอบคุณครับ