รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

เรื่องแรกครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากผมมีเวลาน้อย เปึนกลุ่มแรก ที่ต้องการจะเห็นว่าสิทธิในการใช้ที่ดิน การถือครองที่ดินของเขาจะเปึนไปด้วยความ เปึนธรรม มีประโยชน์สูงสุดและเกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ การถือครองและการ ใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นตามนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๑.๑๗ หน้า ๖ ที่รัฐบาลได้เขียนไว้ ผมเองต้องกราบขอบคุณครับ แต่สิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลไปเขียนในมาตรการและวิธีการ ปฏิบัติให้บรรลุตามนโยบายในแผนบริหารราชการแผ่นดินก็คือว่า อยากเห็นครับว่า ท่านจะมีมาตรการอย่างไรที่จะกําหนดการใช้ที่ดินและการออกสิทธิที่ทํากินให้กับพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดน่านบ้านผมขณะนี้มีปัญหามากครับพี่น้องทําไร่ไม่ได้ รายละเอียดผมจะไม่ขอนําเสนอตรงนี้มีอีกหลายเวที

เรื่องที่ ๒ ครับ เปึนกลุ่มใหญ่พอสมควรที่ผมได้สัมผัส กลุ่มผู้สูงอายุครับ มีความปรารถนาอย่างยิ่งในนโยบายด้านความมั่นคงของชีวิตและสังคม ข้อ ๒.๕.๔ เรื่อง เตรียมความพร้อมด้านผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ เบี้ยยังชีพฟังดูแล้วเหมือนกับเปึนการ ดูถูกศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ เปึนไปได้ไหมครับว่าเรามาจากพี่น้องประชาชนมันจะมี กฎหมาย กฎระเบียบอะไรก็แล้วแต่ อย่าให้เปลี่ยนครับ เปึนสวัสดิการผู้สูงอายุได้ไหม แล้วสิ่งสําคัญครับผมอยากเห็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกระจายเข้าไปในพื้นที่ในแต่ละตําบล แต่ละหมู่บ้าน เหมือนนโยบายของพลังประชาชนที่ได้บอกกับพี่น้องประชาชนเอาไว้ อยากเห็นในมาตรการในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินครับ กลุ่มที่ ๒ ครับ พี่น้อง อสม. ทุกพรรคครับ หาเสียงกับพี่น้อง อสม. ในเรื่องของแรงจูงใจ เรื่องค่าตอบแทนต่าง ๆ ผมอยากเห็นเหมือนกันครับในนโยบายเรื่องพัฒนาคุณภาพ สุขภาพของพี่น้องประชาชน อสม. เปึนฐานรากการทํางานด้านสุขภาพภาคประชาชนทําเลยครับเรื่องแรงจูงใจ แต่สิ่งที่ ผมอยากเสนอในตรงนี้ก็คือว่าค่าตอบแทนตรงนี้ไม่อยากให้จ่ายเปึนรายเดือน เพราะการ จ่ายเปึนรายเดือนจะไปทําลายเรื่องจิตอาสา จิตสํานึกสาธารณะ และสร้างความแตกแยก ในวิถีชุมชนของพวกเรา เม็ดเงินอาจจะเท่ากันครับ แต่แปลงวิธีการจ่ายตามลักษณะงาน ครับ รัฐบาลชุดก่อนของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อหมู่บ้าน เพิ่มเม็ดเงิน เข้าไปสิครับท่าน กิจกรรมต่าง ๆ กระจายเข้าไป ใครทํางานคนนั้นได้เงิน พี่น้องชอบ ทุกคนชอบครับ

เรื่องต่อไปครับ พี่น้องชนเผ่า จังหวัดน่านผม ๖ ชนเผ่า ๑ คนพื้นเมือง แต่สิ่งที่เขาขาดขณะนี้ ผมดีใจที่มีท่านสมาชิก สนช. ได้พูดไปแล้ว เรื่องสัญชาติครับ เรื่องสิทธิตามกฎหมายของเขา ท่านประธานทราบหรือเปล่าครับ ผมไปพบปะพูดคุยกับ พี่น้องชาวม้งเขาบอกเขาเปึนคนไทย เขาภูมิใจ แต่เขาไม่ได้เปึนทหารครับ ทหารเกณฑ์ นี่คือสิทธิตัวอย่างที่ผมอยากให้ยกขึ้นมาในมาตรการในแผนบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลชุดนี้เพื่อที่จะบอกเขาว่าเขาอยู่ในเมืองไทยอย่างมีศักดิ์ศรี

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายที่ผมมีเวลาเหลือ ๑ นาที เรื่องของ การบริการด้านการสาธารณสุข เรื่องคุณภาพบริการ ซึ่งเปึนนโยบายสําคัญที่รัฐบาลชุดนี้ อยากจะให้พี่น้องประชาชนได้รับ คุณภาพบริการมันจะเกิดขึ้นไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าคําว่า มาตรฐาน มันขึ้นกับมาตรฐานเชิงเทคนิคและมาตรฐาน เชิงพฤติกรรมการบริการ แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนคาดหวังก็คือทําอย่างไรให้เขารับบริการ ที่ดี ผสมผสานครับ ๑. แก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในชนบทให้ได้ ท่านประธานรู้ หรือเปล่าครับ ๓,๐๐๐ เท่านั้นเองครับที่อยู่ใน ๗๑๓ แห่งของโรงพยาบาลด่านหน้า ดูแล พี่น้องประชาชน ๓๖ ล้านคน ๓,๐๐๐ คน ขาด ๒,๓๐๐ คน มาตรการเร่งด่วนสุดครับ ๒ ป้ ทําได้ผมมั่นใจ

และสุดท้ายครับท่านประธานครับ ทําอย่างไรการบริการการสาธารณสุข ของเราจะไม่แยก ไม่บอกระบบ ผมอยากเห็นรัฐและเอกชนมาร่วมมือกัน เรามี ความสามารถศักยภาพต่าง ๆ มาผสมผสานกันกระจายเข้าไปครับ ๖ เดือนที่ผมตกงาน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมไปเปึนแพทย์ประจําศูนย์แพทย์ชุมชน มีทั้งหมด ๓๐๐ แห่งทั่วประเทศ ผมอยากให้กระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีครับ กระจายเข้าไป สัก ๓,๐๐๐ แห่งไม่ได้หรือครับ ๒ ตําบลต่อ ๑ แห่ง ดูแลพี่น้องประชาชนประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ตรงนี้แหละครับจะแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ํา เรื่องการกระจายทรัพยากรธรรมชาติ ที่เราจะมาบริหารให้พี่น้องประชาชนได้รับการบริการสาธารณะที่ดี ผมมั่นใจครับ ท่านประธานครับ

สุดท้ายครับ ฝากท่านประธานในอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของขวัญ และกําลังใจการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน กองทุนสวัสดิการ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราบอกไว้ ฝากท่านประธานไปบอก กับรัฐบาลครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. เขาอยากเห็น เขียนไว้เลยครับในแผนบริหาร ราชการแผ่นดิน อันนั้นจะเปึนความสุข แล้วผมจะตามในเรื่องของนโยบายสมัยที่จะแถลง ต่อเรื่องเงินงบประมาณ จะติดตามดูว่ามันจะเปึนจริงอย่างไร กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณมากครับ ในส่วนของ สนช. ท่าน นาวาตรี ประสงค์ สุ่นศิริ เชิญครับ

นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ท่านประธานครับ ผม นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ขอแก้ไขคําผิดของท่านประธานเกี่ยวกับยศของผม ผมเปึนทหาร อากาศ ไม่ใช่ทหารเรือครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขออภัยด้วยครับ ท่าน นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ผมขอแก้ไขให้ถูกต้องครับ ขอโทษครับ

นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เพราะผมเกรงว่ากองทัพเรือจะประท้วง ท่านประธานครับ ในวันนี้เปึนวันที่จะได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่แถลงต่อรัฐสภา ไปเมื่อ ๒–๓ วันที่ผ่านมา ก่อนที่จะพูดถึงนโยบายผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในนโยบายของรัฐบาล หน้าที่ ๓ ได้เขียนไว้นะครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับ ปัจจุบันได้ให้ความสําคัญแก่บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ และกลไกการตรวจสอบการดําเนินงานของภาครัฐเพื่อให้อยู่ในกรอบแนวทางของการ บริหารประเทศตามหลักธรรมาภิบาล รัฐบาลตระหนักถึงความสําคัญดังกล่าวและจะยึด เปึนแนวทางในการดําเนินงานของรัฐบาล ที่ผมต้องอ่านอย่างนี้ก็เพื่อจะขอบคุณที่รัฐบาล เข้าใจแล้วก็จะตระหนักในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ และจะยึดเปึนแนวทางในการ ดําเนินงานของรัฐบาล ผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ สภาร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสภานิติบัญญัติ ซึ่งเปึนผู้ที่จัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมก็ อยากจะขอบคุณว่ารัฐบาลเข้าใจในเรื่องที่ผมอ่านนี้ให้ทราบ เมื่อเรื่องนี้ได้เรียนให้ ท่านประธานทราบแล้ว ก่อนจะถึงนโยบายผมอ่านนโยบายของรัฐบาลทุกหัวข้อทําให้ผม ต้องเป่ดรัฐธรรมนูญอีก รัฐธรรมนูญที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่านโยบายที่ รัฐบาลจัดทํานี้มันจะถูกต้องกับรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลบอกว่าจะตระหนักและยึดเปึน แนวทางปฏิบัติหรือไม่ โดยเฉพาะในหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๗๕ บอกไว้อย่างนี้นะครับ ผมขออ่านนะครับ มาตรา ๗๕ บทบัญญัติในหมวดนี้เปึนเจตจํานง ให้รัฐดําเนินการตรากฎหมายและกําหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน

ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการ แผ่นดินนี้ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาให้ชัดแจ้งว่าจะดําเนินการเรื่องใด ในระยะเวลาเท่าใด คือกําหนดระยะเวลาสิ้นสุดต้องชัดเจน เพื่อบริหารราชการแผ่นดินให้เปึนไปตาม แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และต้องจัดทํารายงานแสดงผลการดําเนินการ รวมทั้ง ปัญหาและอุปสรรค เสนอต่อรัฐสภาป้ละหนึ่งครั้ง

นอกจากนี้มาตรา ๗๖ บัญญัติว่า คณะรัฐมนตรีต้องทําแผนการบริหาร ราชการแผ่นดิน เพื่อแสดงมาตรการและรายละเอียดของแนวทางในการปฏิบัติราชการ ในแต่ละป้ของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ ๒ มาตรานี้กระผมก็มาดูนโยบายที่รัฐบาลจัดทําขึ้น อ่านตั้งแต่หน้าแรกถึง หน้าสุดท้ายก็ได้พบเห็นว่านโยบายที่รัฐบาลจัดทํานี้ยังไม่น่าที่จะเปึนไปตามเจตจํานง ในมาตรา ๗๖ มาตรา ๗๕ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะไปเปรียบเทียบตารางไว้ในตอนท้าย ของคําแถลงนโยบาย เพื่อเปรียบเทียบกับแนวนโยบายแห่งรัฐ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า มาตรา ๗๕ ก็ดี มาตรา ๗๖ ก็ดีที่รัฐบาลจะต้องให้รัฐสภานี้เข้าใจว่าหนทางปฏิบัติ ตามนโยบายแต่ละเรื่องมีเนื้อหา มีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อไร เจตนารมณ์หรือ เจตจํานงของรัฐธรรมนูญต้องการที่จะให้รัฐบาลนั้นคํานึงถึงสิ่งที่รัฐบาลได้แถลง นโยบายต่อรัฐสภาเพื่อประชาชนได้รับทราบว่ารัฐบาลจะทําอะไร แล้วทําให้เสร็จเมื่อไร ถึงได้เขียนเอาไว้ แต่ในคําแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้นหาเรื่องนี้ยังไม่ได้ พูดในลักษณะ กว้าง ๆ ถึงแม้จะมีบอกว่าใน ๑ ป้แรกมีเรื่องเร่งด่วนอย่างนี้ แต่เรื่องเร่งด่วนแต่ละเรื่องนั้น รัฐบาลไม่ได้บอกว่าจะเริ่มต้นเมื่อไรในป้นี้ แล้วเรื่องนั้นจะเสร็จสิ้นเมื่อไร เพียงแต่บอก กว้าง ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมจําเปึนที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาเพื่อชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า นโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภานั้นยังไม่เปึนไปตามเจตจํานงหรือเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลได้พูดไว้ในหน้า ๓ ของคําแถลงนโยบายว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดี ประชาชนมีส่วนร่วม รัฐบาลตระหนักถึงความสําคัญในเรื่องนี้และจะยึดถือเปึนแนวทาง ปฏิบัติในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป นี่ก็เปึนเรื่องแรกที่กระผมต้องทําความเข้าใจ ต่อสภาแห่งนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายที่รัฐบาลแถลง เมื่อมองลึกเข้าไปในนโยบายด้านต่าง ๆ ที่รัฐบาลแถลงไว้หรือจัดทําไว้ ผมก็นําคําให้สัมภาษณ์ในระหว่างการหาเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เข้ามาเปึนรัฐบาลชุดนี้หลายต่อหลายท่านได้หาเสียงเอาไว้ บอกกับประชาชนไว้ บอกว่าเมื่อเข้าไปเปึนรัฐบาลแล้วจะเพิ่มรายได้ ๔ เท่า จะลดรายจ่าย ๔ เท่า ผมก็ค้นหา ดูว่านโยบายกับการหาเสียงที่บอกกับประชาชนไว้มีอยู่ตรงไหน มีอะไรบ้างที่จะเพิ่มรายได้ ๔ เท่า มีอะไรบ้างที่จะลดรายได้ ๔ เท่า เมื่อไปดูถึงปัญหาในนโยบายของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนในป้แรก ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ผมก็อยากจะเรียน ท่านประธานว่าในรัฐธรรมนูญอีกเช่นเดียวกัน รัฐบาลต้องตระหนักนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้กําหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านเศรษฐกิจเอาไว้ในมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๘๓ กระผมขออ่าน รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการดําเนินการ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายความว่ารัฐต้องทําอย่างนี้ แล้วก็มาตรา ๘๔ เปึนรายละเอียด ๑๔ หัวข้อด้วยกันเกี่ยวกับแนวนโยบายพื้นฐานด้านเศรษฐกิจที่ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่าแต่ละเรื่องนั้นมีอะไรที่รัฐบาลจะต้องทํา เพราะฉะนั้นมาตรา ๘๓ เมื่อนําเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาดูในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ผมก็ยัง รู้สึกว่านโยบายของรัฐบาลนั้นยังไม่เปึนไปตามมาตรา ๘๓ ที่ต้องส่งเสริมสนับสนุนในการ บริหารนโยบายทางเศรษฐกิจนั้นให้เปึนไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ท่านประธานครับ ในรัฐสภาแห่งนี้และประชาชนข้างนอกทุกคนทราบดีว่าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวนั้นได้ทรงดํารัสไว้เกี่ยวกับแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไว้เมื่อ ป้ ๒๕๑๗ พระองค์ท่านได้ดํารัสเอาไว้ กระผมขออ่านนะครับว่า การพัฒนาประเทศ จําเปึนต้องทําตามลําดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชน ส่วนใหญ่เปึนเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชา นี่เปึนพระราชดํารัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านได้ทรงให้ไว้เมื่อป้ ๒๕๑๗ ต่อมาในป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนป้ที่เกิดฟองสบู่แตกนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับทราบถึงวิกฤติชาติ วิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนั้น และในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ ก็ได้มีพระราชดํารัสเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงเอาไว้ มีหลักใหญ่ ใจความว่า การจะเปึนเสือนั้นไม่สําคัญ สําคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมี พอกิน แบบพอมี พอกิน นั้นหมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตัวเอง ท่านประธานครับ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเปึนเรื่องใหญ่ แต่เมื่อมาดูถึงนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะบริหารโดยเฉพาะในวาระเร่งด่วนป้แรกนี่ไม่ได้อยู่แนวทางอย่างนี้เลย คําว่า พอเพียง ก็หมายความว่า พอประมาณ พอมีพอใช้อยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ฟุ์มเฟ๋อย ไม่ทํา อะไรเกินตัว ความพอเพียงกับความพอดีความหมายอย่างเดียวกัน เปึนความพอดีในชีวิต เปึนความพอดีในการใช้จ่าย เปึนความพอดีในความเปึนอยู่ เปึนความพอดีในการ ประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงทั้งสิ้น แต่นโยบายของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ ทุกท่านคงเห็นแล้วว่านโยบาย ประชานิยมที่ผ่านมาเมื่อ ๖–๗ ป้ ถามว่านโยบายประชานิยมเลวไหม ไม่เลว ถามว่า ดีไหม ไม่ดี ที่ไม่ดีก็เพราะว่าไม่เข้าใจในเรื่องของการสร้างความนิยมให้เกิดกับประชาชน โดยถ้านําเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากํากับ แนวทางแล้ว นโยบายจะไม่ออกมาอย่างนี้ เรื่องสําคัญในนโยบายที่กระผมจะชี้ให้เห็น นะครับว่า ทําไมเรื่องเร่งด่วนอ่านดูหลายข้อ มันเหมือนเรื่องเก่า ๆ ย้อนกลับมาอีกหนหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชน เอสเอ็มแอล (SML) สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลตระหนักหรือเปล่า หรือคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่ผ่านมาจากการที่ไปใช้นโยบาย อย่างที่ผ่านมานั้น มันทําให้ชาวบ้านหรือประชาชนเปึนหนี้เปึนสินเพิ่มขึ้น ในช่วง ๕–๖ ป้ เปึนหนี้เปึนสินเมื่อเริ่มต้นนโยบายครัวเรือนละประมาณ ๖๓,๐๐๐ บาท แต่พอมาเปึน ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ หรือปัจจุบัน มันเพิ่มขึ้นมาถึงครัวเรือนละ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๓๐,๐๐๐ บาท เท่าตัว ก่อนที่จะกําหนดนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ได้หันกลับไปดู ไหมว่าหนี้สินเหล่านั้น ปัญหาเหล่านั้นมันเปึนเรื่องเร่งด่วนไหมที่จะต้องแก้ไขให้ชาวบ้าน ให้ประชาชน แต่ดูจากนโยบายที่จะเปึนหนทางปัจจุบัน กลับเปึนว่าเอาของที่ประชาชน เคยเปึนปัญหาเรื่องหนี้สิน ยิ่งมาทําต่อก็เท่ากับมาเพิ่มหนี้ต่อ ไม่ได้มีเรื่องนโยบายรวมทั้ง ทางปฏิบัติในการที่จะไปขจัดหนี้สินอะไรต่าง ๆ ให้เขา แม้บอกว่าพักหนี้ แต่การพักหนี้นั้น ความหมายก็คือการลากหนี้ให้ยาวออกไป ไม่ได้แก้ไขนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ ชี้ให้เห็นในเบื้องต้นว่าเรื่องเร่งด่วน ๆ จริง ๆ ชาวบ้านเปึนหนี้เปึนสิน ไม่มีนโยบายอะไร นอกจากเปึนนโยบายลากหนี้หรือจะเพิ่มหนี้ให้เขาอีก

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ผลกระทบจากเกษตรกรหรือประชาชนที่ทําการเพาะปลูก พืชไร่ ผลกระทบจากการค้าเสรีที่รัฐบาลไปทํากันไว้ ในรัฐธรรมนูญก็บอกว่าถ้าผลกระทบ เกิดขึ้นจากโครงการของรัฐบาลหรือทําข้อตกลงระหว่างประเทศ จะต้องหาทางช่วยเหลือ ชดเชยผู้ได้รับผลเสียหายหรือผลกระทบนั้น แต่ในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ พูดถึงเรื่องอย่างนี้ ก็ขอเรียนให้ทราบนะครับ กฎหมายค้าปลีก ชาวบ้าน โชห่วย การค้าปลีกต่าง ๆ นั้นขณะนี้อ่อนแอลงไปทุกวัน เพราะว่ามาตรการต่าง ๆ ภาครัฐไม่ได้ จริงจังอะไรในการที่จะเข้าไปดูแล ไปสร้างความเข้มแข็งให้เขา แต่ว่าบริษัทร้านค้าใหญ่ ๆ โต ๆ ของต่างประเทศก็ดีของอะไรก็ดี ผุดขึ้นมาแทบทุกถนนหนทาง เพราะฉะนั้นเรื่อง อย่างนี้นะครับมันเปึนเรื่องที่นโยบายด้านเศรษฐกิจก็ไม่ได้เขียน ไม่ได้กําหนดในการแก้ไข เอาไว้ แล้วเรื่องเศรษฐกิจอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญ คือหนี้นอกระบบระบาดหนักมาก ท่านประธาน ท่านอยู่จังหวัดเชียงรายผมทราบดี หนี้นอกระบบนี่ชาวบ้านเดือดร้อน กันทั้งนั้น แต่เรื่องการแก้ไขการดําเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งจะต้องเปึนเรื่องเร่งด่วน รัฐบาล ควรจะเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านที่มาจากเจ้าหนี้นะครับ นอกจากนี้สิ่งที่ ผมอยากจะเรียนอีก ๒ เรื่องก็คือ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เขียนไว้สวย โดยเฉพาะความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่รูปธรรมจับต้องไม่ได้ว่าท่านจะแก้ไข อะไรในภาวะวิกฤติทางจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างนี้ รากเหง้าของปัญหาที่เกิดขึ้นจาก การอุ้มฆ่า ฆ่าตัดตอนมาจากยาเสพติดอะไรต่าง ๆ ก็ดี คนตายไป คนหายไป มีไหม ในนโยบายว่าท่านจะดําเนินการอย่างเฉียบขาดที่จะเอาตัวผู้กระทําผิดมาลงโทษ และคืน ความเปึนธรรมให้เขา ไปมัวแต่คิดกันถึงเรื่องจะปราบปรามท่าเดียว แต่บาดแผลที่ลึก อยู่ในหัวใจของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือเขาไม่ได้รับความเปึนธรรม ไม่ได้รับ ความยุติธรรม ผมฝากไว้ด้วยเวลาที่จํากัดอย่างนี้นะครับ

นโยบายของรัฐบาลที่แถลง ผมก็พยายามเป่ดดูเรื่องเกี่ยวข้องกับสิทธิ เสรีภาพของสื่อไม่มีนะครับ ท่านจะหลงลืมหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่สิทธิเสรีภาพของสื่อ เปึนสิ่งสําคัญอย่างยิ่งในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กรณีที่เกิดขึ้นในการแทรกแซง ป่ดกั้นสื่อ คุกคามสื่อเริ่มให้เห็นก็จําเปึนต้องฝากไว้ต้องพูดไว้ว่าท่านต้องตระหนักในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ พูดถึง เรื่องนี้ไว้ชัดเจนจะทําอะไรต้องคํานึงถึงรัฐธรรมนูญ เพราะท่านได้บอกกับสภาแห่งนี้ว่า ท่านจะตระหนักและปฏิบัติตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นในตอนสุดท้ายนี้ กระผมก็อยากจะขอฝากว่ารัฐบาลเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้ว ประชาชนนั้นเขา ต้องการอยู่ประมาณ ๔–๕ อย่างเท่านั้นในขณะนี้ เขาต้องการ

ข้อที่ ๑ ต้องการให้วิกฤติประเทศคลี่คลาย โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจต้อง ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ความคาดหวัง

ความต้องการของประชาชนในข้อที่ ๒ ต้องการรัฐบาลที่ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมและความสามารถในการบริหารประเทศ เขาต้องการอย่างนั้น

ข้อที่ ๓ นําประเทศสู่ความเปึนประชาธิปไตย ได้นักการเมือง พรรคการเมือง ที่ดีมาปกครองบ้านเมือง ประชาชนคาดหวังอย่างนั้น

ข้อที่ ๔ ปัญหาปากท้องความเปึนอยู่ การครองชีพของประชาชน เศรษฐกิจ ของประเทศ รวมทั้งความไม่สงบ ความไม่มั่นคงต่าง ๆ ในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นต้องได้รับการแก้ไขเยียวยาอย่างรีบด่วน

และสิ่งสุดท้ายที่ประชาชนคาดหวังเปึนข้อที่ ๕ คือประชาชนต้องการ ความสามัคคี ไม่แตกแยก รัฐบาลใช้คําว่า สมานฉันท์ ก็ขอให้สมานฉันท์ในทางปฏิบัติ อย่าสมานฉันท์เฉพาะคําพูด กระผมขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ลําดับถัดไป ท่าน พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร ในฐานะหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาครับ เวลาท่านหัวหน้าพรรคไม่จํากัดครับ เชิญครับ

พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ท่านประธานครับ ผมขอพูดและอภิปราย คําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีในข้อ ๑ โดยใช้ข้อ ๑.๒ มุ่งตรงไปยังการแก้ปัญหา ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บวกด้วยอีก ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลานั้น ปัญหานี้เปึนปัญหาที่ขอให้ทุกท่านได้รับทราบว่า เปึนปัญหามาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อต้นรัตนโกสินทร์ที่เปึนปัญหาหนัก เพราะฉะนั้นแสดงว่าปัญหานี้ได้เกิดขึ้นมาเปึนระยะเวลากว่า ๒๐๐ ป้แล้ว แต่ทําไมก็ยัง เกิดต่อไปอีกยังไม่จบ ผมคิดว่าทุกอย่างเราจะต้องยอมรับความจริง ความจริงเท่านั้นครับ เมื่อเรารู้แล้วเราจะแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าเราไม่ยอมรับมันก็จะมีปัญหาต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเปึนอย่างไร ก็ต้องเปึนอย่างนั้น เราจะได้แก้ปัญหา ได้ง่ายนะครับ ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เปึนปัญหาค่อนข้างรุนแรง และพระองค์ท่านก็ได้แก้ปัญหาไปเรียบร้อย แล้วปัญหานี้ ก็ยังไม่จบ มันก็คุกรุ่นอยู่ตลอด แต่ก็ไม่สามารถจะระเบิดขึ้นได้ ก็ด้วยวิเทโศบายของ พระมหากษัตริย์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ เปึนต้นมานะครับ มาจนถึงก่อนป้ ๒๕๓๖ ปัญหาก็เกิด ขึ้นมาอย่างนี้มาตามลําดับ ในป้ ๒๕๓๖ ที่เราคงจะทราบกันว่าได้มีการเผาโรงเรียน ในขณะเดียวกันทั้ง ๓๖ แห่ง ๓๖ โรงเรียน นั่นละครับปัญหามันเริ่มเกิดในช่วงนี้อีก แต่ก็ยัง ถือว่าเปึนปัญหาเก่านะครับ พอครั้นต่อมามาถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ทุกท่านทราบ ดีอยู่แล้วมีการปล้นป๋นที่กองพันทหารพัฒนา จากวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน วันนี้นะครับเปึนเวลาถึง ๔ ป้ ๔๘ วัน รวมแล้ว ๑,๕๐๘ วัน ทุกท่านได้รับทราบ สถานการณ์มาโดยตลอด หนังสือพิมพ์ในหน้า ๑ ก็ลงเกือบทุกวัน ทุกท่านทราบดี ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงตัวเลขที่เราต้องสูญเสียพี่น้องประชาชนและทหารที่ไปปฏิบัติการ ในพื้นที่นั้น รวมทั้งตํารวจด้วยนะครับ ทุกท่านคงจะพอทราบดีอยู่แล้ว บางปัญหาก็เปึน ปัญหาที่ค่อนข้างจะน่าเกลียดมากในภาพหนังสือพิมพ์ ผมอยากจะยกตัวอย่างในปัญหาหนึ่ง ที่บ้านหนึ่ง ตัวบิดาตัวพ่อถูกทําร้าย แล้วก็ตัดคอนะครับ ตัดคอด้วย แล้วก็มีภาพของลูกตัว เล็ก ๆ ซึ่งยังไร้เดียงสาหยิบคอที่อยู่อีกทางหนึ่งไปต่อกับลําตัวเปึนภาพที่ออกมาแล้ว เรียกว่าพวกเราก็คงหดหู่ไปตาม ๆ กันนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านได้เข้าใจว่า ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนปัญหาของพี่น้องคนไทยทุกคน ทั้ง ๖๓ ล้านคน จะไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะปัญหานี้ได้บั่นทอนสถานภาพต่าง ๆ ของบ้านเมืองอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งปัญหาความมั่นคงด้วย ได้บั่นทอน สิ่งนี้ไปมากเลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมอยากจะเชิญชวนให้พี่น้อง ประชาชนคนไทยทุกคนได้ติดตามปัญหา แล้วก็ต้องให้กําลังใจกับผู้ที่ปฏิบัติการอยู่ใน ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเปึนทหาร ตํารวจ หรือฝ์ายปกครองก็ตาม เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาก็ได้มี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในแง่มุมต่าง ๆ เรื่อง ความเปึนไปต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องความยุติธรรม ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งความยุติธรรม นี่เปึนปัญหาหนึ่งที่ช่วยทําให้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ระเบิดขึ้นมานะครับ ความไม่ยุติธรรมถ้าเกิดขึ้นที่ใด ชุมชนใด ชุมชนนั้นก็มีปัญหาแน่นอนนะครับ สําหรับ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้จะเปึนแนวทางเร่งด่วน ที่อยากจะให้รัฐบาลแก้ไขนะครับ ตามที่ผมได้กล่าวไปแล้ว

ปัญหาประการแรก ปัญหาเรื่องความมีเอกภาพในความคิด ถ้าสิ่งนี้ไม่มี ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนปัญหาแน่นอน เพราะฉะนั้นขอพูดกล่าวไปถึงผู้ที่ปฏิบัติ หน้าที่ต่าง ๆ ทุกคนที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติก็คือแม่ทัพ ภาคที่ ๔ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด ทั้งตํารวจ ผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๙ อย่างนี้เปึนต้น ผมอยากจะวิงวอนให้ทุกท่านสร้างเอกภาพในความคิดให้เกิดขึ้นได้นะครับ เมื่อเอกภาพทางความคิดเกิดขึ้นแล้ว เอกภาพในการทํางานก็จะเกิดขึ้นและจะนําไปสู่ เอกภาพในการบังคับบัญชา ซึ่งตรงนี้เปึนเรื่องที่สําคัญที่สุด ในปัจจุบันแม่ทัพภาคที่ ๔ ได้รับคําสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้มีอํานาจเต็ม เพราะฉะนั้นแม่ทัพภาคที่ ๔ จึงได้ประกาศ กฎอัยการศึก เพราะฉะนั้นในพื้นที่ทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าจะเปรียบเปึนในพื้นที่ การรบก็เหมือนยุทธบริเวณ เพราะฉะนั้นแม่ทัพภาคที่ ๔ เปึนผู้บัญชาการยุทธบริเวณ ผมถึงอยากจะให้ผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะส่วนของกองทัพภาคที่ ๔ นะครับ ส่วนของ ตํารวจทั้งหมดและกําลังส่วนหนึ่งของกองทัพเรืออย่างนี้เปึนต้น ผมอยากจะให้มีเอกภาพ ในการบังคับบัญชาให้เกิดขึ้นให้ได้ ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้เปึนอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว ผมคิดว่า จะง่ายต่อการปฏิบัติ ถ้ายังไม่เกิดก็มีปัญหาแน่นอน ซึ่งในขณะนี้ผมกล่าวอย่างตรง ๆ ว่า สิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้นโดยชัดเจนนะครับ

ประการที่ ๒ เปึนเรื่องที่สําคัญนะครับ ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันเปึนสถานการณ์ก่อการร้ายนะครับ แล้วเหตุที่เกิดขึ้นนี่เกิดขึ้นเปึนยุคใหม่ หรือที่ เราเรียกว่าเปึนเจนเนอเรชัน (Generation) ใหม่นะครับ ซึ่งเริ่มปรากฏมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ ที่ผมได้กล่าวไปแล้วเมื่อกี้นี้นะครับ มีการเผาโรงเรียน มีการปล้นป๋น มีการ ลอบวางระเบิด ฆ่าพระ ฆ่าพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งที่มีความสําคัญ เปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องยอมรับว่าเปึนเหตุการณ์สถานการณ์ก่อการร้ายนะครับ

ประการที่ ๓ เราจะต้องตั้งสมมุติฐานว่าผู้ก่อความไม่สงบส่วนใหญ่เลย อยู่ในบ้านไม่ใช่อยู่ในป์านะครับ ถ้าเราจะแยกกําลังก็แบ่งออกเปึน ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือ ส่วนคอมมานโด หน่วยนี้ละครับเปึนหน่วยที่ปฏิบัติการแบบทหาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ ๒ ก็คือพวก อาร์เคเค (RKK) แล้วพวกที่ ๓ คือยุวชนและเด็กเล็กนะครับ ในเรื่องนี้ ถ้าหน่วยคอมมานโดก็จะต้องใช้กําลังรบเข้าปฏิบัติการจึงจะแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้น จะต้องมีการลาดตระเวน ตรวจค้น กดดันไม่ให้กลุ่มคอมมานโดมีเสรีในการปฏิบัติ ถ้ามี เสรีในการปฏิบัติอย่างที่ปรากฏอยู่บ่อย ๆ ครั้งก็จะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นโดยตลอด สําหรับ พวกอาร์เคเคพวกนี้เราจะต้องดึงกลับมาเปึนฝ์ายเราให้ได้ ดึงกลับมาเปึนฝ์ายเรา ถ้าหากว่าเขาไม่มีความผิดร้ายแรงนะครับ พวกนี้มีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน ถ้าไม่มีความผิดอาญาร้ายแรงเราก็ควรจะประกาศนิรโทษกรรม จะต้องดึงกลับมาเปึน ฝ์ายเราให้ได้ สําหรับยุวชนและเด็กเล็กก็เปึนปัญหาที่สําคัญยิ่งเลยนะครับ เพราะว่า จะเปึนส่วนของเด็กพวกด้อยโอกาส เด็กกําพร้า เด็กชาวเขา และเด็กที่ไม่ใช่สัญชาติไทยนะครับ พวกนี้ควรจะเข้าไปโอบอุ้มดูแลนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา แล้วพุ่งเปัาไปที่การ รับรองวุฒิการศึกษานะครับ ช่วยให้เด็กเหล่านี้สามารถศึกษาต่อในระดับสูงต่อไปได้นะครับ ทั้งนี้จะต้องเปึนไปด้วยความสมัครใจของสถานศึกษานั้น ๆ หรืออาจจะให้มีการคัดเลือก เข้ามาดําเนินการขั้นแรกและขยายผลในระยะต่อไปนะครับ

ในประการที่ ๔ ปัญหาเรื่องยาเสพติด ขณะนี้ยาเสพติดได้มีการระบาด อย่างรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่เรียกว่า สี่คูณร้อย ไม่ใช่ ๔ x ๑๐๐ ในกรีฑานะครับ เปึนสี่คูณร้อยที่ประกอบด้วย ยาบ้า ใบกระท่อม ยาแก้ไอและยากันยุง ผสมกัน จะเห็นได้ว่าผู้ที่เขาปฏิบัติส่วนใหญ่จะมีการเสพสี่คูณร้อย เพราะฉะนั้นถ้าใครเสพ เข้าไปก็จะเกิดความลืมตัว มีความกล้าหาญ ยอมตายก็ยอมได้นะครับ เพราะฉะนั้น พวกนี้น่าเปึนห่วงมาก แล้วทางฝ์ายตรงกันข้ามก็อ้างว่าการทําวิธีซุมเป็าะ เพราะฉะนั้น เมื่อซุมเป็าะแล้วเสพสิ่งนี้เข้าไปแล้วก็พร้อมที่จะตายได้นะครับ

ประการที่ ๕ คือปัญหาเรื่องของบุคคล ๒ สัญชาติซึ่งมีอยู่จํานวนมากเลย อาจจะมีเปึนแสนคน ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการต่างประเทศ น่าจะเปึนกําลังสําคัญในการแก้ปัญหานี้ โดยที่บุคคล ๒ สัญชาตินี่จะต้องเลือกสัญชาติ ให้เขาเลือกสัญชาติ ถ้าเปึนสัญชาติ มาเลเซียทางเราก็จะออก กรีนคาร์ด (Green Card) ให้ แต่ถ้าเปึนสัญชาติไทย มาเลเซียก็จะ ออก กรีนคาร์ด ให้ ถ้าเปึนอย่างนี้แล้วนะครับจะทําให้การควบคุมได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น การเลือกสัญชาตินี้เปึนเรื่องที่สําคัญที่เรามีปัญหากันมาโดยตลอด ถ้าหากว่าเราทําสิ่งนี้ได้ แล้ว เราสามารถที่จะควบคุมช่องทางในการเข้าออก ซึ่งมีอยู่ ๖ ช่องทาง ที่ปาดังเบซาร์ สะเดา เบตง บูเก็ตตา สุไหงโก-ลก และตากใบ จะมีการควบคุมได้ง่ายและชัดเจนนะครับ

ปัญหาที่ผมสรุปมาอย่างย่อ ๆ นั้นเปึนปัญหาเร่งด่วน เปึนเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่ชายแดนภาคใต้ทั้ง ๓ จังหวัดนั้นต้องไปปฏิบัติโดยเร็ว อันนี้จะเปึนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อปัญหาเฉพาะหน้านี้เราแก้ให้ลุล่วงไปแล้ว ผมคิดว่าการที่จะเข้าไปพัฒนาไปฟุ๋นเรื่องเศรษฐกิจนั้นก็สามารถที่จะทําได้โดยง่ายนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ขอวิงวอนให้ทั้งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่และผู้ที่มีความรับผิดชอบในการ ช่วยเหลือและพี่น้องประชาชนทั่วไป อย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้กําลังใจแก่พี่น้องประชาชน ทั้ง ๓ จังหวัด และผู้ปฏิบัติหน้าที่นะครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่าทุกคนจะต้องมี ส่วนร่วม สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวไปนั้นเปึนเพียงเสียงส่วนน้อยเปึนส่วนสําคัญที่เจ้าหน้าที่ โดยตรงจะต้องปฏิบัติเสียก่อนทั้ง ๕ ประการ ถ้ามีครบทั้ง ๕ ประการแล้วผมคิดว่าปัญหา ที่จะเกิดความร้ายแรงเปึนรายวันอย่างที่ปรากฏอยู่นั้น ผมเชื่อมั่นว่าจะเกิดขึ้นได้ยาก และจะค่อย ๆ ละลายหายไปในที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเราทั้งหลายที่จะต้องนอกจาก จะให้กําลังใจแล้ว สิ่งที่ผมร้องขอแล้วก็วิงวอนให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือเอกภาพในการ บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นหน้าที่ในการปฏิบัติในขณะนี้น่าจะต้องไปอยู่ที่แม่ทัพภาคที่ ๔ ทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติทั้ง ๕ ประการนี้ ผมเชื่อว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะเบาบางลงอย่างแน่นอน และเข้าสู่ความสงบได้ในที่สุด กระผมขอขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณท่านหัวหน้าพรรค รวมใจไทยชาติพัฒนาครับ ต่อไปอาจารย์ผุสดี ตามไท พรรคประชาธิปัตย์ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ ๖ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะขออนุญาตอภิปรายเสริม ต่อจากเพื่อนสมาชิกในเรื่องนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในเฉพาะ ข้อ ๕.๒ เท่านั้นนะคะ คือเรื่องการสร้างเสริมความรู้ความคิดของประชาชนทางด้าน วิทยาศาสตร์และก็พร้อมทั้งเร่งผลิตแล้วก็พัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านประธานคะ เปึนที่ยอมรับกันนะคะว่าคนเปึนปัจจัยพื้นฐานสําคัญที่สุดของการพัฒนา ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แล้วก็การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็คือตัวช่วยที่สําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คําถามมี อยู่ว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ที่ไหนคะ ในเรื่องการพัฒนาบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี รวมถึงการสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการดํารงชีวิต ผลจากการศึกษาติดตามสะท้อนชัดเจนถึงความเปึนจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรคะท่านประธาน ดิฉันอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่างประกอบ

เรื่องแรกก็คือ ความสามารถที่จะเข้าใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ นักเรียนหรือที่นักวิชาการบางกลุ่มเรียกว่า การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ จากการที่ประเทศไทย ได้เข้าร่วมในโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติขององค์กรความร่วมมือและพัฒนา ทางเศรษฐกิจหรือที่หลายท่านเข้าใจและรู้จักกันว่า โออีซีดี (OECD) ซึ่งเน้นการประเมิน ความสามารถหรือการรู้เรื่องใน ๓ ปัจจัย ที่ถือว่าเปึนหัวใจของการพัฒนา ๓ ปัจจัย ที่ว่านั้นก็คือการอ่านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ดิฉันจะเน้นเฉพาะเรื่องวิทยาศาสตร์ เท่านั้นนะคะท่านประธานคะ การประเมินการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ดําเนินการในป้ ๒๕๔๙ แล้วก็เปึนการประเมิน นักเรียนอายุ ๑๕ ป้ ซึ่งก็ถือว่ากําลังจะจบการศึกษาภาคบังคับ และเขาประเมินนักเรียน ถึง ๔ แสนคน จาก ๕๗ ประเทศ ทั้งที่เปึนสมาชิกและไม่ใช่สมาชิกของโออีซีดี เพื่อจะดูว่า นักเรียนมีความพร้อมในเรื่องความรู้แล้วก็ทักษะที่จําเปึนในการเปึนประชาชนที่มีคุณภาพ ในอนาคต แล้วก็มีส่วนร่วมสร้างสังคมได้หรือไม่เพียงใด ท่านประธานคะ ผลการประเมิน การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ของนักเรียนไทยเมื่อป้ ๒๕๔๙ น่าห่วงใยมาก ในภาพรวมพบว่า การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ของนักเรียนไทยอยู่ในระดับต่ํา ต่ํากว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก โออีซีดี และถ้าจะจัดอันดับการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์จาก ๑ คือระดับต่ําสุด ๖ คือระดับ สูงสุด และ ๒ คือระดับพื้นฐาน พบว่านักเรียนไทยเกือบครึ่งหนึ่งคือ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ มีระดับการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ต่ํากว่าระดับพื้นฐานอีกค่ะ หมายความว่าอย่างไรคะ นั่นก็หมายความว่านักเรียนไทยยังได้รับการเตรียมตัวไม่พอสําหรับการใช้ชีวิตการเปึน พลเมืองที่มีศักยภาพ แล้วก็จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจทําให้แข่งขันกับคนอื่น ๆ ได้ ในอนาคต ในขณะที่เพื่อนบ้าน เช่น เกาหลี ญี่ปุ์น จีน มีผลการประเมินอยู่ในกลุ่มสูงทั้งสิ้น ตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งนะคะคือเรื่องจํานวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสายงานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี บุคลากรที่ทํางานวิจัยและพัฒนาเต็มเวลามีน้อยค่ะ เพียง ๓ คนต่อ ประชากรหมื่นคน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ต้องมีไม่น้อยกว่า ๑๐ คน หันไปดูสัดส่วนผู้สําเร็จ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เทียบกับนักเรียนที่จบเรื่องอื่น ๆ นะคะ ก็มีเพียง ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สิงคโปร์มีถึง ๕๘ เปอร์เซ็นต์ เกาหลีมีถึง ๓๘ เปอร์เซ็นต์ จํานวน นักศึกษาล่ะคะที่เรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งที่กําลังเรียนอยู่แล้วก็ที่กําลังเข้าใหม่ ก็มีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดเลยค่ะว่าประเทศไทยยัง อ่อนด้อยเหลือเกินในเรื่องกําลังคนทางสายอาชีพวิทยาศาสตร์

ตัวอย่างสุดท้ายท่านประธานคะ ก็คือปัญหาวิถีชีวิตของประชาชนที่พบ เห็นกันอยู่ทุกวัน จํานวนประชากรที่เปึนธาลัสซีเมีย (Thalassaemia) นี้เราจะได้ยินบ่อยเลยนะคะ ว่ามีจํานวนมากเหลือเกิน ช่วงนี้ป้นี้น่าจะใกล้ล้านคนเข้าไปแล้ว แล้วก็ไม่มีแนวโน้ม ว่าจะลดลง จริง ๆ แล้วถ้าเกิดประชาชนมีความรู้ความเข้าใจว่ามันเปึนโรคที่ ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ก็คงจะต้องมีวิธีการ มีมาตรการ ให้ช่วยกันไปตรวจเลือด เสียก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่หรือว่าจะมีลูก แต่เพราะความไม่รู้อย่างนี้แหละค่ะ จึงได้ทําให้จํานวนคนเปึนธาลัสซีเมียนั้นมีมากขึ้นเรื่อย ๆ

อีกเรื่องหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกเอ่ยขึ้นมาก็คือเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ หากว่า เกิดขึ้นโดยรู้ไม่เท่าทันก็จะก่อให้เกิดผลร้ายหลายประการตามมา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการ ตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจนําไปสู่การยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ถูกต้องตามหลักทางการ แพทย์ อาจทําให้เสียชีวิต หรือไม่อย่างนั้นก็ติดโรคต่าง ๆ ที่ร้ายแรง เช่น เรื่องเอดส์ (AIDS) ซึ่งบัดนี้กําลังเกิดขึ้นมากที่สุดในกลุ่มเสี่ยงใหม่คือกลุ่มเยาวชน แล้วก็นอกจากนั้น ท่านประธานคะ ยังคงมีประชาชนจํานวนไม่น้อยที่เลือกตัดสินใจแก้ปัญหาโดยที่พึ่งพา ไสยศาสตร์ สิ่งเร้นลับ มือที่มองไม่เห็น หรือว่าอื่น ๆ โดยที่ไม่ใช้ข้อเท็จจริง ไม่ใช้ความรู้ แล้วก็ข้อมูลนะคะ ซึ่งอันนี้ก็พบเห็นกันอยู่เสมอ ๆ ดิฉันเคารพในสิทธิของแต่ละบุคคล ในความเชื่อ แต่ดิฉันเองคาดว่าคนส่วนมากอาจจะไม่มีโอกาสได้เข้าถึงความรู้และทักษะ ทางวิทยาศาสตร์นี้ ท่านประธานคะ สิ่งเหล่านี้แหละค่ะที่ล้วนแต่ยืนยันว่าสังคมไทย ยังห่างไกลมากเหลือเกิน จากการใช้ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการดํารงชีวิต การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีตรงนี้เปึนนโยบายที่ดีนะคะ แล้วก็อยาก ที่จะต้องให้มันกลายเปึนวัฒนธรรมทางวิทยาศาสตร์นะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าต้องให้ วัฒนธรรมทางวิทยาศาสตร์นั้นเปึนวิถีชีวิตของทุกคน ให้รู้คิด มีใจใฝ์รู้ แล้วก็คิดอย่าง เปึนระบบเพื่อจะตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ ท่านประธานคะ ชัดเจนแล้วนะคะว่า ถ้าเผื่อ ยังปล่อยให้สถานการณ์เปึนอย่างนี้โดยไม่เร่งดําเนินการ โอกาสที่ประเทศไทยจะเปึนสังคมแห่งปัญญา จะสร้างความสามารถที่ยั่งยืนแล้วก็แข่งขัน กับประเทศอื่น ๆ ได้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ ก็คงจะริบหรี่เต็มที ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่า ท่านต้องทําเรื่องนี้เปึนวาระเร่งด่วน เริ่มลงมือ ทันทีในป้นี้ ในวันนี้ แล้วก็ว่าที่จริงท่านรัฐมนตรีคงไม่ต้องทําอะไรมากเลยนะคะ เพียงแต่ ตัดสินใจด้วยความมุ่งมั่น บริหารจัดการ เชื่อมร้อย แล้วก็สนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ แล้วแผนเขาดีมากเลย ให้เขาได้ทํางานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้มีระดับการรู้เรื่อง วิทยาศาสตร์ที่สูงขึ้น แล้วก็ให้วัฒนธรรมวิทยาศาสตร์นั้นเปึนวิถีชีวิตของทุกคน ท่านประธานคะ ดิฉันคงจะต้องขอเรียนติดตามนะคะ แล้วก็อยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีด้วยว่ามีแผนปฏิบัติการในเรื่องนี้อย่างไร ขอบพระคุณค่ะ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ตรงเวลาเป็ะเลยครับ ขอบคุณ มากครับ ต่อไปท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ พรรคชาติไทย เชิญครับ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมานั้น ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้นําเสนอ ปัญหาที่หลากหลายผ่านท่านประธาน และผมก็เห็นครับว่าปัญหาหนึ่งที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหยิบยกขึ้นมาพูดกันเปึนจํานวนมากนั่นก็คือปัญหาเรื่องของการเกษตร และในวันนี้ผมก็ขออนุญาตนําเสนอท่านประธานในปัญหาเรื่องการเกษตรเช่นเดียวกัน ครับ เนื้อหาที่ผมจะนําเสนออาจจะสอดคล้องและใกล้เคียงกับผู้ที่ได้มีโอกาสอภิปราย ก่อนหน้านี้แล้วบ้าง แต่ผมก็จะขอนําเสนอในเชิงลึก เพื่อที่นําฝากท่านประธาน นําประกอบการตัดสินใจ และเปึนปัญหาที่ผมได้รับปากกับพี่น้องในเขตพื้นที่ของผมไว้ว่า จะนํามาแก้ไขให้กับพี่น้องในสภา ท่านประธานครับ เปึนที่ทราบกันดีครับว่าเกษตรกรของ ไทยเรานั้นเปึนผู้ที่ค่อนข้างจะขาดโอกาส นอกจากเขาเหล่านั้นจะเหน็ดเหนื่อยทั้งแรงกาย แรงใจแล้วยังไม่สามารถที่จะเปึนกลไกใดในการกดดัน ในการขับเคลื่อน หรือจะกําหนด ทิศทางอนาคตของเขาได้เลย ชาวเกษตรกรไทยนั้นนะครับก็เพียงแต่รอความหวัง แล้วก็รอคอยหวังว่าเมื่อไรรัฐจะได้มาช่วย หวังว่าถ้าวันไหนถ้าเขาถูกหวยก็คงจะรวย เพราะถูกหวย ถูกลอตเตอรี่ หวังว่าเมื่อไรถึงจะหมดหนี้เสียที หวังว่าถ้าป้นี้เขาโชคดี ก็คงจะขายพืชผลดี มีราคา อย่างป้นี้ครับท่านประธานนับเปึนเรื่องที่น่ายินดีสําหรับพี่น้อง ชาวนาของประเทศไทยคือราคาของข้าวหอมมะลิสูงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ป้นี้ราคาข้าว ครับท่านประธานสูงขึ้นมาตันละ ๑๐,๑๕๐ บาท ถ้าเทียบกับป้ที่แล้วข้าวหอมมะลิราคา เพียง ๘,๔๔๓ บาท สูงขึ้นมา ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ราคา ๖,๙๕๕ บาท สูงขึ้นจากป้ที่แล้ว ๖,๕๐๐ บาท สูงขึ้นมา ๗ เปอร์เซ็นต์ นับเปึนเรื่อง ที่น่ายินดี แต่ต้องถามต่อไปครับ ถามว่า แล้วเราจะได้รับข่าวดีอย่างนี้อีกกี่ป้ เราไม่ทราบ ถามว่าป้นี้ชาวนาขายข้าวได้ราคาน่าจะมีกําไรเหลือใช่หรือไม่ ถ้าคิดว่าข้าวขายได้ราคา อย่างเดียวก็คงจะมีกําไรครับ แต่ในความเปึนจริงแล้วไม่ใช่ เพราะตลอดระยะเวลา ๑ ป้ ที่ผ่านมาราคาปุิย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปุิยเคมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้นําเรียนท่านประธานไปแล้ว ซึ่งราคาปุิยนี้ส่งผลกับต้นทุน ในการผลิต เพราะในการเพาะปลูกข้าว ๑ ไร่นั้นจะใช้ปุิยประมาณ ๔๐ กิโลกรัม และ ๑ ฤดูเก็บเกี่ยวจะใส่ปุิยทั้งสิ้น ๓–๔ ครั้ง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจครับ ว่าทําไมชาวนา ขายข้าวแล้วถึงไม่เหลือเงิน ราคาปุิยมีปัจจัยแปรผันโดยตรงกับราคาน้ํามัน เพราะว่าใช้ วัตถุดิบประเภทเดียวกัน เราจะเห็นได้ว่าต้นป้ ๒๕๕๐ ราคาวัตถุดิบในการทําปุิยอยู่ที่ ประมาณ ๒๘๘ ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่มาถึงป้นี้ในเดือนมกราคมป้นี้ราคาวัตถุดิบใน การทําปุิย ๔๑๕ ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งทําให้ปุิยราคาสูงขึ้นมากครับ ผมขอยกตัวอย่าง อย่างเช่น ปุิยสูตร ๑๖-๑๖-๘ หรือสูตร ๔๖-๐-๐ ซึ่งเราเรียกว่าปุิยนา ขยับจากราคา ๔๗๐บาท เปึนราคา ๙๐๗ บาท ๙๐๗ บาทนี่ราคาเมื่อวานนี้ท่านประธานครับ ราคาปุิย สูงขึ้นถึง ๙๒.๙๗ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ข้าวขึ้นราคาแค่ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ปุิยสูงขึ้นมา ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จริงอยู่ครับที่รัฐบาลมีแนวนโยบายที่อยากจะผลักดัน ให้ประชาชนหันมาใช้ปุิยอินทรีย์ แต่ต้องยอมรับว่าในการใช้ปุิยอินทรีย์นั้นยังไม่รวดเร็ว ทันใจ ถูกใจ ตรงใจพี่น้องเกษตรกรเท่าที่ควรนัก และผมเชื่อครับว่าคงต้องใช้ระยะเวลา สักระยะหนึ่งในการปรับกระบวนความคิด ปรับแนววิถีชีวิตของเขาให้หันมาใช้ปุิยอินทรีย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าทําไมขายข้าวแล้วไม่ได้ราคา แล้วเราจะทําไปทําไม ผมเคยถามชาวบ้านครับ ถามว่าพี่ทํานา พี่ขายข้าว พี่ไม่ได้ราคา พี่ไม่ได้กําไร แล้วพี่จะทํา นาไปทําไม ทําไมไม่ไปทําอาชีพอื่น ก็ต้องขอตอบครับท่านประธาน เขาทําอาชีพอื่นไม่ได้ หรอกครับ เพราะการทํานาไม่ใช่เปึนเรื่องของกําไร ไม่ใช่เปึนเรื่องของการขาดทุน แต่มัน เปึนวิถีชีวิต ชาวนานอกจากเขาจะทํานาแล้วเขาไม่สามารถทําอย่างอื่นได้ ไม่ว่าจะกําไร หรือขาดทุนเขาก็ต้องทํา ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าเปึนหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องช่วยเหลือเขา ในส่วนนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่เปึนเพียงตัวอย่างของเกษตรกรผู้โชคดี ก็คือ ชาวนาที่บังเอิญขายข้าวได้ราคาในป้นี้ แต่ก็ยังมีเกษตรกรบางกลุ่มครับ ซึ่งไม่ได้โชคดี อย่างนั้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง คือกลุ่มผู้เพาะปลูกหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษ ถ้าพูดถึงจังหวัดศรีสะเกษนั้นพูดถึงหอมแดงทุกคนก็จะรู้ดีครับว่าหอมแดงศรีสะเกษพอจะ มีชื่อเสียงอยู่บ้าง เพราะหอมแดงที่ศรีสะเกษนั้นมีหัวใหญ่ ผิวมัน ลักษณะแห้ง และที่ สําคัญคือคอเล็ก ท่านประธานครับ ถ้าเรามาดูราคา ต้นฤดูคือเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคม เกษตรกรผู้เพาะปลูกหอมแดงสามารถขายหอมแดงได้ในราคา กิโลกรัมละ ๓๐ บาท ตอนนี้ครับเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์เปึนปลายฤดูขายได้ราคา เพียง ๓ บาท ท่านประธานครับแล้วปัญหาเช่นนี้ไม่ได้เกิดแค่ป้นี้ป้เดียว มีอยู่ทุกป้ แล้ววิธีการแก้ปัญหานั้นผมจะได้นําเสนอในลําดับต่อไปนะครับ เนื่องจากวันนี้มีเวลาน้อย

ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะขอฝากครับ หลังจากที่ได้ อ่านนโยบายของรัฐบาล ผมก็มีความรู้สึกยินดีครับ ที่ในรัฐบาลนี้ให้ความสําคัญเรื่อง การจัดการน้ําในพื้นที่ภาคอีสาน เพราะผมจําได้ครับตั้งแต่ผมเปึนเด็กไม่ว่าจะอยู่ ชั้นประถม มัธยม หรือว่ามหาวิทยาลัย ทุกรัฐบาลที่พูดถึงเรื่องน้ํา ที่พูดถึงเรื่องการจัดการ น้ํา ผมได้ยินเมื่อไรผมก็จะดีใจเพราะว่าจะมีคนแก้ปัญหาให้กับพวกเราชาวอีสานแล้ว พื้นที่ในการเพาะปลูกของภาคอีสานนั้นมีทั้งหมด ๕๘ ล้านไร่ คิดเปึนร้อยละ ๔๔ ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด แต่ท่านประธานครับ มีการจัดการน้ําเพียงร้อยละ ๖.๑ ล้านไร่ เท่านั้นเอง คิดเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่มากที่สุดแต่การจัดการน้ําน้อยที่สุด แต่ต่อให้ การจัดการน้ําถึงแม้ว่าจะดีแล้วก็ตาม ท่านประธานครับ ผมก็เชื่อครับว่าในการกระจายน้ํา สู่พี่น้องชาวเกษตรกรคงเปึนไปได้อย่างไม่ทั่วถึงเท่าที่ควรนัก เพราะพื้นที่ค่อนข้างจะกว้าง และปัญหาที่เราประสบพบเจอและได้รับเรื่องร้องเรียนบ่อยนั่นก็คือปัญหาเรื่องไฟฟัา เพื่อการเกษตร ท่านประธานครับ ที่นาบางแปลง พื้นที่เพาะปลูกบางแปลงจําเปึนจะต้อง ขนน้ําจากแหล่งน้ําเปึนระยะทางไกลพอสมควร ถ้าเราใช้มอเตอร์ที่ใช้น้ํามันในภาวะ น้ํามันอย่างนี้ละก็ผมเชื่อว่าเกษตรกรคงไปไม่รอด แต่ถ้าใช้ไฟฟัาการเกษตรละก็เชื่อว่า น่าจะลดต้นทุนได้มากพอสมควร ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า ในการเพาะปลูกหอม ต่อพื้นที่ ๑ ไร่ ราคาต้นทุนถ้าเราใช้ไฟฟัาค่าไฟฟัาจะอยู่ที่ประมาณ ๖๐๐ บาท แต่ถ้าเกิด เราใช้น้ํามันจะอยู่ที่ ๕,๕๐๐ บาท ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนต่างกันมากครับ คือต่างจาก กิโลกรัมละ ๘.๑๔ บาท เปึน ๑๐.๒๔ บาท ท่านประธานครับ เวลาของผมคงจะหมดแล้ว คงต้องขอฝากท่านประธานว่าในการแก้ปัญหาภาคเกษตรนั้น ในเรื่องราคาเราจะอุดหนุน ราคาเท่าไรก็ได้ แต่มันก็ยังมีปัจจัยอยู่หลายปัจจัยที่คอยบีบคั้นที่คอยกดดันเราไม่ว่า จะเปึนปัจจัยเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้เรื่องราคากับต่างประเทศ ดังนั้นในเรื่องของราคา มีข้อกําหนด มีข้อจํากัด แต่สิ่งที่ผมนําเรียนท่านประธานนั้นน่าจะเปึนทางหนึ่งที่ช่วย ในการลดต้นทุนในการแบ่งเบาภาระของพี่น้องชาวเกษตรกรได้ครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ในส่วนของ สนช. ท่านพูลศักดิ์ อยู่ประเสริฐ เชิญครับ

นายพูลศักดิ์ อยู่ประเสริฐ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพูลศักดิ์ อยู่ประเสริฐ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา รัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายก่อนเข้า ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งมีนโยบายที่ผมได้อ่านดูแล้วก็เปึนนโยบายที่ดีแล้วก็จะเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนเพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป และหลังจากการแถลงนโยบาย เสร็จสิ้นแล้วคณะรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ที่จะต้องทําแผนบริหารราชการแผ่นดินเพื่อเปึน แนวทางในการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว แล้วก็มีหน้าที่มารายงานต่อรัฐสภาในแต่ละป้ เปึนการสรุปผล จากนโยบายที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้เปึนนโยบาย ที่ครอบคลุมกว้างขวางหลายประเด็น ในวันนี้กระผมขอนํามาอภิปรายบางประเด็น ซึ่งคิดว่าเปึนนโยบายที่ผมขอให้การสนับสนุน โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาล จะดําเนินการในป้แรกนี้ ในข้อ ๑.๑๔ เร่งรัดการลงทุนที่สําคัญของประเทศ เช่น การพัฒนาระบบไฟฟัาขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ๙ สาย รถไฟ ความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟชานเมือง และรถไฟก้างปลา เชื่อมโยงจังหวัดที่ยังไม่มีรถไฟ ขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า กระผมอยากจะกราบเรียนประกอบในการที่ทางรัฐบาล จะทําแผนในการปฏิบัติการต่อไป โดยขอเสนอแนะว่านโยบายดังกล่าวนี้ถือว่าน่าจะเปึน นโยบายที่ปฏิรูประบบการขนส่งในระบบราง เพราะตั้งแต่ผมเกิดมา และใช้บริการของ การรถไฟแห่งประเทศไทย จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร ถ้าสามารถนํา รถไฟความเร็วสูงมาใช้ได้ ก็จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่สําคัญที่ผมอยาก กราบเรียนเปึนข้อคิดเห็นประกอบก็คือว่าการดําเนินการโครงการดังกล่าวนี้ ถือว่าเปึน โครงการที่ใช้เงินมหาศาลนะครับ ที่เรียกว่า เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) การดําเนินการทั้งหลายควรที่จะมีการระดมสมอง ระดมความรู้ของผู้ที่มีความรู้ ผู้ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อจัดทําให้มีแผนแม่บทหรือที่เรียกว่า มาสเตอร์แพลน (Master Plan) ให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะระบบรางปัจจุบันที่ใช้กันอยู่มีหลายเทคโนโลยี หลายแบบ บางแบบก็ไม่สามารถใช้ร่วมกับระบบอื่นได้ ระบบรางบางอย่างบางแบบก็สามารถ ใช้เปึนระบบร่วมกับระบบอื่นได้ ฉะนั้นการลงทุนดังกล่าวนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ถ้าเปึนไปได้อย่าให้มีการนําเทคโนโลยีเข้ามา เปึนการซื้อผลิตภัณฑ์ของเขาเข้ามา รัฐบาล ควรที่จะจัดตั้งให้มีระบบการอุตสาหกรรมรองรับ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประเทศ ไทย ไม่ใช่ว่าจะไปซื้อเทคโนโลยี ซื้อตัวรถของเขามา อยากที่จะให้ดําเนินการโดยมี โรงงานผลิตในประเทศไทยเพื่อที่จะให้เกิดการจ้างงาน เพราะว่าโครงการดังกล่าวนี้ จะใช้เงินมากมายมหาศาล และมาตรฐานของการกําหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ก็อยาก จะให้เปึนมาตรฐานกลาง อย่างขนาดรางซึ่งปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยใช้ราง มีความกว้างประมาณ ๑ เมตร ก็ควรที่จะเปลี่ยนระบบรางใหม่ให้เปึนระบบราง แบบมาตรฐานซึ่งมีความกว้างประมาณ ๑.๔๓๕ เมตร ที่เรียกว่าเปึน สแตนดาร์ด เกท (Standard gate) ก็จะทําให้สมรรถนะหรือการรองรับการบรรทุก การรองรับความเร็วของรถไฟก็จะเปึน ประโยชน์มากขึ้น แล้วก็อยากให้คํานึงถึงระบบโลจิสติก (Logistics) การขนส่งที่ครบวงจร เพราะปัจจุบันนี้ระบบโลจิสติกของประเทศไทยต้องขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ภาระค่าขนส่งสินค้าทั้งหลายยังสูงอยู่ ส่วนใหญ่ประเทศไทย จะใช้การขนส่งโดยรถบรรทุกซึ่งทําให้ถนนก็ได้รับความเสียหาย เปึนการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ควรจะใช้ระบบรางมาดําเนินการในส่วนของระบบรถไฟฟัาในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑลผมก็เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง และควรจะมีตั้งนานแล้ว ควรจะสร้างตั้งนานแล้ว ท่านประธานที่เคารพในปัจจุบันนี้การบริโภคน้ํามันเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและ เขตปริมณฑลวันหนึ่งมีการบริโภคน้ํามันประมาณเปึนเงินไม่ต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เปึนค่าน้ํามันในแต่ละวัน ถ้ามีระบบขนส่งมวลชนไฟฟัาที่ดี ที่มีการออกแบบวางแผน ในเรื่องของจุดขึ้นจุดลงให้ตรงตามความเปึนจริง อย่าไปชี้นําบริษัทที่จะมาสํารวจ ออกแบบและกําหนดสถานีให้เปึนไปตามความจริงก็จะสามารถแบ่งเบาภาระ การจราจรในกรุงเทพมหานคร และจะลดการบริโภคน้ํามันของพี่น้องประชาชนในเขต กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลได้ ก็จะทําให้นําเข้าน้ํามันน้อยลง นอกจากนี้ การดําเนินการในอดีตที่ผ่านมาของรถไฟฟัาก็คือการให้สัมปทานกับเอกชน โดยทางรัฐ เปึนผู้ลงทุนอุโมงค์ ซึ่งเปึนการลงทุนประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ วงเงินการลงทุนนั้นคือการนําตัวรถและระบบราง ระบบอาณัติสัญญาณเข้ามานั้นจะเปึน การให้สัมปทาน ผมอยากจะให้รัฐดําเนินการเองเพื่อที่จะสามารถควบคุมราคาของ ค่าโดยสารได้ เพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่จะได้ใช้ประโยชน์ ในระบบการขนส่งมวลชนของรถไฟฟัาได้

และในประเด็นต่อมาที่เปึนนโยบายของรัฐบาล ข้อ ๑.๑๘ การขยายพื้นที่ ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานโดยฟุ๋นฟูและขุดลอกแหล่งน้ํา ธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ําผิวดินและใต้ดิน โดยดําเนินการก่อสร้างระบบ ชลประทานขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อประโยชน์ในการปรับโครงสร้าง ภาคการเกษตร การบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง

ในประเด็นของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําก็เช่นกัน ผมอยาก กราบเรียนขอเสนอความคิดว่าระบบน้ําซึ่งเปึนหัวใจที่สําคัญในการเกษตรถ้ารัฐบาล จะดําเนินการในเรื่องนี้อยากจะทําให้เปึนแผนแม่บทเหมือนกับระบบราง ระบบการขนส่ง ทางรถไฟฟัาหรือรถไฟด้วย เพื่อที่จะสามารถดําเนินการให้ครบวงจร พี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศเราทุกท่านก็ทราบดีว่าเปึนเกษตรกร แต่สิ่งที่จะช่วยหรือว่าเปึนสิ่งที่ สําคัญที่จะนํามาใช้เพื่อการเกษตรก็คือน้ํา แต่การบริหารจัดการน้ําในอดีตที่ผ่านมา ขาดการดูแลจากรัฐบาล และการทํางานก็ไม่มีการบูรณาการ ไม่มีการรวบรวมทําให้เปึน ระบบเดียว ผมอยากจะให้ทําเปึนแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ํา และโดยเฉพาะ ถ้าจะเริ่มทําอย่าเน้นแต่การขุดแหล่งน้ําผิวดิน ใต้ดินทั้งหลาย ขุดลอก ผมอยากจะให้ วางเปึน มาสเตอร์แพลน ขุดเปึนคลองมีความกว้างประมาณ ๖๐-๑๐๐ เมตร จะช่วย ในการบริหารจัดการน้ํา ไม่ว่าจะเปึนในหน้าแล้งก็จะมีน้ําใช้ ในหน้าฝนฤดูน้ําท่วม ก็สามารถบริหารจัดการน้ําได้อย่างดี และนอกจากนั้นยังสามารถใช้ในการขนส่ง การคมนาคมก็จะเข้าเปึนระบบเดียวกันกับระบบการขนส่งระบบราง คือทําให้เปึน โลจิสติกไปเลย คือเปึนการขนส่งครบวงจร เอามาทําประมงก็ได้ ทําได้อีกหลายอย่าง แต่การที่จะใช้ทางน้ํา ทางแม่น้ํา ลําคลองเดิมโดยการขุดลอกนั้น โดยสภาพธรรมชาติแม่น้ํา ทั้งหลายนั้น จะไม่มีความตรงจะคดไปเลี้ยวมา ถ้าจะดําเนินการก็อยากจะให้ดําเนินการ เปึนแผนแม่บท ขุดแล้วก็สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายสิ่งหลายอย่าง พี่น้องเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันนี้มีโรงงานการผลิตของเขาก็คือที่ดิน แต่เขาสามารถใช้โรงงานการผลิตคือที่ดิน ของเขานั้นแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเองในแต่ละป้ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ประโยชน์แค่การทํานา ในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งก็ปล่อยทิ้งไว้ เปึนที่น่าเสียดายมาก ถ้าสามารถทําระบบบริหาร จัดการน้ํา มีคลองขนาดใหญ่และมีคลองขนาดย่อย พี่น้องเกษตรกรก็สามารถที่จะทํา การเกษตรได้ตลอด ที่ดินซึ่งเปึนโรงงานของเขานี้ก็สามารถผลิตสินค้า และทางรัฐบาลก็จะได้ สนับสนุนในเรื่องของเทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีอุตสาหกรรมทางการเกษตร ประกอบเข้ามา น่าจะมีการวางแผนให้เปึนระบบครับ ถ้าเปึนไปได้ผมก็ดีใจครับ ที่ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ท่านมองเห็นปัญหา ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้กับ เกษตรกรซึ่งเปึนพี่น้องส่วนใหญ่ของประเทศได้ก็จะทําให้เปึนการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้อง เกษตรกร ที่ดินของเขาที่ปล่อยทิ้งไว้เปึนเวลา ๕ เดือน ๖ เดือน ครึ่งหนึ่งของแต่ละป้นั้น ก็จะได้สามารถนํามาทําประโยชน์ และในประเด็นนี้ผมอยากขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่า ผมได้สังเกตมาแล้วก็ดูแล้วว่าอุปสรรคในทางการเกษตรที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันเกี่ยวข้องกับกฎหมายครับท่านประธาน ก็คือกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว ซึ่งในบัญชีที่ ๑ ที่ห้ามคนต่างด้าวเข้ามาดําเนินการอย่างเด็ดขาด มีเรื่องการเกษตรอยู่ด้วย ผมอยากจะให้ยกเลิก เพราะว่าถ้ายกเลิกบัญชีที่ ๑ ไม่ให้เรื่อง การเกษตรนี้อยู่ในบัญชีที่ ๑ คนต่างชาติสามารถที่จะเข้ามาลงทุนในทางการเกษตรได้ แล้วก็จะนําเอาเทคโนโลยีในการปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกผลไม้ และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ตามเข้ามา และที่สําคัญคือต่างชาติหรือว่านักลงทุนต่างชาติดังกล่าวเหล่านี้นอกจากจะมาเพิ่ม ความสามารถในการเพิ่มผลผลิต เอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรของ ไทยแล้ว เขายังเอาการตลาดมาด้วย ก็คือเขาจะต้องหาตลาดในการนําสินค้าผลผลิต ทางการเกษตรไปจําหน่าย ก็จะเปึนผลประโยชน์ตกกับเกษตรกร ผมจึงเห็นด้วยนะครับ กับที่รัฐบาลในเรื่องของนโยบายข้อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและภาคการเกษตรนั้น ผมจึงเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับ อยากจะให้รัฐบาลรีบดําเนินการเพื่อที่จะทําให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวเกษตรกรซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเปึนผู้ที่ จะต้องได้รับผลจากการพัฒนาที่ไม่เปึนธรรม ขณะที่ทางการอุตสาหกรรมการมาตั้ง โรงงานตั้งอะไรทั้งหลาย รัฐบาลได้ตั้งสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) ให้สิทธิประโยชน์หลายสิ่งหลายอย่าง เครื่องจักร รายได้ทั้งหลาย ก็ไม่ต้องมาจ่ายภาษีเปึนเวลาถึง ๘ ป้ เครื่องจักรที่สั่งเข้ามาก็ไม่มีภาษี ขายของก็ไม่ต้อง เสียภาษี แต่พี่น้องเกษตรกรของเราขาดการเหลียวแลจึงทําให้ต้องทิ้งไร่ ทิ้งนา ทิ้งพ่อ ทิ้งแม่ ทิ้งครอบครัวเข้ามาเปึนผู้รับจ้างขายแรงงาน ซึ่งถ้ารัฐบาลสามารถทําให้พื้นที่ การเกษตร คือที่ดินของพี่น้องเกษตรกรนี้สามารถดําเนินการผลิตผลทางการเกษตร ได้ตลอดป้ ก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วเปึนการเพิ่มรายได้ เกษตรกรทั้งหลาย ก็สามารถที่จะใช้ชีวิต ดําเนินชีวิตหารายได้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย ๑ เท่า คือสามารถใช้ที่ดิน ของเขามากขึ้นอีก ดีกว่าที่จะปล่อยทิ้งไว้ อย่างตอนนี้ถ้าท่านประธานหรือทาง ท่านคณะรัฐมนตรีออกไปตามต่างจังหวัด ซึ่งเราเห็นกันจนชินแล้วนะครับในชีวิตนี้ แต่ถ้า รัฐบาลสามารถดําเนินการโครงการนี้ได้โดยจัดเปึนแผนแม่บทให้ดีให้ใช้ประโยชน์ได้ ในหลายสิ่งหลายอย่าง ต่อไปน้ําท่วมก็จะไม่มี เพราะสามารถบริหารจัดการได้ น้ําแล้ง ก็จะไม่มี เพราะว่าคลองที่ขุดนั้นจะสามารถเก็บกักน้ําได้มหาศาล และส่วนหนึ่งก็สามารถ ต่อเอาน้ํามาใช้จากแม่น้ําโขงได้ด้วย ผมจึงมีความเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับที่รัฐบาลนี้ จะได้ทําการแก้ไขปัญหา แล้วก็นํานโยบายดี ๆ เช่นนี้มาปฏิบัติเพื่อเปึนประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชน

ในประเด็นข้อสุดท้ายนะครับ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ผมอยากจะ กราบเรียนว่าขอให้ท่านบริหารราชการแผ่นดินด้วยหลักนิติธรรม รูล ออฟว ลอ (Rule of law) ตอนนี้ท่านมีหน้าที่ ท่านเปึนรัฐมนตรี ท่านได้รับมอบอํานาจจากพี่น้อง ประชาชนจากสภาให้มาทํางานเปึนตัวแทนของเขา การตัดสินใจในเรื่องทั้งหลายประเด็น สําคัญทั้งหลายอยู่ที่ท่าน ก็ขอฝากมายังท่านว่าในการปฏิบัติราชการทั้งหลายก็ขอให้ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยยึดหลัก รูล ออฟ ลอ ให้เปึนธรรม ให้ทั่วถึง ผมดีใจที่ ตอนท้ายของคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้กล่าวในตอนท้ายของคําแถลงนโยบาย โดยท่านได้กล่าวว่า รัฐบาลขอให้ ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเปึนองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ว่าจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารประเทศให้ มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ สร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมที่มี ความสมดุลมากขึ้น และให้คนไทยมีความภาคภูมิใจในความเปึนไทย ทั้งนี้ โดยยึด ประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริง ผมอยากจะให้ท่านคณะรัฐมนตรี ทั้งหลายป่ดเอาพารากราฟ (Paragraph) นี้ไว้ที่โต๊ะทํางานของท่าน แล้วก็โปรดปฏิบัติ ตามนี้ มีปัญหา มีความต้องการที่จะบริหารราชการแผ่นดิน มีปัญหาอะไร ผมก็อยากจะให้นํามา พูดในสภาแห่งนี้ ให้สภาแห่งนี้เปึนสถานที่แก้ปัญหา ไม่ใช่เปึนสถานที่จะมาวิวาทะจะมา ตีความเล่นสํานวนกันในการบริหารราชการแผ่นดินก็อยากจะบริหารด้วยหลักนิติธรรม พร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้ง อย่างที่ท่านได้กล่าวมา ผมคิดว่าประเทศไทยในอีก ๔ ป้ข้างหน้าก็จะต้องเจริญ อย่างอารยประเทศแล้วก็คนไทยก็จะมีความภาคภูมิใจในความเปึนไทย ก็ขอให้ท่าน ปฏิบัติได้โดยชอบโดยดีตามที่ท่านบอกมาด้วย ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณเธียรชัยครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก 🔗

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ จากคําแถลง นโยบายของรัฐบาลในหมวดเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนั้น ผมเห็นว่าเปึนนโยบายที่เขียนได้ดีครับ มีทั้งการสร้างเสริม ส่งเสริม ปรับปรุงและพัฒนา ในเรื่องต่าง ๆ ใน ๔ หัวข้อ สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือในเรื่องเกี่ยวกับระยะเวลาที่จะนําไปปฏิบัติ ให้เปึนผลอย่างจริง ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้นะครับ สิ่งที่ ผมได้รับทราบมาก็คือว่าเราขาดการเชื่อมโยงกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศครับ กระทรวงวิทยาศาสตร์ตั้งมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๒ เกือบ ๓๐ ป้แล้วครับ การเข้าถึงของ ประชาชนในระดับหมู่บ้าน ในระดับจังหวัดยังห่างไกล กระทรวงวิทยาศาสตร์ ประกอบ ไปด้วยสํานักวิทยาศาสตร์บริการ ประกอบไปด้วยสํานักงานที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน นิวเคลียร์ ในเรื่องเกี่ยวกับปรมาณู ในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และในเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคเทคโนโลยีทางด้านอวกาศ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนสิ่งที่ดีครับที่เรา จะต้องทําและพัฒนาต่อไป แต่เราจะต้องไม่ลืมในส่วนที่จะต้องพัฒนาในระดับที่ให้ ประชาชนได้ประโยชน์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเปึนสิ่งสําคัญมากครับ เปึนเครื่องมือที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนของ ประเทศได้ เริ่มต้นเราจะต้องเปลี่ยนความคิดก่อนครับว่า เราจะต้องทําประเทศของเราให้ เปึนผู้ผลิตมากกว่าเปึนผู้ใช้บริการหรือเปึนผู้ซื้อ ในส่วนนี้เมื่อเราตั้งหลักได้อย่างนี้แล้ว เราก็สามารถที่จะทําให้สังคมของเราเปึนสังคมของผู้ผลิตมากกว่านะครับ ผมมีความเห็นว่า การที่จะนําวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้ รัฐบาลจะต้องจัดทํานโยบายที่เด่นชัด นําวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรวมทั้งนวัตกรรมไปสู่ประชาชน เพื่อให้สร้างรายได้ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ลดรายจ่าย ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ในขณะนี้เรามีรัฐวิสาหกิจสินค้า โดยเฉพาะสินค้าโอทอป (OTOP) นี่นะครับ กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราไปเดินดูจะเห็นว่ากว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนหมวดที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร คนไทยมี ความเชี่ยวชาญในเรื่องของอาหารเพราะอะไรเพราะเกษตรกรรมบ้านเรามีความเจริญรุ่งเรือง ในระดับหนึ่ง สามารถที่จะทําเปึนครัวของโลกได้ดังที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านได้ อภิปรายไปแล้วนะครับ เราก็ไปต่อยอดทําสินค้าโอทอปนี่นะครับให้มีทั้งคุณภาพในเรื่อง อะไรครับ อาหารที่ผมพูดเมื่อกี้นะครับ เราก็จะทําในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีง่าย ๆ ก็คือ เทคโนโลยีของการหมักนี่ง่าย ๆ การหมักนําไปสู่อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะ เปึนอุตสาหกรรมเหล้า อุตสาหกรรมเบียร์ อุตสาหกรรมในเรื่องเกี่ยวกับน้ําส้มสายชู ในเรื่องเกี่ยวกับการทําเต้าเจี้ยวและอื่น ๆ เปึนเทคโนโลยีที่ชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญและ ผลิตออกมาได้เปึนอย่างดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเปึนการสร้างเสริมรายได้ให้กับชาวบ้านได้อย่างเปึนรูปธรรม ในอีกส่วนหนึ่งที่ผมจะขอเน้นก็คือเปึนเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาสินค้าโอทอปในเรื่อง เกี่ยวกับการย้อมสีโดยธรรมชาตินี่ก็จะต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปเพิ่มนะครับ

อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับการทําน้ําดื่ม การที่จะลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ เราจะต้องทําน้ําดื่มของเราให้เปึนน้ําสะอาดที่พร้อมดื่มได้ในทั่วทุกครัวเรือน ท่านประธานครับค่าใช้จ่ายในเรื่องน้ําดื่มซึ่งไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าจะมีมูลค่ามหาศาล เปึนสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดทุกคนต้องบริโภค แต่ถามดูเถอะครับ หลายท่านต้องเสียค่าใช้จ่าย ในเรื่องค่าน้ําธรรมดาเปึนจํานวนมาก น้ําบริสุทธิ์เปึนสิ่งที่หาได้ง่ายเพียงแต่ต้องการความ เชื่อมั่น ความเชื่อมั่นในเรื่องอะไรครับ เรื่องว่ามันบริสุทธิ์จริงหรือเปล่า ดื่มแล้วปลอดภัย จริงหรือเปล่า นี่แหละครับคือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะต้องมามีบทบาท ในฐานะที่พวกเรานั่งอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้จะต้องดูแลในเรื่องเกี่ยวกับการทํากฎหมายให้มี ลักษณะที่ส่งเสริม เกื้อหนุนกับการให้เกิดการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมนะครับ เราจะต้องดูแลในเรื่องที่ว่าจะทําอย่างไรให้ประเทศของเรายืนอยู่ ด้วยลําแข้งของตัวเอง และสามารถแข่งขันกับโลกได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทางฝ์ายผู้บริหาร จะต้องมีเปัาหมายที่เด่นชัด นั่นก็คือเปัาหมายในเรื่องของนโยบายที่จะทํานะครับ เปัาหมายในเรื่องเกี่ยวกับการที่จะพัฒนากําลังคนซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว เปัาหมายในเรื่องที่สําคัญก็คือเรื่องการบริหารการจัดการที่จะต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ต่าง ๆ อย่างไรให้ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้เรามี กฎหมายว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกิดขึ้นแล้วนะครับ รอบังคับใช้ ครับ ในคณะผู้ทํางานที่สําคัญยิ่งก็คือ คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี แห่งชาติ ที่ผมเน้นว่า แห่งชาติ เพราะว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเปึนคณะกรรมการที่มี บทบาทอย่างยิ่งใหญ่ ในการกําหนดนโยบาย กําหนดทิศทางของประเทศว่าเราจะพัฒนา วิทยาศาสตร์ของเราไปในทางใด เทคโนโลยีอะไรที่ทําแล้วเหมาะสมกับวัฒนธรรม เหมาะสมกับประเทศของเรา ทั้งนี้ภายใต้หลักการของที่ว่าเมื่อทําวิทยาศาสตร์เปึนตัวนี้ หรือพัฒนาแล้วนี่จะต้องไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์จะต้องเปึนเพื่อนกับ ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ที่จะทํานี้จะต้องทําให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติในเรื่อง เศรษฐกิจอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติที่เกิดขึ้นนะครับ จึงมี กระทรวงหลักใหญ่ ๆ ถึง ๘ กระทรวง เริ่มตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน เรื่อยลงไปครับ จนกระทั่งถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้อง อาศัยการประสานงาน การบริหารการจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนให้ การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์นี้เปึนรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เรื่องปัจจัยการเงินลงทุนครับ รัฐบาลจะต้องกําหนดกฎหมายที่เกื้อหนุนและส่งเสริมให้เกิด การลงทุนในด้านของเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้มากยิ่งขึ้นไปกว่านี้ โดยเฉพาะเทคโนโลยี ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการพึ่งตัวเองได้อย่างแท้จริง ผมยกตัวอย่างในเรื่องของ การเกษตรกรรมครับ เราควรจะต้องมีการผลิตปุิยได้ด้วยตัวเอง ให้เกิดขึ้นทั่วทุกชุมชน หมู่บ้าน นี่ก็คือส่วนหนึ่งของการลดรายจ่ายจากค่าปุิย ต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการสร้าง ยาฆ่าแมลงหรือปราบศัตรูพืช นี่คือส่วนหนึ่งของการลดค่าใช้จ่าย ปรับปรุงพันธุ์พืชต่าง ๆ ให้ทนต่อสภาพแล้ง ให้ทนต่อสภาพดินฟัาอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นี่ก็คือส่วนใหญ่ที่จะ ทําให้คุณภาพของเกษตรกรรมที่เกิดขึ้นมีคุณค่าและสร้างราคาได้ในตลาดโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของการวิจัยจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเกื้อหนุน ในเรื่องงบประมาณ ขณะนี้งบประมาณด้านการวิจัยประเทศของเราต่ํามากครับเมื่อเทียบ กับประเทศอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ์นมีประมาณ ๒.๙๘ เกาหลี ๒.๙ เศษ สิงคโปร์ก็ ๒ กว่า ของประเทศเราท่านประธานครับทราบไหมว่าเท่าไร ประมาณ ๐.๒๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นี่คือสิ่งที่จะเปึนคําตอบว่าเราจะเอาเครื่องมือนี้ไปแก้ความยากจนของประเทศ ของเราได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ประเทศไทย เราได้มีส่วนที่คนไทยเราสามารถที่จะทําได้ ผมว่าหลายคนมีขีดความสามารถ และหลาย คนก็ได้ไปสร้างผลิตภัณฑ์โดยมีการจดลิขสิทธิ์แล้วนะครับ มีในเรื่องเกี่ยวกับการคุ้มครอง สิทธิทางปัญญา เราได้มีผู้นําที่ยิ่งใหญ่ของเราก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเราครับ ท่านเปึนผู้ที่มีความสามารถทางด้านการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เปึนอย่างดี พระองค์ท่านจะเปึนหลักชัยที่จะทําให้คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้เดินไปได้อย่างราบรื่น

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ขอประทานโทษที่ขัดข้องนิดหนึ่งนะครับ ท่านใช้เวลาเกินไปแล้ว ๒ นาทีกว่า ท่านจะใช้ต่อไปเท่าไรก็ได้ เพราะว่าท่านก็กิน ของเพื่อนท่านไปเรื่อย ๆ นะครับ เชิญเลยครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

เพื่อเปึนข้อสรุป ก็คือว่าอยากจะให้รัฐบาลนี้ได้ทําหน้าที่ทันทีครับ ตามที่นโยบายของคณะกรรมการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีแห่งชาติได้จัดตั้งขึ้น โดยใช้เวลาทํานโยบายถึง ๓ ป้ที่ผ่านมา และขณะนี้แผนนี้เปึนแผน ๑๐ ป้ ผ่านมาแล้วเกือบ ๕ ป้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาที่เหลือต่อไปให้ อย่างมีประสิทธิภาพ ขอขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญคุณจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่าเห็นใจ คณะรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งถือว่าเปึนรัฐบาลชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งภายหลังที่มี การรัฐประหารเกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานที่เคารพครับ การบริหารราชการแผ่นดินหรือการจะทํานโยบายรัฐบาลภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผู้ร่างเองได้ออกมาสารภาพภายหลังว่าได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ภายใต้ โจทย์สมมุติฐานที่ว่านักการเมืองเปึนคนชั่วร้าย ส.ส. รัฐมนตรีเปึนคนที่ใช้ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ เนื้อหาผมก็เชื่อว่าบรรยากาศในการ บริหารประเทศ จริงอยู่เราต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่ที่มามันเปึนอย่างนี้ และเข้าใจว่า นโยบายเร่งด่วน ๑๙ ข้อ เปึนนโยบายที่หายไปในช่วง ๑ ป้ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ ๑ ป้ที่ผ่านมานั้น สิ่งที่ได้หายไปทุกคนรอความหวังจากรัฐบาลชุดนี้ แม้ว่าในแผนนโยบาย ยังไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน แต่ประชาชนก็มีความคาดหวังว่าหลังจากนี้ทุกนโยบาย จะมีการเริ่มต้น หลาย ๆ เรื่องที่ทุกคนบอกว่าเปึนประชานิยม บางคนก็บอกว่าเอากันมา อีกทําไม เช่น กองทุนหมู่บ้าน มีการอภิปรายเปรียบเปรยว่านี่เปึนการสร้างหนี้ บางคน ก็บอกว่า ก่อนหน้านี้มีคนทํามาอยู่แล้ว เช่น งบเงินกู้มิยาซาวา เปึนการเปรียบเทียบกับ กองทุนหมู่บ้าน ผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในสภาแห่งนี้ฟังแล้วก็ตกใจ เพราะงบเงินกู้มิยาซาวา เปึนต้นฉบับของคําว่า ตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา ตัวจริง เงินจํานวน ๕๓,๓๙๗,๙๐๐,๐๐๐ บาท นั้นได้หายไปกับการดายหญ้า ลอกผักตบชวากับเงินลงกันไปในระยะเวลาเพียงแค่ ๑ ป้ ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ จนกระทั่งองค์กรของญี่ปุ์นเอง อย่างโออีซีเอฟ (OECF) ก็บอกว่า โครงการดังกล่าวได้ผลน้อยมากและไม่มีแรงส่งที่จะทําให้เกิดดุลยภาพทางเศรษฐกิจที่มี เสถียรภาพ เพราะมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) แต่ที่ผมบอกว่ากองทุนหมู่บ้านที่ทุกคนบอกว่านี่จะเปึนการเริ่มหนี้ต่อนั้น ผมบอกว่า มีการเรียกร้องบอกว่าวันนี้ต้องแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ กองทุนหมู่บ้านนี่แหละครับ คือต้นฉบับของการแก้ไขหนี้นอกระบบ เพราะเงินไปให้ ๑ ล้านบาท แล้วรัฐบาลนี้จะให้อีก ๑ ล้านบาทนั้นจะไปอยู่ในมือของชาวบ้านเอง คนในหมู่บ้านมีคณะกรรมการเขาจะ ตัดสินใจกันเองว่าจะให้ใครกู้ เงิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในสมัยรัฐบาลทักษิณนั้นก็ยัง อยู่ครบ บางหมู่บ้านอยู่เกิน บางหมู่บ้านอยู่ในช่วงระหว่างการกู้หนี้ยืมสิน นี่เปึนเรื่องปกติ แต่เงินนี้ไม่ได้หายไปแบบงบมิยาซาวา เพราะฉะนั้นการที่จะเพิ่มศักยภาพให้เปึนธนาคาร หมู่บ้านนั้นจึงเปึนเรื่องที่สมควร เงินเอสเอ็มแอล (SML) ก็เช่นเดียวกัน พี่น้องที่รักทั้งหลาย ประทานโทษ ท่านประธานที่เคารพ ยังติดสนามหลวงอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการบอกว่านี่จะเปึนการซื้อเสียงล่วงหน้า บอกว่ามีคนเพียงแค่ ๓ คนเท่านั้นลงนาม ในการไปเบิกเงินออกจากธนาคาร ซึ่งนี่เปึนความคิดที่ไม่เข้าใจเลย ๓ คนนั้นเกิดขึ้นมา จาก ๑๕ คนในหมู่บ้าน ๑๕ คนเกิดมาจากทุกหลังคาในหมู่บ้าน เขาเลือกกันเปึนระบบ ไม่มีระบบธนาคารที่ไหนในโลกเขาจะให้เงินกู้ ประทานโทษ ไปเบิกธนาคารโดยเซ็นใบเบิก กันทั้งหมู่บ้าน นี่เปึนเรื่องการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านกันเอง แล้วอย่าไปดูถูก ประชาชนว่านี่เปึนการซื้อเสียงล่วงหน้าว่าประชาชนซื้อได้ เราเคยมีบทเรียนนะครับ นโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ป้ ๒๕๔๔ มีคนลุกขึ้นมาปรามาสในสภาแห่งนี้บอกว่า ทําไม่ได้ ข้างนอกก็มีการพูดจาปราศรัยเหมือนเมื่อคืนนี้บอกว่า ๓๐ บาทตายทุกโรค ฟังดูแล้วเสมือนว่าจะตายจริง แต่ปรากฏว่าคนที่พูดว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ป้ ๒๕๔๘ เลือกตั้งครั้งถัดมาดันไปเสนอนโยบายว่ารักษาฟรี ถ้าคนเห็นแก่เงิน ประชาชนเห็นแก่เงิน แน่นอนที่สุดเขาต้องเลือกรักษาฟรี เพราะถูกกว่า ๓๐ เท่า ปรากฏว่าคนตกใจเลยครับ พอไปเสนอรักษาฟรี เขาบอกว่าเมื่อป้ที่แล้วบอกว่า ๓๐ บาทยังตายทุกโรค แล้วฟรี มันไม่ตายวันละ ๓ โรคหรือ สุดท้ายประชาชนเขาก็ไม่ตอบรับ ประชาชนมีวิธีคิดครับ ท่านประธาน แม้กระทั่งบางเรื่องไม่มีเหตุผลเลย ๑ ป้ที่ผ่านมาที่มันหายไป โอทอป หนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตําบล หนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จะเรียกไปเรียกมาก็ได้ ปรากฏว่า ไปแต่ละที่ในช่วงของการรัฐประหาร ปรากฏว่าป่ดเงียบสนิทและหายไป รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่ ไปเพิ่มศักยภาพมันต้องไปฟุ๋นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด บางคนบอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วที่มาจาก คณะรัฐประหาร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เลิกไปเพราะไม่ต้องการให้มีชื่อและเปึนสัญลักษณ์ รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้เลยบอกว่ารักษาฟรี เพราะไม่ต้องการที่จะให้บอกว่าประหยัด การเขียนรายงานของโรงพยาบาล โอทอป ก็เหมือนกันบอกว่ามีคนไปแปลโอทอป ว่าวันทักษิณ วันพจมาน ป่ดเงียบหายสนิทไป นี่ก็เจ๊งอีก ๑ ราย นี่ก็ต้องไปฟุ๋นกันอีก ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าวันนี้เรามีภารกิจกันอีกหลายอย่าง เรื่องยาเสพติด ก็เช่นเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้นะครับ เลขาธิการ ปปส. บอกว่าช่วง ๑ ป้ที่ผ่านมานั้น มีผู้ค้ายาเสพติดเพิ่มขึ้นมา ๑ แสนราย ท่านประธานลองนึกกันสิครับว่าเอา ๑ ราย ผู้ค้า มีลูกค้าคนละ ๑๐ ราย เราจะมีคนติดยาเพิ่มมาใหม่อีก ๑ ล้านราย นี่เปึนภารกิจ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องคิดมาตรการที่มีความชัดเจนมันสอดคล้องกันหมดเลยครับ ปราบปรามผู้มีอิทธิพล ปราบปรามยาเสพติด รวมกระทั่งเรื่องหวยบนดิน ซึ่งไม่มีการพูด อยู่ในนโยบายอันนี้ เพราะว่าเจ้ามือหวยบนดินก็คือผู้มีอิทธิพล พ่อค้ายาเสพติดก็คือ ผู้มีอิทธิพล เพราะฉะนั้นก็จับยกขึ้นมาเงินจํานวนป้หนึ่งนับหมื่นล้านบาท แทนที่จะกระจุก อยู่ที่ผู้มีอิทธิพลมันจะได้กระจายไปเปึนทุนการศึกษาของเยาวชนเหมือนครั้งที่ผ่านมาแล้ว ก็ได้ตัดผู้มีอิทธิพลออกไป

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาคือเรื่องการปรองดองความสมานฉันท์ และฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ผมบอกว่าเรื่องความสมานฉันท์นั้นอย่าเริ่มต้นหรือทําโดยรัฐบาล ฝ์ายเดียวไม่ได้ รัฐบาลก็ควรจะคิดว่าจะทําอย่างไร แต่ว่าเรื่องฟุ๋นฟูประชาธิปไตยนั้นที่ มากกว่าคําว่า ฟุ๋นฟูประชาธิปไตย นั้นคือการปกปัองและปัองกันไม่ให้ระบอบประชาธิปไตย มันถูกทําลายไปอีกได้อย่างไร ใน ๗๖ ป้ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเปึนระบอบ ประชาธิปไตย ที่เรามักจะพูดว่าเราเปึนประชาธิปไตยมา ๗๖ ป้แล้ว ลองไปนับดูสิครับว่า ใน ๗๖ ป้ ๓๒ ป้เปึนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ๔๔ ป้ เปึนรัฐบาลที่ไม่ได้มาจาก การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยมันน้อยกว่าเผด็จการ ใน ๗๖ ป้ มีการรัฐประหาร ๒๔ ครั้ง ในจํานวนนายกรัฐมนตรี ๒๕ คน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าสภาชุดนี้มีภาระหน้าที่ในการปกปัองระบอบ ประชาธิปไตย

ประเด็นสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่มีการพูดเรื่อง การแทรกแซงสื่อนะครับ ทั้งประเด็นที่ทางซีกพรรคฝ์ายค้านและทางสมาชิก สภานิติบัญญัติผมได้ฟังและอภิปราย ผมเชื่อว่าคนในสภาแห่งนี้ไม่มีใครต้องการที่จะไป ให้มีการแทรกแซงสื่อ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลข้างบนก็ไม่มีใครที่จะไปยุ่งหรือจะไปแทรกแซงสื่อ เพราะนี่คือเปึนช่องทางที่สําคัญในการโค่นล้มรัฐบาลมาแต่ละชุดมีข้อกล่าวหาไม่กี่ ข้อกล่าวหาหรอกครับ ๑. เรื่องแทรกแซงสื่อ เรื่องความไม่จงรักภักดี เรื่องการทุจริต คอร์รัปชัน ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีที่มีการพูดกันในสภา กรณีคลื่นวิสเดิม (Wisdom) ๑๐๕ ของกรมประชาสัมพันธ์ที่ให้บริษัทฟาร์ติมาเขาได้รับสัมปทานไปนั้น เปึนหน้าที่ของรัฐมนตรีจักรภพที่เขาต้องอธิบายความ แต่การอภิปรายในสภาผมมี ความเปึนห่วงครับท่านประธานครับ ขอประทานเอ่ยชื่อท่านว่าที่ผู้นําฝ์ายค้านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ท่านได้พูดตอนหนึ่งถึงรัฐมนตรีจักรภพว่านายจักรภพมาเปึนรัฐมนตรี นายจักรภพต้องไปบอกเลยว่าไม่ต้องกลัวคือไปบอกฟาร์ติมา ถ้าเชื่อเรื่องสิทธิเสรีภาพ ต้องบอกให้นายเจิมศักดิ์มาจัดรายการต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเรื่องนี้ นายจักรภพไปทําตามที่ผู้นําฝ์ายค้านได้บอก นั่นคือการแทรกแซงสื่อ หน้าที่ของ นายจักรภพฐานะรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นคือการไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ เมื่อกรมประชาสัมพันธ์ให้ฟาร์ติมาหรือเอกชนรายใดนั้นเปึนเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน แต่การบอกว่าให้รัฐมนตรีไปบอกบริษัทสื่อที่ได้รับสัมปทานจากกรมประชาสัมพันธ์ หรือจะไปบอกผู้จัดรายการที่ทํากันระหว่างเอกชนด้วยกันนั้น นั่นแปลความกันว่ารัฐมนตรี สามารถสั่งบริษัทสื่อได้ สามารถสั่งคนจัดรายการได้ นี่ยิ่งเปึนหลักฐานมัดรัฐมนตรีเสียอีก ผมจึงบอกว่าหน้าที่ของคนเปึนรัฐมนตรี หน้าที่คนเปึนรัฐบาลเขาอยู่อย่างไร บริหารอย่างไรก็เปึนระบบกันไปตามนั้นแล้วก็ไม่ควรแทรกแซง เมื่อไม่ยุ่งแล้วก็ไม่ควร จะไปสั่งการอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ค่อนข้างจะมี ความโชคดีครับท่านประธาน การที่พรรคฝ์ายค้านตั้งรัฐบาลเงา ผมไม่เคยแสดง ความคิดเห็นในการดูถูกความคิดเรื่องรัฐบาลเงา เพราะผมมีความเชื่อว่าถ้าเรามีฝ์ายค้าน ที่มีคุณภาพสามารถติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลอย่างเต็มที่อย่างเต็ม ความสามารถ เราจะได้รัฐบาลที่ดีที่สุด เพราะจะไม่มีรัฐมนตรีที่ไหนกล้าไปกระทํา ความผิดได้เลย เพราะฉะนั้นสภาจะอยู่ได้ยาว นั่นก็คือว่าเราจะมีฝ์ายค้านที่มีคุณภาพ แล้วเราจะได้รัฐบาลที่ดีที่สุด ฝ์ายค้านมีคุณภาพเราจะมีรัฐบาลที่มีคุณภาพ ขอกราบ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ ครับ เพื่อทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกที่เพิ่งอภิปราย ไปครับ ประเด็นที่ผมนําเสนอในวันแรกนี่ กระผมไม่ได้พูดครับว่าให้รัฐมนตรีไปสั่ง หรือไปบอกว่าจะต้องให้คนนั้นคนนี้จัดรายการ ประเด็นของกระผมมีอยู่ว่ารูปแบบ การแทรกแซงสื่อในปัจจุบันคือการเอาเรื่องของธุรกิจหรือความกลัวเกี่ยวกับการประกอบ ธุรกิจมาใช้เปึนกลไกในการบีบการจัดรายการให้เปึนไปตามความต้องการของผู้มีอํานาจ กระผมก็จึงเพียงเสนอว่าถ้าเราเชื่อในสิทธิเสรีภาพจริงท่านรัฐมนตรีต้องยืนยันว่า อาจารย์เจิมศักดิ์สามารถจัดรายการได้โดยไม่มีผลในเรื่องของการต่อสัญญา ประเด็น ของผมอยู่ตรงนี้ครับ ผมไม่ได้บอกว่าต้องไปสั่งครับ ส่วนดอกเตอร์เจิมศักดิ์ และบริษัท จะไปตกลงกันอย่างไร ไม่เปึนปัญหาครับ นั่นเปึนเรื่องของเขา เพื่อทําความเข้าใจที่ถูกต้อง ครับว่าไม่มีความคิดของพวกผมหรอกครับว่ารัฐบาลจะต้องไปสั่งหรือไปกําหนด เพียงแต่ รัฐบาลต้องทําให้ชัดเจนครับว่าเรื่องของการใช้อํานาจในการต่อสัญญาทางธุรกิจนี่ จะไม่ใช่เงื่อนไขในการที่มาบีบว่าใครจะสามารถจัดรายการได้ครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญ พลเอก จรัล ครับ

พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ตลอดระยะเวลาที่มีการอภิปรายให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับนโยบายของคณะรัฐมนตรี วันนี้เปึนวันที่ ๓ แล้วนั้น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาก็ได้ให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะไปแล้ว ๒๘ คน ใช้เวลาไป ๘ ชั่วโมงเศษ นอกจากคําอภิปรายในรัฐสภาแห่งนี้แล้ว กระผม ขอกราบเรียนเพิ่มเติมอีก ๒ ประการ

ในประการแรก สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นเปึน กลไกหนึ่งในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๙ พิจารณาศึกษาสอบสวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบของสภา ประกอบด้วยคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา ๒๑ คณะ กรรมาธิการวิสามัญ ตามข้อบังคับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีก ๓ คณะ รวมเปึน ๒๔ คณะ กรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาญัตติต่าง ๆ ๑๗ คณะ และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ อีกหลายคณะ ได้รวบรวมศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง และจัดทํารายงานผล การพิจารณาศึกษาต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ๘๕ ฉบับ ทุกฉบับนอกจากข้อมูล ข้อเท็จจริงแล้วก็ยังมีข้อสังเกต ข้อพิจารณา ข้อเสนอแนะอันเปึนประโยชน์และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบจัดทําเปึนเอกสารเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมา เสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็เก็บไว้ที่สภาแห่งนี้ เพื่อจะได้ใช้เปึน ประโยชน์ต่อแผ่นดิน ต่อบ้านเมืองต่อไปข้างหน้า มีหลายเรื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องและ เปึนประโยชน์ในการพิจารณาพัฒนานโยบายของรัฐบาล เช่น เรื่องปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน เรื่องปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องการส่งเสริม การสร้างคุณธรรมและจริยธรรมแก่นักการเมือง ข้าราชการและประชาชน เรื่องการจัดการน้ํา เรื่องปัญหาที่ดิน เรื่องปัญหาป์าไม้และอีกหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการต่างประเทศ เปึนต้น

ในประการที่ ๒ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่วุฒิสภาได้จัดการ สัมมนาระดมความคิดเห็นจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการต่าง ๆ สรุปข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ทั้ง ๘ ด้าน จัดทํา เปึนเอกสารขึ้น ซึ่งอาจจะเปึนประโยชน์ต่อคณะรัฐมนตรี เอกสารดังกล่าวนี้ สํานักงาน เลขาธิการวุฒิสภาก็คงจะได้จัดส่งให้กับคณะรัฐมนตรีต่อไปโดยเร็ว การอภิปรายของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งใช้เวลาเกือบ ๙ ชั่วโมงนี้ หวังว่าคงจะเกิดประโยชน์แล้วก็หวังว่าการดําเนินนโยบายของคณะรัฐมนตรีจะก่อให้เกิด ประโยชน์กับประชาชนแล้วก็สร้างความเจริญให้แก่บ้านเมืองยิ่งขึ้นต่อไปด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญ ดอกเตอร์พีรยศ ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ได้พิจารณาดูนโยบายของรัฐบาลซึ่งได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ก็ต้องขอบคุณที่รัฐบาลให้ความสําคัญเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลกําหนดจะดําเนินการภายใน ๑ ป้ เนื่องจากเวลาอันมีจํากัด กระผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะที่ตัวกระผมเองมาจากพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ รู้สึกเปึนห่วงในแนวนโยบายที่รัฐบาลได้กําหนดไว้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เนื่องจากไม่มีความชัดเจน ไม่มีขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่จะใช้เวลา ในป้แรกแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพ เราจะต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึน ปัญหาอมตะนิรันดร เกิดขึ้นมาเปึนเวลาหลายร้อยป้ ผมไม่มีเวลาที่จะย้อนอธิบายตรงนี้ แต่อยากจะใช้เวลาตรงนี้ทําความเข้าใจว่า ตลอดระยะเวลาความขัดแย้งที่มีอยู่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น มูลเหตุสําคัญที่สุดก็คือประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม ทุกยุคทุกสมัย จนกระทั่งในยุคหนึ่งที่เปึนคนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ได้มีโอกาสขึ้นมา ดํารงตําแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้มองเห็นปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้จะต้องแก้ไขบางอย่างโดยวิธีพิเศษกว่าที่อื่น ๆ ของประเทศไทย นั่นก็คือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ต้องขออภัยเอ่ยนามท่าน ได้กําหนดการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมติคณะรัฐมนตรี ๖๖/๒๓ และมีการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ ขึ้นมา ๒ หน่วยงาน คือศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเรียก ศอ.บต. และอีกหน่วยงานหนึ่งก็คือ หน่วยผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่ ๔๓ หรือ พตท. ๔๓ ท่าน ประธานที่เคารพ ก่อนหน้าที่จะมีการจัดตั้ง ๒ หน่วยงานนี้ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้มีความรุนแรงป้ละประมาณ ๑๐๐–๒๐๐ ครั้ง ส่วนใหญ่ความขัดแย้งก่อนที่จะมี การจัดตั้ง ๒ หน่วยงานนี้ เปึนความขัดแย้งระหว่างกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน ที่กลไกของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ วิธีการรุนแรง ไม่ให้ความเปึนธรรมต่อประชาชน จึงเกิดปฏิกิริยาต่อสู้กัน ส่วนประชาชน ผู้บริสุทธิ์ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบเท่าที่ควร ถ้ามาเปรียบเทียบในระยะภายหลังที่ ผมจะอธิบายต่อไป ท่านประธานครับ ในช่วงที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้ตั้งศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก้ไขปัญหา ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีก่อนหน้านั้นจาก ๑๐๐-๒๐๐ ลดลงมาเรื่อย ๆ และสิ่งที่ยืนยันได้ที่สุดก็คือรัฐบาลที่ตามมาจากนั้นคือรัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย โดยเฉพาะสมัยชวน ๒ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านตรงนี้ ในป้ ๒๕๔๔ ถ้าผมจําไม่ผิด สถานการณ์ลดลงเหลือเพียง ๘ ครั้ง จากหลาย ๆ ร้อยครั้งในอดีต นี่เปึนการยืนยัน ให้เห็นว่าการดําเนินนโยบายที่ใช้วิธีการประนีประนอม สร้างความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ประชาชนนั้นสามารถลดความรุนแรงได้ แต่ไม่ทราบครับว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจาก ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมาถึงปัจจุบันนี้ ความรุนแรงได้เกิดขึ้นหลายสิบเท่า หลายพันเท่า ผมไม่อยากจะตําหนิอะไรในการปฏิบัติงานของรัฐบาลตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน แต่จะต้องยอมรับความจริงว่ามันมีความผิดพลาดในเชิงนโยบายอย่างชัดเจน รัฐบาล ในขณะนั้นได้กําหนดนโยบายการปราบปรามยาเสพติด ดีไหมครับ การปราบปราม ยาเสพติดนั้นถ้าถูกตัวบุคคล ผมสนับสนุน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ บุคคลไม่ต่ํากว่า ๗๐ กว่าคน ถูกกระทําอย่างโหดเหี้ยม โดยที่เขาเหล่านั้นไม่ใช่ เปึนผู้ค้ายาเสพติด อันนี้คือจุดหนึ่งที่ก่อให้เกิดความรุนแรงมาถึงปัจจุบันนี้ และเหตุการณ์ ที่ตามมาอีก ที่นําไปสู่ความรุนแรงก็คือเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น นั่นก็คือ การปล้นป๋นที่ค่ายทหารนราธิวาสราชนครินทร์ ทําให้ทหารของเราเสียชีวิตอย่างทารุณ ถึง ๔ ท่าน หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะในวันเดียวกันนั้น ๑๑ จุด แต่ข่าว ที่ออกมาส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่มัสยิดกรือเซะ เสียชีวิตไปในเหตุการณ์วันนั้น ๑๐๖ คน ในระยะเวลาไม่นานนัก ๖ เดือนตามมา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่อําเภอตากใบ ที่ประชาชนออกไปชุมนุมเรียกร้องความเปึนธรรมให้ปล่อยเจ้าหน้าที่ ชรบ. แต่ไม่ทราบโดยคําสั่งอะไร มาจากไหน สั่งการให้ใช้วิธีการรุนแรงปราบปรามประชาชน อย่างทารุณ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย จากเหตุการณ์นี้ กระผมกล่าว ๒–๓ เหตุการณ์นี้เปึนชนวนนําไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากปัญหาที่เปึนปัญหาท้องถิ่นมาหลายสิบป้ จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รัฐบาลดําเนินนโยบายผิดพลาดเปึนการยกระดับปัญหา ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ปัญหาระดับชาติและนานาชาติ เพราะฉะนั้นการที่จะ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันนี้ต้องใช้เวลาไม่ต่ํากว่า ๒๐ ป้ ถ้าได้เริ่มแก้ ตั้งแต่วันนี้ อย่าลืมนะครับท่านประธานที่เคารพ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่แก้เฉพาะปัญหาภายในประเทศอย่างเดียวนะครับ องค์กรและหน่วยงานระหว่าง ประเทศหลายหน่วยงานกําลังจับตามองการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าเสียดายครับประเทศไทยของเราอยู่อย่างสงบมาหลายสิบป้ แต่เกิดเหตุการณ์ ในป้ ๒๕๔๗ มาถึงปัจจุบันนี้ทําให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เว้น ข้าราชการจะต้องสูญเสียชีวิตมากมาย สิ่งที่กระผมเปึนห่วงมากที่สุดก็คือปัจจุบันนี้ การสูญเสียชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับพี่น้องใน ๓ จังหวัดเท่านั้น พี่น้องของเราที่รับ ราชการตํารวจ ทหาร เปึนครูที่มาจากภาคอื่น ๆ ของประเทศ เขาเหล่านั้นก็ถูกกระทํา ถูกยิง ถูกฆ่า ถูกระเบิด เมื่อนําศพกลับไปสู่ภูมิลําเนาของตัวเอง แน่นอนครับญาติพี่น้อง ของเขาเหล่านั้นมีความรู้สึกไม่ดีต่อพ่อแม่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าทําไม รุนแรงอย่างนั้น ที่แท้จริงครับ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เองก็ถูกกระทํา เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ จุดตรงนี้ผมเปึนห่วงนะครับ ว่าการแก้ไขวันนี้มันต้องแก้ไขสลับซับซ้อนนําไปสู่การแก้ไขระดับชาติระหว่างประเทศ หลังจากเกิดเหตุการณ์ปล้นป๋นมา การปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรงของรัฐบาล ที่ผ่านมานี้มันเกิดโจรพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งในอดีตไม่เคยมีชื่อนี้ขึ้นมาคือกลุ่มอาร์เคเค อาร์เคเค นี่ย่อมาจากภาษามลายูนะครับ อาร์ ตัวแรกก็คือ รัมสก้า (Rumska) แปลว่า กงล้อหรือล้อ เค ตัวที่ ๒ ก็คือ ครุมเพอร์แลน (Krumperlan) แปลว่า กลุ่ม และ เค ตัวที่ ๓ สุดท้ายก็คือ เครซิล (Krecil) รวมกันแล้วก็คือวงล้อขนาดเล็ก จริง ๆ แล้วก็คือการปรับเอา กลุ่มจรยุทธ์ในกองทัพในประเทศเพื่อนบ้านของเราคือประเทศอินโดนีเซียมาใช้เรียก และกลุ่มอาร์เคเคนี้มี ๒ ส่วนครับ คือ ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็คืออยู่ภายใต้สังกัดของกลุ่ม ขบวนการในอดีต และที่น่าเปึนห่วงก็คือกลุ่มอาร์เคเคที่เปึนกลุ่มอิสระไม่ได้อยู่ภายใต้ กลุ่มขบวนการใด ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังรัฐบาล เสียดายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่อยู่ ณ ตรงนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังและใช้มิติ ทางด้านประวัติศาสตร์ ต้องสร้างความเข้าใจอย่างชัดเจน มูลเหตุปัญหาที่แท้จริงนั้น คืออะไร ถ้าเราไม่เข้าใจตรงนี้เราแก้ปัญหาไม่ได้ครับ และยิ่งทุกวันนี้ก็มีความรุนแรง ผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จะต้องประสบปัญหา และประชาชนถ้าผมจะ กล่าวว่าไม่มีประชาชนส่วนใดของประเทศไทยที่ได้รับความเจ็บปวดเท่ากับประชาชนที่อยู่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ณ วันนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องให้ ความสําคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ใช่เขียนเฉพาะนโยบายอย่างเดียว การแก้ไขปัญหา อันนี้ถ้าเราผิดพลาดอีก ในรัฐบาลชุดนี้ผมเกรงว่าด้ามขวานทองคําของเรานั้น ถ้าหักไปแล้วโอกาสที่เราจะเชื่อมกลับมานั้นคงจะยากครับ ขอบคุณท่านประธานเท่าที่ มีเวลาครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณเสมอกัน เชิญครับ

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๒ วัน ที่ผมได้นั่งฟังการอภิปรายแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมาทําให้ผมรู้สึกกังวลในเรื่องของนโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีในชุดนี้ โดยลึก ๆ แล้วนี่นะครับ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านก็มีความเปึนห่วง ในด้านของการศึกษาเหมือนเช่นกับผม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมได้เห็นจากในคําแถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรี นโยบายด้านการศึกษาเปึนเพียงแค่นโยบายย่อย ๆ ๖ ข้อที่อยู่ในหมวด ของนโยบายด้านสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งถ้าเกิดมองกันให้ดีแล้วผมเชื่อและ ค่อนข้างมั่นใจว่าการศึกษาจะเปึนการพัฒนาคน แล้วเศรษฐกิจของประเทศจะพัฒนาได้ ก็อยู่ที่คนไทยทั้งประเทศ แล้วทีนี้ไฉนเลยทําไมคณะรัฐมนตรีไม่ได้ระบุนโยบายด้าน การศึกษาให้เปึนนโยบายหลัก แต่กลับเอาเข้าไปแทรกอยู่ในนโยบายย่อย ๆ นะครับ นี่คือ ที่มาที่ไปของสาเหตุที่ผมต้องการมาอภิปรายในวันนี้ แล้วบังเอิญครับท่านประธานครับ ผมได้ไปอ่านในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๘ นี้เปึน ฉบับที่เราใช้จบไปแล้วครับ เปึนฉบับที่เราใช้ในระหว่างป้ พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔ ผมจะขอ อนุญาตอ่านให้ฟังในข้อความสั้น ๆ นะครับ ฉบับที่ ๘ นี้เปึนช่วงเวลาที่เปึนจุดเปลี่ยน สําคัญทางการวางแผนพัฒนาประเทศ และเปึนแผนปฏิรูปความคิดและคุณค่าใหม่ของ สังคมไทยที่ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม และมุ่งให้คนเปึน ศูนย์กลางการพัฒนาและใช้เศรษฐกิจเปึนเครื่องช่วยในการพัฒนาให้คนมีความสุขและ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ท่านประธานครับ ที่ผมต้องยกข้อความในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ ขึ้นมาพูดตรงนี้ผมต้องการชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเรานั้น ให้ความสําคัญกับด้านการศึกษา อันนี้ที่จะเปึนหลักฐานพอจะอ้างอิงได้ก็คือตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ ถัดมาครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ ที่ใช้ระหว่างป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙ ก็ยังพูดอยู่เช่นกันครับ แผนพัฒนา ฉบับที่ ๙ นี้ได้อัญเชิญปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาเปึนปรัชญานําทาง ในการพัฒนาและบริหารประเทศควบคู่ไป กับกระบวนการพัฒนาแบบบูรณาการ เปึนองค์รวมที่มีคนเปึนศูนย์กลางการพัฒนา อันนี้ต่อเนื่องมาจากแผนพัฒนา ฉบับที่ ๘ แผนพัฒนา ฉบับที่ ๙ เพิ่งใช้จบไป เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ผลสรุปได้ว่าประสบความสําเร็จเปึนที่น่าพอใจ เศรษฐกิจของประเทศ ไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ย ๕.๗ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจปรับตัว สู่ความมั่นคง ความยากจนลดลง ระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเพิ่มขึ้น ปัญหาเรื่องยาเสพติดลดลง ฟังดูแล้วเหมือนว่ารัฐบาลที่บริหารประเทศระหว่าง ป้ พ.ศ. ๒๕๔๕–๒๕๔๙ ได้ประสบความสําเร็จในการบริหารประเทศอย่างล้นหลาม แต่ยังมีปัญหาอยู่ครับ ในบทสรุปของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ ได้สรุปปัญหาไว้ว่า แต่เศรษฐกิจของไทยยังไม่เข้มแข็งและอ่อนไหวต่อความผันผวนของ ปัจจัยภายนอก และที่สําคัญยังมีปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ําทาง รายได้ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความโปร่งใสในการบริหารจัดการของภาครัฐ ที่ต้องให้ความสําคัญในการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ก็ยังชี้ให้เห็นครับว่าการพัฒนาคน จากป้ ๒๕๔๐ มายังเปึนปัญหาต่อเนื่องอยู่ พอมาถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ซึ่งเราเริ่มใช้เมื่อป้ที่แล้วคือป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีเปัาหมายในการพัฒนา คุณภาพคนให้คนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาทั้งทางร่างกาย จิตใจ ความรู้ ความสามารถ ทักษะการประกอบอาชีพ และมีความมั่นคงในการดํารงชีวิตครอบคลุมทุกกลุ่มเปัาหมาย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับตนเองที่จะนําไปสู่ความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชนและ สังคมไทย โดยเพิ่มจํานวนป้การศึกษาเฉลี่ยของคนไทยให้เปึน ๑๐ ป้ พอมาฟังตรงนี้ ผมอ่านมาถึงตรงนี้ผมรู้สึกสงสัยครับว่าทําไมเราตั้งเปัาหมายไว้ ๑๐ ป้ ทั้ง ๆ ที่การศึกษา ภาคบังคับของคนไทย ๑๒ ป้ ผมย้อนกลับมาดูตัวเลขครับ ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ คนไทย ได้รับการศึกษาเฉลี่ย ๖.๓ ป้ ครึ่งหนึ่งของการศึกษาภาคบังคับถัดมาครับ แต่ก็ยังดี ที่เพิ่มขึ้นในป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ จาก ๖.๓ ป้ เปึน ๘.๕ ป้ แต่ให้มองนะครับ ๘.๕ ป้ ก็ยังเปึนแค่ ประมาณ ๓ ใน ๔ ของการศึกษาภาคบังคับ ตรงนี้ก็ยังชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเรานั้น การศึกษายังเปึนปัญหาอยู่ครับ แล้วถ้าเผื่อเราจะไปเปรียบเทียบเรามองว่าประเทศไทยเรานี้เรากําลังเปึนประเทศที่พัฒนา เปรียบเทียบที่เรากําลังจะไปสู้กับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศญี่ปุ์น แต่ถ้าเกิดมาดูค่าเฉลี่ยของการได้รับการศึกษาของคนไทยแล้วน้อยกว่าประเทศเหล่านี้ ทั้งนั้นครับ นี่คือสาเหตุและนี่คือปัญหาของการศึกษา ณ ปัจจุบันของประเทศไทย ลําดับถัดไปผมจะมาพูดถึงในเรื่องของคุณภาพของการศึกษา ผมมาดูตัวเลขแล้วนี่ ผมอ่านมาได้ครึ่งหนึ่งผมก็รู้สึกภูมิใจ ภูมิใจที่ประเทศไทยเรานั้นการศึกษาเราได้เริ่ม พัฒนาแล้ว ทุก ๆ สมัยรัฐบาลนโยบายการปฏิรูปการศึกษาเปึนนโยบายหลักของทุก ๆ รัฐบาลครับ แต่พอจบรัฐบาลนั้นไปรัฐบาลใหม่มาก็เปลี่ยนนโยบายกันใหม่ก็สรุปได้ว่าไม่มี การปฏิรูปที่แท้จริงเกิดขึ้นเสียที เราลองมาดูตัวเลขตรงนี้เล่น ๆ นะครับท่านประธาน อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมของไทยเราเพิ่มขึ้น จาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๔๔ เปึน ๗๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๔๘ อัตราการเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเฉพาะระดับปริญญาตรีเพิ่มขึ้นจาก ๔๐.๓ เปอร์เซ็นต์ในป้ ๒๕๔๔ เปึน ๔๔.๓ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๔๗ พอผมเห็นตัวเลข ๒ ตัวนี้ผมรู้สึกดีใจอย่างที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานไว้แล้วครับ แต่ผมดันมาอ่านต่อครับ แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนไทยที่วัดจากคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบ ๔ วิชาหลัก ได้แก่ วิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์คะแนน เฉลี่ยต่ํากว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์มาโดยตลอดครับ ตรงนี้ยังไม่น่าตกใจครับ ในป้ ๒๕๔๔ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๔๓.๘๙ เปอร์เซ็นต์ แต่พอถัดมาอีก ๓ ป้ครับ ป้ ๒๕๔๗ ค่าเฉลี่ย กลับตกลงมาอยู่ที่ ๓๘.๖๑ เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าการศึกษาของเมืองไทยนี้พัฒนา แต่ปริมาณ ไม่ได้พัฒนาด้านคุณภาพ พัฒนาด้านปริมาณตรงไหนครับ ตรงที่ว่าเราได้เพิ่ม จํานวนนักเรียน เราตั้งเปัาหมายว่าจะให้นักเรียนได้รับการศึกษาเฉลี่ยคนหนึ่งอย่างน้อย ๑๐ ป้ เปึนค่าเฉลี่ยเราต้องการเพิ่มปริมาณนักเรียนเข้าสู่ระบบการศึกษาให้มากขึ้น แต่ผลสัมฤทธิ์ออกมาละครับก็คือด้านคุณภาพ ปรากฏว่าเราได้คุณภาพลดลง แล้วตรงนี้ มันยังส่งผลไปถึงในเรื่องของการขยายโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย จริง ๆ แล้วเพิ่มขึ้นในตัวเลข แต่ความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้กับการนําไปใช้ ของคนไทยกลับต่ําลง เห็นได้จากอะไรครับ เห็นได้จากการวิจัยและการพัฒนาด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ํา ต่ํากว่าค่าเฉลี่ยถึง ๗ เท่า และตรงนี้ส่งผลไปถึงไหนครับ ยกตัวอย่างได้ง่าย ๆ ส่งผลเช่นในเรื่องของการจดสิทธิบัตร ของประเทศไทย จํานวนสิทธิบัตรที่จดในประเทศไทยคิดแล้วเปึนอัตราแค่ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนสิทธิบัตรทั่วโลก และใน ๗๗ เปอร์เซ็นต์ของ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย เปึนสิทธิบัตรที่ชาวต่างชาติได้มาจดในประเทศไทยทั้งนั้น กลัวครับ กลัวประเทศไทย เราจะเหมือนประเทศจีนที่ว่าจะเลียนแบบสินค้าหรือเลียนแบบภูมิปัญญาของเขา อีก ๒๓ เปอร์เซ็นต์เปึนแค่ของคนไทย และในบรรดา ๒๓ เปอร์เซ็นต์นี้ส่วนใหญ่แล้วเปึน การจดสิทธิบัตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นต้น ซึ่งก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้กับ ประเทศไทยได้มาก นี่ก็คือปัญหาของทั้งหมดครับ

ต่อมาผมก็จะขอคอมเมนท์ (Comment) ในเรื่องของนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการศึกษา ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ นโยบายด้านการศึกษามี ๕ ข้อย่อย แต่ของคณะรัฐมนตรีคณะปัจจุบันนี้มี ๖ ข้อครับ ดูเผิน ๆ แล้วก็คล้ายกับเปึนการล้อกันมา แต่เปึนการล้อในสิ่งที่ดีครับ ตรงนี้ ผมก็ต้องขออนุญาตชมเชยคณะรัฐมนตรี แต่บางสิ่งบางอย่าง อย่างเช่นว่า คณะรัฐมนตรี บอกว่าจะมีการพัฒนาหลักสูตร ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมอยากจะขอเสนอแนะว่า การพัฒนาหลักสูตรต้องพัฒนาที่ตัวเด็กเปึนสําคัญ เราต้องมาตั้งโจทย์ว่าหลักสูตรตรงไหน ที่เราทําแล้วเด็กเรียนจบออกมาแล้วมีคุณภาพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในนโยบายการปฏิรูป การศึกษาที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นแต่การพัฒนาในเรื่องของการบริหารการจัดการองค์กรครู ซึ่งตรงนั้นเดี๋ยวผมก็กําลังจะพูดในลําดับถัดไปนะครับ ในเรื่องของหลักสูตรนี้ กระทรวงศึกษาธิการต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างต่อเนื่องหมายถึงในทุกระดับชั้น ไล่ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ปัจจุบันนี้เปึนอย่างไรครับ ปัจจุบันนี้ถ้าเผื่อ น้อง ๆ ที่เรียนหนังสือนี่ถ้าลองไปคุยกับเด็กนักเรียนทั้งหลายที่เรียนระดับมัธยมนี้ ผมเชื่อครับ ๖ ป้ ตั้งแต่มัธยม ๑ ถึงมัธยม ๖ น้อง ๆ แทบจะไม่เคยทํารายงานกันเลย แทบจะไม่เคยสอบในระบบอัตนัยหรือในระบบ ข้อเขียนกันเลย ส่วนใหญ่จะเปึนระบบปรนัยหรือระบบชอยซ (Choice) แต่พอขึ้นมาระดับอุดมศึกษา เฉพาะเอาแค่ป้การศึกษาแรก ภาคการศึกษาที่ ๑ การสอบระบบปรนัยหายไปหมด รายงานต้องทําทุกวิชา นี่ละครับสิ่งที่ผมกังวล กังวลว่าเด็กนักเรียนจะเกิดความแตกต่าง และจะเกิดความกดดันในตัวเอง พอก้าวขั้นจากระดับนักเรียนมัธยมมาเปึนนักศึกษา นี่คือเรื่องหลักสูตรที่ว่าจะต้องให้ความสําคัญ ส่วนเรื่องของการพัฒนาครู ผมเชื่อว่า ครูอาจารย์ในประเทศไทยจํานวน ๖ แสนคนเศษ เราต้องตั้งโจทย์ว่าครูทุกคนมีคุณภาพ แต่สิ่งที่เขาขาดผมเชื่อว่าเปึนในเรื่องของจิตวิญญาณของความเปึนครูขาดในเรื่องของ กําลังใจที่จะทํางานในตรงนี้ เพราะอะไรครับ อยู่ดี ๆ จะโอนการศึกษาไปสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น คุณครูทั้งหลายก็ไม่มีจิตใจในการทํางาน ต้องออกมาประท้วงกันเรือนแสน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปสอนเด็กนักเรียน ขอเถอะครับ ขอให้ครูทุกคนอยู่ดีกินดี แล้วก็แก้ กฎกระทรวงกันสักนิดหนึ่ง ปัจจุบันนี้ครูโรงเรียนไม่สามารถซ้ําชั้นเด็กนักเรียนได้ แม้ว่า เด็กจะสอบตกกี่ครั้งก็ตาม ครูไม่สามารถทําโทษเด็กนักเรียนได้ อีกหน่อยครูก็จะเหมือน หมอครับ ไม่กล้ารักษาโรค เพราะอะไร กลัว ถ้าเกิดว่าหมอรักษาโรคแล้วคนป์วยตายไป โดนฟัองร้อง หมอจะติดคุก ครูก็เหมือนกันครับ ปัจจุบันนี้ครูไม่กล้าตีนักเรียน เพราะถ้าตี ไปแล้วเกิดผู้ปกครองมาฟัองครูจะติดคุกได้ ครูก็เลยขาดกําลังใจในการที่จะสอน ในการที่จะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับนักเรียน นี่ก็เปึนสิ่งที่ทางคณะรัฐมนตรีชุดนี้ สมควรที่จะต้องไปปฏิบัตินะครับ ในการพัฒนาโรงเรียน บางครั้งผมเชื่อว่าเราจะต้อง กล้ายุบโรงเรียนบ้าง อัตราของกระทรวงศึกษาธิการ ครู ๑ คนต่อนักเรียน ๒๐ คน ในพื้นที่ของผมจังหวัดสุพรรณบุรีบางโรงเรียนเปึนโรงเรียนประถมศึกษา ป. ๑ ถึง ป. ๖ มีนักเรียนไม่ถึง ๑๐๐ คน ๖ ระดับชั้น มี ๔ ห้องเรียน ๑ ห้องเรียนต้องเรียน ๓ ระดับชั้น ป. ๑ เรียนมุมซ้าย ป. ๒ เรียนมุมขวา ป. ๓ เรียนมุมล่าง แล้วก็ครู ๓ คนเวียนกันสอน แล้วอย่างนี้จะมีคุณภาพได้อย่างไรครับ ต้องกล้ายุบครับ โรงเรียนไหนที่นักเรียนไม่ถึง เราต้องยุบรวมเพื่อให้เปึนโรงเรียนใหญ่ แล้วรัฐก็จัดงบประมาณ อย่างเช่น งบประมาณ ที่จัดรถโรงเรียนเพื่อรับส่งบุตรหลานของชาวบ้านทั้งหลายให้มาสู่โรงเรียนที่ไกลขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านทั้งหลายจะได้ไม่ต้องมีปัญหาในเรื่องของการรับส่งบุตรหลาน ของตัวเอง นี่ก็เปึนตัวอย่างในการพัฒนาโรงเรียน นโยบายของรัฐบาลยังมีการขยาย บทบาทของระบบการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ผ่านองค์กรต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดสมัยใหม่ อุทยานการเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ตรงนี้ก็อยากจะขอฝากฝังท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีว่าขอให้เปึนการก่อสร้างที่สามารถใช้ได้จริง ไม่ใช่ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อหวังผล ทางการเมืองให้ไปอยู่ในจังหวัดใหญ่ ๆ ซึ่งไปอยู่แล้วใช้ได้จริงหรือเปล่าตรงนี้ไม่ทราบ ขอร้องเถอะครับอย่าให้เปึนการละลายเงินงบประมาณเลย งบประมาณตรงนี้เปึน งบประมาณส่วนหลักเลยในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ผมอยากที่จะขอสรุปว่าพอจะเปึนไปได้ไหม ที่ว่าทางคณะรัฐมนตรีจะตั้งองค์กรอิสระที่ปราศจากการเมืองจริง ๆ ขึ้นมาปฏิรูป การศึกษา ตรงนี้เพราะอะไรครับ สังเกตได้ตั้งแต่ป้ พ.ศ.๒๕๒๖ เปึนต้นมาแทบจะไม่มี รัฐบาลไหนอยู่ครบ ๔ ป้ มีรัฐบาลเดียวครับ รัฐบาลของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่อยู่ครบเทอม ๔ ป้ ตรงนี้ผมชี้ให้เห็นถึงอะไรครับ ชี้ให้เห็นถึงว่า ถ้าเกิดว่าไม่มีองค์กรอิสระจริง ๆ ที่ปราศจากการเมืองเข้ามาแทรกแซงแล้วมาปฏิรูป การศึกษาไม่มีทางปฏิรูปได้แน่ครับ เปลี่ยนรัฐบาลทีเปลี่ยนนโยบายที แล้วเมื่อไร การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยจะเดินหน้าไปเสียที สุดท้ายแล้วครับ ผมอยากจะขอ ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดนี้ในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาท่านจะทําอย่างไรก็ได้ ครับ แต่ขอให้การศึกษาของประเทศไทยเราได้รับการปฏิรูป และได้เริ่มนับ ๑ อย่างแท้จริง ผมอยากที่จะเปึนส่วนร่วมในรัฐบาลที่ได้มีการเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง แม้ว่าผลสุดท้ายแล้วการปฏิรูปจะประสบความสําเร็จเมื่อไรยังไม่มีใครทราบได้ แต่อย่างน้อยผมก็ยังภูมิใจในชีวิตนักการเมืองของผมที่ว่าผมได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูป การศึกษาและประสบผลสําเร็จ กราบขอบพระคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณอับดุลการิม

นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้ การนําของนายสมัคร สุนทรเวช ได้บรรจงเขียนนโยบายอย่างสวยหรูดูดี โดยเฉพาะ นโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างว่า จะน้อมนําแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาใช้ ตลอดทั้งจะอํานวย ความเปึนธรรมและความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่ารัฐบาลชุดนี้จะกระทําได้จริงอย่างที่ได้แถลงไว้ ท่านประธานย้อน ไปดูคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันพุธที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ ในหน้าที่ ๒๔ วรรคสุดท้าย ในนโยบายดังกล่าวก็ได้บอก ไว้ว่าจะน้อมนําหลักการแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา รวมทั้งการอํานวย ความเปึนธรรมและความยุติธรรม พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ตามวิถีชีวิตและ วัฒนธรรมของประชาชน นี่คือนโยบายของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในคําแถลง นโยบายของนายสมัคร สุนทรเวช ที่ได้แถลงต่อรัฐสภา หน้าที่ ๔ ข้อที่ ๑.๒ เกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้อ้างอีกว่าจะน้อมนํา แนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตลอดทั้งอํานวยความเปึนธรรมและ ความยุติธรรมเช่นเดียวกัน แสดงว่านโยบายของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ได้ลอกมาจาก นโยบายรัฐบาลทักษิณทั้งสิ้น ฉะนั้นการทํางานก็คงจะไม่แตกต่างกับการทํางานของ รัฐบาลทักษิณ จึงน่าเปึนห่วงว่ารัฐบาลชุดนี้จะเข้าใจกับพื้นที่ ๓ จังหวัดอย่างไร เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่เคยได้ไปสัมผัสกับพื้นที่ รัฐบาลชุดนี้จะอธิบายได้ไหมว่า ท่านเข้าใจพื้นที่อย่างไร จะทําอย่างไรกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ หรือฝ์ายปกครองที่มาจาก ภูมิภาคอื่น มาจากจังหวัดอื่น บุคคลเหล่านี้คงไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา ที่ใช้กันใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางรัฐบาลจะจัดให้มีหลักสูตรการอบรม เรียนรู้ เข้าใจวิถีชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องพุทธ มุสลิมอย่างไรหรือไม่ และการที่จะเข้าถึงนั้น รัฐบาลจะเข้าถึงประชาชนของพี่น้องกระผมได้อย่างไร เมื่อปัจจุบันทั้งทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ และประชาชนต่างก็อยู่ในความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ท่านจะขจัดความหวาดระแวงนี้ อย่างไร ในการพัฒนาทางรัฐบาลจะดําเนินการอะไรในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพราะสมัยรัฐบาล ทักษิณไม่เห็นได้ดําเนินการพัฒนาอะไรเลยในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจึง ไม่เชื่อหรอกครับว่า รัฐบาลชุดนี้จะทําได้จริงอย่างที่ได้แถลงไว้ ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่ผมเปึนคนจังหวัดยะลา ได้เจริญเติบโตสัมผัสกับชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน ในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผมไม่ได้ย้ายไปไหน ผมได้เปึน ทนายความมา ๑๐ กว่าป้ เคยเปึนทั้งกํานันแล้วมาเปึน ส.ส. และมีโอกาสสัมผัส กระบวนการยุติธรรมในฐานะทนายความ และสัมผัสชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ประชาชนในฐานะที่ผมเปึนกํานันและเปึน ส.ส. ยอมรับว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดที่ผ่านมาเท่าที่ ผมจําได้มีความสงบเรียบร้อยเปึนอย่างดี ภาครัฐได้อํานวยความยุติธรรมเสมือนกับพี่น้อง ประชาชนในภูมิภาคอื่น ผมได้มีโอกาสอํานวยความยุติธรรมบ้างในฐานะทนายความ คดีที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่ก็ได้ดําเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการ ยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย มีโอกาสได้ต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ แต่พอมายุครัฐบาลสมัยทักษิณ ชินวัตร ผมจําได้ว่าไม่มีเคยมียุคไหนในพื้นที่ ๓ จังหวัดมีความรุนแรงอย่างหนักถึงขนาดนี้ ด้วยนโยบายภายใต้การคิดใหม่ ทําใหม่ คิดจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลนี้ก็คงจะทําเหมือนกับรัฐบาลทักษิณที่ทํามา รัฐบาลทักษิณทําอะไรไว้อย่างไร รัฐบาลชุดนี้คงอยากกระทําต่อ รัฐบาลทักษิณได้ก่ออะไร ไว้รัฐบาลชุดนี้คงจะสานต่อ พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความไม่สงบ เกิดเหตุ รุนแรงในยุครัฐบาลทักษิณบริหารประเทศใช้นโยบายผิดพลาด ใช้วิธีการที่ผิด ใช้การ อุ้มฆ่าในการแก้ปัญหา เริ่มต้นจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดด้วยการอุ้มฆ่าและ ฆ่าตัดตอน ใช้นโยบายในการปราบปรามประชาชนในพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งข้อหา บุคคลเหล่านั้นว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยการอุ้มเข้าไปและฆ่าเขาตาย แล้วปรากฏว่า มันผิดตัวไม่ใช่ตัวจริง ทําให้ญาติพี่น้องเขาโกรธแค้น นายกรัฐมนตรีทักษิณช่วงนั้นไปฟัง ใครก็ไม่ทราบครับว่า หัวขบวนแบ่งแยกดินแดนมีเพียงแค่ ๒๐-๓๐ คน เลยจึงมีคําสั่งให้ จัดการกับบุคคลเหล่านั้นให้เสร็จสิ้นภายใน ๓-๔ เดือน เหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้จึงมี ความรุนแรงขึ้น คิดว่า ๒๐-๓๐ คนนี้ จัดการแค่ ๓–๔ เดือนก็หมดไป และยังอวดดีอวดเก่ง ต้องการแสดงให้เห็นว่าแนวทางที่จะใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเปึน แนวทางที่ต้องคิดใหม่ทําใหม่ ปฏิเสธของเก่าที่ใช้ได้ผลมาแล้ว อย่างเช่นสมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านได้ก่อตั้งศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า ศอ.บต. ศอ.บต. เปึนที่รวมศูนย์บริหาร ราชการในพื้นที่ภาคใต้ ทําให้ทุกอย่างบริหารงานอย่างมีเอกภาพ ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหา และการพัฒนา ลดตัวบุคคลและเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดปัญหา รวมทั้งการบํารุงขวัญของ ข้าราชการที่รับราชการในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําให้การบริหารราชการเปึนไป อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนได้ประโยชน์สถานการณ์จึงสงบ อีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ คือ การก่อตั้งกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่ ๔๓ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า พตท. ๔๓ ทําให้กําลังของเจ้าหน้าที่ทหารฝ์ายปกครองและ ฝ์ายตํารวจ ฝ์ายทหารทํางานสอดประสานกันอย่างมีเอกภาพ สามารถดูแลปกครอง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมีความสงบเรียบร้อย ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ถูกยุบ ยกเลิกทั้ง ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ ทําให้การบริหารราชการ ใน ๓ จังหวัดมีความยุ่งเหยิง วุ่นวาย ขาดประสิทธิภาพ เมื่อมาผสมโรงกับนโยบาย ที่ปราบปรามด้วยความรุนแรง มีการอุ้มฆ่าแทบทุกวัน ประชาชนหรือครอบครัวที่เขาถูก อุ้มฆ่าเขามีความคับแค้นเดือดร้อนครับ พวกคนเหล่านี้กลายเปึนในเรื่องของขบวนการ อย่างปริยาย เมื่อมีการวางระเบิดเลยพลอยให้มีคนมีความรู้สึกสะใจ ในที่สุดมันก็ระบาด ไปจนถึงขั้นวางระเบิดฆ่าผู้บริสุทธิ์ ทั้งที่เปึนครูที่เปึนของรัฐและของเอกชน ทั้งปอเนาะ ทั้งผู้หญิง ทั้งผู้นําศาสนา ทั้งพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งเด็กและคนแก่พลอยตายไปหมด ทั้งคนพุทธและมุสลิม ทั้งหลายทั้งหมดนี่เกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาลทักษิณทั้งสิ้น ผมจึงถามว่าการที่รัฐบาลลอกนโยบายของทักษิณมาแถลงอีกคราวนี้ แสดงว่าจะทํา ตามเดิมหรือเปล่า มีตรงไหนที่แตกต่างบ้าง นายกรัฐมนตรีสมัครประกาศว่านโยบายของ เขาจะทําตามที่รัฐบาลทักษิณทําไว้ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีสมัครตั้งใจที่จะทําให้พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบจริงอย่างจริงจัง นายกรัฐมนตรีสมัครจะต้องสะสาง คดีที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ให้มีปรากฏให้ชัดเจน อย่างเช่นกรณีการหายตัวไปและล่าสุด เมื่อ ๗ เดือนที่แล้ว กรณีนายซัมซูดิง วะวา อยู่ที่อําเภอบันนังสตา มีชายฉกรรจ์แต่งกาย ชุดพรางอาวุธครบมือ ไปโดยรถกระบะอุ้มหายตัวไป ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าเปึนตายร้ายดี อย่างไร และกรณีนายวันดี กาซิ กับพวกรวม ๔ คน อันนี้ก็ได้หายตัวไปที่อําเภอยะหา เมื่อกลางป้ที่แล้ว ญาติของเขาติดตามก็ยังไม่ทราบว่าเปึนตายหรืออยู่อย่างไร ปัจจุบัน จํานวนผู้สูญหายมากกว่า ๓๐ รายแล้วครับ หากรัฐบาลนี้มีความจริงใจในการแก้ปัญหาจริง กล้าไหมครับที่จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏทั้งหมดที่หายไป อันนี้ไม่รวมถึงญาติพี่น้องของบุคคลที่ถูกยิงตายอย่างน่าเวทนา อย่างน่าสงสาร เขามีลูก เขามีเมีย ลูก เมียเขาจะรู้สึกอย่างไร ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่าถ้าเหตุการณ์เหล่านั้น เกิดขึ้นกับพี่หรือน้อง หรือลูก หรือเมีย หรือพ่อของท่านประธาน ท่านประธานจะรู้สึก อย่างไร คับแค้นไหมครับ พี่น้องประชาชนของกระผมก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกับ ท่านประธานหรอกครับ เหยื่อเหล่านี้มีทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม ทั้งผู้นําศาสนาทั่วไปหมด รัฐบาลมีแนวคิดที่จะเยียวยาบุคคลเหล่านั้นที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ อย่างไร กรณีพ่อเขาตาย ลูกเขาอดอยากลําบากครับท่าน รัฐบาลนี้รวมทั้งคณะบุคคลในรัฐบาลนี้หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะต้องทําเรื่องนี้ให้กระจ่าง ประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด จะได้รู้ว่านโยบายที่ได้เขียนไว้อย่างสวยหรูเปึนจริงและจะเกิดประโยชน์ได้ อย่างจริงจังครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เวลาที่ยกตัวอย่างร้าย ๆ อย่างนั้น ยกให้ไกลประธานบ้างก็ดีเหมือนกัน เชิญคุณวาสิตครับ

นายวาสิต พยัคฆบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วาสิต พยัคฆบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง พรรคพลังประชาชน ตามที่ผมได้ฟังคําแถลงนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรี ฟังจากคําอภิปรายของเพื่อนส่วนใหญ่ในสภาและจากการพิจารณา ของตัวผมเอง ผมมั่นใจว่านโยบายของรัฐบาลจะสามารถที่จะแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเปึน ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคมและปัญหาอื่น ๆ ที่มีและที่เกิดขึ้นอย่างมากมายของรัฐบาล ชุดที่แล้ว ซึ่งอยู่ในการควบคุมของคณะปฏิวัติหรือว่า คมช. ท่านประธานครับ งบประมาณ ที่จะใช้ตามนโยบายของรัฐบาลนี้มาก เพราะฉะนั้นต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ โดยเฉพาะเวลา เพราะเราเสียเวลาไปมากแล้ว แล้วก็ไม่ใช่ เวลาที่จะต้องมาเอาอกเอาใจผู้ใด คณะใดหรือกลุ่มบุคคลใด ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการปฏิวัติขึ้นอีกหรือไม่ ผมเชื่อว่าท่านพูดด้วย ความไม่สบายใจ พูดด้วยความกังวลใจ เช่นเดียวกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เชื้อปฏิวัติยังไม่ตายเพียงแต่จางหายไปชั่วคราว จะกลับออกมาอาละวาดมาทําลายสังคม มาทําลายความสุขของประชาชนอีกถ้าเราควบคุมไม่ดีหรือควบคุมไม่ได้ พระราชบัญญัติ ว่าด้วยระเบียบราชการกลาโหม การจัดกลาโหมฉบับที่ซึ่งประกาศใช้ไปเมื่อต้นเดือน กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงกลาโหมเปึนส่วนหนึ่งของอํานาจบริหาร เปึนส่วนหนึ่งของ ฝ์ายบริหาร นายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้าสูงสุดของฝ์ายบริหาร การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ระดับนายพลขึ้นไปเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการซึ่งมีอยู่ ๗ คน ไม่มีนายกรัฐมนตรี เอาละ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวง กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการ ๓ เหล่าทัพ นายกรัฐมนตรีเข้าไปทํา อะไรไม่ได้เลย ถ้าผ่านการพิจารณาของบุคคลทั้ง ๗ คนนี้แล้ว นายกรัฐมนตรีจะต้องนําผล ขึ้นไปทูลเกล้าฯ อย่างเดียว เอาละ สมัยนี้นายกรัฐมนตรีอาจจะเข้าไปรับรู้ อาจจะเข้าไป ท้วงติงได้บ้าง เพราะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย แต่แค่คนเดียวนะครับ เพราะไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ เพราะฉะนั้นการที่ผมได้กล่าวไปตั้งแต่เบื้องต้นแล้วว่า นโยบายของรัฐบาลจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องใช้งบประมาณมาก งบประมาณไหน ที่ไม่จําเปึน ที่ไม่ก่อให้เกิดความสุขต่อประชาชนของประเทศเปึนส่วนรวม จะต้องโดนตัด โดนลดเพื่อที่จะทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ให้ท่าน อยู่นานพอที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องเชื้อปฏิวัติ ซึ่งแน่นอนเปึนที่ประจักษ์แล้วว่าทําลายสังคม ผมไม่อยากใช้คําพูดว่า ทําลายชาติ ทําลายความสุขของประชาชน เปึนที่ประจักษ์ ไม่อยากให้กลับมาอีก อยากให้ท่านสมัครมีเวลาในการแก้ไขพอ แล้วก่อนที่จะพ้นวาระ สามารถที่จะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคําว่า ต่อไปนี้จะไม่มีการปฏิวัติเกิดขึ้น ในประเทศไทยเราอีก ท่านต้องหาทาง แล้วก็ต้องร่วมมือของทุกฝ์ายในการที่จะแก้ไข ปัญหานี้ ความสุขของประชาชนจะต้องไม่สะดุดอีกแล้ว จะต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องมาหวาดผวา ต้องควบคุมให้ได้ครับ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งนะครับว่าท่านจะออกไป ด้วยคําพูดที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ว่าจะไม่มีการปฏิวัติเกิดขึ้นอีกแล้วในประเทศไทย ไม่ต้อง เกรงอกเกรงใจกันแล้ว ต้องบอกต้องป์าวประกาศกันแล้ว ตัวอย่างมีให้เห็นได้ชัดเจนแล้ว ประสบมาด้วยตัวเองแล้วในช่วง ๒ ป้ที่ผ่านมา ที่ประเทศถูกปกครองและควบคุมด้วย คณะปฏิวัติ ผมขอกล่าวเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอกราบขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณอันวาร์ครับ

นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากนโยบายที่ผิดพลาดของ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณนะครับ ได้สร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับประเทศไทย โดยเริ่มต้นมีเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้ง นับมาจากเหตุการณ์ปล้นป๋นที่นราธิวาส ในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ในวันนั้นป๋นเอ็ม ๑๖ ได้ถูกปล้นไป ๓๖๐ กระบอก และมี ผู้เสียชีวิตที่เปึนเจ้าหน้าที่ทหาร ๔ นาย ในวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้เกิด เหตุการณ์รุนแรงที่มัสยิดกรือเซะและพื้นที่ใกล้เคียง และในวันนั้นก็มีประชาชนเสียชีวิต ๑๐๖ คน หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ตากใบนะครับ ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ นี้เกิดขึ้น ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทักษิณทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์รุนแรงอีกหลายอย่าง ตั้งแต่การลอบวางระเบิด การปล้นป๋น การเผาสถานที่ การลอบยิง และการทําลาย ทรัพย์สิน ตลอดจนทําร้ายร่างกายอย่างสาหัส ซึ่งนําไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิต เปึนจํานวนมาก เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดที่เกิดทั้งหมดบานปลายรุนแรงขึ้นในรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรีทักษิณ วันนี้รัฐบาลนี้จะต้องคิดแล้วนะครับว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ กับ ๓ จังหวัดที่เห็นกันในวันนี้รัฐบาลนี้ลอกนโยบายของรัฐบาลเก่า หลักใหญ่ใจความ เหมือนกันทั้งสิ้น แถมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เกิดความคิดกระฉูดจะทําให้ เกิดเมืองศาสนา จะทําให้เกิดเปึนเขตปกครองพิเศษปกครองตนเอง เหล่านี้นะครับถ้ามอง ว่ามันเปึนเรื่องของศาสนา ก็แสดงให้เห็นว่าคนในรัฐบาลนี้ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง ของภาคใต้เลย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอแนวความคิดเรื่องเขตปกครอง พิเศษออกมาแล้วมีผู้ตําหนิติเตียน ผมคงไม่ต้องพูดนะครับว่าเปึนใคร ยังไม่ทันข้ามวันเลย ท่านก็กลับลําเลิกทันที แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเสนอวิธีไหน น่ากลัวครับ เปึนเรื่องที่น่ากลัว เหลือเกินครับ เพราะเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องของภาคใต้ว่าเรื่องของระดับชาติคิดแก้ปัญหากัน แค่เปึนรายวัน ผมขอเตือนท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องศาสนาไม่ใช่สาเหตุของ ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นนะครับ การหยิบยกเอาเรื่องศาสนามาเปึน ประเด็นนั้น ท่านกําลังส่งสัญญาณที่ผิดต่อพี่น้องทั่วประเทศ ลําพังเฉพาะที่พี่น้องทั่ว ประเทศได้อ่านข่าว ได้รับรู้ในเรื่องของการฆ่าพระก็สะเทือนใจอยู่แล้วครับ ทําไมท่านต้อง ถ่างแผลเพิ่มความรู้สึกนี้เข้าไปอีก การที่ท่านประกาศว่าจะทําให้เปึนเมืองศาสนานั้น คนทั่วไปคิดว่าจะทําให้จังหวัดภาคใต้เปึนเมืองมุสลิม แล้วชาวพุทธเขาจะอยู่กันอย่างไร ล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านต้องรู้ว่า ในภาคใต้มีพี่น้องที่เปึนชาวพุทธอยู่ด้วยเปึนจํานวนมาก ถ้าท่านประกาศให้เปึนเมือง มุสลิมนี่พี่น้อง ชาวพุทธเขาก็อึดอัด เขาก็จะอยู่ลําบากเกิดความแบ่งแยกแตกต่างในสังคม ชาวบ้านที่นั่นผมขอยืนยันนะครับ ว่าศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามไม่ใช่ต้นเหตุของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การนับถือศาสนาที่แตกต่างกันนั้นก็ไม่ใช่ต้นเหตุของความรุนแรง ที่เกิดขึ้นที่นั่น คนที่นับถือศาสนาที่ต่างกันนี่เขาอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่ารัฐมนตรีมหาดไทยกําลังจะสร้างความแตกแยกให้เกิดในสังคม อย่างนี้ก็เข้าทางเขานะครับ เข้าทางที่คนที่เขาคิดจะแบ่งแยกอยู่แล้ว ผมในฐานะที่ผมเปึน มุสลิม ผมมีความรู้ความเข้าใจพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ตรงนี้ดี ชาวมุสลิมนี่เขาไม่ได้รังเกียจ ชาวพุทธ เขาไม่ได้รังเกียจศาสนาพุทธ และเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าชาวพุทธนี่รังเกียจเขา เพราะเขานับถือศาสนาที่ต่างกันออกไป ส่วนกรณีที่เกิดการฆ่าพระมันก็ไม่ใช่การฆ่าที่เกิด จากประชาชนคนธรรมดาทั่วไปมันเปึนผู้ร้าย มันเปึนการก่อการร้ายที่จะทําให้คน ๒ ศาสนาแตกแยกระแวงกัน เวลามันมาฆ่าพระนี่มันก็จะทําทีเหมือนว่าเปึนขบวนการของ คนมุสลิม แต่ความจริงแล้วโต๊ะครูและโต๊ะอิหม่ามนี่ก็ถูกฆ่าเหมือนกัน ความเปึนจริง โต๊ะครู โต๊ะอิหม่ามที่เปึนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับขบวนการการแบ่งแยกนี่ถูกฆ่าตายมากกว่า พระสงฆ์อีก ทั้งหมดเปึนการเสี้ยมให้ประชาชนทะเลาะโดยเอาศาสนามาเปึนเหตุ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคิดจะเอาเรื่องศาสนามาเปึนประเด็น ในการแก้ปัญหา รัฐมนตรีจึงเปึนผู้ที่กําลังทําการที่จะเปึนเข้าด้วยช่วยเหลือผู้ร้ายโดย ความรู้ไม่เท่าทัน ผมยินดีที่ท่านรัฐมนตรีเข้ามาพอดีเรื่องสําคัญอย่างนี้ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะนั่งฟังนะครับ การแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นต้องทําพร้อม ๆ กันนะครับ ทําทุกด้านไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ การปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง สังคม และการศึกษา ผมสังเกตว่าปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มันเปึนประเด็นที่อยู่กับชาวบ้านมานานพอสมควรแล้วครับ แล้วผมคิดว่าหลังจากนี้ไปนี่เราทุกคนจะต้องมาช่วยกัน ผมสังเกตว่างบประมาณที่ลงไป ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ลงไปในเรื่องของความมั่นคงเปึนส่วนใหญ่ ผมอยาก เรียกร้องให้รัฐบาลนี้เข้าไปดูแลเรื่องการศึกษา เรื่องเศรษฐกิจ และเรื่องสังคม โดยเฉพาะ การศึกษาให้ไปดูเรื่องคุณภาพของการศึกษา การเรียนการสอน กําลังใจครูต้องดีนะครับ การให้สวัสดิการเงินเดือนครูต้องดี และค่าตอบแทนก็ต้องเปึนพิเศษ การคุ้มครองต้องเปึน พิเศษ ในเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตรของเด็กนั้นก็จะต้องทําให้ออกมาแล้วประกอบ อาชีพได้จริง ผมขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน ในเรื่องของสังคมนั้นกระบวนการ ที่จะดูแลหญิงหม้าย เด็กกําพร้า โดยเฉพาะหญิงหม้ายและเด็กกําพร้าที่เกิดขึ้นจาก เหตุการณ์ความรุนแรงจะต้องเข้าไปดูแลเยียวยาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสังคมในอนาคต ในเรื่องเศรษฐกิจนั้นก็ต้องให้มีโครงสร้างในการพัฒนาให้มีลักษณะของเขตพื้นที่พิเศษ เพื่อให้มีโครงการอุตสาหกรรมบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่ได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมฮาลาลนะครับ ทั้งหมดนั้นผมคิดว่านโยบายของท่านออกมาแล้วไม่ค่อยชัดเจน จับต้องไม่ได้ ผมไม่สามารถจะ เชื่อนโยบายของท่านได้นะครับ ในเรื่องของความยุติธรรมนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยครับ นี่คือรายชื่อของผู้ที่ถูกควบคุมตัวและถูกซ้อมทรมานและได้รับ บาดเจ็บ รายชื่อลําดับที่ ๑-๔ ใน ลิสท (List) นี้นะครับ เสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัว และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งนะครับ ลําดับที่ ๒๐ ของรายชื่อนี้ ตรวจสอบแล้วจากข้อเท็จจริง ของเหยื่อ ถูกซ้อมและทรมานในวัดช้างไห้ เหตุการณ์อย่างนี้เราจะให้เกิดไม่ได้นะครับ เพราะทําลายภาพพจน์ของสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ ซึ่งเปึนพี่น้องชาวพุทธและ เปึนพี่น้องของผมด้วย ท่านต้องเข้าไปตรวจสอบโดยด่วนนะครับ ปัญหาในภาคใต้ ถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจ ตั้งมั่นในความสุจริตและเที่ยงธรรม ปราศจากความระแวงและอคติ โดยคิดว่าพี่น้องทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินไทยคือปวงชนชาวไทย ปัญหาความไม่สงบ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะแก้ได้ในที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้แทนราษฎร สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่เดิมผมตั้งใจว่า จะตอบคืนนี้ จะรอให้เพื่อนสมาชิกของรัฐสภาได้อภิปรายเสียก่อน แล้วผมจะตอบรวบยอด มีหลายท่านตั้งแต่ผู้นําฝ์ายค้านได้ให้ความกรุณาวิพากษ์วิจารณ์ผม แล้วแนวนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้และการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผมน้อมรับคําวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเรามาจากการเลือกตั้งด้วยกัน สรุปก็คือต้องใจกว้าง แล้วเราเล่นกันในสภา เปึนเรื่องถูกต้อง แต่ว่าท่านผู้แทนเมื่อสักครู่ที่ท่านอภิปราย ท่านวิจารณ์นโยบายจริง แต่ค่อนข้างเหมือนไม่ไว้วางใจ ถ้าผมจะไม่ตอบท่านเสียบ้าง เดี๋ยวเวลาคนเขาฟังท่าน แล้วเขาไม่คิดว่าผมจะตอบตอนกลางคืนก็จะเชื่อคําอภิปรายขอท่าน ท่านกับผม ไม่แตกต่างกันหรอกครับในการรักบ้านรักเมือง แล้วเรามีที่มาเหมือนกันคือมาจาก การเลือกตั้งของน้องประชาชน นโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผมนี่ไปศึกษาจากหลายท่าน ปรากฏว่าผู้ที่ให้คําปรึกษา ๑๐ คน ไม่มีใครคิดเห็น เหมือนกันเลย ๑๐ คน ๑๐ ความคิด ท่านอาจจะลืมไปว่าครั้งหนึ่งผมรับราชการเปึน นายตํารวจกองปราบ มีอํานาจหน้าที่ตรวจค้นจับกุมทั่วราชอาณาจักรไทย ผมค่อนข้าง เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มีพื้นฐานด้านการข่าวอยู่บ้าง การสืบสวน เปึนไหม ทํามาแล้ว การสอบสวนเปึนไหม ทํามาแล้ว นโยบายภาคใต้ถ้าท่านมีนโยบาย จะแก้ไขปัญหาแล้วท่านไปบอกในสาธารณะนี่มันไม่ได้ เขาก็รู้หมดสิ ลับ ลวง พราง ในอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปึนผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหาร สูงสุด ประธาน คมช. ลงไปแก้ไขปัญหา ปัญหามีแต่เพิ่มขึ้น ๆ ผมไม่ได้โทษท่าน แล้วที่ ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่นี่ยังไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ พวกผมเข้าใจ ผมเรียนกฎหมายถ้าไม่แถลง นโยบายต่อรัฐสภา ผมบริหารราชการบ้านเมืองไม่ได้ วันนี้หลังจากแถลงนโยบายเสร็จ ปัญหาที่ท่านคับข้องใจที่ท่านมีแล้วท่านบอกสภาเมื่อสักครู่นี้ ท่านมาร้องกับผมสิ ท่านดู รัฐบาลชุดนี้ทํางานบ้างสิว่าจะเก็บเอาไว้หรือไม่ ต้องตรงไปตรงมา ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ กรือเซะมีปัญหาอะไร ตากใบมีปัญหาอย่างไร ปล้นป๋นมีปัญหาอย่างไร ผมก็มีส่วนรู้บ้าง แต่มันพูดในที่สาธารณะไม่ได้ ผมถูกด่าผมไม่ว่า ผมมีการเปลี่ยนแปลงจะว่าวันต่อวันเลย เปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมงในด้านแผนปฏิบัติการ โอเปอเรชั่น (Operation) ต้องทําเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ พอพูดคําว่า เขตปกครองพิเศษ คนไปมองซินเกียง เสิ่นเจิ้น ในอินโดนีเซีย ในเยอรมัน ไม่ใช่ ก็ท่านเข้าใจผิด ผมก็ไม่มีโอกาสอธิบาย สรุปสั้น ๆ นิดเดียวละครับ คืนนี้ท่านรอฟังผมสิ พอท่านนายกรัฐมนตรีเขามอบหมายสักกี่คนได้ตอบ อภิปราย ปัญหาปักษ์ใต้ท่านต้องคิดในหลักการว่าเราเปึนนักธุรกิจ แล้วทําธุรกิจ มันขาดทุน ปักษ์ใต้แย่ลง ๆ ๓ จังหวัด ๔ อําเภอในสงขลา มาทําธุรกิจขาดทุนมันต้อง เปลี่ยนแปลงนโยบายแนวทางในการทําธุรกิจ เขตปกครองพิเศษที่ผมพูดฟังแสลงหู ผมบอก อ้าว ปกครองเฉพาะส่วน อ้าว แสลงหู ไม่เปึนไรกลับมาที่เดิม ผมคิดเปึน และจะ ทําในจังหวัดพื้นที่ของพวกท่าน ผมยืนยันกับท่านอีกครั้งว่าเรามีแนวคิดแนวทางที่จะแก้ไข ปัญหาให้สถานการณ์มันดีขึ้น ความคับแค้นทางจิตใจแล้วยากไร้ทางวัตถุของพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเปึนโจทย์ที่ท้าทายรัฐบาลนี้ ผมบอกกับท่านไม่ได้หรอก ว่าจะแล้วเสร็จ ๓ เดือน ๖ เดือน เพราะมันตกผลึกมานาน แต่ผมจะไม่พูดอย่างรัฐมนตรี ในอดีตที่ว่าแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เพราะข้าราชการแตกแยกกัน แก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะเบี้ยเลี้ยงเงินเดือนไม่ถึง เรื่องเหล่านั้นเปึนหน้าที่ของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ไปออกตัวว่าทหารทะเลาะกับตํารวจ ตํารวจทะเลาะกับ ฝ์ายปกครอง ศอ.บต. กฎหมายยังไม่ผ่าน ผมไม่มีวันจะมาปรับทุกข์ให้ท่านฟัง แต่สิ่ง เหล่านั้นเปึนอํานาจหน้าที่ที่ผมจะทํา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมอยาก ขออนุญาตอีกสักนิดเดียว อยากจะเรียนกับท่านผู้แทนปัตตานีเมื่อสักครู่นี้ อ้ายคําว่า เปึนเมืองศาสนา นี่ก็คนบ้านท่านมาหาผม บอกมาจากหลายหน่วยงานมีนายกเทศมนตรี มีเทศมนตรี อบต. ประธานสภาหอการค้า เยอะแยะหมดมาหาที่กระทรวง ผมเชิญประชุม นอกรอบ ผอ. ศอ.บต. ศูนย์อํานวยการบริหารชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ๕ จังหวัด ถามนอกรอบ เขาบอกว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ อยากทดสอบว่าเปึนเมืองศาสนาเคร่งครัด ไม่มีสถานบริการจะได้หรือไม่ ผมบอกว่าผมทํา ไม่ได้ แต่หลังจากแถลงนโยบายเสร็จวันที่ ๒๒ ที่จะถึงนี้ผมจะเชิญท่านผู้ว่าประชุม ทั่วประเทศแล้วผมจะบอก ๕ จังหวัด โดยเฉพาะ ๓ จังหวัด และ ๔ จังหวัด สงขลาไปทํา ประชาพิจารณ์เอาไหม ถ้าประชาชนเอาก็ว่าไป ถ้าไม่เอาก็จบ ก็เลิกกัน ผมไม่ใช่อยากไป ให้ท่านเคร่งครัดในยุค โกลเบิลไลเซชั่น (Globalization) โกลเบิล เลค (Global lake) โกลเบิล วิลเลจ (Global village) มันต้องพัฒนาโก อินเตอร์ (Go inter) มันไม่ใช่จะมาทําเฉพาะ๓ จังหวัด โดยข่มขืนจิตใจ ไม่ใช่หรอกครับ ท่านต้องคิดใหม่ แล้วผมคิดเปึนที่จะทํางานให้กับพื้นที่ ภาคใต้ รอบแรกผมเอาเท่านี้ครับ แต่ว่ารอบกลางคืนนี้ผมอาจจะพูดเยอะหน่อย ๙ ไม่ทํา คืออะไร ๙ ทําคืออะไร นโยบายเร่งด่วน โดยเฉพาะของกระทรวงต้องสอดคล้องรองรับ กับของรัฐบาล รัฐบาลมีนโยบายต้องสอดคล้องรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ จะบอกพื้นที่พิเศษเดี๋ยวท่านก็ตกใจ ไม่หรอกครับ พื้นที่ธรรมดา แต่แก้ปัญหาหนักหน่อยครับ ขอบพระคุณครับ

(นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ปัตตานี) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

พาดพิงอะไรครับ เชิญ

นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

ที่ท่านบอกว่า ในเขต ๓ จังหวัดนะครับ ไม่ได้แยกต้องทําให้ทั่ว ก็ดีครับ ถ้าให้เปึนเมืองศาสนาทั้งหมด ทั้งประเทศไทยเปึนสิ่งที่ดี ส่งเสริมทุกศาสนาเปึนสิ่งที่ดีครับ แต่ถ้าสมมุติว่าท่านคิดว่า ท่านทําให้เปึนเมืองศาสนาและให้คนบางกลุ่มนี่เข้าใจว่าเปึนเมืองของมุสลิม นั่นคือ การทําให้เกิดในพื้นที่แตกแยกเพิ่มขึ้น ผมมีสิทธิที่จะถาม มีสิทธิที่จะสงสัยนโยบาย ของท่าน และท่านก็มีสิทธิ เปึนสิทธิของท่านที่จะต้องขึ้นมาตอบแล้วก็อธิบายให้กับ ในที่ประชุมของเรา รวมทั้งพี่น้องที่อยู่ทางบ้าน ผมเอาใจช่วยท่านครับ ผมอยู่ข้างท่าน ถ้าสิ่งไหนที่ทําให้เกิดสิ่งที่ดีในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือทั่วประเทศในประเทศไทย แล้วถ้าสร้างให้เกิดความปรองดอง ความสมานฉันท์ ไม่มีสิ่งที่แตกแยกแปลกปลอม สิ่งนี้ ผมส่งเสริมท่านนะครับ แล้วก็หวังว่าท่านก็คงเข้าใจผมในการทําหน้าที่ของผมด้วยนะครับ แล้วก็ถ้าสมมุติว่ามีอะไรตรงไหนที่เปึนสิ่งที่ผมจะเปึนประโยชน์กับท่านผมก็ยินดีสนับสนุน ท่านครับ ขอบคุณมากครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบพระคุณครับท่านผู้แทน ผมย้ํากับท่านอีกครั้งนะครับ ก่อนจะทําอะไรในพื้นที่ภาคใต้ ผมต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมเบื้องต้น แล้วพรรคท่านนะครับ ต้องช่วยผมนะ พรรคประชาธิปัตย์เปึนขวัญใจของคนใต้ ท่านอย่ามองว่าผมรัฐบาล ท่านฝ์ายค้าน ไม่มี พวกคุณ พวกผม ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มีแต่พวกเรา ท่านต้องช่วยด้วย ลําพัง ผมไม่ทักษะ ผมไม่ได้ไปสุดแดนประเทศมานานแล้ว ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ ท่านต้องตั้งเปึนคอมมิทที (Committee) แล้วท่านเรียกผมไปพบ หรือท่านไปพบผมที่กระทรวงก็ได้ มหาดไทยยุคผมไม่มีใส่กลอนประตู หน้าห้องไม่มี ผมอยู่แบบเป่ดเผย และให้ผู้แทนราษฎรทุกพรรคพบได้ ที่สําคัญที่สุดผู้แทนปักษ์ใต้ ท่านต้องช่วยคิดนะ แล้วพอเปึนความคิดที่ดี แก้ปัญหาได้ ผมจะแถลงข่าวเลยว่าส่วนนี้ ผมไม่ได้คิดนะ เพราะผมไม่เข้าใจ ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้เขาคิดให้ มาบอกผม ต้องยกคุณงามความดีให้เขา เราทําอย่างนี้แหละจะแก้ปัญหาภาคใต้ได้ เดี๋ยวกลางคืนผมตอบอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญคุณวิสาระดีครับ

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสและในฐานะ สมาชิกรุ่นใหม่ ดิฉันมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตค่ะ หลังจาก ๒ วันที่ผ่านมาดิฉันมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในทิศทาง ของประเทศเรา จากคําแถลงนโยบายของคณะรัฐบาลชุดนี้ ดิฉันในฐานะสมาชิกรัฐสภาเห็นด้วย กับนโยบายที่ครอบคลุมกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง สังคมไทยในวันนี้ ต้องการนโยบายอย่างเช่นเร่งสร้างความสมานฉันท์ เพราะว่าสืบเนื่องจากผลพวงจาก สถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นะคะ สังคมไทย เราในวันนี้ยังมีการแบ่งฝักแบ่งฝ์ายกันอยู่ค่ะ และดิฉันเชื่อว่าก็ไม่เกิดผลดีกับฝ์ายใดทั้งสิ้น ประเทศไทยเราจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นก็ต่อเมื่อคนไทยเราร่วมมือร่วมใจกันและช่วยกัน พัฒนาประเทศไทยให้ดีขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งอยากจะฝากก็คือเรื่องของเศรษฐกิจนะคะ เรื่องของปากท้อง พี่น้องประชาชนชาวไทย เชื่อว่าในยุคเศรษฐกิจตอนนี้ พี่น้องประชาชนชาวไทยไม่จําเพาะ พี่น้องประชาชนในชนบทเท่านั้น ทุก ๆ คนมีปัญหากับเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงยุควิกฤติ ตอนนี้ อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดําเนินแก้ไข และให้คํานึงถึงพี่น้องประชาชนในระดับ รากหญ้าด้วยนะคะ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระดับต้น ๆ สามารถช่วยแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศชาติได้ค่ะ

เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเปึนหนึ่ง ในนโยบายเร่งด่วนภายใต้นโยบาย ๑.๓ คือการเร่งรัด แก้ไข และปราบปรามปัญหา ยาเสพติด ซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ของสังคมเราในตอนนี้ จากฐานข้อมูลของ ปปส. ปัองกัน และปราบปรามยาเสพติด ก่อนป้ ๒๕๔๔ ก่อนที่จะมีการประกาศสงครามยาเสพติดนั้น มีผู้ที่เกี่ยวข้องและข้องแวะกับยาเสพติดสูงถึง ๑,๙๔๐,๐๐๐ คน แต่ว่าภายหลัง ป้ ๒๕๔๔ แล้ว ในป้ ๒๕๔๖ หลังจากมีการประกาศสงครามปราบปรามยาเสพติดภายใต้ รัฐบาลของอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เชื่อไหมคะว่าผู้ที่เกี่ยวข้องหรือว่า ผู้ที่เสพยาเสพติดลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียงแค่ ๔๕๐,๐๐๐ คน เท่านั้นค่ะ แต่หลังจากวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วพี่น้องประชาชนรู้สึกและเห็นได้ชัดว่า การเร่งรัดและการปราบปรามยาเสพติดนั้นมันไม่มีการเคร่งครัดและเบาบางลง ซึ่งก็ สอดคล้องกับตัวเลขของทาง ปปส. ในป้ ๒๕๕๐ มีผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วก็ติดยาเสพติดสูง ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งถึง ๕๗๕,๐๐๐ คน ลูกหลานของพวกเราตกอยู่ในความเสี่ยงอันตราย อีกครั้งหนึ่ง ตัวเลขการเพิ่มขึ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในประเทศไทยดิฉันเห็นว่า เปึนการเริ่มต้นของสัญญาณอันตราย และปัญหาการกลับมาของยาเสพติดนั้น ก็เปึนสัญญาณอันตรายของลูกหลานและเยาวชนไทย เด็ก เยาวชนไทยอยู่ในช่วงวัย ที่อยากรู้ อยากเห็น อยากทดลอง และเปึนวัยที่ชักจูงได้ง่าย คือการกลับมาของปัญหา ยาเสพติดก็เปึนสัญญาณอันตรายของชาวบ้านด้วยนะคะ เพราะถ้าสมมุติยาเสพติดยังซื้อ หากันง่ายได้อยู่ทั้งชาวบ้าน เด็ก และเยาวชนก็สามารถจะกลับไปเปึนทาสของยาเสพติด ได้มากขึ้นอีก ตรงนี้ก็จะส่งผลกระทบให้ต่ออนาคตและความเข้มแข็งของสังคมไทยค่ะ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้นดิฉันอยากให้รัฐบาลดําเนินการ ไปตามกรอบและแนวทางของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และที่สําคัญค่ะต้องไม่ให้เกิด เหตุการณ์การใช้อํานาจรัฐในทางที่ผิด เพราะการใช้อํานาจรัฐโดยมิชอบของข้าราชการ หรือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นทําให้คนดี ๆ จะต้องได้รับผลกระทบและขาดอิสรภาพนะคะ ซึ่งสิ่งสําคัญที่สุดก็คือการควบคุมให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ มีประสิทธิภาพและโปร่งใส วันนี้ต้องยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มเข้าไปหา ผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นี่ก็รวมไปถึงเรื่องรางวัลนําจับ ซึ่งรางวัลนําจับนั้น เราตั้งเปัาหมายไว้ว่าอยากจะให้เปึนการจุดชนวนหรือว่าเปึนแรงจูงใจ เปึนเงินอัดฉีดเพื่อ เสริมกําลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน แต่แล้ววันนี้เปึนที่รับรู้โดยทั่วกันว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ทําตามตัวบทกฎหมาย ตั้งเปัาไว้กับเงินรางวัลนําจับเพื่อประโยชน์ส่วนตน อย่างเช่นว่า จับยาบ้าได้ ๕๐๐ เม็ด ส่งฟัอง ๒๐๐ เม็ด อีก ๓๐๐ เม็ดเอาเก็บไว้เพื่อเปึนการล่อซื้อ ในครั้งต่อไป มีการรีดไถ มีการยัดยาบ้า และผู้ที่ตกเปึนเหยื่อก็คือผู้ที่อ่อนแอในสังคม นั่นก็คือพี่น้องประชาชนชาวไทยของเรานั่นเอง ปัจจุบันที่เปึนข่าวครึกโครมอยู่ทุกวันนี้ ที่ชื่อว่าในแก๊ง ตชด. นี่นะคะไปจับผู้บริสุทธิ์ยัดข้อหาการครอบครองยาเสพติด บังคับให้ เหยื่อสารภาพ ทําร้ายทารุณกรรมต่าง ๆ นานา โดยวิธีที่ผิดมนุษย์มนา จนในที่สุดเหยื่อ ก็ยอมรับสารภาพและเปึนแพะรับบาปในท้ายที่สุด ๒๐๐ กว่าคดีที่คนกลุ่มนี้นําผลงาน ไปเบิกเงินรางวัลนําจับ และแต่ละคดีก็ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท ความเสียหายที่เกิดกับ พี่น้องประชาชน ความเสียหายที่เกิดจากรัฐอยากจะฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมด้วยว่า วันนี้การบังคับใช้กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ การบังคับใช้ กฎหมายควรที่จะถูกต้อง รวดเร็วและยุติธรรม ปัญหายาเสพติดก็คือปัญหาใหญ่ของ บ้านเมือง อยากจะให้ช่วยดูแลควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐแล้วก็ข้าราชการ ให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหล่านี้เกี่ยวพันกับ หลายหน่วยงานและหลายกระทรวงด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงกลาโหม กระทรวง ยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และรวมไปถึง ทาง ปปส. และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ อย่างไรก็แล้วแต่อยากให้ทุกท่านช่วยเห็นกับ อนาคตของชาติและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เร็วขึ้น และขอให้รัฐบาลดําเนินงานตาม นโยบายที่แถลงไว้ให้ครบถ้วนทุกประการ และเชื่อว่าประเทศชาติและประชาชนของเรา จะได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุดค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณอิสมาแอลครับ

นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้พวกกระผม ลุกขึ้นมาอภิปรายในเรื่องนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจครับ ขอให้รัฐบาล ใจเย็น ๆ ครับ พวกผมจําเปึนต้องหยิบยกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เพื่อที่จะให้ รัฐบาลนี้เอามาพิจารณาให้เปึนบทเรียน ให้เปึนอุทาหรณ์เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยไม่มีการผิดพลาดในพื้นที่ของผมครับ ท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผมได้อ่านในหน้าที่ ๔ ข้อที่ ๑.๒ และในหน้าที่ ๒๖ ข้อที่ ๘.๒–๘.๔ ผมเห็นว่ารายละเอียดไม่เห็นสิ่งที่เปึนมาตรการที่จะ ปฏิบัติได้จริง นโยบายที่ได้เขียนกว้าง ๆ อย่างนี้ประชาชนจะไปเชื่อได้อย่างไรว่า จะไปแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ท่านประธานครับ พื้นที่ ๓ จังหวัด วันนี้จําเปึนต้องพูดจริง ๆ ครับ มันเปึนปัญหาใหญ่มากเลย เปึนปัญหาคนตายเกือบ ๓,๐๐๐ คนครับ ความตาย ๓,๐๐๐ กว่าคนนี่ต้องรู้ที่มาที่ไปมันเปึนอย่างไร ที่จริงแล้ว พวกกระผมหยิบยกประเด็นนี้ไม่ใช่จะให้ใครมาเกลียดแค้นแต่อย่างใด คิดว่าจะให้เปึน ประโยชน์กับพวกกระผมด้วย เพราะผมอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนที่ต้องเสีย หัวหน้าครอบครัวไปเกือบ ๓,๐๐๐ ชีวิต คนเหล่านี้รอคอยรัฐบาลชุดนี้ที่จะไปช่วย แก้ปัญหาในพื้นที่ของผมครับ ๓,๐๐๐ กว่าชีวิตไม่น้อยทีเดียวครับ มากกว่าทหารอเมริกัน ไปตายที่ประเทศอิรักอีกครับประธาน วันนี้ผมก็เหมือนกันจําเปึนที่จะต้องหยิบยกประเด็น ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ก็คือเรื่องเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ แล้วหลังจากนั้น เกิดเหตุการณ์ที่ตากใบ ผมเห็นว่ารัฐบาลในสมัยนั้นแก้ปัญหาแบบจะให้มันจบ ๆ ไป ทันทีทันใด เรื่องอย่างนี้ผมว่ามันผิดพลาดอย่างแรง การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง นอกกฎหมายอย่างนี้ไม่ได้แก้ปัญหาจริง ๆ และปัญหาอื่นจะตามมาบานปลายจนกระทั่ง ถึงเดี๋ยวนี้ ถ้าหากรัฐบาลชุดนี้จะแก้ปัญหาจริง ๆ เรื่องเหตุการณ์ที่ตากใบนั้นผมว่า ท่านต้องนํามาดําเนินสะสางคดีที่เกิดขึ้นที่ตากใบ เพราะคดีนี้คณะ ตอส. ได้รวบรวม มาแล้ว แต่ถ้ารัฐบาลชุดนี้ตั้งใจที่จะแก้ปัญหาจริง ๆ ขอให้นําคดีเหล่านี้ไปสู่กระบวนการ ยุติธรรมให้ได้ ผมว่าประชาชนจะเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะได้ให้ความยุติธรรมกับเขา ท่านประธานรัฐบาลนี้นําโดยท่านนายกรัฐมนตรีเองยอมรับว่าเปึนนอมินี (Nominee) ของรัฐบาลที่แล้ว แต่ถ้าเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ความผิดพลาดของนโยบายที่รัฐบาลที่แล้ว ทํามา รัฐบาลชุดนี้จําเปึนต้องรับผิดชอบด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะไปแก้ปัญหาใต้ โดยเฉพาะเท่าที่สังเกตดู ระหว่างนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบด้านกลาโหม ไม่ได้ตรงความคิดกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยในเรื่องการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปึนคนที่มีความรู้ความสามารถพยายามแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะให้มีการปกครอง แบบระบบพิเศษที่มีการถกเถียงเมื่อกี้ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีของท่านเองก็ไม่เห็นด้วย ตรงนี้เองเราจะเห็นได้ว่าความเปึนเอกภาพระหว่างกลาโหมกับมหาดไทยก็ไม่มีแล้ว จากนี้ ไปพวกประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลชุดนี้แก้ปัญหาได้ ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ท่านประธานครับ อีกหลาย ๆ เรื่องที่ทําให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ค่อยจะ มั่นใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาลนี้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลนี้ต้องรู้ต้องเข้าใจ จริง ๆ คนในพื้นที่ใน ๓ จังหวัดตอนนี้ทุกคนอยู่ในอาการป์วยหนัก พูดอะไรต้องระมัดระวัง จริง ๆพวกเราต้องมีการเยียวยาทางจิตใจให้มาก ผมกลัวมากเลยกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนี้ เพราะสมัยที่ท่านเปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัญหาเรื่องน้ําท่วมที่เกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานคร ท่านเคยกล่าวในทํานองที่ว่าเรื่องน้ําท่วมนี่ไม่ใช่หน้าที่ของผมอะไร อย่างนี้ทํานองนี้ ผมได้เจอกันอีกแล้วในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่หน้าที่ของผมอีกแล้ว ตรงนี้บั่นทอนขวัญและ กําลังใจของคนในพื้นที่มากที่สุดนะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขอสรุปสั้น ๆ ครับ จริง ๆ แล้วพวกผมยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ของผมเอง ไม่ใช่วันนี้เอง ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ พวกผม ส.ส. ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปหา ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณถึงทําเนียบรัฐบาลบอกความจริงให้กับเขาฟังว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นท่านได้ผิดพลาดในนโยบายของท่านทําให้คนในพื้นที่ ไม่ไว้วางใจท่านแล้ว แต่จังหวะที่ว่าสมัยนั้นโชคร้ายจริง ๆ ประชาชนหลังจากนั้นไม่ได้ เลือก ส.ส. พรรคไทยรักไทยแม้แต่คนเดียว จนทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ฟังพวก ผมพูด ท่านประธานครับ วันนี้ผมยังหวังว่ารัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช คงไม่ทําผิดซ้ํารอย รัฐบาลทักษิณอีกแล้ว แต่ถ้าท่านยังดื้อดึงไม่ยอมฟังสียงใคร ฟังแต่คนรอบข้าง เปึนพวกเดียวกันกับท่าน ท่านไม่สามารถที่จะแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ตราบาปก็จะตกอยู่กับท่านตลอดไป ขอบคุณมากครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณอรุณีครับ

นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้ดิฉันมีความเห็นใจ รัฐบาลชุดนี้เปึนอย่างยิ่งที่ได้อาสาเข้ามารับภาระหน้าที่ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เรา เรียกว่าตกต่ําไปทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของความย่ําแย่ของเศรษฐกิจ ความฟอนเฟะของสังคม ความแตกแยก ที่รุนแรงของหมู่คนในบ้านเมือง หรือแม้กระทั่งการระบาดหนักของยาเสพติดในพื้นที่ ทั่วทุกหัวระแหง ดิฉันได้รับการคัดเลือกเข้ามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้นั้น พี่น้องประชาชนในพื้นที่คาดหวังว่าจะให้พรรคพลังประชาชนได้ไปฟุ๋นฟูประเทศชาติ ซึ่งวันนี้นั้นเปรียบเสมือนคนไข้ที่ป์วยหนักอยู่ที่ห้องไอซียู (ICU) ต้องการหมอที่มีความเก่ง ความเชี่ยวชาญที่จะไปกอบกู้เอาชีวิตนั้นกลับคืนมา พี่น้องประชาชนคาดหวังว่าจะให้ พรรคพลังประชาชนไปแก้ไขเศรษฐกิจและสังคมให้กลับมารุ่งโรจน์ให้ดีขึ้น เหมือนยุคที่มี ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร แน่นอนค่ะ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วผลพิสูจน์ในเรื่องของ ผลการเลือกตั้งคงไม่เปึนเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ขณะเดียวกันวันนี้เรื่องของ การอภิปรายนโยบายนั้น ดิฉันมองเห็นว่าผู้ที่อภิปรายนั้นมีน้อยนักที่จะช่วยรัฐบาลหา เม็ดเงินมีแต่เสนอแนะที่จะใช้เม็ดเงินเปึนส่วนมาก ดิฉันเห็นใจทางทีมเศรษฐกิจค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฯพณฯ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงวิธี ที่จะหารายได้เข้าสู่ประเทศ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการส่งเสริมการตลาดของต่างประเทศ ที่จะส่งออกขายสินค้าของประเทศไทยเรา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่จะหารายได้ป้ละหลายแสนล้านบาท ซึ่งไม่ทราบว่าจะเพียงพอหรือเปล่ากับรายจ่าย ที่เรามีอยู่มากมาย และวันนี้นับจากนี้ไปเราก็คงจะต้องตั้งงบประมาณขาดดุลกันทุกป้ ดิฉันจึงอยากเสนอประเด็นนี้เปึนประเด็นสําคัญ ซึ่งในนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของ เศรษฐกิจนั้น ท่านประธานที่เคารพคะ หน้าที่ ๑๒ หน้าที่ ๑๓ รัฐบาลได้พูดถึงเรื่องของ การปรับโครงสร้างภาคเศรษฐกิจเกี่ยวกับการเกษตรที่จะเร่งปรับโครงสร้างการผลิต ทางการเกษตรโดยที่จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ให้ครบวงจร เน้นที่จะมีการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเกษตรโดยการแปรรูปที่ได้ คุณภาพและมาตรฐานสากลเพื่อเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมการเกษตร วันนี้ประเทศไทยเรา มีพืชหลักที่สําคัญ ดิฉันยังดีใจแทนพี่น้องคนภาคใต้นะคะ นั่นก็คือเรื่องของยางพารา เราจะเห็นได้ว่าวันนี้เม็ดเงินจากการส่งออกยางพาราของเรานั้นป้หนึ่งประมาณ ๒ แสนล้านบาท เพราะเราสามารถที่จะผลิตได้ถึงประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิต ทั้งโลก อันนี้เปึนสิ่งที่เปึนทรัพยากรที่มีมูลค่าสําคัญยิ่งของบ้านเมืองของเรา แต่ว่า น่าเสียดายว่าเราส่งออกยางพาราถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ในรูปของวัตถุดิบ ยางสด ยางแผ่น รมควัน ยางดิบ มีเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เราแปรรูปอยู่ในประเทศ แปรรูปเปึน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในประเทศและส่งออกส่วนหนึ่ง ที่น่าสนใจก็คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ว่านี้ มีนักวิจัย นักวิเคราะห์ นักวิชาการที่เก็บสถิติแล้วปรากฏว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นสามารถ ที่จะไปเพิ่มมูลค่าได้ถึง ๗ เท่า ถ้าในทางกลับกัน ถ้าท่านประธานลองนึกว่า ๒ แสนล้านบาท ของยางดิบที่เราส่งออกนั้นเรากันส่วนหนึ่งค่อย ๆ ทําไปทุกป้ ๆ มาแปรรูป แล้วเพิ่มจํานวน ให้ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของที่เราส่งออกจะสามารถได้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นถึง ๗ แสนล้านบาท วันนี้ต้องให้ความสําคัญในเรื่องของการแปรรูปมากขึ้น เรามีเพชรอยู่ในมือคือยางพารา แต่เราไม่ได้เจียระไนค่ะ ทําไมเราถึงไม่ทํา วันนี้เราต้องการผู้บริหารบ้านเมืองที่เอาจริง เอาจังในเรื่องนี้นะคะ ยางพารานั้นเรามีนักวิชาการที่มีความเก่ง คิดค้นพัฒนา มี สกย. เปึนหน่วยงานที่สนับสนุน สามารถที่จะนําไปสู่การผลิตน้ํายาประสานที่มาใช้แทนยางมะตอย ในการก่อสร้างถนนลาดยางทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ตรงนี้วันนี้กระทรวงคมนาคมต้องหันกลับไปให้ความสําคัญ เพราะว่ายางมะตอยนั้นวันนี้เรานําเข้าจากต่างประเทศในรูปของป่โตรเคมี เราจะลด ในเรื่องของพลังงานที่ทําให้โลกร้อนขึ้น เราจะลดในเรื่องของมูลค่าเม็ดเงินที่เราต้องนํา สินค้าเข้าสู่ประเทศให้มากขึ้น เพราะเราสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าของยางพาราได้ เราไปที่ ประเทศแอฟริกาค่ะท่านประธาน ไปศึกษาเกี่ยวกับองค์กรของโรคเอดส์ พูดคุยกับเขา เขาบอกว่าวันนี้มีประเทศมาเลเซียมาตั้งโรงงานที่ผลิตถุงยางอนามัยที่ประเทศแอฟริกาค่ะ แต่น่าเสียดายว่าวัตถุดิบที่นําเข้ากลับเปึนวัตถุดิบที่นําเข้าจากประเทศไทยนะคะ ทําไมเรา ไม่ทําเองแล้วส่งไปขาย อันนี้เปึนสิ่งที่ฝากให้ทางรัฐบาลไปคิดเพื่อจะหาเม็ดเงินเข้าสู่ ประเทศนะคะ

และสุดท้ายเปึนเรื่องฝากค่ะท่านประธานคะ เห็นความตั้งใจของ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จะหารายได้เข้าสู่ประเทศ ก็เลยอยากจะฝากว่าอีก ๒ เดือน ข้างหน้านี้ ลิ้นจี่อําเภอแม่ใจของดิฉันจะออกสู่ตลาดแล้วค่ะ ต้องการหารัฐมนตรีที่เปึน มือเซียนที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ตกมาช่วยแก้ให้ด้วยเดือนพฤษภาคมนะคะ

แล้วก็สุดท้ายจริง ๆ ค่ะ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านทําต่อไปค่ะเรื่องรีเชพ (Reshape) แผนที่ประเทศ ๑ : ๔๐๐๐ เพื่อแก้ปัญหา เรื่องของการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน แล้วก็ขอฝากในเรื่องการยกเลิกพระราชกฤษฎีกา ส.ป.ก. ท่านรัฐมนตรีธีระชัยนั่งอยู่ข้างบนนะคะ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อําเภอเมือง หลายจังหวัด ซึ่งเปึนปัญหาต่อการออกเอกสารที่ดินของพี่น้องประชาชน และเรื่อง การแก้ไขปัญหาที่ดินเช่นเดียวกันค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนที่ ผมจะอภิปรายผมขออนุญาตท่านประธานใช้เอกสารเพื่อประกอบ ขอแท่นมาตั้งข้างหลัง ด้วยครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

อนุญาตครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส 🔗

อนุญาตนะครับ ท่านประธานครับ ตามที่นโยบายของรัฐบาลได้นํามาแถลงต่อรัฐสภา แห่งนี้ โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนของรัฐสภามีอยู่ ๒ ระยะ ระยะเร่งด่วนในป้แรก ระยะการบริหารราชการแผ่นดินใน ๔ ป้ของรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อครับว่า รัฐบาลของคุณสมัคร สุนทรเวช จะสามารถแก้ปัญหาความสมานฉันท์ให้คนในชาติ เกิดความปรองดอง และไม่เชื่อครับว่าจะสามารถแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เพราะรัฐบาลของคุณสมัครนอกจากจะคัดลอกนโยบายของรัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร มาใช้ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ดันมีคณะรัฐมนตรีเปึนคนคนเดียวกัน เปึนกลุ่มคนเดียวกันจากรัฐบาลเก่าเข้ามานั่งบริหารในรัฐบาลนี้แหละครับ อย่างนั้น การดําเนินการนโยบายของรัฐบาลก็คงเปึนไปในแนวทางเดียวกันกับรัฐบาล ของคุณทักษิณในสมัยก่อน ท่านประธานครับ สถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดน ภาคใต้เปึนเรื่องใหญ่และเปึนปัญหาใหญ่ของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เปึนปัญหาเล่น ๆ เหมือนที่รัฐมนตรีบางท่านออกมาพูดและแสดงต่อสาธารณะ ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานครับว่า ความผิดพลาดจากรัฐบาลเก่านํามาสู่รัฐบาลนี้ นํามาสู่ในการนํา นโยบายคัดลอกจากรัฐบาลเก่ามาถึงรัฐบาลนี้ ปัญหาที่แท้จริงก็คือเกิดจาก ความผิดพลาดของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นํามาสู่ในการแก้ปัญหาที่ผิดพลาด ทําให้ผู้คน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องล้มตายกันไม่รู้เท่าไร ท่านประธานครับ ความเริ่มต้นคือ ความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่เกิดขึ้น ขั้นแรกของปัญหาก็คือมีการอุ้มจริง ถามว่ารัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะแก้ปัญหาเรื่องคนถูกอุ้มนี่ท่านจะแก้อย่างไร ผมมีรายชื่ออยู่ในมือว่าในสมัยเริ่มต้นของรัฐบาลคุณทักษิณ มีการอุ้มผู้คนในจังหวัด ชายแดนภายใต้เสียชีวิต ๒๓ ราย การเสียชีวิต ๒๓ รายนี่นะครับ วันหนึ่งเกิดที่อําเภอ ยะหา จังหวัดยะลา ภายในวันเดียวกัน ๒ รายครับท่านประธาน ขอยกเปึนตัวอย่าง อย่างกรณีนายแวฮารง รอฮิม ในอําเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ๒ ราย ที่สําคัญ ที่จังหวัดปัตตานีในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ภายในวันเดียวกันครับมีผู้เสียชีวิตที่ถูกอุ้มไป ๔ ราย ผมถามรัฐบาลคุณสมัครโดยมีรัฐมนตรีเฉลิมว่าท่านจะหาคําตอบ และจะหาคนที่ เสียชีวิตเหล่านี้หรือไม่อย่างไร ท่านจะตอบคําถามกับครอบครัวคนที่เสียชีวิตอย่างไร ที่ท่านไม่ตอบ ท่านบอกว่าวันนี้ท่านไม่ตอบ ท่านจะมาตอบกลางคืน ที่จริงท่านไม่มีข้อมูล หรอกครับ ตอนนี้วิ่งกลับไปที่กระทรวงเพื่อไปหาข้อมูลจะมาตอบคําถามในสภา ไม่กล้า เผชิญหน้าท่านนั่งอยู่ในสภานี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ แล้วผมกลับไปดูอีกครับว่า รัฐบาลนี่ผมดูแล้วเชื่อไม่ได้ และเชื่อว่าแก้ปัญหาภาคใต้นี่ไม่ได้แน่ โดยเฉพาะคนที่เปึน รัฐมนตรี คนที่เปึนนายกรัฐมนตรีอย่างคุณสมัคร ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันนี้ครับ เกิดมีการไปบิดเบือนข้อมูลที่เปึนจริง ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ในกรณีคนเดือนตุลาคม คุณสมัคร บอกว่าคนเสียชีวิต ๑ คน ครั้งที่ ๒ มีการไปสัมภาษณ์ทางข่าวอัลจาซีราห์ (ALJASERAH) ต่อกรณีตากใบ คุณสมัครไปสัมภาษณ์อย่างไรเมื่อนักข่าวถามว่ากรณีตากใบผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิตใช่ไหม คุณสมัครตอบอย่างไรครับท่านประธาน คุณสมัครบอกว่าตากใบนี่ คนเสียชีวิตเพราะล้มลงกันเอง นี่คุณสมัครตอบปัญหาภาคใต้อย่างนั้นครับ ปัญหา ตากใบ คุณสมัครบอกว่าคนเขาไม่มีน้ําดื่ม ไม่มีอาหารกิน แม้แต่กลืนน้ําลายเข้าไปก็ไม่ได้ ท่านเชื่อไหมครับว่าปัญหาของตากใบคนเขารู้กันทั้งประเทศ รู้ไปถึงทั่วโลกว่าคนเสียชีวิต กันมากมายถึง ๗๘ คน อย่างที่คุณสมัครได้พูดต่อข่าวอัลจาซีราห์ แต่ท่านครับปัญหา ที่ท่านพูดทั้งหมดผิด เพราะคนทั้งประเทศเขาดูเขารู้ว่าเกิดการขาดอากาศหายใจ ผมไม่ได้ พูดเล่น ๆ เพราะว่าในคณะกรรมการของ กรส. คณะกรรมการแรงงานเพื่อความ สมานฉันท์ก็มีการสรุปไว้อย่างนั้น ว่าประชาชนส่วนหนึ่งถูกทับในขณะที่อยู่บนรถ เปึนชั้น ๆ และส่วนหนึ่งขาดอากาศหายใจ ท่านพยายามบิดเบือนข้อมูล จากข้อมูล ประวัติศาสตร์ที่เปึนจริงท่านก็บิดเบือน แล้วนับเรื่องอะไรที่ผมจะไปเชื่อว่าคุณสมัคร จะแก้ปัญหาภาคใต้ แล้วต่อไปในอนาคตไม่บิดเบือนได้อย่างไร ปัญหาภาคใต้ ณ วันนี้ รัฐมนตรีมีนโยบายถ้าที่ผมอ่านในคําแถลงนโยบายของรัฐบาล ผมยิ่งดูยิ่งอ่านบอกว่า น่าจะมองว่ารัฐบาลคงตาบอดกระมัง เหมือนตาบอดคลําช้าง เพราะการพูดจากัน ในการดูแล เรื่องข้อมูลมันไม่มี ผมแนะนํารัฐบาลเลยนะครับว่า การจะแก้ไขปัญหาต้องดูประวัติศาสตร์ รู้ถึงความเปึนมาแล้วนํากลับไปสู่นโยบายแก้ปัญหา

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (อุดรธานี) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

รอเดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายครับ ใช้วาจาเสียดสีครับ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกผู้อภิปรายครับ พยายามหลีกเลี่ยงการเท้าความที่เจาะจงตัวบุคคลหรือเปึนทํานองเสียดสีให้มาก ไว้นะครับ เชิญต่อไปครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ในกรณีที่นโยบายของ: (นราธิวาส) ขอบคุณท่านประธาน ผมคงขออนุญาตอีกนิดเดียวครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเป่ดการปกครองพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแถลงนโยบายอย่างนี้ผู้คน ทั้งประเทศด่ากันลับหลังครับว่าคนที่เปึนรัฐมนตรีคิดอย่างไร ผมถามรัฐมนตรีเฉลิมหน่อย ครับว่า ขอเอกสารนิดหนึ่งครับ คุณเฉลิมคิดในเรื่องนโยบายแก้ปัญหาเขตปกครองพิเศษ ท่านคิดไปเหมือนกับขบวนการโจรก่อการร้ายเขาคิด เผอิญผมได้แผนที่มาครับ ท่านประธาน ขบวนการโจรก่อการร้ายบีอาร์เอ็น (BRN) เขาก็มีการแบ่งเขตโซน (Zone) พิเศษออกมาแล้ว แต่ถามว่ารัฐมนตรีเฉลิมมีความคิดไปสอดคล้องกับขบวนการ โจรก่อการร้ายได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ครับที่ผมเปึนห่วง บอกว่าที่รัฐมนตรีเฉลิมพูดถึงเรื่อง การปกครองพิเศษนี่เหมือนไปเตะบอลเข้าเท้าฝ์ายตรงข้าม ท่านประธานครับ ให้รัฐมนตรี มาตอบหน่อยครับว่า ความคิดของขบวนการโจรก่อการร้ายกับความคิดของรัฐมนตรี เฉลิมเปึนความคิดเดียวกันไหม และขบวนการโจรก่อการร้ายนี่เขาได้มีการแบ่งโซน อย่างชัดเจนครับ โซนที่ ๑ เขาบอกว่าเขตการปกครองที่ ๑ ตั้งชื่อเปึน แผนจัดตั้ง อาณาจักรรัฐปัตตานี เขตที่ ๑ เขาบอกว่าโซนกลางนี่จะอยู่ยะลาและปัตตานีบางส่วน โซนที่ ๒ จะอยู่ในนราธิวาสบางส่วน โซนที่ ๓ จะอยู่ในเขตของอําเภอปัตตานี สงขลา แล้วก็ไปถึงสุดอําเภอเมืองสตูล และของอําเภอควนโดน ผมถามว่าความคิดของขบวนการ โจรก่อการร้ายกับความคิดของคุณเฉลิมเปึนเรื่องเดียวกันใช่หรือไม่ ใช่หรือไม่ คุณเฉลิม ต้องมาตอบ เพราะว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้เจ็บครับ และต่อไปในอนาคตถ้าการ ใช้นโยบายแก้ไขปัญหานโยบายเปึนรายวันอย่างนี้ โอกาสที่จะนํานโยบายในรัฐบาลนี้ เข้าไปต่อสู้ จะไปแก้ปัญหาในโอกาสข้างหน้าไม่มีทางครับ ไม่มีทางที่จะไปแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะในรัฐบาลไม่มีคนที่รู้เรื่องภาคใต้เลย ท่านรัฐมนตรีเฉลิม บอกว่าเคยพูดออกต่อสาธารณะว่า ท่านจะไม่ลงไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นแสดงให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีเฉลิมไม่กล้าไปเผชิญกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กําลังจะทอดทิ้งคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านนายกรัฐมนตรี คุณสมัครก็บอกว่าไม่ใช่ เรื่องของท่าน ถามว่าการใช้นโยบายวันนี้ ถ้าเกิดมีความคิดการนํานโยบายผิดพลาด ปัญหาบ้านเมืองที่จะถูกตัดไปส่วนท้ายของประเทศใครจะรับผิดชอบ ท่านเดินผิดอย่างนี้ รัฐบาลมาแอ่นอกได้ไหม ถ้าเดินนโยบายผิดพลาดมาแอ่นอก แล้วมายืนต่อหน้าสภาว่า ผมผิดนี่ผมขอรับผิดชอบแต่ตัวคนเดียวท่านทําได้ไหม ท่านนายกรัฐมนตรีทําได้ไหม คณะรัฐมนตรีทําได้ไหมครับ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องเล่นครับ ผู้คน เสียชีวิตกันทุกวัน ตราบใดที่คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ได้รับความเปึนธรรม ตราบใดที่การดําเนินกฎหมายในกรอบของกฎหมายยังไม่ได้ดําเนินไปอย่างยุติธรรม ปัญหาจังหวัดชายแดนมันไม่เกิดขึ้นครับ ความสันติสุข ความสงบสุขในจังหวัดชายแดน มันไม่เกิดขึ้นครับ และยิ่งเห็นในนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนําของคุณสมัคร แก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ซึ่งเปึนปัญหาความมั่นคงของชาติ ท่านมีขนาดไหน มีอยู่ ๒ บรรทัด มีอยู่ ๒ หัวข้อ แล้วดันไปคัดลอกของสมัยรัฐบาลทักษิณ ไม่ให้พวกผมซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนห่วงได้อย่างไรท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเพื่อจะได้บันทึกไว้ในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ ว่านับตั้งแต่รัฐบาลของคุณทักษิณมาถึงรัฐบาลนี้ที่ดําเนินนโยบาย ผิดพลาด และดูแนวทางต่อไปข้างหน้าว่ารัฐบาลนี้ก็น่าจะผิดพลาด ขออนุญาตให้บันทึก ครับว่า จากประวัติศาสตร์ของข้อมูลที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยาวนานนี้ ผมขออนุญาตรายงานต่อสภาจะได้บันทึกไว้เปึนประวัติศาสตร์ว่าในยุครัฐบาลของ คุณทักษิณมีความผิดพลาดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนเหตุให้ผู้คน เสียชีวิตนับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ เท่าที่มีการบันทึกจากนักวิชาการเฝัาระวังจังหวัดชายแดน ภาคใต้ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จนถึงปักษ์หลังของเดือนมกราคม ๒๕๕๑ มีผู้คน เสียชีวิตทั้งหมด ๒,๙๑๖ ศพ ในนี้มีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีทั้งประชาชน มีทั้งครู มีทั้งฝ์าย ปกครอง มีทั้งเจ้าอาวาส มีทั้งอุสตาซอยู่ใน ๒,๙๑๖ คนนี้ครับ ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น คนไปเสียชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เกิดเฉพาะคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนในภาคอีสาน คนในภาคกลางต้องไปเสียชีวิตในภาคใต้ก็เยอะแยะ เกิดจากนโยบาย ของรัฐบาลทักษิณผิดพลาดในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เลยต้องให้คน ภาคอีสาน คนภาคกลางไปเสียชีวิตในภาคใต้ด้วย นี่แหละครับที่ผมเปึนห่วงว่ารัฐบาลนี้ กําลังที่จะนํานโยบายซึ่งเปึนนโยบายที่ผิดพลาดจากรัฐบาลครั้งที่แล้วนํามาแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก ครั้งหน้าอีก กี่ป้ที่ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงจะจบ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตเรียนว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ ประชาชนกลัวทั้งผู้ก่อความไม่สงบ มีความรู้สึกกลัวผู้ก่อความไม่สงบ และสิ่งสําคัญที่สุด ไม่เคยเกิดในประวัติศาสตร์ในขณะนี้ประชาชนกลัวเจ้าหน้าที่ของรัฐพอ ๆ กับกลัว ขบวนการโจรก่อการร้ายเหมือนกัน ผมถามว่านโยบายอย่างนี้รัฐบาลมีแนวทาง ในการแก้ไขอย่างไร จะดึงปัญหาของมวลชน จะดึงใจของพี่น้องประชาชนให้กลับมาเปึน คนของรัฐบาลได้ต้องอาศัยมวลชน ถามว่าวันนี้มวลชนของรัฐบาลไม่มีเลยครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เห็นตามข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ที่มีการรายงานทางหน้าหนังสือพิมพ์ ผมไม่เชื่อว่ามีขนาดนั้น ที่ผมมีข้อมูลในเชิงลึกมันมากกว่านั้นครับท่านประธาน มากกว่า ที่ปรากฏมันไม่ใช่เรื่องอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตเรียนว่าจังหวัดชายแดน ภาคใต้ รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญมากกว่านี้ จะต้องมีนโยบายที่เด่นชัดมากกว่านี้ เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากนิดหนึ่งครับ อยากจะฝากรัฐมนตรีเฉลิม ว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ต่อแต่นี้ไปท่านต้องไปควบคุม ๑. ต้องไป ควบคุมอํานาจรัฐให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ทําอย่างไรท่านจะต้องมีนโยบายต้องไม่ให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐออกจากกรอบของกฎหมาย ความเปึนธรรมของพี่น้องประชาชน รัฐบาล จะต้องมีนโยบาย ต้องมีคณะกรรมการอย่างชัดเจน ไม่ใช่อย่างที่ได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ซึ่งความชัดเจนไม่มีเลย และไม่ใช่เปึนเรื่องที่เสียหายถ้าท่านรัฐมนตรีจะให้ความสําคัญในการแก้ปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้มากกว่านี้ ท่านประธานครับ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนปัญหาที่ผม อยากจะให้รัฐบาลให้ความสําคัญ แล้วก็พี่น้องทั้งประเทศเห็นถึงความทุกข์ยากของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มากกว่านี้ พื้นที่ตรงไหนที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น มันต้องมีความเปึนมาของความรุนแรง ซึ่งรัฐบาลจะต้องไปหาข้อมูลของความรุนแรง อย่างตรงไปตรงมา ที่สําคัญทําอย่างไรรัฐบาลจะต้องควบคุมคนของรัฐ แล้วไปทํามวลชน กลับมาให้เปึนคนของรัฐให้ได้ ผมอยู่ในพื้นที่ ผมเปึนคนที่เกิดปัตตานี เรียนที่ยะลา ไปอยู่ ที่นราธิวาส รู้ข้อมูลเหล่านี้ค่อนข้างที่จะแน่น ถามว่ารัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญในการ แก้ปัญหาอย่างนี้ให้มากกว่านี้ จะอย่างไรผมก็ไม่เชื่อนะครับว่าถ้าท่านรัฐบาลแถลง นโยบายเพียงเท่านี้จะสามารถนํานโยบายเข้าไปแก้ปัญหาชายแดนจังหวัดภาคใต้ และจะ สร้างความปรองดองให้เกิดความสมานฉันท์ในภาคใต้ได้ ผมไม่เชื่อครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ครับ ต่อไปท่านวิทยา ทรงคํา

นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากการแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรี กระผมได้ศึกษาดูแล้ว กระผมเห็นว่านโยบายชุดนี้จะสามารถนําพา ประเทศเราให้พ้นวิกฤติต่าง ๆ ไปได้ เนื่องจากเวลามีจํากัด จะขออนุญาตไปถึงนโยบาย ด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรี ปัญหาการศึกษาเปึนปัญหาที่หมักหมมมานาน ผมดีใจ หลายท่านไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือว่าฝ์ายรัฐบาล ได้สนใจในเรื่องของนโยบาย ด้านการศึกษา ผมขออนุญาตกล่าวถึงข้อเท็จจริงฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรี เพราะว่าการศึกษาทุกวันนี้เราจะเห็นว่าขาดเรื่องคุณภาพ ปัญหาเรื่อง คุณภาพของการศึกษา สาเหตุหลัก ๆ มีอยู่ ๒–๓ ประการ

ประการที่ ๑ ครูไม่มีเวลาที่จะสอนเด็ก เหตุผลครับ ประการที่ ๑ ครูจะเข้าสู่ วิทยฐานะของครู จะเปึน ค.ศ. ๒ ค.ศ. ๓ อะไรก็ดีที่จะมีวิทยฐานะ ครูต้องทําผลงานทาง วิชาการเหมือนกับมาตรฐานของอาจารย์วิทยาลัยจริง ๆ แล้วเรามีศึกษานิเทศก์ เรามี รองผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งมากมาย ทําไมเราไม่ประเมินความก้าวหน้าของ นักเรียนล่ะครับ แล้วประเมินสิ่งแวดล้อม ถ้าเด็กนักเรียนที่ครูสอนมีความก้าวหน้าที่ดี เกมนี้น่าจะให้อาจารย์ ๓ เดิม หรือว่า ค.ศ. ๓ ปัจจุบันก็ให้ไป เงินเดือนก็น้อย ภาระก็เยอะ แต่มีบุญอยู่หน่อยหนึ่ง ในรัฐบาลที่แล้วโดยการนําของท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านได้ตั้งคณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. เงินเดือน ค่าตอบแทนของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ขออนุญาตเอ่ยนามที่ไม่เสียหาย ซึ่งมีท่านจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน มีท่านปองพล อดิเรกสาร ซึ่งเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เปึนรองประธาน ท่านสิริกร มณีรินทร์ เปึนรองประธาน ได้มีคณะจาก สํานักงบประมาณ จาก ก.พ.ร. จาก ก.ค.ศ. หรือ ก.ค. เดิม และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓ ท่าน ไปเปึนคณะกรรมการยกร่างก็คือ ท่านดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ซึ่งปัจจุบันก็ยังเปึน ส.ส. อยู่ ท่านอดีต ส.ส. เกรียงไกร ไชยมงคล และกระผม วิทยา ทรงคํา เราก็ได้กําหนดให้อาจารย์ ๒ ระดับ ๗ ได้มีวิทยฐานะเปึน ค.ศ. ๒ ปัจจุบันรับเงิน วิทยฐานะ ๓,๕๐๐ บาท แต่การเข้าสู่ฐานะต่าง ๆ ต้องใช้วิชาการ ผมขอฝากผู้เกี่ยวข้องว่า ใช้มาตรฐานการประเมินคุณภาพของเด็กได้ไหม แล้วครูจะกลับไปสอนเด็ก ประการที่ ๒ ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเรื่องของ สมศ. คือการประเมินจากบุคคลภายนอกเปึนบริษัทครับ ข้าราชการครูปัจจุบันนี้ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู แต่ สมศ. อาจจะมาจากแพทย์ก็ได้ มาจากที่อื่นก็ได้ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูครับท่านประธาน คนไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ไปประเมินคนที่มีใบประกอบวิชาชีพ และไปประเมินอะไรครับ ไปประเมินก็ไปดูเอกสาร ว่าได้ทําอันนั้นไหม ได้ทําอันนี้ไหม มีไหม โรงเรียนไหนที่จะถูก สมศ. ประเมินนะครับ ครู ๓–๔ วัน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตัวอย่างไปดูได้ที่อําเภอสันทราย โรงเรียนแห่งหนึ่งมีครู ๕ คน มีนักเรียน ๕๐ กว่าคน ๖ ชั้นเรียน สมศ. จะเข้าประเมิน ครูคนหนึ่งเส้นเลือดฝอย ในสมองแตกต้องไปอยู่โรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัว อีกคนหนึ่งความเครียด ลงกระเพาะเข้าโรงพยาบาล ครู ๕ คน เหลือรอ สมศ. มาประเมินแค่ ๓ คน แล้วพอ ประเมินแล้วมันได้ผลอะไรรู้ไหม ประเมินออกมาว่าโรงเรียนนี้ขาดครู ขาดคอมพิวเตอร์ แล้วโรงเรียนจะแก้ได้ไหมครับ ผมว่าการประเมิน สมศ. ไม่มีประโยชน์ ทําให้ครูไม่มีเวลา ที่จะไปดูแลเด็กจริง ๆ ในเรื่องของความรู้คู่คุณธรรม หรือคุณธรรมนําความรู้ พูดกันมาตลอด ความรู้ ผู้ปกครอง ครู อาจจะสอนได้ แต่เรื่องคุณธรรม ครูผู้ปกครองไม่พอหรอก ต้องอาศัยหลายองค์กร สังคมครับ ไม่ว่าจะเปึนเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุขต่าง ๆ ที่จะ ช่วยกันดูแลเด็กครับ พวกเรานี่ไม่นานก็ตายอยากจะให้เด็กรุ่นใหม่ที่จะมาทดแทน พวกเรามีความรู้ มีคุณธรรม อันนี้เปึนสาเหตุหลัก ๆ ที่ทําให้คุณภาพการศึกษาด้อยลงไป เพราะครูไม่มีเวลาที่จะสอนเด็กจริง ๆ ไม่ใช่ว่าครูขี้เกียจ ครูต้องมีเวลาทํางานอย่างอื่น

ประการที่ ๒ ครับ เรื่องโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้เขตพื้นที่ การศึกษาไม่รู้ว่าเปึนอะไร วัฒนธรรมของประเทศไทยเราเปึนหมู่บ้าน เปึนตําบล เปึนอําเภอ เขตพื้นที่การศึกษาก็ไปรวม ๔–๕ อําเภอ เปึน ๑ เขต ผมเสนอ ๒ แนวทางครับ ๑. ให้เหลือ ๗๖ เขต ๗๖ จังหวัด มีหน่วยปฏิบัติงานในอําเภอเปึนศูนย์ปฏิบัติงาน ไปเลยหรือ ประการที่ ๒ ขยายเขตพื้นที่ครับ ให้ครอบคลุมอย่างน้อยสัก ๒ อําเภอ ต่อ ๑ เขตพื้นที่ ก็จะเปึนการดี จะได้บริการถึงข้าราชการครู ผู้ปกครอง ผู้ปกครองมีปัญหา กับครูไปที่เขต ไปที่อําเภอ นายอําเภอบอกว่านั่นไม่เกี่ยวเรื่องของนายอําเภอ ต้องไปที่เขต พื้นที่การศึกษาโน่น เปึนปัญหาอย่างยิ่งครับ ถ้าไม่เหลือ ๗๖ เขต ๗๖ จังหวัด ก็ให้เพิ่มไป สัก ๓๐๐–๔๐๐ เขต เอาเท่ากับเขตผู้แทนราษฎรก็ได้ครับ จะได้บริการให้ทั่วถึงครับ ท่านประธาน เสียดายเวลามีน้อยฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย พี่น้องอําเภอพร้าวของผมต้องการ อ่างแม่สะลวง สมัยผมมาเปึน ส.ส. ครั้งแรกแล้วครับ ตอนนี้ยังไม่ไปถึงไหนติดตามไปว่ากรมป์าไม้ยังไม่ได้อนุญาต ฝากท่านรัฐมนตรี อนงค์วรรณด้วยนะครับ ช่วยดูเรื่องนี้ให้หน่อย เพราะว่าเปึนความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนอําเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่จริง ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ในส่วน ของประชาธิปัตย์ได้ยกเวลาให้เพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งนะครับ ลําดับถัดไปก็เปึน ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับที่ได้ให้โอกาสเพื่อที่จะมาอภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนครับว่าผมเองมีความเชื่อมั่นในนโยบายของคณะรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนํา ของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ท่านประธานครับ ตั้งแต่เหตุการณ์ ๑๙ กันยายน เปึนต้นมา เปึนที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่อึมครึม โดยเฉพาะทางด้าน การเมือง ทางด้านสังคม และที่สําคัญที่สุดคือทางด้านเศรษฐกิจซึ่งพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศรู้สึกได้ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมนี้เปึนความหวังของทางพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด วันนี้พี่น้องประชาชนรอฟังครับ แล้วก็ฝากให้ผมมาศึกษาถึงแนวนโยบายของทางรัฐบาล ชุดใหม่ว่าวันนี้ความหวังของเขาจะมีโอกาสเปึนจริงหรือไม่ วันนี้พี่น้องประชาชนเริ่มที่จะมี ความหวังอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่าสิ่งที่เขาได้รับฟัง ได้ยินมาในช่วงการรณรงค์ หาเสียงเลือกตั้งนั้นได้รับการบรรจุอยู่ในแนวนโยบายแห่งรัฐของรัฐบาลชุดปัจจุบันเกือบ ทั้งหมดนะครับ ผมเองถึงแม้ว่าจะมีความเชื่อมั่นกับคณะรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มเป้ืยม แต่ก็อดเปึนห่วงไม่ได้ในบางจุดนะครับ

เรื่องแรกก็คือเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐอันนี้นั้นนะครับ เล่มนี้ครอบคลุม ทุกนโยบายที่ทางรัฐบาลให้สัญญาให้คํามั่นว่าเราจะทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ แน่นอนว่าทุกนโยบายนี่กลไกขับเคลื่อนที่สําคัญคือเรื่องของ งบประมาณ วันนี้งบประมาณแผ่นดินที่ท่านกําลังจะนําไปใช้สําหรับนโยบายของท่าน โดยเฉพาะในป้แรก ถูกกําหนดไปแล้วครับจากรัฐบาลก่อนหน้าผ่านทางพระราชบัญญัติ งบประมาณแผ่นดินป้พุทธศักราช ๒๕๕๐/๒๕๕๑ งบประมาณจํานวนมากถูกกําหนด ตายตัว วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าทางคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้มีแนวทางออกนะครับ แต่ผม ในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยากจะรับฟังเหมือนกันว่าแนวทางแก้ของท่าน คืออะไร โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน ซึ่งจะต้องดําเนินการให้เสร็จภายใน ๑ ป้ วันนี้ สิ่งเดียวที่ผลักดันระบบเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้ก็คือเรื่องของความเชื่อมั่นครับท่าน ความเชื่อมั่นก็คือความหวังของพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนเริ่มเห็นเค้าโครง นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่นะครับ เขาเริ่มมีความหวัง มีความหวังแล้วก็แน่นอนครับ เริ่มรอคอย แต่การรอคอยนี้บางครั้งรอนานไป ความหวัง ความเชื่อมั่นก็ปรับเปลี่ยนได้เปึน ความขาดความเชื่อมั่น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเกิดว่าปล่อยให้เนิ่นนานไป แน่นอนว่าระบบ เศรษฐกิจ ระบบการขับเคลื่อนสังคมของประเทศไทยก็อาจจะหยุดชะงักในอนาคต ผมอยากจะเห็นมิติใหม่ครับท่านประธาน ผมอยากจะเห็นรัฐบาลชุดใหม่นี้ได้ออกมา นําเสนอให้ชัดเจนหลังจากแผนปฏิบัติการ ๔ ป้ของรัฐบาลนี้ออกมา ออกมาชี้แจง ให้ชัดเจนเลยครับว่าวันนี้เราจะทํานโยบายต่าง ๆ ในระยะเวลาเท่าไร และผลสัมฤทธิ์ จะเห็นได้จากอะไรนะครับ นั่นก็คือคําว่า เมื่อไรและอย่างไร เปึนต้นว่านโนบายเกี่ยวกับ การพักหนี้เกษตรกรรายย่อยออกมาชี้แจงให้ชัดเจนเลยครับ เมื่อแผนปฏิบัติการ ออกมาแล้วว่าจะทําสําเร็จใน ๖ เดือนนะครับ ๖ เดือนแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสําเร็จ เปึนต้น ว่าจะบอกว่าเกษตรกรรายย่อยทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จะต้องได้รับการพักหนี้ เรื่องของ เอสเอ็มแอล แน่นอนครับ ถ้าเกิดว่าในงบประมาณประจําป้ที่แล้วนี้ไม่ได้บรรจุไว้ก็ชี้แจง แถลงไขให้ชัดเจนครับว่ารอก่อน รอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ผ่านงบประมาณกลางป้ ก่อน เพื่อที่จะนําเอาเอสเอ็มแอลเข้ามาบรรจุ จะได้นํามาปรับใช้ และตัวชี้วัดก็แน่นอนครับ ทุกหมู่บ้านต้องได้เงินเอสเอ็มแอล สามแสนบาท ห้าแสนบาท เจ็ดแสนบาท อย่างที่ทาง รัฐบาลได้ให้คํามั่นไว้ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ท่านอาจจะบอกเลยว่าจะเริ่มวันนี้พรุ่งนี้แล้ว แต่แน่นอนครับว่าผลสัมฤทธิ์นี้อาจจะต้อง รอก่อน ให้พี่น้องประชาชนรอได้ครับ สัก ๒ ป้ บอกว่า ๒ ป้นี่ยาเสพติดในปัจจุบันจะต้อง ลดลงครึ่งหนึ่งนะครับ การรอคอยสําหรับพี่น้องประชาชนเปึนสิ่งซึ่งผมเชื่อมั่นครับ พี่น้อง ประชาชนมีความอดทนรอคอยได้ครับ แต่ต้องเปึนการรอคอยที่เห็นแสงสว่างปลายทางด้วย ต้องดูว่าตัวเองรออะไร และต้องรอนานอีกเท่าไรนะครับ ไม่ใช่รอไปแล้วไม่รู้เปัาหมาย เพราะบางครั้งรอนานเกินไปความเชื่อมั่นก็อาจจะหมดไปได้ครับ แล้วก็จะเกิดเปึนปัญหา กับการบริหารงานของทางรัฐบาล วันนี้เปึนวันที่ ๓ แล้วผมเองได้รับฟังการอภิปรายมา ๒ วัน ๒ คืนแล้ว หลาย ๆ นโยบายที่มีประโยชน์ก็ได้รับการพูดถึง กล่าวถึงไปแล้ว ผมเอง จะไม่ยกอ้างถึง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคมนาคม เรื่องของศึกษา เรื่องของการเกษตร แน่นอนเปึนเรื่องที่สําคัญสําหรับพื้นที่ผมด้วยนะครับ แต่เมื่อวานนี้ทางท่าน ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ จากจังหวัดลําพูนก็ได้เปึนตัวแทนในการกล่าวถึงแล้วในเรื่องของกระเทียม หอมใหญ่ หอมแดง แล้วก็ข้าว วันนี้อยากจะฝากท่านประธาน เวลาเหลือน้อยเรื่องของ วัฒนธรรมครับ วัฒนธรรมซึ่งเคยเปึนจุดแข็งของสังคมไทยมาโดยตลอด กําลังอยู่ใน สถานการณ์ที่เข้าขั้นวิกฤติจากปัญหาการไหลเข้าของวัฒนธรรมต่างชาติ วันนี้สังคมไทยกลายเปึนสังคมที่ติดในวัตถุนิยมนะครับ บริโภคนิยม โดยเฉพาะเรื่องของ สื่อต่าง ๆ นะครับ ซึ่งวันนี้หยุดไม่อยู่แล้ว ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ทางคอมพิวเตอร์ ต่าง ๆ นะครับ วันนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมจะต้องออกมาแสดงบทบาทที่ชัดเจนในการ ที่จะดูแล กํากับในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในบางเรื่องนะครับ

ในเรื่องแรกเลย คือเรื่องขององค์กรทางด้านวัฒนธรรมของทางภาครัฐ ที่เชื่อมโยงไปยังชุมชน ขาดความเข้มแข็งครับ สภาวัฒนธรรมเองมีทั้งในระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ระดับตําบล แต่วันนี้ขาดการเหลียวแล หลายท่านในที่นี้ยังไม่รู้เลยว่า สภาวัฒนธรรมในระดับตําบลมีหน้าที่อะไรนะครับ เรื่องของเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ตาม เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมอําเภอ กระทรวงวัฒนธรรมเปึนกระทรวงเดียวที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ ในระดับอําเภอเพื่อปฏิบัติงานเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงกับชุมชนนะครับ วันนี้อยากจะให้ ตั้งขึ้นมาแล้วก็ผลักดันโดยเร่งด่วน

นอกจากนี้แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากเปึนพิเศษก็คือเรื่องของผู้สูงอายุ ซึ่งผู้สูงอายุวันนี้เปึนแหล่งเก็บองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่สําคัญนะครับ แต่ขาดการดูแลเหลียวแล แน่นอนครับว่าการจะสานต่อองค์ความรู้เหล่านี้ต้องเริ่มจาก การดูแลผู้สูงอายุให้ดีนะครับ ไม่ว่าจะจัดกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้ทาง ผู้สูงอายุ รวมถึงการจัดเบี้ยยังชีพที่เพียงพอนะครับ วันนี้ต้องเรียนให้ทราบว่าเบี้ยยังชีพ ของผู้สูงอายุถูกผลักดันไปอยู่ในภาระรับผิดชอบของทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ก็อยากจะให้ทางภาครัฐจัดนโยบายให้ชัดเจนกว่านี้นะครับ

สุดท้ายนี้ขอฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า การรักษาวัฒนธรรมคือการรักษาชาติครับ อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลเพื่อ ลูกหลานเราในอนาคตต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีสมพงษ์จะชี้แจง ไหมครับ เชิญท่านวิฑูรย์ นามบุตร ครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ นโยบายเรื่องดิน น้ํา ป์า ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนอุทยานสัตว์ป์า พันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดระบบมีอยู่ ๑๐ ท่าน เปึนทีม เพื่อที่จะให้การอภิปรายได้อย่างครอบคลุม อยากจะให้ ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีมาร่วมรับฟังครับ เพื่อจะนําไปบริหารให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะตรวจสอบและเสนอแนะเกี่ยวกับ เรื่องน้ํา อุทยานสัตว์ป์า แล้วก็องค์การสวนสัตว์ เพราะสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดผ่าน รายการวิทยุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะผันน้ําโขงมาใช้ มันโดนใจคนอีสานครับท่านครับ ท่านประธานครับ ทุกคนนี่เห็นตรงกันครับว่า เรื่องการผันน้ํา เรื่องน้ํา เปึนปัจจัยการผลิต ที่สําคัญที่จะทําให้เกษตรกรฟุ๋นตัวได้ พรรคประชาธิปัตย์เองเปึนต้นคิดในโครงการ โขง-ชี-มูล แล้วก็นํามาใช้เปึนรูปธรรมที่สุด แต่ก็เสียดายครับ ช่วงเวลาที่ผ่านมา ๕–๖ ป้ การบริหารจัดการน้ํานี่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ใครที่เปึนผู้แทนในยุคสมัยที่แล้วครับ เราคาดหวังและเรามีความหวังมากครับว่า ๒๕ ลุ่มน้ํา ที่รัฐบาลโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่า จะบริหารจัดการ ๒๕ ลุ่มน้ํา ให้ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และชายฝัืง แต่เวลาผ่านไปครับท่านประธาน ปรากฏว่าทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา แม้แต่ ๑ ลุ่มน้ํา ไม่มีการลงมือ ปฏิบัติ เงินที่บอกว่าจะใช้อยู่สัก ๒ แสนล้านบาท ก็ไม่ได้ใช้ เสียเวลา ผ่านไปท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครนี่ท่านได้มาจุดประกายความฝันของคนอีสาน เกี่ยวกับอุโมงค์ผันน้ํา ท่านรู้ครับ ท่านเข้าใจ และมันก็ถูกใจเกษตรกรมาก เรายอมรับ ความจริงครับว่า เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ชลประทานนั้นมีรายได้มากกว่า ๓ เท่า ของเกษตรกรที่อยู่นอกพื้นที่ชลประทาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอตั้งข้อสังเกต และขอทายล่วงหน้าก็ได้ครับว่า ผมเชื่อว่าท่านคงไม่เอาจริง จริงไม่กลัว แต่กลัวไม่จริง เพราะอะไรท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลประกอบดังนี้ครับว่า

๑. โครงการใหญ่ ๆ ซึ่งเปึนเมกะโปรเจกต์ เรื่องใหญ่ เรื่องสําคัญที่มา จุดประกายจะใช้เงินเปึนแสนล้านบาท ในคําแถลงนโยบายของรัฐบาล ไม่มีสักคําเลย ขนาดรถไฟฟัา ๙ สาย เปึนโครงการใหญ่ท่านก็ยังบรรจุไว้ในคําแถลงนโยบาย แต่นี่ไม่มี

ประการที่ ๒ ที่ผมเชื่อว่าลําบากก็คือว่า ถ้าท่านจะใช้เงินจํานวนขนาดนี้ คงหาแหล่งเงินยาก หรือถ้ามีก็น่าจะไปทําโครงการซึ่งเกิดผลทางการเมืองในระยะสั้น มากกว่า แต่ท่านประธานที่เคารพครับ จะอย่างไรก็ตามถ้าท่านทําอุโมงค์ผันน้ําได้จริงผมก็ เชียร์ในฐานะลูกอีสานเลือดอุบลราชธานีคนหนึ่ง ผมจะสนับสนุนครับ และท่านก็จะได้ คะแนนเสียงจากประชาชนอย่างท่วมท้น แต่ถ้าไม่ทําครับพี่น้องชาวอีสานก็จะจําท่าน ไปตลอดชีวิต ผมเชื่อครับว่าโครงการนี้จะเปึนโครงการที่มีประโยชน์ มีการศึกษา มีความพร้อม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านก็ พร้อมที่จะสนองนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี กรมทรัพยากรน้ําก็ศึกษาแนวทางไว้ครบ แล้วครับทั้ง ๓ แนวทาง ขึ้นอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีจะเลือกเอา แนวทางใดแนวทางหนึ่ง เช่น แนวทางที่ ๑ จะขุดอุโมงค์ใต้ดินจากแม่น้ําโขง จังหวัดหนองคาย ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร หรือ ๒. ไม่ต้องขุดอุโมงค์ใต้ดินให้ทําสะพานลอยฟัาหรือ คลองลอยฟัายกระดับ หรือ ๓. นําน้ําที่เหลือใช้จากการผลิตพลังงานไฟฟัา เขื่อนน้ํางึม ของประเทศลาว และขุดอุโมงค์จากหนองคายมาโพนพิสัย ห้วยหลวง ลําปาว กาฬสินธุ์ และมาสู่จังหวัดร้อยเอ็ด เลือกเอาเลยนะครับจะเอาแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีท่านยืนยันในสภาแห่งนี้ได้ไหมครับว่า สัปดาห์หน้าแนวทางที่ทรัพยากรน้ํา เสนอไว้ สรุปไว้จะได้รับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีเพื่อนําไปปฏิบัติ แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในส่วนอุโมงค์ผันน้ํานั้นถือว่าเปึนความหวังก็แล้วกัน และผมจะลุกขึ้น ทวงถามรัฐบาลทุกครั้งถ้ายังไม่ดําเนินการ แต่สิ่งที่อยากจะให้ท่านเริ่มเลย ในขณะนี้ ก็คือเรื่องระบบเก็บกักน้ําและระบบกระจายน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านเราไม่มี ปัญหาเรื่องปริมาณน้ํา ไม่มีปัญหาว่าน้ําไม่เพียงพอ ปริมาณน้ําฝนของเราแต่ละป้ มีมากครับ แต่การเก็บกักน้ําของเราไม่ประสบความสําเร็จ ถ้ามาดูสถิติน้ําฝนป้หนึ่ง โดยเฉลี่ยตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ หรือ ๕๐ ป้ย้อนหลังตัวเลขใกล้เคียงกัน ครับว่า ปริมาณน้ําฝนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ ๗๐๒,๖๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เราสามารถ เก็บกักได้เพียง ๕๙,๖๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าให้คิดสัดส่วนเปึนเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๘.๔๘ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าอย่างไรท่านประธานครับ หมายความว่าฝนตกลงมา ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรเราจะเก็บกักไว้ใช้ได้เพียง ๙ ลูกบาศก์เมตร อีกประมาณ ๙๑ ลูกบาศก์เมตร สูญหายไหลลงทะเล และถ้ามาดูตัวเลขข้อมูลการเก็บกักน้ําฝนที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านครับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉลี่ยป้หนึ่งมีปริมาณ น้ําฝนอยู่ที่ ๒๒๘,๘๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร เก็บกักน้ําได้เท่าไรครับ เก็บกักน้ําได้เพียง ๖,๑๓๔ ล้านลูกบาศก์เมตร พูดง่าย ๆ ก็คือว่าตกลงมาประมาณ ๒ แสน เก็บกักไว้ใช้ได้ เพียง ๖,๐๐๐ คิดเฉลี่ยเปึนเปอร์เซ็นต์สามารถเก็บกักน้ําได้เพียง ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ หรือฝนตกลงมา ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตร เอามาเก็บใช้ได้เพียง ๓ ลูกบาศก์เมตร อีก ๙๗ ลูกบาศก์เมตร สูญหายและไหลลงทะเล ตรงนี้ละครับเปึนสิ่งที่รัฐบาลต้องตอบ โจทย์ให้ถูกครับว่า ระบบเก็บกักน้ํานั้นเราจะทําอย่างไร ผมอยากจะเสนอแนะอย่างนี้ครับว่า เรื่องของการทําฝายชะลอน้ํายังมีความจําเปึน เรื่องของการเก็บน้ําตามแหล่งธรรมชาติ เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง ทําแก้มลิง ขุดลอก เก็บกักน้ําให้มีปริมาณเพียงพอ และสิ่งที่ต้องไม่ละเลยเพิกเฉยก็คือลําน้ําขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ในอีสานไม่ว่าโขง ไม่ว่าชี มูล ไม่ว่าเซบก เซบาย หรือแหล่งน้ําอื่น ๆ ครับ ปรากฏว่า หน้าฝนนี่ครับน้ําท่วม หน้าแล้งน้ําแห้งครับท่าน ลําชี ลํามูล บางแห่งเดินข้ามได้ครับ ทุกวันนี้กุมภาพันธ์เริ่มเดินขึ้นได้แล้ว เพราะฉะนั้นจะต้องมีการบูรณาการกันให้ดี ครับว่าระหว่างกรมทรัพยากรน้ํา กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า จะทําการขุดเก็บกักน้ํา ให้เพียงพอได้อย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทําอย่างเร่งด่วน

ประการที่ ๒ ที่อยากจะขอเสนอแนะก็คือ เรื่องระบบกระจายน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริง ๕ ป้ที่ผ่านมาเปึนการชะลอการก่อสร้างระบบ กระจายน้ํา ไม่ว่าคลองส่งน้ํา ด่านคอนกรีต ไม่ว่าคลองไส้ไก่ ถูกชะลอครับ จะด้วยเหตุผลใด ก็ตามบางท่านก็อ้างว่าเปึนเพราะว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการทําคลองส่งน้ํา คือกรมทรัพยากร กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน แต่ก่อนสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ แต่พอมายุบรวมกับกรมชลประทาน การบริหารจัดการยังไม่คล่องตัวกัน เพราะฉะนั้น การทําคลองส่งน้ําสู่ไร่นาของเกษตรกรนั้นจําเปึนต้องเร่งครับ

หรือประการที่ ๒ นโยบายของท่านที่เขียนไว้ว่า ข้อ ๑.๑๘ เพิ่มพื้นที่ ชลประทาน และเพิ่มประสิทธิภาพชลประทาน เช่น ชลประทานระบบท่อ ท่านประธาน ชลประทานระบบท่อนี่มีความจําเปึนอยู่ในบางพื้นที่ที่มีความสูงต่ําไม่ได้ระดับ แต่ก็ไม่ต้อง ทําอย่างครั้งที่ผ่านมานะครับ ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ท่านไปนําร่องอยู่ ๑๐ โครงการ ใช้เงินไป ๘๓๗ ล้านบาท ทําที่ไหนบ้างครับ ทําที่จังหวัดขอนแก่น ๓ แห่ง อยู่บ้านหนองพอก อยู่บ้านกุดแคน อยู่บ้านโพนเมือง ตําบลหนองเรือ เขตเลือกตั้งท่านอยู่ขอนแก่น ทําที่ โคราชบ้าง ๑ แห่ง อุบลราชธานีที่ลําดงน้อย ศรีสะเกษ จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี ผลปรากฏเปึนอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทํามาแล้วเปึนสุสานท่อ ถ้าใครนึกภาพไม่ออกดูโครงการโฮปเวลล์ (Hopewell) ทางไปดอนเมืองครับ ไม่ได้ใช้ ประโยชน์เลย เสียดายเงิน ๘๓๗ ล้านบาท เพราะอะไรครับ ความสูญเสียเกิด ๑. เกษตรกรใช้น้ําไม่ได้ น้ําไหลออกมากะปริบกะปรอยครับ เพราะเกิดรอยรั่วแตกซึม ระดับท่อต่ํากว่าแปลงนา ทําให้แรงดันมีมากจนท่อไม่สามารถรับแรงดันได้ ประการที่ ๒ เกษตรกรแย่งกันใช้น้ํา ทําไมครับ เพราะเข้าใจว่าจะได้ใช้น้ําฟรีครับ ประการที่ ๓ ขัดแย้งกัน เรื่องความเปึนเจ้าภาพระหว่างกรมทรัพยากรน้ํา กรมชลประทาน ใครจะเปึนเจ้าภาพ ดําเนินการ ประการที่ ๔ ไม่ได้บอกความจริงกับเกษตรกร ท่านครับ เกษตรกรเขาเข้าใจว่า เขาจะได้ใช้น้ําฟรี แต่จริง ๆ มันไม่ฟรีท่านครับ เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างสูง ไม่สามารถให้ ฟรีได้ ฟรี ๒ ป้แรกครับ ป้ที่ ๓ ต้องจ่าย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ป้ที่ ๔ จ่าย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ป้ที่ ๕ เปึนต้นไปเกษตรกรต้องซื้อน้ําใช้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่สําคัญในเรื่องนี้จะทําหรือไม่ทํา เราไม่ว่าขอให้บอกความจริงให้เปึนที่ยอมรับของเกษตรกร

ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายขอมาสู่เรื่องอุทยานสัตว์ป์า และองค์การ สวนสัตว์ เรามีโอกาสได้เห็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ําทางทะเลที่ชลบุรี เปึนอะแควเรียม (Aquarium) สวยงามครับ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มากมายใหญ่โตนัก เราจะไปสร้าง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ําจืดในภาคอีสาน จะเลือกสร้างที่ใดก็ได้ครับในภาคอีสาน เพราะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ําจืดนั้นจะเปึนแหล่งให้อารยชนคนรุ่นหลังมีโอกาสมาศึกษา มาค้นคว้าพันธุ์สัตว์น้ําจืดซึ่งมีนับหมื่น ๆ ชนิดท่านครับ จังหวัดอุบลราชธานีเองก็มี การเตรียมพร้อม จังหวัดหนองคาย หรือจังหวัดอื่นก็มีความพร้อมที่อยากจะให้ลูกหลาน ไปท่องไปเที่ยว ไปศึกษา ไปค้นคว้าดูพันธุ์สัตว์น้ําจืดในบ้านเรา

และประการที่ ๒ สุดท้ายก็คือว่า เรื่องสวนสัตว์ ท่านครับสวนสัตว์ ทั้งประเทศมีอยู่ ๕ แห่ง แห่งที่ ๖ คือไนท์ซาฟารี สวนสัตว์เชียงใหม่ ท่านจัดระบบสวนสัตว์ ให้เข้ารูปเข้ารอยได้ไหมครับ สวนสัตว์เขาเขียวชลบุรี มีสวนสัตว์เขาดิน มีอยู่ที่โคราช มีอยู่ ที่สงขลาทางใต้ แล้วก็สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ที่ต้องให้ความสําคัญเปึนกรณีพิเศษ ก็คือสวนสัตว์เชียงใหม่ครับท่านประธาน ไนท์ซาฟารี เพราะว่าเปึนโครงการพิเศษที่ใช้เงิน นอกงบประมาณ ใช้งบกลาง และใช้เงินมาก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท การบริหารจัดการ เปึนภาระให้กับพี่น้องประชาชน นําเขามาสู่ระบบเถอะครับ ให้องค์การสวนสัตว์ที่มี ความชํานาญ มีความเชี่ยวชาญ มีบุคลากรเขาไปดูแลกันได้ สวนสัตว์แห่งใดที่จําเปึนต้อง ปรับปรุงหรือดูแล ไม่ว่าที่เขาเขียว เขาดิน โคราช สงขลา ตลอดจนสวนสัตว์ที่อุบลราชธานี สวนสัตว์อุบลราชธานีจะเปึนสวนสัตว์มีเนื้อที่ดงฟัาห่วน ๑,๒๐๐ ไร่ ใหญ่มากครับ จะเปึน ประโยชน์ให้กับพี่น้องเยาวชน ประชาชน ใช้งบประมาณไม่มากด้วยครับและจะเปึน สวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขอให้ทางรัฐบาลให้ความสนใจและใส่ใจ ผมเชื่อครับ ว่าการใช้เงินงบประมาณที่จําเปึนและจํากัดจะเปึนการทําให้พี่น้องประชาชนได้รับ ประโยชน์สูงสุด โครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะดําเนินการตามนโยบาย พวกเราจะเฝัา ติดตาม พวกเราจะคอยเสนอแนะ พวกเราจะคอยตรวจสอบและคอยทวงถามแทนพี่น้อง ประชาชน ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

รักษาเวลาได้เยี่ยมเลยครับ เนื่องจากท่านรังสิมามีภารกิจจะขออภิปรายตรงช่วงนี้ เชิญเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเห็นด้วยกับรัฐบาลที่มีนโยบายที่จะจัดหา พลังงานให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน แต่ว่าดิฉันอยากให้ท่านประธานคํานึงถึงผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะว่า ไม่มีแหล่งพลังงานใดที่จะไม่มีผลกระทบและไม่มีมลพิษ ทุกอย่างมีมลพิษหมด คือการก่อสร้างโรงไฟฟัาทุกชนิด แต่ดิฉันจะยกตัวอย่างเฉพาะโรงไฟฟัาถ่านหิน ซึ่งจะมา สร้างในประเทศไทยหลายแห่งตามที่รัฐบาลมีนโยบาย แต่ดิฉันก็อยากจะทราบว่า รัฐบาลจะสร้างกี่แห่ง ที่ไหนบ้าง อย่างไร เมื่อไร อยากให้ชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบ จะได้ เตรียมตัวเตรียมใจ เพราะขณะนี้ประชาชนหวาดผวาเกี่ยวกับโรงไฟฟัาที่จะมาเกิดขึ้น หลาย ๆ จังหวัด อย่างเช่น ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม ระยอง แล้วก็ทราบว่าจะไปที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชอีกแล้ว ดิฉันก็ถามหลาย ๆ คน ส.ส. หลาย ๆ ท่านว่าจังหวัดท่าน อยากได้ไหม ถามกี่จังหวัดก็ไม่มีใครอยากได้ แต่ถ้าท่านประธานอยากได้ก็เอาไปเชียงราย เลยนะคะ ดิฉันก็อยากให้ทางบริษัทที่จะมาทําการก่อสร้างโรงไฟฟัาไปถามที่ท่านประธาน ก็แล้วกันนะคะ เผื่อท่านอยากจะได้ แต่จังหวัดสมุทรสงครามไม่เอานะคะ ก็ขอกราบเรียน ว่ามันมีผลกระทบมากมายมหาศาล และจังหวัดสมุทรสงครามของดิฉันนี่มันก็เปึนจังหวัด ที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ท่านก็ทราบดี มี ส.ส. คนเดียว มีประชากรแค่ ๑๙๐,๐๐๐ กว่าคน ผลกระทบมันจะทําให้ประชากรก็จะลดน้อยลง เพราะว่าอะไรละคะ สารปรอทที่มากับ โรงไฟฟัาจะทําให้คนท้องนี่แท้งก่อนกําหนดถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเด็กที่เกิดมาก็จะเปึน เด็กเอ๋อ ดิฉันไม่อยากให้คนสมุทรสงครามเปึนคนเอ๋อ ถ้าคนเชียงรายเอ๋อก็ไม่เปึนไร เพราะว่าคนเชียงรายมีมาก จังหวัดสมุทรสงครามมันมีน้อยอยู่แล้วก็ขอให้มีคุณภาพ แล้วก็ไม่เปึนคนปัญญาอ่อน และเมื่อมันมีน้อยอยู่แล้วมันก็จะทําให้ประชาชนได้รับผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องร่างกาย คือจะทําให้เปึนโรคปอด เปึนโรคผิวหนัง เปึนโรคเกี่ยวกับมะเร็ง และขณะนี้ประชาชน ก็ขวัญผวาว่าจะมาก่อสร้างที่สมุทรสงครามหรือไม่ แม้จังหวัดอื่น ๆ ตอนนี้ก็ต่อต้าน กันหมด พอจะไปจังหวัดไหนก็นอนไม่หลับกันทุกจังหวัด สมุทรสงครามก็คอยฟัง อีกเช่นกัน ให้ดิฉันมาถามท่านประธานว่าหลังจากทําเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปแล้ว เมื่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ผ่านรัฐบาลยังมีความคิดที่จะทําอีกหรือไม่ แต่ถ้ามาที่ สมุทรสงคราม ดิฉันก็ขอตอบไปได้เลยว่าถ้ามาเมื่อไรก็เผาเมื่อนั้น เพราะดิฉันก็ประกาศ ไว้แล้ว เพราะจังหวัดสมุทรสงครามเล็กอยู่แล้ว ขอให้เปึนจังหวัดที่เปึนปอดแห่งหนึ่งของ ประเทศไทยจะได้ไหม เพราะเปึนจังหวัดพื้นที่สีเขียว เปึนจังหวัดที่เชิงอนุรักษ์ มีหิ่งห้อย ถ้ามีโรงไฟฟัาไปหิ่งห้อยก็ไม่มี แล้วแถมพอไปสร้างโรงไฟฟัาจะต้องทําท่าเรือยื่นออกไป ในทะเลอีกตั้ง ๖ กิโลเมตร พอยื่นไปในทะเล ๖ กิโลเมตรนี่จะทําให้ทิศทางของน้ํา เปลี่ยนไป พอเปลี่ยนไปแล้วดอนหอยหลอดซึ่งเปึนแหล่งท่องเที่ยวของสมุทรสงคราม ทําเงินให้กับจังหวัดสมุทรสงครามเปึนจํานวนมาก พอดอนไม่มีหอย มันก็ไม่มีที่ท่องเที่ยว ในสมุทรสงครามก็จะขาดรายได้ไป และเมื่อทําโรงไฟฟัาก็จะต้องเอาน้ําไปหล่อเย็น ดูดน้ํา ในทะเลไปหล่อเย็น พออุณหภูมิสูงขึ้นก็ปล่อยน้ําลงไปในทะเล กุ้ง หอย ปู ปลาหมดนะคะ เกษตรกรชาวสมุทรสงครามทําอาชีพประมง เมื่อทําอาชีพประมงแล้วไม่มีกุ้ง หอย ปู ปลา เขาจะทําอย่างไร ลิ้นจี่ก็ไม่ออก มะพร้าวก็ไม่มี ส้มโอก็ไม่มี เกษตรกรชาวสมุทรสงคราม ก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานนะคะ ถ้าดีท่านประธานเอาไปเลยค่ะ เชียงรายดิฉันยกให้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (น่าน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ขออนุญาต ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวผมชี้แจง แทน ในนามของคนเชียงรายก็คงไม่อยากเปึนโรคเอ๋อเหมือนกันนะครับ ต้องเรียนชี้แจง

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ ครับ ขออนุญาตประท้วงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายจบไป กระผมรอฟัง ไม่ประท้วง ตอนที่ท่านอภิปราย เนื่องจากเปึนประเด็นที่อยากจะให้ท่านช่วยถอนคําพูด ท่านทําผิด ข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ข้อ ๔๓ ได้กล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอก โดยเฉพาะ เปึนพี่น้องประชาชน ท่านได้กล่าวมาว่าคนสมุทรสงครามไม่อยากให้เปึนเอ๋อ คนเชียงราย เปึนเอ๋อไม่เปึนไร โดยข้อเท็จจริงผมเองกับท่านผู้อภิปรายก็รู้จักสนิทสนมและรักกันครับ แต่ว่าสิ่งที่ท่านได้พูดไปผมเกรงว่ามันจะเปึนข้อเสียหาย พี่น้องประชาชนของเราถือว่า มีสิทธิ มีศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์เช่นกัน อยากให้ท่านถอนคําพูดครับว่าพี่น้องประชาชน คนเชียงรายไม่ใช่เอ๋อหรือเปึนเอ๋อ จริง ๆ เอ๋อมันเปึนปัญญาอ่อนนะครับ แต่เกิดจาก การขาดสารไอโอดีน กราบเรียนท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยแล้วก็ชี้แจงไปแล้ว ก็ไม่อยากให้มีการประท้วง ก็ต้องขอบคุณที่ได้ชี้แจงอะไรกันไปเพื่อจะได้ให้บรรยากาศ เรียบร้อย ซึ่งท่านรังสิมาก็ไม่ได้เจตนา ผมฟังจากบรรยากาศแล้วก็คงอยากจะให้รู้ว่า มีความรุนแรงอย่างไร ส่วนเรื่องว่าจะขู่ถึงขั้นไปเผาอะไรต่าง ๆ เดี๋ยวโลกมันจะร้อนขึ้น ก็ค่อยปรึกษาหารือก็แล้วกัน ลําดับถัดไปนี้ก็คงจะเปึนท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย วกกลับไป ทางภาคเหนือตอนล่างครับ เชิญครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุตรดิตถ์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคพลังประชาชน กระผมขออนุญาตไม่เอ่ยถึงลําดับเลขที่ของเรื่อง เอาเปึนว่าขอพูด ตรง ๆ ไปถึงเรื่องที่ต้องการที่จะพูดเลยนะครับท่านประธานเพื่อเปึนการเกิดประโยชน์ มากที่สุด

เรื่องแรกคือเรื่องของการคมนาคม ขอให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับ ฝากไปยังท่านที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธานนะครับ ปัญหาในอดีตคือการจัดลําดับ ความสําคัญ ผมเอาเฉพาะเรื่องถนนนะครับ ไม่ว่าจะเปึนกรมทางหลวงชนบทหรืออะไร ก็แล้วแต่ เวลาจัดลําดับการพัฒนา การก่อสร้างถนนในภูมิภาคจังหวัดต่าง ๆ มักจะเกิด ปัญหาว่าไม่ค่อยตรงกับความต้องการความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กระผม ขอยกตัวอย่างจังหวัดผมนะครับว่า อย่างเช่นที่อําเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์นี่นะครับ มีประชากรเกือบ ๙๐,๐๐๐ คน เรามีทั้งหมด ๙ อําเภอ อําเภอพิชัยรองจากอําเภอเมือง เมื่อตอนเลือกตั้งผมได้ร่วมหาเสียงกับเพื่อน ๆ นี่นะครับ ก็ไปทั้ง ๙ อําเภอของจังหวัด อุตรดิตถ์ ปรากฏว่าอําเภอพิชัยที่มีประชากรมากมายนี่นะครับ ถนนหนทางแย่ที่สุด ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะฉะนั้นการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมในเรื่องการจัดสรร งบประมาณตรงนี้อยากให้มองในข้อเท็จจริงให้ดีนะครับ อย่าให้ผิดพลาดอย่างเช่นในอดีต

เรื่องต่อไปครับ คือเรื่องเอกสารสิทธิ ผมอยากให้รัฐบาลไปถึงกระทรวง ที่เกี่ยวข้องนี่นะครับ สร้างความเปึนธรรมที่แท้จริงให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในเรื่องการ ออกเอกสารสิทธิและการให้สิทธิกับประชาชน ผมยกตัวอย่างจังหวัดผมอีกครับ เช่น ที่อําเภอท่าปลาของจังหวัดอุตรดิตถ์ คนอําเภอท่าปลาเมื่อร่วม ๒๐–๓๐ ป้ที่แล้ว ได้สละแผ่นดินที่เขาทํามาหากินบ้านเกิดเมืองนอนของเขาเพื่อให้สร้างเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศได้น้ําใช้ ได้ไฟฟัาใช้ แต่จนถึงวันนี้คนอําเภอท่าปลานะครับ ส่วนที่อพยพอีกเยอะเลยครับยังไม่มีเอกสารสิทธิในการทํามาหากินและที่อยู่อาศัย รัฐในยุคต่าง ๆ ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาบริหารประเทศ แต่คนอําเภอท่าปลาก็ยัง ไม่ได้ครับ ฝากไว้ด้วย

ต่อไปอีกเรื่องครับ เรื่องของการค้าการขาย ฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลต้องหาวิธีอย่างไรก็แล้วแต่ให้พี่น้องประชาชนค้าขายเองเปึนครับ ท่านประธานครับ เรายอมรับความจริงไหมครับว่า น้ําแล้งหรือน้ํามาก อย่างไรก็แล้วแต่ชาวบ้านของเรา คนไทยปลูกได้เลี้ยงได้กันทั้งนั้นแหละครับ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก แต่สิ่งที่ เปึนปัญหาของคนไทยก็คือว่าค้าขายไม่เปึน ขายของไม่เปึน ขายของไม่เก่ง ผมอยากจะ ให้รัฐบาลหาวิธีการที่จะทําให้ชาวบ้านเขาขายเก่ง ขายเปึน ยกตัวอย่างง่าย ๆ งบเอสเอ็มแอล ทําทํานองนี้ได้ไหม ให้เขาไป อย่างองค์กรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ที่รัฐบาลคิดขึ้นมา แล้วก็ระบุ ไปว่าให้เอาเงินตรงนี้ไปทําตลาดด้วยตนเองนะครับ มันอาจจะมีปัญหาในเบื้องต้น อาจจะทําไม่สําเร็จในเบื้องต้น เช่น หลาย ๆ โครงการที่รัฐได้เคยทํามา แต่ในระยะต่อไป ผมเชื่อว่าประชาชนสามารถปรับวิธีการในการทํางานของเขาให้ประสบความสําเร็จ ในการค้าการขายได้ นั่นจะเปึนการแก้ปัญหาที่แท้จริงให้ประชาชนสามารถยืนอยู่ได้ ด้วยตนเองครับ เราต้องยอมรับความจริงวันนี้ว่าโดยศักยภาพของรัฐไม่สามารถที่จะช่วย ประชาชนได้ในเรื่องการค้าการขายร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมไม่เอาร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ ครึ่งหนึ่งก็ยังลําบาก

สุดท้ายครับเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรม เมื่อสักครู่ผมต้องขอชื่นชมครับ ท่าน ส.ส. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ถึงแม้นว่าจะเปึน ส.ส. ใหม่ รุ่นหนุ่ม แต่ก็ยังสนใจ เรื่องศิลปะและวัฒนธรรม ผมขอชื่นชมนะครับ ผมขอเสริมท่าน ส.ส. จุลพันธ์ ก็คือว่า อยากให้รัฐบาลสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในสาระและแก่นแท้ของศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรมของชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่า เรื่องเหล่านี้รู้เฉพาะกลุ่มคนจํากัดอยู่กลุ่มหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ในวันนี้ประเทศเรากําลังมีพระราชพิธีที่สําคัญของชาติ แต่คนที่รู้เรื่อง และเข้าใจมีอยู่กลุ่มเดียวครับ ดังนั้นมรดกตรงนี้ ศิลปะและวัฒนธรรมตรงนี้จึงไม่สามารถ แพร่ขยายอย่างที่ควรจะเปึน แผ่นดินทุกตารางนิ้ว อิฐทุกก้อน น้ําทุกสายต่างก็มี ประวัติศาสตร์ มีความยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะทํา ความเข้าใจตรงนี้ให้เกิดขึ้นกับคนไทยทุกคน แล้วมรดกตรงนี้จะเปึนมรดกที่สําคัญและ ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยสืบไปครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ผมขอรบกวน ท่านสมาชิกครับ ท่านพี่น้องประชาชนจากอําเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก มาเยี่ยม ในนามของสมาชิกรัฐสภาก็ยินดีต้อนรับนะครับ แล้วก็ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ให้การต้อนรับ อยู่ในขณะนี้ครับ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ต่อไปเปึนท่านศุภชัย ศรีหล้า นะครับ เชิญครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี 🔗

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เปึนสมาชิกแห่งรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ๓ วันที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าจะเปึน ๓ วันที่มีความหมาย จะไม่ใช่ ๓ วันที่เปึนแต่เพียง พิธีกรรม หากแต่เปึน ๓ วันที่รัฐบาลได้ให้พันธะสัญญากับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ พวกเราหลายท่านได้ให้ความคิดความเห็นต่อคณะรัฐบาลในที่ประชุมแห่งนี้ ผมอยาก จะเรียนให้ท่านคณะรัฐมนตรีนําแนวทาง นําความคิดความเห็นบางประการไปดําเนินการ ในขณะเดียวกันก็มีแนวทางการทํางานหลายอย่างที่เปึนนโยบายของรัฐบาลที่สามารถไป ดําเนินการได้ในทันที ท่านประธานที่เคารพครับ ในเอกสารคําแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรีสําคัญที่สุดผมอยากจะเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่า นับ ๑ ตั้งแต่หน้าปก หน้าแรก หน้าปกที่ท่านได้นําเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ คือตรา ครม. หรือตราคณะรัฐมนตรี ท่านมีข้อความสําคัญอยู่ ๓ ข้อความ คือคําว่า สุจริต เสียสละและสามัคคี ท่านที่เคารพครับ นโยบายถ้าปราศจากซึ่งความสุจริตใจแล้ว ความเคลือบแคลงสงสัยในการกําหนด นโยบายของท่านก็จะปรากฏต่อสาธารณชน ในการกําหนดนโยบายที่สําคัญที่กระผม ได้ศึกษาและให้ความสําคัญเปึนพิเศษคือการกําหนดนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับการกําหนด แนวเขตการใช้ที่ดิน ที่กระผมให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เปึนพิเศษด้วยเหตุว่าที่ดินคือ ที่ตั้งต้นของการกระทําทุกอย่าง ที่ดินเปึนทุน การก่อสร้างก็ตั้งอยู่บนที่ดิน การกําหนด เขตอุตสาหกรรมก็ตั้งอยู่บนที่ดิน ในขณะเดียวกันการกําหนดพื้นที่เพาะปลูกก็ตั้งอยู่ บนที่ดิน ถ้าเผื่อว่าที่ดินมีความสําคัญอย่างนี้ การกําหนดแนวเขตการใช้ที่ดินนั่นคือ การกําหนดอนาคตชาติครับท่านครับ ถ้าเปึนการกําหนดอนาคตชาติ คณะรัฐบาลได้เขียน ไว้ในนโยบายเท่าที่กระผมได้ศึกษามี ๒ ส่วนสําคัญ ส่วนแรกที่ท่านได้เขียนไว้คือเขียนไว้ ในนโยบายเร่งด่วน ท่านเขียนไว้บอกว่า ข้อ ๑.๑๗ วางระบบการถือครองที่ดินและกําหนด แนวเขตการใช้ที่ดินให้ทั่วถึงและเปึนธรรม โดยใช้ข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศ ภายใต้ กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทํากินและประกอบอาชีพอย่างทั่วถึง และพอเพียง อีกส่วนหนึ่งที่ท่านเขียนไว้และมีความเกี่ยวเนื่องกับการใช้ที่ดินก็คือ นโยบายด้านที่ ๔ ที่ว่าด้วยเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านเขียนไว้ในข้อ ๔.๓ ที่ว่าด้วย เรื่องการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราเขียน นโยบายอย่างนี้ ความเกี่ยวเนื่องในรัฐธรรมนูญก็ตราไว้เช่นเดียวกันว่าต้องมี ความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเผื่อว่าเราไปดูรัฐธรรมนูญเขียนไว้ในส่วนที่ ๘ เรื่องนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในมาตรา ๘๕ สาระสําคัญ ที่มีความแตกต่างและกระผมมีความกังวลใจก็คือว่า ในมาตรา ๘๕ (๑) และ (๒) ได้ให้ ความสําคัญกับความสอดคล้องด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ผืนดิน ผืนน้ํา วิถีชีวิต ของชุมชน รวมถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สําคัญครับท่านประธาน ได้เขียนไว้บอกว่าการกําหนดมาตรฐานการใช้ที่ดิน ต้องเปึนไปอย่างยั่งยืน ตรงนี้ขอให้ขีดเส้นใต้ครับ และใน (๒) ก็ได้เขียนถึงการกระจาย การถือครองที่ดินบอกว่าต้องเปึนไปอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ท่านประธานครับ ที่ผม กราบเรียนถึงการเขียนนโยบายและความสอดคล้องระหว่างนโยบายกับรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านวุฒิพงษ์ ฉายแสง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านได้ให้นโยบายในเรื่องของการส่งเสริมการปลูกป์า ยูคาลิปตัส เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และในขณะเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ก็ได้ให้นโยบายการปลูกป์ายูคาลิปตัสในวันนี้เช่นเดียวกัน ดังปรากฏต่อ สื่อมวลชนต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ การปลูกยูคาลิปตัสคือการใช้แผ่นดิน ผืนดิน ผืนใหญ่ของประเทศ ผมขออนุญาตกราบเรียนถึงผลการวิจัยที่ได้แสดงให้เห็นถึง ผลกระทบจากการปลูกยูคาลิปตัสอย่างน้อย ๒ ฉบับ ฉบับแรกเปึนผลการวิจัยของ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบการปลูกยูคาลิปตัส ต่อคุณสมบัติดินและการผลิตพืชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งวิจัยโดยดอกเตอร์ จักรกฤษณ์ หอมจันทร์ ดอกเตอร์ชรัส มงคลสวัสดิ์ คุณเทพฤทธิ์ ตุลาพิทักษ์ และผลการวิจัยอีกฉบับหนึ่งซึ่งสําคัญมากครับท่านประธาน คือผลการวิจัยของหน่วยงาน ในสังกัดของท่านรัฐมนตรีเอง คือสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วท. วท. ได้ทําการวิจัยเรื่องปัญหาและผลกระทบที่ยูคาลิปตัสมีต่อสภาพแวดล้อม ท่านประธานที่เคารพครับ ผลการวิจัยทั้ง ๒ ส่วนสอดคล้องกันอย่างนี้ครับ อย่างแรก ถ้าพูดถึงผลดีอันเกิดจากยูคาลิปตัสที่บอกว่าสามารถดูดน้ําและธาตุอาหารได้มาก ในขณะที่ผลกระทบก็ปรากฏขึ้นเช่นเดียวกันว่า การใช้น้ํา ใช้ธาตุอาหารมากทําให้พื้นดิน โดยรอบได้รับผลกระทบ ยูคาลิปตัสปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ต้องดูแลมาก นั่นแสดงให้เห็นว่า ใต้ดินมีรากแผ่ขยายกว้างไกล การกําจัดต้นตอและรากยุ่งยากมากในอนาคต ใบยูคาลิปตัสมีอัตราการย่อยสลายช้ากว่าฟางข้าว ใบมะม่วง ใบกระถินณรงค์ ยูคาลิปตัส ไม่กลัวแล้ง ไม่กลัวฝน ท่านครับในขณะที่ไม่กลัวก็ใช้น้ํามาก ใช้สารอาหารมาก หากต้องการปลูกพืชชนิดอื่นในอนาคต เราต้องฟุ๋นฟูดินลงทุนอย่างมหาศาล ท่านครับ ไม้ยูคาลิปตัสใช้ระยะเวลาปลูก ๔–๕ ป้ ใช้พื้นดินมากนั่นแสดงว่าเราต้องสูญเสียผืนที่ดิน ๔-๕ ป้เพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว ยูคาลิปตัสทําให้การไหลบ่าของน้ําชะล้างหน้าดินมากกว่า ทุ่งหญ้า การใช้พื้นดินขนาดใหญ่ทําให้คุณสมบัติทางเคมีของดินเสียไป ระดับน้ําใต้ดิน น้ําบ่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของชุมชนใกล้เคียงลดระดับลง การส่งเสริมให้ปลูก ยูคาลิปตัสในคันนา ตรงนี้สําคัญครับ เพราะท่านรัฐมนตรีให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ เปึนพิเศษ ผลการวิจัยปรากฏอย่างชัดเจนว่าคันนาที่เคยเปึนที่อยู่อาศัยของหอย ปู ในระบบ นิเวศตามธรรมชาติสูญเสียไป ใบของยูคาลิปตัสมีสารธอเรียม (Thorium) ท่านประธานครับ สารนี้ยับยั้งการเจริญเติบโต ของพืชในบริเวณใกล้เคียงอย่างชัดแจ้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศที่ปลูก ยูคาลิปตัสมากวันนี้เราส่งเสริมกัน ท่านประธานทราบไหมครับ ประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีนตามเอกสารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลกว่าเรามาก ทั้งประเทศจีนปลูกยูคาลิปตัสเพียง ๔ ล้านไร่ ในขณะที่วันนี้เราปลูกถึง ๒.๗ ล้านไร่ นี่เปึน ตัวเลขเมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๔๖ คนอีสานบ้านผมปลูกถึง ๑.๓ ล้านไร่ ท่านประธานครับ เซลล์ (Cell) สมองถ้าผมจะเทียบกับแผ่นดินไทย แผ่นดินไทยมีอยู่ ๓๒๐ ล้านไร่ การปลูก ยูคาลิปตัสแต่ละต้นแต่ละต้น แต่ละไร่ นั่นคือการทําลายเซลล์สมองของเราไปทุกขณะ ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เรื่องนโยบายการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกยูคาลิปตัสครับ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ จากพิษณุโลก เชิญครับ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมขอแสดงความยินดีแล้วก็ดีใจที่บ้านเมืองเราได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเปึนประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ผมเองในฐานะ ที่ได้ต่อสู้ทางการเมืองมา แล้วก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แล้วก็หวัง เปึนอย่างยิ่งว่ารัฐบาลนี้ซึ่งนําโดยท่านสมัคร สุนทรเวช พร้อมคณะรัฐมนตรีจะได้บริหาร ประเทศตามนโยบายที่ได้แถลง ซึ่งนโยบายต่าง ๆ นั้นผมเองก็สนับสนุน เพราะว่าเปึน นโยบายที่สามารถจะดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้เปึนอย่างดี สําหรับ ในจังหวัดที่ผมเองเปึนผู้แทนราษฎรอยู่นั้น ผมอยากจะเสนอความคิดที่จะมีผลเกี่ยวข้อง กับนโยบายของรัฐบาล อาทิเช่น ในเรื่องของปัญหาพืชผลทางการเกษตร คือทุกป้พี่น้อง เกษตรกรทํามาค้าขายก็ขายอยู่อย่างเดียวครับท่านประธานครับ ขายข้าว ขายพืชผลทาง การเกษตร แต่เขาไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าราคาที่เขาจะขายนี่ ของที่เขาจะขายได้ราคา เท่าไร ทีนี้ผมอยากจะฝากกับรัฐบาลให้ตระหนักในเรื่องของการวางแผนที่สามารถจะทํา ให้พี่น้องเกษตรกรทุกประเภท ไม่ว่าจะเปึนข้าว พืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ ผลไม้ต่าง ๆ สามารถที่จะรู้ได้ว่าป้นี้เขาจะขายของได้ราคาเท่าไร เพราะนับวันปัญหาต้นทุนในการผลิต เขาสูงขึ้น ๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องปุิยก็ดี เรื่องยาฆ่าแมลงก็ดี หรือเรื่องต้นทุนในเรื่องของ น้ํามันที่จะนํามาใช้เปึนต้นทุนในการผลิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทําให้แก้ไขปัญหาความยากจน ของพี่น้องได้ ถ้ารัฐบาลมีความตระหนัก แล้วก็มีความเอาใจใส่ในเรื่องของปัญหาปากท้อง ของพี่น้องประชาชน อยากจะยกตัวอย่างในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนําเสนอกับ รัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะเปึนความเปึนศูนย์กลางในภาคเหนือตอนล่างของจังหวัดพิษณุโลก ด้านการสาธารณสุข ด้านการศึกษา ส่วนราชการ ศูนย์ราชการต่าง ๆ ซึ่งพิษณุโลกเอง ยังขาดโอกาสในเรื่องของการพัฒนาการคมนาคม ดังนั้นจึงขอฝากทางกระทรวงคมนาคม ได้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหา เพราะว่าอุบัติเหตุได้เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ๆ ผมเองได้รับทราบข้อมูล มาโดยตลอด

เรื่องต่อมาจะเปึนนโยบายเกี่ยวกับทางสาธารณสุข จากที่ผมเองได้เปึน ผู้แทนราษฎรของจังหวัดพิษณุโลกแล้วก็ได้ลงพื้นที่โดยตลอดพบกับกลุ่มพี่น้อง อสม. ซึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ แถลงต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ได้ประกาศชัดว่าจะดูแลพี่น้อง อสม. ในหมู่บ้าน ในตําบลต่าง ๆ ทั่วประเทศในเรื่องของ ค่าตอบแทน เพราะทุกท่านนั้นได้ทํางานด้วยความเสียสละอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน ครับ ทํางานเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อที่จะนํามาสู่การแก้ไขปัญหาการพัฒนาประเทศชาติ ดังนั้นการที่รัฐบาลนี้มีความจริงใจที่จะมาดูแลพี่น้อง อสม. ผมเองก็ยินดีครับ แล้วก็ ขอฝากไว้ด้วยว่าให้ทําอย่างเร่งด่วน

ประการต่อมาในเรื่องของสวัสดิการของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมเองนั้น ในอดีตผมเปึนกํานันมีความเข้าใจและมีความรู้ว่าชีวิตของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นมีแต่ให้กับ พี่น้องประชาชน ทํางานเสียสละทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ทํางานไม่เคยเว้นวันหยุด ดังนั้น การที่จะให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านสามารถที่จะทํางานเพื่อประเทศชาติได้อย่างมีกําลังใจ ถ้ารัฐบาลให้ความใส่ใจในเรื่องของการดูแลสวัสดิการลูกหลานของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อาจจะเปึนเรื่องของการศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาตรีอย่างนี้เปึนต้น หรือว่าสวัสดิการ ในการรักษาพยาบาลเจ็บป์วยที่ดีเทียบเท่าข้าราชการ แล้วทําให้การทํางานของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้ตอบสนองการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เต็มที่ เพิ่มมากขึ้นครับ

ปัญหาอีกประการหนึ่งนะครับ ที่ผมอยากจะนําเสนอกับรัฐบาลเพื่อที่จะ ไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ จังหวัดพิษณุโลกของกระผมเองนั้นเปึนจังหวัดที่มีแม่น้ํา ไหลผ่าน ๒ สายด้วยกันใหญ่ ๆ คือแม่น้ําน่านและแม่น้ํายม และระยะทางตลอด ๒ ฝัืง ริมแม่น้ํา ตรงไหนที่มีสภาพตรงมันก็ไม่เกิดปัญหา ตรงไหนที่มีสภาพคดเคี้ยวมักจะเกิด ปัญหาก็คือตลิ่งพัง พังบางทีพังไปถึงบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ซึ่งมันกัดทุกวัน ๆ น้ําที่ไหลมาทุกวันก็ทําให้เกิดปัญหา ดังนั้นจึงขอฝากทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องช่วยดูแล ตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชน ด้วยครับ นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ได้เขียนมานี้ผมเชื่อมั่นครับว่ารัฐบาลนี้จะสามารถ ที่จะปฏิบัติได้ เพราะบุคลากรและรัฐมนตรีทุกท่านมีคุณภาพที่จะมาทํางานเพื่อพี่น้อง ประชาชนครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ครับ ลําดับถัดไปเปึนท่านนคร มาฉิม เชิญครับ

นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาการอภิปราย ผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ได้เรียนข้อมูลซึ่งเปึนข้อเท็จจริงต่อท่านประธานที่เคารพก่อน ก็คือ การที่มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้พูดพาดพิงถึงโครงการมิยาซาวาในสมัยของรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านกล่าวหาว่าล้มเหลว ขออนุญาต กราบเรียนข้อเท็จจริงต่อท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ก็คือโครงการมิยาซาวา รัฐบาลญี่ปุ์น ได้มีโครงการช่วยเหลือเปึนจํานวนทั้งสิ้น ๑,๓๑๖,๐๕๙ ล้านล้านเยน หรือประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการดังกล่าวได้ดําเนินการและบรรลุผลตามเปัาหมายก็คือ

เรื่องที่ ๑ สามารถที่จะจ้างงานให้กับนักศึกษาที่จบมาแล้วแต่ยังไม่มี งานทํา จํานวน ๑๐๙,๐๐๐ คน สูงกว่าเปัาหมายที่ตั้งไว้ ๘๖,๐๐๐ คน

เรื่องที่ ๒ ก็คือ มีการจ้างแรงงานของคนทั้งประเทศทั่วประเทศ ๓๖๗,๐๐๐ คน คิดเปึนร้อยละ ๙๑.๙๒ ของเปัาหมายที่ตั้งไว้ จํานวน ๔ แสนคน

เรื่องที่ ๓ ก็คือมีการสํารวจประเมินผลความพอใจ ปรากฏว่าคนไทย ส่วนใหญ่ทั่วประเทศให้ความพอใจในโครงการดังกล่าวมากกว่าร้อยละ ๗๐

เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อได้ให้ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องได้ทําการศึกษาเปรียบเทียบข้อเท็จจริงกับโครงการกองทุนหมู่บ้าน ละล้านบาทอย่างเปึนระบบและเปึนทางการ เพราะว่าเท่าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลมาในเรื่อง ของโครงการหมู่บ้านละล้านบาทนั้น ในส่วนที่ดีก็คือคนได้รับเงินสะดวกต่อการกู้เงิน แต่ภาระที่ตามมาก็คือมีภาคหนี้สินของภาคครัวเรือนต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๔๗.๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานไว้

อีกประเด็นหนึ่งต้องใคร่ขอถือโอกาสนี้ได้กราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. หลายท่าน โดยเฉพาะท่านจุติ ไกรฤกษ์ และท่านสมบัติ ยะสินธุ์ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพิษณุโลก และอีกหลายท่านที่ได้เสนอแนะแล้วก็ฝากข้อมูลมา เนื่องจากว่าเวลา มีจํากัด ท่านได้สละเวลาที่มีอยู่อย่างจํากัดของท่านมอบให้ผมเพื่อได้กราบเรียนและชี้แจง ต่อท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ดินทํากินของคนไทยทั้งประเทศเปึน ปัญหาใหญ่ เนื่องจากว่าเวลาน้อยผมขอสรุปประเด็นปัญหาทั้งหมดโดยภาพรวม ที่ดิน ของคนไทยทั้งประเทศ ทั้งประเทศมีอยู่ทั้งหมด ๓๒๐ ล้านไร่ เปึนที่ป์าประมาณ ๑๐๐ ล้านไร่ เปึนที่ทําการเกษตรประมาณ ๑๓๐ ล้านไร่ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่า ทรัพยากรที่มีอยู่นี้ได้รับการบริหารจัดการ การจัดสรรและดูแลให้เกิดความเปึนธรรม ผมมั่นใจครับว่าคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัย มีที่ทํากิน และสร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ไม่น้อย แต่ข้อมูลจํานวนไม่น้อยครับ ก็คือมากกว่าร้อยละ ๗๐ ประชากรมีที่ดินไม่ถึง ๑ ไร่ มีร้อยละ ๑๐ มีที่ดินมากกว่า ๑๐๐ ไร่ แสดงให้เห็นข้อมูลในการถือครองที่ดินทํากินเปึนไป อย่างไม่สมดุล ไม่เปึนธรรม มีการจัดระบบที่ยังมีข้อบกพร่องอยู่ ข้อมูลจากมูลนิธิ สถาบันที่ดินแห่งประเทศไทยที่ได้ทําการสํารวจไว้เมื่อป้ ๒๕๔๔ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ดิน ถูกปล่อยรกร้าง ใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนคนจน ไว้ทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ดินทั้งหมด ๔ ล้าน ๒ แสนครัวเรือน ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขนะครับ คิดเปึนหน่วยย่อยก็คือ ๑ ล้าน ๓ แสนครัวเรือน ไม่มี ที่ดินเปึนของตนเองเลยแม้แต่น้อย ๑ ล้าน ๖ แสนครัวเรือน มีที่ดินอยู่บ้างแต่ไม่พอเพียง ต่อการยังชีพ แม้กระทั่งดําเนินเศรษฐกิจแบบพอเพียงแล้ว ๓ ล้าน ๓ แสนครัวเรือน เช่าที่ดินที่เปึนของรัฐอยู่ รวมแล้วนะครับประมาณ ๓ ล้าน ๒ แสนครัวเรือน ยังมีปัญหา เกี่ยวกับที่ดินทํากินในทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือทุกข์ของแผ่นดิน คือทุกข์ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศปัญหาครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่าที่ผมและ เพื่อนสมาชิกได้สะท้อนออกมาทั้งฝ์ายค้านและรัฐบาลก็คือ

๑. ราษฎรที่ทํากินโดยสงบ เป่ดเผย มีเจตนาเปึนเจ้าของต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่พ่อ แม่ ปู์ ย่า ตา ยาย ท่านประธานครับ แต่ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ จึงก่อให้เกิดปัญหา ความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนมากขึ้นและทวีความรุนแรงยิ่ง ๆ ขึ้น มีการจับกุม มีการดําเนินคดี จับกุม ดําเนินคดีอาญา ยังไม่จบนะครับ ติดคุก เสียค่าปรับ ในทางอาญาแล้วยังไม่พอ เรียกค่าเสียหายในทางแพ่งอีก ถ้าเปึนที่ในเขตป์าสงวนไร่ละ ประมาณ ๗๕,๐๐๐ บาท ถ้าเปึนเขตอนุรักษ์หรือเขตอุทยาน ไร่ละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท พี่น้อง ประชาชนโดยเฉพาะที่พิษณุโลกของผมหลายอําเภอถูกฟัองร้องดําเนินคดี บางท่าน ยังยากจนอยู่มาก ถูกฟัองถึง ๓ ล้านบาท ขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพราะฉะนั้น ในเมื่อปัญหาทุกอย่างมีแบบนี้ ผมจึงขอโอกาสกับรัฐบาลเพื่อนําไปสู่กระบวนการการ แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

เรื่องที่ ๑ ครับ ขอให้รัฐบาลเปลี่ยนทัศนคติ อย่ามองประชาชนที่ไปทํากิน อยู่ในเขตป์าเปึนศัตรูของรัฐ เปึนผู้ร้าย ต้องมองว่าท่านคือคนไทย และหามาตรการในการ ที่จะแก้ไขกันแนวเขตที่ดินทั้งประเทศอย่างเร็วที่สุด แล้วก็คนไหนที่พิสูจน์สิทธิ ได้ออกกรรมสิทธิ์ให้ คนไหนที่เปึนป์ารุกคนออกกรรมสิทธิ์ให้ คนไหนที่เปึนคนรุกป์า แก้ไขตามมติและกฎหมายที่เอื้ออํานวยให้นะครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ขอให้รัฐบาลได้รวมหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่กระจัดกระจาย อยู่ตามกระทรวง ตามกรมต่าง ๆ ให้เข้าเปึนหมวดหมู่และแก้ไขปัญหาเรื่องที่ให้มีเอกภาพ ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

เรื่องที่ ๓ กฎหมาย คําสั่ง ระเบียบ ที่ฝ๋นต่อสภาพความเปึนจริง เช่น สภาพความเปึนจริงเปึนที่เทศบาล เปึนที่ตลาด เปึนที่อยู่อาศัย เปึนที่ท้องไร่ท้องนา ที่ทํากินกันมาเกือบร้อยป้แล้ว เกินกว่าร้อยป้แล้ว แต่ยังอยู่ในเขตที่ป์าสงวนแห่งชาติ แก้ไข ได้ไหมครับ เพิกถอนเขตป์า ให้ประชาชนได้มีความภาคภูมิใจและมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของ ตนเอง

เรื่องที่ ๔ ครับ อันนี้ขอให้รัฐบาลต้องตอบ มาตรการหรือแนวนโยบาย ในการเก็บภาษีทรัพย์สินที่ดินให้ในอัตราก้าวหน้า เพื่อให้ประชาชนมีการกระจาย การถือครองอย่างเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอความจริงใจจากรัฐบาล ในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา เพราะปัจจุบันปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้วก็มีมาก จากรายงานและการชี้แจงของสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สรุปไว้ ว่าสาเหตุสําคัญของปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไว้ในป้ ๒๕๔๘ ประมาณ ๑๓๕ คดี ที่ผมต้องขอความจริงใจจากรัฐบาล จากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลก็คือ ขอความจริงใจว่าท่านเร่งในการออกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับประชาชน อย่างแท้จริงเถอะครับ ผมขออนุญาตเปรียบเทียบสถิติ ท่านประธานครับ ในยุคของ รัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เมื่อป้ ๒๕๔๐-๒๕๔๔ ได้ดําเนินการเดินสํารวจออกโฉนด ที่ดินทั้งหมด ๒๐,๒๗๘,๑๓๙ ไร่ ๔ ป้ ยุคของรัฐบาลของ ฯพณฯ พันตํารวจโท ทักษิณ ป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ๔ ป้เท่ากัน ได้ทําการเดินสํารวจแค่เพียง ๑๐,๗๒๙,๑๒๓ ไร่ ในยุคของ รัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ๑ ป้ เดินสํารวจออกโฉนด ๓,๖๓๗,๗๓๔ ไร่ ถ้าเปรียบเทียบโดยสถิติแล้วรัฐบาลในยุคของท่านทักษิณทํางานได้น้อยมากในเรื่องการ ออกโฉนดที่ดิน เพราะฉะนั้นอยากจะฝากรัฐบาลปัจจุบันว่าให้เร่งรัดใน ส.ป.ก. ก็เช่นกัน ท่านประธานครับ สถิติข้อมูลชัดเจนจากสํานักงานปฏิรูปที่ดิน ในช่วงป้ ๒๕๔๐-๒๕๔๔ ต่อป้นะครับ เกือบ ๓ ล้านไร่ แต่ในช่วงป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ลดลงมาตามลําดับเหลือป้ละ ๒ ล้านไร่ ๑ ล้านกว่าไร่เท่านั้น เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาที่ดินต้องวางกันอย่าง เปึนธรรมแล้วก็เปึนระบบ ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนมากกว่าที่เปึนอยู่ ถ้าไม่อย่างนั้นครับ ประชาชนส่วนหนึ่งยังคงมีปัญหาขาดไร้ที่อยู่ ขาดไร้ที่อาศัย ขาดไร้ที่ทํากิน และยังคง ยากจน กราบขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ในช่วงนี้ได้มี พี่น้องจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็คือท่าน อสบ. นะครับ ซึ่งในนามของสมาชิกรัฐสภา ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ แล้วก็ท่านชินวรณ์ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ทั้ง ๒ ท่าน ก็ให้ การต้อนรับแล้วนะครับ ลําดับถัดไปก็เปึนท่านอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ครับ เชิญครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ด้วยเวลาเพียง ๗ นาทีนี้ ผมก็คงไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้มากนัก จึงขอเพียงแค่นําเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ยากไร้และเกษตรกรผู้ยากจน ซึ่งจําเปึนจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เปึนพิเศษจากรัฐบาล แล้วก็แน่นอนครับ ผมเปึน ส.ส. แม่ฮ่องสอน ผมก็คงจะต้องเฉพาะเจาะจงลงไปในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับ

ประเด็นปัญหาแรกก็คือ ปัญหาการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมด้าน การศึกษาระหว่างเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทห่างไกลกับเด็กนักเรียนในเมือง ในขณะนี้ ขณะที่พ่อแม่ ผู้ปกครองของลูกหลานเด็กนักเรียนในเมืองกําลังเดือดร้อน กําลังกลุ้มใจกับ ปัญหาการติดเกมอินเทอร์เน็ตของลูกหลาน พ่อแม่ พี่น้องของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบท ห่างไกลก็กําลังวิตกกังวลกับอนาคตของลูกหลานของตัวเองเปึนอย่างยิ่ง กังวลอะไร หรือครับ กังวลว่าในอนาคตลูกหลานของตัวเองจะพ้นจากความลําบากยากแค้นเหมือนที่ ตัวเองกําลังได้รับอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างไร มันเปึนเรื่องที่น่าเห็นใจครับท่านประธาน เพราะเพียงเริ่มสร้างอนาคต โอกาสและความเท่าเทียมกันของเครื่องมือสร้างอนาคตที่ดี ที่สุดคือการศึกษา ก็ไม่มีความเท่าเทียมกันเสียแล้ว มันแตกต่างกันอย่างมากเหลือเกิน ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ในรัฐสภาแห่งนี้เคยนําเสนอภาพให้เห็นว่าครูเพียง ๑ คน สามารถสอนนักเรียนถึง ๓ ชั้นเรียนในเวลาเดียวกันได้อย่างไร ผมเคยเปึนคนเสนอ เองครับ และขณะนี้ผ่านไปหลายป้แล้ว ภาพดังกล่าวก็ยังหลงเหลืออยู่อีกไม่น้อย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ท่านนั่งอยู่พอดี ปัญหานี้ท้าทายนโยบายการกระจายโอกาส การสร้างโอกาส และการสร้างความเท่าเทียม ทางด้านการศึกษาเปึนอย่างยิ่งครับ

สําหรับประเด็นปัญหาที่ ๒ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่และ จังหวัดลําพูน ที่แม่ฮ่องสอนก็กําลังเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวพืชสําคัญอย่างหนึ่งของจังหวัด นั่นก็คือกระเทียม แต่ในขณะนี้ท่านประธานทราบไหมครับ ราคาซื้อขายกระเทียมตกต่ํา อย่างมาก มากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ท่านประธานครับ ครอบครัวพี่น้องชาวสวน กระเทียมกําลังเดือดร้อนเปึนอย่างยิ่ง และความเดือดร้อนนี้จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ภายใน ๒ - ๓ สัปดาห์ข้างหน้า มันเปึนเรื่องที่น่ากังวลนะครับ ขอให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ได้โปรดช่วยระดมทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยแก้ปัญหาโดยด่วนด้วยครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าเมื่อวานนี้ได้มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่ง ได้ให้ข้อมูล ได้อภิปราย ซึ่งผมจับใจความได้ว่า ใน ๒ ป้ที่ผ่านมานี้มีการปลูกฝ่ืนเพิ่มขึ้น อย่างน่าตกใจ ท่านครับ ผมขอเรียนว่าถ้าราคากระเทียมไม่กระเตื้องขึ้นมันจะน่าตกใจยิ่งกว่านั้น ท่านประธานครับ ประโยคนี้ยังเปึนจริงเสมอ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ดังนั้น ในทางกลับกัน ถ้าประชาชนอดอยากสังคมจะสงบสุขได้อย่างไรท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากจะพูดก็คือว่า เมื่อวานนี้ได้มีท่านผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่ง จากจังหวัดปราจีนบุรี ขอประทานโทษที่ต้องเท้าความถึง ท่านได้อภิปรายไว้ว่าที่จังหวัด ปราจีนบุรียังเหลือถนนลูกรังมากที่สุดในประเทศไทย ผมได้ยินแล้วก็ยังอดอิจฉาท่านไม่ได้ ทําไมหรือครับ ก็เพราะว่าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังเหลือถนนดิน ถนนดินล้วน ๆ ที่ไม่มีลูกรัง คลุมผิวมากที่สุดในประเทศไทย คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่าในฤดูฝนการสัญจรไปมาของ พี่น้องชาวเขา พี่น้องในพื้นที่ทุรกันดารจะลําบากยากแค้นสักเพียงใด ท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายมานั้นเปึนตัวอย่างของปัญหาเพียงบางส่วนเท่านั้น ปัญหาด้านอื่น ๆ ก็ยังมี อีกมาก เกือบทุกปัญหาที่ได้หยิบยกขึ้นมาอภิปรายในสภานี้มีเกิดขึ้นที่แม่ฮ่องสอนครับ ยกเว้นปัญหาโจรก่อการร้ายอย่างทางภาคใต้ไม่มีเกิดขึ้นในแม่ฮ่องสอนอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ สุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่า ถึงแม้ว่าในบางพื้นที่ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะทุรกันดาร แต่ในแม่ฮ่องสอนก็ยังมีสิ่งดี ๆ มีของดี ๆ ที่พร้อมที่จะ ก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติอยู่เปึนจํานวนมาก โดยเฉพาะทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว หรือแม้แต่ด้านการค้าชายแดนก็สมควรได้รับการเอาใจใส่เปึนอย่างยิ่ง เปรียบไปแล้ว ท่านประธาน แม่ฮ่องสอนก็เหมือนเพชรที่รอการเจียระไน ก็แล้วแต่ว่าช่างคนไหนจะตาถึง จะเห็นคุณค่า ถ้ารัฐบาลรู้คุณค่าและลงมือเจียระไน ไม่ใช่เพียงแต่จะเกิดประโยชน์กับ คนแม่ฮ่องสอนเท่านั้น แต่ยังสามารถก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลกับประเทศชาติ ได้เปึนอย่างดีอีก ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ลําดับถัดไปท่านนริศ ขํานุรักษ์ เชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกแห่งรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วประเทศเราเปึนประเทศที่โชคดีนะครับ เพราะเรามีโครงการพระราชดําริ เรามีโครงการพระราชดํารัส และเรามีโครงการพระราชเสาวนีย์ มากมายครอบคลุมในทุกปัญหานะครับ นี่เปึนข้อเท็จจริงนะครับ ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ รัฐบาลชุดนี้ครับ รัฐมนตรีหลายคน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีพูดถึงความจงรักภักดี ถี่มาก บางครั้งถึงกับไปรับรองความจงรักภักดีให้กับคนอื่นด้วย ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรามีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้รัฐบาลต้องไปทํานโยบายตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง ๓ ข้อเท็จจริงนี้ครับ ผมคิดว่าเปึนเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลต้องเอาแนวคิดหลัก แนวคิดพระราชดําริ พระราชดํารัส และพระราชเสาวนีย์ต้องมาทําเปึนนโยบายของรัฐบาล แต่ว่า ผมดูทั้งฉบับแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ได้ให้ความสําคัญต่อหลักสําคัญนี้เพียงผิวเผินเท่านั้นนะครับ แนวคิดหลักของรัฐบาลไปใช้ประชานิยมบอกกับประชาชนว่ารัฐบาลจะใช้ประชานิยม บอกมาแต่ต้นซึ่งประชานิยมในรัฐบาลชุดนี้ได้ไปเอามาจากรัฐบาลชุดก่อนซึ่งไปลอกความคิด มาจากอเมริกาใต้ ใช้แล้วเกิดประโยชน์ในทางการเมืองคิดทําต่อ ที่จริงแนวเศรษฐกิจพอเพียง เปึนแนวที่เหมาะสมกับลักษณะสังคมไทย เหมาะสมกับสภาพทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในประเทศไทยครับ และไม่มีผลตกค้าง เปึนการพัฒนาที่ยั่งยืนแต่รัฐบาลนี้ ไม่เอามาทํา เรามีโครงการพระราชดําริที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหลายโครงการครับ อาทิเช่น แนวคิดทฤษฎีใหม่ โครงการพัฒนาพิกุลทอง เขาหินซ้อน เกษตรที่สูง โครงการหลวง พัฒนา ฟาร์มตัวอย่าง โครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์ ล้วนแต่เปึนโครงการสนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียงทั้งสิ้น และโครงการสําคัญที่ผมขออนุญาตลงรายละเอียด นิดหนึ่งก็คือ โครงการห้วยห้องไคร้ที่จังหวัดเชียงใหม่ โครงการห้วยห้องไคร้ที่จังหวัด เชียงใหม่เปึนโครงการที่พระราชอาคันตุกะในอดีต ผู้นําทั่วโลกในอดีตไปดูถึงตัวแบบ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศจากโครงการดังกล่าว แต่ ๖–๗ ป้ที่ผ่านมา โครงการ ดังกล่าวถูกละเลยทอดทิ้ง รัฐบาลไปใส่ใจกับโครงการที่เกิดขึ้นใหม่ที่อยู่ใกล้ ๆ คือ ไนท์ซาฟารี และพืชสวนโลก เหตุเพราะว่า ๒ โครงการนี้เปึนโครงการในดําริของนายก ซีอีโอ (CEO) จึงทิ้งโครงการพระราชดําริห้วยห้องไคร้เอาไว้

เรื่องที่ ๒ เรื่องทรัพยากรป์าไม้ เรามีโครงการพระราชดําริที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ตั้งแต่โครงการป์ารักษ์น้ํา บ้านเล็กในป์าใหญ่ โครงการรวบรวมพันธุกรรมไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงฝายแม้ว แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญแม้ว่าขณะนี้ปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติป์าไม้นี้อยู่ในขั้นวิกฤติ เร็ว ๆ นี้มีพระเสาวนีย์ถึง ๒ ครั้ง เรื่องไม้จะหมด ไปจากอีสาน โดยเฉพาะไม้พยุง ไม้พยุงนี้มีมูลค่า มีคุณค่า แล้วก็มีขบวนการใหญ่ ในประเทศไทยตัดแล้วก็ส่งไปขายในประเทศจีน มูลค่ากระทําผิดนี่เปึนแสนล้านบาทครับ ท่านประธาน ๖–๗ ป้ที่ผ่านมานี่ ขณะนี้เหลือน้อยมากในภาคอีสาน ขบวนการนี้ใหญ่โต และก็มีข้าราชการ มีนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ข้าราชการทั้งกรมศุลกากร กรมปาไม้ กรมอุทยาน ตํารวจทางหลวง ร่วมกันส่งไปในประเทศจีน ไปซ่อมพระราชวัง ในประเทศจีน ขณะนี้ก็ยังมีการสั่งเข้ามาอีกมากมายนะครับ ผมอยากให้รัฐมนตรีได้ช่วย ดูแลเรื่องนี้เปึนพิเศษนะครับ

เรื่องถัดมา เรามีโครงการพระราชดําริเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ําหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเปึนโครงการพัฒนาคุ้งกระเบน โครงการห้วยองคต ในจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งโครงการแหลมผักเบี้ย แต่ท่านประธานครับ พื้นที่ชุ่มน้ําในโลกนี้ท่านประธาน ทราบดี ท่านประธานเคยเปึนรัฐมนตรี เขาเรียกว่า เวทแลนด์ (Wetland) มีอยู่ ๖ เปอร์เซ็นต์ในโลก ประเทศไทยก็มีประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ถูกบุกรุกถูกทําลายทุกวัน พื้นที่นี้ก็คือพื้นที่ที่เปึน ห้วย หนอง คลอง บึง ริมตลิ่ง ก่อนหน้านี้เราไม่มีความรู้กันว่าริมตลิ่งนี้มีความสําคัญต่อ อาชีพ ต่อวิถีชีวิต เพราะมีสิ่งมีชีวิตมากมายจนถึงขนาดทําลายกันเปึนล่ําเปึนสัน รัฐมนตรี บางคนทําลายริมตลิ่งโดยเอาหินไปวางเรียงจนได้ฉายาว่า รัฐมนตรีเรียงหิน ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปสืบดูว่าใครเปึน รัฐมนตรีที่ได้ฉายาว่ารัฐมนตรีเรียงหิน แล้วสั่งให้ยุติ เพราะว่าเรามีโครงการพระราชดําริ ปลูกหญ้าแฝกนะครับ หญ้าแฝกรักษาตลิ่ง ดูแลตลิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนี้ได้รับการยอมรับแล้วทั่วโลก

เรื่องถัดมาอยากให้สนับสนุนโครงการพระราชดําริเกี่ยวกับดูแลแม่น้ํา เจ้าพระยา ดูแลลําคลองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีโครงการแก้มลิง มีโครงการ น้ําดีไล่น้ําเสีย และพระราชดํารัสเกี่ยวกับแม่น้ําลําคลอง โดยเฉพาะแม่น้ําเจ้าพระยา ก่อนหน้านี้ก่อนที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชื่อ สมัคร สุนทรเวช มีการทํากระทงโดย โฟมมีการรณรงค์ลดเหลือเพียง ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชื่อ สมัคร สุนทรเวช และออกมาขวางกระแสอนุรักษ์ กระแสที่บอกว่าโฟมเปึนสิ่งอันตรายใช้ เวลาขจัดโดยธรรมชาตินี่ใช้เวลาถึง ๕๐๐ ป้ การฝังกลบนี่ใช้พื้นที่สูงมาก และการทําลาย โดยการเผานี้จะให้ความร้อนสูงเพิ่มความร้อนของโลกเพิ่มขึ้น หลังจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชื่อสมัคร เพิ่มขึ้นเปึน ๑๗ เปอร์เซ็นต์ในป้แรกที่ดํารงตําแหน่ง ป้ถัดมา ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จน ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วก็เริ่มลด เรื่องโฟมที่จริงเปึนเรื่องเล็กนะครับ เพียงแต่ผมเอามาบอกกับสภาว่ากระแสโลก กระแสหลัก ของโลกนี่มีกระแสสิ่งแวดล้อมอยู่ด้วย แต่ผู้ว่าการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นวันนี้ เปึนนายกรัฐมนตรีขวางกระแสอนุรักษ์ซึ่งเปึนกระแสโลก แล้วผมหวั่นว่าจะขวางกระแส ประชาธิปไตย และจะขวางกระแสสิทธิมนุษยชนด้วย เพราะว่า ๒ อย่างนั้นก็เปึน กระแสโลกด้วย

เรื่องถัดมาซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเปึนเรื่องสุดท้าย เรามีพระราชดํารัสที่สําคัญ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทุกด้านเลยครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้พระราชดํารัสว่า ให้คนดีได้ดูแล ได้ปกครองบ้านเมือง เปึนพระราชดํารัสที่สําคัญมาก แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้นายกรัฐมนตรีบอกว่าขอโอกาสคนขี้เหร่ได้บริหารบ้านเมืองบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่านโยบายทั้งหมดที่ผมได้กราบเรียนมาตั้งแต่ต้นนะครับ ผมคิดว่านโยบายที่เปึนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมนี่ที่จริงเราไม่จําเปึนจะต้องมีมากมาย เราเพียงแต่ให้ความสําคัญกับโครงการพระราชดําริ โครงการในพระราชดํารัส และโครงการพระราชเสาวนีย์ก็เพียงพอ เขียนว่าจะสนับสนุนทุกโครงการที่เปึนโครงการ พระราชดําริ พระราชดํารัส และพระราชเสาวนีย์แค่นี้เพียงพอครับ มีอยู่แล้วทุกโครงการ ๒. ผมอยากให้ความน่าเชื่อถือของนโยบายของรัฐบาลชุดนี้เปึนความน่าเชื่อถือมากกว่า ความเชื่อถือที่คนเชื่อถือนายกรัฐมนตรีในระดับที่บอกว่า สนามหลวงในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม คนตายเพียง ๑ คน วันนี้นโยบายของรัฐบาลชุดนี้มีระดับความเชื่อถือเท่ากัน กับคําพูดของนายกรัฐมนตรี ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐบาลได้ทบทวนนโยบาย และแก้ตัวแก้ไขโดยการตั้งงบประมาณในงบประมาณที่จะถึงนี้นะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านเจือ ราชสีห์ เชิญครับ

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกของรัฐสภา ผมเองนั่งเฝัาติดตามการอภิปราย คําแถลงนโยบายรัฐบาลมาวันนี้เปึนวันที่ ๓ แล้วครับ ให้ความสนใจอยู่หลายประเด็น แต่ว่าประเด็นที่ให้ความสนใจเปึนกรณีพิเศษก็คือ นโยบายเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในหน้าที่ ๑๘ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป่ดมาดูข้อ ๔.๒ อ่านดูแล้วก็ยังไม่ชัดเจนก็เลยจําเปึนต้องถามรัฐบาลว่านโยบายทางด้านนี้รัฐบาลต้องตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุ่มน้ําหนึ่งที่มีความสําคัญมากก็คือลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลา อย่างที่ พวกเราได้รับทราบว่าทะเลสาบสงขลานั้นเปึนทะเลสาบที่มีความสําคัญ เปึนทะเลสาบ น้ําจืด น้ําเค็ม น้ํากร่อย ซึ่งมีทั้ง ๓ น้ําใน ๓ ช่วง มีพื้นที่ทั้งหมด ๘,๔๙๕ กิโลเมตร ครอบคลุม พื้นที่ ๓ จังหวัด คือจังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช พี่น้องเกือบ ๓ ล้านคนได้อาศัยทะเลสาบสงขลาเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ท่านประธานครับ ขณะนี้ทะเลสาบสงขลาได้มีปัญหามากมาย พวกผมในฐานะเปึนอดีต ผู้แทนราษฎรก็ได้เฝัาติดตามแก้ปัญหามาเปึนระยะ ๆ อย่างที่ผ่านมาพวกผมผู้แทนราษฎร สงขลาทั้ง ๘ คน พัทลุง ๓ คน นครศรีธรรมราช ได้ลงเรือไปดูในพื้นที่ ท่านชวน หลีกภัย ได้กรุณาเปึนหัวหน้าทีมไปดู เราพบเห็นว่าทะเลสาบสงขลาในขณะนี้ประสบปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตื้นเขินมากครับ ความลึกเฉลี่ยขณะนี้ก็ประมาณ ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ประมาณนั้น ไม่เกิน ๒ เมตร ถ้าเปึนอย่างนี้ระบบนิเวศเปลี่ยนไป มากมาย ปลาไม่สามารถวางไข่ได้ครับ ปัญหาในขณะนี้ก็คือว่าน้ําท่วมทุกป้ พี่น้องที่อยู่ใน ละแวกนั้นต้องรับสภาพน้ําท่วม พวกผมไปล่องเรือดูกันหลายชั่วโมงเห็นปัญหาน้ําเสีย ลงมาในทะเลสาบมากมายหลายแหล่ง ไม่ว่าอาจจะมีจากโรงงานบ้างหลายแหล่งลงมา อาชีพประมงที่เปึนอาชีพสําคัญท่านประธานครับ ตอนนี้อยู่ลําบาก เลี้ยงปลาในกระชัง ปลาตายอยู่ไม่ได้ นั่นคือสิ่งสําคัญที่ผมเองต้องมาเรียนถามรัฐบาลในวันนี้ว่านโยบาย เรื่องนี้รัฐบาลจะทําอย่างไร เพราะว่าไม่ได้เขียนไว้เลยครับ ผมต้องเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไร ทะเลสาบสงขลาขณะนี้ปัญหามาก ผมเอง อยากจะเสนอแนะ อยากจะขอเสนอผ่านประธานไปยังรัฐบาลว่าต้องมีความจําเปึน เร่งด่วนแล้วครับ เพื่อจะต้องขุดลอกร่องน้ํา อย่างน้อย ๆ บริเวณตําบลเกาะยอต้องขุดลอก เพราะว่าขณะนี้เขาเลี้ยงปลาไม่ได้ น้ําตื้นมากครับ ปลาไม่สามารถจะวางไข่ได้ รัฐบาล ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ผมมาดูในข้อ ๔.๒ รัฐบาลบอกว่าจะให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม จัดงบประมาณไปให้เขาเถอะครับ ท้องถิ่นไม่มีงบประมาณหรอกครับ จัดไป แล้วก็ให้ องค์การบริหารส่วนตําบล องค์การบริหารส่วนจังหวัดร่วมมือกันเพื่อในการที่จะขุดลอกดิน เหล่านั้นที่ขุดได้อาจจะให้กับท้องถิ่นไป มันจะได้นําไปใช้ประโยชน์ได้ ทะเลสาบสงขลา มีศักยภาพมากครับ แต่รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจน เราจะทําอย่างไรในเรื่อง การท่องเที่ยว เราจะทิ้งเลยหรือ ปล่อยปละละเลยไปเลยหรือครับ ผมเข้าใจว่าประธาน คงไปต่างประเทศมาหลายประเทศ ทะเลสาบหลายประเทศสวยงามสู้ทะเลสาบสงขลา ไม่ได้หรอกครับ ฉะนั้นเราต้องให้ความสําคัญเรื่องนี้เปึนการด่วน รอไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าขณะนี้ความเสื่อมโทรม ปัญหาของพี่น้องราษฎรที่อาศัยอยู่ในลําน้ํานี้มี ความจําเปึนเร่งด่วน พี่น้องอาชีพประมงที่อยู่ชายฝัืง ที่อยู่รอบข้างยังรอความชัดเจนจาก รัฐบาลว่าจะมีแนวทางที่จะแก้ปัญหาให้กับพวกเขาอย่างไร สิ่งเหล่านี้ที่ผมจะต้องเรียน ถามนโยบายของรัฐบาล ไม่มีเวลาที่จะรอครับ ต้องตอบคําถามเหล่านี้ว่ารัฐบาลจะให้ ความสําคัญกับลุ่มน้ํานี้อย่างไร มีแนวทาง มีงบประมาณที่จะทําเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเขา อย่างไรบ้าง รัฐบาล รัฐมนตรีคงไม่พูดให้สัมภาษณ์ไปแต่ละวันว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณจะกลับมากรุงเทพฯ กลับมาเมืองไทยเมื่อไร รัฐมนตรีบางท่านบอกว่าจะกลับมา ในวันที่ ๑๔ เปึนวันวาเลนไทน์ (Valentine) วันรุ่งขึ้นรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งบอกว่าไม่ใช่ อาจจะกลับมาเดือนเมษายนหรือเดือน พฤษภาคม เพลามือลงบ้างนะครับ พูดถึงนโยบายของคนจน พูดถึงนโยบายของพี่น้อง ประชาชนที่เขารอความหวังอยากเห็นแนวทางความช่วยเหลือของรัฐบาล ต่อพวกเขา เพราะเขาคือเจ้าของประเทศ เขาเสียภาษีอากรมาให้กับท่านรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านกูเฮง ยาวอหะซัน พรรคชาติไทย

นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคชาติไทย วันนี้ผมจะมาขอพูดถึงนโยบายที่ได้อ่านมาก็พูดได้ว่า เปึนนโยบายที่ดี เพียงแต่ผมจะขอเสริมอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกี่ยวกับนโยบาย โดยเฉพาะ พื้นที่ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมได้อยู่ที่นั่นมานาน ก็ตลอดชีวิตผมก็อยู่ ที่นั่น แต่ก่อนจะเข้าประเด็นวันนี้ผมขอชื่นชมท่านสมาชิกใหม่นะครับที่ผ่านมาที่ได้ อภิปรายนโยบายมา ก็ถือว่าทําหน้าที่ได้ดีครับ และขอชื่นชมสมาชิกที่ค่อนข้างใหม่เหมือน ผมจะได้เวลาเคาะสนิมกับเขาบ้าง ขอขอบคุณมากครับ ปัญหาผมก็คงหนีปัญหาไม่พ้น เกี่ยวกับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะมีผลกระทบอย่างไรกับนโยบายฉบับนี้ ที่อ่านมานโยบายนี้ดีมาก ๆ ครับ ค่อนข้างดี แล้วก็จะมีกระทบอย่างไรนี้ผมก็บอกเปึนข้อ ๆ อย่างนี้แล้วกันนะครับว่า ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาการศึกษา แล้วก็ขอเสริมในตอนท้ายว่าเปึนเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬานิดหนึ่งครับ

ประเด็นที่ ๑ ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะไป กระทบปัญหาเศรษฐกิจก็คือ เศรษฐกิจหลักใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องยอมรับ ว่าคือการเกษตร และการเกษตรหลายตัวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่โดนผลกระทบเรื่อง ปัญหาจังหวัดชายแดนนี้คือมี ๑. เงาะ ๒. มังคุด ๓. ทุเรียน ๔. ลองกอง ๔ ชนิดนี้ ไม่สามารถทํารายได้ให้กับประชากรเลย แล้วโดยเฉพาะเรื่องปัญหาลองกอง ปัญหาลองกองที่ผ่านมานะครับต้องยอมรับว่าทางภาครัฐบาลได้ให้การประกันราคา แต่ว่าราคาที่ประกันไปช้านิดหนึ่งไปปลายฤดูกาลแล้ว เพราะว่าผลผลิตจะหมดแล้ว ตอนนั้น แล้วราคาที่ไปถึงเกษตรกรจริง ๆ ไม่ใช่ราคาที่เราพูดคุยกัน วันนั้นราคาลองกอง ที่ไปตกถึงมือประชาชนจริง ๆ แค่กิโลกรัมละ ๔ บาทแค่นั้นเองท่าน เมื่อตกไปถึงชาวบ้าน ๔ บาท ถามว่าราคานี้ชาวบ้านนี้ได้รับหรือเปล่า ผมก็บอกตรง ๆ ว่าไม่ได้ ๔ บาท วันนี้ ๒ บาทไปตกที่ราคาค่าขนส่ง แล้วอีก ๒ บาทไปตกที่ราคาการเก็บเกี่ยวผลผลิต คือต้อง จ้างเขากิโลกรัมละ ๒ บาท แล้วก็ค่าขนส่งอีก ๒ บาท ก็หมดไปเลย ทีนี้ชาวบ้านก็เลยทิ้ง ไปเลยครับลองกอง ป้ที่แล้วนี้ทั้งเงาะ ลองกอง มังคุด ชาวบ้านไม่เก็บมาขายเลย เพราะไม่ได้ราคา แต่วันนี้พืชเศรษฐกิจจริง ๆ ของ ๓ จังหวัดชายแดนคือยางพารา แต่ถามว่า ยางพารานี้ราคาดีไหม ดีครับ แต่ชาวบ้านก็ประสบปัญหาอีกว่ายางไม่สามารถจะตัดได้ เพราะว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แตกต่างกับภาคอื่น อย่างเช่นภาคอีสาน ก็คือไม่ใช่ปัญหาน้ําท่วม ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือปัญหาฝนตก เปึนระยะเวลานานครับ ทีนี้ถ้าฝนตกชาวบ้านจะกรีดยางไม่ได้ ถึงแม้จะราคาดีก็กรีดยาง ไม่ได้ ผมก็เลยอยากจะเสริมอีกนิดหนึ่งว่าอยากจะให้รัฐบาลช่วยเข้ามาดูแลเรื่องการทํา นาร้าง ซึ่ง ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยผมเองได้เดินทางไปดูด้วย ตัวเองว่าที่นั่นปัญหานาร้างวันนี้เรามีมากถึงเปึน ๑ แสนไร่นะครับ แล้วปัญหาใหญ่ก็คือ เมื่อเราไม่ได้ทํานานี่เวลาใช้ต้นทุนในการที่จะทําครั้งใหม่ต้องใช้ทุนสูงมาก ระบบ การชลประทานก็ยังไม่ดีเท่าไรในพื้นที่นั้น ที่ผ่านมาหัวหน้าได้ไปดูวันนั้น วันนี้ทาง อบต. เขาได้จัดทําโครงการนี้ขึ้นมา และสามารถ นําผลผลิตอันนี้มาแจกให้ชาวบ้าน ถามว่าดีตรงไหน ผมก็ตอบได้ว่ามันดีมาก ๆ ที่ว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องไปซื้อข้าวกิน วันนี้ถ้าเราลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้เพราะว่าคนทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะกินข้าวมากเปึนพิเศษกว่าคนภาคอื่น เพราะว่าจะกินกับน้อย แล้วก็ที่เราต้องปลูกฝังอีกอย่างหนึ่งก็คือให้คนพื้นที่ ๓ จังหวัดหันมากินผักเยอะ ๆ ผักริมรั้วนี่เราไม่ค่อยจะส่งเสริมเท่าไร เพราะว่าคน ๓ จังหวัดไม่ค่อยชอบกิน

ประเด็นที่ ๒ ที่ว่าเปึนปัญหาที่เข้ามากระทบเรื่องนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ อาจจะเปึนปัญหาเรื่องสังคม ต้องยอมรับว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ไม่ใช่ เฉพาะการตายรายวันหรือว่าเรื่องชีวิตและทรัพย์สินอย่างเดียวครับ วันนี้ปัญหาใหญ่ ที่ตามมาคือปัญหายาเสพติด ถ้าถามว่าใหญ่แค่ไหน ผมจะยกประเด็น ๒ ประเด็นครับ ในพื้นที่ผมที่เกิดขึ้นมา มีเด็กวัยรุ่น ๒ กรณี วัยรุ่นคนแรกใช้ช้อนส้อมครับเพราะว่าติด ยาเสพติด ผมไม่ทราบว่าแกมีกระทบทางจิตใจอะไรของแกผมไม่ทราบ แกเอาช้อนส้อม ทิ่มตาตัวเองสด ๆ ในร้านน้ําชา แล้วก็ควักตาของแกออกมา แล้วเขาบอกว่าตานี่แหละ ที่ชอบไปดูอะไรที่ไม่ดี นี่กรณีแรกนะครับ แล้วกรณีที่ ๒ เปึนเด็กวัยรุ่นเหมือนกันนะครับ ก็ตัดอวัยวะเพศตัวเอง ดึงอวัยวะเพศตัวเองแล้วก็เอามีดตัดไปเลย จนวันนี้ก็ไม่สามารถต่อ ได้ และมีผลกระทบทางจิตใจว่าเด็กคนนี้เปึนคนที่มีสุขภาพจิตไม่ค่อยดีจนถึงวันนี้ครับ นี่คือปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

แล้วก็เรื่องการศึกษาที่มีผลกระทบเหมือนกันที่จะไปกระทบกับนโยบาย การศึกษา ก็คือ ๑. วันนี้นักเรียนไม่มี เด็กไม่ค่อยจะเรียนหนังสือ ถามว่าทําไม เพราะไม่มี คนดูแล พ่อแม่ก็ไม่มีจะมาดูแล ไม่มีใครจะดูแล ๒. ก็คือคุณภาพครูในพื้นที่ วันนี้ครู ไม่มีเวลาเต็มที่จะทําการเรียนการสอนให้เด็ก อันนี้เปึนปัญหาในพื้นที่อยู่ขณะนี้ครับ แล้วที่บอกว่าเคยมีคําสัมภาษณ์ของคุณครูท่านหนึ่งบอกว่า เขาไม่สามารถทําหน้าที่ ได้เต็มที่เพราะว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูแลนะครับ เจ้าหน้าที่ก็ดูแลอย่างดี แต่ความสามารถก็ไปได้แค่นั้น จนครูต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่าขอค่าเสี่ยงภัยเพิ่ม และขอดูแลตัวเอง นี่ที่ผ่านมานะครับ และขอเสริมอีกเรื่องหนึ่งเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา วันนี้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เอามาแก้ได้คือการกีฬาครับ วันนี้เด็ก ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะฟุตบอล เด็กวันนี้สามารถเปึนนักเตะบอลอาชีพมีค่าตัว ๒๐,๐๐๐–๓๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน แล้วสามารถไปสู่ทีมชาติได้ ผมอยากให้ทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาซึ่งมีความรวดเร็วในการทําหน้าที่ได้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้ และโดยเฉพาะวันนี้เราก็ทราบดีว่าฟุตบอลเปึนหน้าเปึนตาของประเทศ และในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยค่อนข้างจะโดดเด่นกว่าเพื่อน แม้ว่าเราจะน้อยหน้าเฉพาะญี่ปุ์นหรือว่าเกาหลี แค่นั้นเอง แต่ในภูมิภาคนี้เราเปึนหนึ่งไม่เปึนรองใคร ก็อยากให้รัฐบาลช่วยมาดูแลเรื่อง ฟุตบอลอาชีพและส่งเสริมให้เด็กมีอาชีพ ได้มีค่าตัวและมีรายได้สามารถช่วยเหลือ ประชาชนได้ครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ลําดับถัดไปนะครับ ผมขอแจ้ง รายชื่อเพื่อท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัวนะครับ ถัดจากนี้ก็เปึนท่านณิรัฐกานต์ ศรีลาภ แล้วก็นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านชนินทร์ รุ่งแสง ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ อันนี้ก็ขอ ได้โปรดเตรียมตัวด้วยครับ เชิญท่านณิรัฐกานต์ ศรีลาภครับ

นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉันนางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ เนื่องจากเวลาจํากัดอยากจะขอเข้าในประเด็น ในเนื้อหาสาระเลยนะคะ ในแต่ละป้ภัยธรรมชาติถือเปึนต้นเหตุหนึ่งของความยากจน ของเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนภัยแล้ง น้ําท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่น ๆ ล้วนแต่เปึนปัญหา ที่ซ้ําซากและเกิดขึ้นทุก ๆ ป้ ที่ผ่านมามาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรก็คือการจ่าย ค่าชดเชยค่ะ แต่ปัญหาที่พบคือความล่าช้า ความไม่ทันท่วงที ไม่ทั่วถึงและไม่เปึนธรรม บางพื้นที่ ชาวนาทํานา นาแล้ง นาล่ม หลังจากสํารวจความเสียหายได้ตัวเลขแล้ว ชาวนาทํานาอีก ๓ รอบยังไม่ได้รับค่าชดเชยเลยค่ะ ประกอบกับราคาปุิยที่ราคาสูงขึ้น ป้นี้ราคากระสอบละ เปึนพันบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ ๒ ป้ที่แล้ว ๕๐๐ กว่าบาท หรือประมาณ ๕๘๐ บาท แต่ชาวนาได้รับค่าชดเชยเพียงไร่ละ ๔๑๔ บาท ทั้งที่ต้นทุนในการผลิตอยู่ที่ไร่ละไม่ต่ํากว่า ๓,๐๐๐ บาท ชาวนาต้องเปึนหนี้สินค่ะ ต้องกู้ธนาคาร กู้สหกรณ์ กู้ ธ.ก.ส. เปึนหนี้ นอกระบบ แล้วจะให้ชาวนาที่เราเรียกกว่ากระดูกสันหลังของชาติลืมตาอ้าปากได้อย่างไร แล้วถ้ายิ่งมาดูที่นโยบายเร่งด่วน ข้อที่ ๑.๑๑ ที่ว่าด้วยการสร้างระบบประกันความเสี่ยงให้ เกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยงอันเนื่องมาจากผลกระทบความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และสร้างกลไกในการสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรที่เปึนธรรม อ่านแล้วไม่เห็น แนวทางการช่วยเหลือมาตรการที่ชัดเจนที่เปึนรูปธรรมเลยค่ะ ไม่มีรายละเอียด ไม่มีความชัดเจน ไม่มีหลักประกันให้ความมั่นคงกับอาชีพเกษตรกรรม รัฐบาลน่าจะ นําระบบประกันภัยพืชผลไปใช้ค่ะ เพราะระบบประกันภัยพืชผลเปึนหลักประกัน ความมั่นคงให้กับอาชีพเกษตรกรรม ปัองกันความเสี่ยงให้กับเกษตรกร เมื่อเกษตรกร เจอกับภัยธรรมชาติก็จะได้รับค่าชดเชยที่คุ้มค่าแล้วก็เปึนธรรมด้วย อย่างในชาร์ท (Chart) นี้นะคะ ระบบประกันภัยพืชผล รัฐบาลสามารถดําเนินงานได้เลยค่ะ โดยรัฐบาลจัดหา บริษัทประกันภัยให้กรมส่งเสริมการเกษตร ธ.ก.ส. สนับสนุนตรวจสอบควบคุม การเพาะปลูก แล้วก็เมื่อเกิดความเสียหาย เกิดภัยธรรมชาติ นาแล้ง นาล่ม เกษตรกรรับ เงินประกันค่ะ โดยที่รัฐบาลจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันภัยแทนเกษตรกรที่มีพื้นที่ เสี่ยงต่อการประสบภัยธรรมชาติ และที่สําคัญที่สุดนะคะ เกษตรกรก็จะได้รับค่าทดแทน ที่คุ้มค่าแล้วก็เปึนธรรมค่ะ ท่านประธานคะ ในฐานะที่ดิฉันเลือดอีสานลูกหลานยโสธรค่ะ ที่เข้าใจถึงความทุกข์ยาก ความลําบากของพี่น้องชาวนา ชาวเกษตรกร แล้วก็อยากเห็น ความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวนา ชาวเกษตรกร ระบบประกันภัยพืชผลอาจจะเปึน อีกระบบหนึ่งในการเยียวยา ในการช่วยเหลือเกษตรกรที่สําคัญที่สุดก็คือการพัฒนา อย่างยั่งยืนค่ะ อยากเห็นรัฐบาลชุดนี้เดินหน้าพัฒนาเรื่องน้ําอย่างจริงจัง เพราะน้ําคือ หัวใจของการเกษตรค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เวลายังเหลือนะครับ ต่อไป ก็เปึนนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมใคร่ขอเข้าสู่ในนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน ซึ่งอยู่ในหมวดนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต เพราะเวลาค่อนข้างจํากัด กระผมอยากกราบเรียนว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับ สุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนอย่างมาก และมองเห็นความสําคัญของความมั่นคง ด้านสุขภาพกับพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น เปึนนโยบาย เปึนทฤษฎีทางสาธารณสุขที่มีมานาน แต่ว่ายังไม่ได้รับการนํามาดําเนินการ อย่างแท้จริง ต้องยอมรับว่าผู้ที่อาจหาญกล้านํานโยบายนี้มาปฏิบัติคือรัฐบาลสมัย พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ระยะแรกนโยบายนี้อาจจะถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าทําไม่ได้ ทําแล้วจะทําให้สูญเสีย งบประมาณ ประเทศชาติจะล่มจม คนจะไม่ยอมรับ แต่เมื่อดําเนินการไประยะหนึ่ง โครงการซึ่งใช้ชื่อว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ก็เปึนโครงการที่เรียกว่าสามารถทําให้พี่น้อง ประชาชนคนไทยได้รับบริการได้อย่างถ้วนหน้า สมกับชื่อของโครงการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ รัฐบาลชุดปัจจุบันได้สานต่อนโยบายนี้โดยการมุ่งเน้นเพิ่มคุณภาพของ โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โครงการนี้เริ่มมาจากตอนแรกให้พี่น้องที่มารับ การรักษาพยาบาลจ่าย ๓๐ บาท ระยะต่อมาก็มีบัตรทอง ขั้นต่อไปก็บอกว่าจะไม่ต้องจ่าย ๓๐ บาท ขั้นต่อไปก็จะให้ใช้บัตรประชาชนซึ่งมีเลข ๑๓ หลัก สามารถที่จะเข้าไปรับ การรักษาได้ และระยะแรกอาจจะจํากัดสถานพยาบาล ต่อมาก็สามารถเพิ่ม สถานพยาบาล ให้เลือกสถานพยาบาลได้ และในอนาคตจะสามารถไปรับบริการได้จาก สถานพยาบาลทุกแห่งที่อยู่ในโครงการ ก็กราบเรียนว่าการเพิ่มคุณภาพของโครงการ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจึงเปึนนโยบายที่ดีสมควรได้รับคําชมเชย และเชื่อมั่นว่า พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนจะได้รับผลดีจากนโยบายนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้อาจจะใช้เงินจํานวนมาก แต่เงินจํานวนมากถ้าเกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน ผมคิดว่าคุ้มค่าครับ และสิ่งที่ต้องชมเชยอีกเรื่องหนึ่งก็คือ นโยบายการพัฒนา ธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ ซึ่งเปึนนโยบายที่ ๓.๒.๓.๒ ของรัฐบาลชุดนี้ ผมจะนําเฉพาะ เรื่องเกี่ยวข้องกับบริการด้านสุขภาพ ซึ่งเราจะใช้ความก้าวหน้าด้านการบริการรักษา ในโรงพยาบาล ถึงแม้จะเปึนภาคเอกชน หรือว่าจะเปึนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ก็ตาม ซึ่งชื่อเสียงดีมาก เราสามารถที่จะให้บริการเหมือนกับการเชิญชวนชาวต่างชาติเข้ามารับ บริการด้านสุขภาพในประเทศไทย มาตรวจสุขภาพที่เมืองไทย มารักษาโรคที่เมืองไทย แพทย์ไทยก็เก่ง พยาบาลก็น่ารัก ดูแลดี ทุกอย่างพร้อม อุปกรณ์ เครื่องมือพร้อม แต่ค่ารักษาพยาบาลเราถูกกว่าที่อื่น สิ่งนี้จะเปึนแรงจูงใจทําให้ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ของประเทศไทยสามารถนําเงินเข้าสู่ประเทศไทย ประเทศไทยเคยเสียเงินด้านสุขภาพ แต่เราจะได้เงินด้านสุขภาพจากการพัฒนาบริการนี้ ตามนโยบายที่ ๓.๒.๓.๒ การพัฒนา ธุรกิจบริการที่มีศักยภาพของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่านี่เปึนสิ่งที่เริ่มได้ดีมากในรัฐบาล ชุดนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะขอเข้ามาสู่เรื่องของพลังงาน ผมเอง เคยดํารงตําแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร อยู่ ๔ ป้ ได้ร่วมกันกับหลาย ๆ ฝ์ายผลักดันโครงการเอทานอล (Ethanol) เข้ามาจนเปึนที่ยอมรับ แก๊สโซฮอล์คนไทยไม่ค่อยรู้จักในระยะแรก แต่ตอนหลังมาพี่น้องประชาชนสามารถใช้ได้ อย่างสบายใจ เคยตั้งใจว่าในต้นป้ ๒๕๕๐ จะมีการหยุดใช้เบนซิน ๙๕ จะมีเฉพาะ แก๊สโซฮอล์ ๙๕ อย่างเดียว แต่พอรัฐบาลหลังการปฏิวัติเข้ามา เดือนเดียวครับประกาศว่า ให้เลื่อนการหยุดใช้เบนซิน ๙๕ ออกไป ทําให้ผู้ลงทุนไม่มีความมั่นใจ การวางแผนต่าง ๆ ไว้ เดี๋ยวนี้ถึงแม้ผู้ลงทุนไปแล้วก็ไม่สามารถผลิตเอทานอลออกมาได้ตามเปัาหมาย มีปัญหามาก ก็ฝากรัฐบาลผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ในเรื่องของการส่งเสริม ทั้งส่งเสริมให้คนใช้ และช่วยเหลือผู้ที่ผลิตเอทานอลด้วย โรงงานเอทานอลทุกวันนี้ครับผลิตออกมานั้น จวนเจียนจะขาดทุนอยู่แล้ว คนที่จะลงทุนใหม่ก็มีมากพร้อมจะลงทุน แต่ก็ไม่สามารถ ดําเนินการ เพราะว่านโยบายไม่ชัดเจนในเรื่องของพลังงาน

อีกเรื่องหนึ่งครับในเรื่องน้ํา ชาวชัยภูมิฝากบอกว่าในโครงการของรัฐบาล ที่จะผันน้ําโขงลงมา จากจังหวัดเลยมาหนองบัวลําภู มาที่เขื่อนอุบลรัตน์ มาที่ชัยภูมิ มาที่อําเภอสีคิ้วนะครับ ก็กราบเรียนว่าเรื่องนี้ชาวชัยภูมิต้องการ และที่รีบด่วนกว่านั้นครับ การสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชรที่จังหวัดชัยภูมิทําสัญญากับผู้รับจ้างไว้แล้ว ๑๐ กว่าป้ แล้วยังไม่ลงมือ ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เวลาน้อยคงไม่สามารถที่จะชี้แจงได้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิในที่ดิน ที่อําเภอหนองบัวแดง อําเภอโปร่งขุนเพชร ท่าน ส.ส. ปาริชาติ ส.ส. มานะ ฝากมาครับ ผมไม่มีเวลา แต่ว่าฝาก รัฐบาลว่าการที่มีพื้นที่ต่าง ๆ ที่เปึนอําเภอ มีทุกอย่างพร้อม แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ บางอําเภอมีเอกสารสิทธิใบเดียว ๒ ใบ สิ่งนี้ทําให้รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ครับ ผมก็ คงจะใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณชนินทร์ครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมสนใจแล้วก็จะขอพูดถึงเรื่องของนโยบาย ด้านสิ่งแวดล้อมคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพชีวิตของคนเมืองที่มีประชาชน อาศัยอยู่หนาแน่นและเรื่องของการบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤติโลกร้อน ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อมเปึนปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ และสัมผัสได้ไม่แพ้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ เพียงแต่อาจจะแตกต่างกัน ปัญหาเศรษฐกิจ เปึนเรื่องของปัญหาปากท้อง ปัญหาการมีอยู่ มีกิน มีใช้ แต่ว่าปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อม เปึนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตความเปึนอยู่ที่จะอยู่รอดในสังคมนี้ ท่ามกลาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับผมได้อ่านและติดตามฟังนโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใน ๓ ส่วน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่องของนโยบายสังคมคุณภาพชีวิตและที่สําคัญก็คือนโยบายเร่งด่วนที่ จะทําในป้แรกเกี่ยวข้องกับการบรรเทาผลกระทบวิกฤติโลกร้อน ซึ่งผมเองไม่อยากจะใช้ คําพูดว่า ไม่ชัดเจนและไม่ครอบคลุม ผมอยากจะบอกว่าเปึนนโยบายที่มีมาตรฐานของ รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งผมไม่มั่นใจว่าหากปฏิบัติตามนี้แล้วจะสามารถแก้ไขปัญหานี้หรือเปล่า ผมเห็นนโยบายได้เน้นในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เน้นให้ประชาชน มีจิตสํานึก แต่ผมอยากจะถามแทนประชาชนว่าแล้วรัฐบาลที่มีจิตสํานึกนั้นจะปฏิบัติ อย่างไร เพราะว่าผมไม่เห็นในเรื่องของความชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีการปฏิบัติอย่างชัดเจน ในเรื่องของนโยบายเรื่องนี้ เพราะว่าได้เน้นในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เน้น ในเรื่องของการปลุกจิตสํานึก ซึ่งผมเห็นด้วยที่จะเน้นในเรื่องนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าก่อนจะไปถึงจุดนั้นจะต้องแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังและบทบาทนํา ในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างแรกเลยผมอยากจะให้รัฐบาล ได้ตั้งใจ เข้าใจ แล้วก็เห็นถึงความสําคัญของปัญหาอย่างแท้จริง เพราะว่าปัญหาเรื่องนี้ เปึนเรื่องใหญ่และมีมิติในการแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการกําจัด การบําบัด การควบคุมดูแลและที่สําคัญก็คือการลดต้นเหตุแห่งปัญหาก็คือเรื่องของ มลพิษ ซึ่งรายละเอียดการดูแล การจัดการสิ่งเหล่านี้ก็คงจะมีโอกาสในการพูดในโอกาส ต่อไป วันนี้ผมเองอยากจะพูดถึงภาพรวมในการจัดการของปัญหาว่าจริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากจะเห็นรัฐบาลให้ความสําคัญกับเรื่องนี้โดยมอบให้เปึนนโยบายกับกระทรวงใด กระทรวงหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งเท่าที่ผมได้เห็นนโยบายมอบหมายกระทรวงที่รับผิดชอบ ก็มีอยู่ ๒ กระทรวง ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพลังงาน หรือว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าปัญหาตรงนี้เปึนปัญหาใหญ่ ทุกกระทรวงควรจะมีส่วนในการ รับผิดชอบและปฏิบัติ เพื่อที่จะให้การลดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนี้เปึนไปด้วย ความเรียบร้อย ผมอยากจะยกตัวอย่าง อย่างเช่นกระทรวงอุตสาหกรรมก็ควรจะมีบทบาท เช่นกัน ในการที่จะสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปึนอุตสาหกรรมที่สามารถที่จะลดปัญหามลพิษได้ กระทรวงการคลังผมคิดว่าก็สําคัญ เพราะว่ามีเครื่องมือเรื่องของภาษีในการที่จะไปดูเรื่องของโครงสร้างภาษี ในการที่จะเปึน แรงจูงใจที่จะให้ธุรกิจที่ทําประโยชน์กับสิ่งแวดล้อมหรือว่าธุรกิจใดที่เอื้อกับ หรือว่าไม่เปึน มิตรกับสิ่งแวดล้อมก็ต้องมีการลงโทษเช่นกัน ที่สําคัญที่สุดผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลมีจุดมุ่งหมายที่จะปลูกจิตสํานึกให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นผมอยากเห็น กระทรวงศึกษาธิการมีบทบาทสําคัญที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมถึงแม้ว่าจะมี การดําเนินการอยู่แล้วเท่าที่ผมทราบ แต่ว่าอยากจะเห็นการเอาจริงเอาจังจากรัฐบาล จริง ๆ ก็มีอีกหลายกระทรวงนะครับที่อยากจะเน้นที่จะต้องเข้าไปดูแล ที่จะต้องให้ นโยบายอย่างชัดเจนว่าจะต้องไปดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย

ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงสุดท้ายผมอยากจะพูดถึงเรื่องที่ต้อง บอกว่าไม่ค่อยมีความชัดเจน ก็คือเรื่องของการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่ ซึ่งถือ ว่ามีส่วนสําคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าเมืองใหญ่เปึนเมืองที่มีการผลิตมลพิษจํานวนมาก และมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น แต่ว่ารัฐบาลก็ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการที่จะจัดการ เรื่องของมลพิษตามเมืองใหญ่ ๆ ได้แต่พูดถึงเรื่องของการที่จะให้ประชาชนมามีส่วนร่วม มีการปลูกจิตสํานึกแล้วก็มีการปลูกป์า ปลูกต้นไม้ แต่ท่านลืมไปว่าในเมืองใหญ่นั้น มีข้อจํากัดในเรื่องของการที่จะปลูกป์า หรือเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพราะฉะนั้นผมอยากจะเน้น ว่ารัฐบาลจะต้องคํานึงถึงเมืองใหญ่ แล้วก็ช่วยกับเมืองใหญ่ในการแก้ไขปัญหา สิ่งแวดล้อมด้วย ผมอยากจะเน้นแล้วก็ยกตัวอย่างเรื่องของกรุงเทพมหานคร ก็ต้องชมว่า มีการกระตือรือร้นและเปึนรูปธรรม การเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานครนั้นมีมา อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ มาถึงปัจจุบันนี้ ตัวเลขก็ขึ้นมาตลอดเวลานะครับ จากสัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อคน จากป้ ๒๕๔๗ ก็มีถึง ๒.๙ ตารางเมตรต่อคน แต่ว่าปัจจุบันนี้มีถึง ๓.๓ ตารางเมตรต่อคน โดยเกณฑ์มาตรฐานนี่จะต้องมี ๔ ตารางเมตรต่อคน แต่อย่างไร ก็ตามผมคิดว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เปึนไปตามมาตรฐานนั้นจะเพียงพอหรือเปล่ากับ คนเมือง ผมตอบได้ชัดเลยว่าคงไม่เพียงพอ เพราะว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียว หมายความว่า การเพิ่มพื้นที่ที่จะทําให้คุณภาพชีวิตของคนเมืองมีเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะว่าพื้นที่สีเขียว นั้นไม่ได้หมายถึงเปึนพื้นที่ที่มีที่โล่ง มีต้นไม้ แต่ว่าเปึนพื้นที่ที่ประชาชนสามารถที่จะ ใช้สอยพักผ่อน และที่สําคัญที่สุดเปึนจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตพอเพียง เพราะว่า ครอบครัวก็จะมีชีวิตที่ดี มีที่พักผ่อน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะใช้เวลาสั้น ๆ สรุปนิดหนึ่งว่า ในเมือง หน่วยงานราชการมีพื้นที่มากมาย ไม่ว่าจะเปึนใต้ทางด่วน ไม่ว่า จะเปึนที่ของการรถไฟ ที่ของกรมธนารักษ์ รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวคิด มุมมองจากการใช้ พื้นที่ในเชิงพาณิชย์ ประชาชนในเมืองไม่ว่าจะเปึนกรุงเทพมหานครหรือเมืองใหญ่ ๆ ไม่ต้องการความเจริญทางด้านวัตถุ ประชาชนในเมืองใหญ่ ๆ เขาต้องการคุณภาพชีวิต เพราะฉะนั้นได้โปรดเปลี่ยนแนวคิดมุมมองแล้วก็มาสนับสนุนนําพื้นที่ราชการต่าง ๆ เหล่านั้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเปึนพื้นที่สีเขียวให้กับคนเมืองเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับ ประชาชน แน่นอนที่สุดครับผมอยากจะเห็นรัฐบาลชุดนี้กําหนดทิศทางในการพัฒนา ประเทศ โดยมีความสมดุลกันระหว่างการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ควบคู่กันไป ขอบคุณมากครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณวิชัยครับ

นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากที่ผมได้ศึกษาคําแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรี ในเรื่องปัญหาของสิ่งแวดล้อม ปรากฏว่าคําแถลงนโยบายเขียนไว้อย่างง่าย ๆ กว้าง ๆ สรุปใจความได้ว่า ควบคุมมลพิษ ทางอากาศ ขยะ น้ําเสีย และเสียง สั้น ๆ อย่างนี้นะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าเรื่องข้าวของแพง เรื่องปากท้องพี่น้องประชาชนเปึนเรื่องใหญ่ แต่เรื่อง คุณภาพชีวิต เรื่องของความปลอดภัยของชีวิตประชาชนก็เปึนปัญหาใหญ่เช่นเดียว กันครับ ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. จังหวัดระยอง จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี เปึนจังหวัดเมืองอุตสาหกรรม ปรากฏว่าเมืองอุตสาหกรรมขณะนี้กําลังแตกกําลังแยกกัน หมดแล้วครับ จังหวัดระยองตอนนี้ออกเปึนลักษณะคล้ายเขมร ๓ ฝ์ายแล้ว ฝ์ายแรกคือ ฝ์ายโรงงาน ฝ์ายที่ ๒ คือฝ์ายประชาชน และฝ์ายที่ ๓ คือฝ์ายภาครัฐ ผมขออนุญาต เล่าข้อเท็จจริงให้ท่านประธานได้เข้าใจว่าฝ์ายโรงงานนั้นปัจจุบันก็ปล่อยมลพิษ เช่น น้ําเสียบ้าง กลิ่นควันบ้าง ขยะมีพิษบ้าง ฝ์ายประชาชนก็ออกมาร้องเรียนบ้าง ออกมา ประท้วงบ้าง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจังหวัดระยอง ฝ์ายรัฐนะครับ เปึนฝ์ายที่ชาวบ้าน เรียกว่ากรรมการนั่นเอง ออกมาห้าม แต่รัฐออกมาทีไรก็เขาทะเลาะกันไปแล้วกว่ารัฐ จะออกมา ส่วนรัฐนั้นจริง ๆ แล้วแบ่งออกเปึน ๒ ฝ์าย ฝ์ายแรกคือฝ์ายที่ดูแลโรงงาน ก็มี หน้าที่ไปตรวจน้ําเสีย ตรวจควันพิษนะครับ ฝ์ายแรกตรวจไปตรวจมาปรากฏว่า ไม่มีน้ําเสีย ไม่มีควันพิษเกินมาตรฐานที่กําหนด ฝ์ายที่ ๒ คือฝ์ายที่ตรวจประชาชน ก็คือ คุณหมอพวกสาธารณสุขนั่นเอง ตรวจร่างกายประชาชน ตรวจไปตรวจมาก็บอกว่า สารพิษในร่างกายของประชาชนนั้นเกิน มีพิษเกินค่ามาตรฐานกําหนด ปรากฏว่ารัฐ ทั้ง ๒ หน่วยงาน ๓ หน่วยงานทะเลาะกันเองเสียแล้ว นี่คือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในจังหวัด ที่มีเมืองอุตสาหกรรม ถือเปึนวิกฤติความล้มเหลวในกลไกของรัฐ นี่คือข้อเท็จจริงที่เล่าให้ ท่านประธานฟัง

ท่านประธานครับ ปัจจุบันที่เกิดปัญหาอย่างนี้ ผมขออนุญาตฝากถาม นายกรัฐมนตรีนะครับ ถามผ่านท่านประธานนะครับ ว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้ท่านมี นโยบายแก้ไขอย่างไรให้เปึนรูปธรรม และมีแนวทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนอยู่กับโรงงานอุตสาหกรรมอย่างมีความสุข

ประเด็นที่ ๒ ท่านมีนโยบายอย่างไรที่ทําให้กลไกของรัฐทํางานในทิศทาง เดียวกัน สร้างความเปึนกลาง มีมาตรฐานเหมือนกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้อง ประชาชน

ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกหลายประเด็น แต่เวลามันเล็กน้อยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ฝากบอกท่านนายกรัฐมนตรีด้วย วันนี้ไม่มาเลย สงสัยไปทําเรื่อง เลขานุการกับที่ปรึกษาอยู่นะครับ ฝากบอกด้วยนะครับว่าออกจากตึกไทยคู่ฟัา ขึ้นถนน ยมราช กรุณาไปภาคตะวันออกบ้างครับ ถึงแม้ท่านจะไม่มี ส.ส. อยู่ในสังกัดของท่าน พรรคประชาธิปัตย์ในภาคตะวันออกยินดีต้อนรับครับ อาหารท่านไม่ต้องเอาไปเดี๋ยวผม เตรียมไว้ให้ ท่านเอาฝ้มือไปอย่างเดียว ไปทําอาหารอร่อยที่นั่น แล้วก็ทํามลพิษให้ดี ในภาคตะวันออกให้ได้นะครับ กรุณาฝากไปบอกด้วยนะครับ ถ้าไปช้าระวังสารบอร์แรคซ (Borax) ในโรงงานมลพิษ โรงงานอุตสาหกรรมจะลงอาหารเสียก่อนนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญ พันตํารวจโท สมชาย ครับ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคพลังประชาชน จากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ทุกรัฐบาล นโยบายที่ร่างแล้วก็มาแถลงในสภา ในหลาย ๆ รัฐบาล ก็มีแนวคิดที่คล้าย ๆ กัน แล้วก็ทุกรัฐบาลก็มุ่งหมายที่จะสร้างประเทศ สร้างความเข้มแข็ง สร้างความเจริญรุ่งเรือง สร้างเศรษฐกิจที่ดี ไม่ได้ต่างกันหรอกครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ขึ้นมาอภิปราย ผมเชื่อได้ว่าด้วยความรู้สึก ของเราในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่างคนก็ต่างมุ่งมั่นเหมือนกัน ปรารถนา เหมือนกันทุกคนที่อยากจะเห็นรัฐบาลนั้นนํานโยบายที่ได้แถลงเอาไว้ไปปฏิบัติให้เกิด รูปธรรมชัดเจนเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ในรายละเอียดเปึนอย่างนี้ทั้งหมด ทุกครั้ง ทุกสมัยที่เปึนมา ก็จะเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะเข้าไปสอดเข้าไปแทรกกัน เข้าไป นําเสนอกันในเรื่องที่คิดว่ามันน่าจะแนะนําและเสนอแนวทางที่ให้รัฐบาลไปดําเนินการ ในวิธีการปฏิบัติตรงนั้นสําคัญมากท่านประธานครับ อย่างเช่นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับว่าเปึนนโยบายที่เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมือง แต่แน่นอนที่สุด แนวคิดต่าง ๆ เพิ่มเติมเสริมลงไป ในส่วนของผมเช่นเดียวกันครับในเรื่องการศึกษา ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าวันนี้ในเรื่องการแถลงนโยบายในเรื่องเกี่ยวกับทางการศึกษาก็ค่อนข้าง ชัดเจน เปึนภาพรวมทั้งหมด มุ่งมั่นปรารถนาที่จะเพิ่มคุณภาพของคุณครู พัฒนา หลักสูตร สร้างเด็กนักเรียน ดูแลเอาใจใส่ในความเปึนอยู่ของเด็กนักเรียนทั้งหลาย แต่ในวิถีทางในการปฏิบัตินั้นต้องเร่งรัด ต้องบอกทางรัฐบาลว่าวันนี้ในสภาพสังคม ปัจจุบันนี่น่าเปึนห่วง เนื่องจากว่าสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มันเปึนปัญหาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นในวัยเรียนทําอย่างไรที่จะให้รัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงศึกษาธิการ จะได้เข้าไปดูแลได้ใกล้ชิดให้เด็กที่อยู่ในวัยเรียนต้องเรียนหนังสือ เราไปกันมาหลายแห่ง หลายประเทศ เราไม่เคยเห็นเด็กนักเรียนที่เดินออกไปช็อปปุ่งกันตามห้างร้านสรรพสินค้า ทั้งหลายเหมือนในประเทศไทย ทําไมเขาทําได้ เราทําไม่ได้ รัฐบาลชุดนี้จะทําอย่างไรกัน พวกเราจะทํากันอย่างไรในการที่จะเข้าไปควบคุมกํากับ ท่านประธานครับ ก่อนนี้เรามีกองสารวัตรนักเรียนที่คอยดูแล วันนี้เรามีฝ์ายปกครองของโรงเรียน แต่ ณ วันนี้ปัญหาของเด็กนักเรียนเราก็ยังเยอะแยะ เด็กวัยรุ่น เยาวชนทั้งหลาย ออกมาแข่งรถมอเตอร์ไซค์เปึนที่ฮือฮา เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์กันถ้วนหน้าเต็มไปหมด ในขณะนี้คือสิ่งที่จะต้องช่วยกัน รัฐบาลจะทําอย่างไรในเรื่องนี้ ผมอยากจะให้แนวคิดว่า วันนี้นี่นะครับ กระทรวงศึกษาธิการเองคงจะต้องเร่งรัดเข้าไปกํากับดูแล เข้าไปฟุ๋นฟู จากเดิมมีกองสารวัตรนักเรียนอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เขาไปอยู่ในส่วนของสํานักงานปลัดกระทรวง คือในเรื่องเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน ทําอย่างไรที่จะให้หน่วยนี้ติดอาวุธ ให้เขาหน่อย ดําเนินการเข้าไปดูแลเพื่อที่จะให้ลูกหลานเรานั้นเขาได้เรียนหนังสือ อย่างจริงจัง วันนี้ถ้าหากว่าดูสถิติจะเห็นได้ชัดเจนว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก ทําอย่างไรจะให้ลูกหลานเด็กนักเรียนเราได้อ่านหนังสือมากขึ้น เข้าสู่ห้องสมุดที่จะต้อง ทําการศึกษาเล่าเรียน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเปึนหน้าที่ของรัฐบาลแล้วจะต้องทํากันอย่าง จริงจัง ติดอาวุธให้เขา ปรับปรุงกองนี้ใหม่ได้ไหม เพิ่มเจ้าหน้าที่ไปให้อุปกรณ์เครื่องมือ ทั้งหลายในการที่จะเข้าไปควบคุม กํากับ ดูแล เพื่อที่จะให้นักเรียนนั้นเขาได้สู่โรงเรียน จริง ๆ ผมได้ฟังผู้อภิปรายหลายท่านในซีกของพรรคประชาธิปัตย์เองก็หลายท่านหลายคน แสดงความคิดดีทั้งสิ้น แม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนในรัฐสภาของเรา ตรงนี้ก็ได้ แสดงความคิดความอ่านที่ดีมีประโยชน์มากมาย ทําอย่างไรที่จะคืนเวลาให้คุณครูไปสู่ นักเรียน คืนคุณครูให้นักเรียน คืนไม้เรียวให้คุณครู เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องมีความชัดเจน เพื่อที่จะให้วินัยของเด็กของเราดีขึ้น แล้วก็ส่งเสริมความมีระเบียบวินัย กําหนดระยะเวลา ให้ชัดเจนเลยว่าจะทําได้หรือไม่ใน ๕ ป้ ๑๐ป้ที่จะถึงนี้เอาวินัยกลับมาสู่เขาใหม่ สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในครอบครัวให้ได้ นี่คือสิ่งที่จะต้องปฏิบัติกันจริง ๆ จัง ๆ นี่ในเรื่องแรกที่ผมขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐบาล

ในเรื่องที่ ๒ ก็ฟังกันมาหลายท่าน หลายคน ผมก็มีแนวคิดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของที่ดิน วันนี้ที่ดินมีปัญหาเยอะมากมายครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเปึนที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดิน ภบท. ๕ ที่ดินที่อยู่ในนิคมสร้างตนเองลําตะคอง ที่ดินอยู่ ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับราชการ แล้วมันก็เปึนปัญหาหมักหมมสะสมมาทุกสมัย วันนี้ต้อง อาศัยความกล้าหาญชาญชัยของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งผมเองมีความมั่นใจว่าสามารถที่จะ นําพาและแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างนิดหนึ่งที่ใน ส.ป.ก. ซึ่งหลาย ๆ รัฐบาลได้เริ่มขึ้น แล้ววันนี้ปรากฏว่ามีผู้คนที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเข้าไปจับจอง และอยู่ดูแลเยอะแยะเต็มไปหมด ผมยกตัวอย่าง อย่างวังน้ําเขียว เขาใหญ่ แล้วพื้นที่อื่น ๆ อีกหลายจังหวัดซึ่งเปึนแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ วันนี้การซื้อขายเปลี่ยนมือไม่รู้กี่ราย เยอะแยะไปหมด ภาษีก็ไม่ได้เข้าไปสู่รัฐบาลหรือทางกรมที่ดินเนื่องจากว่ามันเปึนพื้นที่ ที่ไม่ได้เปึนโฉนด วันนี้ถ้าเกิดมีการร้องเรียน ถามว่าสํานักงานปฏิรูปที่ดินจะทําอย่างไร ต้องแก้ครับ ต้องแก้ ต้องรีบแก้ ต้องรีบดําเนินการเอาความชัดเจนให้เกิดขึ้นให้ได้ จะปล่อยเปึนอย่างนี้ไหม วันนี้ที่ดิน ส.ป.ก. ในวังน้ําเขียวบ้านใหญ่ ๆ ราคาแพง ๆ เยอะแยะไปหมด ถ้าดูในคุณสมบัติเขาไม่สามารถครอบครองได้ เพราะเปึนที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องรีบแก้ไข ต้องอาศัยความกล้าหาญชาญชัยแล้วก็ ดําเนินการอย่างจริงจัง ที่ดินที่อยู่ในพื้นที่รองรับน้ําครับท่านประธาน ที่ดินในพื้นที่รองรับน้ํา ผมยกตัวอย่างเขาใหญ่ ผมเชื่อได้ว่าท่านประธานเคยไปที่เขาใหญ่ มีลําธาร ลําน้ําลําตะคอง มีบริเวณเขาที่อยู่ติดกับริมน้ํา พื้นที่แถวนั้นเปึนที่รองรับน้ําออกเอกสารไม่ได้ ไม่สามารถ ที่จะไปออกเอกสารได้แม้แต่น้อยนิด แต่วันนี้ประชาชน พี่น้องเราครอบครองเปึนร้อย เปึนพันราย บนยอดเขาก็ครอบครอง ปลูกบ้านอยู่สวย ๆ งาม ๆ เยอะแยะ จะเอากัน อย่างไรตรงนี้ จะทํากันอย่างไรจะให้มันจบ นี่คือสิ่งที่เปึนปัญหา และวันนี้พื้นที่รองรับน้ํา หรือ วอเตอร์ เชด แอเรีย (Water shade area) มันเปึนพื้นที่ที่ออกเอกสารไม่ได้ แต่มีผู้คน จับจองอยู่ดูแลไปหมดเลย ทําอย่างไรครับวันนี้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มันหมักหมมมาตลอด แล้วก็มันไม่เกิดความชัดเจน ต้องรีบแก้ไขครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือเรื่องที่จะต้องปฏิบัติกัน อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมฝากรัฐบาลไว้ด้วย แล้วผมเชื่อได้ว่านโยบายอีกมากมาย หลายประการที่เปึนนโยบายของรัฐบาลนี้ได้เขียนนโยบายไว้ค่อนข้างชัดเจน ถ้าหากว่า ดําเนินการตามนโยบายนี้แล้ว ผมเชื่อได้ว่าปัญหาต่าง ๆ นั้นคงจะจบสิ้นลง ผมฝาก ท่านประธานไปยังรัฐบาลแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณประมวลครับ

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี 🔗

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี วันนี้ ผมมาพูดในฐานะเปึนตัวแทนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีทั้งหมด ๘ ท่าน ผมมีเวลาจํากัดเพียงน้อยนิดที่จะพูดถึงนโยบายของรัฐบาลตามที่ท่านสมัครได้อ่านให้ พวกเราฟังไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานะครับ ท่านประธานครับ นโยบายที่ท่านสมัครอ่านให้ ผมฟังนั้นผมได้เอากลับไปทบทวนอีก ๒–๓ ครั้งนะครับ บางเรื่องผมก็เห็นด้วยนะครับ บางเรื่องนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับ แต่ว่าเวลาอภิปรายมันจํากัดจริง ๆ ผมก็จะขอเข้า ประเด็นนะครับท่านประธาน ผมมีเรื่องกังวลใจอยู่เรื่องหนึ่งที่ท่านสมัครบอกว่าเปึน นโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทําในป้แรกนะครับ ซึ่งเปึนนโยบาย ข้อ ๑.๑๘ ผมขอ ลงรายละเอียดนิดนะครับว่า ท่านบอกไว้ว่าขยายพื้นที่ชลประทาน แล้วเพิ่มประสิทธิภาพ ของการชลประทาน โดยฟุ๋นฟูแล้วขุดลอกแหล่งน้ําธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ําผิวดิน และใต้ดิน โดยดําเนินการก่อสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อประโยชน์และปรับโครงสร้างการเกษตรและการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง ทั้งในที่ ชุมชนและเกษตรกร อันนี้ก็หมายความว่าการทําระบบชลประทานนั้นต้องทําทั่วทั้ง ประเทศนะครับ ถ้าท่านทําได้จริงนะครับ ท่านประธานครับ ผมว่าจะเกิดประโยชน์กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แต่ที่ท่านสมัครบอกว่าจะให้งบประมาณเปึนจํานวน ๒ แสนล้านบาท ทําระบบ ชลประทาน ระบบท่อ โดยวางท่อจากแม่น้ําโขงมาช่วยพี่น้องชาวภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด ถ้าท่านทําได้จริงนะครับ ผมว่าจะเปึนประโยชน์จริง ๆ ครับ แต่ว่าแม่น้ําโขงนั้นเปึนแม่น้ํา สากลที่ไหลผ่านจีน พม่า ลาว ผมถามว่าประเทศเหล่านั้นจะยอมให้ท่านสมัครทํา หรือเปล่านะครับ ผมว่าท่านสมัครจะโม้เสียมากกว่านะครับท่านครับ เพราะว่าสิ่งที่ท่าน ทํานั้นผมว่าจะทําให้พี่น้องชาวภาคอีสานฝันค้างอีกตามเคยนะครับ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านสมัครได้พูดมา ผมว่างบประมาณ ๒ แสนล้านบาทนี้ ผมก็ยังสงสัยว่า ท่านสมัครทําไมถึงจะเจาะจงลงไปทั้งภาคอีสานนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมานโยบายของ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านก็ทําแบบนี้นะครับว่า ถ้าท่านมี ส.ส. มากที่ไหนท่านก็ ให้งบประมาณมาก ผมมองดูว่าแล้วภาคอื่นละครับ ที่เรามี ส.ส. มีผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกัน ประชาชนก็ได้รับความทุกข์ร้อนเช่นเดียวกันนะครับ ผมเองท่านประธานครับ อายุก็เกือบจะ ๖๐ ป้แล้วครับ ตั้งแต่ผมจําความได้ น้ําท่วม ภัยแล้งก็เกิดมามีโดยตลอด โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีบ้านเกิดผมนี่ ผมบอกตรง ๆ ว่าได้รับผลกระทบในเรื่องภัยแล้ง และน้ําท่วมมาโดยตลอด ซึ่งที่จังหวัดชลบุรีนั้นกรมชลประทานมีนโยบายที่จะสร้าง อ่างเก็บน้ําขึ้นมาอ่างเก็บน้ําหนึ่งนะครับ ที่เราเรียกว่า อ่างเก็บน้ําคลองหลวง ซึ่งมีเนื้อที่ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ เราสามารถเก็บกักน้ําไว้ได้ ๙๘-๑๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งใช้ งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ป้ ๒๕๐๘ ก่อนที่จะเริ่ม โครงการเราใช้งบประมาณเพียง ๔๕๐ ล้านบาทเท่านั้นเองนะครับ แต่เวลาล่วงเลยมา ๔๓ ป้ งบประมาณล่วงเลยไปถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท พ่อแม่พี่น้องครับ ชลบุรีแต่ละป้นั้นมี การจัดเก็บงบประมาณได้ป้ละเกือบ ๒ แสนล้านบาทนะครับท่านประธาน แต่ว่าการที่เรา ของบประมาณมาก่อสร้างอ่างเก็บน้ําเพียง ๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราก็ไม่ได้ขอเพียง ป้เดียว เราขอเปึนงบประมาณผูกพัน ๕ ป้นะครับ ตอนสมัยป้ ๒๕๔๘ ผมจําได้ คุณหญิงสุดารัตน์ให้งบประมาณไป ๑๐ ล้านบาท ไปทําการวิจัย ให้จุฬาลงกรณ์ไปทํา การวิจัยจุฬาลงกรณ์ก็ทําการวิจัยมาเสร็จเรียบร้อยว่าไม่มีผลกระทบใด ๆ ในการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ําคลองหลวง เพราะฉะนั้นผมว่าท่านสมัครสมควรจะต้องให้งบประมาณไปบํารุง ชีวิตจิตใจของพวกเราชาวจังหวัดชลบุรีนะครับ ท่านครับ การสร้างอ่างเก็บน้ําคลองหลวงนั้น ถือว่าเปึนอ่างเก็บน้ําที่เราจะเก็บกักไว้เพื่อส่งต่อไปที่อ่างเก็บน้ําบางพระ ซึ่งเปึนอ่างเก็บน้ํา ขนาดใหญ่อีกอ่างหนึ่งของจังหวัดชลบุรี มีความจุ ๑๑๗ ล้านลูกบาศก์เมตร จากอ่างเก็บน้ํา บางพระเราก็ต่อไปที่มาบประชัน หนองค้อ หนองน้ําเขียว ช่องมะเฟ๋อง ซึ่งเปึนอ่างเก็บน้ํา ขนาดย่อยที่จะไปหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมและการเกษตรในจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรีนั้น ถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรม เปึนพัน ๆ โรงงาน แต่ว่าทุกวันนี้ขาดแคลนน้ํานะครับ โรงงานก็ขึ้นปัายขนาดใหญ่ว่า โรงงานอุตสาหกรรมนี้นิคมอุตสาหกรรมมีน้ําให้ใช้นะครับ ต่างประเทศถึงจะมาลงทุนครับ พ่อแม่พี่น้องครับ เพราะฉะนั้นในการที่ผมมาในวันนี้ที่จะมาเรียกร้องรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครนั้นว่า ให้ช่วยพวกเราชาวจังหวัดชลบุรีด้วยนะครับ เพราะตอนนี้ มีปัญหาในเรื่องพวกเกษตรกรมีปัญหากับพวกโรงงานอุตสาหกรรม เพราะว่าน้ําทุกวันนี้ ที่ขาดแคลนเราขอจากเขื่อนสียัดลงมานะครับ เขื่อนสียัดก็ปล่อยให้เราบ้างเปึนบางครั้ง แต่การที่ปล่อยน้ําลงมาแล้ว บริษัทอีสท์วอเตอร์ (East water) ผมก็ไม่ทราบว่าเปึนบริษัท ของใครนะครับ ได้ไปซื้อบ่อดินลูกรังไว้เปึนจํานวนมากแล้วก็ขุดเชื่อมมาสู่ลํารางที่เขื่อนสียัด ส่งมาให้เรา เพราะฉะนั้นน้ําที่เกษตรกรจะได้ใช้ก็เลยไม่ได้ใช้ เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ชาวบ้านไปเจาะท่อ เผาท่อ ทําลายท่อ ทําให้เกิดความเสียหายกับบริษัทอีสท์วอเตอร์ เพราะฉะนั้นการทะเลาะเบาะแว้งที่มีขึ้นตลอดมานั้นผมอยากให้รัฐบาลเข้าไปดูแล โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งสร้างเงินมหาศาลให้กับ จังหวัดชลบุรี เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอุปโภคบริโภค หรือการประมงน้ําจืดนั้นก็ต้องการใช้น้ํา ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นทั่วประเทศไทยเราที่ว่ามี ๒๕ ลุ่มน้ํา การบริหารจัดการน้ําหรือการทํา ชลประทานนั้นยังไม่เกิดผลเลยครับ เพราะฉะนั้นผมดีใจนะครับว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมัครจะหยิบเอาปัญหาเรื่อง ชลประทานนั้นมาเปึนปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องจัดทําในป้แรกเลย ถ้าทําเปึนผลสําเร็จ ก็ถือว่าเปึนผลบุญของพวกเราชาวไทยนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็คงขอฝาก ท่านประธานไปถึงท่านสมัครด้วยและรัฐบาลด้วย รวมถึงท่านสมศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยจัดงบประมาณโดยเร่งด่วนไปช่วยพวกเราชาวจังหวัด ชลบุรีด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณถาวรครับ

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๘ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภาแห่งนี้ทั้งหมด ๘ ด้าน ตั้งแต่นโยบาย เร่งด่วน นโยบายด้านสังคม นโยบายเศรษฐกิจ นโยบายที่ดิน วิทยาศาสตร์ ต่างประเทศ ความมั่นคง และนโยบายสุดท้ายคือการบริหารจัดการที่ดี สาระสําคัญของการบริหาร จัดการที่ดีที่บอกไว้ในที่นี้ก็คือ เสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรมให้แก่ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐและพัฒนาความโปร่งใสการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ภาครัฐ พร้อมทั้งปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้ภาคราชการเปึนที่เชื่อถือไว้วางใจแก่ประชาชน ท่านประธานครับ นโยบายนี้ขอเพียงแต่ให้คณะรัฐมนตรีมีความจริงใจและมีความจริงจัง แค่นั้นพี่น้องประชาชนก็จะได้รับประโยชน์เต็มที่ และที่สําคัญที่สุดก็คือ ศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็ดี สํานักงานตรวจสอบเงินแผ่นดินก็ดีไม่ต้อง มีภารกิจที่หนัก ทีนี้มาดูว่าถ้าหากว่าเกิดการทุจริตหรือบริหารจัดการที่ไม่ดีจะมีผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนในอดีตเพื่อที่จะนํามาสู่การสะท้อนในวันนี้และในวันข้างหน้า อย่างไรบ้าง ผมจะยกตัวอย่าง การทุจริตส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสนั่งรถแท็กซี่ รถแท็กซี่ได้บอกว่าการต่อทะเบียนรถแท็กซี่ ในป้นี้จะต้องจ่ายค่าวิทยุให้กับศูนย์วิทยุเสียก่อน กรมการขนส่งถึงจะต่อทะเบียนรถให้กับ รถแท็กซี่ และที่สําคัญที่สุดพี่น้องคนยากคนจนจากที่ใดก็แล้วแต่มาทําหน้าที่ขับรถรับจ้าง แท็กซี่ ๑ ป้ ๒ ป้ ยังไม่ได้จ่ายในฐานะที่เปึนเจ้าของรถเขียวเหลืองจะต้องหาเงินในขณะที่ ยากจนอยู่แล้วมาจ่ายให้กับศูนย์วิทยุถึงจะได้รับการต่อทะเบียนได้ สิ่งเหล่านี้ เกิดจากการทุจริตของข้าราชการที่สมคบกับนักการเมืองส่งผลกระทบให้พี่น้องคนยาก คนจนที่มาขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ได้รับความเดือดร้อน ที่สําคัญที่สุดที่เห็นได้ชัดก็คือ ปุิยปลอมที่ขายอยู่ในภาคอีสาน ยางตาสอยที่ซื้อแจกพี่น้องประชาชนเกษตรกรในภาค อีสาน ผลกระทบกับเกษตรกรเหล่านี้มาจากการทุจริตของนักการเมือง ท่านประธาน ที่เคารพ ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งก็คือ กองกําลังที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้กับเราใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้กําลังรอรถยานเกราะล้อยางซึ่งรอรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเซ็นในการสั่งซื้อ เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่าการจัดจ้างจัดซื้อ ในคราวนี้ส่อทุจริต เอกสารที่อยู่ในมือผมซึ่งเปึนเอกสารของรายงานการประชุม คณะกรรมการกําหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ เปึนเอกสารลับมากส่อว่ามีการทุจริตและมีเอกสารลับมาก บันทึก ข้อความขออนุมัติจัดซื้อยานเกราะล้อยาง บีทีอาร์-๓อี๑ (BTR-3E1) แบบต่าง ๆ ๙๖ คัน ลับมากอันนี้ไว้คุยกันตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานครับยิ่งกว่านั้นถ้าหากว่า เรายังไม่ได้จัดจ้างจัดซื้อรถยานเกราะล้อยาง รถฮัมวี่ (Humvy) ก็ดี รถวี-๑๕๐ (V-150) ก็ดี ก็จะถูกระเบิด กําลังพลที่เปึนตํารวจทหารชั้นผู้น้อยก็จะตายไม่รู้จักจบวันแล้ววันเล่า แต่การจัดจ้างจัดซื้อที่ล่าช้าเกิดจากการทุจริต นั่นคือผลกระทบที่เกิดจากกําลังพลครับ ที่สําคัญอีกอย่างหนึ่ง การทุจริตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือการขายข่าว จากการที่ ตํารวจได้ยิงนายแวยูโซะ แวดือราแม สามารถยึดฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) คอมพิวเตอร์ได้ จากโจรก่อการร้ายคนนี้ซึ่งเปึน ผบ. กองกําลังกลุ่มบีอาร์เอนสิ่งที่ยึดได้ ผลพิสูจน์ว่าเปึน ความลับของกองทัพบกและของกองบัญชาการตํารวจส่วนหน้า นั่นหมายถึงว่ามี การทุจริตกันในระดับล่าง ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือผลกระทบโดยตรงที่ผมยกแค่เปึน ตัวอย่างประกอบเท่านั้น ทีนี้เรามาดูว่าหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านบอกว่ารัฐมนตรีขี้เหร่ เมื่อวันที่ ๑๘ ท่านมาตอบว่าคําว่า ขี้เหร่ หมายถึงไม่ได้ดั่งใจ เรามาดูว่าพี่น้องประชาชนพึงพอใจหรือไม่กับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ประชาชนคาดหวังกับการปฏิบัติหน้าที่เพียง ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนไม่คาดหวัง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่ารัฐบาลนี้แก้ปัญหาทุจริตไม่ได้ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ คําถามที่มีต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีซึ่งจะต้องตอบ ผมถามว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ดั่งใจบุคคลที่ เข้ามาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีนั้นถามว่าเปึนใคร ชื่ออะไร ดูแลกระทรวงไหน เพราะเหตุว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีไม่ได้ดั่งใจ ประชาชนผู้เสียภาษีก็ไม่ได้ดั่งใจเหมือนกัน ถ้านายกรัฐมนตรีที่เคยพูดอยู่เสมอว่าปากกับใจตรงกัน ต้องตอบต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า ท่านไม่ได้ดั่งใจรัฐมนตรีคนใด ถ้าไม่เช่นนั้นผมถือว่าท่านไม่แน่จริง ท่านประธานที่เคารพ ครับ นอกจากนั้นสิ่งที่ส่อว่าพี่น้องประชาชนไม่มั่นใจในการทํางานของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ เกี่ยวกับนโยบายปราบปรามการทุจริตก็คือมีความเชื่อมโยงของกลุ่มทุนธุรกิจที่เข้ามาสู่ ตําแหน่งการเปึนรัฐมนตรี ผมชี้ให้เห็นได้เลย คือกลุ่มที่ทําการก่อสร้างแอร์พอร์ท ลิงค (Airport link) นั่นแหละอาจจะมีการฉาวโฉ่ในเรื่องของการจัดซื้อจัดสร้างในวันข้างหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาแถลงเมื่อวันที่ ๑๘ ซึ่งเหมือนกับ การแถลงของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ ท่านบอกว่ารัฐบาลขอให้ ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเปึนองค์กรที่มีอํานาจในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ว่าจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตมีความมุ่งมั่นที่จะบริหารประเทศให้ มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ คําแถลงที่เปึนคํามั่นสัญญาเหมือนกับ อดีตนายกรัฐมนตรีสังกัดพรรคไทยรักไทย ถามว่ากงล้อประวัติศาสตร์ที่อาจจะกลับมา ณ ที่นี้ก็คือการให้คํามั่นสัญญาต่อรัฐสภาแห่งนี้ของนายกรัฐมนตรีคนก่อนกับคนนี้ เหมือนกัน และผมมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ คณะรัฐมนตรีชุดนี้ต้องทุจริตอีก ถ้าไม่ทุจริตถือว่า เปึนบุญของพี่น้องประชาชนคนไทย ถ้าทุจริตภายใต้การให้คํามั่นถือว่าเปึนชะตากรรม ของพี่น้องประชาชนคนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่ามาตรการในการแก้ไข ปัญหาการทุจริตเราควรจะดําเนินการอย่างไร จะเห็นได้ว่านโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดในการที่จะให้คํามั่นสัญญากับรัฐสภาแห่งนี้ว่าจะรณรงค์ให้พี่น้อง ประชาชนต่อต้านการทุจริต ดังนั้นผมขอเสนอให้รัฐบาลนี้ช่วยรณรงค์อย่างจริงจังในการ ปลูกฝังจิตสํานึกและค่านิยมของสังคมให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ และทั้งนั้นจากการทําการสํารวจของโพลล์ (Poll) ของเอแบคโพลล์ (ABAC Poll) สามารถ ที่จะตรวจพบว่าประชาชนคนไทยรับได้กับการทุจริต เพียงแต่ให้มีผลงาน ยิ่งในเยาวชน น่าเปึนห่วงมากครับท่านประธานครับ ตรวจพบว่าขอให้ประชาชนอยู่ดีกินดีก็ทุจริตได้ จะเห็นได้ว่าเจตคติของประชาชนคนไทยขณะนี้ทําให้จริยธรรมเสื่อม สังคมเสื่อม อันเกิด จากการกระทําของผู้นําบางคนในอดีต ท่านประธานครับ นั่นคือการเสนอให้ใช้มาตรการ ในการรณรงค์ในการสร้างทัศนคติ แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือมาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย ท่านประชา โพธิพิพิธ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาว่าผิด พ.ร.บ. ฮั้ว จากการที่ทําการตรวจสอบของทีดีอาร์ไอ (TDRI) ตั้งแต่ต้นรัฐบาลไทยรักไทยจนถึงป้ ๒๕๔๖ ตรวจพบว่ามีการร้องเรียน ๘๐๐ เรื่อง ๑๘๓ เรื่องไม่มีมูล ๖๖๑ เรื่องยังค้างการพิจารณา อีกหนึ่งเรื่องคือเรื่องของท่านประชา ที่สําคัญที่สุดท่านประชาสู้คดีจนกระทั่งศาลอุทธรณ์ยกฟัอง สิ่งที่ผมนําเรียนท่านประธาน นั่นคือการบังคับใช้กฎหมายที่เลือกปฏิบัติของรัฐบาลชุดที่แล้วในการปราบปราม การทุจริต นําเรื่องนี้มากราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เกิดความเปึนธรรมกับท่านประชา ท่านประชาบอกผมว่าในวันที่ถูกตํารวจดําเนินการนั้นสมาชิกพรรคไทยรักไทยคนหนึ่งไป ร้องขอให้ท่านย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาอยู่กับพรรคไทยรักไทยทุกอย่างก็จะจบ ดังนั้นรัฐบาลนี้ขอเถอะครับอย่าเลือกปฏิบัติ อย่าลูบหน้าปะจมูก พบใครกระทําความผิด ดําเนินการ แล้วผมจะสนับสนุน

มาตรการถัดไปครับท่านประธานครับ มาตรการทางด้านกฎหมาย จะเห็น ได้ว่าการที่มีการทุจริตเกิดขึ้นเกิดจากมีระเบียบว่าด้วยการจัดจ้างจัดซื้อ แต่ละองค์กร ไม่เปึนเอกภาพและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นคณะรัฐมนตรีที่หวังที่จะทุจริต ก็จะดําเนินการมีมติ ครม. ยกเว้นการใช้ระเบียบต่าง ๆ เพื่อนําไปสู่การทุจริต ดังนั้น ผมขอนําเสนอท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่าขอได้โปรดออก กฎหมายที่เรียกว่า พระราชบัญญัติระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้เปึนเอกภาพและ รัดกุม เพื่อปัองกันการทุจริต นั่นคือข้อเสนอข้อที่ ๒

ท่านประธานครับ นอกจากนั้นทรัพย์สินของหลวงต้องตกน้ําไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ดังนั้นที่ร้องกันอยู่เสมอว่าคดีที่กล่าวหาว่าทุจริตต้องแก้กฎหมายครับ เสียงข้างมากในสภาเปึนของรัฐบาล ต้องแก้กฎหมายในประเด็นนี้อย่าให้มีอายุความ ถ้าใครต้องคดีทุจริต เอากันจนตายเลย ถ้ามีความจริงจังจริงใจจริง ๆ แล้วแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้ครับ

ประเด็นถัดไปครับ ข้อเสนอข้อที่ ๔ นั่นคือเรียกร้องกันเสมอว่า พี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีนั้นจะต้องเปึนโจทก์ฟัองคดีที่ข้าราชการและนักการเมืองทุจริต ได้เอง ไม่ต้องรอ ป.ป.ช. ไม่ต้องรอตํารวจดําเนินคดี ก็ขอเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมาย ให้ประชาชนผู้เสียภาษีทําหน้าที่เปึนโจทก์ฟัองผู้ทุจริตได้ไม่ว่าเปึนนักการเมือง หรือข้าราชการ

มาตรการสุดท้ายครับท่านประธานครับ คือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ ตัวบุคคลที่ทําความผิดในอดีตจะกลับตัวกลับใจไหม ถ้ากลับตัวกลับใจก็เป่ดโอกาส ให้ทํางาน ถ้าไม่กลับตัวกลับใจน่าเปึนห่วงอย่างมาก ยกตัวอย่าง ๒ คดีครับท่านประธาน กรณีการจ้างเหมาขนขยะมูลฝอยไปทําลายด้วยวิธีฝังกลบของกรุงเทพมหานคร ผลปรากฏจากการสอบสวนของ สตง. ของสํานักงานสืบสวนสอบสวนที่ ๓ ระบุชัดว่า นายกรัฐมนตรีที่ชื่อสมัครส่อทุจริตขอให้ดําเนินคดีตามกฎหมาย ป.ป.ช. และกฎหมายฮั้ว เอกสารชิ้นนี้อยู่ที่ผมครับ ขณะนี้คดีอยู่ที่ ป.ป.ช.

เรื่องที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลที่น่าเปึนห่วงที่ไม่ควรจะไว้วางใจ ท่านประธานครับเรื่องการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง ขอลําดับนิดเดียว วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๗ กทม. ตั้งคณะกรรมการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะนั้นท่านโภคินอนุมัติให้จัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๗ ในวันเดียวกัน กรุงเทพมหานครขอถอนร่างสัญญาจากอัยการ ที่กําลังตรวจอยู่ วันเดียวกันนั้นเองครับ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๗ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา หรือ ๕ โมงเย็น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครซึ่งรักษาการลงนามในสัญญาซื้อขายด้วยวิธีพิเศษ โอ้โฮ ลุกลี้ลุกลน ถึงขนาดวันสุดท้ายในการรักษาการในตําแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังเซ็น สัญญาซื้อรถดับเพลิง เรือดับเพลิงด้วยวิธีพิเศษ ด้วยวงเงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท คตส. ได้ทําการไต่สวนตรวจสอบแล้วระบุว่าการที่ท่านทําสัญญาซื้อขาย

(นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครพนม) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณถาวรครับ

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญประท้วงได้ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงท่านประธานว่ากระทําผิด ข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ปล่อยให้ผู้อภิปรายในขณะนี้นะครับ ได้พูดนอกประเด็น เพราะผมได้ นั่งฟังมาพอสมควรแล้วว่าประเด็นที่ผู้อภิปรายในขณะนี้นั้นไม่ได้พูดเกี่ยวข้องกับนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้เลย ฉะนั้นท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยนะครับ เพราะถ้าหากว่าปล่อยให้มีการพูดนอกประเด็นอย่างนี้ก็จะมีปัญหากระทบกระทั่ง กับบุคคลทั่ว ๆ ไป ก็จะไม่ไปสู่เปัาหมายที่พวกเราต้องการความสมานฉันท์และ ความปรองดองได้ครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ถ้าคุณประท้วงผมไม่ได้หรอก เพราะว่าผมไม่ได้อภิปราย ถ้าคุณจะประท้วงก็ประท้วงว่าเขาอภิปรายไม่เปึนไปตาม ข้อบังคับ ข้อ ๔๓

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมประท้วงท่านประธาน เพราะท่านประธานเปึนผู้ควบคุมการประชุม รัฐสภาแห่งนี้ ฉะนั้นท่านประธานมีหน้าที่ในการที่จะวินิจฉัยว่าผู้ที่อภิปรายได้อภิปราย อยู่ในประเด็นหรือไม่

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณก็ต้องประท้วงว่าเขาอภิปราย นอกประเด็น ผมจะได้วินิจฉัยว่านอกประเด็นไหม

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายที่อภิปรายเมื่อกี้ว่าอภิปรายนอกประเด็น ซึ่งการจัดซื้อรถดับเพลิง เรือดับเพลิงอะไร ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบายของรัฐบาล ฉะนั้นท่านประธาน ได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณถาวรครับ เราอภิปราย ในเรื่องนโยบายของรัฐบาลกับความสามารถในการปฏิบัติตามนโยบาย ยังไม่เกี่ยวกับ การไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นอย่าไปไกลเกินกรอบที่มันมีอยู่ ขอให้กลับ เข้ามาหาที่เรากําลังพูดกันอยู่นะครับ

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ผมจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผู้ที่จะนํานโยบายไปสู่การปฏิบัตินั้นและรับไว้ต่อสภาในหน้า ๒๘ ว่าจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต นี่คือสิ่งที่ผมจะดึงกลับมาสู่ การอภิปรายให้อยู่ในประเด็น ท่านประธานครับ คตส. ได้ตรวจสอบแล้วว่าผู้ว่าราชการ จังหวัดกรุงเทพมหานครในยุคนั้นชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ทําให้ราชการเสียหาย ๑,๙๐๐ ล้านบาท

(นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครพนม) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เขาก็ประท้วงอีกนั่นละครับ เพราะว่าเปึนคํากล่าวหานะครับ ผมว่าคุณถาวรเอาอยู่เฉพาะเรื่องนโยบายดีกว่านะครับ เชิญนั่งครับ

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธาน ครับ ทีนี้ประเด็นปัญหามีอยู่ว่าเงินงบประมาณในแต่ละป้ที่จะนําไปสู่การปฏิบัตินั้นเปึน เรื่องสําคัญอย่างมากที่ทุก ๆ คนที่เปึน ส.ส. และ ส.ว. จะต้องช่วยกันตรวจสอบการบริหาร ราชการแผ่นดิน และที่สําคัญที่สุดก็คือพวกเราจะต้องทําหน้าที่ให้เปึนไปตาม พระบรมราโชวาทซึ่งได้ให้ไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒ ที่ท่าน ได้มีพระบรมราโชวาทไว้ว่าขอให้ควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอํานาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อน วุ่นวายได้ ดังนั้นการที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเพราะต้องการที่จะดําเนินงานตามหน้าที่ ตามที่พระบรมราโชวาทมีไว้ว่าจะควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอํานาจครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณเชาวริน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมตั้งใจจะประท้วง ท่านสมาชิกที่อภิปรายตั้งแต่เริ่มสตาร์ท (Start) แล้ว แต่บังเอิญผมเข้าธรรมศาสตร์ ป้ ๒๕๐๙ เรียนบัญชี ย้ายคณะ ทางคณะนิติศาสตร์ให้ผมลดชั้นไปเรียนรุ่นป้ ๒๕๑๐ ก็เลยเรียนรุ่นเดียวกัน ท่านผู้อภิปรายเปึนเพื่อนผมและไม่ใช่เปึนเพื่อนที่อํามหิต ผมก็เลย ไม่รบกวนเวลา ไม่รบกวนสมาธิปล่อยให้ท่านพูดจนจบ แล้วผมก็ขอประท้วงว่าท่านได้ทํา ความเสียหายให้เกิดขึ้นกับผมในฐานะที่เปึนสมาชิกของพรรคพลังประชาชน ในประเด็น ที่ท่านอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตซื้อยานยนต์หุ้มเกราะของกองทัพบก ๙๖ คัน ท่านทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งแล้วไปเจอกันตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ฟังการถ่ายทอดต้องเข้าใจว่ารัฐบาลนี้ทํา ความไม่ถูกต้องในการซื้อยานยนต์หุ้มเกราะ ขอกราบเรียนว่ายังไม่ได้ซื้อครับ เปึนเรื่อง ของรัฐบาลที่ผ่านมาซึ่งมาจากไหนผมไม่ทราบ สนช. ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วว่าเรื่องการซื้อยานยนต์หุ้มเกราะของกองทัพบกนั้นเปึนการกระทําที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็ ยังไม่ได้ลงนาม จะผ่านกระบวนการมากี่ครั้งกี่ตอนก็ตามเถอะครับ แต่รัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมที่พ้นตําแหน่งไป ขออภัย พลเอก บุญรอด ไม่ยอมเซ็นเพราะมัน ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมขอโอกาสตรงนี้กราบเรียนเชิงประท้วงนิด ๆ ว่าที่ท่านพูดไว้ว่า ไปเจอกัน ตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทําให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ทําผิด เพราะที่จริงไม่ใช่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเสียด้วยซ้ําว่า ให้รีบดําเนินการเรื่องนี้เพื่อดูแลชีวิตพี่น้อง ทหาร ตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

พอได้แล้วนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เพราะว่ารถเหล่านี้จะเปึนประโยชน์ในการปัองกันความปลอดภัยให้กับ พี่น้องทหาร ตํารวจครับ ย้ําอีกประโยคเดียวท่านประธานครับ ไม่ใช่การทุจริตจากรัฐบาล ชุดปัจจุบัน เพราะฉะนั้นคําว่า ไปเจอกันตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ นี่ผมขอทําความเข้าใจ และท่านจะวินิจฉัยอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณเชาวรินไม่ได้ประท้วง เพราะว่าเขาทําผิดข้อบังคับนะครับ เพราะว่าเขาก็ไม่ได้กล่าวหา เพียงแต่ว่ามันพาดพิง คุณเชาวรินก็มีโอกาสชี้แจงแล้ว ก็เปึนอันจบกันไปนะครับ

(นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ มีอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย ผมประท้วงท่านประธานครับ เพราะเมื่อสักครู่ ท่านประธานปล่อยให้เพื่อนสมาชิกที่ยกมือขึ้นประท้วง แต่ไม่ได้ประท้วงอะไรเลย แล้วท่านปล่อยให้พูดอยู่เกือบ ๑๐ นาที แล้วผมก็คิดว่าท่านปล่อยบ่อยด้วยครับ เมื่อวานซืนนี้ ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ท่านไม่อนุญาต แต่เวลาท่านนี้ขึ้น ท่านก็อนุญาตปล่อยให้ พูดยาวโดยไม่ได้ประท้วงอะไรเลย เพียงแต่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ที่จริงเมื่อวานซืนผมมีเรื่อง ที่จะชี้แจง แล้วก็คิดว่าเปึนเรื่องเสียหายต่อบ้านเมือง แต่ท่านประธานไม่เป่ดโอกาสให้ผม ผมคิดว่าท่านควรจะดําเนินกระบวนการให้เสมอภาคกันครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณเชาวรินเขาลุกยืนขึ้น ยกมือ เปึนลักษณะการประท้วง ซึ่งข้อบังคับก็บอกว่าต้องเป่ดโอกาสให้เขาชี้แจง พอฟังแล้วว่า เขาไม่ได้ประท้วง ผมก็บอกว่าพอแล้วเพราะไม่ได้ประท้วง ก็ต้องฟังเขาจนจบนะครับ แต่ว่าเมื่อวานซืนเรื่องมันถกกันไปถกกันมาหลายหนแล้ว ก็คิดว่าพอสมควรแก่เวลา พอสมควรแก่เรื่องแล้วก็ควรจะยุติ ไม่ได้เข้าข้างใครหรอกครับ เพราะว่าก็ให้เท่า ๆ กันทั้งคู่ เดินหน้าต่อไปดีกว่านะครับ ต่อไป คุณถาวรมีอะไรอีกครับ

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

มีนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผม ถาวร เสนเนียม จากสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สิ่งที่ผมตั้ง ประเด็นเปึนข้อสังเกตไว้นั้นจริง ๆ ก็เพื่อนรักลุกขึ้นมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ต้องขอขอบคุณว่าท่านรัฐมนตรียังไม่ได้เซ็น จัดซื้อนะครับ แต่อย่างไรก็ตามอยากฟังจากปากของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมโดยตรงว่าท่านลงนามในสัญญาจัดซื้อหรือยัง เพื่อให้เปึนที่กระจ่างชัดต่อรัฐสภา แห่งนี้ และพี่น้องทหารหาญ ตํารวจชั้นผู้น้อยจะได้รู้สึกมีขวัญกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญต่อไปคุณสรรพภัญ็ูครับ

นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ท่านประธานรัฐสภา กระผม สรรพภัญ็ู ศิริไปล์ พลังประชาชน มหาสารคาม ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การแถลงนโยบายของรัฐบาลวันนี้เปึนวันสุดท้าย พรุ่งนี้ ก็เริ่มใช้ ซึ่งเปึนนโยบายที่สุดยอด ครอบคลุมทุกปัญหานะครับ แต่มันเปึนเพียงนโยบาย ยังไม่มีแผนปฏิบัติงานที่เห็นเด่นชัดเปึนความจริง เพราะฉะนั้นดังเคยมีสโลแกน (Slogan) ของพรรคพลังประชาชนบอกว่า นโยบายดี ๆ ใครก็พูดได้ แต่พูดแล้วทําได้จริงคือ พรรคพลังประชาชนซึ่งขณะนี้พรรคพลังประชาชนเปึนแกนนําของรัฐบาล เพราะฉะนั้น ขอฝากท่านประธานบอกท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า พูดแล้วต้องทําให้ได้นะครับ ท่านครับ นโยบายที่เสนอมาพูดมาก็หลายครั้ง หลายท่านก็พูดวิจารณ์กันแล้วไม่ว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เอสเอ็มแอล เอสเอ็มอี (SME) ต่อต้านยาเสพติด หรือต่าง ๆ นะครับ ผมจะไม่พูดอีกเพราะว่าหลายท่านพูดแล้ว แต่ผมขอเสนอแนะรัฐบาล ๓ ประการ

ประการแรก คือเรื่องชลประทานระบบท่อ ในฐานะผมเปึนคนอีสาน ลูกมหาสารคาม ผมขอบอกเสนอแนะท่านว่านโยบายตัวนี้ชลประทานระบบท่อขอให้เปึน วาระแห่งภาค เพราะว่าวาระแห่งชาติท่านมีแล้ว ขอให้กําหนดเปึนวาระแห่งภาค ไม่ว่า ภาคใต้ก็วาระความสงบ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคอีสานขอเปึนวาระแห่งชาติ คือชลประทานระบบท่อ ท่านประธานครับ บอกท่านนายกรัฐมนตรีด้วยบอกว่าผมไม่รอ หรอกครับ คนมหาสารคามไม่รอแม่น้ําโขง จะขอเปึนแม่น้ําชีก่อน และขอเปึนโครงการ นําร่อง เปึนโครงการนําร่องชลประทานระบบท่อ ซึ่งทราบว่าสํารวจออกแบบเรียบร้อยแล้ว โครงการนี้เรียกว่า โครงการชี-เสียว ชี-เสียวเพราะว่าสูบจากแม่น้ําชีมาถ่ายลงลําน้ําเสียว เลยกลายเปึนโครงการชี-เสียว

เริ่มต้นโครงการจะเริ่มจากส่วนที่ ๑ ผมเข้าประเด็นเลย สูบจากบ้านอุปราช บ้านท่าสองคอน อําเภอเมือง เพิ่มให้กับอ่างเก็บน้ําหนองบ่อบรบือ ส่วนอ่างเก็บน้ํา หนองบ่อบรบือกระจายตามลําน้ําเสียว ผ่านอําเภอวาป้ปทุม ถึงอําเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ส่วนน้ําชีปล่อยลงแม่น้ําเสียว เรียกว่า ชี-เสียว ตอนนี้ชี-เสียว

ส่วนที่ ๒ สูบจากอ่างเก็บน้ําหนองบ่อบรบือไปอ่างเก็บน้ําห้วยค้อ อําเภอ นาเชือก แนวตัดผ่านปล่อยน้ําให้อ่างเอกสัตย์สุนทร และลําห้วยเชียงคํา และอ่างเก็บน้ํา หนองคูขาด และจากอ่างเก็บน้ําห้วยค้อปล่อยผ่านไปอําเภอยางสีสุราช และอําเภอ พยัคฆภูมิพิสัยต่อไปครับ

ส่วนที่ ๓ สูบน้ําจากอ่างเก็บน้ําห้วยค้อผ่านไปห้วยแดงคงและลําห้วยอื่น ๆ ถึงอําเภอนาดูนนะครับ ผมกราบขอท่านว่าเปึนนโยบายที่เร่งด่วน

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ และอีกอันหนึ่งผมขอเสนอแนะการพัฒนา คุณภาพชีวิตครู ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะบริหารครับ ขณะนี้ ครูบาอาจารย์ไม่เปึนอันกินอันนอนอันหลับแล้วครับ เพราะว่าส่วนมากทําอาจารย์ ๓ ระดับ ๘ โรงเรียนก็รู้สึกจะไปสายครับ เพราะมั่วยุ่งเฉพาะอาจารย์ ๓ ระดับ ๘ ผมขอ เสนอแนะทางผู้บริหารดังนี้ ทางฝ์ายรัฐมนตรีนะครับว่าถ้าอาจารย์คนไหนมีอายุราชการ ถึง ๒๐-๒๕ ป้ คุณภาพคับแก้วแล้วตอนนั้น ผมเห็นสมควรว่าให้ท่านอนุมัติเลย อาจารย์ ๓ ระดับ ๘ อนุมัติเถอะครับ เพื่อเด็กนักเรียนจะได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ ท่านพอจะเข้าใจนะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ระบบการขนส่งนะครับ แถวอีสานบ้านผมมันมีอยู่ ๒ ระบบ ๑. ถนนหัวแดง ถนนหัวแดงคือถนนลูกรังครับ อีกอันหนึ่งคือถนนดํานะครับ ซึ่งโครงการพวกนี้ในเขตพื้นที่ของกระผมไม่ค่อยได้รับการเหลียวแลนะครับ ถนนหัวแดง มันน่าจะพิจารณาพัฒนาเปึนถนนลาดยาง ส่วนถนนดําคือถนนลาดยางส่วนมาก เปึนหลุมเปึนบ่อ ผมออกไปพบปะพี่น้องเปึนหลุมเปึนบ่อหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป ชาวบ้าน ก็เรียกถนนแบบนี้ถนนหัวควย เพราะว่าเปึนภาษาอีสานครับ บอกว่าถนนหัวควยนะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดออกไปตรวจราชการนะครับ เขาบอกว่าถนนอําเภอคนละอําเภอ ถนนท่าเชือก เขาบอกว่าเปึนถนนหัวควยครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณสรรพภัญ็ูครับ ขอให้ถอน เถอะครับ เพราะเปึนคําไม่สุภาพ

นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ภาษา อีสานสุภาพนะครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

นั่นเปึนภาษาพูดนะครับ เพราะว่าเวลาเขาบันทึกไปมันจะบันทึกตามเสียง

นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

หัวฟัด หัวเหวี่ยงนะครับ ถอนครับ ถอนคําว่า หัวควย ออก เปึน หัวฟัดหัวเหวี่ยง ครับ ผมกราบขอบคุณท่านครับ หมดเวลาพอดีครับ สวัสดีครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ขอเชิญคุณเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเสียดายที่มีโอกาส อภิปรายในวันนี้ แต่ว่าเสียโอกาสที่จะอภิปรายต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายครั้ง ที่ผมได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสารมวลชนพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้มีโอกาส ที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อหน้าท่านสักครั้งหนึ่งตั้งใจว่าวันนี้จะพูดจากับท่านโดยผ่าน ประธานรัฐสภานะครับ แต่ไม่เปึนไรผมคิดว่าข้อเสนอแนะของผมและคําอภิปรายของผม จะฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานซืนผมได้มี โอกาสนั่งฟังการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความรู้สึกกังวล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านคํานโยบายของท่านแบบตะกุกตะกักตลอดเวลา ๑ ชั่วโมง ผมเอาใจช่วยท่านว่าขอให้ท่านได้อ่านได้จบด้วยดีไม่อยากจะให้มีเหตุอะไรเกิดขึ้นระหว่าง ที่ท่านได้อ่านคําแถลงนโยบาย แต่เข้าใจได้นะครับว่าหลังจากแถลงแล้วท่านได้สารภาพ กับสภาแห่งนี้ว่านโยบายทั้งหมดท่านไม่ได้เปึนคนเขียน ท่านไม่ได้เห็น ท่านไม่ได้เปึน คนแก้ ซึ่งผมเข้าใจได้ว่าท่านไม่ได้รับรู้เรื่องนโยบายจริง ๆ เพราะท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ที่มาจากมือที่มาจากเมืองนอกให้ท่านบริหาร เพราะฉะนั้นเข้าใจท่านได้และให้อภัยท่าน แต่สิ่งที่ได้อ่านในคําแถลงนโยบายผมเองก็เคลิบเคลิ้มกับข้อแถลงนโยบายของ นายกรัฐมนตรี ในข้อ ๑.๑

(นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ร้อยเอ็ด) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

มีคนประท้วง เชิญครับ

นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมประท้วงผู้อภิปรายที่ได้อภิปรายว่านายกรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้ง ของมือเมืองนอก ขอให้ท่านผู้อภิปรายถอนครับ คํานี้ครับ เพราะเปึนคําที่ไม่ถูกต้องครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณเทพไทครับ ถ้อยคํานั้น ออกจะเปึนการเสียดสีนะครับ ถอนเสียเถอะ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ หักเวลาให้ผมด้วย เหลือ ๖ นาทีแล้วครับ ผมมีเวลา ๑๐ นาทีครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ถอนหรือเปล่า

ถ้าอธิบายอย่างนั้นก็แล้วไปครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ขอบคุณครับท่านประธาน ข้อ ๑.๑ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟุ๋นฟูประชาธิปไตย โดยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันของประชาชน

(นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ร้อยเอ็ด)ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวครับ มีคนประท้วง

นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กระผมเองอยากกราบเรียนท่านประธานว่าคําที่ผู้อภิปราย ได้แสดงออกนั้นนะครับ ก็ขอให้มีสุภาพบุรุษในทางการเมือง ขอให้อภิปรายตรงไปตรงมา ขอให้ถอนเถอะครับ การประชุมสภาจะเรียบร้อย และพี่น้องอยากฟังเนื้อหาสาระ การอภิปรายนโยบายของรัฐบาล ขอกราบท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เขาชี้แจงประกอบแล้ว ไม่เสียหายแล้ว เขาว่าเปึนการลงคะแนนจากเมืองนอก นอกราชอาณาจักร เชิญครับ

นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

ก็ถือว่าถอน นะครับท่านประธาน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เขาอธิบายเพิ่มเติม ไม่ได้ถอนครับ เขาอธิบายเพิ่มเติม

นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

ไม่ได้นะครับ ต้องถอนให้ชัดเจน อย่ากํากวมนะครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เขาอธิบายชัดเจนแล้ว

(นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครพนม) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

เชิญครับว่าอย่างไรครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธานครับ ที่วินิจฉัยว่า

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ประท้วงไม่ได้ครับ คําวินิจฉัย ของประธานเปึนเด็ดขาด

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ผมประท้วงคนที่ อภิปรายนะครับ ที่อธิบายบอกว่ามือที่มาจากเมืองนอกตั้งนายกรัฐมนตรี อธิบายบอกว่า เปึนเพราะมีคะแนนที่เขาลงคะแนนจากเมืองนอกมา ความจริงแล้วคะแนนที่เลือก พรรคพลังประชาชนนั้นมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ฉะนั้นจึงไม่สามารถที่จะอธิบาย คําพูดคํานี้ได้ชัดเจน ผมยังถือว่าผู้อภิปรายได้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ในประเด็นที่ว่า ใช้ วาจาอันไม่สุภาพเสียดสีนะครับ ฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้สั่งให้ผู้อภิปรายถอนคําพูด ที่บอกว่า มือที่มาจากเมืองนอก ออกจากการประชุมรัฐสภาแห่งนี้ครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ เมื่อเขาพูด ครั้งแรกลักษณะเปึนคําเสียดสีจริง แต่เมื่อมีประท้วงแล้วและเขาอธิบายว่าเปึน การลงคะแนนจากเมืองนอกคือการลงคะแนนนอกราชอาณาจักร ซึ่งก็จะไม่ได้ทําให้เกิด ความเสียหายกับใคร แต่ส่วนเจตนาจริง ๆ ที่เขาพูดนั้นจะฟังได้หรือไม่ได้อย่างไร ประชาชนย่อมเข้าใจก็จะเสียหายกับตัวเขาเองนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาอธิบาย อย่างนั้นแล้วก็ต้องจบกันไปนะครับ เชิญครับ ผมคิดว่าอนาคตยังไกลนะครับ อย่าไปใช้วิธี อย่างนั้นเลย

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านประธานที่เข้าใจว่า มือเมืองนอกนี่คือคะแนนเสียง แต่ว่าผมไม่เข้าใจว่าคนที่ประท้วงผมนี่เขาหมายถึงใคร มือเมืองนอกในความหมาย ของเขานะครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

อย่าเลยครับ พูดอย่างนั้น เดี๋ยวก็จะเปึนเรื่องเปึนราวต่อไป เชิญอภิปรายได้ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ในเรื่อง ความสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟุ๋นฟูประชาธิปไตย เสริมสร้าง ความเข้าใจร่วมกันของประชาชนให้เกิดความสมานสามัคคี เปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน กับอีกข้อหนึ่งที่ผมจะอภิปรายก็คือเรื่องเสริมสร้างมาตรฐานคุณธรรมในข้อ ๘.๑.๕ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมกังวลหลังจากท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายแล้ว ผมได้รับจดหมายเป่ดผนึกของคณะกรรมการญาติวีรชน ๖ ตุลาคม เครือข่ายพิทักษ์ เจตนารมณ์ ๖ ตุลาคม และเพื่อนมิตร ๖ ตุลาคม ถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้าน ในจดหมายเขียนว่าอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ให้ดําเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของนายสมัคร สุนทรเวช ที่เปึนถึงนายกรัฐมนตรีแห่ง ประเทศไทยแต่บิดเบือนประวัติศาสตร์ของชาติตน ให้สัมภาษณ์นักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) เกี่ยวกับ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้ว เชิญครับท่านเชาวริน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อย่างที่ท่านประธาน ได้กล่าวไปแล้วหลายครั้งหลายหนว่า อยากให้การอภิปรายเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ขอประท้วงท่านผู้พูด ผู้อภิปราย ให้อยู่ในประเด็น ไม่ต้องไปเอาจดหมายญาติวีรชนอะไรต่ออะไรมาพูดเกี่ยวกับ นโยบายนี่เลยครับ ผมว่ามันเปึนวิธีการที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยเท่าไร อย่าเลยท่านประธาน ขอให้วินิจฉัยด้วยนะครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ยังวินิจฉัยไม่ได้ เพราะยังฟัง ไม่จบ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ขอบคุณครับท่านประธาน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

แต่ก็ขอให้ระมัดระวังว่าอย่าไป ทําอะไรที่มันจะทําให้เกิดกินแหนงแคลงใจกันเลยนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ แต่เปึนข้อเท็จจริงครับ ซึ่งท่านประธานสภา ท่านยงยุทธท่านได้รับ ผมก็เลยมาขยายต่อให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่าเขาเขียนว่า กรณีสัมภาษณ์ต่อสํานักข่าว ซีเอนเอนเกี่ยวกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่อาจจะสร้างความเสื่อมเสียและเกิด ความแตกแยกในชาติขึ้นได้ เขาห่วงครับ มันสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลต้องการ ความปรองดองสมานฉันท์ เหตุที่เกิดขึ้นก็คือว่าเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ที่นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดนี่ครับท่านประธานครับ มันเปึนเหตุการณ์ ถ้าเปึนแผลมันตกสะเก็ดแล้ว แต่ผม ไม่รู้เหตุผลกลใดที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ผู้สื่อข่าวซีเอนเอน นายแดน รีเวิร์ส นี่ครับ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวเลขผู้เสียชีวิต อย่างเปึนทางการอยู่ที่ ๔๖ ราย และมีหลายคนบอกว่าจริง ๆ มันสูงกว่านั้น ท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ ตอบว่าสําหรับผมไม่มีใคร เสียชีวิต ยกเว้นชายโชคร้ายคนหนึ่งที่ถูกทําร้ายและถูกเผาที่สนามหลวงมีเพียงคนเดียว เท่านั้น ผมอยากจะชี้แจงประเด็นนี้ครับเปึนประเด็นสําคัญ และผมบังเอิญได้ไปค้นพบ หนังสือฉบับหนึ่งครับ เขียนโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ เขียนหนังสือ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวครับ ช่วยบอกว่าแล้วมัน เกี่ยวกับการแถลงนโยบายอย่างไรก่อนครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

เกี่ยวสิครับท่านประธาน เพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีความที่จะสร้างความปรองดอง ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทําให้เรื่องความปรองดองไม่เปึนจริงตามนโยบาย เข้าใจไหมครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

โยงมาให้ได้ก็แล้วกัน

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

หนังสือโหงว นั้ง ปัง นี่ครับ เขียนโดยนายวีระ มุสิกพงศ์

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวครับ มีคนประท้วงอีกแล้ว เชิญคุณจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วผมเองก็ไม่ต้องการจะประท้วงผู้พูด เพราะว่าเปึน พรรคพวกเรียนสถาบันเดียวกันมา แต่อยากจะเรียนกับท่านประธานว่า เรื่องกรณี เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ นะครับ ไม่ควรจะอยู่ในวาระของการแถลงนโยบาย กันอีกแล้ว ปัญหาก็คือว่าการหยิบยกขึ้นมามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหานโยบาย พวกเรา เองได้ใช้ความอดทน ในขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เขาบอกว่า เหตุที่ไม่เข้า ป์าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะพรรคคอมมิวนิสต์เปึนพวกล้มล้างสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมบอกว่าคนในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เองก็เคยเข้าป์ากันมาก่อน คนเหล่านี้ล้มสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือเปล่า

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ที่จะประท้วงน่ะ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ที่ผม ประท้วงเพราะว่าถ้าปล่อยเรื่องนี้หยิบยกหนังสือนี้มา การอภิปรายมันจะมีต่อไปไม่ได้ เหตุการณ์นี้มันเกิดมายังไม่มีข้อสรุปอะไร แล้วนายกรัฐมนตรีเขาแถลงแล้วว่า มุมที่เขา มองเห็น ไม่ได้บอกไปทั้งเหตุการณ์ว่าตายเพียงแค่คนเดียว แต่เขาบอกว่าที่เขาอยู่ที่ สนามหลวงเขาเห็นกรณีที่คนหนึ่งถูกเผาทั้งเปึนเท่านั้นเอง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณจตุพรครับ เวลาประท้วง ต้องประท้วงว่าผิดข้อบังคับอย่างไร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ข้อ ๔๓ สิครับ เพราะว่าการเอาประเด็นนี้มามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนโยบาย

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

แปลว่านอกประเด็นนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ครับ นอกประเด็นครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญนั่ง

(นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สงขลา) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญ ประท้วงใช่ไหมครับ ตกลง ๓ คน ใครจะประท้วง

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานครับ ผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมเองเห็นผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นะครับ ก็เห็นมา ๒–๓ ครั้งแล้วครับ แต่เห็นว่าเปึน ส.ส. ใหม่ก็เลยให้โอกาส แต่ว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับท่านครับ เวลายกมือขึ้น มาแล้วก็ยืนขึ้นมานี่ ท่านต้องวินิจฉัยว่าจะให้ผิดข้อบังคับข้อไหน ไม่ใช่ว่าท่านประธาน พูดให้ยาวไปก่อนแล้วให้จบเรื่องไปก่อน แล้วก็ผู้ประท้วงก็นั่งลงไปเฉย ๆ แค่นั้นนะครับ ท่านประธานต้องขอวินิจฉัยก่อนครับท่านครับก่อนที่จะให้พูด ขอบพระคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

จะวินิจฉัยยังไม่ได้หรอก ถ้ายัง ไม่รู้ว่าเขาประท้วงเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นก็ต้องฟังจนรู้ว่าเขาประท้วงเรื่องอะไร หรือไม่ประท้วง เขาประท้วงแล้วรู้แล้ว ตอนนี้รู้แล้วว่าเขาประท้วงว่านอกประเด็น แต่ทีนี้ คุณกําลังประท้วงเขา ก็ต้องฟังคุณก่อนอีกเหมือนกัน คุณจะประท้วงเขาว่าอย่างไร ไม่ประท้วงแล้วใช่ไหมครับ

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ผมจะเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้นะครับ เมื่อสมาชิก

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

นั่นหลักเดียวกันครับ ต้องใช้กับ ทุกคน คือเมื่อเขายืนขึ้นประท้วงก็ต้องฟังจนกว่าจะรู้ว่าเขาประท้วงอะไร ตอนนี้ก็กําลังฟัง คุณว่าคุณกําลังประท้วงเรื่องอะไร จะได้วินิจฉัยเสียทีเดียว คุณจะประท้วงอะไรหรือเปล่า

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ผมเพียงแต่เรียน ท่านประธานว่า ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

อันนั้นผมก็ชี้แจงแล้วว่าเมื่อกี้ยัง วินิจฉัยไม่ได้เพราะยังไม่รู้ว่าเขาประท้วงอะไร บัดนี้รู้แล้ว ถ้าอย่างนั้นคุณนั่งได้

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตาก) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

เชิญทางนี้ก่อน ประท้วง เรื่องอะไร

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านผู้ที่ประท้วงว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ เพราะว่า คือมีแต่เฉพาะรัฐมนตรีเท่านั้นครับที่จะมีสิทธิมาชี้แจงหรือว่าตอบข้อซักถามของ ท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายนะครับ แต่ว่าผมสังเกตจากการประชุมสภา หลายท่านนั้น ท่านขึ้นมาประท้วงนี่ท่านชี้แจงแทนท่านรัฐมนตรีหรือครับ ข้อ ๑๐๔ ครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เมื่อกี้เปึนการอธิบายคําประท้วง อันนั้นเอาไว้ก่อน

(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (หนองบัวลําภู) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายนะครับ ข้อ ๔๓ ซึ่งนําวัตถุเข้ามาแสดงในที่ประชุมโดยไม่ทราบว่าขออนุญาตท่านประธานหรือยัง ช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

วัตถุอะไรครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

หนังสือเมื่อกี้ครับท่านประธานครับ เปึนเอกสารแล้วก็เปึนหนังสือครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คําประท้วงที่ว่านอกประเด็น ไม่เกี่ยวกับประเด็น ผู้อภิปรายอธิบายว่ากําลังอภิปรายนโยบายในเรื่องของการสร้าง ความสมานฉันท์ การปรองดอง เพราะฉะนั้นก็ต้องให้เขาพูดต่อไปจนกว่าจะรู้ว่ามันจะทํา นโยบายนั้นได้หรือไม่ได้อย่างไรนะครับ แต่ว่าผู้อภิปรายก็ต้องระมัดระวัง อย่าไปสร้าง ความกระทบกระเทียบหรือการใส่ร้ายหรือการเสียดสีให้เกิดขึ้นนะครับ กรุณาระมัดระวังด้วย

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอหารือนิดหนึ่งได้ไหมครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

นิดเดียวครับท่านประธานครับ และเพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมขอโอกาสนิดเดียว เอาเปึนอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่า ท่านสมาชิกที่จะอภิปรายต่อไปก็คงจะต้องพูดเรื่องนั้น แล้วก็ต้องมีการประท้วงกันต่อไป ไม่สิ้นสุด เอาไว้ยกยอดตอนท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ในนี้ แล้วก็ถามกันต่อหน้าเลย ดีไหมครับ ผมขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนว่า ในอดีตเคยมีกันอย่างนี้ ฝ์ายหนึ่งพูด ฝ์ายหนึ่งประท้วง มันเกิดกรณีขึ้นมาจนผู้ประท้วงก็ไม่รู้จะประท้วงอะไร หันไปซ้ายก็ไม่มี พวก หันไปขวาก็ไม่มีพวก ก็เลยหันไปข้างหลังบอกพี่ประท้วงข้อไหนดี สมาชิกอยู่ข้างหลัง บอกคุณบอกเลย ประท้วงทุกข้อ เขาก็บอกของเขาประท้วงทุกข้อ มันจะเกิดเหตุการณ์ อย่างนั้นซ้ํารอยขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมขอหารือว่า ถ้าเรื่องที่จะอภิปรายเมื่อกี้นี้ครับ ยกยอดไปตอนท่านนายกรัฐมนตรีมาตอนค่ําดีกว่าครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คือเรื่องนี้จริง ๆ ก็มีผู้อภิปราย ไปแล้วตอนต้นนะครับ แล้วก็ตามข้อบังคับก็คือไม่ให้พูดซ้ําประเด็นกับที่ผู้อื่นพูดอยู่แล้ว นี่ถ้าจะเท้าความนิดหน่อยอย่างที่เท้าความมาเมื่อสักครู่ก็เปึนอันใช้ได้ ต่อไปที่จะพูด ต่อไปนี้ เปลี่ยนไปเรื่องอื่นได้ไหมครับ จะได้ไม่ไปซ้ํากับที่เขาอภิปรายกันมาแล้วนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องการจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า การสมานฉันท์ที่จะ เกิดขึ้นได้ตามนโยบายรัฐบาล ทุกคนต้องพูดความจริง วันนี้นายกรัฐมนตรีไปพูดที่ เมืองนอก ให้ซีเอนเอนพูดว่าตาย ๑ คน แต่ว่าพูดในหนังสือ โหงว นั้ง ปังนี่บอกว่าตาย ๔๘ คน เปึนคําพูดของนายกรัฐมนตรีเองนะครับ พูดที่มหาวิทยาลัยซินเต้ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๒๐ เวลามันอาจจะเนิ่นนาน ทําให้ความจําของ ท่านอาจจะจําไม่ได้ก็ได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมก็ยกแค่นี้ครับท่านประธานครับ แต่ผมกังวลเพราะว่า เมื่อวานซืนท่านนายกรัฐมนตรีท่านออกมาสาบานที่สภาต่อหน้า ท่านประธานนี่ครับ ว่าท่านไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ถ้าหากว่าท่านเกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ขอให้ท่านมีอันเปึนไป ตรงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า คําสาบาน คําขอโทษนี่ มันไม่สามารถที่จะลบล้าง ข้อเท็จจริงได้ ผมอยากจะเรียนว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในสื่อสารมวลชนหลายแขนง บันทึกนักโทษหญิงของคุณสุชีลา ตันชัยนันท์ บอกว่าตายทั้งหมด ๓๐ กว่าคน มีหลักฐาน เรียบร้อย มีใบชันสูตรศพเรียบร้อย นิตยสารรําลึก ตุลารําลึก บันทึกของมูลนิธิร่วมกตัญ็ู บอกว่าประชาชนตายไม่น้อยกว่า ๕๓๐ คน

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (อุดรธานี) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอ ประท้วงผู้กําลังอภิปรายในข้อ ๔๓ ครับ ยังใช้เอกสารอ้างอิงยังไม่ได้ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผมขอท่านประธานช่วยกรุณาวินิจฉัยครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เขายกชูขึ้นมาเฉย ๆ ครับ เชิญต่อไป เถอะครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ เขาอ่านด้วยครับ ผมเห็นครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ไม่ได้อ่าน ผมเห็นแล้ว เขาเพียงแต่ หยิบ ๆ หลีกเลี่ยงเสียได้เปึนการดีครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตเลยนะครับท่านถ้าอย่างนั้น เพื่อไม่ให้ขัดข้อบังคับ ขออนุญาตท่านครับ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมนั้น ผมคิดว่ามันมีหลักฐานปรากฏอยู่ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน หลายเหตุการณ์มากครับว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ผมจะถามแค่ ๒ ข้อแค่นั้นเองก็คือ นายกรัฐมนตรีเปึนนักจัดรายการ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออีกทีเถอะครับ ขออีกทีเดียว ที่ผมหารือ ท่านประธานเมื่อสักครู่เอาว่ารอตอนท่านนายกรัฐมนตรีมาไม่ดีกว่าหรือครับ นี่ผู้พูด บอกว่าจะถามอีก ๒ ข้อแล้วใครจะมาตอบละครับ เอาให้ถามตอนท่านนายกรัฐมนตรี มาดีกว่าท่านประธานลองวินิจฉัยสักนิดเถอะครับ หรือว่าท่านไม่มีเรื่องอื่นจะพูด พูดได้แต่ เฉพาะเรื่องนี้

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คือผมบังคับให้เขารอไม่ได้ เจ้าตัวจะรอไหม

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตประท้วง ขอประทานอภัยว่าผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน้าใหม่ก็จริงนะครับ แต่ว่าผมก็อ่านข้อบังคับเช่นเดียวกัน ประเด็นที่ผู้อภิปรายได้ออกมา พูดไม่ว่าจํานวนผู้เสียชีวิต คนที่เปึนนายกรัฐมนตรีเขาตอบว่าเขาไม่ได้บอกว่า ทั้งเหตุการณ์ ๑ ชีวิต เขาตอบว่าที่เขาเห็น แล้วประเด็นนี้เขาก็ได้ตอบกันไปแล้ว แล้วถ้า เท้าความเรื่องประเด็นนี้สภาต้องตั้งวาระกัน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นไม่ได้ประท้วงครับ อย่างนั้นชี้แจง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมก็บอกว่าประเด็นนี้ตอบไปแล้ว

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญนั่งเถอะครับ เชิญเถอะครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นาย สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ หลายคนลุกขึ้นมาประท้วงคุณเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. ของนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้คุณเทพไทกําลังอภิปราย เรื่องการแถลงนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ คุณเทพไทกําลังดําเนินตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๓ ครับ ข้อ ๑๐๓ ก็คือพูดถึงความเหมาะสมของนโยบายและ ความสามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดิน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

แล้วที่คุณลุกขึ้นชูมือจะประท้วง นั้นประท้วงอะไร

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ประท้วงว่า ขณะนี้ครับมีคนประท้วงว่าคุณเทพไทอภิปรายอยู่นอกประเด็นบ้าง คุณเทพไทใช้สื่อ ต่าง ๆ บ้าง แต่ผมบอกว่าขณะนี้คุณเทพไทกําลังอภิปรายอยู่ในประเด็น อยู่ในข้อบังคับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้ช่วยวินิจฉัยให้ด้วย แล้วก็ข้อ ๑๐๔ ครับ ท่านประธานสมาชิกไม่มีสิทธิที่จะตอบข้อชี้แจง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ก็ถ้าไม่มีเรื่องประท้วงก็กรุณา อย่าลุกขึ้นประท้วงนะครับ คนที่เขาประท้วงผมก็ค่อย ๆ วินิจฉัยเปึนราย ๆ ไปอยู่แล้ว กรุณานั่งเถอะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขอประทานอภัยนะครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวครับ นั่งก่อนเถอะครับ เมื่อไม่มีเรื่องประท้วงนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ประท้วงครับ ข้อ ๑๐๔ ครับ ท่านประธานครับ ข้อ ๑๐๔ ตามข้อบังคับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

การประท้วงเปึนความเข้าใจ ของสมาชิกแต่ละท่าน เขาอาจจะเข้าใจถูก เข้าใจผิดก็ได้ แต่เขามีสิทธิประท้วง เมื่อประท้วงแล้วประธานก็วินิจฉัยเปึนทีละเรื่อง ๆ ไป เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่ได้ประท้วง อะไรก็หยุดเถอะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานครับผมขออนุญาตประท้วง เนื่องจากผู้ประท้วงไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ ครับ ท่านประธานครับ ก็คือการที่จะชี้แจง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณไม่ต้องประท้วงเพราะเมื่อกี้ ผมวินิจฉัยไปแล้วว่าที่เขาพูดเปึนคําชี้แจงไม่ใช่เรื่องประท้วง ให้เขาหยุดแล้ว

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คราวนี้คุณจตุพรจะประท้วงอีกหรือ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุที่ประท้วงเพราะว่า กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ของรัฐบาลปัจจุบัน แต่เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาล หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่ไม่ยอม ประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลในเวลานั้น ซึ่งเปึนชนวนหนึ่งของ การล้อมปราบนักศึกษาในธรรมศาสตร์ เพราะฉะนั้นเหตุนี้เกิดเพราะพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน

นายมีชัย ฤชุพันธ์ รองประธานรัฐสภา

คุณจตุพรครับ นั่นเปึนคําชี้แจง ซึ่งไม่ใช่เรื่องประท้วงนะครับ กรุณานั่งลง

(นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

จังหวัด: ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช ผมขอประท้วงท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกเมื่อสักครู่ครับ ได้ใช้วาจา เสียดสีพรรคประชาธิปัตย์ ในสถานการณ์ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ เพราะเขากล่าวไปเองครับ ว่ายังไม่มีใครพิสูจน์ได้ แล้วกล่าวเสียดสีว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน ให้ถอนคําพูดสิครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ผมยังพูดไม่จบครับท่านประธาน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

แล้วท่านเรียกร้องให้ผมถอนคําพูด ผมไม่พูดได้อย่างไร

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

นั่งก่อนครับ ฟังคนประท้วง ให้เขาประท้วงให้จบก่อน

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

คราวนี้เปึนหน้าที่ท่านประธานครับ ท่านวินิจฉัยเสียก่อนครับ ที่ผมประท้วงไปครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวสิ คุณจบหรือยังละ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

จะจบตรงนี้ครับ ถ้าท่านประธานวินิจฉัย ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นมาพูดต่อจากเรื่องที่ผมพูด

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ถ้าคุณจบคุณนั่ง ผมจะได้ วินิจฉัย คุณจตุพรครับ เมื่อกี้เปึนคํากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๔๓ นะครับ เพราะฉะนั้นกรุณาถอนคําพูดตรงนั้นเสีย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผมพร้อมที่จะถอน แต่ถ้าประเด็นที่คุณเทพไท เสนพงศ์ รวมกระทั่ง คนที่ให้ผมถอนคําพูดนั้นก็ไม่มีการพิสูจน์เช่นเดียวกัน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณถอนตรงของคุณก่อน เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

๕๓๐ ศพเอามาจากไหน เพราะฉะนั้นผมบอกว่าอะไรที่ไม่ได้มีการพิสูจน์ แต่ข้อเท็จจริง ประวัติศาสตร์ว่า รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณจตุพรครับ คุณไม่ได้ ประท้วงแล้ว แล้วก็คําประท้วงของคุณก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาใหม่ คุณจึงต้องถอนคําพูด ส่วนนั้นก่อน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผมถอนคําพูดไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าประวัติศาสตร์มันเปึน อย่างนั้นครับท่านประธาน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ตกลง นั่นก็ปล่อยเปึนเรื่อง ประวัติศาสตร์ คุณเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ต่อได้ใช่ไหมครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ถ้าคุณจะพูดในเรื่องเมื่อกี้ย้ํา ต่อไปอีกก็จะมีการประท้วงจนไม่มีทางไปไหน เวลาที่เราใช้นี้มันนับของแต่ละพรรค ไปเรื่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนอย่างที่คุณเชาวรินเสนอก็คือว่า ถ้าจะพูดเรื่องนี้ เดี๋ยวพูดอีกครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่นายกรัฐมนตรีอยู่ที่นี่จะได้รับคําตอบหรือไม่ได้รับคําตอบ ก็จะได้เปึนไปตามที่นายกรัฐมนตรีเขาตัดสินใจเองจะดีไหมครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ให้ถาม ต่อแบบไหนครับท่านประธานครับ คือให้ผมอภิปรายต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรีได้เต็มที่ ใช่ไหมครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ถ้าทางพรรคคุณไม่ขัดข้อง ผมก็ไม่ขัดข้อง

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

คือเวลาครับ ไม่ใช่ว่าให้ผมพูดแค่ ๒ นาที ๓ นาที แล้วนายกรัฐมนตรีตอบ ๑ ชั่วโมง อย่างนี้ผมก็เสียเปรียบครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะให้ผมอภิปรายต่อหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีผมยินดีครับ แม้ว่าผมอายุ ๔๗ ป้ ที่จะต้องไปพูดกับคนอายุ ๗๔ ป้ ก็ไม่เปึนไรครับท่านประธาน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ก็ได้ เดี๋ยวเวลานายกรัฐมนตรี มาคุณอภิปรายเรื่องนั้นอีกที

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ได้นะครับ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญ ต่อไปคุณสมเกียรติครับ

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านที่ปรึกษาพรรคครับ แต่ว่ากระผมรู้ว่าเหตุการณ์นี้มันต้องใช้เวลาพิสูจน์จึงยืนหยัดสู้ แต่ว่ามันมีคนหนุ่มคนสาว ไม่น้อยถูกกดดัน ซึ่งต่อมากระผมก็สู้เพื่อพวกเขาในป้ ๒๕๒๒ กระผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่ากระผมเปึนคนที่สอบถามความจริงกับท่านรองผู้บัญชาการทหารบก ในกรรมาธิการการปกครองเองว่า ผลพวงอันนั้นคนของเราต้องเข้าป์าเท่าไร ท่านก็ บอกผมว่า ๒,๐๐๐ กว่าคน ความจริงคนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ขณะนั้นก็จะนึกไม่ออกครับ ว่ามันเปึนอย่างไร แต่ว่าส่วนหนึ่งของคนที่เข้าวันนั้นก็คือถูกกดดัน และในที่สุดส่วนหนึ่ง ก็ไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ไปเปึนโฆษกก็มี แล้วก็จับอาวุธก็มีเพื่อมาสู้ กับเจ้าหน้าที่แล้วก็เพื่อเปลี่ยนแปลงไปตามความเชื่อของเขา แต่คนที่เขาบริสุทธิ์ใจ ผมเชื่อว่ามีเปึนส่วนใหญ่ ผมไม่ได้เอ่ยถึงใครว่าคนไหนจะเปึนคอมมิวนิสต์หรือไม่เปึน คอมมิวนิสต์ ผมเอ่ยถึงตัวกระผมเอง อยากถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานให้เข้าใจครับ

เชิญคุณสมเกียรติครับ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานรัฐสภา ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยความฝันของผมเองว่าสภานี้ จะมีการประท้วงน้อยลงนะครับ เพราะว่าการประท้วงนี่ควรให้เปึนเรื่องของการเมือง ภาคประชาชนที่ประท้วงขับไล่ทรราชในการปกครองประเทศ แล้วผมอยากจะเริ่มด้วย นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินนี่มีความสําคัญมาก ไม่เช่นนั้น มาตรา ๑๗๖ ของรัฐธรรมนูญจะไม่บอกว่า คณะรัฐมนตรีจะบริหารราชการแผ่นดินมิได้เว้นแต่จะได้ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ยกเว้นเปึนเรื่องสําคัญเรื่องความจําเปึนเร่งด่วนก็อาจจะทําได้ เท่าที่จําเปึน ท่านประธานครับ นโยบายมีที่มาอยู่ ๒ ทาง ทางแรกก็คือแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๗๕ ของรัฐธรรมนูญคณะรัฐมนตรีต้องเขียนตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ภายใต้เงื่อนไข ๓ ประการ ๑. จะดําเนินการสิ่งใด ๒. ช่วงระยะเวลาใด และ ๓. ต้องรายงานต่อรัฐสภาป้ละครั้ง ปรากฏว่า ๒ ข้อแรกนี่ไม่มีกําหนดเรื่องระยะเวลาใด ไม่มีแผนดังการอภิปรายของท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันนี้ผมจะอ้างอิงเฉพาะ เอกสารทางการนะครับ ผมจะไม่เอาสิ่งอื่นมาอ้างอิงในสิ่งที่เปึนสิ่งพะรุงพะรังในสภา ที่ทรงเกียรติแห่งนี้ แล้วนโยบายที่มาด้านที่ ๒ ก็คือว่ามาจากพรรคการเมืองหาเสียง พรรคการเมืองหาเสียงนี่ร้ายกาจมาก เพราะว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗ บอกว่า ให้คณะกรรมการบริหาร พรรคการเมืองมีอํานาจหน้าที่ในการดําเนินกิจการของพรรคการเมืองให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายของพรรคการเมืองด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ท่านประธานเชื่อผมไหมว่า พรรคการเมืองต่าง ๆ นี่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ผมยกตัวอย่างรัฐบาลนี้มีพรรคที่เปึนองค์ประกอบ ๖ พรรค พรรคหมายเลข ๑ คือพลังประชาชน ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ พรรคหมายเลข ๒ คือพรรคชาติไทย พรรคที่ ๓ คือพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคที่ ๔ คือพรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคที่ ๕ คือรวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคที่ ๖ คือพรรคประชาราช ผมจะชี้ให้เห็นว่ากระทํา ไม่น่าจะสอดคล้องกับมาตรา ๑๗ ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมยกตัวอย่างเรื่องเดียวนะครับท่านประธาน โปรดฟังผมนะครับ นโยบายของพรรค หมายเลข ๑ ผมพยายามไม่ออกรายชื่อพรรคท่านนะครับ ด้วยมารยาทของผมที่เปึน ส.ส. ใหม่ บอกว่าจะตั้งกองทุนหมื่นล้านยกระดับ อปพร. อาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน ซึ่งมี ๙๖๔,๐๐๐ คน ตัวเลขของกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และยกระดับกํานัน ๖,๕๐๐ คน ผู้ใหญ่บ้านอีก ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านให้เทียบเท่ากับ สวัสดิการของราชการ นี่พรรคหมายเลข ๑ พรรคหมายเลข ๒ บอกว่าจะจ่ายเบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาทต่อคน ผู้พิการ ๕๐๐ บาท เบี้ยเกษียณอายุของเกษตรกร ๕๐๐ บาท พรรคหมายเลข ๓ บอกว่าต้องตั้งกองทุนเบี้ยผู้สูงอายุลงทุน ๓ ฝ์าย จ่ายเดือนละ ๑,๐๓๐ บาท ถ้าพูดผิดพรรคการเมืองประท้วงผมได้นะครับ พรรคที่ ๔ มัชฌิมาธิปไตย จ่าย ๑,๕๐๐ บาท แล้วให้ อปพร. ๑,๐๐๐ บาท ให้ อสม. ๑,๐๐๐ บาท อสม. มี ๘๔๐,๐๐๐ คน หานโยบายไม่มีเลยใน ๔๔ หน้า พวกเขาไม่มีอยู่ในสมองของรัฐบาล ชุดนี้เลย ไม่มีอยู่ในพื้นที่ที่จะให้เขาทั้ง ๔๔ หน้าเลย แล้วก็พรรคหมายเลข ๕ จ่าย ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือนเลย พรรคหมายเลข ๖ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน คําถามผมก็คือ ว่ามันมีประเทศไหนที่บอกไปหาเสียงอย่างหนึ่งแล้วมาเขียนนโยบายอีกอย่างหนึ่ง สนุกจริง ๆ ประเทศไทยนี่ แล้ว มาตรา ๑๗ ยังเขียนไว้ว่าต้องรับผิดชอบต่อนโยบายของ พรรคการเมือง ผมไม่อยากจะพูดหรอกว่าพี่น้องประชาชนจะรู้สึกอย่างไร อ้ายนี่คือที่มา ของนโยบายที่มาจากการหาเสียงแล้วไม่ได้ปฏิบัติตาม ทีนี้ผมจะขออภิปรายแล้ว อภิปรายเรื่องมหกรรมสุสานที่ ๓ คือ บ้านเอื้ออาทร หลังจากมหกรรมโฮปเวลล์ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท กลายเปึนมรดกให้แก่ประเทศไทยโด่เด่เต็มไปหมดเลย มรดกสุวรรณภูมิ ๑๒ หมื่นล้านบาท และมรดกบ้านเอื้ออาทร ๒๙ หมื่นล้านบาท เปึนมหาโปรเจกต์ที่เปึนมหากาพย์คอร์รัปชัน ท่านประธานครับ บ้านเอื้ออาทรเปึน โครงการที่ริเริ่มจากคนจนในเมืองล้านคน แต่รัฐบาลคิดจะทําเพียง ๖ แสนคน พอทํา ป้ ๒๕๔๖ ถึงป้ ๒๕๔๗ ทําได้เพียง ๖๐,๐๐๐ หน่วย ทําไม่ไหว เพราะให้การเคหะแห่งชาติทํา พอทําไม่ไหวเสร็จก็ใช้วิธีขั้นที่ ๒ ก็เทิร์นคี(Turnkey)เฉพาะโครงการ ทําได้อีก ๑๔๐,๐๐๐ หน่วย ตอนนี้จะต้องซื้อที่ดินตามที่การเคหะแห่งชาติกําหนด แบบแปลน ตามที่การเคหะแห่งชาติกําหนด แล้วก็จอง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ เช่น ๑,๐๐๐ หน่วย ต้องมี คนจอง ๒,๐๐๐ คน ปรากฏว่าทําจนถึงป้ ๒๕๔๘ ตอนนี้ใกล้เกิดพันธมิตรแล้วครับ ป้ ๒๕๔๘ ทําได้ ๒ แสนหน่วย นี่ผมไม่ยกตัวอย่างชื่อใครเลยนะ ไม่พูดเรื่องบริษัทด้วย ให้เห็นพฤติกรรมว่ามันปราบคอร์รัปชันตามข้อ ๘.๑.๕ จริงหรือไม่ ปรากฏว่าต้องใช้เทิร์นคี ขั้นที่ ๓ เพื่อให้ทันป้ ๒๕๔๘ ก่อนจะเลือกตั้ง เทิร์นคีอันที่ ๓ นี่ดูไม่จืดเลยครับ เทิร์นคีเหมา ทั้งโครงการเลย ไปหาที่ดินที่ไหนก็ได้ ก็เลยไปจองไกล ๆ เลย ปรากฏว่าคนจองทิ้งกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พอขอบัญชีคนจอง เผาทิ้งครับ ข้าราชการที่ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ บ้านเมืองร่วมกันเผาทิ้งครับ แล้วก็พอถามเรื่องโครงการที่มาเข้า ๑๐ โครงการ ๑๐ บริษัท ปรากฏว่าปลอมการประเมินที่ดิน ๓๒ โครงการอันเปึนเท็จ และตอนนี้ผมใกล้จะหมดเวลาแล้ว ใกล้จะหมดเวลาแล้วกําลังจะบอกว่าการเคหะแห่งชาติคือหลุมดําที่จะสูบงบประมาณ ของชาติ ประมาณป้หน้าจะมีการรับรู้ดอกเบี้ยประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ป้ต่อไปประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท องค์กรนี้จะกลายเปึนเหมือนบีบีซี (BBC) และธนาคารทหารไทย จะดูด ทรัพย์ผลประโยชน์ของชาติ แล้วจะเปึนองค์กรอาชญากรรมแผ่นดิน องค์กรนี้ เพราะว่า รถปัายแดงเต็มการเคหะแห่งชาติเลย แล้วซี ๖ สามารถบินไปต่างประเทศดูวิมเบิลดัน (Wimbledon) ได้ นี่คือพฤติกรรมที่ผมอยากจะให้รัฐบาลชุดนี้จัดการตามข้อ ๘.๑.๕ ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๔ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย ๑๖ บรรทัด เกือบ ๑๗ บรรทัด ปราบทุจริตและปราบการหลีกเลี่ยงภาษีด้วย ปรากฏว่าคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีเวลาครับ หน้า ๑๐๓ ระบุว่าคนที่ออกนโยบายโกงภาษีเสียเอง คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ระบุอีกว่านโยบายของพรรคการเมืองที่หาเสียงไป แล้วไม่รับผิดชอบ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีท่านประธานศาลฎีกา ท่านประธานศาลปกครอง สูงสุด ตุลาการอาวุโส ๗ คน รวมเปึน ๙ คน บอกว่าไม่รับผิดชอบพรรคการเมืองที่หาเสียง ไปแล้วไม่ทําตามคํามั่นสัญญาสมควรถูกยุบ นี่คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผมยกมา ผมก็จะสรุปว่าป้ ๒๕๔๘ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอันเปึนที่รักยิ่งของพวกเราและ ท่านเขียนนโยบายคอร์รัปชันเหลือ ๖ บรรทัดกว่า ๆ ใกล้ ๗ บรรทัด แล้วป้นี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอันเปึนที่รักของคน ๖ ตุลาคม เขียนแค่บรรทัดกว่า ๆ ดูไม่จืดเลย ท่านประธาน มันเปึนโศกนาฏกรรมทางนโยบายจริง ๆ มันเจ็บปวดมากที่เห็น คนที่ในข้อ ๘.๑.๕ เขาบอกว่า เสริมสร้างมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม ผมจะจบ อย่างนี้ เราก็อ่านประมวลข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๓ สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพอาฆาตมาดร้ายใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลโดยไม่มีหลักฐาน หรือเอาเรื่องที่เปึนเท็จมาอภิปรายแสดงความเห็น ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือที่ประชุมกรรมาธิการหรือที่อื่นใด การที่มีผู้นําประเทศ คนหนึ่งเอาความเท็จเรื่อง ๖ ตุลาคม ไปพูดที่อื่นใดในสํานักข่าวซีเอนเอน ผมเรียนถาม ท่านประธานและท่านนายกรัฐมนตรีว่าผิดประมวลจริยธรรม ข้อ ๑๓ ไหมครับ ผิดไหม ความเท็จครับ ผมเจ็บปวดกับคนพวกนี้จริง ๆ เปึนไปได้อย่างไรว่า นี่ผมอ้างอิง หลักฐานทั้งหมดนะครับที่เตรียมมา กําลังจะบอกท่านว่าอีกไม่นานนะครับ ประชาชนจะ เห็นกระบวนการตุลาการภิวัฒน์หลายขั้นตอน และขั้นตอนหนึ่งก็คือจะมีคน ๒ – ๓ คน ถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะดูไม่จืดเลยสังคมไทย โปรดติดตามอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณไชยาครับ

นายนิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยว ๆ คุณไชยา เดี๋ยวนะครับ พาดพิงอย่างไรครับ เชิญครับ

นายนิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

ผม นิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยจากนครสวรรค์ ขอใช้สิทธิพาดพิงถึง นโยบายของพรรคชาติไทยครับ เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายที่ทรงเกียรติได้พูดถึงนโยบายของ พรรคชาติไทยในเรื่องของการที่จะใช้งบประมาณหรือนโยบายของพรรคชาติไทย ที่จะอุดหนุนผู้สูงอายุ แนวคิดของพรรคชาติไทยที่มีนโยบายเรื่องที่จะอุดหนุนเงินให้กับ ผู้สูงอายุที่เกษียณอายุแล้ว หลังจากหลังสู้ฟัาหน้าสู้ดินมาตลอดชั่วชีวิตเสียภาษีอากร ให้กับรัฐแล้ว ๖๐ ป้ไม่มีคนดูแล แต่เมื่อพรรคชาติไทยนํานโยบายนี้ออกมา แล้วพรรคชาติไทยไม่ได้เสียงข้างมากในการเปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาล เมื่อพรรครัฐบาล ได้รวมกัน ๖ พรรคก็จะต้องนํานโยบายของทั้ง ๖ พรรคเพื่อมาผสมประสานที่จะจัดเปึน นโยบายของรัฐบาล ๖ พรรค ฉะนั้นนโยบายตรงนี้ขอกราบเรียนนะครับว่าพรรคชาติไทยมีเจตนาดี และมันเปึน รายละเอียดซึ่งทางพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง ๖ พรรค คงจะต้องหารือถึงรายละเอียดในส่วน ของนโยบายของพรรคชาติไทย จึงกราบเรียนชี้แจงมาทางท่านประธานสภาให้ทุกท่านได้ รับทราบนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณไชยาครับ

นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนําของท่านสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเปึนไปตามรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลจะบริหารประเทศ ก่อนที่จะบริหารประเทศนั้น ต้องแถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ ผมมีความชื่นชมและก็ดีใจครับที่รัฐบาลได้เห็น ความสําคัญ แล้วก็จัดลําดับความสําคัญของการกําหนดนโยบายออกไว้เปึนนโยบาย เร่งด่วนที่จะต้องทําภายในป้แรก และนโยบายหลักที่รัฐบาลจะต้องดําเนินการให้ครบ ภายใน ๔ ป้ สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้อยู่ในหัวข้อนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการ ในป้แรก นั่นก็คือหัวข้อ ๑.๑ การสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ของคนในชาติและ ฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ต้องยอมรับครับท่านประธานว่า ๑ ป้เศษที่ผ่านมานั้นประเทศเรานั้น ตกอยู่ภายใต้การปกครองที่ไม่เปึนไปตามประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ได้ถูกคณะทหารทําการยึดอํานาจ ผมเชื่อว่าไม่มีประเทศใดในโลกครับที่จะยอมรับการ เปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ไม่ได้เปึนไปตามประชาธิปไตย ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่เรา ประกาศใช้ ที่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยวิธีการยอมรับให้มีคณะทหาร กองกําลังทหาร กองกําลังรถถังมายึดอํานาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็ฉีก รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนนั้นออกไป เพราะนั่นถือว่าเปึนรัฐบาลที่ไม่ได้มาจาก การปกครองของประชาชน ๑ ป้เศษที่ผ่านมานั้นท่านประธานครับ นอกจากประชาชน จะถูกปล้นเอาอํานาจไปแล้ว ประชาชนยังสูญเสียโอกาสและประเทศชาติเราก็สูญเสีย โอกาสในการพัฒนาประเทศ ต้องยอมรับครับว่าระยะเวลา ๔–๕ ป้ก่อนหน้านี้เรามีรัฐบาล ที่มีความเข้มแข็ง เรามีนายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศ เรามีพรรคการเมืองที่นํานโยบาย ตอนหาเสียงเลือกตั้งมาปฏิบัติและดําเนินการถูกใจประชาชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเมื่อ ๕ ป้ที่ผ่านมานั้นเราเปึนประเทศผู้นําทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ พอหลังจากมีการยึดอํานาจโดยคณะทหาร ชื่อเสียงของ ประเทศ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน เราถูกทําลายลงเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ จากคณะทหารที่ทําการยึดอํานาจ ไม่มีประเทศอารยะใด ๆ ครับที่ยอมรับกติกานี้ เพราะฉะนั้น ๑ ป้เศษที่สภาแห่งนี้ไม่มีตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่มี โอกาสนําเอาความทุกข์ยากของประชาชนที่เปึนปัญหาพื้นฐานของเขามาบอกกล่าวให้ รัฐบาลให้แก้ไขปัญหาของพี่น้อง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดนั่นก็คือ การทําลายในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ไม่ว่าจะอยู่รอบด้านใดก็ตามครับ ท่านประธานว่า ตลอดระยะเวลา ๑ ป้เศษนั้นทั่วโลกได้จับตามองประเทศเราว่าประเทศไทย ประเทศเล็ก ๆ ในภูมิภาคนี้ซึ่งเคยเปึน ๑ ในผู้นําทางด้านเศรษฐกิจ ไม่น่าเชื่อว่าจะมี การปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นในประเทศเรา เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ที่ได้เขียนนโยบาย เปึนนโยบายเร่งด่วน และได้จัดลําดับความสําคัญในข้อ ๑.๑ ว่ารัฐบาลจะสร้าง ความปรองดอง ความเข้าใจ ความสมานฉันท์ของคนในชาตินั้น รัฐบาลจะต้องเร่งทําและ ให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาต่างประเทศ มันเปึนเรื่องของ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน มันเปึนความเชื่อมั่นของประเทศที่ว่าประเทศไทยนั้น เปึนประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านเศรษฐกิจ เราเปึนประเทศที่พร้อมที่จะเดินหน้า ในเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจทั้งมหภาคและจุลภาค วันนี้ท่านประทานที่เคารพครับ เศรษฐกิจในระดับรากหญ้าโดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ในระดับรากหญ้าในชนบทนั้น เขาขาดการดูแลและเอาใจใส่ วันนี้ผมดีใจที่เรามีรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าผลพวงของการยึดอํานาจเมื่อ ๑ ป้เศษนั้น จะได้สร้าง ความเสียหายให้กับประเทศนี้ก็ตาม แต่ผมถือว่าวันนี้เราเริ่มที่จะเดินต่อไปและก้าวต่อไป ที่จะทําให้ความสําเร็จในเรื่องนโยบายนั้นไปสู่พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากจะให้กําลังใจรัฐบาลว่า ในเรื่องของความสมานฉันท์และฟุ๋นฟูประชาธิปไตยนั้น จะต้องสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นว่า ณ ต่อไปนี้ประเทศของเราจะไม่มีการยึดอํานาจ ต่อไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานฝากไปยังรัฐบาล

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ เห็นนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของ การขยายพื้นที่ชลประทาน เพิ่มประสิทธิภาพระบบการชลประทาน ซึ่งถือว่าเปึนนโยบาย เร่งด่วนข้อหนึ่งที่รัฐบาลได้บรรจุไว้ ๑ ใน ๑๙ นโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทําภายใน ๑ ป้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผันน้ําจากแม่น้ํานานาชาติมาสู่พี่น้องภาคอีสาน ซึ่งเปึน ความตั้งใจและเปึนความหวังของพี่น้องภาคอีสานมา ๓๐ กว่าป้ ท่านประธานที่เคารพ ผมดีใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ถึงการที่จะเอาแม่น้ําโขงนั้นผ่านมายัง ภาคอีสาน และอยากจะกราบเรียนว่าจังหวัดหนองบัวลําภูนั้น มีลําน้ําสายสําคัญถือว่า เปึนสายเลือดของจังหวัดก็คือ ลําพะเนียง ลําพะเนียงมีต้นน้ําอยู่ที่อําเภอนาด้วง จังหวัดเลย มีความยาวในระดับลําน้ําจนถึงเขื่อนอุบลรัตน์ ๑๕๐ กิโลเมตร แล้วถ้าเกิดว่า เราป่ดปากลําน้ําเลยแล้วทําระบบผันน้ําผ่านอุโมงค์อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ใน สภาพภูมิศาสตร์นั้นมีความแตกต่างกันประมาณ ๑๐ เมตรครับ เพราะฉะนั้นน้ําจะไหล โดยธรรมชาติ แล้วลําพะเนียงที่จังหวัดหนองบัวลําภูจะเปึนลํารางธรรมชาติที่จะนําน้ํา ที่ผันจากน้ําโขงไหลผ่านจังหวัดหนองบัวลําภู แล้วสุดท้ายก็จะไหลลงเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งเขื่อนอุบลรัตน์จะเปึนอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่โดยธรรมชาติ ที่จะหล่อเลี้ยงพี่น้อง ภาคอีสานไม่ว่าจะเปึนจังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดมหาสารคาม สิ่งเหล่านี้ที่ รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทําให้เกิดความสําเร็จนั้น ผมอยากจะให้กําลังใจและอยากจะ บอกรัฐบาลว่า ต้องรีบดําเนินการวันนี้จะใช้เงินเท่าไรก็ต้องมีความจําเปึนที่จะต้องใช้ ท่านประธานครับ ผมคงหมดเวลา ก็อยากจะฝากว่าสิ่งที่ผมได้พูดในสภาแห่งนี้จะได้เกิด สัมฤทธิผลในการทํางานของรัฐบาลชุดนี้ต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณชาญชัย

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พังงา

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรื่องด่วนนิดเดียวครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ มีอะไรครับ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พังงา

ต้องกราบ ขออภัยท่านผู้ที่กําลังจะอภิปรายนะครับ ผม จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพังงานะครับ พอดีมีเรื่องด่วนเข้ามาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่บริเวณ ด้านเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียครับ เมื่อเวลาประมาณ ๑๕.๐๘ นาฬิกา ได้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว แล้วก็ตอนนี้ประชาชนในบริเวณพื้นที่ชายฝัืงหลายแห่ง หลายจังหวัดกําลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นนะครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาในสภาตรงนี้ ไม่กี่นาทีครับ อ่านรายงานของอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อสร้างความสบายใจให้แก่ ชาวบ้านในพื้นที่บริเวณแถบชายหาดทั้งหมดนะครับ ท่านครับ เมื่อเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ได้มีการแจ้งเตือนจากทางสหรัฐอเมริกาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่บริเวณประเทศอินโดนีเซียว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวไม่ทําให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ที่มีอานุภาพทําลายในวงกว้าง แต่อาจเกิดคลื่นยักษ์ภายในรัศมี ๑๐๐ กิโลเมตร บริเวณ พื้นที่ชายฝัืงเกาะสุมาตรา นี่คือรายงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา สําหรับประเทศไทยเอง นายศุภฤกษ์ ตันศรีรัตนวงศ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ก็ได้ขอให้ช่วยทําความเข้าใจกับ ประชาชนในพื้นที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดสึนามิ แต่ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล ให้อยู่ในช่วงเฝัาระวังนะครับ ผมจึงขอใช้เวลาในสภาตรงนี้นะครับ ทําความเข้าใจกับประชาชน ในพื้นที่ ๖ จังหวัด ดังกล่าว เพราะว่าหลายท่านกําลังติดตามชมการถ่ายทอดการอภิปราย ในสภานะครับ เพื่อทําความเข้าใจให้ตรงกัน ขอบพระคุณมากครับท่านครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ท่านผู้แทนราษฎรจังหวัดที่ระบุ ไว้ก็คอยติดตามดูสถานการณ์ที่บ้านท่านด้วยก็แล้วกัน เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้แจ้งเตือน ในจังหวัดที่น่าจะเกิดแผ่นดินไหว เปึนการเตือน ซึ่งกระผมเองเปึนผู้กํากับดูแล กรมอุตุนิยมวิทยา ก็ได้รับแจ้งทันทีตอนบ่าย ๓ โมง ซึ่งปกติถ้าเกิดนั้นมันเกิดประมาณ ๖๐๐ ไมล์จากจังหวัดภูเก็ต ก็ได้มีการออกวิทยุ เพราะว่าเขามีลําดับขั้นของศูนย์ ความปลอดภัยแห่งชาติซึ่งขึ้นกับสํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าหากว่าเปึนเรื่องค่อนข้างร้ายแรง แล้วก็จะมีการออกโทรทัศน์เปึนข่าวด่วนพิเศษซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ เกือบทุกช่องนะครับ ฉะนั้นเมื่อสักครู่นี้ก็ได้รับแจ้งจากท่านอธิบดีซึ่งไปกํากับอยู่แล้วที่ศูนย์ ถ้าหากว่ามีอะไรรุนแรง แต่ปรากฏว่ามีอาฟเตอร์ ช็อก (After shock) ๒ ครั้ง ซึ่งหลังจาก นั้นไม่มีแล้ว ก็เลยขอถือโอกาสนี้ในนามรัฐบาลขอเรียนว่าไม่มีภัย หรือไม่มีอะไรที่จะ เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว เพราะหลังจากอาฟเตอร์ ช็อก แล้วก็ไม่มีอีกแล้ว ก็ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาเตือน เพราะเปึนเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่เราทุกคน จะต้อง ไม่ใช่รัฐบาลหรือฝ์ายค้าน ทุกคนจะต้องรับรู้ ต้องช่วยกันเพราะฉะนั้นก็ให้สบายใจ ได้ว่าไม่มีเกิดขึ้นหลังจากอาฟเตอร์ ช็อก แล้วครับ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณชาญชัยครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครนายก 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตเรียนทําความเข้าใจกับ ท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เพื่อขออนุญาตให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าที่ผมจะอภิปราย ต่อไปนี้ ผมมีกรอบในการอภิปรายไว้เพื่อให้เกิดความชัดเจน ผมได้ศึกษาแล้วก็ได้ วิเคราะห์นโยบายการบริหารจัดการที่ดีในหมวด ๘ สาระสําคัญของหมวด ๘ นี้ หัวใจ มันอยู่ตรงที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้เกี่ยวกับเรื่องประสิทธิภาพ เรื่องประสิทธิผล และการคุ้มค่าของการลงทุน การเกิดความเปึนธรรมในการให้บริการ และความยุติธรรม เมื่อนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่นําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ ได้มีรายละเอียดในข้อ ๘.๑.๕ ได้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ว่าเสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และพัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วย ราชการ พร้อมทั้งปัองกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นกรอบของผมคงจะพูดอยู่แค่กรณีเรื่องของ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการคุ้มค่าของการลงทุน และเกิดความเปึนธรรมหรือไม่ ผมขออนุญาตท่านประธานที่ต้องได้เอกสารเพื่อเอามาเปึนกรณีศึกษาตัวอย่างที่ได้มี การศึกษาไว้แล้วในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ หรือใน สนช. ที่ได้มีการศึกษาไว้ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ได้ศึกษาไว้ เพื่อเปึนเรื่องที่จะต้องให้คณะรัฐมนตรี และบางเรื่อง อาจจะต้องเกี่ยวพันอยู่กับตัวท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อเอาไปแก้ไขนะครับ ทําความเข้าใจ ตรงนี้เสียก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องมาประท้วงกันว่าเปึนเอกสารใด ๆ ผมขอยกตัวอย่างกรณี เรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเปึนการศึกษา แล้วก็เปึนกรณีศึกษาที่ได้ศึกษาไว้แล้วเรียบร้อย ผมเปึน ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายกตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ ได้ติดตามโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้น ที่จังหวัดนครนายก ซึ่งเปึนอภิมหาโครงการที่น่าอันตรายพอสมควร คือโครงการ ศูนย์นิวเคลียร์จังหวัดนครนายก ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างหลายพันล้านบาท ในขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันคือท่านสมัคร ได้เปึนรองนายกรัฐมนตรี ได้มี ความเห็นอนุมัติและอนุมัติเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ท่ามกลาง ความขัดแย้งกับท่านปลัดกระทรวง เกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เหตุที่ท่านขัดแย้งเพราะว่า ท่านปลัดกระทรวงได้เปึนประธานคณะอนุกรรมการความปลอดภัยนิวเคลียร์ คือเปึนผู้ที่ ออกใบอนุญาตในการให้สร้างหรือไม่ให้สร้าง ท่านปลัดเกษมในขณะนั้นให้สัมภาษณ์ต่อ สื่อมวลชนว่าถ้าในกรณีดังกล่าวไม่มีความปลอดภัย ใบรับรองความปลอดภัยหรืองาน วิเคราะห์ วิจัยความปลอดภัยแล้วไซร้ ท่านจะไม่ยอมเซ็นเอกสารนั้นเข้าสู่ ครม. ปรากฏ ต่อมาท่านสมัคร สุนทรเวช ในขณะนั้นเปึนรองนายกรัฐมนตรี ได้นําเรื่องเข้าสู่ ครม. และอนุมัติเรื่องนี้เกิดขึ้น นั่นคือเรื่องต้นน้ําที่เกิดขึ้นจนประจวบมาถึงปัจจุบันนี้นะครับ ได้มี เหตุอันน่าที่จะทําให้คิดว่า ท่านต้องไปแก้ไขว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นอย่างไร ในป้ ๒๕๔๔ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๖ ได้มีการจ่ายเงินไปเปึนจํานวน ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แต่ที่ น่าตกใจท่านประธานครับ เงินจํานวน ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาทเศษ จ่ายไปโดยไม่มี การก่อสร้าง จ่ายไปโดยไม่มีการเอาของเข้าประเทศไทย จ่ายค่าแร่ยูเรเนียมไม่มีของ เข้ามาแต่เงินจ่ายตามงวดแต่ละเดือน ๆ นั่นคือตัวอย่างหนึ่งที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านทางท่านประธานไปเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้ที่ผมตั้งโจทย์ไว้ตั้งแต่เริ่มแรก ในกรอบในการอภิปรายว่ามันเกิดประสิทธิผลไหม มันเกิดประสิทธิภาพไหม มันคุ้มค่ากับ การลงทุนเอาเงินภาษีประชาชน ไปทําอย่างนี้แล้วเปึนธรรมกับประชาชนหรือไม่ โปร่งใส หรือไม่ ขัดต่อระเบียบหรือไม่ อันนี้คือตัวอย่างกรณีที่ ๑ นะครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งหมดคือ ๑,๓๐๐ ล้านบาทท่านจะทําอย่างไร นายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีต้องไป แก้ไข ผมในฐานะผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครนายกห่วงใยเรื่องนี้เปึนที่สุด เนื่องจากว่า เปึนเรื่องของความปลอดภัยของนิวเคลียร์ กรณีการก่อสร้างเรื่องนิวเคลียร์นั้นเปึนเรื่อง อันตรายพอสมควร เปึนความรู้สึกที่ไม่ดี แต่มีเรื่องทุจริตเกิดขึ้นเหลือเชื่อครับเกิดที่ ประเทศไทย และหนังสือที่มีเอกสารเกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาที่ส่งมาและอยู่ในมือผมนี้ยืนยัน จากหน่วยยูเอนเอชอาร์ซี (UNHRC) คือหน่วยควบคุมความปลอดภัยการก่อสร้าง บอกมาแล้วว่าไม่สามารถรับรองความปลอดภัยในการก่อสร้างนิวเคลียร์ที่ศูนย์องครักษ์ ได้ยืนยันมาอยู่ในมือผม ท่านประธาน ถ้าท่านอยากจะได้นี่ผมก็จะให้ แล้วผมก็จะแจกให้ สื่อมวลชนได้ทราบว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว หน้าที่นี้เปึนหน้าที่ของท่าน หน้าที่นี้เปึนหน้าที่ ที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องไปสะสาง ต้องไปแก้ปัญหา

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องที่อภิมหาโครงการเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านคิดอยากจะสร้าง ขณะนี้คือมีอภิมหาโครงการเรื่องรถไฟฟัา มันมีเรื่องที่เกิดขึ้นเปึนมรดกตกทอดมาจาก รัฐบาลของท่านรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ เหตุเกิดอย่างนี้ครับ ผมคงไม่เท้าความว่า ใครไปเซ็นอะไรกันทั้งสิ้น เรื่องนี้เปึนเรื่องของแอร์พอร์ท ลิงค ก็คือหมายถึงรางรถไฟลอย ฟัาขนส่งมวลชนระหว่างสุวรรณภูมิกับมักกะสัน ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร งบประมาณ ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีการประมูลอย่างไรก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่าบริษัทที่ ประมูลไม่สามารถที่จะผ่านขั้นตอนของเรื่องการเงินได้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะตกลง รายละเอียดกันได้ มีการนําเรื่องเข้า ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘ ท่านเชื่อไหม ท่านประธานครับ นําเข้า ครม. โดยไม่มีต้นเรื่องเลย เข้า ครม. วันที่ ๑๘ โดยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันที่ ๑๘ เวลา๑๗.๔๐ นาฬิกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแทงหนังสือไปถึงท่านรองปลัด วันที่ ๑๘ แล้วรองปลัดทําหน้าที่ปลัดกระทรวงคมนาคมทําหนังสือแจ้งไปให้กับ ท่านผู้ว่าการการรถไฟวันที่ ๑๘ ท่านผู้ว่าการรถไฟทําหนังสือแจ้งไปให้กับคณะกรรมการ การรถไฟวันที่ ๑๘ คืนนั้นประชุมกันวันที่ ๑๘ อย่างนี้เขาเรียกว่าโกงข้ามคืนครับ เปึนการฉ้อฉล เปึนการฉ้อราษฎร์บังหลวง ต่อมาเหตุเกิดจากการเร่งรีบนี่เพราะอะไรครับ ใกล้วันเลือกตั้งวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ มีการนําสัญญานี้แล้วไปเบิกเงินที่ธนาคาร โดยธนาคาร ๘ ธนาคารเปึนผู้ปล่อยเงินกู้ให้ ไปเบิกเงินค่าธรรมเนียม ๑,๖๖๖ ล้านบาท ผมได้เชิญธนาคารมาชี้แจงผมใน สนช. ที่ท่านเปึนประธาน สนช. อยู่ เขามาตอบอย่างไรครับ เอกสารฉบับนี้คือเอกสารลับมาก ธนาคารแห่งประเทศไทยกับธนาคารที่ ๘ แบงค์ มายืนยันกับผมแน่นอนว่าเขามีใบเสร็จ จ่ายจริง ๆ แค่ ๔๗๑ ล้านบาท หมายถึงว่า ๑,๖๖๖ ล้านบาทนั้นเนื้องานมีจริง ๆ แค่ ๔๗๑ ล้านบาท มีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ๆ และในบัดนั้นคือ ๑,๑๙๕ ล้านบาท นี่คือเปึน อภิมหาโครงการหนึ่งในที่ท่านจะคิดเอาไปสร้าง และอยู่ในนโยบายท่านที่จะไปสร้าง ๙ สาย นโยบาย ๕ แสนล้านบาท แล้วจะเกิดขึ้นอย่างนี้อีกหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นอีก ประชาชนจะเสียหายอีกเท่าไร โครงการเหล่านี้ท่านทําแล้วสัมฤทธิผลหรือไม่ การก่อสร้าง ต้องเลื่อนเวลาไปอีก ๒ ป้กว่าครับ ต้องไปต่อสัญญาให้กับบริษัทผู้รับเหมา อ้างแม้กระทั่ง ว่าน้ําท่วมแล้วขอต่อไปอีก ๑๘๐ วัน ตรงที่สร้างไม่มีน้ําท่วมเลยครับ สิ่งเหล่านี้เปึนการเอื้อ ประโยชน์ให้กับพวกพ้องใน ครม. ด้วยกันทั้งหมด เกิดขึ้นได้อย่างไรครับใน ครม. วันเดียว ออกมติ ครม. แบบนี้เพื่อเอื้อประโยชน์กันแล้วเกิดความเสียหาย ๑,๑๙๕ ล้านบาท เรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ต้องฝากให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีนําไปแก้ไขนะครับ ๒ โครงการนี้ เปึนโครงการที่ทุจริตกันเปึนพันพันล้านบาท ผมยกตัวอย่าง โครงการที่ ๓ เพื่อจะให้เห็น เกิดความชัดเจนอีกอันหนึ่ง อภิมหาโครงการของท่านทั้งหลาย สิ่งที่น่าจะต้องทบทวน ก็คือว่า ถ้าหากว่าท่านจะใช้เวลาในการศึกษาโครงการทั้งหมดแล้วนี่ มันมีเรื่องของรันเวย์ (Runway) ร้าว ผมจําเปึนต้องพูดให้ท่านฟังนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน สนามบินแห่งนี้ วันที่ ๑๘ มีการออกข่าวว่ารันเวร้าว ทรุด สุดท้ายรันเวอันนี้มีการนําเข้า ครม. ตอนสมัย ท่านรัฐมนตรีคมนาคม ไม่ใช่ท่านสุริยะ ท่านรัฐมนตรีท่านได้นําเรื่องเข้า ครม. แล้วรายงานว่าสนามบินแห่งนี้ที่มีข่าวว่า มีนักข่าวคนหนึ่งออกมาเป่ดเผยความจริง และถูกฟัองและถูกตําหนิติเตียนว่าไม่รักชาติ สนามบินแห่งนี้คือทางวิ่ง และทางขับ ทางขึ้น-ลงเครื่องบิน ปรากฏว่าเป่ดใช้สนามบินไป ๑๗ วัน สนามบินทั้งหมด ๓ ล้านตารางกิโลเมตร ณ บัดนี้ได้รับผลรายงานมาแล้วว่า ๒ ล้านกว่าตารางกิโลเมตร เสียหายหมด ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือ ๒,๓๓๖ ล้านบาท เปึนรายงานที่ไปจ้าง ฝรั่งมาคิด แล้วก็มาศึกษาว่าใครเปึนผู้ทําเสียหาย อยู่ในรายงานนี้หมดผมไม่พูด รายละเอียด เพียงแต่บอกว่านโยบายที่ท่านกําลังทําอยู่ใน ๘.๑.๕ นั้น ความรับผิดชอบ ที่ท่านต้องไปแก้ไขเปึนมรดกตกทอดมาถึงขณะนี้

สุดท้ายครับ ผมคงไม่ใช้เวลาในสภาให้เกิดความเสียหายกับผู้ใด ให้เห็น ชัดเจนอยู่อย่างหนึ่งนะครับว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เขียนมาในนโยบาย ท่านเขียน เอาไว้อย่างนี้นะครับ ๘.๑.๕ ส่งเสริมมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรม แต่วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ ท่านให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชน หลักฐานอยู่ในเว็บไซต์ (Web site) อยู่ในหนังสือพิมพ์หมดนะครับ ท่านบอกว่าอย่างนี้ครับว่า การฉ้อราษฎร์บังหลวง เปึนเรื่องปกติเหมือนไข้หวัดใหญ่ เปึนเรื่องปกติที่เกิดขึ้น อย่ามาพยายามประโคมข่าว ให้เปึนไข้หวัดนก ท่านประธานครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้นั่งอยู่นี่ คําพูดคํานี้ ทําให้ผมนอนไม่หลับมา ๓ วัน ที่จะลุกขึ้นมาอภิปราย คําถามผมคืออย่างนี้ครับ คําพูด ของท่านนั้นคือจิตสํานึก ท่านกําลังวางจิตสํานึกของท่านเปึนมาตรฐานต่อการบริหาร บ้านเมืองในหัวข้อของการส่งเสริมจริยธรรม ก็หมายความว่าการทุจริตเปึนเรื่องปกติ ผมถามท่านประธานคําเดียวครับ ผมกลัวมากเลยครับ ผมกลัวมากระหว่าง ๒ ประโยคนี้ ในหนังสือฉบับนี้คือคําแถลงนโยบายที่ให้เราอ่านกัน จะส่งเสริมจริยธรรมและคุณธรรม ให้แก่ข้าราชการและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีจิตสํานึก ในการให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องการทุจริตเปึนเรื่องปกติ อย่ามาประโคมข่าวให้เหมือนเปึน ไข้หวัดใหญ่ ผมกลัวครับว่านายกรัฐมนตรีจะพาประเทศชาตินี้ไปยังทิศทางใด อันตราย ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตท่านประธานอภิปราย นโยบายการบริหารจัดการที่ดี ในข้อ ๘.๒ กฎหมายและการยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้รัฐธรรมนูญ เอกสารที่เกี่ยวข้องที่จําเปึนนะครับ เพื่อประกอบการอภิปราย ด้วยเหตุอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๘๑ ของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับ บังคับว่ารัฐต้องดําเนินการตามแนวนโยบายด้าน กฎหมายและการยุติธรรม มีทั้งหมด ๕ อนุมาตรา สิ่งที่น่ากังวลที่สุด เนื่องจากมาตรา ๘๑ บังคับว่า ต้องปฏิบัติ แต่รัฐบาลนี้จะโดยจงใจหรือละเลย หรือประการใดผมไม่ทราบ ไม่พูดถึงไม่เขียนถึงมาตรา ๘๑ (๒) คือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลให้พ้นจาก การล่วงละเมิดทั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่น ประเด็นนี้สําคัญท่านประธานครับ เพราะว่า คตน. นะครับ คณะกรรมการยืนยันมาแล้วครับว่า ผู้ที่เปึนเหยื่อของนโยบาย การใช้ความรุนแรง ๒,๕๐๐ ศพ เปึนผู้บริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๑,๑๐๐ กว่าศพ ถ้ารัฐบาลไม่ได้เขียนในส่วนนี้ไว้ ผู้ที่เสียหายจํานวน ๑,๐๐๐ กว่าศพ เขาจะเรียกร้องได้อย่างไร ที่ไหนนะครับ หรือรวมถึงการที่รัฐบาลใช้ความรุนแรง อดีตรัฐบาล รัฐบาลที่ผ่านมา ใช้ความรุนแรงในนโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟัน มึงบ้ามา กูบ้าไป ทําให้เจ้าหน้าที่และคนบริสุทธิ์ตายหลายพันคน อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่ทราบว่า การที่รัฐบาลจงใจละเว้นมาตรา ๘๑ (๒) ไม่เขียนไว้ก็เพราะไม่อยากรับผิดชอบผู้บริสุทธิ์ ๑,๑๐๐ ศพ กรณียาเสพติด หรือผู้บริสุทธิ์ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ รวม ๔ อําเภอ ของจังหวัด สงขลา ไม่ต้องรับผิดหรือไม่ อันนี้คือประเด็นสําคัญ นอกจากนั้นครับท่านประธานครับ ในข้อ ๘.๑ ในรัฐธรรมนูญ บังคับไว้ชัดเจนครับว่าให้ประชาชนและองค์กรวิชาชีพ มีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม มาตรา ๘๑ (๕) รัฐบาลต้องสนับสนุนการดําเนินงาน ขององค์กรภาคเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชน ไม่มีปรากฏ ในโยบายของรัฐแต่ประการใด อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ เพราะว่านายกรัฐมนตรีแถลงครับว่าจะยึดประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้ง อย่างแท้จริง เมื่อละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยชัดแจ้ง รัฐบาลจะแก้ไขปัญหา เรื่องนี้อย่างไร นั่นคือประการที่ ๑ ที่กระผมกราบเรียน

ประการที่ ๒ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านนะครับ อภิปรายชัดเจน ว่าฝ์ายค้านล้มรัฐบาลไม่ได้ ทุกคนคงเห็นด้วยนะครับ แล้วจุดที่รัฐบาลเปราะบางที่สุดก็คือ การทุจริตคอร์รัปชัน กราบเรียนว่าถ้าเราเอาข้อความในมาตรา ๗๕ และมาตรา ๗๖ รัฐธรรมนูญเปึนตัวตั้ง คือการแถลงนโยบาย จะต้องให้ชัดเจนว่าจะดําเนินการใด ในระยะเวลาเท่าใด มาตรา ๗๖ จะต้องทําแผนการบริหารแสดงมาตรการและรายละเอียด ของแนวทาง เอามาตรา ๗๕ บวกมาตรา ๗๖ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายด้านการปัองกันการทุจริตที่เปึนรูปธรรม ถึงอยากจะกราบเรียนว่า กรณีรัฐบาลที่ผ่านมานะครับ มีการใช้นโยบายบ้านเอื้ออาทร รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมกับ เจ้าหน้าที่อนุมัติให้เบิกเงินล่วงหน้าไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์โดยที่ไม่มีที่ดิน ไม่มีโครงการ ไม่มี อะไร เปึนจํานวนเงินมหาศาล แล้วผลสรุปออกมาว่ามีค่าตอบแทนหลังละ ๑๑,๐๐๐ บาท รวมทั้งในป้ ๒๕๕๑ ที่จะถึงนี้ มีหนี้สินที่การเคหะแห่งชาติจะต้องรับผิดชอบเปึนเงินถึง ๔๖,๑๖๗ ล้านบาท ถามว่ารัฐบาลจะดูแลรับผิดชอบกรณีเช่นนี้ได้อย่างไร หรือกรณี เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ท่านประธาน ผมอภิปรายเองในสมัยป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ อดีตผู้นํารัฐบาลรู้เห็นเปึนใจให้พม่ากู้เงินไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเอามาซื้อของ บริษัทเอกชนในประเทศไทย แล้วรัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยและเงินกู้ ก็เชื่อว่า เสียหายไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ล้านบาท รัฐบาลท่านสมัครจะรับผิดชอบเรื่องนี้ได้อย่างไร หรือกรณี ซีทีเอคซ์ (CTX) ที่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายท่าน บางท่านได้อภิปรายไป รัฐบาลเสียหาย บทม. เสียหายไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจะดําเนินการแก้ไข ปัญหานี้ได้อย่างไร อันนี้คือยกตัวอย่างขึ้นมา ๒–๓ ตัวอย่างให้เห็นว่า การทุจริต เปึนปัญหาของการสิ้นสุดอายุรัฐบาลมามากแล้ว แล้วก็มีหลายเรื่องที่ส่อทุจริต อย่างชัดเจนออกมาเปึนระยะ ๆ โดยเฉพาะมีคณะกรรมการ คตส. ซึ่งต้องกราบเรียนว่า ถ้ารัฐบาลแถลงว่าจะยึดประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริง กระผม ต้องยกตัวอย่าง คตส. ขึ้นมา เพราะว่าปัจจุบันนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ประกาศ ตอนหาเสียงว่าจะยุบ คตส. ประกาศชัดเจนครับ จะยุบ คตส. มาดูรายละเอียดในนโยบาย ไม่มี คตส. จะดําเนินการอย่างไร จะเดินต่อ รัฐบาลจะช่วยดูแลหรือว่าจะให้ยุบไปตามที่ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายตอนหาเสียง รวมทั้งเมื่อแถลงว่า ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนอย่างแท้จริง ต้องไม่ลืมครับว่า คตส. ไม่ใช่ เทวดา คตส. ไม่ใช่ผู้พิพากษา ทั้งหมดไปจบที่ศาล ถ้าเปึนอย่างนี้ ถ้าเป่ดโอกาสให้ คตส. ได้ทํางานอย่างเต็มที่ อาจจะมีเม็ดเงินจากการทุจริตคืนมาให้ประเทศไทยจํานวนเปึน หมื่นล้านบาท หลายหมื่นล้านบาทเปึนแสนล้านบาทนะครับ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะ กราบเรียนตั้งคําถามนโยบายของรัฐ กฎหมายและการยุติธรรม ซึ่งก็ถือว่าดีครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีโอกาสนั่งอยู่นะครับ แต่ว่าในนโยบายของ รัฐบาลที่เขียนขึ้นก็ยังมีเผื่อไว้นิดหนึ่งครับ เห็นว่าพอจะไปได้ก็คือกระบวนการยุติธรรม ทางเลือกครับท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตผ่านไปที่รัฐมนตรีครับ กระผมคิดว่ากระบวนการ ยุติธรรมทางเลือก ท่านยกตัวอย่างขึ้นมาคือกระบวนการชะลอการลงโทษ กระผมคิดว่า ถ้าเอาชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้องครับท่านประธานกับท่านรัฐมนตรีครับ ให้ตั้งศูนย์ยุติธรรม ชุมชน จบทั้งแพ่งทั้งอาญา ไม่ต้องไปตํารวจ ไม่ต้องไปโรงพัก เสียเงินทั้ง ๒ ฝ์าย ให้ชุมชน ดูแลนะครับ จบในชุมชน ยาเสพติดก็จบ ลักเล็กขโมยน้อยก็จบ ทุกสิ่งทุกอย่างจบ มันก็จะ ทําให้สมเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และจะทําให้กระทรวงการยุติธรรมของ ท่านรัฐมนตรีไปได้ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณทองดีครับ

นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อน ๆ สมาชิก ส.ส. กลุ่มเดียวกันหรือพรรคเดียวกัน ไม่มีโอกาสที่จะได้อภิปรายทั้งหมด ก็ได้ให้ผมเปึนตัวแทน มีเพื่อน ส.ส. อุบลราชธานี ขอนแก่นและอุดรธานีนะครับ ท่านที่ เคารพครับ การเมืองคือการแย่งชิงให้ได้มาซึ่งอํานาจในการบริหาร การเมืองคือ การแบ่งปันผลประโยชน์เพื่อกลุ่มเพื่อคณะ ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคพลังประชาชน หลังจากเลือกตั้งเสร็จ ได้เสียงข้างมาก ๒๓๓ เสียง มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง ๖ พรรค ได้นํานโยบายคณะรัฐมนตรีและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กระผมขอกราบขอบคุณที่มีโอกาสได้อภิปรายนโยบายของ รัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอตั้งข้อสังเกตว่าโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลโดยการนํา ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้นํามาแถลงต่อรัฐสภา เพื่อนําไปสู่ การปฏิบัตินั้น พรรคการเมืองซึ่งได้รับการเลือกตั้งในฐานะที่มีเสียงข้างน้อยนะครับ เปึนฝ์ายค้านก็ต้องเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นนโยบายหลักการของระบอบ ประชาธิปไตยนั้น การเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่ใช่หลักและปัจจัยที่ว่าการที่ไม่เห็นด้วย เปึนสิทธิของท่าน แต่ฝ์ายแถลงก็ต้องแถลงตามนโยบายที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นกระผมขอ เข้าสู่ประเด็นเลยว่านโยบายเร่งด่วนจะเริ่มดําเนินการได้ในป้แรกนะครับ เพิ่มศักยภาพ ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถแก้ปัญหาของชุมชน ของตัวเอง ความจําเปึนพื้นฐาน โลจิสทิคซ ท่านประธานที่เคารพครับ จัดสรรงบประมาณ ตามโครงการประชากรเอสเอ็มแอล รัฐบาลใดที่ผ่านมาทุกรัฐบาลครับ ต้องมีงบประมาณ งบกลางเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ พรรคการเมืองเก่าแก่งบมิยาซาวาท่านก็เคย ดําเนินการมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยู่ฝ์ายปฏิบัติในส่วนนี้ท่านเอา งบประมาณหารหมู่บ้านครับ หมู่บ้านละ ๑ แสนบาท ดายหญ้า ลอกผักตบชวาครับ ท่านมีโครงสร้าง โครงงานไหม ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าทุกนโยบายหลักในปรัชญา ในการบริหารต้องมีงบกลางอยู่แล้ว ผมขอสนับสนุนงบเอสเอ็มแอลครับ และโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ ท่านที่เคารพครับ โครงการที่ได้ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องกลุ่มต่าง ๆ นั้น เช่น ของอุดรธานีปลาร้าข้ามป้ครับ ปลาร้าขึ้นบิ๊กซี โลตัส ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ แล้วครับ มีพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ได้ไปสัมมนา ส.ส. บอกว่าพฤติกรรมการกินของ ส.ส. อีสานนั้นไปต่างประเทศได้นํา ปลาร้าไปเพื่อบริโภคถือว่าไม่ดูพฤติกรรมในการกิน ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้อง ชาวอีสานถือว่าปลาร้าคืออาหารสําคัญของพี่น้องเรา เพราะฉะนั้นปลาร้าไม่ใช่ของ หมิ่นประมาทได้แล้วครับ โอทอป ๕ ดาวนะครับ ที่อําเภอหนองหาร จังหวัดอุดรธานี เพราะฉะนั้นตรงนี้ถือว่าพี่น้องชาวอีสานมีวัฒนธรรมการกินหรือการอยู่นั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ไม่มีใครที่ไม่อยากให้พี่น้องเราหรือตัวเราอยู่ดีกินดีครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาล ถึงได้นํางบประมาณเพื่อดูแลทุกข์สุขพี่น้องตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ตอนที่ไป ประชาสัมพันธ์หาเสียงขอคะแนนพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เหลือเวลา นิดน้อยนะครับ กระผมฝากตรงนี้ว่านโยบายต่าง ๆ ทุกอย่างดีหมด แต่ขอเสริมว่าโครงการใด ที่ยังไม่ประสบความสําเร็จดําเนินการไปแล้ว โครงการต่อเนื่องหรืองบประมาณระหว่าง ข้ามป้นั้นขอให้ดําเนินการต่อไป อย่างเช่น ถนนสายอุดรธานี-สกลนคร ๔ ช่องจราจร เปึนชุมชนที่หนาแน่นแก้ปัญหาทางอุบัติเหตุนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้พี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์มากจากอุดรธานีถึงอําเภอหนองหารครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกส่วนหนึ่งที่จะลืมไม่ได้นะครับ เวลามีน้อยครับ ท่านกํานัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแพทย์ สารวัตร ฝากไปถึง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยว่าขอให้ปรับปรุงแก้ไข สวัสดิการของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และการเข้าสู่ตําแหน่ง เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลา ขอกราบขอบคุณ สวัสดีครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา รัฐบาลได้เกริ่นนําไว้ในคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีไว้ บอกว่ามี ๓ แนวทางในการที่จะ จัดทํานโยบาย

แนวทางแรกก็คือเรื่องของการสร้างความสมานฉันท์ให้คนไทยทุกภาคส่วน

๒. ก็คือการสร้างความสมดุลและภูมิคุ้มกันให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ และ

๓. คือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ และกลไก การตรวจสอบการดําเนินงานของภาครัฐ

ใน ๒ แนวทางแรกนี่ครับท่านประธาน มีรายละเอียดอยู่ในนโยบาย ค่อนข้างเยอะ แต่ในแนวทางสุดท้ายเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนหายไป จริง ๆ แล้วเคยมีอยู่ในเอกสารที่เขียนว่า ลับมาก ซึ่งเปึนฉบับร่างเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ มีทั้งเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน และรวมถึงเรื่อง เสรีภาพของสื่อมวลชน โดยเฉพาะระบุไว้ว่าในเรื่องเสรีภาพสื่อมวลชนนี้บอกว่า ส่งเสริม ให้สื่อสารมวลชนของรัฐและเอกชนมีสิทธิเสรีภาพในการรับรู้กิจการของรัฐ และการดําเนินงาน ของเจ้าหน้าที่รัฐในกรอบของกฎหมาย มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการเผยแพร่ข่าวสารอย่างเที่ยงตรง เปึนธรรม และรวดเร็ว น่าเสียดายครับ รัฐบาลไม่มีความกล้าหาญพอที่จะบรรจุนโยบายที่อยู่ในร่างฉบับดังกล่าวมาอยู่ในร่างจริง ร่างจริงจึงเหลือสั้น ๆ ครับบอกว่า ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจาก ทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรม และรวดเร็ว ผมถือว่า การไม่เขียนนโยบายที่ระบุถึงเรื่องเสรีภาพของสื่อมวลชนนี้เปึน การจงใจ เปึนการละเลย แล้วก็เปึนความผิดพลาดครั้งใหญ่ของรัฐบาล เพราะเสรีภาพต้องถือว่าเปึนหัวใจของ การทํางานของสื่อสารมวลชน ถ้าขาดเสรีภาพสื่อก็ไม่สามารถทําหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ วันนี้ผมจึงไม่มั่นใจครับว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนในประเทศนี้จะได้รับการคุ้มครองแล้วก็ เห็นความสําคัญจากรัฐบาล ด้วยเหตุผลประการแรกที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง เพราะนับตั้งแต่ รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ มีข่าวคราวเกี่ยวกับสื่อมวลชนไม่เว้นแต่ละวัน มีเรื่องการเข้ามา จัดระบบสื่อของรัฐ มีเรื่องของการแยกแยะประเภทของข้าราชการในองค์กรสื่อมวลชน ของรัฐ มีการจะจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ใหม่ จะตั้งทีวีเสรี จะหาสถานีโทรทัศน์ให้อดีต พนักงานของไอทีวี (iTV) เข้าไปทํางาน นายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่าเปึนสัญญาสุภาพบุรุษ ว่าจะไม่เข้ามาแทรกแซงสื่อ สิ่งเหล่านี้แหละครับ ล้วนแต่เปึนทิศทางเปึนนโยบายของ รัฐบาลนี้ที่รัฐบาลควรจะมาบอกกับผู้แทนของปวงชนในสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ไปพูดอยู่ข้างนอก นอกจากนั้นครับ ปัญหาในแวดวงสื่อมวลชนนี่มีมากมาย ทั้งเรื่องเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่ยัง ไม่มีหลักประกัน เรื่องของวิทยุชุมชน เรื่องของเคเบิลทีวี (Cable TV) เรื่องของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ใหม่ ๆ รวมทั้งถึงเรื่องของคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพนี้ ล้วนแล้วแต่ต้องการท่าทีที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะมีส่วนสนับสนุนอย่างไร

ประการที่ ๒ ที่ผมมีความรู้สึกว่าไม่มั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะให้ความสําคัญกับ เสรีภาพของสื่อมวลชนก็คือ รัฐบาลถูกกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงสื่อตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา เปึนรัฐบาล เพราะมีท่าทีที่จะไปอย่างเช่น มีข่าวออกมาบอกว่าจะไปเช็คบิลสื่อมวลชน ของรัฐ มีข่าวว่าจะไปเล่นงานอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มีข่าวว่าจะไปทบทวน สถานีโทรทัศน์เพื่อประโยชน์สาธารณะ มีข่าวว่าจะทําโทรทัศน์เอง จะรื้อช่อง ๑๑ จะใช้ สื่อมวลชนของรัฐเปึนกระบอกเสียง และที่เปึนที่หวั่นวิตกมากก็คือกรณีของดอกเตอร์ เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง กรณีนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ในสื่อมวลชนของรัฐ คลื่น ๑๐๕ เอฟเอ็มนี้เปึนคลื่นของกรมประชาสัมพันธ์ เคยเกิดเรื่อง แบบนี้มาแล้วเมื่อป้ ๒๕๔๙ วิทยุเอฟเอ็ม ๙๔.๕ ของกรมประชาสัมพันธ์ก็เคยทําแบบนี้ มาแล้วครับ เคยสั่งเบรกกลางอากาศ ไม่ยอมให้ออกเทปคําให้สัมภาษณ์ของคุณโสภณ สุภาพงษ์ ที่ปกปัอง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เรื่องนี้ไม่ว่าใครจะอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรก็ตาม แต่ว่ากรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเปึน สัญญาณที่อันตรายสําหรับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ท่านประธานครับ มีสมาชิก รัฐสภาบางท่านไม่เชื่อครับว่าจะมีรัฐบาลไหนคิดที่จะแทรกแซงสื่อ ผมบอกกับ ท่านประธานว่าไม่จริงครับ มีมาทุกยุคทุกสมัย แล้วก็โดยเฉพาะในยุคที่นักการเมือง พยายามจะเข้ามายึดครองการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ การเข้ามาแทรกแซงสื่อเกิดขึ้นทุกครั้ง เขามีแนวความคิดว่าถ้าคุมสื่อได้ก็คือคุมประชาชนได้ คุมประชาชนได้ก็คือคุมอํานาจ รัฐได้ เมื่อคุมอํานาจรัฐได้ก็เปึนวงจรไปควบคุมสื่อได้อีก เขาทํากันอย่างไรครับ เขาใช้วิธี กลวิธีที่สลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ มีแบบแผน มีลําดับขั้นตอน เริ่มจากการเข้าไป แทรกแซง เข้าไปดูแล ไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการในกองบรรณาธิการ ในฝ์ายข่าว มีการโยกย้ายนักข่าว โยกย้ายบรรณาธิการ หลังจากนั้นก็มีการครอบงํา ดึงสื่อเข้ามาเปึน พวก เข้ามาแจกจ่ายผลประโยชน์ให้กับคนที่ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนบางส่วน ถ้าทําไม่ สําเร็จ แทรกแซงไม่ได้ ครอบงําไม่ได้ ก็ข่มขู่คุกคาม กรณีที่ ปปง. เข้าไปตรวจสอบธุรกรรม ทางการเงินของคอลัมนิสต์ (Columnist) ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์เปึนตัวอย่าง ที่ชัดเจนแล้ว สุดท้ายเมื่อสื่อมวลชนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็ไม่สามารถที่จะมีแรงไปต่อรอง ได้ก็เซนเซอร์ (Sensor) ตัวเองครับ วันนี้สถานการณ์แบบนั้นกําลังจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ประการที่ ๓ ครับ ผมเกิดความไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะให้การส่งเสริม สนับสนุนสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนหรือไม่ ก็ดูที่ผู้ปฏิบัติงาน มองดูแล้วไม่มีความเหมาะสม และไม่มีความสามารถครับ ท่านแรกท่านหัวหน้ารัฐบาลครับ ตลอดชีวิตทางการเมืองของ ท่านไม่เคยแสดงอาการญาติดีกับสื่อมวลชนเลยครับ ท่านภูมิใจกับท่าทีของท่านเช่นนี้ ตลอดมา ล่าสุดประกาศกลางสภานี้ครับ เมื่อวานซืนนี้เอง บอกว่าตัวเองพร้อมจะเปึน ปฏิปักษ์กับสื่อ แล้วถามว่าเปึนปฏิปักษ์กับสื่อแล้วเปึนอย่างไร มีรัฐธรรมนูญฉบับไหน มีมาตราไหนที่ห้ามนายกรัฐมนตรีเปึนปฏิปักษ์กับสื่อรัฐ ผมคิดว่านี่คือการประกาศท่าที ที่ตั้งปัอมที่ชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีคนนี้จะเปึนปฏิปักษ์กับสื่อมวลชน ถามว่าสื่อมวลชนนี่ เลวทรามต่ําช้าถึงขนาดว่าต้องเปึนปฏิปักษ์กันตลอดชีวิตอย่างนี้หรือครับ ผมเปึนห่วงครับ ถ้าเกิดว่าท่านชอบจาริกแสวงศัตรูแบบนี้ท่านไม่มีโอกาสจะไปสร้างความสมานฉันท์ ในบ้านเมืองได้หรอกครับ ท่านใช้สื่อเพื่อตัวเองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองตลอดครับ ตั้งแต่เขียนคอลัมน์ (Column) ตั้งแต่จัดรายการวิทยุยานเกราะ ออกมาทําหนังสือพิมพ์ เจ้าพระยา เขียนหนังสือพิมพ์เดลิมิเลอร์ มาทํารายการสมัคร ดุสิต ล้วนแล้วแต่ใช้สื่อเปึน กระบอกเสียงของตัวเอง ที่สําคัญครับนายกรัฐมนตรีให้ข้อมูลข่าวสารที่ควรจะถูกต้องกับ สาธารณชน กรณีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมนี่เปึนเรื่องที่ร้ายแรงมากครับ การที่ผู้นําของประเทศไม่ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเปึนการบอกกล่าวความเท็จกับพี่น้อง ประชาชนซึ่งขัดกับนโยบายที่ท่านแถลงบอกว่าส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสารจากทางราชการอย่างกว้างขวางถูกต้อง เปึนธรรม และรวดเร็ว ท่านประธานครับ ข้อมูลที่ผิดพลาดและเปึนปัญหาอีกอันหนึ่งก็คือการบอกข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง เรื่องการป่ดหนังสือพิมพ์หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมครับ ท่านบอกว่าท่านไม่เกี่ยวข้องเลย ข้อเท็จจริงก็คือว่ามีหนังสือพิมพ์ถูกป่ดในเหตุการณ์วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ๑๓ ฉบับ รุ่งขึ้นเป่ดให้มีการผลิตหนังสือพิมพ์ออกมาได้อีกเปึนราย ๆ ไป แต่หลังจากนั้นในยุคของ รัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยขณะนั้นมีการป่ดหนังสือพิมพ์ตลอดเวลาเกือบ ๑ ป้ รวมแล้ว ๓๒ ฉบับ แรกสุดก็คือวันที่ ๑๐ ตุลาคม ป่ดตาย ๑๓ ฉบับ หลังจากนั้นก็ป่ดเรื่อยมา นี่สะท้อนให้เห็น ว่าท่านเองไม่ได้บอกกล่าวความจริงกับสาธารณชนให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วพร้อม ๆ กับ การป่ดหนังสือพิมพ์ในช่วงนั้นครับทําให้หนังสือพิมพ์หลายฉบับไม่กล้าเล่นข่าวการเมือง เรียกว่าการเซนเซอะตัวเองในยุคนั้นนี่รุนแรงมาก พร้อม ๆ กับการกระหน่ําป่ด หนังสือพิมพ์ในยุคนั้นนะครับ รัฐบาลหอยที่มีท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ก็ใช้เงินภาษีอากรของประชาชนไปออกหนังสือพิมพ์เจ้าพระยามาแข่งกับหนังสือพิมพ์ ทั่วไปอีก แล้วยังแถมออกหนังสือสันดานหนังสือพิมพ์มาถล่มคนหนังสือพิมพ์อีก ผมคิดว่าท่าทีเหล่านี้เปึนท่าทีที่ไม่เปึนมิตร และก็ไม่สามารถที่จะทําให้การสนับสนุน นโยบายเพื่อสนับสนุนสื่อมวลชนเปึนไปได้ ท่านที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ท่านจักรภพ เพ็ญแข ท่านพกความแค้นมาจากไหนไม่ทราบ เข้ามาวันแรก ก็ประกาศโครมครามว่าจะจัดระบบสื่อ ทั้งกรมประชาสัมพันธ์ ทั้ง อสมท. จะเล่นงานกัน ไปทั่ว ผมคิดว่าเบา ๆ หน่อยครับ ท่านยังมีเวลาที่จะศึกษาเรื่องนี้อีกนาน ท่านที่ ๓ ไม่พูด ถึงไม่ได้ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเปึนต้นตํารับเรื่องโมเดิร์น ทีวี (Modern TV) ท่านเปึนนักการตลาด เปึนนักพีอาร์ (PR) เปึนนักสร้างภาพ ท่านเข้าไป อยู่ อสมท. ตามคําบัญชาของอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเข้าไปแล้วหน้าที่ของท่านก็คือเอา องค์กรสื่อมวลชนของรัฐไปขายในตลาดหลักทรัพย์ ไปเปลี่ยนผังรายการให้กลายเปึน โทรทัศน์ของนักธุรกิจสื่อ เปึนโทรทัศน์ของนักธุรกิจบันเทิง แล้วก็เอาสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ที่ควรจะรับใช้พี่น้องประชาชนไปรับใช้ผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ รายการส่วนใหญ่ของ ช่อง ๙ ถูกทดแทนด้วยผังรายการประเภทบันเทิง เกมโชว์ ละคร รายการถ่ายทอด สําคัญ ๆ ในการประชุมสภาก็ไม่มีถ่ายทอดจากช่อง ๙ อีกต่อไป เพราะอ้างเหตุผลบอกว่า เปึนของธุรกิจเอกชนอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่องค์กรแห่งนี้กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่อยู่แท้ ๆ วันนี้ได้ข่าวว่าจะไปทําโอเดิร์น อิเลฟเวิน (Modern eleven) ไม่ทราบว่าเขาปรึกษาหารือ ท่านหรือไม่ ต้องระวังไว้ครับ ท่านสุดท้ายครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ ซึ่งท่านคงจะจําได้ครับ เจ้าของไอเดีย (Idea) ศูนย์พิฆาตสื่อ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมัยเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปึน มท. ๖ ของรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ประกาศตอนนั้นเลยว่าจะปฏิบัติการกับสื่อมวลชนแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันกับสื่อมวลชน ตั้งศูนย์ปฏิบัติการสู้ข่าวกันชั่วโมงต่อชั่วโมง ฉบับต่อฉบับ ช่องต่อช่อง นับว่าฮึกห้าวเหิมหาญมากครับ วันนี้ท่านก็ทําตัวเปึนองครักษ์พิทักษ์ นายกรัฐมนตรี ไปบอกว่าเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุอะไรหรอก เกิดจาก เหตุตํารวจทําป๋นลั่น แล้วเรื่องราวก็ลุกลามไปใหญ่โต ท่านก็ยังคงเอาทฤษฎีไอ้ปู๋ดมาใช้ อีกแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากให้ทั้ง ๔ ท่าน ได้ลองมองสื่อมวลชนในแง่ดี มองในมิติที่สร้างสรรค์ แล้วเชื่อว่าเราจะช่วยกันส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพของสื่อมวลชน ให้พัฒนาไปมากกว่านี้ได้ครับ กราบขอบพระคุณ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณบุญยอด สื่อตัวจริงครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เปึนครั้งแรก เปึนโอกาสแรกที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้โอกาสกับสมาชิกใหม่ให้มีโอกาสได้ทําหน้าที่ ในสภา ผมกราบขอบพระคุณท่านหัวหน้าพรรคด้วยนะครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตที่จะได้วิจารณ์การถ่ายทอดการอภิปรายนโยบายรัฐบาลกันตลอด ๓ วัน เพราะว่าผมเองก็เคยทํางานโทรทัศน์มานะครับ เปึนรายการที่น่าเบื่อ เราพูดอภิปรายกัน โดยที่ไม่ได้มีการขมวดประเด็นให้มันเปึนหมวด ๆ ไป หรือว่าจะให้ท่านรัฐมนตรีมารอที่จะ ได้พูดจากัน หรือพูดกันในสภาแห่งนี้ ถ้าเปึนหมวด ๆ ไปนั้นก็น่าจะทําให้ผู้ชมนั้นเข้าใจได้ ง่ายว่าแต่ละนโยบายของรัฐบาลนั้นสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้มีความรู้สึกอย่างไร มีการ อภิปรายอย่างไร และรัฐมนตรีจะตอบอย่างไร อย่างเช่น ในขณะนี้ถ้ากล้องจะไปจับที่ที่นั่ง ของคณะรัฐมนตรีตอนนี้มีอยู่ ๖ ท่าน จากจํานวน ๓๐ กว่าท่าน ขอบคุณทั้ง ๖ ท่าน ที่ท่าน กรุณาสละเวลาอันมีค่าของท่านจากการประชุมเมื่อเช้า ตอนนี้ ๑๘.๔๐ นาฬิกา ไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีประชุมเสร็จหรือยังนะครับ แต่เมื่อสักครู่ผมเห็น ท่านรัฐมนตรีจักรภพ เพ็ญแข อยู่ในห้องประชุม ถ้าท่านได้ยินเสียงนี้ก็กรุณารีบเข้าห้อง ประชุม เพราะว่าถ้าผมจะพูดต่อไปอาจจะมีสมาชิกท่านอื่นยกมือประท้วงหรือว่าคัดค้าน ผมอยากจะคุยกับท่านรัฐมนตรีจักรภพอย่างยิ่งครับ นโยบายของรัฐบาลในเรื่องสื่อ ในรัฐบาลชุดนี้มีคนที่ทํางานกับสื่ออย่างน้อยก็ ๓ คน ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีมิ่งขวัญ ท่านจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรี แต่นโยบายของท่านที่เขียน ไว้กับสื่อนั้นสั้น กะทัดรัด จุ๊ดจู๋ครับ ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการและสื่อสาธารณะอื่นได้ อย่างกว้างขวางถูกต้องเปึนธรรมและรวดเร็วนะครับ มีคําใหม่ที่ผมได้เห็นก็มีแค่ ๔ คํา เท่านั้นเอง นั่นคือ กว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรม และรวดเร็ว ๔ คําในนโยบายสําหรับ สื่อสารมวลชนเพียงเท่านั้นเองนะครับ ผมอยากถามท่านเหมือนกัน ท่านใช้เวลาร่าง นโยบายฉบับนี้สําหรับสื่อสารมวลชนใช้เวลาสักกี่นาทีครับ แต่นอกจากนั้นผมเข้าไปดู ในนโยบายของท่านในนโยบายศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมอยู่ในหน้าที่ ๑๐ ของนโยบาย รัฐบาล ในนโยบายข้อนี้ ในข้อ ๒.๔.๔ ครับ บอกว่าจะขยายบทบาทสภาวัฒนธรรม ทุกจังหวัดให้เปึนกลไกเฝัาระวังทางวัฒนธรรมที่ครอบคลุมทั้งวิถีชีวิตและสื่อทุกประเภท ที่มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรมและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน อีกประโยคหนึ่งสําคัญครับ พร้อมทั้งขจัดสื่อที่เปึนภัยต่อสังคม ขยายสื่อที่ดีต่อไป เพื่อนําไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมอย่างเท่าทันสถานการณ์ ผมต้องถามท่านทาง รัฐบาลนะครับ ถามผ่านทางท่านประธานสภาครับว่า ขจัดสื่อที่เปึนภัยของสังคมนั้นมี ความหมายกว้างขนาดไหนครับ อะไรคือสื่อที่เปึนภัยต่อสังคมบ้าง ถ้าหนังสือพิมพ์รายวัน ปกติลงภาพโป็ จะถือเปึนภัยต่อสังคมและป่ดหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไหมครับ ท่านจะขจัด อย่างไร ขออนุญาตให้ท่านได้ตอบต่อสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ

ในเรื่องต่อไปนะครับที่เปึนนโยบายของรัฐบาล ที่ผมต้องขออนุญาต ชี้ให้ท่านเห็นว่าท่านไม่ได้ระบุในวันที่สิ้นสุดของนโยบายนะครับ อย่างเช่นที่ นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านได้อภิปรายไปในช่วงเช้า ของวันนี้ครับ รัฐบาลมิได้ประกาศวันสิ้นสุดของการเขียนกฎหมาย การตรากฎหมาย ซึ่งสําคัญอย่างยิ่ง อยู่ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๕ ใน (๑) บอกว่า มิให้นําบทบัญญัติ มาตรา ๔๗ วรรคสอง มาใช้บังคับจนกว่าจะมีการตรากฎหมายตามมาตรา ๔๗ จัดตั้ง องค์กรเพื่อทําหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาครับ ผมหาไม่เจอในนโยบายของท่านนะครับว่าท่านได้เขียน หนึ่งร้อยแปดสิบวันนี้ไว้ที่หน้าใด แต่ผมเห็นในภาคผนวก ก ของท่านครับว่า เริ่มต้นข้อที่ ๑ ท่านจะเขียนกฎหมายให้เสร็จภายในหนึ่งป้ หน้าต่อไปหน้าที่ ๒ หน้าถัดไปเปึนนโยบาย ในสองป้นะครับ แล้วก็เปึนการตรากฎหมายอื่นตามรัฐธรรมนูญ แล้วกฎหมายในหนึ่งร้อย แปดสิบวันนับจากวันแถลงนโยบายรัฐบาล ท่านเขียนไว้ตรงไหนครับ ตกหล่นหรือเปล่าครับ ถ้าตกหล่นขอความกรุณาอธิบายนะครับ สื่อสารมวลชนนั้นมีการถูกแทรกแซงมาโดย ตลอดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านไปถามกับสื่อมวลชนตัวจริงในยุคของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนยุคที่สื่อสารมวลชนถูกแทรกแซงอย่างหนักครับ แต่อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตที่จะต้องพูดกับทางรัฐบาลครับว่า สื่อนั้นไม่ได้มี เฉพาะวิทยุโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์เท่านั้นนะครับ สื่อยังมีสื่อประเภทสื่อพื้นบ้าน ซึ่งควร จะได้รับการส่งเสริม สื่อประเภทนักร้องนักแสดงนะครับ ซึ่งเมื่อเป่ดรัฐบาลขึ้นมาเมื่อไร เขาก็จะกลับมาหาท่านบอกท่านว่าช่วยดูปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ช่วยส่งเสริม อุตสาหกรรมของภาพยนตร์ที่จะออกไปสู่ต่างประเทศให้ได้มากขึ้น อย่าไปเซนเซอร์เขา บ่อยนักนะครับ สื่อต่าง ๆ เหล่านี้ที่เขาทํางานนั้นเขาก็ทํางานด้วยความเหนื่อยยากและ ต้องการการส่งเสริมอย่างจริงจัง สื่อภูมิภาคและสื่อท้องถิ่นนะครับ นักข่าวท้องถิ่นเปึน นักข่าวที่อยู่ในพื้นที่อยู่ในเหตุการณ์ และอยู่ท่ามกลางอิทธิพล รวมทั้งความยากลําบาก อย่างมากครับ สื่อภาคใต้ที่ทําหน้าที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเสี่ยงภัยไม่น้อย ไปกว่าทหาร ตํารวจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับนักข่าวของพื้นที่ที่ได้รับอันตราย สื่อในภาคใต้นั้นได้มีการประชุมกันครับ แล้วก็มี ข้อสรุปนะครับว่าจากเหตุการณ์ของความรุนแรงในรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งบอกว่าปัญหาความรุนแรงนั้นเปึนเพราะว่ารัฐบาลในขณะนั้น ให้ข่าวเพียงแง่มุมเดียวครับ ในขณะที่สื่อมวลชนในภาคใต้พยายามสะท้อนข้อเท็จจริง และความเปึนจริงว่าในแต่ละวันเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่ของเขาบ้าง บางครั้งถูกมองว่า เปึนกระแสมุมกลับนะครับ เปึนสื่อที่ไปส่งเสริมกับมุมกลับ พวกเขาอึดอัดใจแล้วก็อยากจะ ให้ทําหน้าที่ของเขาได้อย่างชัดเจนต่อไปครับ ถ้าเราไปดูในภาคเหนือนะครับ ผมได้ไปพบ รายงานพิเศษอีกฉบับหนึ่งก็น่าสนใจสําหรับสื่อภูมิภาค ในหนังสือพลเมืองหรือรายสัปดาห์มีรายงานพิเศษเขียนโดย นายไกรสร ตันติพงศ์ พูดถึง บริเวณของอําเภอไชยปราการแล้วก็อีกหลายอําเภอนะครับ ที่อยู่บริเวณขอบชายแดนของ จังหวัดเชียงใหม่ ใน ๕ - ๖ อําเภอ ที่อยู่ใกล้ ๆ กันนั้นนะครับ ปรากฏว่าเปึนพื้นที่ที่มี การลักลอบขนยาเสพติดอย่างมาก ยาเสพติดนั้นมาจากบริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศ เพื่อนบ้านของเรา ได้มีข้อเสนอว่าให้มีการรวบรวมอําเภอชายแดนทั้งห้านั้นแยกออกจาก จังหวัดเชียงใหม่ครับ แล้วก็ตั้งจังหวัดชายแดนขึ้นเพื่อการปกครองอํานวยความสะดวก และความปลอดภัยให้กับประชาชน เพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อการเศรษฐกิจ เป่ดด่าน ค้าขายกับพม่าตามช่องทางของแต่ละอําเภอ การศึกษา การศาสนาและวัฒนธรรม และเพื่อการปราบปรามยาเสพติด ข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะต้องสนใจ เพราะว่าเปึนข้อเสนอที่ดีครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาที่มีจํากัดถามคําถามกับท่านรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ปรากฏตัวนะครับ ผมถามคําถามกับรัฐมนตรีผ่านทางประธานรัฐสภา

คําถามแรกผมอยากถามรัฐมนตรีจักรภพนะครับว่า คําจํากัดความของ คําว่า สื่อของรัฐ ในความหมายของท่าน รัฐ ของท่านหมายถึงอะไรครับ รัฐของท่าน หมายถึงประเทศชาติ ประชาชน หรือรัฐของท่านหมายถึงรัฐบาล

ข้อที่ ๒ การเขียนนโยบายอย่างเปึนธรรมที่ว่ามีข้อเรียกร้องไหมครับ จากทางองค์การสื่อ ๖ องค์กรด้วยกันนะครับที่แถลงการณ์ต้อนรับการมาของท่าน องค์กรสื่อนั้นมีทั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักหนังสือพิมพ์ ภูมิภาคแห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมเคเบิลทีวี แห่งประเทศไทยครับ ข้อเรียกร้อง ๑ ใน ๔ ข้อนั้นบอกว่า ถ้าท่านให้นายกรัฐมนตรี จัดรายการผ่านสื่อของรัฐ ท่านจะให้ผู้นําฝ์ายค้านซึ่งจะได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไปนั้นจัดรายการอย่างเท่าเทียมและเปึนธรรมหรือไม่ ท่านช่วยถาม ด้วยนะครับ

อีกข้อหนึ่งที่ผมอยากจะขอถามท่านก็คือเรื่องของหนี้สินของไอทีวี ไอทีวีนั้น มีเรื่องกับทางสํานักนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ นะครับ บริษัท ชินคอร์ป ยื่นเรื่องต่อ อนุญาโตตุลาการขอลดค่าสัมปทานลง อนุญาโตตุลาการชี้ขาดวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๗ ลดค่าสัมปทานลงเปึนป้ละ ๒๓๐ ล้านบาท จากป้ละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้น รัฐจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับบริษัทนี้ด้วยเปึนเงิน ๒๐ ล้านบาทครับ ทางสํานัก นายกรัฐมนตรีก็ยื่นเรื่องนี้ต่อศาลปกครอง ศาลปกครองพิพากษากลับครับ ที่จะให้ไอทีวี จ่ายค่าสัมปทานป้ละ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเช่นเดิมนะครับ แล้วก็ต้องปรับสัดส่วนของรายการ เปึน ๗๐:๓๐ ตามเดิมด้วย รวมทั้งจ่ายค่าผิดสัญญาสัมปทานร้อยละ ๑๐ ของค่าสัมปทาน แต่ละป้คิดเปึนรายวัน มูลค่าของค่าปรับสูงมหาศาลอย่างน่าตกใจ แต่ถ้าท่านไม่ทําผิด ท่านจะไม่ถูกค่าปรับนะครับ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ คําถามก็คือว่า แล้วเรื่องนี้ ก็ไปต่อที่ศาลปกครองสูงสุดนะครับ ศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามเดิมตามศาลปกครอง คําถามต่อท่านรัฐมนตรีก็คือว่าจนขณะนี้หนี้สินของไอทีวีทางรัฐของเราทวงคืนมาได้มาก น้อยขนาดไหนครับ และท่านจะทวงคืนภายในระยะเวลาทั้งหมดกี่ป้ครับ

ข้อต่อไปนะครับ ที่ผมขออนุญาตที่จะต้องพูดถึงเรื่องของค่าเช่าของ ทีพีบีเอส (TPBS) ในขณะนี้ ก่อนหน้านี้เปึนทีไอทีวีเช่าตึกชินอยู่เหมือนกันครับ คู่กรณี เมื่อสักครู่ วันที่ ๘ มีนาคม ถึงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ค่าเช่าตึกชิน ๘,๘๓๕ ตารางเมตร ตารางเมตรละ ๓๓๑.๕๐ บาทต่อเดือน นี่เปึนข้อมูลที่เพื่อนนักข่าวของผมส่งมาให้ ค่าเช่าต่อเดือนสําหรับสํานักงานที่นี่ ๒ ล้าน ๙ แสนกว่าบาทต่อเดือน แต่หลังจากนั้น ในเดือนธันวาคมมีการปรับเปลี่ยนค่าเช่า แล้วก็ปรับเปลี่ยนลดพื้นที่ลง จาก ๘,๘๐๐ ตารางเมตร เหลือ ๗,๐๙๗ ตารางเมตร แต่ค่าเช่าเพิ่มขึ้นจาก ๓๓๑ บาท โดยประมาณ ไปเปึน ๕๕๐ บาท ค่าเช่าในพื้นที่ที่น้อยลงแต่มีค่าเช่ามากขึ้นกว่าเดิม เดือนละ ๑ ล้านบาท ค่าเช่าปัจจุบันอยู่ที่ ๓ ล้าน ๙ แสนกว่าบาทต่อเดือน คําถามคือว่า ทีพีบีเอสซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในอํานาจหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีนะครับ แต่ผมขอถามผ่าน ทางสภานี้ครับว่า เราจะให้โทรทัศน์ซึ่งเปึนองค์กรอิสระของรัฐใช้ภาษีของราษฎรนั้น ไปจ่ายค่าเช่าให้กับเอกชนเดือนละ ๓ ล้าน ๙ แสนบาท เหมาะสมหรือไม่ครับ

เอาละครับ ผมขออนุญาตสรุปสุดท้ายนะครับว่า ในเรื่องของ ท่านนายกรัฐมนตรีมีวิวาทะกับสื่ออยู่บ่อยแล้วประกาศตัวจะเปึนปฏิปักษ์ต่อสื่อมวลชน แล้วท่านก็ถามในสภานี้ว่ามันผิดรัฐธรรมนูญข้อไหน ปฏิปักษ์ของท่านถ้าเรามีการตีความ ว่าท่านขัดขวาง แทรกแซง ใช้อํานาจโดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญก็ผิดนะครับ แต่ถามต่อไปครับว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากการเปึนปฏิปักษ์ของท่าน วันนี้ สื่อมวลชนถามท่านไม่ได้ถามในนามนายสมัคร สุนทรเวช ที่จะเห็นคนตายในเหตุการณ์ ตุลาคมเพียง ๑ คนหรือไม่ วันนี้สื่อมวลชนทุกคนถามท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีของ ประเทศไทย สื่อมีสิทธิถามครับ ไม่ว่าเขาจะอายุเท่าไรก็ตาม สื่อมีสิทธิขอความจริงจากท่านเพื่อที่จะส่งไปให้กับประชาชน นั่นเปึนหน้าที่ของสื่อมวลชน ขอความกรุณาให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงนะครับว่า ต่อไปท่านจะเปึนปฏิปักษ์ จริงหรือไม่ ท่านจะเปึนปฏิปักษ์ไปเพื่ออะไรครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณสมคิดครับ

นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง ส.ส. หนองคาย พรรคพลังประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ฟังการแถลงนโยบายของคณะรัฐบาล ในฐานะที่ผมเปึนพรรคร่วมรัฐบาล ผมได้ฟังมาตลอดระยะเวลา ๓ วัน ด้วยความอดทน นะครับ ได้ฟังมาทุกหัวข้อโดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนนั้นตรงใจโดนใจชาวบ้านเหลือเกิน ซึ่งเปึนนโยบายที่ทางพวกกระผมได้ไปหาเสียงกับประชาชน ซึ่งทางคณะรัฐบาลได้นํา มาเปึนนโยบายเร่งด่วน ซึ่งเปึนที่พี่น้องประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุดนะครับ ซึ่งได้ฟัง มาจากผู้มีเกียรติหลายท่าน หลายพรรค ทั้งฝ์ายค้านและรัฐบาล ได้ฟังมาก็เห็นว่านโยบาย ที่จะเปึนประโยชน์กับประชาชนนี้เราก็ยังมามีการท้วงติงหรือว่าไม่เห็นด้วย ผมก็แปลกใจอยู่ว่าถ้าผมหาเสียงอย่างที่บางท่านมาอภิปรายในสภานี่ผมตกแน่นอน ผู้แทน นะครับ เอาละครับ ผมจะเข้าเรื่องแล้วครับตอนนี้ ผมขออธิบาย ขอส่งเสริม สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องการศึกษานะครับ เพราะผมเปึนครูบ้านนอกมา ผมต้องเอานโยบายเรื่องการศึกษามาพูดกันก่อน ซึ่งเปึนนโยบายและเปึนเรื่องปัญหา สําคัญระดับประเทศด้วยนะครับ ทางรัฐบาลได้พูดถึงเรื่องการยกระดับคุณภาพการศึกษา อันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมากครับ ไม่ว่าระดับใดก็ตามนะครับ การศึกษาของประเทศไทย เรารู้สึกจะอยู่ระดับแนวหลังเขานะครับ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งสําคัญที่ทางรัฐบาลได้กําหนด เปึนนโยบายทุกสถาบันการศึกษาทุกระดับคงจะนําเอาปัญหานี้ไปแก้ไข โดยเฉพาะ ภาษาไทยเปึนภาษาประจําชาติของเราเองมีผลการเรียนต่ํามากทุกระดับ สําหรับนโยบาย อันต่อไปเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาหลักสูตร เรื่องหลักสูตรนี้นะครับ มันมีปัญหาตรงที่ว่า ทุกวันนี้การศึกษายุคใหม่จะละเลยเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เพราะฉะนั้นผมอยากเสนอ ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาเลยครับ ในการพัฒนาหลักสูตร โดยเฉพาะ สาระสําคัญในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๕ มีอยู่ ๘ สาระ สาระที่สําคัญที่สุดที่ควรจะเพิ่มเติมแก้ไขก็คือสาระสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ผมเองอยากเสนอแนะว่า ผ่านทางประธานไปยังรัฐบาลนะครับ ให้ไปเน้นเรื่อง ประวัติศาสตร์ สังคมศึกษา เดี๋ยวนี้คนไทยเราไม่รู้ประวัติศาสตร์ตัวเอง อ่อนมากเลยครับ ระดับประถมนี่แทบไม่รู้จักเลยประเทศไทยเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นการจะให้คนไทยมา รักชาติตัวเอง โดยไม่รู้ประวัติศาสตร์ความเปึนมามันก็ยากครับ ผมเน้นตรงนี้ครับ นอกจากนั้นก็ไปเน้นในสาระสังคมอีกตรงหนึ่งก็คือ วิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม อันนี้ คือระดับศีลธรรมของเราตกต่ํามากครับ โดยเฉพาะทุกวันนี้เรารู้สึกพูดอะไรกันไม่ค่อย รู้เรื่อง ระดับศีลธรรมของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ตกต่ํานะครับ อันนี้ก็อยากฝาก ทางรัฐบาลให้ได้ไปดูแลเรื่องศีลธรรมนะครับ สําหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเปึน หลักสูตรของสถานศึกษานะครับ สถานศึกษานี่ผมอยากให้ทางรัฐบาลนําสาระแกนกลางซึ่งมีอยู่แล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วสาระเพิ่มเติมหรือท้องถิ่นอยากให้เอาวิชาศีลธรรมเสริมเข้าไปให้มาก ๆ ทุกสาระวิชา ที่เราสอน สอนวิทยาศาสตร์ก็เสริมศีลธรรมเข้าไปในการสอนวิทยาศาสตร์ด้วยนะครับ สําหรับการศึกษาระดับอาชีวศึกษาระดับ ปวช. ปวส. อยากให้เน้นเรื่องการปฏิบัติ แล้วก็ เน้นเรื่องความสามารถด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย บวกด้วยคุณธรรม จริยธรรม เพราะฉะนั้นระดับ ปวช. ปวส. ยิ่งสําคัญมากนะครับ รู้สึกว่าหละหลวมในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษา อย่างที่เปึนข่าวเราได้ยินมาเราก็ไม่สบายใจ มาพูด ถึงเรื่องระดับอุดมศึกษาก็เหมือนกัน ความจริงแล้วการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ตามที่ได้ติดตามมาก็อยู่ระดับใช้ได้นะครับ ระดับเอเชียของเรา แต่ว่าเรื่องคุณธรรม จริยธรรมขาดไป ผมก็อยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้นําเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เข้าไปสอดแทรกในวิชาที่สอนทุกสาระ ทุกวิชาเอก ในเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาครู ผมอยากจะเน้นเรื่องการพัฒนาผลงานทางวิชาการ ซึ่งผู้มีเกียรติหลายท่าน ได้พูดมาแล้ว มันเปึนปัญหามากครับ มันเปึนเกณฑ์ที่ทําให้ครูบาอาจารย์ได้ลําบาก ยากเย็นเหลือเกิน บางคนผมอยากให้ทราบถึงเรื่องกระบวนการด้วย ในกระทรวงศึกษาธิการ มันมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มได้มาหากินในการทําผลงานทาง วิชาการ อยากให้ตรวจสอบ คนไหนถ้ามาไม่ถูกสายไม่มีผ่าน อันนี้มีจริง ผมอยากให้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาทราบด้วยแล้วให้ติดตาม บางคนไม่ควรจะผ่านผลงานแต่ก็ ได้ผ่านผลงาน แต่บางคนควรจะได้ก็ไม่ได้ครับ ผมเลยขอเสนออย่างนี้ การจะทําผลงาน วิชาการโดยเฉพาะครูบ้านนอก ไม่ใช่ครูระดับมหาวิทยาลัย ผมอยากเสนอว่าเปึนผลงาน ๒ ด้าน คือด้านที่ ๑ ผู้มีอายุน้อยหรือราชการน้อยถ้าเขามีความสามารถทําผลงาน ทางวิชาการได้ให้เขาทําไปเลย กระโดดได้เลย แต่ถ้าผู้อาวุโสอย่างนี้ทําการสอนดีแต่ไม่มี เวลาจัดทําผลงาน เขาน่าจะเปรียบเทียบประสบการณ์อะไรต่าง ๆ ให้ได้ อันนี้ก็ขอฝาก ทางกระทรวงศึกษาธิการ สําคัญอีกอย่างหนึ่งขอเพิ่มเติมก็คืออยากได้ความชัดเจนเรื่อง การศึกษาฟรี ๑๒ ป้ ฟรี ๑๒ ป้ อยากให้ชัดเจน เดี๋ยวนี้สับสนกัน แม้การปฏิบัติระดับ กระทรวงก็ตาม หรือ สพฐ. ก็ตาม คําว่า ๑๒ ป้ ให้ชัดเจน อย่างท่านผู้มีเกียรติทาง พรรคประชาธิปัตย์ได้ว่ามาตั้งแต่วันแรก ผมอยากให้อธิบายให้ชัดเจนว่า ๑๒ ป้ หมายถึง อนุบาล ๓ ป้ ก่อนไปรวมถึง ม. ๓ ใช่ไหม หรือ ๑๒ ป้ตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ป. ๖ ใช่ไหม ต้องเอา ชัดเจนนะครับ แต่ความเข้าใจเดี๋ยวนี้ประชาชน แม้แต่ ส.ส. เดี๋ยวนี้ก็เข้าใจว่า ๑๒ ป้ คือ ป. ๑ ถึง ม. ๖ ไม่นับรวมอนุบาล ๓ ป้ ถ้านับรวมอนุบาล ๓ ป้ มันจะเปึน ๑๕ ป้ แล้วก็ ขอฝากอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องโครงสร้างนะครับ โครงสร้างในการบริหารงานของ สพท. ในเขตต่าง ๆ อยากให้พิจารณาดูแลเรื่องโครงสร้างของศึกษานิเทศก์ซึ่งเขาอยากเปึน เอกเทศ เพราะว่าศึกษานิเทศก์ทุกวันนี้ไม่มีหัวขบวนอยู่ในระดับกระทรวง รู้สึกตกต่ํา ในเรื่องของศึกษานิเทศก์ แล้วก็โครงสร้างเกี่ยวกับเรื่องกรมสามัญศึกษาเดิม คือระดับช่วง ชั้นที่ ๓ ที่ ๔ เขาก็ไม่สบายใจ เขาอยากเปึนเอกเทศหรือแยกส่วนออกภายใน สพท. ขอเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาเพราะว่ากําลังจะจบพอดี ในเรื่อง การพัฒนาครูนะครับ ผมอยากเสนอว่าถ้าเราอยากได้ครูมีคุณธรรม จริยธรรม พร้อมที่จะ เปึนครูที่ดี เราน่าจะให้กระทรวงศึกษาธิการคัดเด็กที่มีแววความเปึนครูตั้งแต่ระดับ ม. ๓ หรือ ม. ๔ เพื่อจะเข้าโควตา (Quota) ในการผลิตครูให้คนมีคุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่เด็ก ๆ มาเลย ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ แล้วมาจับใครก็ได้มาเปึนครูมันถึงเสียหายอย่างที่เราเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นนะครับ ในโอกาสที่ผมได้รับเกียรติจากคณะ ส.ส. ทางหนองคายให้เปึนตัวแทน ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสเปึนตัวแทนได้มาพูดในวันนี้ ขอบคุณมากครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณสมชาย ครับ

นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าเปึนวันที่พวกเรา มีโอกาสได้ทําหน้าที่ที่สําคัญตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ และมาตรา ๑๐๒ ซึ่งถือว่าเปึนภารกิจของสมาชิกทุกคนที่มีความสําคัญยิ่ง ท่านประธานครับ ผมได้ เป่ดดูนโยบายของรัฐบาลที่ได้แจกจ่ายให้พวกเราก่อนหน้านี้ ผมได้ดูนโยบายข้อ ๘.๑.๖ ข้อ ๘.๑.๗ ข้อ ๘.๑.๘ แล้วก็ข้อ ๘.๑.๙ นั่นก็คือในเรื่องของการกระจายอํานาจ ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการสนับสนุนระบบการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการ ๒ ประเด็นดังกล่าว ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนว่าเปึนนโยบายของ รัฐบาลชุดนี้ที่เขียนขึ้นมาค่อนข้างจะขัดแย้งกันเองในตัว นโยบายที่แถลงเมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมานี้ผมเป่ดดูแล้วเหมือนกับนโยบายป้ ๒๕๔๘ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ ต่างกันเพียงแค่วัน เดือน แล้วก็ป้เท่านั้น แต่นโยบายนี่เหมือนกันเลยท่านประธาน ผมเลยขอตั้งสมญานามนโยบายของรัฐบาล ชุดนี้ว่านโยบายนอมินี ส่วนคณะรัฐมนตรีจะเปึนนอมินีหรือไม่ผมคิดว่าคงให้เวลา เปึนเครื่องพิสูจน์นะครับ ท่านประธานครับ นโยบายในเรื่องการกระจายอํานาจไปสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นของรัฐบาลชุดนี้ได้เขียนมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนนิดหนึ่ง แต่ถ้าเรามอง ย้อนไปถึงในรัฐบาลป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๙ ซึ่งขณะนั้นมีกฎหมายพระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ กําหนด ไว้ว่า รัฐจะต้องจัดให้ท้องถิ่นมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบห้าของงบประมาณรายได้ ทั้งหมดของรัฐบาลในป้ ๒๕๔๙ คือหมายถึงว่าในป้ ๒๕๔๙ รัฐจะต้องจัดให้ท้องถิ่น มีรายได้ร้อยละ๓๕ ของรายได้ทั้งหมดที่รัฐบาลจัดเก็บได้ ผมเฝัาดูการกระจายอํานาจ สู่ท้องถิ่นโดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ ๕ ป้เต็ม ๆ ในช่วงที่รัฐบาลทักษิณบริหาร ประเทศ ผมมีข้อมูลเรียนท่านประธานได้ทราบว่าการเพิ่มจํานวนยอดของงบประมาณ ไปสู่ท้องถิ่นในแต่ละป้ค่อนข้างจะน้อยมาก ป้ละเกือบไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่าง ป้ ๒๕๔๕ ซึ่งเปึนป้แรกที่รัฐบาลทักษิณจัดงบประมาณสู่ท้องถิ่น ท่านประธานครับ จัดให้จํานวนทั้งสิ้น ๒๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ป้ ๒๕๔๖ จัดให้ร้อยละ ๒๒.๑๙ ป้ ๒๕๔๗ จัดให้ร้อยละ ๒๒.๗๕ ป้ ๒๕๔๘ จัดให้ร้อยละ ๒๓.๕๐ แล้วป้สุดท้ายซึ่งเปึนป้ที่พระราชบัญญัติ กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ กําหนดว่า ต้องให้ท้องถิ่นมีรายได้ร้อยละ ๓๕ รัฐบาลทักษิณจัดให้แค่ร้อยละ ๒๔.๐๖ เท่านั้น เปึนเงินทั้งสิ้น ๓๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจัดให้ตามจํานวนที่พระราชบัญญัติ กําหนดแผน ป้ ๒๕๔๒ ระบุว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงจะต้องจัดให้ท้องถิ่นมีรายได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ นั้นเปึนเงินทั้งสิ้น ๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่แสดงว่าท้องถิ่นทั้งหมดของเราทั่วประเทศขาดโอกาสที่จะนําเงินไปบริหารท้องถิ่น ทั้งหมด จํานวน ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน งบประมาณดังกล่าวผมไม่สงสัยว่า ทําไมรัฐบาลถึงพยายามที่จะไม่โอนไปสู่ท้องถิ่น มีการกล่าวอ้างท่านประธานครับว่า ไม่อยากกระจายงบดังกล่าวไปสู่ท้องถิ่นให้มากเพราะว่าท้องถิ่นจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าถามผมว่ามีบ้างไหม ผมเชื่อว่าน่าจะมีท่านประธานครับ แต่ว่าโครงการท้องถิ่นที่ทุจริต ท่านประธานต้องเข้าใจว่าเปึนโครงการเล็ก ๆ ไม่กี่ล้านบาท อาจจะมีบ้างก็เปึนการเรียก ค่าหัวคิว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่โครงการที่รัฐบาลในป้ ๒๕๔๘ บริหารโดย รัฐบาลทักษิณนั้น ท่านประธานต้องยอมรับว่ามีการกล่าวหาค่อนข้างจะมากในประเทศนี้ ว่ามีการทุจริตในเชิงนโยบาย มีการทุจริตคอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการเอื้อ ผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องวงศ์วานว่านเครือ สิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับค่อนข้าง จะมาก จนหลายคนบอกว่ารัฐบาลยุคนั้นเปึนรัฐบาลโคตรโกง หรือหลายคนบอกว่าน่าจะ โกงกันทั้งโคตร นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏในป้ ๒๕๔๘ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ นโยบายการกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นของรัฐบาลในยุค ๔–๕ ป้ที่ผ่านมาถือว่าล้มเหลว ไม่มีความจริงใจ กลับไปนํานโยบาย เขาเรียกว่าการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ มาใช้นั่นก็คือนโยบายผู้ว่าซีอีโอ นั่นคือตัวแทนสัญลักษณ์ของการรวบอํานาจ ซึ่งผม ไม่สงสัยว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีของเราคนนี้ ชอบนิยมระบบการรวบอํานาจมากกว่า การกระจายอํานาจ เพราะสิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนว่าในป้ ๒๕๔๘ ซึ่งเปึนป้ที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นมีโอกาสเข้าไปร่วมดูงบประมาณ จากคําสั่งของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เชิญพวกเราเข้าไปดูแลงบผู้ว่าซีอีโอของจังหวัดตรัง ผมจําได้ว่าจังหวัดตรังมีงบทั้งสิ้น ในป้ ๒๕๔๘ ๑๓๖ ล้านบาท ขณะที่เราไปถึงปรากฏเขาจัดสรรงบประมาณเปึนโครงการ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วครับ เปึนโชคดีของพี่น้องชาวจังหวัดตรัง เปึนโชคดีของเจ้าของ งบประมาณ ผมไปเห็นโครงการหนึ่ง ท่านประธานครับ ถือว่าเปึนโครงการที่ค่อนข้างจะ อัปยศ ใน ๑๓๖ ล้านบาท ที่จัดให้ผู้ว่าซีอีโอจังหวัดตรัง มีอยู่งบหนึ่งครับเปึนงบจัดซื้อโค พื้นบ้านตัวเมีย จํานวน ๒๐๐ ตัว ราคาตัวละ ๖๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้นเปึนเงิน งบประมาณ ๑๒ ล้านบาท เราเปึนผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เราทราบท่านประธานครับว่า โคพื้นเมืองตัวเมียตัวละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นแหละครับ แต่ว่าตั้งงบกัน ผมทราบ ว่ามีการสมคบกันระหว่างข้าราชการบางคนกับตัวแทนนักการเมืองซีกรัฐบาลขณะนั้น ได้ตั้งงบถึง ๑๒ ล้านบาท ในขณะที่ยอดจริง ๆ ไม่เกิน ๒ ล้านบาท ผมว่าเปึนโชคดีของ แผ่นดินที่เราไปเห็นงบดังกล่าว ผมคัดค้านครับ ในที่สุดงบดังกล่าวถูกยกเลิก ถ้าไม่อย่างนั้นผมไม่ทราบว่า ๑๐ ล้านบาท ส่วนเกินตรงนั้นไปอยู่ในกระเปิาของใคร ไม่ทราบ สิ่งเหล่านี้ครับสะท้อนให้เห็นว่าการนํางบผู้ว่าซีอีโอไปสู่ท้องถิ่นไม่ได้จัดสรรตาม ความจําเปึนและความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่เปึนการจัดสรร งบประมาณตามความต้องการของหัวคะแนน เปึนการจัดงบประมาณเพื่อประโยชน์ทาง การเมืองมากกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องแก้ไข ปรับปรุง แล้วก็ ดูแลอย่างจริงจัง อย่าให้เปึนงบของการเมืองที่เข้าไปตอบแทนหัวคะแนนในพื้นที่ ผมไม่ค่อยมั่นใจรัฐบาล แต่ผมค่อนข้างจะมั่นใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนใหม่ ต้องฝากให้ท่านไปดูแลงบผู้ว่าซีอีโอที่จะมีขึ้นในป้ ๒๕๕๒ ให้มีความบริสุทธิ์ ผุดผ่อง เกิดเปึนโครงการอย่างแท้จริงอย่างที่พี่น้องประชาชนเขาต้องการ ไม่ใช่เปึน การตอบแทนหัวคะแนน หรือตอบแทนผลประโยชน์ทางการเมือง ผมยังมั่นใจ แม้ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้อาจจะมีคะแนนความเชื่อมั่นจากพี่น้อง ประชาชน จากการสํารวจของโพลล์อยู่อันดับหลังสุดก็ตาม แต่ผมคิดว่าระยะเวลาเปึน เครื่องพิสูจน์ วันที่ท่านไปแถลงนโยบาย วันที่ท่านไปแถลงกับสื่อมวลชนที่ กระทรวงมหาดไทยวันแรกที่ท่านรับตําแหน่ง ผมเข้าใจแล้วก็เห็นใจครับ ท่านยกมือไหว้ และบอกกับพี่น้องทั้งประเทศว่า หากที่แล้วมาท่านและครอบครัวทําอะไรผิดท่านขอโทษ นับจากนี้ไปท่านจะรับใช้แผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมมีความมั่นใจ ท่านประธานครับ รัฐบาลไหนก็แล้วแต่ถ้าลุแก่อํานาจ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

ขอโทษนะครับ ก่อนที่เขาจะเริ่ม นับเวลาใหม่ ท่านพูดเท่าไรผมก็ไม่ว่าเพราะไม่มีปัญหา แต่ของพรรคฝ์ายค้านท่านพูด นับตรงนี้แล้ว แล้วเหลืออีกแค่ ๓๒ นาที ท่านจะใช้ต่อไปอย่างไรก็ได้ผมไม่ติดใจ ผมเรียนไว้ ให้ทราบนะครับ

นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมจะจบ แล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะตั้งความหวังไว้ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและจะเปึนกําลังใจให้กับท่านด้วย ท่านประธานครับ ไม่ว่ารัฐบาล ยุคไหนก็แล้วแต่ถ้าลุแก่อํานาจ นึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง มีผลประโยชน์ทับซ้อนคิดแต่เรื่องการทุจริตและคอร์รัปชัน อย่าว่าแต่ ๓๑๖ เสียงจาก ๖ พรรคเลย ๓๗๑ เสียงพรรคเดียวก็เคยพังมาแล้ว ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณถวิลครับ

นายถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ พรรคประชาธิปัตย์ นโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลง ไปแล้วนั้น กระผมได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายในข้อ ๘ ว่าด้วย การบริหารจัดการที่ดีนั้น ผมยังมองเห็นว่ามีหลายประเด็นที่ยังไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีท่านสมาชิกบางท่านก็ได้เรียนท่านประธานไปแล้วว่าไม่สอดคล้อง กับมาตรา ๗๕ ในประเด็นที่ไม่กําหนดระยะเวลาที่แน่ชัดเอาไว้ในตัวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งถึงแม้ว่ารัฐบาลจะได้ประกาศเปึนนโยบายเร่งด่วนภายใน ๑ ป้ก็จริง และได้ประกาศ เปึนนโยบายทั่วไปจะทําให้แล้วเสร็จภายใน ๔ ป้ก็จริง แต่ในตัวรัฐธรรมนูญนั้นได้ระบุไว้ ชัดเจนว่าจะต้องกําหนดเวลาที่แน่ชัด

ในประการที่ ๒ ที่กระผมเห็นว่ายังไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญก็คือ ในมาตรา ๗๘ (๒) ของรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ในแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐนั้น จะต้องกําหนดนโยบายจัดระบบการบริหารราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการ ส่วนท้องถิ่น ให้มีขอบเขต อํานาจหน้าที่อย่างชัดเจน ซึ่งในคําแถลงนโยบายนั้นไม่ได้เขียน ไว้ในประเด็นเหล่านี้ และที่สําคัญกระผมคิดว่าการกําหนดอํานาจหน้าที่ระหว่าง ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคและราชการส่วนท้องถิ่นนั้นไม่ควรกําหนด ระยะเวลาใช้เวลาถึง ๔ ป้ เพราะเรื่องเหล่านี้ได้มีขอบเขตอํานาจหน้าที่ตามกฎหมาย ต่าง ๆ ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่แล้ว รัฐบาลจึงน่าที่จะต้องกําหนดอํานาจหน้าที่เหล่านี้ไว้ให้ ชัดเจน ในมาตรา ๗๘ (๓) ในตอนท้ายได้เขียนไว้ชัดเจนในแนวนโยบายของรัฐว่า จังหวัดใดที่มีความพร้อมที่จะให้เปึนรูปแบบการปกครองท้องถิ่นทั้งจังหวัด ก็ให้ยกฐานะ เปึนราชการส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด ประเด็นนี้ทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้เขียนไว้ในนโยบาย กระผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ผมเสียดายที่รัฐบาลตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ มาจนกระทั่งปัจจุบันนั้นไม่ได้เน้นหนักในเรื่อง การส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็คือการกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่น กระผมเห็นว่าในยุคโลกาภิวัตน์เช่นนี้ความต้องการของประชาชนนั้นมีความหลากหลาย รัฐบาลกลางเองไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง มีราชการส่วนท้องถิ่นเท่านั้นเองที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน ได้อย่างแท้จริง ประเด็นเหล่านี้กระผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องจริงจังกับเรื่อง ของการกระจายอํานาจ ผมอยากเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ให้ความสําคัญต่อการปกครองส่วนท้องถิ่นค่อนข้างมาก และผมเชื่อว่าไม่มีประเทศไหนในโลกนี้จะพัฒนาให้ก้าวหน้าไปได้ ถ้ารวบอํานาจไว้ที่ ส่วนกลาง นับตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ เปึนต้นมา ท่านจะเห็นได้ชัดเจนว่า หลังจากมี อบต. มีเทศบาล มี อบจ. ที่เต็มรูปแบบแล้ว การพัฒนาพื้นที่ในชนบทนั้นได้มีความก้าวหน้าไปค่อนข้างมาก มีถนนหนทางไปทั่วถึง มีหน่วยงานที่ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนอย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้เปึนพยานหลักฐานที่ประจักษ์แน่ชัดว่า การกระจายอํานาจไปสู่ส่วนท้องถิ่นนั้น เปึนการสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเราไปเน้นหนักในเรื่อง ของราชการส่วนภูมิภาค ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าตัวแทนของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ผมไม่คิดว่าข้าราชการประจําซึ่งย้ายมาจากที่อื่นจะรู้ปัญหาในท้องถิ่นดีกว่าคนในท้องถิ่น ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครรักท้องถิ่นเท่ากับคนในท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาของ ประชาชนในท้องถิ่นที่ได้ผลที่สุดก็คือการให้ประชาชนในท้องถิ่น ตัวแทนของประชาชน ในท้องถิ่นเปึนผู้แก้ปัญหา อีกมาตราหนึ่งที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เขียนเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่เปึน บทบัญญัติว่าด้วยพื้นฐานแนวนโยบายของรัฐก็คือในมาตรา ๘๗ ที่พูดถึงการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐในทุกระดับ ในรอบ ๓–๔ ป้ที่ผ่านมา เปึนที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่ารัฐบาลในยุคนั้นได้เน้นหนักไปในเรื่องของการเพิ่มอํานาจ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งในส่วนนั้นผมไม่ติดใจ แต่ส่วนที่ผมติดใจก็คือว่าท่านเพิ่ม อํานาจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด พยายามที่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเปึนผู้ว่าราชการ จังหวัดในระบบซีอีโอ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านลืมไปก็คือว่าท่านไม่ก่อตั้งให้มีองค์กรตรวจสอบ ผู้ว่าราชการจังหวัด นี่เปึนจุดที่อันตรายเปึนอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมีอํานาจ มากมาย และสิ่งสําคัญก็คือว่า ในงบประมาณแต่ละป้นั้นรัฐบาลกลางเองได้จัดสรร งบประมาณไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดป้หนึ่งนับเปึน ๑๐๐ ล้านบาท แล้วเปึนการส่ง งบประมาณไปในช่วงเวลาที่งบประมาณใช้ไปแล้วมา ๔–๕ เดือน ผมเองในช่วงที่เปึน สมาชิกวุฒิสภาได้รับหนังสือเชิญจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ไปร่วมประชุมพิจารณาจัดสรร งบประมาณ นั่นก็หมายถึงว่างบประมาณเหล่านี้ที่รัฐบาลจัดสรรไปให้นั้น ทางจังหวัดเอง ไม่ได้เตรียมการมาก่อน ไม่มีโครงการมาก่อนเลย มานั่งประชุมแล้วก็แบ่งกันทํา นั่นก็หมายถึงว่างบประมาณส่วนนี้ไม่เกิดผลไปตามเปัาหมายที่ควรจะต้องทํา ทั้ง ๆ ที่ สิ่งเหล่านี้ถ้าจัดสรรไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว กระผมคิดว่าจะมีประโยชน์ มากกว่าที่จะให้จังหวัด และที่สําคัญก็คือว่ามีจุดรั่วไหลค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นผมจึง เปึนห่วงว่าถ้าเราเน้นหนักให้กับบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้มีอํานาจทั้งด้านการเงินและ มีอํานาจทางด้านบุคลากรและส่วนอื่น ๆ โดยไม่มีองค์กรตรวจสอบแล้วปัญหาจะต้อง เกิดขึ้น ราชการส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมี อบจ. ก็มีสภา อบจ. เทศบาลก็มี สภาเทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบลก็มีสภาตําบล กทม. ก็มีสภากรุงเทพมหานคร

ในประเด็นสําคัญที่ผมจะพูดอีกประการหนึ่งก็คือว่า ในรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติให้มีการกําหนดกฎเกณฑ์ว่าด้วยมาตรฐานในการกํากับดูแล ปัจจุบันการกํากับ ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณี เทศบาลเมือง เทศบาลนคร และองค์การบริหารส่วนจังหวัด การกํากับดูแลเทศบาลตําบล องค์การบริหารส่วนตําบลนั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของนายอําเภอ เพราะฉะนั้นมาตรฐาน ในการกํากับดูแลข้าราชการส่วนท้องถิ่นจึงไม่มีมาตรฐาน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจึงได้ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลจะต้องออกเปึนกฎหมาย เพื่อกําหนดมาตรฐานในการกํากับ ดูแลราชการส่วนท้องถิ่น ผมเปึนห่วงเหลือเกินว่า ถ้ามาตรฐานการกํากับดูแลราชการ ส่วนท้องถิ่นไม่มีมาตรฐานแล้ว จะเกิดปัญหาเหมือนที่ กทม. เคยเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาล ชุดก่อนหน้านี้ ท่านประธานคงทราบว่ากรุงเทพมหานครมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาจราจร มีนโยบายที่จะ ขยายเส้นทางรถไฟฟัาบีทีเอส (BTS) ไปสู่ฝัืงธนบุรี และบางนา สําโรง แต่ปรากฏว่าการขอ อนุมัติอะไรต่าง ๆ ซึ่งจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรี ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ถูกระงับไว้หมดเลย ซึ่งผมไม่ทราบว่าเหตุผลอะไรที่ต้องไประงับในเมื่อกรุงเทพมหานคร นั้นต้องการแก้ปัญหาจราจรให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปรากฏว่าพอส่ง เนื่องจากเปึน อํานาจที่เกินอํานาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จําเปึนจะต้องขออนุมัติ ครม.ผ่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้รับอนุมัติ ผมคิดว่ามาตรฐานอย่างนี้ไม่ถือว่า เปึนมาตรฐาน แต่เปึนการใช้อํานาจที่เหนือกว่าไม่ต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผู้บริหารนั้นอยู่คนละพรรคทํางานให้เข้าตาประชาชนเพื่อแก้ปัญหาของประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าในเมื่อรัฐธรรมนูญได้ประกาศไว้ชัดเจน ได้บัญญัติไว้ ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลจะต้องออกมาเปึนกฎหมาย กําหนดมาตรฐานในการกํากับดูแล ให้ชัดเจนว่าอันไหนที่เปึนความเปึนอิสระของท้องถิ่น รัฐบาลเองก็ดี ข้าราชการประจําซึ่งมี หน้าที่กํากับดูแลก็ดีจะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเปึนพื้นฐานของรัฐ เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปถึง รัฐบาลว่า ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นมีความสําคัญสําหรับประเทศชาติเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่จําเปึนจะต้องเร่งทําเพื่อส่งเสริมการกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายรายได้ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลต้องรีบออก กฎหมายรายได้ให้ท้องถิ่นเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งกระผม คิดว่ารัฐบาลกลางเองนั้นควรจะทํารับผิดชอบเฉพาะกิจการที่เปึนงานใหญ่ ๆ โดยสรุป กระผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรจะมองประเด็นถึงเรื่องการกระจายอํานาจไปสู่ ท้องถิ่น เพราะนั่นหมายถึงว่าเปึนการให้ประชาชนนั้นเขาเรียนรู้ประชาธิปไตยจากท้องถิ่น เปึนการฝ๊กสร้างผู้นําให้เกิดขึ้นตั้งแต่ท้องถิ่นมาถึงระดับชาติ และที่ต้องการที่สุดคือว่าให้ พี่น้องประชาชนเขาได้มีโอกาสแก้ปัญหาของเขาเองในท้องถิ่น มีนักปรัชญาทางรัฐศาสตร์ ได้พูดมา ๓๐๐–๔๐๐ ป้แล้วว่า มนุษย์เราเกิดมานั้นเขาไม่ต้องการแต่เพียงรัฐบาลที่ดี เท่านั้น แต่เขาต้องการเปึนผู้มีส่วนร่วมในการปกครองตัวเขาเองด้วย ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณเฉลิมชาติครับ

นายเฉลิมชาติ การุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเฉลิมชาติ การุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายและ ให้ข้อสังเกตแก่นโยบายรัฐบาลที่แถลงไปเกี่ยวกับเรื่องนโยบายด้านพลังงาน ต่อเนื่องจาก รัฐบาลสมัยท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร จนถึงปัจจุบันนะครับ ในส่วนของภาครัฐได้มี การสนับสนุนในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน และในเรื่องของการส่งเสริมการผลิต น้ํามันไบโอดีเซลระดับชุมชน ซึ่งถึงปัจจุบันตัวเลขที่กระผมเองได้ไปสืบเสาะมา มีการสนับสนุนโครงการไบโอดีเซลขนาดชุมชนกําลังการผลิต ๑๐๐ ลิตรต่อวัน ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ โครงการ ซึ่งปัจจุบันก็ได้ดําเนินการอยู่ แต่จากการลงไปสัมผัสและไป ตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ พบว่าปัจจุบันการผลิตน้ํามันไบโอดีเซลนั้น เปัาหมายการผลิตจึง ยังไม่เปึนไปตามวัตถุประสงค์เนื่องจากว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือเรื่องของการหาวัตถุดิบ คือเปึนการจัดเก็บน้ํามันพืชที่ใช้ปรุงอาหารที่ใช้แล้วไม่เพียงพอต่อการผลิต ทําให้การผลิต โดยรวมของประเทศเราตอนนี้ที่ผ่านโครงการดังกล่าวมีเปอร์เซ็นต์ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันเท่าที่เราทราบปัญหานะครับ คือเรื่องของการจัดเก็บน้ํามันไม่เพียงพอ แต่ข้อมูลที่เราทราบในแต่ละป้นั้นมีน้ํามันพืชที่เหลือจากการปรุงอาหารป้หนึ่งตกประมาณ ๗๔ ล้านลิตรต่อป้ หรือจะคํานวณเปึนในแต่ละวันจะมีปริมาณน้ํามันอยู่ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน แต่จากความเปึนจริงนั้นการดําเนินโครงการดังกล่าว ไม่ว่าจะเปึนภาคเอกชน หรือการ ดําเนินโครงการผลิตน้ํามันไบโอดีเซล จากการส่งเสริมของภาครัฐนั้นมีการผลิตน้ํามัน ไบโอดีเซลเพียง ๕๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน เพราะฉะนั้นตรงนี้กระผมเองจึงขอฝากเรื่องนี้ถึง ในส่วนของรัฐบาล ขอให้ทางรัฐบาลช่วยให้การสนับสนุนหรือเปึนพี่เลี้ยงให้แก่ กลุ่มชุมชนต่าง ๆ ในการผลิตน้ํามันไบโอดีเซล ในเรื่องของการจัดหาวัตถุดิบนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ํามันที่ใช้แล้ว ในเรื่องของการส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนนั้น ผมถือว่าเปึนแนวนโยบายที่ถูกต้อง เพราะในสภาวะปัจจุบันและในอนาคตนั้นจํานวน ปริมาณน้ํามันใต้ดินนั้นมีจํานวนปริมาณลดลงนะครับ และซึ่งหลายท่านกล่าวไว้ว่า อีกประมาณ ๓๐–๔๐ ป้ จํานวนน้ํามันดิบในโลกเราจะหมดไป นั่นจึงเปึนเหตุการณ์ ที่เราจะต้องผจญในเรื่องของราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ํามันมีราคาสูงขึ้น ก็ต้องขอฝาก ให้ทางฝ์ายรัฐบาลช่วยดําเนินการเรื่องนี้ต่อไป

อีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องของการส่งเสริมการใช้น้ํามันไบโอดีเซล โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการใช้น้ํามันไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์นั้น ในส่วนตัวกระผมขอตั้งข้อสังเกตให้ทาง รัฐบาลนะครับ ปัจจุบันก็เปึนนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาที่ได้มีการประกาศ ให้ใช้น้ํามันไบโอดีเซล บี ๒ คือการขายน้ํามันไบโอดีเซลในปัูมน้ํามันที่มีส่วนผสมของ ไบโอดีเซล ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือโครงการขายน้ํามันไบโอดีเซล บี ๕ ซึ่งจะมีน้ํามันไบโอดีเซล ผสมอยู่ ๕ เปอร์เซ็นต์นั้น กระผมขอตั้งข้อสังเกตให้กับรัฐบาลชุดนี้ครับว่า ปัจจุบัน ราคาน้ํามันไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นค่อนข้างที่จะมีราคาสูงกว่าน้ํามัน ไบโอดีเซลปกติ เหตุผลครับ เพราะว่าน้ํามันไบโอดีเซลที่จะมาใช้ผสมเปึนส่วนผสมของ บี ๒ บี ๕ นั้นจะต้องนําวัตถุดิบมาจากน้ํามันปาล์ม ซึ่งปัจจุบันราคาน้ํามันปาล์ม ในท้องตลาดที่มีการซื้อขายกันนั้นตกกิโลกรัม หรือประมาณลิตรละ ๓๕ บาท เมื่อมาบวก ค่าการผลิต ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าสารเคมีต่าง ๆ ในการผลิตน้ํามันไบโอดีเซลนั้น จะทําให้ราคา น้ํามันไบโอดีเซล บี ๑๐๐ มีราคาน้ํามันอยู่ที่ประมาณ ๔๐ บาท เพราะฉะนั้นครับ เมื่อเรา เอาน้ํามันไบโอดีเซลจํานวน ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีราคา ๔๐ บาท หรือไบโอดีเซล บี ๕ ๕ เปอร์เซ็นต์ ในราคาลิตรละ ๔๐ บาท ไปผสมเปึนส่วนผสมของน้ํามันไบโอดีเซลนั้น จะทําให้น้ํามันไบโอดีเซลที่ขายในท้องตลาดปัจจุบันมีราคาต้นทุนการผลิตจริงสูงกว่า น้ํามันดีเซลปกติ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ขอฝากให้ทางฝ์ายรัฐบาลช่วยดําเนินการ และช่วยดูแล อย่าให้ในอนาคตนั้นหากมีการประกาศใช้น้ํามันไบโอดีเซลแล้วปรากฏว่าราคาน้ํามัน ไบโอดีเซล บี ๒ บี ๕ มีราคาสูงกว่าน้ํามันดีเซลปกติ

อีกเรื่องหนึ่ง กระผมเองขอฝากในส่วนที่เปึนนโยบายของภาครัฐ ในเรื่อง ของการทําความร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การผลิตกระแสไฟฟัาในเขตภาคพื้นเอเซียนของเรา ในสมัยตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา ในประเทศไทยของเราจะมีโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้น คือโครงการอาเซียน เพาเวอร์ กริด (ASEAN Power Grid) คือเปึนการใช้ศักยภาพที่โดดเด่นของแต่ละประเทศในภาคพื้นอาเซียน ในด้านการผลิตกระแสไฟฟัา ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซียนั้นเขามีต้นทุนในการ ผลิตกระแสไฟฟัาถูกกว่าเรา เพราะต้นกําลังของกระแสไฟฟัาเกิดมาจากถ่านหิน ประเทศ มาเลเซียนั้นมีต้นกําลังการผลิตกระแสไฟฟัาต่ํากว่าประเทศของเรา เนื่องจากว่ามีต้น กําลังมาจากก๊าซธรรมชาติ ส่วนประเทศไทยของเรานั้นเปึนการผลิตแบบผสมผสาน แต่ประเทศไทยของเรานั้นมีศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟัา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิต กระแสไฟฟัาพลังงานน้ํา หรือ ไฮโดรเพาเวอร์ แพลนท (Hydropower plant) หากโครงการอาเซียน เพาเวอร์ กริด ได้ดําเนินการต่อไปในอนาคตนั้นเราสามารถที่จะเชื่อมระบบสายส่ง การผลิตกระแสไฟฟัาในประเทศอาเซียนเข้าด้วยกัน ซึ่งตรงนั้นจะถือว่าเปึนการลดต้นทุน การผลิตกระแสไฟฟัา ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละประเทศที่มีความโดดเด่น ซึ่งจะทําให้ ต้นทุนราคาค่าไฟฟัาในอนาคตมีราคาถูกลงกว่าปัจจุบันครับท่านประธาน กระผมขอฝากท่านประธานไว้อย่างนี้ครับว่าในเรื่องของพลังงานนั้นถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญ สิ่งหนึ่งในการบริหารประเทศ ในการพัฒนาประเทศของเรานะครับ พลังงานนั้นมี ความสําคัญมากไม่ว่าจะเปึนในเรื่องเศรษฐกิจหรือแม้แต่ในเรื่องของความมั่นคงของ ประเทศ หากสิ้นซึ่งพลังงานครับในอนาคตต่อไปไม่ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ รถถัง เครื่องบินที่ ทันสมัย เรือรบที่ทันสมัยที่เราซื้อมาก็คงเปรียบเสมือนกับเถ้าเศษเหล็กถ้าเราไม่มีพลังงาน หรือไม่มีเชื้อเพลิงเติมครับท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณพีระพันธุ์

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานครับ ความจริงนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาในครั้งนี้ มีเรื่องดีก็มีหลายเรื่องครับ แล้วก็มีเรื่องที่ขาดหายไปก็หลายเรื่อง พวกเราเลือกกัน ไม่ถูกหรอกครับว่าจะพูดเรื่องไหน ผมก็พยายามไม่ให้ซ้ํากับเพื่อน ๆ เพื่อที่จะได้ชี้ให้เห็นถึง สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องนําไปปรับปรุงแก้ไข ท่านประธานคงจําได้นะครับว่าในช่วงต้นที่มี การตั้งรัฐบาล มีการจัดโผรัฐบาล มีการวิพากษ์วิจารณ์กันครับว่าใครจะเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีข่าวบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัครครับ บางท่าน ก็ว่าท่านโน้นท่านนี้ ในใจผมนี่ผมก็ขอให้เปึนท่านสมัครครับ ไม่ใช่เพราะชื่นชมอะไร ท่านหรอกครับ แต่เพราะเห็นว่าท่านเปึนพลเรือน อยากให้เห็นครับว่าพลเรือนเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้

ประการที่ ๒ ครับ ผมเห็นว่าท่านเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตทหาร มาต่อเนื่องยาวนานเลยครับ ถ้าจําไม่ผิดก็ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๙ ท่านได้รับคะแนนเสียง จากนายทหารชั้นผู้น้อยที่เปึนผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตทหารล้นหลาม ผมก็เข้าใจครับว่า ท่านจะต้องมีความเข้าอกเข้าใจในเรื่องพวกนี้เยอะ ผมเชื่อว่าท่านจะเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมที่มาจากพลเรือนได้ดี ท้ายที่สุดท่านประธานครับ ก่อนจะถึงวันที่มีการ ตั้งรัฐบาล วันทหารผ่านศึกครับ ท่านก็ยังได้ไปร่วมวางพวงหรีดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในวันทหารผ่านศึก โอ้โฮ ใช่เลย แสดงว่าท่านต้องรู้แล้ว ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าการจัดเรื่องงบประมาณนี่หรือการจัดเรื่องวิธีปฏิบัติราชการทุกรัฐบาล มันต้องมาจากเรื่องของนโยบาย นโยบายเปึนเรื่องที่สําคัญผมจึงคิดว่าท่านนี้ละครับ จะเข้าอกเข้าใจในเรื่องของการทหาร แต่ว่าผมผิดหวังพอมาดูนโยบาย ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่ารัฐบาล ๖ รัฐบาล นโยบาย ๖–๗ ชุดในมือผมนี่ตั้งแต่สมัยท่านชวน หลีกภัย ท่านบรรหาร นโยบายชุดนี้เปึนนโยบายที่สั้นที่สุดเลยครับ เปึนนโยบายที่มีนโยบาย เกี่ยวกับกองทัพในข้อ ๗.๒ ครับท่านประธาน ๓ บรรทัดจบ และที่สําคัญครับไม่ได้ ตอบสนองเปัาหมาย ไม่ได้ตอบสนองภารกิจของกองทัพเลย ภารกิจเปัาหมายของกองทัพ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมนะครับ มีสําคัญอยู่ ๓ ประการ ประการที่ ๑ พิทักษ์ ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ ประการที่ ๒ ปกปัองราชอาณาจักร และประการที่ ๓ พัฒนาอุตสาหกรรมปัองกันประเทศ ประการที่ ๓ นี่ละครับเรื่องสําคัญอันที่ ๑ เพราะว่ากองทัพวันนี้ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ต้องอาศัยการพัฒนาที่ดี ในสมัยท่านชวน หลีกภัย เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แก้กฎหมายจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมให้สามารถพัฒนาอุตสาหกรรม ปัองกันประเทศได้ แต่ปรากฏว่าในงบประมาณ ประทานโทษครับ ในนโยบายรัฐบาล ครั้งนี้ไม่มีเลยเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มีการออกข่าวโดยคณะทํางานนโยบายบอกว่า นี่จะเปึนหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล อย่าดูถูกฝ้มือทหารไทย ผมไม่เข้าใจว่าที่เอา ออกไปนี่เปึนเพราะว่าจะจัดซื้อจัดจ้างอย่างเดียวหรือว่าอะไร แต่ที่ผมเสียใจที่สุดครับ เพราะคิดว่าจะได้รับการปรับปรุงดูแลแก้ไขครับ ตอนเข้ารับตําแหน่งท่านบอกว่าทหาร ทําไมไม่มีเงินตําแหน่ง ตอนหลังท่านก็บอกว่าเชยแล้ว เขามาบอกว่าแล้วว่ากฎหมาย แก้แล้ว ผมอยากจะเรียนครับกฎหมายที่แก้แล้ว ผมช่วยร่างเอง ท่านประธานก็กรุณาไป ช่วยเป่ดงานด้วยในการสัมมนาของท่าน พลเอก ปฐมพงศ์ แต่สิ่งที่ยังไม่มีวันนี้ที่ท่าน ต้องรีบไปทําเลยครับก็คือเรื่องของกฎกระทรวงที่อยู่ในกฎหมายฉบับนั้น แล้วตรงนี้ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าที่ผมเสียใจก็คือว่าสิ่งที่ไม่น่าขาดไปเลยครับ กองทัพ จะเดินได้อยู่ที่บุคลากร นโยบายสําคัญที่สุดของบุคลากรก็คือเรื่องของสวัสดิการ ขวัญกําลังใจของกองทัพ ท่านประธานครับ จํานวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่เคยโหวต ให้ท่านนั่นละครับ นั่นละครับคือกําลังหลักของกองทัพ เขาก็เหมือนพวกเราครับมีชีวิต ทหารก็เหมือนพวกเราครับ มีชีวิต มีครอบครัว มีลูกที่ต้องห่วง เพราะฉะนั้นจะให้มี ขวัญกําลังใจ เราต้องตอบแทนในสิ่งที่เขาพึงได้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่า ท่านประธานเชื่อไหมครับว่านโยบายรัฐบาลชุดนี้ไม่มีเลยครับ ไม่มีเรื่องสวัสดิการ ของทหาร ไม่มีเรื่องทหารผ่านศึกที่ท่านไปวางพวงหรีด ผมถึงบอกว่าผมเสียใจ ผมคิดว่า วันที่ท่านไปวางพวงหรีดนั้นท่านไปด้วยความห่วงใย เมื่อห่วงใยก็ต้องมีในนี้ แต่พอมาฟัง ที่ท่านพูดแถลงนโยบาย ท่านบอกว่าไม่เคยอ่านมาก่อนเลย มาอ่านวันนั้น ท่านประธาน ที่เคารพ ตรงนี้เปึนที่น่าเสียดายครับ ผมเสียดายแล้วก็เสียใจที่วันนี้ทหารผ่านศึก ที่เคยออกไปรบเพื่อชาติไม่มีนโยบายในนโยบายรัฐบาล ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า วันนี้ออกไปรบนี่นะครับ ไปที่ภาคใต้ ตาบอดได้ ๑,๕๐๐ บาท ขาขาดแขนขาด ได้ ๒,๐๐๐ บาท และไม่มีนโยบาย เปึนไปได้อย่างไรครับ ท่านอยู่กับทหารมาตั้งแต่ เรียกว่าเกือบตลอดชีวิต ท่านไปวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์วันทหารผ่านศึก แล้วไม่มี สิ่งเหล่านี้ ผมก็อยากจะขอฝากไว้ครับท่านว่าท่านก็ไปปรับปรุงแก้ไขเสีย เพราะว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่จําเปึน และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเหล่านั้นจะไม่มีประโยชน์ อะไรขึ้นมาเลยครับถ้าทหารไม่มีขวัญกําลังใจ ไม่รู้ว่าออกไปแล้วจะกลับมา หรือไม่ กลับมาแล้วจะสมบูรณ์เหมือนที่ออกไปหรือไม่ ตรงนี้คือสิ่งที่ผมจําเปึนต้อง ลุกขึ้นมาพูดในส่วนนี้

และอีกส่วนหนึ่งครับในเรื่องของสวัสดิการ ในอดีตสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นงบประมาณแผ่นดินแทบจะไม่มี เราเผชิญกับ ภาวะเศรษฐกิจครับ เรามีงบประมาณอยู่ส่วนหนึ่งจัดไว้ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมใช้ได้ในลักษณะเงินงบลับ ท่านชวนได้วางแนวทางที่ดีไว้แล้วครับ ท่านบอกว่าเอาเงินก้อนนี้ไปเปึนสวัสดิการให้ทหารชั้นผู้น้อย ขอให้ท่านดําเนินนโยบายนี้ ต่อ อย่าให้นโยบายนี้มันขาดหายไป

และที่สําคัญอีกประการหนึ่งคือเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมปัองกัน ประเทศ วันหนึ่งเราต้องยืนบนลําแข้งของเราเอง แต่ว่านโยบายอันนี้ขาดหายไปได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เปึนนโยบายในกฎหมายจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เผอิญเปึนนายกรัฐมนตรีด้วยเปึนผู้รักษาการ ท่านรักษาการตรงกฎหมายฉบับนี้ ในกฎหมายฉบับนี้ได้กําหนดภารกิจเรื่องพัฒนา อุตสาหกรรมปัองกันประเทศ แต่วันนี้ไม่มีนโยบายเรื่องนี้ และอยากจะเรียนท่านประธาน ครับว่ากองทัพมีขีดความสามารถหลายอย่าง ในอดีตสมัยท่านชวน หลีกภัย อีกเช่นเดียวกันครับ เพราะท่านเปึนรัฐมนตรีที่มาจากพลเรือนที่พยายามส่งเสริมกองทัพ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าเราเริ่มที่จะส่งอาวุธออกนอกประเทศในทางการค้า สิงคโปร์ ซื้อกระสุนป๋นใหญ่จากประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่มีความจําเปึนที่จะต้องช่วย พัฒนาในฐานะที่ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องช่วยกันครับ วันนี้ต้องช่วย ทํากองทัพให้เปึนกองทัพที่สร้างชาติ สร้างเงินให้กับประเทศ และเชื่อผมเถอะครับกองทัพ ไทยทําได้ ทหารไทยทําได้ เหมือนอย่างกรณีของ ปตท. มาจากไหนครับ มาจากองค์การ เชื้อเพลิง และปัูมสามทหารของกองทัพนั่นเองครับ แต่วันนี้กองทัพกลายเปึนหนี้ ปตท. ไม่มีเงินค่าน้ํามัน เปึนไปได้อย่างไรครับ แล้วท่านจะบอกให้กําลังพลมีความพร้อม เขาจะเอางบประมาณที่ไหนมาฝ๊กเมื่อไม่มีนโยบายเรื่องพวกนี้เลย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อยากจะบอกเรียนไว้ครับ ผมไม่ได้จะมาอบรมท่านอาวุโสที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม แต่พูดด้วยความห่วงใย เขาไม่มีจริง ๆ ก็ต้องบอกท้วงติงไว้เผื่อที่จะได้ เข้ามาปรับปรุงแก้ไข

ในเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมปัองกันประเทศครับท่านประธาน ที่ต้อง ขออนุญาตพูดไว้เพราะเปึนห่วง อีกไม่กี่วันก็จะมีการทํางบประมาณ วันนี้กองทัพอากาศ กําลังสร้างเครื่องบินฝ๊กเองครับ กองทัพบกกําลังสร้างเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับที่เรียกว่ายูเอวี (UAV) ที่ที่ผ่านมาต้องไป สั่งซื้อมาเอง กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการสร้างเรือตามพระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เรือ ต. ๙๑ มาล่าสุด ต. ๙๙๑ ส่งเสริมเขาครับ และเอาเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เข้ามาช่วยพัฒนาสิ่งเหล่านี้ทํากองทัพให้เปึนกองทัพ ที่สร้างชาติ สร้างเงินให้กับประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่น ว่าจะทําให้เกิดการพัฒนาในเชิงกองทัพ แล้วเราในฐานะที่เปึนพลเรือนก็จะได้สร้างชื่อ ครับว่าพลเรือนก็เข้าใจและส่งเสริมกิจการทหารและกองทัพได้

อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการจัดซื้อจัดหาอาวุธ ท่านประธานครับ ในนี้ในนโยบายบอกว่าจะพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ผมไม่แน่ใจว่าที่ท่านเขียนอย่างนี้แปลว่า จะไม่จัดซื้อจัดจ้างใช่ไหม จะใช้อาวุธเดิมมาพัฒนาอย่างเดียวใช่หรือเปล่า เพราะใช้คําว่า จะพัฒนาให้ทันสมัย ปัญหามันมีอยู่ที่ว่าจะพัฒนาอย่างไร วันนี้สิ่งที่ผมอยากจะฝากไป ก็คือว่าจัดงบประมาณให้เพียงพอกับหน่วยงานของกองทัพและเอกชนที่เข้ามาช่วยเรื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรมปัองกันประเทศ และเดินตามแนวหลายอย่างที่รัฐบาลในสมัย ท่านชวน หลีกภัย ที่ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ดําเนินการไว้ ตรงนี้ ผมเชื่อมั่นครับว่าจะช่วยสร้างได้ แล้วก็เรื่องอาวุธนี่ครับผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน วันนี้การจัดอาวุธต้องจัดให้สอดคล้องกับภัยคุกคาม ภัยคุกคามอันดับหนึ่ง ของประเทศวันนี้ไม่ใช่ภัยสงครามนะครับ แต่เปึนภัยเรื่องการก่อการร้าย แต่ว่าทหาร ของเรา กองทัพของเรามีการจัดอาวุธก็ดี มีการฝ๊กก็ดี ไปเรื่องของการภัยสงครามครับ ด้วยเหตุนี้ท่านประธานครับ เราจึงใช้ป๋นเอ็ม ๑๖ ป๋นเอ็ม ๖๐ ไปปราบการก่อการร้าย ที่เกิดปัญหาทางภาคใต้ เวลาถูกขโมย ถูกยึดไปเปึนอย่างไรครับ กลายเปึนไปเพิ่มขีด ความสามารถให้ผู้ก่อการร้าย เพราะเอาอาวุธสงครามไปให้เขา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องเข้าใจและมีการปรับปรุงให้สอดคล้องรับมือสถานการณ์ให้ถูกต้อง ไม่ใช่กลายเปึนว่า กองทัพเอาอาวุธไปให้ผู้ก่อการร้ายไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องเข้ามาดูแลแก้ไขให้ถูกต้อง

ท่านประธานครับ เรื่องที่สําคัญก่อนที่จะจบอีกเรื่องหนึ่งก็คือสถาบัน พระมหากษัตริย์ ที่ผมต้องขออนุญาตพูดตรงนี้ก็เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ เหมือนในอดีต ท่านประธานที่เคารพครับ ภารกิจสําคัญของกองทัพคือ ปกปัองสถาบัน พระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากไปครับว่า ช่วยดูแลกรมราชองครักษ์ให้ดี

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขอประทานโทษนะครับ จริง ๆ ผมไม่อยากประท้วงท่านเลยครับ จริง ๆ ให้ท่านพูดต่อไป แต่เวลาท่านหมดแล้วครับ ประการที่หนึ่ง และอีกประการหนึ่ง สิ่งที่ท่านจะพูดต่อไปนั้นผมว่าในข้อบังคับก็มีครับว่าไม่จําเปึนอย่าได้กล่าวถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยครับ ผมขออนุญาต วินิจฉัยเลยนะครับ ผมก็เห็นว่ายังไม่มีอะไรที่เสียหาย คือความปรารถนาดีนะครับ แล้วก็อยากจะขอรอฟังสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านมีเหตุอะไรเดี๋ยวผมจะใช้อํานาจประธาน ในการวินิจฉัย เชิญท่านพีระพันธุ์ต่อครับ ท่านคงไม่ยาวมากใช่ไหมครับ เพราะเวลา เราน้อย ต่ออีกครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ไม่ต้องตื่นตูมหรอกครับ ผมไม่พูดพาดพิงอะไรหรอกครับ เพียงแต่อยากจะฝากด้วยความเปึนห่วง เพราะเปึนเรื่องจริงท่านประธาน ไปเช็ครายงาน การประชุมกรรมาธิการงบประมาณประจําป้ ๒๕๔๙ ได้ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า เมื่อมีการประชุมงบประมาณกันครับ เราได้ตรวจสอบงบประมาณของกรมราชองครักษ์ เอ๊ะทําไมมันน้อย ถามไปถามมาได้ความจากท่านที่มาชี้แจงว่าถูกตัดงบประมาณไปครับ ขอมากกว่านั้น ถามไปถามมาบอกว่างบประมาณที่ถูกตัดไปมีอะไรบ้าง ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าในงบประมาณป้นั้นไปดูเอาเอง งบประมาณที่ถูกตัดคือเครื่องตรวจ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยมีอะไรครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่กล่าวเมื่อสักครู่ จริง ๆ ผมก็ ไม่อยากประท้วงท่านหรอกครับ แต่ว่าคือมันรู้ทางกันนะครับ พออ้าปากก็รู้ว่าจะพูด อะไรต่อครับ ท่านประธานครับขอความกรุณานิดหนึ่ง เราเพิ่งมาเปึนรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ ยังไม่ได้ไปตัดงบประมาณใครเลยครับ และผมเปึน ส.ส. มาหลายสมัย แล้วครับท่านประธาน เราถือระเบียบปฏิบัติสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเราเทิดทูนสูงสุด ในสภาแห่งนี้ผมจําได้ด้วยครับเมื่อสมัยนั้นท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีได้สั่งการพวกเราเลยครับว่า เรื่องงบประมาณของสํานักพระราชวัง เราไม่แตะต้องเลยครับ ผมเข้าใจว่าอย่ากล่าวถึงเรื่องอย่างนี้เลยครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

โอเคครับ ผมขอเชิญท่าน นั่งก่อน ท่านบุญยอดครับ เดี๋ยวผมขอท่านพีระพันธุ์ต่อ เดี๋ยวท่านเอาต่อครับ ท่านพีระพันธุ์ครับ เดี๋ยวเราสรุปแล้วก็จะได้จบเร็วนะครับ เชิญเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

มิได้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับว่า ที่ว่าสภาไปตัดงบประมาณของ สํานักพระราชวัง เท่าที่ทราบรัฐบาลนี้ไม่เคยมีเพราะเพิ่งเข้ามาครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ผมขออนุญาตทําความเข้าใจ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (กรุงเทพมหานคร) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือท่านบุญยอดมีอะไรครับ เชิญเลยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต ๔ ประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้ประท้วงอยู่ในขณะนี้นะครับ ท่านพูด ซ้ําซากครับ เราฟังประเด็นที่ท่านพูดไปแล้ว ท่านประธานก็ได้กรุณาวินิจฉัยแล้วนะครับ แล้วท่านก็ได้ประท้วงอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าสภาน่าจะต้องปรับปรุงและพัฒนา ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ บุคคลที่เอ่ยชื่อเมื่อสักครู่นี้ไม่อยากเอ่ยชื่อเลยครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือท่านสุนัยครับ เอาละ ผมขอ วินิจฉัยเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เปล่าเปึนสื่อเผด็จการครับ ไม่ชอบเลยครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นนั่งก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เปึนตัวอย่างสื่อเผด็จการเลยครับท่านคนนี้ครับ ไม่เอ่ยชื่อนะครับ อย่ายกมือบ่อย

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านครับ เดี๋ยวท่านนั่งก่อนครับ ท่านสุนัยครับ ท่านบุญยอดครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาตให้ท่านพูดต่อ ท่านกรุณาฟังผม นิดหนึ่ง ให้ผมได้วินิจฉัย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตครับท่านครับ ท่านผู้พูดเมื่อสักครู่บอกว่าคนเมื่อสักครู่เปึนสื่อเผด็จการ คนเมื่อ สักครู่ที่พูดไม่มีคนอื่นครับ นอกจากกระผมครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านนะครับ ท่านต้องสั่งให้ผู้พูดเมื่อสักครู่กรุณาถอนคําพูดเดี๋ยวนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ถ้าถอนแล้วก็ให้ท่านพีระพันธุ์ ต่ออีกสักนิดนะครับ ท่านสุนัยครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านหมายถึงท่านบุญยอดหรือเปล่า ถ้าหมายถึงท่านบุญยอด ก็ถอน

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ถ้าผม จําไม่ผิด เปึนโฆษกพันธมิตรที่โค่นล้มระบบประชาธิปไตยเลยครับคนนี้ครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมว่าถอนเถอะ เดี๋ยวบรรยากาศจะไม่ดี

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เปล่า ถ้าเปึนอย่างนี้ใช่สื่อเผด็จการไหมครับท่านครับ ถ้าใช่ ถอนไม่ได้นะท่านครับ ประชาธิปัตย์ รับมาอย่างไร เห็นบอกอยู่ฝ์ายประชาธิปไตยรับมาอย่างไร

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวจะไม่จบครับ ผมว่าจะไป กันใหญ่ เดี๋ยวครับ ท่านเอามือลงก่อนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมประท้วง หัวหน้าเขาตั้งหลายครั้ง โกรธหรืออย่างไรครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยครับ ท่านกรุณาฟังผม นิดหนึ่ง ไม่อย่างนั้นการประชุมมันจะเลิกไม่ได้ เพราะว่าเมื่อสักครู่

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เอาอย่างนี้ ไหมครับท่านประธาน ขอประทานโทษนะครับ ผมยินดีที่จะเคารพท่านประธาน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านถอนเถอะ เพราะเมื่อกี้ ผมออกไปร่วมงานราชพิธีนะครับ ท่านเพื่อนสมาชิกครับ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หลายท่านก็ชมเชยตลอดระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมาว่า สภานี้เปึนยุคใหม่ มีความเรียบร้อย ผมก็อดที่จะปลื้มใจแทนเพื่อนสมาชิกที่นี่อย่างมากเลยนะครับ ปลื้มใจจริง ๆ อดปลื้ม ไม่ได้ว่าอย่างนั้นเถอะ แต่วันนี้กลับมาแล้วอยากให้บรรยากาศเปึนบรรยากาศที่เราเอา เนื้อหาสาระเรื่องการแถลงนโยบาย ผมเข้าใจความรู้สึกครับว่า วันนี้ถ้าเราความรู้สึกและ ทรรศนะที่เราคุยกันนั้นไม่มีใครผิดนะครับ แต่ว่าเพื่อให้บรรยากาศในสภานั้นเปึน บรรยากาศแห่งความปรองดองกัน ผมขอท่านถอนนะครับ ท่านสุนัยถอนเถอะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมก็เคารพท่านประธานแล้วก็เพื่อให้การประชุมดําเนินไปในทางที่ดี ผมยินดีจะถอนแต่ไม่ลืมนะครับท่านประธานครับ ขอความกรุณา ต้องมีเงื่อนไขว่า จบประเด็นนี้แล้วอภิปรายต่อ ถ้ายังยกอย่างนี้ผมก็ยังไม่ถอนครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านกรุณานั่งครับ เดี๋ยวผม จะทําหน้าที่ประธานครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ ผมขอถอนครับท่านครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขอร้องท่านสาทิตย์ครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาตให้ท่านได้พูด ผมขอท่านพีระพันธุ์จบแล้วเดี๋ยวท่านค่อยพูด ผมรับปาก ท่านนั่งก่อนครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขอบพระคุณครับ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คืออย่าประท้วงเลยครับ ท่านนิพนธ์ครับ ผมขอร้อง

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอนิดเดียว

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอความกรุณา แล้วเดี๋ยวผมให้ ท่านพีระพันธุ์พูดแล้วเดี๋ยวท่านได้พูดต่อครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนิดเดียวครับ ผมขอนิดเดียวครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เห็นใจผมเถอะ ผมอยากให้

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าถ้าประธานขออย่างอื่นนี่ขอได้ถ้าเรื่อง ส่วนตัวผม แต่เมื่อสักครู่นี้ผู้ที่ลุกขึ้นมาอภิปรายแล้วพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ว่ารับเข้ามา ได้อย่างไร อันนี้ยอมไม่ได้ท่านประธาน ต้องพูดเลยให้ถอนคําพูดก่อน ผมที่จริงก็รู้จักกัน แต่ว่าพอบอกว่าประชาธิปัตย์รับมาได้อย่างไร ผมคิดว่าตัวผู้พูดเมื่อสักครู่นี้ก็รู้ดีกับใจ อยู่แล้วนะครับว่า ผมไม่อยากจะไปพูดมาก แต่ว่าไม่ควร

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมฟังประเด็นชัดแล้วครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ เชิญท่านนิพนธ์นั่งแป็บหนึ่งครับ เดี๋ยวผมจะดําเนินการให้ ท่านนั่ง ก่อนครับ ก็คงเหลืออีกประเด็นเดียวครับ ท่านสุนัยครับ เห็นใจเถอะผมมันมือใหม่ ท่านกรุณาถอน เถอะครับ เพราะว่าถ้าไม่ถอนก็จะมีการประท้วงกันอีก ถอนว่า พรรคประชาธิปัตย์รับได้ อย่างไร ก็ถอนครับ อันนี้เปึนดุลยพินิจของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมก็คิดว่าเราไม่ควร ที่จะไปก้าวก่าย

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ประทานโทษเถอะครับท่านประธานครับ เทคโนโลยีไม่เปึนใจให้ผมถอนเลยครับ กดไม่ติด สิ่งเหล่านี้เปึนข้อเท็จจริงครับ ผมพูดด้วยความห่วงใยพรรคที่ผมเคยอยู่ รับพวกเผด็จการ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านถอนครับ ถอนก่อน ถอนแล้วก็เดี๋ยว เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ก็อย่างที่ ท่านประธานบอก เห็นแก่ท่านประธานด้วยความเคารพ ผมถอนครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

(นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านวิทยาครับ ท่านประท้วง เรื่องอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ เมื่อสักครู่มีคนกล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์รับ คุณบุญยอดมาได้อย่างไร ผมขออนุญาตชี้แจงนะครับ พรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่า คุณบุญยอดเปึนสื่อ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือท่านวิทยาครับ เมื่อกี้ ส.ส. สุนัยถอนแล้ว เดี๋ยวผมจะอนุญาต เมื่อกี้ผมขอท่านพีระพันธุ์ได้อภิปรายต่ออีก สักนิดหนึ่งครับ ผมขออนุญาตครับ ขอความร่วมมือครับ ท่านพีระพันธุ์ต่อครับ พยายาม ที่จะให้เข้าเรื่อง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ ความจริงผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะ อภิปรายนี่ไม่ได้ไปกระเทือนใคร ฟังให้จบก่อนครับแล้วค่อยประท้วงถ้าผมพูดไปอย่างที่ ท่านคิด ที่ท่านบอกว่าเริ่มต้นก็ทราบ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วเมื่อสักครู่นี้อย่าเข้าใจผิด เดี๋ยวสภาจะบันทึกชวเลขไว้ผิด ผมไม่ได้บอกว่าสภานี้ ตัดนะครับ ถ้าฟังให้จบจะบอกว่าสภานี้คืนต่างหากครับ ในการพิจารณากรรมาธิการ งบประมาณประจําป้ ๒๕๔๙ เราพบว่าในงบประมาณของกระทรวงกลาโหมส่วนที่ว่าด้วย กรมราชองครักษ์ถูกตัดงบประมาณหลายสิบล้านบาท ๑ในจํานวนเงินที่ถูกตัด งบประมาณนั้น ๑๔ ล้านบาท คือเครื่องตรวจอาวุธสําหรับคนเข้าเฝัาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว แล้วพวกเรานี่ครับที่เปึนกรรมาธิการของสภาเปึนคนพบแล้วก็ช่วยกันพูด จนท้ายที่สุดสํานักงบประมาณคืนให้ครับ แต่ประเด็นก็คือว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ อย่างไรครับ เรื่องเหล่านี้สื่ออาจจะไม่เคยทราบ เพราะเราก็ทํางานกันในกรรมาธิการ ในช่วงนั้นก็ช่วงเดียวกับเรื่องเงินกู้พม่า แต่ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในส่วนของกระทรวงกลาโหม ที่ผมถึงฝากกลับไปด้วยครับว่าต้องทําด้วยครับ ต้องปกปัองด้วยการกระทําด้วย อย่าให้ เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ผมจึงเรียนว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กองทัพมีหน้าที่ต้อง ปกปัอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันต้องดูแลอย่าให้เกิดเหตุการณ์ อย่างนี้ขึ้นมาอีกครับ และอีกส่วนหนึ่งในเรื่องนี้มีการของบประมาณไว้ ฝากท่านประธาน ไปถึงคณะรัฐมนตรีด้วย ๑,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าจะไปสร้างโรงจอดเครื่องบินพระที่นั่ง ลําใหม่ล่าสุดที่สนามบินสุวรรณภูมิ อันนี้ตั้งงบประมาณไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี แต่ว่า หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็เลยขาดหายไปในการติดตามครับ แต่ผมได้ พยายามสอบถามมาก็บอกว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้ามาก ก็ขอฝากไว้ นี่คือการกระทํา ที่เรียกว่าจงรักภักดีและก็ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์

ท่านประธานครับ สุดท้ายที่อยากจะขอสรุปไว้เลยว่ากองทัพในภายใต้ การนําของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านปัจจุบัน ท่านจะต้องมีเรื่องของการ บริหารจัดการที่ดีครับ ผมขอฝากด้วยความหวัง ผมไม่สอนแต่หวังครับ หวังว่าจะมีการ บริหารจัดการโดยยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี ด้วยความโปร่งใส ผมดีใจที่ได้ยินท่าน บอกว่าท่านเปึนพลเรือน ท่านไม่มีรุ่น แต่ว่าต้องระวังอย่าให้รอบข้างมีรุ่นด้วย เพราะว่า ถ้าตัวเองท่านไม่มีรุ่น แต่รอบข้างเต็มไปด้วยรุ่นมันก็คือปากว่าตาขยิบอย่าให้เกิด ผมเชื่อ ในคําพูดของท่าน และที่สําคัญที่พูดตรงนี้ก็เพราะว่าถ้าปล่อยให้ไปอย่างนั้นเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดจะทําให้เกิด การเมืองในกองทัพ และเมื่อไรที่ปล่อยให้เกิดการเมืองในกองทัพ เมื่อนั้นกองทัพจะ ล่มสลาย ผมพูดด้วยความเปึนห่วง แล้วก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่สําคัญ ที่อยากจะฝากไว้และตั้งความหวังไว้ในส่วนนี้อีกประการหนึ่งก็คือว่า ขอให้ท่านใช้ ทหารอาชีพในการทํางานอย่าได้ใช้ทหารประเภทอื่น เช่น ทหารการเมือง ทหารพาณิชย์ อย่าเอา เพราะจะทําให้ท่านเสื่อมเสียด้วย ตรงนี้ผมตั้งความหวังว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะ ไม่เกิดขึ้น การจัดงบประมาณครับ อีกไม่กี่วันต้องมีการจัดงบประมาณแน่ ที่ผมเรียน ท่านประธานว่านโยบายตรงนี้ล่ะครับที่จะเปึนตัวนําไปสู่การจัดงบประมาณ งบประมาณ ที่อยากจะฝากไปถึงท่านไว้ก็คือว่าขอให้ท่านจัดงบประมาณให้ทั่วถึง จัดให้ไปถึง หน่วยปฏิบัติ กรม กองต่าง ๆ อย่าให้ ผบ. พัน ผบ. ร้อย ต้องแบกภาระสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เอง เพราะมันคือปัญหาของกองทัพ

แล้วก็ประการสุดท้าย ท่านประธานครับ เรื่องของการบริหารจัดการ กองทัพ ผมอยากกราบเรียนว่าอย่าให้มีการทุจริตเกิดขึ้น เพื่อนสมาชิกได้พูดไปบางเรื่อง แล้วซึ่งผมไม่พูดซ้ํา ก็ขอฝากท่านไว้ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งครับว่าท่านจะทําให้กองทัพเปึน กองทัพของประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วหวังเปึนอย่างยิ่งครับว่าท่าน ในฐานะพลเรือนจะไม่ทําให้ นี่เขาพูดกันลับหลังเรานะครับว่าพลเรือนไม่รู้เรื่องทหาร เพราะว่าพวกเราเองก็จะเสียชื่อด้วย ก็ขอฝากไว้ ท่านประธานขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขอท่านศุภชัย และเดี๋ยว ท่านสาทิตย์ ขอสลับกันนิดหนึ่งครับจะได้จบ เพราะว่าท่านศุภชัยเปึนท่านสุดท้าย ที่เหลือ เดี๋ยวมา เดี๋ยวจะอนุญาตท่าน เชิญท่านศุภชัยครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ

(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมขออนุญาตครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เปึนคนสุดท้ายแล้ว

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวเท่านั้นเองครับท่านประธาน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวผมอนุญาตท่าน ท่านรอ แป็บหนึ่ง ให้อภิปราย ๗ นาทีเองครับ เดี๋ยวเราจะได้อธิบายต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม 🔗

กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอาจจะเปึนสมาชิกที่โชคดีที่สุด ถ้าพูดถึงพรรคพวก เพื่อนฝูงที่เปึนสมาชิกผู้ทรงเกียรติอยู่ในสภาแห่งนี้ ที่อยากจะได้มีโอกาสอภิปรายพูดถึง นโยบายของรัฐบาลบ้าง แต่ว่าไม่มีโอกาสอย่างผมในวันนี้ แต่ว่าคณะที่กําลังคอยให้ กําลังใจผมอยู่ตรงนี้นะครับก็มีความประสงค์ที่จะร่วมในการอภิปรายนโยบายด้วย เหมือนกัน อย่างเช่น คุณพัฒนา สังขทรัพย์ จากจังหวัดเลย ส.ส. เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข จากจังหวัดเลย ส.ส. อนุสรา ยังตรง จากสมุทรปราการ ส.ส. ชมภู จันทาทอง จากจังหวัด หนองคายอย่างนี้นะครับ ส.ส. ดวงแข อรรณนพพร จากจังหวัดขอนแก่นอย่างนี้ แล้วก็ยัง มีท่านประชา ประสพดี จากจังหวัดสมุทรปราการก็อยากจะร่วมอภิปรายด้วย แต่ว่าไม่มี เวลา ต้องขออภัยท่านด้วยที่เอ่ยชื่อท่านผู้มีเกียรติเหล่านี้ให้กับท่านประธานได้รับทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ทนนั่งฟังการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลเปึนเวลาวันนี้ เปึนวันที่ ๓ ผมได้อ่าน ได้ศึกษานโยบายเล่มนี้อย่างละเอียด ได้ฟัง ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ชี้แจงโดยละเอียดเช่นกัน ผมรู้สึกยินดีแล้วก็มีความดีใจที่ทางรัฐบาลได้นําเอา นโยบายที่เปึนประโยชน์ ในความรู้สึกของผมนะครับ เปึนนโยบายที่เปึนประโยชน์ต่อการ พัฒนาประเทศชาติ เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเปึนอย่างยิ่ง ผมอยากจะให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรี ให้กําลังใจคณะรัฐมนตรี รัฐบาลนะครับว่าท่านอย่าได้วิตกเลย ถึงแม้ อาจจะมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านที่อยู่ในซีกฝ์ายค้านบอกว่าดูนโยบายแล้วคล้ายคลึง กับนโยบายของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ดูนโยบายแล้วเปึนนโยบาย ประชานิยม ท่านก็อย่าได้วิตกกังวล เพราะว่าพี่น้องประชาชนจากจังหวัดนครพนมและ ทั่วภาคอีสานและทั่วประเทศได้โทรศัพท์มาให้กําลังใจบอกว่าก็เพราะนโยบายประชานิยม นี่แหละในช่วง ๕–๖ ป้ที่ผ่านมา รัฐบาล ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร จึงได้พัฒนาประเทศชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองได้ ซึ่งผิดกับนโยบายของรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติยึดอํานาจ ในช่วง ๑ ป้เศษ ๆ ที่ผ่านมา ทําให้ชาติบ้านเมืองเสียหายยับเยินเลยทีเดียว ท่านประธานครับ เนื่องจากระยะเวลามีจํากัด ผมขออนุญาตลงในรายละเอียดว่าผมขอสนับสนุนนโยบาย ของรัฐบาลทุกข้อ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะเพิ่มเติมนั่นก็คือในข้อ ๑.๑๔ เร่งรัดการลงทุน ที่สําคัญของประเทศ เช่น การพัฒนาระบบรถไฟฟัาขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ๙ สาย หมายความว่าผมดีใจแทนพี่น้องกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลที่รัฐบาลจะ จัดสรรงบประมาณประมาณ ๕ แสนกว่าล้านบาทที่จะพัฒนาเส้นทางรถไฟฟัาขนส่ง มวลชนนี่ถึง ๙ สาย ผมดีใจแทนพี่น้องกรุงเทพมหานครนะครับ เพราะว่าการจราจรใน กรุงเทพมหานครติดขัดยากลําบากในการเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันผมก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงทางรัฐบาล โดยเฉพาะ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า นอกจากดูแลพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว ผมอยากจะฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ช่วยโปรดเห็นใจพี่น้องที่อยู่ทางชนบทบ้านนอกด้วย ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคงจะมีข้อมูลนะครับ ว่าขณะนี้เส้นทางคมนาคม ซึ่งเปึนถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านต่อหมู่บ้าน เชื่อมระหว่างหมู่บ้านถึงตําบลจากตําบลถึง อําเภอ ในชนบทบ้านนอกนั้นยังมีความยากลําบากมากมายทีเดียว ท่านประธานครับท่าน เชื่อไหมครับ ว่าถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบททั่วทั้งประเทศนี่มีทั้งหมด ประมาณ ๔๔,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งได้ดําเนินการลาดยางไปแล้วประมาณ ๒๙,๐๐๐ กิโลเมตร เหลือยังเปึนถนนลูกรัง ทางฝุ์นอยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ครับท่านประธานครับ และนอกจากนั้นยังมีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นหรือถนนทางหลวงท้องถิ่น มีระยะทางทั้งสิ้น ๘๔,๐๐๐ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้ลาดยางไปแล้วประมาณ ๔๑,๙๐๐ กิโลเมตร เหลือที่ยังเปึนลูกรังเปึนดิน ธรรมดา ๆ นี่เปึนทางฝุ์นอยู่นี่ประมาณ ๔๑,๙๐๐ กิโลเมตร รวมระยะทางเส้นทางที่ยังไม่มี การบูรณะลาดยางเปึนถนนลูกรัง เปึนดินธรรมดา ๆ นี่เปึนทางฝุ์นอยู่นี่รวมทั้งหมด ประมาณ ๔๒,๑๐๐ กิโลเมตรครับ ท่านประธานรัฐบาลจะใช้งบประมาณประมาณ ๕ แสนกว่าล้านบาทพัฒนารถไฟฟัาให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร แต่ว่าถ้าหาก รัฐบาลจะให้ความกรุณาพี่น้องของกระผมที่อยู่ในชนบทจะได้มีเส้นทางคมนาคม ได้มี ความสะดวกสบาย ขอความกรุณาในระยะเวลา ๔ ป้นี้ตามนโยบายที่พรรคพลังประชาชน เราได้ประกาศเอาไว้ ขอให้มีการดําเนินการลาดยางให้กับพี่น้องประชาชน เส้นทาง ๔๒,๑๐๐ กิโลเมตร ถ้าคิดตามงบประมาณปกติที่เขาได้ดําเนินการก็จะใช้งบประมาณ ประมาณ ๑,๘๒๐,๗๒๐ ล้านบาท ก็คงประมาณไม่เกิน ๒ แสนบาทท่านประธานครับ เพื่อจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในชนบทบ้านนอกของพวกเรา ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่าอย่าเห็นว่าปัญหาคนชนบทหรือคนบ้านนอกไม่มีความสําคัญนะครับ รัฐบาลที่มีในชุดปัจจุบันนี้ก็ตาม และรัฐบาลหลาย ๆ ชุดที่ผ่านมานั้นล้วนแล้วแต่ได้เปึน รัฐบาลเพราะคนบ้านนอก คนชนบทเลือกมา ฉะนั้นขอให้ได้มีโอกาสได้ตอบบุญแทนคุณ คนในชนบทคนบ้านนอกด้วย

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่สั้น ๆ ที่อยากจะเพิ่มเติมขอท่านประธาน ว่ามีความจําเปึนมากก็คือ ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มีแนวความคิดในการที่จะ ผันน้ําจากลําน้ําโขงด้วยระบบท่อเพื่อที่จะให้พี่น้องชาวอีสานได้มีน้ําใช้ในการเกษตร เอาแค่ท่านคิดก็ถือว่าทําให้พี่น้องชาวอีสานดีอกดีใจกันมากแล้ว แต่ผมก็ไม่อยากจะให้ ท่านคิดเฉย ๆ อยากจะให้ได้ลงมือทํากันอย่างจริงจัง ลุ่มน้ําในภาคอีสานมีมากมายครับ มีมากมาย ลุ่มน้ําสงคราม ลุ่มน้ําอูน ลุ่มน้ํายาม ล้วนแล้วแต่เปึนลุ่มน้ําที่เปึนประโยชน์ต่อ คนภาคอีสาน ชี มูล มีประโยชน์ต่อคนภาคอีสาน ถ้าหากว่าการพัฒนาลุ่มน้ําเอาน้ําจาก น้ําโขงขึ้นมาพัฒนาทางด้านการเกษตรมีความยุ่งยากมาก ท่านประธานครับ ผมฝากเรียน ไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยมาพิจารณา ลุ่มน้ําที่มีอยู่เปึนลําน้ําสาขาของลําน้ําโขง เราสามารถที่จะพัฒนาระบบชลประทานให้มี ความเข้มแข็ง ให้มีความมั่นคง แล้วก็สามารถนําน้ํามาใช้ในการพัฒนาการเกษตรให้กับ พี่น้องชาวอีสาน ท่านครับ น้ําคือชีวิต คนอีสานอยู่กับความแห้งแล้งอยู่กับความทุรกันดาร มาชั่วนาตาป้ ขอความกรุณา ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐบาล โดยการนําของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ได้โปรดให้ชีวิตกับคนอีสานเถอะครับ เพราะว่า คนอีสานทุกข์ยากลําบากมานานแล้ว น้ําคือชีวิต โปรดให้ชีวิตกับคนอีสานเถอะครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านสาทิตย์ครับ ไม่ยาวนะครับ เชิญท่านครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้สิทธิพาดพิงในกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวหา คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ประทานโทษเอ่ยนาม แล้วก็พรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคประชาธิปัตย์รับเข้ามาได้อย่างไร แม้ความจริงเพื่อนสมาชิกได้ถอนคําพูดไปแล้ว แต่นั่นก็แปลว่าไม่มีบันทึกในรายงานการประชุมเท่านั้น แต่เนื่องจากวันนี้เราถ่ายทอดสด ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านไปทั่วประเทศ ถ้าเกิดผมในฐานะที่เปึน ส.ส. ของประชาธิปัตย์ และเปึนกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะต้องรับคนใหม่เข้าพรรคไม่ชี้แจง ก็จะเกิดความเสียหาย ผมเรียนว่าที่เพื่อนสมาชิกประทานโทษเอ่ยนาม

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมไม่ขัดใจนะครับ เดี๋ยวให้ ท่านได้พูดต่อ คืออย่างนี้ เมื่อสักครู่นี้ถอน ประชาชนใช้ดุลยพินิจได้ว่าสิ่งที่พูดมานั้นเขาก็ ถือว่าเขาไม่ได้พูดนะครับ พี่น้องประชาชนทราบ ทีนี้พอท่านชี้แจงไป เดี๋ยวอีกฝัืงหนึ่งก็จะ มาชี้แจงกลับ มันจะเปึนปัญหาอีก แต่ว่าเอาให้พอเหมาะพองามก็แล้วกันนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขอบคุณครับ แต่ที่ต้องชี้แจงเพื่อปัองกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเรามี สมาชิกมาก แล้วก็มีสมาชิกของพรรคผู้สนับสนุนอยู่ทั่วประเทศหลายสิบล้านคน เพื่อนสมาชิกที่กล่าวใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์นี่บอกว่ารับเข้ามาได้อย่างไร แล้วก็กล่าวหา ว่าเปึนสื่อที่รับใช้เผด็จการ ผมเรียนท่านประธานครับว่า คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย เปึนสื่อมวลชนโดยจิตวิญญาณ เขาทํางานด้วยความมีจรรยาบรรณในวิชาชีพของเขา พรรคประชาธิปัตย์รับเข้ามาเพราะเห็นในข้อนี้ เห็นในความตั้งใจของเขา เขาจะทําอะไร มาเมื่อก่อนหน้านั้น แต่ในเมื่อเขาเปึนสื่อที่ทําหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณ เปึนคนดี พอที่จะ เปึน ส.ส. ได้ เรารับเขาเข้ามา แล้ววันนี้คนกรุงเทพฯ ในเขตเขาก็เลือกเขาเข้ามาด้วย คะแนนเสียงสูงเปึนประวัติการณ์เช่นเดียวกัน ผมเรียนท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์ รับคน เรามีกระบวนการครับ คนประเภทที่ทําไม่ดีมา จะรับใช้เผด็จการหรือรับใช้นายทุน เผด็จการพรรคไม่รับครับ เช่นเดียวกับคนที่ออกจากพรรคไปแล้ว ประชาธิปัตย์ก็เปึน พรรคเป่ดพอ เปึนพรรคสาธารณะพอที่ท่านวิพากษ์วิจารณ์ได้ และเราก็เข้าใจว่าคนที่เคย อยู่พรรคและออกจากพรรค บางคนก็สํานึกบุญคุณพรรค บางคนก็ไม่สํานึกบุญคุณ อันนี้ก็ เข้าใจกัน เพราะเปึนลักษณะปกติของคนทั่วไป

(นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มหาสารคาม) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญครับท่านประท้วงเรื่อง อะไรครับ ท่านสุทินครับ

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ผู้อภิปราย ไม่ได้อยู่ในประเด็นที่การประชุมวันนี้ครับ ถ้าปล่อยอย่างนี้ประเดี๋ยวจะเกิดเรื่องอีก ตอนนี้ กําลังจะจบแล้ว คุณสุนัยก็ยอมถอนออกแล้ว เพราะคุณสุนัยก็รู้แล้วว่าที่เขารับ อย่างนี้แหละถึงได้เปึนฝ์ายค้าน คุณสุนัยก็ไม่ติดใจแล้ว เพราะฉะนั้นการชี้แจงอย่างนี้นี่ผม ว่าพองามแล้วนะครับ คุณสุนัยเขาก็ยอมรับ และได้ถอนแล้วว่า เพราะรับอย่างนี้ ผลถึง เปึนอย่างนี้ เขาก็ไม่ติดใจแล้วครับท่านประธาน ก็ขอให้ผู้ชี้แจงก็พอแล้วครับ ประเดี๋ยว จะเกิดเรื่องยาวครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ตอนนี้ท่านประท้วงว่าอย่างไร ผมฟังไม่ค่อยชัดครับ หมายถึงท่านกําลังประท้วงว่า ท่านพูดไม่อยู่ในประเด็นหรือครับ

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ที่อยู่ในวาระ ที่เรากําลังพิจารณากัน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขอวินิจฉัยเลยนะครับ ท่านนั่งลงเลย คือเมื่อสักครู่นี้ ผมอยากให้บรรยากาศอะลุ่มอล่วย ก็มีการยกมือกัน หลายท่าน พอยกมือแล้วนี่ก็คือการประท้วง ผมก็ต้องถามว่าประท้วงเรื่องอะไร ว่าผู้กําลัง อภิปรายนั้นผิดข้อบังคับอะไร แต่ผมเห็นว่ามันจะวุ่นวาย เพราะว่ามีหลายท่านยกมือก็เลย มีตัวแทนก็คือบอกว่าท่านสาทิตย์ หลังจากที่การอภิปรายจบลงแล้ว ก็จะให้ท่านได้อธิบาย พอหอมปากหอมคอ ท่านสาทิตย์ก็อย่าไปไกลเลยครับ เอาให้เปึนประเด็นที่เปึน ความเสียหายที่เกิดขึ้นของคุณบุญยอด เราไม่ต้องไปไกล อธิบายถึงใครเข้าใครออก หรืออะไรต่าง ๆ นานา พอสมควรแล้ว นี่ผมขอนะครับ เชิญต่อเลยครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขอบคุณครับ ผมเข้าใจนะครับ ผมก็พยายามอธิบายกระบวนการรับคน แล้วก็ยืนยันว่าประชาธิปัตย์รับ คนเราก็ดู บังเอิญเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นทีหลังก็มาเติมประเด็นอีก บอกรับคนอย่างนี้แหละ ถึงเปึนฝ์ายค้าน ผมเรียนสั้น ๆ นะครับ ชี้แจงแค่นี้เท่านั้นเองว่าเรารับคนเข้ามาแล้ว เราลง สมัครรับเลือกตั้ง เราทํางาน ประชาชนเขาเลือกเรามาอย่างไร ด้วยคะแนนเสียงที่บริสุทธิ์ เราก็ภูมิใจครับ เราจะเปึนรัฐบาล เราเปึนฝ์ายค้าน แต่ประชาธิปัตย์ตั้งมา ๖๐ กว่าป้ เพราะเรายึดมั่นในความถูกต้อง ส่วนพรรคอื่นจะล่มสลาย จะล้มหายตายจากไปด้วย การทําไม่ถูกต้องอย่างไรก็ตาม แต่ประชาธิปัตย์ยังอยู่ คนบางคนอาจจะเปลี่ยน หลายพรรค แต่พวกกระผมที่อยู่ไม่เคยเปลี่ยนครับ เพราะอุดมการณ์เรา อุดมการณ์ของ การรับใช้ประเทศชาติประชาชน ผมยืนยันถึงการดําเนินการในวิถีการเมืองที่บริสุทธิ์ของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่หวังจะต่อปากต่อคํานะครับ แต่ถ้าใส่ร้ายประชาธิปัตย์อีกผมไม่ยอมเรายอมมา ๒ วันแล้ว แล้วอยู่ในกฎในกติกาอย่างดีที่สุด และไม่ต้องขู่ว่าจะมีเรื่องหรอกครับ เพราะว่า ถ้าเปึนเรื่องของความถูกต้องเราก็สู้ครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านจักรภพครับ เชิญครับ ในส่วนของผู้อภิปรายทั้งฝ์ายสนับสนุนและฝ์ายค้านนะครับ หมายถึงผู้อภิปรายหมดแล้ว รายชื่อที่ส่งมา ต่อไปนี้ก็เปึนคําชี้แจงของคณะรัฐมนตรีเพื่อให้สมาชิกได้รับทราบ

(นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (กระบี่) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านพิเชษฐครับ เดี๋ยวผมขอ ท่านจักภพก่อนนะครับ ท่านรอสักครู่ครับ

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสื่อสารมวลชนภาครัฐ ซึ่งมีความหมายว่า ไม่ใช่ไปดูสื่อเอกชนหรือสื่อของประชาชน ไม่ได้ดูสื่อทางด้าน หนังสือพิมพ์เพราะว่ารัฐบาลไม่มีหนังสือพิมพ์ เปึนเพียงโทรทัศน์และวิทยุที่ภาครัฐเข้าไป มีส่วนในการลงทุนและเกี่ยวข้องเปึนกรรมสิทธิ์ แล้วก็มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้มารับหน้าที่นี้เนื่องจากว่าได้เกิดวิกฤติทางด้าน สื่อสารมวลชนขึ้นในประเทศไทย ไม่ได้แปลว่ากระผมเท่านั้นจะมาทําหน้าที่รับมือกับ วิกฤติดังกล่าวนั้น แต่ก็เปึนคนหนึ่งซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการสื่อสารมวลชนทั้งในแง่ วิชาชีพและการติดตามในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่งแล้วก็เกิดข้อวิตกกังวลเช่นเดียวกับ พี่น้องประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ เพราะเราทราบดีว่าบทบาทของสื่อมวลชนจํานวน ไม่น้อย ได้นําพาประเทศไทยมาสู่วิกฤติการณ์ในครั้งนี้ แล้วเราก็เพิ่งช่วยกันในการนํา ประเทศออกจากปลักโคลนของภาวะที่ไม่มีประชาธิปไตย พอกลับมาสู่จุดนี้เราก็พูดเรื่อง สื่อกันอีก จนดูเหมือนกับว่าเราลืมไปว่าจุดเริ่มต้นของปัญหานี้คืออะไร กระผมจึงขอ ใช้เวลานี้ในการกราบชี้แจงกับท่านสมาชิกรัฐสภาผ่านทางท่านประธานเพื่อจะให้เกิด ความเข้าใจในจุดยืนของรัฐบาลและความตั้งใจที่จะได้แก้ปัญหาอันเปึนต้นตอของ วิกฤติการณ์ดังกล่าวนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ การพูดเรื่องการแทรกแซงสื่อ การพูด เรื่องการควบคุมสื่อนี้ มันน่าเล่นสําหรับคนที่ต้องการจะก่อให้เกิดปัญหา เพราะคําเหล่านี้ เปึนคําละเอียดอ่อน ทําให้สื่อเกิดความตื่นกลัว ทําให้ประชาชนเกิดความไขว้เขว แล้วทํา ให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย เรื่องนี้กระผมยอมรับครับว่าเปึนเรื่องหนัก ทั้งหนัก ในการบริหารงานและหนักทางใจที่จะต้องฟันฝ์าความรู้สึกที่เต็มไปด้วยอารมณ์เหล่านี้ ไปสู่การชี้แจงข้อเท็จจริง แต่กระผมก็จะพยายามกระทํา ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผล สําคัญอย่างหนึ่งที่เรามาพูดถึงปัญหาสื่อกันในทุกวันนี้ ก็คือการเกิดภาวะ ที่สื่อมวลชนบางส่วนในระยะก่อนการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เกิดกระทําตน ไม่เปึนสื่อขึ้นมา สื่อมวลชนที่เปึนสื่อนั้นอย่างไรเสียประชาชนก็อุ้มชู ก็ตามอ่าน ตามฟัง ตามดูกันจนชั่วชีวิต แล้วก็มีความนับถือในส่วนลึกของหัวใจว่าเขาจะขึ้น จะลง จะมี คนอ่าน คนดู คนฟังมากหรือน้อย เขาก็เปึนสื่อในความรู้สึกและเปึนสื่อในดวงใจของคน แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารนี้เองได้มีการใช้สื่อสารมวลชนเปึนเครื่องมือ ที่สําคัญในการทําให้สังคมเกิดความแตกแยกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และสื่อมวลชน ที่ทําหน้าที่ไม่เปึนสื่อ แต่กลายเปึนการโฆษณาทางการเมืองนี่ละครับที่ทําให้นํามาสู่ นโยบายของรัฐบาลว่าเมื่อประชาธิปไตยกลับคืนมาแล้ว จะให้นั่งทําหน้าเฉยเอาอกเอาใจ สื่อต่อไป แล้วก็รอว่าวันหนึ่งจะมีสื่อมวลชนที่ไม่ใช่สื่อตัวจริง แต่เปึนนักการเมืองที่แฝงเร้น ในคราบสื่อลุกขึ้นมาสร้าง ความแตกแยกในสังคมอีก แล้วก็นําเราไปสู่วิกฤติการณ์รอบสอง ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ และในฐานะที่กระผมมารับผิดชอบงานในส่วนนี้เรายอมให้เกิดแบบนั้นขึ้นไม่ได้ ประวัติศาสตร์ซ้ํารอยได้ก็จริงครับ แต่ความผิดพลาดนั้นไม่ควรจะซ้ํารอยเดิม และกระผม ก็ขอกราบเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาผ่านทางท่านประธานว่า ในฐานะที่กระผมรับผิดชอบ จะกระทําทุกวิถีทางไม่ให้เกิดบรรยากาศที่สื่อถูกนําเปึนข้ออ้างในทางการเมือง หรือมี นักการเมืองในคราบสื่อมากระทําย่ํายีกับประเทศชาติได้อีกต่อไป ส่วนวิธีการนั้นกระผมก็ จะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปเท่าที่เรามีเวลาอันจํากัดของรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมต้องขอขยายความเรื่องสื่อที่ทําให้เกิดปัญหานั้นสักเล็กน้อย ก็เอ่ยชื่อกัน เลยละครับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ของเครือข่ายสื่อมวลชนผู้จัดการซึ่งมีสื่อในมืออยู่ ๔ ประเภทในขณะนั้นนะครับ นั่นก็คือมีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) มีเว็บไซต์ผู้จัดการ หรือ เมเนเจอร์ (Manager) มีวิทยุชุมชนเอฟเอ็ม ๙๗.๗๕ และมี หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันเปึนเครื่องมือที่สําคัญ นายสนธิในครั้งนั้นได้ใช้เครื่องมือทั้ง ๔ สื่อเหล่านี้ในการทําตัวประหนึ่งเปึนศูนย์ผลิตรายการ หรือผลิตเนื้อหาสาระในทางที่ทําให้ เกิดความแตกแยกกับประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพูดเองก็จะถูกคนค่อนขอดว่า ก็เพราะมีส่วนกับรัฐบาลชุดที่ถูกเขาวิพากษ์วิจารณ์จึงได้มาเดือดร้อน เพราะกระผมเปึน โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และเปึนรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนั้น ซึ่งนําโดย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร กระผมจึงต้องขออ้างสิ่งอื่นซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ และเปึนที่ยอมรับได้ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล และคณะได้สร้างปัญหาอันเปึนจุดเริ่มต้น ของวิกฤติสื่อมวลชนที่เราต้องมาแก้นี้อย่างไร วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ มีคําพิพากษา ของศาลครับท่านประธานครับ คดีที่อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนโจทก์ฟัองนายสนธิ ลิ้มทองกุล หมิ่นประมาท ใส่ร้าย ใส่ความเท็จทําให้ถูกเกลียดชัง ซึ่งศาลได้ตัดสินจําคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล เปึนเวลา ๓ ป้ ตรงนั้นยังไม่ใช่ประเด็นที่สําคัญ ที่สุด คําบรรยายของศาลสิครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนสิ่งที่วงการสื่อและพวกเรา ทุกคน รวมทั้งกระผมเองซึ่งเคยทํางานเปึนสื่อต้องสดับตรับฟัง แล้วก็รับไว้ในใจเลย ว่านี่แหละท่านได้ชี้ถึงปัญหาของประเทศอันเนื่องมาจากสื่อไม่เปึนสื่อ ใครที่เปึนสื่อดีแล้วก็ ไม่ต้องเดือดร้อนกับเรื่องนี้ เราพูดถึงสื่อที่ไม่เปึนสื่อ ศาลได้ชี้พฤติกรรมในการกล่าว ปราศรัยของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งได้รับการถ่ายทอดผ่านสื่อทั้ง ๔ เหล่านี้ว่าทุกอย่าง ที่ปรากฏไม่ว่าจะเปึนเนื้อหาสาระ การแต่งกายของนายสนธิที่ใช้สีเหลืองอันเปึนสีที่แสดง ถึงสัญลักษณ์อันสูงส่งและความเปึนมงคล ตัวอักษรที่เขียนว่า เราจะสู้เพื่อในหลวง แล้วก็ เร้ากระแสเกี่ยวกับเรื่องที่เรียกว่า การทําบุญวัดพระแก้ว ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วก็ปรากฏว่า ไม่ได้มีการกระทําผิดหรือละเมิดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองแต่อย่างใด กรณีการ ประชาสัมพันธ์และชวนเชื่อเรื่องของการใส่เครื่องหมายคําพูดว่า “ตั้งสังฆราชซ้อน ๒ องค์” ก็เปึนคําพูดของคนอื่น ทั้งหมดเหล่านี้ได้ถูกนํามาเสนออย่างต่อเนื่อง อย่างโหดร้ายทารุณ ผ่านสื่อเหล่านี้อย่างตลอดเวลาเพื่อมีจุดประสงค์ นี่ความเห็นของ ศาลนะครับท่านประธานครับ ว่านายสนธินั้นพยายามที่จะดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเปึนที่เคารพเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่ามาเปึนเครื่องมือในการกําจัด พันตํารวจโท ทักษิณ ในทางการเมือง เมื่อกลไกในรัฐธรรมนูญนั้นใช้ไม่ได้แล้ว ท่านประธานเห็นไหมครับว่าสื่อมวลชน ที่ลืมตนเองไปว่าเปึนสื่อมวลชน แต่กลายเปึนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อบรรลุถึง อํานาจทางการเมือง สามารถจะพาคําว่า สื่อมวลชน เข้ารกเข้าพง ลงปลักลงโคลนได้ถึง ขนาดไหน ทั้งหมดนี้ผมต้องขอย้ํา ขอประทานโทษที่ผมอาจจะต้องพูดทวนอยู่บ้างว่าไม่ได้ หมายรวมถึงสื่อมวลชนที่ทําหน้าที่ดีนะครับ สื่อมวลชนที่ทําหน้าที่ดีมีมากมาย ในประเทศไทย และประชาชนก็รู้ดีอยู่ แต่เรากําลังพูดถึงจุดแห่งเปึนปัญหา พฤติการณ์ แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง ศาลต้องการจะมิให้เปึนเยี่ยงอย่างแก่บุคคล หรือคณะบุคคล อื่น ๆ อีกต่อไป จึงไม่รอการลงโทษ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ท่านประธานที่เคารพครับ คดีนี้ อาจจะไม่ได้อธิบายถึงปรากฏการณ์และปัญหาด้านสื่อสารมวลชนทั้งหมด แต่กระผมนํา เรื่องนี้มาเล่าเพื่อจะเรียนต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาผ่านทางท่านประธานว่า นั่นละ ที่กระผมกําหนดว่าเปึนหน้าที่ของกระผมเอง เพราะฉะนั้นการที่ท่านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ได้กรุณาอภิปรายเกี่ยวมาถึงงานของกระผมในวันแรก ว่าแนวนโยบาย ของรัฐบาลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงจากคําว่า สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน มาเปึนคํานี้ครับ ท่านประธานครับ ผมยกทั้งประโยคเลย ข้อ ๘.๓ ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และสื่อสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เปึนธรรม และรวดเร็ว ท่านประธานที่เคารพครับ เราต่างเคารพในสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยเฉพาะกระผมเองต้องขออนุญาตพูดถึงตนเองว่าเปึนสื่อมวลชนที่ก็โดนการละเมิดสิทธิ มามากในชีวิต รายการวิทยุและโทรทัศน์ของกระผมถูกยกเลิกโดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับ การเมือง แต่เปึนเรื่องของการเปลี่ยนจังหวะทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง เช่น รายการ เหตุบ้านการเมืองทางช่อง ๓ รายการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศทางยูบีซี (UBC) เหล่านี้ เปึนตัวอย่างในไม่กี่เรื่องที่กระผมยกขึ้นมาจากตัวอย่างทั้งหมด เพื่อจะเรียนว่ากระผม เข้าใจความรู้สึกนี้ดี แต่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนโยบายและการปรับเปลี่ยนนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มันถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องมองทะลุสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชนไปยังสิทธิเสรีภาพของประชาชน เราต้องการให้สื่อมวลชนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีประสิทธิภาพในการทํางาน แต่ต้องอย่าลืมว่าสื่อมวลชนมีเจ้านายเปึนประชาชน เช่นเดียวกันนะครับ สื่อมวลชนไม่มีสิทธิที่จะรักษาแต่สิทธิและเสรีภาพของตน และไป กระทําย่ํายีสิทธิเสรีภาพของประชาชนนะครับ แนวความคิดนี้เองครับจึงได้นํามาสู่คําที่ผม ได้ให้สัมภาษณ์ไปในวันแรกอาจจะออกตัวแรงไปหน่อย ซึ่งต่อไปก็จะระวังโทน (Tone) เสียงมากขึ้นว่าจะมีการจัดระเบียบสื่อ กระผมไม่ได้พูดว่า จัดระเบียบสื่อ กระผมพูดว่า จัดระบบสื่อ นี่ไม่ใช่การเล่นลิ้นดีดดิ้น แต่ ๒ คํานี้มันต่างกันมาก คําว่า จัดระเบียบ นั้นหมายความว่าจัดทุกอย่างให้เข้าที่หมด อาจจะมีการใช้มาตรการกระตุ้นด้านบวก ด้านลบ ลงโทษ ส่งสัญญาณทางตรง ทางอ้อม ซึ่งเขาก็ทํากันมาแทบทุกยุค ทุกสมัย แต่การจัด ระบบนั่นหมายความว่าหลายอย่างมันยังไม่มีสถานะ มันเปึนของเก่าที่ยังไม่ได้ มีการจัด มันเปึนของใหม่ที่เพิ่งปรากฏขึ้นมา ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ เราพูดถึงเรื่องของสื่อสมัยใหม่หลายอย่าง เช่น วิทยุชุมชน โทรทัศน์ดาวเทียมหรือ ของที่ไม่ใหม่นักแต่ก็ยังไม่ได้จัดระบบกันสักที เช่น เคเบิลท้องถิ่น เหล่านี้ทั้งหมดเปึน ประเด็นที่เกิดขึ้นและหมุนเวียนอยู่ในกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งกระผมได้รับเกียรติให้ดูแล ในตอนนี้ทั้งสิ้น กี่ยุคกี่สมัยแล้วละครับที่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไปโดยไม่มีการจัดระบบ บางคนก็สุดไปด้านหนึ่งจะเอาใจสื่อ บางคนก็สุดไปด้านหนึ่งจะควบคุมสื่อ ซึ่งมันผิดทั้งคู่ ทางที่ควรจะเปึนนั้นก็คือเราจะต้องย้อนกลับไปดูเจตนารมณ์แรกของการมีสื่อแต่ละประเภท แล้วก็เชิญผู้มีส่วนร่วมในประชาคมสื่อนั้น ๆ มาร่วมคิดว่าเราจะจัดระบบกันอย่างไร จัดระบบครับท่านประธานครับ ไม่ใช่จัดระเบียบ เพราะฉะนั้นกระผมซึ่งเคยกระทําการ ในฐานะสื่อมวลชนแล้วโดนละเมิดสิทธิมา ถ้ากระผมมาถึงก็ละเมิดสิทธิคนอื่นนี่ กระผม ควรถูกประณามเปึนอย่างยิ่ง แล้ววิชาชีพทางการเมืองนั้นกระผมจะไปได้แค่ไหนก็ไม่มี ใครรู้ เพราะเปึนเรื่องของเหตุการณ์ เรื่องของความสามารถ เรื่องของจังหวะ ซึ่งท่าน สมาชิกรัฐสภาและท่านประธานเปึนผู้ที่รู้ดีที่สุดเพราะมีอาวุโสทางการเมืองมากกว่า ผมทุกท่าน เพราะฉะนั้นกระผมจะมายืนอยู่ตรงนี้แล้วทําหน้าที่ละเมิดสิทธิของสื่อเพราะ ลุแก่อํานาจ เพราะอยากจะแก้แค้นเช็คบิล (Check bill) เพราะอยากจะมาทําให้เกิด ความปัืนป์วนในวงการสื่อ เหล่านี้กระผมคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะกระทําการเช่นนั้น แล้วไม่อยู่ในมโนสํานึก ไม่อยู่ในความคิดจิตใจของกระผม เพราะเรามีโลกภายนอกที่ต้อง เดินออกไป มีเพื่อนฝูงพี่น้องที่ต้องคบกันต่อไป กระผมไม่ทําอย่างนั้นเปึนอันขาด แต่ความรัก เพื่อนฝูงพี่น้องในวงการสื่อจะไม่ทําให้ผมไขว้เขวแม้แต่นิดเดียวที่จะจัดระบบสื่อ เพราะฉะนั้น การจัดระบบและการจัดระเบียบไม่เหมือนกัน ขอได้โปรดยุติการบิดเบือน หรือว่าการทําให้ คลาดเคลื่อนเพื่อจะเอาใจสื่อ และทําให้กระผมเปึนผู้ร้ายในสายตาสื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะเรียนประเด็นสําคัญ ๆ ที่มีเวลา อันจํากัดนี้ให้ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบ บางเรื่องนั้นก็สามารถตอบได้ โดยตรง บางเรื่องมีรายละเอียดมากกระผมจะได้ตอบตามหลังอย่างเปึนลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ทุกประเด็นที่มีการตั้งขึ้นในสภานี้ได้รับการตอบที่ครบถ้วน คําว่า จัดระบบ ของกระผมนี้จะทําอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมไม่ใช่ผู้วิเศษหรือไม่ใช่ สื่อมวลชนคนแรกของประเทศนี้ที่จะเดินเข้ามาแล้วบอกว่าสื่อที่ดีเปึนอย่างนี้ สื่อที่ไม่ดี เปึนอย่างนี้ กระผมอิงสิ่งที่ประชาคมสื่อมวลชนเขาตั้งกันขึ้นมาเอง ในมือกระผมนั้นคือ ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ โดยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๑ กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนําเสนอเนื้อความบางส่วน เพราะทั้งหมดคงจะยาวเกินเวลา ให้ได้รู้ว่าสื่อมวลชนเองท่านก็พยายามจะจัดระบบของ ท่านเองอย่างไร แต่เมื่อท่านฟังความจํานวนนี้แล้วท่านกรุณาไปนึกย้อนที่ผมได้กราบเรียน ผ่านท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ไว้ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ในหมวด ๒ จริยธรรมของหนังสือพิมพ์นั้น ในข้อ ๔ เขียนว่า หนังสือพิมพ์ต้องยึดถือ ข้อเท็จจริง ความถูกต้องแม่นยําและความครบถ้วน ข้ามไปข้อ ๖ หนังสือพิมพ์ต้องแสดง ความพยายามในการให้ความเปึนธรรมแก่ทุกฝ์าย ข้อ ๗ หนังสือพิมพ์ต้องไม่แต่งเติม เนื้อหาสาระของข่าวจนคลาดเคลื่อนหรือเกินจากความเปึนจริง ข้อ ๘ หนังสือพิมพ์ต้อง ละเว้นการเสนอข่าวเพราะความลําเอียง หรือมีอคติจนเปึนเหตุให้ข่าวนั้นคลาดเคลื่อน หรือเกินจากความเปึนจริง ข้อ ๙ หนังสือพิมพ์ต้องไม่สอดแทรกความคิดเห็นลงในข่าว ข้ามไปข้อ ๑๑ การเสนอข่าวที่มีการพาดพิงอันอาจเกิดความเสียหายแก่บุคคล หรือองค์กรใด ๆ ต้องแสดงถึงความพยายามในการเป่ดโอกาสให้ฝ์ายที่ถูกกล่าวหาแสดง ข้อเท็จจริงด้วย ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีการเสนอข่าวผิดพลาดหนังสือพิมพ์ต้องลงพิมพ์แก้ไข ข้อผิดพลาดดังกล่าวโดยไม่ชักช้า เอาอีกสักข้อก็ได้ครับ ข้อ ๑๖ การพาดหัวข่าวและความนํา ของหนังสือพิมพ์ต้องไม่เกินไปจากข้อเท็จจริงในข่าว แล้วต้องสะท้อนใจความสําคัญ หรือเนื้อหาหลักของข่าว ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือส่วนหนึ่งของข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรม แห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติได้ออกมาในป้พุทธศักราช ๒๕๔๑ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๑ ลงชื่อ นายมานิต สุขสมจิตร ประธานสภา การหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ท่านประธานครับขณะนี้สื่อมวลชนทั้งประชาคมเขาใช้จริยธรรมนี้ล่ะเปึนฐานในการประยุกต์ กับโทรทัศน์ วิทยุ เว็บไซต์และสื่อสมัยใหม่อื่น ๆ ด้วย แล้วท่านจะเห็นได้เองครับ ท่านประธานที่เคารพครับว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ตรงกับพฤติกรรมของเอเอสทีวี ของวิทยุ ๙๗.๗๕ ของผู้จัดการรายวัน หรือของเว็บไซต์ แมนนิจเจอะเลย แล้วตอนหลังก็มี การเลียนแบบดาราได้นําเอาเรื่องราวต่าง ๆ นั้นมาขยายความจนเกิดปัญหาขึ้นอย่างมาก เพราะฉะนั้นกระผมจึงมีความประสงค์ที่จะได้รับใช้ประเทศชาติด้วยการสร้างสมดุล ของข้อมูลข่าวสารให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยกระผมจะไม่ได้ตั้งหลักการใหม่ จะไปดูว่ากรม ประชาสัมพันธ์หน้าที่คืออะไร อสมท ที่เปึนบริษัทมหาชนก็จะไปคุยผ่านคณะกรรมการ คือบอร์ดว่าจะทําหน้าที่อะไร และแม้กระทั่งประเด็นใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างกรณีทีพีบีเอส ซึ่งความจริงเปึนเรื่องใหญ่ที่กระผมนั้นจะต้องชี้แจงออกมาต่างหากว่านั่นก็เปึนสิ่งที่ เกิดขึ้นในจังหวะที่บ้านเมืองไม่เปึนประชาธิปไตยทั้งสิ้นนับตั้งแต่ไอทีวีกลายเปึนทีพีบีเอส ในหลายประเทศครับถ้าหากมันมีความพยายามใด ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เปึนเผด็จการ หรือไม่เปึนประชาธิปไตยนี่เขารื้อทิ้งทั้งระบบ แต่กระผมได้รับนโยบายมาต่างจากนั้น ทีพีบี เอสเปึนทีวีสาธารณะที่มีกฎหมายคุ้มครองเปึนองค์กรอิสระ แต่นั่นแหละครับสังคมก็ต้อง มีสิทธิประเมินผลว่าทีพีบีเอสนั้นได้ทําหน้าที่เต็มที่ของตนเองหรือไม่ หรือจะกลายเปึนเพียง การเล่นเกมอาฆาตแค้นของคุณมีของฉันต้องมี แล้วก็ป่ดประตูหน้าต่างไม่ให้ใครเข้าไปได้ กระผมได้พูดให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ไปว่ากระผมไม่ได้เตือนทีพีบีเอสในแง่ที่จะ ส่งสัญญาณใด ๆ แต่เตือนด้วยความปรารถนาดีว่าอย่าป่ดประตูหน้าต่างจนกระทั่งตัวเอง ก็ออกไม่ได้ เพราะคําว่า องค์กรอิสระ นั้นไม่ใช่ลอยอยู่ในระบบสุริยะจักรวาลนะครับ ยังต้องเปึนของคนไทยอยู่ แล้วในเมื่อคนไทยให้อํานาจชั่วคราวผ่านรัฐบาลประชาธิปไตย มาดูแลทรัพย์สินของเขา สิ่งเหล่านี้รัฐบาลก็ต้องเข้าไปพูดคุยเข้าไปดูแลได้

(นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่แตะ อย่างเดียวแล้วก็กลายเปึนว่าเกิดปัญหา

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงเรื่องอะไร คืออย่างนี้ครับอาจารย์สมเกียรติครับ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวอาจารย์สมเกียรติครับ กรุณาฟังผมนิดหนึ่ง ท่านนั่งนิดหนึ่ง เดี๋ยวผมอยากจะขอว่าต่อไปนี้การประท้วงนี่ เราลุกขึ้นแล้วก็ยกมือนะครับ แล้วอย่าเพิ่งเป่ดไมค์ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผมจะอันนี้หมดครับ เชิญครับท่านประท้วงประเด็นอะไรเชิญครับ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมของรัฐสภานะครับ หน้า ๑๗๐ ข้อ ๔๓ ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยา หรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ ตะกี้อ้างอิงพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลใดโดยไม่จําเปึน ผมอยากประท้วงคนชื่อ นายจักรภพ เพ็ญแข อย่างยิ่งเลยครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย อาจารย์ นั่งก่อนครับ อาจารย์มีกี่ประเด็นครับ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานกรุณาฟังนิดเถอะครับ ในคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกล่าวถึง ๒ ตอนว่า รัฐบาลระบอบทักษิณที่ผมเปึนพันธมิตรนี่ภาคภูมิใจในการโค่นล้มมาก แทรกแซงสื่อ ทั้ง ๒ ตอน ผมไม่อยากอ่านเฉย ๆ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คืออาจารย์ครับ ต้องประท้วง ให้เปึนประเด็นครับ อาจารย์นั่งก่อนครับ ผมเข้าใจแล้วประเด็นประท้วงนี่ อาจารย์นั่งก่อน เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย คือที่ผมฟังเมื่อสักครู่นี้นะครับยังไม่ได้เข้าประเด็นตามข้อ ๔๓ นะครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ เดี๋ยวเชิญท่านจักรภพต่อครับ

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ขอบคุณ ท่านประธานครับ กระผมก็จะใช้เวลาอีกไม่มากนักเนื่องจากมีท่านรัฐมนตรีอีกหลายท่าน ที่ต้องชี้แจงแสดงเหตุผลเช่นเดียวกันต่อที่ประชุมอันทรงเกียรติแล้วก็รักในความเปึนจริงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในที่สุดปัญหาที่กระผมได้ลําดับความมามันนํามาสู่ ความจําเปึนที่ต้องจัดระบบ จัดระบบเพื่อจะให้สื่อนั้นยอมรับว่ามีปัญหาในดุลแห่งข้อมูล ข่าวสาร ให้ข้อมูลกันไม่ครบถ้วน ให้ข้อมูลกันฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง มีอารมณ์ มีอคติเต็มที่ แล้วก็ใช้สื่อมวลชนที่อยู่ตรงหน้าตนเองนั้นเปึนเครื่องมือในการระบายอารมณ์นั้น กระผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้มีอํานาจเหนือสื่อมวลชนทั้งหมดหรอกครับ มีหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะสื่อของรัฐบางส่วนบางด้านเท่านั้น กระผมก็จะไปดูแค่นั้น เราต้องตั้งคําถามขึ้นมาว่า ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์นี่ยกเปึนตัวอย่าง จริง ๆ แล้วตอน ที่ตั้งขึ้นมาเมื่อ ๑๖ ป้ที่แล้ว เจตนาคือต้องการให้เปึนโทรทัศน์สาธารณะนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ขณะเดียวกันนั้นก็ทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไขว้เขวมา ตลอดทาง จนบัดนี้กลายเปึนเพียงสํานักในกรมประชาสัมพันธ์จะทําอะไรก็ติดก็ขัด ก็มี ข้อจํากัดไปหมด แล้วก็มีผลทําให้ช่อง ๑๑ นั้นกลายเปึนช่องที่มีคุณภาพด้านเครื่องมือ ข่าวสารดีที่สุดในประเทศไทย เครือข่ายดีที่สุดในประเทศไทย แต่คุณภาพถึงขั้นที่บริษัท สํารวจความนิยมนั้นเขาไม่ยอมจัดลําดับให้เลย

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะไม่ได้ใช้เวลามากนัก กรณีของ ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง เอฟเอ็ม ๑๐๕ กระผมจะไม่มาพูดซ้ํา ท่านหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ได้เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่าไปพูดมาก กระผม ก็จะรับคําแนะนําท่านตรงนี้ แต่จะบอกเพียงว่าก็ไปค้นดูว่าเขาชี้แจงกันอย่างไร กระผม ตั้งข้อสังเกตเท่านั้นล่ะครับว่าเข้ามาไม่กี่วันก็เกิดเรื่องการถอดรายการเอฟเอ็ม ๑๐๕ ซึ่งกระผมได้เคยบอกแล้วผ่านรายการโทรทัศน์หนึ่งไปว่า กระผมเองนั้นโดยส่วนตัวแล้ว จะชอบหรือจะชังรายการของดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ก็ตาม อ้ายการไปทําอย่างนี้ ถือว่าไม่ฉลาด ทําให้ดอกเตอร์เจิมศักดิ์กลายเปึนวีรบุรุษไปในสายตาของคนบางกลุ่ม กระผมไม่ทําหรอกครับ กระผมไม่สนับสนุน

(นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ให้คนที่มี พฤติกรรมต่าง ๆ ที่สังคมตั้งคําถามอยู่ว่าเปึนสื่อที่แท้จริงหรือไม่ในการที่จะทําหน้าที่ต่อไป โดยที่เปึนเรื่อง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีจักรภพ รอสักครู่ ท่านวิทยาครับ เชิญครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช ผมประท้วงท่านประธานครับในฐานะผู้กํากับการประชุมสภาให้เปึนไป ด้วยความเรียบร้อย ผมนั่งฟังมานานได้ครึ่งชั่วโมงแล้วครับ และคิดว่าท่านประธาน จะตักเตือน เพราะเห็นว่าท่านรัฐมนตรีเปึนมือใหม่นะครับ ผมฟังอยู่นานครับหลายรอบ ท่านก็วนเวียนเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกโดยไม่จําเปึน ผมไม่รู้ว่าท่านกําลังทําหน้าที่รัฐมนตรี หรือท่านกําลังทําหน้าที่อะไรในสภานี้ ท่านก็เพิ่งถอดเครื่องแบบสื่อมวลชนไม่กี่วัน แต่วันนี้ ท่านจะถลกกัน ไปถลกข้างนอกครับ วันนี้ท่านทําหน้าที่เปึนรัฐบาลครับ เปึนผู้กํากับ นโยบาย ท่านกําลังพูดกับพวกผมในสภา ท่านไปเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกได้อย่างไร ท่านประธานต้อง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยครับ เชิญท่านนั่ง เดี๋ยวผมวินิจฉัยได้แล้วครับ ท่านรัฐมนตรีจักรภพครับ ขอความกรุณาเอ่ยชื่อถึงบุคคล ข้างนอกอย่าเอ่ยถึงโดยไม่จําเปึนนะครับ เพราะว่ามิฉะนั้นก็จะกลายเปึนเรื่องที่เขาไม่มี โอกาสในการที่จะชี้แจงนะครับ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านอาจารย์สมเกียรติมีอะไร ประท้วงครับ เชิญครับ ผมขอโทษผมไม่ได้ใส่แว่นตา ผมขอโทษด้วยครับ ท่านนิพนธ์ครับ ผมเห็นยืนอยู่ที่เดียวกัน ขออภัยด้วยครับ ท่านนิพนธ์เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมพยายามจะฟัง ท่านรัฐมนตรีจักรภพชี้แจง ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงมันเกี่ยวกับพาดพิงกับบุคคลภายนอก แล้วจะไม่มีโอกาสให้บุคคลภายนอกได้ชี้แจงว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นจริงหรือเท็จ แต่ว่า อย่างน้อยที่สุดในมือผม คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ชัดเจนครับว่ารัฐบาล ในยุคนั้นแทรกแซงสื่ออย่างไร เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ถ้าหากว่าท่านยังกล่าว อย่างนี้ผมจะขออนุญาตท่านประธานอ่านคําวินิจฉัยศาลได้ไหมครับ เพื่อให้ประชาชน ได้ตัดสินว่าใครพูดเท็จ ใครพูดไม่เท็จในสภา

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยได้แล้ว เดี๋ยวท่านนิพนธ์ นั่งก่อนครับ ประเด็นของท่านนิพนธ์ก็คือพูดถึงเรื่องของการกล่าวพาดพิงถึงบุคคล ข้างนอก แล้วก็ในส่วนวินิจฉัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเนื้อหาสาระนั้น ผมไม่อยากให้ บรรยากาศในสภานั่นมีการโต้เถียงหรือขัดแย้งกัน อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีจักรภพได้สรุป ประเด็นแล้วก็ไม่ต้องเอ่ยชื่อคนข้างนอกโดยที่ไม่จําเปึนนะครับ

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กระผมจะรับคําวินิจฉัยนี้ไว้เปึนหลักตลอดทางจากนี้ไป กระผมขอพูด เปึนประโยคสุดท้ายเท่านั้นแหละครับท่านประธานว่า การทํางานใด ๆ จากนี้ไป จะเปึนไปด้วยความเคารพในสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เพราะกระผมก็เปึนสื่อมวลชน มาก่อน ใกล้เวลาพอที่จะรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ของสื่อมวลชน แต่กระผมจะต้อง ขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ และพี่น้องประชาชน ชาวไทยที่อาจจะฟังหรือชมการประชุมรัฐสภานี้อยู่ว่า กระผมรักอาชีพสื่อมวลชน และกระผมเองก็เคารพในสื่อมวลชน แต่กระผมในฐานะนี้จะไม่ยอมให้ใครอ้าง สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนเพื่อทําร้ายประชาชนเปึนอันขาด ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับประท้วงเรื่อง อะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงท่านประธาน เพราะว่ามีสมาชิกพรรค ๒ คน ได้บอก ว่ามีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ท่านได้หยิบยกนั้นเปึนคําวินิจฉัยของตุลาการ รัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญชุดล่าสุดนั้นที่ได้รับการสรรหาจากวุฒิสภามีการสรรหา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นั้น ถูกคณะยึด อํานาจได้ยุบไปเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วก็ตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นที่ท่านหยิบยกขึ้นมาอ้างนั้นจะใช้คําว่า เปึนคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ เปึนคําวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญเท่านั้นมิใช่ศาล ท่านประธานนิดเดียวครับ ท่านประธาน ผมเองพยายามที่จะไม่ทักท้วงเหมือนกับสมาชิกบางท่านบอกว่า สมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ๑๐ ล้านคน ผมบอกไปค้นที่ กกต. ให้ครบหรือเปล่า แต่ว่าที่ผ่านมา เราต้องการดูบรรยากาศ และอย่าใช้คําผิดอย่างนี้ขึ้นมาอีก ขอขอบพระคุณมาก ท่านประธาน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ เมื่อสักครู่นี้มีการยกมือประท้วง ก็หมายถึงท่านพิเชษฐนะครับ แล้วผมอยากให้บรรยากาศ เปึนไปด้วยความเรียบร้อย ก็เลยต่อรองว่าเดี๋ยวหลังจากที่ท่านจักรภพได้อภิปรายแล้ว ให้ท่านพูดสักเล็กน้อยไม่เกิน ๑ นาที สาเหตุที่ต้องทําเช่นนี้ที่จริงผมผิดนะครับ เพราะว่า การอภิปรายของสมาชิกจบลงทั้ง ๒ ฝ์ายแล้ว เปึนคําชี้แจงของรัฐมนตรี จะทําได้ก็ต่อเมื่อ ประท้วง แต่ก็ขอใช้อํานาจประธานเพื่อให้บรรยากาศมีรูหายใจนิดหนึ่ง ท่านพิเชษฐ ก็ไม่เกิน ๑ นาทีนะครับท่านครับ ถ้าเกินกว่านี้ผมก็ลําบากใจครับ เชิญครับ เดี๋ยวหลังจากนั้น ท่านรัฐมนตรีเฉลิมต่อเลยนะครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธาน ผมจะใช้เวลาสั้นที่สุดนะครับ คือเรื่องที่เกี่ยวกับการอภิปรายของเมื่อตะกี้ สมาชิก คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เกี่ยวกับงบประมาณในการซื้อเครื่องตรวจอาวุธ ถวายความปลอดภัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของกรมราชองครักษ์ เปึนงบประมาณป้ ๒๕๔๘ ที่พิจารณาในป้

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือท่านครับผมต้องขออภัย ด้วยนะครับ เพราะว่าข้อบังคับ ข้อ ๔๓ คือการอภิปรายโดยเอ่ยถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์โดยที่ไม่จําเปึนในวรรคสุดท้ายมันเปึนการผิดข้อบังคับ เพราะไม่ว่าจะ ออกทางบวกหรือทางลบ เราก็เกรงว่าจะระคายเบื้องพระยุคลบาท ผมคิดว่าจบแล้วก็ อภิปรายกันได้แล้วนะครับ ถ้าเปึนประเด็นอื่นผมจะอนุญาตท่าน อันนี้ผมขอร้องนะครับ มีประเด็นอื่นที่น่าสนใจอีกครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธานครับ เมื่อตะกี้มีคําชี้แจงว่าสภานี้ไม่เคยตัดงบสถาบัน ผมก็เรียนว่า คณะกรรมาธิการงบประมาณก็ไม่เคยแตะต้องตัดงบสถาบัน ป้ดังกล่าวนั้นผมเปึน รองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณอยู่ด้วยแล้วก็เกี่ยวข้อง ไม่อยากให้ใคร เข้าใจว่าคณะกรรมาธิการไปตัดงบสถาบัน ผมเรียนว่างบประมาณ จํานวน ๑๔ ล้านบาท ดังกล่าวนี้ ถูกตัดโดยรัฐบาลก่อนเข้าสภา ที่ผมพูดตรงนี้เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในอดีตเราเคยมีประเด็นเรื่องนี้ท่านอย่าทําอีก เฉพาะเรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อวานซืนที่ผมอภิปรายในสภานี้เพียง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมว่าพอแล้วครับ ผมว่าประเด็นนั้นผมขอเถอะครับ เพราะเมื่อกี้ประเด็นที่เราพูดกันมันมีแค่ประเด็นเดียว แล้วก็เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีเฉลิม เชิญรัฐมนตรีเฉลิมเลยครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธานครับผมไม่อยากใช้วิธีประท้วงครับ เมื่อตะกี้ท่านประธานบอกว่าจะให้เวลาผม ผมก็รอจนรัฐมนตรีชี้แจงก่อน แล้ววันนี้พอถึงขณะนี้ท่านก็บอกว่าหลังรัฐมนตรีชี้แจง ก็ไม่พูดอะไร ผมขอ ๑ นาทีครับท่านประธานครับ วันนั้นผมจะพูดพอแตะต้องไปเอ่ยชื่อ ใครสักคนหนึ่งก็ลุกขึ้นประท้วงกันทั้งสภาบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนี้ ห้ามพูดถึง บุคคลภายนอก ผมถึงต้องเลี่ยงไปว่า ในรัฐบาลยุคที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช เปึนรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่วันนี้ท่านประธานคนเดียวกัน ในสถานการณ์เดียวกัน ท่านประธานปล่อยให้เขาพูดถึงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้อย่างไร ในลักษณะที่กล่าวหา ใครจะมีทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องประชาสัมพันธ์อะไร เรื่องสื่อผมไม่ว่า แต่คํากล่าวหาหลายเรื่อง เช่น กรณีว่ายุติการบิดเบือนเพื่อจะเอาใจสื่อ ผมเรียนว่าพวกผม ในห้องนี้อภิปรายกันในเรื่องความถูกต้องไม่ได้บิดเบือนอะไรเพื่อที่จะไปเอาสื่อไหน และพวกผมก็ไม่ได้ที่จะไปบิดเบือนกล่าวหาสื่อเหมือนที่กล่าวหา

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิมครับ ผมขอท่านนั่ง เลยครับ ท่านเฉลิมเชิญต่อเลยครับ ผมขอใช้อํานาจประธานครับ เชิญท่านนั่งก่อนครับ พอแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญครับ ท่านอภิชาตเดี๋ยวท่านเฉลิมเสร็จแล้ว เดี๋ยวผม จะอนุญาตท่านนะครับ ที่จริงเวลาหมดกันแล้วแต่ว่าจะเป่ด

(นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (กระบี่) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

มีประเด็นประท้วงอะไรอีกครับ ท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธานผมขอประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานปฏิบัติหน้าที่มาดีก็ชื่นชมกัน แต่ท่านประธาน ๒ มาตรฐาน ท่านประธานไม่ยอมรับฟังอะไรเมื่อจะเข้าตัว ไม่ยอมรับฟัง อะไรในสิ่งที่ท่านประธานทําผิดพลาดไป ท่านประธานปล่อยให้เขากล่าวหา บุคคลภายนอก ทั้ง ๆ ที่ห้ามผมเมื่อวานว่าห้ามกล่าวถึงบุคคลภายนอกที่เขาไม่มีสิทธิ มาชี้แจง ข้างล่างเพียงแค่ยกหนังสือมาหน่อยหนึ่ง ท่านบอกว่าหนังสือเอกสารไม่ได้รับ อนุญาตจากประธาน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมให้เวลาท่าน ๑ นาทีครับ เชิญเลยครับ ผมให้เวลาท่าน ๑ นาที เพราะว่าผมต้องบริหารเวลาให้เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ด้วย ๑ นาทีนะครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธานปล่อยให้ข้างบนที่ชี้แจงยกเอาคําพิพากษามาอ่าน ถูกผิดหรือไม่ ไม่มีใครรู้ ไปกล่าวหาบุคคลภายนอกได้อย่างไร ผมเพียงจบเพียงว่า ๒ เรื่องครับ

เรื่องงบสถาบัน ท่านรองนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่หลายท่าน อย่าแตะต้องครับ อย่าให้เขาเข้าใจว่าสภานี้ตัด และรัฐบาลนี้อย่าเอาเยี่ยงอย่างรัฐบาลเก่าไปตัดงบเขา

๒. เมื่อห้ามผมในเรื่องไม่ให้พูดถึงบุคคลภายนอก ท่านประธานต้องมา เข้มงวดกับข้างบนด้วยนะครับ อย่าให้เปึน ๒ มาตรฐานครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา 🔗

เชิญท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ ในการจัดตั้งรัฐบาล เรามี ๖ พรรคการเมือง อีก ๕ พรรคก็มาร่วมด้วย จึงได้นโยบายที่ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้แถลงไป บางคนบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจ แก้ปัญหาภาคใต้ ท่านพูดโดยไม่ได้อ่านเลยว่าในนโยบาย ข้อ ๑.๒ หน้าที่ ๔ เขาบอกไว้ชัด ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่าน เพราะถ้าให้พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้ว ๔ อําเภอที่จังหวัดสงขลาได้รับรู้ว่ารัฐบาลห่วงหาอาทรพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ พราหมณ์ อิสลาม ฮินดู ทั้งนั้นละครับ ก็ห่วงใยทั้งนั้น นโยบายรัฐบาลบอกว่า ๑.๒ แก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยน้อมนําแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาดําเนินภารกิจในด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา โดยให้มี ความสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของ ประชาชน ตลอดทั้งอํานวยความเปึนธรรมและความยุติธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความสมานฉันท์และสันติสุขในพื้นที่โดยเร็วที่สุด เรียบร้อยครับ ลงตัวหมดเลย ครบถ้วน พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ท่านฟังผมอ่านนี่เปึนนโยบายของรัฐบาลที่ ท่านสมัครได้อ่าน แต่ที่เพื่อนสมาชิกวิจารณ์ท่านมีสิทธิวิจารณ์ แต่สิ่งที่ท่านวิจารณ์ มันไม่เปึนความจริง เพราะฉะนั้นเวลาจะวิจารณ์อะไรนี่กรุณาทบทวนสักนิดหนึ่ง ไม่ใช่พอ เห็นทีวีถ่ายทอดก็เอาหน่อย ๆ แล้วท่านก็ไปวิจารณ์ในสิ่งเขามีอยู่แล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนหัวใจของรัฐบาลชุดนี้ ก็เรียนท่านประธานถึง เพื่อนสมาชิกครับ การปราบปรามยาเสพติด ผมจะเอานโยบายที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ทําไว้มาเปึนตัวตั้ง แล้วจะปฏิบัติการแบบเฉียบขาด เด็ดขาด ผู้สูบ ผู้เสพเปึน คนป์วย ผู้ค้าขายถ้าท่านไม่อยากตายอย่าเดินมาเส้นทางนี้ มีคนบอกว่ามีการฆ่าตัดตอน ๒,๗๐๐–๒,๘๐๐ คน วิจารณ์กันแซด ท่านวิจารณ์ก็ได้แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ กรณี การตาย ๒,๐๐๐ กว่าศพ เมื่อคืนนี้ท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ท่านก็ได้อภิปราย เอ่ยชื่อท่านเพราะท่านอภิปราย ท่านอภิปรายเปึนความเข้าใจของท่าน ผมมีหน้าที่ต้อง บอกท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกฝ์ายว่าการปราบปรามยาเสพติดยุคผมเปึน มท. ๑ เอาแนวที่ท่านทักษิณทําไว้ จะตาย ๓,๐๐๐–๔,๐๐๐ ศพ ถ้าทําผิดกฎหมายต้อง ดําเนินการ ผมยกตัวอย่างให้เพื่อนสมาชิกฟัง ท่านทั้งหลายก็จะอ้างฮิวแมน ไรท์ (Human Rights) เรื่องสิทธิมนุษยชน อเมริกาเปึนประเทศมีสิทธิมนุษยชนมากมาย ประธานาธิบดี ปานามาค้ายาเสพติด บุชผู้พ่อส่งเฮลิคอปเตอร์ ๙ ลําไปจับประธานาธิบดีปานามา เข้าไป ในประเทศปานามา ละเมิดอธิปไตย ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน จับประธานาธิบดีปานามา เอามาขังที่อเมริกา เพราะประธานาธิบดีปานามาค้ายาเสพติด บุชส่งซีไอเอ (CIA) ไปยิง เอสโคบา (Escobar) ในเมืองโคลัมโบ ประเทศโคลัมเบีย ยิงตายกลางสี่แยก เพราะถ้า เอสโคบายังอยู่ปัญหายาเสพติดไม่สงบ ที่ตํารวจเขาทํางานมี ๒ คดี ท่านประธานครับและ ท่านสมาชิกที่เคารพ คดีแรกน้องฟลุคที่สะพานขาว นั่นมีการไต่สวนและชันสูตรพลิกศพ ส่งถึงศาล เขาบอกว่าเปึนการปฏิบัติตามหน้าที่ และอีกคดีหนึ่งที่เสิงสาง นอกจากนั้นแล้ว เปึนการฆ่าตัดตอน ผมไม่หมิ่นน้ําใจท่านทั้งหลายหรอกครับว่าท่านรู้หรือเปล่าว่าคําว่า ฆ่าตัดตอน คืออะไร ฆ่าตัดตอนไม่ใช่เจ้าพนักงานตํารวจซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ เขาฆ่า อย่างเดียว แต่การที่เขารู้ขบวนการมันรู้ว่าถ้าให้สืบสวนต่อไป ให้พิจารณาคดีต่อไปมันจะ ถึงตัวการใหญ่ มันก็มีวิธีการใช้คนมาฆ่าทิ้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยัน ที่ตายกันเยอะแยะ ไม่ใช่นอนในมุ้งแล้วตํารวจไปเป่ดมุ้ง ตูม ๆ ตูม ๆ ไม่ใช่ ๆ มันมีที่มาและที่ไป ปัญหายาเสพติดจึงลดน้อยถอยลง ท่านประธานครับ ยาเสพติด ณ ปัจจุบันผมไม่โยนความผิดให้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่ผมยืนยันได้ว่าให้ ความสนใจ ให้ความใส่ใจกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดน้อยไป ยุคผมที่จะทํา ท่านอภิสิทธิ์ครับ ท่านต้องรู้นะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้เปึนมือปราบ อยู่กองปราบปรามสามยอดมา ๑๑ ป้ ผมจะตั้งใจทํางานให้ดีที่สุด

๑. ผมจะสกัดสารตั้งต้น

๒. ผมจะระวังปัองกันแนวชายแดน

๓. ผมจะปัองปราม

๔. ผมจะบําบัดรักษา ผมจะให้สังคมไทยเห็นว่าลูกหลานที่เสพยาเสพติด ไม่ได้เปึนผู้จําหน่าย บุคคลเหล่านี้ต้องเอามาบําบัดรักษาและหามาตรการรองรับ ไม่ให้อาย ให้เป่ดเผยไปเลย ลูกเอ๋ย หลานเอ๋ย เจ็บอย่างนี้เขาถือว่าป์วย ไปสูบ ไปเสพ เลิก เข้ามาบําบัดรักษา สุดท้ายจะมีมาตรการปราบปรามเด็ดขาดเฉียบขาดภายใต้กรอบ และบทบัญญัติของกฎหมาย

ผมบอกท่านประธาน ท่านอภิสิทธิ์ท่านสงสัย ท่านพูดถามผมไว้ว่า ท่านสงสัยเรื่องการล่อซื้อ เรื่องการล่อซื้อผมอธิบายสั้น ๆ เมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๒๓ ผมเปึนสารวัตรแผนก ๕ กอง ๗ กองปราบ ผมมีหน้าที่ปราบยาเสพติดใน ๑๔ จังหวัด ภาคใต้ การล่อซื้อเปึนการจูงใจให้คนที่ไม่เคยคิดทําผิด ก็ไปหาล่อซื้อเอามาขายเพื่อเอา กําไร แต่ถ้าไม่มีการล่อซื้อ มันก็ไม่มีการไปสั่งให้ผลิต ฝัืงตรงข้ามไม่อยากบอกว่าที่ไหน เดี๋ยวจะกระทบสัมพันธไมตรี ผมไปคุยกับเขามา ผมไปคุยกับนายพล เบอร์ ๒ รองจาก เหวยเซียะกัง ผมเตรียมการมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนานแล้ว ผมเตรียมการเพื่อจะปราบยาเสพติด ผมไปผสมผสาน ผมเข้าไปในแคมปีว้า ผมไปคุย กับเจเนอรัล (General) ซู เขาบอกผมเลยว่าที่ผมเคยแสดงความเห็นเอาไว้ว่าไม่ควร ล่อซื้อ ถ้าไม่มีการสั่ง ก็ไม่มีภาคการผลิต ยาเสพติดท่านประธานที่เคารพ ไม่มีวันแก้ได้ ถ้าแก้ในประเทศไทยมันต้องแก้นอกประเทศ ผมไม่บอกหรอกว่าประเทศไหน เดี๋ยวกระทบ สัมพันธไมตรี ท่านผู้นําฝ์ายค้านท่านห่วงว่าการเจรจากับว้าจะทําได้ไหม ถ้าอย่าง ท่านละก็ทําไม่เปึน เพราะท่านไม่นอนกลางดินกินกลางทรายเหมือนผม ผมนอนกลางดิน กินกลางทราย ผมมีวิธีการจะทําอย่างไร อันเดอร์กราวนด์ (Underground) อย่างไร ใต้โต๊ะอย่างไร เพื่อนํามาถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับ ว่าท่านผู้แทนราษฎรจากภาคใต้ท่านบอกว่าผมรู้ได้อย่างไรว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ขบวนการเขาต้องการแบ่งแยกดินแดน แล้วผมก็บอกต้องมีเขตปกครองพิเศษ ก็ท่านรู้ แค่นั้น รู้เท่าที่พูด แหม แล้วท่านก็ แอคท อาร์ท (Act art) เอาแผนที่มา รู้เลยเขาจะแบ่งแยก ตรงนี้ ถ้าท่านว่าผมร่วมกับผู้ก่อการที่จะแบ่งแยกดินแดน ผมเพียงแต่พูดในหลักการนะ ผมไม่ได้ลงเปึนดีเทล (Detail) ว่าเขตปกครองพิเศษคืออะไร ท่านไปตั้งสัมโมทนียกถา แล้วท่านบอกเลยเฉลิมรู้ได้อย่างไร แสดงเปึนพวกกับพวกแบ่งแยกดินแดน ผมแค่รู้ ไม่เท่าไรหรอกครับ แต่ว่าท่านไปเอาแผนที่มาสิ นี่ท่านไปไกลกว่าผม หรือว่าเขาก๊อบปุ้ให้ท่าน มาพูดในสภา กล่าวหาไปนี่กล่าวหาได้ แต่ผมไม่อยากจะไปไกลถึงตรงนั้น ว่าผมแค่พูด หลักการ แต่ท่านไปเอาแผนที่มาเลย ผมกลับไปที่กระทรวง คนในพื้นที่ภาคใต้เขาด่าท่าน แซดหมด เขาบอกคุณเฉลิมเอาหน่อย ผมบอกแน่นอน ก็แค่ผมมีแนวคิด เรื่องเขตปกครองพิเศษยังไม่ได้บอกท่านว่าผมจะทําอย่างไร ท่านก็บอกเลยผมจะ แบ่งแยกดินแดน ผมรอยัลตี้ (Royalty) ผมนี่ บลู บลัด (Blue blood) ผมไม่มีวันหรอกที่จะเห็นการแบ่งแยก ดินแดนเปึนเรื่องที่ดี แค่คิดก็ผิดแล้ว ผมไม่กล่าวหาท่านล่ะ ว่าท่านมีส่วนหรือไม่ แต่ท่าน เอาแผนที่มานี่มาแสดงรายละเอียดคนเขาก็นินทา เอ๊ะผู้แทนคนนี้ เจะอามิง โตะตาหยง ทําไมมีแผนที่ นี่ผมบอกท่านไว้นะ ทีหลังอภิปรายอย่างนี้ท่านอย่าทํา แล้วท่านไม่ได้ คะแนนนะ แล้วท่านจะเสียหาย ผมเรียนนะครับว่าที่ผมพูดแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดุผม ดุผมผมก็ต้องฟังท่าน ท่านไม่ได้เบรก ท่านดุ ท่านบอกเขตปกครองพิเศษอย่าพูด ถ้าพูด ต้องพูดให้ชัด ผมก็บอกผมต้องขอโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีไปด้วย เพราะผมพูดปากไว ก็ช่างพูด ชอบอภิปราย นักข่าวมาหาไม่ได้ แล้วเดี๋ยวนี้ชอบมาวันละ ๒ เวลา ไม่เอาแล้ว จากนี้ต่อไปนักข่าวสัมภาษณ์ต้องน้อยหน่อย นี่มาสัมภาษณ์ ๖ ตุลาคมก็เป่ดประเด็น เมื่อกี้ก็จะเอาใหญ่ บอกเขาจะไม่ไว้วางใจเรื่อง ๖ ตุลาคม ผมบอกวันนี้ไม่พูดเพราะเปึน เรื่องนโยบาย ท่านประธานครับ ที่กระผมว่าจะเปึนเขตปกครองพิเศษ ผมไม่ได้เอาแบบ ซินเกียง ผมไม่ได้เอาแบบเสิ่นเจิ้น ผมไม่ได้เอาแบบในเยอรมันหรืออินโดนีเซีย แต่ผม บอกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เขาอยู่ในภาคใต้เขามาบอกผม

(นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นราธิวาส) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านเจะอามิงประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่รัฐมนตรีเฉลิมได้พูดพาดพิงถึงผมว่าผมนี่เอาข้อมูล แผนที่อย่างนี้ที่มาแสดงเมื่อเช้านี่เปึนข้อมูลที่ไม่เปึนจริง แล้วผมไปเอาจากไหน ผมเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ท่านรัฐมนตรีเฉลิมนี่แหละครับเปึนคนที่ไม่รู้จริง ผมไม่ได้เอามาเล่น ๆ ปัญหาภาคใต้ท่านรัฐมนตรีต้องฟังให้ดี คนเสียชีวิต ณ วันนี้ ๒,๙๑๖ คน ไม่ใช่เรื่องเล่น การพูดถึงการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้พูดเรื่องเล่น พี่น้องประชาชนเสียชีวิตตลอด ผมมีที่ไปที่มาครับ ผมไม่ใช่มาพูดเล่น ๆ ผมไม่เคยเปึน ตํารวจ ผมไม่ใช่เปึนมือปราบ ไม่เหมือนบางคนครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านเจะอามิงครับ ผมฟัง เข้าประเด็นครับ ท่านอย่าโกรธผมนะครับ เดี๋ยวผมเล่าให้ท่านฟัง คือท่านลุกขึ้นนี่ประท้วง เพราะว่าการประท้วงนั่นก็คือว่าท่านรัฐมนตรีเฉลิมพูดไม่จริง ท่านกําลังพูดอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมขอวินิจฉัยนะครับ วินิจฉัยก่อน เพราะเดี๋ยวถ้าอภิปรายยาว ไปอธิบาย ความนี่ คือประเด็นนี่ผมจับได้แล้วนะครับ ท่านมีประเด็นเดียวใช่ไหมครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานครับ ที่รัฐมนตรีเฉลิมพูดเมื่อสักครู่นี่ถ้าปล่อยไปจะทําให้ผมเสียหาย ว่าผมนี่ เอาข้อมูลที่ไม่เปึนจริงมาแถลงต่อสภา ข้อมูลของผมมีที่ไปที่มา อยู่ใกล้ ๆ ท่านนะครับ ให้ไปดู วันหลังนี่หัดกลับไปถาม บางทีคนที่อยู่ใกล้ตัวท่าน อาจจะไปถามตํารวจก็ได้ ทหารก็ได้ หรือใครก็ได้ที่อยู่ในใกล้ตัวท่านจะได้ข้อมูลที่ดี มีการทําวิจัย มีการไปพบ เอกสารในศาลของความมั่นคงศึกษาของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ผมพูดเล่น ได้อย่างไรครับท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ประท้วงคนละเรื่อง ผมไม่ได้ผิดข้อบังคับ ผมบอกแต่เพียงว่า ท่านกล่าวหาผมนี่จะใช้เขตปกครองพิเศษ ผมบอกว่าผมมีรายละเอียดซึ่งกําลังจะพูดถึง ว่าที่พิเศษนี่มันไม่เหมือนซินเกียง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ ท่านเจะอามิงมีอะไรอีกครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีกําลังใส่ร้ายและให้ร้ายผมครับ ทําให้ ผมเสียหาย ผมก็เลยจําเปึนต้องมาชี้แจง ท่านรัฐมนตรีต้องรู้ข้อบังคับในสภาด้วยครับ ขอบคุณครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ อยู่ ๆ นี่ก็ไม่ควรมาอภิปรายถึงผม ท่านอภิปรายถึงผม ผมมี หน้าที่ตอบ ผมอยู่สภามานานพอสมควรไม่มากไม่น้อยหรอก แล้วก็เปึนคนชอบอภิปราย ผมยังไม่ได้ผิดข้อบังคับอะไรเลย ผมบอกว่าคนเขาโทรศัพท์มาว่า แล้วคุณเอาแผนที่มาจากไหน ผมบอกอย่างนี้ระวังคนเขาว่าคุณนะ แต่ผมไม่กล้าว่า คุณหรอก เดี๋ยวคุณประท้วงเสียเวลา ท่านประธานครับ ผมเรียนกับท่านสมาชิกก่อนนะว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทั้งด้านยุทธศาสตร์และยุทธวิธี กองทัพเขาเปึนผู้ดําเนินการ กระทรวงมหาดไทยเปึนเพียงสนับสนุนแนวทางที่กองทัพเขากําหนด ท่านอย่าไป เข้าใจผิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัครจะรับผิดชอบเรื่องการแก้ไขปัญหาภาคใต้ มท. ๑ จะรับผิดชอบเรื่องการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ไม่ใช่ ได้ตกลงกันแล้ว เพราะสถานการณ์ ตรงนั้นมันเปึนพื้นที่การสู้รบ มีกองโจรขนาดเล็ก ขนาดกลาง และมีแนวคิดเรื่อง แบ่งแยกดินแดน กองทัพก็รับภารกิจอันสําคัญตรงนี้ไป รัฐบาลก็มีหน้าที่สนับสนุน กระทรวงมหาดไทยภายใต้ภารกิจ พันธกิจที่กระทรวงจะทําได้ เราจะสนับสนุนทหาร ทุกประการ ผมย้ําอีกครั้งว่าเขตปกครองพิเศษที่ผมให้สัมภาษณ์ ผมหมายความว่า ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลา ข้าราชการที่บริหาร ทํางานอยู่ตรงนั้น เขามีความเครียด เขามีความรู้สึกว่าเขาอันตราย เขามีความคิดว่าเวลา เขาเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนเขาไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์เหมือนกับตํารวจทหาร เพราะเขา เปึนข้าราชการฝ์ายพลเรือน ฝ์ายพลเรือนก็มีอาวุธ มีอาวุธประจํากาย อาวุธใหญ่หน่อยก็ เอชเค (HK) เอ็ม ๑๖ (M ๑๖) เขาก็บอกว่าอยู่ตรงนั้นมันอันตราย ผมก็ไปคิดดูว่า ปกติ นายอําเภอจะใช้เวลา ๙ ป้ถึงจะเปึนปลัดจังหวัด ผมไปคิดดูว่าปลัดจังหวัดใช้เวลา ๒ ป้ จึงจะเปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดจะใช้เวลาประมาณ ๕ ป้ จึงจะ เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด แก้ปัญหาปักษ์ใต้วันนี้ท่านสมาชิก โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์สายปักษ์ใต้ท่านต้องช่วยผมสิ ท่านรู้ดีกว่าผมนี่ ท่านเก่งกว่าผม ผมไม่รู้ ผมเกิดกรุงเทพฯ อยู่กรุงเทพฯ โตกรุงเทพฯ ท่านรู้ทั้งหมดเรื่องประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตั้งแต่หะยีสุหลงมา ตั้งแต่ป้ไหน ๆ ท่านปาฐกถาพิเศษได้ ช่วยผมสิ และผมจะขออนุญาต ท่านนายกรัฐมนตรี จะมีหนังสือเชิญพรรคประชาธิปัตย์ใน ๔ จังหวัดปักษ์ใต้ ท่านต้องมา เปึนกรรมการช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วท่านอย่าปฏิเสธนะ ผมจะทํา หนังสือตั้งแต่วันจันทร์หน้า เชิญทุกคน ประชาธิปัตย์จังหวัดนี้คุณมาช่วยกัน แล้วส่วน จะช่วยอย่างไร เรามาปรึกษาหารือกัน อย่าเปึนฝ์ายค้าน อย่าเปึนรัฐบาล ท่านกับผมต้อง ร่วมมือกันสิ ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้ให้มันดีขึ้นและดีต่อไป วันนี้ในปักษ์ใต้ เปรียบเสมือนทําธุรกิจแล้วขาดทุน มันต้องเปลี่ยนวิธีคิด ถ้าคิดอย่างเก่ามันก็เกิดปัญหา ท่านไม่ต้องมาบอกผมหรอกว่าป้หนึ่งตายเท่าไร ข้าราชการเขาเอามาให้ผม ๑๐ อาจารย์ ๑๐ ตําราไม่เหมือนกัน แต่ผมคิดของผมว่าแก้ไขปัญหาปักษ์ใต้ ผมสรุป ๓ ข้อ

๑. ต้องใช้หลักนิติธรรม นิติรัฐ

๒. การศึกษาพัฒนาเศรษฐกิจต้องควบคู่

๓. ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ผมทราบครับ แรก ๆ มีการคิดครับ เอาตัวไป ไปทุบตีในทะเล ไปแขวน เท้าไม่ติดพื้น ทราบแม้กระทั่งปัสสาวะกรอกปาก เขาไปร้องเรียนกับอัยการ เขาไป ร้องเรียนกับศาล ผมก็ตามสถานการณ์ แต่เมื่อผมไม่มีหน้าที่ผมก็ลงไปไม่ได้ ท่านอภิปราย เอาเปึนเอาตายคนทางบ้านก็ตกใจ เอ๊ะ รัฐบาลชุดนี้ปล่อยให้ละเมิดอํานาจรัฐ จับคนนั้น ไปซ้อม จับคนนั้นเตะ ขอประทานโทษ ถึงกระทืบท่านก็บอกกัน ก็มันรัฐบาลที่แล้วนี่ครับ ท่านต้องตามไปด่า พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้านั้นท่านต้องด่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านต้อง ด่านายกรัฐมนตรีคนที่แล้ว พวกผมเพิ่งมาครับ ทํางานไม่ได้เลย แต่วันนี้หลังจากแถลง นโยบายต่อรัฐสภา อ้าว ผมทํางานได้แล้ว แล้วท่านดูต่อไป ถ้าท่านถามว่าแก้ได้กี่ป้ ถ้ามัน แก้ได้เร็วจะเหลือมาถึงผมแก้หรือ พวกท่านน่ะ ประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลคืนเดียวเผาโรงเรียน ๕๔ โรง ขนาดนิยมพวกท่านนะ เลือกหมด ประชาธิปัตย์ เสาไฟฟัาปักก็เปึนผู้แทนราษฎร ยังเผา ๕๔ โรงเรียน

(นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นราธิวาส) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คุณเฉลิมกําลังพูดให้ร้าย พรรคประชาธิปัตย์ ให้ร้ายสมาชิก ท่านจะต้องถอนคําพูดครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีศักดิ์ศรีครับ ผ่านจากกระบวนการการเลือกตั้ง ท่านพูดอย่างนั้นได้อย่างไรครับ ขอให้ถอนครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ตรงไหนครับ ผมบอกว่าสมัยที่ท่านนี่เปึนรัฐบาล พรรคของท่านนี่ได้รับเลือก

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานครับ ท่านต้องให้ท่านเฉลิมถอน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ตรงไหนล่ะ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาเสาไฟฟัามาปักก็เปึนผู้แทนได้

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อ๋อ ได้ ๆ ถอน ๆ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

คุณเฉลิมจะต้องถอนนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ถอนแล้ว ๆ ท่านประธานผมถอนครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานครับ คุณเฉลิมพูดในสภา และหลังจากนี้ขออย่าให้ปากเสียได้ไหมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ใครนะครับ ไม่ถือสาหรอกครับ ไม่เปึนไร ถอนครับถอน ถอนคําว่า พรรคประชาธิปัตย์ เอาเสาไฟฟัาไปปักภาคใต้ก็ได้เปึนผู้แทน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวท่านเฉลิมครับ แล้วก็ ท่านสมาชิกครับ ถอน แต่วันนี้ท่านถอนกันนี่ถอนกันเองครับ ไม่ผ่านประธานเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมว่าไม่ต้องมีประธานเลย ก็ต้องถามผมบ้างนะครับ บางทีต้องถามผม คือ ท่านสมาชิกครับ ท่านจะลุกขึ้นนี่กรุณา จะประท้วงก็ลุกขึ้น ข้อบังคับ แล้วก็ยกมือ ต่อไปนี้ ถ้าลุกขึ้นยกมือผมจะพิจารณา แต่ถ้ากดไมโครโฟนแล้วก็พูดเลยนี่ผมจะไม่อนุญาตแล้ว เพื่อจะได้ให้เปึน แล้วก็ถ้าขึ้นหลายท่านก็เรียงตามคิวนะครับ ขอความกรุณาเปึนอย่างนี้ แล้วก็หากจะมีการถอนอะไร อย่างน้อยก็ให้รู้ว่ามีประธานอยู่ เพราะผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ ก็จะได้ทํางานต่อครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

เดี๋ยวผมคิดว่าจะมีการประท้วง ประเด็นนี้หรือเปล่า ท่านสมบูรณ์หรือเปล่า เดี๋ยวท่านสมบูรณ์ลุกขึ้นก่อนครับ เชิญครับ ท่านสมบูรณ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธาน ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีพูดถึงความเปึน ส.ส. ผมคิดว่ามันไม่น่าจะออกมาจากปากท่านรัฐมนตรี ท่านครับ ถ้าเกิดผมกล่าวหาคนอื่นว่า

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ ผมว่านะครับ เดี๋ยวมันจะยาว อย่าโกรธผม เอาเปึนประเด็นประท้วง ประท้วงว่าท่านเฉลิมพูดให้ร้าย หรือพูดอย่างไร ว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เรื่องอะไร จะให้ถอนหรือให้ทําอะไรก็ให้ประธาน วินิจฉัย เอาอย่างนี้นะครับ เพราะถ้ายาวไปเดี๋ยวไม่จบแน่ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานครับ แต่พอหลังจากที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า อ้าว ผมถอนก็ถอน มันกลายเปึนเรื่องสนุกเลยครับ ท่านประธานก็บอกว่า เอ๊ะ ท่านถอนกันแบบไม่ผ่านประธานหรืออย่างไร ดูว่าการเปึน ผู้แทนราษฎรนะครับ ซึ่งเราก็ผ่านการเลือกตั้งมาเช่นเดียวกัน กรณีเดียวกันครับถ้าเกิด ผมบอกว่าท่านซื้อเสียงมาละครับ มาเปึน ส.ส. ท่านจะรู้สึกอย่างไรบ้างนะครับ ผมขอให้ ท่านประธานได้กล่าวถึงคนเปึนรัฐมนตรีว่าให้เกียรติกันด้วยครับ เพราะที่นี่เปึนสภา แห่งการทรงเกียรติครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ครับ เชิญนั่งครับ อันนี้ไม่ใช่เปึน ประเด็นที่เกี่ยวกับการถอนนะครับ ไม่เปึนไรครับ

(นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สงขลา) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านศิริโชคครับ ท่านลุกขึ้นยืน ท่านประท้วงใช่ไหมครับ หรือจะอภิปรายครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ประท้วงครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ประท้วง เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตประท้วงข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสอง ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด ผมขออนุญาตอธิบายว่าท่านเฉลิมโกหกกลางสภานะครับ แล้วอาจจะกระทบ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอเมริกา เพราะว่าข้อเท็จจริงในเรื่องของเอสโคบา นี่ไม่ใช่เหมือนที่ท่านเฉลิมได้พูดนะครับ เพราะว่าข้อเท็จจริงนี้ คุณเอสโคบาหนีจากคุก เมื่อป้ ค.ศ. ๑๙๙๒ แล้วก็ทางรัฐบาลปานามานี่ร่วมกับเดลต้า ฟอร์ซ (Delta Force) แล้วก็เนวี ซีลส์ (Navy seals) ทีม ๖ นะครับ ช่วยกันอบรมตํารวจหน่วยพิเศษที่เรียกว่า เซิร์ช บลอค (Search Bloc) เพื่อจับกุมเอสโคบานะครับ แล้วก็เอสโคบาเองถูกจับตายเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ป้ ๑๙๙๓ หลังจากพยายามหนีการจับกุมของตํารวจปานามาที่ชื่อว่า เซิร์ช บลอค ถูกยิง ตายบนหลังคาบ้าน โดยเซิร์ช บลอค ได้ใช้เทคโนโลยี ที่เรียกว่า ไทรแองกิวเลชัน (Triangulation) ในการตามจับเอสโคบา แล้วก็ทางสหรัฐอเมริกาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เปึน คนฆ่าเอสโคบา แม้กระทั่งครอบครัวของเอสโคบาก็ออกมายอมรับว่า อาจจะเปึนเพราะว่า เอสโคบาฆ่าตัวตายบนหลังคา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านเฉลิมได้พูดนี่มันอาจจะกระทบ ความสัมพันธ์ เพราะท่านไปกล่าวหาว่าอเมริกาไปไล่ล่าเอสโคบาและละเมิดกฎหมาย สากล ผมจึงอยากให้ท่านเฉลิมถอนคําพูดครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกที่ประท้วงนี่ก็คืออ่านจากหนังสือ จินตนาการ ฝันไป อ่านหนังสือ ที่ผมพูดนี่กระทบต่อสัมพันธไมตรี ท่านจะห่วงผมทําไม ท่านเปึนฝ์ายค้านนี่ ก็เตรียมไว้ไม่ไว้วางใจ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ห่วงท่านครับ ผมห่วงประเทศไทยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อ๋อ อย่าไปห่วงเลย ห่วงพรรคท่านเถอะ แล้วถึงเวลา ถ้าถึงเวลานี่เห็นว่าเรื่องนี้จะก่อให้เกิด ความเสียหาย ท่านก็ยื่นบัญชีไม่ไว้วางใจผมเสีย ที่ผมพูดนี่มันเปึนข้อมูลเชิงลึก มันไม่ได้ เผยแพร่ เพราะมันเปึนข้อมูลจากดีอีเอ (DEA) ท่านสมาชิกมาพูดอย่างนี้ เดี๋ยวก็หาว่าผม อวดฤทธิ์อวดเดช ผมนี่ดูแลเรื่องยาเสพติดตั้งแต่ยังหนุ่มนะ นี่แก่แล้วมาดูอีกรอบนะ กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดนี่ ผมเปึนคนเขียนโครงสร้างนะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องอย่างนี้ ท่านอาจจะเก่งกว่าผมเรื่องอื่น แต่เรื่องข้อมูลเชิงลึกด้านอย่างนี้ กรุณาแพ้ผม สักเรื่องเถอะ ไม่ต้องแพ้มาก เอาสักเรื่องเดียว ผมจะได้อภิปรายต่อท่านประธานครับ ที่ห่วงใยเหลือเกินว่าผมนี่จะไปสร้างเขตพิเศษ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านศิริโชคมีอะไรครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

วินิจฉัยนะครับว่า ข้อมูลที่ท่านเฉลิมพูดนี่มันไม่มีใครพิสูจน์ได้ แต่ถ้าพูดไปแล้วมันเกิดความเสียหายกับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมคิดว่ามันไม่มีความจําเปึนนะครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ ท่านประธานวินิจฉัยอีกครั้งครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิม ข้อมูลตรงนี้ท่านเห็น เปึนประการใดครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ที่ผมเน้นย้ํามากกว่าก็คือเรื่องเขาไปจับประธานาธิบดีปานามา บนทําเนียบประธานาธิบดี

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานครับ เขาไม่ได้จับประธานาธิบดีปานามา เขาจับเอสโคบา

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เรื่องนี้ผมขอวินิจฉัยครับ เดี๋ยวท่านอภิปรายเรื่องอื่นนะครับ เดี๋ยวพอเลิกประชุมแล้วท่านกับน้องก็คุยกันต่อ เพราะว่าผมว่าประเด็นอื่นนี้น่าสนใจ อันนี้ผมคิดว่าแขวนไว้ได้นะครับ ประธานขอวินิจฉัย ว่าแขวนไว้ก่อน

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

ท่านสุนัยมีอะไรประท้วงอีกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สัดส่วน พรรคพลังประชาชนจากนครสวรรค์ ผมขอประท้วงท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ขณะที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยกําลังกล่าวนั้น เพื่อนสมาชิกก็ขึ้นตอบโต้ มีลักษณะเหมือนไม่เคารพในที่ประชุม ไม่เคารพท่านประธาน ครั้งแรกประท้วงก็ขึ้นมา ถ้าท่านประธานปล่อยบรรยากาศอย่างนี้ จะกลายเปึนเวทีโต้วาทีไปครับท่านประธานครับ ขอให้ท่านควบคุมการประชุมให้เปึนไป ตามข้อบังคับครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมยอมรับเรื่องนี้นะครับ ท่านเฉลิมกับท่านศิริโชคนะครับ ผมขอวินิจฉัยประเด็นนี้เนื่องจากข้อมูลทั้ง ๒ ด้านนั้นเปึน ข้อมูลที่จําเปึนจะต้องมีแหล่งที่ไปที่มานะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทั้ง ๒ ท่านนั้น รับผิดชอบ แล้วก็เปึนดุลยพินิจของพี่น้องประชาชน หากเกิดความเสียหายขึ้นทางใด ทางหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติ ท่านศิริโชคนะครับหรือสมาชิกท่านอื่นที่เห็น เรามี ขั้นตอนของกระบวนการ แต่ถ้าเปึนเรื่องของกฎหมาย ท่านรัฐมนตรีเฉลิมก็รับผิดชอบไป อันนี้ซึ่งไม่มีใครรับรอง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอภิปรายต่อเลยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เสียเวลา ถ้าผมพูดผิดผมก็ เสียรังวัด แต่ว่าผมอยากอธิบายให้เห็นว่า เอะอะก็อ้างสิทธิมนุษยชน เอะอะก็อ้างละเมิดสิทธิ แต่ไม่คํานึงถึงยาเสพติดที่ระบาด ผมบอกว่าถ้าใครไม่อยากตายอย่ามาเส้นทางนี้ ถ้ามาเส้นทางค้ายาเสพติดรายใหญ่มันก็ต้องปะทะ การฆ่าคนร้ายที่ค้ายาเสพติดในกรณี ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่ หรือเพราะกระทําการ ตามหน้าที่ มันเปึนหน้าที่ตํารวจเขาต้องปัองกันตนเอง การฆ่าตัดตอนตั้งเยอะแยะ คําว่า ฆ่าตัดตอน ท่านก็ยังไม่เข้าใจกัน แต่ก็พูดโดยสารไปด้วย หาเสียงไปด้วย รัฐบาลชุดที่แล้ว ฆ่าตัดตอนเยอะ ๆ ก็เอาจริง ๆ มันมีเข้ารูปเข้ารอย ๒ คดีเท่านั้น ตรงน้องฟลุคกับที่ครบุรี เสิงสาง เขตปกครองพิเศษที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านห่วงใย ผมกําลังจะบอกว่าผมไม่มีจัด เลือกตั้งให้ไปเหมือนซินเกียงหรือที่เสิ่นเจิ้นหรือที่อินโดนีเซีย หรือเยอรมันไม่ใช่ แต่ผม กําลังจะปรับปรุงให้ขวัญกําลังใจ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ทําว่าถ้าใครไปอยู่ที่นี่เปึน นายอําเภอน้อยหน่อยขึ้นเปึนปลัดจังหวัดได้ ผมบอกต่อกับเขาว่า ใครเปึนปลัดจังหวัดขึ้น เปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัดก็ให้ขึ้นได้เร็วหน่อย แล้วผมบอกว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าอยู่ปักษ์ใต้ ๓ จังหวัด ๔ อําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ถ้าไม่ต้อง ๔ ป้ ๒ ป้ได้ไหม ผมหารือท่านปลัดเขาบอกได้ แต่ต้องนําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย นี่คือ ความพิเศษเรื่องที่ ๑ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมแก้ไขระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีเรื่องพระราชทานสายสะพายให้หัวหน้าศาลที่อยู่ในภูมิภาคได้มี โอกาสได้สายสะพายเร็วขึ้น ผมทํามาแล้ว ผมก็กําลังจะคิดว่าข้าราชการ นักปราชญ์ ราชบัณฑิตที่เปึนปลัดอําเภอ นายอําเภอ ปลัดอําเภอ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการ จังหวัดอยู่ในพื้นที่อันตราย เซนซิทิฟว แอเรีย (Sensitive area) นี่จะขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ข้ามขั้นตอนข้าราชการหน่วยอื่นได้ไหม ผมก็กําลังหารือ ผมบอกต่อว่าเรามีสิทธิพิเศษ ให้อะไรเขาได้บ้าง พ่อผมรบอินโดจีน สงครามมหาเอเชียบูรพา พ่อผมไปรบกลับมา ตอนผมโตเปึนหนุ่มไปสอบอะไรได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ มีบัตรประปาครึ่งราคา ไฟฟัาครึ่งราคา ขึ้นรถไฟครึ่งราคา นี่ผมกําลังจะคิด ถ้าคิดว่าพิเศษตรงนี้ ผมถามว่าเอา ๓ จังหวัดภาคใต้ ๔ อําเภอ พี่น้องประชาชนคิดอย่างไร คิดอย่างไรจะเอาเปึนเมืองศาสนาอย่างเดียว เอาไหม ก็ไปทําประชาพิจารณ์ ใครอยากเที่ยวไปหาดใหญ่ ๓ จังหวัดตรงนั้น อยากเที่ยว ไปสตูล ๓ จังหวัดเคร่งครัดไม่มีสถานบริการ แต่อย่างน้อยผมสั่งไปแล้วว่าจากนี้ต่อไป อย่าอนุญาตอนุมัติสถานบริการเพิ่มเติม ส่วนจะไม่ให้มีเลยต้องดูผลกระทบ ต้องดู การวิจัย อย่าไปนึกว่าพรรคพลังประชาชนทําการวิจัยไม่เปึน อย่าไปนึกว่าพรรคพลัง ประชาชนไม่มีนักวิชาการ ล้นพรรค เต็มหมด จนพรรคจะทรุดอยู่แล้วขณะนี้ เรามีบุคลากร เรามีทีมงาน เราก็จะไปดูว่ามันทําได้ไหม และที่พิเศษอีกอันหนึ่งผมจะเรียนท่านทั้งหลาย ยุคท่านสมัครเปึนนายกรัฐมนตรี ผมเปึน มท. ๑ ผมอยากวิงวอนท่านด้วยความเคารพ ขีดเส้นใต้ตั้งแต่วันนี้ใครที่ถูกทําร้าย ใครที่ถูกละเมิดสิทธิ ใครที่ถูกกลั่นแกล้ง ใครที่ถูก ข่มเหงรังแก เชิญได้ กระทรวงมหาดไทยยุคนี้พบง่าย ใช้คล่อง แต่ในอดีตที่ผ่านมา เหตุการณ์มันเกิดท่านร้องมาสิครับ ผมยังไม่รู้นี่ก็ผมยังไม่เปึนรัฐบาล ท่านพูดแล้วคนฟังก็ นึกว่ารัฐบาลชุดนี้ปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ปล่อยให้มีการทุบตี จับไปแล้ว ไปทุบ ไปตีที่วัดช้างให้ ย้ําอีกครั้งครับไม่เกี่ยวกับรัฐบาลชุดผม เพราะเหตุเกิดมาก่อน ไม่ได้โยนความผิดไป แต่ท่านต้องมีพื้นฐานในความรู้สึกในความจริงใจว่าต้องให้โอกาส พวกผมสิ และท่านต้องช่วยผม ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งในฐานะที่มีประสบการณ์ นี่ละครับคําว่า เขตปกครองพิเศษ ไม่มีครับที่จะไปจัดเลือกตั้ง ไม่มีการแบ่งแยก ราชอาณาจักรไทยเปึน รัฐเดียวท่านรู้ ผมก็รู้ รู้เท่า ๆ กันนั่นแหละ เปึนรัฐเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้ ท่านสบายใจนะครับ สื่อที่ตามแป็บ ๆ วันนี้ชัดเจนไม่มีโดยเด็ดขาด มีการอภิปรายมาก ซ้อมผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัยจะต้องไม่มีอีกโดยเด็ดขาดถูกต้อง โดยเด็ดขาด แล้วท่านก็ไปเผลอพูดบอก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ประกาศจะไม่ลงที่พื้นที่ภาคใต้ ใครบอกท่าน ผมจะสวมวิญญาณ ยอร์ช ซี สกอต (George C. Scott) ตํารวจตรวจแหลก แต่ผมจะไม่ไปเหมือนกับรัฐมนตรี คนอื่น ท่านรู้ไหม เวลารัฐมนตรีลงไป เปึนภาระอันหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เขาต้องเซอร์เวย์ ซีเคียวริที (Survey security) เขาต้องดูแล เขาต้องมีหน่วยเคลื่อนที่ เขาต้องมีหน่วยประจํา เขาต้องมีโมบายด์ (Mobile) ที่จะเปึนเช็คพอยท์ (Checkpoint) หน่วยเคลื่อนที่เขาต้องดูแล เพราะเขากลัวรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ได้รับอันตราย เขาอยากให้แม่ทัพนายกองไป เพราะพละกําลังแม่ทัพนายกองเขาเก่ง แต่ฝ์ายการเมืองนี่เจ้าหน้าที่เขาไม่อยากให้ไป แล้วเขาบรรยายสรุปจนกระทั่งรําคาญ บรรยายสรุปสถานการณ์ทั่วไปเรื่องอย่างนี้ ยุทธศาสตร์เปึนอย่างนี้ ยุทธวิธีเปึนอย่างนี้ พูดอยู่นั่นแหละ แล้วทุกครั้งท่านสังเกตไหม เวลาฝ์ายการเมืองลงไปกลับมา เกิดเหตุ รุนแรงทุกครั้ง ผมเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มากราบเรียนท่าน เพราะผมมีนายตํารวจ ลูกน้องเก่าเขาอยู่ในพื้นที่ ผมไม่ได้รับรายงานเปึนรีพอร์ต (Report) แบบเอกสาร เขาเปึนผู้กํากับในพื้นที่ เขาเปึนผู้การในพื้นที่ ผมมีนายทหารรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าผม ผมถามเขาว่าจริง ๆ มันเปึนอย่างไร ต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร มันถึงแก้ไขปัญหาได้ แล้วไปสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ไม่มีใครกล้าพูดความจริง ผมต้องรู้สิครับ เพราะผม จะต้องเปึนส่วนหนึ่ง ถึงแม้เปึนส่วนเล็ก ๆ ที่จะสนับสนุนฝ์ายกองทัพให้เขาปฏิบัติภารกิจนี้ เพื่อให้เรียบร้อย ถ้าผมไม่รู้เลย ผมจะเอาอะไรไปบอกเขาและ พลเอก สุรยุทธ์ก่อนไปนี่ ท่านให้สัมภาษณ์ชัด ท่านบอกที่แก้ไขปัญหาไม่ได้ ๒ เรื่อง ๑. ท่านให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์มติชนเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่านบอกว่านายกรัฐมนตรี รับดับไฟใต้เหลว เจ้าหน้าที่งัดข้อกัน ท่านรับเลย เจ้าหน้าที่ตรงนั้นมี ๓ ส่วน พลเรือน ตํารวจ ทหาร พลเรือนก็มหาดไทย ตํารวจก็สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทหารก็กองทัพบก เรือ อากาศ ซึ่งผมไม่ลงรายละเอียด เดี๋ยวจะหาว่าสร้างความขัดแย้ง ผมไม่รู้ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีต ผบ. สูงสุด อดีต ผบ.ทบ. บอกไว้ว่าทะเลาะกัน แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ท่านบอกว่า พระราชบัญญัติศูนย์อํานวยการบริหารชายแดนภาคใต้หายปิอมแปิม ไม่รู้อยู่ไหน ก็คือพระราชบัญญัติให้อํานาจ ศอ.บต. วันพรุ่งนี้วันหยุด วันศุกร์ผมจะ ตามแล้ว จะตามเลยว่าพระราชบัญญัติ ศอ.บต. มันติดขัดตรงไหน มันเปึน อย่างไร ถ้ากระทรวงมหาดไทยทําไม่ได้ ผมก็ต้องอาศัยอํานาจท่านนายกรัฐมนตรี เอามา ดูสิมีปัญหาอะไร ถ้ามันดีเราต้องผลักดัน พวกเราเข้ามาครับ ท่านต้องดีใจนะครับ เพราะพวกผมมาจากการเลือกตั้งเหมือนท่าน ท่านต้องดีใจ ต้องให้โอกาสรัฐบาลมาจาก การเลือกตั้ง ได้แสดงฝ้มือแก้ปัญหาภาคใต้ แล้วคําหนึ่งที่ท่านชอบพูด โจรกระจอก ท่านทักษิณบอกโจรกระจอก แล้วมันมีโจรที่ไหนเปึนเทวดา มันกระจอกทั้งนั้นโจร เพราะมันประพฤติตัวเปึนโจร ผมก็ย้ําว่าคนเปึนโจรนี่คือกระจอก ไม่รักบ้านรักเมือง สร้างปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปักษ์ใต้นี่ เราสนใจพิเศษ แต่การดูแลลดปัญหาอาชญากรรม ปราบปรามโจรผู้ร้าย ปัญหายาเสพติด ทั่วประเทศ ท่านไม่สังเกตบ้างหรือว่าก่อนแถลงนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดกับนายอําเภอ ทั่วประเทศ เขาออกตรวจสถานบริการ เขาบอกเลยต้องเอาจริง ต่ํากว่า ๑๘ ป้ไม่ได้ ยาเสพติดไม่ได้ และที่สําคัญที่สุดผมให้นโยบายกระซิบ กระซิบ แต่วันที่ ๒๒ นี่ไม่กระซิบ เพราะสมบูรณ์นี่ แถลงนโยบายแล้ววันที่ ๒๒ เอาเลย ผู้ว่าราชการจังหวัดกลับวันศุกร์บ่าย วันอังคารเช้าถึงถึงจังหวัด ยุคผมไม่ได้ ต้องทํางาน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องทําตัวเปึน เจ้าเมือง นายอําเภอต้องสวมวิญญาณนายอําเภอมอร์แกน (Morgan) ต้องดูแลรักษา ความสงบเรียบร้อยแล้วผมฟังฝ์ายค้านนะ ไม่ได้เอาใจนะ แต่ต้องช่วยกันทํางาน ผมเรียน มาถึงตรงนี้ผมไม่อยากรบกวนเวลาของสภามากไป แต่เน้นหลัก ๆ ก็คือว่าภาคใต้ผมทํา เปึนกรุ๊ปปุ่ง (Grouping) เล็ก ๆ ๑. หลักนิติธรรม หลักนิติรัฐ การบังคับใช้กฎหมายถูกต้อง ชอบธรรมบนพื้นฐานและกรอบของกฎหมาย ๒. ผมบอกว่าต้องพัฒนาการศึกษา เขาจะเรียนปอเนาะมีอุสตาซเรื่องของเขา ผมบอก ท่านปลัดไปแล้วท่านต้องหากุศโลบาย ต้องหาวิธีให้ลูกหลานได้เรียนภาษาไทยและเรียน หลักสูตรใกล้เคียงกับกระทรวงศึกษาธิการ มีปัญหาบอกมา งบประมาณไม่มีบอกมา ผมจะประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ สํานักงบประมาณ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีอนุญาต อนุมัติ ๓. ผมบอกว่า ณ เวลานี้ต้องให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม พี่น้องจะต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไร คําว่า พิเศษ นี่ท่านประธานครับ ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ก่อนไป เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยระบบบริหาร จัดการเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในข้อที่ท่านกําหนดว่า กพต. นี่ หมายความว่าคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะกรอบนโยบาย มาสเตอร์ แพลน แอคชัน แพลน (Action plan) มันไม่เหมือนกับที่อื่น เขาจึงเรียก พิเศษ ผมก็ไปเรียกพิเศษบ้าง เลยท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตกใจใหญ่เปึนห่วง ขอบคุณครับ ไม่มีที่จะไปเลือกตั้ง ไม่มีให้คนอื่นไป ไม่มีโดยเด็ดขาด มีปัญหาอะไร ท่านร้องเรียนมาผมจะทําให้ ถ้าถามว่าทําได้ไหม ผมรับปากไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถามว่า ปักษ์ใต้แก้ ๑ ป้ ๒ ป้ไหม ถ้าผมพูดว่าทําได้ผมก็คืออวตารลงมาเกิด ไม่ใช่ ผมยังเปึน คนธรรมดาเหมือนพวกท่านนั่นแหละ แต่เมื่อมีหน้าที่ตรงนี้ก็ต้องทําตรงนี้ ถ้าไปบอกว่า ๑ ป้ ต้องลดเท่านี้ ๒ ป้ จบหมด ผมไม่เก่งขนาดนั้น แต่เรื่องระเบียบสังคม เรื่องความสงบสุข เรื่องผู้ร้ายที่มีหมายจับค้างอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเขาเตรียมเอาใหญ่แล้วเขาจะ ดําเนินการ และผมนี่จะใช้ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยนะ เพราะเขาเปึน ทรัพย์สมบัติของชาติ ให้เขาไปทํา ปลัดทําเรื่องนี้ปราบยาเสพติด ทรัพยากรธรรมชาติ แก้ปัญหาความยากจน อธิบดีกรมการปกครองไปทําอันนี้ ปกครองท้องถิ่น รองปลัด ทําอย่างนี้ ๆ เอาไปทํางาน

ผมกราบเรียนท่านเปึนเรื่องสุดท้ายนะครับว่าการที่เราจะให้ตรงนั้นเปึน พื้นที่พิเศษนี่ก็พิเศษอย่างที่บอกท่าน เขาห่างลูกเมีย เขาห่างครอบครัว ถ้าเขาก้าวหน้า ในชีวิตราชการเขาจะดีใจ เบี้ยเลี้ยงเงินเดือนที่ติดขัดไม่ได้ ต้องถามว่าติดขัดเพราะอะไร เพราะสุดท้ายเขาก็ต้องได้ เปึนสิทธิ แต่ไปติดขัด ๓ เดือนไม่เห็น ๖ เดือนไม่มี ๙ เดือน ไม่มา ไม่ได้ ยุคผมไม่ได้ ผมจะตามเรื่องเอง ผมเปึนรัฐมนตรีแค่ตําแหน่งนะครับ ตัวจริงก็ เหมือนพวกเรานี่แหละ ก็มาจากการเลือกตั้งด้วยการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอย่ามาแขวะเลยว่า แหม ไม่รู้ใครซื้อเสียงมาบ้าง ถ้า กกต. รับรองเมื่อไรแปลว่า สมบูรณ์แล้ว สมบูรณ์แล้ว ก็ กกต. รับรอง อย่าฝันกลางวันโดยไม่หลับ ท่านจะไปบอก พลังประชาชนมาซื้อเสียง แล้วไปบอกพรรคโน้นพรรคนี้ซื้อบ้าง ก็ทะเลาะกันไม่จบ ตราบใดคณะกรรมการการเลือกตั้งเขารับรองว่าการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วรับรอง เข้าสภา ท่านทราบไหมครับรับเงินเดือนเท่ากัน พรรคไหนก็เท่ากัน ไม่ใช่ แหม ท่านอยู่ พรรคนี้เปึนต่อ ๕ เอา ๔ พรรคนี้ ๓ ๒ พรรคนี้เปึนรอง ใครที่คิดอย่างนี้เลิกคิด ผมไม่ได้ สอนนะ แต่ผมขอร้อง หัวใจคนมันทําด้วยเนื้อ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์ด่าว่า มันก็ต้องออกมา เถียงกัน ประท้วงไปประท้วงมาก็บอกไม่พูดถึงผมก็จบ ก็มาพูดผมก็ต้องตอบหน่อย ถ้ายัง พูดอีกผมก็ชี้แจงอีก รอบนี้เอาเท่านี้ก่อนท่านประธาน ถ้าจะพูดมากกว่านี้เสียเวลา เพื่อนสมาชิก ขอขอบคุณครับท่านประธานรัฐสภา

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยว ๆ ท่านอภิชาตครับ ผมต้องเรียนสมาชิกเพื่อรับทราบนะครับว่า ตอนก่อนที่ท่านเฉลิมจะอภิปราย ท่านอภิชาต ได้ยกมือประท้วงแล้วก็ไม่ได้กดนะครับ แต่ว่าท่านยืนประท้วง แล้วผมก็บอกว่าเอาให้หลัง ท่านเฉลิม ตอนนี้ก็เปึนประเด็นประท้วงนะครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้พาดพิงถึง บอกว่าผู้ที่อภิปราย เรื่องการแทรกแซงสื่อนี่เปึนการพูดทําให้สื่อแล้วก็สังคมทําให้เกิดความตื่นกลัว ผมและเพื่อนสมาชิกทั้งที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้อภิปรายเรื่องนี้ก็เพื่อต้องการกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลได้เกิดความสํานึกว่าการที่จะให้สื่อ ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์จะต้องคํานึงถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อ ซึ่งจะช่วยให้บ้านเมือง ได้รับการพัฒนาไปด้วย วิกฤติของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นมันเปึนเพราะว่ารัฐบาลในยุคนั้นได้ เข้ามาแทรกแซง ได้เข้ามาครอบงําสื่อ แล้วทําให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รู้ความจริง ไม่ได้ ทราบว่าข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมันคืออะไร เมื่อถูกป่ดปากแบบนี้ บังเอิญก็มีสื่อ กลุ่มหนึ่งซึ่งท่านระบุว่าเปึนผู้ก่อวิกฤติของบ้านเมืองได้นําความจริงนั้นไปบอกกับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ ก็ทําให้คนทั้งประเทศได้หูตาสว่างขึ้น แล้วก็มีปฏิกิริยากับผู้ปกครอง ในขณะนั้นจนเกิดเหตุการณ์มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้นนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งท่านบอกว่าท่านเข้ามาดูแลเฉพาะสื่อของรัฐเท่านั้น แต่สื่อของเอกชนนี่ไม่เข้าไปแตะต้อง ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ท่านพูดชี้แจงมาทั้งหมดพูดถึง เอเอสทีวี (ASTV) พูดถึงเว็ปไซต์ผู้จัดการ เอฟเอ็ม ๙๗.๗๕ หนังสือพิมพ์

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ลพบุรี) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ คือท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ประท้วง ท่านประชาท่านนั่งลงก่อนครับ ขอประท้วงท่านแรกก่อน เชิญครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ลพบุรี ขอประท้วงผู้อภิปรายผ่านไปยังท่านประธาน เมื่อกี้ท่านประธานให้ชี้แจง ไม่ให้เป่ด ประเด็นใหม่ ตอนนี้เป่ดประเด็นใหม่แล้วครับ ไม่จบแน่ วันนี้ไม่รู้เที่ยงคืนจะจบหรือเปล่า เพราะเปึนการถ่ายทอดสดนะครับ ประท้วงต้องให้เกียรติประชาชนด้วยครับ พอลุกมา ประท้วงแล้วพูดต่อ ถ้าเกิดผมยกมือประท้วง ท่านไม่ชี้ผม ผมลุกขึ้นพูดต่อ ท่านก็ไม่ให้ ผมพูดอีก

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมผิดเองครับ ท่านประชาครับ ท่านประท้วงประเด็นเดียวกันหรือเปล่าครับ

นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ จะประเด็นเดียวหรือไม่ คือกรณีวันนี้ผมนั่งมา ๓ วันเต็ม ๆ ฟังฝ์ายค้านอภิปราย กรณี ท่านสมาชิกที่ยืนขึ้นไม่มีประเด็นไหนที่เปึนประเด็นประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เปึน การอภิปรายก็เท่ากับว่าเปึนการเอาเปรียบ และมันอยู่นอกประเด็น แล้วไปกินเวลาของ ท่านรัฐมนตรีผู้ทรงเกียรติ สิ่งที่รัฐมนตรีได้ชี้แจงไปอย่างกรณีของท่านเฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นหรือท่านจักรภพ มันเปึนความจริงถูกต้องอยู่แล้ว ผมรู้สึกเห็นใจแล้วก็สังเวชท่านสมาชิกฝ์ายค้าน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เอาล่ะ ผมว่าเดี๋ยวขอถอน สังเวช ถอนหน่อยครับ เดี๋ยวจะได้ไม่ประท้วงกันต่อ

นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

สังเวช เพราะอะไรท่านประธานต้องฟังก่อนนะครับ ความสังเวชนี่เปึนความรู้สึกส่วนบุคคล เพราะท่านจักรภพได้พูดถึงเรื่องสื่อ ผมเห็นท่านสมาชิกฝ์ายค้านนั้นนั่งคอตก หงอย จ๋อย กันเปึนแถว มันเปึนความจริงครับที่ท่านเฉลิมกล่าวเรื่องเขตปกครองพิเศษ ทีพรรคฝ์ายค้าน ไปกล่าวถึงสถาบันตลอด

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ประเด็นของท่านก็ผิดประเด็น ท่านนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านประชาครับเดี๋ยวเราจะดึกเกินไป ท่านนั่งก่อน เดี๋ยวผมวินิจฉัย ผมขอเชิญท่านนั่งก่อนครับ ท่านนั่งก่อนเพราะว่าเดี๋ยวประเด็นผมจะได้ วินิจฉัยให้ท่านทราบอีกทีหนึ่ง ขอนั่งก่อนครับ ท่านอภิชาตครับ คือท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ พูดถึงกรณีที่เปึนการพาดพิงทําให้เกิดความเสียหาย เผอิญท่านจักรภพไม่ได้ เอ่ยชื่อท่านเปึนการกล่าวถึงบุคคลอื่นพาดพิงบุคคลอื่น ซึ่งผมก็ได้ห้ามปราม แล้วก็ไม่ให้ ท่านได้พูดถึงบุคคลอื่นโดยไม่จําเปึนแล้ว ซึ่งผมได้วินิจฉัยไปแล้ว ส่วนท่านชี้แจงอย่างนี้ เดี๋ยวก็ตอบกันไปกันมาจะไม่จบ ผมคิดว่าเดี๋ยวเรายังมีเวลาสัปดาห์หน้าหลังคําแถลง นโยบายแล้วเรายังมีการตั้งกระทู้ ยื่นญัตติได้อีก ผมอยากจะให้ใช้เวลาในช่วงนี้เราดึกแล้ว อยากจะให้ท่านเอาอีกนิดหนึ่งสัก ๒–๓ คํานะครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ คําพาดพิงก็คือบอกว่า การพูดของผู้อภิปรายได้ทําให้สังคมและสื่อเกิด ความตื่นกลัว ซึ่งผมยืนยันว่าการทําหน้าที่ของผมนี่ต้องการที่จะกระตุ้นเตือนให้เกิดสํานึก กับรัฐบาลว่า การไปแตะต้องเรื่องเสรีภาพของสื่อนี่มันทําให้สื่อไม่สามารถทําหน้าที่

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือท่านครับ อย่าโกรธผม เลยนะครับ คือถ้าเราไม่ทําตามข้อบังคับมันจะไม่จบ ผมเข้าใจประเด็นท่านแล้วนะครับ คือประเด็นก็อยากที่จะให้เปึนเรื่องของการพาดพิงแล้วทําให้เกิดความเสียหาย ทีนี้การพูด หรือการอภิปรายของรัฐมนตรีนั้น ผมคิดว่าเปึนการกล่าวโดยทั่วไปไม่ทําให้ท่านเสียหาย อันนี้ผมขอวินิจฉัยครับ เชิญท่านนั่งลงครับ ท่านอนงค์วรรณครับ เชิญครับ ท่านอภิปราย ต่อใช่ไหมรายชื่อท่าน ท่านผู้นําฝ์ายค้านใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ ประทานโทษครับ ผมพูดผิดครับ ผมเบลอครับกลางคืน ท่านที่ปรึกษาครับ เชิญครับ

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ที่กระผมจะขออนุญาต เพราะว่าอยากจะชี้แจงถึงประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีเฉลิมได้พูดถึง พรรคประชาธิปัตย์ว่าเปึนรัฐบาลวันแรกก็มีการเผาโรงเรียนถึง ๕๔ โรง คือที่จริงแล้วก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าผมเองก็อยากจะใช้เวลาเพื่ออภิปรายเรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่ว่า ด้วยเวลาที่จํากัด แล้วกระผมเกรงใจว่าเมื่อหมดเวลาก็ต้องหมดเวลา จึงไม่ได้มีโอกาส ได้อภิปรายช่วยเพื่อน ๆ ที่พูดเรื่องนี้ แต่เมื่อท่านรัฐมนตรีเฉลิมพูดเรื่องนี้ ผมก็คิดว่า เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อความเข้าใจที่ดีและผมคิดว่า จะเปึนประโยชน์ถ้าเราจะใช้ประสบการณ์เหล่านี้มาเปึนส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าได้สนใจเพื่อน ๆ ที่อภิปรายเรื่องปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ตลอดทั้งวัน ทุกพรรคนะครับ ทุกคนที่พูดมีความหมาย มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะคนเหล่านั้นเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ไม่ใช่เสาไฟฟัา หรอกครับ คนเหล่านี้มีสมอง แล้วเขามีประสบการณ์ด้วยตัวเอง ความเห็นของเขา ในพื้นที่ของเขานั้นผมคิดว่ากระผมเองก็รู้ไม่เท่าเขา แต่ว่าประเด็นที่อยากจะกราบเรียน เพื่อเปึนประโยชน์กับทุกฝ์ายโดยเฉพาะปัญหาของบ้านเมืองที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา ของท่านรัฐมนตรีเฉลิมก็คือเพื่อความเข้าใจที่ดี ขออนุญาตเรียนว่าในภาคใต้มันมีปัญหา ในชายแดนมานานแล้ว จริงครับ ไม่ใช่เพิ่ง

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญครับ ท่านเฉลิมมีอะไร เดี๋ยวผมขออนุญาตนะครับ ผมขออนุญาตท่านที่ปรึกษาครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมก็เปึนผู้แทนเหมือนกับท่านประธานที่ปรึกษา ท่านไปนั่งที่ไหนครับ ไปฟังผมที่ไหน ท่านถึงบอกว่าผมกล่าวหาท่าน ผมอุปมาอุปไมยว่าครั้งหนึ่งเมื่อผมทําหน้าที่ฝ์ายค้าน แล้วรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียน ๕๔ แห่ง ในขณะที่ พลเอก ชวลิต เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อ พลเอก ชวลิต ผมไม่ได้กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปเผาโรงเรียน ท่านต้องพูดให้ชัดท่านประธาน ที่ปรึกษา เพราะไม่มีใครกล้า

(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวผมขออนุญาตครับ ท่านสาทิตย์ครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับ คนที่ประท้วงต้องลุกขึ้นมาแล้วต้องบอกว่าใครทําผิด ข้อบังคับข้อไหน ไม่ใช่ลุกขึ้นมาก็พูดจาชี้แจงนะครับ ท่านกล่าวหาเขาโดยข้อบังคับ เขาก็มี สิทธิที่จะใช้สิทธิพาดพิง ตอนท่านกล่าวหาเขาคนอื่นเขาก็ฟังจนจบ แล้วมาใช้สิทธิพาดพิง ตามข้อบังคับ ถ้าคนอื่นเขาใช้สิทธิพาดพิงท่านกรุณาเถอะครับ ฟังให้จบก่อน อย่าใจร้อน สิครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรี เฉลิมครับ เดี๋ยวผมขอท่านรอสักแป็บหนึ่ง แล้วเดี๋ยวผมจะอนุญาตให้ท่านลุกขึ้นพูดนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานครับ ส่วนตัวผมก็เคารพพี่ชวนนะครับไม่ใช่มีอะไรกัน แต่ผมไม่อยากว่าให้ ท่านอินโทร (Intro) พอเริ่มพูดก็ไม่ตรงแล้ว ผมไม่ได้อภิปรายไปเป่ดเทปสิว่า พรรคประชาธิปัตย์ทําให้ไฟไหม้ ไม่ใช่ บอกรัฐบาลที่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่ได้ เอ่ยชื่อท่าน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมจะบริหารไม่ได้ เพราะว่าผมอยากให้ท่านฟังผมนิดหนึ่ง ท่านนั่งลงสักนิดหนึ่งครับ ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ทั้งนั้นนะครับ เพราะว่าท่านชวนพูดเสร็จแล้ว แล้วเดี๋ยวท่านเฉลิมพูดต่อ ถ้าท่านเถียง กันไปเถียงกันมาผมก็ไม่ต้องเปึนประธานครับ ผมก็ต้องลุกไปแล้ว เดี๋ยวท่านสุทัศน์ นั่งก่อนครับ ผมขออนุญาตครับท่านครับ ให้ความร่วมมือผม ผมเข้าใจประเด็น ทั้งหมดแล้วอยากจะให้ท่านหัวหน้าหรือท่านที่ปรึกษาชวนได้พูดจบ แล้วเดี๋ยวก็จะมี การชี้แจงอะไร ท่านประท้วงต้องเปึนประเด็นประท้วงจริง ๆ นะครับ ห้ามอภิปรายประเด็น อื่นนะครับ

(นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง กระผมไม่อยากประท้วงหรอกครับ แต่ทีนี้ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะทําผิดข้อบังคับ กล่าวคือท่านรัฐมนตรีน่าจะไม่มีสิทธิในการประท้วง เพราะท่านรัฐมนตรีมีอภิสิทธิ์ในการ ที่จะแสดงความคิดเห็นโดยยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ท่านจะต้องชี้

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยได้แล้วละครับ พอดี ท่านเฉลิมเปึน ส.ส. ด้วยครับ ท่านยังเปึน ส.ส. เพราะฉะนั้นการที่ท่านยกมือขึ้นประท้วง นี่ก็เปึนเอกสิทธิ์ ไม่เปึนไรครับ ท่านนั่งก่อน เดี๋ยวให้ท่านที่ปรึกษาได้พูดครับ เชิญครับ

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กระผมเข้าใจ ไม่ผิดหรอกครับ แล้วก็ไม่ได้ฟังผิด แล้วกระผมไม่ได้บอกว่าท่านพูดว่าพรรคประชาธิปัตย์ เผาโรงเรียน ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ที่ท่านพูดนี่ถูกต้องแล้วว่าท่านพูดว่าสมัยประชาธิปัตย์ เปึนรัฐบาลมีการเผาโรงเรียน ๕๔ โรงเรียน ทํานองนั้นครับ ไม่ใช่บอกประชาธิปัตย์เผา แต่ผมก็จะกราบเรียนเพื่อให้เข้าใจว่าเหตุมันเกิดเรื่องอย่างนี้อย่างไร เปึนความจริงครับ มีการเผาโรงเรียน เผาสถานีอนามัยหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่เฉพาะช่วงรัฐบาล ประชาธิปัตย์หรอกครับ เกือบจะทุกรัฐบาล เพราะเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทุกคนก็รู้ว่ามันมีปัญหามานานแล้ว แต่ปัญหาเหล่านั้นก็ได้รับการแก้ไขทุกสมัย เมื่อวานนี้ มีคําอภิปรายที่ดีมากของท่านสมาชิก ท่าน พลตํารวจโท สมศักดิ์ ซึ่งท่านอยู่ในพื้นที่ รู้ปัญหาดีพอสมควรทีเดียว แต่ว่าประเด็นที่มันมีการเผาโรงเรียนที่ท่านเฉลิมพูดถึง มันไม่ใช่เพิ่งเกิดครั้งนั้นครับ หลังจากนั้นมันก็ยังเกิด เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้มี ปัญหามาเปึนระยะเวลานานแล้ว ถ้าเราเรียนรู้ประวัติศาสตร์เราก็รู้ว่ามันมีมาตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา เคยมีอาณาจักรปัตตานี เคยมีความสงบ เคยมีการแข็งเมือง เหล่านี้ เปึนอดีตที่ผ่านมา แต่ว่าทุกคนพยายามแก้ปัญหาตั้งแต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ รัชกาล ที่ ๖ มีรัฐประศาสโนบายแก้ปัญหา ทําให้สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้นโดยลําดับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมไม่ปฏิเสธเลยครับ สมัยผมเปึนนายกรัฐมนตรีหรือประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลไม่มีเหตุร้าย มีครับ ผมจําได้ ตัวเลขว่าเมื่อป้ ๒๕๔๐ สมัยที่ ขอประทานโทษครับ สมัยที่พรรคความหวังใหม่เปึนรัฐบาล นั้น มีเหตุร้ายเกิดขึ้นประมาณสัก ๗๐–๘๐ ครั้งครับ ป้ ๒๕๔๐ ปลายป้ ประชาธิปัตย์เปึน รัฐบาล กระผมเปึนนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ เหตุร้ายค่อย ๆ ลดลง เพราะเราคิดว่าพวกเราพอจะรู้ปัญหา เพราะมันเปึนปัญหาในบ้าน ของเรา เราจึงพยายามหาคนที่คิดว่าดีที่สุด เหมาะสมกับพื้นที่ และใช้แนวทางการ แก้ปัญหาที่คิดว่าสอดคล้องกับความเปึนจริง เหตุร้ายจึงค่อย ๆ ลดลง ๆ กระผม ยกตัวอย่าง เช่น เราได้อาศัยท่านพลากร รองปลัดกระทรวงมหาดไทยไปอยู่ในพื้นที่ ในฐานะผู้อํานวยการ ศอ.บต. เราได้อาศัยท่านแม่ทัพที่เปึนคนมีประสบการณ์และได้ อาศัยข้าราชการทุกฝ์ายรวมทั้งความร่วมมือของพี่น้องประชาชน สถานการณ์จึงค่อย ๆ ดีขึ้น ๆ โดยลําดับ แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลายสิบป้นั้นล้วนได้อาศัยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเสด็จเยี่ยม พี่น้องของเราทุกป้ สิงหาคม กันยายน ทุกป้ ทําให้ความขัดแย้งในพื้นที่นั้นลดน้อยลง ในป้ ๒๕๔๓ กระผมเข้าใจว่าเหตุร้ายลดเหลือ เพียงประมาณสักไม่เกิน ๑๐ กว่าครั้งแล้วครับ ท่านประธานครับ ยังหวังเลยครับ เมื่อพรรคไทยรักไทยเข้ามาดําเนินแนวทางที่เคยปฏิบัติมา สถานการณ์ก็คงจะค่อย ๆ หมดไป ดีขึ้น ๆ โดยลําดับ แต่ว่าในที่สุดเมื่อเปลี่ยนเปึนนโยบายคิดใหม่ทําใหม่ ในที่สุด เมื่อยกเลิกหน่วยงานเดิมทั้งหมด ยกเลิกสิ่งที่ พลเอก เปรม ทําเอาไว้อย่างดีคือ ศอ.บต. ถอนหน่วย พตท. ๔๓ ออกมา และในที่สุดนโยบายอุ้มฆ่าก็เกิดขึ้นในต้นป้ ๒๕๔๔ นั่นละครับจึงได้เกิดเริ่มมีปัญหา ความจริงแล้วคนส่วนใหญ่ไปยึดเอาวันที่ ๔ มกราคม

(ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ศรีสะเกษ) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านที่ปรึกษาครับ ก็มีผู้ประท้วง คือเมื่อสักครู่นี้ถ้าท่านใช้กรุณาการพาดพิงตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ก็หมายถึงอธิบายในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการเผาโรงเรียนก็จบครับ พอเลยมาจนถึงขนาดนี้ก็จะมีผู้ประท้วงอีกครับ ท่านกุเทพมีอะไรครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเข้าใจว่าท่านประธานได้อนุญาตให้ท่านผู้อาวุโส ได้อภิปรายในฐานะใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนว่า ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ผู้ถูกอภิปรายพาดพิงถึงเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องอื่นใดอันเปึนที่เสียหายแก่ผู้นั้น ความตรงนี้ก็ชัดอยู่ว่า ข้อความใดที่เปึน ที่เสียหายแก่ผู้นั้นก็คงจะเปึนข้อความที่มีข้อจํากัด สามารถอธิบายให้เข้าใจว่าเสียหาย อย่างไร ไม่เสียหายอย่างไรในเวลา ๑ หรือ ๒ นาที แต่ก็ไม่ควรจะเปึนเรื่องใช้อภิสิทธิ์ อภิปรายเกินเลยไปจนกระทั่งเปึนการอภิปรายใหม่ ถ้าเช่นนั้นท่านประธานก็จะบริหาร เวลาไม่ได้ บริหารการประชุมไม่ได้ ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าใช้สิทธิพาดพิงก็ขอ ความกรุณาให้ใช้ข้อบังคับให้เที่ยงตรง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ครับ ผมวินิจฉัยครับ ก็ขอ ท่านที่ปรึกษาครับต่อเพิ่มอีกสักนิดหนึ่งนะครับ เชิญต่อครับ

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กระผมขอต่อ นิดเดียวครับ เมื่อรัฐบาลในสมัยพรรคไทยรักไทยได้เปลี่ยนนโยบายคิดใหม่ทําใหม่ แล้วเริ่มกระบวนการอุ้มฆ่านั่นคือจุดที่ก่อให้เกิดปัญหาติดตามมา จนในที่สุดอย่างที่เรา รู้ว่าขณะที่เหตุร้ายเคยเกิดขึ้นป้หนึ่งประมาณสัก ๑๐ กว่าครั้ง ก็เพิ่มมาเปึนป้ละ ๑,๘๐๐ กว่าครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกเขาจึงอภิปรายด้วยความห่วงใยเรื่องนี้ เขาจึงหยิบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ท่านฟัง ความจริงแล้วกระผมคิดว่าจะเปึน ประโยชน์มาก ถ้าท่านจะใช้ประสบการณ์ที่สมาชิกบอก เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น บอกให้เรารู้ว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถเอาความมั่นคงของชาติมาทดลองนโยบายได้แล้ว ถ้าไม่มีความมั่นใจ ขอบพระคุณท่านประธาน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิมครับ เชิญครับ

(นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวครับ อาจารย์ไกรศักดิ์

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ขอสิทธิพาดพิงได้ไหมครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีพาดพิงถึง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คืออาจารย์ไกรศักดิ์ครับ ท่านกรุณา ถ้าท่านประท้วงลุกขึ้นแล้วก็ยกมือนะครับ ตอนนี้ประเด็นประท้วงยังไม่มี เพราะว่าท่านที่ปรึกษาได้อธิบาย เราก็ให้ทางส่วนของคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ เดี๋ยวเรายังมีเวลาอยู่นะครับ ผมขอความร่วมมือ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ สั้น ๆ นะครับ ท่านครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ

(นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิงได้ไหมครับท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีพูด ถึงผม ที่ผมพูดเมื่อคืนนี้ครับ ผม ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ครับ ขออนุญาตครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมก็ยังคิดไม่ออกนะครับ เปึนประเด็นอะไร ท่านลองกรุณาบอกครับ ลองบอกว่าเปึนประเด็นอะไรครับที่เปึนเรื่อง พาดพิงตั้งแต่เมื่อคืนนี้ครับ

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เมื่อกี้นี้ ท่านรัฐมนตรีเพิ่งเอ่ยชื่อผมเองนะครับว่า ที่ผมอภิปรายเมื่อคืนนี้เรื่องเกี่ยวกับการตาย ในช่วงการปราบปรามยาเสพติดนะครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

อาจารย์ครับ ผมฟังเมื่อสักครู่นี้ ไม่เปึนเรื่องเสียหายเลยนะครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ที่พูดถึงนั้นเปึนเรื่องการยกตัวอย่าง เพราะว่าตามข้อบังคับนี้ ผมได้เรียนท่านสมาชิกว่าผมอะลุ่มอล่วย ถ้าผมอะลุ่มอล่วยมาก สภาจะเละ แล้วมันเดินต่อไปไม่ได้ ผมก็ต้องใช้ข้อบังคับ ผมกลายเปึนคนใจดํานะครับ แต่ว่าเพื่อให้สภาไปได้ ทีนี้ท่านอาจารย์กรุณานั่งรอสักครู่หนึ่ง เพราะประเด็นที่ฟังแล้ว ยังไม่มีประเด็น

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมขออนุญาตครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีเข้าใจผมผิดจริง ๆ ครับ ผมอยากจะอธิบาย สักนิดว่าผมหมายถึงอะไรเมื่อคืนนี้ เพราะว่าเวลามันสั้นเหลือเกินเมื่อคืนนี้ ท่านอาจจะ เข้าใจผมผิดขออนุญาตสักนิดได้ไหมครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ไม่เกินนาทีนะครับ แล้วเดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีเฉลิมจะได้ชี้แจงต่อไปเลย

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

สิ่งที่ผมพูด ท่านประธานครับ ก็คือว่ามันเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง ๆ ในช่วงการปราบปรามยาเสพติด ไม่ใช่ว่าผมปฏิเสธหรือต่อต้านการปราบปรามยาเสพติด ตรงกันข้ามนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ผมพยายามจะพูดว่าในช่วง ๓ เดือน ในป้

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ครับ ผมฟังยังไม่เข้าประเด็น คือผมฟังแล้วไม่เข้าประเด็น เช่น เมื่อคืนนี้ที่ท่านพูดถึงแล้วเปึน ประเด็นอะไรที่ทําให้พาดพิงและทําให้เสียหาย ก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ผมฟังอย่างไรมันก็ ไม่เข้าประเด็นครับ เปึนเรื่องของการอภิปราย ผมก็ขอเชิญท่านอาจารย์นั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านเฉลิมครับ

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ก็มนุษยธรรมนะครับ ท่านพูดใน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอท่านอาจารย์กรุณานั่งนิดหนึ่ง เดี๋ยวถ้ามีเวลา เดี๋ยวผมจะให้เวลาตอนหลัง ๆ นะครับ เพราะท่านอนงค์วรรณ แล้วก็ยังมี ท่านรัฐมนตรีพูนภิรมย์ ท่านชูศักดิ์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย ท่านสุรพงษ์ แล้วก็ท่านมิ่งขวัญ แล้วจะถึงท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร เพราะฉะนั้นรัฐมนตรียังเหลืออีก ตั้ง ๗ ท่าน ตอนนี้ก็ดึก ผมคิดว่าเราต้องบริหารเวลา ท่านรัฐมนตรีเฉลิมเชิญครับ ไม่ยาว มากนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ไม่ยาวครับท่านอาจารย์ ท่านประธานครับ ท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ท่านอย่าไปนึกว่า ผมเข้าใจท่านผิด ไม่มีหรอก ผมไม่เข้าใจท่านแล้วใครจะเข้าใจ ปัทโธ่ มันสนิทกันเหลือเกิน ผมเข้าใจ ท่านไม่ผิดหรอก แต่มันมองคนละมุม คืออาจารย์เห็นว่าพอตํารวจเขาปราบมาก ก็ไปละเมิดสิทธิ ผมก็กําลังจะบอกว่ามันหาข้อยุติไม่ได้ว่าที่ตายนี่ตํารวจยิงหรือเปล่า ก็เท่านั้น ผมขึ้นมานี่จะขอบคุณท่านชวนนะครับ เพราะผมก็อภิปรายว่ามันมีไฟไหม้ แล้วช่วงนั้นพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล พลเอก ชวลิต ก็เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมก็อภิปราย ก็เท่านั้น ท่านรับว่าไหม้ ก็มีไฟไหม้จริง ก็ถูกแล้ว ผมไม่พูดอะไรแล้ว พอแล้วครับ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขอท่านอนงค์วรรณก่อนครับ เชิญเลยครับ

(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านหัวหน้าจะประท้วงหรือ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จะขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน คงไม่ทําให้เสีย บรรยากาศนะครับ เพราะว่าไม่ต้องการให้เสียบรรยากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ ปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ กราบเรียนว่าที่จริงทั้งท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พาดพิงถึงกระผมนะครับ แต่ในส่วนของ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็ถือว่าเรามองต่างกันโดยสิ้นเชิง ก็เปึนความเห็น ที่แตกต่างกันนะครับ ก็จะไม่ไปขยายความเพิ่มเติมอะไรทั้งสิ้นในเรื่องต้นตอวิกฤติของ ประเทศหรือว่าสื่อสารมวลชน ก็เปึนอันว่าท่านกับผมเห็นไม่ตรงกัน ก็แสดงความห่วงใย ยืนยันการแสดงความห่วงใยในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ส่วนกรณีของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ บังเอิญช่วงที่ผม อภิปราย ผมเข้าใจว่าท่านไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แล้วท่านก็พาดพิงมาถึงกระผมใน ๒ ส่วน จริง ๆ กระผมพูด ๓ เรื่องครับ ดูเหมือนว่าการรับรายงานของท่านอาจจะไม่ตรง หรือไม่เข้าใจประเด็นที่ผมเน้นย้ํา

ประเด็นแรกก็คือว่า ที่กระผมพูดถึงว่าท่านจะสามารถไปเจรจากับว้าได้ หรือไม่ ผมไม่ได้พูดในประเด็นตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถส่วนตัวของท่าน แล้วก็ ท่านจะใช้ถ้อยคําดูหมิ่นดูแคลนอะไรอย่างไรไม่เปึนไร เราถือว่าเปึนเรื่องในสภา ก็รับกันได้ ว่าการอภิปรายก็มีสีสันกันบ้าง แต่ที่กระผมตั้งข้อสังเกตก็คือว่าต้องระมัดระวังว่าเรื่องนี้ มันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องระหว่างประเทศ แล้วก็ดีใจที่วันนี้ท่านเองท่านก็บอกว่าท่านก็ต้อง ระวังที่จะไม่พูด เดี๋ยวจะไปกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นก็ตรงกับ ที่ผมพูดครับ ไม่ได้เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับว่าตัวท่านหรือตัวผมจะมีความสามารถไปเจรจา หรือไม่ นั่นประเด็นแรก

ประเด็นที่สอง กระผมได้พูดว่าเรื่องปลดป๋น ก็เข้าใจในประเด็นที่ท่านชี้แจง เมื่อสักครู่ ประทานโทษครับ ไม่ใช่ปลดป๋นครับ เรื่องของการล่อซื้อครับ ปลดป๋นนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องล่อซื้อนี่กระผมก็ได้กราบเรียนว่าเปึนเรื่องที่บอกว่าอาจจะ จริงในบางพื้นที่ แต่มีเจ้าหน้าที่ในอีกหลาย ๆ พื้นที่เปึนห่วง กระผมก็ติงเอาไว้เท่านั้นเองว่า อย่าไปสรุปเหมารวมทั้งหมดว่ามันจะเปึนปัญหาต้นตอการกระตุ้นการผลิต

ส่วนประเด็นเรื่องของเขตปกครองพิเศษก็ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าวันนี้ท่าน ชี้แจงแล้ว แต่ก็ต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่าก็เปึนคํานิยามของเขตปกครองพิเศษ ซึ่งกระผม ไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่นเดียวกับการตีความของ คําว่า โจรกระจอก ก็ไม่ใช่แนวทางที่ผู้คน เขาเข้าใจกัน แต่ว่าเมื่อท่านทําไม่ชัดเจนก็ถือว่าเรื่องจบนะครับ แต่ว่าที่กระผมเตือนไว้ ก็เพราะว่าทราบว่าเวลาท่านใช้คํานี้นี่ไม่ใช่เฉพาะคนไทยครับ แต่ว่าประชาคมโลกรวมทั้ง องค์กรต่าง ๆ ที่เขาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะกลุ่มที่เขามีความรู้สึกว่าปัญหานี้ลุกลามเกิน เปึนปัญหาของเรา มันก็จะเปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าตรงนี้จะได้ ทําความเข้าใจตรงกันนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าบังเอิญท่านถามด้วยว่า ฝ์ายค้านจะให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหนอย่างไร กราบเรียนท่านประธานว่าที่จริง เพื่อนสมาชิกอภิปรายนี่ ไม่ใช่เฉพาะพรรคฝ์ายค้านนะครับ ท่านประธานจะสังเกตว่าเพื่อน สมาชิกไม่ว่าจะเปึนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ ส.ส. ทั้งฝ์ายค้านและรัฐบาลได้ สะท้อนหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งแสดงความวิตกกังวลถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย แล้วมันเปึน ความทุกข์ร้อนของคนในพื้นที่จริง ๆ ไม่ได้เปึนเรื่องที่ไปกล่าวหารัฐบาลครับ

(นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมุทรปราการ) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านประชามีอะไรครับ ขอโทษ ท่านประชาประท้วงอะไรครับ

นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพ ท่านประธานแล้วก็ท่านที่ทําหน้าที่กําลังใช้สิทธิพาดพิงอยู่ ผมขอประท้วง ข้อ ๔๕ และ ข้อ ๔๙ ท่านประธานลองได้แลไปดูที่นาฬิกาสิครับ ๔ นาที กับ ๑๐ วินาที ที่จริงผมเข้าใจ นะครับว่า ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านนั้นเปึนผู้มีบารมี ก็ไม่อาจจะที่จะไปประท้วงหรอก แต่ว่าสิ่งที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านนั้นอภิปรายมันเปึนการอภิปราย แล้วท่านก็ใช้สิทธิในการ อภิปรายได้ แล้วการชี้แจงนั้นก็พอสมควร เพราะเวลาในสภาแห่งนี้น่าที่จะเผื่อไว้ให้กับ ท่านคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจง เพราะว่ามีประชาชนเขาฟังอยู่ทางทีวีทั่วประเทศ เขาจะได้รู้ว่า ท่านรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงนั้น เหตุที่จะต้องออกมาชี้แจงในการบริหารบ้านเมืองตาม นโยบายนั้นมันจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติอย่างไร เพราะฉะนั้นผม

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยได้แล้วครับ ผมฟังได้ ประเด็นแล้วครับ ก็หมายถึงการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ เรื่องของการพาดพิงนั้นเปึนเรื่องที่ เสียหายและเกี่ยวพัน แต่ว่าอันนี้เปึนการอะลุ่มอล่วย แล้วก็ท่านเปึนหัวหน้าพรรค ก็รับฟัง เพื่อให้บรรยากาศเปึนไปด้วยความร่วมมือที่ดีต่อกัน ผมอยากจะขอรบกวนท่านหัวหน้า กรุณาเติมอีกสักนิดหนึ่งนะครับ แล้วก็จะได้เดินหน้ากันต่อครับ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ที่จริงก็ไม่เรียกร้องให้ท่านอะลุ่มอล่วยนะครับ ผมกําลังตอบประเด็นที่ ทางท่านรัฐมนตรีมหาดไทยพาดพิงมาถึงฝ์ายค้านว่าจะร่วมมือกับท่านหรือไม่ จะขอตั้ง ส.ส. ของพรรคฝ์ายค้านเปึนกรรมการในการแก้ไขปัญหา ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องที่มีการอภิปรายทั้งหมดนี่ไม่ได้เปึนเรื่องที่ไปบอกว่าตําหนิว่ารัฐบาลนี้ ทราบดีว่า รัฐบาลนี้เพิ่งเข้ามาครับ แต่ขอให้เข้าใจความรู้สึกของคนที่เขาทุกข์เขาอยู่ใน พื้นที่กับประชาชน ไม่ว่าจะเปึน สนช. ฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล กรณีที่ท่านจะขอความร่วมมือจากพวกเรา ที่จริงถ้าท่านฟังการอภิปรายของผมนี่ ผมพูดไปก่อนแล้วครับ ผมบอกว่าพวกเรายินดีครับ ที่จะให้ข้อมูลท่านนะครับ แต่ว่ากราบเรียนท่านอย่างนี้ครับ บังเอิญถ้าท่านบอกจะไปตั้ง กรรมการ เดี๋ยวมันเปึนปัญหาข้อกฎหมาย ท่านทราบดีอยู่นะครับ เรื่องของรัฐธรรมนูญว่า กรรมการอะไร ส.ส. เปึนได้ เปึนไม่ได้ ยังเถียงกันไม่จบเลยครับ เอาเปึนว่าท่านไม่ต้องตั้ง หรอกครับให้เปึนกรรมการ แต่เมื่อไรที่ท่านประสงค์ที่จะนัดเพื่อขอข้อมูล ขอความคิด แลกเปลี่ยนความเห็นนะครับ เรียนยืนยันว่าทางพวกกระผมยินดีให้ความร่วมมือเพราะ ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ร่วมกัน

ส่วนกรณีที่ท่านพาดพิงมาถึงเรื่องยาเสพติดนี่นะครับ ที่บอกว่า เรื่องสิทธิมนุษยชน ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับความจริงอยากจะให้ ความเปึนธรรมกับท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ คือมันเปึนเรื่องการถกเถียงกันเรื่องข้อเท็จจริง เพราะท่านรัฐมนตรี บังเอิญพูดว่าท่านอาจารย์ก็อ่านจากหนังสือ ส่วนท่านรัฐมนตรี ท่านก็ยึดเอารายงานของการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ที่มีความชัดเจนเพียง ๒ กรณี จะอย่างไรก็ตามผมต้องขอใช้สิทธิเพื่อขอความกรุณาจากท่านประธานครับ เพราะว่า เราเคยผิดพลาดเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในอดีต นั่นก็คือว่าพวกกระผมทุกคนที่พูดถึง เรื่องสิทธิมนุษยชนรังเกียจยาเสพติดไม่แพ้ท่าน แล้วก็ต้องการให้ท่านปราบปรามและเราก็ ยืนยันว่าปราบปรามเด็ดขาด เมื่อสักครู่ท่านก็บอกว่าจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายก็ตรงกัน เพียงแต่ว่าอยากให้ท่านระมัดระวังครับ เพราะว่าเวลาท่านแสดงท่าทีว่าจะต้องเฉียบขาด เด็ดขาดนี่มันอาจจะย้อนรอยในอดีตที่เปึนการส่งสัญญาณไปในทางที่ผิดสําหรับ เจ้าหน้าที่บ้าง สําหรับฝ์ายอื่น ๆ ในบ้านเมืองบ้าง ที่ทําให้เกิดความรุนแรง เพราะฉะนั้น ตรงนี้อยากจะกราบเรียนครับว่า กรุณาอย่ามองว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องของการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนทุกชีวิตมีค่านี่เปึนพวกที่ต่อต้านการปราบปรามยาเสพติด

(นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมุทรปราการ) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ด้วยความเคารพท่านประธานอย่างยิ่ง เลยนะครับ ผมขอประท้วงตาม ข้อ ๔๙ ต้องบอกเหตุผลก่อน ท่านประธานครับ มีสมาชิก ในฝ์ายรัฐบาลอีกจํานวนมากที่ไม่ได้มีโอกาสได้อภิปรายรวมถึงตัวกระผมด้วย ผมก็อยากจะอภิปรายเพราะเราใช้เวลาแล้วเราเคารพเวลา แต่ท่านผู้อภิปรายในขณะนี้ ที่ผมกราบเรียนไปแต่ต้น ขณะนี้ใช้เวลาไป ๖ นาทีกว่าแล้วท่านครับ การพาดพิงนี้ผมว่า ชี้แจงก็พอเปึนที่เข้าใจแล้วนะครับ เพราะว่ามันจะเปึนลักษณะการฉกฉวยเอาเปรียบ เอาเล็กเอาน้อยเพื่อที่จะอภิปราย

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมฟังเข้าประเด็นแล้วครับ

นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานต้องวินิจฉัยเรื่องเหล่านี้นะครับ เพราะในสภาแห่งนี้ก็เกียรติเท่ากัน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยครับ เชิญท่านนั่ง วินิจฉัยก็คือว่าผมอยากขอความกรุณาท่านหัวหน้าได้กรุณาขมวดอีกสักนิดหนึ่งครับ ไม่อย่างนั้นผมทําหน้าที่ลําบากครับ ท่านช่วยผมหน่อยครับ เชิญต่อเลยครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ที่จริงถ้าไม่ประท้วงก็จบไปแล้วล่ะครับ กําลังจะบอกสรุปไปแล้วครับว่ากรุณาอย่าพูดจา ในทางที่ว่าใครก็ตามที่พูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนนี่ แล้วเกิดสร้างความเข้าใจว่า แปลว่า ไม่รังเกียจยาเสพติดหรือไม่สนับสนุนการปราบปรามยาเสพติด แล้วอยากจะให้ระมัดระวัง เท่านั้นเองครับ ไม่ให้เกิดการกระตุ้นในเชิงอารมณ์ของความรุนแรงครับ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านอนงค์วรรณครับ ท่านเฉลิมต่ออีกนะครับ นิดเดียวนะครับ เดี๋ยวท่านอนงค์วรรณ เตรียมตัวนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณท่านผู้นําฝ์ายค้านนะครับ คือผมไม่ได้มองท่าน หรือพวกท่านจะไปสนับสนุนผู้ค้ายาเสพติด แต่ว่าในสถานการณ์หนึ่ง ถ้าท่านอยู่ข้างบน ท่านก็ต้องอภิปรายอย่างผม ก็เขารายงานมาอย่างนี้ แล้วข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้น ท่านนี่จบกฎหมายด้วย เพราะฉะนั้นคนเปึนรัฐมนตรี มันต้องเอากฎหมายเปึนหลัก ถ้าข้อห่วงใยคิดว่าน่าจะเปึนแล้วไปเชื่อมันไม่ได้ จริงอยู่มันอาจจะมีคนทําผิด แต่ความ มันยังไม่ปรากฏอย่างที่ท่านชวนบอกว่าสมัยไทยรักไทยเปึนรัฐบาลมีการอุ้มฆ่า อ้าว ใครอุ้มล่ะ อายุความ ๒๐ ป้ แล้ววันนี้ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผมต้องขอบคุณ สนช. เขาออกกฎหมายแก้อายุความเรื่องยาเสพติด จากคดียาทั่วไป ๒๐ ป้ เขาแก้เปึน ๓๐ ป้ เมื่อก่อนนี้ชั้นต้น ไปอุทธรณ์ ไปฎีกา เดี๋ยวนี้ชั้นต้นไปอุทธรณ์ต้อง มาอุทธรณ์กลางเท่านั้น แล้วถ้าอุทธรณ์แพ้จะขึ้นฎีกา ศาลอุทธรณ์ที่ตัดสินต้องรับรองถึง ขึ้นได้ อันนี้ต้องขอบคุณเขา ไม่มีการอุ้มฆ่า รัฐบาลชุดนี้ให้โอกาสพวกผมทํางาน ท่านอภิสิทธิ์ท่านตั้งแชดโด แคบบิเนท (Shadow cabinet) ผมชอบครับ ท่านต้องฝ๊กเปึน นายกรัฐมนตรีไว้ เพราะหน่วยก้านท่านดี และผมจะหาโอกาส ๑ เดือน ๑ ครั้ง จะเชิญท่าน รับประทานอาหารกับผม จะเชิญท่านนะ เพราะสติปัญญาท่านเก่งนะ ท่านต้องช่วยผมสิ เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง วันหนึ่งข้างหน้าท่านสเตพ อัพ (Step up) เปึนนายกรัฐมนตรี ผมก็ดีใจด้วย วันนี้ให้โอกาสพวกผมเถอะ ท่านเคยฟังเพลงโดนท คราย ฟอร์ มี อาร์เจนตินา (Don’t cry for me Argentina) ไหม เห็นไหม เพราะภรรยาประธานาธิบดี ตอนเปึนภรรยาใหม่ ๆ ใคร ๆ ก็เกลียด พออยู่ต่อไปเขาเปึนคนทํางานดี ช่วยสามีได้ ฉันใดก็ฉันนั้น พวกผมเหมือนกัน วันหนึ่งท่านจะต้องกลับไปฟังเพลงโดนท คราย ฟอร์ มี อาร์เจนตินา ให้พวกผมได้ทํางานสักนิดเถอะครับ สัก ๓ เดือน ๖ เดือน ถ้าทุจริตเมื่อไร ท่านยื่นเลย ถ้านิด ๆ หน่อย ๆ นี่เราให้โอกาสกันเถอะครับ แล้วพวกผมก็ขอโอกาส ขอขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านอนงค์วรรณ เชิญครับ

นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน อนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใคร่ขอชี้แจงข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้กรุณาอภิปรายตลอดระยะเวลาแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันนี้ กระทรวงได้ให้ความสําคัญกับการแก้ปัญหาโลกร้อน และทุกท่านก็ได้อภิปรายจํานวน มากมาย ดิฉันได้บูรณาการการดําเนินการในการตอบปัญหาของท่าน ๓ ด้านสําคัญ คือด้านที่ ๑ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านที่ ๒ ด้านทรัพยากรน้ํา และด้านที่ ๓ ด้านสิ่งแวดล้อม

สําหรับด้านทรัพยากรธรรมชาตินั้น ได้สรุปแล้วจะเกี่ยวข้องกับการรักษาป์า การปลูกป์า การจัดการที่ดิน สัตว์ป์า ทรัพยากรชายทะเลและชายฝัืง และแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ ซึ่งต้องขอขอบคุณสมาชิกหลายท่านได้ให้ความสนใจถึง ๓๕ ท่าน ดิฉันขอเริ่ม ตั้งแต่เรื่องของป์า ซึ่งเปึนเรื่องที่รัฐบาลให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ประเทศไทยเรามีพื้นที่ ทั้งสิ้น ๓๒๑ ล้านไร่ ในป้ พ.ศ. ๒๕๐๔ เรามีพื้นที่ ๑๗๑ ล้านไร่ แต่ปัจจุบันพื้นที่ป์าเหลือ ประมาณ ๑๐๔ ล้านไร่ ซึ่งเรียกว่าเปึน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อรักษา ความสมดุลของระบบนิเวศ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ (FAO) เคยศึกษาพบว่าประเทศไทยของเราควรมีพื้นที่ป์า ๑๒๘ ล้านไร่ หรือประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด ดังนั้นเราจึงจําเปึนต้องเพิ่มพื้นที่ป์าอีกประมาณ ๒๔ ล้านไร่ ในการนี้ดิฉันต้องขอความร่วมมือจากสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน รวมทั้งเอกชน และประชาชน ตลอดจนหน้าที่หลักที่สําคัญของกระทรวงแรงงาน จะต้องมีหน้าที่ที่จะ ดํารงรักษาไว้ซึ่งป์าของเราให้มีความสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้น โดยจะยึดแนวพระราชดํารัสและ แนวพระราชเสาวนีย์ในการที่จะปลูกป์าและฟุ๋นฟูป์า ในขั้นแรก กระทรวงได้สนับสนุนให้ ประชาชนทุกจังหวัดได้ร่วมกันรณรงค์ปลูกป์า โดยเรียกว่าการปลูกไม้มงคลประจําจังหวัด จะทําให้ทุกแห่งของประเทศไทยได้มีพื้นที่ที่ร่มรื่น สวยงาม และเปึนตัวอย่างอันดี เสริมการท่องเที่ยวของประเทศไปด้วยนะคะ

ท่านประธานที่เคารพคะ ในส่วนของการจัดการที่ดิน ขอเรียนว่ากระทรวง จะเร่งรัดการสํารวจการถือครองที่ดินของประชาชนในป์าอนุรักษ์และป์าสงวนแห่งชาติ ประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ ราย ให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ป้ โดยจะไม่ละเลยต่อการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ตลอดจนจะเร่งรัดปรับแนวเขตที่ดินของรัฐให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่กรุณาให้ข้อมูลประเด็นการลักลอบการค้าสัตว์ ที่ผิดกฎหมาย กระทรวงขอชี้แจงว่าจะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในทุกวิถีทาง อาทิ การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์ป์าเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ การเชื่อมต่อแนวป์าเพื่อเพิ่ม พื้นที่หากินของสัตว์ป์า เช่น ช้าง และเพื่อลดความเสี่ยงจากการคุกคามของมนุษย์และ การใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งมุ่งเน้นงานด้านการข่าวและประสานงานประเทศ เพื่อนบ้าน เพื่อทําลายวงจรการค้าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย

สําหรับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ที่ท่านสมาชิกได้สนใจนั้น กระทรวง ได้จัดทําแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝัืง เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้ประสาน และปฏิบัติ โดยผสมผสานเทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ วิถีทางธรรมชาติ ตลอดจนภูมิ ปัญญาท้องถิ่นร่วมกับรัฐบาลและประชาชน

สําหรับด้านที่ ๒ คือด้านทรัพยากรน้ํา ประเด็นนี้มีครอบคลุมถึงเรื่องของ การผันน้ํา กฎหมายน้ํา การมีส่วนร่วมคณะกรรมการลุ่มน้ํา ปัญหาน้ํา ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ําท่วม ปัญหาการใช้น้ําในองค์การอุตสาหกรรม และการบูรณาการระหว่าง หน่วยงาน เปึนที่น่ายินดีอีกเช่นกันว่ามีสมาชิกได้ร่วมกันให้ข้อสังเกตจํานวนทั้งสิ้น ๑๗ ท่าน ท่านประธานที่เคารพคะ ในส่วนนี้ทางกระทรวงทราบดีว่าข้อจํากัด การบูรณาการบริหารจัดการน้ําของประเทศไทยในปัจจุบัน กระทรวงได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ําเพื่อให้เปึนกฎหมายแม่บทด้านทรัพยากรน้ําของประเทศ โดยมีการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ําให้เปึนไปตามที่สมาชิก สนใจ กระทรวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ซึ่งมีผู้แทนภาคส่วนในลุ่มน้ํา เปึนกรรมการบริหารจัดการลุ่มน้ํา และเป่ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ การวางแผน การออกแบบ การสร้าง การบํารุงรักษา ส่วนการแก้ปัญหาน้ําท่วม ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัยได้เปึนห่วงนั้น ทางกระทรวงก็จะสนับสนุนให้มี การพัฒนาอ่างเก็บน้ํา ฝาย ให้เชื่อมกันเปึนระบบเพื่อเก็บกักชะลอน้ําในฤดูฝน และผันน้ํา ในส่วนที่เกินเพื่อไปใช้ในฤดูแล้ง รวมไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดพัทลุง ที่ท่านได้สนใจในเรื่องของการปลูกหญ้าแฝกเพื่อปัองกันตลิ่งพังนั้น ดิฉันก็คิดว่าในส่วนนี้ เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และกระทรวงก็พยายามที่จะสนับสนุนให้ประชาชนได้ปลูกแฝก เพื่อปัองกันตลิ่งหรือการกัดเซาะน้ําอยู่แล้ว แต่การปลูกแฝกก็ต้องอาศัยการบูรณาการ ในเรื่องอื่นด้วย ต้องขอขอบคุณที่กรุณาแนะนํานะคะ

ในส่วนของน้ําบาดาลและน้ําผิวดินนั้น กระทรวงได้จัดโครงการบูรณาการ น้ําผิวดินและน้ําใต้ดินสําหรับแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน และจะเร่งด่วนในโอกาส ต่อไป

ด้านสิ่งแวดล้อม ท่านประธานที่เคารพคะ ทางด้านสิ่งแวดล้อมมีประเด็น เกี่ยวกับการจัดการน้ําเสีย การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป์า การจัดมูลฝอยและ ของเสียอันตราย รวมทั้งมลพิษจากแหล่งกําเนิด และได้รับความคิดเห็นอันเปึนประโยชน์ อย่างยิ่งจากสมาชิกหลายท่าน รวมแล้วประมาณ ๑๘ ท่าน

ท่านประธานที่เคารพคะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ ให้ความสําคัญกับการจัดการน้ําเสียเปึนลําดับต้น ๆ ดังจะเห็นได้จากการแก้ปัญหา โครงการบําบัดน้ําเสียคลองด่านที่ท่านสมาชิกได้เปึนห่วงที่จังหวัดสมุทรปราการนั้น ทางกระทรวงได้ดําเนินการฟัองร้องเรียกค่าเสียหายจากเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการ จัดการน้ําเสียชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ตามที่ท่านสมาชิกเปึนห่วง ขณะนี้ได้ก่อสร้างระบบ บําบัดน้ําเสียขนาด ๕๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เสร็จแล้วจะเปึนการแก้ไขปัญหาน้ําของ จังหวัดเชียงใหม่ได้เปึนอย่างดี รวมทั้งการหาแนวทางปรับปรุงบําบัดน้ําเสียทั่วประเทศ ที่สร้างแล้วให้ทํางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สําหรับการจัดการน้ําเสียทางทะเลสาบ สงขลาตามที่ท่านสมาชิกได้เปึนห่วง จะมีการควบคุมการปล่อยน้ําเสียและเพิ่มการบําบัด น้ําเสียต่อไป

อีกด้านหนึ่งที่สมาชิกเราสนใจเปึนอย่างยิ่งนั่นคือปัญหาหมอกควันและ ไฟป์าในบริเวณภาคเหนือ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้เปึนห่วงกรุณา แนะนํา ทางกระทรวงขอน้อมรับและขอเรียนว่ากระทรวงมีแผนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหา หมอกควันและไฟป์า ซึ่งกําหนดมาตรการต่าง ๆ ทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว โดยให้มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ซึ่งมีแนวทางสําคัญ เช่น การไถกลบตอ ซัง ทําเกษตร อินทรีย์ ปลอดการเผา และจัดระเบียบการเผา โดยได้ทําหนังสือประสานไปยัง กระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว เพื่อขอความร่วมมือจาก อบต. กํานัน ผู้ใหญ่บ้านและ การควบคุมการเผาให้มีการอนุญาตเผาในที่จําเปึนในช่วงเวลาที่เหมาะสมให้เปึน ที่เรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วจักได้ประสานงานอย่างนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนปัญหาอยู่ในขณะนี้คือการจัดการขยะมูลฝอยของเสีย อันตราย ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านให้ความสนใจและอภิปรายเกี่ยวกับนโยบาย สิ่งแวดล้อม กระทรวงได้เน้นการปัองกันมลพิษตามหลัก ๓ อาร์ (R) ได้แก่ ลดการใช้ หรือ รีดิวซ (Reduce) การใช้ซ้ํา รียูส (Re-use) และการนํากลับมาใช้ใหม่รีไซเคิล (Recycle) โดยสามารถลดปริมาณขยะได้ถึง ๓.๒ ล้านตันต่อป้ หรือประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ของ ปริมาณขยะทั้งประเทศ รวมทั้งได้มีการประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้มีการรวมกลุ่มในการจัดขยะมูลฝอยทั่วประเทศ โดยมีตัวอย่าง ที่ประสบความสําเร็จ และสามารถเปึนตัวอย่างที่ดีได้ เช่น เทศบาลนครพิษณุโลก เทศบาลจังหวัดอุดรธานี หาดใหญ่ และเทศบาลเมืองวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี

สําหรับการสนับสนุนการใช้โฟมที่ท่านสมาชิกได้แนะนํานั้น สอดคล้องกับ สิ่งที่กระทรวงกําลังรณรงค์อย่างจริงจัง จึงได้ขอขอบคุณในความกรุณาที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาแนะนํา

สําหรับการแก้ไขปัญหามลพิษจากแหล่งกําเนิดที่ท่านสมาชิกเปึนห่วง ได้มีการเสนอให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน แต่ขอเรียนว่ากระทรวง ได้ร่วมมือกันกับกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหามลพิษ จากแหล่งกําเนิดบูรณาการมาโดยตลอด ภายใต้คณะกรรมการประสานการจัดการ สิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม มีการแก้ไขการลักลอบการทิ้งขยะอันตราย และร่วมแก้ไข ปัญหามลพิษพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดตามที่ท่าน ส.ส. เสนอแนะ

ท่านประธานที่เคารพคะ การที่ดิฉันชี้แจงมาทั้งหมดนี้ต้องขอขอบพระคุณ สมาชิกหลาย ๆ ท่านที่สนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ถึงแม้นจะไม่ได้กล่าวชื่อสมาชิก ทั้งหมดดิฉันก็ต้องขอน้อมรับไว้และจะขอนําสิ่งที่ท่านเสนอแนะเปึนประเด็นที่สําคัญ ๆ ไป แก้ไขและปรับปรุง และดําเนินการแก้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อไป ขอขอบคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานครับ

พลโท หญิง 🔗

พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) : เรียนท่านประธานที่เคารพและก็สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ดิฉัน พลโท (หญิง) พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดิฉันใคร่อยากจะขอประหยัดเวลาโดยการ รวบคําถามที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้แสดงความห่วงใย แล้วก็ได้แสดงข้อพิจารณา เกี่ยวกับปัญหาของกระทรวงพลังงาน

ปัญหาแรก ที่ดิฉันจะขอกล่าวถึงก็คือปัญหาเรื่องค่าน้ํามันแพง วันนี้ก็คงจะ ทราบข่าวนะคะว่าค่าน้ํามันขึ้นอีกแล้ว ๙๐.๙ เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งประเทศไทยเราใช้ น้ํามัน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ํามันนําเข้า เพราะฉะนั้นเราหลีกเลี่ยงปัญหานี้ไม่พ้น ปัจจัยนี้ เปึนปัจจัยที่ดิฉันไม่สามารถจะช่วยพิจารณาได้นะคะ

ปัจจัยที่ ๒ ที่ดิฉันจะขอเรียกว่าปัจจัยภายในนะคะ ปัจจัยภายในที่ทําให้ ค่าน้ํามันที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มีราคาประมาณ ๒๖–๓๐ บาทต่อลิตร ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่เรื่อง กองทุนน้ํามันที่เราเก็บเงินจากน้ํามันหลาย ๆ ประเภทเข้ากองทุนนี้ ซึ่งท่านหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ท่านอภิสิทธิ์ได้กรุณาแสดงข้อพิจารณาให้นะคะ ดิฉันอยากจะขอเรียนว่า เรามีการเก็บหลากหลายของน้ํามันหลายประเภท ตั้งแต่เก็บน้อยจนถึงไม่เก็บเลย เช่น น้ํามันดีเซล เปึนต้น เก็บเพียงประมาณ ๑๐ สตางค์เท่านั้นเองต่อลิตรนะคะ หรือกลุ่มที่เรา เก็บมากก็มีค่ะ อย่างเช่น พวกเบนซิน ๙๕ เบนซิน ๙๑ บางกลุ่มเราก็ยังไม่เก็บแล้วก็ยัง สนับสนุนด้วย อย่างเช่นพวกแก๊สโซฮอล์หรือไบโอดีเซล แต่มีอีกหลาย ๆ ประเด็นที่ดิฉัน คิดว่าจะพิจารณาได้ ก็คือการเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ ซึ่งเราเก็บเพื่อการอนุรักษ์ พลังงาน แล้วก็เพื่อการส่งเสริมพลังงานทางเลือกหรือพลังงานทดแทน ในส่วนนี้ก็จะเก็บ หลากหลายตามประเภทของน้ํามันซึ่งดิฉันจะไม่ขอกล่าวในรายละเอียด

แล้วก็ยังมีในส่วนที่ ๓ เปึนปัจจัยภายในข้อที่ ๓ ก็คือค่าการตลาด ซึ่งค่าการตลาดนี้จะเปึนเงินของบริษัทผู้ค้าน้ํามันบวกเข้าไปในราคาน้ํามันด้วย ทั้ง ๓ ประเด็นภายในนี้ดิฉันจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในที่นี้ก็คงไม่พ้น ปตท. เพราะถือว่าเปึนผู้นําตลาดน้ํามันใหญ่ของประเทศไทย แล้วก็อาจจะมีหน่วยงาน สนพ. สํานักงานนโยบายและแผนพลังงานซึ่งเปึนของกระทรวงพลังงานเอง ดิฉันจะหารือ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดให้ความเปึนธรรมกับทั้งผู้ผลิตแล้วก็ให้ประชาชนเดือดร้อน น้อยที่สุด

ในประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันจะขอกล่าวถึงก็คือ เรื่องแก๊สหุงต้มหรือที่เราเรียก กันว่า แอลพีจี (LPG) ขอเท้าความสักนิดเดียวค่ะ ประเด็นนี้เราคงจะทราบกันอยู่แล้วว่า ที่ผ่านมารัฐบาลก็จะพยุงราคาแก๊สมาตลอด ราคาแก๊สก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ ๑๖.๘๑ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งก็จะตกถังถ้าเอา ๑๕ คูณก็ประมาณ ๒๕๒ บาทต่อถัง เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมารัฐบาลชุดที่แล้วก็เลิกพยุงราคาแก๊ส ทําให้ ราคาแก๊สเพิ่มขึ้นทันที ๑.๒๑ บาท ก็จะตกราคาเปึน ๑๘.๐๑ บาทต่อกิโลกรัม ราคาถัง ก็จะประมาณ ๒๗๐ บาทต่อถัง และเมื่อเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๑ ป้นี้นะคะ รัฐบาลในชุด ที่แล้วเหมือนกันก็ได้เริ่มใช้สูตรซึ่งดิฉันจะขอเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ นะคะว่า เปึนสูตรบันได ๕ ขั้น สูตรนี้เราจะคิดทุก ๆ ไตรมาสนะคะ ไตรมาสแรกที่เริ่มใช้สูตรนี้ก็คือ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม โดยที่จะอิงจากราคาแก๊ส ตลาดโลกหรือเรียกง่าย ๆ ว่า ราคาซีพี (CP) ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อิงราคาแก๊สซึ่งผลิตได้ใน ประเทศไทยอีก ๙๕ เปอร์เซ็นต์นะคะ หลังจากการใช้สูตรนี้ก็คงจะทราบกันดีว่าในเดือน มกราคม กุมภาพันธ์ ราคาแก๊สก็จะเพิ่มขึ้นอีก ๒๐ สตางค์ เปึนราคา ๑๘.๒๑ บาท ก็คือ ประมาณ ๒๗๓ บาทต่อถัง ไตรมาสที่ ๒ ก็จะเริ่มเมษายนไปเรื่อย ๆ ก็จะอิงราคาแก๊สของ ตลาดโลกจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อิงตลาดเมืองไทยเปึน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๓ อิงราคาตลาดโลก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๔ อิงราคา ตลาดโลก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และในบันไดขั้นสุดท้ายคือบันไดขั้นที่ ๕ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคมในป้หน้า ก็จะอิงราคาตลาดโลก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตลาดในเมืองไทย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็ได้ขอดูตัวเลขประมาณการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาก็ลองคิด มาให้ดูว่าในบันไดขั้นสุดท้ายคือประมาณไตรมาสแรกของป้หน้า ราคาค่าแก๊สก็จะเพิ่มขึ้น อีกประมาณ ๗.๕๐ บาท หรือเปึนราคา ๒๕.๗๑ บาทต่อกิโลกรัม คิดมาเปึนถังก็ประมาณ ๓๘๕ บาทต่อถัง ราคานี้ยืนอยู่บนพื้นฐานที่ว่าราคาแก๊สของตลาดโลกไม่เปลี่ยน ราคา แก๊สในเมืองไทยไม่เปลี่ยนนะคะ แล้วก็ยังไม่ได้เปึนราคาสุทธิที่ยังไม่ได้บวกค่าขนส่งอะไร จากร้านปลีก ยังไม่ได้บวกเลยดิฉันคิดว่าถ้าถึงจุดนี้ตัวดิฉันเองรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานก็คงจะได้รับเสียงร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนไม่น้อยกว่า ท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ แล้วก็ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของแม่บ้านดีนะคะว่า การที่เราเจอ หลาย ๆ หมัดตั้งแต่ค่าไฟ ค่าน้ํามันแล้วก็ค่าแก๊สนี่จะเกิดอะไรขึ้น ดิฉันจะรีบดําเนินการ หารือหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ยังเปึน ปตท. เปึนหลักอยู่ดี แล้วก็ทางสํานักงานนโยบายและ แผนพลังงานของกระทรวงเพื่อจะให้ได้ข้อสรุปที่เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนให้เร็วที่สุด โดยไม่กระทบกระเทือนต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในภาคใหญ่ ของประเทศ แต่ในโอกาสนี้ดิฉันก็ใคร่จะเรียนให้ท่านสมาชิกทั้งหลายทราบนิดหนึ่งนะคะ ว่า จริง ๆ แล้วเส้นทางของตลาดแอลพีจีมันซับซ้อนกว่านั้นนิดหนึ่ง มันไม่ได้มีอยู่เฉพาะ วงของภาคครัวเรือนเท่านั้น แต่มันยังไปไกลถึงภาคอุตสาหกรรม เพราะว่าเขาใช้แอลพีจี แทนน้ํามันเตาเพราะมีราคาถูก เพราะเราพยุงราคากันมาตลอด หรือในภาคขนส่งซึ่งรวม หมดตั้งแต่รถบรรทุกสินค้า รถบรรทุกผู้โดยสาร หรือจนกระทั่งรถบุคคล หรือพี่น้อง ชาวแท็กซี่ทั้งหลาย ดิฉันอยากจะใคร่ขอโอกาสนี้วิงวอนผ่านไปทางท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกท่านว่าขอให้ในกลุ่มอุตสาหกรรมแล้วก็ในกลุ่มขนส่งนี่นะคะ ช่วยกรุณา สนับสนุน หันมาใช้เอ็นจีวี (NGV) ซึ่งด้วยเหตุผลง่าย ๆ เลยค่ะว่าแอลพีจีเปึนแก๊สที่มี มูลค่ามากกว่าเอ็นจีวี สามารถจะไปเปึนผลผลิตสุดท้ายที่สามารถทําเงินเข้าประเทศได้ อย่างเช่น ไฮ เดนซิที โพลีเอทิลีน (High density polyethylene) อย่างนี้เปึนต้นนะคะ ก็ใช้ในอุตสาหกรรมทําพลาสติกก็ทําเงินเข้าประเทศได้มากขึ้น แล้วก็อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ดิฉันจะค่อนข้างกังวลใจก็คือว่า การใช้แก๊สแอลพีจีในระบบขนส่งมันเปึนอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมอเตอร์ไซค์ แล้วก็ทางรัฐบาลที่ผ่านมาก็ดี ตัวดิฉันเองก็ดี จะขอกําชับ เร่งรัดกับทางกระทรวงให้อํานวยความสะดวกให้กับประชาชนในด้านการใช้เอ็นจีวี ไม่ว่าจะเปึนการเพิ่มปัูม การเพิ่มสถานีแม่ หรือว่าการที่ ปตท. ได้ให้การสนับสนุนในโครงการหลาย ๆ อย่าง เช่น ดัดแปลงเครื่องยนต์ แอลพีจีมาเปึนเอ็นจีวี อย่างนี้เปึนต้น เพราะว่ามีเหตุผลอีกอันหนึ่งว่าถ้าสมมุติว่า เราไม่แยกภาคของผู้ใช้ ผู้บริโภคแล้ว แน่นอนค่ะว่าเราจะต้องนําแก๊สแอลพีจีเข้าจาก ต่างประเทศ ซึ่งตอนนั้นอย่างน้อยก็ต้องบวก ๑๓–๑๗ บาทต่อกิโลกรัม ดิฉัน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นเลย

เรื่องที่ ๓ ที่ดิฉันจะขอชี้แจงก็คือเปึนเรื่องที่อยู่ในความสนใจของ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน แล้วก็ดิฉันคิดว่าเปึนความสนใจของประชาชนโดยทั่วไปด้วย ก็คือเรื่องของโรงไฟฟัาพลังงานนิวเคลียร์ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ในมติของ ครม. ชุดที่แล้วได้กําหนดให้มีโรงไฟฟัาพลังงานนิวเคลียร์ในป้ ๒๕๖๓ กําลังผลิต ๒,๐๐๐ เมกกะวัตต์ และในป้ ๒๕๖๔ อีก ๒,๐๐๐ เมกกะวัตต์ จากนั้นมาเมื่อเดือน ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ครม. ชุดนั้นก็ได้เตรียมการไว้เบื้องต้นเพื่อให้เกิดความรัดกุม

ประการแรกก็คือว่ามีการอนุมัติงบประมาณประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท เพื่อเตรียมการในช่วงป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓

ประการที่ ๒ ที่ได้เตรียมเอาไว้ก็คือว่า รัฐบาลในชุดนั้นเหมือนกันให้ช่วง ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓ เปึนช่วงเพื่อการศึกษา ศึกษาในเรื่องอะไรบ้าง ในเรื่องกฎหมาย ในเรื่องเทคโนโลยี ในเรื่องอุตสาหกรรมที่จะรองรับ ในเรื่องพัฒนาบุคลากร แล้วก็ในเรื่อง ความปลอดภัยและการยอมรับของประชาชน ซึ่งการศึกษานี้จะต้องได้มาตรฐาน แล้วก็ ต้องอยู่ในกรอบของทบวงพลังงานปรมาณูโลก หรือที่เราเรียกว่า ไอเออีเอ (IAEA) อันนี้ ก็จะเปึนองค์กรหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งอันนี้จะต้องได้ตามมาตรฐานการศึกษา ของเขา

แล้วก็ประการที่ ๓ ที่รัฐบาลได้เตรียมเอาไว้ก็คือว่า ให้สํานักงานพัฒนา โครงการโรงไฟฟัาพลังงานนิวเคลียร์หรือที่เรียกว่า สพน. ซึ่งอยู่ในหน่วยของกระทรวง พลังงานเองเปึนผู้รับผิดชอบผลการศึกษานี้ สรุปว่าขณะนี้ในช่วงป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓ ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ดิฉันอยากจะใคร่ถือโอกาสนี้เสนอข้อมูลผ่าน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิกได้รับทราบว่าในฐานะที่ดิฉันเปึนนักวิทยาศาสตร์ เปึนนักเคมี ดิฉันก็อยากจะให้ข้อมูลไว้สักนิดหนึ่งว่าขณะนี้ความต้องการพลังงานของ ประเทศเราจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ป้ที่แล้วจะมีค่าประมาณ ๒๒,๕๐๐ เมกกะวัตต์ แล้วก็มี กําลังสํารองไฟฟัาประมาณ ๒๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้ก็ตามที่ท่านสมาชิกอภิมงคล โสณกุล ได้แสดงความคิดเห็นว่าขณะนี้ปริมาณไฟฟัาสํารองของประเทศได้สูงเกินไป อาจจะทําให้เกิดภาระการลงทุนต่อค่าไฟฟัาได้ ดิฉันจะมอบให้ทางการไฟฟัาฝ์ายผลิต ได้นําข้อมูลนี้ไปพิจารณา แล้วก็ทบทวนเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป แต่อย่างไร ก็ตามความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นทุกป้ อย่างน้อยที่โดยเฉลี่ยมาประมาณ ๕–๗ เปอร์เซ็นต์ หนีไม่พ้นเลย หรืออัตราส่วนประมาณหนึ่งต่อหนึ่งของจีดีพี (GDP) เพราะฉะนั้นเปึนหน้าที่ของกระทรวงพลังงานที่จะต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม ไม่ว่า จะเปึนการเร่งรัดการสํารวจในประเทศ หรือว่าการเร่งรัดหรือการจัดหาต่างประเทศ ซึ่งต้องอยู่ในราคาที่มีเหตุมีผล หรือว่าการส่งเสริมพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก นิวเคลียร์ก็เปึนพลังงานทางเลือกอย่างหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ ประเทศในขณะนี้ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณไฟฟัาที่เขา ใช้ทั้งหมดก็จากพลังงานนิวเคลียร์ หรือประเทศญี่ปุ์น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ผลิตจากพลังงาน นิวเคลียร์ แล้วก็ในขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านแถว ๆ ใกล้เรา อย่างเช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน ปากีสถาน กําลังสร้างโรงไฟฟัานิวเคลียร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย กําลังศึกษา แล้วก็มีข้อมูล อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบก็คือว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟัาจากแก๊สของเรา โดยประมาณที่มีการศึกษากันจะอยู่ประมาณ ๒.๘๐ บาท ถ้าเราใช้ถ่านหินเปึนเชื้อเพลิง ต้นทุนการผลิตไฟฟัาจะอยู่ที่ประมาณ ๒.๒๕ บาทต่อหน่วย และถ้าเราใช้ พลังงานนิวเคลียร์ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ ๒.๐๘ บาท แล้วก็ไม่มีคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะมีโรงไฟฟัานิวเคลียร์หรือไม่ อยากให้ ทุกท่านสบายใจว่ารัฐบาลจะดูผลการศึกษาในช่วงป้ ๒๕๕๑ถึงป้ ๒๕๕๓ ก่อนนะคะว่า ได้มาตรฐานไหม ดีหรือว่าคุ้มกับเศรษฐกิจไหม และที่สําคัญที่สุดพี่น้องประชาชน ให้การยอมรับในด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความปลอดภัยหรือไม่ อันนี้คือคําตอบ ดิฉัน ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาแสดงความคิดเห็นแล้วก็ข้อพิจารณา มากมาย ดิฉันจะน้อมรับสิ่งเหล่านี้เพื่อเปึนแนวทางแล้วก็หารือกับข้าราชการ ในกระทรวง เพื่อทําให้กระทรวงพลังงานเปึนกระทรวงที่ช่วยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ แล้วก็ให้ความเปึนธรรมกับประชาชนด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีชูศักดิ์ครับ

รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบประเด็นเรื่องของวาระทางนิติบัญญัติเปึนด้านหลักนะครับ แต่ก่อนจะตอบ ประเด็นเรื่องเหล่านั้นกระผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานที่จะตอบในประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถามถึงเรื่องของงานในหน้าที่ที่กระผม รับผิดชอบอยู่บางประเด็น ซึ่งเปึนเรื่องสั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คือขออนุญาตที่จะขอบพระคุณท่านคุณหมออําพลที่ได้กรุณา อภิปรายเมื่อวานนี้ ท่านฝากกฎหมายรัฐบาลไว้ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ก็คือกฎหมายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความเสียหายที่เกิด จากการใช้บริการสาธารณสุข เรื่องนี้ผมจําได้ว่ามันมีความคิดริเริ่มตั้งแต่สมัย ปลายรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กราบเรียนท่านประธานและเพื่อน สมาชิกว่าก็คงจําได้ว่าเมื่อมี พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพ แล้วท้ายที่สุดก็ปรากฏว่าแพทย์ ทั้งหลายก็วิตกกังวลกันอย่างมากพอสมควร เรื่องของประเด็นการถูกฟัองร้อง ท้ายที่สุด ก็มีการพูดง่าย ๆ ต่อต้านกันอยู่พอสมควร ความคิดริเริ่มในส่วนนี้ผมคิดว่าก็เปึนเรื่องที่ดี แล้วก็คิดว่าเปึนความต้องการของแพทย์ทั้งหลายที่อยากจะเห็นกฎหมายฉบับนี้

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านกรุณาฝากผมไว้ก็คือเรื่องร่างกฎหมายคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่ากฎหมายฉบับนี้ ผมจําไม่ผิดตราขึ้นเมื่อป้ ๒๕๓๕ ในสมัยนั้นก็คือมีรัฐบาล มีสภานิติบัญญัติแบบที่ผ่านมา และร่างกฎหมายฉบับนี้จําได้ว่าเข้ามาในระยะเวลาปลาย ๆ สมัยสภานิติบัญญัติ ในขณะนั้น เมื่อออกมาบังคับใช้แล้วก็เกิดปัญหาอุปสรรคพอสมควร ถ้าเพื่อนสมาชิก จะจําได้ ผมเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไขกันหลายครั้งหลายหนเปึนอันมาก จําไม่ผิดว่าปัจจุบันนี้ก็น่าจะเปึนฉบับที่ ๖ ฉบับที่ ๗ แล้ว สิ่งที่เปึนประเด็นสําคัญก็คือว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคทั้งหลายว่าระบบบริการของการประกันประสบภัยจากรถ ในขณะนี้มีปัญหาอุปสรรคมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลักภาระทางค่าใช้จ่าย ให้แก่ผู้เอาประกันมากพอสมควร ผมก็จะรับไปดูให้ในเรื่องนี้นะครับ

อีกท่านหนึ่งก็คือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านปรีชา โรจนเสน ขออนุญาต ท่าน พลเอก ปรีชา ท่านได้พูดถึงเรื่องความซ้ําซ้อนกันระหว่างงานของ สํานักพระพุทธศาสนากับงานของกรมการศาสนา อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า เมื่อได้ตรวจสอบแล้วว่าเปึนปัญหาอุปสรรคอย่างที่ ท่านได้กรุณาเรียนต่อสมาชิกจริง ๆ เหตุผลที่เปึนปัญหาอุปสรรคเรื่องความซ้ําซ้อน ก็เพราะว่ามีกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของสํานักพุทธ ป้ ๒๕๔๕ กับกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการของกรมการศาสนา ซึ่งแบ่งภารกิจภาระหน้าที่ของสํานักพุทธและ กรมการศาสนาไว้โดยใช้ถ้อยคําที่ค่อนข้างจะใกล้เคียงกันมาก ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า เช่น สํานักพุทธมีภารกิจส่งเสริม ดูแล รักษา ทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา และศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันกรมการศาสนาก็มีหน้าที่ส่งเสริมดูแล รักษา ทํานุบํารุงศาสนสถานและศาสนวัตถุ ผมกําลังจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า อันนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมท่านจะ เอางานไปทําหรืออะไรต่าง ๆ ท่านก็ปฏิบัติภารกิจด้วยความเรียบร้อยดีครับ เพื่อนสมาชิกคงจําได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการไปขูดลอกทองที่พระพุทธรูปที่อยุธยา ลามมาถึงนครปฐม ผมก็ตั้งใจว่าประมาณวันศุกร์ที่จะถึงนี้อยากจะไปดูเสียหน่อย ก็วางแผนไว้ ปรากฏเมื่อเช้าก็มีข่าวแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไปดู มาแล้ว ก็เปึนภารกิจที่ท่านทําด้วยดี แต่ก็หมายความว่าก็เปึนเรื่องที่ถ้าไปดูตาม กฎกระทรวงต่าง ๆ ก็อาจจะมีความเห็นว่ามันก็อาจจะซ้ําซ้อนกันอยู่บ้าง ผมทราบ เปึนการภายในว่าขณะนี้สํานักงาน ก.พ.ร. ก็ได้เอาเรื่องของกฎกระทรวงทั้ง ๒ ฉบับที่ผม กราบเรียนนั้นไปดูว่าจะแบ่งภารกิจภาระหน้าที่ให้มันถูกต้องคล้องจองกันได้อย่างไรบ้าง

ท่านประธานที่เคารพครับ หันมาเรื่องของภารกิจทางด้านนิติบัญญัติ ทางด้านกฎหมาย ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าท่านผู้นํา ท่านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ได้กรุณาอภิปรายในวันแรก กระผมก็จดไว้ว่าทําไมรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช้ มาตรา ๑๔๕ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กล่าวคือว่าแสดงไว้ต่อรัฐสภาว่า มีกฎหมายที่จําเปึน ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน มีกฎหมาย ๑ ๒ ๓ ๔ ไม่ระบุอะไรไว้เลยว่ากฎหมายอะไร ที่รัฐบาลชุดนี้เห็นว่ามีความจําเปึนต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ในชั้นนี้กระผม อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ความเข้าใจของผมก็คิดว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๕ ก็คงจะไม่แตกต่างกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีบทบัญญัติ เหมือนกัน และผมเข้าใจโดยส่วนตัวว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๕ เขาบัญญัติไว้เพื่อที่จะ ช่วยรัฐบาลที่มีเสียงไม่มากนัก กล่าวคือรัฐบาลที่อาจจะมีเสียงน้อยหรือรัฐบาลอาจจะมี เสียงที่ภาษาการเมืองเรียกว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ําเหลือเกิน เสร็จแล้วไปแพ้กฎหมาย ในสภา เมื่อแพ้กฎหมายในสภาแล้ว ถ้ารัฐบาลนั้นยืนยันว่ากฎหมายที่แพ้นี่มีความจําเปึน ต่อการบริหารราชการแผ่นดินก็อาจจะขออาศัยความร่วมมือจากท่านวุฒิสมาชิก โดยขอ อนุญาตประชุมร่วม ที่เรียกว่าประชุมรัฐสภา และถ้าที่ประชุมรัฐสภานั้นเห็นสมควรว่า เอาละครับกฎหมายนั้นจําเปึนและผ่านด้วยเสียงข้างมากก็สามารถที่จะตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันฝ์ายละเท่า ๆ กัน เพื่อยืนยันกฎหมาย และถ้ารัฐสภาอนุมัติกฎหมายที่เคยตก ไปแล้วในชั้นแรกก็สามารถที่จะบังคับใช้ได้ต่อไป รัฐบาลชุดนี้ก็กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่า ก็มีข้อจํากัดอยู่หลายประการ มีกรอบที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้วางทางเดิน ไว้ให้เราพอสมควร ที่ผมอาจจะขออนุญาตใช้คําว่า ข้อจํากัด

ข้อจํากัดประการที่ ๑ ก็คือว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติท่านได้กรุณา ตรากฎหมายหลาย ๆ ฉบับไปแล้ว ผมมีข้อมูลอยู่ในมือนี้ก็คือว่าตลอดระยะเวลาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดที่ผ่านมาและที่กําลังจะพ้นไป ท่านตรากฎหมายไปถึง ๒๒๑ ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จํานวน ๑๕๖ ฉบับ ขณะเดียวกันที่ รอประกาศอยู่ประมาณ ๖๕ ฉบับ ที่เหลือก็คือเปึนกฎหมายที่ตกค้างอยู่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะ กราบเรียนต่อไปว่ารัฐบาลนี้ก็มีหน้าที่ต้องทําตามรัฐธรรมนูญว่าจะยืนยันกฎหมาย เหล่านั้นหรือไม่ในบรรดากฎหมายทั้งหมด ๒๒๑ ฉบับนี้ บางเรื่องก็กราบเรียนว่า ตรวจสอบแล้วก็คือเปึนกฎหมายเทคนิค กฎหมายที่ตกค้างอยู่ในสมัยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเสียเยอะพอสมควร แล้วเปึนกฎหมายที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านได้กรุณายกร่างขึ้นหรือบัญญัติขึ้นในช่วง ที่ท่านทําหน้าที่อยู่ก็มีส่วนหนึ่ง กฎหมายบางฉบับก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งการตีความขึ้น ท่านสมาชิกก็คงทราบดีว่ามีกฎหมายอะไรบ้าง อันนี้ ก็คือเปึนกรอบตามรัฐธรรมนูญที่กระผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่าเปึนข้อจํากัด ส่วนหนึ่ง

ข้อจํากัดส่วนที่ ๒ ก็คือว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติท่านก็ได้กรุณา ตรากฎหมายและตกค้างอยู่ทั้งหมด ๖๘ ฉบับ กฎหมายบางฉบับที่ตกค้างอยู่นั้น เปึนกฎหมายที่ต้องทําตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ กฎหมายบางฉบับที่ตกค้างอยู่นั้น เปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเชิงนโยบายพอสมควร ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็ได้มีการปรึกษาหารือ กัน เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งรัฐธรรมนูญก็บอกว่าให้เรายืนยันภายใน ๖๐ วัน ซึ่งวันสุดท้ายที่เราจําเปึนต้องยืนยันต่อสภาก็คือวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ สําหรับ วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ ก็เปึนเดือนหน้านี้เองนะครับ มติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล ก็บอกว่า ให้หน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องยืนยันไปที่สํานักงานกฤษฎีกาภายในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๑ นี้ เพื่อที่จะส่งให้คณะรัฐมนตรีไปดูอีกครั้งหนึ่งว่าสมควรจะยืนยัน กฎหมายฉบับใดบ้าง กฎหมายที่ค้างอยู่ทั้งหมด ๖๘ ฉบับ ก็กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่ามีกฎหมายสําคัญ ๆ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่หลายฉบับที่ เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปรายไป ผมยกตัวอย่างเช่น เปึนกฎหมายที่โต้แย้งโต้เถียงกันอยู่ พอสมควรก็มีหลายกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ซึ่งเปึนกฎหมายที่ตกค้างอยู่ แล้วรู้สึกเมื่อเข้าสภาทีไรก็ค่อนข้างจะมีปัญหาในแง่ของ การถกเถียงประเด็นต่าง ๆ พอสมควร เมื่อกี้เปึนกฎหมายที่ท่านเฉลิมถามหานะครับ ก็ค้างอยู่เหมือนกันคือ ร่างพระราชบัญญัติศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ที่เรียกว่า ศอ.บต. ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ ที่สําคัญที่ผมกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว (ฉบับที่..) พ.ศ. .... กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่โต้แย้งโต้เถียงกัน พอสมควรเรื่องประเด็นการถือหุ้นของผู้ที่จะมาลงทุนในบ้านเรานะครับ กฎหมายเหล่านี้ ก็รวมทั้งกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เช่น สภาการเกษตรแห่งชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็บอกให้รัฐบาลชุดนี้มีหน้าที่ต้องจัดทํา สภานิติบัญญัติแห่งชาติท่านก็ทําไปแล้วนะครับ แล้วค้างการพิจารณาอยู่ รัฐบาลชุดนี้ก็จะกลับไปดูว่าสมควรจะต้องยืนยันกฎหมาย เหล่านี้มากน้อยเพียงไร หรือไม่นะครับ

ข้อจํากัดในประการที่ ๓ ก็คือว่า เรามีหน้าที่ตามที่ท่านเขียนรัฐธรรมนูญ ไว้ให้เรา ก็คือหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ ซึ่งตามมาตรา ๓๐๓ เราจําเปึนต้องทํา กฎหมาย ก็แยกประเด็นว่า ๑. ทํากฎหมายใหม่ หรือ ๒. ก็คือปรับปรุงกฎหมายเก่าที่มีอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แต่ข้อยากที่กระผมตรวจสอบดูก็คือว่า สําหรับ การจัดทํากฎหมายใหม่นั้นค่อนข้างจะชัดเจน มีบางฉบับจําเปึนต้องทําใหม่ หมายความว่า ไม่มีกฎหมายเก่าอยู่เลย แต่ว่าบางฉบับที่จําเปึนต้องปรับปรุงนั้นข้อยากทางด้าน นิติศาสตร์ก็คือว่า มันไปเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงกับกฎหมายหลายฉบับเหลือเกิน ผมยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพ เพราะว่ามาตรา ๓๐๓ ใน (๑) ให้รัฐบาล ตรากฎหมายที่กําหนดรายละเอียดเพื่อส่งเสริมคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพตาม มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๐ ก็คือสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้กรุณาอภิปรายไป เรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วมี กฎหมายได้กําหนดไว้พอสมควรแล้ว แต่มันหลายกฎหมายเหลือเกิน กระผมยกตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เขาตรวจแล้ว เราต้องทําอะไรบ้าง ต้องทําแน่นอนคือต้องไปแก้กฎหมายบอกต้องเพิ่มเติมบทบัญญัติ ให้ศาลฎีกามีอํานาจไม่รับคดีซึ่งข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่อุทธรณ์หรือฎีกานั้นไม่เปึน สาระอันควรแก่การพิจารณา ซึ่งท่านได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นจําเปึนต้องไปดูกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายอาญา ก็ต้องไปแก้ในเรื่องของความผิดที่เกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียงเพื่อให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกเหนือจากนั้นก็ต้องไปดูกฎหมายประกอบ ยกตัวอย่างกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการกระทําที่เปึนโจรสลัด นึกไม่ถึงว่า จะเกี่ยวข้องอย่างไร ก็เกี่ยวข้อง เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เกี่ยวโยงในเรื่องนี้ไว้ด้วย พอสมควร พระราชบัญญัติการรื้อฟุ๋นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๖ เปึนต้นครับ หรือว่ามาตรา ๔๔ สิทธิในการได้รับหลักประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพในการทํางาน รวมทั้งหลักประกันในการดํารงชีพทั้งในระหว่างการทํางานและเมื่อพ้นอาชีพไปแล้ว ปัจจุบันนี้ก็ตรวจสอบว่ามีร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ได้นําเสนอกฎหมายนี้ มาแล้ว เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าเปึนหน้าที่ที่พวกกระผมต้องไปดูตามกฎหมาย เหล่านั้นอยู่ในชั้นไหน และสาระสําคัญในเชิงนโยบายนั้นสอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาลชุดนี้หรือไม่ กฎหมายที่จําเปึนต้องจัดทําใหม่นะครับ ขอกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่ามีกฎหมายสําคัญ ๆ เช่น กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่เปึนอิสระ กฎหมายฉบับนี้ก็เปึนกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้เขียนไว้ว่า ให้รัฐบาล จัดทํา เท่าที่ผมตรวจสอบดูในขณะนี้ก็คือมีการเสนอร่างกฎหมายนี้ไว้แล้ว ใน พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ และมีกฎหมายใหม่ค้างอยู่ในชั้นพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าสภานิติบัญญัติชุดที่แล้วท่านได้กรุณาตรากฎหมายไปแล้วหลายฉบับ เปึนกฎหมายที่ต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ผมยกตัวอย่าง เช่น กฎหมายว่าด้วย สภาพัฒนาการเมืองตามมาตรา ๗๘ (๗) ท่านได้อนุมัติไปแล้ว แล้วมีการตราขึ้นแล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กฎหมายที่ยังไม่มีครับ เช่น กฎหมายเพื่อการจัดตั้ง องค์กรเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กฎหมายที่ยังไม่มี เช่น กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง สภาเกษตรกรรมตามมาตรา ๘๔ (๗) ซึ่งอันนี้ก็มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยข้อจํากัด ดังที่กราบเรียนมา รัฐบาลก็ตัดสินใจว่าคงไม่มีความจําเปึนใด ๆ ที่จะต้องไประบุไว้ ในมาตรา ๑๔๕ ว่ารัฐบาลนี้เห็นว่ากฎหมายใดมีความจําเปึนบ้าง แต่อย่างไรก็ตามกระผม อยากจะขอกราบเรียนว่าโดยผลจากการได้มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่กล่าวมาแล้วก็ดี โดยผลที่มีกฎหมายหลายฉบับได้ค้างอยู่ในการพิจารณาก็ดี โดยผลที่จากการที่มีกฎหมาย หลายฉบับที่ได้ประกาศใช้แล้วก็ดี รัฐบาลชุดนี้ก็เห็นว่า ๑. ก็คือจะต้องมีภารกิจสําคัญก็คือว่า ทําตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ กําหนดไว้ ก็คือตรวจสอบว่ามีร่างกฎหมายใดบ้าง ที่จําเปึนต้อง ๑. ก็คือทําใหม่ หรือ ๒. มีการปรับปรุงแก้ไข ๒. ก็คือมีกฎหมายใดบ้างที่เรา จะขอยืนยันตามที่กฎหมายคือรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ซึ่งค้างอยู่ประมาณ ๖๕ ฉบับ ที่ผม กราบเรียนไปแล้ว ซึ่งกฎหมายที่จะยืนยันนี้ก็เปึนความยากอยู่พอสมควรว่ากฎหมาย บางฉบับนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับนโยบายที่เราได้กําหนดไว้ว่าสอดคล้องกับนโยบาย หรือไม่เพียงใด และ ๓. ก็คือมีกฎหมายใด ๆ ที่เปึนกฎหมายใหม่ที่เราจําเปึนต้องทํา ที่ได้กราบเรียนไปแล้วซึ่งแน่นอนที่สุดก็จะมีประมาณ ๓–๔ กฎหมายด้วยกัน

และประการสุดท้ายคืออาจจะมีกฎหมายที่จําเปึนสําหรับการบริหาร ราชการแผ่นดินต่าง ๆ ผมขออนุญาตกราบเรียนในประการสุดท้ายว่าผลจากการที่มีแผน ในเรื่องนี้ รัฐบาลชุดนี้จึงตัดสินใจว่าทันทีที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้เพื่อทํา แผนปฏิบัติสําหรับการบริหารราชการแผ่นดิน ในแผนปฏิบัตินั้นจะมีแผนอยู่ด้วยกัน ๔ แผน แผนที่ ๑ ก็คือแผนบริหาร แผนที่ ๒ ก็คือแผนปฏิบัติการ ที่สําคัญก็คือแผนที่ ๓ แผนการตรากฎหมาย ซึ่งแผนตรงนี้กระผมรับผิดชอบว่าจะมีกฎหมายสําคัญ ๆ อะไรบ้าง จะยืนยันกฎหมายอะไรบ้าง และจําเปึนต้องทํากฎหมายใหม่ในระยะเวลาอย่างไรบ้าง กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี สมชายครับ

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ สืบเนื่องจาก มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้ให้ความสนใจต่อนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา แล้วก็กระผมเองก็ประสงค์ที่จะกราบเรียน ก่อนอื่นก็ขอบคุณที่ท่านได้ให้เกียรติกับ กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องนโยบายการศึกษา เนื่องจากเวลาล่วงเลยมาเยอะ ผมขออนุญาตเอาเรื่องสําคัญ ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ

ประการแรก ก็คือเรื่องการเรียนฟรี ๑๒ ป้ ตามรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็มี หลายท่านให้ความสนใจ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ก็ได้ให้ ความสนใจตรงนี้ อาจจะมิใช่นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้ทําไว้ในนโยบาย แต่เนื่องจากเปึนการต้องทําตามกฎหมาย แล้วผมก็ถือว่าเปึนเรื่องที่จําเปึนต้องเร่งด่วน โดยไม่จําเปึนต้องระบุไว้ในกรณีเร่งด่วน ตรงนี้เนื่องจากว่าเปึนความจําเปึนประการหนึ่ง แล้วก็เพื่อมิให้พ่อแม่พี่น้องที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนจะต้องได้รับความเดือดร้อน การดําเนินการเรื่องนี้มีหลายท่านเปึนห่วง ขออภัยที่กราบเรียนว่าท่านหัวหน้าพรรค ฝ์ายค้านเองก็ให้ความเปึนห่วงว่าจะมีการไปตัดตอนการเรียนชั้นมัธยมปลาย ผมขอ ยืนยันกับท่านนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ท่านให้ความเปึนห่วง ซึ่งก็ตรงกันกับหลาย ๆ ท่าน ว่าผมก็ยังคงมีนโยบายว่าให้เรียนถึงชั้นมัธยมป้ที่ ๖ แน่นอนครับ ที่ผมได้แสดง ความคิดเห็นผ่านสื่อนั้นก็เปึนเรื่องการจะเริ่มต้นว่าจะเริ่มต้นตอนประถม ๑ หรือจะแถมไป ถึงชั้นอนุบาลนะครับ ตรงนี้ในวันที่ ๒๗ หรือวันที่ ๒๘ ก็ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาแล้วก็ ให้พิจารณาว่าจะไปถึงตรงนั้นจะต้องใช้งบประมาณอย่างไร แล้วก็มีความจําเปึนต้องทํา อะไรบ้าง ก็กราบเรียนว่าตรงนี้รัฐบาลจะคงไว้แน่นอนครับ สิ่งที่ดี ๆ ที่ทํามาแล้วไม่มี ปัญหาว่าผมจะมารื้อหรือว่าทําให้มีปัญหาเกิดขึ้น แต่จะดูว่าจะเพิ่มเติมมากกว่านี้ ได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ก็ค่อนข้างจะแน่นอนว่าจะทําตรงนั้นนะครับ แล้วก็คิดว่าจะเปึน ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน อันนี้คงจะไม่ต้องลงในรายละเอียดครับผม

ประการต่อไป ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ความสนใจก็คือ เรื่องเงินกู้ยืมเรียนนะครับ เนื่องจากว่าที่ผ่านมานี่นะครับ มีปัญหาเรื่อง กรอ. กับเรื่อง กยศ. ๒ อันนี้ก็เกิดมาไล่เลี่ยกัน กรอ. กับ กยศ. จะมี ๒ กองทุน ผมได้ไปศึกษาเบื้องต้น แล้วครับว่าทั้ง ๒ กองทุนนี้มีข้อดี ข้อเสียทั้ง ๒ อย่าง ผมพยายามที่จะรวบรวมเอาข้อดีของ ทั้ง ๒ กองทุนนี้มาเพื่อปรับแล้วก็ใช้ให้เปึนประโยชน์มากที่สุดนะครับ ขณะนี้ได้ตั้ง กรรมการแล้ว วันนี้ตอนบ่ายกรรมการได้ประชุมกันเบื้องต้น ซึ่งในสัปดาห์หน้าผมจะเข้าไป ดูแล้วก็จะพยายามเอาข้อดีทั้ง ๒ อย่างนี้มารวมกัน แล้วก็คิดว่าจะดําเนินการให้เสร็จเร็ว ที่สุด ถ้าหากว่าทันในป้การศึกษาที่จะเป่ดเทอมเร็ว ๆ นี้ก็จะดําเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้เพราะว่าพี่น้องประชาชนได้รอคอยที่จะได้เงินกู้ยืมตรงนี้ไป อันนี้ก็กราบเรียนว่า ผมไม่ได้ติดยึดกับชื่อนะครับ อย่างที่ท่านเปึนห่วง ชื่ออะไรก็ได้ครับ มุ่งถึงประโยชน์ของ ผู้ที่จะได้กู้ มุ่งถึงประโยชน์ของเด็กที่จะได้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนการศึกษาได้ อย่างแท้จริงมากกว่า ตรงนี้ไม่ต้องห่วงครับ ชื่ออะไรผมใช้ทั้งนั้นขอให้เปึนประโยชน์ แล้วก็ ข้อดีก็จะเอามารวมกันไว้ ก็กราบเรียนหลักการอย่างนี้

ประการต่อไป ก็คือเรื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้มีข่าวอยู่ แล้วก็ท่านได้ให้ ความสนใจเช่นเดียวกัน เรื่องคอมพิวเตอร์นี้นะครับ อยากจะเรียนว่าลําดับแรกนี่เราให้ ความสนใจกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับโรงเรียนครับท่าน ซึ่งอันนี้ทํามาตั้งแต่รัฐบาลก่อนโน้น ด้วยนะครับ แล้วรัฐบาลถัดมาก็ดูเหมือนจะยังมีงบประมาณผูกพันอยู่ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ ท่านได้ทํามาแล้ว แล้วก็ในขณะนี้ก็เกือบจะครบแล้วครับ รู้สึกจะขาดอยู่จํานวนประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าโรงเรียนเท่านั้นเอง ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดเหลือค้างอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าเครื่อง ตัวเลขนี้ผมขออนุญาตว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อน แต่ว่าก็คงไม่มากไปกว่านี้มากมาย นัก ตรงนี้ผมอยากจะเรียนว่า ที่เราใช้นะครับส่วนใหญ่ก็มีโรงเรียนทั่วไปบ้าง แล้วก็ โรงเรียนที่เรียกว่า ๑ อําเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน ตรงนี้ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่า โครงการที่ทําเรื่อง ๑ โรงเรียนไม่ได้ทําเพื่อจะต้องการคะแนนเสียงหรืออะไรทั้งสิ้นนะครับ เพราะเปึนโรงเรียนต้นแบบ โรงเรียนต้นแบบนี้เปึนการพัฒนาการศึกษาของเด็ก พัฒนาการสอนของครู แล้วก็เปึนการให้เด็กได้เข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยโดยระบบ เทคโนโลยีอันนี้ครับ เนื่องจากเมื่อมีโรงเรียนต้นแบบแล้วก็จะมีโรงเรียนที่มาดูตัวอย่างจาก ต้นแบบไป แล้วเราก็จะขยายตรงนี้ออกไปให้มีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนก่อนนะครับ ส่วนเรื่องคอมพิวเตอร์ประจําตัวที่ว่ามี ๑ ล้านเครื่อง ตามนโยบายที่ผมได้เคยพูดไปทาง สื่อนั้น กําลังอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับกระทรวงไอซีที (ICT) แล้วก็กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะครับว่าควรจะเปึนแบบใด แล้วก็การจัดอย่างไรจึงจะคุ้มค่า คุ้มทุนนะครับ แล้วก็อาจจะมีโครงการที่เอกชนซึ่งอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการศึกษา มาช่วยศึกษาหรือว่ามาให้การสนับสนุน ตรงนี้รัฐบาลจะขอดู ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะให้เด็ก ของเรานี่นะครับทันสมัยแล้วก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ ผมจําได้ว่า ท่านวราวุธ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ได้แสดงความกังวลเรื่องนี้ว่ามีคอมพิวเตอร์แล้ว จะมีซอฟแวร์ (Software) อย่างไรนะครับ มีศูนย์ซ่อมอย่างไร แล้วก็ทําอย่างไรถึงเด็ก จะไม่เข้าไปดูโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ อันนี้ก็ขอขอบคุณที่ท่านให้คําแนะนํา ผมจะนําไป ศึกษาแล้วก็ปฏิบัติให้ได้ผล ได้สอบถามไปทาง สพฐ. ว่าตอนนี้กําลังคิดโปรแกรมที่ จะบลอค (Block) ไม่ให้เด็กเข้ามาสู่โปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ครับ ก็ขอบคุณหลาย ๆ เรื่อง มีเรื่องปลีกย่อยหลายเรื่องครับ แต่ผมคิดว่าเรื่องใหญ่ ๆ ๓ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ท่านสมาชิก จํานวนมากให้ความสนใจ ก็กราบเรียนแล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านได้กรุณาแนะนําติติงมา ในการอภิปรายตลอด ๓ วันนั้น ผมรับไว้ทั้งหมดครับ แล้วก็จะนําไปศึกษา แล้วก็ปฏิบัติ ตามให้มากที่สุดเท่าที่ท่านพึงประสงค์นะครับ ก็ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสผม ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ

(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

คุณชินวรณ์มีอะไรครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจง แล้วก็ ผมคิดว่ามันมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผมได้ตั้งประเด็นไว้คือเรื่องของเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษานะครับ ผมขอนิดเดียวครับเพื่อประโยชน์ของนักเรียน เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรี ได้บอกว่าจะตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษารวมจุดดีจุดอ่อนทั้ง กยศ. และ กรอ. ผมอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ในกรณีของ กยศ. นั้นดําเนินการมา ๑๒ ป้ ในขณะที่ท่านศึกษาก่อนที่จะถึงภาคเรียนนี้ ในส่วนของกองทุน กยศ. นั้น ท่านจะ ดําเนินการอย่างต่อเนื่องให้กับนักเรียนที่ได้รับทุนดังกล่าวนี้หรือไม่ครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านตอบได้ครับ

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับ นักเรียนที่ยืมกองทุน กยศ. ก็มีสิทธิต่อไปครับ ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีโอกาส ความผูกพันยังมีอยู่ ขอบคุณครับ

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกรัฐสภาและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในเรื่องแรกผมคงต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งจากสภาผู้แทนราษฎร และจาก สนช. ครับ ที่ได้กรุณาแสดงความเห็นช่วยเติมเต็มให้กับนโยบายทางด้าน การเกษตรของรัฐบาลชุดนี้ด้วยหัวใจที่เต็มเป้ืยมไปด้วยความปรารถนาดี ทุก ๆ คําถามและทุก ๆ ข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิก กระผมขอกราบเรียนครับว่าทางเพื่อน ข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกกรม กองนั้น ได้บันทึกถ้อยคําของทุกท่าน ทุกประเด็น แต่ในคืนวันนี้เนื่องจากข้อจํากัดของเรื่องเวลา จึงทําให้ผมไม่สามารถที่จะ ชี้แจงได้ครบทุกประเด็น แต่ผมให้สัญญาครับ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เปึนต้นไป ข้อสังเกตของท่าน ที่เปึนประโยชน์ รวมทั้งคําซักถามที่ท่านไม่มั่นใจว่าแนวทางของเราจะดําเนินการอย่าง ชัดเจนอย่างไร ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลจะส่งเปึนจดหมายถึงท่าน ทุกคนที่ได้ขึ้นอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในคืนวันนี้ผมคง จะขอชี้แจงในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจอภิปรายกันหลายท่าน

โครงการแรก เปึนเรื่องโครงการเร่งด่วน คือการขยายพื้นที่ชลประทานและ เพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงว่ารัฐบาลตระหนักดีครับ ว่าวันนี้ ๓๕ ล้านชีวิตซึ่งมีอยู่จาก ๖๕ ล้านชีวิตนั้นประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปึน เกษตรกร และจากการสํารวจความยากจนของสังคมไทยพบว่าอาชีพที่ประสบ ความยากจนมากที่สุดก็คืออาชีพเกษตรกรครับ ปัญหาหลักที่พบว่าพี่น้องเกษตรกรพบกับ ความยากจนนั้น เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาการดําเนินวิถีชีวิตของเพื่อนเกษตรกรนั้นอาศัย ธรรมชาติล้วน ๆ ครับ ฝนแล้งบ้าง น้ําท่วมบ้าง ล้วนแล้วแต่ทําให้เกิดปัญหาในเรื่องการ เก็บเกี่ยวและการได้มาซึ่งผลผลิตทั้งสิ้น และนี่คือการนําไปสู่ปัญหาความยากจน และเรา ยังสํารวจพบมากไปกว่านั้นอีกว่าพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในบริเวณเขตชลประทานจะมี รายได้มากกว่าพี่น้องเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานถึง ๓ เท่า โดยเฉลี่ยพี่น้อง เกษตรกรที่อยู่ในเขตชลประทานจะมีรายได้ต่อหัวต่อป้ประมาณ ๑๘๖,๐๐๐ บาท ในขณะ ที่พี่น้องเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานนั้นมีรายได้ต่อหัวต่อป้เพียง ๖๒,๐๐๐ บาท ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงได้ให้ความสนใจบรรจุนโยบายการขยายพื้นที่ชลประทานและการเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบชลประทานขึ้นเปึนนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดําเนินการเริ่มแรกภายใน ๑ ป้ ผมอยากจะทําความเข้าใจว่าการเริ่มแรกดําเนินการใน ๑ ป้นั้น ไม่ได้หมายความว่า โครงการที่เสนอใน ๑ ป้นั้นจะสําเร็จลุล่วงใน ๑ ป้นะครับ แต่หมายความว่าในป้แรกที่เรา ดําเนินการและเราสามารถปฏิบัติราชการได้ โครงการที่กําหนดใน ๑ ป้นั้นจะเริ่ม ดําเนินการโดยเร็วที่สุด วันนี้โครงการขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพ เรามี ความจําเปึนที่จะต้องสร้างความชัดเจนในทิศทางและนโยบายว่าเราจะทําอะไร เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ข้อสังเกตด้วยความเปึนห่วงเปึนใยว่าจะทําอย่างไร ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการผันน้ํา พูดกันถึงเรื่องอุโมงค์น้ํา พูดกันถึงเรื่องระบบท่อน้ํา ผมกราบเรียนครับ ว่านั่นเปึนเพียงองค์ประกอบ แต่ปัจจัยหลักที่สําคัญเราได้วางแนวทางไว้ ๒ ประการ

ประการแรก เปึนแผนโครงการพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อเพิ่มศักยภาพในการ ควบคุมปริมาณน้ําภายในลุ่มน้ํา ซึ่งนโยบายในแนวทางนี้เราต้องการที่จะก่อสร้าง อ่างเก็บน้ําขนาดต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ครบในเขตพื้นที่ รวมทั้งการปรับปรุงเพิ่มความจุเก็บกัก ของอ่างเก็บน้ําที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะทําให้ปริมาณน้ําต้นทุนที่มีอยู่นั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวทางนี้ผมกราบเรียนว่า เราได้วางไว้ ๒ ประการครับ คือโครงการพัฒนาแหล่งน้ํา และโครงการพัฒนาระบบชลประทานทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง เราได้มีเปัาหมาย ในการที่จะดําเนินการทั้งหมด ๑,๑๘๕ โครงการ ซึ่งสามารถที่จะเพิ่มความจุเก็บกักน้ําได้ ถึง ๑,๗๗๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากปริมาณนี้จะสามารถเพิ่มพื้นที่ในการทํา ชลประทานได้ถึง ๒๐.๓๔ ล้านไร่ครับ และในขณะเดียวกันโครงการพัฒนาแหล่งน้ํา ขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะมีข้อจํากัดในเรื่องพื้นที่ เราก็ตั้งใจ วางโครงการไว้ว่าเราจะดําเนินการ สร้างแหล่งน้ําขนาดเล็กจํานวน ๑,๐๖๗ โครงการ ซึ่งสามารถจะเพิ่มปริมาตรความจุ เก็บกักน้ําได้ถึง ๒๘๒.๗๒ ล้านลูกบาศก์เมตร จะขยายพื้นที่ได้ถึง ๑.๐๓ ล้านไร่ นี่คือ แนวทางที่ ๑ ในเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อเพิ่มศักยภาพ

อันที่ ๒ เปึนเรื่องของการผันน้ํา ซึ่งการผันน้ําเราก็มีแนวทางในการที่จะ ผันน้ํา ๒ วิธี วิธีแรก คือการผันน้ําจากลุ่มน้ําภายในประเทศที่สามารถเพิ่มพื้นที่ ชลประทานได้ประมาณ ๗.๐๗ ล้านไร่ เช่น โครงการผันน้ําอ่างเก็บน้ําแม่งัด แม่กวง และนอกจากนั้นเรายังมีโครงการในการที่จะกําหนดแผนโครงการผันน้ําระหว่างประเทศ เพื่อที่จะเติมปริมาณน้ําให้กับพี่น้องในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีโครงการผันน้ําจาก แม่น้ํางึม ซึ่งสามารถที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ ๑.๕ ล้านไร่ โครงการผันน้ํา จากแม่น้ําเซบังเหียง สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ถึง ๒.๓๖ ล้านไร่ และโครงการ ปากน้ําเลย ชี มูล สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ ๑๐ ล้านไร่ครับ นี่คือแนวทางในการที่ เราจะเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องขยายเขตพื้นที่ชลประทานเพื่อสร้างแหล่งน้ํา ซึ่งเปึน เสมือนกับเส้นเลือดใหญ่ในการที่จะต่อลมหายใจให้กับพี่น้องเกษตรกร และสร้างชีวิตใหม่ ให้กับเกษตรกร

ประเด็นที่ ๒ ที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจและอภิปรายกันอย่าง กว้างขวางและหลายท่าน คือกรณีเรื่องปุิยแพงครับ รัฐบาลไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าวันนี้ ราคาปุิยแพงขึ้น ซึ่งจากสาเหตุพวกเราก็คงจะทราบว่าปุิยที่แพงขึ้น สาเหตุหลักที่สําคัญ ประการหนึ่งก็คือน้ํามันที่สูงขึ้นทุกวัน และนอกจากนั้นปริมาณการต้องการใช้ปุิย วันนี้ ประเทศที่ประกอบอาชีพการเกษตรนั้นมีความต้องการทั้งนั้นแหละครับ จึงทําให้มี การแย่งกันซื้อปุิย ทําให้ราคาปุิยนั้นสูงขึ้นจนน่าตกใจ เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้หยิบยกขึ้นมาเปึนประเด็นว่า ในแต่ละรอบป้ราคาปุิยสูงขึ้น ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถามบอกว่าเมื่อรัฐบาลรู้ รู้ว่าราคาปุิยแพงอย่างนี้แล้วจะแก้ปัญหา อย่างไร ผมก็ต้องกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพครับ ว่าการแก้ปัญหาปุิยนั้น เราคงต้องร่วมมือกันทุกฝ์าย วันนี้แนวทางที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้วางไว้ เปึนแนวทางที่ ๑ ก็คือรวมกลุ่มเพื่อนเกษตรกรในการที่จะสั่งแม่ปุิยเข้ามาครับ สั่งแม่ปุิย เข้ามาเพื่อที่จะให้เกษตรกรที่มีความต้องการปุิยสูตรไหน ชนิดไหนที่เหมาะกับสภาพ ภูมิศาสตร์อย่างไร สภาพดินอย่างไร เมื่อสั่งแม่ปุิยเข้ามา มันก็จะทําให้สามารถลดต้นทุน ได้และจะทําให้สามารถแข่งขันกับผู้ที่สั่งปุิยรายใหญ่เข้ามา อาจจะทําให้ราคาเริ่มลดลง และในส่วนที่ ๒ ก็คือการซื้อระหว่างรัฐต่อรัฐ เราจะเจรจาซื้อปุิยจากประเทศผู้ผลิตและ ส่งออกปุิยมายังประเทศไทย โดยการแลกปุิยเคมีกับสินค้าทางด้านการเกษตร นี่เปึนอีก แนวทางหนึ่งที่ทางรัฐบาลคิดว่าคงจะต้องดําเนินการในการที่จะหาปุิยราคาถูกเอามา ให้กับพี่น้องเกษตรกร ส่วนแนวทางระยะยาวที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คิดว่า จําเปึนจะต้องทําและเริ่มทํามาแล้ว เพียงแต่ในวันนี้วัฒนธรรมของความเชื่อในการใช้ปุิยอินทรีย์นั้นยังมีความเชื่อกันอยู่ว่า ปุิยอินทรีย์ให้ผลผลิตช้าและไม่เท่ากับปุิยเคมี วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทําการวิจัยและได้ศึกษาค้นคว้าว่าปุิยอินทรีย์นั้น สามารถที่จะสร้างคุณภาพ สามารถที่จะสร้างปริมาณให้กับผลผลิตทางการเกษตรไม่ต่าง ไปจากปุิยเคมีหรอกครับ วันนี้อยากจะให้พวกเราได้ยึดเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเปึนหลักครับ ใช้ในสิ่งของที่เรามี ใช้ในสิ่งของที่ พวกเราผลิตกันได้ ปุิยอินทรีย์นั้นผมกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกครับว่ารัฐบาลชุดนี้จะให้ การสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งในการที่จะส่งเสริมทางด้านวิชาการให้กับพี่น้อง เกษตรกรในเขตชุมชนต่าง ๆ ในการที่จะสร้างปุิยอินทรีย์ขึ้นมา แล้วก็อยากจะกราบเรียน ว่าปุิยอินทรีย์นั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมวิชาการได้มีการทําการวิจัยและ สํารวจแล้วว่าสามารถที่จะนํามาใช้ผสมกับปุิยเคมี และจะทําให้ผลผลิตนั้นเพิ่มขึ้นด้วย ต้นทุนก็จะลดลง สิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น ระบบนิเวศวิทยาก็จะดีขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึน หน้าที่ของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปึนหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะเร่งสร้าง ความรู้ สร้างความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นในการที่จะใช้สินค้าที่พวกเราสามารถ สร้างกันได้ ผลิตกันเอง ผมเชื่อว่าแนวทางนี้เปึนอีกแนวทางหนึ่งแม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลา สักนิดหนึ่ง แต่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะพยายามครับ นอกจากนี้การให้ความรู้ ในเรื่องการใช้ปุิยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สอดคล้องกับชนิดและประเภทของ ผลผลิตทางการเกษตร ก็เปึนสิ่งที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องทําหน้าที่ตรงนี้ แม้ว่าจะหนักและแม้ว่าจะเหนื่อยแต่เราจะพยายามครับ

นอกจากปัญหาในเรื่องปุิยแพง แล้วอีกปัญหาหนึ่งครับที่เปึนปัญหามาก และพวกเราก็พูดกันมาหลายรัฐบาล นั่นคือเรื่องของที่ทํากิน ต่อประเด็นเรื่องระบบ การถือครองที่ดิน วันนี้บนความเปึนจริงเราต้องยอมรับนะครับว่าเรื่องที่ทํากินนั้นผูกพัน อยู่กับ ๓ กระทรวงใหญ่ คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ วันนี้ปัญหาที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบ ยกขึ้นมาล้วนแล้วแต่เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรื่อง ส.ป.ก. เพื่อนสมาชิกทั้งจากภาคเหนือ ทั้งจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หยิบยกประเด็นขึ้นมาว่าวันนี้สถานที่ราชการ ชุมชนและ ที่ทํากินอยู่ในเขตป์าเสื่อมโทรมรอว่าเมื่อไรทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ส.ป.ก. จะออกเอกสารสิทธิให้ ผมกราบเรียนครับว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนี้ คงจะต้องจัดการเกี่ยวกับที่ดินที่วันนี้ยังไม่สามารถจะประกาศ ส.ป.ก. ได้ โดยจะร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการจัดวางแนวเขต ซึ่งไม่รู้ว่าจะไปทับ ซ้อนกันตรงไหน วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกําลังปรับปรุงแนวเขต เพื่อให้เกิดความชัดเจนในหลายพื้นที่ว่าตรงไหนเปึนเขตป์าชนิดใด ตรงไหนเปึนเขตพื้นที่ ชนิดใด ซึ่งหลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ทําการเรื่องนี้เสร็จ ส่งมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการร่วมกันทั้ง ๒ กระทรวงนั้นพิจารณา เสร็จเห็นถึงความชัดเจน แบ่งขาดชัดเจนแล้ว ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะออก ส.ป.ก. ให้กับพื้นที่ต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้ร้องขอมาครับ

และประเด็นสุดท้ายครับที่ผมจะใช้เวลาตรงนี้ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกก็คือ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ ๑ ล้านครอบครัว ซึ่งสมาชิกได้อภิปรายว่าเกษตรกร ถูกฟัองร้องดําเนินคดีกรณีนําโคไปขายแล้วถูกบริษัทเอสพีวี (SPV) ฟัองดําเนินคดีโดย กล่าวหาว่าเกษตรกรนั้นยักยอกทรัพย์ ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกัน ๒–๓ ท่าน เกี่ยวกับกรณีนี้เปึนห่วงครับ เปึนห่วงว่า เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอย่างไร เพราะเกษตรกรที่ได้มีโอกาสมาพบผมหลังจากที่ ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ผมยังปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ได้ แล้วมีเกษตรกรมาร้องเรียนต่อกรณีเรื่องนี้ว่า ได้มีเพื่อนสมาชิกของพวกเรานี้ล่ะครับ ไปบอกว่ารัฐบาลจะแจกโค แจกให้ฟรีให้เอาไปเลี้ยง แล้วพอครบ ๑ ป้ ก็ให้แจ้งมาที่บริษัท เอสพีวีว่าจะขายโค เอสพีวีก็จะมาซื้อโคนั้นแล้วก็จะจ่ายเงินให้กับเกษตรกร นี่คือความ เข้าใจของเกษตรกรครับ แล้วเกษตรกรก็ได้เล่าให้ผมฟังอีก เล่าให้ฟังว่าเมื่อเขารับไปเลี้ยง หลังจากครบ ๑ ป้ ได้พยายามติดต่อกับบริษัทเอสพีวีให้มาซื้อวัว เนื่องจากไม่สามารถที่จะ เลี้ยงต่อไปได้แล้วเนื่องจากค่าใช้จ่ายมันสูง ก็ปรากฏว่าบริษัทเอสพีวีนั้นไม่มาดําเนินการ ตามข้อตกลง เขาจึงเอาวัวนั้นไปขายให้กับบุคคลอื่น แล้วต่อมาบริษัทเอสพีวีก็มาเรียกร้อง เอาโคคืน เมื่อไม่ได้ก็ไปดําเนินการฟัองร้องว่าเขายักยอกทรัพย์ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ครับ เปึนเรื่องใหญ่ตรงที่ว่าความเข้าใจของเพื่อนเกษตรกรที่รับโคไป กับความเข้าใจของภาครัฐ ที่ได้ดําเนินการนโยบายเรื่องนี้เข้าใจต่างกันหรือไม่ หรือบุคคลอื่นไปสื่อสารแล้วทําให้เกิด ความเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้แนวทางในการแก้ไขทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันครับว่าจะให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย เราจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดู ข้อเท็จจริงว่ากรณีดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาของฝ์ายใด หากว่า เกษตรกรไม่ได้ทําผิดสัญญาทางกระทรวงจะให้ความช่วยเหลือต่อไปครับ และทาง ฝ์ายรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่ครับ ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนให้เพื่อน สมาชิกได้สบายใจนําไปบอกกับพี่น้องเกษตรกรที่ได้เข้าโครงการนี้ว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง หรอกครับ แล้วก็จะให้ความเปึนธรรมกับทุก ๆ ฝ์าย นี่คือ ๓-๔ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิก ได้ให้ความสนใจและอภิปรายกันมากที่สุด

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่กระผมไม่ได้ตอบในวันนี้กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว และกระผมอยากจะกราบเรียนย้ําครับ รัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งครับ เปึนรัฐบาลที่มาจากประชาชนครับ เสียงของประชาชนที่ส่งผ่านเพื่อนสมาชิกคือเสียง สวรรค์ จะไม่ใช่เสียงเงียบหรอกครับ และเสียงของท่านทุกเสียงนั้นจะมีความหมาย อย่างยิ่งกับรัฐบาลชุดนี้ครับ เราจะร่วมมือกันครับในการที่จะสะท้อนความรู้สึกและ ความเปึนจริงตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยกัน ผมยังเชื่อมั่นครับ การแก้ปัญหาของประเทศนั้นไม่มีระบบไหนดีไปกว่าระบบรัฐสภาหรอกครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ครับ

นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คงจะขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพราะว่าในขณะนี้การประชุมในวันนี้ก็ล่วงเลยมาเกือบ ๑๔ ชั่วโมงแล้วนะครับ ก็คงจะได้ มีการสรุปเปึนประเด็นที่เปึนที่สนใจเพียงประเด็นเดียวนะครับ แต่ก่อนอื่นต้อง ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านที่ได้กรุณาให้คําแนะนํา ข้อติติงข้อที่จะให้ได้มีการ ระมัดระวังในการดําเนินงานทางด้านนโยบายทางด้านการเงินการคลัง แล้วผมคิดว่า ประเด็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจเปึนประเด็นปัญหาที่ประชาชนทุก ๆ คนได้มีความกังวลและ ห่วงใยอยากจะเห็นทุก ๆ ท่าน ทั้งสมาชิกผู้ทรงเกียรติและทั้งคณะรัฐมนตรีได้ร่วมแรง ร่วมใจกันเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศให้ลุล่วงไปได้ เพราะฉะนั้น ข้อแนะนําต่าง ๆ ก็จะเปึนประเด็นที่ทางกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้รับไปเพื่อจะดําเนินการต่อไปนะครับ ผมคงจะเท้าความสั้น ๆ ว่าปัญหาเรื่องเกี่ยวกับ เศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อพวกเราทุก ๆ คนในช่วงที่ผ่านมาก็เปึนเรื่องโครงสร้างของจีดีพี ของประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควรในช่วงประมาณสัก ๒–๓ ป้ที่ผ่านมา ขณะนี้จีดีพีของประเทศกว่าร้อยละ ๗๓ มาจากการส่งออก ในขณะที่เศรษฐกิจ ภายในประเทศไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการบริโภคภาคเอกชนก็ดี เรื่องการลงทุนของภาคเอกชนหรือการใช้จ่ายภาครัฐ ได้มีบทบาทสําคัญเพียงแค่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ามีโครงสร้างที่น่าเปึนห่วง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เกิดขึ้นเนื่องจากว่า ความเชื่อมั่นในการบริโภคก็ดี การลงทุนก็ดี ในช่วงที่ผ่านมามีปัญหา ถ้าหากได้มีโอกาส ไปดูตัวเลขบางตัวเลขก็จะเห็นความชัดเจนนะครับว่า การลงทุนของภาคเอกชนในช่วง ๑–๒ ป้ที่ผ่านมามีการระงับหรือชะลอการลงทุนไป อุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ก็ดี หรือทางด้านที่เกี่ยวกับทางด้านเคมี มีการใช้กําลัง การผลิตไปถึงกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าไม่มีการเริ่มต้นลงทุนใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ก็แสดง ให้เห็นว่าความมั่นใจที่จะลงทุนเพื่อที่จะได้มีการผลิตเพื่ออนาคตในช่วงที่ผ่านมา หดหายไป เพราะฉะนั้นอยากจะกล่าวได้ว่าประเด็นปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจในช่วง ที่ผ่านมาก็คือประเด็นเรื่องความเชื่อมั่น ทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ความเชื่อมั่นของ นักลงทุน ก็เปึนหน้าที่ของทางรัฐบาลที่จะทําหน้าที่ในการที่จะนําความเชื่อมั่นนั้นกลับคืน มาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมเชื่อว่าหลายสิ่งหลายอย่างก็คงเปึนเรื่องที่ต้องเร่งดําเนินการ ต่อไป แต่มีเรื่องหนึ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้มีการพูดถึงก็คือ เรื่องเกี่ยวกับมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนเรื่องที่มีการพูดถึงในสังสาธารณะ ในช่วง ๑-๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ ผมก็คงจะกราบเรียนว่ามาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้เริ่มใช้กันตั้งแต่เมื่อปลายป้ ๒๕๔๙ ก็เปึนมาตรการที่มีความเห็น ที่แตกต่างหลากหลายกัน แล้วแต่ว่าผู้ที่ได้ให้ความเห็นนั้นได้มองจากมุมใด เพราะว่า หลาย ๆ ท่านเองก็อาจจะบอกว่ามาตรการนี้ขณะนี้ก็มีการผ่อนคลายไปพอสมควรแล้ว เหลือเฉพาะการกันสํารองเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้ เพราะฉะนั้นการยกเลิกไม่น่าจะ มีปัญหา และที่บางท่านเองก็บอกว่าการยกเลิกน่าจะเปึนปัญหาที่ทําให้เกิด การเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้ามาสู่ประเทศไทยแล้วจะเกิดปัญหาเรื่องเกี่ยวกับค่าเงินบาท ซึ่งก็ เปึนเรื่องที่เปึนความเห็นที่แตกต่างกัน บางท่านก็บอกว่าการยกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ น่าจะรออีกสักระยะหนึ่ง อาจจะรอสัก ๖ เดือน เพื่อให้สถานการณ์ ทางด้านการลงทุนของประเทศดีขึ้นกว่านี้ เพื่อผลกระทบในเรื่องค่าเงินบาทจะได้ไม่มี ผลกระทบอย่างรุนแรง แต่บางท่านก็บอกเหมือนกันว่าถ้าหากรอไปอีก ๖ เดือน ก็ไม่ได้มี ความมั่นใจว่าการลงทุนภาคเอกชนจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะว่าตราบใดก็ตามที่ไม่มีการส่ง สัญญาณที่แสดงถึงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยต้อนรับการลงทุนของภาคเอกชน ไม่ว่าจะ เปึนชาวต่างชาติหรือในประเทศก็ดี การส่งสัญญาณอย่างนั้นถ้าไม่มี ๖ เดือนข้างหน้า ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นก็จะได้เห็นว่าความเห็นในเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องที่มี ความแตกต่างกันอย่างมาก ผมกราบเรียนได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีการปรึกษาพูดคุย กับทางธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็จะกราบเรียนยืนยันว่าในส่วนของกระทรวง การคลังเองเรามีความเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีอิสระในการดําเนินการทางด้าน นโยบายทางด้านการเงิน แต่ในขณะเดียวกันการทํางานร่วมกัน การมีนโยบายการเงิน การคลังที่ประสานสอดคล้องกันน่าจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติในภาพรวมมากกว่า ก็คงจะกราบเรียนได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาการปรึกษาหารือพูดคุยระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยเปึนไปในทิศทางที่น่าจะทําให้มีการมองภาพรวม ที่สอดคล้องและเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ก็คงจะเรียนว่าขณะนี้ ขั้นตอนของการดูแลเรื่องมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ในขั้นตอนของการที่ทาง กระทรวงการคลังได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทางธนาคารแห่งประเทศไทยในประเด็นต่าง ๆ ที่เราเชื่อว่าจะทําให้การตัดสินใจไม่ว่าจะออกมาในรูปไหนก็ตามจะทําให้เกิดความเชื่อมั่น และผลกระทบในทางที่เปึนทางลบมีเกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่เปึนไปได้

ผมเองอยากจะเรียนว่าในหลาย ๆ เรื่องอาจจะไม่สามารถที่จะพูดในทาง สาธารณะได้ชัดเจนนัก เพราะว่าในบทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การที่จะ กระทําอะไรก็จะต้องยึดหลักในแง่ของการที่รอบคอบ ละเอียด ถี่ถ้วน ขณะเดียวกัน ก็จะต้องระมัดระวังในการให้ข่าวสารให้ข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องของการที่จะทํา ให้เกิดการเก็งกําไร การคาดการณ์ไปล่วงหน้าหรือเปึนผลเสียในภาพรวมต่อเรื่องระบบ การเงินการคลังของประเทศ เพราะว่าผมเชื่อว่าการร่วมมือกัน การแสดงความเห็นเพื่อที่จะหาข้อสรุปที่ดีที่สุดกับ ประเทศน่าจะเปึนสิ่งที่ดีที่สุดสําหรับประเทศไทยในตอนนี้ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีมิ่งขวัญ เชิญครับ

(นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (กรุงเทพมหานคร) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านกรณ์มีอะไรครับ เปึนประเด็นพาดพิงหรือว่าเปึนเรื่อง

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมขออนุญาตหารือท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

หารือ

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ครับ ขออนุญาตหารือ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

พอดี กระทรวงการคลังก็เปึนกระทรวงใหญ่ แล้วก็ประเด็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เศรษฐกิจของบ้านเราก็ถือว่าเปึนประเด็นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประเด็นหนึ่ง ณ วันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้อ้างถึงเวลาที่ล่วงมาเยอะนะครับในการประชุม วันนี้ แต่ท่านก็ได้ใช้สิทธิไปประมาณเพียงแค่ ๘ นาทีเอง ในการที่จะชี้แจงต่อคําถาม มากมายที่ผู้ร่วมอภิปรายในส่วนของทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์เองก็ร่วม ๒๐ กว่าท่านแล้วนะครับ แล้วประชาชนเองก็ให้ความสําคัญค่อนข้างมากกับหลาย ๆ คําถามที่ผมคิดว่าสําคัญ ณ วันนี้ที่เรารอจะได้รับคําตอบ ผมขออนุญาตเรียนคําถาม ๒ คําถามเท่านั้นเองครับ

ลําดับแรก นโยบายการใช้เงินของทางรัฐบาลก็เปึนที่ประจักษ์นะครับว่า มีมาตรการที่จะลงทุนทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ใช้เงินนับล้านล้านบาท ซึ่งก็มีคําถาม จากทั้งพวกผม แล้วก็ทางท่าน สนช. สื่อมวลชน ประชาชนโดยรวมว่าแหล่งเงินทุนนี้จะมา จากไหน เพราะดูเหมือนว่าไม่น่าจะเพียงพอต่อแผนการลงทุนของรัฐบาล ซึ่งผมคิดว่า นี่เปึนคําถามที่สมควรที่จะมีคําตอบให้กับพวกเราในสภา ณ วันนี้ นอกจากนั้นก็มีในเรื่อง ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนโยบายทางเศรษฐกิจที่ทางพรรคร่วมรัฐบาลได้เคยนําเสนอ ต่อพี่น้องประชาชน ก็มีหลาย ๆ นโยบายที่มีผลโดยตรงต่อความเปึนอยู่ทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็ ยังไม่ได้มีคําตอบเช่นเดียวกันครับท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมคิดว่า ให้ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีมิ่งขวัญตอบ แล้วสักครู่หนึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุรพงษ์ จะตอบก่อน ตอบเลยครับ

นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็คงตอบสั้น ๆ คงไม่ได้เปึนปัญหาว่าเรื่องเวลามาเปึน ข้ออ้างในการที่จะไม่ตอบ แต่ก็ต้องเรียนว่าเปึนปัญหาของเวลาจริง ๆ เพราะว่า ถ้าหากตอนนี้ก็เหลือท่านรองนายกรัฐมนตรีมิ่งขวัญกับท่านนายกรัฐมนตรีที่จะต้อง ได้มีการให้ข้อมูลกับทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติต่อไป

ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ ก็เรียนได้ว่าเมกะโปรเจกต์ ก็จะเปึนกลไกอย่างหนึ่งที่จะทําให้การกระตุ้นความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของไทยเกิดขึ้น ผมเรียนได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาก็มีผู้ที่เปึนนักลงทุนจากต่างชาติก็แวะเวียนเริ่มมาพูดคุย แล้วก็บอกว่าการส่งสัญญาณในเรื่องของการลงทุนเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล ไม่ว่า จะเปึนเรื่องรถไฟฟัาก็ดี เรื่องรถไฟความเร็วสูงก็ดี เรื่องระบบการจัดการน้ําก็ดี หรือแม้แต่ เรื่องระบบสาธารณสุข ระบบการศึกษา ก็เปึนการส่งสัญญาณเปึนที่ชัดเจนว่า การลงทุนของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมาซึ่งไม่ได้เปึนเครื่องยนต์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการเริ่มพยายามที่จะทําให้เครื่องยนต์เครื่องนี้ได้กลับมาเดินหน้าอีกครั้งหนึ่ง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ต่อข้อถามของท่านสมาชิกที่ห่วงใยว่าเงินทุนจะมาจากไหน ท่านเอง ได้พูดว่าในเรื่องของการลงทุนที่เปึนหนี้สาธารณะไม่ควรจะเกิน ๕๐เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งก็เปึนเรื่องที่ได้มีการกําหนดเปึนเปัาหมายไว้ ถึงแม้ว่าในประเทศพัฒนาเองเขาจะมี การยกระดับว่าหนี้สาธารณะสามารถจะขึ้นไปถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีก็ตาม แต่ว่า ในสําหรับประเทศไทยเองเราได้มีมาตรการทางด้านการคลังอย่างเข้มงวดว่าเราจะไม่ทํา ให้หนี้สาธารณะเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ขณะนี้ถ้าหากเราลงทุนทุก ๆ อย่าง อย่างที่ท่านบอก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องรถไฟฟัา รถไฟความเร็วสูงก็ตามคงต้องใช้เงินจํานวน มหาศาล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะลงทุนทุกอย่างภายใน ๑ ป้หรือ ๒ ป้ข้างหน้าจะ มีการวางแผนการลงทุน การจัดลําดับความสําคัญ แล้วก็รวมทั้งการวางแผนของการที่จะ หาเงินทุนมาเปึนขั้นเปึนตอน รถไฟฟัาอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกไว้ก็คือว่าอาจจะ ต้องใช้เวลาประมาณ ๓–๔ ป้กว่าที่โครงการจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นขั้นตอนของ การที่จะจัดหาเงินทุนก็จะมีการจัดหาเปึนลําดับไป และนอกเหนือจากการที่จะหาโดยที่มี การใช้งบประมาณของรัฐเอง หรือการที่จะหาจากเงินออมในประเทศ การจัดหาแหล่ง เงินกู้ก็ยังมีช่องทางในการที่จะได้เงินทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนของการที่เรามี การลงทุนร่วมระหว่างรัฐกับเอกชนหรือพับลิค ไพรเวิท พาร์ทเนอร์ชิพ (Public Private Partnership) นั่นก็เปึนอีกทางหนึ่งซึ่งสามารถจะหาแหล่งเงินทุนได้ ก็เรียนได้ว่าเราคํานึงถึงเรื่องการที่ จะมีวินัยทางด้านการเงินการคลังว่าจะไม่ให้หนี้สาธารณะเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ว่าก็จะต้องมีการจัดลําดับความสําคัญ แล้วก็รวมทั้งการหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยไม่มีปัญหาทางด้านวินัยการเงินการคลังครับ ก็คงจะเรียนสั้น ๆ เพียง เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวเวลาจํากัด

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมขออนุญาตสั้น ๆ จริง ๆ ครับท่านประธาน ด้วยความเปึนห่วงนะครับ ขออนุญาต เพื่อนสมาชิกในสภานะครับ พอดีเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญ ผมจะขออนุญาตไม่ใช้เวลาของ พวกเรามากเกินไป ที่ผมเรียนว่าเรื่องนี้ด้วยความเปึนห่วงอยากที่จะเรียนเพิ่มเติม ก็เพราะว่าจํานวนเม็ดเงินที่เราพูดถึงมันเยอะจริง ๆ แล้วก็อย่างการลงทุนในโครงการ ระบบขนส่งมวลชนที่ท่านรัฐมนตรีได้อ้างว่าจะใช้เวลาประมาณ ๓-๔ ป้ สมมุติว่าจริง ไม่สามารถที่จะทําไปหาเงินไปได้ครับ ต้องมีแผนลําดับในแง่ของการจัดหาแหล่งทุน ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะมันไม่ใช่มีโครงการนี้โครงการเดียว ท่านได้พูดถึงการทําอุโมงค์น้ํา ท่านได้พูดถึงการทํารถไฟรางคู่ ขยายจากมิดเดิล เกท (Middle gate) เปึนสแตนดาร์ด เกท ใช้เงินนับหลายล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ผมขอวิงวอนนะครับ ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้จัดคิวของการจัดหาเงินทุน จัดลําดับในแง่ ของการลงทุนให้มีความชัดเจน เพื่อนักธุรกิจนักลงทุนจะได้มีความเชื่อมั่นในการลงทุน และการทําธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้นนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรี อาจจะส่งเอกสารภายหลังนะครับ เพราะเราต้องเจอกันที่สภาทุกสัปดาห์นะครับ ผมว่าเวลามันค่อนข้างจํากัด ท่านติดใจประเด็นใดเดี๋ยวจะได้ชี้แจงกันต่อได้ ผมขอ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมิ่งขวัญเลยครับ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับ ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เปึนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ต้องบอกเปึน ประสบการณ์ครั้งแรกที่ผมเข้ามานั่งร่วมประชุมในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ แล้วก็ได้ฟังมา ตลอด ๓ วัน เท่าที่ผมประเมินได้ ความรู้สึกของเพื่อนสมาชิกโดยรวมจะเปึนห่วงเกี่ยวกับ เรื่องเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงพาณิชย์ก็เปึนเรื่องค้า ๆ ขาย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากพูดให้ทุกคนสบายใจ คืนนี้จะได้นอนหลับฝันดีนะครับ ขออนุญาต พูดภาพรวมเศรษฐกิจโดยสั้น ๆ พอเข้าใจดังต่อไปนี้นะครับ หลายคนกังวลใจเรื่องเกี่ยวกับ ปัญหาของอเมริกา ปัญหาเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ถดถอย เรื่องค่าเงินบาท ค่าเงินดอลลาร์ หรือปัญหาเรื่องราคาน้ํามัน แล้วก็โยงมาถึงเรื่อง ตลาดส่งออกของไทยว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ อยากจะกราบเรียนว่าอย่างนี้นะครับ เหตุผลถามว่าเราควรจะต้องกังวลใจสิ่งเหล่านี้หรือไม่นะครับ ในเบื้องต้นก่อนแน่นอน เราค้าขายออกไปทั่วโลก เงิน ๗๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ที่เราค้าขายกับคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเปึน ค้ากับจีน กับฝรั่ง กับแขก กับอเมริกัน เราใช้เงินดอลลาร์ เพราะฉะนั้นแน่นอนถ้าเงิน เขาอ่อนเงินเขาแข็งมีผลกระทบกับเงินเราแน่นอน ซึ่งอันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ก็ประสานงานได้คุยกันกับทางกระทรวงการคลังด้วย แล้วก็แนะนําบรรดา เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ส่งออกทั้งหลายว่า ถ้าไม่จําเปึนหลีกเลี่ยงค้ากับแขกก็ใช้เงินแขก ค้ากับจีนก็ใช้เงินหยวนอะไรอย่างนี้เปึนต้นนะครับ

ในส่วนที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับตลาดส่งออก ปกติตลาดส่งออกที่เราส่งออกไปนี่ ถ้าถามว่าเราส่งออกขายไปทั่วโลกประเทศอะไรเยอะที่สุด ตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง ของไทย ก็คือสหรัฐอเมริกา ต้องบอกว่าสิ่งที่เรากําลังทําอยู่ก็คือกับอเมริกาก็ยังคง ค้าขายอยู่ ถ้าเขามีเงินน้อยเขาซื้อของเราน้อยลง เราก็ต้องหาตลาดส่วนอื่นมาชดเชย เพราะฉะนั้นนโยบายในการหาตลาดใหม่ หรือทุกประเทศที่เรามีทูตพาณิชย์อยู่ประเทศ ไหนที่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ตัวเลขไม่เยอะ เราจะทบทวนตัวเลขแล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพ ของปริมาณในการขายมากขึ้น คราวนี้มาพูดถึงในแง่ของเศรษฐกิจโดยรวมอะไรที่เรา น่าเปึนห่วงสําหรับประเทศนะครับ ผมอยากจะเปรียบเทียบให้ท่านฟังด้วยคําพูดง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ถ้าท่านเปึนหัวหน้าครอบครัว ท่านเปึนประธานบริษัท หรือท่านเปึนผู้บริหาร ประเทศเหมือนที่คณะรัฐมนตรีกําลังบริหารประเทศอยู่ ณ ปัจจุบันนี้นะครับ ตัวเลข ๓ ตัวที่ท่านต้องตระหนักถึงก็คือ ข้อ ๑ ท่านจะหารายได้ได้จากที่ไหน ตัวเลขกลุ่มที่ ๒ ก็คือท่านจะลดค่าใช้จ่ายท่านได้อย่างไร แล้วตัวเลขตัวที่ ๓ ท่านเหลือเงินในกระเปิาเท่าไร แน่นอนที่สุดมีเงินเหลือมากเท่าไรก็ยิ่งมั่งคั่งเท่านั้น สําหรับตัวเลขของรายได้อยากจะบอก ก่อนว่ามีอินดิเคเตอร์ (Indicator) หรือมีตัวชี้วัด หรือมีตัวบางอย่างที่น่าสนใจอยู่ประมาณ ๔-๕ ข้อนะครับ

ข้อแรกก่อนก็คือ เงินลงทุนอุตสาหกรรม หรือเรียล เซคเตอร์ (Real sector) ตรงนี้ต้องบอกก่อนนะครับเปึนตัวเงินที่สําคัญที่สุด บริษัทรถยนต์เอาเงินมาลงทุน บริษัทอุตสาหกรรมเอาเงินมาลงทุน เงินก้อนนี้จะไหลเข้าประเทศครั้งละเปึนหมื่นเปึนแสน หรือเปึนล้านล้านบาท อันนี้จะทําให้ประเทศเรามั่งคั่ง ผมหมายเหตุท่านไว้นิดหนึ่งนะครับ ป้นี้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้พูดมาตั้งแต่ป้ที่แล้วและบอกว่า ป้ที่แล้วเผาหลอก ป้นี้ จะเผาจริง แต่ผมกําลังจะบอกท่านว่า ถ้าท่านรู้ตัว สมมุติท่านเปึนนักเรียนท่านเรียน หนังสืออยู่ แล้วท่านรู้ตัวว่าท่านจะสอบไม่ได้คะแนนดีหรือสอบตก สิ่งที่ดีที่สุดก็ต้อง ท่องหนังสือ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ฉันใดก็ฉันนั้นนะครับ บอกเลยนะครับ ผมจะพูด ตรงกันข้ามว่า ตรงกันข้ามป้นี้เปึนโอกาสทองของประเทศไทยด้วยซ้ํา ถ้าเราจะ สมัครสมานสามัคคีสมานฉันท์ แล้วก็ไปช่วยกันออกไปหาตลาดนะครับ เดี๋ยวผมจะ ทิ้งประเด็นแล้วผมจะกลับมาบอกอีกครั้งหนึ่ง

ข้อที่ ๒ เงินที่จะไหลเข้า แล้วมีผลเร็วที่สุดก็คือเงินจากการท่องเที่ยว คนต่างชาติเข้ามาเที่ยวเอาเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศเรา คนขับแท็กซี่ คนขับตุ๊กตุ๊ก ช็อปปุ่ง ซื้อของ ร้านอาหาร ป้หนึ่งเราได้เงินหลายแสนล้านบาทจากตรงนี้ สนามบิน ก็สร้างเสร็จแล้ว เงินท่องเที่ยว ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า ควิค มันนี (Quick money) ควิค แปลว่า เร็ว มันนี แปลว่า เงิน ก็เงินเข้ามาเร็ว ๆ โฆษณาดี ๆ ประชาสัมพันธ์ ประเทศดี ๆ เผลอ ๆ อีก ๓–๔ เดือน ๕–๖ เดือน เงินไหลเข้ามาแล้ว

ข้อที่ ๓ อันนี้คงเปึนงานที่ตรงกับทางด้านกระทรวงพาณิชย์โดยตรงของผม ก็คือเงินที่เปึนรายได้จากการส่งออก จะส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ส่งออกผลิตผลทาง การเกษตร ซึ่งเดี๋ยวผมจะขยายภาพให้ฟังนะครับ

เงินที่ ๔ ก็อย่างที่คุณหมอสุรพงษ์ได้เล่าให้ฟังแล้ว เปึนตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ เงินที่เข้ามาซื้อพันธบัตรต่าง ๆ ๓–๔ ข้อนี้คือส่วนของรายได้นะครับ

ผมอยากจะกระโดดไปข้อ ๒ ใหญ่นิดหนึ่งครับ ค่าใช้จ่าย ถ้าท่านประหยัด ประหยัดตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยอาจจะไม่เกิดผล ผลกระทบในเชิงบวก ความหมายที่ดี ก็คือประหยัดแล้วทําให้ชาติเรามั่งคั่งเร็วที่สุด ผมขอกาดอกจันไว้ ๓ ดอก แล้วบอกเพื่อน สมาชิกกับคนทั้งประเทศ ก็คือการประหยัดที่เกิดจากพลังงาน สมมุติเราบอกประหยัด พลังงาน ถามว่าทําไมถึงต้องมาเน้นตรงพลังงาน ท่านลองฟังตัวเลขดูนะครับ เราเก็บ ภาษีได้ เราได้เงินจากรัฐวิสาหกิจ เราได้เงินจากทุกอย่างมาแล้วมาตั้งเปึนงบประมาณชาติ ป้นี้เราตั้งไว้อยู่ที่ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท จ่ายเงินเดือนข้าราชการเมกะโปรเจกต์หรืออะไร ก็แล้วแต่ที่เรากําหนดเอาไว้ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท คําถามถ้าเกิดสมมุตินะครับรัฐบาลนี้ ใจดี แล้วบอกให้ประชาชนทั้งประเทศเลย บอกตั้งแต่พรุ่งนี้เปึนต้นไปท่านใช้รถไม่ว่า จะเปึนรถดีเซล รถเบนซิน เอาใบเสร็จมาเบิก เราจ่ายค่าน้ํามันให้ ท่านทราบไหมครับว่า ตัวเลขค่าพลังงานจากน้ํามันตกประมาณป้ละเท่าไร ๘๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๑.๐ ล้านล้านบาท ท่านเทียบดูนะ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท เท่ากับ ๒ ใน ๓ ท่านหมดไป กับค่าพลังงานแล้ว เพราะฉะนั้นแนวคิดยุทธศาสตร์ตั้งแต่ต้นมา แล้วก็ ๖ พรรคก็ได้คุยกัน หลายครั้งแล้ว ก็คือยุทธศาสตร์เรื่องการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งอันนี้ผมใคร่ขอกราบเรียน ให้พวกท่านได้ทราบว่า เปึนแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย เช่น โครงการไบโอดีเซล โครงการแก๊สโซฮอล์ มันจะเชื่อมโยงไปหมดนะครับ ไบโอดีเซล ถามว่าเปึนอะไร มันก็ไปโยงการปลูกปาล์มน้ํามัน ทดแทนน้ํามันที่ต้องนําเข้าแก๊สโซฮอล์ อ้อย ถามว่าแล้วมันจะไปเกี่ยวอะไร ท่านดูราคาดี ๆ นะครับ อ้อยตอนนี้ราคาตันละ ๖๓๐ บาท ๖๔๐ บาท คนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้หลายล้านคน สมมุติเราบอกว่า อี ๑๐ (E ๑๐) อี ๒๐ (E ๒๐) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้บอกเรื่องน้ํามัน แก๊สโซฮอล์มันจะก่อให้เกิดอะไรขึ้น ผมอธิบายสําหรับท่านที่อาจจะยังไม่เข้าใจพลังงาน ลึกซึ้งนะครับ สมมุติน้ํามัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แทนที่ด้วยแอลกอฮอล์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเรียก อี ๒๐ เพราะฉะนั้นท่านไปถามวิศวกรรถยนต์ อู่รถยนต์ที่ท่านใช้อยู่ ได้ อี ๑๐ หรือ อี ๒๐ ทีนี้ถ้าอี ๒๐ ความหมายคืออะไร ก็พูดง่าย ๆ นะครับ น้ํามัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แทนที่ด้วยแอลกอฮอล์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้มันไปเกี่ยวอะไร มันไปเชื่อมโยงอะไร ท่านก็ประหยัดน้ํามันให้ชาติได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว กระเปิาท่าน ลิตรละ ๖ บาท อันนี้ตัวเลขบวกลบแล้วแต่ยี่ห้อนะครับโดยประมาณ แต่ที่สําคัญนะครับ อ้อยถูกนํามาใช้ในการทําแอลกอฮอล์จากตันละ ๖๐๐ บาท ๖๓๐ บาท อาจจะขึ้นเปึน ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐ บาท อันนี้ โอกาสเชื่อมโยงทางธุรกิจอย่างนี้ เราพูดเราคิดเปึนภาพใหญ่ ผมอยากเอาชาร์ท (Chart) แผ่นหนึ่งซึ่งผมว่าตลอดเวลาของการหาเสียง ผมจะใช้ชาร์ทแค่ ๒-๓ แผ่น เพื่อจะเตือน ความจําพวกท่าน นโยบายที่รัฐบาลได้เขียนมาทั้งหมดนี่นะครับ แล้วเรามีการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กันนี่จะ ๒๖ หน้าบวกส่วนปกิณกะ กฎหมายประกอบอะไร ๔๐ กว่าหน้า สิ่งที่ผมว่าเดี๋ยวสักครู่หนึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ก็คงจะได้กล่าว ภาพรวมให้เห็น ผมอยากชี้ให้ท่านดูนะครับ ภาพนี้เปึนภาพที่ผมใช้อยู่ประจํา ประชากร ของประเทศ ๘๕ เปอร์เซ็นต์จาก ๖๔ ล้านคน ท่านต้องยอมรับนะครับ อยู่ในสถานภาพ ปานกลางลงไปยากจน ฉะนั้นแน่นอนที่สุดนะครับ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ วิสัยทัศน์ต่าง ๆ สิ่งที่เราทําต่าง ๆ จะมุ่งเน้นดูแลคนกลุ่มนี้ ซึ่งถ้าคนกลุ่มนี้อยู่ไม่ได้นะครับ ข้างบนจะพัง ลงมาอันนี้เปึนสิ่งที่ต้องตระหนักร่วมกันครับ ทีนี้กลับมาขอไปพูดอีกบางอย่างนะครับ ผมอยากย้อนไปพูดถึงเรื่องเมื่อสักครู่เราบอกว่า ถ้าเราช่วยกันพลังงานนะครับ พลังงาน ทดแทนต้องเข้ามา แต่มันก็จะไปเชื่อมโยงอีก อุตสาหกรรมอีก ถ้าสมมุติเราพัฒนาไปถึง ขีดหนึ่งนะครับ พระราชดํารัสเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ แนวพระราชดําริว่า อี ๑๐ อี ๒๐ จะขึ้นไป อี ๘๕ หรือ อี ๑๐๐ รถถึงช้าไม่เปึนไร ทุกวันนี้ ท่านต้องตระหนักอีกอย่างนะครับ เราควักเงินออกมาซื้อน้ํามัน น้ํามันมาจากตะวันออก กลางผ่านอเมริกามาสิงคโปร์แล้วมาไทย สมมุติลิตรละ ๓๔ บาท เนื้อ ๆ สด ๆ ท่านควัก ออกไป โอกาสมีการพัฒนาทดแทนโดยไบโอดีเซล ด้วยแก๊สโซฮอล์ แต่อีกอันหนึ่งที่น่าพูด ถึงนะครับ อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องมีคนกล้าทุบโต๊ะ พร้อม ๆ กับอีกคนหนึ่งต้องทุบโต๊ะ เรื่องพลังงานไปพร้อมกันคืออะไรครับ รถยนต์พลังงาน ๒ ระบบ อเมริกาเขามีรถไฮบริด (Hybrid) ใช้แล้ว ไฮบริดคืออะไรครับ รถที่เกิดจากพลังงานที่ใช้น้ํามันและไฟฟัา แต่ถ้าเรา มีแก๊สธรรมชาติ อันนี้ผมเรียนเลยนะครับ ผมได้คุยกับวิศวกรพลังงาน ได้คุยกับ ปตท. คุยกับอะไรเยอะมากแล้ว อ่าวไทย อ่าวเมาะตะมะ อ่าวไทยเรามี ๑๑ หลุม อ่าวเมาะตะมะ เรามี ๗ หลุม ถ้าตัวเลขที่เขาบอกแล้วไม่ผิดเพี้ยนนะครับ ฝัืงละ ๓๐ ป้ ท่านไม่ต้องไปคิด เพื่อคนอนาคตข้างหน้า ต้องมีคนกล้าทุบโต๊ะอุตสาหกรรมรถยนต์ว่าคุณเอารถ ๒ พลังงานเข้ามาใช้ ๑. คือพลังงานน้ํามัน ๒. พลังงานแก๊สธรรมชาติ ตรงนี้นะครับ ท่านดู ตัวเลข ๑.๐ ล้านล้านบาท ถ้าเราประหยัดไป ๕ แสนล้านบาท ท่านไม่ต้องคิดอะไรมาก นะครับ เงินอันนี้ เอาไปช่วยเหลือคนยากคนจน เอาไปทําอะไรอย่างอื่น หรือสิ่งที่เรากําลัง จะทํากันนี่ได้ตั้งเยอะแยะ ผมย้อนกลับนะครับ ผมอยากกาดอกจันก่อนจะผ่านว่า ค่าใช้จ่ายกระทรวงพลังงาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เกริ่นไปแล้วหลาย อย่าง เราจะร่วมมือกันกลับไปดูเรื่องตรงรายได้ ตรงนี้อยากให้ท่านได้เห็นโอกาสอะไร บางอย่าง ผมขออนุญาตให้ดูสไลด์ (Slide) อีกแผ่นหนึ่ง ท่านคงนึกว่าอยู่เฉย ๆ ไม่มีอะไร จะทําหรือมาระบายสีเล่น ผมเรียนท่านนะครับ อันนี้เปึนเพียงตัวอย่าง ท่านอย่าเชื่อ ในตุ้ม ๔ อันนี้นะครับ มันอาจจะมี ๖ อัน ๘ อัน ๑๒ อัน ความจริงมันมี ๓-๔ เวอร์ชัน (Version) ผมยกตัวอย่างให้ท่านเข้าใจได้ง่าย ๆ ทําไมผมกล้าบอกว่าป้นี้เปึนป้ทองของ ประเทศไทย ถ้าเรารู้จักฉกฉวยโอกาส ท่านลองฟังคําอธิบายง่าย ๆ ญี่ปุ์นกําลังแข่งขันกับ เกาหลีกับจีน สิ่งที่ญี่ปุ์นสู้ไม่ได้โดยเด็ดขาดก็คือค่าแรง ค่าครองชีพ ถามว่ามันเกี่ยว อะไรกัน แท็กซี่บ้านเราขึ้นไปนั่ง ๓๕ บาท มิเตอร์ญี่ปุ์น ๗๑๐ เยน ท่านคูณดูว่าเปึนเงิน เท่าไร ก็ตกประมาณสัก ๒๐๐ กว่าบาท ก๋วยเตี๋ยวเรา ๑ ชาม เราบ่นกันนะครับ ๓๐ บาท ๓๕ บาท ๔๐ บาท ของเขา ๑,๐๐๐–๑,๕๐๐ เยน ตกประมาณ ๔๐๐ บาท บวกลบ ทุกสิ่งทุกอย่างก็แพงหมด ถ้าเขาจะแข่งกับจีนหรือเกาหลีได้ อุตสาหกรรมครึ่งระบบ อุตสาหกรรมหลัก ๆ มาอยู่ ประเทศเราอยู่แล้ว ป้นี้เราต้องคุยกับเขา วันนี้เราเปึนประชาธิปไตยเต็มที่แล้ว เราเป่ดให้ การลงทุนเชื่อมโยงกันจะเปึนโอกาสทอง ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่ถามว่าต้องไปเกี่ยว อะไร กระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอต้องเป่ดทุกอย่างที่จะคุยกันอย่างชัดเจน เขาอพยพทุนเข้ามาครั้งนี้ ผมบอกเลยนะครับ สมมุติเรายังไม่ดูอีก ๓ จุด ประเทศเรา แข็งแรง กลับมาดูจีนทําไมต้องมา ตรงนี้น่าสนใจ ผมย้ํานะครับ ถ้าท่านพลาดโอกาสป้นี้ และป้หน้าต้นป้ อีกนานกว่าจะกลับมา เพราะจีนมั่งคั่งมา ๑๐ ป้ มีเงินแล้วอยากจะอวด ให้คนเห็น จีนไปอาสาเปึนเจ้าภาพโอลิมป่ก สั่งเครื่องไม้เครื่องมือสร้างรถไฟความเร็วสูง สร้างสนามกีฬา สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง สิงหาคมที่จะถึงจีนจะเป่ดแล้วโอลิมป่ก เครื่องมือ เหล่านั้นต้องหางานให้ทํา แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดสิ่งที่เราคุยกันบอกว่าค่าบาทแข็ง ส่วนหนึ่ง มาจากเงินอเมริกันอ่อน แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากเงินสํารองที่เรามีอยู่ที่ธนาคารชาติ ๑ แสนกว่าล้านบาท ท่านก็คงรู้ตัวเลขอยู่ เรามี ๑ แสนกว่าล้านบาท ค่าบาทเรายังแข็ง อย่างนั้น ท่านรู้ไหมว่าจีนมีเงินอยู่เท่าไร ๓.๔ ล้านล้านบาท ปัญหาของจีนหายใจไม่ออก เงินทับอก เพราะฉะนั้นจีนต้องหาทางเอาเงินออกไปลงทุนต่างประเทศมากที่สุด ไม่อย่างนั้นค่าเงินหยวนเขาก็จะแข็งค่าขึ้น ความได้เปรียบในเชิงการลงทุนกับธุรกิจ เขาจะเสียหายทันที ประเทศที่เขาอยากจะมามากที่สุดตอบได้เลยคือประเทศไทย แน่นอน ความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้อง แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดทําไมจีนอยากมาเมืองไทย ท่านดูตรงนี้ แล้วท่านจะเข้าใจครับ ผมมีอีกแผ่นเดียวที่อยากให้ท่านเห็น ประเทศไทยเปึนประตูสู่ อาเซียน ๑๐ ประเทศ ประชากร ๕๐๐ กว่าล้านคน เปึนตลาดที่มีกําลังซื้อ วันนี้ท่านอย่า ดูถูกคนเอเชีย ๓๐ กว่าป้ที่แล้วผมอ่านตําราเศรษฐศาสตร์ เขาบอกว่าอีก ๓๐ กว่าป้ต่อมา ประเทศในเอเชียจะแข็งแรงและเปึนเศรษฐี ผมบอกเลยตอนนั้นผมอายุ ๒๐ เศษ ๆ ผมคิดว่าไม่จริง แต่วันนี้ท่านถามตัวเองดูญี่ปุ์นรวยหรือเปล่า สิงคโปร์รวยหรือเปล่า เกาหลี รวยไหม จีนรวยไหม อินเดียรวยหรือเปล่า สิงคโปร์รวยไหม มาเลเซียรวยไหม ท่านอยาก อยู่กับที่หรือเปล่า มันต้องถามตัวเองคนไทยทั้งประเทศ ผมว่าวันนี้เปึนโอกาสทอง ปลายป้นี้ คุณหมอสุรพงษ์บอกแล้วเราจะจัดทีมประเทศไทยออกไปโรดโชว์ (Road show) ท่านอย่าว่า พูดโก้ ๆ ถ้าจับมือกันดี ๆ ท่านก็วิป เปึนกรรมาธิการต่าง ๆ เราจะออกไปหาเงิน เข้าประเทศกัน ตรงนั้นเปึนเรื่องสําคัญนะครับ ผมย้ํา ถ้าหลุดโอกาสนี้อีกนานแสนนาน กว่าจะกลับมาอีก อันนี้เปึนโอกาสทองของประเทศ เพราะฉะนั้นเงินลงทุนอุตสาหกรรมก็ดี ขออีกนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวท่านจะบอกว่าอินเดีย ๑,๑๐๐ ล้านคน ประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านคน เปึนเศรษฐี สิงคโปร์พร้อมที่จะเข้ามาอยู่แล้ว ผมเคยพูดให้ฟังบ่อย ๆ สิงคโปร์ผมตั้งฉายา สนุก ๆ เศรษฐีบ้านนอก มีเงินแต่เหมือนเศรษฐีบ้านนอก เพราะอะไร ประเทศเขาเล็กกว่า เกาะภูเก็ตอีก ถ้าเขาเอาเงินไปลงทุนในตลาดอเมริกา ในตลาดจีน หรือในตลาดญี่ปุ์น เขานิดเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเขามาลงตรงนี้จะพอเหมาะกับไซส์ (Size) ขนาดของเงินกับ ประเทศเขา เพราะฉะนั้นนะครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ รัสเซียก็อยากเข้า ตลาดร่วมยุโรป ก็ดูท่าทีอยู่ ที่เรามาบ่นกันบอกว่าเงินไหลเข้าเวียดนามเยอะกว่าเราจริงหรือเปล่า คําตอบ จริงครับ ในรอบ ๓๐ ป้เศษที่เขาเปลี่ยนการปกครองเปึนระบอบคอมมิวนิสต์ แต่เรา จะมาบ่นแล้วมีประโยชน์อะไร วันนี้ถ้าท่านไปที่เวียดนาม ตึกสูงที่สุดในเวียดนามวันนี้ บอกเลย ๓๕ ชั้น แต่ถ้าท่านไปอีกทีอีก ๓ ป้หลังจากนี้ ๗๐–๘๐ ชั้น รถไฟ ไฮสป้ด เทรน (High-speed Train) เผลอ ๆ มาเร็วกว่าเราอีก และนี่เปึนครั้งแรกในรอบ ๓๐ กว่าป้ที่ เงินทุนไหลเข้าเวียดนามเยอะกว่าเรา เราจะด่าใคร เราจะตําหนิใคร เพราะฉะนั้นผมบอกเลยนะครับ นี่เปึนโอกาสของประเทศ คราวนี้ผมอยากจะจบบอกว่า ที่พูดมาทั้งหมดนี่นะครับ อยากบอกว่ามาร่วมมือกันเถอะ มาช่วยกันเถอะ แล้วมาช่วยทํา ให้ประเทศเราแข็งแรง ให้เงินรายได้ของเราในทุกเซกเมนท์ (Segment) ทุกช่องทางนี่ไหล เข้ามา ผมเสียดายที่เวลาไม่มีเยอะนะครับ ผมจะพูดอีกสัก ๒–๓ นาที แล้วผมจะจบเรื่อง ตรงนี้ ผมจะบอกว่าผมอยากมาพูดให้ท่านว่าเรามีโอกาสมันอยู่ที่ตัวเราเองว่าเราอยากได้ มันหรือเปล่านะ ค่าใช้จ่ายผมย้ํานะครับ กระทรวงพลังงาน ถ้าทุกคนไม่ทําอะไรนะครับ มันก็จะเปึนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ก๊าซอยู่ในดินมีไม่ใช้อยากใช้น้ํามันต่างประเทศ ก็ควักเงิน จ่ายไปเปึนเศรษฐีก็แล้วกัน เขาเปึนเศรษฐีนะ ไม่ใช่เราเปึนนะ คราวนี้เรากลับมาจะไม่พูด ถึงกระทรวงพาณิชย์เลยก็คงใช่ที่ ผมยอมรับเมื่อกี้ผมเพิ่งถามท่านรองสมชาย ตกลงตั้งแต่ วันที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมานี่ถึงวันนี้ กี่วัน นับได้ประมาณ ๑๔ วันครับ เกิดมา ในชีวิตผมยอมรับผมไม่เคยเจออย่างนี้ วันนี้มีปัญหาอะไรบ้างครับ หอมแดง หอมขาว กระเทียม หมู หมูแต่ไม่หมูสมชื่อเลย ยากแสนยาก กลับมาปัญหาเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งที่ผมจะตอบให้พ่อแม่พี่น้องที่ถ้าเผื่อท่านยังไม่นอน แล้วท่านดูรายการนี้อยู่นะครับ ผมจะพยายามจัดการทุกอย่างให้อย่างเปึนธรรม คนขายอยากได้ราคาดี คนซื้ออยากซื้อ ของถูก แข็งไปพ่อค้าก็ด่า อ่อนไปคนซื้อของก็ด่า ผมบอกท่านเลยนะครับ วันที่ ๒๒ นี่ ๒๕๙ ผู้ผลิต เราเชิญมาที่กระทรวงพาณิชย์เราจะคุยกัน ทําอย่างไรเรื่องหมูจะทําอย่างไร สินค้าอย่างไร ถ้าโชคดี ผมจะมีข่าวดี ๆ มาบอกให้ท่าน หรือโชคจังหวะเราไม่เจอกันท่านก็ อ่านหนังสือพิมพ์เอาก็แล้วกัน สุดท้ายที่อยากจะบอก เมื่อวานผมได้ยินข่าวว่าปกตินี่ ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้ตลอด ทุกคนถามผมไม่ไปไหนหรือไม่มีอะไรทําในชีวิตหรือ ๓ วันนี่ผมนั่ง อยู่ตรงนี้เกือบตลอด มี ผมขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าผมขอออกไปที่งานหนึ่ง งานเพชร พลอย และอัญมณี อันนี้เปึนของขวัญส่งท้ายให้พวกท่านฟังและมีความสุขคืนนี้ นะครับ ทําไมผมถึงดิ้นรนจะไปงานนี้รู้ไหมครับ ตอนแรกเขาเอากระเช้าดอกไม้มาอวยพร ผม ผมก็รับ ตั้งใจจะคุยกับเขา ๓ นาที ท่านเชื่อไหมครับ ผมตัดสินใจคุยกับเขาชั่วโมงกว่า เพราะอะไรรู้ไหม พอถามเข้าไปลึก ๆ นะครับ ๑. บ้านเราไม่มีแร่ธาตุอย่างนี้เลย เพชร พลอยอะไรเราเกือบไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว ข้อ ๒. เราต้องไปซื้อโคตร อันนี้ไม่ใช่ คําหยาบคายนะครับ โคตรหมายถึงตัววัตถุดิบนี่เข้ามาจากประเทศต่าง ๆ คนเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมนี้ ๑ ล้านกว่าคน แต่ถ้าบอกว่าตัวเลขนะท่านจะตกใจ เชื่อไหมอุตสาหกรรม เพชร พลอย อัญมณีนี่ครับ อย่างที่ท่านเชาวรินใส่แว็บ ๆ ส่งประกายอยู่นี่ผมยังเห็นเลย อยู่ตรงนี้นะครับ ผมจะบอกท่านบอกว่า ๑๘๕,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อป้ที่แล้ว แล้วป้นี้พอเรา ไปคุยกับเขานี่เขาบอก เขาสัญญา ถ้ารัฐบาลลงมาหนุนเขาเต็มที่นะครับ ต่ําสุด ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาทขึ้น แล้วถ้าโชคดีเราจะได้เห็น ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สด ๆ เข้าประเทศ ผมจะย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ องค์ประกอบที่ผมรับผิดชอบคือการส่งออก ผมคุยกับท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ผมคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สนามบิน ๓๖ แห่ง บางสนามบินเป่ดมาแล้วใช้ไม่คุ้มเราจะส่งออก สุดท้ายคือมังคุด กิโลกรัมละ ๓ บาท ฤดูกาลป้นี้ท่านที่มาจากจันทบุรี ระยอง ตราด มาจากชุมพร หลังสวน ๘–๑๒ ลูก ที่ญี่ปุ์นลูกละ ๑๐๐ บาท บ้านเรากิโลกรัมละ ๓ บาท ที่โน่นลูกละ ๑๐๐ บาท ที่บรูไนลูกละ ๓ เหรียญ ๑๐๐ กว่าบาท ที่อังกฤษขายเปึนกิโลกรัม กิโลกรัมละ ๓ ปอนด์ครึ่ง ดี ไม่ดีนะครับ ผมจะชวนกันบอกป้นี้อย่ากินเงาะ มังคุด ทุเรียนเลย ส่งไป ขายเถอะ บวกค่า คาร์โก แอร์ไลน์ (Cargo Airline) บวกสนามบิน บวกทุกอย่าง ยืนยันว่าคุ้ม สุดท้ายอยากจะบอกว่ามูลค่าเพิ่ม ผัก ผลไม้ อาหาร อุตสาหกรรมต่าง ๆ ในด้านส่งออก ผมจะพยายามทําอย่างเต็มที่ผ่านกระทรวงพาณิชย์ ท่องเที่ยวนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้คุยกันแล้ว เงินลงทุน อุตสาหกรรม เดี๋ยวพวกเราจะช่วยกันกระทรวงอุตสาหกรรม บีโอไอ ตลาดเงิน ตลาดทุน ท่านนายแพทย์สุรพงษ์ได้บอกไว้อย่างดีแล้ว แล้วอยากจะฝากบอกว่า เราพยายามทํา อย่างเต็มที่นะครับ ผมก็คงมีเท่านี้ ขอขอบพระคุณที่ให้เกียรติผมพูดครับ ผมพูดต่อได้ไหมครับ เขายกมือแต่ผมยังไม่จบ ท่านอย่ายกมือถามผมเลย เพราะผมได้ยิน เขาบอกว่า ผมพูดได้ใช่ไหมครับ อย่างนี้ท่านประธาน ผมจะบอกบอกว่าผมพยายามเอา ข่าวดี ๆ มาให้ท่าน แล้วก็ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดอะไรที่สําคัญ ๆ กับ พวกท่านทุกท่านนะครับ ก็คงกล่าวขอบพระคุณ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านประธาน เท่านี้ครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

(นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

เชิญท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอเรียน กับท่านประธานว่าเมื่อช่วงเย็นผมได้มีโอกาสอภิปราย ซึ่งประเด็นนี่เกี่ยวกับ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีท่านสมาชิกได้เสนอกับท่านประธานในขณะนั้นว่าควรที่จะ อภิปรายต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อท่านได้มีโอกาสได้ตอบข้อเท็จจริง ท่านมีชัย ท่านก็บอกว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีมาแล้วจะเป่ดโอกาสให้ผมได้อภิปรายถามนายกรัฐมนตรี ผมก็ทําหนังสือถามไปยังท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านก็ตอบมายังผมว่า ขอให้รัฐมนตรีตอบ ให้หมดก่อน และก่อนนายกรัฐมนตรีจะพูดจะให้คุณพูด เพื่อจะได้ไม่ขัดจังหวะรัฐมนตรี อื่น ถ้าผมไม่อยู่แล้วผมจะเรียนให้ท่านประธานทราบไว้ ผมเลยขอทวงสัญญาตรงนี้ครับ ท่านประธานครับจะขออนุญาตครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ตกลงกันกี่นาทีครับ ท่านได้คุย กันกี่นาที

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ได้ตกลงกันว่าให้มีความเท่าเทียมกันในเรื่องเวลา

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมเห็นแล้วครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ก็เอาพอประมาณครับท่านครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านมีชัยได้โน้ตไว้ที่นี่ครับ บอกว่าไม่เกิน ๔ นาที ท่านเขียนไว้อย่างนี้ครับที่คุยกัน

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ผมก็พยายามจะรวบรัดครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

โอเคครับ เชิญครับ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานครับ ผมต้องขอถามท่านประธานก่อนได้ไหมครับ นี่เปึนการอภิปราย นโยบายหรือว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะสิ่งที่จะพูดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับนโยบายเลย ผมจะ บอกครับพูดผมก็ไม่ตอบครับ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไม่อยู่ในนโยบายเลยที่จะพูดนี่

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเรียนว่า คือผมยังไม่ได้ถามคําถามนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านทราบได้อย่างไรว่าผมจะถามอะไร

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ผมทราบแล้วเมื่อเย็นนี้พูดอะไรกัน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวผมขอ ท่านเทพไทครับ อย่างนี้ดีกว่าครับ เดี๋ยวท่านจะอภิปรายเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือเปล่า

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ใช่ครับ แน่นอนครับ วันนี้จะแถลงนโยบายนะครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวผมจะเปึนผู้ฟังนะครับว่าเข้าประเด็นในการเกี่ยวข้องกับนโยบายหรือไม่ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูด

(นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มหาสารคาม) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ท่านประธาน ที่เคารพครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุทิน มีอะไรครับ

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ผมจะให้ ข้อมูลที่เปึนประโยชน์นิดหนึ่งก่อนที่ท่านจะได้อภิปราย

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เปึนช่วงเย็นผมขออภัยครับ ผมไปเข้าเฝัาแล้วเพิ่งกลับมานะครับ แล้วท่านลองเล่าให้ฟังครับ

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ในฐานะ ที่ผมเปึนหนึ่งในคณะกรรมการประสานงานให้การอภิปรายราบรื่น หรือในวิปนั่นนะครับ ได้คุยกันแล้ว แล้วตกลงกันคนสุดท้ายที่ประชาธิปัตย์ขออภิปรายแล้วก็ใช้เวลาหมดไปแล้ว ด้วยตอนนั้นก็คือคุณพีระพันธุ์ ซึ่งตอนนั้นยืนยันว่า ๑๒ นาทีจะหมดไปแล้วตอนนั้น นั่นคือรอบอภิปราย ส่วนท่านอื่นที่มาช่วงหลังก็เปึนรอบของการใช้สิทธิพาดพิงบ้าง นั่นคือ นอกรอบ ถ้าคุณเทพไทจะอภิปรายผมยังคิดว่าประชาธิปัตย์น่าจะแบ่งเวลาให้คุณเทพไท แต่ประชาธิปัตย์ตอนนั้นได้ใช้เวลาไปหมดแล้วตอนคุณพีระพันธุ์ เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าคุณเทพไทขึ้นอภิปรายก็คือใช้เวลาเกินจากข้อตกลง ก็สุดแล้วแต่ท่านประธาน จะพิจารณา แต่ผมคิดว่าจะไม่เปึนธรรมนะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน แบบสัดส่วนจากนครสวรรค์ ขอประทานโทษนิดหนึ่งน้องเทพไท นิดเดียว เดี๋ยวให้ท่านพูดต่อ ๔ นาที คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งตอนที่ท่านไม่อยู่ ท่านประธานมีชัยท่านนั่งอยู่ตรงนั้น บังเอิญผมนี่ครับอยู่ในสภานี้มาหลายสมัย เจอท่านประธานมีชัยเปึนประธานหลายรอบแล้วครับ ขอประทานโทษนะครับ ถ้าท่านประธานมีชัยอยู่ผมก็จะยืนยันว่าจริง ท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้งครับ ทุกครั้งที่ ท่านประธานมีชัยนั่ง ผมสังเกตนะครับท่านประธานจะเป่ดช่องทางให้พวกพรรคการเมือง อภิปรายชนกันแหลกลาญหมดครับท่านประธาน มันทําให้ภาวการณ์ที่เราจะรักกันกับ พรรคประชาธิปัตย์

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมกําลังวินิจฉัยครับ ท่านนั่ง แป็บหนึ่ง เดี๋ยวผมวินิจฉัยให้ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ภาวการณ์เช่นนี้นะครับท่านประธาน หลายครั้งผมสังเกตดูนะครับ ถ้าท่านประธาน ยงยุทธนั่งนี่จะประนีประนอม แต่ถ้าท่านประธานมีชัยแล้วก็เป่ดช่องเฉ่งกันเลย ก่อนหน้า ที่จะเกิดเหตุอันนี้ ก่อนที่จะมีการเป่ดนโยบายนี่ครับ ท่านประธานมีชัยให้สัมภาษณ์เลยว่า สนช. อย่าเข้าไปยุ่งกับความขัดแย้งเขานะ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าท่านประธานจะให้พูดไป ผมไม่ขัดข้องครับน้องเทพไท แต่ว่าถ้าวันนี้เราจะรักกันนี่นะครับ เราน่าจะคํานึงถึง ความเปึนจริงว่าวาระวันนี้มันเปึนเรื่องนโยบาย สิ่งที่เราขัดข้องหมองใจก็ค่อยไปถาม ท่านนายกรัฐมนตรีในโอกาสอื่นต่อไปก็เลยกราบเรียนเท่านั้น ท่านประธานจะว่าอย่างไรนี่ ผมเคารพทั้งนั้นนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านลุกขึ้นมานี่ไม่ใช่เปึนประเด็น ประท้วงนะครับ เปึนข้อคิดเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยว่าให้ท่านเทพไทได้แถลง นโยบาย ขอให้อยู่ในกรอบนะครับ เชิญเลยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องความปรองดองและ ความสมานฉันท์ในชาติ แล้วก็เรื่องจริยธรรม แล้วก็คุณธรรมครับ ผมขอถามเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่ต้องอภิปรายให้เสียเวลานะครับ ขอถามท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านประธานรัฐสภานะครับว่า วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๒๐ ขณะนั้นท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านได้สัมภาษณ์ที่ประเทศฝรั่งเศสว่ามีคนตายประมาณ ๔๘ คน มีหนังสือยืนยันนะครับ แต่ผมสรุปนะครับ แต่วันนี้วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านเปึน นายกรัฐมนตรีท่านบอกว่ามีคนตาย ๑ คน อยากจะถามว่าอะไรที่ทําให้ท่านเปลี่ยน ความคิดตรงนี้ หรือว่าความจําท่านจําไม่ได้ ๒. ท่านบอกว่าที่เผาที่สนามหลวง ท่านเห็น ๑ คนที่เปึนคนตาย ผมอยากจะถามว่าเหตุการณ์เกิดวันที่ ๖ ตุลาคม ท่านได้รับตําแหน่ง วันที่ ๒๒ ตุลาคม หลังจากนั้นท่านได้รับรายงานหรือไม่ว่ามีคนตายประมาณกี่คน เพราะผมมีหลักฐานใบชันสูตร

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ เรื่องนี้ประเด็นนี้ ผมอยากให้เปึนกระทู้สัปดาห์ถัดไปได้ อยากให้พูดเปึนนโยบายที่พูดถึงเรื่องนี้ครับ ซึ่งผม ไม่ได้ป่ดกั้นนะครับ อย่าโกรธผมว่าไปมีอคติอะไรนะครับ สัปดาห์หน้าตั้งกระทู้ตั้งอะไรได้ แต่ว่าวันนี้ถ้าเราถามอย่างนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนโยบาย ผมฟังเปึนประเด็นอย่างนี้ เห็นใจผมเถอะครับ อยากให้ท่านอภิปรายอะไรก็ได้สัก ๔ นาที แล้วก็อันนี้น่าจะไปเข้า ประเด็นเรื่องนั้นดีกว่า ดีไหมครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

คือมันเกี่ยวท่านประธานครับ เพราะว่ามันวันแถลงนโยบาย แล้วเรื่องนี้เปึนเรื่อง ที่ขัดต่อเรื่องนโยบาย

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงอีก ๓–๔ ราย ข้างหลังท่าน เชิญท่านชูวิทย์ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย ในข้อ ๔๓ และผมคิดว่าวันนี้เวลาก็ล่วงเลยมานานแล้วครับ พรรคประชาธิปัตย์เปึน รัฐบาลเงา พระอาทิตย์ตกแล้วครับ ไม่เห็นเงาแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือไม่ใช่ประเด็น ผมอยากให้ ท่านชูวิทย์กรุณาถอนนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ประท้วงกันไม่จบ ท่านชูวิทย์ครับ ไม่เสียดสีนะครับ ขอถอนด้วยครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

ถอนครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ ท่านต้องบอก ด้วยนะครับ ประเด็นที่ท่านประท้วงคือประเด็นอะไร เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน คือที่ผมขออนุญาตประท้วงเนื่องจากว่าประเด็นที่สมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ได้ตั้งคําถาม นั้น ไม่ได้อยู่ในนโยบาย แต่ว่าเพื่อไม่ให้เปึนการป่ดกั้น ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่งนะครับ โอกาสต่อไปจะเปึนญัตติหรือจะเปึนกระทู้ก็ตาม เพราะมันมีอยู่หลายปมที่แต่ละฝ์ายต้อง ตอบคําถาม เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อชวน หลีกภัย ไปปูนบําเหน็จ จอมพล ถนอม กิตติขจร ซึ่งเปึนศักดิ์

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตาก) ได้ยืน และยกมือขึ้น

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เอาละครับ ผมว่าเลยแล้ว แล้วก็ เดี๋ยวทางฝัืงนี้ก็จะประท้วงกันไม่จบ คือผมเข้าใจแล้ว ประเด็นที่ท่านกําลังพูดนี้มันไม่ได้ เปึนประเด็นประท้วง ท่านจตุพรนั่งนิดหนึ่งครับ ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ท่านประท้วง ประเด็นอะไรครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมนั่งฟัง ท่านเทพไทพูดเมื่อตอนกลางวันนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน จริง ๆ แล้วในช่วง ที่ท่านเทพไทพูด ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเชาวรินนะครับ เปึนคนเสนอในที่ประชุม สภาแห่งนี้ว่า ขอให้ท่านเทพไทพูดต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรี แล้วขณะนี้กติกาที่ได้วางไว้ ซึ่งท่านประธานมีชัยซึ่งเปึนประธานอยู่ในขณะนั้น ท่านได้รับในเรื่องนี้ไว้แล้วผมอยาก

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมเข้าใจประเด็นแล้วครับ ผมบริหารเวลานิดหนึ่ง ท่านธนิตพลกําลังจะพูดถึงว่าสิทธิของท่านก็ชอบธรรมแล้ว เพราะว่าเปึนข้อตกลงที่ท่านมีชัยให้ ๔ นาที แต่ประเด็นที่ผมกําลังพูดถึงนี้ ผมอยากให้เปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแถลงนโยบาย แต่ถ้าตั้งคําถามที่เปึนลักษณะ กระทู้นะครับ เราไม่มีคําอธิบาย เดี๋ยวก็จะมีการประท้วงนะครับ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ อยากให้บรรยากาศในสภาเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ก็เห็นใจคนทําหน้าที่ประธาน เถอะครับ ก็อยากที่จะให้ท่านทําอะไรก็ได้ครับที่ยึดโยงกับเรื่องของการแถลงนโยบายแล้ว ก็จะไม่มีการประท้วงเกิดขึ้น ผมไม่ได้ขัดข้องหมองใจนะครับ แต่ว่ามันจะเปึนปัญหา ตามมา ท่านธนิตพลพอแล้วนะครับ ผมว่านะ เอาอีกประเด็นหนึ่งครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ยกมืออีกรอบ คือเมื่อสักครู่ที่ท่านผู้ประท้วงได้พูดถึง กล่าวพาดพิงถึงท่านชวนนะครับ ผมขออนุญาต ได้ให้ถอนคําพูดด้วยนะครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ถอนเรียบร้อยแล้วครับ เมื่อกี้ ถอนแล้วครับ ท่านจตุพร เมื่อสักครู่ใครพูดถึง ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ แล้วก็ ท่านจตุพรก็ถอนด้วยนะครับ เดี๋ยวจะไปกันไกลครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขออนุญาต ท่านประธานที่เคารพ ถ้านายชวน หลีกภัย ในฐานะที่เปึนนายกรัฐมนตรี เวลานั้น ในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ไม่ได้แต่งตั้ง จอมพล ถนอม จริง

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืน และยกมือขึ้น

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมจะ ยอมถอน แต่นี่มันตั้งจริง และมีการประชุมกันที่สภาก็รังเกียจทรราชไปแต่งตั้งทรราช ได้อย่างไร

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานนะครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านธนิตพลครับ ผมคิดว่า คงเปึนประเด็นเดียวกัน ท่านนั่งนิดหนึ่ง เดี๋ยวผมขอท่านสมบูรณ์ครับ ท่านสมบูรณ์ ประท้วงเรื่องอะไร เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เราเปึนการแถลงนโยบายตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรีขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เรามีการอภิปรายซักถาม ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน ในข้อ ๑๐๓ ครับ จะพูดถึงความเหมาะสมของนโยบายและ ความสามารถในการบริหารราชการ ตรงนี้คุณเทพไทกําลังอภิปรายถึงความสามารถ ในการบริหารราชการในเรื่องของความปรองดองนะครับ แล้วผมก็คิดว่าคุณเทพไทกําลัง ทําถูกต้องตามข้อบังคับ สําหรับเรื่องของท่านชวน หลีกภัย นะครับ ไม่ต้องถอนหรอกครับ ที่นี่เปึนที่สภาที่ทรงเกียรติ เขารู้ว่าสิ่งใดควรจะพูดสิ่งใดไม่ควรจะพูด ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

คือท่านจตุพรครับ เดี๋ยวนั่ง ก่อนนะครับ ให้ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ข้างหลังประท้วงอีกใช่ไหมครับ เอาสั้น ๆ ไม่ต้อง ร่ายยาวเลยครับ ประเด็นที่ประท้วงคืออะไร เชิญครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงครับว่าผู้อภิปรายยืนยันว่าผู้อภิปรายไม่ได้อภิปราย ตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นผมขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัย และดําเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยอะลุ่มอล่วยและก็ บอกกันนะครับว่าอยากให้ท่านยึดโยงกับเรื่องของนโยบาย พอท่านฟันธงเข้ามา ๑ ๒ ๓ มันจะเปึนปัญหาในการวินิจฉัยยาก ท่านอภิปรายให้อธิบายให้ยาวอีกนิดหนึ่งนะครับ ก่อนตั้งคําถาม มิฉะนั้นมันจะเปึนปัญหาว่ามันเกี่ยวข้องกับนโยบายอย่างไร เพราะมันเปึน ลักษณะกระทู้ เชิญต่อเลยครับจะได้ไม่เสียเวลาครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ คือด้วยเวลา ๔ นาที ท่านบอกให้ผมอภิปรายมันไม่มีเวลานะครับ กว่าจะยิงคําถามอีก เพราะฉะนั้นผมเลยรวบรัด ท่านประธานให้เวลาผมอีกนิดเถอะครับ พอที่ให้มันฟังรู้เรื่องแล้วผมก็จะอภิปรายให้มันสอดคล้อง

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมใช้ดุลยพินิจอยู่ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

โอเค เพราะฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานลบเวลาออกนะครับท่านประธานครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าท่านประธานจะใช้ดุลยพินิจพอหมดเวลาทางนี้ก็ประท้วงอีกครับ เพราะฉะนั้น จะไม่จบนะครับท่านประธาน

(นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครพนม) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธาน ผมประท้วงครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ผมขอเคารพในดุลยพินิจของท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจะอภิปรายและให้ ท่านประธานวินิจฉัยว่าผมควรจะยุติแค่ไหน เหมาะสมแค่ไหน ผมเคารพครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ศุภชัยครับ เดี๋ยวผมขอก่อน ท่านประท้วง

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ผมยืนยัน ผมประท้วงครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงประเด็นอะไรครับ เชิญครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย ต้องขออภัยคุณเทพไท เสนพงศ์ ที่ได้อภิปรายนอกประเด็นและขณะนี้ท่านประธานก็ได้มีการวินิจฉัยแล้ว นอกจากผิด ข้อบังคับ ข้อ ๔๓ แล้ว ยังผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ครับ ข้อ ๔๕ นี่ ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว ว่าการอภิปรายของคุณเทพไทไม่อยู่ในประเด็น ฉะนั้นคุณเทพไทต้องยอมรับการวินิจฉัย ของท่านประธานครับ ผู้อภิปรายต้องหยุดทันทีครับ เมื่อท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว ฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยและดําเนินการ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญนั่งครับ ท่านจะประท้วงหรือว่า จะปรึกษา ท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วนจากพรรคพลังประชาชน ผมขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ วรรคสอง ซึ่งได้ มีผู้อภิปรายเอ่ยชื่อผม ตรงนี้ถ้าผมไม่ใช้โอกาสนี้ทําความเข้าใจกันผมก็ได้รับ ความเสียหายในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ขณะที่ท่านสมาชิกจากจังหวัด นครศรีธรรมราชอภิปรายได้ออกนอกนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อสภาจึงเกิดการประท้วง อย่างสับสนอลหม่านวุ่นวายพอสมควร ผมจึงเสนอท่านประธาน ท่านมีชัยซึ่งทําหน้าที่เปึน ประธานในที่ประชุมว่าการอภิปรายอย่างนี้ไม่ถูกต้องเปึนการกล่าวถึงท่านนายกรัฐมนตรี ขณะที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในห้องประชุม และจะมีผลกระทบต่อเกียรติยศและ ศักดิ์ศรีการดํารงตําแหน่งผู้นําของประเทศ ด้วยความปรารถนาดีผมจึงเสนอท่านประธาน มีชัยว่าเอาอย่างนี้ได้ไหม รออยากจะถามจริง ๆ ไปถามต่อหน้ากันเลย ขณะนั้นเหลือเวลา ประมาณ ๑ นาที ๓๗ วินาที ท่านประธานครับ เวลานี้มัน ๒ นาทีกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าว่ากันตามกติกาก็หมดสิทธิแล้ว แต่เมื่อท่านประธานได้กรุณาอนุญาตให้ใช้เวลา ๔ นาที ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ผู้อภิปรายรักษาระเบียบและ อภิปรายเฉพาะเรื่องที่ปรากฏอยู่ในนโยบาย ขอบคุณครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

จริง ๆ ท่านเชาวรินเหมาะเปึน ประธานสภานะครับผมว่า เพราะท่านพูดได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นท่านเทพไทก็กรุณา เอาตามนี้ก็แล้วกันนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

เอาตามไหนท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

๔ นาทีครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

เอา ๔ นาทีใหม่นะครับ เริ่มใหม่นั้นผมจะอภิปรายนะครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ไม่ละครับ ต่อเวลาเลยครับ เชิญต่อเลยครับ เวลาดึกแล้ว เชิญเลยครับ เดี๋ยวผมใช้ดุลยพินิจครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

หลังจากนั้นท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สาบานบอกว่าท่านไม่เกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีจะสาบานอย่างไรผมไม่ทราบนะครับ ผมคิดว่า เปึนความเชื่อส่วนบุคคล แต่ผมนี่เปึนคนที่ไม่เชื่อคําสาบาน แล้วก็

(พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

มีประท้วงอีกแล้วนะครับ คือผมก็เกรงใจพี่น้องประชาชนที่ดูโทรทัศน์อยู่ในขณะนี้ คือข้อบังคับกําหนดไว้เช่นนั้น จริง ๆ ถ้าผมไม่ยินยอมให้ผู้ประท้วงได้แสดงความคิดเห็นว่าเปึนประเด็นอะไร ก็กลายเปึน ว่าผมทําผิดข้อบังคับอีก อันนี้ก็เลยจะเปึนปัญหา ผมได้แต่ขอร้องท่านสมาชิกทั้ง ๒ ฝ์าย ว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ทําให้การประชุมนี้เปึนไปด้วยความราบรื่น เราปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับ ก็จะไม่มีการประท้วง แล้วก็การพาดพิงกันก็ขอให้น้อยลงนะครับ ผมคิดว่างานก็จะเดินได้ ก็ขอท่าน พันตํารวจโท กานต์ เปึนท่านสุดท้าย แล้วก็ขอเปึนประเด็นก็แล้วกันเปึนประเด็น อะไร แล้วประท้วงเรื่องอะไรนะครับ

พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนครับ ตอนนี้กระผม มีความเห็นว่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้น จริง ๆ แล้วรัฐบาลยังไม่เริ่มต้นทํางานเลย รัฐบาลจะเริ่มต้นทํางานวันพรุ่งนี้ ผมอยากจะขออนุญาตฝ์ายค้านนะครับว่าก็ให้เวลา รัฐบาลได้ทํางานสัก ๕ หรือ ๖ เดือนก่อนนะครับ แล้วที่ผมจะ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับ

พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขออนุญาต ๑ นาทีครับท่านประธาน

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ไม่ ผมอยากให้เปึนตรงประเด็น นิดหนึ่งว่า ประเด็นที่ประท้วงนั้นคืออะไรเท่านั้นเองครับ

พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมจะตรงประเด็นครับท่านประธานครับ เรื่องคําถามย้อนหลังนี่ผมไม่อยากให้มี ถ้าผม ถามว่า ส.ป.ก. ๔-๐๑ จะทํางานอย่างไรต่อ มันไม่จบครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมไม่อยากให้ถามคําถามย้อนหลังครับท่านประธานครับ เดินไปข้างหน้าดีกว่า ขอบคุณมากครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เปึนความเห็นนะครับ ไม่ได้ถาม อันนี้ ก็ผิดข้อบังคับ เพราะฉะนั้นท่านเทพไทครับ เอาเข้าใกล้นโยบายหน่อยก็แล้วกันนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

คือผมยังไม่ได้พูดนโยบายเลยท่านประธาน ท่านประธานบอกเวลามันจํากัด ผมก็เร่งรัด ใส่คําถามเลย ท่านประธานบอกไม่ให้อภิปราย คือผมจะอภิปรายก็ได้ครับ แต่ว่าคําถาม ไม่ได้ถามครับท่านประธาน ท่านจะเอาอย่างไร ท่านจะให้โอกาสผมอภิปรายในลักษณะ ไหนครับท่านประธานครับ เอาเลยนะครับท่านประธานครับ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีสาบาน บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม เมื่อวันแถลงนโยบาย ผมมีหลักฐานชัด อยู่หลาย มีเปึน ๑๐ เหตุการณ์นะครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม แต่ที่สําคัญที่สุดคือมีการหยิบประเด็นที่บอกว่านายกรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ก็คือการที่นายชาญ แก้วชูใส ทนายความ ถามคําถาม ถามประเด็นนี้

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แม่ฮ่องสอน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงแล้วครับ ท่านอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ เชิญเลยครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ ท่านประธานกําลังปล่อยให้ท่านสมาชิกผู้นี้กําลังดูถูกเพื่อนสมาชิก ทั้งสภานี้ ผมได้นั่งฟังผู้อภิปรายมาตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว ผมทราบว่าจุดมุ่งหมาย ของเขาเพื่อประสงค์เหตุใด ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเราสามารถนําเอาเหตุการณ์ ในประวัติศาสตร์ เอาบางตอนมาเพื่อประโยชน์ของตนเอง ทุกคนสามารถที่จะเอามาเปึน ประโยชน์ของตนเองได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเขารู้ว่าเจตจํานงของเขาคืออะไร พวกเราไม่ใช่ เด็กแล้ว พวกเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เอาแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ท่านนั่งลงก่อน คือผมวินิจฉัยนะครับ ขอให้ท่านยุติการอภิปราย แล้วก็ท่านสามารถที่จะ ไปใช้ตรงนี้ในการตั้งกระทู้หรือยื่นญัตติในสัปดาห์หน้าได้ ผมต้องขอโทษจริง ๆ ครับ ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันไม่จบ แล้วก็สภาไปไม่ได้ ขอเชิญท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ได้กรุณากล่าวป่ดการอภิปรายครับ เชิญนั่งก่อนครับ ผมขอร้องครับ สัปดาห์หน้าท่านตั้ง กระทู้ได้ ยื่นญัตติได้ พอแล้วครับ เพราะไม่อย่างนั้นสภาเดี๋ยววุ่น แล้วก็มันดําเนินกิจการ ต่อไปไม่ได้ ก็ประท้วง ท่านพูดคําหนึ่ง สมาชิกท่านอื่นก็ประท้วงกันอยู่นั่นแหละ ขอเชิญครับ

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขออภัย ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ขออนุญาตได้มีโอกาส ท่านประธานครับ ขออนุญาตได้ชี้แจง เรื่องที่สมาชิกผู้หนึ่งได้กล่าว ซึ่งความจริงประเด็นมันไม่ได้เกี่ยวกันเลยนะครับ ประเด็น เรื่องที่บอกว่าปูนบําเหน็จให้กับทรราช จอมพล ถนอม กับเรื่องที่กําลังพูด เรื่อง ๖ ตุลาคม นี้ไม่เกี่ยวกันเลยครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขอเทพไทนั่งลงนิดหนึ่ง ให้ท่านที่ปรึกษา เดี๋ยวท่านค่อยว่ากันอีกทีครับ จะได้เรียบร้อย ท่านจตุพรนั่งก่อนครับ คือรับฟังความคิดเห็นนะครับ เชิญครับ

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ความจริง ประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกันเลย แต่ว่าเมื่อพูดขึ้นมาแล้ว กระผมก็กราบเรียนนะครับว่า ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่เปึนการไปทําอะไรที่หลอกลวงประชาชน หรือพูดจาในสิ่งที่ไม่เปึนความจริง อย่างที่เขาเถียงกัน กรณีนั้นเปึนเรื่องที่หน่วยทหารคือกองทัพบก โดยท่าน พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร ในฐานะผู้บัญชาการทหารบกท่านอยู่ที่นี่ครับ ท่านเปึนผู้เสนอว่า จอมพล ถนอม เคยเปึนนายทหารประจํากรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ เมื่อพ้น ตําแหน่งไปแล้วเขาก็เสนอให้เปึนนายทหารพิเศษประจํากรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ ไม่ใช่เปึนเรื่องไปให้ปูนบําเหน็จ ให้เช็ค ให้บ้านหรืออะไรทั้งสิ้น เปึนการให้ยอมรับ ในสถานะที่ท่านเคยเปึนนายทหาร นี่คือสิ่งที่ผู้บัญชาการทหารบกเสนอ กระผมในฐานะ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมก็อนุมัติครับ กราบเรียนท่านประธานเพราะว่าท่านคงจะนึก ออกว่ามีการประท้วงและมีการเสนอญัตติในสภานี้ให้ผมขอโทษ ผมก็อธิบายให้ที่ประชุม ฟังและผมก็สรุปว่าผมไม่ขอโทษ เพราะว่าทุกอย่างไม่มีอะไรที่เปึนความผิด ผมกับ จอมพล ถนอมนั้นอยู่คนละฝ์ายตลอดมาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๒ ผมเปึนฝ์ายค้าน ท่านเปึน นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นประเด็นที่สมาชิกผู้หนึ่งออกมาพูดไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย และผม เข้าใจว่าไม่รู้ว่าจะหาเรื่องอะไรครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสมัครครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตนิดเดียวครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ นิดเดียว ขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรี คือประเด็นที่ผมได้พูดถึงประเด็นนี้ เพราะว่าชนวนเรื่อง ๖ ตุลาคม ที่มีการพูดถึงนั้น

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมขอครับ คือจะไม่จบครับ ผมขอทั้ง ๒ ฝ์าย ให้ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครได้กล่าว เชิญท่านเทพไทครับ สัปดาห์หน้า ท่านตั้งกระทู้ ตั้งญัตติอะไรได้ เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่จบครับ เพราะเรายังมีเวลาที่ จะคุยกัน เอาอย่างนี้ ผมอะลุ่มอล่วยให้สัก ๑ นาที ได้ไหมครับ เชิญเลยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ผมขออนุญาตท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ขอโทษท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยครับ ที่ผมได้เชิญท่านหลายครั้ง

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แม่ฮ่องสอน) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านอดุลย์มีอะไรครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานสั่งยุติไปแล้ว เพราะฉะนั้นจําเปึนจะต้องยุติ ตามที่ท่านประธานได้ตัดสินไปแล้วครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิด ท่านประธานอนุญาตให้ท่านผู้นี้อภิปราย ท่านประธานกําลังทําผิดข้อบังคับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ผมมาทํางานตรงนี้ผมก็หนักใจ อันนี้พูดกันตรง ๆ ไม่ใช่ว่าเชิญหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าผมอยากให้บรรยากาศสภา ถ้าใช้ ข้อบังคับแข็งไปมันง่ายนะครับ แต่การดําเนินกิจการในสภามันเปึนไปด้วย ความยากลําบาก ก็คือให้ความเปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย ทีนี้ส่วนของท่านเองเมื่อสักครู่นี้ ท่านเทพไทเอง เมื่อกี้มันอยู่ห่างจากนโยบาย และผมก็เข้าใจว่าท่านจะแก้ตัวอีก สักครั้งหนึ่งให้มันเปึนเรื่องของนโยบายไปไม่ใช่เปึนลักษณะของการตั้งกระทู้ ผมก็รับได้ แต่ถ้าท่านเลยเถิดไปถึงขั้นที่เปึนการตั้งกระทู้แล้วทําให้เกิดปัญหา เพื่อนสมาชิกประท้วง ผมก็ต้องยุติการอภิปรายของท่านนะครับ ผมเสียใจต้องทําเช่นนั้น ผมต้องขอโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครด้วยที่ต้องทําเช่นนั้น ขออีกสักครั้งครับ ผมให้โอกาสกับทุกฝ์าย ผมต้องขอโทษท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ มีคนฝากภาพมาให้ท่านประธานเพื่อเปึนที่ระลึกเพื่อที่เปึนการเตือน ความทรงจํา ภาพเหล่านี้นี่

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เอาละครับจบแล้วครับ เพราะประท้วงอีก ๒ ท่านแล้ว ผมขอวินิจฉัยเลยนะครับ จบแล้วครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ผมขออภัยด้วยครับ เชิญครับ

(นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครศรีธรรมราช) ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านเทพไทครับ เชิญนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญนั่งครับ

พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

คุณเทพไทมีมารยาทหน่อยนะครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

เชิญท่านนั่งเถอะครับ ให้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้อภิปรายต่อ ท่านเทพไทครับ

(พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ผมขออนุญาตประท้วง อย่ารับครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ไม่ ท่านนั่งลงครับ ท่านนั่งลง ท่านกานต์นั่งลงครับ เดี๋ยวจะวุ่นวายทั้งสภา พี่น้องประชาชนชมแล้วไม่สบายใจครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรี เชิญครับ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ขอเริ่มต้นในการขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกพรรคทุกฝ์ายที่ได้กรุณาให้ความคิดเห็นในนโยบายที่กระผมได้แถลงไป ทั้งหมดที่จริงอยากจะได้เน้นทาง สนช. เพราะว่าเปึนวิธีการที่แปลกดี ท่านเอาประธาน คณะกรรมาธิการมาชี้แจง แล้วมาเล่าให้ฟังว่าระหว่างช่วงเวลาที่มันขาดผ่านมานี่มีอะไร ที่มันเปลี่ยนแปลง หลายอย่างเปึนประโยชน์ที่ท่านนั้นได้อภิปรายให้ข้อคิด คราวนี้ก็ทาง ท่านสมาชิกที่อภิปรายต่าง ๆ นั้น ผมก็เกรงใจจริง ๆ ครับ เพราะเหตุว่าการอภิปรายนั้น จะทํากันได้อีกหลายหนหลายรอบ ผมไม่คาดคิดเลยนะครับว่าอภิปรายนโยบายนั้น ผมอาจจะห่างสภาไป ๗ ป้ การอภิปรายนโยบายก็นึกว่าจะว่ากันในเรื่องธรรมดา วิพากษ์วิจารณ์กันธรรมดา แต่ปกติบางครั้งก็เหมือนกับว่าอภิปรายงบประมาณ ก็ยังพอ ฟังได้ บางครั้งก็เลยไปเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งผมก็เคยเปึนคนอยู่ข้างล่างอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ปัญหาอยู่ที่ว่ากําลังนี้มันเปึนการเปลี่ยนผ่าน มีรัฐบาลใหม่ แต่ว่าน้ําเสียง ที่ถูกว่ากล่าวต่าง ๆ คือทนได้ ไม่มีปัญหา แต่ว่าเมื่อพูดจาแล้วเหมือนกับว่ารัฐบาลนี้ เพิ่งบริหารอยู่เมื่อคราวที่แล้ว แล้วก็กลับเข้ามาบริหารใหม่ เนื้อหาต่าง ๆ ที่พูดจากันทั้งนั้น ฟังแล้วก็ เออ ทําไมถึงต้องเปึนอย่างนั้น ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี คนก่อน พรรคก็เปึนพรรคชื่อพรรคพลังประชาชน หนทางที่มาจะเปึนอย่างไรนั้นผมเชื่อว่า คนเปึนนักการเมืองด้วยกันก็นึกว่าจะให้ประโยชน์ ว่าก็มาต่อสู้กันทางการเมือง ในทาง ความคิดอะไรต่าง ๆ แต่ว่าเมื่อพูดจากันไปแล้วผมเกรงใจจริง ๆ ผมกราบเรียนตรง ๆ เวลาอภิปรายโยงไปโยงมา อย่างอภิปรายเรื่องก็เหมือนกับทํานองว่ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมไม่รู้เรื่องทหารแล้วเปึนได้อย่างไร แล้วถ้าสมมุติว่าผมย้อนกลับไปบ้าง แล้วก็พรรคการเมืองที่ท่านผู้อภิปรายเองก็ส่งพลเรือนเปึนทหาร ๒ คน แล้วเปึนได้อย่างไร เฉย ๆ คือถ้าเผื่อพรรคท่านเปึนก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าคนนี้เปึน ยังไม่ทันเปึนอะไร ยังไม่ได้ทํา อะไรเลยครับ ก็อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ถ้าอย่างนี้แล้ว แล้วจะทําอย่างไรกัน บางใบ เขียนส่งมาโกง คือเปึนรองนายกรัฐมนตรี ผมเปึนรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น แล้วก็มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ให้เขาโกงเงินไปสร้างโรงนิวเคลียร์แล้วก็ทําไม่ได้ แล้วถ้าผมเอาไปให้ดูกันเวลาตอนจ่ายเงินค่าโง่ฝรั่งไปนั้นก็เปึนรัฐบาลของท่านเอง คือพูดไปพูดมาแล้วก็ต้องพูดให้เข้าใจหน่อยว่าจริง ๆ นโยบายทั้งหมดพรรคการเมือง ทั้ง ๖ พรรคช่วยกันคิดช่วยกันเขียน ทีนี้เมื่อเขียนมาแล้วผมเองก็เพิ่งได้เห็นนะครับว่ามี ข้อความที่จะต้องระมัดระวังมาก คือเสร็จท่านจะต้องไปทําโน่น ท่านจะต้องทํานี่ ทําเท่านี้ เพราะฉะนั้นคําตําหนิติเตียนที่ว่ากล่าวมานั้นก็เปึนเรื่องของใหม่ทั้งหมด เปึนเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องเปึนอย่างนั้น ต้องทําอย่างนั้น ต้องทําอย่างนี้ กรณี บางเรื่องท่านสมาชิกท่านก็พูดจาเปึนทํานองอบรมสั่งสอน เหมือนกับว่าพูดเฉียดไปหน่อย เดียวเท่านั้นเอง พูดเฉียดไปหน่อยเดียวเรื่องจะจัดการเรื่องสื่อ จะจัดการเรื่องสื่อของ รัฐบาล และที่จะจัดก็จะจัดให้มันดีกว่าที่เคยเปึน คือแต่ตอนเคยเปึนสื่อรัฐบาลก็เชียร์ รัฐบาล บัดนี้จะจัดไม่ให้เชียร์รัฐบาล แล้วทําไมไม่ได้ล่ะครับ ทําไมจะจัดให้สื่อของรัฐบาล ไม่ต้องเชียร์รัฐบาล ถามว่าอวดศักดามาจากไหนอย่างไร ก็เลือกตั้งเข้ามาถูกกีดกันสื่อ โผล่หน้าไปไหนไม่ได้เลย เช่าเวลาก็ไม่ให้ คือโทรทัศน์ไม่ได้เปึนประโยชน์แก่การเลือกตั้ง เลย เพราะฉะนั้นโทรทัศน์ก็ไม่น่าจะเปึนประโยชน์อะไรกับรัฐบาลเลย ถึงได้ตั้งใจไว้เลย บอกว่า ช่อง ๑๑ นี่ละที่เชียร์รัฐบาล ต้องอย่างนั้น ๆ บอกไม่ต้อง จะปรับปรุงใหม่เลย เสนอข่าวแบบตรงไปตรงมา แล้วเขาถามรัฐบาลจะทําอย่างไร รัฐบาลก็ทําเวลารัฐมนตรี ไปชี้แจงก็ชี้แจงเรื่องของรัฐบาล ก็คงไม่ไปด่าตัวเอง ผมก็บอกอาทิตย์หนึ่งมีวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง อาทิตย์หนึ่งมี ๗ วัน ผมใช้ชั่วโมงเดียวก็ชี้แจงนายกรัฐมนตรีก็จะชี้แจงอธิบาย พอเพียงแล้ว ไม่ต้องการให้ทางราชการมาเชียร์รัฐบาลเลย พอคิดอย่างนี้ เอ๊ะ แล้วทําไม ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถูกว่ากล่าว ขอเรียนนะครับว่าที่ฟังมาตลอดทั้งหมดนี่เราก็เปึนคณะ รัฐบาลเพิ่งตั้งเข้ามาใหม่ ๆ มากัน ๓๖ คน มาก็ตั้งใจจะรับฟังด้วยดี ที่เริ่มต้นด้วย การขอบคุณก็คือว่าทุกอย่างที่บอกมารับฟังได้ทั้งนั้นนะครับ แล้วต้องรับเอาไปดําเนินการ รับเอาไปดูแลต่าง ๆ แต่สภาพการณ์ข้างหลังมันเปลี่ยนต่อไปต่อมา มันกลายว่าเริ่มต้นกัน แท้ ๆ เริ่มต้นที่จะที่ได้ทํางานกันแท้ ๆ ทางฝ์ายทางคณะรัฐมนตรีก็ดีอะไรต่าง ๆ การตอบ ก็ตอบกันอย่างชนิดเปึนทางการ แต่ว่ามาถึงนายกรัฐมนตรี ผมจะทําเปึนหวานจ๋อย เย็นเจี๊ยบเปึนอย่างนั้น ผมทําไม่ได้หรอกครับ ผมต้องให้ได้ทราบกันไว้ว่าอะไรมันเปึนอะไร อย่างไร เห็นไหมครับหยก ๆ ที่พูดจากัน เห็นไหมครับว่าท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านก็ได้ทําสิ่งที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ จะถูกหรือจะผิดอย่างไรก็ไม่ทราบได้ แต่ผมก็เข้าใจท่านทันทีว่าท่านก็บอกมันเปึนอย่างนี้ เพราะวันหนึ่งผมจะต้องเซ็น ผมก็คงเหมือนกับท่าน เขาตั้งแท่นมาอย่างนี้เห็นว่าไม่ผิดท่านก็เซ็นไปอย่างนั้นเท่านั้นเอง แต่ก็มีวิพากษ์วิจารณ์ว่ากล่าวกัน แต่ที่ผมช้ําใจที่สุดที่นั่งมาตั้งแต่เช้า ผมนั่งอยู่ข้างหลัง เพราะเหตุว่าไม่ได้ไปไหนล่ะครับ มีหนังสือมาเซ็นก็นั่งเซ็นแล้วก็นั่งดูอยู่แล้วก็ผลัดขึ้นมา นั่งข้างบนบ้างตามสมควร ที่มันชอกช้ําใจจริง ๆ ก็คือว่ายังไม่ทันจะเริ่มงาน ยังไม่ทันจะ อะไรเลยครับ คําหนึ่งก็โกง สองคําก็โกง สามคําก็ปรามาส มันเหมือนว่าคณะรัฐบาล ชุดนี้ที่มานี่ มันสกปรก โกงกันตัวเปึนขน หัวหน้ารัฐบาลที่นั่งมันโกงจริงหรือเปล่าละครับ มันเคยติดตะราง เพราะเรื่องโกงบ้างหรือเปล่า ผมต้องแน่ใจนะครับที่ผมรับหน้าที่มา ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงก็ตรวจสอบกันดู โกงก็เล่นงานไปเลยครับ มีมาตรการทางสภา ทุกมาตรการเลย เรื่องสักครู่นี้ถามสิผมจะตอบให้ ถามกระทู้สดมาเลย วันพุธแรกเลย นัดมาเลย ผมมาตอบให้ ผมไม่ขี้เกียจหรอกครับ ผมบอกสมาชิกของผมทุกคนเวลาประชุม ครม. นัดแรก บอกว่าเขาให้ไปตอบกระทู้ต้องไป แล้วผมก็จะไป แต่ผมก็มีวิธีการว่าเขียน ให้รู้เลยว่านายกรัฐมนตรีนั้นได้สั่งงานตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ว่าเหมานายกรัฐมนตรีหมด เพราะว่าถ้าผมไม่ได้สั่งงานไหนแล้วก็คนอื่นก็มาตอบแทนได้บ้าง คือทั้งหมด มันเริ่มต้นด้วยการดูถูกดูแคลนไม่ไว้วางใจ คําหนึ่งก็โกง สองคําก็โกง หนังสือพิมพ์ก็ไม่ให้ พูดถึง ไม่ให้ว่า แต่หนังสือพิมพ์เขียนแล้วครับ มิสเตอร์นั่น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มิสเตอร์นี่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือดูแคลนกันตลอดเลย ที่ผมเจ็บช้ําน้ําใจจริง ๆ ที่จะต้องพูดตอนที่จะมา ขอบคุณก็คือว่า ทําไมล่ะครับ สื่อสารมวลชนเหยียบย่ําซ้ําเติมนักการเมือง ดูถูก ดูแคลน พูดจาว่ากล่าว ไอ้ อี มีชื่อ หนังสือพิมพ์ฉบับที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย เขียนบทความ หน้า ๓ เมื่อวานซืนนี้อ่านดูแล้ว โอ้โฮ ชอบเอาสํานวนจีนมาใส่ แล้วก็ใส่ชัด ๆ เลยครับว่า นายกรัฐมนตรีจะดูเสียว่าอ้ายคนนี้ ๆ ที่มันเปึนอย่างนี้ อ้ายนี่ ๆ ผมไม่น่าเชื่อเลยว่า คนเขียนบทความยังไม่ได้บริหารบ้านเมืองเพิ่งจะแถลงนโยบายเท่านั้น แต่เขียนดุด่าว่ากล่าวอย่างกับโกรธแค้นกันมาสักขนาดไหน อย่างไร ทําไมมันเปึนอย่างนี้ ที่ผมต้องบ่นตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าสื่อสารมวลชนดูหมิ่นเหยียบย่ํานักการเมือง ทําอะไรก็ทําได้ แต่พอนักการเมืองจะพูดถึงสื่อ โอ้โฮ ขึ้นมาอบรม อบรมบ่มนิสัยเปึน ทํานองว่าแตะต้องไม่ได้ ทําอะไรไม่ได้ ทําอย่างโน้นทําอย่างนี้ไม่ได้ ผมว่า เอ๊ะ ไม่ยุติธรรม สื่อเล่นงานนักการเมืองได้ แต่นักการเมืองเพียงแต่ตอบโต้สื่อเท่านั้นก็ไม่ได้เสียแล้ว เอ๊ะ ทําไมละครับ ผมต้องพูดตรงนี้เพราะเหตุว่านักการเมืองนี่นะครับ ถ้าหากสกปรกแล้ว เปึนปฏิปักษ์คิดอ่านต่อสู้กับสื่อไม่ได้ครับ ตายแน่นอน แต่ว่าคนที่ประจบประแจง ประจ๋อประแจ๋ ไปโน่นไปนี่ วันเกิดต้องกระเช้าดอกไม้ ต้องไปเสนอหน้ากัน คนอย่างผม ไม่ทําหรอกครับ ที่ไปกันอย่างนั้น ประจ๋อประแจ๋ ดี ๆ ก็ยกย่องชมเชย เผลอ ๆ มันก็เหยียบย่ํา มันไม่เปึนธรรมกับสังคม เพราะสื่อได้รับการยกย่อง ผมไม่ครับ เท่าเทียมกัน คุณทําหน้าที่คุณ ผมทําหน้าที่ผม เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนเถอะครับว่า ขอบพระคุณทุกอย่างที่ได้พูดมา ตั้งแต่ต้น ฟังแล้วต้องเปึนประโยชน์ ต้องเปึนข้อคิด ที่ผมขอบคุณ สนช. นั้นเพราะปกติ ก็ไม่คุ้นเคยกัน แต่ฟังดอกเตอร์สมเกียรติอภิปรายแล้ว สมเกียรติ อ่อนวิมล นะครับ เขาให้ ข้อคิดดี สํานวนโวหารท่าน ผมนั่งฟัง คุณพิชัย วาศนาส่ง เอารายงานที่ท่านบอกให้เลือก โกลเบิล ฟังได้ครับเปึนประโยชน์ เพราะท่านไม่ได้คิดจะอภิปรายอย่างไร ที่คุณมีชัยบอก ว่าไม่ต้องไปยุ่งกับรัฐบาล ก็ได้กรุณาไม่ยุ่ง แต่ว่างานที่ สนช. ทํามา ตอนที่แก็ปคาดตรงนี้ ๑๖ เดือนนี่เขาก็ดีครับ เอาประธานกรรมาธิการให้มาเปึนผู้อภิปราย ได้ ๒๐ นาที น่าฟังครับ เปึนประโยชน์ ทางฝ์ายค้านก็น่าฟังเพราะทุกคนนั้นอ่านแล้วก็ ผมใช้คําว่า ท่านติเรือ ทั้งโกลนไปหน่อย เพราะเหตุว่ายังไม่ได้ลงมือ แต่คําอภิปรายของท่านนั้นก็อบรมสั่งสอน มันเปึนข้อคิดที่ดีคือมองเห็นทะลุปรุโปร่ง เขียนไว้อย่างนี้ก็คงจะเปึนอย่างนี้ แล้วก็บอก ดักคอไว้หน่อย อย่างนั้นไม่เปึนไรครับ เปึนประโยชน์แน่นอนครับ แต่ว่าเหยียบย่ํากันว่า จะโกงจะอะไรต่ออะไรนั้น ผมต้องปรารภในตอนขอบคุณ แล้วเรื่องสื่อนี่ผมต้องเรียน ยืนยันเลย ท่านสมาชิกทุกท่านวันหนึ่งท่านจะต้องเติบโตขึ้นมาได้เปึนรัฐมนตรี ได้เปึน รองนายกรัฐมนตรี ได้เปึนนายกรัฐมนตรี เขาจะปล่อยให้สถาบันนี้มันเหยียบย่ํา นักการเมืองอย่างนี้ ผมเปึนคนไม่ยอมทนเรื่องนี้ ท่านคึกฤทธิ์ท่านไม่ยอมทน ท่านล่วงลับ ไปแล้ว ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ผมไม่ได้เดินตามรอยท่านหรอกครับ แต่ผมเห็นด้วยเลยว่า ที่ท่านทํามานั้นบารมีท่านสูงมาก ท่านทําอย่างนั้นท่านทําได้เลย ผมก็เดินตามต้อย ๆ กันมา แต่ผมทําของผมเปึนส่วนตัว เปึนส่วนตัวเพราะไม่เห็นด้วย ผมก็เขียนหนังสือ แต่ไม่ใช่นักหนังสือพิมพ์ ผมเปึนคอลัมนิสต์ก็เปึนสมัครเล่นแม้จะชื่อสมัครจริง แต่ทว่า ผมก็ทําหน้าที่ เพราะฉะนั้นผมต่อสู้ของผมมานี่เพื่ออะไรครับ ผมบอกแล้วว่าสุจริต เปึนเกราะบัง สกปรกแล้วกระทบกระทั่งกับสื่อไม่ได้ ผมกระทบตลอด คุณซัดมาผมซัดไป เขาบอกจะเปึนนายกรัฐมนตรีให้เบาบางลงเสียบ้าง ผมก็ว่าเอาละก็จะทําหน้าที่ นายกรัฐมนตรีก็ได้เบาบางลงไปว่ามึงจะทนได้สักเท่าไร จะทนได้สักแค่ไหน ทุกวันก็ต้อง ทนครับ เพราะการสอบถามต่าง ๆ นั้นเขาก็ล่อจะให้ผมตกหลุม จะล่อให้นั่นต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอขอบพระคุณทุกท่าน ทุกฝ์ายที่ได้กรุณา ทั้งหมดนี่ไม่ใช่ว่าไม่ได้พูด ไม่ได้ฟัง เขาพิมพ์ไว้ให้ด้วยหนาเกือบนิ้ว ทุกท่านที่พูดก็ทําอย่างย่อเอาไว้ให้หมด แปลว่า ผมนั่งอ่านหมด นี่อ่านทั้งป๊กนะครับ แต่ว่าถ้าตอบนี่ เช้าก็ไม่ได้ เพราะว่าต้องไปนอนหน่อย เพราะเช้าให้ไปใส่บาตร พรุ่งนี้วันมาฆบูชา นายกรัฐมนตรีเปึนประธานใส่บาตร สนามหลวง นี่เกือบตีหนึ่งกว่าจะถึงบ้าน ถึงบ้านก็ตีสอง นอนแล้วก็ต้องตื่นเพราะจะต้อง ถึงสนามหลวงหกโมงครึ่งเช้า ก็ต้องไปทําหน้าที่ครับ เมื่อตะกี้ที่หายไปหมายก็ซ้อนกัน แต่ก็ไม่อยากเอ่ยถึง ประธานก็ต้องไป ผมก็ไป เพราะเหตุว่าเปึน ๕๐ วันนะครับ ก็ไม่ต้อง เอ่ยถึง เพราะงานนี้เราก็ต้องไปรักษาหน้าที่ มีหมายเฝัาอะไรต่าง ๆ คุณมีชัยนั่งแทน ๓ ชั่วโมง เสร็จแล้วก็รีบกลับมา เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวกลับเข้ามา พรุ่งนี้ก็ไปครับ แต่เปึน วันหยุดไม่เปึนไร ก็ขอเรียนนะครับ เรามันปุถุชนคนธรรมดาด้วยกัน มีความรู้ ความคิด ความรู้สึกเหมือนกัน บังเอิญคณะผมขึ้นมาบริหาร วันนี้ก็มารับฟัง ๓ วัน ก็จะรับเอา ทั้งหมดไปแล้วไปดูแล วันจันทร์ก็ประชุมแล้วครับ ประชุมข้าราชการทั้งหมดดําเนินการที่ให้ข้อคิดมาตั้งแต่ต้นนั้น เอาเก็บไว้ทั้งหมดครับ แล้วเปึนเอกสารไว้ด้วย ขอเรียนนะครับว่าผมก็จะพยายาม ที่เขาบอกว่าต้องเปลี่ยนแปลง เปึนนายกรัฐมนตรีทําโน่นไม่ได้ ทํานี่ไม่ได้ ในสภานี่ได้ครับ ผมได้รับการอบรมมาเลยว่าอยู่ข้างล่างพูดข้างล่างได้ อยู่ข้างบนต้องพูดแบบข้างบน บรรดาข้างบนทั้งหลายทางผมนี่ผมบอกพอสมควรแก่เหตุ ตอบเท่าที่ตอบได้ ถ้าเขาเขียน อะไรมาอ่านเข้าใจก็ตอบ ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เปึนไรเพราะว่าไม่มีการลงมติ ผมว่ามันผลัดกัน วันข้างหน้าท่านก็อยู่ข้างบน ผมอาจจะไปอยู่ข้างล่าง แต่ผมคงไม่แล้วครับ มันรอบสุดท้าย ของผมแล้วพูดตรง ๆ แต่ผมจะอยู่ครบนะครับ ตั้งใจจะอยู่ครบ เดี๋ยวจะว่าพูดแล้วเสีย สถาบัน ต่างประเทศไม่เชื่อถืออีก ขอขอบพระคุณอีกครั้งนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยที่ท่านได้กรุณารักษาอะไรต่าง ๆ แล้วขออภัยถ้าวันนี้เขายังถ่ายทอด ใครจะนั่งดูอยู่ มันน่าขายหน้าจริง ๆ สําหรับในช่วงเวลา ๑๕ นาทีหลังเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะมีการพรรค์อย่างนี้ มันมากเกินไปหน่อยแต่ไม่เปึนไรหรอกครับ ต้องทน ผมถูกขอร้องมาแล้วว่าให้ทนหน่อย ผมจะทําหน้าที่ให้ครบ ๔ ป้ถ้าทําได้ แล้วก็ขอขอบพระคุณทางพรรคการเมืองฝ์ายค้านที่ได้กรุณาให้ความคิดเห็นทั้งหมด จะรับเอาไปดําเนินการ แล้วท่านต้องเฝัาดู เพราะรอบถัดไปก็อภิปรายงบประมาณก็คงจะ รุนแรงกว่านี้ไม่เปึนไร สุดท้ายไม่พอใจก็ไม่ไว้วางใจ มันก็ผ่านกันมาแล้วทั้งนั้นละครับ นี่เกือบตีหนึ่งแล้วครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ วันนี้ผมในนาม ผู้ทําหน้าที่ประธานก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน หนักนิดเบาหน่อยนะครับ มองหน้า ก็เห็นกันอยู่แค่นี้นะครับ ก็ให้อภัยกันนะครับ ครั้งหน้าเราเจอกันแล้วก็จะได้ทําหน้าที่ต่อ แล้วก็เคารพหน้าที่ของแต่ละฝ์าย เปึนอันว่าการอภิปรายในนโยบายที่คณะรัฐมนตรี ได้นําเสนอต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖ ของรัฐธรรมนูญนั้นได้ยุติลงแล้วนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ ไม่มี

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมขอป่ดการประชุมครับ เลิกประชุมเวลา ๐๐.๕๓ นาฬิกา ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑