รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

อับดุลการิม เด็งระกีนา หารือเรื่องความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ว่าไม่แตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่ได้นำไปสู่ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้ การนําของนายสมัคร สุนทรเวช ได้บรรจงเขียนนโยบายอย่างสวยหรูดูดี โดยเฉพาะ นโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างว่า จะน้อมนําแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาใช้ ตลอดทั้งจะอํานวย ความเปึนธรรมและความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่ารัฐบาลชุดนี้จะกระทําได้จริงอย่างที่ได้แถลงไว้ ท่านประธานย้อน ไปดูคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันพุธที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ ในหน้าที่ ๒๔ วรรคสุดท้าย ในนโยบายดังกล่าวก็ได้บอก ไว้ว่าจะน้อมนําหลักการแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา รวมทั้งการอํานวย ความเปึนธรรมและความยุติธรรม พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ตามวิถีชีวิตและ วัฒนธรรมของประชาชน นี่คือนโยบายของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในคําแถลง นโยบายของนายสมัคร สุนทรเวช ที่ได้แถลงต่อรัฐสภา หน้าที่ ๔ ข้อที่ ๑.๒ เกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้อ้างอีกว่าจะน้อมนํา แนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตลอดทั้งอํานวยความเปึนธรรมและ ความยุติธรรมเช่นเดียวกัน แสดงว่านโยบายของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ได้ลอกมาจาก นโยบายรัฐบาลทักษิณทั้งสิ้น ฉะนั้นการทํางานก็คงจะไม่แตกต่างกับการทํางานของ รัฐบาลทักษิณ จึงน่าเปึนห่วงว่ารัฐบาลชุดนี้จะเข้าใจกับพื้นที่ ๓ จังหวัดอย่างไร เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่เคยได้ไปสัมผัสกับพื้นที่ รัฐบาลชุดนี้จะอธิบายได้ไหมว่า ท่านเข้าใจพื้นที่อย่างไร จะทําอย่างไรกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ หรือฝ์ายปกครองที่มาจาก ภูมิภาคอื่น มาจากจังหวัดอื่น บุคคลเหล่านี้คงไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา ที่ใช้กันใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางรัฐบาลจะจัดให้มีหลักสูตรการอบรม เรียนรู้ เข้าใจวิถีชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องพุทธ มุสลิมอย่างไรหรือไม่ และการที่จะเข้าถึงนั้น รัฐบาลจะเข้าถึงประชาชนของพี่น้องกระผมได้อย่างไร เมื่อปัจจุบันทั้งทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ และประชาชนต่างก็อยู่ในความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ท่านจะขจัดความหวาดระแวงนี้ อย่างไร ในการพัฒนาทางรัฐบาลจะดําเนินการอะไรในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพราะสมัยรัฐบาล ทักษิณไม่เห็นได้ดําเนินการพัฒนาอะไรเลยในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจึง ไม่เชื่อหรอกครับว่า รัฐบาลชุดนี้จะทําได้จริงอย่างที่ได้แถลงไว้ ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่ผมเปึนคนจังหวัดยะลา ได้เจริญเติบโตสัมผัสกับชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน ในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผมไม่ได้ย้ายไปไหน ผมได้เปึน ทนายความมา ๑๐ กว่าป้ เคยเปึนทั้งกํานันแล้วมาเปึน ส.ส. และมีโอกาสสัมผัส กระบวนการยุติธรรมในฐานะทนายความ และสัมผัสชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ประชาชนในฐานะที่ผมเปึนกํานันและเปึน ส.ส. ยอมรับว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดที่ผ่านมาเท่าที่ ผมจําได้มีความสงบเรียบร้อยเปึนอย่างดี ภาครัฐได้อํานวยความยุติธรรมเสมือนกับพี่น้อง ประชาชนในภูมิภาคอื่น ผมได้มีโอกาสอํานวยความยุติธรรมบ้างในฐานะทนายความ คดีที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่ก็ได้ดําเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการ ยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย มีโอกาสได้ต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ แต่พอมายุครัฐบาลสมัยทักษิณ ชินวัตร ผมจําได้ว่าไม่มีเคยมียุคไหนในพื้นที่ ๓ จังหวัดมีความรุนแรงอย่างหนักถึงขนาดนี้ ด้วยนโยบายภายใต้การคิดใหม่ ทําใหม่ คิดจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลนี้ก็คงจะทําเหมือนกับรัฐบาลทักษิณที่ทํามา รัฐบาลทักษิณทําอะไรไว้อย่างไร รัฐบาลชุดนี้คงอยากกระทําต่อ รัฐบาลทักษิณได้ก่ออะไร ไว้รัฐบาลชุดนี้คงจะสานต่อ พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความไม่สงบ เกิดเหตุ รุนแรงในยุครัฐบาลทักษิณบริหารประเทศใช้นโยบายผิดพลาด ใช้วิธีการที่ผิด ใช้การ อุ้มฆ่าในการแก้ปัญหา เริ่มต้นจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดด้วยการอุ้มฆ่าและ ฆ่าตัดตอน ใช้นโยบายในการปราบปรามประชาชนในพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งข้อหา บุคคลเหล่านั้นว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยการอุ้มเข้าไปและฆ่าเขาตาย แล้วปรากฏว่า มันผิดตัวไม่ใช่ตัวจริง ทําให้ญาติพี่น้องเขาโกรธแค้น นายกรัฐมนตรีทักษิณช่วงนั้นไปฟัง ใครก็ไม่ทราบครับว่า หัวขบวนแบ่งแยกดินแดนมีเพียงแค่ ๒๐-๓๐ คน เลยจึงมีคําสั่งให้ จัดการกับบุคคลเหล่านั้นให้เสร็จสิ้นภายใน ๓-๔ เดือน เหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้จึงมี ความรุนแรงขึ้น คิดว่า ๒๐-๓๐ คนนี้ จัดการแค่ ๓–๔ เดือนก็หมดไป และยังอวดดีอวดเก่ง ต้องการแสดงให้เห็นว่าแนวทางที่จะใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเปึน แนวทางที่ต้องคิดใหม่ทําใหม่ ปฏิเสธของเก่าที่ใช้ได้ผลมาแล้ว อย่างเช่นสมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านได้ก่อตั้งศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า ศอ.บต. ศอ.บต. เปึนที่รวมศูนย์บริหาร ราชการในพื้นที่ภาคใต้ ทําให้ทุกอย่างบริหารงานอย่างมีเอกภาพ ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหา และการพัฒนา ลดตัวบุคคลและเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดปัญหา รวมทั้งการบํารุงขวัญของ ข้าราชการที่รับราชการในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําให้การบริหารราชการเปึนไป อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนได้ประโยชน์สถานการณ์จึงสงบ อีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ คือ การก่อตั้งกองกําลังผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่ ๔๓ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า พตท. ๔๓ ทําให้กําลังของเจ้าหน้าที่ทหารฝ์ายปกครองและ ฝ์ายตํารวจ ฝ์ายทหารทํางานสอดประสานกันอย่างมีเอกภาพ สามารถดูแลปกครอง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมีความสงบเรียบร้อย ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ถูกยุบ ยกเลิกทั้ง ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ ทําให้การบริหารราชการ ใน ๓ จังหวัดมีความยุ่งเหยิง วุ่นวาย ขาดประสิทธิภาพ เมื่อมาผสมโรงกับนโยบาย ที่ปราบปรามด้วยความรุนแรง มีการอุ้มฆ่าแทบทุกวัน ประชาชนหรือครอบครัวที่เขาถูก อุ้มฆ่าเขามีความคับแค้นเดือดร้อนครับ พวกคนเหล่านี้กลายเปึนในเรื่องของขบวนการ อย่างปริยาย เมื่อมีการวางระเบิดเลยพลอยให้มีคนมีความรู้สึกสะใจ ในที่สุดมันก็ระบาด ไปจนถึงขั้นวางระเบิดฆ่าผู้บริสุทธิ์ ทั้งที่เปึนครูที่เปึนของรัฐและของเอกชน ทั้งปอเนาะ ทั้งผู้หญิง ทั้งผู้นําศาสนา ทั้งพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งเด็กและคนแก่พลอยตายไปหมด ทั้งคนพุทธและมุสลิม ทั้งหลายทั้งหมดนี่เกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาลทักษิณทั้งสิ้น ผมจึงถามว่าการที่รัฐบาลลอกนโยบายของทักษิณมาแถลงอีกคราวนี้ แสดงว่าจะทํา ตามเดิมหรือเปล่า มีตรงไหนที่แตกต่างบ้าง นายกรัฐมนตรีสมัครประกาศว่านโยบายของ เขาจะทําตามที่รัฐบาลทักษิณทําไว้ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีสมัครตั้งใจที่จะทําให้พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบจริงอย่างจริงจัง นายกรัฐมนตรีสมัครจะต้องสะสาง คดีที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ให้มีปรากฏให้ชัดเจน อย่างเช่นกรณีการหายตัวไปและล่าสุด เมื่อ ๗ เดือนที่แล้ว กรณีนายซัมซูดิง วะวา อยู่ที่อําเภอบันนังสตา มีชายฉกรรจ์แต่งกาย ชุดพรางอาวุธครบมือ ไปโดยรถกระบะอุ้มหายตัวไป ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าเปึนตายร้ายดี อย่างไร และกรณีนายวันดี กาซิ กับพวกรวม ๔ คน อันนี้ก็ได้หายตัวไปที่อําเภอยะหา เมื่อกลางป้ที่แล้ว ญาติของเขาติดตามก็ยังไม่ทราบว่าเปึนตายหรืออยู่อย่างไร ปัจจุบัน จํานวนผู้สูญหายมากกว่า ๓๐ รายแล้วครับ หากรัฐบาลนี้มีความจริงใจในการแก้ปัญหาจริง กล้าไหมครับที่จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏทั้งหมดที่หายไป อันนี้ไม่รวมถึงญาติพี่น้องของบุคคลที่ถูกยิงตายอย่างน่าเวทนา อย่างน่าสงสาร เขามีลูก เขามีเมีย ลูก เมียเขาจะรู้สึกอย่างไร ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่าถ้าเหตุการณ์เหล่านั้น เกิดขึ้นกับพี่หรือน้อง หรือลูก หรือเมีย หรือพ่อของท่านประธาน ท่านประธานจะรู้สึก อย่างไร คับแค้นไหมครับ พี่น้องประชาชนของกระผมก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกับ ท่านประธานหรอกครับ เหยื่อเหล่านี้มีทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม ทั้งผู้นําศาสนาทั่วไปหมด รัฐบาลมีแนวคิดที่จะเยียวยาบุคคลเหล่านั้นที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ อย่างไร กรณีพ่อเขาตาย ลูกเขาอดอยากลําบากครับท่าน รัฐบาลนี้รวมทั้งคณะบุคคลในรัฐบาลนี้หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะต้องทําเรื่องนี้ให้กระจ่าง ประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด จะได้รู้ว่านโยบายที่ได้เขียนไว้อย่างสวยหรูเปึนจริงและจะเกิดประโยชน์ได้ อย่างจริงจังครับ ขอบคุณครับท่านประธาน