สมัคร จี้สนช. อยาโยงการเมืองเก่า-วิพากษ์วิจารณ์เกินจริง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช หารือเรื่องนโยบายรัฐบาลและขอขอบคุณสมาชิกสภาที่แสดงความคิดเห็น โดยชี้แจงว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์หลายประเด็นเป็นความเข้าใจผิดเนื่องจากบริบททางการเมืองเปลี่ยนไป และยืนยันว่าการชี้แจงอย่างเป็นทางการเพียงครั้งเดียวต่อสัปดาห์เพียงพอ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ขอเริ่มต้นในการขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกพรรคทุกฝ์ายที่ได้กรุณาให้ความคิดเห็นในนโยบายที่กระผมได้แถลงไป ทั้งหมดที่จริงอยากจะได้เน้นทาง สนช. เพราะว่าเปึนวิธีการที่แปลกดี ท่านเอาประธาน คณะกรรมาธิการมาชี้แจง แล้วมาเล่าให้ฟังว่าระหว่างช่วงเวลาที่มันขาดผ่านมานี่มีอะไร ที่มันเปลี่ยนแปลง หลายอย่างเปึนประโยชน์ที่ท่านนั้นได้อภิปรายให้ข้อคิด คราวนี้ก็ทาง ท่านสมาชิกที่อภิปรายต่าง ๆ นั้น ผมก็เกรงใจจริง ๆ ครับ เพราะเหตุว่าการอภิปรายนั้น จะทํากันได้อีกหลายหนหลายรอบ ผมไม่คาดคิดเลยนะครับว่าอภิปรายนโยบายนั้น ผมอาจจะห่างสภาไป ๗ ป้ การอภิปรายนโยบายก็นึกว่าจะว่ากันในเรื่องธรรมดา วิพากษ์วิจารณ์กันธรรมดา แต่ปกติบางครั้งก็เหมือนกับว่าอภิปรายงบประมาณ ก็ยังพอ ฟังได้ บางครั้งก็เลยไปเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งผมก็เคยเปึนคนอยู่ข้างล่างอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ปัญหาอยู่ที่ว่ากําลังนี้มันเปึนการเปลี่ยนผ่าน มีรัฐบาลใหม่ แต่ว่าน้ําเสียง ที่ถูกว่ากล่าวต่าง ๆ คือทนได้ ไม่มีปัญหา แต่ว่าเมื่อพูดจาแล้วเหมือนกับว่ารัฐบาลนี้ เพิ่งบริหารอยู่เมื่อคราวที่แล้ว แล้วก็กลับเข้ามาบริหารใหม่ เนื้อหาต่าง ๆ ที่พูดจากันทั้งนั้น ฟังแล้วก็ เออ ทําไมถึงต้องเปึนอย่างนั้น ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี คนก่อน พรรคก็เปึนพรรคชื่อพรรคพลังประชาชน หนทางที่มาจะเปึนอย่างไรนั้นผมเชื่อว่า คนเปึนนักการเมืองด้วยกันก็นึกว่าจะให้ประโยชน์ ว่าก็มาต่อสู้กันทางการเมือง ในทาง ความคิดอะไรต่าง ๆ แต่ว่าเมื่อพูดจากันไปแล้วผมเกรงใจจริง ๆ ผมกราบเรียนตรง ๆ เวลาอภิปรายโยงไปโยงมา อย่างอภิปรายเรื่องก็เหมือนกับทํานองว่ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมไม่รู้เรื่องทหารแล้วเปึนได้อย่างไร แล้วถ้าสมมุติว่าผมย้อนกลับไปบ้าง แล้วก็พรรคการเมืองที่ท่านผู้อภิปรายเองก็ส่งพลเรือนเปึนทหาร ๒ คน แล้วเปึนได้อย่างไร เฉย ๆ คือถ้าเผื่อพรรคท่านเปึนก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าคนนี้เปึน ยังไม่ทันเปึนอะไร ยังไม่ได้ทํา อะไรเลยครับ ก็อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ถ้าอย่างนี้แล้ว แล้วจะทําอย่างไรกัน บางใบ เขียนส่งมาโกง คือเปึนรองนายกรัฐมนตรี ผมเปึนรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น แล้วก็มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ให้เขาโกงเงินไปสร้างโรงนิวเคลียร์แล้วก็ทําไม่ได้ แล้วถ้าผมเอาไปให้ดูกันเวลาตอนจ่ายเงินค่าโง่ฝรั่งไปนั้นก็เปึนรัฐบาลของท่านเอง คือพูดไปพูดมาแล้วก็ต้องพูดให้เข้าใจหน่อยว่าจริง ๆ นโยบายทั้งหมดพรรคการเมือง ทั้ง ๖ พรรคช่วยกันคิดช่วยกันเขียน ทีนี้เมื่อเขียนมาแล้วผมเองก็เพิ่งได้เห็นนะครับว่ามี ข้อความที่จะต้องระมัดระวังมาก คือเสร็จท่านจะต้องไปทําโน่น ท่านจะต้องทํานี่ ทําเท่านี้ เพราะฉะนั้นคําตําหนิติเตียนที่ว่ากล่าวมานั้นก็เปึนเรื่องของใหม่ทั้งหมด เปึนเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องเปึนอย่างนั้น ต้องทําอย่างนั้น ต้องทําอย่างนี้ กรณี บางเรื่องท่านสมาชิกท่านก็พูดจาเปึนทํานองอบรมสั่งสอน เหมือนกับว่าพูดเฉียดไปหน่อย เดียวเท่านั้นเอง พูดเฉียดไปหน่อยเดียวเรื่องจะจัดการเรื่องสื่อ จะจัดการเรื่องสื่อของ รัฐบาล และที่จะจัดก็จะจัดให้มันดีกว่าที่เคยเปึน คือแต่ตอนเคยเปึนสื่อรัฐบาลก็เชียร์ รัฐบาล บัดนี้จะจัดไม่ให้เชียร์รัฐบาล แล้วทําไมไม่ได้ล่ะครับ ทําไมจะจัดให้สื่อของรัฐบาล ไม่ต้องเชียร์รัฐบาล ถามว่าอวดศักดามาจากไหนอย่างไร ก็เลือกตั้งเข้ามาถูกกีดกันสื่อ โผล่หน้าไปไหนไม่ได้เลย เช่าเวลาก็ไม่ให้ คือโทรทัศน์ไม่ได้เปึนประโยชน์แก่การเลือกตั้ง เลย เพราะฉะนั้นโทรทัศน์ก็ไม่น่าจะเปึนประโยชน์อะไรกับรัฐบาลเลย ถึงได้ตั้งใจไว้เลย บอกว่า ช่อง ๑๑ นี่ละที่เชียร์รัฐบาล ต้องอย่างนั้น ๆ บอกไม่ต้อง จะปรับปรุงใหม่เลย เสนอข่าวแบบตรงไปตรงมา แล้วเขาถามรัฐบาลจะทําอย่างไร รัฐบาลก็ทําเวลารัฐมนตรี ไปชี้แจงก็ชี้แจงเรื่องของรัฐบาล ก็คงไม่ไปด่าตัวเอง ผมก็บอกอาทิตย์หนึ่งมีวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง อาทิตย์หนึ่งมี ๗ วัน ผมใช้ชั่วโมงเดียวก็ชี้แจงนายกรัฐมนตรีก็จะชี้แจงอธิบาย พอเพียงแล้ว ไม่ต้องการให้ทางราชการมาเชียร์รัฐบาลเลย พอคิดอย่างนี้ เอ๊ะ แล้วทําไม ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถูกว่ากล่าว ขอเรียนนะครับว่าที่ฟังมาตลอดทั้งหมดนี่เราก็เปึนคณะ รัฐบาลเพิ่งตั้งเข้ามาใหม่ ๆ มากัน ๓๖ คน มาก็ตั้งใจจะรับฟังด้วยดี ที่เริ่มต้นด้วย การขอบคุณก็คือว่าทุกอย่างที่บอกมารับฟังได้ทั้งนั้นนะครับ แล้วต้องรับเอาไปดําเนินการ รับเอาไปดูแลต่าง ๆ แต่สภาพการณ์ข้างหลังมันเปลี่ยนต่อไปต่อมา มันกลายว่าเริ่มต้นกัน แท้ ๆ เริ่มต้นที่จะที่ได้ทํางานกันแท้ ๆ ทางฝ์ายทางคณะรัฐมนตรีก็ดีอะไรต่าง ๆ การตอบ ก็ตอบกันอย่างชนิดเปึนทางการ แต่ว่ามาถึงนายกรัฐมนตรี ผมจะทําเปึนหวานจ๋อย เย็นเจี๊ยบเปึนอย่างนั้น ผมทําไม่ได้หรอกครับ ผมต้องให้ได้ทราบกันไว้ว่าอะไรมันเปึนอะไร อย่างไร เห็นไหมครับหยก ๆ ที่พูดจากัน เห็นไหมครับว่าท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านก็ได้ทําสิ่งที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ จะถูกหรือจะผิดอย่างไรก็ไม่ทราบได้ แต่ผมก็เข้าใจท่านทันทีว่าท่านก็บอกมันเปึนอย่างนี้ เพราะวันหนึ่งผมจะต้องเซ็น ผมก็คงเหมือนกับท่าน เขาตั้งแท่นมาอย่างนี้เห็นว่าไม่ผิดท่านก็เซ็นไปอย่างนั้นเท่านั้นเอง แต่ก็มีวิพากษ์วิจารณ์ว่ากล่าวกัน แต่ที่ผมช้ําใจที่สุดที่นั่งมาตั้งแต่เช้า ผมนั่งอยู่ข้างหลัง เพราะเหตุว่าไม่ได้ไปไหนล่ะครับ มีหนังสือมาเซ็นก็นั่งเซ็นแล้วก็นั่งดูอยู่แล้วก็ผลัดขึ้นมา นั่งข้างบนบ้างตามสมควร ที่มันชอกช้ําใจจริง ๆ ก็คือว่ายังไม่ทันจะเริ่มงาน ยังไม่ทันจะ อะไรเลยครับ คําหนึ่งก็โกง สองคําก็โกง สามคําก็ปรามาส มันเหมือนว่าคณะรัฐบาล ชุดนี้ที่มานี่ มันสกปรก โกงกันตัวเปึนขน หัวหน้ารัฐบาลที่นั่งมันโกงจริงหรือเปล่าละครับ มันเคยติดตะราง เพราะเรื่องโกงบ้างหรือเปล่า ผมต้องแน่ใจนะครับที่ผมรับหน้าที่มา ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงก็ตรวจสอบกันดู โกงก็เล่นงานไปเลยครับ มีมาตรการทางสภา ทุกมาตรการเลย เรื่องสักครู่นี้ถามสิผมจะตอบให้ ถามกระทู้สดมาเลย วันพุธแรกเลย นัดมาเลย ผมมาตอบให้ ผมไม่ขี้เกียจหรอกครับ ผมบอกสมาชิกของผมทุกคนเวลาประชุม ครม. นัดแรก บอกว่าเขาให้ไปตอบกระทู้ต้องไป แล้วผมก็จะไป แต่ผมก็มีวิธีการว่าเขียน ให้รู้เลยว่านายกรัฐมนตรีนั้นได้สั่งงานตรงไหนบ้าง เพื่อจะได้ว่าเหมานายกรัฐมนตรีหมด เพราะว่าถ้าผมไม่ได้สั่งงานไหนแล้วก็คนอื่นก็มาตอบแทนได้บ้าง คือทั้งหมด มันเริ่มต้นด้วยการดูถูกดูแคลนไม่ไว้วางใจ คําหนึ่งก็โกง สองคําก็โกง หนังสือพิมพ์ก็ไม่ให้ พูดถึง ไม่ให้ว่า แต่หนังสือพิมพ์เขียนแล้วครับ มิสเตอร์นั่น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มิสเตอร์นี่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือดูแคลนกันตลอดเลย ที่ผมเจ็บช้ําน้ําใจจริง ๆ ที่จะต้องพูดตอนที่จะมา ขอบคุณก็คือว่า ทําไมล่ะครับ สื่อสารมวลชนเหยียบย่ําซ้ําเติมนักการเมือง ดูถูก ดูแคลน พูดจาว่ากล่าว ไอ้ อี มีชื่อ หนังสือพิมพ์ฉบับที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย เขียนบทความ หน้า ๓ เมื่อวานซืนนี้อ่านดูแล้ว โอ้โฮ ชอบเอาสํานวนจีนมาใส่ แล้วก็ใส่ชัด ๆ เลยครับว่า นายกรัฐมนตรีจะดูเสียว่าอ้ายคนนี้ ๆ ที่มันเปึนอย่างนี้ อ้ายนี่ ๆ ผมไม่น่าเชื่อเลยว่า คนเขียนบทความยังไม่ได้บริหารบ้านเมืองเพิ่งจะแถลงนโยบายเท่านั้น แต่เขียนดุด่าว่ากล่าวอย่างกับโกรธแค้นกันมาสักขนาดไหน อย่างไร ทําไมมันเปึนอย่างนี้ ที่ผมต้องบ่นตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าสื่อสารมวลชนดูหมิ่นเหยียบย่ํานักการเมือง ทําอะไรก็ทําได้ แต่พอนักการเมืองจะพูดถึงสื่อ โอ้โฮ ขึ้นมาอบรม อบรมบ่มนิสัยเปึน ทํานองว่าแตะต้องไม่ได้ ทําอะไรไม่ได้ ทําอย่างโน้นทําอย่างนี้ไม่ได้ ผมว่า เอ๊ะ ไม่ยุติธรรม สื่อเล่นงานนักการเมืองได้ แต่นักการเมืองเพียงแต่ตอบโต้สื่อเท่านั้นก็ไม่ได้เสียแล้ว เอ๊ะ ทําไมละครับ ผมต้องพูดตรงนี้เพราะเหตุว่านักการเมืองนี่นะครับ ถ้าหากสกปรกแล้ว เปึนปฏิปักษ์คิดอ่านต่อสู้กับสื่อไม่ได้ครับ ตายแน่นอน แต่ว่าคนที่ประจบประแจง ประจ๋อประแจ๋ ไปโน่นไปนี่ วันเกิดต้องกระเช้าดอกไม้ ต้องไปเสนอหน้ากัน คนอย่างผม ไม่ทําหรอกครับ ที่ไปกันอย่างนั้น ประจ๋อประแจ๋ ดี ๆ ก็ยกย่องชมเชย เผลอ ๆ มันก็เหยียบย่ํา มันไม่เปึนธรรมกับสังคม เพราะสื่อได้รับการยกย่อง ผมไม่ครับ เท่าเทียมกัน คุณทําหน้าที่คุณ ผมทําหน้าที่ผม เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนเถอะครับว่า ขอบพระคุณทุกอย่างที่ได้พูดมา ตั้งแต่ต้น ฟังแล้วต้องเปึนประโยชน์ ต้องเปึนข้อคิด ที่ผมขอบคุณ สนช. นั้นเพราะปกติ ก็ไม่คุ้นเคยกัน แต่ฟังดอกเตอร์สมเกียรติอภิปรายแล้ว สมเกียรติ อ่อนวิมล นะครับ เขาให้ ข้อคิดดี สํานวนโวหารท่าน ผมนั่งฟัง คุณพิชัย วาศนาส่ง เอารายงานที่ท่านบอกให้เลือก โกลเบิล ฟังได้ครับเปึนประโยชน์ เพราะท่านไม่ได้คิดจะอภิปรายอย่างไร ที่คุณมีชัยบอก ว่าไม่ต้องไปยุ่งกับรัฐบาล ก็ได้กรุณาไม่ยุ่ง แต่ว่างานที่ สนช. ทํามา ตอนที่แก็ปคาดตรงนี้ ๑๖ เดือนนี่เขาก็ดีครับ เอาประธานกรรมาธิการให้มาเปึนผู้อภิปราย ได้ ๒๐ นาที น่าฟังครับ เปึนประโยชน์ ทางฝ์ายค้านก็น่าฟังเพราะทุกคนนั้นอ่านแล้วก็ ผมใช้คําว่า ท่านติเรือ ทั้งโกลนไปหน่อย เพราะเหตุว่ายังไม่ได้ลงมือ แต่คําอภิปรายของท่านนั้นก็อบรมสั่งสอน มันเปึนข้อคิดที่ดีคือมองเห็นทะลุปรุโปร่ง เขียนไว้อย่างนี้ก็คงจะเปึนอย่างนี้ แล้วก็บอก ดักคอไว้หน่อย อย่างนั้นไม่เปึนไรครับ เปึนประโยชน์แน่นอนครับ แต่ว่าเหยียบย่ํากันว่า จะโกงจะอะไรต่ออะไรนั้น ผมต้องปรารภในตอนขอบคุณ แล้วเรื่องสื่อนี่ผมต้องเรียน ยืนยันเลย ท่านสมาชิกทุกท่านวันหนึ่งท่านจะต้องเติบโตขึ้นมาได้เปึนรัฐมนตรี ได้เปึน รองนายกรัฐมนตรี ได้เปึนนายกรัฐมนตรี เขาจะปล่อยให้สถาบันนี้มันเหยียบย่ํา นักการเมืองอย่างนี้ ผมเปึนคนไม่ยอมทนเรื่องนี้ ท่านคึกฤทธิ์ท่านไม่ยอมทน ท่านล่วงลับ ไปแล้ว ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ผมไม่ได้เดินตามรอยท่านหรอกครับ แต่ผมเห็นด้วยเลยว่า ที่ท่านทํามานั้นบารมีท่านสูงมาก ท่านทําอย่างนั้นท่านทําได้เลย ผมก็เดินตามต้อย ๆ กันมา แต่ผมทําของผมเปึนส่วนตัว เปึนส่วนตัวเพราะไม่เห็นด้วย ผมก็เขียนหนังสือ แต่ไม่ใช่นักหนังสือพิมพ์ ผมเปึนคอลัมนิสต์ก็เปึนสมัครเล่นแม้จะชื่อสมัครจริง แต่ทว่า ผมก็ทําหน้าที่ เพราะฉะนั้นผมต่อสู้ของผมมานี่เพื่ออะไรครับ ผมบอกแล้วว่าสุจริต เปึนเกราะบัง สกปรกแล้วกระทบกระทั่งกับสื่อไม่ได้ ผมกระทบตลอด คุณซัดมาผมซัดไป เขาบอกจะเปึนนายกรัฐมนตรีให้เบาบางลงเสียบ้าง ผมก็ว่าเอาละก็จะทําหน้าที่ นายกรัฐมนตรีก็ได้เบาบางลงไปว่ามึงจะทนได้สักเท่าไร จะทนได้สักแค่ไหน ทุกวันก็ต้อง ทนครับ เพราะการสอบถามต่าง ๆ นั้นเขาก็ล่อจะให้ผมตกหลุม จะล่อให้นั่นต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอขอบพระคุณทุกท่าน ทุกฝ์ายที่ได้กรุณา ทั้งหมดนี่ไม่ใช่ว่าไม่ได้พูด ไม่ได้ฟัง เขาพิมพ์ไว้ให้ด้วยหนาเกือบนิ้ว ทุกท่านที่พูดก็ทําอย่างย่อเอาไว้ให้หมด แปลว่า ผมนั่งอ่านหมด นี่อ่านทั้งป๊กนะครับ แต่ว่าถ้าตอบนี่ เช้าก็ไม่ได้ เพราะว่าต้องไปนอนหน่อย เพราะเช้าให้ไปใส่บาตร พรุ่งนี้วันมาฆบูชา นายกรัฐมนตรีเปึนประธานใส่บาตร สนามหลวง นี่เกือบตีหนึ่งกว่าจะถึงบ้าน ถึงบ้านก็ตีสอง นอนแล้วก็ต้องตื่นเพราะจะต้อง ถึงสนามหลวงหกโมงครึ่งเช้า ก็ต้องไปทําหน้าที่ครับ เมื่อตะกี้ที่หายไปหมายก็ซ้อนกัน แต่ก็ไม่อยากเอ่ยถึง ประธานก็ต้องไป ผมก็ไป เพราะเหตุว่าเปึน ๕๐ วันนะครับ ก็ไม่ต้อง เอ่ยถึง เพราะงานนี้เราก็ต้องไปรักษาหน้าที่ มีหมายเฝัาอะไรต่าง ๆ คุณมีชัยนั่งแทน ๓ ชั่วโมง เสร็จแล้วก็รีบกลับมา เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวกลับเข้ามา พรุ่งนี้ก็ไปครับ แต่เปึน วันหยุดไม่เปึนไร ก็ขอเรียนนะครับ เรามันปุถุชนคนธรรมดาด้วยกัน มีความรู้ ความคิด ความรู้สึกเหมือนกัน บังเอิญคณะผมขึ้นมาบริหาร วันนี้ก็มารับฟัง ๓ วัน ก็จะรับเอา ทั้งหมดไปแล้วไปดูแล วันจันทร์ก็ประชุมแล้วครับ ประชุมข้าราชการทั้งหมดดําเนินการที่ให้ข้อคิดมาตั้งแต่ต้นนั้น เอาเก็บไว้ทั้งหมดครับ แล้วเปึนเอกสารไว้ด้วย ขอเรียนนะครับว่าผมก็จะพยายาม ที่เขาบอกว่าต้องเปลี่ยนแปลง เปึนนายกรัฐมนตรีทําโน่นไม่ได้ ทํานี่ไม่ได้ ในสภานี่ได้ครับ ผมได้รับการอบรมมาเลยว่าอยู่ข้างล่างพูดข้างล่างได้ อยู่ข้างบนต้องพูดแบบข้างบน บรรดาข้างบนทั้งหลายทางผมนี่ผมบอกพอสมควรแก่เหตุ ตอบเท่าที่ตอบได้ ถ้าเขาเขียน อะไรมาอ่านเข้าใจก็ตอบ ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เปึนไรเพราะว่าไม่มีการลงมติ ผมว่ามันผลัดกัน วันข้างหน้าท่านก็อยู่ข้างบน ผมอาจจะไปอยู่ข้างล่าง แต่ผมคงไม่แล้วครับ มันรอบสุดท้าย ของผมแล้วพูดตรง ๆ แต่ผมจะอยู่ครบนะครับ ตั้งใจจะอยู่ครบ เดี๋ยวจะว่าพูดแล้วเสีย สถาบัน ต่างประเทศไม่เชื่อถืออีก ขอขอบพระคุณอีกครั้งนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยที่ท่านได้กรุณารักษาอะไรต่าง ๆ แล้วขออภัยถ้าวันนี้เขายังถ่ายทอด ใครจะนั่งดูอยู่ มันน่าขายหน้าจริง ๆ สําหรับในช่วงเวลา ๑๕ นาทีหลังเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะมีการพรรค์อย่างนี้ มันมากเกินไปหน่อยแต่ไม่เปึนไรหรอกครับ ต้องทน ผมถูกขอร้องมาแล้วว่าให้ทนหน่อย ผมจะทําหน้าที่ให้ครบ ๔ ป้ถ้าทําได้ แล้วก็ขอขอบพระคุณทางพรรคการเมืองฝ์ายค้านที่ได้กรุณาให้ความคิดเห็นทั้งหมด จะรับเอาไปดําเนินการ แล้วท่านต้องเฝัาดู เพราะรอบถัดไปก็อภิปรายงบประมาณก็คงจะ รุนแรงกว่านี้ไม่เปึนไร สุดท้ายไม่พอใจก็ไม่ไว้วางใจ มันก็ผ่านกันมาแล้วทั้งนั้นละครับ นี่เกือบตีหนึ่งแล้วครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ