รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หารือเรื่องปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหาตลาดใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และการบริหารจัดการรายได้ ค่าใช้จ่าย และเงินเหลือในกระเป๋า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประหยัดพลังงานและเรียกร้องการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน เช่น ไบโอดีเซล แก๊สโซฮอล์ และรถยนต์พลังงาน ๒ ระบบ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับ ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เปึนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ต้องบอกเปึน ประสบการณ์ครั้งแรกที่ผมเข้ามานั่งร่วมประชุมในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ แล้วก็ได้ฟังมา ตลอด ๓ วัน เท่าที่ผมประเมินได้ ความรู้สึกของเพื่อนสมาชิกโดยรวมจะเปึนห่วงเกี่ยวกับ เรื่องเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงพาณิชย์ก็เปึนเรื่องค้า ๆ ขาย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากพูดให้ทุกคนสบายใจ คืนนี้จะได้นอนหลับฝันดีนะครับ ขออนุญาต พูดภาพรวมเศรษฐกิจโดยสั้น ๆ พอเข้าใจดังต่อไปนี้นะครับ หลายคนกังวลใจเรื่องเกี่ยวกับ ปัญหาของอเมริกา ปัญหาเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ถดถอย เรื่องค่าเงินบาท ค่าเงินดอลลาร์ หรือปัญหาเรื่องราคาน้ํามัน แล้วก็โยงมาถึงเรื่อง ตลาดส่งออกของไทยว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ อยากจะกราบเรียนว่าอย่างนี้นะครับ เหตุผลถามว่าเราควรจะต้องกังวลใจสิ่งเหล่านี้หรือไม่นะครับ ในเบื้องต้นก่อนแน่นอน เราค้าขายออกไปทั่วโลก เงิน ๗๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ที่เราค้าขายกับคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเปึน ค้ากับจีน กับฝรั่ง กับแขก กับอเมริกัน เราใช้เงินดอลลาร์ เพราะฉะนั้นแน่นอนถ้าเงิน เขาอ่อนเงินเขาแข็งมีผลกระทบกับเงินเราแน่นอน ซึ่งอันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ก็ประสานงานได้คุยกันกับทางกระทรวงการคลังด้วย แล้วก็แนะนําบรรดา เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ส่งออกทั้งหลายว่า ถ้าไม่จําเปึนหลีกเลี่ยงค้ากับแขกก็ใช้เงินแขก ค้ากับจีนก็ใช้เงินหยวนอะไรอย่างนี้เปึนต้นนะครับ

ในส่วนที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับตลาดส่งออก ปกติตลาดส่งออกที่เราส่งออกไปนี่ ถ้าถามว่าเราส่งออกขายไปทั่วโลกประเทศอะไรเยอะที่สุด ตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง ของไทย ก็คือสหรัฐอเมริกา ต้องบอกว่าสิ่งที่เรากําลังทําอยู่ก็คือกับอเมริกาก็ยังคง ค้าขายอยู่ ถ้าเขามีเงินน้อยเขาซื้อของเราน้อยลง เราก็ต้องหาตลาดส่วนอื่นมาชดเชย เพราะฉะนั้นนโยบายในการหาตลาดใหม่ หรือทุกประเทศที่เรามีทูตพาณิชย์อยู่ประเทศ ไหนที่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ตัวเลขไม่เยอะ เราจะทบทวนตัวเลขแล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพ ของปริมาณในการขายมากขึ้น คราวนี้มาพูดถึงในแง่ของเศรษฐกิจโดยรวมอะไรที่เรา น่าเปึนห่วงสําหรับประเทศนะครับ ผมอยากจะเปรียบเทียบให้ท่านฟังด้วยคําพูดง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ถ้าท่านเปึนหัวหน้าครอบครัว ท่านเปึนประธานบริษัท หรือท่านเปึนผู้บริหาร ประเทศเหมือนที่คณะรัฐมนตรีกําลังบริหารประเทศอยู่ ณ ปัจจุบันนี้นะครับ ตัวเลข ๓ ตัวที่ท่านต้องตระหนักถึงก็คือ ข้อ ๑ ท่านจะหารายได้ได้จากที่ไหน ตัวเลขกลุ่มที่ ๒ ก็คือท่านจะลดค่าใช้จ่ายท่านได้อย่างไร แล้วตัวเลขตัวที่ ๓ ท่านเหลือเงินในกระเปิาเท่าไร แน่นอนที่สุดมีเงินเหลือมากเท่าไรก็ยิ่งมั่งคั่งเท่านั้น สําหรับตัวเลขของรายได้อยากจะบอก ก่อนว่ามีอินดิเคเตอร์ (Indicator) หรือมีตัวชี้วัด หรือมีตัวบางอย่างที่น่าสนใจอยู่ประมาณ ๔-๕ ข้อนะครับ

ข้อแรกก่อนก็คือ เงินลงทุนอุตสาหกรรม หรือเรียล เซคเตอร์ (Real sector) ตรงนี้ต้องบอกก่อนนะครับเปึนตัวเงินที่สําคัญที่สุด บริษัทรถยนต์เอาเงินมาลงทุน บริษัทอุตสาหกรรมเอาเงินมาลงทุน เงินก้อนนี้จะไหลเข้าประเทศครั้งละเปึนหมื่นเปึนแสน หรือเปึนล้านล้านบาท อันนี้จะทําให้ประเทศเรามั่งคั่ง ผมหมายเหตุท่านไว้นิดหนึ่งนะครับ ป้นี้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้พูดมาตั้งแต่ป้ที่แล้วและบอกว่า ป้ที่แล้วเผาหลอก ป้นี้ จะเผาจริง แต่ผมกําลังจะบอกท่านว่า ถ้าท่านรู้ตัว สมมุติท่านเปึนนักเรียนท่านเรียน หนังสืออยู่ แล้วท่านรู้ตัวว่าท่านจะสอบไม่ได้คะแนนดีหรือสอบตก สิ่งที่ดีที่สุดก็ต้อง ท่องหนังสือ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ฉันใดก็ฉันนั้นนะครับ บอกเลยนะครับ ผมจะพูด ตรงกันข้ามว่า ตรงกันข้ามป้นี้เปึนโอกาสทองของประเทศไทยด้วยซ้ํา ถ้าเราจะ สมัครสมานสามัคคีสมานฉันท์ แล้วก็ไปช่วยกันออกไปหาตลาดนะครับ เดี๋ยวผมจะ ทิ้งประเด็นแล้วผมจะกลับมาบอกอีกครั้งหนึ่ง

ข้อที่ ๒ เงินที่จะไหลเข้า แล้วมีผลเร็วที่สุดก็คือเงินจากการท่องเที่ยว คนต่างชาติเข้ามาเที่ยวเอาเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศเรา คนขับแท็กซี่ คนขับตุ๊กตุ๊ก ช็อปปุ่ง ซื้อของ ร้านอาหาร ป้หนึ่งเราได้เงินหลายแสนล้านบาทจากตรงนี้ สนามบิน ก็สร้างเสร็จแล้ว เงินท่องเที่ยว ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า ควิค มันนี (Quick money) ควิค แปลว่า เร็ว มันนี แปลว่า เงิน ก็เงินเข้ามาเร็ว ๆ โฆษณาดี ๆ ประชาสัมพันธ์ ประเทศดี ๆ เผลอ ๆ อีก ๓–๔ เดือน ๕–๖ เดือน เงินไหลเข้ามาแล้ว

ข้อที่ ๓ อันนี้คงเปึนงานที่ตรงกับทางด้านกระทรวงพาณิชย์โดยตรงของผม ก็คือเงินที่เปึนรายได้จากการส่งออก จะส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ส่งออกผลิตผลทาง การเกษตร ซึ่งเดี๋ยวผมจะขยายภาพให้ฟังนะครับ

เงินที่ ๔ ก็อย่างที่คุณหมอสุรพงษ์ได้เล่าให้ฟังแล้ว เปึนตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ เงินที่เข้ามาซื้อพันธบัตรต่าง ๆ ๓–๔ ข้อนี้คือส่วนของรายได้นะครับ

ผมอยากจะกระโดดไปข้อ ๒ ใหญ่นิดหนึ่งครับ ค่าใช้จ่าย ถ้าท่านประหยัด ประหยัดตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยอาจจะไม่เกิดผล ผลกระทบในเชิงบวก ความหมายที่ดี ก็คือประหยัดแล้วทําให้ชาติเรามั่งคั่งเร็วที่สุด ผมขอกาดอกจันไว้ ๓ ดอก แล้วบอกเพื่อน สมาชิกกับคนทั้งประเทศ ก็คือการประหยัดที่เกิดจากพลังงาน สมมุติเราบอกประหยัด พลังงาน ถามว่าทําไมถึงต้องมาเน้นตรงพลังงาน ท่านลองฟังตัวเลขดูนะครับ เราเก็บ ภาษีได้ เราได้เงินจากรัฐวิสาหกิจ เราได้เงินจากทุกอย่างมาแล้วมาตั้งเปึนงบประมาณชาติ ป้นี้เราตั้งไว้อยู่ที่ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท จ่ายเงินเดือนข้าราชการเมกะโปรเจกต์หรืออะไร ก็แล้วแต่ที่เรากําหนดเอาไว้ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท คําถามถ้าเกิดสมมุตินะครับรัฐบาลนี้ ใจดี แล้วบอกให้ประชาชนทั้งประเทศเลย บอกตั้งแต่พรุ่งนี้เปึนต้นไปท่านใช้รถไม่ว่า จะเปึนรถดีเซล รถเบนซิน เอาใบเสร็จมาเบิก เราจ่ายค่าน้ํามันให้ ท่านทราบไหมครับว่า ตัวเลขค่าพลังงานจากน้ํามันตกประมาณป้ละเท่าไร ๘๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๑.๐ ล้านล้านบาท ท่านเทียบดูนะ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท เท่ากับ ๒ ใน ๓ ท่านหมดไป กับค่าพลังงานแล้ว เพราะฉะนั้นแนวคิดยุทธศาสตร์ตั้งแต่ต้นมา แล้วก็ ๖ พรรคก็ได้คุยกัน หลายครั้งแล้ว ก็คือยุทธศาสตร์เรื่องการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งอันนี้ผมใคร่ขอกราบเรียน ให้พวกท่านได้ทราบว่า เปึนแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย เช่น โครงการไบโอดีเซล โครงการแก๊สโซฮอล์ มันจะเชื่อมโยงไปหมดนะครับ ไบโอดีเซล ถามว่าเปึนอะไร มันก็ไปโยงการปลูกปาล์มน้ํามัน ทดแทนน้ํามันที่ต้องนําเข้าแก๊สโซฮอล์ อ้อย ถามว่าแล้วมันจะไปเกี่ยวอะไร ท่านดูราคาดี ๆ นะครับ อ้อยตอนนี้ราคาตันละ ๖๓๐ บาท ๖๔๐ บาท คนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้หลายล้านคน สมมุติเราบอกว่า อี ๑๐ (E ๑๐) อี ๒๐ (E ๒๐) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้บอกเรื่องน้ํามัน แก๊สโซฮอล์มันจะก่อให้เกิดอะไรขึ้น ผมอธิบายสําหรับท่านที่อาจจะยังไม่เข้าใจพลังงาน ลึกซึ้งนะครับ สมมุติน้ํามัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แทนที่ด้วยแอลกอฮอล์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเรียก อี ๒๐ เพราะฉะนั้นท่านไปถามวิศวกรรถยนต์ อู่รถยนต์ที่ท่านใช้อยู่ ได้ อี ๑๐ หรือ อี ๒๐ ทีนี้ถ้าอี ๒๐ ความหมายคืออะไร ก็พูดง่าย ๆ นะครับ น้ํามัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แทนที่ด้วยแอลกอฮอล์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้มันไปเกี่ยวอะไร มันไปเชื่อมโยงอะไร ท่านก็ประหยัดน้ํามันให้ชาติได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว กระเปิาท่าน ลิตรละ ๖ บาท อันนี้ตัวเลขบวกลบแล้วแต่ยี่ห้อนะครับโดยประมาณ แต่ที่สําคัญนะครับ อ้อยถูกนํามาใช้ในการทําแอลกอฮอล์จากตันละ ๖๐๐ บาท ๖๓๐ บาท อาจจะขึ้นเปึน ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐ บาท อันนี้ โอกาสเชื่อมโยงทางธุรกิจอย่างนี้ เราพูดเราคิดเปึนภาพใหญ่ ผมอยากเอาชาร์ท (Chart) แผ่นหนึ่งซึ่งผมว่าตลอดเวลาของการหาเสียง ผมจะใช้ชาร์ทแค่ ๒-๓ แผ่น เพื่อจะเตือน ความจําพวกท่าน นโยบายที่รัฐบาลได้เขียนมาทั้งหมดนี่นะครับ แล้วเรามีการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กันนี่จะ ๒๖ หน้าบวกส่วนปกิณกะ กฎหมายประกอบอะไร ๔๐ กว่าหน้า สิ่งที่ผมว่าเดี๋ยวสักครู่หนึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ก็คงจะได้กล่าว ภาพรวมให้เห็น ผมอยากชี้ให้ท่านดูนะครับ ภาพนี้เปึนภาพที่ผมใช้อยู่ประจํา ประชากร ของประเทศ ๘๕ เปอร์เซ็นต์จาก ๖๔ ล้านคน ท่านต้องยอมรับนะครับ อยู่ในสถานภาพ ปานกลางลงไปยากจน ฉะนั้นแน่นอนที่สุดนะครับ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ วิสัยทัศน์ต่าง ๆ สิ่งที่เราทําต่าง ๆ จะมุ่งเน้นดูแลคนกลุ่มนี้ ซึ่งถ้าคนกลุ่มนี้อยู่ไม่ได้นะครับ ข้างบนจะพัง ลงมาอันนี้เปึนสิ่งที่ต้องตระหนักร่วมกันครับ ทีนี้กลับมาขอไปพูดอีกบางอย่างนะครับ ผมอยากย้อนไปพูดถึงเรื่องเมื่อสักครู่เราบอกว่า ถ้าเราช่วยกันพลังงานนะครับ พลังงาน ทดแทนต้องเข้ามา แต่มันก็จะไปเชื่อมโยงอีก อุตสาหกรรมอีก ถ้าสมมุติเราพัฒนาไปถึง ขีดหนึ่งนะครับ พระราชดํารัสเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ แนวพระราชดําริว่า อี ๑๐ อี ๒๐ จะขึ้นไป อี ๘๕ หรือ อี ๑๐๐ รถถึงช้าไม่เปึนไร ทุกวันนี้ ท่านต้องตระหนักอีกอย่างนะครับ เราควักเงินออกมาซื้อน้ํามัน น้ํามันมาจากตะวันออก กลางผ่านอเมริกามาสิงคโปร์แล้วมาไทย สมมุติลิตรละ ๓๔ บาท เนื้อ ๆ สด ๆ ท่านควัก ออกไป โอกาสมีการพัฒนาทดแทนโดยไบโอดีเซล ด้วยแก๊สโซฮอล์ แต่อีกอันหนึ่งที่น่าพูด ถึงนะครับ อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องมีคนกล้าทุบโต๊ะ พร้อม ๆ กับอีกคนหนึ่งต้องทุบโต๊ะ เรื่องพลังงานไปพร้อมกันคืออะไรครับ รถยนต์พลังงาน ๒ ระบบ อเมริกาเขามีรถไฮบริด (Hybrid) ใช้แล้ว ไฮบริดคืออะไรครับ รถที่เกิดจากพลังงานที่ใช้น้ํามันและไฟฟัา แต่ถ้าเรา มีแก๊สธรรมชาติ อันนี้ผมเรียนเลยนะครับ ผมได้คุยกับวิศวกรพลังงาน ได้คุยกับ ปตท. คุยกับอะไรเยอะมากแล้ว อ่าวไทย อ่าวเมาะตะมะ อ่าวไทยเรามี ๑๑ หลุม อ่าวเมาะตะมะ เรามี ๗ หลุม ถ้าตัวเลขที่เขาบอกแล้วไม่ผิดเพี้ยนนะครับ ฝัืงละ ๓๐ ป้ ท่านไม่ต้องไปคิด เพื่อคนอนาคตข้างหน้า ต้องมีคนกล้าทุบโต๊ะอุตสาหกรรมรถยนต์ว่าคุณเอารถ ๒ พลังงานเข้ามาใช้ ๑. คือพลังงานน้ํามัน ๒. พลังงานแก๊สธรรมชาติ ตรงนี้นะครับ ท่านดู ตัวเลข ๑.๐ ล้านล้านบาท ถ้าเราประหยัดไป ๕ แสนล้านบาท ท่านไม่ต้องคิดอะไรมาก นะครับ เงินอันนี้ เอาไปช่วยเหลือคนยากคนจน เอาไปทําอะไรอย่างอื่น หรือสิ่งที่เรากําลัง จะทํากันนี่ได้ตั้งเยอะแยะ ผมย้อนกลับนะครับ ผมอยากกาดอกจันก่อนจะผ่านว่า ค่าใช้จ่ายกระทรวงพลังงาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เกริ่นไปแล้วหลาย อย่าง เราจะร่วมมือกันกลับไปดูเรื่องตรงรายได้ ตรงนี้อยากให้ท่านได้เห็นโอกาสอะไร บางอย่าง ผมขออนุญาตให้ดูสไลด์ (Slide) อีกแผ่นหนึ่ง ท่านคงนึกว่าอยู่เฉย ๆ ไม่มีอะไร จะทําหรือมาระบายสีเล่น ผมเรียนท่านนะครับ อันนี้เปึนเพียงตัวอย่าง ท่านอย่าเชื่อ ในตุ้ม ๔ อันนี้นะครับ มันอาจจะมี ๖ อัน ๘ อัน ๑๒ อัน ความจริงมันมี ๓-๔ เวอร์ชัน (Version) ผมยกตัวอย่างให้ท่านเข้าใจได้ง่าย ๆ ทําไมผมกล้าบอกว่าป้นี้เปึนป้ทองของ ประเทศไทย ถ้าเรารู้จักฉกฉวยโอกาส ท่านลองฟังคําอธิบายง่าย ๆ ญี่ปุ์นกําลังแข่งขันกับ เกาหลีกับจีน สิ่งที่ญี่ปุ์นสู้ไม่ได้โดยเด็ดขาดก็คือค่าแรง ค่าครองชีพ ถามว่ามันเกี่ยว อะไรกัน แท็กซี่บ้านเราขึ้นไปนั่ง ๓๕ บาท มิเตอร์ญี่ปุ์น ๗๑๐ เยน ท่านคูณดูว่าเปึนเงิน เท่าไร ก็ตกประมาณสัก ๒๐๐ กว่าบาท ก๋วยเตี๋ยวเรา ๑ ชาม เราบ่นกันนะครับ ๓๐ บาท ๓๕ บาท ๔๐ บาท ของเขา ๑,๐๐๐–๑,๕๐๐ เยน ตกประมาณ ๔๐๐ บาท บวกลบ ทุกสิ่งทุกอย่างก็แพงหมด ถ้าเขาจะแข่งกับจีนหรือเกาหลีได้ อุตสาหกรรมครึ่งระบบ อุตสาหกรรมหลัก ๆ มาอยู่ ประเทศเราอยู่แล้ว ป้นี้เราต้องคุยกับเขา วันนี้เราเปึนประชาธิปไตยเต็มที่แล้ว เราเป่ดให้ การลงทุนเชื่อมโยงกันจะเปึนโอกาสทอง ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่ถามว่าต้องไปเกี่ยว อะไร กระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอต้องเป่ดทุกอย่างที่จะคุยกันอย่างชัดเจน เขาอพยพทุนเข้ามาครั้งนี้ ผมบอกเลยนะครับ สมมุติเรายังไม่ดูอีก ๓ จุด ประเทศเรา แข็งแรง กลับมาดูจีนทําไมต้องมา ตรงนี้น่าสนใจ ผมย้ํานะครับ ถ้าท่านพลาดโอกาสป้นี้ และป้หน้าต้นป้ อีกนานกว่าจะกลับมา เพราะจีนมั่งคั่งมา ๑๐ ป้ มีเงินแล้วอยากจะอวด ให้คนเห็น จีนไปอาสาเปึนเจ้าภาพโอลิมป่ก สั่งเครื่องไม้เครื่องมือสร้างรถไฟความเร็วสูง สร้างสนามกีฬา สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง สิงหาคมที่จะถึงจีนจะเป่ดแล้วโอลิมป่ก เครื่องมือ เหล่านั้นต้องหางานให้ทํา แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดสิ่งที่เราคุยกันบอกว่าค่าบาทแข็ง ส่วนหนึ่ง มาจากเงินอเมริกันอ่อน แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากเงินสํารองที่เรามีอยู่ที่ธนาคารชาติ ๑ แสนกว่าล้านบาท ท่านก็คงรู้ตัวเลขอยู่ เรามี ๑ แสนกว่าล้านบาท ค่าบาทเรายังแข็ง อย่างนั้น ท่านรู้ไหมว่าจีนมีเงินอยู่เท่าไร ๓.๔ ล้านล้านบาท ปัญหาของจีนหายใจไม่ออก เงินทับอก เพราะฉะนั้นจีนต้องหาทางเอาเงินออกไปลงทุนต่างประเทศมากที่สุด ไม่อย่างนั้นค่าเงินหยวนเขาก็จะแข็งค่าขึ้น ความได้เปรียบในเชิงการลงทุนกับธุรกิจ เขาจะเสียหายทันที ประเทศที่เขาอยากจะมามากที่สุดตอบได้เลยคือประเทศไทย แน่นอน ความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้อง แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดทําไมจีนอยากมาเมืองไทย ท่านดูตรงนี้ แล้วท่านจะเข้าใจครับ ผมมีอีกแผ่นเดียวที่อยากให้ท่านเห็น ประเทศไทยเปึนประตูสู่ อาเซียน ๑๐ ประเทศ ประชากร ๕๐๐ กว่าล้านคน เปึนตลาดที่มีกําลังซื้อ วันนี้ท่านอย่า ดูถูกคนเอเชีย ๓๐ กว่าป้ที่แล้วผมอ่านตําราเศรษฐศาสตร์ เขาบอกว่าอีก ๓๐ กว่าป้ต่อมา ประเทศในเอเชียจะแข็งแรงและเปึนเศรษฐี ผมบอกเลยตอนนั้นผมอายุ ๒๐ เศษ ๆ ผมคิดว่าไม่จริง แต่วันนี้ท่านถามตัวเองดูญี่ปุ์นรวยหรือเปล่า สิงคโปร์รวยหรือเปล่า เกาหลี รวยไหม จีนรวยไหม อินเดียรวยหรือเปล่า สิงคโปร์รวยไหม มาเลเซียรวยไหม ท่านอยาก อยู่กับที่หรือเปล่า มันต้องถามตัวเองคนไทยทั้งประเทศ ผมว่าวันนี้เปึนโอกาสทอง ปลายป้นี้ คุณหมอสุรพงษ์บอกแล้วเราจะจัดทีมประเทศไทยออกไปโรดโชว์ (Road show) ท่านอย่าว่า พูดโก้ ๆ ถ้าจับมือกันดี ๆ ท่านก็วิป เปึนกรรมาธิการต่าง ๆ เราจะออกไปหาเงิน เข้าประเทศกัน ตรงนั้นเปึนเรื่องสําคัญนะครับ ผมย้ํา ถ้าหลุดโอกาสนี้อีกนานแสนนาน กว่าจะกลับมาอีก อันนี้เปึนโอกาสทองของประเทศ เพราะฉะนั้นเงินลงทุนอุตสาหกรรมก็ดี ขออีกนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวท่านจะบอกว่าอินเดีย ๑,๑๐๐ ล้านคน ประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านคน เปึนเศรษฐี สิงคโปร์พร้อมที่จะเข้ามาอยู่แล้ว ผมเคยพูดให้ฟังบ่อย ๆ สิงคโปร์ผมตั้งฉายา สนุก ๆ เศรษฐีบ้านนอก มีเงินแต่เหมือนเศรษฐีบ้านนอก เพราะอะไร ประเทศเขาเล็กกว่า เกาะภูเก็ตอีก ถ้าเขาเอาเงินไปลงทุนในตลาดอเมริกา ในตลาดจีน หรือในตลาดญี่ปุ์น เขานิดเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเขามาลงตรงนี้จะพอเหมาะกับไซส์ (Size) ขนาดของเงินกับ ประเทศเขา เพราะฉะนั้นนะครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ รัสเซียก็อยากเข้า ตลาดร่วมยุโรป ก็ดูท่าทีอยู่ ที่เรามาบ่นกันบอกว่าเงินไหลเข้าเวียดนามเยอะกว่าเราจริงหรือเปล่า คําตอบ จริงครับ ในรอบ ๓๐ ป้เศษที่เขาเปลี่ยนการปกครองเปึนระบอบคอมมิวนิสต์ แต่เรา จะมาบ่นแล้วมีประโยชน์อะไร วันนี้ถ้าท่านไปที่เวียดนาม ตึกสูงที่สุดในเวียดนามวันนี้ บอกเลย ๓๕ ชั้น แต่ถ้าท่านไปอีกทีอีก ๓ ป้หลังจากนี้ ๗๐–๘๐ ชั้น รถไฟ ไฮสป้ด เทรน (High-speed Train) เผลอ ๆ มาเร็วกว่าเราอีก และนี่เปึนครั้งแรกในรอบ ๓๐ กว่าป้ที่ เงินทุนไหลเข้าเวียดนามเยอะกว่าเรา เราจะด่าใคร เราจะตําหนิใคร เพราะฉะนั้นผมบอกเลยนะครับ นี่เปึนโอกาสของประเทศ คราวนี้ผมอยากจะจบบอกว่า ที่พูดมาทั้งหมดนี่นะครับ อยากบอกว่ามาร่วมมือกันเถอะ มาช่วยกันเถอะ แล้วมาช่วยทํา ให้ประเทศเราแข็งแรง ให้เงินรายได้ของเราในทุกเซกเมนท์ (Segment) ทุกช่องทางนี่ไหล เข้ามา ผมเสียดายที่เวลาไม่มีเยอะนะครับ ผมจะพูดอีกสัก ๒–๓ นาที แล้วผมจะจบเรื่อง ตรงนี้ ผมจะบอกว่าผมอยากมาพูดให้ท่านว่าเรามีโอกาสมันอยู่ที่ตัวเราเองว่าเราอยากได้ มันหรือเปล่านะ ค่าใช้จ่ายผมย้ํานะครับ กระทรวงพลังงาน ถ้าทุกคนไม่ทําอะไรนะครับ มันก็จะเปึนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ก๊าซอยู่ในดินมีไม่ใช้อยากใช้น้ํามันต่างประเทศ ก็ควักเงิน จ่ายไปเปึนเศรษฐีก็แล้วกัน เขาเปึนเศรษฐีนะ ไม่ใช่เราเปึนนะ คราวนี้เรากลับมาจะไม่พูด ถึงกระทรวงพาณิชย์เลยก็คงใช่ที่ ผมยอมรับเมื่อกี้ผมเพิ่งถามท่านรองสมชาย ตกลงตั้งแต่ วันที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมานี่ถึงวันนี้ กี่วัน นับได้ประมาณ ๑๔ วันครับ เกิดมา ในชีวิตผมยอมรับผมไม่เคยเจออย่างนี้ วันนี้มีปัญหาอะไรบ้างครับ หอมแดง หอมขาว กระเทียม หมู หมูแต่ไม่หมูสมชื่อเลย ยากแสนยาก กลับมาปัญหาเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งที่ผมจะตอบให้พ่อแม่พี่น้องที่ถ้าเผื่อท่านยังไม่นอน แล้วท่านดูรายการนี้อยู่นะครับ ผมจะพยายามจัดการทุกอย่างให้อย่างเปึนธรรม คนขายอยากได้ราคาดี คนซื้ออยากซื้อ ของถูก แข็งไปพ่อค้าก็ด่า อ่อนไปคนซื้อของก็ด่า ผมบอกท่านเลยนะครับ วันที่ ๒๒ นี่ ๒๕๙ ผู้ผลิต เราเชิญมาที่กระทรวงพาณิชย์เราจะคุยกัน ทําอย่างไรเรื่องหมูจะทําอย่างไร สินค้าอย่างไร ถ้าโชคดี ผมจะมีข่าวดี ๆ มาบอกให้ท่าน หรือโชคจังหวะเราไม่เจอกันท่านก็ อ่านหนังสือพิมพ์เอาก็แล้วกัน สุดท้ายที่อยากจะบอก เมื่อวานผมได้ยินข่าวว่าปกตินี่ ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้ตลอด ทุกคนถามผมไม่ไปไหนหรือไม่มีอะไรทําในชีวิตหรือ ๓ วันนี่ผมนั่ง อยู่ตรงนี้เกือบตลอด มี ผมขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าผมขอออกไปที่งานหนึ่ง งานเพชร พลอย และอัญมณี อันนี้เปึนของขวัญส่งท้ายให้พวกท่านฟังและมีความสุขคืนนี้ นะครับ ทําไมผมถึงดิ้นรนจะไปงานนี้รู้ไหมครับ ตอนแรกเขาเอากระเช้าดอกไม้มาอวยพร ผม ผมก็รับ ตั้งใจจะคุยกับเขา ๓ นาที ท่านเชื่อไหมครับ ผมตัดสินใจคุยกับเขาชั่วโมงกว่า เพราะอะไรรู้ไหม พอถามเข้าไปลึก ๆ นะครับ ๑. บ้านเราไม่มีแร่ธาตุอย่างนี้เลย เพชร พลอยอะไรเราเกือบไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว ข้อ ๒. เราต้องไปซื้อโคตร อันนี้ไม่ใช่ คําหยาบคายนะครับ โคตรหมายถึงตัววัตถุดิบนี่เข้ามาจากประเทศต่าง ๆ คนเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมนี้ ๑ ล้านกว่าคน แต่ถ้าบอกว่าตัวเลขนะท่านจะตกใจ เชื่อไหมอุตสาหกรรม เพชร พลอย อัญมณีนี่ครับ อย่างที่ท่านเชาวรินใส่แว็บ ๆ ส่งประกายอยู่นี่ผมยังเห็นเลย อยู่ตรงนี้นะครับ ผมจะบอกท่านบอกว่า ๑๘๕,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อป้ที่แล้ว แล้วป้นี้พอเรา ไปคุยกับเขานี่เขาบอก เขาสัญญา ถ้ารัฐบาลลงมาหนุนเขาเต็มที่นะครับ ต่ําสุด ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาทขึ้น แล้วถ้าโชคดีเราจะได้เห็น ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สด ๆ เข้าประเทศ ผมจะย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ องค์ประกอบที่ผมรับผิดชอบคือการส่งออก ผมคุยกับท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ผมคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สนามบิน ๓๖ แห่ง บางสนามบินเป่ดมาแล้วใช้ไม่คุ้มเราจะส่งออก สุดท้ายคือมังคุด กิโลกรัมละ ๓ บาท ฤดูกาลป้นี้ท่านที่มาจากจันทบุรี ระยอง ตราด มาจากชุมพร หลังสวน ๘–๑๒ ลูก ที่ญี่ปุ์นลูกละ ๑๐๐ บาท บ้านเรากิโลกรัมละ ๓ บาท ที่โน่นลูกละ ๑๐๐ บาท ที่บรูไนลูกละ ๓ เหรียญ ๑๐๐ กว่าบาท ที่อังกฤษขายเปึนกิโลกรัม กิโลกรัมละ ๓ ปอนด์ครึ่ง ดี ไม่ดีนะครับ ผมจะชวนกันบอกป้นี้อย่ากินเงาะ มังคุด ทุเรียนเลย ส่งไป ขายเถอะ บวกค่า คาร์โก แอร์ไลน์ (Cargo Airline) บวกสนามบิน บวกทุกอย่าง ยืนยันว่าคุ้ม สุดท้ายอยากจะบอกว่ามูลค่าเพิ่ม ผัก ผลไม้ อาหาร อุตสาหกรรมต่าง ๆ ในด้านส่งออก ผมจะพยายามทําอย่างเต็มที่ผ่านกระทรวงพาณิชย์ ท่องเที่ยวนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้คุยกันแล้ว เงินลงทุน อุตสาหกรรม เดี๋ยวพวกเราจะช่วยกันกระทรวงอุตสาหกรรม บีโอไอ ตลาดเงิน ตลาดทุน ท่านนายแพทย์สุรพงษ์ได้บอกไว้อย่างดีแล้ว แล้วอยากจะฝากบอกว่า เราพยายามทํา อย่างเต็มที่นะครับ ผมก็คงมีเท่านี้ ขอขอบพระคุณที่ให้เกียรติผมพูดครับ ผมพูดต่อได้ไหมครับ เขายกมือแต่ผมยังไม่จบ ท่านอย่ายกมือถามผมเลย เพราะผมได้ยิน เขาบอกว่า ผมพูดได้ใช่ไหมครับ อย่างนี้ท่านประธาน ผมจะบอกบอกว่าผมพยายามเอา ข่าวดี ๆ มาให้ท่าน แล้วก็ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดอะไรที่สําคัญ ๆ กับ พวกท่านทุกท่านนะครับ ก็คงกล่าวขอบพระคุณ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านประธาน เท่านี้ครับ