ชูศักดิ์ ศิรินิล เสนอการรับทราบขอบคุณและตอบคำถามเกี่ยวกับกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีให้มอบหมาย หารือเรื่องความซ้อนของงานระหว่างสํานักพระพุทธศาสนาและกรมการศาสนา และวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช้มาตรา 145 ในการบริหารราชการแผ่นดิน ชูศักดิ์ ศิรินิล แถลงปัญหาการยืนยันกฎหมายที่ตกค้าง 68 ฉบับ และหารือเรื่องการจัดทำกฎหมายใหม่หรือปรับปรุงกฎหมายเก่าตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๓๐๓ รัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบประเด็นเรื่องของวาระทางนิติบัญญัติเปึนด้านหลักนะครับ แต่ก่อนจะตอบ ประเด็นเรื่องเหล่านั้นกระผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานที่จะตอบในประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถามถึงเรื่องของงานในหน้าที่ที่กระผม รับผิดชอบอยู่บางประเด็น ซึ่งเปึนเรื่องสั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือขออนุญาตที่จะขอบพระคุณท่านคุณหมออําพลที่ได้กรุณา อภิปรายเมื่อวานนี้ ท่านฝากกฎหมายรัฐบาลไว้ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือกฎหมายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความเสียหายที่เกิด จากการใช้บริการสาธารณสุข เรื่องนี้ผมจําได้ว่ามันมีความคิดริเริ่มตั้งแต่สมัย ปลายรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กราบเรียนท่านประธานและเพื่อน สมาชิกว่าก็คงจําได้ว่าเมื่อมี พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพ แล้วท้ายที่สุดก็ปรากฏว่าแพทย์ ทั้งหลายก็วิตกกังวลกันอย่างมากพอสมควร เรื่องของประเด็นการถูกฟัองร้อง ท้ายที่สุด ก็มีการพูดง่าย ๆ ต่อต้านกันอยู่พอสมควร ความคิดริเริ่มในส่วนนี้ผมคิดว่าก็เปึนเรื่องที่ดี แล้วก็คิดว่าเปึนความต้องการของแพทย์ทั้งหลายที่อยากจะเห็นกฎหมายฉบับนี้
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านกรุณาฝากผมไว้ก็คือเรื่องร่างกฎหมายคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่ากฎหมายฉบับนี้ ผมจําไม่ผิดตราขึ้นเมื่อป้ ๒๕๓๕ ในสมัยนั้นก็คือมีรัฐบาล มีสภานิติบัญญัติแบบที่ผ่านมา และร่างกฎหมายฉบับนี้จําได้ว่าเข้ามาในระยะเวลาปลาย ๆ สมัยสภานิติบัญญัติ ในขณะนั้น เมื่อออกมาบังคับใช้แล้วก็เกิดปัญหาอุปสรรคพอสมควร ถ้าเพื่อนสมาชิก จะจําได้ ผมเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไขกันหลายครั้งหลายหนเปึนอันมาก จําไม่ผิดว่าปัจจุบันนี้ก็น่าจะเปึนฉบับที่ ๖ ฉบับที่ ๗ แล้ว สิ่งที่เปึนประเด็นสําคัญก็คือว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคทั้งหลายว่าระบบบริการของการประกันประสบภัยจากรถ ในขณะนี้มีปัญหาอุปสรรคมากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลักภาระทางค่าใช้จ่าย ให้แก่ผู้เอาประกันมากพอสมควร ผมก็จะรับไปดูให้ในเรื่องนี้นะครับ
อีกท่านหนึ่งก็คือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านปรีชา โรจนเสน ขออนุญาต ท่าน พลเอก ปรีชา ท่านได้พูดถึงเรื่องความซ้ําซ้อนกันระหว่างงานของ สํานักพระพุทธศาสนากับงานของกรมการศาสนา อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า เมื่อได้ตรวจสอบแล้วว่าเปึนปัญหาอุปสรรคอย่างที่ ท่านได้กรุณาเรียนต่อสมาชิกจริง ๆ เหตุผลที่เปึนปัญหาอุปสรรคเรื่องความซ้ําซ้อน ก็เพราะว่ามีกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของสํานักพุทธ ป้ ๒๕๔๕ กับกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการของกรมการศาสนา ซึ่งแบ่งภารกิจภาระหน้าที่ของสํานักพุทธและ กรมการศาสนาไว้โดยใช้ถ้อยคําที่ค่อนข้างจะใกล้เคียงกันมาก ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า เช่น สํานักพุทธมีภารกิจส่งเสริม ดูแล รักษา ทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา และศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันกรมการศาสนาก็มีหน้าที่ส่งเสริมดูแล รักษา ทํานุบํารุงศาสนสถานและศาสนวัตถุ ผมกําลังจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า อันนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมท่านจะ เอางานไปทําหรืออะไรต่าง ๆ ท่านก็ปฏิบัติภารกิจด้วยความเรียบร้อยดีครับ เพื่อนสมาชิกคงจําได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการไปขูดลอกทองที่พระพุทธรูปที่อยุธยา ลามมาถึงนครปฐม ผมก็ตั้งใจว่าประมาณวันศุกร์ที่จะถึงนี้อยากจะไปดูเสียหน่อย ก็วางแผนไว้ ปรากฏเมื่อเช้าก็มีข่าวแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไปดู มาแล้ว ก็เปึนภารกิจที่ท่านทําด้วยดี แต่ก็หมายความว่าก็เปึนเรื่องที่ถ้าไปดูตาม กฎกระทรวงต่าง ๆ ก็อาจจะมีความเห็นว่ามันก็อาจจะซ้ําซ้อนกันอยู่บ้าง ผมทราบ เปึนการภายในว่าขณะนี้สํานักงาน ก.พ.ร. ก็ได้เอาเรื่องของกฎกระทรวงทั้ง ๒ ฉบับที่ผม กราบเรียนนั้นไปดูว่าจะแบ่งภารกิจภาระหน้าที่ให้มันถูกต้องคล้องจองกันได้อย่างไรบ้าง
ท่านประธานที่เคารพครับ หันมาเรื่องของภารกิจทางด้านนิติบัญญัติ ทางด้านกฎหมาย ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าท่านผู้นํา ท่านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ได้กรุณาอภิปรายในวันแรก กระผมก็จดไว้ว่าทําไมรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช้ มาตรา ๑๔๕ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กล่าวคือว่าแสดงไว้ต่อรัฐสภาว่า มีกฎหมายที่จําเปึน ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน มีกฎหมาย ๑ ๒ ๓ ๔ ไม่ระบุอะไรไว้เลยว่ากฎหมายอะไร ที่รัฐบาลชุดนี้เห็นว่ามีความจําเปึนต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ในชั้นนี้กระผม อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ความเข้าใจของผมก็คิดว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๕ ก็คงจะไม่แตกต่างกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีบทบัญญัติ เหมือนกัน และผมเข้าใจโดยส่วนตัวว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๕ เขาบัญญัติไว้เพื่อที่จะ ช่วยรัฐบาลที่มีเสียงไม่มากนัก กล่าวคือรัฐบาลที่อาจจะมีเสียงน้อยหรือรัฐบาลอาจจะมี เสียงที่ภาษาการเมืองเรียกว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ําเหลือเกิน เสร็จแล้วไปแพ้กฎหมาย ในสภา เมื่อแพ้กฎหมายในสภาแล้ว ถ้ารัฐบาลนั้นยืนยันว่ากฎหมายที่แพ้นี่มีความจําเปึน ต่อการบริหารราชการแผ่นดินก็อาจจะขออาศัยความร่วมมือจากท่านวุฒิสมาชิก โดยขอ อนุญาตประชุมร่วม ที่เรียกว่าประชุมรัฐสภา และถ้าที่ประชุมรัฐสภานั้นเห็นสมควรว่า เอาละครับกฎหมายนั้นจําเปึนและผ่านด้วยเสียงข้างมากก็สามารถที่จะตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันฝ์ายละเท่า ๆ กัน เพื่อยืนยันกฎหมาย และถ้ารัฐสภาอนุมัติกฎหมายที่เคยตก ไปแล้วในชั้นแรกก็สามารถที่จะบังคับใช้ได้ต่อไป รัฐบาลชุดนี้ก็กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่า ก็มีข้อจํากัดอยู่หลายประการ มีกรอบที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้วางทางเดิน ไว้ให้เราพอสมควร ที่ผมอาจจะขออนุญาตใช้คําว่า ข้อจํากัด
ข้อจํากัดประการที่ ๑ ก็คือว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติท่านได้กรุณา ตรากฎหมายหลาย ๆ ฉบับไปแล้ว ผมมีข้อมูลอยู่ในมือนี้ก็คือว่าตลอดระยะเวลาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดที่ผ่านมาและที่กําลังจะพ้นไป ท่านตรากฎหมายไปถึง ๒๒๑ ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จํานวน ๑๕๖ ฉบับ ขณะเดียวกันที่ รอประกาศอยู่ประมาณ ๖๕ ฉบับ ที่เหลือก็คือเปึนกฎหมายที่ตกค้างอยู่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะ กราบเรียนต่อไปว่ารัฐบาลนี้ก็มีหน้าที่ต้องทําตามรัฐธรรมนูญว่าจะยืนยันกฎหมาย เหล่านั้นหรือไม่ในบรรดากฎหมายทั้งหมด ๒๒๑ ฉบับนี้ บางเรื่องก็กราบเรียนว่า ตรวจสอบแล้วก็คือเปึนกฎหมายเทคนิค กฎหมายที่ตกค้างอยู่ในสมัยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเสียเยอะพอสมควร แล้วเปึนกฎหมายที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านได้กรุณายกร่างขึ้นหรือบัญญัติขึ้นในช่วง ที่ท่านทําหน้าที่อยู่ก็มีส่วนหนึ่ง กฎหมายบางฉบับก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งการตีความขึ้น ท่านสมาชิกก็คงทราบดีว่ามีกฎหมายอะไรบ้าง อันนี้ ก็คือเปึนกรอบตามรัฐธรรมนูญที่กระผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่าเปึนข้อจํากัด ส่วนหนึ่ง
ข้อจํากัดส่วนที่ ๒ ก็คือว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติท่านก็ได้กรุณา ตรากฎหมายและตกค้างอยู่ทั้งหมด ๖๘ ฉบับ กฎหมายบางฉบับที่ตกค้างอยู่นั้น เปึนกฎหมายที่ต้องทําตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ กฎหมายบางฉบับที่ตกค้างอยู่นั้น เปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเชิงนโยบายพอสมควร ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็ได้มีการปรึกษาหารือ กัน เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งรัฐธรรมนูญก็บอกว่าให้เรายืนยันภายใน ๖๐ วัน ซึ่งวันสุดท้ายที่เราจําเปึนต้องยืนยันต่อสภาก็คือวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ สําหรับ วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑ ก็เปึนเดือนหน้านี้เองนะครับ มติคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล ก็บอกว่า ให้หน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องยืนยันไปที่สํานักงานกฤษฎีกาภายในวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๑ นี้ เพื่อที่จะส่งให้คณะรัฐมนตรีไปดูอีกครั้งหนึ่งว่าสมควรจะยืนยัน กฎหมายฉบับใดบ้าง กฎหมายที่ค้างอยู่ทั้งหมด ๖๘ ฉบับ ก็กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่ามีกฎหมายสําคัญ ๆ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่หลายฉบับที่ เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปรายไป ผมยกตัวอย่างเช่น เปึนกฎหมายที่โต้แย้งโต้เถียงกันอยู่ พอสมควรก็มีหลายกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ซึ่งเปึนกฎหมายที่ตกค้างอยู่ แล้วรู้สึกเมื่อเข้าสภาทีไรก็ค่อนข้างจะมีปัญหาในแง่ของ การถกเถียงประเด็นต่าง ๆ พอสมควร เมื่อกี้เปึนกฎหมายที่ท่านเฉลิมถามหานะครับ ก็ค้างอยู่เหมือนกันคือ ร่างพระราชบัญญัติศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ที่เรียกว่า ศอ.บต. ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ ที่สําคัญที่ผมกราบเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว (ฉบับที่..) พ.ศ. .... กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่โต้แย้งโต้เถียงกัน พอสมควรเรื่องประเด็นการถือหุ้นของผู้ที่จะมาลงทุนในบ้านเรานะครับ กฎหมายเหล่านี้ ก็รวมทั้งกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เช่น สภาการเกษตรแห่งชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็บอกให้รัฐบาลชุดนี้มีหน้าที่ต้องจัดทํา สภานิติบัญญัติแห่งชาติท่านก็ทําไปแล้วนะครับ แล้วค้างการพิจารณาอยู่ รัฐบาลชุดนี้ก็จะกลับไปดูว่าสมควรจะต้องยืนยันกฎหมาย เหล่านี้มากน้อยเพียงไร หรือไม่นะครับ
ข้อจํากัดในประการที่ ๓ ก็คือว่า เรามีหน้าที่ตามที่ท่านเขียนรัฐธรรมนูญ ไว้ให้เรา ก็คือหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ ซึ่งตามมาตรา ๓๐๓ เราจําเปึนต้องทํา กฎหมาย ก็แยกประเด็นว่า ๑. ทํากฎหมายใหม่ หรือ ๒. ก็คือปรับปรุงกฎหมายเก่าที่มีอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แต่ข้อยากที่กระผมตรวจสอบดูก็คือว่า สําหรับ การจัดทํากฎหมายใหม่นั้นค่อนข้างจะชัดเจน มีบางฉบับจําเปึนต้องทําใหม่ หมายความว่า ไม่มีกฎหมายเก่าอยู่เลย แต่ว่าบางฉบับที่จําเปึนต้องปรับปรุงนั้นข้อยากทางด้าน นิติศาสตร์ก็คือว่า มันไปเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงกับกฎหมายหลายฉบับเหลือเกิน ผมยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพ เพราะว่ามาตรา ๓๐๓ ใน (๑) ให้รัฐบาล ตรากฎหมายที่กําหนดรายละเอียดเพื่อส่งเสริมคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพตาม มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๐ ก็คือสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้กรุณาอภิปรายไป เรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วมี กฎหมายได้กําหนดไว้พอสมควรแล้ว แต่มันหลายกฎหมายเหลือเกิน กระผมยกตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เขาตรวจแล้ว เราต้องทําอะไรบ้าง ต้องทําแน่นอนคือต้องไปแก้กฎหมายบอกต้องเพิ่มเติมบทบัญญัติ ให้ศาลฎีกามีอํานาจไม่รับคดีซึ่งข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่อุทธรณ์หรือฎีกานั้นไม่เปึน สาระอันควรแก่การพิจารณา ซึ่งท่านได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นจําเปึนต้องไปดูกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายอาญา ก็ต้องไปแก้ในเรื่องของความผิดที่เกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียงเพื่อให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกเหนือจากนั้นก็ต้องไปดูกฎหมายประกอบ ยกตัวอย่างกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการกระทําที่เปึนโจรสลัด นึกไม่ถึงว่า จะเกี่ยวข้องอย่างไร ก็เกี่ยวข้อง เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เกี่ยวโยงในเรื่องนี้ไว้ด้วย พอสมควร พระราชบัญญัติการรื้อฟุ๋นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๖ เปึนต้นครับ หรือว่ามาตรา ๔๔ สิทธิในการได้รับหลักประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพในการทํางาน รวมทั้งหลักประกันในการดํารงชีพทั้งในระหว่างการทํางานและเมื่อพ้นอาชีพไปแล้ว ปัจจุบันนี้ก็ตรวจสอบว่ามีร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. .... ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ได้นําเสนอกฎหมายนี้ มาแล้ว เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าเปึนหน้าที่ที่พวกกระผมต้องไปดูตามกฎหมาย เหล่านั้นอยู่ในชั้นไหน และสาระสําคัญในเชิงนโยบายนั้นสอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาลชุดนี้หรือไม่ กฎหมายที่จําเปึนต้องจัดทําใหม่นะครับ ขอกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่ามีกฎหมายสําคัญ ๆ เช่น กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่เปึนอิสระ กฎหมายฉบับนี้ก็เปึนกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้เขียนไว้ว่า ให้รัฐบาล จัดทํา เท่าที่ผมตรวจสอบดูในขณะนี้ก็คือมีการเสนอร่างกฎหมายนี้ไว้แล้ว ใน พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ และมีกฎหมายใหม่ค้างอยู่ในชั้นพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าสภานิติบัญญัติชุดที่แล้วท่านได้กรุณาตรากฎหมายไปแล้วหลายฉบับ เปึนกฎหมายที่ต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ผมยกตัวอย่าง เช่น กฎหมายว่าด้วย สภาพัฒนาการเมืองตามมาตรา ๗๘ (๗) ท่านได้อนุมัติไปแล้ว แล้วมีการตราขึ้นแล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กฎหมายที่ยังไม่มีครับ เช่น กฎหมายเพื่อการจัดตั้ง องค์กรเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กฎหมายที่ยังไม่มี เช่น กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง สภาเกษตรกรรมตามมาตรา ๘๔ (๗) ซึ่งอันนี้ก็มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยข้อจํากัด ดังที่กราบเรียนมา รัฐบาลก็ตัดสินใจว่าคงไม่มีความจําเปึนใด ๆ ที่จะต้องไประบุไว้ ในมาตรา ๑๔๕ ว่ารัฐบาลนี้เห็นว่ากฎหมายใดมีความจําเปึนบ้าง แต่อย่างไรก็ตามกระผม อยากจะขอกราบเรียนว่าโดยผลจากการได้มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่กล่าวมาแล้วก็ดี โดยผลที่มีกฎหมายหลายฉบับได้ค้างอยู่ในการพิจารณาก็ดี โดยผลที่จากการที่มีกฎหมาย หลายฉบับที่ได้ประกาศใช้แล้วก็ดี รัฐบาลชุดนี้ก็เห็นว่า ๑. ก็คือจะต้องมีภารกิจสําคัญก็คือว่า ทําตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ กําหนดไว้ ก็คือตรวจสอบว่ามีร่างกฎหมายใดบ้าง ที่จําเปึนต้อง ๑. ก็คือทําใหม่ หรือ ๒. มีการปรับปรุงแก้ไข ๒. ก็คือมีกฎหมายใดบ้างที่เรา จะขอยืนยันตามที่กฎหมายคือรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ซึ่งค้างอยู่ประมาณ ๖๕ ฉบับ ที่ผม กราบเรียนไปแล้ว ซึ่งกฎหมายที่จะยืนยันนี้ก็เปึนความยากอยู่พอสมควรว่ากฎหมาย บางฉบับนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับนโยบายที่เราได้กําหนดไว้ว่าสอดคล้องกับนโยบาย หรือไม่เพียงใด และ ๓. ก็คือมีกฎหมายใด ๆ ที่เปึนกฎหมายใหม่ที่เราจําเปึนต้องทํา ที่ได้กราบเรียนไปแล้วซึ่งแน่นอนที่สุดก็จะมีประมาณ ๓–๔ กฎหมายด้วยกัน
และประการสุดท้ายคืออาจจะมีกฎหมายที่จําเปึนสําหรับการบริหาร ราชการแผ่นดินต่าง ๆ ผมขออนุญาตกราบเรียนในประการสุดท้ายว่าผลจากการที่มีแผน ในเรื่องนี้ รัฐบาลชุดนี้จึงตัดสินใจว่าทันทีที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้เพื่อทํา แผนปฏิบัติสําหรับการบริหารราชการแผ่นดิน ในแผนปฏิบัตินั้นจะมีแผนอยู่ด้วยกัน ๔ แผน แผนที่ ๑ ก็คือแผนบริหาร แผนที่ ๒ ก็คือแผนปฏิบัติการ ที่สําคัญก็คือแผนที่ ๓ แผนการตรากฎหมาย ซึ่งแผนตรงนี้กระผมรับผิดชอบว่าจะมีกฎหมายสําคัญ ๆ อะไรบ้าง จะยืนยันกฎหมายอะไรบ้าง และจําเปึนต้องทํากฎหมายใหม่ในระยะเวลาอย่างไรบ้าง กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ